daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation



Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old July 15th, 2011, 11:57 AM   #1
ant35
Registered User
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,937
Likes (Received): 28

The Transport Co Ltd | บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)

The Transport Co Ltd

บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)




------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Pathumthani | New Northern Bus terminal‎

PROJECT : Bangkok Terminal (Developer recalled for Bangkok Terminal Project)

Bangkok | New Southern Bus Terminal

Udon Thani's Bus Terminal

Mukdahan's Bus Terminal

Bus Terminal (old), Rayong

"Bangkok Traffic Solutions"

Last edited by ant35; December 6th, 2012 at 09:23 AM.
ant35 no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old July 15th, 2011, 11:58 AM   #2
ant35
Registered User
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,937
Likes (Received): 28

ตำนาน บขส.



การขนส่งโดยรถยนต์และรถโดยสารในประเทศไทย เริ่มครั้งแรกหลังจากเปิดการเดินรถไฟสายแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ราว 2-3 ปี เมื่อรถยนต์จากยุโรปคันแรกได้นำเข้ามายังประเทศไทย รถยนต์คันนี้เป็นของเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี เข้าใจว่าคงจะมีฝรั่งนำเข้ามาจากยุโรปแล้วเอามาขายต่อ ลักษณะของรถยนต์นี้นัยว่า ใช้น้ำมันปิโตเลียมต้องจุดไฟลักษณะคล้ายเตาฟู่ รูปร่างคล้ายรถบดถนน มีที่นั่งสองแถวมีหลังคาเป็นประระล้อยางต้น ซึ่งทั้งนี้ทำให้สงสัยว่าจะเป็นรถที่ใช้เครื่องสตีมหรือไอน้ำมากกว่า และในที่สุดก็ใช้การอะไรจริงจังไม่ได้ ต้องทิ้งให้เหลือแต่ซากและสูญสิ้นไป ต่อมากรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เป็นผู้นำรถยนต์จากยุโรปเข้ามาเป็นคันแรก แล้วได้ทูลเกล้าฯ ถวายเป็นรถพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้มีพระบรมราชโองการให้สั่งซื้อรถยนต์แบบใหม่ ๆ ของสมัยนั้นเข้ามาอีกหลายสิบคัน เพื่อพระราชทานแจกจ่ายแก่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ต่อมาในปี พ.ศ.2451 ได้มีรถโดยสารประจำทางขึ้นเป็นครั้งแรกเป็นของพระยาภักดีนรเศรษฐ ผู้ให้กำเนิดรถเมล์ขาวเดินรับส่งผู้โดยสารจากประตูน้ำ สระปทุม กับบางลำภู นับได้ว่าเป็นการเริ่มทำการขนส่งด้วยรถโดยสารขึ้น ทำให้เกิดปัญหาทางด้านการจราจร เพราะแต่เดิมถนนมีขนาดเล็กเหมาะสำหรับรถลากจูงและ เทียมม้ากับรถส่วนบุคคลพอมีรถโดยสาร ทำให้ถนนที่มีขนาดความกว้างไม่สัมพันธ์กับตัวรถโดยสาร จึงทำให้ถนนแคบลงและเกิดอุบัติเหตุอยู่เนือง ๆ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงตราพระราชบัญญัติถยนต์เป็นฉบับแรกขึ้นเมื่อ ร.ศ.128 ขึ้นตรงกับ พ.ศ.2453 พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้วางระเบียบการเดินรถและขับรถขึ้นไว้ และขับรถขึ้นไว้ และใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ร.ศ.129 หรือ พ.ศ.2454 เป็นต้นมา

ในระยะต่อมาได้มีการพัฒนาถนนอย่างมากมายรอบ พระนครตลอดจนได้มีการพัฒนาทางด้านรถยนต์มากขึ้นประชาชนและผู้มีฐานะดี จึงหันมานิยมการสัญจรด้วยรถยนต์กันมากและมีผู้เล็งเห็นประโยชน์ในการเดินรถทางสัญจรไปมา จึงได้มีกลุ่มบุคคลรวมตัวกันจัดตั้งบริษัทขึ้นสั่งรถยนต์ทั้งส่วนบุคคลและรถโดยสารเข้ามา ในประเทศมีจำนวนมากขึ้นตามลำดับ ดังนั้นทางราชการจึงได้ตราพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2473ขึ้นเพื่อใช้บังคับให้มีการจดทะเบียนรถยนต์แสดง ผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือเจ้าของรถยนต์ พร้อมกันนั้นก็ใช้บังคับให้เจ้าของรถยนต์ เสียภาษีในการมีรถยนต์ให้แก่รัฐ



ใน พ.ศ.2473 นี้เอง ได้มีกลุ่มนักธุรกิจเอกชนกลุ่มหนึ่งได้ก่อตั้งบริษัทเดินอากาศ จำกัด ขึ้นมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Aerial Transport of Siam Company Limited เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2473 ประกอบด้วยผู้ริเริ่มดัง นี้ 1) พระยาเชาวนานุสถิติ (เชาว์ อินทุเกตุ) 2) พระยาภิรมย์ ภักดี (บุญรอด เศรษฐบุตร์) 3) พระยาภักดีนร เศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร์) 4) นายกิมพงษ์ ทองธัช 5) นายอี รอนเลซ (E. Ronlez) 6) นายอ๊อตโต เปรก เกอร์ (Otto Preagor) 7) นายเอชยี โมโนด์ (H.G. Monod) โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ ตึกนภาวิถี สี่พระยา ถนนฮ่องกงเซี่ยงไฮ้แบงค์ อำเภอบางรัก กรุงเทพมหานคร โดยมีคณะกรรมการบริหารบริษัทฯ ชุดแรกประกอบด้วย 1) พระยาเชาว นานสถิติ (เชาว์ อินทเกตุ) เป็นประธานกรรมการ 2) พระยาภิรมย์ภักดี 3 ) พระยาภักดีนรเศรษฐ 4 ) นายอ๊อตโต เปรกเกอร์ 5) นายเอซ คริสเตียนเสน 6) นายกิมพงษ์ ทองธัช 7)นายอาร์ บี แจ๊คสัน เป็นกรรมการผู้จัดการ มีทุนจดทะเบียน 600,000 บาท โดยแบ่งออกเป็นหุ้นจำนวน 6,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท ชำระครั้งแรกหุ้นละ 25 บาท เป็นเงินดำเนินกิจการเริ่มแรก 150,000 บาท ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ใหญ่ ๆ 2 ประเภท ได้แก่กิจการบินพาณิชย์ กิจการเดินรถ โดยได้เปิดสายการบินพาณิชยเป็นครั้งแรกภายในประเทศ ไทย ได้ทำการก่อสร้างสนามบินและท่าอากาศยานขึ้นณ บริเวณต่าง ๆ ที่เปิดสายการบินไปถึง นอกจากนี้ยังมีสนามบินน้ำอีก 2 ที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี กับที่สนามบินน้ำปากเกร็ด จ.นนทบุรี แล้วย้ายไปยังสนามบินน้ำคลองเตยเมื่อปี 2489 เครื่องบินที่ใช้เป็นเครื่องบินแฟร์ไชลดด์และยี่ห้อพุสมอส ใช้อักษร ขส. นำหมายเลขข้างตัวถังเครื่องบิน ในช่วงนี้ เครื่องบินของบริษัทฯ ใช้เครื่องหมายรูปช้างสามเศียร สีแดงนอกจากนี้เป็นตัวแทนสายการบินพาณิชย์ต่างประเทศทำหน้าที่เก็บ ค่าการบินพาณิชย์ต่างประเทศ เพราะสัมปทานการบินพาณิชย์ที่รัฐบาลไทยให้ไว้แก่บริษัทการบินพาณิชย์ต่างประเทศนั้น มีเงื่อนไขในสัญญาว่า เมื่อสายการบินพาณิชย์ต่างประเทศ ได้รับสัมปทานให้ทำการบินในประเทศไทยได้แล้วจะ ต้องให้บริษัทเดินอากาศจำกัดของไทย เป็นตัวแทนให้แก่บริษัทการบินพาณิชย์ ต่างประเทศนั้น ๆ

สำหรับกิจการบินพาณิชย์นอกประเทศ บริษัทฯ ได้รับนโยบายจากทางราชการให้เปิดสาย การบินไปต่างประเทศได้แก่ โซนัน(สิงค์โปร์) ย่างกุ้ง ไซ่ง่อน แต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะญี่ปุ่น เริ่มแผ่ขยายอิทธิพลครอบคลุม ไปทั่วภาคพื้นทวีปอาเซีย

กิจการด้านการเดินรถในระยะเริ่มแรก ได้เปิดกิจการควบคู่กับการบินพาณิชย์ โดยเปิดการเดินรถจากหัวลำโพงไปยังดอนเมือง รังสิต และท่าช้างวังหลวงไปยังสนามบินน้ำ จ.นนทบุรีผลจากการดำเนินการได้ผลเป็นที่น่าพอใจ อาจจะเป็นกิจการใหม่ประชาชนหันมานิยมใช้บริการกันมาก อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2479 จนถึง 2482 ประเทศไทยได้เข้าฝรั่งเศส ประเทศไทยได้เข้าสู่สภาวะสงครามอินโดจีน ผู้ซึ่งเป็นชนชาติอังกฤษ เช่นเช่น นายอาร์บี แจ็คสัน และผู้ก่อตั้งสัญชาติอังกฤษ ต้องเดินทางออกนอกประเทศ เป็นผลให้ในปี พ.ศ.2482ได้มีการเปลี่ยนชื่อจากบริษัทเดินอากาศ จำกัด เป็นบริษัท ขนส่ง จำกัด



เมื่อเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ขนส่ง จำกัด แล้วก็ยังใช้ชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษเช่นเดิม คือ Aerial Transport of Siam Company Limited เปลี่ยนผู้จัดการเป็นพระยาเชาวนานุสถิติ (เชาว์ อินทุเกตุ) จากปี พ.ศ. 2482-2484 สงครามโลกครั้งที่ 2ได้เริ่มขึ้นจาก ประเทศยุโรปและลุกลามไปยังส่วนต่าง ๆ ของโลกในทวีปอาเซีย ญี่ปุ่นยกกำลังเข้ายึดครองประเทศต่าง ทั่วทวีปอาเซีย รวมทั้งได้ยกพลขึ้นบกเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ภาวะสงครามได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อกิจการของบริษัทฯ เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในด้านการบิน

การเดินรถในสภาวะสงคราม ไม่สามารถจัดการเดินรถได้ตามปกติ เพราะรัฐบาลได้ให้รถ สนับสนุนทางราชการ โดยเฉพาะรับ-ส่ง คณะกรรมการรับมอบดินแดนบางส่วนคืนจากประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2484; จำนวน 8 คัน และในปี พ.ศ. 2485 บริษัทได้รับมอบรถโดยสาร จำนวน 25 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยตีราคาทรัพย์สินเป็นหุ้นในบริษัทถึง 160,000 บาท



เป็นจำนวนหุ้น มูลค่าหุ้นละ100 บาท โดยบริษัทออกใบหุ้นให้สำนักงานทรัพย์สิน ส่วนพระมหากษัตริย์เป็น ผู้ถือส่วนรถโดยสารทั้งหมดนำไปเดินเส้นทางจากศาลาเฉลิมกรุง กรุงเทพมหานคร ไปยังสมุทรปราการ บางปู บางปะกง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี สัตหีบ ระยอง กับได้รับมอบนโยบายเปิดการเดินรถในจังหวัด ที่ประเทศไทยได้รับมอบดินแดนคืนจากประเทศเขมร ได้แก่สายอรัญประเทศไปพระตะบอง อรัญประเทศ พิบูลสงครามไพรีระย่อเดช โดยบริษัทฯ เช่าสถานีในเขตจังหวัดพระตะบองเป็นที่ ทำการเดินรถนอกจากนี้ในช่วงดังกล่าว บริษัทฯ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้ทำการเดินรถขึ้นอีก 3 สาย คือสายกรุงเทพมหานคร ไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์ เพชรบูรณ์ไปตะพานหิน ทางแยกวังชมพู ไปหล่มเก่า ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในช่วงของสงครามบริษัทฯ ไม่สามารถจะจัดรถเดินตามปกติได้ เพราะต้องนำรถโดยสารบางส่วนไปช่วยสนับสนุนทางราชการ ดังได้กล่าวมาแล้ว ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ทำให้บริษัทฯ ได้รับผลกระทบกระเทือนเฉพาะด้านการเดินรถ จนไม่สามารถดำเนินกิจการได้เพราะ น้ำมันขาดแคลนต้องจ้างบริษัทบางกอกด๊อก จำกัด ทำการดัดแปลงเครื่องยนต์ เพื่อใช้ถ่านแทนน้ำมัน แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ปัญหาเรื่องยาง และอุปกรณ์ต่าง ๆ ขาดแคลน เพราะเป็นภาวะหลังสงคราม เศรษฐกิจตกต่ำ เครื่องอุปโภคมีราคาสูงรายได้ประชากรต่ำลง ดังนั้นในปี 2498 บริษัทฯ ได้แจ้งสถานการณ์ของบริษัทฯ ไปยังทางราชการพร้อมทั้งเสนอความเห็นขอรับความช่วยเหลือต่อทางรัฐบาลข้อเสนอของบริษัทฯ ไม่ได้ตอบสนองจากทางรัฐบาลเพราะรัฐบาลเองก็ประสบปัญหาในการกอบกู้ประเทศ ดังนั้น เมื่อสุดที่จะแก้ไขปัญหาได้ เพราะกิจการบินต้องหยุดโดยเด็ดขาดจากภาวะสงคราม กิจการเดินรถก็มีผลกระทบเช่นเดียวกันจนไมสามารถดำเนินการได้ จึงให้คงสัมปทานไว้เพียง 2 สาย คือสายกรุงเทพมหานคร (หัวลำโพง) ไปรังสิตและกรุงเทพมหานครไปจังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้รถโดยสารที่เหลือพอซ่อมออกเดิน ได้เข้าเดินเพื่อรักษาเส้นทางคมนาคมไว้ และพร้อมกันนี้ก็ปลดพนักงานแทนการเลิกกิจการ โดยพิจารณาระบายพนักงานและช่างออกร้อยละ 70 ของพนักงานทั้งหมด และในปีเดียวกันนี้เอง ได้ย้ายสำนักงานใหญ่จากตึกนภาวิถี สี่พระยา ไปอยู่กรมการขนส่ง กระทรวงคมนาคมท่าช้าง วังหน้า ติดกับพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (ปัจจุบันเป็นโรงละครแห่งชาติและวิทยาลัย นาฏศิลป์) ส่วนแผนกการบินก็ยังอยู่ที่ตึกสภาวิถี สี่พระยา ตามเดิม ต่อมาในปี พ.ศ.2488 ย้ายสำนักงานใหญ่จาก กรมการขนส่งทางบกไปอยู่ที่ตึกนภาวิถี สี่พระยาอีกครั้งหนึ่ง ในปี พ.ศ. 2489 ย้ายสำนักงานทั้งหมดไปรวมอยู่ที่แผนกี่เดินรถหลังศาลาเฉลิมกรุง และย้ายสำนักงานใหญ่จากหลังศาลาเฉลิมกรุงไปอยู่เลขที่ 196-198 ท่าช้างวังหลัง ถนนหน้าพระลาน อ.พระนคร จ.พระนคร ในปี พ.ศ.2490 และในปีเดียวกันนี้ได้ยุบเลิกกิจการการบิน (ต่อมาภายหลังตั้งเป็นบริษัทเดินอากาศไทย จำกัด ในปัจจุบัน) ให้บริษัท้ขนส่ง จำกัด ควบเข้ากับบริษัทเรือไทย จำกัด ทำการเดินรถและเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาในปี พ.ศ.2490 เป็นต้นมา

เมื่อกิจการเดินเรือและกิจการเดินรถได้ควบเป็นกิจการเดียวกันตามนโยบายของทางราชการ ปรากฏว่าบริษัทเรือไทยได้พ่วงหนี้สินติดมาด้วยส่วนบริษัทขนส่ง จำกัด ก็มีหนี้สินเดิมอยู่เมื่อรวมหนี้สินเข้าด้วยกันแล้ว เป็นยอดรวมถึง4,934,487.56 บาททั้งนี้ บริษัททั้งสองได้เสื่อมโทรมมาจากภัยสงคราม เป็นผลให้การดำเนินกิจการและสถานะทาง การเงินของบริษัททรุดหนัก ต้องปลดพนักงานออกอีกระลอกหนึ่ง จำนวน 84 คน เมื่อ พ.ศ. 2490

เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2492 บริษัทฯได้รับความยินยอมจากรัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง ให้กู้เงินจากธนาคารออมสินได้ 10 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลัง เป็นผู้ค้ำประกันหนี้สินรายนี้ให้บริษัทฯ จึงได้ทำสัญญากู้เงินจากธนาคารออมสิน 8 ล้าน 5 แสนบาท ส่วนยอดเงินที่ได้รับอนุมัติให้กู้ที่ยังเหลืออยู่ 1 ล้าน 5 แสนบาท จึงจะครบ 10 ล้านบาท

ต่อมาในวันที่ 3 ก.พ.2496 บริษัทฯ ได้กู้เงินจากธนาคารออมสินเพิ่มอีก 15 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน เพื่อขยายกิจการเดินรถประจำทาง และได้นำเงิน 12 ล้านบาท ไปซื้อรถโดยสารสำเร็จรูปจากต่างประเทศ 2 ชนิดคือ อีซูซุ 30 คัน เซ้ดดอน 50 คัน รถใช้สอย คันรวม 86 คัน เงินที่เหลืออีก 3 ล้านบาท ได้จัดซื้ออุปกรณ์การซ่อมเครื่องอะไหล่สร้าง โรงเก็บรถสร้างที่อยู่ เจ้าหน้าที่ จัดหาที่ดินบูรณะอาคารที่จำเป็นให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ในช่วงปี 2493 ถึง 2501 กิจการเดินเรือเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยามีผลกระทบจากการสร้างเขื่อนชัยนาท เป็นผลให้แม่น้ำเจ้าพระยาบางตอน ตื้นเขิน เรือเดินไม่สะดวก รวมทั้งในช่วงดังกล่าวกฎหมายเปิดโอกาสให้ เอกชนสามารถลงทุนต่อเรือโดยสารเดินตามลำน้ำต่าง ๆ ได้โดยเสรีเป็นผลให้เรือของบริษัทฯ ซึ่งมีอายุใช้งานมานานและเริ่มล้าสมัย ในที่สุดจำเป็นต้องหยุดกิจการเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา

แม้ประชาชนและผู้แทนราษฎร์ในสมัยนั้น ขอให้เปิดทำการเดินเรือต่ออีก โดยร้องเรียนผ่านทางรัฐบาล แต่บริษัทฯ ก็ไม่สามารถสนองต่อนโยบายของรัฐได้เพราะค่าใช้จ่ายในการซ่อม ค่าอะไหล่สูงขึ้น และของบางอย่างหาได้ยากในท้องตลาดเพราะเรือมีอายุใช้งานเกินกว่า 10 ปี ขึ้นไปรวมทั้งมีเรือเอกชนที่ทันสมัยกว่าออกมาเดินรับ-ส่งผู้โดยสาร ด้วยกำลังที่สูงกว่าจึงเป็นผลให้ต้องหยุดดำเนินกิจการโดยเด็ดขาด เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2501 แล้วขายเรือทั้งหมดคงเหลือแต่เพียงเรือ "มหาราช" เพียงลำเดียวไว้เป็นอนุสรณ์ของบริษัทฯ และให้เช่าทัศนาจรในเวลาต่อมา และเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษาาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 6 รอบ ในวันที่ 5 ธ.ค. 2542 ประกอบกับการที่พระองค์ ทรงเห็นคุณค่าของการศึกษาทรงมี พระราชประสงค์ให้พสกนิกรของพระองค์ได้รับการศึกษา อย่างทั่วถึงร่วมกับกรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ จัดทำโครงการเรือห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อน้อมถวายเป็นราชสักการะ เนื่องในพิธีมหามงคล 2542 นี้ โดยพิธีส่งมอบจัดขึ้น ณ อู่กัปตัน เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันพุธที่ 22 ธ.ค.2542



การเดินรถก็เช่นเดียวกัน ไม่ได้มีการจัดซื้อรถมาทดแทน คงใช้รถเก่าเดินตามเส้นทางต่าง ๆ รวม 7 เส้นทาง ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงสูงสุด และรถบางคันไม่อยู่ในสภาพพร้อมที่จะนำออกบริการประชาชน ซึ่งต้องปลดระวาง ทำให้รถมีจำนวนน้อยลงไม่เพียงพอบริการ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ช่วงปี 2490 จนถึงปี 2501 บริษัทฯ ประสบกับการขาดทุน และไม่สามารถหาเงินมาชำระ ให้แก่ธนาคารออมสินได้ทำให้เงินต้นและดอกเบี้ยรวมกันสูงถึง 40; ล้านบาทเป็นผลให้รัฐบาลชุด คณะปฏิวัติที่เข้ามาบริหารประเทศในปี 2501ทำการปรับปรุงกิจการใหม่ โดยเปลี่ยนกรรมการบริษัทฯ ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารทั้งต่างจังหวัดและในกรุงเทพฯ ได้มีผู้นิยมลงทุนกันจัดเป็นรูปบริษัทห้างหุ้นส่วนจำกัด ประกอบธุรกิจการขนส่งด้วยรถโดยสาร จากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดต่าง ๆ ส่วนใหญ่อยู่ในรัศมีไม่เกิน300 กิโลเมตร สำหรับในกรุงเทพมหานครนั้นก็มีผู้ประกอบการถึง 28 รายได้รับสัมปทานเดินรถโดยสาร ส่วนในต่างจังหวัดทางราชการยังมิได้มีการกำหนดเส้นทางสัมปทาน และควบคุมการเดินรถนี้เองทำให้ผู้ประกอบ การทำการแข่งขันกันจนเป็นผลให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ตลอดเวลานอกจากนั้นที่สำคัญ การดำเนินการตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือที่เรียกว่าพวกบุคคลอันธพาล ที่คุมการเดินรถและเรียกเก็บผลประโยชน์ค่าคุ้มครองจากเจ้าของรถ หรือผู้ประกอบการทุกแห่ง ปัญหาเรื่องบุคคลเป็นภัยของสังคมหรือบุคคลอันธพาลเหล่านี้ จึงเป็นปัญหาของสังคมไทยช่วงปี 2490-2501 ในที่สุดผู้บริหารประเทศในขณะนั้น จึงทำการกวาดล้างบุคคลดังกล่าว และจับกุมข้อหาบุคคลที่เป็นภัยของสังคมจนหมดสิ้น เมื่อ พ.ศ. 2502 ปรากฎว่าอุบัติเหตุซึ่งเกิดจากรถยนต์รับ-ส่งผู้โดยสารต่างจังหวัดมีมากขึ้น เนื่องจากประชาชนนิยมซื้อรถยนต์จากผู้ขายก็สามารถซื้อได้ด้วยการผ่อนส่ง เมื่อจำนวนรถมีมากเกินความจำเป็น ก็เป็นเหตุให้มีการวิ่งแย่งรับส่งผู้โดยสารด้วยการขับรถเร็ว และขับแซงเพื่อมุ่งไปแย่งรับคนโดยสารในจุดข้างหน้าจึงก่อให้เกิดอุบัติเหตุอยู่เสมอ รัฐบาลในสมัยปฏิวัติจึงได้มอบหมายนโยบายการจัดการเดินรถ โดยให้ บขส. เป็นแกนกลางดำเนินการรวบรวมรถโดยสารของเอกชนเข้ามาร่วม จึงเป็นจุดเริ่มแรกของการมีรถร่วมพร้อมทั้ง รัฐบาลได้มอบสัมปทานแก่ บขส.เพื่อควบคุมการเดินรถในเขตสัมปทานรวม 25 จังหวัด เหตุที่ควบคุมเพิ่มขึ้นเพียง 25 จังหวัด ก็เพราะขณะนั้นอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ของ บขส. และเจ้าหน้าที่ทางราชการ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบยังมีน้อย จึงได้เลือกควบคุมเฉพาะในเขตจังหวัดที่มีรถยนต์วิ่งจากกรุงเทพฯ ออกไปยังจังหวัดนั้น ๆ ก่อนคือภาคเหนือไปสุดที่จังหวัดนครสวรรค์ ภาคใต้ไปสุดที่จังหวัดชุมพรภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปสุดที่นครราชสีมา ภาคตะวันออกไปสุดที่จังหวัดปราจีนบุรี และภาคตะวันออกสายเลียบชายฝั่งทะเลไปสุด ที่จังหวัดตราด



เมื่อได้พิจารณาเส้นทางดังกล่าวนี้แล้ว จะเห็นได้ว่าแต่ละเส้นทาง จะต้องใช้รถยนต์เป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 100 คัน จึงจะเพียงพอแก่ความต้องการของประชาชน และจากผลการสำรวจของเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก ซึ่งได้ออกไปทำการสำรวจก่อนที่จะได้มีการควบคุมนั้นปรากฏว่าบรรดา รถยนต์ที่มีวิ่งอยู่เดิมส่วนมาก เป็นรถของเอกชนคนละคันสองคัน และก็ไม่มีผู้ใดที่มีรถของตนเองมากเกิน 100 คันพอที่จะรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบการสายใดสายหนึ่งได้ ถ้าจะอนุญาตให้ทุกคนที่เดินอยู่เดิมเป็นผู้ได้รับอนุญาต การแข่งขันและแก่งแย่งก็คงมีอยู่อย่างเดิมการ ประกาศควบคุมก็จะไม่มีความหมาย ตราบใดที่ผู้ประกอบการยิ่งมากราย การควบคุมก็ยิ่งลำบาก ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดผลตามเจตนารมย์ของกฏหมาย จุดมุ่งหมายของการควบคุมก็เพื่อต้องการให้ผู้ประกอบการที่เป็นปึกแผ่นมั่นคง สามารถจะดำเนินกิจการให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายและปลอดภัยเท่าที่ควร แต่ทางราชการไม่มีความประสงค์ที่จะไปตัดอาชีพ หรือแย่งอาชีพของเอกชนที่เดินอยู่เดิมแต่ประการใด ประกอบกับขณะนั้น บขส.ก็ได้มีรถยนต์ของตนเดินอยู่ในเส้นทางบางเส้นทางอยู่แล้ว เพื่อตรึงอัตราค่าโดยสารไม่ให้สูงเกินสมควรตามนโยบายของรัฐบาลซึ่งถ้าหากจะให้ บขส. เป็นผู้ได้รับอนุญาตมีเงื่อนไขให้ต้องยอมรับรถโดยสารของเอกชนที่เดินอยู่ก่อน ควบคุมได้เดินร่วมในนามของ บขส. ได้ ถ้าการเข้าร่วมเดินเกินกว่าความจำเป็นที่ บขส.จะต้องพึงจ่ายในการให้ร่วมนี้ ซึ่งประมาณแล้วไม่เกิน 5% ของรายได้รวมของรถแต่ละคัน เพราะปรากฏจากผลการสำรวจของเจ้าหน้าที่ว่าเอกชนที่เดินอยู่เดิมส่วนมากก็ต้อง เสียผลประโยชน์ให้แก่บุคคลหรือคณะบุคคลที่มาควบคุมรถของเอกชนนั้นอยู่แล้วประมาณ 15% ของรัฐได้ ซึ่งถ้าหากจะต้องเสียให้แก่ บขส. ไม่เกิน 5% บรรดาเจ้าของรถก็คงพอใจเพราะได้เสียน้อยลงและอีกประการหนึ่ง บขส. เป็นบริษัทของรัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมถือหุ้นอยู่เกือบ 100% หากบริษัทดำเนินการไม่เป็นไปตามนโยบายที่กระทรวงคมนาคมมอบหมาย หรือสั่งการไว้ กระทรวงคมนาคมในฐานะหุ้นใหญ่ ก็่ย่อมใช้สิทธิลงโทษผู้บริหารของบริษัทฯ หรือจะถอนการอนุญาตเสียเมื่อใดก็ย่อมใช้สิทธิลงโทษผู้บริหารของบริษัทฯ หรือถอนการอนุญาตเสียเมื่อใดก็ย่อมทำได้ เนื่องจากเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าวเมื่อคณะกรรมการควบคุมการขนส่งฯ ได้พิจารณาโดยละเอียดรอบคอบแล้วเห็นว่าไม่มีทางใดที่ดีกว่า จึงได้มีมติให้ บขส. เป็นผู้ได้รับอนุญาตในการประกอบการเดินรถประจำทางต่างจังหวัดแต่ผู้เดียว โดยมีเงื่อนไขให้ บขส. ต้องยอมรับรถยนต์เอกชนที่เดินอยู่ให้เข้าร่วม ถ้าเจ้าของสมัครใจและจะต้องไม่เรียกเก็บเงินผลประโยชน์จากเข้าของรถเกินกว่าความจำเป็น เงินที่ บขส. ได้รับมานี้ได้นำมาใช้จ่ายในการลงทุนก่อสร้าง และจัดทำสถานีสำหรับเป็นที่จอดดังเช่นที่สถานี ขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ สายใต้ สายเอกมัย และสถานีในต่างจังหวัด (ที่ทำการสถานีขนส่งสายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้เป็นที่ทำการสำนักงานใหญ่ ที่บริเวณตลาดหมอชิต ถนนพหลโยธิน; โดยการเวรคืนที่ดิน 92 ไร่ ใช้เป็นที่ บขส. จริง 63 ไร่ แล้วเสร็จเปิดใช้เป็นทางการเมื่อ 1 มกราคม พ.ศ.2503 ส่วนสถานีขนส่งสายใต้ เป็นที่เช่า 10 ไร่ อยู่ที่สามแยกไฟฉาย ถนนจรัญสนิทวงศ์ ต่อมาได้ย้ายที่ทำการใหม่ ณ บริเวณถนนบรมราชนนี ทางไปพุทธมณฑล สาย 2 เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ในปัจจุบัน และสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย)สถานที่ตั้งอยู่ปากซอยสุขุมวิท 64 ถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เป็นที่ของ บขส. เองจำนวน 7 ไร่ 3 งาน 15 ตารางวา นอกจากนี้แล้วได้นำเงินส่วนนี้มาใช้จ่ายในการ จ้างเจ้าหน้าที่นายสถานี นายตรวจ และผู้ควบคุมดูแลเกี่ยวกับการเดินรถให้แก่บรรดาเจ้า ของรถร่วมนั้นเองจึงเท่ากับผลประโยชน์ที่บรรดาเจ้าของรถได้เสียให้แก่ บขส. ไปนั้น บขส. ก็ได้นำมาใช้จ่ายในกิจการที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าของรถนั่นเองหา ได้สูญเสียไปไหนไม่ หากาจะมีเหลือก็ตกเป็นของรัฐบาลหรืออีกนัยหนึ่งก็คือเป็นของประชาชนนั่นเอง



อนึ่งจากข้อเท็จจริงปรากฏว่า หลังจากที่บริษัทฯ ได้รับอนุญาตแล้วมีแต่เอกชนนำรถเข้ามาร่วมเดินเพิ่มขึ้น ไม่เคยมีผู้ใดขอเอารถออกเลย จนกระทั่งมีจำนวนมากเกินความจำเป็น ทางบริษัทฯ ต้องระงับการรับ เมื่อเจ้าของรถไม่เดือดร้อนและเสียหายแล้วจะมีผู้ใดที่ต้องเสียหายหรือ เดือดร้อนบ้าง ซึ่งถ้าหากจะมีก็คือคนกลางที่เคยได้รับผลประโยชน์จากรถเอกชน เมื่อ บขส. เข้ามาดำเนินการแล้วบุคคลดังกล่าวก็ต้องสูญเสียผลประโยชน์ที่ตนเคยได้นั้นซึ่งบุคคล ประเภทนี้ทางการไม่ประสงค์จะสนับสนุน ตรงกันข้ามทางราชการมีความจำเป็นที่จะต้องหาทาง ป้องกันเพื่อประสงค์จะช่วยบรรดา เจ้าของรถให้พ้นจากการถูกบีบบังคับจากบุคคลประเภทนี้

จากการร้องเรียนดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นเหตุให้คณะรัฐมนตรี ได้หยิบยกปัญหานี้มาพิจารณา ซึ่ง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ได้ชี้แจงเหตุผลที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งได้มีมติให้ บขส. ได้รับอนุญาตดังกล่าวข้างต้นนี้ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาข้อเท็จจริงประกอบ กับเหตุผลอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว เห็นว่า การที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งได้มีมติไปเช่นนั้น เป็นวิธีการที่ถูกต้องและชอบด้วยเหตุผลทุกประการแล้ว จึงมีมติให้ถือเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไปดังปรากฏในหนังสือของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ คค.5860-2502 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2502 แต่อย่างไรก็ตาม ผลจากการดำเนินงานในช่วงปี 2502



แต่อย่างไรก็ตาม ผลจาการดำเนินงานในช่วงปี 2502 ถึง 2504 ปรากฎว่าบริษัทฯ ประสบกับการขาดทุนอย่างหนักทั้งกิจการเดินรถบริษัท และกิจการบริหารงานบุคคล จนบริษัทไม่สามารถดำเนินการได้ รัฐบาลทราบสถานะและผลการดำเนินงานอย่างดี จึงมีนโยบายจะยุบเลิกกิจ-การบริษัทฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในสมัยนั้น (พลเอกพงษ์ ปุณณกัณฑ์) ได้ให้คำมั่นต่อรัฐบาลในการขอปรับปรุงกิจการ บขส.อีกครั้งหนึ่งในปี 2505 นอกจากการปรับปรุงกรรมการบริหารและคณะผู้บริหารแล้ว ยังมีการเลิกจ้างพนักงานของบริษัทฯ ถึง 314 คน การดำเนินงานก็เริ่มดีขึ้นมาเป็นลำดับจากปี 2505 จนถึงปี 2516 มีผลกำไรสูง สามารถมีโบนัสเป็นครั้งแรก นับแต่ตั้งบริษัทฯ การเดินรถอยู่ในระเบียบเรียบร้อยเป็นผลให้บรรดาเจ้าของรถร่วมสามารถ ตั้งตัวได้และมีฐานะมั่งคั่งขึ้น

ฉะนั้นจะเห็นได้ว่า บขส. นี้เป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องให้มีอยู่ตามเหตุผลดังกล่าวข้างต้น และการที่ บขส. ได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบการในเขต 25 จังหวัดแต่เพียงผู้เดียว ไม่ใช่เป็นการมาแย่งอาชีพของเอกชนที่เดินรถอยู่เดิม แต่หากเป็นการช่วยเหลือจัดระบบการเดินรถ ให้เป็นผลดีแก่เศรษฐกิจและส่วนรวม และขจัดปัญหาการแก่งแย่งซึ่งกันและกันอันเป็นผลให้อุบัติเหตุ น้อยลงตามความประสงค์ของทางราชการ และเพื่อป้องกันรักษาสิทธิของเอกชนที่เดินอยู่เดิม ให้มีสิทธิประกอบอาชีพของตนเองต่อไป โดยไม่ประสงค์จะให้รถเอกชนตกอยู่ในข่ายควบคุมของบุคคลที่แสวงหาผลประโยชน์ของการกระทำ ของผู้อื่นอันเป็นที่เดือดร้อนแก่ประชาชน และก็เข้ามาดำเนินการเป็นการชั่วคราวในระหว่าง ที่เอกชนยังไม่สามารถรวมกันได้เท่านั้น ถ้าหากเอกชนที่ร่วมอยู่นี้สามารถจะรวบรวมกันองให้เป็นปึกแผ่น โดยรวมกันจัดตั้งเป็นบริษัทของตนเพื่อดำเนินการเองให้เป็นระเบียบเรียบร้อยได้ ตามที่ทางราชการประสงค์แล้ว บขส. ก็พร้อมที่จะมอบสิทธิการเดินรถในเส้นทางนั้น ๆ ให้รับไปดำเนินการเว้นแต่สายหลักซึ่ง บขส. มีความจำเป็นต้องสงวนไว้ดำเนินการ เพื่อนโยบายของทางราชการเท่านั้น เหตุผลที่รัฐบาลจำเป็นต้องให้มี บขส. เพื่อเป็นแกนกลางในการบริหารการเดินรถกล่าวคือ

1. เป็นแบบอย่างให้เอกชนปรับปรุง กิจการของตนให้อยู่ในมาตรฐานที่ดีขึ้น ดังจะทราบได้ดีว่า เมื่อก่อนที่ บขส. ได้จัดตั้งขึ้นนั้น ได้มีเอกชนดำเนินการขนส่งอยู่บ้างแล้ว แต่หากได้กระทำไปตามฐานะและความสามารถของแต่ละบุคคล ขาดความเป็นปึกแผ่นมั่นคงที่ จะขยายกิจการของตนให้เป็นล่ำเป็นสันได้เท่าที่ควร จะมีอยู่บ้างที่กระทำในนามของนิติบุคคลแต่ก็เป็นส่วนน้อย รัฐบาลจึงเห็นเป็นการจำเป็นที่จะได้จัดตั้ง บขส.ขึ้นเป็นรูปนิติบุคคล มีทุนทรัพย์จดทะเบียนมากพอสมควรที่จะสามารถดำเนินกิจการให้เป็นปึกแผ่นได้ และได้พยายามที่จะนำยานพาหนะที่เหมาะสมกับกาลสมัยมาดำเนินการ และจัดวางระเบียบมาตรการในการดำเนินงานให้เป็นระเบียบ เพื่อจะได้เป็นตัวอย่างให้เอกชนอื่น ได้ดำเนินการตามซึ่งจะเป็นเหตุให้กิจการขนส่งได้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น เพราะเป็นที่รู้อยู่แล้วว่าประชาชนผู้ใช้บริการมีความประสงค์จะให้ได้รับความสะดวกสบาย แน่นอน และเสียค่าโดยสารในราคาที่พอสมควรเมื่อ บขส. ได้นำรถที่ดี มีระเบียบกำหนดเวลาออกที่แน่นอน และควบคุมการขับให้อยู่ในระเบียบวินัย ไม่ขับเร็ว และคิดค่าโดยสารในอัตราที่พอสมควร ก็ย่อมทำให้ประชาชนนิยมจึงเป็นเหตุให้เอกชน จำต้องปรับปรุงกิจการของตนให้ดีขึ้นมาด้วย มิฉะนั้นประชาชนก็ไม่นิยม

2. ตรึงอัตราค่าโดยสารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เป็นที่ทราบอยู่แล้วว่า ถ้าในท้องถิ่นใดมีเจ้าของรถบริการอยู่รายเดียวหรือน้อยรายอัตราค่าโดยสารก็สูง ถ้ามีมากรายแข่งขันหรือแก่งแย่งผู้โดยสาร อัตราค่าโดยสารก็ต่ำ บางแห่งถึงกับแข่งขันลดราคาจนต่ำกว่าราคาทุน เพื่อเจตนาจะให้ฝ่ายตรงข้างต้องเลิกล้มกิจการไป แล้วตนก็จะได้ถือโอกาสขึ้นค่าโดยสารสูงขึ้นในภายหลังจึงก่อให้เกิดการขับรถเร็ว ขับแซง เพื่อประสงค์จะแย่งผู้โดยสารอันเป็นผลให้เกิดอุบัติเหตุและไม่ปลอดภัยแก่ประชาชนผู้โดยสาร เมื่อข้อเท็จจริงเป็นดังกล่าวแล้ว รัฐบาลจะทำอย่างไรจึงจะป้องกันอุบัติเหตุ และป้องกันมิให้เอกชนเรียกเก็บค่าโดยสารแพง จนเป็นเหตุให้ประชาชนต้องได้รับความเดือนร้อนได้ นอกจากจะให้ บขส. ซึ่งเป็นของรัฐบาลเข้าไปเดิน เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้บริการ และให้เก็บค่าโดยสารในทางที่เป็นธรรม เมื่อ บขส. จัดรถยนต์ของตนเข้าไปเดินร่วมในเส้นทางนั้น ๆ แล้ว รถของเอกชนก็ไม่กล้าที่จะขึ้นค่าโดยสารได้ตามชอบใจ หากจะขึ้นค่าโดยสารแพงประชาชนก็หันมาขึ้นรถของ บขส. ได้ และก็ไม่มีทางที่จะลดราคาเพื่อประสงค์ให้ บขส. ต้องเลิกล้มไปได้ เพราะเป็นบริษัทของรัฐบาลฉะนั้นจึงเห็นได้ว่าการที่ บขส. มีรถเข้าไปเดินร่วมนี้เป็นวิธีหนึ่งซึ่งจะตรึงอัตราค่าโดยสารมิให้เอกชนเรียกเก็บสูง จนเป็นเหตุให้ประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อน

3. เป็นเครื่องมือของรัฐบาลในยามจำเป็น เพื่อผลของส่วนรวม ถ้าสมมุติว่ารัฐบาลไม่มีรถยนต์สำหรับใช้ในการขนส่งของตนเองบ้างแล้ว ในเมื่อมีเหตุการณ์คับคันอันเป็นผลกระทบกระเทือนต่อความปลอดภัยของส่วนรวม หรือประเทศชาติแล้ว รัฐบาลจะทำอย่างไรดังเช่นที่ปรากฏข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ที่แล้ว ๆ มาคือ เมื่อคราวเกิดกรณีพิพาทกับอินโดจีน ฝรั่งเศส แม้ทางราชการจะได้ประกาศใช้กฎอัยการศึก และมีกฎหมายให้อำนาจที่จะเรียกเกณฑ์ ยานพาหนะของเอกชนมาใช้ได้ก็จริง แต่ในทางปฏิบัติจะประสบข้อยุ่งยากมากมาย เพราะเอกชนก็ไม่อยากจะใช้รถของตนเองไว้บ้างแล้ว ก็ย่อมจะขจัดปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวไปได้ และอีกประการหนึ่ง ถ้ารัฐบาลไม่มีรถยนต์ของตนเองมีแต่รถยนต์ ซึ่งเป็นของเอกชนฝ่ายเดียวแล้ว ก็จะเป็นเหตุให้จำต้องยอมอยู่ภายใต้อิทธิพลของเอกชนได้โดยง่าย เช่น ถ้าหากเขาขอขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่าจะเป็นการเดือดร้อนแก่ประชาชน ไม่ยอมให้ขึ้น สมมติว่าเจ้าของรถต่างก็หยุดเดินโดยอ้างว่าขาดทุน จึงไม่เดินเช่นนี้ ความอลเวงและความเดือดร้อนของประชาชนจะเป็นอย่างไร ตรงกันข้าม ถ้ารัฐบาลมีรถยนต์ของตนเองอยู่บ้าง ดังเช่นรถยนต์ของ บขส. และ รสพ. ในขณะนี้แล้ว เอกชนจะไม่กล้ากระทำเช่นนี้ได้เลย นอกจากนั้นทางราชการยังจะได้อาศัยรถยนต์ของ รัฐนี้เป็นเครื่องมือในการที่จะตรวจสอบ หรือโต้แย้งข้อเรียกร้องต่าง ๆ ของเอกชนได้เป็นอย่างดี เช่น เรียกร้องขอขึ้นค่าโดยสาร เป็นต้น ทางราชการอาจเอาเหตุผล หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือการที่รัฐบาลมี รถยนต์ของตนเองนี้ก็เพื่อไว้เป็นเครื่องดุลย์อำนาจ หรือเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในยามจำเป็นเพื่อผล ของประเทศชาติและส่วนรวมนั่นเอง

4. ช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับความสะดวก คงเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าเอกชนมาดำเนิน กิจการขนส่งก็เพื่อมุ่งหวังผลประโยชน์กำไร จึงมุ่งที่จะดำเนินการเฉพาะในท้องถิ่น หรือเส้นทางที่ตนเห็นว่ามีกำไร ไม่มีใครที่ปรารถนาจะไปดำเนินกิจการในเส้นทางหรือ ท้องถิ่นที่มีผลรายได้ไม่คุ้มค่า หรือเส้นทางที่เป็น PSO (Public Service Obligation) แต่รัฐบาลมีนโยบายที่จะพยายาม หาทางอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน แม้เส้นทางใดหรือท้องถิ่นใดที่เอกชนไม่ประสงค์จะไปบริการ เมื่อเห็นว่าประชาชนเดือดร้อน เกี่ยวกับการขนส่งแล้ว ก็ได้สั่งการให้ บขส. รับไปดำเนินการจะต้องขาดทุนก็ต้องทำเพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย ดังจะเห็นได้ว่า บขส. เดินรถจากลพบุรี สระบุรี ปราจีนบุรี และค่าธนะรัชต์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เข้ามาถึงพระนคร ก็เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกแก่ทหารที่มีรายได้น้อย แม้ขณะนั้นการเดินรถดังกล่าวต้องขาดทุน บขส. ก็ต้องทำเหล่านี้เป็นต้น

5. ผลในทางยุทธศาสตร์และกิจกรรมของทางราชการทหาร การขนส่งหาใช่ เพื่อผลในทางด้านเศรษฐกิจและเพื่อ อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนแต่เพียงเท่านั้นไม่ ยังมีผลในทางยุทธศาสตร์ และกิจการของราชการทหารอีกด้วย เพราะการลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ และเสบียงอาหารเพื่อต่อต้านข้าศึกศัตรู ย่อมจะต้องอาศัยการขนส่งด้วยรถยนต์เป็นส่วนใหญ่ ถ้ารัฐบาลไม่มียานพาหนะของตนเองไว้เพื่อรับสถานการณ์ดังกล่าวบ้างแล้ว ก็อาจเป็นผลเสียหายแก่ส่วนรวมได้ จะเลิกล้มเสียมิได้ หาได้มีจุดหมายที่จะมาแย่งอาชีพของเอกชนดัง ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์แต่ประการใดไม่ ตรงกันข้าม บขส. มีนโยบายที่จะช่วยป้องกันและรักษาสิทธิของเอกชน เพื่อมิให้ถูกผู้อื่นมาใช้อำนาจในทางที่ไม่เป็นธรรม

Credit : http://www.transport.co.th/
ant35 no está en línea   Reply With Quote
Old July 15th, 2011, 11:59 AM   #3
ant35
Registered User
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,937
Likes (Received): 28

ขอบเขตการดำเนินธุรกิจของบริษัทขนส่ง จำกัด

บริษัทขนส่ง จำกัด เป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดของกระทรวงคมนาคม ดำเนินการในด้านการบริการขนส่งผู้โดยสารโดยรถประจำทางระหว่างกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดต่าง ๆ ระหว่างจังหวัดและภายในจังหวัดและให้เอกชนเข้ามามีส่วนดำเนินการในรูปของรถร่วมเอกชน วิ่งในเส้นที่ บขส. ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง จากการที่รัฐบาลได้มอบหมายให้บริษัทขนส่ง จำกัด ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการจัดระเบียบการเดินรถทั้งของบริษัทเองและรถร่วมให้เป็นระเบียบ รวมทั้งการให้บริการด้านสถานีขนส่งผู้โดยสารทำให้สามารถแบ่งขอบเขตการดำเนินงานธุรกิจได้ เป็น 3 ธุรกิจ คือ

1. การเดินรถบริษัท
2. รถร่วมเอกชน
3. สถานีขนส่ง

1. การเดินรถบริษัท

เส้นทางที่ บขส.วิ่งเองมีเพียงส่วนน้อยในขณะที่เส้นทางที่ บขส. วิ่งร่วมกับรถร่วมมีถึงเกือบ 100 เส้นทางโดยเส้นทางที่ บขส.วิ่งเองนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเส้นทางระยะทางไกลใช้เวลาเดินทางมากตลอดจนวิ่งในเส้นทางตามนโยบายของรัฐ ส่วนเส้นทาง บขส. วิ่งร่วมกับรถร่วมนั้น เป็นเส้นทางที่ผู้โดยสารนิยมใช้บริการเป็นจำนวนมาก และ บขส. มีรถโดยสารให้บริการไม่เพียงพอ จึงเปิดโอกาสให้รถร่วมเข้ามาวิ่ง ขณะเดียวกัน บขส. ก็วิ่งในเส้นทางนั้น ๆ ด้วยเพื่อให้เป็นแบบอย่างแก่รถร่วม ในการให้บริการและเป็นการรักษาระดับคุณภาพการให้บริการแก่ผู้โดยสาร

สำหรับเส้นทางที่ บขส. เปิดโอกาสให้รถร่วมเอกชนเดินรถโดยลำพังส่วนใหญ่จะเป็นเส้นทางในรถหมวด 3 และหมวด 4 ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างจังหวัดและภายในจังหวัด การดำเนินงานและการให้บริการของ บขส. เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่นทำได้ยาก บขส. จึงให้สิทธิเดินรถแก่เอกชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในท้องถิ่น ดำเนินการแทน ซึ่งจะสามารถทราบและตอบสนองต่อความต้องการของผู้โดยสารได้ดีกว่า นอกจากนั้น บขส. ยังมีปัญหาเรื่องรถโดยสารไม่เพียงพอ จึงให้รถร่วมเอกชนดำเนินการแทน โดย บขส. จะทำหน้าที่วางกฎระเบียบและควบคุมดูแลการให้บริการรถร่วมเอกชนอีกต่อหนึ่ง ซึ่งเอกชนที่นำรถเข้ามาวิ่งจะต้องมีการทำสัญญากับ บขส. และเสียค่าธรรมเนียมในการนำรถเข้ามาวิ่งในเส้นทางของ บขส. โดยเสียเป็นค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าธรรมเนียมรายปี และค่าธรรมเนียมรายเที่ยว

2. รถร่วมเอกชน

ภายหลังจากการดำเนินการรวมรถเอกชนให้เข้ามาอยู่ในการดูแลของ บขส. ในปี 2502 แล้วนั้น บขส. สามารถจัดระเบียบ การเดินรถทั้งของบริษัทเองและรถร่วมให้อยู่ในระเบียบที่ดีเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งมีการสนับสนุนให้เกิดการรวมตัวระหว่างเจ้าหน้าที่ของรถร่วมรายย่อยให้อยู่ใน รูปของห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพการให้บริษัทของรถบริษัทและรถร่วมให้มีความเจริญ ก้าวหน้ามากขึ้นจนในปัจจุบันมีเอกชนเข้าร่วมเป็นบริษัทรถร่วมประมาณ 7,455 คัน

ในการพิจารณาเพิ่มรถ จัดรถเข้าเดินในเส้นทางที่ได้รับอนุญาตขิง บขส. นั้น มีหลักปฏิบัติดังนี้
1. การปรับปรุงจำนวนเที่ยว จำนวนรถให้อยู่ในดุลยพินิจของฝ่ายจัดการและนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อทราบและนำเสนอกรมการขนส่งทางบกพิจารณาอนุมัติต่อไป
2. ในการเพิ่มจำนวนรถ ให้จัดรถของบริษัทเพิ่มก่อน หากบริษัทไม่มีนโยบายหรือไม่เพิ่มรถ บริษัทก็พิจารณาให้สิทธิกับเจ้าของรถร่วม โดยในการพิจารณาให้สิทธิเอกชนเข้ามาเดินรถในเส้นทางที่ได้รับอนุญาตของ บขส. นั้น บขส. มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
2.1 บขส. จะพิจารณาการให้สิทธิของ บขส. ที่ถูกกระทบจากเส้นทางใหม่โดยตรงเป็นอันดับแรก ถ้าไม่มีรถร่วมรายใดถูกกระทบโดยตรง บขส. จะพิจารณาว่าจะนำรถบริษัทเข้ามาวิ่งในเส้นทางนี้หรือไม่ ถ้าไม่วิ่งจะให้สิทธิการร่วมเอกชนก็จะพิจารณาในข้อต่อไป
2.2 ให้สิทธิแก่รถร่วมเอกชนที่ถูกผลกระทบโดยอ้อมจากเส้นทางที่เปิด
2.3 พิจารณาให้สิทธิแก่รถโดยสารที่ไม่มีสิทธิวิ่ง แต่นำรถมาวิ่งในเส้นทางประจำ
2.4 เจ้าของรถรวมที่ได้รับการพิจารณาจะต้องไม่มีหนี้สินค้างชำระกับบริษัท และจะต้องเป็นผู้ที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของบริษัทเกี่ยวกับการจัดการเดินรถและสัญญารถร่วมด้วยดี
3. สัญญารถร่วมและค่าธรรมเนียม เส้นที่ บขส. ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งจากกรมการขนส่งทางบก บขส.สามารถให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานได้โดย บขส.จะทำสัญญาให้เอกชนนำรถโดยสารเข้าวิ่งในเส้นทางที่ได้รับอนุญาต ซึ่งสัญญาที่จัดทำขึ้น จะมีอายุ 1 ปี และสามารถต่ออายุสัญญาได้ทุกปี ตราบใดดที่รถร่วมไม่ได้กระทำผิดสัญญา โดยเอกชนที่นำรถเข้ามาร่วมวิ่งกับรถของ บขส.

รถร่วมเอกชนที่วิ่งในแต่ละเที่ยว บขส. จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 1 ที่นั่ง ต่อคันต่อเที่ยว ค่าธรรมเนียมรายเที่ยวที่ บขส.เรียกเก็บจากรถร่วมนั้น เนื่องจาก บขส. ต้องมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการจัดระเบียบการเดินรถ การสร้างสถานี รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ เพื่อให้บริการแก่รถร่วม ทำให้ บขส.ต้องการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายเที่ยวดังกล่าวจากรถร่วม

3. สถานีขนส่งผู้โดยสาร (Bus Terminal)

เป็นสถานที่ที่รถโดยสารจากหลาย ๆ สายมาจอดในบริเวณเดียวกันและมีบริการต่าง ๆ จัดไว้ให้ เช่น ที่พักผู้โดยสาร ห้องสุขา ห้องอาหาร เป็นต้น ไว้สำหรับการบริการผู้โดยสาร มีการเก็บค่าใช้สถานีตามประเภทของรถโดยสารตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก โดยกรมการขนส่งจะทำหน้าที่กำกับดูแลสถานีขนส่งต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ในปัจจุบัน บริษัทขนส่ง จำกัด มีสถานีขนส่งผู้โดยสารที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการจากกรมการขนส่งทางบกจำนวน 7 แห่ง แบ่งเป็น กทม. จำนวน 3 แห่งคือ สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต 2, สถานีขนส่งผู้โดยสารเอกมัย, สถานีขนส่งผู้โดยสารสายใต้ ถ.บรมราชชนนี และสถานีในส่วนภูมิภาค 4 แห่งคือ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดสุพรรณบุรี, อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ, อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดสุราษฏร์ธานี

นอกจากการบริการสถานีขนส่งผู้โดยสารจำนวน 7 แห่งแล้ว บริษัทฯ ยังมีที่ทำการสถานีเดินรถในส่วนภูมิภาคอีกจำนวน 117 สถานี

Credit : http://www.transport.co.th/
ant35 no está en línea   Reply With Quote
Old July 15th, 2011, 11:59 AM   #4
ant35
Registered User
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,937
Likes (Received): 28

ม.1 (ก) VIP

คุณลักษณะ
• รถปรับอากาศชั้น 1 : 24 ที่นั่ง
• มีห้องสุขภัณฑ์
• เก้าอี้ปรับเอนนอนได้ 135 องศา
การบริการ
• พนักงานต้อนรับ
• อาหาร และเครื่องดื่ม

ม.4 (ก) VIP

คุณลักษณะ
• รถปรับอากาศชั้น 1 : 32 ที่นั่ง, 2 ชั้น
• มีห้องสุขภัณฑ์
• เก้าอี้ปรับเอนนอนได้ 135 องศา
การบริการ
• พนักงานต้อนรับ
• อาหาร และเครื่องดื่ม

ม.1 (ข) พิเศษ

คุณลักษณะ
• รถปรับอากาศชั้น 1 : 32 ที่นั่ง
• มีห้องสุขภัณฑ์
• เก้าอี้ปรับเอนนอนได้ 125 องศา
การบริการ
• พนักงานต้อนรับ
• อาหาร และเครื่องดื่ม

ม.1 (ข)

คุณลักษณะ
• รถปรับอากาศชั้น 1 : 40 ที่นั่ง
• มีห้องสุขภัณฑ์
• เก้าอี้ปรับเอนนอนได้ 125 องศา
การบริการ
• พนักงานต้อนรับ
• อาหาร และเครื่องดื่ม

ม.1 (ข) ทะเบียน30

คุณลักษณะ
• รถปรับอากาศชั้น 1 : 40 ที่นั่ง
• มีห้องสุขภัณฑ์
• เก้าอี้ปรับเอนนอนได้ 125 องศา
การบริการ
• ให้บริการเช่าเหมาออกนอกเส้นทาง
• เช่าเหมาเป็นหมู่คณะ

ม.4 (ข)

คุณลักษณะ
• รถปรับอากาศชั้น 1 (2 ชั้น) : 50 ที่นั่ง
• มีห้องสุขภัณฑ์
• เก้าอี้ปรับเอนนอนได้ 125 องศา
การบริการ
• พนักงานต้อนรับ
• อาหาร และเครื่องดื่ม

ม.4 (ค)

คุณลักษณะ
• รถปรับอากาศชั้น 2 (2 ชั้น) : 55 ที่นั่ง
• เก้าอี้ปรับเอนนอนได้ 125 องศา

ม.2

คุณลักษณะ
• รถปรับอากาศชั้น 2
• 46 ที่นั่ง

ม.3

คุณลักษณะ
• รถพัดลม
• 60 ที่นั่ง

รถโดยสารระหว่างประเทศ

คุณลักษณะ
• รถปรับอากาศชั้น 1 : 32 ที่นั่ง
• เก้าอี้ปรับเอนนอนได้ 125 องศา

Credit : http://www.transport.co.th/
ant35 no está en línea   Reply With Quote
Old July 15th, 2011, 12:00 PM   #5
ant35
Registered User
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,937
Likes (Received): 28

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
บขส.เตรียมชงแผนพัฒนาที่ดินสายใต้ให้เอกชนเช่า

วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2551 เวลา 13:00:09 น. มติชนออนไลน์


นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานคณะกรรมการบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวเมื่อวันที่ 12 ต.ค. ว่า จะนำแผนการพัฒนาที่ดินของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมการ บขส. ในวันที่ 16 ต.ค.นี้ จากที่ก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารจัดทำแผนการหารายได้ โดยเฉพาะในที่ดินสถานีขนส่งสายใต้เดิม 15 ไร่ ที่ทำเลเหมาะสำหรับการพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย หรือ เป็นศูนย์การค้า ทั้งนี้ ในเบื้องต้นมีแนวคิดที่จะเปิดให้เอกชนเช่า แต่ บขส. ไม่มีความชำนาญในการพัฒนาที่ดิน จำเป็นต้องหาบริษัทที่ปรึกษามาดำเนินการแทน


ประธานคณะกรรมการบริษัทขนส่ง กล่าวต่อว่า บขส. มรีแนวคิดที่จะนำดินบริเวณสถานีขนส่งสายตะวันออก หรือ เอกมัย ที่ในอนาคตจะมีการย้ายออกไปพัฒนาในแนวทางเดียวกันกับสถานีขนส่งสายใต้ ส่วนสถานีขนส่งเอกมัย เบื้องต้นมีแผนจะใช้พื้นที่ของสถานีขนส่งผู้โดยสาร ณ ท่าอาศยานสุวรรณภูมิ ที่ปัจจุบันมีรถโดยสารสายตะวันออก ให้บริการอยู่แล้ว และบางส่วนจะเช่าที่ดินขององค์การขนส่งรถไฟฟ้ามวลชนห่งประเทศไทย (รฟม.) ถนนพระราม 9
..
ant35 no está en línea   Reply With Quote
Old July 15th, 2011, 12:00 PM   #6
ant35
Registered User
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,937
Likes (Received): 28

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
รถNGVสะดุด บขส.สั่งเลื่อน ไม่มีที่จอด-ปั๊ม

เศรษฐกิจ 21 มีนาคม 2554 - 00:00

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า บขส.ต้องชะลอโครงการจัดหารถเอ็นจีวี 800 คัน ที่มีมูลค่าลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนรถโดยสารที่ถูกปลดระวางออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจาก บขส.ยังไม่มีความพร้อมในหลายด้าน ทั้งด้าน พื้นที่จอดรถที่ไม่เพียงพอ การจัดหาพื้นที่สถานีขนส่ง (หมอชิตแห่งใหม่) ยังไม่ได้สรุป
นอกจากนี้ ในด้านของสถานีบริการ (ปั๊มเอ็นจีวี) ที่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) จะต้องเป็นผู้จัดหาเพื่อให้บริการนั้น ยังไม่เพียงพอต่อการให้บริการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวถือเป็นนโยบายของนายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรัฐมนตรีกำกับดูแล บขส. ที่ได้มอบนโยบายให้ บขส.เร่งดำเนินโครงการดังกล่าวให้แล้วเสร็จอย่างเร่งด่วน เนื่องจากต้องการให้ทยอยเปลี่ยนรถโดยสารจากการใช้เครื่องยนต์ดีเซลให้เป็นเครื่องยนต์เอ็นจีวีให้หมดตามแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งถือว่าเป็นพัฒนาการให้บริการด้วย โดยมีแผนให้จัดหารถเอ็นจีวีทั้ง 800 คันของ บขส.ในช่วงปลายปี 2553 ที่ผ่านมา และจะต้องมีการส่งมอบเข้ามาจำนวน 200 คัน และจะทยอยส่งมอบเข้าสู่ระบบปีละ 200 คัน ซึ่งจะครบจำนวน 800 คัน ในปี 2558.

http://thaipost.net/news/210311/35992
...
ant35 no está en línea   Reply With Quote
Old July 15th, 2011, 12:01 PM   #7
ant35
Registered User
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,937
Likes (Received): 28

Quote:
Originally Posted by bb1989 View Post
บขส.เล็งหารายได้เพิ่มแตกไลน์ทำธุรกิจขนส่งสินค้าและพัสดุ
โดย ณัฐญา เนตรหิน
วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฏาคม 2011

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า บขส.มีแผนหารายได้เพิ่มจากธุรกิจขนส่งสินค้าและพัสดุให้มากขึ้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงรถโดยสาร 4-5 คัน มาเป็นรถขนส่งสินค้าและพัสดุโดยเฉพาะ วงเงินปรับปรุงประมาณ 3 แสนบาท/คัน คาดว่าจะเริ่มนำมาให้บริการได้ประมาณเดือน ก.พ.2555 ในเส้นทางหลักครอบคลุมทุกภาคทั้ง สายเหนือ กลาง ใต้, อีสาน และตะวันออก ซึ่งจะทำให้รายได้จากการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นจากประมาณปีละ 20 ล้านบาทเป็น 50 ล้านบาท เนื่องจากมีพื้นที่สำหรับขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีข้อจำกัดเพราะต้องใช้พื้นที่แบ่งกับสัมภาระผู้โดยสาร


นอกจากนั้น ในเดือนตุลาคม บขส.จะเปิดเดินรถไปประเทศลาวเพิ่มอีก 2 เส้นทาง คือ เชียงใหม่-หลวงพระบาง และเชียงราย-หลวงพระบาง จากที่ให้บริการแล้ว 6 เส้นทางคือ หนองคาย-เวียงจันทน์ อุดรธานีเวียงจันทน์ อุบลราชธานี-ปากเซ มุกดาหารสะหวันนะเขต ขอนแก่น-เวียงจันทน์ และนครราชสีมา-เวียงจันทน์ ซึ่งได้รับการตอบรับดี มีผู้เข้าใช้บริการประมาณ 80-90%ยกเว้นเส้นทางนครราชสีมา-เวียงจันทน์ ที่ยังมีผู้ใช้บริการยังไม่มาก

ขณะนี้ บขส.ได้จัดตั้งกองสนับสนุนการเดินรถขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่บริหารธุรกิจขนส่งสินค้าและพัสดุดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และสามารถคุ้มทุนภายใน 1 ปี เนื่องจากมีจุดแข็งในเรื่องเวลาการขนส่งที่รวดเร็ว มีรถวิ่งบริการตลอด และมีต้นทุนการบริการที่ถูกกว่าผู้ประกอบการขนส่งรายอื่น โดยปีนี้ บขส.ตั้งเป้ากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า100 ล้านบาท รายได้รวมใกล้เคียงกับปี 2553 ซึ่งมีรายได้จากการดำเนินงาน4,347.5 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 78.72 ล้านบาท


นายวุฒิชาติ กล่าวถึง แผนการจัดหาพื้นที่ก่อสร้างสถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายเหนือแห่งใหม่ เพื่อทดแทนสถานีขนส่งกรุงเทพ (หมอชิตใหม่) ที่มีความแออัดนั้น ที่ผ่านมาได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) กระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เป็นต้น เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างสถานีขนส่งแห่งใหม่อย่างครอบคลุมแล้ว

ในส่วนพื้นที่การก่อสร้างยังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะใช้พื้นที่เดิม ซึ่งจะเป็นในลักษณะของการขยายสถานีหรือพื้นที่ใหม่ ที่พิจารณาไว้ 3 แห่ง คือ 1.ย่านดอนเมือง 2.ย่านเมืองทองธานี และ 3.ย่านรังสิต โดยจะสรุปผลที่ชัดเจนได้ประมาณต้นเดือนสิงหาคมนี้ หลังจากนั้นจะส่ง สนข. และกระทรวงคมนาคมพิจารณาอีกครั้ง
..
ant35 no está en línea   Reply With Quote
Old July 15th, 2011, 12:01 PM   #8
ant35
Registered User
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,937
Likes (Received): 28

บขส.เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ซื้อรถเพิ่ม 800 คัน

กรุงเทพฯ 13 ก.ค.- บขส.เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ ซื้อรถโดยสารเพิ่มอีก 800 คัน และเตรียมหาสถานที่ย้ายสถานีขนส่งหมอชิต

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. เปิดเผยว่า เตรียมเสนอแผนจัดหารถโดยสารใหม่จำนวน 800 คันต่อรัฐบาลใหม่ จากปัจจุบันที่มีรถวิ่งในระบบประมาณ 400 คัน โดยจะเน้นรถที่ใช้แก๊สเอ็นจีวี และเน้นความสะดวกสบายของประชาชนมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเตรียมเสนอแผนการย้ายสถานีขนส่งหมอชิต ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด โดยพิจารณา 4 สถานที่ เช่น รังสิต เมืองทองธานี และย่านสนามบินดอนเมือง เป็นต้น

ส่วนปัญหารถตู้โดยสารสาธารณะที่มาแบ่งผู้โดยสารกับ บขส.นั้น ได้เตรียมดึงรถตู้เหล่านี้ให้เข้ามาอยู่ในระบบทั้งหมด ซึ่งไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้โดยสาร โดยในปี 2553 ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 10 ล้านคน ลดลงจากปี 2552 ที่มีจำนวน 11 ล้านคน ขณะที่ปีนี้ บขส. มีกำไรสุทธิ 78 ล้านบาท ลดลงกว่าปีที่แล้วถึงร้อยละ 76 สาเหตุจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่อัตราค่าโดยสารคงเดิม รวมถึงสูญเสียรายได้จากการชุมนุมทางการเมือง และรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน รวมทั้งส่วนหนึ่งคาดว่ามาจากรถตู้ที่วิ่งให้บริการมากขึ้น.

Credit : http://www.logisticnews.net/modules....date&NUID=4432
ant35 no está en línea   Reply With Quote
Old July 19th, 2011, 07:02 AM   #9
TheWestWing
Registered User
 
TheWestWing's Avatar
 
Join Date: Aug 2010
Location: Bangkok
Posts: 1,000
Likes (Received): 67

[ ฉบับที่ 1219 ประจำวันที่ 16-7-2011 ถึง 18-7-2011 ]

81ปี บขส.กับพัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่งเพื่อคุณภาพบริการที่ดีเยี่ยม


ปัจจุบันสัดส่วนผู้เดินทางระหว่างจังหวัดเป็นการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคลสูงถึง 59% และแนวโน้มจำนวนผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะประจำทางมีทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นเพราะสภาวะราคาน้ำมันที่ขยับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะให้ต้องดำเนินตามแผนของรัฐบาลในการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์จากดีเซลเป็นเอ็นจีวี แต่ปัญหาหลักก็ตามมา คือ ปั๊มเอ็นจีวีมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานในภาพรวม ของผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ ไม่เว้นแม้แต่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่ต้องชะลอแผนการจัดซื้อรถโดยสารเอ็นจีวี 800 คัน

ในโอกาสครบรอบ 81 ปีบริษัท ขนส่ง จำกัด “สยามธุรกิจ” จึงขอสัมภาษณ์ “วุฒิชาติ กัลยาณมิตร” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ถึงแผนการดำเนินการในอนาคต โดยมีประเด็น ดังนี้

n ทิศทางการเดินรถของ บขส.
ปัจจุบันธุรกิจหลักของบริษัท คือการประกอบการขนส่งผู้โดยสารระหว่างกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดทั่วทุกภูมิภาคภายในประเทศ และระหว่างประเทศสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว จำนวน 5 เส้นทาง ได้แก่ หนองคาย-นครหลวงเวียงจันทน์, อุดรธานี-นครหลวงเวียงจันทน์, อุบลราชธานี-ปากเซ, มุกดา หาร-สะหวันนะเขต และขอนแก่น-นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งต้องยอมรับว่าจำนวนรถโดยสารที่ให้บริการในเส้นต่างๆนั้น มีจำนวนกว่า 8 พันคัน เป็นรถของ
บริษัทจำนวน 900 คัน และเป็นรถร่วมใน เครือ จำนวนกว่า 7 พันคัน ทั้งนี้ ทาง บขส. มีแผนที่จะเปิดเดินรถระหว่างไทย-ลาวเพิ่มอีก 2-3 เส้นทาง หลังจากพบว่าประสบ ความสำเร็จเป็นอย่างมาก เกือบทุกเส้นทางมีจำนวนผู้โดยสารเดินทางกว่า 80%

n แผนงานสำคัญในอนาคต
มียุทธศาสตร์ว่าจะเพิ่มการให้บริการที่ครบวงจร ตลอดจนบริการที่เกื้อหนุนกันในเชิงบูรณาการระหว่างธุรกิจ
ต่างๆ เพื่อให้เกิด Economy of Scope รวมทั้งการยกระดับมาตรฐานรถร่วมรายย่อย และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันจากการแข่งขันในรายเส้นทางให้เป็นการแข่งขันที่ใช้โครงข่าย (Network) เป็นตัวนำในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างคุณภาพการบริการระดับมาตรฐานให้มุ่งเน้นด้านความปลอดภัยและความพึงพอใจ และผู้รับบริการ ทั้งนี้ จะส่งเสริมและพัฒนากลยุทธ์ด้านการตลาดในธุรกิจหลักและธุรกิจสาขาอื่น และใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและทรัพยากรมนุษย์ เป็นปัจจัยสร้างความสามารถในการแข่งขัน (IT and HR Driven Organization)

ส่วนกลยุทธ์ธุรกิจเดินรถต้องพัฒนาคุณภาพบริการให้ดีกว่าคู่แข่งในภาพรวม โดยการสร้างความยืดหยุ่นในการเดินรถโดยมีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน และเป็นผู้นำในการสร้างมาตรฐานบริการ PSO นอกจากนี้ ต้องปรับเปลี่ยนระบบการจัดหาที่สร้างมูลค่าเพิ่มและได้เปรียบในเชิงต้นทุน และปรับปรุงเส้นทางเดินรถที่สนับสนุนการเดินรถในลักษณะเชื่อมโยงบนโครงข่าย รวมทั้งปรับเปลี่ยนรถโดยสารที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เป็นรถโดยสารที่ใช้พลังงานธรรมชาติ

n ความคืบหน้าสถานีขนส่งแห่งใหม่
แผนการจัดหาพื้นที่ก่อสร้างสถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือแทน (สถานีขนส่งหมอชิตใหม่) และสายเหนือแห่งใหม่ รวมทั้งระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเชื่อมต่อต่าๆ นั้น ที่ผ่านมาบริษัทที่ปรึกษาได้สรุปผลศึกษาเสร็จสิ้น โดยนำเสนอพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการก่อสร้างจำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย 1.ดอนเมือง 2.เมืองทองธานี 3.รังสิต รายงานมายัง บขส.แล้ว อย่างไรก็ดี ยังไม่ฟันธงว่าจะใช้พื้นที่ใด เพราะต้องดูความเห็นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และคงต้องมีการประกาศเชิญชวนโดยมีคณะกรรมการมาพิจารณาถึงองค์ประกอบในด้านต่างๆ ของพื้นที่ก่อสร้างสถานีอีกครั้ง เช่น ราคา ศักยภาพ ระบบเชื่อมต่อขนส่งสาธารณะก่อน แล้วค่อยมาตัดสินใจ

ทั้งนี้ แผนการก่อสร้างสถานีขนส่งนั้น คงต้องรอให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาตัดสินใจอีกครั้งว่า จะมีแนวทางออกมาอย่างไร ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับว่าสถานีขนส่งหมอชิตใหม่เกิดความแออัดเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในช่วงเทศกาล สำคัญที่มีประชาชนเดินทางเป็นจำนวนมากก็ตาม คาดการณ์ว่าอาจจะใช้วงเงินลงทุนประมาณ 3,000 ล้านบาท ใช้พื้นที่ในการก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 100 ไร่ โดย บขส.จะเป็นผู้จัดซื้อที่ดินเป็นของตัวเองแทนการขอเช่าพื้นที่จากเอกชนหรือหน่วยงานราชการ
ก่อนหน้านี้ บขส.ได้มีการสำรวจพื้นที่เบื้องต้นไว้หลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณรังสิต ซึ่งถือว่ามีความเหมาะสมเนื่องจากอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีแดง(บางซื่อ-รังสิต) ซึ่งทำให้เกิดการเชื่อมต่อในการเดินทางให้ประชาชนได้รับความสะดวกมากขึ้น

n แผนการปรับปรุงสถานีขนส่งต่างๆ
บขส.เตรียมที่จะเร่งการปรับปรุงพื้นที่สถานีขนส่งเอกมัยใหม่โดยใช้งบประมาณในปี 2555 จำนวน 2-3 ล้านบาท เพื่อปรับ ปรุงจัดพื้นที่ของการเดิน รถให้เป็นระเบียบมากขึ้น ส่วนสถานีขนส่งสายใต้เก่ามีการปรับปรุงไปแล้วประมาณ 50% อีก 50% อยู่ระหว่างตั้งงบประมาณดำเนินงานต่อไป ส่วนสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ปัจจุบันบริษัทเอกชนได้สัมปทานไปแล้ว ล่าสุดได้หารือกับคณะกรรมการ (บขส.) เห็นว่าอาจมีการปรับปรุงในส่วนของสถานีเพื่อให้ผู้โดยสารได้รับประโยชน์มากขึ้น โดยจะแยกส่วนของศูนย์การค้ากับส่วนของการบริการผู้โดยสารออกจากกัน


n ชะลอแผนซื้อรถ 800 คัน
ขณะนี้โครงการจัดหารถโดยสารที่ใช้เอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิง จำนวน 800 คัน มูลค่าลงทุนประมาณ 6,000 ล้านบาทนั้น มีความจำเป็นต้องชะลอแผนโครงการออกไปก่อน เนื่องจากมีปัญหาในหลายเรื่องเช่น ปัญหาพื้นที่จอดรถไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นผลมาจากโครงการจัดหาพื้นที่ก่อสร้างสถานีขนส่งแห่งใหม่ยังไม่ได้ข้อยุติ และปัญหาจำนวนสถานีบริการก๊าซเอ็นจีวีที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จะต้องเป็นผู้จัด หานั้นยังไม่เพียงพอและไม่ครอบคลุมในทุกเส้นทางที่รถบขส.วิ่งให้บริการ

อย่างไรก็ตาม โครงการจัดหารถเอ็นจีวี 800 คันยังไม่ล้มเลิกแต่อย่างใด เนื่องจาก บขส.ยังมีความต้องการรถใหม่เพื่อนำมาวิ่งให้บริการทดแทนรถที่มีสภาพเก่าและควรใช้ก๊าซเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งหากแผนการจัดหาพื้นที่ก่อสร้างหมอชิตใหม่ชัดเจน และปตท.มีความชัดเจนในเรื่องการกระจายสถานีบริการเอ็นจีวี บขส.ก็จะนำแผนดังกล่าวมาปรับปรุงและนำเสนออีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม การชะลอแผนดังกล่าวนั้น ต้องยอมรับว่ามีส่วนกระทบกับผลประกอบการของบขส.บ้าง แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามจะใส่จำนวนรถเอ็นจีวีเข้าไปในจำนวนที่ดูแล้วว่าปั๊มเอ็นจีวีสามารถรองรับได้เท่าไหร่ เพราะต้องยอม รับว่าเป็นการควบคุมการดำเนินธุรกิจของ บขส.

http://www.siamturakij.com/home/news...s_id=413354296
TheWestWing no está en línea   Reply With Quote
Old August 13th, 2011, 08:40 PM   #10
ant35
Registered User
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,937
Likes (Received): 28

บขส.รุกนิคมฯ-มหา'ลัย เปิดรถโมบายขายตั๋วกระตุ้นยอด

บขส. เตรียมเปิดบริการรถโมบายจำหน่ายตั๋วโดยสาร หวังกระตุ้นยอดขายตั๋วตามนิคมอุตสาหกรรม-มหาวิทยาลัย พร้อมเปิดให้บริการรถขนส่งพัสดุภัณฑ์ขนาดใหญ่ คาดเริ่มให้บริการภายในปีหน้า

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้บขส.เตรียมเปิดโครงการรถโมบายจำหน่ายตั๋วโดยสารเคลื่อนที่ โดยจะนำรถโดยสารขนาดใหญ่ของบขส. จำนวน 2 คัน มาดัดแปลงเป็นรถจำหน่ายตั๋วโดยสาร โดยระยะแรกจะจำหน่ายตั๋วผ่านพนักงานประจำรถก่อน และระยะต่อไปจะจำหน่ายตั๋วผ่านตู้อัตโนมัติ ลักษณะคล้ายตู้เอทีเอ็ม โดยจะเริ่มออกตระเวนจำหน่ายตั๋วทั่วประเทศตั้งแต่ต้นปี 2555 หากในอนาคตประชาชนนิยมใช้บริการจะเพิ่มจำนวนรถต่อไป

“ถือเป็นครั้งแรก ที่บขส. จำหน่ายตั๋วโดยสารผ่านรถโมบาย เนื่องจากต้องการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร และหวังว่าจะสามารถกระตุ้นยอดขายตั๋วของบขส.ด้วย เบื้องต้นจะจำหน่ายในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว โดยจะไปจำหน่ายตามสถานที่ที่มีกลุ่มเป้าหมายของบริษัท เช่น มหาวิทยาลัย นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ หากพื้นที่ใดต้องการซื้อตั๋วโดยสารของบขส. เป็นจำนวนมาก ก็สามารถติดต่อมาได้ ทางบขส.จะนำรถโมบายไปบริการทันที” นายวุฒิชาติ กล่าว

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับปรุงการให้บริการรับส่งพัสดุภัณฑ์ ของบขส. อย่างเต็มรูปแบบว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำรถบขส. จำนวน 4 คัน มาปรับปรุงเพื่อให้บริการขนส่งสินค้าเพียงอย่างเดียว ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุบประมาณคันละ 300,000 บาท หลังจากปรับปรุงแล้วจะทำให้สามารถขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ หรือสินค้าจำนวนมากขึ้น คาดว่า จะเริ่มให้บริการได้ประมาณเดือน ก.พ. 2555 หรืออย่างช้าเดือน พ.ค. 2555

“ที่ผ่านมา บขส. รับส่งสินค้าได้จำนวนไม่มาก เพราะต้องขนส่งสินค้าไปพร้อมกับรถขนส่งผู้โดยสาร เมื่อมีรถขนส่งสินค้าคาดว่าจะสร้างรายได้ปีละ 50 ล้านบาท จากปัจจุบันมีรายได้อยู่ที่ปีละ 20 ล้านบาท และจะคุ้มทุนภายใน 1 ปี โดยจะเจาะกลุ่มบริษัทรายใหญ่ หรือลูกค้าที่ขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ เพราะปัจจุบันตลาดส่วนใหญ่ขนส่งแต่สินค้าขนาดเล็ก” นายวุฒิชาติ กล่าว

สำหรับผลประกอบการในปี 2554 ของบขส. คาดว่า จะมีรายได้ 3,000 - 4,000 ล้านบาท และมีกำไรหลังหักภาษีเงินได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท หากไม่มีปัจจัยด้านลบเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่อาจปรับเพิ่มขึ้น หรือผลกระทบอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องส่วนปี 2553 บขส.มีกำไรสุทธิ 78 ล้านบาท ลดลงกว่าปี 2552 ถึง 259 ล้านบาท หรือ 76% เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่อัตราค่าโดยสารคงเดิม รวมถึงผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง และรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน ผู้โดยสารส่วนหนึ่งไปใช้บริการรถตู้มากขึ้น.

ไทยรัฐออนไลน์ - 13 สิงหาคม 2554

Credit : http://www.thairath.co.th/content/eco/193742
ant35 no está en línea   Reply With Quote
Old August 13th, 2011, 09:14 PM   #11
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 14,254
Likes (Received): 730

รถ พัดลม ม. 3 ที่แต่กอ่นเห็นมีตั้งเยอะ ตนนี้ แทบไม่ได้เห็น จะเห็นก็แต่การเอารถตู้ระหว่างเมืองมาวิ่งแทน ดูได้ที่หมอชิต 2 และ ที่ เอกมัย ที่เจอ รถตู้ไปเมืองกาญจนบุรี และ รถตู้ไป ชลบุรี - ศรีราชา - พัทยา - สัตหีบ ...
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old August 14th, 2011, 03:15 PM   #12
Foh9
Love Urban Train
 
Foh9's Avatar
 
Join Date: Jan 2011
Location: Bangkok
Posts: 257
Likes (Received): 17

บขส.เตรียมที่จะเร่งการปรับปรุงพื้นที่สถานีขนส่งเอกมัยใหม่โดยใช้งบประมาณในปี 2555 จำนวน 2-3 ล้านบาท เพื่อปรับ ปรุงจัดพื้นที่ของการเดิน รถให้เป็นระเบียบมากขึ้น ---- ไม่หาที่สร้างใหม่จริงๆเหรอครับ เอกมัยมันกลางเมืองแล้วนะครับ แออัดยัดเยียด เอาที่ให้เอกชนเซ้งระยะยาว แล้วไปหาที่สร้างแถวบางนาตราดไกลๆ แถวๆ IKEA ก็ได้ น่าจะดีกว่านะคร้าบบบบบ
Foh9 no está en línea   Reply With Quote
Old August 14th, 2011, 06:05 PM   #13
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 14,254
Likes (Received): 730

^
เป็นเอ็ง จะเอาที่ไหนดีหละหว่า ... ที่ รฟม. กะ ที่ Makkasan central ก็น่าอยู่ ไม่งั้นก็ออกไปเส้นบางนา - บางปะกง หรือ จะเอาที่ติดกะสุวรรณภูมิก็ได้ถ้าคิดจะทำ
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old August 15th, 2011, 05:50 PM   #14
Foh9
Love Urban Train
 
Foh9's Avatar
 
Join Date: Jan 2011
Location: Bangkok
Posts: 257
Likes (Received): 17

บางนาดีกว่า มักกะสันในในเมืองไป จะทำรถติดมากมายอีก
Foh9 no está en línea   Reply With Quote
Old August 15th, 2011, 07:07 PM   #15
ant35
Registered User
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,937
Likes (Received): 28

ตอนแรกเห็นว่าจะไปรวมกับที่สุวรรณภูมิบางส่วน

Quote:
ประธานคณะกรรมการบริษัทขนส่ง กล่าวต่อว่า บขส. มรีแนวคิดที่จะนำดินบริเวณสถานีขนส่งสายตะวันออก หรือ เอกมัย ที่ในอนาคตจะมีการย้ายออกไปพัฒนาในแนวทางเดียวกันกับสถานีขนส่งสายใต้ ส่วนสถานีขนส่งเอกมัย เบื้องต้นมีแผนจะใช้พื้นที่ของสถานีขนส่งผู้โดยสาร ณ ท่าอาศยานสุวรรณภูมิ ที่ปัจจุบันมีรถโดยสารสายตะวันออก ให้บริการอยู่แล้ว และบางส่วนจะเช่าที่ดินขององค์การขนส่งรถไฟฟ้ามวลชนห่งประเทศไทย (รฟม.) ถนนพระราม 9
เมื่อปี 51
ant35 no está en línea   Reply With Quote
Old August 15th, 2011, 08:23 PM   #16
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 14,254
Likes (Received): 730

^
ไปสุวรรณภูมิก็ไม่เลวนัก
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old August 16th, 2011, 12:20 PM   #17
thanyakij
Registered User
 
thanyakij's Avatar
 
Join Date: Sep 2010
Posts: 675
Likes (Received): 188

อาจจะมองว่าผมเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย หรือยึดมั่นถือมั่น (ซึ่งก็จริง)
แต่ผมเองยังคงไม่เห็นด้วยกับการใช้ชื่อเฉพาะ ชื่อใดชื่อหนึ่งในการเรียก "สถานีขนส่ง"

(เรื่องข้างล่างนี้เป็นเรื่องเดิม ใครคิดว่าไม่อยากอ่าน กรุณาข้ามไปได้)



Quote:
กรณีหมอชิต ที่เดิม ที่รกร้างว่างเปล่าย่านนั้น
ได้รับการบุกเบิกตั้งห้างขายยาฯ ของ นายแพทย์ชิต นภาศัพท์
จนต่อมาก็ชุมชนเจริญเติบโต กลายเป็นตลาด กลายเป็นย่านชุมชน
จนกระทั่ง สถานีขนส่งผู้โดยสารสายเหนือ-สายตะวันออกเฉียงเหนือ ปรากฎขึ้นที่นี่


โอเค เข้าใจ คนไทยไม่ชอบเรียกอะไรยาวๆ (แต่ชอบตั้งชื่อทางการให้ยาวๆ)
ก็เลยเรียก สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต) ว่า หมอชิต

ทำนองเดียวกัน สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (เอกมัย) ว่า เอกมัย
แล้วก็เรียก สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (ถนนบรมราชชนนี) ว่า สายใต้ >___>
(ไม่เห็นเรียกว่า ถนนบรม/ไฟฉาย)


เรื่องของขนส่งสายเหนือ คือย้ายจาก หมอชิต ไปยัง บางซื่อ(จตุจักร)
พร้อมมีชื่อใหม่ว่า สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร)
(ใครผ่านก็ไปถ่ายรูปมาได้ว่าชื่อนี้จริงๆ)

แต่คนก็พากันเอา นพ.ชิตฯ ไปแปะกับสถานีขนส่ง กลายเป็น "หมอชิต2/หมอชิตใหม่"

ยังงี้ย้ายไปอีกรอบ นายแพทย์ชิต ไม่เป็นบิดาแห่งการเดินรถ เป็น หมอชิต3/หมอชิตใหม่(ใหม่)
ไปตามแนวทางเดียวกัน หรอกหรอ?


กรณีสายใต้ ย้ายจากแยกไฟฉาย ไปแยกสิรินธรริมคลองบางกอกน้อย
จนตอนนี้อยู่ พุทธมณฑลสาย 1 ก็ยังไม่เห็นใครจะเอาชื่อ ไฟฉาย ไปแปะกับสถานีขนส่งเลย
thanyakij no está en línea   Reply With Quote
Old August 18th, 2011, 05:05 PM   #18
Foh9
Love Urban Train
 
Foh9's Avatar
 
Join Date: Jan 2011
Location: Bangkok
Posts: 257
Likes (Received): 17

อ่า ไปสุวรรณภูมิเลยก็ดีครับ ไหนๆก็มี Airport Link แล้ว แถมที่ทางก็มากโข แต่ถ้าคนจะไปจากบางนาก็เข้าไปไกลอยู่ ต้องรอจน Light Rail อุดมสุข-สุวรรณภูมิ ได้เกิด
Foh9 no está en línea   Reply With Quote
Old September 22nd, 2011, 04:46 PM   #19
ant35
Registered User
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,937
Likes (Received): 28

คมนาคมตื่นจัดระเบียบรถตู้ เล็งมักกะสันเป็นที่จอดรถวิ่งระหว่างจว.



คมนาคม ตื่นเริ่มจัดระเบียบรถตู้ ลุ้นใช้พื้นที่บริเวณมักกะสันเป็นที่จอดรถตู้ที่วิ่งระหว่างจังหวัด ด้านรฟท.อ้างติดแผนมักกะสันคอมเพล็กซ์ นัดถก 27 ก.ย. ก่อนโยน “ชัจจ์” ชี้ขาด

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดระเบียบรถตู้ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ในวันที่ 27 ก.ย. 2554 จะนัดหารือร่วมกันระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) เพื่อหาข้อยุติในการใช้พื้นที่บริเวณสถานีมักกะสันของ รฟท. ระหว่างสถานีราชปรารภ และสถานีมักกะสัน เพื่อจัดทำเป็นจุดจอดรถตู้ที่วิ่งระหว่างจังหวัด แต่ยังติดปัญหาว่า รฟท.มีการจัดทำแผนแม่บทในการพัฒนาพื้นที่โครงการมักกะสันคอมเพล็กซ์อยู่แล้ว จึงขอให้มีการจัดสรรพื้นที่สำหรับรถโดยสารให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนดังกล่าวด้วย ส่วนการตัดสินใจอาจต้องอาศัยระดับนโยบาย สำหรับสาเหตุที่จะต้องเข้ามาศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว สืบเนื่องมาจากพลตำรวจโทชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมาย ให้ตนได้เข้ามาศึกษาเพื่อหาแนวทางในการจัดระเบียบรถตู้ โดยการจัดหาพื้นที่เพื่อเป็นจุดรองรับรถตู้ที่วิ่งระหว่างจังหวัด จากที่ปัจจุบันมีการกระจายตัวจอดอยู่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และพื้นที่ใต้ทางด่วน ในเบื้องต้นได้พิจารณาว่าจะใช้พื้นที่บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต บริเวณสายใต้ และสถานีมักกะสัน เป็นจุดจอดรถตู้ที่วิ่งระหว่างจังหวัด โดยให้ บขส.เป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการ เนื่องจาก บขส.รับผิดชอบดูแลรถตู้ที่วิ่งระหว่างจังหวัด

นายศรศักดิ์ กล่าวต่อว่า การจัดระเบียบพื้นที่จุดจอดรถตู้ที่วิ่งระหว่างจังหวัด จะทำให้การบริหารจัดการรถ ตู้บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นระเบียบมากขึ้น และจะสามารถเข้าไปจัดระเบียบรถเมล์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถตู้ของ ขสมก.แทน ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยลดปัญหาความแออัดบริเวณดังกล่าวและจุดอื่นๆ แต่ต้องมีขั้นตอนและระยะเวลาในการที่จะโอนย้ายรถตู้ระหว่างจังหวัดเหล่านี้ ให้เข้ามายังพื้นที่ที่มีการจัดระเบียบเหตุผลที่เลือกพื้นที่บริเวณสถานีมักกะสัน เพราะมีความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนได้ จะกลายเป็นศูนย์รวมของการเดินทาง ในขณะที่สถานีขนส่งหมอชิตและสายใต้จะต้องมีการปรับเรื่องโครงการขนส่งให้เป็นระบบมากขึ้น

ด้าน นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ รฟท.กล่าวว่า ไม่ขัดข้องที่ส่วนราชการด้วยกันจะเข้ามาขอใช้พื้นที่บริเวณสถานีมักกะสัน แต่ติดปัญหาว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าว รฟท.ได้จัดทำแผนแม่บทในการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวไว้หมดแล้ว ส่วนการขอเช่าใช้พื้นที่จาก รฟท. จะต้องมีรายละเอียดและแผนงานที่ชัดเจนว่าระยะเวลาในการเช่าแบบชั่วคราว 1– 3 ปี ดังนั้นอาจเสนอให้ทาง บขส.พิจารณาใช้พื้นที่ส่วนอื่นของ รฟท.แทน เช่นแถวจตุจักร เป็นต้น

ขณะที่ นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า บขส.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปดูพื้นที่ซึ่งจะใช้เป็นจุดพักรอของรถตู้ที่วิ่งระหว่างจังหวัด เนื้อที่ 12 ไร่ ยังไม่รวมพื้นที่ด้านนอก ที่จะเป็นที่จุดที่ให้บริการรับส่งผู้โดยสาร ซึ่งทาง รฟท.แจ้งว่ามีแผนการใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวอยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้คงจะต้องให้ระดับนโยบายตัดสินว่าจะดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับการใช้พื้นที่ของ รฟท. ส่วนการจัดย้ายรถตู้จากที่ต่างๆ ไม่มีปัญหาพร้อมดำเนินการได้ทันที ความชัดเจนเรื่องนี้อาจต้องรอการประชุมวันที่ 27 ก.ย. 2554 นี้

ไทยรัฐออนไลน์ - 22 กันยายน 2554

credit : http://www.thairath.co.th/content/eco/203743
ant35 no está en línea   Reply With Quote
Old September 22nd, 2011, 07:45 PM   #20
uno
Kingdom of Zinon
 
uno's Avatar
 
Join Date: Dec 2003
Location: Bangkok
Posts: 3,879
Likes (Received): 331

สนับสนุนให้ไปจอดที่มักกะสันอย่างมาก เพราะว่าจะได้เพิ่มปริมาณให้ผู้โดยสารที่ใช้แอร์พอร์ตลิงค์ด้วย
uno no está en línea   Reply With Quote


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 02:03 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu