daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation



Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old August 25th, 2007, 12:22 PM   #1
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,359
Likes (Received): 2125

Thailand Bridges and Tunnels

Thailand Roads and Highways

http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=404994


Thailand Motorways and Expressways

http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=515759


........



The relevant threads


"INDUSTRIAL RINGROAD" MEGABRIDGE

http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=97434


Southern ringroad megabridge

http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=360763

Last edited by napoleon; March 24th, 2015 at 08:47 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old August 25th, 2007, 12:32 PM   #2
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,359
Likes (Received): 2125

Bangkok's Bridges









Rama 3 bridge opened in 2000 (Top 5 of tallest bridge in the world)





Rama 4 bridge opened in 2006


http://www.skyscrapercity.com/showth...404994&page=10















Rama 8 bridge opened in 2001


http://www.youtube.com/watch?v=8VjJoVS6T4U










Rama 9 megabride opened in 1987
















The pics from indodaman.com and sanook.com







จาก http://www.taklong.com/pictpost/s-pi.php?No=7496





And now 2006...., It has changed all cables from black to yellow.











You can see the Param 9 megabridge in center of picture.





Photo by เตช






More Rama 9 pics. http://www.praram9bridge.com/board/question.asp?QID=23


Doubling the Rama 9 Bridge project (Rama IX)


Source: http://www.praram9bridge.com/board/






New Panangkao Bridge will be open in Dec 2008




,,

Rama 7 Bridge, Bangkok




...

Rama 6 Bridge, Bangkok















Last edited by napoleon; May 31st, 2009 at 08:04 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 25th, 2007, 12:36 PM   #3
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,359
Likes (Received): 2125

INDUSTRIAL RINGROAD MEGABRIDGE opened in September 2006


http://www.youtube.com/watch?v=Qpb3x06Qh8c


http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=279608





Southern ringroad megabridge will be open in 2007

(The bridge will be tall 187 meters and Main span is 500 meters, Top 1 in South East Asia)


A picture from Ten, skysrapercity






Three bridges - Mega Bridge, Southern ringroad megabridge (under construction), Rama IX Bridge

Pic from 2bangkok.com (23 Dec 2006)





New Megabridge Project


http://www.nonthaburi1bridge.com/mainF2.html


Last edited by napoleon; July 23rd, 2009 at 03:37 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 25th, 2007, 12:43 PM   #4
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,359
Likes (Received): 2125

Tinsulanonda bridge at Songkhla province, opened in 1987 (the longest bridge in Thailand)

A pic from hamanan.com





Quote:
Originally Posted by Bentown View Post
Tinnasulanon bridge....Thailand longest bridge







by narisbarnthip

A second bridge is connected Thailand and Laos, opened in Nov 2006







....

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 2 หนุน EWEC บูมการค้ามุกดาหาร-สะหวันนะเขต

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2175 17 ธ.ค. - 20 ธ.ค. 2549

ภายหลังจากที่สะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างชาติแห่งที่ 1 หนองคาย-เวียงจันทน์ หรือสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 เปิดใช้งานมาครบรอบ 12 ปีในปีนี้ ประเทศไทยและสปป.ลาวกำลังจะได้สะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างชาติแห่งที่ 2 โดยสะพานแห่งใหม่นี้จะเชื่อมจังหวัดมุกดาหารกับแขวงสะหวันเขตของสปป.ลาว โยจะมีการทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ธันวาคม 2549 นี้ โดยสะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างชาติแห่งนี้ ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงการแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก( EAST-WEST EONOMIC CORRIDOR) เพราะจะเป็นจัดเชื่อมที่สำคัญแห่งนี้ เพื่อเชื่อมระหว่างพม่า ไทย สปป.ลาว เวียดนาม ในแนวเส้นทางเมืองมะละแหม่ง ของพม่า อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พิษณุโลก ขอนแก่น มุกดาหาร สะหวันเขต (สปป.ลาว ) และ ตองฮา (เวียดนาม) โดยใช้เงินกู้จาก JBIC วงเงินค่าก่อสร้าง 4,753,713,823 เยน ไทยและสปป.ลาวออกฝ่ายละครึ่งรูปแบบสะพานเป็นสะพานคอนกรีต 2 ช่องจราจร ผิวจราจรกว้าง 8 เมตร ไหล่ทางข้างละ 1.50 เมตร ยาว 1,600 เมตร จุดกลับรถอยู่ฝั่งไทย





ผู้ว่ามุกดาหารฟันธงการค้าเพิ่มเท่าตัว





นายบุญสม พิรินทร์ยวง ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 ธันวาคม 2549 นี้ จะมีพิธีเปิดสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนเขต) ในเวลา 10.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดร่วมกับ พ.อ.บุนยัง วอละจิด รองประธานประเทศสปป.ลาว โดยจะมีนายกรัฐมนตรีไทย สปป.ลาว และเวียดนาม รัฐมนตรีต่างประเทศ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายไทยและสปป.ลาวเดินทางมาร่วมงานด้วย


ภายหลังที่สะพานมิตรภาพ 2 เชื่อมจังหวัดมุกดาหารและแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เปิดใช้เป็นเส้นทางคมนามคมเชื่อมโยงระหว่างประเทศ จะส่งผลให้จังหวัดมุกดาหารมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น โดยในด้านการค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งสินค้า ผ่านด่านศุลกากรมุกดาหารไปยังแขวงสะหวันนะเขตและเชื่อมต่อไปประเทศเวียดนาม ที่ผ่านมามีมูลค่าการค้าเฉลี่ยเดือนละ 500 ล้านบาท คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวหลังจากการเปิดใช้สะพาน โดยคาดว่าจะมีการขยายเวลาในการเปิดทำการของด่านออกไป โดยจะเริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่เวลา 06.00 น. จนถึง 22.00 น. ซึ่งจะทำให้เกิดความคล่องตัวในการค้าขายชายแดนมากขึ้น รวมทั้งจะส่งผลให้การขนส่งสินค้าไปยังประเทศที่สามสะดวกและง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการค้าขายระหว่างประเทศ


ด้านการลงทุน ปัจจุบันแขวงสะหวันนะเขต ได้มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโนไว้รองรับนักลงทุน โดยได้เชิญชวนให้นักลงทุนชาวไทยเข้าไปลงทุน ซึ่งขณะนี้ได้มีนักลงทุนชาวต่างชาติส่วนหนึ่งเข้าไปลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ในขณะเดียวกันเมื่อมีสะพานเกิดขึ้น ทางรัฐบาลไทยก็ได้กำหนดให้จังหวัดมุกดาหารเป็นที่ตั้งของศูนย์การผลิตรวบรวมแปรรูปและกระกระจายสินค้า (Distribution Center) ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้และคัดเลือกพื้นที่ของการนิคมอุตสาหกรรมและกระทรวงอุตสาหกรรมโดยทางบริษัทที่ปรึกษาได้ดำเนินการศึกษาเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างพิจารณาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้ความคิดเห็นชอบและเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการต่อไป ซึ่งจังหวัดมุกดาหารได้เสนอความคิดเห็นว่า รัฐบาลน่าจะเป็นผู้เข้ามาลงทุนดำเนินการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าดังกล่าว ซึ่งจะประกอบด้วยศูนย์พักและกระจายสินค้า พื้นที่ตั้งโรงงานทั้งเป็นลักษณะของการรวบรวมสินค้าและการประกอบชิ้นส่วน ที่ไม่ใช่เป็นการผลิตที่สร้างมลพิษและมลภาวะ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้รับที่จะดำเนินการต่อไป


ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวต่อไปว่า คาดว่าในอนาคตจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง 19 จังหวัด ที่ประกอบการขนส่งสินค้าไปยังประเทศในแถบเอเชียตะวันออก เช่น ประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง รวมถึง สิงคโปร์ จะหันมาใช้เส้นทางขนส่งผ่านจังหวัดมุกดาหารไปยังแขวงสะหวันนะเขตและต่อไปประเทศเวียดนามผ่านเส้นทางหมายเลข 9 ไปยังท่าเรือดานัง และขนส่งสินค้าจากท่าเรือดานังไปยังประเทศต่างๆ เนื่องจากเส้นทางนี้จะใช้เวลาน้อยกว่าการขนส่งจากแหลมฉบังไปยังเอเชียตะวันออกซึ่งจะต้องใช้เวลามากถึง 7 วัน แต่ถ้าใช้เส้นทางขนส่งสินค้าผ่านจังหวัดมุกดาหารไปทางประเทศเวียดนามจะใช้เวลาเพียง 4 วันเท่านั้น ค่าขนส่งก็มีราคาถูกลง รวมทั้งระยะเวลาก็สั้นลง ทำให้ต้นทุนสินค้ามีราคาถูกลงด้วย


ขณะที่ด้านการท่องเที่ยว ที่ผ่านมามีนักเที่ยวที่นั่งเรือโดยสารข้ามแม่น้ำโขงไปยังสะหวันนะเขตและต่อไปท่องเที่ยวในประเทศเวียดนามผ่านเส้นทางหมายเลข 9 เฉลี่ยสัปดาห์ละ 500 – 600 คน ซึ่งต่อไปเมื่อสามารถเดินทางท่องเที่ยวข้ามแม่น้ำโขงทางรถยนต์ได้อย่างสะดวกสบาย ก็จะส่งผลให้การท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้จังหวัดมุกดาหาร สะหวันนะเขตและกวางตรีของเวียดนาม ซึ่งมีความสัมพันธ์ในระดับเมืองคู่แฝด ก็ได้มีข้อตกลงความร่วมมือในด้านการท่องเที่ยว โดยที่ผ่านมาได้มีการตั้งคณะกรรมร่วมกันสำรวจเส้นทางการท่องเที่ยว เพื่อจัดทำแผนที่ท่องเที่ยว 3 แผ่นดิน ออกแจกจ่ายเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวของทั้ง 3 ประเทศ





เอกชนมั่นใจสะพานไทย-ลาวเอื้อ EWEC


นายพิเชฐ แสงนิศากร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า หลังจากที่สะพานมิตรภาพ 2 สร้างเสร็จและเปิดให้ใช้งาน จะเอื้อประโยชน์เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก(East -est Economic Corridor : EWEC) ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย และประเทศที่อยู่บนเส้นทางนี้ คือ ไทย – สปป.ลาว - เวียดนามในอนาคตอันใกล้นี้ นอกจากที่เส้นทาง EWEC จะเอื้อต่อการท่องเที่ยวแล้ว ในด้านการคมนาคมขนส่ง ก็จะได้รับประโยชน์อย่างมากเช่นกัน ทั้งยังจะส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคเหนือตอนล่าง ต่างก็ได้ประโยชน์จากเส้นทางนี้ด้วยเช่นกัน


ทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสในการจ้างแรงงานในพื้นที่ให้เพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมการผลิตในบริเวณพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีพืชผลทางการเกษตรที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต หากมีการส่งเสริมด้านการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าทางการเกษตร โดยใช้ช่องทางที่จะขนส่งไปสู่ท่าเรือดานัง ประเทศเวียดนาม แล้วส่งต่อไปยังประเทศอื่นๆ ทางด้านมหาสมุทรแปซิฟิก นอกจากนี้ยังสามารถใช้เส้นทาง EWEC ในการขนส่งผ่านแขวงสะหวันนะเขต ไปยังเมืองดองฮา จังหวัดกวางตรี ขึ้นเหนือผ่านกรุงฮานอยเพื่อเชื่อมต่อไปยังเมืองหนานหนิงประเทศจีน


ที่กล่าวไปแล้วในข้างต้นเป็นการเชื่อมโยงจากจังหวัดมุกดาหารไปทางด้านตะวันออก ซึ่งมีได้มีการดำเนินการปรับปรุงเส้นทางคมนาคมจนเกือบแล้วเสร็จตลอดสายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นถนนหมายเลข 9 ในสปป.ลาว ถนนหมายเลข 1 และอุโมงค์ฮายวัน และท่าเรือดานัง ในเวียดนาม แต่สำหรับเส้นทางด้านตะวันตกจากมุกดาหารไปอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เชื่อมไปยังท่าเรือมะละแหม่งของพม่า ยังไม่มีความพร้อมสำหรับการคมนาคมขนส่ง ซึ่งต้องใช้เวลาในการพัฒนาอีกระยะหนึ่ง หากเส้นทางตลอดทั้งสายมีการปรับปรุงเสร็จสมบูรณ์ ก็จะสามารถใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าเชื่อมโยงไปยังประเทศต่างๆ ทางด้านมหาสมุทรอินเดีย


นายพิเชฐ กล่าวต่อไปว่า ต่อกรณีจังหวัดมุกดาหารได้กำหนดบทบาทตัวเองโดยวางตำแหน่ง(positioning)เป็นศูนย์การผลิต แปรูปและกระจายสินค้านั้น นอกจากศูนย์กระจายสินค้าดังกล่าววจะเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก บนเส้นทาง EWEC แล้ว ยังสามารถเชื่อมโยงไปยังท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรีได้อีกด้วย เพื่อที่ใช้เป็นท่าเรือขนส่งสินค้าอีกเส้นทางหนึ่ง โดยส่วนตัวแล้ว มีความภูมิใจและดีใจอย่างมาก เพราะโครงการนี้สภาอุตสาหกรรมจังหวัดมุกดาหารมีส่วนร่วมต่อการผลักดันในเบื้องต้น โดยเป็นผู้เขียนโครงการนำเสนอต่อจังหวัด เพื่อกำหนดให้เป็นยุทธศาสตร์ของจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งต่อมาก็ได้นำเสนอต่อรัฐบาล และสอดคล้องกับทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ได้มอบหมายให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ดำเนินการทำวิจัยโครงการดังกล่าว และปัจจุบันก็ได้มีการสรุปผลการทำวิจัยในโครงการนี้ในขั้นสุดท้ายแล้ว ซึ่งจะต้องนำเสนอต่อรัฐบาลต่อไป แต่ช่วงที่ผ่านมาอยู่ในช่วงเปลี่ยนรัฐบาล จึงทำให้ต้องชะลอไปสักระยะหนึ่ง


อย่างไรก็ตาม นายบุญสม พิรินทร์ยวง ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้มอบหมายให้สภาอุตสาหกรรมจังหวัดมุกดาหารและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดมุกดาหาร เตรียมเรื่องสรุปผลโครงการศูนย์การผลิต รวบรวม แปรรูป และกระจายสินค้า (Distribution Center)เพื่อนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเดินทางมาร่วมในพิธีเปิดสะพานมิตรภาพ 2 ในวันที่ 20 ธันวาคมศกนี้


นายพิเชฐ กล่าวเสริมว่า เนื่องจากการแข่งขันในตลาดโลก มีทิศทางการที่แข่งขันที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการแสวงหาวิธีลดต้นทุนของสินค้า เพื่อการแข่งขันในด้านราคาจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องหาทางเลือกที่สามารถลดต้นทุนไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มผลผลิต พัฒนาการบริหารจัดการค่าขนส่งให้อยู่ในระยะใกล้และมีราคาถูกที่สุด ดังนั้น หากจะให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันด้านโลจิสติกส์(Logistics)กับประเทศอื่นได้ รัฐบาลก็ควรสนับสนุนการเพิ่มขนส่งระบบรางเข้ามา ตามที่ กลุ่มจังหวัด "สนุก" ได้ขอเชื่อมทางรถไฟจากจังหวัดขอนแก่นมากาฬสินธุ์และมุกดาหาร ซึ่งจะทำให้ต้นทุนของการขนส่งลดต่ำลง เพราะสามารถใช้ระบบ Multi Modal Transportation อันจะทำให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้


ทำเลที่ตั้งของประเทศไทยนับมีความเหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคเป็นอย่างยิ่ง หากรัฐบาลให้ความสำคัญในการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจะกลายเป็น Regional Hub ในอนาคตอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามแม้ว่ามุกดาหารจะเป็นจังหวัดชายแดนซึ่งเป็นชุมทางของการเชื่อมโยงสู่ประเทศเพื่อนบ้านอินโดจีน แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมาทำให้ดูประหนึ่งว่า ภาครัฐมิได้ให้ความสำคัญที่จะพัฒนา การค้ากับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ดังนั้นยุทธศาสตร์ในการแข่งขันกับต่างประเทศ จึงควรต้องประสานหลักการในการพัฒนาศักยภาพ ในการพึ่งพาตนเองควบคู่ไปกับการ เชื่อมโยงเศรษฐกิจกับกลุ่มประเทศในอินโดจีน มิฉะนั้นประเทศไทยจะเป็นเพียงทางผ่าน ของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้





หอการค้าชี้ท่องเที่ยวรับประโยชน์เต็มๆ


นางอิดิธ นามประกาย ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ในด้านเศรษฐกิจของจังหวัดมุกดาหาร ในช่วงระยะแรกที่มีการเปิดใช้สะพานมิตรภาพ 2 คาดว่า จะยังไม่ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างทันที คงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง จึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลง ขณะนี้มีหลายฝ่ายที่กำลังรอดูว่าเมื่อสะพานมิตรภาพ 2 เปิดใช้แล้ว การขนส่งสินค้าไปยังประเทศสปป.ลาวด้านแขวงสะหวันนะเขตและต่อไปยังประเทศเวียดนาม จะลดลงหรือเพิ่มมากขึ้นแค่ไหน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพถนนที่ใช้สัญจรว่า จะดีแค่ไหนและเวลาที่ต้องเสียไปในส่วนของขั้นตอนพิธีการผ่านแดน


อย่างไรก็ตามคาดว่าปีแรกของการการเปิดใช้สะพานมิตรภาพ 2 การขนส่งน่าจะดีขึ้น แต่ด้านที่เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นโดยทันทีอย่างเห็นได้ชัดเจน คือ ด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากขณะนี้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากรอที่จะข้ามไปท่องเที่ยวในสปป.ลาวและเวียดนามโดยใช้สะพานมิตรภาพ 2 ซึ่งจังหวัดมุกดาหารจะได้ประโยชน์โดยตรงและถือเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดอีกด้วย


สำหรับความเปลี่ยนแปลงในด้านการค้า ที่ผ่านมาจังหวัดมุกดาหารมีความชำนาญในด้านการส่งออก การค้าชายแดน เช่นเดียวกับแขวงสะหวันนนะเขต การเปิดใช้สะพานมิตรภาพ 2 จะก่อให้เกิดความสะดวกในการขนส่งสินค้าเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การค้าชายแดนก็จะมีมูลค่าการค้าเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ปัจจุบัน ในแขวงสะหวันนะเขต มีการดำเนินโครงการที่สำคัญรวม 3 โครงการ คือ โครงการ Contract Farming เขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน - เซโน และคาสิโน ซึ่งหากสำเร็จเรียบร้อยก็จะทำให้ประชาชนในสะหวันนะเขต มีรายได้มากขึ้น ขณะที่โอกาสในการที่จะส่งออกสินค้าจากมุกดาหารไปขายให้ทางแขวงสะหวันนะเขตก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน


ส่วนความเปลี่ยนแปลงในด้านอุตสาหกรรม น่าจะเป็นไปได้น้อย เนื่องทิศทางการพัฒนาจังหวัดไม่ได้มุ่งเน้นในการเป็นเมืองอุตสาหกรรม โดยส่วนใหญ่ที่มีการดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบัน มักจะเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก อย่างไรก็ตามภาคอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต น่าจะเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยางพารา เนื่องจากในจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดอื่นในภาคอีสานมีการปลูกยางเป็นจำนวนมาก ขณะที่ในประเทศลาวและเวียดนามก็มีการขยายพื้นที่ปลูกยางพารามากขึ้นด้วยเช่นกัน และทางประเทศจีนก็มีความต้องการการยางพาราเป็นจำนวนมาก การจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมด้านยางพาราขึ้นในจังหวัดมุกดาหารจะเกิดผลดีในการใช้เส้นทางผ่านสะพานมิตรภาพ 2 ส่งออกผลิตภัณฑ์ยางพาราผ่านแขวงสะหวันนะเขตของลาวไปยังท่าเรือดานังของเวียดนามเพื่อส่งต่อไปยังประเทศจีน


ประโยชน์ที่ได้จากสะพานมิตรภาพ 2 มุกดาหาร – สะหวันนะเขต จะมีความแตกต่างจากสะพานพานมิตรภาพ 1 หนองคาย – เวียงจันท์ เนื่องจากโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพ 2 เกิดขึ้น เพราะมีความต้องการทางเศรษฐกิจ การค้า การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทย สปป.ลาว เวียดนาม และเชื่อมโยงต่อไปยังประเทศอื่นๆ มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น


นายเศรษฐยุทธ์ ไกรลาศศิริ ผู้จัดการโรงแรมพลอยพาเลซ จังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า การเปิดใช้สะพานมิตรภาพ 2 ส่งผลดีในด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ อันเนื่องมาจากความสะดวกในการคมนาคมและขนส่งระหว่างประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาคอินโดจีนผ่านทางสะพานข้ามแม่น้ำโขงมุกดาหาร – สะหวันนะเขต ซึ่งเชื่อมโยงกับเส้นทางหมายเลข 9


ที่ผ่านมาเริ่มมีนักลงทุนหลายคนให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในจังหวัดมุกดาหาร โดยขณะนี้มีโรงแรมใหม่ที่อยู่ในระหว่างดำเนินการถึง 3 แห่ง ยังไม่นับรวมอพาร์ทเม้นท์อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีทั้งที่เปิดขึ้นเพื่อรองรับนักธุรกิจที่เดินเข้ามาทำการค้าและนักท่องเที่ยว โดยในส่วนของการท่องเที่ยวทางรถยนต์ผ่านจังหวัดมุกดาหารไปยังจังหวัดตอนกลางของเวียดนามในปัจจุบันเป็นที่นิยมมาก ถือเป็นตลาดใหม่ของด้านการท่องเที่ยวที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ สวยงาม สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวในเวียดนามเพิ่มสูงขึ้นมาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงวันเหยุดเทศกาลต่างๆ


ขณะสิ่งที่น่าเป็นห่วง ก็คือ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศเวียดนามมักใช้จังหวัดมุกดาหารเป็นแค่ทางผ่าน โดยไม่ได้หยุดพักค้างคืนหรือท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอยในจังหวัดมุกดาหาร ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของจังหวัดได้รับผลกระทบ จึงอยากให้ผู้ประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าวด้วย

Last edited by napoleon; June 7th, 2008 at 08:06 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 25th, 2007, 12:54 PM   #5
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,359
Likes (Received): 2125

Rajvithi bridge





Kaset bridge and tunnel

















Complexing bridges at Lad Phrao area






Last edited by napoleon; June 7th, 2008 at 08:03 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 25th, 2007, 12:56 PM   #6
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,359
Likes (Received): 2125

Laksi tunnel





Bang Bua tunnel





Huy Kway tunnel





Sutthisan tunnel








Kaset bridge and tunnel









Last edited by napoleon; August 25th, 2007 at 01:08 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 25th, 2007, 01:19 PM   #7
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,359
Likes (Received): 2125

"สะพานนนทบุรี 1" สะดุด งบฯไม่พอ-เลื่อนยาวถึงปี 2552

คอลัมน์ เวนคืนอัพเดต


ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3844


กรมทางหลวงชนบท (ทช.) มีแผน จะก่อสร้างโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณถนนนนทบุรี 1 ระยะทาง 4.3 กิโลเมตร วงเงิน 5,600 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ต่างประเทศ 60% เงินงบประมาณ 40%

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาจราจรทั้งในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล และเป็นโครงข่ายเติมเต็มเชื่อมการคมนาคม 2 ฝั่งแม่น้ำ ระหว่างฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วยระบายรถบนสะพานที่มีอยู่เดิม อย่างสะพานพระนั่งเกล้าและสะพานพระราม 5 ที่แออัดอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้ยังช่วยให้โครงข่ายเส้นทางคมนาคมในเขตพื้นที่กรุงเทพฯตอนบนและจังหวัดนนทบุรีมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น รองรับการขยายตัวของชุมชนในอนาคตในพื้นที่ใกล้เคียง

ปัจจุบัน ทช.ได้ออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2549 ที่ผ่านมา และได้เข้าทำการเวนคืนที่ดินไปบางส่วน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปี 2549 ได้รับงบประมาณเวนคืนค่อนข้างน้อยแค่ 50 ล้านบาท จากวงเงิน 2,000 กว่าล้านบาท ทำให้สามารถเวนคืนที่ดินไปได้เพียง 18 รายเท่านั้น

แนวทางดำเนินการ นับตั้งแต่ปี 2550-2551 ทช.จะเสนอของบประมาณสำหรับการเวนคืนที่ดิน วงเงิน 1,950 ล้านบาท เพื่อจะสะสางการเวนคืนที่ดินให้แล้วเสร็จ โดยมีที่ดินที่จะต้องเวนคืนจำนวน 392 แปลง อาคารและสิ่งปลูกสร้าง 150 หลัง ต้นไม้ยืนต้นและพืชผล จำนวน 184 แปลง

ส่วนการก่อสร้าง หลังจากที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ปรับแบบใหม่แล้ว ปรากฏว่าค่าก่อสร้างสูงขึ้นจากเดิมประเมินไว้ 2,700 ล้านบาท เป็น 3,600 ล้านบาท จะเห็นว่าจากปัญหางบประมาณดังกล่าว ทำให้ทาง ทช. ยังไม่ได้มีแผนชัดเจนในการก่อสร้างโครงการนี้ ผลกระทบลูกโซ่คือกรอบเวลาในการทำงานต้องเจอโรคเลื่อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เดิมวางแผนเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปลายปี 2550 และเลื่อนเป็นปี 2551

ล่าสุดคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2552 ใช้เวลาก่อสร้าง 30 เดือน หรือ 2 ปีครึ่ง ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังไม่ใช้แผนงานที่ตายตัวแต่อย่างใด เนื่องจาก ถือเป็นโครงการ "ไม่เร่งด่วน"

รายละเอียด เป็นโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำและถนนต่อเชื่อม ซึ่งถนนต่อเชื่อมจะมีขนาด 6 ช่องการจราจร แนวโครงการมีจุดต้นทางของโครงการอยู่ที่ถนนนนทบุรี 1 ทางด้านฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่ในตำแหน่งบริเวณทางโค้งใกล้กับโรงเรียนศรีบุญยานนท์

โดยแนวเส้นทางในช่วงต้นอยู่ในพื้นที่ด้านใต้ของท่าน้ำพิบูลสงคราม 4 และชุมชนตลาดขวัญ จากนั้นข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปขึ้นฝั่งตะวันตกบริเวณพื้นที่ฝั่งใต้ของคลองอ้อมนนท์ แนวเส้นทางจะอยู่ในพื้นที่ระหว่างศาลหลักเมืองซึ่งอยู่ทางด้านเหนือและอุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก

เมื่อแนวเส้นทางผ่านอุทยานเฉลิมกาญจนา ภิเษกแล้ว จะเบนแนวเส้นทางไปทางทิศตะวันตกตัดผ่านถนนวัดโบสถ์ดอนพรหม-ท่าน้ำนนทบุรี ประมาณ ก.ม.1+300 จากนั้นจะขนานไปทาง ด้านใต้ของถนนวัดโบสถ์ดอนพรหม-ท่าน้ำนนทบุรี ผ่านพื้นที่ว่างเปล่าและสวน บรรจบและซ้อนทับเข้ากับถนนวัดโบสถ์ดอนพรหม-ท่าน้ำนนทบุรี ที่ตำแหน่งประมาณ ก.ม.2+600 จนถึงจุดปลาย ของโครงการที่ถนนราชพฤกษ์ ในตำแหน่ง ที่ปัจจุบันเป็นสะพานข้ามถนนราชพฤกษ์

ในการออกแบบเพื่อให้เชื่อมกับโครงข่ายอื่นๆ ทช.ได้มีการออกแบบทางขึ้น-ลงให้เอื้อมากขึ้น เช่น รูปแบบทางเชื่อมขึ้น-ลงด้านตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ทางแยกถนนนนทบุรี 1-ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี มี 4 จุด คือ ทางลงสำหรับรถในทิศทางที่จะลงถนนนนทบุรี 1 เพื่อไปท่าน้ำนนทบุรี พร้อมทางขึ้นสำหรับรถบนถนนนนทบุรี 1 ในทิศทางจากท่าน้ำนนทบุรีที่จะขึ้นสะพานโดยไม่ต้องผ่านแยกสัญญาณไฟจราจรบริเวณสามแยกถนนนนทบุรี 1-ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี

นอกจากนี้ มีทางขึ้นสำหรับรถบนถนนนนทบุรี 1 ในทิศทางจากถนนรัตนาธิเบศร์ที่จะไปท่าน้ำนนทบุรี ต่อเชื่อมเข้ากับทางลงสะพานสำหรับรถที่จะไปในทิศทางท่าน้ำนนทบุรีข้างต้น มีทางขึ้นบนถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี สำหรับรถในทิศทางขึ้นสะพานโดยไม่ต้องผ่านแยกสัญญาณไฟจราจรบริเวณสามแยกถนนนนทบุรี 1-ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ทางแยกบริเวณตลาด อ.ต.ก. และ มีสะพานข้ามแยกบนถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ในทิศทางจากกรุงเทพฯ-นนทบุรี จะไปทางถนนรัตนาธิเบศร์




..

ทบทวนด่วนเชื่อมฝั่งธนฯ ล้มโปรเจ็กต์หลังรถไฟฟ้าสายสีแดงเกิด

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3852

คอลัมน์ เวนคืนอัพเดต

หลายคนคงอยากทราบว่าภายหลังจาก ที่รัฐบาลตัดสินใจจะลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน "โครงการทางด่วนเชื่อมโยงฝั่งกรุงเทพมหานครและธนบุรี" หรือพระรามที่ 6 ที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ผลักดัน ให้มีการก่อสร้าง เพื่อทดแทนโครงการทางด่วนพญาไท-พุทธมณฑลที่แท้งไป จะยังคงเดินหน้าต่อไปหรือไม่

"ตอนนี้เรากำลังดูอยู่ว่าโครงการทางด่วนพระรามที่ 6 ยังมีความจำเป็นอีกหรือเปล่า เพราะเมื่อมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงแล้ว น่าจะทำให้การเดินทางระหว่างฝั่งธนฯและกรุงเทพมหานครเชื่อมโยงกันได้ง่ายขึ้น และคุ้มประโยชน์มากกว่า อีกอย่างด้านล่างมีถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ซึ่งทาง กทม.กำลังก่อสร้างอยู่ น่าจะเพียงพอแล้ว ถ้าไม่งั้นจะเป็นการลงทุนที่ซ้ำซ้อนกัน" นายไมตรี ศรีนราวัฒน์ ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ"

นายไมตรีกล่าวต่อว่า สนข.จะมีการทบทวนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ใหม่ ทั้งถนนและทางด่วน หลังจากที่แผนการลงทุนของโครงการรถไฟฟ้า 5 สายชัดเจนแล้ว เพื่อให้สอดคล้องและเชื่อมโยงกับโครงการรถไฟฟ้าทั้งระบบ นอกจากนี้ยังเป็นการลงทุนที่ไม่ซ้ำซ้อน ช่วยประหยัดงบประมาณก่อสร้างของรัฐบาลได้ด้วย

สำหรับโครงการทางด่วนพระรามที่ 6 ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการระบบขนส่งมวลชนและทางด่วนเชื่อมโยงฝั่งกรุงเทพมหานครและธนบุรี ซึ่ง สนข.ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน การลงทุนและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการออกแบบรายละเอียด

โดยทั้งโครงการ จะงบประมาณสำหรับการลงทุนก่อสร้างและเวนคืนที่ดินประมาณ 30,000 กว่าล้านบาท โดยก่อสร้างบนเขตทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เพื่อลดปัญหาการเวนคืนที่ดิน

จากผลการศึกษาโครงการนี้ มีทั้งหมด 3 ระบบในโครงการเดียว คือ 1.ระบบราง แนวเส้นทางเริ่มจากสถานีรถไฟชุมทางตลิ่งชัน บางบำหรุ บางซ่อน สิ้นสุดที่สถานีรถไฟชุมทางบางซื่อ ระยะทาง 15 กิโลเมตร งบฯลงทุน 10,400 ล้านบาท

2.ระบบทางด่วน เป็นทางยกระดับอยู่ส่วนกลาง ขนาด 6 ช่องจราจร มีทางขึ้นลง และจุดเชื่อมต่อตลอดเส้นทาง โดยจุดเริ่มต้นที่ถนน กาญจนาภิเษก บริเวณใกล้ชุมทางต่างระดับฉิมพลี จากนั้นแนวเส้นทางใช้พื้นที่เขตทางรถไฟสายตะวันตกหรือสายใต้เก่า ร่วมไปกับระบบรถไฟ ผ่านถนนจรัญสนิทวงศ์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานพระราม 6 จนถึงบริเวณบางซื่อ

จากนั้นจะเชื่อมต่อกับทางด่วนขั้นที่ 2 บริเวณด้านเหนือของสถานีขนส่งสายเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือข้างสวนรถไฟเชื่อมกับถนนวิภาวดีรังสิตบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ระยะทาง 18 กิโลเมตร มีทางขึ้นลงที่ถนนราชพฤกษ์ และจุดเชื่อมต่อทางยกระดับถนนบรมราชชนนี งบฯก่อสร้าง 13,700 ล้านบาท โดยให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นผู้ก่อสร้าง

3.ถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ ระยะทาง 32 กิโลเมตร ขนาด 2 ช่องจราจร แนวเส้นทางจะอยู่ด้านล่างจะเลียบคู่ขนานไปกับทางรถไฟสายใต้ ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ใช้งบฯก่อสร้าง 470 ล้านบาท ขณะนี้ กทม.กำลังก่อสร้าง

ส่วนการเวนคืนที่ดิน โครงการนี้จากการประเมินของบริษัทที่ปรึกษา คาดว่าจะใช้งบประมาณสำหรับการเวนคืนประมาณ 4,900 ล้านบาท

นอกจากนี้ จะมีค่าเสียโอกาส สำหรับการใช้ที่ดินของการรถไฟฯอีก ประมาณ 3,400 ล้านบาท

หน้า 15



Last edited by napoleon; August 25th, 2007 at 01:53 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 25th, 2007, 01:21 PM   #8
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,359
Likes (Received): 2125

ก.ย.นี้เปิดประมูลสร้างอุโมงค์แยกตากสิน-รัชดาภิเษก

Dailynews 21 August 2007

นายบุญส่ง วงศ์เหลืองอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมการก่อสร้าง 2 กองควบคุมการก่อสร้าง สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะกรรมการประมูลการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โครงการก่อสร้างทางลอดถนนตากสินกับถนนรัชดาภิเษก เปิดเผยว่า กรรมการประมูลฯ ที่มีนายสมบูรณ์ คะนึงวนิชกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบ สำนักการโยธา เป็นประธานได้ออกประกาศร่างขอบเขตของงาน หรือ ทีโออาร์ โครงการก่อสร้างทางลอดถนนตากสินกับถนนรัชดา ภิเษก ผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะถึงวันที่ 24 ส.ค. นี้ ตามระเบียบ กทม. ว่าด้วยวิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 จากนั้นจะสรุปข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงทีโออาร์เพื่อเตรียมประกาศประมูลต่อไป โดยคาดว่าจะเปิดประมูลภายในเดือน ก.ย. นี้ โดยมีเนื้องานการก่อสร้างประกอบด้วย การก่อสร้างทางลอดคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 4 ช่องจราจรไปกลับตามแนวถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน บริเวณจุดตัดถนนรัชดาภิเษก กว้าง 17 เมตร ยาว 1,000 เมตร การปรับปรุงบริเวณทางแยก สร้างระบบรางน้ำ ไฟฟ้าส่องสว่าง ระบบระบายอากาศ วงเงิน 1,051.9 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 700 วัน

ด้านนายจุมพล สำเภาพล รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา กล่าวว่า โครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการการแก้ไขปัญหาจุดตัดบริเวณทางแยกบนถนนสายหลัก ตามนโยบายของคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ซึ่งเป็นโครงการแก้ไขปัญหาการจราจรเร่งด่วนระยะกลางของ กทม. ที่มี 8 โครงการ โดย กทม.ได้รับงบอุดหนุนจากรัฐบาล 100% เมื่อแล้วเสร็จจะเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรบนถนนตากสิน รองรับโครงข่ายถนนวงแหวนอุตสาหกรรม โครงข่ายถนนวงแหวนรอบกลาง (รัชดา) และโครงข่ายถนนใกล้เคียงให้มีความคล่องตัวมากขึ้น.

......

ขุดอุโมงค์ศรีนครินทร์-สุขุมวิท103 ห้างจัสโก้ แจ๊กพอต!

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2245 19 ส.ค. - 22 ส.ค. 2550


มีชาวบ้านร้องเรียนกันมากว่า ...


ถนนศรีนครินทร์ตลอดแนวสายทาง และบริเวณจุดตัดระหว่างถนนศรีนครินทร์และแยกถนนสุขุมวิท 103 หรือ อุดมสุข มีปริมาณรถค่อนข้างมาก และเคลื่อนตัวได้ช้า จากสถิติ ในแต่ละวัน ที่กรุงเทพมหานคร จัดเก็บร่วมกับ ตำรวจจราจร เฉลี่ย 30,000-


40,000 คันต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงพอสมควร และแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 100,000 คัน


ต่อวัน เนื่องจากส่วนหนึ่งเกิดจากการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ อีกทั้งยังมีห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ เกิดขึ้น เช่น "ซีคอนสแควร์" "เสรี


เซ็นเตอร์" "จัสโก้" ประกอบกับถนนศรี-นครินทร์จะมีจุดตัดที่เป็นสี่แยกสัญญาณไฟหลายแห่ง และถนนเดิมเล็กคับแคบ ทำให้ถนน สายนี้แออัด การเคลื่อนตัวของรถไม่ลื่นไหล!!!


จากปัญหาที่เกิดขึ้น กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้จัดสรรงบประมาณ แก้ปัญหาจราจรบริเวณดังกล่าวอย่างเร่งด่วนและตรงจุดที่สุด ซึ่งมี 2 โครงการด้วย


กัน ได้แก่ โครงการก่อ สร้างทางลอด หรืออุโมงค์บริเวณ ถนนศรีนครินทร์-สุขุมวิท


103 (อุดมสุข) ขนาด


4 ช่องจราจร ลึก 11 เมตร มูลค่า 1,000


ล้านบาทเศษ ระยะทาง


400-500 เมตร พร้อมทั้งปรับปรุงขยายถนนศรีนครินทร์ ตลอดแนว จากบริเวณสี่แยกอุดม สุข ซึ่งเป็นบริเวณต่อเนื่องจากตัวอุโมงค์ มุ่งหน้าไปตามแนวถนนศรีนครินทร์ ผ่านจุดตัดบริเวณสี่แยกพัฒนาการ ไปจนเกือบถึงทางรถไฟสายตะวันออก จากเดิมขนาด 6 ช่องจราจร ขยายเป็น 8 ช่องจราจร มูลค่า 800 ล้านบาท รวม 1,800 ล้านบาท


อย่างไรก็ดี การก่อสร้างอุโมงค์ และขยายถนนศรีนครินทร์ ความจริงแล้วมักจะไม่มีผู้ได้รับผลกระทบจากการเวนคืน เนื่องจากก่อสร้างบนแนวถนนเดิม ส่วนการขยายถนนก็จะมีการกำหนดเขตทางเผื่อไว้แล้ว หากมีการปรับปรุงภายหลัง แต่ปรากฏว่า มีเจ้าของที่ดิน


ที่ถูกแจ๊กพอต! ก็คือ ห้างสรรพสินค้าจัสโก้ ที่ตั้งอยู่ริมถนนศรีนครินทร์ ใกล้กับทางรถไฟสายตะวันออก ซึ่งถูกเวนคืนบริเวณที่จอดรถ ด้านหน้าอาคารเนื้อที่ไม่ถึงไร่ เนื่องจากเป็นส่วนที่


แคบ หากไม่เวนคืนปาดแปลงที่ดินออกไปบางส่วน จะทำให้บริเวณนี้กลายเป็นคอขวด รถที่มาใช้บริการห้าง และรถที่สัญจรไปมาโดยใช้เส้นทางนี้ จะมากระจุกตัวมากขึ้น


สำหรับความคืบหน้าของโครงการ ขณะนี้ ได้เปิดขายแบบให้กับผู้รับเหมาไปแล้วและมี


ผู้สนใจซื้อแบบเพื่อแข่งประมูลงานแบบอี-


ออกชัน จำนวน 23 ราย งานนี้มียักษ์รับเหมา


เข้าร่วมแข่งขันด้วย ได้แก่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเว-ล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ซิพโก้


จำกัด เป็นต้น ขณะเดียวกันมีผู้รับเหมาที่อ้าง


ว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม ยื่นอุทธรณ์ 2 ราย เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกปรับตกเพราะผิดเงื่อนไข ทีโออาร์ เกี่ยวกับหนังสือค้ำประกันจากธนาคาร ที่กำหนดการค้ำประกันไว้เพียง 60 วัน ไม่ครอบคลุมถึงวันเซ็นสัญญา เกรงว่าหากมีปัญหา กทม. จะเสียเปรียบได้ ทั้งนี้ หากมีการอุทธรณ์จบ จะมีการแข่งขันเคาะราคาได้ผู้รับเหมา และลงมือก่อสร้าง ก็คาดว่าน่าจะไม่เกิน 2 เดือนข้างหน้า หรือปลายปี 2550 นั่นเอง โดยใช้เวลาก่อสร้าง 720 วัน หรือ 2 ปีนับจากวันเซ็นสัญญา


หากโครงการนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถเดินทางในแนวเส้นตรง ไปตามแนว


ถนนศรีนครินทร์ ไปโดยไม่ติดสัญญาณไฟด้วยการใช้อุโมงค์ดังกล่าว และการขยายเขตทาง


เพิ่ม ทำให้สะดวกต่อการเดินทางโดยไม่มีจุด


ตัด ซึ่งจะเชื่อมต่อกับโครงข่ายจราจรไปยังพื้นที่อื่นๆ เช่นจังหวัดสมุทรปราการได้ สะดวกขึ้นด้วยสะพานข้ามแยก ของกรมทางหลวง ประ- มาณ 3-4 แห่ง ที่ทั้งก่อสร้างเสร็จแล้วและอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ตั้งแต่สะพานข้าม


แยก บริเวณถนนบางนา-บางปะกง สะพานข้ามแยกซอยลาซาล หรือวัดศรีเอี่ยม สะพานข้ามแยกบริเวณถนนเทพารักษ์-ศรีนครินทร์ ไปเชื่อมกับถนนปู่เจ้าสมิงพราย และยังสามารถเชื่อมกับถนนวงแหวนด้านใต้ สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณพระประแดง หรือที่เรียกเป็นทางการว่า ทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างไปออกพระราม


2 ที่เป็นเส้นทางลัดลงสู่ภาคใต้ได้ เป็นต้น


หรือหากจะไปสนามบินสุวรรณภูมิ สามารถ


ใช้เส้นทางของถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9


ตัดตรงไปเชื่อมโครงการก่อสร้างถนนสายใหม่


ระยะทาง 3 กิโลเมตร ที่อยู่ระหว่างเวนคืนที่ดิน คือ "พัฒนาการ-สุขุมวิท 103" ทะลุถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ทันที


นี่ก็เป็นโครงการแก้ปัญหาจราจรเร่ง


ด่วนอีกแห่ง บนถนนศรีนครินทร์ และอีก


2 ปีข้างหน้า หากงานก่อสร้างแล้วเสร็จ เชื่อว่าการจราจรบนถนนศรีนครินทร์ จะคล่องตัว


ขึ้น!!

,,,,

ทิพากรชนะอุโมงค์แคราย ได้งานประมูลก่อสร้าง ด้วยราคา 661 ล้าน-ก่อสร้าง 750 วัน

Thairath [8 ส.ค. 50 - 04:02]

นายปราโมทย์ ศิริวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักได้บริษัทเอกชนมาก่อสร้างทางลอดที่แยกแครายได้แล้ว คือบริษัททิพากร จำกัด โดยเสนอราคาต่ำที่สุดเป็นจำนวน 661 กว่าล้านบาท จากราคากลางที่กำหนดไว้ 769.4 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคากลางมากถึง 100 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้สำนักจะต้องเรียกบริษัททิพากรมาต่อรองราคาอีกครั้ง ก่อนพิจารณารับราคา แล้วเสนอให้นายทรงศักดิ์ แพเจริญ อธิบดีกรมทางหลวงอนุมัติ จึงจะเซ็นสัญญาก่อสร้างงานได้ คาดว่าจะใช้เวลาตามขั้นตอนดังกล่าวประมาณ 1 เดือน โดยระหว่างนี้จะให้นายช่างโครงการไปประสานงานกับผู้รับเหมา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.เมืองนนทบุรีที่ดูแลพื้นที่บริเวณแยกแคราย เพื่อหารือแนวทางการลงพื้นที่ก่อสร้าง และการจัดการจราจรระหว่างการก่อสร้างให้รัดกุม เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีการจราจรที่ติดขัดมาก หากไม่มีการวางแผนในการลงพื้นที่ก่อสร้าง อาจทำให้การจราจรวิกฤติหนักได้

การก่อสร้างทางลอดที่แคราย จังหวัดนนทบุรี แบ่งเป็นงานก่อสร้างทางลอดในแนวทางหลวงหมายเลข 306 (ถนนติวานนท์)ความยาว 1054.753 ม. 2 ทิศทาง รวม 4 ช่องจราจร พร้อมติดตั้งระบบเครื่องสูบน้ำระบบไฟฟ้า และระบบอำนวยความปลอดภัยอื่นๆ เช่น โทรศัพท์ฉุกเฉิน เครื่องดับเพลิง พัดลมระบายอากาศ โทรทัศน์วงจรปิด ฯลฯ งานก่อสร้าง สะพานในระดับพื้นราบบนทางลอดในแนวทางหลวงหมายเลข 302 (ถนนรัตนาธิเบศร์) ความยาวประมาณ 18 ม. ความกว้างสะพานรวมทางเท้าและเสาราวสะพานประมาณ 285 ม.และงานก่อสร้างถนนในถนนติวานนท์ ผิวคอนกรีตเสริมเหล็ก ระยะทางประมาณ 1,600 ม. ในทางสายหลักและในทางขนาน และปรับปรุงบริเวณทางแยกแคราย รวมงานติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบนทางหลวง ใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้น 750 วัน.

Last edited by napoleon; August 25th, 2007 at 01:39 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 25th, 2007, 01:38 PM   #9
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,359
Likes (Received): 2125

ทุบทิ้งสะพานข้าม'เกษตรฯ-รัชโยธิน' +กทม.เตรียมแผนสร้างตอม่อรถไฟฟ้าต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2241 05 ส.ค. - 08 ส.ค. 2550


กทม.เตรียมแผนรับงานก่อสร้างรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วง "หมอชิต-สะพานใหม่" ชงของบประมาณปี 51 วงเงิน 32 ล้านจ้างที่ปรึกษาปรับปรุงสะพานข้ามแยก 2 แห่ง เล็งรื้อสะพานข้ามแยกเกษตร ลงตอม่อรถไฟฟ้าแทน พร้อมเตรียมทุบสะพานข้ามแยกรัชโยธิน แล้วสร้างอุโมงค์ทางลอดแทนจุดเดิม

แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักการโยธา (สนย.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากที่ กทม.ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลให้ดำเนินการเตรียมการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว เส้นทางพหลโยธิน ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ ระยะทาง 13 กิโลเมตร มูลค่ารวม 24,737 ล้านบาทนั้น ทำให้ขณะนี้ สนย. ได้เตรียมแผนที่จะทำการปรับปรุงโครงสร้างสะพานข้ามทางแยก บริเวณถนนพหลโยธิน-ถนนงามวงศ์วาน และถนนรัดาภิเษก-ถนนพหลโยธิน เพื่อให้มีโครงสร้างที่สอดรับกับแนวเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าที่จะก่อสร้างในอนาคตด้วย


ทั้งนี้สนย. ได้เสนอใช้งบประมาณประจำปี 51 เพื่อดำเนินโครงการจ้างบริษัทที่ปรึกษา สำรวจออกแบบปรับปรุงสะพานข้ามทางแยก ถนนพหลโยธิน-ถนนงามวงศ์วาน (แยกเกษตร) ภายใต้กรอบวงเงิน 13 ล้านบาท และโครงการจ้างที่ปรึกษาสำรวจออกแบบ และปรับปรุงทางแยกถนนรัชดาภิเษก ถนนพหลโยธิน (ทางลอดและสะพานข้ามทางแยกรัชโยธิน) ภายใต้กรอบวงเงิน 19 ล้านบาท


แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวต่อว่า ในการว่าจ้างนั้น สนย. จะออกประกาศเชิญชวนเป็นการทั่วไป ซึ่งจะแบ่งงานออกเป็น 2 สัญญา แต่ในการคัดเลือกจะเลือกบริษัทที่ปรึกษาเพียงรายเดียว หรือกลุ่มเดียวเท่านั้นให้เข้ามาดำเนินการ โดยจะต้องทำการศึกษาแลกออกแบบรายละเอียดให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือนนับจากวันลงนามในสัญญาว่าจ้าง ทั้งนี้เหตุที่ให้ที่ปรึกษาเพียงรายเดียวหรือกลุ่มเดียวศึกษาและออกแบบทั้ง 2 โครงการนั้น เนื่องจากเห็นว่าเป็นโครงการที่มีเนื้องานแบบเดียวกัน พื้นที่อยู่ใกล้เคียงกัน อีกทั้งต้องมีการจัดแผนการจราจรให้สอดคล้องกัน จึงเห็นควรที่จะว่าจ้างเพียงรายเดียว เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากในการประสานงาน


สำหรับแนวทางเบื้องต้นนั้น สนย. มีแนวคิดที่จะรื้อโครงสร้างของสะพานข้ามทางแยก ถนนพหลโยธิน-ถนนงามวงศ์วาน (แยกเกษตร) ออก แล้วทำเป็นเสาตอม่อของโครงการรถไฟฟ้าแทน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวจะมีสถานีรถไฟฟ้าอยู่ใกล้ทางแยก ส่วนทางด้านสะพานข้ามทางแยกรัชโยธิน จะรื้อจากแนวเดิมที่มุ่งหน้าจากทางด้านแยกประชานุกูล-รัชดา มาเป็นแนวเดียวกับแนวเส้นทางโครงการรถไฟฟ้า คือมุ่งหน้าจากถนนพหลโยธิน ข้ามแยกมุ่งหน้าไปทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และทำเสาตอม่อรถไฟฟ้าไว้ด้วยเช่นกัน ขณะที่พื้นที่ที่เป็นที่ตั้งสะพานเดิมก็จะทำเป็นอุโมงค์ลอดทางแยก เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรทดแทน


อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าจะเริ่มดำเนินการจ้างที่ปรึกษาได้เมื่อใด เนื่องจากยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2551 โดยสภากรุงเทพมหานครอยู่ แต่หากผ่านความเห็นชอบแล้ว คาดว่าภายในเดือนตุลาคมนี้ จะสามารถออกประกาศเชิญชวนได้ในทันที จากนั้นจะเร่งให้บริษัทที่ปรึกษาทำรายละเอียดเพื่อมาพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง


อนึ่ง แนวเส้นทางโครงการนั้น จะเป็นโครงสร้างยกระดับตลอดแนว มีจุดเริ่มต้นที่สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต จากนั้นแนวเส้นทางจะยกระดับข้ามโครงสร้างดอนเมืองโทลล์เวย์ เพื่อวิ่งไปตามแนวถนนพหลโยธิน ผ่านด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล โรงเรียนหอวัง โลตัสลาดพร้าว ตึกช้าง ข้ามสี่แยกรัชโยธินวิ่งไปทางด้านหน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์รัชโยธิน โรงพยาบาลเมโย จากนั้นจะวิ่งข้ามสี่แยกเกษตร ผ่านหน้ากรมป่าไม้ โรงเรียนสารวิทยา มหาวิทยาลัยศรีปทุม ซ.พหลโยธิน 51 สำนักงานเขตบางเขน วัดพระศรีมหาธาตุ อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ กรมทหารขนส่งรักษาพระองค์ ซ.ราชตฤณมัย ซ.สายหยุดอุทิศ 1 ซ.หมู่บ้านทิพย์พิทักษ์ และสิ้นสุดที่สะพานใหม่

..

จี้คลังหาเงินสร้างสะพานนนท์ 1

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 6 สิงหาคม 2550 11:48 น.


ทช.จี้คลังหาแหล่งเงินกู้ในโครงการก่อสร้างสะพานนนท์1 เหตุเวนคืนที่ดินเกือบ100%แต่ไม่มีเงินก่อสร้าง ส่งผลให้ต้องเลื่อนการก่อสร้างไปปี 2552

โครงการก่อสร้างสะพานนนทบุรี1 ที่กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการก่อสร้าง ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าโดยเฉพาะในเรื่องของเงินลงทุนว่ากระทรวงการคลังจะดำเนินการอย่างไรในการหาแห่ลงเงินลงทุน ซึ่งเรื่องดังกล่าวยังค้างอยู่ที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทั้งๆที่ได้มีการเวนคืนที่ดินของประชาชนไปแล้วเกือบ100% ซึ่งตามแผนการก่อสร้างจะต้องก่อสร้างในต้นปี2551 แต่คาดว่าแผนการก่อสร้างจะเลื่อนไปในปี 2552 ซึ่งช้าไปกว่าแผนมาก

แหล่งข่าวจากกรมทางหลวงชนบท(ทช.) กล่าวถึง กรณีการสร้างสะพานนนท์1ว่า ปัจจุบันกระทรวงการคลังที่รับผิดชอบในการหาแหล่งเงินกู้ยังไม่มีท่าทีว่าจะหาแหล่งเงินกู้ให้กับทช.ว่าจะให้กู้จากแหล่งเงินที่ไหน ในขณะที่ทช.เองก็ไม่มีเงินงบประมาณก่อสร้างเอง โดยที่ผ่านมาทางทช.ได้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการจัดการจราจรทางบก(คจร.)เพื่อนำเสนอต่อ โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่ได้รับการพิจารณาในเรื่องนี้ โดยเรื่องยังค้างอยู่ที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามเรื่องการก่อสร้างสะพานนนทบุรี1 ได้มีการนำเข้าที่ประชุมคจร.เมื่อวันที่20 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเสนอของบประมาณ ก็ไม่ได้รับความสนใจเช่นกัน

“ความจริงงานก่อสร้างสะพานต้องเริ่มในต้นปี 2551 ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดเพราะไม่มีเงินจ้างผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งตามแผนจะต้องคัดเลือกผู้รับเหมาในปี 2551 แต่คงไม่ทัน ส่งผลให้งานก่อสร้างต้องเลื่อนออกไปในต้นปี 2552 และก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2554 ซึ่งล่าช้าไปกว่าแผนที่วางไว้มาก ” แหล่งข่าวกล่าว

สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานนนทบุรี 1 นั้น ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี เป็นสะพานตัดข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเส้นทางเริ่มจากโค้งถนนนทบุรี 1 ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ ข้ามแม้น้ำเจ้าพระยาเลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชพฤกษ์ ระยะทาง 4.3 กิโลเมตร 4 ช่องจราจร มูลค่าโครงการ 3,650 ล้านบาท มีผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกเวนคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 1,015 แปลงหรือ139ไร่ แยกเป็นที่ดิน จำนวน 399 แปลง อาคารและสิ่งปลูกสร้าง 431 ราย ต้นไม้และพืชผลการเกษตร จำนวน 185 แปลง จำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบ 500 ราย ทั้งนี้ ได้เร่งรัดเวนคืนให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้

โดยปัจจุบันได้จ่ายค่าเวนคืนไปแล้ว 95% จากงบค่าเวนคืน 2,000 ล้านบาท ซึ่งเหลืออีก5%หรือ 92 ล้านบาท ที่ยังไม่มีผู้มารับค่าเวนคืน

สำหรับค่าเวนคืนที่ทางทช.จ่ายให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนนั้น ทาง ทช.ได้ประเมินตามราคาของกรมธนารักษ์และบวกเพิ่มให้อีก 60-70% แบ่งเป็นที่ดินว่างเปล่าเพิ่มให้อีก43% ที่สวนเพิ่ม57% ที่อยู่อาศัยเพิ่ม 71% และอาคารพาณิชย์เพิ่มให้100% โดยสะพานนนทบุรี 1 นี้ ค่าชดเชยสูงสุด อยู่ที่ตารางวาละ 104,000 บาท และต่ำสุด 8,000 บาทต่อตารางวา

อย่างไรก็ตาม ทางทช.ต้องการให้ประชาชนที่ถูกเวนคืนมารับเงินค่าชดเชย เพราะหากเลย 60 วันในวันที่ 6 ก.ย.2550 ผู้ที่ได้รับค่าเวนคืนจะไม่มีสิทธิอุทธรณ์เรียกร้องค่าเวนคืนให้สูงขึ้นและจะต้องรับค่าชดเชยตามที่ทช.จ่ายให้ แต่ทั้งนี้ค่าเวนคืนที่ ทช. จ่ายให้นับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับทุกหน่วยงานที่มีการเวนคืนก่อสร้างถนน

..

ขยายเวลาสร้างอีก6เดือน สะพานพระนั่งเกล้า-ทล. หวั่นช้าสั่งปรับแผนก่อสร้าง

Thairath 11 ส.ค. 50 - 04:07

นายสาธิต ตั้งอิทธิโภไคย ผู้อำนวยการสำนักบำรุงทางนนทบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้รับเหมาก่อสร้างสะพานพระนั่งเกล้าได้ทำเรื่องเสนอต่อกรมทางหลวงเพื่อขอขยายเวลาก่อสร้างสะพานออกไปอีก 180 วัน โดยการขอขยายเวลาครั้งนี้เป็นไปตามมติ ครม.ที่เห็นควรให้ขยายเวลาการก่อสร้าง ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปลายปี 2549 หากได้รับอนุมัติเท่ากับว่ากำหนดเวลาที่จะเปิดใช้สะพานจากเดิมวันที่ 20 พ.ค. 2551 จะเลื่อนออกไปอีก 6 เดือน เป็นวันที่ 20 พ.ย. 2551 ขณะเดียวกัน ตนได้ประสานให้ผู้รับเหมาปรับเปลี่ยนแผนการก่อสร้างใหม่ โดยให้พิจารณาผลงานที่ทำได้ในปัจจุบันเป็นพื้นฐาน เพื่อจะได้วางแผนงานก่อสร้างใหม่ได้ถูกต้องและตรงตามข้อเท็จจริงและแล้วเสร็จเพื่อเปิดใช้ในวันที่ 20 พ.ย. 2551

นายสาธิตกล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานพระนั่งเกล้านั้น ขณะนี้หล่อเสาสะพานสูง 12.50 เมตร ฝั่งสำนักบำรุงทางนนทบุรีแล้วเสร็จและกำลังเริ่มหล่อพื้นสะพานรูปกล่อง ซึ่งจำเป็นต้องหล่อในที่ เนื่องจากพื้นสะพานแต่ละตัวมีรูปร่างที่แตกต่างกัน แยกเป็นพื้นบริเวณหัวเสาสะพานจะมีขนาดใหญ่มากและต้องทิ้งช่วงเวลาให้คอนกรีตอยู่ตัวนานมากกว่า 10 วัน ส่วนพื้นสะพานในช่วงต่อไปจะมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆลดหลั่นกันลงไป ทั้งนี้ จะแยกดำเนินการเป็น 8 ช่วง แต่ละช่วงมีพื้นสะพานรูปกล่องมากถึง 14 ตัว และในการเทคอนกรีตพื้นสะพานรูปกล่องแต่ละครั้งเจ้าหน้าที่จะใช้ลวดอัดแรงดึงไว้ภายในเพื่อร้อยเป็นโครงยึดพื้นสะพาน ทั้งนี้ คาดว่าจะต้องใช้เวลาหล่อพื้นสะพานรูปกล่องนานจนถึงเดือน เม.ย. 2551 รวมเวลาราว 8 เดือน พื้นผิวจราจรทั้ง 2 ฝั่งจึงจะเรียงต่อกันเป็นแนวสะพาน.[/

Last edited by napoleon; August 25th, 2007 at 01:44 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 26th, 2007, 07:02 PM   #10
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,359
Likes (Received): 2125

เวนคืน100หลัง เปิดทำเลทองสะพานเกียกกาย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2247 26 ส.ค. - 29 ส.ค. 2550


สะพานเกียกกาย" นับเป็นหนึ่งในสี่ของโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ที่อยู่ในความ รับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่มีแววลงมือก่อสร้างก่อน เนื่องจากมีความพร้อมที่สุด จากทั้งหมดที่ประกอบด้วย สะพานท่าน้ำราชวงศ์-ท่าดินแดง สะพานบริเวณ ลาดหญ้า-ถนนมหาพฤฒาราม สะพานบริเวณถนนจันทน์-ถนนเจริญนคร และสะพานบริเวณเกียกกาย


ดังกล่าวรวมมูลค่า 11,000 ล้านบาท!!


ล่าสุด "เกียกกาย" ได้รับงบประมาณ 49 ล้านบาท เพื่อจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาแนวสายทาง ที่เหมาะสม ว่าจะตัดผ่านท้องที่ใดให้กระทบต่อบ้านเรือนประชาชนน้อยที่สุด อย่างไรก็ดี สะพานแห่งนี้มีแผนก่อสร้างมานานแล้ว ซึ่งเดิมอยู่ในความ รับผิดชอบของกรมโยธาธิการและผังเมือง (กรมโยธาธิการเดิม )


ต่อมา ยุครัฐบาลทักษิณ ได้ปรับโครงสร้างหน่วยงานทุกกระทรวงทบวงกรมใหม่ จึงถ่ายโอนภารกิจให้กับกทม.รับผิดชอบ เนื่องจากอยู่ในเขตปกครองของกทม. ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้โครง


การเหล่านี้ได้เคยถูกรัฐบาลชะลอไปแล้วครั้งหนึ่ง และเมื่อรัฐบาลชุดพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้


เล็งเห็นว่าโครงการนี้สามารถช่วยแก้ปัญหาจราจรเชื่อมระหว่าง กทม.และปริมณฑลได้ จึงผลักดันให้เดินหน้าต่อ ดังนั้น กทม. จึงได้หยิบขึ้นมาปัดฝุ่นดังกล่าว!!


สะพานเกียกกายจะมีระยะทางทั้งสิ้น ประ- มาณ 3 กิโลเมตร เฉพาะตัวสะพานช่วงที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ยาวประมาณ 700-800 เมตร นอกนั้นจะเป็นถนนแนวราบ ขนาด 6 ช่องจราจร งบประมาณ 4,400 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเวนคืน 2,400 ล้านบาท และใช้เวลาศึกษา 1 ปี โดย


ปี 2551 จะเสนอของบประมาณ และเวนคืนที่ดิน คาดว่าน่าจะลงมือก่อสร้างได้ในปี 2552 ใช้เวลาก่อสร้าง 2-3 ปี โดยแนวสายทางที่เป็นจุดเริ่มต้นต่อเชื่อมบริเวณสี่แยกเกียกกาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นที่ดินทหาร ผ่านด้านข้างโรงเรียนโยธินบูรณะ และบริเวณท่าน้ำเกียกกายจากนั้นยกระดับข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแนวตรง ระยะทาง 700-800 เมตร และข้ามมาลงบริเวณฝั่งธนบริเวณ ย่านจรัญสนิทวงศ์ใกล้กับโรงพยาบาล ยันฮี เป็นแนว


ราบ ตัดกับถนนจรัญสนิทวงศ์


จากนั้น ตัดเป็นแนวตรง ผ่ากลางบ้านเรือนประชาชน ไปเชื่อมและทับซ้อนกับถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างไปออกตลิ่งชัน ระยะทาง 4 กิโลเมตร ขนาด 4 ช่องจราจร ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นหน้าดินใหม่ตลอดแนวสายทาง ซึ่งถือว่าทั้งเวิ้งของย่านบางกอกน้อย ถนนจรัญสนิท-วงค์ ตลิ่งชัน ฉิมพลี ต่อไปจะเป็นทำเลทองที่มีศักย- ภาพต่อการพัฒนาสูง ที่เป็นทั้งโครงการบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม อีกทั้งสามารถเชื่อมทะลุไปยัง


จังหวัดนนทบุรีได้ ซึ่งจะเป็นทั้งทางลัด ใกล้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ออกไปยังอำเภอบางกรวยหรือเส้นทางเลียบทางรถไฟสายใต้ไปเชื่อมกับถนนบรมราชชนนี ถนนกาญจนาภิเษกด้านตะวันตก (วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก) ไปเชื่อมถนนราชพฤกษ์ นครอินทร์ ได้


ในทางกลับกัน เชื่อว่าการเวนคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะต้องสูงพอสมควร เนื่องจากบริเวณเกียกกาย และจรัญสนิทวงศ์ มีชุมชนค่อนข้างหนาแน่น จากการยืนยันในเบื้องต้นจากกทม. เล่าว่า ประชาชนทั่วไป ถูกกระทบจากการเวนคืนนับ


1,000 แปลงขึ้นไป เนื่องจากเป็นย่านเขตเมือง


และเป็นชุมชนค่อนข้างหนาแน่น และหากโครง


การนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเชื่อมการจราจรระหว่างกรุงเทพฯ ฝั่งพระนครและ ฝั่งธน ไปยังปริมณฑล อย่าง ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ฯลฯ ได้


อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยช่วยลดปริมาณจราจร


ที่แออัดบนสะพานพระราม 7 จะมุ่งหน้าไปยัง


ถนนจรัญสนิทวงศ์ และพื้นที่ใกล้เคียงได้เป็น


อย่างดี


จากการสอบถาม สำนักงานที่ดินกรุงเทพ


มหานครสาขา บางกอกน้อย ระบุว่า ปัจจุบันราคาที่ดินย่านนี้แพงอยู่แล้ว แม้ว่าผังเมืองรวมกรุงเทพ มหานครจะกำหนดให้เป็นพื้นที่สีเขียว หรือที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ส่วนใหญ่พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวได้เป็นส่วนใหญ่ แต่เนื่องจากมีโครง


การข่ายจราจรที่สำคัญเกิดขึ้นมาทำให้ที่ดินแถบนี้มีราคาแพง โดยริมถนนจรัญสนิทวงศ์ติดริมถนนราคา ไม่ต่ำกว่า 40,000-50,000 บาท/ตารางวา ซึ่งบริเวณริมถนน สามารถพัฒนาคอนโดมิเนียมได้ แต่ถ้าเป็นด้านในซอย ราคาจะถูกลง เฉลี่ย 20,000 บาท/ตารางวา และย่านเกียกกาย ราคาที่ดินสูงถึง กว่า 300,000 บาทต่อตารางวา และในอนาคต


หากมีการเวนคืนที่ดินโดยมีถนนตัดผ่านเชื่อว่า


บริเวณดังกล่าว ราคาที่ดินจะขยับไม่ต่ำกว่า 2-3 เท่าตัว


ขณะที่ "อิสระ บุญยัง" อุปนายกสมาคมบ้านจัดสรร กล่าวว่า พื้นที่ ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา ราคาที่ดินค่อนข้างสูง แต่พื้นที่ถูกจำกัดเป็นพื้นที่สีเขียว พัฒนาบ้านเดี่ยวได้ส่วนใหญ่ มีอยู่บริเวณเดียวที่ขึ้นตึกสูงได้ก็คือ จุดที่ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)


ได้ซื้อไว้พัฒนาอาคารชุดย่านจรัญสนิทวงศ์ อย่างไรก็ดี มองว่าหากมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาอีก


แห่ง จะทำให้เป็นผลดีต่อการเดินทาง และแน่นอน


ว่า ผู้ประกอบการย่อมสนใจที่จะเข้าไปซื้อที่ดิน


ตามแนวสายทางใหม่ๆ


เช่นเดียวกับ "ดร. ธีระชน มโนมัยพิบูลย์" รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้เพอร์-เฟค จำกัด (มหาชน) เคยเล่าให้ฟังถึงสะพานเกียก


กายก่อนหน้านี้ว่า เอกชนจะสนใจถนนสะพาน


ก่อสร้างใหม่ หากเป็นสะพานจะซื้อเลยจากคอสะพานออกไปประมาณ 500 เมตร-1 กิโลเมตร เพราะหากซื้อติดกับทางลงสะพานฮวงจุ้ยจะไม่ดี เลือกซื้อที่ดินในซอยจะราคาถูกกว่า และเชื่อว่าโครงข่ายจราจรใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจะเป็นผลดีต่อการเดินทาง ทั้งผู้บริโภคที่ซื้อโครงการและเจ้าของโครงการ


สะพานเกียกกายจะเป็นอีกหนึ่งสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพมหานคร ที่จะช่วยแก้ ปัญหาจราจรและเชื่อมโครงข่ายการเดินทางในอนา-คต และเปิดทำเลทองที่อยู่อาศัยใหม่ในอนาคต!
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 27th, 2007, 12:24 PM   #11
BlueDragonExp
Registered User
 
BlueDragonExp's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,159
Likes (Received): 4

It's a good News for bangkok
BlueDragonExp no está en línea   Reply With Quote
Old August 27th, 2007, 05:15 PM   #12
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,359
Likes (Received): 2125

สี่แสงชนะสะพานแจ้งวัฒนะ เสนอต่ำกว่าราคากลาง 82 ล้าน-เวลาก่อสร้าง 450 วัน

Thairath [27 ส.ค. 50 - 04:25]

นายปราโมทย์ ศิริวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักฯประกาศประกวดราคาจ้างด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์งานจ้างเหมาก่อสร้างสะพานลอย บริเวณทางเข้า-ออกศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ ราคากลาง 347.6 ล้านบาท ไปเมื่อประมาณกลาง เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา และมีเอกชนมายื่นซองประกวด ราคาทั้งสิ้น 13 รายนั้น สำนักฯได้กำหนดเคาะราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า บริษัท สี่แสงการโยธา จำกัด ชนะการประกวดราคา โดยเสนอราคา 264.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดต่ำกว่าราคากลางถึง 82 ล้านบาท หลังจากนี้ จะเรียกบริษัทสี่แสงมาต่อรองราคาก่อนเสนอเรื่องไปให้สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง พิจารณาอีกครั้งก่อนเซ็นสัญญาก่อสร้าง

สะพานเข้า-ออกศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ จะก่อสร้างทางขึ้นบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ กม.5 ช่องทางซ้ายสุด ฝั่งขาเข้า เยื้องกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อรองรับปริมาณการจราจรที่มาจากปากเกร็ด นนทบุรี ที่จะไปติดต่อศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ สามารถขึ้นสะพานเลี้ยวไปลงฝั่งตรงข้ามเพื่อเข้าศูนย์ราชการได้ ทันที จากเดิมจะต้องวิ่งตรงไปกลับรถใต้สะพาน ลอยข้ามแยกหลักสี่เพียงจุดเดียว ตัวสะพานจะมีขนาด 2 ช่องจราจร ลักษณะคล้ายกับสะพานลอยบนถนนวิภาวดีรังสิตเข้าสนามบินดอนเมือง การก่อสร้างจะต้องมีการเวนคืนที่ดินบริเวณทางขึ้นบนถนนแจ้งวัฒนะ ฝั่งขาเข้า และทางลงบริเวณด้านหน้ากรมการกงสุล โดยจะต้องรื้อแนวรั้วหน้ากรมการกงสุลออกเพื่อขยายเขตทางให้กว้างขึ้นสำหรับเป็นทางเข้าศูนย์ราชการดังกล่าวให้ได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น ใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้น 450 วัน.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 1st, 2007, 10:07 AM   #13
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,359
Likes (Received): 2125

ทช.ยันสะพานข้ามเจ้าพระยาสุดยอด

สยามธุรกิจ [ ฉบับที่ 824 ประจำวันที่ 1-9-2007 ถึง 4-9-2007]

> ‘ระพินทร์’ คุยรักษาดีไร้ปัญหาการถล่ม

นายระพินทร์ จารุดุล อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยถึงการตรวจความมั่นคงแข็งแรงของสะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ว่า จากเหตุการณ์ ที่สะพานข้ามแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ เมืองมินิอาโปลิส รัฐมินิโซต้า ที่ประเทศสหรัฐ อเมริกาถล่มลงมานั้น อาจจะทำให้ชาวไทย รู้สึกวิตกกังวลบ้าง เนื่องจากประเทศไทยมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เป็นโครง สร้างเหล็กเช่นกัน ก่อนหน้ากรมฯได้ชี้แจง ให้ประชาชนได้เข้าใจในการดูแลรักษาสะพานข้ามแม่น้ำพระยาที่รับมอบหมายดูแลบ้างแล้ว ซึ่งมีทั้งหมด 11 สะพาน ประกอบด้วย สะพานพระราม 3 สะพานพระราม 4 สะพานพระราม 5 สะพานพระราม 7 สะพานกรุงธน สะพานสมเด็จ พระปิ่นเกล้า สะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า (สะพานพุทธ) สะพานพระปกเกล้า สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน สะพานกรุงเทพ และสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม

ส่วนสะพานโครงสร้างเหล็กที่กรมฯดูแลมีอยู่ 3 สะพาน คือ 1.สะพานพุทธ ดำเนินการสร้างเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2472 โดยเปิดใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2575 เดิมเป็นแบบเปิด-ปิด ให้เรือผ่านได้ โดยโครง สร้างเป็นเหล็ก หลังจากได้รับความเสียหาย จากการทิ้งระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ได้มีการซ่อมแซมเรื่อยมา ล่าสุด ปี 2549 กรมฯได้ทิ้งหินใหญ่รอบเสาตอม่อสะพานเพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะ ขณะเดียวกันกรมฯได้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านบูรณะและบำรุงรักษาตรวจสอบเพื่อแนะนำให้ซ่อมแซมอยู่เสมอ

2.สะพานกรุงธนก่อสร้างเมื่อปี 2497 แล้วเสร็จเมื่อปี 2500 และเปิดการจราจรเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2501 เป็นสะพานโครงสร้างเหล็กชนิดปิดตายมี 4 ช่องจราจร รับน้ำหนักได้ไม่เกิน 21 ตัน กรมฯได้มีการตรวจสอบเพื่อซ่อมย่อยเป็นประจำ และเมื่อปี 2548 ก็ได้มีการทาสีติดตั้งป้ายสะท้อนแสง

3.สะพานกรุงเทพ เป็นการก่อสร้างแบบโครงสร้างเหล็ก สามารถเปิด-ปิดให้เรือผ่านได้ สร้างเมื่อปี 2497 และเปิดการจราจรเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2502 มีช่วงโครงเหล็ก 5 ช่วง น้ำหนักโครงเหล็กแต่ละช่วงหนัก 440 ตัน ส่วนช่วงกลางเปิด-ปิด หนักข้างละ 200 ตัน รับน้ำหนักรถบรรทุกได้ไม่เกิน 18 ตัน กรมฯได้ดูแลและบำรุงรักษามาตลอด ล่าสุดเมื่อปี 2549 กรมฯได้ดำเนินการซ่อมแซมระบบเปิด-ปิดสะพาน โดยการติดตั้งสายเคเบิลใต้น้ำ และซ่อมแซม ห้องควบคุมในตอม่อ โดยแต่ละสะพานได้ทำ การซ่อมแซมและบำรุงรักษาเป็นอย่างดี

“ผมยืนยันในความปลอดภัยของสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ในความรับผิดชอบ โดยเฉพาะสะพานโครงสร้างเหล็ก ทั้ง 3 สะพานนี้ มีการซ่อมย่อย ซ่อมใหญ่ และซ่อมปกติอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้สะพานจะมีอายุการใช้งานยาวนานก็สามารถรองรับ น้ำหนักการจราจรได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ขอความร่วมมือกับผู้ใช้รถใช้ถนนด้วยว่า ผู้ที่บรรทุกน้ำหนักเกินอัตราควรเลี่ยงไปใช้สะพานอื่นที่รับน้ำหนักได้เยอะกว่า” นายระพินทร์ กล่าว
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 4th, 2007, 04:58 AM   #14
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,359
Likes (Received): 2125

ยกฟ้องอุโมงค์วงเวียนใหญ่ ศาลปกครองตัดสิน- แต่ กทม.ยังขุดต่อไม่ได้ติดอุทธรณ์

Thairath [4 ก.ย. 50 - 04:06]

นายวิฑูร สุขสรรควณิช ผู้อำนวยการกองควบคุมการก่อสร้าง สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ตามที่ กทม.มีโครงการก่อสร้างอุโมงค์คนข้ามลอดวงเวียนใหญ่ งบประมาณ 40 ล้านบาท ระยะทาง 30 เมตร เพื่ออำนวยสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องการเดินข้ามถนนไปสักการะอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้า ตากสิน รวมถึงประชาชนที่ต้องการไปนั่งเล่นพักผ่อนที่สวนสาธารณะในวงเวียนเดินทางได้สะดวก โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2548 กำหนดแล้วเสร็จในเดือน มี.ค. 2549 แต่จนป่านนี้ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ เพราะถูกศาลปกครองสั่งชะลอการก่อสร้าง เนื่องจากมีประชาชนยื่นร้องเรียนให้ กทม.ออกแบบทางขึ้นบนทางเท้าบริเวณหน้าอาคารนาต้าใหม่นั้น เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ศาลปกครองได้มีคำสั่งยกฟ้องกรณีดังกล่าวแล้ว โดยเห็นว่าการก่อสร้างทางขึ้นลงอุโมงค์ที่หน้าอาคารนาต้าไม่ได้สร้างความเดือด ร้อนแก่การเข้าออกอาคาร เนื่องจาก กทม.ได้ ชี้แจงรายละเอียดแบบการก่อสร้างบริเวณดังกล่าว โดยเหลือพื้นที่ว่างให้ประมาณ 1 เมตรกว่า ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่กว้างอยู่มาก อย่างไรก็ตาม ทางเอกชนเจ้าของอาคารได้ยื่นอุทธรณ์ต่ออีก ทำให้ผู้รับเหมายังเข้าพื้นที่ก่อสร้างโครงการต่อไม่ได้

นายวิฑูรกล่าวต่อว่า ขณะนี้การก่อสร้างมีความคืบหน้าเกิน 50% แล้ว โดยงานโครงสร้างในส่วนอื่นๆเสร็จสิ้นหมดแล้ว เหลือเพียงงานก่อสร้างทางขึ้นลงที่หน้าอาคารนาต้าที่ยังติดปัญหาการอุทธรณ์ต่อ รวมถึงงานปูพื้น ตกแต่งภายใน และระบบไฟฟ้าที่ยังเดินหน้าไม่ได้ ต้อง รอทำงานตรงทางขึ้นลงให้เสร็จก่อน เนื่องจากขณะนี้ภายในอุโมงค์มีน้ำท่วมขังหลังจากฝนตก หากทำงานภายในไปก่อนงานจะเสียหายจนต้องทำใหม่ สำหรับผู้รับเหมาโครงการ กทม.ได้จ่ายค่างานในส่วนที่ทำไปแล้ว และอยู่ระหว่างรอการ ตัดสินของศาล หากได้ข้อยุติจะพิจารณาต่อสัญญาให้ผู้รับเหมาเดินหน้าทำงานต่อไป.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 12th, 2007, 05:00 AM   #15
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,359
Likes (Received): 2125

อุโมงค์ราชพฤกษ์คืบ 80 % สร้างปี 51

Dailynews 12/09/2007

นายระพินทร์ จารุดุล อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณวงเวียนถนนราช พฤกษ์-ถนนนครอินทร์ ว่า โครงการดังกล่าว อยู่ระหว่างขั้นตอนการสำรวจและออกแบบรายละเอียด โดย ทช.ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการ วงเงิน 9.956 ล้านบาท ผลงานการออกแบบคืบหน้าแล้วประมาณ 80% กำหนดแล้วเสร็จ ก.ย. นี้ ตามแผนงานจะเริ่มก่อสร้างต้นปี 2551 งบก่อสร้าง 760 ล้านบาท ค่าควบคุมงาน 20 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี รูปแบบโครงการ จะเป็นอุโมงค์ทางลอด ขนาด 6 ช่องจราจร ความยาว 650 เมตร บนถนนราชพฤกษ์ ลอดใต้วงเวียนจุดตัดถนนราชพฤกษ์-ถนนนครอินทร์ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จในบริเวณทางแยกดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นอุโมงค์ทางลอดแนวเหนือใต้บนถนนราชพฤกษ์ วิ่งตรงไปเชื่อมถนนรัตนาธิเบศร์ ต่อเนื่องทางหลวงหมายเลข 345 ถนนบางบัวทอง-บางคูวัต ทั้งนี้โครงการดังกล่าว จะช่วยเพิ่มความสามารถในการรองรับปริมาณจราจรได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น.
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 13th, 2007, 06:05 AM   #16
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,359
Likes (Received): 2125

แบบอุโมงค์นครอินทร์คืบ80%

Thairath [13 ก.ย. 50 - 03:57]

นายระพินทร์ จารุดุล อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณวงเวียนถนนราชพฤกษ์-ถนนนครอินทร์ ว่า โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนการสำรวจและออกแบบรายละเอียด โดย ทช.ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการ วงเงิน 9.956 ล้านบาท ผลงานคืบหน้าประมาณ 80% กำหนดแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้ ตามแผนงานจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างต้นปี 2551 วงเงินค่าก่อสร้าง 760 ล้านบาท และค่าควบคุมงาน วงเงิน 20 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี

นายระพินทร์กล่าวว่า สำหรับรูปแบบโครงการดังกล่าว จะก่อสร้างเป็นอุโมงค์ทางลอด ขนาด 6 ช่องจราจร ความยาว 650 เมตร บนถนนราชพฤกษ์ ลอดใต้วงเวียนจุดตัดถนนราชพฤกษ์- ถนนนครอินทร์ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จในบริเวณทางแยกดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นอุโมงค์ทางลอดแนวเหนือใต้บนถนนราชพฤกษ์วิ่งตรงไปเชื่อมถนนรัตนาธิเบศร์ ต่อเนื่องทางหลวงหมายเลข 345 ถนนบางบัวทอง-บางคูวัด ส่วนสะพานลอยข้ามแยกเดิมสำหรับการเดินทางแนวตะวันออก ตะวันตก บนถนนนครอินทร์ มุ่งหน้าถนนวงแหวนรอบนอก และวงเวียนยังคงสามารถใช้งานได้สำหรับรถที่จะเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาเพื่อเปลี่ยนทิศทางการเดินทาง ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสามารถในการรองรับปริมาณจราจรได้มากขึ้น และเพื่อเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพโครงข่ายถนนนครอินทร์-ถนนราชพฤกษ์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ประชาชนจะเดินทางได้สะดวก และช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดและอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี.
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 26th, 2007, 01:59 PM   #17
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,359
Likes (Received): 2125

สะพานเมืองทองเปิดไม่ได้! ไม่เสร็จตามคุย

Thairath [26 ก.ย. 50 - 03:38]


ตามที่กรมทางหลวงได้ประชาสัมพันธ์ว่า โครงการก่อสร้างสะพานลอยถนนแจ้งวัฒนะตัดทางเข้าเมืองทอง 1 จะแล้วเสร็จและสามารถเปิดการจราจรได้บางส่วนในวันที่ 28 กันยายน 50 นั้น ปรากฏว่า ล่าสุดสะพานดังกล่าวไม่สามารถเปิดการจราจรได้ตามที่กรมทางหลวงเคยกำหนดอย่างแน่นอนแล้ว ทั้งนี้ พ.ต.ท.บดินทร์ ผาสุข สว.จร.สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า การก่อสร้างจุดดังกล่าวมีผลกระทบต่อการจราจร เนื่องจากเกิดคอขวดก่อนเข้าพื้นที่ทั้งสองฝั่ง โดยเฉพาะช่วงเย็นถนนแจ้งวัฒนะฝั่งขาออกมีปัญหามาก นอกจากนี้ ถนนงามวงศ์วานก็ได้รับผลกระทบ ต้องจัดวางกำลังตำรวจช่วยเร่งระบายรถตั้งแต่หลักสี่ถึงปากเกร็ด ซึ่งเป็นพื้นที่คาบเกี่ยว สภ.อ.ปากเกร็ด ซึ่งจากการติดตามประสานงานได้รับแจ้งว่า กรมทางหลวงได้ขยายเวลาให้กับผู้รับเหมาจนถึงเดือน มี.ค.2551 ทำให้การก่อสร้างสะพานฝั่งขาเข้าเดิมจะเปิดเดือน ก.ย. นี้ จะเสร็จไม่ทัน

น.ส.อิศราภรณ์ งามบุญ อายุ 29 ปี พนักงานบริษัท กล่าวว่า มีบ้านพักหลังเมืองทองธานีและใช้เส้นทางถนนแจ้งวัฒนะประจำ ได้รับผลกระทบอย่างมาก สะพานลอยข้ามแยกเมืองทองก่อสร้างมานานแล้วตั้งแต่ปลายปี 2549 ล่าสุดทราบว่าจะต่อสัญญาให้กับผู้รับเหมาอีก ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมจึงต่อให้ เพราะผู้รับเหมาทำงานล่าช้ามาก คนงานก็น้อย ทางหน่วยงานเจ้าของโครงการจะต้องเร่งผู้รับเหมา ไม่ใช่แก้ปัญหาโดยต่อสัญญาแบบนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การก่อสร้างสะพานลอยถนนแจ้งวัฒนะ ที่แยกทางเข้าเมืองทอง 1 กรมทางหลวงได้ว่าจ้างบริษัท มงคลลาภก่อสร้าง จำกัด วงเงิน 209,100,000 บาท เริ่มต้นสัญญา วันที่ 18 ก.พ. 2549 สิ้นสุดสัญญา วันที่ 13 พ.ค. 2550 อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าโครงการดังกล่าวกรมทางหลวงได้อนุมัติให้ขยายระยะเวลาการก่อสร้างมาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกขยายวันสิ้นสุดสัญญาจากวันที่ 13 พ.ค. 2550 ไปอีก 138 วัน หรือถึงวันที่ 28 กันยายน 2550 เพราะติดปัญหาการรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคใต้ดินของโครงการขยายถนนแจ้งวัฒนะ ครั้งที่ 2 กรมทางหลวงได้ขยายเวลาให้อีก 37 วัน เพื่อชดเชยที่รัฐบาลขอความร่วมมือให้ผู้รับเหมาก่อสร้างในถนนทุกโครงการหยุดการก่อสร้างระหว่างการจัดงาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดการจราจรงานฉลองครองราชย์ 60 ปี โดยระบุให้สัญญาไปสิ้นสุดวันที่ 4 พฤศจิกายน 2550 ทั้งนี้ การขยายเวลาทั้ง 2 ครั้ง ผู้รับเหมาไม่ต้องเสียค่าปรับแต่อย่างใด และครั้งที่ 3 ผู้รับเหมาขอขยายเวลาอีก 180 วัน หรือถึงวันที่ 2 พฤษภาคม 2551 โดยอ้างมติ ครม. เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2550 ที่ให้ขยายสัญญาโครงการก่อสร้างต่างๆที่มีพื้นที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งกรมทางหลวงได้อนุมัติตามที่บริษัทร้องขอ ทำให้การก่อสร้างยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน.
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 27th, 2007, 04:21 AM   #18
Sophon
Registered User
 
Join Date: Dec 2006
Location: Bangkok
Posts: 160
Likes (Received): 0

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
สะพานเมืองทองเปิดไม่ได้! ไม่เสร็จตามคุย

Thairath [26 ก.ย. 50 - 03:38]




.....การก่อสร้างสะพานลอยถนนแจ้งวัฒนะ ที่แยกทางเข้าเมืองทอง 1 กรมทางหลวงได้ว่าจ้างบริษัท มงคลลาภก่อสร้าง จำกัด วงเงิน 209,100,000 บาท เริ่มต้นสัญญา วันที่ 18 ก.พ. 2549 สิ้นสุดสัญญา วันที่ 13 พ.ค. 2550 อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าโครงการดังกล่าวกรมทางหลวงได้อนุมัติให้ขยายระยะเวลาการก่อสร้างมาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกขยายวันสิ้นสุดสัญญาจากวันที่ 13 พ.ค. 2550 ไปอีก 138 วัน หรือถึงวันที่ 28 กันยายน 2550 เพราะติดปัญหาการรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคใต้ดินของโครงการขยายถนนแจ้งวัฒนะ ครั้งที่ 2 กรมทางหลวงได้ขยายเวลาให้อีก 37 วัน เพื่อชดเชยที่รัฐบาลขอความร่วมมือให้ผู้รับเหมาก่อสร้างในถนนทุกโครงการหยุดการก่อสร้างระหว่างการจัดงาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดการจราจรงานฉลองครองราชย์ 60 ปี โดยระบุให้สัญญาไปสิ้นสุดวันที่ 4 พฤศจิกายน 2550 ทั้งนี้ การขยายเวลาทั้ง 2 ครั้ง ผู้รับเหมาไม่ต้องเสียค่าปรับแต่อย่างใด และครั้งที่ 3 ผู้รับเหมาขอขยายเวลาอีก 180 วัน หรือถึงวันที่ 2 พฤษภาคม 2551 โดยอ้างมติ ครม. เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2550 ที่ให้ขยายสัญญาโครงการก่อสร้างต่างๆที่มีพื้นที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งกรมทางหลวงได้อนุมัติตามที่บริษัทร้องขอ ทำให้การก่อสร้างยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน.
ไม่ทราบว่าเกิดอุทกภัยยังไง แถวเมืองทอง 1 น่าจะปรับให้เข็ด
Sophon no está en línea   Reply With Quote
Old September 27th, 2007, 04:46 AM   #19
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 57,359
Likes (Received): 2125

เลื่อนเปิดอุโมงค์ปากเกร็ดเป็นกลางต.ค.

Dailynews 27/09/2007


ให้ใช้ก่อนเกรงอันตรายเหมือนอุโมงค์ท่าพระส่วนการจราจรด้านบนเปิดวิ่งทุกทิศทางแล้ว

พ.ต.ต.สุขสันต์ ส่งประเสริฐ สารวัตรจราจร สถานีตำรวจภูธรอำเภอปากเกร็ด เปิดเผยว่า ตามที่กรมทางหลวง (ทล.) มีโครงการก่อสร้างอุโมงค์ลอดห้าแยกปากเกร็ด ตามแนวถนนติวานนท์ นั้น ขณะนี้การก่อสร้างเกือบเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการเก็บรายละเอียด อาทิ การตีเส้นจราจร การติดตั้งระบบไฟฟ้า อาณัติสัญญาณ และการทดสอบระบบระบายน้ำ ซึ่งในการหารือกับ ทล.ในตอนแรกมีความเห็นตรงกันว่าจะเปิดอุโมงค์ให้ใช้ได้ก่อนการเก็บรายละเอียด จะเรียบร้อยในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาการจราจร แต่หลังจากเกิดอุบัติเหตุที่อุโมงค์ลอดทางแยกท่าพระ ถนนจรัญสนิทวงศ์ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ และมีผู้เสียชีวิต 1 ศพ ทำให้ต้องชะลอการเปิดใช้อุโมงค์ห้าแยกปากเกร็ดไว้ก่อน รอจนกว่าการเก็บรายละเอียดจะเรียบร้อยสมบูรณ์ทั้ง 100% ก่อน เพื่อความปลอดภัย คาดว่าจะสามารถเปิดให้ใช้อุโมงค์ห้าแยกปากเกร็ดได้ประมาณกลางเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอติดระบบอาณัติสัญญาณที่สั่งซื้อมาจากต่างประเทศ ทำให้งานต้องล่าช้าออกไป

พ.ต.ต.สุขสันต์ กล่าวต่อว่า สำหรับการจราจรด้านบนหลังคาอุโมงค์บริเวณห้าแยกปากเกร็ด ได้เปิดให้รถวิ่งผ่านได้ทุกทิศทางแล้ว โดยเปิดสัญญาณไฟควบคุมการจราจรบริเวณทางแยก ซึ่งรถบนถนนติวานนท์สามารถวิ่งทางตรงและเลี้ยวขวาเข้าถนนแจ้งวัฒนะได้ ส่วนบนถนนแจ้งวัฒนะก็สามารถวิ่งทางตรง และเลี้ยวขวาเข้าถนนติวานนท์ได้เช่นกัน.
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 27th, 2007, 03:26 PM   #20
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,575
Likes (Received): 119

Bridge on Lampao dam: New project at Kalasin province.
โครงการการก่อสร้างสะพานข้ามเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธ์











กรมทางหลวงชนบท ได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคมให้เป็นผู้ดำเนินการ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว ตามนโยบายของรัฐบาล ที่จะพัฒนาความเป็นอยู่กระจายความเจริญสู่ประชาชนในภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนเดินทางสะดวก และลดต้นทุนการขนส่งเกษตรกรรม ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น


ความเป็นมาของโครงการ
เมืองกาฬสินธุ์ ถือได้ว่าเป็นเมืองเก่าแก่และมากด้วยวัฒนธรรมตลอดจนเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้อันสำคัญของภาคอีสาน ตามสภาพพื้นที่ส่วนบนของจังหวัดกาฬสินธุ์จะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยอ่างเก็บน้ำลำปาว ปัจจุบันรถยนต์ส่วนบุคคลประชาชนทั้งสองฝั่งสัญจรไปมาโดยใช้แพขนานยนต์ บรรทุกรถได้ประมาณครั้งละ 10 คัน และต้องเสียเวลารอขึ้นแพประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนการขนส่งผลผลิตการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวและอื่นๆ ซึ่งอยู่ด้านทิศตะวันตกของจังหวัดไม่สามารถขนส่งทางแพขนานยนต์ เพื่อไปโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปซึ่งส่วนใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดได้ จึงต้องขนส่งผ่านเส้นทางอ้อมอ่างเก็บน้ำลำปาวที่มีระยะทางไกล ดังนั้น จึงจำเป็นต้องก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาวขึ้น









วัตถุประสงค์ของโครงการ
เป็นโครงการที่เชื่อมเส้นทางคมนาคมขนส่ง เพื่อย่นระยะทางการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าว ไปยังโรงงานอุตสาหกรรม แปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตร เช่น โรงงานน้ำตาล โรงงานมันสำปะหลังและโรงงานสีข้าวได้สะดวก ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการลดต้นทุนการขนส่งและการผลิตด้านการเกษตรให้ลดลง
นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้ที่สำคัญส่วนหนึ่งของประเทศ ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิง
ธรรมชาติบริเวณเขื่อนลำปาว รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่เป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศ เป็นต้น

ที่ตั้งโครงการ
ฝั่งจุดเริ่มต้นของโครงการ ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
ฝั่งจุดสิ้นสุดของโครงการ ตำบลหนองบึง อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์

ลักษณะงานสะพาน
เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 2 ช่องจราจร ความยาว 2,040 เมตร ความกว้างผิวจราจร 9 เมตร ทางเท้ากว้างข้างละ 1.50 เมตร มีช่องลอดสุทธิทางราบ 22 เมตร ช่องลอดทางดิ่งสูง 3.70 เมตร (จากระดับน้ำเก็บกักสูงสุดของเขื่อน)

ลักษณะงานถนน
ถนนเชื่อมทั้ง 2 ฝั่ง ความยาวรวม 520 เมตร ประกอบด้วย

ถนนฝั่งจุดเริ่มต้นโครงการ เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ผิวจราจรกว้าง 7 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 2.50 เมตร ความยาว 180 เมตร
ถนนฝั่งจุดสิ้นสุดโครงการ เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ผิวจราจรกว้าง 7 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 2.50 เมตร ความยาว 340 เมตร

งานประกอบอื่นๆ
งานไฟฟ้าแสงสว่างตลอดแนวสะพาน
ศาลากลางน้ำสำหรับการท่องเที่ยวชมทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำ

ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ
ช่วยย่นระยะการเดินทางในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรจากด้านตะวันตก ซึ่งประกอบด้วย อำเภอหนองกุงศรี อำเภอท่าคันโท อำเภอห้วยเม็ก รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียงจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดขอนแก่น ไปโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นระยะทาง 78 กิโลเมตร สามารถลดต้นทุนในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรได้
เป็นโครงการที่สนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้แก่ บริเวณอ่างเก็บน้ำลำปาวและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ (บริเวณที่ค้นพบซากไดโนเสาร์แหล่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย)
ย่นระยะทางการเดินทางระหว่างจังหวัดกาฬสินธุ์กับจังหวัดอุดรธานีได้ประมาณ 45 กิโลเมตร
แผนการดำเนินการโครงการ
ใช้งบประมาณ ปี 2549 - 2551
ค่าก่อสร้างประมาณ 478,200,000 บาท
ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 2 ปี




Gaia no está en línea   Reply With Quote


Reply

Tags
thailand, transportation

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 12:43 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2015, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2015 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2015 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu