daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation



Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old February 15th, 2008, 08:02 AM   #1
BlueDragonExp
Registered User
 
BlueDragonExp's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,159
Likes (Received): 4

[MRTA] Bangkok METRO part III

ขออนุญาติสมาชิกชาว skyscrapercity ทุกท่านขอขึ้นกระทู้ที่ว่าด้วย Bangkok MTERO โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยหรือร.ฟ.ม.(MRTA.) ใหม่เลยแล้วกันนะครับ

สามารถอ่านข้อมูลในหัวข้อก่อนหน้า ได้ที่ :

Continues from :

Part I : "-SUBWAY-" ( 26 หน้า )

Part II : Bangkok MRT, part II ( 50 หน้า )

แล้วก้ถ้ามีข่าวสารอะไรก็ขอให้ช่วยกันโพสที่กระทู้ใหม่นี้เลยแหล้วกันนะครับ

ขอบคุณครับ.





http://www.otp.go.th/RailwayFuture/index.htm

โครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

http://www.thaitransport-photo.net/m...8ac72dcb0988df

โครงการระบบขนส่งมวลชนด้วยราง ใน รัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช

http://www.thaitransport-photo.net/m...c&t=4001#75721
__________________
คนไทยรักกัน

Last edited by BlueDragonExp; February 15th, 2008 at 08:09 AM. Reason: [MRTA] Bangkok METRO part III
BlueDragonExp no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old February 15th, 2008, 11:01 AM   #2
pon
Registered User
 
pon's Avatar
 
Join Date: Jun 2004
Location: Bangkok/Chiangmai
Posts: 8,025
Likes (Received): 1667

ผมกลัวเหลือเกินว่าวงจรอุบาทว์จะเกิดขึ้นอีกแล้ว ซ้ำประวัติศาสตร์สมัยเฮียเพ้งที่อยู่ดีๆก็จับปากกามาขีดๆลากๆเส้นทางรถไฟฟ้าใหม่ขึ้นมา(ซึ่งห่วยแตกมากๆ)

ขอร้องเถอะ สายสีม่วงมันผ่านขั้นตอนเกือบทุกอย่างแล้ว เหลือแต่รอการอนุมัติจากเจบิกในอีก1-2สัปดาห์นี้
ทำไมต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้วนลูปอยู่ในวังวนวงจรอุบาทว์อีกก็ไม่รู้
หรือ...รถไฟฟ้ากับประเทศไทยเป็นสิ่งแสลงกันจริงๆ
pon no está en línea   Reply With Quote
Old February 15th, 2008, 11:28 AM   #3
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 16,204
Likes (Received): 1153

Quote:
Originally Posted by pon View Post
ผมกลัวเหลือเกินว่าวงจรอุบาทว์จะเกิดขึ้นอีกแล้ว ซ้ำประวัติศาสตร์สมัยเฮียเพ้งที่อยู่ดีๆก็จับปากกามาขีดๆลากๆเส้นทางรถไฟฟ้าใหม่ขึ้นมา(ซึ่งห่วยแตกมากๆ)

ขอร้องเถอะ สายสีม่วงมันผ่านขั้นตอนเกือบทุกอย่างแล้ว เหลือแต่รอการอนุมัติจากเจบิกในอีก1-2สัปดาห์นี้
ทำไมต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้วนลูปอยู่ในวังวนวงจรอุบาทว์อีกก็ไม่รู้
หรือ...รถไฟฟ้ากับประเทศไทยเป็นสิ่งแสลงกันจริงๆ

นี่แหละครับ Constrictive Inertia -> ยิ่งไม่อยากทำมากเท่าไหร่ ยิ่งพูดว่าจะทำมากขึ้นเท่านั้น ที่ไม่กล้าพูดตรงๆ เพราะ ขืนพูดตรงๆ ก้มีหวังสอบตก ตอนเลือกตั้งสมัยหน้าแน่ๆ

อีกอย่าง คนอ่อนแอมักทำตัว ประเภทที่ว่า "สมเด็จองค์เก่าที่ สร้างปราสาทหิน ถึงแก่สุรคตไป สมเด็จองค์ใหม่ไม่สร้างต่อ" ปล่อยให้มีแต่ชิ้นงานที่เป็นโกลน (งานสลักไม่เสร็จ) ให้เห็นประจำ

การอวดตัวว่าข้าแน่โดยไม่สานต่องานเช่นนี้ ทำให้จักรวรรดิล่มสลายมานับไม่ถ้วนแล้ว

ผู้เข้มแข็งที่แท้จริง เขาต้อง สานต่องานให้สำเร็จก่อนแล้วค่อยคิดการจะทำตามแบบที่ตอนต้องการ ก็ยังไม่สาย
__________________
BKK Mass Transit Expert

Last edited by Wisarut; February 15th, 2008 at 11:29 AM. Reason: Updating
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old February 15th, 2008, 01:35 PM   #4
cheychai
Dont give up
 
Join Date: Sep 2005
Location: Bangkok
Posts: 542
Likes (Received): 2

I trust you all. Let's make a sun shine Thailand.
cheychai no está en línea   Reply With Quote
Old February 15th, 2008, 04:53 PM   #5
thainotts
Registered User
 
thainotts's Avatar
 
Join Date: Jun 2006
Location: Bangkok-Nottingham
Posts: 2,958
Likes (Received): 5

ดีครับ ได้ฤกษ์ รัฐบาลสร้างกระทู้ใหม่ ดูซิว่านายสมัครจะสมราคาคุยมั้ย
__________________
"สมบัติชาติ" ถ้าคนไทยบริหารแล้วห่วยลงๆ สู้ขายให้นายทุนฝรั่งมาบริหารยังจะดีกว่า เขาจะเอาออกนอกประเทศก็ไม่ได้ แถมการแข่งขันในตลาดเสรีก็ช่วยพัฒนา "สมบัติ" นั้นๆ อีกด้วย ....​ อย่าให้คนไทยกันเองดอง "สมบัติชาติ" จนมันเน่าเลยดีกว่า
thainotts no está en línea   Reply With Quote
Old February 15th, 2008, 09:15 PM   #6
BlueDragonExp
Registered User
 
BlueDragonExp's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,159
Likes (Received): 4

เอ็มซีแอลเปิดตลาดเพิ่มผู้โดยสารคอนโดฯ, บริษัทร้านค้า รถใต้ดินเชื่อมจตุรัสจามจุรี [14 ก.พ. 51 - 03:37]

พล.ต.ชาติชาย ประดิษพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่กิจกรรม บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (บีเอ็มซีแอล) เปิดเผยว่า วันที่ 14 ก.พ. บริษัท บีเอ็มซีแอล ได้จัดกิจกรรมพิเศษ โดยเชิญเด็กนักเรียนจากโรงเรียนศรีสังวาลย์ ซึ่งเป็นผู้พิการมานั่งรถไฟฟ้าและเลี้ยงอาหารกลางวัน ทั้งนี้บริษัท บีเอ็มซีแอล ได้ให้ความสำคัญกับผู้พิการอย่างมาก และตลอดทั้งปีนี้ จะเน้นเชิญกลุ่มผู้พิการมาทดลองนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน และดูระบบ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้พิการที่จัดทำไว้ให้ เพื่อให้ผู้พิการมีความมั่นใจที่จะใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินมากยิ่งขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ บริษัท บีเอ็มซีแอล ได้เน้นกลุ่มเด็กนักเรียน และคนชรา ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก

พล.ต.ชาติชายกล่าวว่า สำหรับแผนการตลาดมีบริษัทห้างร้านตามแนวเส้นทางทยอยติดต่อซื้อบัตรโดยสารเป็นแพ็กเกจสำหรับแจกพนักงานมากขึ้นเรื่อยๆรวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์บ้านและที่อยู่อาศัยย่านรัชดาฯ ห้วยขวาง ติดต่อเจรจาทำธุรกิจร่วมกัน โดยจัดเป็นโปรโมชั่นพิเศษสำหรับ ลูกค้าที่ซื้อบ้าน และคอนโด เพราะต่อไปคนที่อาศัยแนวเส้นทางรถไฟฟ้าจะเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้บริการรถไฟฟ้ามากขึ้น นอกจากนี้มีอาคาร ห้างสรรพสินค้า หลายแห่งติดต่อขอทำทางเชื่อมต่อสถานีกับตัวอาคารเพิ่มขึ้น และจะเปิดใช้ แห่งแรกที่อาคารจตุรัสจามจุรี กับสถานีสามย่าน วันที่ 26 มี.ค.นี้ คาดการณ์จะมีปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 2,000 คนต่อวัน อีกแห่งที่สถานีสุขุมวิท จะเชื่อมต่อกับอาคาร ซึ่งเป็นทั้งห้างสรรพสินค้าและคอนโดมิเนียม ได้รับความเห็นชอบจาก รฟม.แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จต้นปี 52.

http://www.thairath.co.th/news.php?s...&content=78820
__________________
คนไทยรักกัน
BlueDragonExp no está en línea   Reply With Quote
Old February 16th, 2008, 10:35 AM   #7
BlueDragonExp
Registered User
 
BlueDragonExp's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,159
Likes (Received): 4

ป่วน!!วงการที่ดิน รับแผนรื้อขนส่งมวลชน ลิ่วล้อ “ทักษิณ”เตรียมผงาด

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 14 กุมภาพันธ์ 2551 10:03 น.




*รื้อโครงข่ายคมนาคม ป่วนวงการที่ดิน ทำนักธุรกิจการเมืองเดี้ยงคาที่
*ลิ่วล้ออดีตนายกฯทักษิณ เตรียมผงาดวงการที่ดิน หลังโครงข่ายคมนาคมเชื่อมต่อสมบูรณ์
*“หญิงอ้อ” นำขบวนกว้านซื้อที่ดินย่านบางนา รอโครงข่ายโลจิกติกส์พร้อม ตามด้วย “สุดารัตน์ ”ดอดเก็บที่ดินย่านรัตนาธิเบศร์อิงสายสีม่วง
*ขณะที่“สุริยะ” รวบที่ดินย่านอยุธยา รอรถไฟฟ้ารางคู่พาดผ่าน หวังเก็งกำไร


จับตาการลงทุนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารอบกรุงเทพฯปริมณฑล และโครงการรถไฟรางคู่เชื่อมต่อการเดินทางเหนือจรดใต้ ตะวันออกจรดตะวันตก และเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน ตัวแปรทำวงการอสังหาริมทรัพย์ป่วนรอบใหม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ แผนสร้างสุวรรณภูมิมหานคร และเมืองใหม่นครนายก ทำวงการอสังหาริมทรัพย์สะเทือนมาแล้วหลายระลอก จนทำให้นักเก็งกำไรเดี้ยงคาที่ดินมานักต่อนัก โดยเฉพาะนักการเมืองนกรู้ และข้าราชการการเมืองที่อาศัยข่าววงในร่วมปั่นราคาที่ดิน จนทำให้ผู้ที่ไหวตัวไม่ทันปล่อยที่ดินออกไปไม่ทัน สุดท้ายต้องแบกรับภาระหนี้สิน และดอกเบี้ยบานตะไท

จากแผนการลงทุนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า 9 เส้นทาง มูลค่ากว่า 500,000 ล้านบาท และแผนลงทุนก่อสร้างรถไฟรางคู่ของรัฐนาวา สมัคร สุนทรเวช จอมโปรเจกท์ ผู้ช่ำชองเรื่องการวางระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ และต้นกำเนิดโครงการทางด่วน และทางพิเศษรอบกรุงเทพฯ กำลังจะทำให้วงการอสังหาริมทรัพย์วุ่นวายอีกครั้งหนึ่ง เพราะจะทำให้เกิดการปั่นราคาที่ดินรอบใหม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เคยมีการปั่นราคาที่ดินบริเวณรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ,ที่ดินในจังหวัดนครนายก หลังจากที่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ประกาศจะสร้างเมืองใหม่นครนายก หวังกระจายความเจริญของกรุงเทพฯไปยังนครนายก และลดความแออัดในตัวเมืองลง รวมถึงการปั่นราคาที่ดินจากแผนการสร้างสะพานข้ามอ่าวไทย หรือแหลมผักเบี้ย ที่มีนักการเมือง และนักธุรกิจการเมืองร่วมก๊วนเก็งกำไร

แต่การปั่นราคาที่ดินรอบนี้ จะแตกต่างจากการปั่นราคาที่ดินทุกครั้ง เพราะแผนการลงทุนก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า และรถไฟรางคู่ ค่อนข้างจะเป็นรูปธรรม และจะเกิดการลงทุนแน่นอน โดยเฉพาะรถไฟฟ้า 5 เส้นทาง จาก 9 เส้นทางที่เริ่มมีความชัดเจนมากกว่าในช่วงที่ผ่านมา และตามเป้าหมายของสมัคร ต้องการให้ทั้ง 9 เส้นทางมีความชัดเจนภายใน 5 ปี ข้างหน้า หรือในปี 2556ซึ่งก็ต้องจับตาดูต่อไปว่า สมัครจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ เพราะยังไม่ทันเริ่มโครงการก็มีข่ายเล็ดลอดออกมาแล้วว่าจะมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางบางเส้นทาง ซึ่งจะทำให้แผนการลงทุนล่าช้าออกไปออกน้อย 6-12 เดือน

เชื่อรถไฟรางคู่เกิด

ขณะที่การลงทุนรถไฟรางคู่ ก็ต้องลงทุนแน่นอน เพราะไทยจะต้องแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านในด้านการขนส่ง จึงจำเป็นต้องวางโครงข่ายโลจิกติกส์ให้สมบูรณ์ เพื่อรองรับการแข่งขันที่นับวันจะรุนแรงมากขึ้น อีกทั้งหากไม่ลงทุนโครงข่ายคมนาคมขนส่งให้เชื่อมต่อกัน ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ จะทำให้ต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น จากราคาน้ำมันที่แพงขึ้นจนแตะระดับ 100 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งมีผลให้ต้นทุนสูงมาก

ดังนั้น เชื่อว่า รัฐบาลสมัครจะเร่งลงทุนโครงข่ายคมนาคมเชื่อมต่อการขนส่งโดยเร็ว แม้ว่าสมัครต้องการให้แก้ไขรางจากเดิมที่รัฐบาลชุดก่อนกำหนดให้ใช้รางขนาด 1 เมตรเป็น 1.435 เมตรก็ตาม

เหตุผลหลัก ๆ ที่ต้องการเร่งแผนลงทุนให้ชัดเจน ก็เพราะต้องทำก่อนที่นักธุรกิจจะย้ายฐานผลิตจากไทยไปยังประเทศอื่น ๆโดยเฉพาะประเทศเวียดนามที่กำลังมาแรง ดึงนักลงทุนต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในไทยไปจำนวนมาก หลังจากที่เวียดนามบุกหนักโดยให้ผลประโยชน์และสร้างความสะดวก เพื่อดึงนักลงทุนเข้าไปลงทุนในเวียดนาม ขณะที่ไทยแม้ว่าจะมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง แต่ความไม่ชัดเจนทางการเมือง ในช่วงที่ประเทศถูกปกครองโดยรัฐบาลทหาร รวมถึงมาตรการกันสำรอง 30%ด้วย ทั้งนี้ หากไทยเร่งทำให้ระบบโลจิกติกส์ให้ครอบคลุมเชื่อมต่อการเดินทางได้สมบูรณ์ ในอนาคตนักลงทุนข้ามชาติจะกลับเข้ามาลงทุนในไทยเหมือนเดิม เพราะปัจจุบันประเทศถูกบริหารโดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งต่างชาติให้ความสำคัญเรื่องประชาธิปไตยและมีความมั่นใจมากขึ้น

แหล่งข่าวในวงการอสังหาริมทรัพย์ และอดีตผู้ที่ร่วมวางแผนลงทุนโครงข่ายคมนาคม เปิดเผย”ผู้จัดการรายสัปดาห์”ว่า เชื่อว่าแผนการลงทุนโครงการคมนาคมขนส่งทั้งระบบจะเกิดขึ้นแน่นอน เพราะรัฐบาลชุดนี้ ต้องการกอบกู้ความเชื่อมั่นจากประชาชน และจะทำให้นักลงทุนกลับมาเชื่อถือเหมือนสมัยรัฐบาลทักษิณ 1 เพื่อลบภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ของอดีตบิ๊กไทยรักไทย โดยเฉพาะตระกูลชินวัตร วงศ์สวัสดิ์ รวมถึงดามาพงศ์ ที่ประสบปัญหาถูกตรวจสอบเรื่องการโกงภาษีการซื้อขายหุ้น รวมถึงการร่ำรวยผิดปกติ ซึ่ง ในช่วงนี้ เป็นโอกาสที่ดีที่จะอาศัยความได้เปรียบทางการเมือง ที่พรรคพลังประชาชน ของสมัคร ซึ่งประกาศว่าเป็นนอมินีให้ทักษิณ สร้างผลงานให้ประชาชนยอมรับ

ลุยขนส่งมวลชนดันจีดีพีโต

ทั้งนี้ การลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ และขยายเครือข่ายโลจิกติกส์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จะทำให้ทั้งประชาชน นักธุรกิจ พอใจ รวมถึงจะช่วยทำให้จีดีพีเติบโตขึ้น จากการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชนชั้นล่างและชนชั้นกลางจะมีรายได้มากขึ้น

การลงทุนดังกล่าวจะเกิดขึ้นตามแผนงานที่รัฐบาลทักษิณ 1 ต่อเนื่องทักษิณ 2 เพราะในขณะนั้น กระทรวงคมนาคมมีเจ้ากระทรวงเป็นอดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย คือสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่คุมงานด้านการลงทุนโครงข่ายคมนาคม และหลังจากนั้น เจ้ากระทรวงถูกเปลี่ยนตัวให้ “เสี่ยเพ้ง”พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ดูแล ซึ่งรู้กันดีว่าเสี่ยเพ้งเป็นผู้ใกล้ชิดกับ”คุณหญิงอ้อ”พจมาน ชินวัตร และคุณหญิงอ้อให้ความไว้วางใจมากที่สุดคนหนึ่ง

ส่งสายตรงคุมต่อระบบขนส่ง

ขณะที่ปัจจุบัน เก้าอี้ตัวใหญ่ในกระทรวงหูกวางนี้ ถูกควบคุมดูแลโดยสายตรงของคุณหญิงอ้อ คือ สันติ พร้อมพัฒน์ ดังนั้น แผนการลงทุนโครงข่ายคมนาคมจะไม่ถูกเปลี่ยนแปลงมากนัก โดยเส้นทางหลัก ๆ ยังใช้เส้นทางเดิม เพราะเอกสารประกอบการลงทุนฉบับที่เสี่ยเพ้งเคยใช้ ขณะนี้อยู่ในมือสันติเรียบร้อยแล้ว และเชื่อว่าสันติ ต้องทำตามเอกสารเดิม ซึ่งในเอกสารการลงทุนเป็นไปตามที่ทักษิณต้องการด้วย

แม้คำยืนยันของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะออกมาย้ำว่า ไม่มีการรื้อแผนเก่า เป็นการถ่วงเวลาให้ล่าช้าอย่างแน่นอน แต่คงต้องยอมรับว่า แนวเส้นทางใหม่ที่ออกมา ทำให้ต้องเสียเวลาเพิ่มขึ้นอีก 1 ปี เพื่อศึกษาถึงความเหมาะสมของโครงการ

การขยับเปลี่ยนแนวเส้นทางครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก หากมองย้อนไปในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จะเห็นความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง และเกิดมาจากอำนาจของการเมืองทั้งสิ้น และสร้างความปั่นป่วนให้กับวงการที่ดินเป็นอย่างมาก เกิดการปั่นราคาที่ดินในบางทำเล เพื่อเก็งกำไรอย่างมหาศาล เช่น สุวรรณภูมิ รับข่าวการเกิด “สุวรรณภูมิมหานคร” เมืองสนามบินแห่งใหม่ รวมทั้งย่านบางใหญ่ บางบัวทองตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่มีเคยมีความคืบหน้าถึงขั้นรัฐบาลประกาศอนุมัติในช่วงกลางปี 2547 แต่กลับมายกเลิกกลางคันในช่วงปลายปีเดียวกัน ทำให้นักเก็งกำไร เจ้าของที่ดินเจ็บตัวไปตามๆ กัน

ดังนั้น จึงต้องจับตาดูกันอีกยาวว่า การประกาศปรับเส้นทางครั้งนี้จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงระลอกคลื่นใหญ่กับวงการที่ดินอีกหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่ข่าวลอยๆ ที่ผ่านมาเข้ามา ไม่สร้างความตื่นเต้นให้นักลงทุนอีกต่อไป หลังเข็ดจากประสบการณ์เก่าๆ เป็นเหมือนฟองสบู่ที่สุดท้ายก็แตกเข้าตาทำให้เจ็บตัวมาแล้วหลายครั้งหลายครา

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าว กล่าวว่า สันติ น่าจะเร่งให้โครงข่ายคมนาคมให้เกิดโดยเร็ว เพราะสันติเองเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาก โดยในอดีตสันติ เติบโตและร่ำรวยมาจากการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรและชิ้นส่วนรถยนต์ ถึงขั้นเป็นกระเป๋าเงินใบใหญ่ของพรรคไทยรักไทยในการเลือกตั้งครั้งก่อนและพรรคพลังประชาชนจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด จนทำให้ได้เก้าอี้ตัวใหญ่ในกระทรวงหูกวางเป็นรางวัล

“สันติ น่าจะรู้จักวิธีหาเงินจากการลงทุนโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากการเก็งกำไรราคาที่ดิน และการลงทุนโครงการบ้านจัดสรรเกาะแนวรถไฟฟ้า และรถไฟรางคู่ ฉะนั้น ในช่วงที่นั่งเก้าอี้ตัวนี้ จะเร่งโครงข่ายคมนาคมให้เสร็จ เพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าแน่นอน”แหล่งข่าวระบุ

รอเวลาปั่นราคารอบใหม่

แหล่งข่าวคนเดิม กล่าวอีกว่า หากการลงทุนมีความคืบหน้ามากขึ้น จะทำให้ราคาที่ดินรอบๆ แนวทางพุ่งขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ราคาไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะถูกปั่นมาแล้วในช่วง 3-4 ปีก่อน จนราคาสูงมาก และนักเก็งกำไรเริ่มไม่กล้าซื้อ เพราะกลัวเจ็บตัว ซึ่งทำให้นักการเมือง และข้าราชการประจำที่อาศัยข่าววงในไปกว๊านซื้อที่ดินดักไว้ต้องเจ็บตัว จากการเก็งกำไรที่ผิดพลาด จนทำให้ต้องเสียดอกเบี้ยจำนวนมาก

“หญิงอ้อ”รวบที่ดินย่านบางนา

คุณหญิงอ้อ ผู้กำหนดนโยบายลงทุนตัวจริงไปกว๊านซื้อที่ดินจำนวนมาก ในหลายทำเล แต่ทำเลที่เด่น และแปลงใหญ่ เป็นที่ดินในย่านสนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณบางนา เพราะหากมีการลงทุนรถไฟรางคู่ จะทำให้การเชื่อมต่อการขนส่งสินค้า จากสนามบินไปยังท่าเรือแหลมฉบังสมบูรณ์ และสะดวก ซึ่งที่ดินในย่านนั้น จะกลายเป็นทอง เพราะสามารถนำมาพัฒนาเป็นคลังสินค้า ออฟฟิศบิวดิ้ง โรงแรม ศูนย์การค้า และที่พักอาศัยได้ ซึ่งจะช่วยสร้างเงินเข้ากระเป๋าอย่างมหาศาล โดยคุณหญิงอ้อ ได้ร่วมมือกับกลุ่มกฤษดามหานคร เพราะตระกูลกฤษดาธานนท์ มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับตระกูลชินวัตร และวางแผนที่จะร่วมกันพัฒนาเมืองขนาดใหญ่ในย่านบางนา ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ แต่แผนการทุกอย่างต้องถูกพักไว้ก่อน เพราะถูกมรสุมทางการเมืองเล่นงาน จนขยับขยายไม่ได้

“หญิงหน่อย” กว้านซื้อสายสีม่วงเก็งกำไร

สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ไปกว๊านซื้อที่ดินบริเวณรัตนาธิเบศร์ อิงแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงไว้กว่า 1,000ไร่เช่นเดียวกัน โดยอาศัยข่าววงในที่รู้ว่าจะมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงแน่นอน จึงไปกว๊านซื้อที่ดินดักไว้ก่อน แต่การซื้อช่วงนั้น แผนการลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงยังไม่ชัดเจนนัก และไม่มีการประกาศต่อสาธารณชนมากนัก จึงซื้อที่ดินได้ในราคาถูก ทุกวันนี้ จึงไม่เจ็บตัว เพราะเป็นการซื้อก่อนที่ราคาจะถีบตัวสูงขึ้น

ขณะที่สุริยะ เป็นผู้ที่รู้แผนการลงทุนอย่างชัดเจน เพราะเป็นผู้กำกับดูแลการลงทุนโครงข่ายคานาคมโดยตรงได้ไปกว๊านซื้อที่ดิน บริเวณอยุธยาไว้หลายพันไร่ ซึ่งในเบื้องต้นให้นายหน้าไปรวมที่ดินให้ได้ 3,000 ไร่ แต่ยังไม่ครบจำนวน และต้องเจอกับมรสุมทางการเมืองก่อน แต่การซื้อที่ดินของสุริยะ จะแตกต่างจากของ สุดารัตน์ เพราะสุริยะ มาเริ่มซื้อในระยะหลังซึ่งเป็นช่วงที่ราคาที่ดินเริ่มสูงขึ้น และราคายังไม่ขยับไปมากนักในปัจจุบัน เพราะยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการแผนการลงทุนรถไฟรางคู่ที่จะเชื่อมต่อจากกรุงเทพฯไปทางเหนือ ทำให้สุริยะ ต้องแบกรับดอกเบี้ยจ่ายจำนวนไม่น้อย

“หากการลงทุนโครงข่ายระบบขนส่งสมบูรณ์ ทั้งรถไฟฟ้า และรถไฟรางคู่ จะทำให้ที่ดินบริเวณแนวรถพุ่งขึ้นหลายเท่า และจะทำให้นักการเมือง นักลงทุนที่ไปเก็งกำไรร่ำรวยมหาศาล”

แนะร.ฟ.ท.สร้างมูลค่าเพิ่มที่ดินย่านมักกะสัน

แหล่งข่าว กล่าวว่า หากรัฐบาลเชื่อมโครงข่ายรถไฟฟ้าสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่าง เส้นทางรอบกรุงเทพฯปริมณฑล แล้วเสร็จ ทำให้เกิดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รุ่งเรืองมากขึ้น โดยที่ดินย่านมักกะสัน หากร.ฟ.ท.สามารถหาแผนพัฒนาที่ดินที่ดีมาพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวได้ จะทำให้ที่ดินในย่านนั้นมีมูลค่ามหาศาล ซึ่งน่าจะสร้างรายได้ให้กับร.ฟ.ท.ไม่ต่ำกว่า 10 เท่า หากเทียบกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่สามารถหารายได้จากการให้มาบุญครองเช่นพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของศูนย์การค้ามาบุญครองได้กว่า 27,000 ล้านบาท

“การพัฒนาที่ดินย่านมักกะสัน ควรจะทำให้เทียบเท่าหรือกว่าย่านออชาร์ด โรด ของสิงคโปร์หรือนาธาน ฮ่องกง เพราะจะเป็นแหล่งชอปปิ้ง และย่านธุรกิจ แห่งใหม่ ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจมาใช้บริการจำนวนมาก และจะสร้างงานสร้างเงินเข้าประเทศจำนวนมาก”

สำหรับแผนการตัดถนนจากกรุงเทพฯไปนครนายก และมีศูนย์กลางทางธุรกิจอยู่ที่คลอง 6 ซึ่งจะเป็นลู้บขนาดใหญ่ ที่เป็นจุดเชื่อมต่อรถขนาดใหญ่ ซึ่งจะทำให้เกิดชุมชนแห่งใหม่ จะเป็นแหล่งสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน ซึ่งเส้นทางนี้ จะตัดผ่านโครงการบางกอก บลูเลอวาร์ด รามอินทรา เป็นโครงการบ้านจัดสรรของบมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอร์ชัน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของตระกูลชินวัตร น่าจะถูกปัดฝุ่นขึ้นมาทำต่อ เพราะจะช่วยดันราคาที่ดินในแนวที่ถนนตัดผ่านขึ้น และเอสซีฯยังมีที่ดินเหลือในย่านรามอินทราอีกมาก

***********

พลิกปูม“สันติ พร้อมพัฒน์”
“หญิงอ้อ”ส่งคุมระบบขนส่งมวลชน


ในที่สุดโผรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็เป็นไปตามที่คาดหมายไว้แต่แรก เนื่องจากคำสั่งตรงจากนายใหญ่จากฮ่องกง และหญิงอ้อ ที่สั่งตรงมายังพรรคพลังประชาชนว่ายังไง สันติ พร้อมพัฒน์ คนสนิท เสี่ยเพ้ง พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในสมัยรัฐบาลไทยรักไทย จะต้องนั่งเก้าอี้กระทรวงหูกวาง

หากย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน พบว่าสันติ เล่นการเมืองครั้งแรก ด้วยการลงสมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์ ในนามพรรคความหวังใหม่ ที่มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หรือบิ๊กจิ๋ว เป็นหัวหน้าพรรค และได้รับเลือกเป็น ส.ส.3สมัยซ้อน

ว่ากันว่าสันติถือว่าเป็นกระเป๋าเงินของ บิ้กจิ๋ว เห็นได้จากการได้นั่งในเก้าอี้ตำแหน่งสำคัญๆ หลายเก้าอี้เช่น ที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย ในปี 2537 และที่ปรึกษา รมว.คมนาคม ในปี 2538-2539 ซึ่งต้องยอมรับว่า สันติไม่ใช่แค่สส.ธรรมดาเท่านั้น แต่ยังมีอิทธิพลในพรรคความหวังใหม่มาก

นอกจากสันติจะเป็นนักการเมืองแล้ว สันติยังมีธุรกิจส่วนตัวอีกหลายแห่ง เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยนั่งเป็นประธานกรรมการบริษัท นวพัฒนาธานี จำกัด ประกอบธุรกิจประเภทพัฒนาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งประกอบอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรและชิ้นส่วนรถยนต์

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมสันติจึงได้รับความไว้วางใจจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากความที่สันติกระเป๋าหนัก ประกอบกับความเป็นคนใจถึงกล้าได้เสีย และการเลือกตั้งครั้งก่อน ยังได้รับมอบหมายให้ดูแล ส.ส.และพื้นที่ภาคกลางตอนบนเกือบทั้งหมด อาทิ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ พิษณุโลก พิจิตร และลพบุรี และภาคอีสานบางจังหวัด เคียงคู่กับแกนนำภาคกลางอย่าง พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล หรือเสี่ยเพ้ง คนใกล้ชิดคุณหญิงอ้อ และทักษิณในครั้งนั้น

สำหรับประวัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ ที่ชื่อว่า สันติ พร้อมพัฒน์ถือว่าโลดแล่นอยู่ในวงการการเมืองค่อนข้างโชกโชน โดยในปี 2537 เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย(พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ),ปี2538-39เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม(วันมูหะมัด นอร์มะทา) ,ปี 2544-45 เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม(สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ),ปี 2544-46 เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม(พิเชษฐ์ สถิรชวาล) ,ปี2538-39 เลาขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์(มนตรี ด่านไพบูลย์),ปี 2539-40เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการทบวงมหาวิทยาลัย(มนตรี ด่านไพบูลย์),ปี2540เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม( มนตรี ด่านไพบูลย์) นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึง 3 สมัยซ้อน โดยปี 2538-39 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์ปี 2539-43 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์และปี 2548-49 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดเพชรบูรณ์

นอกจากจะรับตำแหน่งทางการเมืองแล้วสันติยังเป็นกรรมาธิการในหน่วยงานต่าง ๆ อีกเช่น รองประธานคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ,รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ การทหาร,รองประธานคณะกรรมาธิการ การวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, กรรมาธิการพิจารณาพระราชบัญญัติการเช่าที่ดิน ,กรรมาธิการพิจารณาพระราชบัญญัติการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าทางการเกษตร ,กรรมาธิการพิจาณาพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน , กรรมาธิการพิจารณาพระราชบัญญัติศาลล้มละลาย, คณะกรรมการปราบปราบการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตร,คณะกรรมการสรรหาและก่อสร้างที่ทำการรัฐสภาแห่งใหม่และในปี2538-2543 เป็นกรรมการบริหารพรรคความหวังใหม่

ทั้งนี้ สันติจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์บัณฑิต (รัฐศาสตร์)ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาระดับปริญญาโท คณะศิลปศาสตร์หาบัณฑิต(รัฐศาสตร์) ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2547

************

“รัตนาธิเบศร์-แคราย”ทำเลทอง
“แอร์พอร์ตลิงก์”แจ้งเกิดทำเลใหม่


ราคาที่ดินตามแนวสายสีม่วงพุ่งรับกระแสรัฐบาล “หมัก1” ตีข่าวลงทุนโครงข่ายรถไฟฟ้า 9 เส้นทาง ใน 5 ปี ส่งผลราคาที่ดินอิงสายสีม่วงที่นิ่งมานาน เริ่มขยับขึ้น 30-40% ขณะที่เส้นทางแอร์พอร์ตลิงก์ทั้งศรีนครินทร์ พัฒนาการ และลาดกระบัง ถูกดีเวลลอปเปอร์จับจองพื้นที่ ผุดโครงการบ้านจัดสรรเพียบ

พลันเมื่ออดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร “สมัคร สุนทรเวช” เข้ามาสวมบทบาทในฐานะนายกรัฐมนตรีคนล่าสุด พร้อมประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจะเดินหน้าผลักดันโครงการรถไฟฟ้า ภายใน 5 ปี หรือภายในปี 2556 แม้เหมือนจะดูเป็นการส่งสัญญาณที่ดีจากภาครัฐบาลว่าจะมีการเดินหน้าอย่างจริงจัง และเป็นการสร้างความหวังให้กับภาคเอกชน หลังจากที่ต้องรอคอยมาหลายปี เพราะมองว่าเป็นทางออกเพียงทางเดียวที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้

แต่การกลับมาครั้งนี้ของสมัครที่หลายคนรู้จักดีว่ามีอำนาจเก่าเป็นเงาอยู่เบื้องหลัง มาพร้อมกับแนวคิดใหม่ ด้วยการปรับสูตรใหม่จากแผนเดิมที่รัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์อนุมัติไว้เพียง 5 สาย คือ สายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) สายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน) สายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ) สายสีเขียวอ่อน (อ่อนนุช-แบริ่ง) และสายสีเขียวเข้ม (หมอชิต-สะพานใหม่) กลายมาเป็น 9 สาย กระจายไปทั่วทุกมุมเมืองในรูป 8 แฉก โดยอิงจากแนวเส้นทางเดิมที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งจราจร (สนข.) เคยศึกษาไว้

หากพิจารณาความแตกต่างระหว่างแนวคิดเดิมของ สนข. ที่เคยศึกษาไว้ 10 สาย กับแนวคิดใหม่ 9 สาย จะเห็นได้ว่าไม่แตกต่างไปจากเดิมมากนัก เพียงแต่ยกเลิกเส้นทางที่คู่ขนานในแนวเดียวกัน เปลี่ยนไปต่อขยายจากสถานีปลายทางเดิมให้ยาวออกไปนอกเมืองมากขึ้น เน้นการเชื่อมโยงกับสถานีเก่าๆ ในลักษณะสถานีร่วม ทั้งนี้สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า ทุกอย่างจะไม่ถูกรื้อโครงการให้ช้าออกไป โครงการที่สืบเนื่องจากรัฐบาลชุดเก่าที่อยู่ระหว่างดำเนินการในขณะนี้จะยังคงเดินหน้าต่อไป แต่จะมีการนำเส้นทางใหม่ๆ ที่เสนอไปหารือกับ สนข. อีกครั้ง

สายสีม่วง-แอร์พอร์ต ลิงก์
ทำเลทองรอบูมรอบใหม่


จากการคาดการณ์ของสันติ พบว่า สายสีม่วงมีความพร้อมที่จะดำเนินการต่อทันทีมากที่สุด เพราะมีการเวนคืนที่ดินแล้ว และอยู่ในช่วงรอธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิค) ให้คำตอบเรื่องเงินกู้ ก่อนดำเนินการประกวดราคาหาผู้รับเหมาต่อไป ทำให้ทำเลนี้น่าจะยังเป็นทำเลที่น่าจับตาของการบูมรอบใหม่ เจ้าของที่ดินไม่น่าจะได้รับผลกระทบเชิงลบมากนัก เพราะยังใช้แนวเดิมที่รัฐบาลเคยอนุมัติไปแล้ว (บางใหญ่-บางซื่อ) แต่ทั้งนี้มีการขยายเส้นทางใหม่ต่อเนื่องจากบางซื่อ ผ่านสามแยกเตาปูน เปลี่ยนเป็นทางวิ่งใต้ดินเข้าสู่ถนนสามเสน ผ่านเกียกกาย บางกระบือ บางลำพู วัดบวรนิเวศวิหาร ผ่านฟ้า ถนนมหาไชย ถนนจักรเพชร ลอดแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระปกเกล้า วงเวียนใหญ่ ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ไปสุดปลายทางที่ดาวคะนอง

วสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด กล่าวว่า ทำเลต่อจากบางซื่อที่สายสีม่วงตามแนวคิดรัฐบาลใหม่ตัดผ่าน ส่วนใหญ่อยู่ในใจกลางเมือง เป็นย่านชุมชนเก่าที่มีผู้อาศัยอยู่หนาแน่น ซึ่งก็จะได้รับผลดีจากการขยายเส้นทางในครั้งนี้

“รัตนาธิเบศร์-แคราย”
ราคาทะยาน 30-40%


วสันต์กล่าวว่า ที่ผ่านมาราคาประเมินที่ดินในกรุงเทพฯ และปริมณฑลปี 2550 เทียบกับปี 2549 โดยเฉลี่ยปรับขึ้นมาเล็กน้อยเพียง 2-3% เท่านั้น หากเจาะเฉพาะสายสีม่วง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเป็นสายที่มีความเปลี่ยนแปลงมากที่สุด พบว่า ราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้นรับข่าวตามความคืบหน้าเรื่องการเวนคืนและการเร่งเปิดการประมูล โดยที่ดินติดถนนใหญ่ราคาปรับเพิ่มขึ้น 10-15% แต่ปรับขึ้นน้อยกว่าที่ดินในซอยในย่านเลยถนนรัตนาธิเบศร์ แคราย พระนั่งเกล้า ที่ราคาซื้อขายปรับตัวอย่างก้าวกระโดด 30-40% เนื่องจากเป็นที่ดินแปลงใหญ่ ราคาถูกกว่า จึงมีการซื้อขายอย่างคึกคักเพื่อพัฒนาเป็นโครงการบ้านจัดสรร

ขณะเดียวกันวสันต์เห็นว่า ทำเลที่น่าจะบูมในเร็วๆ นี้ คือ แนวรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต ลิงก์ ที่การก่อสร้างระบบรางมีความคืบหน้าแล้ว และจะแล้วเสร็จประมาณปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ซึ่งจะทำให้ย่านศรีนครินทร์ พัฒนาการ และลาดกระบังทั้งสองฝั่งที่รถไฟฟ้าตัดผ่านมีการพัฒนาโครงการจัดสรรมากขึ้น เพราะยังมีแปลงที่ดินเปล่าขนาดใหญ่อยู่อีกมาก โดยในทำเลดังกล่าวมีโครงข่ายถนนอยู่บ้างไม่หนาแน่น แต่จะมีรถไฟฟ้าเป็นแกนหลักในการขนคนเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

ดีเวลลอปเปอร์แห่จองทำเลทอง
ผุดบ้านจัดสรรรับแอร์พอร์ตลิงก์


สำหรับในย่านพระราม 9 พัฒนาการ ศรีนครินทร์เป็นทำเลที่มีดีเวลลอปเปอร์เข้าไปพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทุกรูปแบบแล้วหลายราย เช่น โนเบิล แสนสิริ ศุภาลัย ปรีชากรุ๊ป ซิตี้เรียลตี้ เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ รวมทั้งที่ดินเปล่าขนาดใหญ่ย่านพระราม 9 ของ นพ.บุญ วนาสิน เจ้าของโรงพยาบาลปิยะเวท ในนามบริษัท ราชธานี เพราะเห็นโอกาสสร้างยอดขายหลังจากที่แอร์พอร์ต ลิงก์เปิดให้บริการ

ตัดตอนสายสีแดง
ไม่กระทบราคาที่ดิน


ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน) จะถูกตัดตอนในช่วงรังสิต-ตลาดพลูทิ้ง เหลือเพียงเริ่มต้นจากจอมทอง แต่ขยายเส้นทางไปสิ้นสุดที่มหาชัย ในส่วนที่ถูกตัดออก ในช่วงตลาดพลู-หัวลำโพง ก่อนจะขึ้นไปตามแนวรางรถไฟสายเหนือของ รฟท. คาดว่าไม่น่าจะได้รับผลกระทบต่อความเปลี่ยนแปลงของราคาที่ดินมากนัก เพราะเป็นชุมชนเมืองเก่า ซึ่งเป็นเขตที่อยู่อาศัยหนาแน่นอยู่แล้ว

สำหรับในช่วงสายสีแดงตั้งแต่ (บางซื่อ-รังสิต) ที่ถูกตัดทิ้งไป จะส่งผลกระทบต่อทำเลงามวงศ์วาน ดอนเมือง หลักสี่ ประชานิเวศน์ ประชาชื่น เป็นต้น แต่ในขณะเดียวกันช่วงรังสิต ช่วงต่อเนื่องจากสะพานใหม่เป็นต้นไป จะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีการขยายแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มเป็นส่วนต่อขยายจากสะพานใหม่ไปถึงรังสิตและลำลูกกาโดยตรงแทน

ในบรรดารถไฟฟ้า 9 เส้นทาง เห็นได้ว่าสายสีส้ม (วัดใหญ่-ป้อมพระจุล) เป็นแนวที่เกิดขึ้นใหม่ เป็นเส้นทางในลักษณะวงแหวนรอบเมือง แตกต่างจากแนวเก่าที่เคยศึกษาไว้ ซึ่งผ่านชุมชนขนาดใหญ่หลายแห่งที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นกลาง เช่น บางกะปิ งามวงศ์วาน ราษฎร์บูรณะ ดาวคะนอง ซึ่งวสันต์ชี้ว่า บางทำเลที่สายสีส้มตัดผ่าน เช่น เกษตร-นวมินทร์ บางกะปิ ศรีนครินทร์ สุขสวัสดิ์ ราษฎร์บูรณะ ราชพฤกษ์ วัดนครอินทร์ จะส่งผลดีต่อดีเวลลอปเปอร์ที่มีการพัฒนาโครงการอยู่ก่อนแล้ว เพราะเป็นข่าวความเคลื่อนไหวที่จะทำให้โครงการที่กำลังเปิดขายอยู่คึกคักขึ้น ในขณะการลงทุนใหม่ๆ เพิ่ม ดีเวลลอปเปอร์คงใช้วิธีรอดูความแน่นอนของรถไฟฟ้าให้ถึงขั้นตอนการก่อสร้างก่อนจะตัดสินใจลงทุนซื้อที่ดินเพิ่ม

*************

“รื้อ-เปลี่ยน”ระบบขนส่งมวลชน
งานถนัดของรมต.คมนาคมทุกยุค


“หมัก 1” เดินเครื่องโครงการรถไฟฟ้า 9 เส้นทาง ขยายเครือข่ายครอบคลุมทั่วกรุงฯและชานเมือง เตรียมขยายเส้นทางเพิ่ม 30 กม. ด้านกระทรวงคมนาคมรับลูก เร่งสนข.ศึกษารายละเอียดให้สอดรับกับแนวทางรัฐบาล

ทันทีที่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของประเทศไทย สมัคร สุนทรเวช ประกาศนโยบายการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ ด้วยการจะปรับลด-ขยายเส้นทางรถไฟฟ้าที่อยู่ในแผนแม่บท 7 เส้นทางเดิมเป็น 9 เส้นทางใหม่ เพื่อขยายเส้นทางออกสู่ชานเมืองมากขึ้น และจะขยายเส้นรถไฟฟ้าออกไปอีก 30 กม.

โดยเส้นทางรถไฟฟ้า 9 เส้นทาง ตามแนวคิดของสมัคร ประกอบด้วย
1.สายบางใหญ่-ไทรน้อย-ดาวคะนอง ระยะทาง 35 กม.
2.สายสำโรง-เมืองโบราณ
3.สายหมอชิต-สะพานใหม่-ลำลูกกา-ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต ระยะทาง 17 กม.
4.สายตากสิน-มหาชัย ระยะทาง 20 กม.
5.สายบางซื่อ-คลองเตย (Loop 1) ระยะทาง 29 กม.
6.สายมีนบุรี-ศาลายา ระยะทาง 51 กม.
7.สายตากสิน-พุทธมณฑลสาย 4 ระยะทาง 21.7 กม.
8.สายวัดใหญ่-ป้อมพระจุล ระยะทาง 6 กม. และ
9.สายบางกะปิ (Loop 2) รวมระยะทาง 311 กม.

คิดเป็นมูลค่าก่อสร้างประมาณ 500,000 ล้านบาท ทั้งหมดจะเห็นเป็นรูปธรรมใน 3 ปี

นอกจากนี้ สมัครยังมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนรางรถไฟเป็นรางคู่ทั่วประเทศ 3 แสนล้านบาท มูลค่ารวม 8 แสนล้านบาท โดยสมัครต้องการจะปรับรางขนาด 1 ม. เป็น 1.435 ม. แต่ก็ได้รับเสียงคัดค้านมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)ว่าหากรัฐบาลจะขยายรางจาก 1 ม.เป็น 1.435 ม. นั้น คงทำไม่ได้เพราะปัจจุบันรางรถไฟเป็นรางเดียว หากมีการขยายรางก็อาจทำให้รถไฟไม่สามารถวิ่งได้ ทางออกที่ร.ฟ.ท.เสนอคือ รัฐบาลควรสร้างรางคู่มากกว่าที่จะมาขยายราง

นอกจากสมัครจะมีความคิดขยายรางแล้วยังมีแนวคิดที่จะทำรางคู่ไปถึงเชียงใหม่เพื่อร่นระยะเวลาในการเดินทางลงเหลือ 6 ช.ม.ด้วย ในขณะที่โครงการประมูลรถไฟทางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-ศรีราชา-แหลมฉบัง ระยะทาง 78 กม. นั้นอยู่ระหว่างเซ็นสัญญากับผู้รับเหมา และโครงการรถไฟรางคู่แก่งคอย-แหลมฉบัง ระยะทาง 106 กม. อยู่ระหว่างของบประมาณเพื่อศึกษารายละเอียด

สนข.รอรัฐบาลส่งคนหารือ

ในขณะที่สนข.ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการศึกษารายละเอียดเส้นทางรถไฟฟ้านั้น พร้อมรับแนวคิดของนายกรัฐมนตรี โดยจะเร่งศึกษารายละเอียดของโครงการรถไฟฟ้า 9 เส้นทาง แต่ต้องรอให้รัฐบาลประกาศนโยบายออกมาก่อนว่าจะดำเนินการไปในทิศทางใด

“รัฐบาลยังไม่ได้ส่งตัวแทนเข้ามาหารือถึงโครงการรถไฟฟ้า 9 เส้นทาง เนื่องจากต้องรอรัฐบาลแถลงนโยบายก่อน แต่สนข.เองก็เตรียมความพร้อมในรายละเอียดที่สนข.ได้ไปศึกษาเพิ่มเติมอยู่แล้ว ซึ่งไม่น่ามีปัญหา” ประณต สุริยะ รองผอ.สนข.

ทั้งนี้ สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้ให้สนข.ไปศึกษาเพิ่มเติม เนื่องจากที่ผ่านมารายละเอียดที่สนข.ทำมายังไม่ครอบคลุมคามที่ทางกระทรวงคมนาคมให้ไปหาข้อมูล เช่น การเชื่อมต่อตามจุดต่างๆตามแผนการพัฒนารถไฟฟ้า 7 เส้นทาง กับ 10 เส้นทาง และ 9 เส้นทาง 8 แฉก ที่สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีต้องการ

ย้อนรอยวิบากกรรมรถไฟฟ้า

หากย้อนประวัติแผนลงทุนก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน พบว่า พบกับการเปลี่ยนแปลงเส้นทางมาตลอด รวมถึงรัฐมนตรีด้วย เริ่มจากสมัย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่มีแนวคิดในการพัฒนาระบบรถไฟฟ้า 7 สาย มูลค่า 500,000 ล้านบาท ประกอบด้วย
1.สายสีแดงเข้ม รังสิต-มหาชัย ระยะทาง 65 กม.
2.สายสีแดงอ่อน ตลิ่งชั่น-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 50 กม.
3.สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค ระยะทาง 27 กม.
4.สายสีม่วง บางใหญ่- ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 43 กม.
5.สายสีส้ม บางกะปิ-บางบำหรุ ระยะทาง 43 กม.
6.สายสีเขียวอ่อน สนามกีฬาแห่งชาติ-พรานนกและอ่อนนุช-สมุทรปราการ ระยะทาง 24 กม.
7.สายสีเขียวเข้ม สะพานตากสิน-บางหว้าและหมอชิต-สะพานใหม่ ระยะทาง 19 กม.
แต่ดูเหมือนว่าในสมัยที่สุริยะ ได้ผลักดันโครงการรถไฟฟ้าเกิดขึ้นเพียงเส้นทางเดียวคือสายสีน้ำเงิน หัวลำโพง-บางซื่อ เท่านั้นเอง

หลังจากนั้น ก็มีการเปลี่ยนเจ้ากระทรวงมาเป็นเสี่ยเพ้ง พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล ได้นำโครงการรถไฟฟ้า 7 เส้นของสุริยะมาบรรจุไว้ในโครงการเมกกะโปรเจกต์ของรัฐบาล พร้อมกับมีการปรับเส้นทางใหม่ที่สร้างความสับสนไว้พอสมควร นอกจากนี้ ยังได้งอกเส้นทางออกมาอีก 3 เส้นทาง รวมเป็น 10 เส้นทาง ระยะทางรวม 371 กม. มูลค่าลงทุน 600,000 ล้านบาท
โดย 3 เส้นทางประกอบด้วย
1.สายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 32 กม.
2.สายสีชมพู แคราย-มีนบุรี ระยะทาง 33 กม.และ
3.สายสีน้ำตาล บางกะปิ-มีนบุรี ระยะทาง 9.5 กม.
ซึ่งล้วนแต่เป็นเส้นทางที่ยังไม่มีผลการศึกษาที่ชัดเจนรองรับสุดท้ายก็ถูกพับเข้ากรุไปโดยปริยาย

อย่างไรก็ตาม โครงการรถไฟฟ้าที่ดูจะเป็นผลงานเป็นที่ออกหน้าออกตาคงไม่พ้นรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง ในสมัยสุริยะ หลังจากนั้นเส้นทางอื่นก็ติดปัญหาต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินลงทุน รายละเอียดโครงการที่ต้องปรับเปลี่ยนหลายครั้งซึ่งสร้างความล่าช้าให้กับโครงการเป็นอย่างมาก

ขิงแก่สั่งลดเหลือ 3 เส้นทาง

หลังการปฏิวัติการเมืองเมื่อวันที่19 ก.ย.2549 มีการแต่งตั้งรัฐบาลชั่วคราวขึ้นมาบริหารประเทศโดยมีสุรยุทธ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี และมี ธีระ ห้าวเจริญ นั่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงหูกวาง ซึ่งรัฐบาลชุดนี้มีการหั่นโครงการเหลือเพียง 3 เส้นทาง มูลค่า 150,000 ล้านบาท ประกอบด้วย สายสีแดง ช่วงพญา-ไทบางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 32 กม. มูลค่า 42,300 ล้านบาท ซึ่งร.ฟ.ท.เป็นผู้รับผิดชอบ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการประกวดราคา สายสีน้ำเงิน หัวลำโพง-บางแคและบางซื่อ-ท่าพระ ระยะทาง 27 กม.

สายสีม่วงช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ระยะทาง 23 กม. มูลค่า 120,000 ล้านบาท การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)เป็นผู้รับผิดชอบ ปัจจุบันสายสีม่วงอยู่ระหว่างการประกวดราคาหาผู้รับเหมา และจะได้ผู้รับเหมาในเดือนมี.ค. 2551 ส่วนสายสีน้ำเงินอยู่ระหว่างการกำหนดการประกวดราคางานโยธาและงานระบบรถไฟฟ้าที่จะมีขึ้นในเดือน มิ.ย.51

ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนโครงการรถไฟฟ้านับว่าเป็นสิ่งที่ดีหากคำนึงถึงผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของใครบางคนอย่างที่เคยมีมาก่อน

http://www.manager.co.th/mgrweekly/v...=9510000018560
__________________
คนไทยรักกัน

Last edited by BlueDragonExp; February 16th, 2008 at 10:51 AM.
BlueDragonExp no está en línea   Reply With Quote
Old February 18th, 2008, 05:14 AM   #8
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 58,126
Likes (Received): 2258

พลังงานเปลี่ยนใจตัดเงินสร้างรถไฟฟ้าพบกองทุนอนุรักษ์ใช้จ่ายมั่วประชาชนอ่วมใช้น้ำมันแพง

Thaipost 18 กุมภาพันธ์ 2551


"พูนภิรมย์" หาทางช่วยผู้ใช้รถหาทางลดเงินอุดหนุนกองทุนอนุรักษ์พลังงาน เล็งรื้อใหญ่เกณฑ์อนุมัติ หลังพบมีโครงการขอใช้เงินผิดวัตถุประสงค์เพียบ ทำผู้ใช้แบกภาระอื้อ


ส่งซิกไม่ให้เงินสร้างรถไฟฟ้า จำนวน 70,000 ล้านบาท

พลโทหญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า หลังการหารือร่วมกับผู้บริหารกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ .) เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หารือถึงการใช้เงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานมากเป็นพิเศษ โดยมองว่ากองทุนอนุรักษ์น่าจะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเข้ามาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากราคาน้ำมันแพงได้ แต่ข้าราชการมองว่ายังมีโครงการต่างๆ ที่ต้องใช้เงินจากกองทุนอนุรักษ์มากฯ ซึ่งหลังจากที่แก้ปัญหาในเรื่องก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เรียบร้อยแล้ว จะเข้ามาดูเรื่องกองทุนอนุรักษ์และในเรื่องโครงสร้างราคาน้ำมันอย่างละเอียดอีกครั้ง

"เคยบอกไว้ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ แล้วว่า ประชาชนคาดหวังมากว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะเข้ามาช่วยบรรเทาปัญหาปากท้องของชาวบ้าน ปัญหาเร่งด่วนที่ดิฉันจะเข้ามาดำเนินการคือไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม และน้ำมัน ขณะนี้เรื่องไฟฟ้าจบไปแล้ว และกำลังดำเนินการเรื่องแอลพีจี ต่อจากแอลพีจีจะมาดูเรื่องน้ำมันว่าจะมีแนวทางใดที่ช่วยเหลือประชาชนได้บ้าง" พลโทหญิงพูนภิรมย์กล่าว

ทั้งนี้แนวทางที่มองไว้คือ จะเข้าไปดูวัตถุประสงค์ของกองทุนอนุรักษ์ว่าขณะนี้โครงการต่างๆ ที่ใช้เงินภายใต้โครงการนี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนหรือไม่ เพราะพบว่าปัจจุบันมีโครงการที่ขอใช้เงินจากกองทุนอนุรักษ์เป็นจำนวนมาก จึงทำให้ต้องมีการเก็บเงินเพิ่มเติมจากผู้ใช้น้ำมันอยู่หลายรอบ

ส่วนกรณีที่รัฐบาลชุดที่ผ่านมาผันเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปสู่กองทุนอนุรักษ์ เพื่อนำไปใช้ในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าช่วงปี 51-54 จำนวน 7 หมื่นล้านบาทนั้น ก็ต้องเข้าไปดูว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นตามกรอบของกฎหมายหรือไม่ และจะเข้าไปดูว่ากองทุนอนุรักษ์ใช้เงินถูกวัตถุประสงค์ของกองทุนหรือไม่ ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่เข้าไปดู

"คงต้องขอเวลาศึกษาในเรื่องนี้และหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะต้องมาพิจารณาว่าเงินที่นำมาใช้ในโครงการต่างๆ นั้นเหมะสมเพียงใด และหากต้องยกเลิกโครงการนั้นๆ ต้องมาพิจารณาว่าจะนำเงินไปใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างไรบ้าง" พลโทหญิงพูนภิรมย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลชุดก่อน ปรับเกณฑ์จัดเก็บเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์ เพื่อนำไปใช้ลงทุนในโครงการขนส่งระบบราง ซึ่ง ครม.ชุดก่อนมีมติเห็นชอบให้จัดเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันเข้ากองทุนอนุรักษ์ โดยให้เก็บเป็นค่าใช้จ่ายปกติตามแผนงานปกติเป็น 25 สตางค์ต่อลิตร ทั้งน้ำมันเบนซิน ดีเซล แก๊สโซฮอล์ และไบโอดีเซล บี 5 โดยให้มีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. 50 ส่วนการจัดเก็บเงินหลังจากกองทุนฯ ใช้หนี้ครบหมดแล้วราวปลายปีนี้ จะมีการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนฯ ต่อไป เพื่อนำไปใช้ลงทุนในโครงการขนส่งระบบราง โดยทันทีที่ภาระหนี้หมดลงจะเรียกเก็บจากเบนซินและดีเซลเพิ่มขึ้นเป็น 75 สตางค์ต่อลิตร จากเดิม 50 สตางค์ต่อลิตร และในช่วงที่สองหลัง 1 ต.ค. 51 เพิ่มเป็น 95 สตางค์ต่อลิตร ส่วนแก๊สโซฮอลล์ และไบโอดีเซล จัดเก็บในช่วงแรกที่ 25 สตางค์ต่อลิตร และช่วงที่สองเพิ่มเป็น 45 สตางค์ต่อลิตร หลังจาก 1 ต.ค. 51 โดยการเก็บเงินในระดับดังกล่าวจะทำให้มีเงินไหลเข้ากองทุนอนุรักษ์ปีละประมาณ 15,000 ล้านบาท.
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 18th, 2008, 07:13 AM   #9
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 16,204
Likes (Received): 1153

ไหมละครับ ... ไม่ทันไรก็เปนเรื่องวุ่นในกองทุนน้ำมันจนได้
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old February 18th, 2008, 03:29 PM   #10
Yappofloyd
Registered User
 
Join Date: Jan 2005
Location: Bangkok & Melbourne
Posts: 949
Likes (Received): 41

TRANSPORT / MASS TRANSIT NETWORK Samak's plan on new rail lines hard to fulfil AMORNRAT MAHITTHIROOK Bkk Post 18/02/08

Prime Minister Samak Sundaravej will need about six years to accomplish his plan to develop nine mass transit lines covering about 300 kilometres for greater Bangkok, officials at the Transport Ministry said. Seen as one of the main obstacles were studies on new routes and adjustments of present plans, they said.

The prime minister said in his weekly nationwide radio programme on Nov 3 that he expected the rail network to be up and running within three years. But ministry officials have looked into details and agreed it would take at least six years to complete the network. Building the network is a priority of the People Power party-led government. Although the transport minister is Santi Prompat, PM's Office Minister Sahas Banditkul, who has worked for Mr Samak before, oversees the ministry.

The deposed Thaksin Shinawatra government planned to have 10 new routes, but then the Surayud Chulanont administration decided on only five. They are trying to integrate all the plans. A transport ministry source said integration would require at least one year of feasibility studies and new route designs that may cost up to six billion baht, or 1-1.5% of the total estimated construction cost of 400 billion baht. The studies and designs would include sections that duplicate or differ from old routes, or are totally new.

For example, Mr Samak wants the north-bound Green Line to extend from Saphan Mai to both Lam Luk Ka and Rangsit in Pathum Thani. The Purple Line, which was originally designed to run from Bang Sue to Bang Yai district in Nonthaburi, would be extended under Mr Samak's plan from Bang Yai to Sai Noi district in the same province, and a new curve is all that would be needed in Bang Yai. The proposed changes by Mr Samak would force potential investors to review the feasibility studies of their respective routes.

Besides, the section of the Purple Line from Taopoon to Rat Burana partly duplicates the Mahanak-Suksawat-Phra Chulachomklao Fort Green Line. Mr Samak's Min Buri-Salaya route also partially duplicates the old Orange Line from Bang Kapi to Bang Bamru. Mr Samak has called for radical changes to the old Blue Line. Previously, the Blue Line was to create a small loop from Hua Lamphong to Tha Phra and Bang Sue and branch out to Bang Khae, but Mr Samak asked for the removal of the Bang Khae section, and that the loop be made to run along the Ratchadaphisek ring road instead.


This Post graphics map varies a bit from the previous map in the Prechachat Thurakij - 7-9 Feb 2008 post by Khun Wisarut but the BKK Post is not renowned for accuracy and some of routes will probably change again. Some more jotting on napkins over dinner one night perhaps....?
Yappofloyd no está en línea   Reply With Quote
Old February 18th, 2008, 05:10 PM   #11
konthaimaitalorkan
Registered User
 
konthaimaitalorkan's Avatar
 
Join Date: Nov 2007
Posts: 158
Likes (Received): 1

^
^
The lines and the system became crazy now

What is the problem of the original 2004 plan?

ps.Notice about Phra Chulachomklao Fort line. looks like they're really want to push this line so much.
konthaimaitalorkan no está en línea   Reply With Quote
Old February 18th, 2008, 05:27 PM   #12
NiShiiZ
iChon
 
NiShiiZ's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: Bangkok/Metz/Phanat Nikhom, Chonburi
Posts: 1,727
Likes (Received): 31

มันมั่วๆ แหะ
__________________
I ♥ Chonburi

แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง
NiShiiZ no está en línea   Reply With Quote
Old February 19th, 2008, 05:41 AM   #13
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 16,204
Likes (Received): 1153

รฟม.ลุยแผนเดิม รถไฟฟ้าสีน้ำเงิน มูลค่า7.5หมื่นล.
ไทยโพสต์ 19 กุมภาพันธ์ 2551 กองบรรณาธิการ

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยถึงการรับฟังความเห็นโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งสุดท้าย และเตรียมสรุปเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณา และนำแผนงานทั้งหมดเสนอสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เห็นชอบก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ ก่อนส่งกลับมายังกระทรวงคมนาคมเพื่อนำไปหารือกระทรวงการคลังถึงแนวทางในการหาเงินกู้ ซึ่งเบื้องต้นธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิค) ได้รับทราบกรอบดำเนินงานและงบประมาณที่ต้องการกู้แล้ว

สำหรับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน คาดว่าจะใช้งบประมาณก่อสร้าง 75,000 บาท ระยะทางรวม 27 กม. ได้แก่ ช่วงหัวลำโพง-บางแค 14 กม. และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ 13 กม.

"ยืนยันว่าโครงการรถไฟฟ้าในส่วนที่ รฟม.รับผิดชอบทั้งสายสีม่วง และสายสีน้ำเงิน จะดำเนินการต่อตามนโยบายเดิมที่รัฐบาลชุดที่แล้วทำไว้ เพื่อไม่ให้หยุดชะงัก แต่หากมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางภายหลัง รฟม.ก็พร้อมปรับเปลี่ยน" นายประภัสร์กล่าว

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า กำลังศึกษาถึงช่องทางการให้ผลตอบแทนในการเวนคืนที่ดินและบ้านเรือนที่ใกล้กับเขตการก่อสร้างรถไฟฟ้า เพื่อที่จะให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าและแน่นอน โดยหลังการแถลงนโยบายรัฐบาลแล้ว จะมีการหารือและศึกษาถึงกฎหมายอย่างละเอียด เพื่อให้มีค่าชดเชยที่สูงสุด.

// ---------------------------------------------------------------------------------

ทำรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเวนคืนบ้าน 1,114 หลัง
'ประภัสร์'มั่นใจไม่โดนรื้อแผนงานคาดประมูลปลายปี
เดลินิวส์ 19 กุมภาพันธ์ 2551

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ราชนาวิกสภา กรมอู่ทหารเรือการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จัดประชุมชี้แจงเพื่อรับฟังความเห็นของประชาชนโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ มีประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ 800 คน โดยนายชูเกียรติ โพธิยานุวัตร์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. กล่าวชี้แจงรายละเอียดโครงการ ว่าโครงการนี้มีระยะทางรวม 27 กม. แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ

1. หัวลำโพง-บางแค 14 กม. มี 11 สถานี เป็นอุโมงค์ใต้ดิน 5 กม. 4 สถานี ทางยกระดับ 9 กม. 7 สถานีและ
2. ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ 13 กม. เป็นทางยกระดับทั้งหมด มี 10 สถานี พร้อมก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงพื้นที่ 79 ไร่บริเวณบางหว้า อาคารจอดแล้วจร 2 อาคาร เป็นอาคาร 7 และ 10 ชั้น ที่ซอยเพชรเกษม 80 และระหว่างซอยเพชรเกษม 47-47/1 ในการก่อสร้างต้องมีการเวนคืนที่ดินบ้านเรือนประชาชนประมาณ 1,114 หลังคาเรือน เป็นค่าเวนคืนประมาณ 5,900 ล้านบาท ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนรวมทั้งโครงการเป็นเงิน 75,318 ล้านบาท ขณะนี้การศึกษาและออกแบบรายละเอียดโครงการเสร็จเรียบร้อยแล้วมีการปรับย้ายสถานีจากเดิม 1 สถานี คือ สถานีบางยี่ขันไปที่บริเวณปากซอยจรัญสนิทวงศ์ และได้ออก พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจที่ดินที่จะถูกเวนคืนเรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านที่เข้าร่วมงานส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการก่อสร้างโครงการแต่ไม่ต้องการให้มีการก่อสร้างสถานีในที่ดินของตน เช่น สถานีวัดมังกร ที่จะมีการก่อสร้างบริเวณซอยเจริญกรุง 16 ชาวบ้านแถวนั้นคัดค้านเพราะจะเป็นการทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนจีนโบราณเห็นควรย้ายไปก่อสร้างที่ว่าง บริเวณใกล้เคียงแทน และหาก รฟม.ไม่ปรับแก้จะทำหนังสือร้องเรียนไปยัง รมว.คมนาคม นอกจากนี้ผู้ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่เพื่อทำศูนย์ซ่อมบำรุงที่บางหว้าเสนอแนะให้ รฟม.ก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงให้มีขนาดเล็กลงให้มีผลกระทบต่อบ้านเรือนและสวนของชาวบ้านให้น้อยที่สุด

อย่างไรก็ตามประชาชนที่เข้าร่วมประชุมไม่พอใจการทำงานของ รฟม.ที่มีการปิดบังแนวเวนคืนที่ดินทำให้ชาวบ้านไม่ทราบว่าที่ดินของตนจะถูกเวนคืนหรือไม่

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า หลังจากนี้ รฟม.ต้องนำผลการศึกษาทั้งหมดเสนอสภาพัฒน์ พิจารณาก่อนเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาหาเงินกู้ต่อไปตามแผนงานคาดว่าจะเปิดประกวดราคาได้ในปลายปีนี้ ทั้งนี้ต้องรอรัฐบาลประกาศนโยบายเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือ เชื่อว่าจะไม่มีรื้อแนวสายทางใหม่แต่จะเป็นการต่อขยายจากแนวสายทางเดิมที่มีอยู่เพราะรัฐบาลอยากให้โครงการแล้วเสร็จโดยเร็ว ระหว่างนี้รฟม.จะทำงานในส่วนที่ได้รับผิดชอบไปก่อน.

// ---------------------------------------------------------------
ดีแล้วที่คงแผนเดิมไว้ อย่าเปลี่ยนเพื่อ เอาใจพวกเจ้าของธุรกิจรถทัวร์ที่กลัวรถใต้ดินจะทุบหม้อข้าวธุรกิจรถทัวร์ เข้าเกาะรัตนโกสินทร์ เลย

ก็น่าเห็นใจชาวบ้านที่โดนเวนคืนอยู่นะ ... และ รมต. เด็กฝากก็มีลับลมคมในที่จะหาเรื่อง เอากะ รฟม. เสียด้วย
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old February 19th, 2008, 05:42 AM   #14
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 16,204
Likes (Received): 1153

Quote:
Originally Posted by konthaimaitalorkan View Post
^
^
The lines and the system became crazy now

What is the problem of the original 2004 plan?

ps.Notice about Phra Chulachomklao Fort line. looks like they're really want to push this line so much.
Samak is Trying to please the Sailors who work at Naval Dockyard near Fort Chulachomklao and thsoe real estate developers from Phra Padaeng to Fort chulachomklao
__________________
BKK Mass Transit Expert

Last edited by Wisarut; February 19th, 2008 at 05:43 AM. Reason: Updating
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old February 19th, 2008, 06:42 AM   #15
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 58,126
Likes (Received): 2258

คมนาคมเล็งแก้กม.เวนคืน

โพสต์ทูเดย์ 19/02/2008


สันติ พร้อมพัฒน์ เล็งแก้กฎหมายเวนคืนที่ดิน หวังดันรถไฟฟ้าเกิดเต็มที่

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า จะหารือร่วมกับสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และ รฟม. เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดิน เพื่อให้การพิจารณาจ่ายเงินค่าชดเชยให้กับชาวบ้านที่ถูกเวนคืนที่ดินได้รับความเป็นธรรม หากไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติก็พร้อมที่จะผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายในส่วนนี้


นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า ปัญหาเรื่องการจ่ายเงินชดเชยให้กับชุมชนที่ถูกเวนคืนที่ดิน จะยึดตามกรอบของกฎหมายสูงสุดที่สามารถจ่ายได้ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน แต่ยังมีอีกหลายส่วนที่กฎหมายไม่ครอบคลุม เช่น ผู้เช่าซึ่งไม่ใช่เจ้าของที่ดิน หรือการกู้เงินมาซื้อบ้านมีภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น เป็นต้น


อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ รฟม.เคยยื่นข้อเสนอไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อขอแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดิน ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม ว่าจะมีนโยบายในเรื่องนี้อย่างไร


นายประภัสร์ ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญในปัจจุบันเปิดช่องให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก การเวนคืนที่ดินในราคาตลาดในพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ใช่ราคาประเมินของกรมที่ดิน อีกทั้งยังสามารถเรียกร้องเงินค่าชดเชยจากค่าเสียโอกาสจากการได้ประโยชน์ในพื้นที่ โดยต้องมีเอกสารหลักฐานที่พิสูจน์ยืนยันได้ และต้องเสนอคณะกรรมการพิจารณา เรื่องค่าเวนคืนจึงควรจะกำหนดเป็นกฎหมายรองรับ


นายประภัสร์ กล่าวว่า จะมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งสุดท้ายของโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ ที่กรมอู่ทหารเรือ และขั้นตอนต่อจากนี้จะนำข้อมูลทั้งหมดพร้อมแบบรายละเอียดการก่อสร้างที่ออกแบบเสร็จแล้ว เสนอให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติแผนก่อสร้างโครงการต่อไป โดยกระบวนการจะยึดตามแนวทางในพระราชบัญญัติร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน พ.ศ. 2535


สำหรับการปรับเปลี่ยนแนวเส้นทางรถไฟฟ้า เพื่อให้สอดคล้องกับแผนก่อสร้างรถไฟฟ้า 9 เส้นทาง ของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ทาง รฟม.ขอดูรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางอีกครั้ง หากมีการปรับเปลี่ยน จะต้องเสนอแนะเปรียบเทียบทั้งข้อดี และข้อเสียให้รัฐบาลพิจารณา


อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการปรับเปลี่ยนดังกล่าวสามารถดำเนินการให้สอดคล้องกับกรอบระยะเวลาที่มีอยู่ หากเป็นการเพิ่มเติมในบางเส้นทาง ไม่ใช่รื้อโครงการใหม่


ด้านนายถนอม กิจดำรงตระกูล ซึ่งได้รับผลกระทบในพื้นที่ชุมชนบางหว้า กล่าวว่า มีการเวนคืนที่ดินจำนวนเกือบ 100 ไร่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของชาวบ้าน ในขณะที่พื้นที่รกร้างว่างเปล่าในบริเวณใกล้เคียง ที่มีกลุ่มนายทุนเข้ามาจับจอง และมีแผนจะก่อสร้างคอนโดมิเนียมกลับไม่ถูกเวนคืน
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 19th, 2008, 07:38 AM   #16
Sophon
Registered User
 
Join Date: Dec 2006
Location: Bangkok
Posts: 160
Likes (Received): 0

ปัญหาของการเวณคืนที่ปัจจุบันก็คือ การที่รัฐออกกฎหมายเวณคืนแล้ว ทำให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบต้องมองหาที่อยู่ใหม่ แต่ก็ไม่ได้เงินค่าเวณคืนสักที ทำให้คนไม่สามารถจองหรือซื้อที่อยู่อาศัยหรือร้านค้าที่ใหม่ได้ เรียกได้ว่าติดพันกันไปหมด จะย้ายออกก่อนก็ไม่มีเงิน
ลองนึกดูนะครับถ้าวันหนึ่งมีประกาศว่าจะเวณคืนที่ บ้านคุณ แล้วมีแต่ประกาศ เงินก็ยังไม่จ่ายคุณจะทำยังไง
Sophon no está en línea   Reply With Quote
Old February 19th, 2008, 08:42 AM   #17
BlueDragonExp
Registered User
 
BlueDragonExp's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,159
Likes (Received): 4

ใต้ฟ้ากรุงเทพ ประจำวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2551

เก็บตกงานรับฟังความคิดเห็นโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินของ รฟม.วานนี้ ชาวบ้านย่านบางหว้าที่โดนเวนคืนทำศูนย์ซ่อมบำรุงก็น่าเห็นใจเพราะไม่รู้มาก่อนว่าจะโดนเวนคืน ไหนบอกว่ามีการประชุมรับฟังความกลุ่มย่อยหลายครั้งแล้ว

แต่ที่น่าเห็นใจที่สุดต้องยกให้โรงเรียนเทคโนโลยีพระ ราม 6 ที่ก่อนหน้านี้เคยถูกเวนคืนที่โรงเรียนเมื่อครั้งมีการก่อสร้างสะพานพระราม 7 จนต้องย้ายโรงเรียนจากบริเวณเชิงสะพาน พระราม 7 มาอยู่บริเวณสถานีดับเพลิงบางอ้อพอโครงการรถไฟฟ้า มาก็ขีดแนวสายทางมาโดนโรงเรียนอีก แต่คราวนี้โชคดีกว่าเดิม หน่อยที่ไม่ต้องย้ายโรงเรียนหนีอีก

http://www.dailynews.co.th/web/html/...e=2&template=2
__________________
คนไทยรักกัน
BlueDragonExp no está en línea   Reply With Quote
Old February 20th, 2008, 07:37 PM   #18
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 58,126
Likes (Received): 2258

ค้าปลีกใต้ดินดีเดย์"สถานีจตุจักร" จัดคอนเสิร์ตเปิดตัว23กุมภาพันธ์นี้

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3977 (3177)


"เมโทรมอลล์" ได้ฤกษ์เปิดให้บริการพื้นที่ค้าปลีกใต้ดินสถานีจตุจักรเพิ่มอีก 1 สถานี ปรับคอนเซ็ปต์ใหม่ชูสินค้าแฟชั่นแนวอินดี้ และแบรนด์ชั้นนำจากตลาดนัดจตุจักร สยามสแควร์ หวังเจาะกลุ่มวัยรุ่น พร้อมบริการธุรกรรม รวมทั้งร้านสะดวกซื้อ ชี้คิวต่อไปเป็นสถานีกำแพงเพชร

นายพงษ์สฤษดิ์ ตันติสุวณิชย์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมโทรมอลล์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ผู้บริหารพื้นที่ค้าปลีกภายในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า วันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ บริษัทจะเปิดให้บริการพื้นที่ค้าปลีกใต้ดินเพิ่มอีก 1 สถานี คือ สถานีจตุจักร พื้นที่ประมาณ 2,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน จากเดิมที่เปิดให้บริการอยู่ 2 สถานี คือ สถานีสุขุมวิท และสถานีพหลโยธิน

"สถานีนี้เราเลื่อนเปิดให้บริการจากเดิมที่กำหนดไว้ช่วงปลายปีที่ผ่านมาเป็นเดือนกุมภาพันธ์แทน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี และโอกาสยัง ไม่เอื้ออำนวย และจตุจักรถือเป็นสถานีแรกที่เปิดให้บริการในปีนี้"

นายพงษ์สฤษดิ์กล่าวว่า สำหรับสถานีจตุจักร คอนเซ็ปต์จะเป็น underground shop สุดยอดแหล่งช็อปปิ้งใต้ดินแห่งใหม่ สัดส่วนของพื้นที่ประมาณ 80% จะเป็นร้านค้าแฟชั่นแนวอินดี้

ที่เป็นแบรนด์ดัง เป็น top of the top ของแฟชั่น

ส่วนใหญ่เป็นร้านค้ามีชื่อ อาทิ จากตลาดนัดจตุจักร สยามสแควร์ และยังก์ดีไซเนอร์กลุ่มต่างๆ ส่วนที่เหลืออีก 20% จะเป็นร้านค้าส่วนการให้บริการ เช่น ธนาคาร เซเว่นอีเลฟเว่น ร้านเกม เป็นต้น

ด้านกลุ่มลูกค้าจะจับกลุ่มลูกค้าที่เป็นวัยรุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับผู้ที่มาเดินในตลาดนัดสวนจตุจักร แต่ร้านค้าในเมโทรมอลล์จะเป็นสินค้าที่มีความเฉพาะมากกว่า นอกจากนี้ยังเป็นตลาดติดแอร์เดินสะดวกสบายและเปิดให้บริการทุกวัน ขณะที่สวนจตุจักรจะเปิดเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น

"ประเมินดูแล้วคนน่าจะเข้ามาใช้บริการมากขึ้นกว่าสถานีอื่นๆ เพราะปัจจุบันคนเริ่มหันมาใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินในการเดินทางมากขึ้น ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 1.8-1.9 แสนคนต่อวัน และเชื่อว่าในจำนวนนี้จะต้องแวะเยี่ยมชมสินค้าหรือจับจ่ายใช้สอยระหว่างเดินเข้า-ออกสถานี"

นายพงษ์สฤษดิ์กล่าวต่อว่า สถานีต่อไปที่จะเปิดให้บริการต่อจากสถานีจตุจักร คือ สถานีกำแพงเพชร เนื่องจากเป็นสถานีที่อยู่ใกล้กับสวนจตุจักรและตลาดนัดสวนจตุจักร

คาดว่าจะมีคนมาใช้บริการมากขึ้นอีก แต่กำหนดเวลาเปิดให้บริการยังบอกชัดเจนไม่ได้ ต้องรอดูผลตอบรับจากลูกค้าที่มาใช้บริการสถานีจตุจักรก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท แม็ทชิ่ง สตูดิโอ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่เมโทรมอลล์ว่าจ้างให้มาช่วยดูเรื่องการตลาด ได้วางแผนจัดคอนเสิร์ตเพื่อสร้างสีสันและดึงคนเข้ามาใช้บริการในสถานีจตุจักร ในช่วงบ่ายของวันเปิดให้บริการวันแรก โดยจะดึงนักร้องนักแสดงชื่อดังเข้าร่วมงาน พร้อมกันกับจัดกิจกรรมและโปรโมชั่นแบบหลากหลายเพื่อสมนาคุณลูกค้า

หน้า 12
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 21st, 2008, 03:15 PM   #19
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 58,126
Likes (Received): 2258

ฟื้นแนว'วงแหวนรถไฟฟ้า' 5.8 หมื่นล้าน โครงการในฝันรัฐบาล'สมัคร 1'

มติชนออนไลน์ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2551 - เวลา 18:04:02 น.


ฟื้นแนวโครงการรถไฟวงแหวนเขตชานเมืองกรุงเทพฯ ระยะทาง 82.5 กิโลเมตร มูลค่ากว่า 5.8 หมื่นล้าน โครงการในฝันของ ฯพณฯสมัคร สุนทรเวชที่เตรียมแจ้งเกิดอีกครั้ง


"สมัคร สุนทรเวช" เมื่อครั้งนั่งเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ขีดแนวเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าวงแหวนรอบนอก โดยใช้ชื่อว่า "โครงการรถไฟวงแหวนในเขตชานเมืองของกรุงเทพมหานคร" แถมศึกษาความเป็นไปได้ตลอดจนรายละเอียดเบื้องต้นไว้เสร็จสรรพ

วันนี้ที่เปลี่ยนไป "สมัคร" คัมแบ็กกลับมาด้วยเก้าอี้ใหญ่กว่าเดิม บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย โครงการนี้ยังไม่ลืมเลือนไปจากใจหัวหน้ารัฐบาลสมัคร 1 เห็นได้จากความพยายามแจ้งเกิดให้ได้อีกครั้ง



@ เปิดผลศึกษาแนวเส้นทาง

ย้อนไปดูผลศึกษาของเดิม ลักษณะโครงการออกแบบเป็นระบบขนส่งมวลชนที่ใช้ระบบรถไฟฟ้าแบบรางเบา ลักษณะคล้ายกับระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสที่ให้บริการอยู่ปัจจุบัน

การออกแบบจะผสมผสานเป็นโครงการที่ใช้ระบบ "รถไฟบนดิน" ในส่วนที่สามารถใช้เขตทางถนนสายต่างๆ ได้ และจะเป็น "รถไฟยกระดับ" ในส่วนที่เป็นเขตถนนในเมือง เช่น ถนนงามวงศ์วาน เกษตร-นวมินทร์ ศรีนครินทร์ เป็นต้น นอกจากนี้จะมีช่วงที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา 2 ช่วงคือ ด้านเหนือบริเวณสะพานพระราม 5 จะก่อสร้างเป็นสะพานข้ามแม่น้ำ ส่วนทางใต้เป็นอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำ

สำหรับแนวเส้นทาง จุดเริ่มต้นจะเริ่มจากบริเวณแยกบางเขนวิ่งไปตามถนนงามวงศ์วาน ก่อนข้ามสี่แยกเกษตรเข้าสู่ถนนเกษตร-นวมินทร์ ตรงไปและเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนนวมินทร์ผ่านแยกบางกะปิแล้วเลี้ยวเข้าสู่ถนนศรีนครินทร์ตรงบริเวณแยกลำสาลี

จากนั้นแนวเส้นทางจะมุ่งหน้าตรงไปตามถนนศรีนครินทร์ ก่อนเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนเทพารักษ์ จนถึงแยกที่ตัดกับถนนสุขุมวิท เลี้ยวขวาอีกครั้งเข้าสู่ถนนปู่เจ้าสมิงพราย ตรงไปตามปู่เจ้าสมิงพรายจนเกือบถึงแม่น้ำเจ้าพระยา

ซึ่งช่วงที่ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาด้านใต้นี้จะก่อสร้างเป็น "อุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำ" โดยปลายทางขึ้นฝั่งจะอยู่ก่อนถึงแยกที่โครงการถนนสายพระราม 2-สุขสวัสดิ์ ตัดกับถนนประชาอุทิศ แล้ววิ่งไปตามแนวโครงการถนนเพชรเกษม-รัตนาธิเบศร์ และเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนพระราม 5

โดยช่วงที่ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระราม 5 จะเป็น "สะพานข้าม" จากนั้นจะวิ่งตรงไปตามถนนติวานนท์ ผ่านแยกแครายเข้าสู่ถนนงามวงศ์วาน วนกลับเข้าสู่จุดเริ่มต้น รวมระยะทาง 82.5 กิโลเมตร

รูปแบบก่อสร้างเป็นโครงสร้างยกระดับระยะทาง 72.87 กิโลเมตร อุโมงค์ระยะทาง 3.39 กิโลเมตร และโครงสร้างระดับพื้นดิน 5.70 กิโลเมตร มีสถานีรวม 37 แบ่งเป็นสถานียกระดับ 35 แห่ง สถานีระดับพื้นดิน 1 แห่ง และสถานีใต้ดิน 1 แห่ง ระยะห่างอยู่ในช่วง 1.5-5 กิโลเมตร/สถานี

@ จุดปักหมุด 37 สถานี

สำหรับ "แลนด์มาร์ค" ที่ตั้งประกอบด้วย สถานีที่ 1 ถนนงามวงศ์วานใกล้สถานีรถไฟบางเขน สถานีที่ 2 ถนนงามวงศ์วานด้านหน้า ม.เกษตรศาสตร์ สถานีที่ 3 ถนนเกษตร-นวมินทร์ใกล้ซอยอนามัย สถานีที่ 4 ถนนเกษตร-นวมินทร์บริเวณซอยเสนานิคม 1 สถานีที่ 5 บนถนนเกษตร-นวมินทร์ใกล้ทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา

สถานีที่ 6 ถนนเกษตร-นวมินทร์ใกล้โรงเรียนคลองลำเจียก สถานีที่ 7 ถนนนวมินทร์ด้านหน้าซอยสามัคคี สถานีที่ 8 ถนนนวมินทร์ใกล้ถนนศรีบูรพา สถานีที่ 9 ถนนนวมินทร์ด้านหน้าการเคหะแห่งชาติ สถานีที่ 10 อยู่ในเขตทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ใกล้ถนนลาดพร้าวและถนนรามคำแหงตรงข้ามท่าเรือบางกะปิคลองแสนแสบ

สถานีที่ 11 ถนนศรีนครินทร์-ถนนกรุงเทพกรีฑาใกล้โรงเรียนสุดลรี สถานีที่ 12 ถนนศรีนครินทร์ใกล้ทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-อรัญประเทศทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ ใกล้สถานีรถไฟหัวหมาก สถานีที่ 13 ถนนศรีนครินทร์อยู่ระหว่างอ่อนนุช 41-43 สถานีที่ 14 ถนนศรีนครินทร์ใกล้ซอยสุภาพด้านหน้าศูนย์การค้าซีคอนสแควร์

สถานีที่ 15 ถนนศรีนครินทร์ใกล้ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอยสุขุมวิท 103 สถานีที่ 16 เป็นที่ว่างเปล่าบริเวณทางยกระดับบางนา-ตราด ใกล้ทางด่วนบางนา-บางปะกงข้างถนนศรีนครินทร์ สถานีที่ 17 ถนนศรีนครินทร์ด้านหน้ารอยัลปาล์มวิลล่า สถานีที่ 18 ถนนเทพารักษ์ใกล้สี่แยกศรีนครินทร์ สถานีที่ 19 ถนนปู่เจ้าสมิงพรายใกล้สามแยกปู่เจ้าสมิงพราย

สถานีที่ 20 ถนนปู่เจ้าสมิงพรายด้านหน้าโชว์รูมอีซูซุใกล้สถานีตำรวจสำโรงใต้ สถานีที่ 21 ถนนปู่เจ้าสมิงพรายใกล้วัดบางหญ้าแพรก สถานีที่ 22 ใกล้ถนนนครเขื่อนขันธ์ สถานีที่ 23 ด้านหน้าถนนประชาอุทิศ สถานีที่ 24 ใกล้ซอยประชาอุทิศ 39 (ซอยทองก้อน) สถานีที่ 25 ใกล้ถนนพระรามที่ 2 และถนนพุทธบูชาด้านหน้าซอยปลั่ง

สถานีที่ 26 ใกล้ถนนจอมทอง ใกล้ซอยวัจนะ สถานีที่ 27 ใกล้เพชรเกษม 36 สถานีที่ 28 ถนนเพชรเกษม-รัตนาธิเบศร์ใกล้ซอยสนเจริญ สถานีที่ 29 ถนนเพชรเกษม-รัตนาธิเบศร์ใกล้ถนนจรัญสนิทวงศ์ซอย 35 ใกล้โรงเรียนสุวรรณพลับพลา สถานีที่ 30 ถนนเพชรเกษม-รัตนาธิเบศร์ใกล้ทางยกระดับปิ่นเกล้า-สถานีตำรวจตลิ่งชัน

@ งบฯ (เก่า) เกือบ 6 หมื่นล้าน

สถานีที่ 31 ถนนเพชรเกษม-รัตนาธิเบศร์ใกล้ซอยพิทักษ์ธรรม สถานีที่ 32 ถนนราชพฤกษ์ใกล้ถนนเพชรเกษม-รัตนาธิเบศร์-โรงเรียนวัดชองพลู สถานีที่ 33 ถนนราชพฤกษ์ใกล้ถนนบางกรวย-ไทรน้อย-ซอยวัดสังฆทาน สถานีที่ 34 ถนนราชพฤกษ์ใกล้ถนนพิบูลสงคราม-ท่าเรือพิบูลสงคราม 2

สถานีที่ 35 ถนนราชพฤกษ์ใกล้ถนนประชาราษฎร์-โรงเรียนวัดลานนาบุญ สถานีที่ 36 ถนนราชพฤกษ์ใกล้ถนนงามวงศ์วาน-รัตนาธิเบศร์ อยู่ระหว่างซอยปิ่นประภาคม-ซอยบำราศนราดูร และสถานีที่ 37 ถนนรัตนาธิเบศร์ตัดงามวงศ์วานใกล้ถนนประชาชื่นด้านหน้าศูนย์การค้าเดอะมอลล์

วงแหวนรถไฟฟ้าในฝันของนายกฯสมัคร คาดว่าใช้งบฯก่อสร้าง 58,194 ล้านบาท เป็นค่างานโยธา 18,029 ล้านบาท ก่อสร้างสถานี 2,890 ล้านบาท งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล 15,710 ล้านบาท งานระบบไฟฟ้าและศูนย์ซ่อมบำรุง 3,800 ล้านบาท งานบริหารจัดการ 400 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ 5,229 ล้านบาท งานก่อสร้างสะพาน 1,819 ล้านบาท เวนคืนที่ดิน 3,540 ล้านบาท ระบบรถ 4,637 ล้านบาท และสำรองฉุกเฉิน 2,137 ล้านบาท

ด้านค่าโดยสาร ผลการศึกษาขณะนั้นนำเสนอราคาเริ่มต้นที่ 10 บาท บวกเพิ่มทุก 1 บาทต่อกิโลเมตร ปริมาณผู้โดยสารเปิดปีแรกอยู่ที่ 2.5 แสนคนต่อวัน คาดว่าใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปีเต็ม


__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 21st, 2008, 04:16 PM   #20
konthaimaitalorkan
Registered User
 
konthaimaitalorkan's Avatar
 
Join Date: Nov 2007
Posts: 158
Likes (Received): 1

^
^
อ๋อ แบบนี้นี่เอง ตอนแรกผมก็นึกว่าเป็น metro จอดทุกๆ 1 กม. ถ้าแบบนี้น่าจะโอเคละครับผม แต่อย่าลืมสายชานเมืองอื่นๆด้วยนะครับเอ้อ

กลัวอย่างว่า ถ้าทำแบบนี้ แผนเดิมของ สนข ที่เคยศึกษาไว้อาจจะได้แก้กันวุ่นเลย และไม่รู้ผังเมืองกรุงเทพจะตอบรับสายนี้ได้อย่างที่เป็นแบบเมืองอื่นรึเปล่า เพราะกรุงเทพ แหล่งชุมชนกระจายไปตามแนว เหนือ ใต้ ออก ตก ตามแนวสายสีแดงมากกว่า
แต่ผมเห็นด้วยก็สายนี้ละครับ สายอื่นขอใช้แผน สนข เถอะนะครับ

Last edited by konthaimaitalorkan; February 21st, 2008 at 04:27 PM.
konthaimaitalorkan no está en línea   Reply With Quote


Reply

Tags
bangkok, metro

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 07:21 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2015, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2015 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2015 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu