|
|
| daily menu » rate the banner | guess the city | one on one |
|
|
#121 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,614
Likes (Received): 353
|
ไทยปัดฝุ่น "กม." แข่งขันการค้า แช่แข็ง 12 ปีถูกไล่บี้แก้ด่วนรับ AEC
เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า กรมการค้าภายใน ได้นำประเด็น "กำหนดเกณฑ์การควบรวมธุรกิจตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542" มา เคาะสนิมเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี ซึ่งปล่อยปละละเลยมานาน และนักวิชาการแถวหน้าของเมืองไทยพากันขึ้นเวทีระดมสมอง พร้อมสะท้อนให้เห็นถึงปัจจุบันธุรกิจขนาดใหญ่ ๆ สามารถควบรวมกิจการกันได้อย่างอิสระ กลายเป็นผู้มีอำนาจผูกขาดตลาด อย่างกรณีล่าสุด บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ รวมกับบริษัท เซ็นคาร์ จำกัด หรือ คาร์ฟูร์ หรือธนาคารธนชาต กับธนาคารนครหลวงไทย เป็นต้น ซึ่งมีความเสี่ยงมากในด้านผู้มีอำนาจเหนือตลาดเหล่านี้ อนาคตอาจจะเกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ตามโครงสร้างกฎหมายฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ป้องกันการผูกขาด/จำกัดการแข่งขัน เกี่ยวข้องกับ 5 มาตรา ได้แก่ มาตรา 25 การใช้อำนาจเหนือตลาดอย่างไม่เป็นธรรม มาตรา 26 การรวมธุรกิจอาจก่อให้เกิดการผูกขาดหรือความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน มาตรา 27 การตกลงทางการค้าทำลายขัดขวาง หรือจำกัดการแข่งขัน มาตรา 28 การตกลงทางการค้ากับธุรกิจต่างประเทศที่จำกัดสิทธิ์และทางเลือกของประชาชนในการอุปโภคบริโภค และดูแลพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยมีมาตรา 29 การห้ามพฤติกรรมใด ๆ ที่เป็นการขัดขวางและหรือทำลายการแข่งขัน นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า มาตรา 26 ระบุให้อำนาจคณะกรรมการจะประกาศกำหนดเกณฑ์การรวมธุรกิจ ต้องขออนุญาตโดยใช้ส่วนแบ่งการตลาด ยอดเงินขาย จำนวนทุน จำนวนหุ้น หรือจำนวนสินทรัพย์ แต่ประเด็นเหล่านี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ภาคธุรกิจจึงสามารถรวมธุรกิจได้โดยไม่ต้องขออนุญาต จากนี้จะนำความเห็นจากวงสัมมนาไปปรับกำหนดเกณฑ์ใหม่อีกครั้ง จากการศึกษาเปรียบเทียบกับหลายประเทศ รวมถึงอาเซียนต่างมีกฎหมายแข่งขันคอยกำกับดูแลการรวมธุรกิจแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน จีน เวียดนาม ต้องขออนุญาต ส่วนประเทศเปิดให้แจ้งโดยสมัครใจ ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มีเพียงมาเลเซียที่ไม่มีบทบัญญัติให้แจ้งเรื่องรวมธุรกิจ ส่วนการพิจารณาอินโดนีเซียจะใช้เกณฑ์ส่วนแบ่งตลาด ยอดขาย/รายได้ จำนวนสินทรัพย์ ไต้หวันใช้ส่วนแบ่งตลาด ยอดขาย/รายได้ และจำนวนหุ้น ส่วนอาเซียนอย่างเวียดนาม สิงคโปร์ ค่อนข้างอิสระ โดยจะดูเฉพาะส่วนแบ่งตลาดเท่านั้น นายกิตติ ตั้งจิตรมณีศักดา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สายงานกฎหมายและภาษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท กฎหมายเอสซีจี จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้ไทยกำลังจะรวมกลุ่มเออีซีอีก 3 ปีข้างหน้า เปิดตลาดไร้พรมแดน ทำให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนได้สะดวก หรือเรียกว่ากลุ่มอาเซียนผมแดง จึงน่าเป็นห่วงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพราะรัฐบาลไทย ภาคเอกชน ประชาชน ยังขาดความใส่ใจเตรียมความพร้อมรับมือการแข่งขัน นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ ฝ่ายวิจัยแผนงานเศรษฐกิจรายสาขา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวว่า ตามข้อผูกพันกรอบการค้าเสรีอาเซียนกำหนดปี 2558 ให้ธุรกิจเข้ามาประกอบธุรกิจและถือหุ้นในประเทศสมาชิกได้ 70% หมายความรวมถึงนิติบุคคลต่างชาติอื่น ๆ ที่เข้ามาจดทะเบียนในอาเซียนก่อนแล้วก็ลงทุนในไทยได้ ถึงเวลาต้องกำหนดเกณฑ์การควบรวม (Mergers Guideline) เพื่อควบคุมโครงสร้างของตลาด ดีกว่าจะปล่อยให้เกิดแล้วมาแก้ภายหลังยุ่งยากกว่า เป็นภารกิจของคณะกรรมการแข่งขันตามมาตรา 8 (5) นางเดือนเด่นเสนอให้กำหนดเกณฑ์การควบรวมธุรกิจ 1.รายได้/ทรัพย์สินขั้นต่ำในไทยต้องมี 100 ล้านบาท หรือรายได้/ทรัพย์สินจากการประกอบธุรกิจ ทั่วโลก (Global Asset) กว่า 3,000 ล้านบาท 2.ดัชนีการกระจุกตัวของตลาด (HHI) ทำคล้ายอินโดนีเซียที่มีช่วงค่าการกระจุกตัวจะอนุมัติให้ควบรวมโดยอนุมัติกรณีไม่เกิน 1,800 ล้านบาท และไม่อนุมัติหากเกิน 4,000 ล้านบาท 3.ปัจจัยที่ใช้ประกอบการพิจารณ อาทิ ความยากง่าย การเข้าตลาด ประสิทธิภาพ การประหยัดทรัพยากร ลักษณะควบรวมเป็นคู่แข่งเดิม และการทำทดสอบ SSNIP test กำหนดขอบเขตของตลาด เป็นต้น ตลอดช่วง 12 ปี การบังคับใช้ พ.ร.บ.การแข่งขันฯ หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า ยังล้มเหลวในทางปฏิบัติ เพราะกฎหมายฉบับนี้ยังไม่สามารถดำเนินคดีกับผู้ประกอบการได้สักราย ทั้งที่มีข้อร้องเรียนนับ 10 เรื่อง หากไทยยังไม่ปรับเกณฑ์การรวมธุรกิจให้ชัดเจนก่อนปี 2558 จะเท่ากับเปิดประตูให้ต่างชาติที่เข้มแข็งเข้ามาลงทุน ผูกขาดตลาด ซ้ำเติมผู้บริโภคในอนาคตต่อไป http://www.prachachat.net/news_detai...tid=&subcatid= |
|
|
|
|
|
#122 |
|
Detective
Join Date: Feb 2011
Location: Siam
Posts: 3,418
Likes (Received): 223
|
Thai businesses must focus more on Asean: Kosit
Achara Deboonme The Nation March 9, 2012 2:08 pm The investment by large Thai companies in Asean is just the first wave of external expansion, and will be followed by that of small and medium-sized enterprises, particularly when the regional single market is created. Kosit Panpiemras, executive chairman of Bangkok Bank, said that SMEs in the automotive, food, electrical appliance and textile industries are strong enough to venture overseas. They will follow in the wake of the huge investment made by major companies like Siam Cement Group, Banpu and PTT. "It's a good start. Now Asean is the most important market for Thailand, more important than the US or Europe," he said at a seminar on "Thai-Asean Economic Linkage" hosted by the bank. He sees particularly huge potential in Laos, Vietnam, Cambodia and Burma, reflected by the continued increase of Thai exports to these countries. At the end of this month, BBL is scheduled to open a new branch in Surabaya, Indonesia, to further support Thai companies' overseas business. http://nationmultimedia.com/business...-30177601.html
__________________
Driven to err by base desires, t'ward waste and wasting, on they run. -noblesse oblige- Bangkok: The Metropolis of Angels | Bangkok | Public Transport Thai Landscapes | *Thai Archive |
|
|
|
|
|
#123 |
|
Detective
Join Date: Feb 2011
Location: Siam
Posts: 3,418
Likes (Received): 223
|
Thailand opens sector to high-tech Asean investors
Published: 9/03/2012 at 02:23 AM Thailand is on course to open its fisheries sector to Asean investment ahead of planned market liberalisations. But only investments that utilise high technologies and have a minimal impact on local communities will be considered, said Wimol Jantrarotai, director-general of the Fisheries Department. "The farming of lobsters and sea cage aquaculture, for instance, are categories that we would offer" to foreign investors, he said during a seminar held to prepare officials in the department for the establishment of the Asean Economic Community (AEC) in 2105. Under AEC, a single regional common market will be created by 2015 and will include Brunei, Cambodia, Indonesia, Lao, Malaysia, Myanmar, the Philippines, Singapore, Thailand, and Vietnam. The free flow of goods, services, investment capital and skilled labour are expected following the liberalisation. The aim is to create a competitive market of over 600 million people. Fish farming is currently barred under the Thai Foreign Business Act. According to Dr Wimol, a fisheries investment could be initiated as a joint venture between Thai and foreign partners, and the foreign entity may be able to take full ownership at some point in the future. But the area for sea cage aquaculture will be restricted. Investment must be substantial and proper environmental safeguards must be put in place. The Andaman coast is considered an appropriate area for sea cage farming. "Any investment must receive approval from the community to avoid disruption later on," he said. Lobster farming is very advanced in Singapore, while Indonesia has the most sea cage aquaculture in place in Asean. The value of trade between Thailand and countries in Asean totalled 272.5 billion baht in 2011, of which 62.7 billion baht was imported products such as oil, plants, seasonings, coffee and tea. Dr Wimol said the influx of lower cost goods from neighbouring countries is expected and Thai agencies have to outline stringent measures to prevent substandard and contaminated products from entering the country. Panisuan Jamnarnwej, president of the Thai Frozen Foods Association, said the AEC will minimally impact on labour. The government estimates that up to 3 million foreign workers are in Thailand illegally, about 900,000 registered with the Labour Ministry. Mr Panisuan said the AEC will allow more exports of Thai shrimp. "We can ship the commodity out to cold storage plants in Vietnam if local supply is excessive," he said. http://www.bangkokpost.com/business/...sean-investors
__________________
Driven to err by base desires, t'ward waste and wasting, on they run. -noblesse oblige- Bangkok: The Metropolis of Angels | Bangkok | Public Transport Thai Landscapes | *Thai Archive |
|
|
|
|
|
#124 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,614
Likes (Received): 353
|
ส่งออกไปรัสเซียโต 50% ชี้หลังปูตินคว้าชัยปธน.-มหกรรมกีฬาโลก ส่งผลดีส่งออกไทย
วันศุกร์ที่ 09 มีนาคม 2012 เวลา 20:00 น. ส่งออกรัสเซียโต 50ชี้นโยบายเศรษฐกิจรัสเซียหลังเลือกตั้งประธานาธิบดี คว้า”ปูติน”รอบ 3 ส่งผลดีต่อการค้าลงทุน ชี้มหกรรมกีฬาโลก 2 งาน เป็นโอกาสดีสินค้าไทยเจาะตลาด แนะเอกชนเข้าลงทุน เชื่อหลังเข้าเป็นสมาชิก WTO หมีขาวมีระบบการเงินธนาคารที่เป็นสากลมากขึ้น นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการส่งเสริมและพัฒนาช่องทางการตลาดใหม่ๆ ตลอดจนสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับประเทศคู่ค้าตามนโยบายของรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ "ภูมิ สาระผล "ว่า รัสเซียได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก(WTO)เมื่อธันวาคม 2554 นับเป็นความพยายามมาเกือบ 10 ปีที่จะทำให้การค้าการลงทุนเทียบเคียงสากลมากขึ้น ให้การยอมรับกฎระเบียบและความแตกต่างระหว่างสมาชิกหลายร้อยประเทศ นอกเหนือจากที่อยู่ในกลุ่มจี 20 , เอเปค และอยู่ในกลุ่มประเทศคู่เจรจาอย่างเป็นทางการกับอาเซียน โดยอาศัยทรัพยากรธรรมชาติที่มีอย่างมากมายเป็นแม่เหล็กดึงดูดการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ “รัสเซียเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจ เนื่องจากในปี 2557 รัสเซียมีมหกรรมกีฬาระดับโลกทั้งโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองโซชี และในปี 2559 กับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกครั้งแรก”นางนันวัลย์ กล่าวและว่า รัสเซียเปิดกว้างให้มีการค้าการลงทุนกว่า 20 ปีที่ผ่านมา คาดว่าภายหลังชัยชนะเลือกตั้ง เศรษฐกิจภายใต้การนำของปูตินจะเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูอีกครั้ง โดยมีปัจจัยสถานการณ์ราคาน้ำมันทรงตัวค่อนข้างสูงและมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งรัสเซียเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและสำรองพลังงานที่สำคัญของโลกติด 1 ใน 5 และ 1 ใน 10 หลายรายการ อาทิ แหล่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ เหล็ก โลหะมีค่าต่างๆ เพชร ทองคำ นายภาษิต พุ่มชูศรี ผอ.สำนักความร่วมมือการค้าและการลงทุน กรมการค้าต่างประเทศ เคยดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงมอสโค ประเทศรัสเซีย กล่าวว่า ปัจจุบันเม็ดเงินขนาดใหญ่เป็นการลงทุนที่สำคัญจากฝั่งยุโรปทั้งเยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษ รวมถึงระบบเศรษฐกิจทั้งภาคการเงิน ธนาคาร การค้าลงทุนที่ปรับตัวมากขึ้น ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวที่เป็นระบบดีขึ้น รวมถึงแนวนโยบายที่ประกาศจะขับเคลื่อนประเทศทั้งการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค อาทิ รถไฟความเร็วสูง พร้อมๆ กับการส่งเสริมให้เกิดการค้า-ลงทุนในภาคอุตสาหกรรมทั้ง รถยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ จะสนับสนุนให้รัสเซียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่น่าสนใจลงทุน “การเข้าชนะการเลือกตั้งของประธานาธิบดีของรัสเซียของ วลาดิเมียร์ ปูติน ย่างเข้าสู่ปีที่13 ของการดำรงตำแหน่งระดับบริหารของประเทศเพื่อนำประเทศและเขตการปกครองต่างๆ เป็นหนึ่งเดียวกันภายใต้นโยบายหนึ่งเดียวกัน ซึ่งประกาศไว้ว่า ชัยชนะของเขาจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยปกป้องประเทศไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของศัตรู”นายภาษิต กล่าว สถิตการค้า(ส่งออก-นำเข้า)ระหว่างไทยกับรัสเซียในปี 2554 มีมูลค่ารวม 5,668 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีมูลค่าการส่งออกราว 1,149.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 49 ซึ่งปี 2555 ตั้งเป้าการส่งออกขยายตัวร้อยละ 50สินค้าส่งออกสำคัญ5 อันดับแรก ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 393 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 84 น้ำตาลทราย68 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 420 ผลไม้กระป๋องและแปรรูป55ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 เม็ดพลาสติก 53ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 85 และเครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่นๆ 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ส่วนการนำเข้า 4,518.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 40 สินค้านำเข้าสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ น้ำมันดิบ มีมูลค่า 2,603 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 60 เหล็ก กล้าและผลิตภัณฑ์ 1,211 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 29 ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ 366 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 59 สินแร่ โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ 65ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 14 และพืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 56 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงกว่าร้อยละ 1 http://www.thanonline.com/index.php?...176&Itemid=524 |
|
|
|
|
|
#125 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,614
Likes (Received): 353
|
ไทย-แอลเบเนียเซ็นเอ็มโอยูประสานความร่วมมือ
ไทย - แอลเบเนีย ลงนามเอ็มโอยู ประสานความร่วมมือทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี ครอบคลุมทั้งเรื่อง การเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า วัฒนธรรม พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้การต้อนรับ นายเอดมอนด์ ฮาคินาสโต รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการะทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐแอลเบเนีย ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของกระทรวงการต่างประเทศ โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่แทนรัฐมนตรีว่าการะทรวงการต่างประเทศ ที่เดินทางตามคณะของนายกรัฐมนตรีไปปฎิบัติภาระกิจที่ประเทศญี่ปุ่น และภายหลังการหารือ นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ทั้ง2ฝ่ายได้หารือข้อราชการระหว่างกันถึงความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี ซึ่งสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครบ30ปี ซึ่งการเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเยือนระดับสูงครั้งแรกของสาธารณรัฐแอลเบเนีย ที่จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งนี้ฝ่ายแอลเบเนีย มีความประสงค์ ที่จะกระชับความสัมพันธ์กับไทยในมิติต่างๆทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน โดยเสนอให้มีการเร่งจัดทำข้อตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ระหว่างกัน ทั้งการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน ยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางทางการทูตและข้าราชการ ที่จะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนระดับประชาชนมากขึ้น ส่วนในแง่ธุรกิจ เสนอให้มีการจัดพบปะนักธุรกิจระหว่างกันเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุน โดยเฉาพาะเรื่องอาหาร ที่ประเทศไทยเป็นประเทศส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก และไทยมีศักยภาพในการส่งออกอาหารฮาลาล ซึ่งแอลเบเนียนับถือศาสนาอิสลามและแอลเบเนียเองก็นำเข้าข้าวจากประเทศไทยอยู่แล้ว นอกจากนี้ทั้ง2ฝ่ายมีการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทยและแอลเบเนีย เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยน ประสานท่าทีระหว่างกันให้มากขึ้น ทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี ครอบคลุมทั้งเรื่อง การเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า วัฒนธรรม และในเวลา12.00น. นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแอลเบเนีย http://www.bangkokbiznews.com/home/d...9;อ.html |
|
|
|
|
|
#126 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,614
Likes (Received): 353
|
ธปท.จ่อปลดล็อกเอกชนลงทุนนอกสู้AECเปิด
เศรษฐกิจ10 มีนาคม 2555 - 00:00 ธปท.เล็งปลดล็อกเอกชน ขนเงินลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากกรอบที่ ก.ล.ต.อนุมัติไว้ที่ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หวังดิ้นสู้เปิดเออีซี "โฆสิต" แนะเอสเอ็มอีตื่นตัวรับแข่งขัน นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวบรรยายเรื่อง "ยุทธศาสตร์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนและเงินทุนเคลื่อนย้ายเพื่อความเข้มแข็งที่ยั่งยืน" ว่า ตามแผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้ายในปีนี้ จะมีการผ่อนคลายมากขึ้น โดยจะมีการขยายขอบเขตการเปิดบัญชีเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศให้มากขึ้น และในเดือน เม.ย.-พ.ค.2555 จะอนุญาตให้มีการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าได้ พร้อมกันนั้น ภายในปีนี้จะขยายวงเงินที่อนุญาตให้บุคคลธรรมดานำเงินออกไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศผ่านบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งเดิมสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดเพดานไว้ที่ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยที่ผ่านมามีการนำเงินออกไปลงทุน 3 หมื่นล้านเหรียญฯ และในอนาคตอาจจะพิจารณาขยายขอบเขตการลงทุนให้บุคคลธรรมดาสามารถลงทุนได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องผ่านบริษัทหลักทรัพย์ นางผ่องเพ็ญ กล่าวว่า จากดุลการชำระเงินที่สะท้อนความไม่สมดุลของเงินไหลเข้าออกในช่วงที่ผ่านมา เป็นแรงกดดันทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น ซึ่งหน้าที่ของ ธปท.พร้อมสนับสนุนการลงทุนในต่างประเทศให้มีมากขึ้น แต่จะต้องดูแลอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้ผันผวน ซึ่งเป็นหน้าที่ของทั้ง ธปท.และกระทรวงการคลัง พร้อมทั้งลดอุปสรรคในการลงทุนในต่างประเทศ โดยในปี 2555 ธปท.จะส่งเสริมให้มีเงินไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้นและยั่งยืน "การจัดทำแผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้ายของ ธปท.ได้ทยอยดำเนินการใช้มาอย่างต่อเนื่อง และจะมีมากขึ้น เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้มีเงินไหลออกได้สะดวกและเสรีมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับการเปิดเสรีเงินทุนเคลื่อนย้ายภายใต้ประชาคมอาเซียน (AEC) ด้วย" นางผ่องเพ็ญกล่าว นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง “การเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทย-อาเซียน” ซึ่งธนาคารกรุงเทพ จัดขึ้นที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ว่า การเตรียมพร้อมเข้าสู่เออีซีในปี 2558 ถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของไทย ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้เฉลี่ยปีละ 4-5% นอกเหนือจากที่ไทยต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ดังนั้น ภาคธุรกิจไทยต้องปรับตัว โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและรายย่อย (เอสเอ็มอี) ที่ต้องทำความเข้าใจและศึกษาตลาดเพื่อออกไปลงทุนในต่างประเทศให้มากขึ้น หลังจากคาดว่าธุรกิจขนาดใหญ่ของไทยจะออกไปลงทุนต่างประเทศระลอกแรกภายใน 3 ปีนับจากนี้. http://thaipost.net/news/100312/53750 |
|
|
|
|
|
#127 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,614
Likes (Received): 353
|
นายกฯ บาเรนห์ หารือนายกฯ ปู สานสัมพันธ์เศรษฐกิจการค้า
วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555 เวลา 12:59 น. ข่าวสดออนไลน์ เวลา 09.00 น. วันที่ 12 มี.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล เจ้าชายคอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน เข้าหารือข้อราชการกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเยือนประเทศไทยเป็นการส่วนพระองค์ ทั้งนี้ การหารือระหว่างน.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายกรัฐมนตรีแห่งบาห์เรน ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการลงทุนของชาวบาห์เรนในประเทศไทย เนื่องจากปัจจุบัน ชาวบาห์เรนเลือกที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและพักผ่อนในประเทศไทยเป็นจำนวนมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นโอกาสอันดีของประเทศไทยที่จะเปิดรับนักลงทุนชาวบาห์เรนให้มากขึ้น เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจการค้าต่อไป นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีแห่งบาห์เรนได้แสดงความยินดีกับความสำเร็จของนายกรัฐมนตรีในโอกาสการเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum ณ เมืองดาวอสเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และให้กำลังใจรัฐบาลในการดำเนินงานฟื้นฟูประเทศหลังเหตุการณ์อุทกภัย นายกรัฐมนตรีได้กราบเรียนเชิญนายกรัฐมนตรีแห่งบาห์เรนเข้าร่วมการประชุมWorld Economic Forum on East Asia ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤษภาคม 2555 ที่จะถึงนี้ ซึ่งในโอกาสเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรีแห่งบาห์เรนได้เชิญนายกรัฐมนตรีเยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการในโอกาสต่อไปด้วย http://www.khaosod.co.th/view_newson...PQ==&subcatid= |
|
|
|
|
|
#128 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,614
Likes (Received): 353
|
เสียงจากฮานอย "Product of Thailand" แบรนด์ที่คนไทยต้องรักษาไว้ในเวียดนาม
บุษบา บุตรรัตน์ อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ ประจำกรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ให้สัมภาษณ์ "ประชาชาติธุรกิจ" ระหว่างการเดินทางลงพื้นที่เพื่อสำรวจเส้นทางรถยนต์จากกรุงฮานอย-แขวง บอลิคำไซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ถึงจังหวัดนครพนม ประเทศไทย ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 22-28 กุมภาพันธ์ 2555 โดยกล่าวถึงโอกาสทางการตลาดของสินค้าไทยในเวียดนาม - โอกาสการเติบโตทางการค้าระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ? เวียดนามเป็นตลาดเกิดใหม่ที่ยังมีอนาคตไกลมากสำหรับสินค้าไทยหลากหลายชนิด ซึ่งขณะนี้เวียดนามมีประชากรทั้งหมด 89.57 ล้านคน อยู่ในวัยทำงานถึง 46 ล้านคน เศรษฐกิจของเวียดนามเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เวลานี้ก้าวขึ้นสู่การเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีฐานะระดับกลางแล้ว รายได้ประชากรอยู่ที่ 1,300 เหรียญสหรัฐ/คน/ปี ประเทศไทยเราได้ดุลการค้ากับเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ปี 2554 เราได้ดุลสูงถึง 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 20% ทำให้ฝ่ายเวียดนามขอให้ฝ่ายไทยช่วยซื้อสินค้าเวียดนามให้มากขึ้น จนปีที่แล้วยอดนำเข้าสินค้าจากเวียดนามสูงกว่าปีก่อนถึง 46% สินค้าไทยที่ส่งไปเวียดนามมีมูลค่ามากเป็นอันดับ 9 ของตลาดส่งออกของสินค้าไทยทั่วโลก และเป็นอันดับ 4 ของตลาดอาเซียน สินค้าส่งออกจากไทยมีความหลากหลาย แต่ละประเภทกระจายน้ำหนักออกไปที่เท่า ๆ กัน ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ รถยนต์และอุปกรณ์ส่วนประกอบ ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้าจากเวียดนาม ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ด้ายและเส้นใย เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบเครื่องมือเครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ เลนส์ แว่นตา น้ำมันดิบ สินค้าไทยยังมีศักยภาพที่จะโตได้อย่างต่อเนื่องในเวียดนาม เนื่องจากคนเวียดนามให้ความนิยมในสินค้าไทยมาก เมื่อเห็นป้ายบอกว่าเป็น "Product of Thailand" ก็เชื่อในคุณภาพ และยอมจ่ายแพงกว่าสินค้าจากประเทศตัวเอง หรือสินค้าจากจีน ผู้บริโภคจำนวนมากเมื่อนำสินค้าไทยไปใช้ เลือกที่จะไม่แกะฉลากออกเพื่อบอกว่าเขาใช้ของดีจากเมืองไทย - สินค้าชนิดใดบ้างที่มีโอกาสเติบโต ? มองดูแล้ว สินค้าไทยที่มีโอกาสเติบโตในเวียดนาม ได้แก่ 1.เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องแก้ว บรรจุภัณฑ์พลาสติก 2.ผลิตภัณฑ์ซักล้าง พวกน้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม สบู่ แชมพู เสื้อผ้า 3.เครื่องประดับสำหรับสาวเริ่มทำงาน จากตลาดกลางลงตลาดล่าง 4.เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าที่ทำในประเทศไทย หรือออกแบบโดยบริษัทไทย แม้ผลิตในจีน จะได้รับความนิยมกว่าสินค้าไม่มีชื่อที่ผลิตในจีน หรือเวียดนาม ตัวอย่างเช่น กระทะไฟฟ้า-ปิ้งย่าง ที่เป็นแบรนด์ไทย เป็นผลิตภัณฑ์ที่นิยมใช้มากในตลาดสดในฮานอย ผู้ประกอบการไทยมักเข้ามาเปิดตลาดในโฮจิมินห์มากกว่าในฮานอย เนื่องจากความเป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้า และเศรษฐกิจของประเทศที่ยาวนาน - แบรนด์ไทยยอดนิยมในเวียดนามมีอะไรบ้าง ? แบรนด์ไทยยอดนิยมในเวียดนามมีมากมาย เช่น เครื่องดื่มกระทิงแดง ผลิตภัณฑ์อาหารซีพี ผงซักฟอกเปา ปลากระป๋องสามแม่ครัว กระดาษทิสชูเซลล็อกซ์ เครื่องครัวสเตนเลสหัวม้าลาย และนกนางนวล รวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ใช้ตราสากล แต่ผลิตในประเทศไทย เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง และแชมพู - โอกาสของผลไม้ไทยในเวียดนาม ? ราว 70% ของปริมาณผลผลิตรวมผลไม้ไทยจาก 3 จังหวัดภาคตะวันออก ระยอง จันทบุรี และตราด เข้าสู่ตลาดเวียดนาม ออกมาผ่านลาว แล้วเข้าเวียดนาม เข้าสู่ฮานอย ใช้เวลาเดินทางกว่า 24 ชั่วโมง พ่อค้าแม่ค้าเวียดนามไปรับซื้อถึงที่ ตั้งจุดรับซื้อตามจังหวัดต่าง ๆ ของไทย แล้วคัดส่งมาขายในเวียดนาม และต่อไปในจีน แม้เวียดนามมีผลไม้คล้ายไทย เช่น ลำไย ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง แต่ยังสู้ของจากไทยที่มีรสชาติจัดจ้านกว่าไม่ได้ ทำให้ผลไม้ของไทยขายได้ราคาดีกว่าผลไม้เวียดนามถึง 2 เท่า เป็นที่นิยมมากในตลาดบน เกรดผลไม้ของเวียดนามที่ส่งไปขายในไทยก็มี แต่คุณภาพอาจไม่เท่าคุณภาพที่ส่งไปยุโรป แต่ในเรื่องมาตรฐานสุขอนามัยแล้วถือว่ามีความปลอดภัยอยู่สูง เนื่องจากเวียดนามให้ความสำคัญในการตรวจสอบชนิดของยาปราบศัตรูพืชที่ใช้ ต้องผ่านกรมวิชาการเกษตรของไทยอย่างสม่ำเสมอ ประเทศไทยเป็น 1 ใน 7 ประเทศเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ส่งผัก ผลไม้ เข้าไปขายในเวียดนามได้ - ผู้ผลิตไทยควรมีกลยุทธ์อย่างไรในการรักษาตลาดเวียดนาม ? แม้ว่าสินค้าไทยเป็นที่ต้องการและนิยมมากในเวียดนาม แต่ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายไทยต้องตระหนักว่าเศรษฐกิจเวียดนามเจริญขึ้น เขาต้องการสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น และมีโอกาสเลือกสินค้าได้มากขึ้น เมื่อคนมีเงินมากขึ้น ย่อมเป็นห่วงสุขภาพมากขึ้น อย่ามองเพื่อนบ้านว่าเป็นแค่ตลาดล่าง ดังนั้นผู้ผลิตไทยควรรักษาคุณภาพของสินค้าให้สม่ำเสมอ ถ้าคุณภาพของสินค้าแย่ลง ผู้บริโภคย่อมหันไปหาสินค้ายี่ห้ออื่น หรือจากแหล่งผลิตอื่น ๆ ช่วยกันรักษาภาพลักษณ์ของสินค้าจากประเทศไทยว่าเป็น "ของดี" ที่ผู้บริโภคยอมจ่ายแพงกว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศเวียดนาม หรือจีน - การจัดงานแสดงสินค้าไทยในเวียดนามมีส่วนช่วยส่งเสริมการขายอย่างไร ? Thailand Trade Exhibition จัดมาแล้วทั้งหมด 12 ปี ปีละครั้ง ใน 2 เมืองหลักคือ ฮานอย และโฮจิมินห์ แต่เริ่มมาจัดที่เมืองไฮฟองเร็ว ๆ นี้ ล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วจัด 4 วัน ในกรุงฮานอย มีคนมาร่วมงานวันละ 30,000 คน งานในครั้งนี้ได้รับความสนใจมากจากผู้ค้า จากผู้ประกอบการไทย จำนวนรวมทั้งสิ้น 140 ราย ออกร้าน 175 คูหา ต้องตัดออกไปถึง 90 คูหา ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานได้รับประโยชน์มากมาย ตั้งแต่ค่าเช่าคูหาเพียงวันละ 15,000 บาท บวกค่าธรรมเนียมเล็กน้อย ค่าโรงแรม ค่าอาหาร และค่าเครื่องบิน โดยกรมส่งเสริมการส่งออกจะช่วยอุดหนุนค่าระวางสินค้าที่มาทางเครื่องบินบางส่วน สินค้าจากเมืองไทยที่ขนมาจัดแสดงในงานมี 12 ประเภท คือ 1.ชิ้นส่วนรถยนต์ และประดับยนต์ 2.ผลิตภัณฑ์เคมี 3.ผลิตภัณฑ์เด็ก ของเด็กเล่น และเกม 4.วัสดุก่อสร้าง ฮาร์ดแวร์ และ เครื่องจักรกล 5.อาหารและเครื่องดื่ม 6.เสื้อผ้า สิ่งทอ และ เครื่องประดับแฟชั่น 7.กลุ่มสินค้าของขวัญและของแต่งบ้าน 8.กลุ่มสินค้าสุขภาพและความงาม 9.กลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและของใช้ในครัวเรือน 10.เครื่องหนังและรองเท้า 11.บริการทางการแพทย์ 12.กลุ่มสินค้าบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ - ผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าร่วมงานครั้งต่อไปควรทำอย่างไร ? กรมส่งเสริมการส่งออกจัดงานแสดงสินค้าในต่างแดนในตลาดใหม่ทั้งปี ราว 20 งานทั่วโลก สามารถติดตามข้อมูลจาก http://application.depthai.go.th/Int..._thailand.html http://www.prachachat.net/news_detai...tid=&subcatid= |
|
|
|
|
|
#129 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,614
Likes (Received): 353
|
A New Era in Thai-Albanian Relations
Transmetuar më 09.03.2012 17:00 Thailand, March 9, 2012, NOA/ Rid Bulku - Edmond Haxhinasto, Deputy Prime Minister and Minister of Foreign Affairs of Albania, met today with General Yuthasak Sasiprapha, Deputy Prime Minister and Acting Minister of Foreign Affairs, on the occasion of the former’s official visit to Thailand as guest of the Ministry of Foreign Affairs. After the said meeting, Mr. Thani Thongphakdi, Director-General of the Department of Information and Foreign Ministry’s Spokesperson, gave a briefing to the press. Gist as follows: 1. The visit by the Deputy Prime Minister and Minister of Foreign Affairs of Albania marked the first high-level visit between Thailand and Albania since the establishment of diplomatic relations between the two countries on 30 September 1982. Indeed, this year also marks the 30th anniversary of diplomatic relations between Thailand and Albania. 2. During the visit, both Thailand and Albania have signed the Memorandum of Understanding (MOU) for the Establishment of Bilateral Consultations between the Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand and the Ministry of Foreign Affairs of the Republic of Albania. This MOU would pave way for increased cooperation between the two countries in various areas, such as politics, trade, investment, tourism, culture, exchanges and coordination on issues of common interest, as well as expansion of multilateral cooperation. 3. Albania wished to strengthen and promote cooperation with Thailand in all aspects, especially in economics. In this regard, Albania proposed the signing of the Agreement on the Promotion and Protection of Investment, Agreement on the Avoidance of Double Taxation and Agreement on the Exemption of Visas for Diplomatic and Official Passport Holders, which would in turn lead to more people to people contact between the two countries. In addition, in the area of economic relations, Albania also suggested that a consultation mechanism between the businessmen of the two countries be established to help foster trade and investment. On this note, Albania recognized Thailand’s capacity as one of the world’s biggest food producers and exporters. Presently, 80% of Albania’s population are Muslims and Albania imports 80% of the country’s rice demand or approximately 18,000 ton/year. As such, Thailand’s Halal food industry has opportunity and prospect in the Albanian market. 4. In terms of political cooperation, Albania wished to establish a Joint Commission (JC) between Thailand and Albania. The Deputy Prime Minister and Minister of Foreign Affairs of Albania took the opportunity to extend invitations to Thai high ranking officials to visit Albania. 5. On this occasion, Mr. Jullapong Nonsrichai, Vice Minister for Foreign Affairs, hosted a luncheon in order of the Deputy Prime Minister and Minister of Foreign Affairs of Albania at the Foreign Ministry. http://noa.al/en/artikull.php?id=159307 ![]()
|
|
|
|
|
|
#130 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,614
Likes (Received): 353
|
HRH the PM meets Thailand\'s Prime Minister
02 : 07 PM - 12/03/2012 Bangkok, March 12 (BNA) -- His Royal Highness the Prime Minister Prince Khalifa bin Salman Al Khalifa met here today Thai Prime Minister Mrs. Yingluck Shinawatra. During the meeting stages of the progressive Bahraini-Thai relationships and comprehensive, advanced bilateral cooperation were discussed. The meeting also discussed regional and international issues of mutual concern. HRH the Premier emphasized the Kingdom of Bahrain’s keenness on boosting cooperation with the friendly Kingdom of Thailand constructing on the foundations already laid down through these relationships in terms development and progress for the best interest of both friendly countries and peoples. HRH the Prime Minister expressed pleasure at the keenness of Thailand's government headed by Mrs. Yingluck Shinawatra efforts in supporting the bonds of cooperation and increasing the Bahraini-Thai coordination and expanding its radius and introducing more areas within bilateral cooperation between both countries. HRH the Prime Minister re-invited the Kingdom of Thailand’s Prime Minister to visit the Kingdom of Bahrain and stressed the significance of mutual visits in order to realize substantial advancement towards development of bilateral relationships. On the other hand, Thailand’s Prime Minister welcomed the visit of HRH the Prime Minister to Thailand within the framework of the solid friendly bilateral bonds. She hailed the great role of HRH Prince Khalifa in laying down the strong foundations for these relationships. Thailand’s PM Mrs. Yingluck Shinawatra expressed her country's aspiration for boosting the cooperation between the two countries in various fields by furthering the horizons and supporting and developing bilateral relationships in the various political and economic fields. http://www.bna.bh/portal/en/news/498344
|
|
|
|
|
|
#131 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,614
Likes (Received): 353
|
′ส่งออก′ไม่สวยส่อขาลงยาว แค่เริ่มต้นปีม.ค.55ลบติด6% ดันขาดดุลการค้าพุ่ง31.81%
วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2555 เวลา 08:20:19 น. นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนมกราคม 2555 มีมูลค่า 15,736.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 6.03% เมื่อเทียบเดือนมกราคมปีที่ผ่านมา คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 488,708.2 ล้านบาท ติดลบ 2.47% การนำเข้าเดือนมกราคม 2555 มีมูลค่า 16,863.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 4.20% รูปเงินบาทมีมูลค่า 530,078.24 ล้านบาท ลดลง 0.65% ทำให้เดือนมกราคมไทยขาดดุลการค้า 1,128.16 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 31.81% คิดเป็นเงินบาทขาดดุล 41,368.73 ล้านบาท “การส่งออกที่ยังติดลบต่อเนื่องจากไตรมาสสุดท้ายของปีก่อนที่ติดลบ 4.78% ผลกระทบจากอุทกภัยปลายปี 2554 และมีแนวโน้มการส่งออกติดลบต่อในเดือนกุมภาพันธ์ แต่อัตราติดลบน่าจะลดลง และไตรมาสแรกน่าจะติดลบไม่เกิน 1-2% โดยภาคเอกชนประเมินว่าแนวโน้มจะดีขึ้นในไตรมาส 2 จึงกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินงานให้ได้ตามเป้าหมาย และยังมั่นใจว่าปีนี้จะขยายตัวได้ 15%" นายภูมิกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การส่งออกเดือนมกราคม 2555 เทียบมกราคม 2554 กลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรลดลง 4.6% สินค้าสำคัญที่ลดลง ได้แก่ ข้าวลดลง 39.8% ยางพารา 20.6% อิเล็กทรอนิกส์ 27.1% เครื่องใช้ไฟฟ้า 17.5% ยานยนต์ 12.1% เป็นต้น อย่างไรก็ตาม มีสินค้าที่ส่งออกได้เพิ่ม เช่น ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เพิ่มขึ้น 5.8% น้ำตาล 82.6% สินค้ากลุ่มอาหาร 10.7% อัญมณีและเครื่องประดับ เพิ่มขึ้น 124% เฉพาะทองคำเพิ่มขึ้น 1,007.2% ผลิตภัณฑ์ยาง 6.1% เครื่องสำอาง สบู่ ผลิตภัณฑ์ เพิ่ม 8.9% อาหารสัตว์เลี้ยง เพิ่ม 16.3% เครื่องกีฬาและเครื่องเล่นเกม เพิ่ม 2.2% เป็นต้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตลาดส่งออกของไทยถือว่าติดลบเกือบทั้งหมด โดยตลาดหลักติดลบ 12.8% เป็นการลดลงของสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และสหรัฐ ลดลง 23.6% 10.7% 3.8% ตามลำดับ ตลาดศักยภาพสูง ลดลง 8.7% โดยจีน ฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน ลดลง 0.4% 55.4% 10.2% ตามลำดับ แต่อินโดจีนและพม่าเพิ่มขึ้น 6.7% และ 3.3% ตามลำดับ ตลาดศักยภาพระดับรอง ลดลง 1.6% โดยตะวันออกกลาง แอฟริกา รัสเซีย แคนาดา ลดลง 4.9% 3.6% 23.4% 6.1% ตามลำดับ ยกเว้นสวิตเซอร์แลนด์เพิ่มขึ้น 415.1% ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการนำเข้ากลุ่มสินค้าที่เพิ่มขึ้น อาทิ เชื้อเพลิงเพิ่ม 5.35% สาเหตุจากราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 21.84% สินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่มขึ้น 17.10% ได้แก่ นม 82.71% ผักและผลไม้ เพิ่ม 24.41% ยานยนต์เพิ่ม 3.57% เพื่อทดแทนจากเหตุการณ์อุทกภัย http://www.matichon.co.th/news_detai...&subcatid=0503 |
|
|
|
|
|
#132 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,614
Likes (Received): 353
|
ไทยเซ็นบังคลาเทศขายข้าวนึ่งจีทูจี
เศรษฐกิจ 16 มีนาคม 2555 - 00:00 ไทยเซ็นเอ็มโอยูบังคลาเทศ ซื้อขายข้าวนึ่งรูปแบบจีทูจี ตั้งเป้า 1 ล้านตัน "บุญทรง" ฟุ้ง ข้าวไทยราคาสูง แต่ยังเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ว่าด้วยการซื้อขายข้าวระหว่างรัฐบาลไทย และรัฐบาลบังกลาเทศ ว่า ในเอ็มโอยูฉบับนี้ บังกลาเทศตกลงจะซื้อข้าวนึ่งจากไทยไม่เกินปีละ 1 ล้านตัน ระหว่างปี 2555-2556 ส่วนราคาที่จะนำเข้าให้ยึดราคาตลาดในช่วงเวลาที่จะนำเข้า ทั้งนี้ การลงนามเอ็มโอยูครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า แม้ราคาข้าวไทยจะสูงกว่าประเทศคู่แข่งอื่น เช่น อินเดีย เวียดนาม และการแข่งขันในตลาดข้าวโลกรุนแรงมาก แต่ข้าวไทยยังเป็นที่ต้องการในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง เพราะข้าวไทยมีคุณภาพที่ดีกว่ามาก โดยยังมีอีกหลายประเทศที่แสดงความสนใจนำเข้าข้าวจากไทยแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย หลังจากที่ทั้ง 2 ประเทศได้ทำเอ็มโอยูซื้อข้าวจากไทยไปแล้วไม่ต่ำกว่าปีละ 1 ล้านตันเช่นกัน แม้จะนำเข้าจริงเพียง 400,000-500,000 ตันก็ตาม สำหรับการแลกเปลี่ยน (บาร์เตอร์เทรด) ข้าวกับสินค้าอื่นจากประเทศอื่นๆ นั้นยืนยันว่าไม่มีแน่นอน โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนกับแท็บเล็ตจากจีน นายบารุน เดว มิตรา ปลัดกระทรวงอาหารและการจัดการภัยพิบัติ บังกลาเทศ กล่าวว่า จะนำเข้าข้าวนึ่งจากไทยล็อตแรกประมาณ 100,000 ตัน อย่างช้าสุดภายใน 2 เดือนนี้ และคาดว่าปีนี้จะนำเข้าจากไทยประมาณ 400,00-500,000 ตัน ส่วนการนำเข้าจากอินเดียประมาณ 300,000-400,000 ตัน. http://www.thaipost.net/news/160312/54086 |
|
|
|
|
|
#133 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,614
Likes (Received): 353
|
PM meets Montenegrin president
BANGKOK, 16 March 2012 (NNT) – Prime Minister Yingluck Shinawatra met with former Montenegrin President Milo Jukanovic on Thursday. The former Montenegrin President said although the Eastern European nation is going through an economic crisis as a result of the Greece’s debt crisis, he believes Montenrgro is viable for Thai investors. Montenegro is a new country separated from Serbia in 2006. It is improving its potential in terms of trade, organic food, service, energy, and transportation. The nation is developing its port in order for it to be the transport hub for Eastern Europe. Milo Jukanovic was the president when Montenegro granted a passport to Thai former Prime Minister Thaksin Shinawatra. After the meeting, Foreign Minister Surapong Tovichakchaikul said the former president’s visit was suggested by Mr Thaksin so the two countries could discuss tourism development in Thailand. http://thainews.prd.go.th/en/news.php?id=255503160013
|
|
|
|
|
|
#134 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,614
Likes (Received): 353
|
Foreign minister to boost trade with china on pm visit
BANGKOK, 16 March 2012 (NNT) - The Foreign minister this morning held a meeting with a delegation of Thai business leaders who will accompany Prime Minister Yingluck Shinawatra on her official visit to China scheduled for April 17-19. Surapong Towijakchaikul, Minister of Foreign Affairs, said that China is Thailand’s top export destination and the country also ranks as Thailand’s second highest foreign trade partner, after Japan. He said the ministry will take the occasion to strengthen the strategic trade partnership at a bilateral level even further. The objective of the meeting with members of the Thai-Chinese business community is to discuss the details of the upcoming visit, potential setbacks in business relations with China, and to offer opinions on the trade cooperation. The premier is expected to hold talks with her Chinese counterpart to reiterate the issues brought forward. When asked about the topic of the chosen Chinese supplier for the One Tablet Per Child project, Mr Surapong said the Thai embassy in China had forwarded a list of four recommended suppliers to the Ministry of Information and Communication Technology (ICT). The ICT would soon announce the name of the supplier who won the contract. http://thainews.prd.go.th/en/news.php?id=255503160028 |
|
|
|
|
|
#135 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,614
Likes (Received): 353
|
Israeli work scheme getsaxe on huge tab for Thais
Published: 16/03/2012 at 02:02 AM The Labour Ministry has scrapped a plan to send 5,000 Thai workers to Israel after learning the job placement expenses were more than 300,000 baht a worker. "It is a kind of unfair exploitation and it won't benefit workers," Labour Minister Padermchai Sasomsap said. About 5,000 Thai workers were expected to travel to Israel next month. Mr Padermchai revealed some employment firms tried to cover up the high cost of worker placement through various tactics such as splitting the bill for one worker into two bills. Ministry officials found out about the placement costs after interviewing Thai workers and their families from northeastern provinces such as Udon Thani, Nong Bua Lam Phu and Nong Khai. All of them confirmed the cost of a job placement in Israel ranged between 300,000 and 400,000 baht due to a bidding process which benefits only employment firms in Thailand and Israel. "I have instructed officers to compile all information before forwarding it to the National Anti-Corruption Commission and the Department of Special Investigation for further investigation and action against people involved in any illegal activities," he said. Inflated job placement expenses is a problem that could taint the reputation of both the Thai and Israeli governments, Mr Padermchai said. The Labour Ministry has sent a letter to the Israeli government to seek cooperation in its effort to tackle the problem. The minister will today meet with the Israeli ambassador to Thailand Yitzhak Shoham to discuss the matter in greater detail, an aide said. "I want to propose that job placement should be done through government agencies of both countries, so that the expenses per worker will not be so high," said Mr Padermchai. http://www.bangkokpost.com/news/loca...-tab-for-thais |
|
|
|
|
|
#136 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,614
Likes (Received): 353
|
IRPC exports Green ABS to Brazil
Published: 14/03/2012 at 11:48 AM IRPC Public Company Limited President Atikom Terbsiri presided over the launch of POLIMAXX brand ‘Green ABS’ plastic products made of natural rubber which will be mainly exported, starting with Brazil. http://www.bangkokpost.com/business/...n-abs-to-samba |
|
|
|
|
|
#137 |
|
Detective
Join Date: Feb 2011
Location: Siam
Posts: 3,418
Likes (Received): 223
|
Thai firms urged to tap Myanmar rise
Published: 19/03/2012 at 02:56 AM YANGON : Thai businesses are being urged to change their mindset about Myanmar, as most still see the country as closed to foreign investment, full of obstacles and languishing under a military government. "Such an understanding is not correct, as Myanmar is now moving very quickly to better political sentiment as indicated by the byelection to be held in early April," said Prajuab Supinee, director of the Thai Trade Office in Yangon. "Thai businessmen should look at Myanmar as a country of opportunity, although it still lacks efficient investment-related rules and regulations. They should take the first step though business matching with local operators." For those Thai executives who are enthusiastic about Myanmar but have only the vaguest idea of how to do business, Mr Prajuab's advice is to trust the Myanmar people, as they are not cheaters by nature and want sincere friends to work with in business. He predicts a quick change in Myanmar over the next few years on rising demand for imported products, particularly from Thailand, as the people's economic situation improves. Myanmar used to get 200,000 to 300,000 tourists a year, but the number rose to 1 million last year, with each tourist spending 20,000 to 30,000 baht. Hotel rooms and flights are insufficient, resulting in rising expenses for visitors. Mr Prajuab said firms in Myanmar are controlled largely by five conglomerates _ the Htoo Group for airlines, construction and agriculture; the Yusana Group for integrated agriculture; the Asian World Group for construction and infrastructure; the Max Group for road construction (partnering with Italian-Thai Development Plc); and the KBZ Group for airlines and retail. Ukrit Archapairoj of Kasikornbank's corporate business division said Myanmar people and Thais have similar tastes, so Thai companies able to supply similar products will have an opportunity to expand their market. Business in Myanmar is done mostly by cash. The government must improve exchange by reducing the gap between the official and the black-market rates to create stability and generate more trade. Mr Ukrit said Thailand is falling behind other foreign investors in Myanmar such as the Chinese, Japanese, South Koreans and Singaporeans despite being right next door. Maung Maung Lay, a vice-president of Myanmar's Federation of Chambers of Commerce and Industry, said the US is expected to lift economic sanctions either partly or wholly after that country's November elections. "Several Democratic and Republican representatives have visited Myanmar, and they were satisfied with the improvement," he said. "Myanmar will move faster and try hard to develop human resources. We can't live alone. In 2014, Myanmar will lead the Asean meeting. Investment in Myanmar will be challenges and opportunities." Maung Maung Lay said the Myanmar government's new rules and laws promoting investment and financial services will be unveiled next month. "Thailand is closely connected with the Myanmar people, and people of the two countries share the same goal and common faith in Buddhism," he said. "Nothing is much different, so we can stay together and work together." Given lingering concerns about whether Myanmar will have a real opening, Maung Maung Lay said Myanmar has no way to move but forward, as the government realised the country has lagged behind the region by 50-60 years. http://www.bangkokpost.com/business/...p-myanmar-rise
__________________
Driven to err by base desires, t'ward waste and wasting, on they run. -noblesse oblige- Bangkok: The Metropolis of Angels | Bangkok | Public Transport Thai Landscapes | *Thai Archive |
|
|
|
|
|
#138 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,614
Likes (Received): 353
|
Siam Cement raises stake in Philippine tile maker
THE NATION March 20, 2012 1:00 am Siam Cement has raised its stake in a Philippine tile maker from 46 per cent to 83 per cent at a cost of 210 million pesos (Bt150 million). Mariwasa Siam Ceramics (MSC) is the largest ceramic-tile producer in the Philippines, with about 30 per cent of the market. Its plant in Batangas city can yield 12 million square metres a year. In its 2011 fiscal year, its sales were about Bt2 billion and earnings before interest, taxes, depreciation, and amortisation Bt400 million. MSC is the first ceramic-tile maker in the Philippines to integrate an environment-friendly process in its operations to reduce carbon-dioxide emissions and win an eco seal of approval. Kan Trakulhoon, president and chief executive officer of Siam Cement, said in a filing to the Stock Exchange of Thailand yesterday that the group was committed to expanding its core businesses within the Asean region. The company has raised its total ceramic-tile capacity to 149 million square metres, of which 71 per cent is based in Thailand, 21 per cent in Indonesia and 8 per cent in the Philippines. http://www.nationmultimedia.com/busi...-30178301.html |
|
|
|
|
|
#139 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,614
Likes (Received): 353
|
ปูเตรียมทัวร์เกาหลีฟื้นเชื่อมั่นนักลงทุน
20 มีนาคม 2555 เวลา 15:26 น. "ยิ่งลักษณ์"นำคณะโรดโชว์เกาหลีใต้ต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน พร้อมหารือผู้บริหารซัมซุง แอลจี ชักจูการลงทุน ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) นำโดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เตรียมจัดกิจกรรมเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างชาติ และชักจูงการลงทุน ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 26-27 มี.ค. 2555 โดยจะมีการพบปะหารือกับบริษัทชั้นนำของเกาหลีเป็นรายบริษัท ได้แก่ บริษัทแอลจี และบริษัทซัมซุง เพื่อหารือถึงนโยบายและมาตรการส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งการอำนวยความสะดวกและให้การช่วยเหลือในการเข้ามาลงทุน ขณะเดียวกันในวันที่ 26 มี.ค. จะมีการจัดสัมมนา เรื่อง “Unbeatable Thailand, Unparalleled Opportunities: Business Environment and Investment Policies” ซึ่งรมว.อุตสาหกรรม จะกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ ยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนการลงทุน อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของประเทศไทย นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่องการสร้างอนาคตประเทศไทย และมีประธานหอการค้าเกาหลี-ไทย กล่าวถึงประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน โดยขณะนี้มีนักลงทุนชาวเกาหลีตอบรับเข้าร่วมงานแล้ว กว่า 600 คน ทั้งนี้ ประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศเป้าหมายสำคัญของบีโอไอในการดึงดูดการลงทุนเข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากมีความพร้อมในด้านของเทคโนโลยีที่ทันสมัย และศักยภาพในการลงทุนในต่างประเทศ โดยมีกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่บีโอไอกำหนดจะกระตุ้นให้เข้ามาลงทุนในประเทศ อาทิ อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเครื่องจักรและผลิตภัณฑ์โลหะ อุตสาหกรรมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ในช่วงที่ผ่านมากลุ่มกิจการจากเกาหลีใต้ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2554 มีโครงการจากเกาหลีใต้ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทยทั้งสิ้น 39 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 7,738 ล้านบาทสูงเป็นลำดับที่ 6 ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศทั้งหมดที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน โดยในช่วง 2 เดือนแรก ปี 2555 (ม.ค.-ก.พ.) มี โครงการเกาหลีใต้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน 5 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุน 157 ล้านบาท จำนวนโครงการปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันที่มี 4 โครงการ ในขณะที่เงินลงทุนปรับลดลงจากช่วงเดียวกันที่มีมูลค่า 2,701 ล้านบาท สำหรับบริษัทขนาดใหญ่มูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท ของเกาหลีที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยแล้ว เช่น บริษัทไทยซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตจอแอลซีดีและชิ้นส่วนโทรทัศน์ ตั้งโรงงานอยู่ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี บริษัทแอลจี อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) ผลิตเครื่องปรับอากาศ บริษัทพอสโก-ไทยน๊อคซ์ ผู้ผลิตสแตนเลส มีโรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัดระยอง เป็นต้น http://www.posttoday.com/ธุรกิจ-ตลาด...ุน |
|
|
|
|
|
#140 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,614
Likes (Received): 353
|
ถก23ประเทศ ซีอีโอ"ส่งออก" โชว์ไทยเทรด
เศรษฐกิจ 21 มีนาคม 2555 - 00:00 พาณิชย์ใช้เวที ATPF โชว์ไทยเทรดดอทคอมต่อซีอีโอ 23 ประเทศ เผยยอดเข้าชมหลังเปิดตัวเกือบ 5 แสนราย นายวุฒิชัย ดวงรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า ในวันที่ 18-20 เม.ย.นี้ ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเซียน เทรด โปรโมชั่น ฟอรั่ม (Asian Trade Promotion Forum (ATPF) CEO Meeting) ครั้งที่ 25 หลังจากที่เคยเป็นเจ้าภาพไปแล้วเมื่อกว่า 20 ปีก่อน โดยจะเป็นการประชุมร่วมกันของผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของ 23 ประเทศ การจัดงานดังกล่าว เพื่อเป็นการส่งเสริมความร่วมมือให้เกิดการค้าระหว่างประเทศสมาชิก และผลักดันให้เอเชียเป็นศูนย์กลางทางการค้าของเศรษฐกิจโลก “ในงานนี้ กรมฯ จะถือโอกาสนำเสนอผลงาน ความสำเร็จของกรมฯ ให้ประเทศสมาชิกได้รับทราบ เช่น ความพยายามผลักดันให้ผู้ประกอบการ ผู้ส่งออกของไทย ทำธุรกิจผ่านเว็บไซต์ thaitrade.com เพื่อเปิดช่องทางการทำการค้าบนโลกออนไลน์ ให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และรวดเร็วขึ้น หรืออย่างการใช้ตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark ที่รับประกันคุณภาพมาตรฐานของสินค้าไทย และได้รับการยอมรับไปทั่วโลก” นายวุฒิชัย กล่าว สำหรับ Thaitrade.com ตั้งแต่เปิดตัวโครงการเมื่อเดือน ก.ค.2554 ล่าสุดมีผู้ประกอบการลงทะเบียนเป็นสมาชิกแล้ว 10,538 ราย มีผู้ขาย 3,208 ราย มีสินค้าวางขาย 64,677 ชิ้น มียอดเข้าเยี่ยมชมสูงถึง 489,186 รายจากผู้ซื้อทั่วโลก. http://www.thaipost.net/news/210312/54329 |
|
|
|
![]() |
| Thread Tools | |
| Display Modes | |
|
|