daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Architecture and Urban Facilities

Architecture and Urban Facilities Architectural wonders of Thailand and Special focussion on Urban Mobilities



Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old May 24th, 2011, 09:21 PM   #1
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,321
Likes (Received): 1703

Songkhla | City Port Redevelopment


Last edited by napoleon; August 31st, 2012 at 05:23 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old May 24th, 2011, 09:22 PM   #2
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,321
Likes (Received): 1703

,,,
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 24th, 2011, 09:22 PM   #3
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,321
Likes (Received): 1703

,,,,
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 24th, 2011, 09:25 PM   #4
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,321
Likes (Received): 1703

อนุมัติลงทุนท่าเรือสงขลา 125 ล้าน เจ้าพระยาลุ้นสิทธิบริหารอีก25ปี

28/04/2011

ครม.ไฟเขียวเปิดเอกชนลงทุน 1.8 พันล้านบาท พัฒนาท่าเรือสงขลา แลกสิทธิบริหารโครงการ 25 ปี คาด "เจ้าพระยาท่าเรือสากล" ผู้รับสัมปทานรายเดิมได้รับการคัดเลือก เหตุกรมธนารักษ์ระบุการให้เอกชนรายเดิม รัฐได้ผลตอบแทนมากกว่าเปิดรายใหม่ พบเครือญาติ รมช.ร่วมถือหุ้น นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า

ในการประชุม ครม.เมื่อวันเสาร์ที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการให้เอกชนดำเนินโครงการพัฒนาปรับปรุงท่าเรือสงขลา วงเงินลงทุนรวม 1,854.36 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุนในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกท่าเรือ 593.281 ล้านบาท และเงินลงทุนเครื่องจักรอุปกรณ์ 1,261.08 ล้านบาท โดยเรื่องดังกล่าว เป็นไปตามผลการศึกษาของกรมธนารักษ์ ที่เสนอให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนโครงการ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 โดยแต่งตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 13 เพื่อดำเนินการคัดเลือกเอกชนลงทุน และบริหารโครงการ เป็นระยะเวลา 25 ปี ตั้งแต่ปี 2557-2581

แหล่งข่าวจากที่ประชุม กล่าวว่า การลงทุนโครงการดังกล่าว เป็นผลจากการที่บริษัท เจ้าพระยาท่าเรือสากล จำกัด ซึ่งได้รับสิทธิในการบริหารท่าเรือสงขลาในปัจจุบัน ได้เสนอต่ออายุสัญญาบริหารจัดการท่าเรือสงขลาออกไปอีก 25 ปี โดยระบุว่า การพัฒนาโครงการท่าเรือสงขลาระยะที่ 2 วงเงินลงทุน 1 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างการศึกษาความคุ้มค่าการลงทุน และมีความเป็นไปได้น้อย เพราะใช้วงเงินลงทุนสูง

ทั้งนี้ กรมธนารักษ์ได้ศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ และมีข้อเสนอ 2 แนวทาง คือ 1. การให้ผู้เช่ารายเดิม คือ บริษัท เจ้าพระยาได้รับสิทธิการเช่าและบริหารโครงการ และ 2. การเปิดประกวดราคาคัดเลือกเอกชนให้เช่าและบริหารโครงการ โดยกรมธนารักษ์ระบุว่ากรณีการเช่า 25 ปีนั้น ภาครัฐจะได้รับอัตราผลตอบแทนสูงสุด ส่วนการให้ผู้เช่ารายเดิมได้รับสิทธิต่อไป ภาครัฐจะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 100.84 ล้านบาท สูงกว่าการคัดเลือกรายใหม่ ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนปีละ 100.63 ล้านบาท กรมธนารักษ์เห็นว่าการให้สิทธิรายเดิม รัฐจะได้ค่าตอบแทนสูงกว่า

แต่เพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอน พ.ร.บ.ร่วมทุน จึงต้องให้คณะกรรมการตามมาตรา 13 เป็นผู้พิจารณา และคาดว่าบริษัท เจ้าพระยาจะได้สิทธิบริหารท่าเรือสงขลาต่อไปอีก 25 ปีŽ แหล่งข่าวกล่าว ทั้งนี้ บริษัท เจ้าพระยาท่าเรือสากล มีทุนจดทะเบียน 125 ล้านบาท มีกรรมการ 12 คน ประกอบด้วย นางยุพา อุดมศักดิ์ นางนงลักษณ์ ภัทรประสิทธิ์ นายประพันธ์ ภัทรประสิทธิ์ นางลักขณา นะวิโรจน์ นางยุพดา ภัทรประสิทธิ์ นายบุญเลิศ ชาติวิวัฒน์พรชัย นายวัฒกร ชาติวิวัฒน์พรชัย นายพันศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย นายปรีชา บูรณะรุ่งเรืองกิจ นายนพ โรจนวานิช นายเถา จุน และนายมนชัย ศักดิ์ศิรินุกูล

http://songkhlatoday.com/paper/81783
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 24th, 2011, 09:26 PM   #5
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,321
Likes (Received): 1703

..

Last edited by napoleon; July 15th, 2012 at 11:09 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 1st, 2011, 03:57 PM   #6
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,321
Likes (Received): 1703

ศาลชี้ กรมเจ้าท่า สร้างเขื่อนกันทราย-คลื่นสงขลาผิด กม.สั่งทำ EIA ภายใน 60 วัน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 กรกฎาคม 2554 14:58 น.

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ศาลปกครองสงขลาพิพากษาคดีชาวบ้านสะกอม และเจ้าของรีสอร์ต ฟ้องกรมเจ้าท่า 2 คดี จากผลกระทบในการสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่น แล้วทำให้ชายหาดถูกกัดเซาะ ทรัพย์สินเสียหาย และชาวบ้านไม่สามารถใช้ประโยชน์ทั้งบนบก-ทะเลได้ดังเดิม ชี้ เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในขั้นตอนและวิธีการ สั่งกรมเจ้าท่าทำ EIA ภายใน 60 วัน และหากมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามที่ฟ้องแล้วให้แก้ไขภายใน 30 วัน ด้านชาวบ้านเตรียมอุทธรณ์ ขอผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นและให้ศาลประเมินความเสียหายแก่ชาวบ้าน

วันนี้ (29 ก.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น.ศาลปกครองสงขลาได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 15-16/2551 ท่ามกลางการรับผู้ฟ้อง ชาวบ้าน ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา นักวิชาการ ในขณะที่กรมเจ้าท่านั้นมิได้ส่งตัวแทนมาในวันนี้

สืบเนื่องจากในปี 2540-2541 กรมเจ้าท่า หรือกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวีในชื่อเดิมได้ทำการก่อสร้างเขื่อนกั้นทรายปากคลองสะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา และสร้างเขื่อนกันคลื่นจำนวน 6 ตัว เพื่อมิให้ตะกอนทับถมบริเวณร่องน้ำปากคลองสะกอม และไม่ต้องขุดลอกคลองทุกปี แต่กลับเป็นการรุกล้ำชายฝั่งทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งของบ้านบ่อโชนกว่า 80 เมตรเป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร และยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดการกัดเซาะลง

ผลกระทบดังกล่าวทำให้ผู้ที่มีอาชีพบริเวณชายหาดบริเวณ ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ทั้งการทำประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก รุนกุ้ง หาหอยเสียบ ชาวบ้านต้องเปลี่ยนเส้นทางการสัญจรระหว่างหมู่บ้านจากชายหาดพังทลาย กระทบต่อระบบนิเวศน์อันเป็นแหล่งวางไข่ของเต่าทะเล ปูลม หนอนทรายทะเล ปลาพันธุ์ต่างๆ และส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ฟ้อง ชุนชนชาวสะกอมที่ต้องการรักษาเป็นมรดกให้คนรุ่นหลัง ในการเป็นแหล่งทำมาหากิน สถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวบ้านและนักท่องเที่ยว นับเป็นความเสียหายประมาณปีละ 21,000,000 บาท รวม 9 ปี เป็นเงิน 189 ล้านบาท

ส่วนนี้ผู้ฟ้อง เห็นว่า จำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูและรักษาชายฝั่งทะเลไทยให้กลับเข้าสู่ภาวะสมดุลดังเดิม และให้นำเงินมูลค่าความเสียหายนั้นมาใช้จ่ายในการฟื้นฟู และมีการแยกฟ้อง 2 คดีดังที่ปรากฏ

คดีแรก นพ.อนันต์ บุญโสภณ ได้ฟ้องกรมเจ้าท่าที่ 1 (กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี เดิม), อธิบดีกรมเจ้าท่าที่ 2 และกรมทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งที่ 3 ในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่รัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย สืบเนื่องจาก กรมเจ้าท่าได้ก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นและทราย บริเวณปากคลองสะกอม ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา จำนวน 6 ตัว นับแต่ปี 2539

แต่ภายหลังมีการกัดเซาะชายฝั่ง ทำให้ที่ดินของ นพ.อนันต์ จำนวน 2 แปลง โฉนดที่ดินเลขที่ 38618 เนื้อที่ 3 งาน 41 ตารางวา และที่ดินตามโฉนดเลขที่ 38620 จำนวน 15 ไร่ 3 งาน 20 ตารางวา ซึ่งใช้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และให้บริการแก่นักท่องเที่ยวถูกคลื่นกัดเซาะได้รับความเสียหาย

เมื่อได้วินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีแล้ว พบว่า กรมเจ้าท่ากระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมายในการสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นร่องน้ำสะกอม ซึ่งมีการนำดินและวัสดุต่างๆ ไปเททับถมและก่อสร้างในน่านน้ำ รวมทั้งเป็นการดำเนินการก่อสร้างสิ่งสก่อสร้างล่วงล้ำเข้าไปเหนือน้ำ ในน้ำของลำน้ำ และภายในน่านน้ำทะเลไทย รวมทั้งบนชายหาดของทะเทบริเวณร่องน้ำสะกอม จึงมีลักษณะเป็นการถมที่ดินในทะเล และอาจจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในบริเวณร่องน้ำสะกอม และพื้นที่ใกล้เคียงได้

แต่ทั้งหมดไม่ชอบด้วยกฎหมายในขั้นตอนและวิธีการอันเป็นสาระสำคัญของกฎหมาย การที่ศาลจะให้รื้อถอนในทันทีจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ ในการแก้ไขปัญหาเกิดจากตะกอนทรายที่ตกมาปิดร่องน้ำ

ดังนั้น ศาลจึงพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (กรมเจ้าท่า) จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม EIA ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด เสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อพิจารณา และหากปรากฏตามรายงาน EIA ว่า เขื่อนกันทรายและคลื่นมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามฟ้อง ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ดำเนินการแก้ไขตามข้อเสนอแนะของรายงาน EIA ภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับรายงาน พร้อมทั้งดำเนินการฟื้นฟูที่บริเวณดังกล่าวให้กลับคืนสภาพเดิมหรือใกล้เคียง

ส่วนคดีต่อมานั้น ชาวบ้าน นายสาลี มะประสิทธิ์, นายเจะหมัด สังข์แก้ว, นายดลรอหมาน โต๊ะกาหวี กับกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี (ชื่อในปัจจุบันคือ กรมเจ้าท่า) และอธิบดีกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี และกรทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในข้อกล่าวหาว่า หน่วยงานรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีแล้วให้ความเห็นเหมือนกับคดีแรก และพิพากษาให้กรมเจ้าท่าทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA เช่นเดียวกัน แต่เพิ่มเติมให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดแก่ผู้ฟ้องคดีที่ 1-3 และยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2-3 พร้อมยกคำขออื่นนอกจากนี้

รองศาสตราจารย์ ดร.สมบูรณ์ พรพิเนตรพงษ์ นักสมุทรศาสตร์ กล่าวว่า จากการฟังคำพิพากษาในวันนี้เห็นได้ชัดว่าศาลได้ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม จึงให้กรมเจ้าท่าทำรายงาน EIA และด้วยจิตสำนึกเมื่อรู้ว่ากระทำแล้วก่อให้เกิดความเสียหาย แม้ศาลจะไม่ตัดสินเด็ดขาด แต่ควรจะพิจารณาเองว่าควรหยุดสร้างสิ่งก่อสร้างใดๆ ในทะเลหรือไม่

ด้านแหล่งข่าวรายหนึ่ง เผยว่า การฟ้องร้องครั้งนี้เป็นคดีใหม่สำหรับศาลที่จะเป็นบรรทัดฐานให้กับจังหวัดอื่นๆ ซึ่งประสบปัญหาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ ชาวบ้านจะมีการอุทธรณ์ภายใน 30 วัน ให้ศาลใช้อำนาจเรียกผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมมาให้ความเห็นเพิ่มเติมในเรื่องผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เพราะหากให้กรมเจ้าท่าเป็นผู้ดำเนินการทำ EIA เองก็อาจจะเข้าข้างตัวเอง รวมถึงขอให้ศาลเป็นผู้ประเมินความเสียหายจากผลกระทบที่เกิดขึ้นแทนกรมเจ้าท่า

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่กรมเจ้าท่าได้ทำมานั้นตั้งแต่การสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นตัวแรกไม่ถูกต้องแล้ว ยังมีการก่อสร้างอีกตามมาจนถึงปัจจุบันด้วยวิธีการเดียวกันนั้น มีความถูกต้องหรือไม่ และผลกระทบก็ยังมีให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้

http://www.manager.co.th/Local/ViewN...=9540000093913
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 26th, 2011, 07:59 PM   #7
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,321
Likes (Received): 1703

กรมเจ้าท่ารีบปิดเวที ท่าเรืออเนกประสงค์ทะเลสาบสงขลา หลังถูกต้านไม่เหมาะสม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 กันยายน 2554 11:42 น.


ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ประชาชนส่งเสียงไม่เห็นด้วยโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ในเมืองสงขลา เพื่อเชื่อมต่อการขนส่งทะเลสงขลาตอนล่าง ซึ่งเปิดเวทีสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชนเป็นครั้งแรก โดยเทศบาลนครสงขลาชงเรื่องให้กรมเจ้าท่าดำเนินการ ฉะสร้างท่าเรือในเมืองมีแต่ปัญหาและผลกระทบทั้งทางบกและทางน้ำ แต่ท่าเรือที่มีอยู่แล้วมากมายไม่เคยได้ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ แนะให้ไปรวมกับโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลา 2 ทำให้เจ้าภาพต้องรีบปิดเวทีก่อนเวลา

วันนี้ (8 ก.ย.) ณ ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม โรงแรมราชมังคลา พาวิลเลียนบีช รีสอร์ท อ.เมือง จ.สงขลา กรมเจ้าท่าเปิดเวทีสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 โครงการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบเพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือเอนกประสงค์ สนับสนุนกิจกรรมการขนส่งทางน้ำในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งใช้เวลาศึกษาโครงการนาน 15 เดือน

นายปกรณ์ ประเสริฐวงษ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ กล่าวว่า แม้ว่าทั้งภาครัฐและเอกชนจะมีการดำเนินกิจการท่าเทียบเรือประเภทต่างๆ เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ทะเลสาบสงขลาตอนล่าง บริเวณชายฝั่งด้าน อ.เมืองสงขลา ให้เชื่อมออกสู่ทะเลอ่าวไทย แต่ท่าเทียบเรือต่างๆ ก็ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นท่าเทียบเรือขนส่งสินค้าขนาดเล็กของบริษัทเอกชน, ท่าเทียบเรือสนับสนุนการสำรวจและผลิตน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย, ท่าเทียบเรือประมงของภาครัฐและเอกชน

ด้าน ดร.เชิดวงศ์ แสงศุภวานิช กล่าวถึงที่มาว่า ภายหลังจากที่เทศบาลนครสงขลาได้เสนอโครงการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบเพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือเอนกประสงค์ เพื่อสนับสนุนกิจการขนส่งทางน้ำ กิจการประมง และการท่องเที่ยวในพื้นที่ทะเลสาบสงขลาตอนล่างมายังกรมเจ้าท่า จึงได้มีการคัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาท่าเทียบเรือมีทั้งหมด 3 บริเวณ คือ

1.บริเวณท่าเรือสะพานไม้ ติดกับท่าเรือประมงในปัจจุบัน ซึ่งมีโครงสร้างสนับสนุนการประมงเพียบพร้อมอยู่แล้วโดยไม่ต้องสร้างอะไรเพิ่ม และมีระบบสาธารณูปโภคค่อนข้างสมบูรณ์ มีความยาวหน้าท่าประมาณ 110 เมตร ระดับน้ำมีความเชี่ยวสูงทำให้เกิดการตกตะกอน จะต้องมีการขุดลอกร่องน้ำประมาณ 2 ปี/ครั้ง

2.ท่าเรือเก่า บริเวณถนนนครนอก อยู่ใกล้กับพื้นที่แรก จึงมีมีโครงสร้างสนับสนุนการประมงเพียบพร้อมแล้วเช่นกัน มีอาคารร้านค้า และระบบสาธารณูปโภคสมบูรณ์เช่นเดียวกัน มีความยาวหน้าท่าประมาณ 200 เมตร

3.บริเวณชุมชนแหล่งพระราม หน้าวัดแหลมทราย เป็นที่ตั้งของชุมชนจึงไม่มีโครงสร้างเพื่อสนับสนุนการประมงอยู่เลย แต่มีระบบสาธารณูปโภคครบถ้วน มีความยาวหน้าท่าประมาณ 375 เมตร

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ต้องศึกษาความเหมาะสมทั้งในด้านวิศวกรรม ด้านเศรษฐศาสตร์ และความเหมาะสมด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจจะต้องมีการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) หรือ EIA ซึ่งจะต้องให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นผู้พิจารณา

นายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์ นายกสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา กล่าวแสดงความคิอเห็นว่า ในอดีต จ.สงขลา เคยได้รับอานิสงค์ด้านการท่องเที่ยวจากการเข้ามาของเรือสตาร์ครูซ แต่ละเดือนมีการจับจ่ายเงินท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านบาท/เดือน แต่ด้วยความไม่สะดวกสบายจึงหายไป และเข้าท่าเรือที่ภูเก็ตแทน แต่วัตถุประสงค์ของท่าเรือที่กำลังศึกษานี้ส่วนหนึ่งเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเพื่อให้มีศักยภาพอย่างแท้จริงแล้ว ควรจะต่อยอดจากโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลา 2 ให้รองรับการท่องเที่ยวได้นั้นก็จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่า

ขณะที่ นายโสภณ ชุมยวง อดีตรองนายกสมาคมประมง จ.สงขลา และตัวแทนชาวประมงจากชุมชนแหล่งพระราม กล่าวว่า ที่ผ่านมา จ.สงจลา มีการก่อสร้างท่าเรือเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีการบำรุงรักษาและใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ทำให้มีท่าเรือที่ก่อสร้างเสร็จแล้วใช้ผิดวัตถุประสงค์ อีกกำลังมีโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลา 2 ที่ อ.จะนะ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณมหาศาล

เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่มีความต้องการให้โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรืออเนกประสงค์เกิดขึ้นแต่ไม่เคยคำนึงถึงการจัดการด้านการเดินเรือ สิ่งกีดขวางและปัญหาการจราจรทางเรือด้วย เพราะทะเลสาบสงขลามีทางเข้าแค่ทางเดียวและมีท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลาตั้งอยู่แล้ว หากจะก่อสร้างอีกก็ต้องคำนึงถึงประโยชน์การใช้งานด้วย อย่าให้เกิดขึ้นเพื่อเป็นศาลาเอนกประสงค์และเกิดผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่บริเวณก่อสร้าง ดังนั้น ในนามของตัวแทนชุมชนแหล่งพระรามไม่เห็นด้วยต่อการก่อสร้างท่าเรือเอนกประสงค์ครั้งนี้

ส่วนนายไกรเลิศ เรืองสงฆ์ สมาชิกสภาเทศบาลนครสงขลา กล่าวว่า แม้โครงการนี้จะผลักดันจากเทศบาลนครหาดใหญ่ แต่ตนมีความคิดเห็นที่จะไม่สนับสนุนให้สร้างท่าเทียบเรือเอนกประสงค์ในเมือง ซึ่งมีผลกระทบต่อชุมชน การจราจรทั้งทางบก ต้องมีรถและเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าเมืองมีผลต่อความสั่นสะเทือน แม้แต่กำแพงเมืองเก่าก็พังลงได้ และปัญหาการจราจรทางน้ำ เดิมนั้นมีท่าเทียบประมงสงขลาเก่าหน้าท่ายาว 160 เมตร แต่เทศบาลนครสงขลากลับให้เอกชนเช่าเป็นเวลา 30 ปี โดยรับเงินค่าเช่าแค่เดือนละ 80,000 บาท ซึ่งไม่คุ้มกับการลงทุนและไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์กับส่วนรวมได้ ไม่นับรวมท่าเทียบเรือที่มีอยู่แล้วซึ่งสามารถนำมาพัฒนาและส่งเสริมโดยไม่ต้องลงทุนใหม่ให้เปลืองงบประมาณอีก แต่หากมีความตั้งใจจะพัฒนาแล้วควรไปทำร่วมกับโครงการท่าเทียบเรือน้ำลึกอุตสาหกรรมดีกว่า

เช่นเดียวกับผู้เข้าประชุมคนอื่นๆ ที่ล้วนกล่าวถึงประเด็นปัญหาการบริหารจัดการท่าเรือที่มีอยู่แล้วที่ไม่มีระเบียบ ทำให้ขาดการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ และหากเมื่อไหร่ที่การก่อสร้างท่าเรือมีความจำเป็นจริงๆ แล้ว ชาวบ้านก็จะเห็นด้วยและไม่คัดค้านดังเช่นครั้งนี้

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ไม่มีเสียงของผู้สนับสนุนโครงการนี้ ทำให้ทางผู้จัดงานได้ทำการปิดเวทีการสัมมนารับฟังความคิดเห็นก่อนเวลา 1 ชั่วโมงในเวลา 11.00 น. ก่อนจะเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับผู้ร่วมประชุม ซึ่งแตกต่างจากเวทีครั้งอื่นๆ ที่กรมเจ้าท่าดำเนินการ ซึ่งมักจะมีการสนับสนุนและคัดค้านบ้างจนต้องใช้เวลายืดเยื้อ

http://www.manager.co.th/local/viewN...=9540000113906
napoleon no está en línea   Reply With Quote


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 06:42 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu