daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand



Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old December 24th, 2009, 09:26 AM   #1
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,012
Likes (Received): 2

Loei Province:PriDe of tHe NoRth-EaSt

http://en.wikipedia.org/wiki/Loei_Province


เลย
เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีสภาพภูมิประเทศที่งดงาม อากาศหนาวเย็น เป็นแหล่งเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ และยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญอีกด้วย

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด

ต้นไม้ประจำจังหวัด: สนสามใบ (Pinus kesiya)
คำขวัญประจำจังหวัด: เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู

ประวัติศาสตร์

มีหลักฐานเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาว่า ก่อตั้งโดยชนเผ่าไทยที่สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษที่ก่อตั้งอาณาจักรโยนกเชียงแสน โดยพ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมือง (เชื่อถือกันว่าเป็นเชื้อสายราชวงศ์สิงหนวัติ) ได้มีผู้คนอพยพจากอาณาจักรโยนกเชียงแสนที่ล่มสลายแล้ว ผ่านดินแดนล้านช้าง ข้ามลำน้ำเหืองขึ้นไปทางฝั่งขวาของลำน้ำหมันถึงบริเวณที่ราบ พ่อขุนผาเมืองได้ตั้งบ้านด่านขวา (ปัจจุบั้นอยู่ในบริเวณชายเนินนาด่านขวา ซึ่งมีซากวัดเก่าอยู่ในแปลงนาของเอกชน ระหว่างหมู่บ้านหัวแหลมกับหมู่บ้านนาเบี้ย อำเภอด่านซ้าย) ส่วนพ่อขุนบางกลางหาวได้แบ่งไพร่พลข้ามลำน้ำหมันไปทางฝั่งซ้าย สร้างบ้านด่านซ้าย (สันนิษฐานว่าอยู่ในบริเวณหมู่บ้านเก่า อำเภอด่านซ้ายในปัจจุบัน) ต่อมาจึงได้อพยพเลื่อนขึ้นไปตามลำน้ำไปสร้างบ้านหนองคู และได้นำนามหมู่บ้านด่านซ้ายมาขนานนามหมู่บ้านหนองคูใหม่เป็น "เมืองด่านซ้าย" อพยพไปอยู่ที่เมืองบางยาง ในที่สุดโดยมีพ่อขุนผาเมืองอพยพผู้คนติดตามไปตั้งเมืองราด (เชื่อว่าเป็นเมืองศรีเทพ อยู่ในท้องที่อำเภอศรีเทพและอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์) และตั้งเมืองด่านซ้ายเป็นเมืองหน้าด่านทางตะวันออกของเมืองบางยาง

นอกจากนี้แล้ว ยังมีชาวโยนกอีกกลุ่มหนึ่งได้อพยพมาตั้งบ้านเรือนระหว่างชายแดนตอนใต้ของอาณาเขตล้านนาต่อ แดนล้านช้างอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะอพยพหนีภัยสงครามข้ามลำน้ำเหืองมาตั้งเมืองเซไลขึ้น (สันนิษฐานว่าอยู่ในท้องที่หมู่บ้านทรายขาว ตำบลทรายขาว อำเภอวังสะพุง) จากหลักฐานในสมุดข่อยที่มีการค้นพบ เมืองเซไลอยู่ด้วยความสงบร่มเย็นมาจนกระทั่งถึงสมัยเจ้าเมืองคนที่ 5 เกิดทุพภิกขภัย ข้าวยากหมากแพง ฝนฟ้าไม่ตก จึงได้พาผู้คนอพยพไปตามลำแม่น้ำเซไลถึงบริเวณที่ราบระหว่างปากลำห้วยไหลตก แม่เซไล จึงได้ตั้งบ้านเรือนขึ้นขนานนามว่า "บ้านแห่" (บ้านแฮ่) ส่วนลำห้วยให้ชื่อว่า "ห้วยหมาน"

ในปี พ.ศ. 2396 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง พิจารณาเห็นว่าหมู่บ้านแฮ่ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งห้วยน้ำหมานและอยู่ใกล้กับแม่ น้ำเลยมีผู้คนเพิ่มมากขึ้น สมควรจะได้ตั้งเป็นเมือง เพื่อประโยชน์ในการปกครองอย่างใกล้ชิด จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งเป็นเมืองเรียกชื่อตามนามของแม่น้ำเลยว่า เมืองเลย ต่อมา พ.ศ. 2440 ได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติลักษณะปกครองพื้นที่ ร.ศ. 116 แบ่งการปกครองเมืองเลยออกเป็น 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกุดป่อง อำเภอท่าลี่ อำเภอนากอก(ปัจจุบันอยู่ประเทศลาว) อำเภอที่ตั้งเมืองคือ อำเภอกุดป่อง ต่อมา พ.ศ. 2442-2449 ได้เปลี่ยนชื่อเมืองเลยเป็น บริเวณลำน้ำเลย พ.ศ. 2449-2450 เปลี่ยนชื่อบริเวณลำน้ำเลยเป็นบริเวณลำน้ำเหือง และใน พ.ศ. 2450 ได้มีประกาศของกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2450 ยกเลิกบริเวณลำน้ำเหือง ให้คงเหลือไว้เฉพาะ "เมืองเลย" โดยให้เปลี่ยนชื่ออำเภอกุดป่องเป็น "อำเภอเมืองเลย"

ภูมิศาสตร์

จังหวัดเลยมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดต่าง ๆ ดังนี้

ด้านเหนือ ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว บางส่วนมีแม่น้ำโขงคั่น บางส่วนมีแม่น้ำเหืองคั่น
ด้านตะวันออก ติดกับ จังหวัดหนองคาย อุดรธานี และหนองบัวลำภู
ด้านใต้ ติดกับ จังหวัดเพชรบูรณ์ และขอนแก่น
ด้านตะวันตก ติดกับ จังหวัดพิษณุโลก

สภาพภูมิศาสตร์ของจังหวัดเลยเป็นที่ราบสูง มีภูเขาสูงกระจัดกระจาย โดยเฉพาะทางตะวันตกและทางด้านใต้ของจังหวัด ทั้งนี้ยังมีแหล่งน้ำสำคัญคือแม่น้ำโขง ในบริเวณตอนบนของจังหวัด
[แก้] ที่ตั้งและภูมิประเทศ

จังหวัดเลย ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบนของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 520 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 11,424,612 ตารางกิโลเมตร หรือ 7,140,382 ไร่ หรือประมาณร้อยละ 6.77 ของพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เทอร์มอมิเตอร์ยักษ์ที่หน้าอำเภอภูเรือ

จังหวัดเลยตั้งอยู่บนพื้นที่ราบสูง โคราช หรือที่เรียกกันว่า แอ่งสกลนคร ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่ เป็นเทือกเขาในแนวทางทิศเหนือใต้ และจะมีพื้นที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขาที่ไม่ใหญ่มากนัก สลับกันอยู่ในแนวเทือกเขา

ลักษณะทางภูมิอากาศ

จังหวัดเลยเป็นจังหวัดที่เรียกได้ว่าหนาวที่สุดของประเทศ เคยมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ -1.3 องศาเซลเซียส(2 มกราคม 2517) อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 43.5 องศาเซลเซียส (25 เมษายน 2517) อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 26.1 องศาเซลเซียส และจะมีอุณหภูมิที่หนาวจัดในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม โดยช่วง 12 ปีที่ผ่านมาอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 2.7 องศาเซลเซียส(2542) อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 42.5 องศาเซียลเซียส(2541)

ลักษณะทางสังคม


จังหวัดเลยมีโครงสร้างทางสังคมแบบประเพณีนำ คนพื้นเมืองส่วนใหญ่ต่างจากคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั่ว ๆ ไปซึ่งเป็นคนไทยเผ่าพวน แต่เป็นคนไทยเผ่าลื้อจากลานช้างและหลวงพระบาง เช่นเดียวกับคนพื้นเมืองของอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ และบางส่วนของอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ประชาชนส่วนใหญ่มีนิสัยรักสงบ ขยันหมั่นเพียรในการสร้างฐานะความเป็นอยู่ของตนให้สูงขึ้น ยึดมั่นในพระพุทธศาสนาและพระมหากษัตริย์ มีวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นของตนเอง เช่น งานบุญพระเวสซึ่งมีการแห่ผีตาโขน

กลุ่มเชื้อชาติประชากร


ไทเลย เป็นชื่อเรียกคนเมืองเลย ในประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า คนเมืองเลยคือกลุ่มชนที่อพยพจากชายแดนตอนเหนืออาณาจักรสุโขทัย ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากไทหลวงพระบาง เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองเซไล (บ้านทรายขาว อำเภอวังสะพุงปัจจุบัน) ในปี พ.ศ. 2396 ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านแห่ (บ้านแฮ่ปัจจุบัน) ได้ตั้งบ้านเรือนเรียกว่าเมืองเลย นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเมืองเลยก็รวมตัวกันเป็นเมืองใหญ่ โดยการรวมตัวของอำเภอกุดป่อง อำเภอท่าลี่ซึ่งขึ้นกับมณฑลอุดร อำเภอด่านซ้ายซึ่งขึ้นกับมณฑลพิษณุโลก เมืองเชียงคานซึ่งขึ้นกับเมืองพิชัย อำเภอต่าง ๆ เหล่านี้จึงโอนขึ้นกับเมืองเลยทั้งหมดตั้งแต่ พ.ศ. 2450 เป็นต้นมา

ชาวไทเลยจะมีนิสัยใจคอเหมือนกับชนเชื้อชาติโบราณซึ่งไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง ไปจากดั้งเดิม มีสำเนียงพูดที่แปลกและนิ่มนวล พูดสุภาพและไม่ค่อยพูดเสียงดัง กิริยามารยาทดีงาม อารมณ์เยือกเย็นไม่วู่วาม มีนิสัยรักความสงบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักถิ่นที่อยู่ไม่ค่อยอพยพไปอยู่ที่อื่น ส่วนทางด้านวัฒนธรรมประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมา ได้แก่ “ฮีตสิบสอง–คองสิบสี่” คือการทำบุญตามประเพณีทั้งสิบสองเดือนของแต่ละปี

บ้านชาวไทเลยเป็นเรือนหลังใหญ่ ยกพื้นสูงมีระเบียงหรือชานยื่นออกมาหน้าเรือน มีเรือนครัวซึ่งส่วนใหญ่จะสร้างแยกต่างหากโดยมีชานต่อเชื่อมติดกัน สำหรับหลังคาของเรือนนอนมุงด้วยหญ้าคาหรือไม้แป้นเก็ด ฝาเรือน พื้นเรือนนิยมทำด้วยไม้แผ่นเรียกว่าไม้แป้น ส่วนเสาจะใช้ไม้เนื้อแข็งเป็นต้น ๆ หรืออิฐก่อเป็นเสาใหญ่ มีบันไดไม้พาดไว้สำหรับขึ้นลง ส่วนเรือนครัวมุงด้วยหญ้าคา ฝาและพื้นจะนิยมทำด้วยฟากไม้ไผ่สับแผ่ออกเป็นแผ่นและเสาจะทำด้วยไม้เนื้อ แข็งเช่นกัน

จังหวัดเลย มีคนพื้นเมืองที่มีเชื้อชาติไทย ซึ่งเรียกตัวเองว่า ไทเลย เป็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ก็มีคนเชื้อชาติจีน ชาวเขา ไทดำ ไทพวน

ชาวไทดำ อพยพมาจากแคว้นพวน ในประเทศลาวปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2417 เมื่อพวกฮ่อยกกำลังมาตีเมืองเชียงขวาง ซึ่งเป็นหัวเมืองสำคัญในแคว้นพวน จึงได้เริ่มอพยพลงมาตามเส้นทางเรื่อย ๆ จนได้มาพักที่บ้านน้ำกอใหญ่ อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อมามีชาวไทยดำกลุ่มหนึ่ง ได้เดินทางข้ามแม่น้ำโขง ไปยังบ้านน้ำกุ่ม แขวงเวียงจันทน์ แต่ในขณะนั้นเขตเวียงจันทน์มีปัญหาการเจรจากับฝรั่งเศส ไทดำจึงข้ามแม่น้ำโขงกลัวมาตั้งหมู่บ้านที่ตาดซ้อ ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน อยู่ได้ระยะหนึ่ง ต่อมาจึงอพยพมาตั้งถิ่นฐานที่บ้านนาเบน และได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานถาวรที่หมู่บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน เมื่อปี พ.ศ. 2438 มี 15 ครัวเรือน ปัจจุบันชาวไทดำ มีจำนวน 825 ครัวเรือน มีอาชีพส่วนใหญ่ทางการเกษตรกรรม

ชาวไทพวน ได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่บ้านบุฮมและบ้านกลาง อำเภอเชียงคาน จากถิ่นฐานเดิมที่เมืองเตาไห หลวงพระบาง ประเทศลาว เมื่อครั้งพวกจีนฮ่อ กลา เวียง รุกรานเมืองเตาไห
ชาวไทใต้

ชาวไทใต้ อพยพมาจากภาคอีสานเข้ามาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดเลย ส่วนใหญ่มาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดยโสธร เมื่อ พ.ศ. 2506 จะพบชาวไทใต้จำนวนมากที่อำเภอเอราวัณ และอำเภอนาด้วง ภาษาพูด แตกต่างจากภาษาไทเลย เพราะได้สืบทอดมาจากถิ่นเดิมของตน เช่น ภาษาไทยอีสาน ภาษาถิ่นอุบล ภาษาไทยโคราช

ภาษาของคนจังหวัดเลย

มีสำเนียงภาษาแตกต่างจากภาษาพูดของคนในจังหวัดภาคอีสานอื่น ๆ เพราะกลุ่มคนที่อาศัยปัจจุบันนี้มีประวัติการอพยพเคลื่อนย้ายจากเมืองหลวงพระบางแห่ง อาณาจักรล้านช้าง ต่อมาต้นพุทธศตวรรษที่ 23 ชาวหลวงพระบางและชาวเมืองบริเวณใกล้เคียงที่อพยพมาเมืองเลยได้นำวัฒนธรรม ด้านภาษาอีสานถิ่นอื่นเข้ามาด้วย โดยภาษาเลยนั้นจัดอยู่ในกลุ่มหลวงพระบางอันประกอบด้วยภาษาเมืองแก่นท้าว ภาษาอำเภอด่านซ้าย และภาษาอำเภอเมืองเลย ดังนั้นสำเนียงพูดของชาวไทเลยจึงมีลักษณะการพูดเหมือนชาวหลวงพระบาง แต่บางพยางค์ออกเป็นเสียงสูงคล้ายสำเนียงพูดของชาวปักษ์ใต้ ฟังดูไพเราะนุ่มนวลจึงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะคนเมือง ส่วนคนในวังสะพุงจะพูดเสียงห้วนกว่าชาวเลยถิ่นอื่น
[แก้] หน่วยการปกครอง

การปกครองแบ่งออกเป็น 14 อำเภอ 89 ตำบล 839 หมู่บ้าน

1. อำเภอเมืองเลย
2. อำเภอนาด้วง
3. อำเภอเชียงคาน
4. อำเภอปากชม
5. อำเภอด่านซ้าย
6. อำเภอนาแห้ว
7. อำเภอภูเรือ
8. อำเภอท่าลี่
9. อำเภอวังสะพุง
10. อำเภอภูกระดึง
11. อำเภอภูหลวง
12. อำเภอผาขาว
13. อำเภอเอราวัณ
14. อำเภอหนองหิน

แผนที่
ระยะทางจากตัวจังหวัด


อำเภอวังสะพุง 23 กิโลเมตร
อำเภอนาด้วง 32 กิโลเมตร
อำเภอเชียงคาน 47 กิโลเมตร
อำเภอท่าลี่ 47 กิโลเมตร
อำเภอภูหลวง 49 กิโลเมตร
อำเภอภูเรือ 50 กิโลเมตร
อำเภอผาขาว 70 กิโลเมตร
อำเภอภูกระดึง 73 กิโลเมตร
อำเภอด่านซ้าย 82 กิโลเมตร
อำเภอปากชม 90 กิโลเมตร
อำเภอนาแห้ว 125 กิโลเมตร
อำเภอเอราวัณ 42 กิโลเมตร
อำเภอหนองหิน 45 กิโลเมตร

การคมนาคม


การเดินทางโดยทางเครื่องบิน - สามารถนั่งเครื่องบินมาลงที่อุดรธานี หรือขอนแก่น แล้วต่อรถโดยสารมาที่จังหวัดเลย
การเดินทางโดยรถโดยสาร - รถโดยสารจากกรุงเทพ สายกรุงเทพ - เมืองเลย มีบริษัท ขนส่ง จำกัด แอร์เมืองเลย ขอนแก่นทัวร์ ชุมแพทัวร์ ภูกระดึงทัวร์ แอร์เมืองเลยพัฒนา ศิขรินทร์ทัวร์ และสายกรุงเทพ - ภูเรือ บริษัท เพชรประเสริฐ จำกัด และมีรถโดยสารระหว่างภาคสาย นครราชสีมา - เชียงคาน ,เลย - ระยอง - พัทยา ของบริษัท นครชัยขนส่ง และสาย เชียงใหม่ - อุดรธานี ของบริษัท จักรพงษ์ทัวร์ สาย เชียงราย - นครพนม ของบริษัท สมบัติทัวร์ และ จักรพงษ์ทัวร์ และมีสาย อุดรธานี - พิษณุโลก
การเดินทางโดยรถไฟ - จังหวัดเลยไม่มีเส้นทางรถไฟ ต้องเดินทางมาลงที่อุดรธานีแล้วต่อรถโดยสารมาจังหวัดเลย

สถานที่ท่องเที่ยว

ภาพเชียงคานอำเภอเล็กๆริมฝั่งโขงที่นักเดินทางอยากมาสัมผัสhttp://www.chiangkhan.in.th

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
อุทยานแห่งชาติภูเรือ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (ชื่อเดิมคืออุทยานแห่งชาตินาแห้ว)
สวนหินผางาม อำเภอหนองหิน
สวนรุกขชาติ 100 ปี (กรมป่าไม้) อำเภอวังสะพุง
วนอุทยานน้ำตกห้วยเลา อำเภอภูหลวง
แก่งคุดคู้ อำเภอเชียงคาน
ศูนย์ศิลป์สิรินธร โรงเรียนศรีสงครามวิทยา อำเภอวังสะพุง
พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน วัดโพนชัย อำเภอด่านซ้าย
ศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

ประเพณีและเทศกาลรื่นเริง

งานประเพณีผีตาโขน
งานนมัสการพระธาตุศรีสองรัก
งานดอกฝ้ายบาน มะขามหวานเมืองเลย
งานแสดงไม้ดอกเมืองหนาว
งานออกพรรษาเชียงคาน

สถาบันการศึกษา

มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
วิทยาลัยอาชีวศึกษาเลย
วิทยาลัยเทคนิคเลย
วิทยาลัยการอาชีพด่านซ้าย
วิทยายการอาชีพวังสะพุง

บุคคลมีชื่อเสียงของจังหวัด

อัสนี โชติกุล นักร้อง, นักดนตรี ชื่อดัง
วสันต์ โชติกุล นักร้อง, นักดนตรี ชื่อดัง
ครูสังคม ทองมี ครูสอนศิลปะที่มีชื่อเสียง
sansano no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old December 24th, 2009, 09:54 AM   #2
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,012
Likes (Received): 2

เลย สถานที่ท่องเที่ยว

อำเภอเมือง

ศาลเจ้าพ่อกุดป่องและศาลหลักเมือง สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ


อาคารที่ทำการศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดเลย

วัดถ้ำผาปู่ หรือถ้ำเพียงดิน ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเลย
อำเภอเชียงคาน

วัดศรีคุณเมือง

วัดท่าแขก

พระพุทธบาทภูควายเงิน

พระใหญ่ภูคกงิ้ว


แก่งคุดคู้


sansano no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 10:19 AM   #3
KhunWasut
Registered User
 
KhunWasut's Avatar
 
Join Date: May 2008
Posts: 2,011
Likes (Received): 6



ไม่แน่ใจว่าชาวบอร์ดจะเอายังไงกับจังหวัดเลยครับ ชาวห้องอุดรฯ - หนองคายเองต้องการให้รวมข่าวคราวของกลุ่มอีสานเหนือ (อุดรธานี - หนองคาย - หนองบัวลำภู - เลย) ไว้ในกระทู้อุดรธานี - หนองคาย และข่าวคราวจังหวัดเลยในกระทู้อุดรธานี - หนองคาย เองก็มีเยอะพอสมควร แต่ข่าวคราวของอุดรธานีซึ่งเป็นศูนย์กลางของกลุ่มอีสานเหนือกลับแย่งซีนจังหวัดอื่นๆ ในกลุ่มไปซะหมด แต่ก่อนก็มีการตั้งกระทู้หนองบัวลำภูแยกออกมาแล้วก็เงียบไป อยากถามสมาชิกท่านอื่นๆ ด้วยครับว่าจะเอายังไงกันดี กระทู้อุดรธานี - หนองคายปัจจุบันที่ยังอยู่ก็เพราะต้องการให้เกียรติคุณ Nongkhai_tong ผู้ตั้งกระทู้ซึ่งเป็นขาวหนองคาย ในยุคที่ยังขาดแคลน forumer ชาวอุดรธานี แต่ปัจจุบันข่าวคราวหนองคายในกระทู้นี้โดนข่าวคราวของอุดรธานีกลบซะหมด

สำหรับผม ผมยังยืนยันอยากให้แยกห้อง ให้อุดรธานีมีกระทู้ตัวเองโดดๆ ไปเลย เพราะข่าวคราวเยอะกว่าจังหวัดอื่นๆ ในกลุ่มอีสานเหนือมาก และอยากให้ยุบรวมหนองคาย - หนองบัวลำภู - เลย เข้ามาไว้ในกระทู้เดียวกันเป็นกระทู้ของกลุ่มอีสานเหนือ เหมือนที่กลุ่มสี่แยกอินโดจีนของพิษณุโลกทำ ส่วนข่าวคราวของอุดรธานีที่เกี่ยวกับภาพรวมของกลุ่มอีสานเหนือ ผมเองก็ไม่อยากให้โพสในกระทู้ของอุดรธานีเท่าไหร่นักหรอกครับ อยากให้ไปโพสในห้องใหม่ที่จะเกิดขึ้นมากกว่า เพราะผมเองก็อยากให้ข่าวคราวความเป็นไปของจังหวัดในกลุ่มอีสานเหนือมีความเป็นเอกภาพ สื่อถึงความร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาภายในกลุ่มจังหวัดอย่างแท้จริง และกระทู้อุดรธานีเพียวๆ ที่จะเกิดขึ้นจะได้เป็นสภากาแฟของบรรดา forumer ชาวอุดรธานีที่ในปัจจุบันมีมากกว่าแต่ก่อนมากอย่างเต็มตัวที่จะได้ถกถึงการพัฒนาของเมือง และข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับอุดรธานีโดยตรง (ไม่เกี่ยวกับข่าวที่ออกแนวภาพรวมกลุ่มอีสานเหนือ) ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะแย่งซีนเมืองอื่นๆ ในกลุ่มอีสานเหนือด้วยกันอีกด้วยครับ

ท่านอื่นๆ ที่เป็นสมาชิกชาวอีสานเหนือ หรือสนใจการพัฒนาของกลุ่มอีสานเหนือ เห็นอย่างไรกับเรื่องนี้กันบ้างครับ

กระทู้ที่ 1: UDON THANI: The great city of Northern Isan
กระทู้ที่ 2: NORTHERN ISAN PROVINCES: Udon Thani - Nong Khai - Nongbua Lamphu - Loei

Last edited by KhunWasut; December 24th, 2009 at 10:24 AM.
KhunWasut no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 10:22 AM   #4
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,012
Likes (Received): 2

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง



sansano no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 10:25 AM   #5
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,012
Likes (Received): 2

คือว่าผมมีข่าวเกี่ยวกับจว.เลยแต่หาห้องเข้าไม่ได้ แ้ล้วไปเข้าที่ต้นกำเนิดมันก็เด้งไปอยู่อุดรกับหนองคายแต่ไม่มีชื่อจว.เลย ก็เลยตั้งเสียใหม่...
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 10:29 AM   #6
boondham
Registered User
 
Join Date: Jul 2009
Location: Chiang rai - Bangkok
Posts: 10,609
Likes (Received): 205

ผมว่าเลยเป็นจังหวัดที่คนสนใจเยอะ และเชียงคานกำลังบูมเรื่องการท่องเที่ยวผมว่าก็เข้าท่านะครับที่จะมีหลายๆห้องเพื่อเอาข่าว เอารูปมาลงน่าสนใจดีครับ เมืองเลย หนาวสุดในสยาม
boondham no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 10:30 AM   #7
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,012
Likes (Received): 2

เลยอัดงบ 63 ล้าน ยกเครื่องพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
ผู้ว่าฯ เลยเผยปี 54 อัดงบประมาณกว่า 63 ล้านบาทยกเครื่องพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทั้งจังหวัด หวังยกระดับคุรภาพบริการที่ดีมีมาตรฐาน
โฆษณาโดย Google
สร้างรายได้หลักแสน ง่ายๆธุรกิจออริเฟลม-สวีเดน เพียง 325 บาท มีเว็บให้ฟรี มีสอนงานออนไลน์www.OmoneyCenter.com
เรียน TOEFL - ฟรีคุณกำลังจะได้รู้ความลับที่ คนส่วนใหญ่ไม่รู้เกี่ยวกับ TOEFLEnglishThailand.com/TOEFL
รายได้เสริม 3,000 บาท/วันทำงานที่บ้านผ่านNet 100% วันละ1-2ชม รายได้เริ่มต้น50,000บ/ด.กับ บ.มหาชนwww.Online-Bizjob.com/a32

นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เปิดเผยว่า นโยบายด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว จ.เลย ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ประเพณีวัฒนธรรม การเกษตร การส่งเสริมการลงทุน และด้านการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพทั้งด้านภูมิทัศน์ สิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนการบริการที่ดีมีมาตรฐานและประทับใจ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่มากขึ้น

ดังนั้นทางจังหวัดเลย จึงจัดงบประมาณพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและเส้นทางเชื่อมโยงเข้าสู่แหล่งท่อง เที่ยว ในปี 2554 จำนวน 63,200,000 บาท อันประกอบด้วย การท่องเที่ยวศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อ.ด่านซ้ายและ อ.นาแห้ว ทั้งพระธาตุศรีสองรัก งานบุญหลวงแห่ผีตาโขน วัดเนรมิตวิปัสสนา วัดโพธิ์ชัย พระธาตุดินแทน งานแห่ต้นดอกไม้ ภูสวนทราย แหล่งดูนก เป็นต้น ,การท่องเที่ยวดอกไม้เมืองหนาวและความหลากหลายของพืชสวนแห่งภูเรือ เทศกาลดอกไม้เมืองหนาว สถานีทดลองเกษตรที่สูง สวนองุ่นภูเรือวโนทยาน น้ำตกปลาบ่า เป็นต้น

การท่องเที่ยวชายแดนไทย-ลาว ที่ด่านท่าลี่ พระธาตุสัจจะ พระธาตุอุโมงค์ ด่านท่าลี่ พระธาตุมะนาวเดี่ยว สะพานมิตรภาพน้ำเหืองไทย-ลาว ชายแดนลาว เมืองแก่นท้าว เป็นต้น ,การท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม 100 ปีเมืองเชียงคาน พระใหญ่ภูคกงิ้ว พระพุทธรูปสลักหิน ศิลปะล้านช้าง วัดศรีคุณเมือง ชุมชนเก่าแก่ 100 ปีเชียงคาน แก่งคุดคู้ พื้นที่ริมแม่น้ำโขง เป็นต้น

การท่องเที่ยวพรรณไม้งามหลากหลายภูหลวง มรกตแห่งอีสาน พรรณไม้งามนานาชนิด สวนหินผางาม ถ้ำโพธิสัตว์ ถ้ำมโหฬาร เป็นต้น และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์อันเรืองนามแห่งภูกระดึง ทุ่งหญ้าป่าสน ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูก ลานวัดพระแก้ว น้ำตกวังกวาง น้ำตกถ้ำใหญ่ น้ำตกสอเหนือ น้ำตกสอใต้ สระอโนดาต สระแก้ว ลานกินรี ผานาน้อย ผาเหยียบเมฆ ผาหล่มสัก อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน เป็นต้น

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 24 ธันวาคม 2552 14:23
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 10:42 AM   #8
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,012
Likes (Received): 2

เชียงคาน


อำเภอเชียงคานตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการ


ปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับแขวงไซยะบูลี (ประเทศลาว) และอำเภอปากชม
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอปากชม
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเมืองเลย
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอท่าลี่ และแขวงไซยะบูลี (ประเทศลาว)

ฃการปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอเชียงคานแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 8 ตำบล 78 หมู่บ้าน ได้แก่
1. เชียงคาน (Chiang Khan) 6 หมู่บ้าน 5. ปากตม (Pak Tom) 7 หมู่บ้าน
2. ธาตุ (That) 15 หมู่บ้าน 6. บุฮม (Bu Hom) 10 หมู่บ้าน
3. นาซ่าว (Na Sao) 15 หมู่บ้าน 7. จอมศรี (Chom Si) 7 หมู่บ้าน
4. เขาแก้ว (Khao Kaeo) 13 หมู่บ้าน 8. หาดทรายขาว (Hat Sai Khao) 5 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอเชียงคานประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9 แห่ง ได้แก่

เทศบาลตำบลเชียงคาน ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลเชียงคาน
เทศบาลตำบลเขาแก้ว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเขาแก้วทั้งตำบล
เทศบาลตำบลธาตุ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลธาตุทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงคาน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเชียงคาน (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลเชียงคาน)
องค์การบริหารส่วนตำบลนาซ่าว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาซ่าวทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลปากตม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลปากฮมทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลบุฮม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบุฮมทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลจอมศรี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลจอมศรีทั้งตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบลหาดทรายขาว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหาดทรายขาวทั้งตำบล

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

แก่งคุดคู้
วัดศรีคุณเมือง
พระพุทธบาทภูควายเงิน
พระใหญ่
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 10:53 AM   #9
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,012
Likes (Received): 2

ประเพณีแห่ผีตาโขน
ประเพณีแห่ผีตาโขน จัดเป็นส่วนหนึ่งในงานบุญประเพณีใหญ่หรือที่เรียกว่า “งานบุญหลวง” หรือ “บุญผะเหวด” ซึ่งตรงกับเดือน 7 มีขึ้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และจัดเป็นการละเล่นที่ถือเป็นประเพณีทุกปี เกี่ยวโยงกับงานบุญพระเวสหรือเทศน์มหาชาติประจำปีกับพระธาตุเจดีย์สองรัก ปูชนียสถานสำคัญของชาวด่านซ้าย


ที่มานั้นไม่ชัดเจน แต่กล่าวกันว่าเป็นประเพณีที่ใกล้เคียงกับการบูชาบรรพบุรุษของอาณาจักรล้านช้างหลวง พระบาง (ในอดีตแนวเขตแดน ด่านซ้าย เชียงคาน และหล่มเก่า เป็นส่วนหนึ่งในการปกครองของอาณาจักรล้านช้างร่มขาวหลวงพระบาง) ในอีกที่มาหนึ่งกล่าวกันว่า การแห่ผีตาโขนเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระเวสสันดรและนางมัทรีจะ เดินทางออกจากป่า กลับสู่เมืองบรรดาผีป่าหลายตนและสัตว์นานาชนิดอาลัยรักจึงพาแห่แหนแฝงตัวแฝง ตน มากับชาวบ้านเพื่อมาส่งทั้งสองพระองค์กลับเมือง เรียกกันว่า “ผีตามคน” หรือ “ผีตาขน” จนกลายมาเป็น “ผีตาโขน” อย่างในปัจจุบัน

ชนิดของผีตาโขน


ผีตาโขน ในขบวนแห่จะแยกเป็น 2 ชนิดคือ ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก

ผีตาโขนใหญ่ ทำเป็นหุ่นรูปผีทำจากไม้ไผ่สานมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาประมาณ 2 เท่าประดับตกแต่งรูปร่างหน้าตาด้วยเศษวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เวลาแห่ คนเล่นจะต้องเข้าไปอยู่ข้างในตัวหุ่น แต่ละปีจะทำผีตาโขนใหญ่เพียง 2 ตัว คือผีตาโขนชาย1ตัวและหญิง1ตัว สังเกตจากเครื่องเพศปรากฏชัดเจนที่ตัวหุ่น ผู้มีหน้าที่ทำผีตาโขนใหญ่จะมีเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เพราะคนอื่นไม่มีสิทธิ์ทำ การทำก็ต้องได้รับอนุญาตจากผีหรือเจ้าก่อน ถ้าได้รับอนุญาตแล้วต้องทำทุกปีหรือทำติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี

ผีตาโขนเล็ก
ผีตาโขนเล็กเป็นการละเล่นของเด็ก ไม่ว่าเด็กเล็ก เด็กวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ ทั้งผู้หญิงชาย มีสิทธิ์ทำและเข้าร่วมสนุกได้ทุกคน แต่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าร่วมเพราะเป็นการเล่นค่อนข้างผาดโผนและซุกซน

การแต่งกายผีตาโขน


ผู้เข้าร่วมในพิธีนี้จะแต่งกายคล้ายผีและปีศาจใส่หน้ากากขนาดใหญ่ เครื่องแต่งกายของผีตาโขน ส่วนใหญ่มักประกอบด้วย

ส่วนหัวหรือที่เรียกว่าหน้ากากนั้น ทำด้วย "หวด" หรือภาชนะที่ใช้นึ่งข้าวเหนียว ซึ่งเป็นส่วนด้านบนดูคล้ายหมวก ส่วนหน้านั้นทำจากโคนก้านมะพร้าว นำมาตัดปาดให้เป็นรูปหน้ากากและเจาะช่องตา จมูกนั้นทำจากไม้เนื้ออ่อน แกะให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามแต่จินตนาการของผู้สร้างสรรค์ โดยทำเป็นลักษณะยาวแหลมคล้ายงวงช้าง ส่วนเขานั้นทำจากปลีมะพร้าวแห้ง โดยนำส่วนประกอบต่าง ๆ มาเย็บติดเข้าไว้ด้วยกัน และทาสีสันวาดลวดลายไปบนด้านหน้าของหน้ากากนั้น ๆ หลังจากนั้นจะเย็บเศษผ้าติดไว้บริเวณด้านบน(หลัง) เพื่อให้คลุมส่วนคอของผู้ใส่ไปจนถึงไหล่

ด้านเสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกาย นั้น เป็นชุดที่ทำจากเศษผ้านำมาเย็บติดกัน และมี "หมากกะแหล่ง" หรือกระดิ่ง (คล้ายกับที่แขวนคอโค, กระบือ) แขวนผูกไว้บริเวณเอว เพื่อให้เกิดเสียงดังเป็นจังหวะเวลาเดิน และส่ายสะโพก

ส่วนประกอบสุดท้าย คือ ดาบหรือง้าว ที่จะทำจากไม้เนื้ออ่อน ในขบวนแห่จะประกอบไปด้วยการร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนาน

การละเล่นผีตาโขน
เนื่องจากงานประเพณีผีตาโขนเป็นงานบุญใหญ่ซึ่งเรียกกันว่า งานบุญหลวง จัดขึ้นที่วัดโพนชัย อ.ด่านซ้าย โดยมีการละเล่นผีตาโขน มีการเทศน์มหาชาติ มีการทำบุญพระธาตุศรีสองรักและงานบุญต่างๆเข้ามาผสมอยู่รวม ๆ กัน จึงมีการจัดงานกัน 3 วัน

วันแรก เริ่มพิธีตอนเช้า 04.00-05.00 น. คณะแสนหรือข้าทาสบริวารของเจ้าพ่อกวนจะนำอุปกรณ์ มีด ดาบ หอก ฉัตร พานดอกไม้ ธูปเทียน ขันห้าขันแปด(พานดอกไม้ 5 คู่ หรือ 8 คู่) ถือเดินนำขบวนไปที่ริมแม่น้ำหมัน เพื่อนิมนต์พระอุปคุตต์ พระผู้มีฤทธานุภาพมาก และมักเนรมิตกายอยู่ในมหาสมุทร เพื่อป้องกันภัยอันตราย และให้เกิดความสุขสวัสดี เมื่อถึงแล้วผู้อันเชิญต้องกล่าวพระคาถาและให้อีกคนลงไปในน้ำ งมก้อนหินใต้น้ำขึ้นมา ถามว่า “ใช่พระอุปคุตต์หรือไม่” ผู้ที่ยืนอยู่บนฝั่งตอบว่า “ไม่ใช่” พอก้อนหินก้อนที่ 3 ให้ตอบว่า “ใช่ นั่นแหละพระอุปคุตต์ที่แท้จริง” เมื่อได้พระอุปคุตต์มาแล้ว ก็นำใส่พาน แล้วนำขบวนกลับที่หอพระอุปคุตต์ ทำการทักขิณาวัฏ 3 รอบ มีการยิงปืนและจุดประทัด ซึ่งช่วงเวลานั้นบรรดาผีตาโขนที่นอนหลับหรืออยู่ตามที่ต่างๆก็จะมาร่วมขบวน ด้วยความยินดีปรีดา เต้นรำ เข้าจังหวะกับเสียงหมากกระแร่ง ซึ่งเป็นกระดิ่งผูกคอวัวหรือกระดิ่งให้ดังเสียงดัง

วันที่สอง เป็นพิธีแห่พระเวส ในขบวนประกอบด้วย พระพุทธรูป 1 องค์ พระสงฆ์ 4 รูป นั่งบนแคร่หามตามด้วย เจ้าพ่อกวน นั่งอยู่บนกระบอกบั้งไฟ ท้ายขบวนเป็นเจ้าแม่นางเทียม กับบริวาร ชาวบ้าน และเหล่าผีตาโขน เดินตามเสด็จไปรอบเมือง ก่อนตะวันตกดิน สำหรับคนที่เล่นเป็นผีตาโขนใหญ่ ต้องถอดเครื่องแต่งกายผีตาโขนใหญ่ออกให้หมดและนำไปทิ้งในแม่น้ำหมัน ห้ามนำเข้าบ้าน เป็นการทิ้งความทุกข์ยากและสิ่งเลวร้ายไป รอจนปีหน้าฟ้าใหม่แล้วค่อยทำเล่นกันใหม่

วันที่สาม เป็นการรวมเอางานบุญประเพณีประจำเดือนต่างๆของปีมารวมกันจัดในงานบุญหลวง ประชาชนจะมานั่งฟังเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ ที่วัดโพนชัย เพื่อเป็นการสร้างกุศลและเป็นมงคลแก่ชีวิต

งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ถือเป็นงานที่แสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอันดีงามที่เป็นเอกลักษณ์ของ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 12:43 PM   #10
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,012
Likes (Received): 2

การดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
********
• โครงการพักชำระหนี้และลดภาระหนี้ให้แก่เกษตรกรรายย่อย
- เกษตรกรพักชำระหนี้ จำนวน 15,745 ราย หนี้เงินกู้ 581 ล้านบาท ชำระหนี้ได้ทั้งหมด 3,606 ราย เงิน 107 ล้านบาท ไม่ชำระเลย 12,139 ราย จำนวนเงิน 474 ล้านบาท
• กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
- กองทุนหมู่บ้าน จำนวน 851 หมู่บ้าน
- กองทุนชุมชนเมือง จำนวน 20 ชุมชน
- สมาชิกกองทุนฯ จำนวน 93,960 คน
- กู้ยืม จำนวน 68,293 คน
จำนวน 859,217,500 บาท
ณ วันที่ 1 มกราคม 2547 สมาชิก จำนวน 18,272 คน ส่งใช้เงินยืมเป็นจำนวน 292,156,500 บาท หรือร้อยละ 34
• โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์
ประเภทสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ผ่านการคัดสรรระดับจังหวัด จำนวน 198 รายการ ระดับ 5 ดาว 1 รายการ 4 ดาว 74 รายการ 3 ดาว 86 รายการ
• โครงการธนาคารประชาชน
31 มกราคม 2547 มีผู้ขอกู้ยืม จำนวน 8,827 คน จำนวนเงิน 203.600 ล้านบาท ชำระคืนแล้ว จำนวน 5,831 ราย จำนวน 67.79 ล้านบาท
• โครงการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (30 บาท รักษาทุกโรค)
เริ่มดำเนินการ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2544
- จำนวนผู้ประกันสุขภาพถ้วนหน้า 215,237 คน
- เด็กอายุ ต่ำกว่า 12 ปี 92,795 คน
- ผู้มีรายได้น้อย 47,816 คน
- นักเรียน 24,668 คน
- ผู้พิการ 2,603 คน
- ทหารผ่านศึก 2,850 คน
- นักบวช/พระภิกษุ/ผู้นำศาสนา 1,029 คน
- ผู้สูงอายุ 48,227 คน
- ผู้นำชุมชน/อสม. 34,334 คน
- อื่นๆ 185 คน
รวมผู้มีสิทธิรักษาพยาบาลของพื้นที่รับผิดชอบของสถานพยาบาลต่างๆ จำแนกตามประเภทสิทธิการรักษาพยาบาล จำนวน 469,744 คน
• การปราบปรามยาเสพติด
หมู่บ้านปลอดยาเสพติด ครบทุกหมู่บ้าน ปัจจุบันเป็นการดำรงความเข้มแข็งของพลังแผ่นดินและชุมชนในการเอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืน
• การปราบปรามผู้มีอิทธิพล
จังหวัดเลยได้มีการเฝ้าระวังผู้มีพฤติกรรมเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพล ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนบัญชีรายชื่อไว้แล้ว ไม่ให้มีพฤติกรรมเช่นเดิมอีก
• การปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น
กำหนดสถานที่กลางสำหรับการรับ-เปิดซองในพื้นที่อำเภอ/กิ่งอำเภอ โดยมีศูนย์รวมข่าวประกวดราคา เพื่อให้ผู้สนใจและประชาชนได้รับทราบ โดยนำข่าวการสอบราคา และประกวดราคาของส่วนราชการต่างๆ ลงประกาศใน Website ของจังหวัด
สนับสนุน การเข้าร่วมโครงการประเทศไทย ใสสะอาด และประพฤติปฏิบัติตนของข้าราชการ/เจ้าหน้าที่ของรัฐ การเร่งรัดการช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน สนับสนุนให้ข้าราชการมีบุคลิกภาพพร้อมาจะบริการประชาชน ตลอดจนประชาสัมพันธ์ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดให้รู้จักของประชาชนทั่วไป โดยประชาสัมพันธ์หมายเลขโทรศัพท์ศูนย์ดำรงธรรม 1567

การดำเนินงานโครงการสำคัญของจังหวัด

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดเลย มีจำนวน 7 แห่ง
1. โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ผานาง – ผาเกิ้ง บ้านผานาง ตำบลผาอินทร์แปลง กิ่งอำเภอเอราวัณ
อยู่ในความดูแลของกรมทหารพรานที่ 21 หมายเลขโทรศัพท์ 042-815650
2. โครงการผาบ่าว – ผาสาว บ้านนาซำแซง ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง อยู่ในความดูแลของกองพันที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 ค่ายมหาศักดิพลเสพ ตำบลโนนสะอาด อำเภอชุมแพ ขอนแก่น 40290
3. โครงการพัฒนาพื้นที่เทิดพระเกียรติฯ บ้านคกงิ้ว ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน อยู่ในความดูแลของกองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 8 ค่ายศรีสองรัก ตำบลนาอ้อ อำเภอเมืองเลย 42100
4. โครงการศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ ถนนเลย – ด่านซ้าย บ้านเดิ่น ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย อยู่ในความดูแลของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย กรมปศุสัตว์ หมายเลข 042-811572
5. โครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคง บ้านห้วยปลาดุก ตำบลห้วยปลาดุก อำเภอนาด้วง อำเภอปากชม
6. โครงการอาหารช้างป่าภูหลวง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง บ้านโคกหนองแห้ว ตำบลเลยวังไสย์ อำเภอภูหลวง
7. โครงการโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 7 แห่ง
1) โรงเรียนบ้านนาปอ ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว
2) โรงเรียนเฉลิมราษฎร์บำรุง ตำบลนาดี อำเภอด่านซ้าย
3) โรงเรียนบ้านหนองแคน ตำบลนาด้วง อำเภอนาด้วง
4) โรงเรียนบ้านวังชมพู ตำบลทรัพย์ไพวัลย์ กิ่งอำเภอเอราวัณ
5) โรงเรียนบ้านนานกปีด ตำบลห้วยบ่อซืน อำเภอปากชม
6) โรงเรียนฮิลมาร์พาเบิล ตำบลเชียงกลม อำเภอปากชม
7) โรงเรียนบ้านห้วยเป้า ตำบลปากชม อำเภอปากชม

**********************************************************************************************
โครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคง บ้านห้วยปลาดุก
ตำบลห้วยปลาดุก อำเภอนาด้วง อำเภอปากชม
***************
ที่ตั้ง
โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงบริเวณห้วยปลาดุก ตั้งอยู่ที่ พิกัด อาร์วี 070610 – อาร์วี 130610 – เอสอี.840460 – อาร์วี 140460 ท้องที่อำเภอปากชม และกิ่งอำเภอนาด้วง จังหวัดเลย สำนักงานโครงการอยู่ห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดเลย ประมาณ 60 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายเลย-เขียงคาน แยกขวาตรงบ้านธาตุ ตามเส้นทางบ้านธาตุ-ปากชม แยกขวาตรงบ้านชมน้อย ตามเส้นทางเข้าโครงการ
สภาพภูมิประเทศ
เป็นเนินเขาเชื่อมต่อกับที่ราบโดยทั่วไป มีลำห้วยที่สำคัญไหลผ่านพื้นที่จำนวน 3 สาย คือ
1. ห้วยชม ต้นน้ำเกิดจากพื้นที่ภูโป่งหินลาด ภูผาสามยอด น้ำไหลทางทิศเหนือในพื้นที่ตอนบนของโครงการในเขตอำเภอปากชม
2. ห้วยน้ำสวย ต้นน้ำเกิดจากบริเวณพื้นที่ภูซางน้อย ภูแผงม้า และภูอีเฒ่า ในบริเวณตอนกลางของโครงการ น้ำไหลผ่านไปทางทิศใต้ ไปยังหมู่บ้านห้วยตาด กิ่งอำเภอนาด้วง จังหวัดเลย
3. ห้วยปลาดุก ต้นน้ำเกิดจากบริเวณพื้นที่ ภูหนามข่อย ภูซำประขาวแล้วไหลไปบรรจบห้วยพรมมาต ซึ่งต้นน้ำเกิดจากบริเวณภูซางใหญ่ รวมเป็นห้วยพะเนียงไหลไปทางทิศใต้ลงไปยังพื้นที่กิ่งอำเภอนาด้วง และอำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย
ประวัติความเป็นมา
ในปี พ.ศ. 2518 – 2519 ราษฎรจากหลายพื้นที่ได้บุกรุกเข้าไปจับจองพื้นที่ แผ้วถางป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อทำไร่ เป็นเนื้อที่ประมาณ 3,000 ไร่ และมีแนวโน้มที่จะทำการบุกรุกขยายตัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้ติดกับที่ตั้งของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ทำให้ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ มีอิทธิพลเหนือราษฎร โดยการอาศัยเกาะติดและสัมผัสมวลชนเหล่านี้ แล้วทำการโฆษณาชวนเชื่อให้การคุ้มครองราษฎร และจัดตั้งหมู่บ้านอิสระขึ้นเรียกว่า “บ้านทรัพย์เจริญ” ตั้งโครงการจัดที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ให้ราษฎรทำกินครอบครัวละ 25 ไร่ ทำการปลุกระดมและฝึกอบรมลัทธิคอมมิวนิสต์ให้แก่ราษฎร กำหนดเป็นเขตหวงห้ามสำหรับบุคคลภายนอก และดึงราษฎรเข้าไปทำไร่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากผลิตผลพืชไร่และการจัดหาเสบียงอาหาร ทำให้ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์มีกำลังแข็งแกร่งขึ้น เมื่อกองทัพภาคที่ 2 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ได้จัดตั้งกองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหารที่ 1718 จึงได้ส่งกองกำลังเข้ากดดันพื้นที่ แยกราษฎรออกจากผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ และชี้แจงให้เห็นถึงพิษภัยของลัทธิคอมมิวนิสต์ตลอดจนผลเสียของการบุกรุกแผ้วถางป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำลำธาร ทำการอพยพราษฎรออกจากพื้นที่กลับภูมิลำเนาเดิม พร้อมประกาศเขตพื้นที่เหล่านี้เป็นเขตการปฏิบัติการทหารของกองทัพภาคที่ 2 ทำให้การปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในบริเวณนี้ได้ผล แต่เมื่อกองกำลังของ พตท.21 (พตท.1718 เดิม) ถอนกลับ ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ก็ดำเนินการในรูปแบบเดิม โดยการดึงราษฏรเข้าไปแผ้วถางป่าต่อไปอีก ซึ่ง พตท.21 ก็ต้องสั่งกองกำลังเข้าปฏิบัติการอีกเช่นเดิม ในปี 2521 และปี 2522
ในปี 2522 พตท.21 ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ในพื้นที่บริเวณนี้ ควรที่จะจัดตั้งหมู่บ้านและมวลชนที่สามารถต่อสู้ป้องกันตนเอง ซึ่งเป็นแนวทางการต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามที่ได้ผลที่สุด จึงได้เสนอโครงการให้กองทัพภาคที่ 2 ส่วนหน้าและคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงระดับพื้นที่ กองทัพภาคที่ 2 พิจารณาให้ความเห็นชอบ
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2523 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเสด็จจังหวัดเลยและจังหวัดอุดรธานี
พตท.21 จึงได้กราบบังคมทูลการจัดตั้งหมู่บ้านเพื่อจัดที่อยู่อาศัยและทำกินให้แก่ราษฎรในชนบทที่ยากจนให้ทรงทราบ ซึ่งก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณทรงเห็นชอบ และทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้ราษฎรในชนบทได้มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกินเป็นของตนเอง พตท.21 จึงได้เสนอโครงการพัฒนาพื้นที่ในบริเวณนี้ต่อ ทภ.2 สน.1 กอ.รมน.ภาค 2 และคณะกรรมการ พมพ.ทภ.2 เพื่อดำเนินการเป็นโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงบริเวณห้วยปลาดุกขึ้น โดยจะขอดำเนินการในปี 2523-2525
วัตถุประสงค์ของโครงการ

1. เพื่อจัดสรรพื้นที่ให้แก่ราษฎรในชนบทที่ยากจนเข้าอยู่อาศัย และทำกินตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
2. เพื่อขจัดปัญหาการบุกรุกแผ้วถางป่าไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และทำการปลูกสร้างสวนป่าเพิ่มเติม
3. เพื่อสนับสนุนนโยบายรักษาความมั่นคงภายในบริเวณรอยต่ออำเภอปากชม และกิ่งอำเภอนาด้วง จังหวัดเลย ตามแผนยุทธการปราบปรามและสกัดกั้นการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ของกองทัพภาคที่ 2 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 2
4. เพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม การเมือง และจิตวิทยา ตามนโยบายการกระจายรายได้และการพัฒนาเพื่อความมั่นคงตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
เป้าหมายของโครงการ
1. จัดตั้งหมู่บ้านป่าไม้ 2 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 200 ครอบครัว รวม 400 ครอบครัว
2. ทำการปลูกสร้างสวนป่าบริเวณต้นน้ำลำธารและบริเวณป่าเสื่อมโทรม
3. สร้างอ่างเก็บน้ำ ห้วยโป่ง ห้วยชม และห้วยไร่ พื้นที่ เอ และอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำสวยในพื้นที่ บี เพื่อกักเก็บน้ำ แล้วจัดระบบส่งน้ำเพื่อส่งเลี้ยงพื้นที่การเกษตรของหมู่บ้านป่าไม้ทั้ง 2 หมู่บ้าน
4. สร้างเส้นทางมาตรฐาน รพช. จากบ้านนานกปลีด อำเภอปากชม ไปยังบ้านน้ำสวย โพนสว่าง กิ่งอำเภอนาด้วง จังหวัดเลย
5. จัดสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ จัดระเบียบชุมชน และการปกครองพร้อมทั้งการให้การบริการของรัฐแก่ประชาชนในพื้นที่

ระยะเวลาและงบประมาณดำเนินการ

กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี คือ ปีงบประมาณ 2523 –ปีงบประมาณ 2525 และได้ขยายระยะเวลาดำเนินการในปี 2526 อีก 1 ปี
งบประมาณดำเนินการ
1. ปีงบประมาณ 2523 ทุกหน่วยงานใช้งบปกติประจำปีเข้าดำเนินการ
2. ปีงบประมาณ 2524 ได้รับงบประมาณ 27,294,603 บาท
3. ปีงบประมาณ 2525 ได้รับงบประมาณ 22,637,322 บาท
4. ปีงบประมาณ 2526 ทุกหน่วยงานใช้งบปกติประจำปีเข้าดำเนินการ
การดำเนินการโครงการ
ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2523 ให้ดำเนินการในรูปแบบโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตกองทัพภาคที่ 2 โดยมีหน่วยราชการต่างๆ เข้าดำเนินการในรูปคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตกองทัพภาคที่ 2 ตามคำสั่งกองทัพภาคที่ 2 ที่ 30/2523 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2523 ดังนี้
1. ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 เป็นประธานคณะทำงาน
2. ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นรองประธานคณะทำงาน
3. ผู้บัญชาการกองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหารที่ 21 เป็นรองประธานคณะทำงาน
4. รองผู้บัญชาการกองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหารที่ 21 เป็นคณะทำงาน
5. รองผู้อำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำ
อันเป็นคอมมิวนิสต์ จังหวัดเลย (ฝ่ายทหาร) เป็นคณะทำงาน
6. หัวหน้ากองข่าวกองทัพภาคที่ 2 เป็นคณะทำงาน
7. หัวหน้ายุทธการกองทัพภาคที่ 2 เป็นคณะทำงาน
8. หัวหน้ากองกิจการพลเรือน เป็นคณะทำงาน
9. เสนาธิการกองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหารที่ 21 เป็นคณะทำงาน
10.ผู้แทนกรมชลประทาน เป็นคณะทำงาน
11.ผู้แทนกรมพัฒนาที่ดิน เป็นคณะทำงาน
12.ผู้แทนกรมที่ดิน เป็นคณะทำงาน
13.ผู้แทนกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นคณะทำงาน
14.ผู้แทนสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท เป็นคณะทำงาน
15.ผู้แทนกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นคณะทำงาน
16.ผู้แทนกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นคณะทำงาน
17.ผู้แทนกรมการพัฒนาชุมชน เป็นคณะทำงาน
18.ผู้แทนกองอำนวยการกลางรักษาความปลอดภัย เป็นคณะทำงาน
19.ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นคณะทำงาน
20.ผู้แทนกองวางแผนและเตรียมความพร้อมทางเศรษฐกิจ เป็นคณะทำงาน
21.ผู้แทนกรมป่าไม้ เป็นคณะทำงาน
22.หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเลย เป็นคณะทำงาน
23.นายอำเภอเมืองเลย เป็นคณะทำงาน
24.นายอำเภอปากชม เป็นคณะทำงาน
25.ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอนาด้วง เป็นคณะทำงาน
26.ผู้แทนกองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหารที่ 21 เป็นคณะทำงานและเลขานุการโครงการ
27.ผู้แทนกรมป่าไม้ เป็นคณะทำงานและผู้ช่วยเลขาฯ


วิสัยทัศน์
จังหวัดเลยได้ประชุมผู้เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์ประเมินศักยภาพ จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรค จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ว่าจะเป็น “เมืองในฝันของนักท่องเที่ยวและนักลงทุนภายใต้การพัฒนาที่ยั่งยืน”

ยุทธศาสตร์
พันธกิจ (Mission)
1. เสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชน
2. พัฒนาทรัพยากรทางการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐาน
3. จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
4. พัฒนาระบบการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและสร้างโอกาสทางการตลาด
5. ส่งเสริมการลงทุนและการค้าชายแดน
6. ยกระดับคุณภาพการให้บริการสู่มาตรฐานที่กำหนด
7. สร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน

ประเด็นยุทธศาสตร์ (Strategic) / กลยุทธ์

1. พัฒนาคน สังคม คุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจพอเพียง โดยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน 1.1 เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ส่งเสริมการออม
1.2 ยกระดับคุณภาพชีวิต
1.3 เสริมสร้างสถาบันครอบครัว
1.4 พัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
2. พัฒนาศักยภาพทรัพยากรทางการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐาน 2.1 พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
2.2 พัฒนาการบริการ
2.3 พัฒนาการตลาดและการประชาสัมพันธ์
2.4 ยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP)
3. จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 3.1 การป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้
3.2 อนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3.3 การสร้างเมืองสะอาด น่าอยู่ น่าท่องเที่ยว
4. พัฒนาคุณภาพการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน 4.1 บริหารจัดการทรัพยากรและโครงสร้าง
4.2 พัฒนาการผลิตให้ปลอดภัยและได้มาตรฐาน
4.3 สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร
4.4 บริหารจัดการการตลาดสินค้าเกษตรและพัฒนาระบบข้อมูลการเกษตร
5. เสริมสร้างการค้าชายแดนและ
การลงทุน 5.1 ปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานด่านพรมแดนถาวร
5.2 ปรับปรุงระบบการบริการด่านพรมแดนถาวร
5.3 ปรับปรุงเส้นทางเพื่อเชื่อมโยงการค้า การลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน
6. พัฒนาคุณภาพการให้บริการสู่มาตรฐานที่กำหนด 6.1 จัดตั้งศูนย์บริการร่วม
6.2 ลดขั้นตอนการบริการประชาชน
7. สร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน 7.1 จัดระเบียบพื้นที่ชายแดน
7.2 เสริมสร้างศักยภาพคนและชุมชนให้มีความเข้มแข็ง
7.3 เสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย - ลาว ระดับท้องถิ่น
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 12:53 PM   #11
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,012
Likes (Received): 2

แหล่งน้ำ
1. น้ำอุปโภค บริโภค
ปี 2542 จังหวัดเลย มีประชากรในเขตเมือง (เทศบาลเมือง,เทศบาลตำบล) 122,758 คน และในเขตชนบท 513,087 คน มีความต้องการน้ำกินน้ำใช้ในเขตเมืองและชนบทประมาณ 165,390 ลิตร และปริมาณน้ำมีจำนวน 25,654,350 ลิตร ตามลำดับ ปริมาณน้ำจึงมีความเพียงพอต่อการอุปโภคและบริโภคของคนในเขตเมืองและชนบทของจังหวัดเลย

2. น้ำเพื่อการเกษตร

แหล่งน้ำที่ประชาชนชาวจังหวัดเลย ใช้เพื่อการเกษตร ประกอบด้วย บ่อบาดาลส่วนตัว 2,699 บ่อ บ่อบาดาลสาธารณะ 2,194 บ่อ (จากข้อมูล กชช. 2 ค ปี 2539) และบ่อที่มีเครื่องสูบน้ำ 83 แห่ง สระ 3,577 แห่ง ฝายส่วนตัว 2,407 แห่ง และคลองชลประทานส่งน้ำ 14 แห่ง ซึ่งประชาชนมีการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำเหล่านี้ในฤดูแล้ง 19,910 ครัวเรือน ในพื้นที่ 783,391 ไร่ (จากข้อมูลแหล่งน้ำระดับหมู่บ้าน ปี 2535 กองประสานการพัฒนาชนบท สคช.)

3. ระบบน้ำประปา

3.1 จังหวัดเลย มีหมู่บ้านจากการสำรวจ กชช.2 ค ปี 2542 จำนวน 770 หมู่บ้าน มีจำนวนหมู่บ้านที่มีน้ำประปาใช้และไม่มีน้ำประปาใช้ คิดเป็นร้อยละ 82.59 และ 17.41 ของหมู่บ้านทั้งหมดตามลำดับ(จากข้อมูล กชช.2 ค ปี 2539)
3.2 ประปาในเขตเมือง (การประปาส่วนภูมิภาค จังหวัดเลย) ปี 2542 จังหวัดเลย มีการให้บริการของสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค 14 แห่ง ที่ทำการประปา 4 แห่ง ซึ่งจำหน่ายน้ำในเขตเทศบาล 1 เขต จำนวน 23,743 คน ในเขตเทศบาลตำบล 6 เขต มีผู้ใช้น้ำ 45,770 คน มีผู้ใช้ 19,408 ราย ปริมาณน้ำผลิต 26,832 ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำจำหน่าย 13,978 ลบ.ม./วัน และปริมาณน้ำสูญเสียร้อยละ 19.84

4. แหล่งน้ำธรรมชาติ (จากข้อมูลแหล่งน้ำระดับหมู่บ้านปี 2535 กองประสานการพัฒนาชนบท สศช.)
จังหวัดเลย มีแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ คือ แม่น้ำโขง แม่น้ำเลย แม่น้ำหมาน แม่น้ำเหือง แม่น้ำพอง แม่น้ำสาน มีแม่น้ำ ห้วย ลำธาร คลอง 922 สาย ซึ่งในจำนวนนี้ มีที่ใช้งานในฤดูแล้ง 911 สาย มีหนอง บึง 108 แห่ง มีสภาพใช้งานในฤดูแล้ง 106 แห่ง มีน้ำพุ น้ำซับ 72 แห่ง ที่มีสภาพ
ใช้งานได้ในฤดูแล้ง 69 แห่ง และอื่นๆ 8 แห่งที่มีสภาพใช้งานได้ในฤดูแล้ง 8 แห่ง

5. แหล่งน้ำชลประทาน
(งานจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา ชลประทานเลย) ปี 2542)
แหล่งน้ำชลประทานที่มีอยู่ภายในจังหวัด ประกอบด้วยแหล่งน้ำตามโครงการขนาดกลาง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการหมู่บ้านป้องกันตนเองชายแดน และโครงการขนาดเล็กที่สร้างเสร็จแล้ว ถึงสิ้นปีงบประมาณ 2542 รวม 189 โครงการ สามารถเก็บกักน้ำได้ 89.892 ล้าน
ลบ.ม. และมีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ 228,829 ไร่ หรือร้อยละ 10.88 ของพื้นที่ถือครองทางการเกษตรของจังหวัด 2,102,842 ไร่ ในปี 2541

การพาณิชยกรรม
จำนวนบริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด จำนวนเงินลงทุน จำนวนตามประเภทธุรกิจ/พาณิชยกรรม/อุตสาหกรรม/ธุรกิจบริการ ปี 2551
ลำดับ ประเภทธุรกิจ จำนวนบริษัท จำนวนเงินลงทุนบริษัท จำนวนห้างหุ้นส่วนจำกัด จำนวนเงินลงทุน
ห้างหุ้นส่วนจำกัด
1 การผลิตปุ๋ยและสารประกอบไนโตรเจน 1 3,000,000.- 0 -
2 การก่อสร้าง 1 1,000,000.- 12 12,500,000.-
3 นำเข้าและส่งออก 1 1,000,000.- 2 1,200,000.-
4 ผลิตและจำหน่าย น้ำดื่ม น้ำผลไม้ 0 - 3 1,200,000.-
5 การขายส่งเบียร์ ไวน์และเครื่องดื่มชนิดที่มีแอลกอฮอล์ 0 - 1 1,000,000.-
6 การผลิตอุตสาหกรรม 0 - 1 1,000,000.-
7 การบำรุงรักษาและการซ่อมแซมยานยนต์ 1 1,000,000.- 0 -
8 การทำเหมืองแร่และเหมืองหิน 9 18,000,000.- 10 13,100,000.-
9 การขายส่งเครื่องจักรและอุปกรณ์ทางการเกษตร 1 1,000,000.- 1 500,000.-
10 ผลิตและจำหน่ายท่อเหล็ก ท่อสังกะสี 1 1,000,000.- 0 -
11 รับวางท่อร้อยสาย 0 - 1 1,000,000.-
12 การให้เช่า การขาย การซื้อ และการดำเนินการด้านอสังหาริมทรัพย์ 0 - 1 1,000,000.-
13 จำหน่ายเครื่องสำอางค์และเวชภัณฑ์ 1 1,000,000.- 0 -
14 บริการด้านวิทยุและโทรทัศน์ 0 - 2 700,000.-
15 การขายส่งเคมีภัณฑ์ชั้นมูลฐาน 1 1,000,000.- 0 -
16 สถานีบริการน้ำมัน 1 10,000,000.- 0 -
17 จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค 0 - 3 1,700,000.-
18 จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร 2 2,000,000.- 2 3,000,000.-
19 จำหน่ายอะไหล่และซ่อมรถ 1 1,000,000.- 0 -
20 ร้านขายปลีกเครื่องสำอางค์ 0 - 1 1,000,000.-
21 โรงงานผลิตยาง 0 - 1 1,000,000.-
22 การให้บริการชุมชนสังคมและบริหารส่วนบุคคลอื่นๆ 0 - 1 10,000.-
23 งานวิศวกรรมโยธาหรือการก่อสร้างงานขนาดใหญ่ 0 - 1 300,000.-
24 รูป 0 - 2 2,000,000.-
25 วัสดุก่อสร้าง 1 1,000,000.- 1 400,000.-
26 ซื้อขายหรือให้เช่าเครื่องจักร,เครื่องยนต์,คอมพิวเตอร์,เครื่องมือการเกษตร 0 - 2 100,000.-
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 01:01 PM   #12
anuchaya
ฮัลโหลเทส
 
anuchaya's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: UD
Posts: 2,348
Likes (Received): 774

จ.เลย เป็นจังหวัดที่หาพื้นที่ราบยากมาก เมืองแห่งทะเลภูเขา อ.ภูเรือ มีอุณหภูมิหนาวเย็นตลอดทั้งปี ที่ไหนร้อนแต่ภูเรือยังหนาว
anuchaya no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 01:19 PM   #13
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,012
Likes (Received): 2

อุทยานแห่งชาติภูเรือ
ภูเรือ เมืองเลย เชียงคาน


ข้อมูลทั่วไป

วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม 2552 อุณหภูมิ ณ ยอดภูเรือ วันนี้ ต่ำสุด 11.9 องศาเซลเซียส สูงสุด 22.3 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน - ม.ม. ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.30 น. ดวงอาทิตย์ตกเวลา 17.30 น. ทำการปรับปรุงข้อมูล เวลา 09.00 น. ของทุกวัน "ข้อมูลอาจไม่เป็นปัจจุบันเนื่องจากสภาพอากาศปิด"

อุทยานแห่งชาติภูเรือ มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย อาณาเขตด้านทิศเหนืออยู่ติดกับประเทศลาว รูปพรรณสันฐานของภูเรือมีรูปร่างลักษณะเหมือนเรือใหญ่บนยอดดอยสูงเป็นภูผา สีสันสะดุดตาหินบางก้อนมีลักษณะเหมือนถูกปั้นแต่งไว้ ชาวบ้านเรียกว่า “กว้านสมอ” โดยรอบๆ จะเห็นยอดดอยเป็นขุนเขาน้อยใหญ่ใกล้เคียงเป็นฝ้าขาวด้วยละอองน้ำ หมอก ปกคลุมไว้ท่ามกลางป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 120.84 ตารางกิโลเมตร

ในปี พ.ศ. 2519 อธิบดีกรมป่าไม้ เดินทางมาราชการที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง นายสุจินต์ เพชรดี ปลัดจังหวัดเลย ได้ให้ความเห็นว่า ควรส่งเสริมป่าภูเรือให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัด จากนั้นจังหวัดเลยจึงให้ทางอำเภอภูเรือสำรวจพื้นที่ป่าภูเรือ ซึ่งอำเภอภูเรือได้รายงานถึงจังหวัดเลยว่า พื้นที่ป่าภูเรือมีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามสำคัญหลายแห่ง เช่น ป่าไม้ น้ำตก ทิวทัศน์ เหมาะที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติได้ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ไปทำการสำรวจหาข้อมูลเบื้องต้นของป่าภูเรือ ท้องที่อำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ปรากฏว่า ป่าแห่งนี้อยู่ในเขตป่าหมายเลข 23 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2506 ให้รักษาไว้ให้เป็นป่าถาวรของชาติ

พื้นที่ป่าภูเรือประกอบด้วยทิวเขาสูง สลับซับซ้อนเรียงรายเป็นรูปต่างๆ น่าพิศวงสลับกับที่ราบเป็นบางส่วน สาเหตุที่ขนานนามว่า “ภูเรือ” เพราะมีภูเขาลูกหนึ่งมีชะโงกผายื่นออกมาดูคล้ายสำเภาใหญ่ และที่ราบบนยอดเขามีลักษณะคล้ายท้องเรือตลอดจนมีธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวย งาม เหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ

กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2521 เห็นชอบให้กำหนดพื้นที่ป่าดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าภูเรือ ในท้องที่ตำบลอาฮี ตำบลท่าลี่ อำเภอท่าลี่ และตำบลลาดค่าง ตำบลหนองบัว ตำบลร่องจิก อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 96 ตอนที่ 124 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2522 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 16 ของประเทศ

ลักษณะภูมิประเทศ


อุทยาน แห่งชาติภูเรือ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อนประกอบด้วย เขาหินทรายเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นเป็นหินแกรนิตสลับกันไป ลักษณะเช่นนี้จึงทำให้มีที่ราบสูงสลับกับ ยอดเขาสูงทั่วไป มียอดเขาสูงที่สุดคือ ยอดภูเรือ มีความสูงถึง 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ยังมียอดเขาที่สำคัญ คือ ยอดเขาภูสัน มีความสูง 1,035 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และยอดภูกุ มีความสูง 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ลักษณะเช่นนี้เองจึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญก่อให้เกิดลำธารหลายสาย เช่น ห้วยน้ำด่าน ห้วยบง ห้วยเถียงนา ห้วยทรายขาว ห้วยติ้ว และห้วยไผ่ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของน้ำตกห้วยไผ่ที่สวยงามแห่งหนึ่ง
ลักษณะภูมิอากาศ

ด้วย อุทยานแห่งชาติภูเรืออยู่ที่จังหวัดเลย ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดของประเทศไทย และอยู่บนยอดเขาสูง จึงทำให้มีอากาศเย็นตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะหนาวเย็นมาก จนกระทั่งน้ำค้างบนยอดหญ้าจะแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ซึ่งมีภาษาพื้นเมืองเรียกว่า “แม่คะนิ้ง” ผู้ที่จะไปพักผ่อนควรเตรียมตัวให้พร้อมที่จะผจญกับความหนาวเย็น
พืชพรรณและสัตว์ป่า


ภูเรือ มีสภาพป่าหลายชนิดปะปนกันอย่างสวยงาม ทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ ป่าสนเขา โดยเฉพาะยอดภูเรือ ประกอบด้วยป่าสนเขา สลับกับสวนหินธรรมชาติแซมด้วยพุ่มไม้เตี้ย สลับด้วยทุ่งหญ้าเป็นระยะ ไม้พื้นล่างที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ กุหลาบป่า มอส เฟิน และกล้วยไม้ที่สวยงาม เช่น ม้าวิ่ง สามปอย ไอยเรศ เอื้องคำ เอื้องผึ้ง เอื้องเงิน ซึ่งขึ้นตามต้นไม้และโขดหิน กล้วยไม้เหล่านี้จะออกดอกบานสะพรั่งให้ชมสลับกันไปตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ ป่าภูเรือยังมีสัตว์ป่าที่ชุกชุมพอสมควร ที่พบบ่อย เช่น หมี เก้ง กวางป่า หมูป่า หมาไน ลิง พญากระรอกดำ ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ป่า และชุกชุมไปด้วยกระต่ายป่า เต่าเดือย เต่าปูลูและนกชนิดต่างๆ ที่สวยงามอีกมากมาย โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะอพยพมาจากประเทศจีนเป็นจำนวนมาก
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 01:19 PM   #14
HomesickAlienn
WE F*** YOU
 
HomesickAlienn's Avatar
 
Join Date: Aug 2007
Location: M A H A S A R A K H A M
Posts: 1,430
Likes (Received): 9

คิดถึงไวน์ Chateau de Loei เลยอะ เหอๆ
เค้ายังทำกันอยู่มั๊ยครับ
HomesickAlienn no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 01:40 PM   #15
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,012
Likes (Received): 2




Chateau de loei winery
ธวัชชัย เทพพิทักษ์ “A plateau of rolling golden hills...a chunk of southern France, carved out and shipped to Asia.” เป็นข้อความที่นิตยสาร Asia Times describes กล่าวถึง ชาโต เดอ เลย ตำนานหน้าหนึ่งของวงการไวน์ไทย ไวน์ ชาโต เดอ เลย (Chateau de Loei) ก่อตั้งโดยนายแพทย์ชัยยุทธ กรรณสูต ผลิตไวน์คุณภาพมาตรฐานสากลตามกฎหมายใหม่เป็นเจ้าแรกในเมืองไทย เมื่อ พ.ศ.2534 หลังรัฐบาลออกกฎหมายให้ประชาชนผลิตไวน์ได้ โดยใช้ไก่เป็นตราสัญลักษณ์ ตามปีเกิดของเจ้าของคือปีระกา อย่างไรก็ตามหมอชัยยุทธได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 พ.ย.2547 ทิ้งตำนานหน้าหนึ่งของวงการไวน์ไทยให้ทายาทได้สืบสาน ปัจจุบันมี คุณคณิตตา กรรณสูต เป็นหัวเรือใหญ่
ชา โต เดอ เลย มีไร่ปลูกองุ่นกว่า 1,000 ไร่ อยู่ในพื้นที่เรียกว่าที่ราบสูงภูเรือ หรือ “แพลโท เดอ ภูเรือ” (Plateau de Phurua) ผลิตไวน์ออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 1995 โดยมีบริษัท ซี.พี.เค.แพลนเตชั่น จำกัด (C.P.K.Plantation Co.,Ltd) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ดูแลการตลาด ได้ชื่อว่าเป็นไวน์ไทยเจ้าแรกที่ส่งออกไปขายในยุโรปและญี่ปุ่น เมื่อปีที่แล้วรัฐบาลฝรั่งเศสให้การรับรองการผลิตไวน์ของบริษัทในมาตรฐานของ เอโอซี ทำให้ได้เข้าไปเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก และได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย คุ้มครองเรื่องผลประโยชน์ หรือจีไอ (GI) นอกจากนี้บริษัทได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์กับกรมทรัพย์สินทาง ปัญญาของไทย เป็น แพลโท เดอ ภูเรือ ขณะที่กรมสินทรัพย์ทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้มอบใบทะเบียนคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ให้ไวน์ชาโต เดอ เลย เมื่อ พ.ศ.2549 พร้อมสินค้าไทยอย่างอื่น 9 ชนิด จีไอ (GI) มาจากคำว่า Geographical Indications คือมาตรการคุ้มครองหรือเป็นสิทธิประเภทหนึ่งในทรัพย์สินทางปัญญา ที่เกี่ยวกับการค้ากำหนดขึ้นมาเพื่อปกป้องคุ้มครองชื่อเสียงและคุณภาพของ สินค้า (โดยเฉพาะสินค้าเกษตรได้แก่ไวน์และสุรา) ไม่ให้ถูกแอบอ้างชื่อ ลอกเลียนแบบ อันจะทำให้ผู้บริโภคหลงเข้าใจผิดในแหล่งที่มา และส่งผลกระทบต่อสินค้าตัวจริง ไวน์ชาโต เดอ เลย มีหลากหลายรุ่น โดยวินเทจ 2003 ฉลากยังเป็นรุ่นเดิม แต่บางรุ่นของวินเทจ 2004 เป็นต้นไปฉลากเป็นรุ่นใหม่ หลังจากได้รับจีไอ (GI) ที่สำคัญบางรุ่นได้รับรางวัลชมเชยยอดเยี่ยม ประเภทไวน์ขาว เอ็กซ์ตร้า ดราย สเปเชี่ยล 2005 ในการแข่งขัน The International Wine & Spirit Competition 2006 ที่กรุงลอนดอน และไวน์แดง ชิราซ รีเสิร์ฟ วินเทจ 2003 ได้รับรางวัลชนะเลิศที่ 1 จากงาน The International Food & Hospitality 2004 เป็นต้น

sansano no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 01:41 PM   #16
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,012
Likes (Received): 2

Quote:
Originally Posted by HomesickAlienn View Post
คิดถึงไวน์ Chateau de Loei เลยอะ เหอๆ
เค้ายังทำกันอยู่มั๊ยครับ
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 02:13 PM   #17
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,012
Likes (Received): 2

image hosted on flickr
image hosted on flickr
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 02:17 PM   #18
Home Hug
Registered User
 
Home Hug's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: ดินแดนคมขวาน
Posts: 11,360
Likes (Received): 713

ภูเรือ ในเหมยหมอก
















จาก http://forum.khonkaenlink.info/index...,143067.0.html
__________________
--------------------------

Khon Kaen Let's Go Together
Home Hug no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 02:41 PM   #19
HomesickAlienn
WE F*** YOU
 
HomesickAlienn's Avatar
 
Join Date: Aug 2007
Location: M A H A S A R A K H A M
Posts: 1,430
Likes (Received): 9

ต๊ายย.. post ปุ๊บ ข้อมูล+รูป มาปั๊บ เหมือนสั่งได้ 555
ขอบคุณมากครับ
HomesickAlienn no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 02:42 PM   #20
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,012
Likes (Received): 2

ข้อมูลของ Rungyen Resort Hotel เมืองเลย:
Rungyen Resort Hotel โรงแรมระดับ 3 ดาวที่มีความสวยงาม และ เป็นที่นิยมของเมือง เลย พร้อมมอบที่พักในอุดมคติสำหรับนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ที่ต้องการประหยัดงบประมาณ ด้วยเสน่ห์ของบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นกันเอง สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นและบริการพื้นฐาน ทำให้วันหยุดพักผ่อนจากการทำงาน อันเหน็ดเหนื่อยของท่าน กลายเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุด
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพักของ Rungyen Resort Hotel เมืองเลย:
Hotel Rungyen Resort ประกอบด้วยห้องพักที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม แบ่งออกเป็น 9 ประเภทห้องพัก ได้แก่ Roun Pha-ngomsuk (Fan), Roun Denkwaen, Roun Meanphun, Baan Klai-kungwon (4 Pax), Baan Muanchai (4 Pax), Baan Rernruadi (8 Pax), Baan Kamonchern (8 Pax), Baan Khunroun (10 Pax), Baan Chateau de Loei (10 Pax) สำหรับผู้เข้าพักที่ต้องการความอบอุ่นและสบาย Rungyen Resort Hotel เลย เปรียบเสมือนโอเอซิสให้คุณพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ท่านจะรู้สึกพึงพอใจเมื่อพบกับเครื่องอำนวยความสะดวก และอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงครบครันภายในห้องพักของท่าน อาทิ Air-Conditioning, Refrigerator, Satellite/Cable TV เป็นต้น ที่ถูกจัดวางเพื่อให้ท่านสามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ค้นหาสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดในทุกห้องพักของ Rungyen Resort Hotel ได้จากข้างล่างนี้
สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพัก :

Air-Conditioning Refrigerator Satellite/Cable TV
สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการของ Rungyen Resort Hotel เมืองเลย:
Rungyen Resort Hotel มอบสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย พนักงานของโรงแรมมีใจรักการบริการและพร้อมให้ความช่วยเหลือแขกทุกเมื่อ Hotel Rungyen Resort เอาใจใส่ในทุกสิ่งที่ท่านคาดหวังจากโรงแรมระดับมาตรฐานแห่งนี้ นอกจากนี้ ทางโรงแรมยังมีบริการ Badminton, Banquet Facilities, Bike Rental เพื่อเติมเต็มความต้องการในวันพักผ่อนของท่าน หลบหนีจากความวุ่นวาย และ เพลิดเพลินไปกับกีฬาและนันทนาการซึ่ง Rungyen Resort Hotel เลย ได้เลือกสรรไว้เพื่อท่าน ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพื่อให้ท่านได้ชาร์จแบตเตอรี่ชีวิตให้เต็มเปี่ยมและสดชื่น
บริการ:Badminton Banquet Faciliti Bike Rental Laundry Service
Medical Service Meeting room (s) Sauna Table Tennis Tennis Court (s)
สถานที่ตั้งของ Rungyen Resort Hotel เมืองเลย:
Hotel Rungyen Resort ที่พักคุณภาพระดับ 3 ดาว ของเมือง เลย ที่พักราคาย่อมเยาแห่งนี้ตั้งอยู่ในสถานที่เดินทางสะดวก ไม่ไกลจากสถานที่สำคัญต่างๆ รวมถึง แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และ สถานบันเทิง ซึ่งท่านสามารถโดยสารระบบขนส่งมวลชนหลากหลายรูปแบบเพื่อเที่ยวชมรอบเมือง หรือ เดินทางไปส่วนอื่นๆของเมืองได้ ไม่ว่าท่านจะเดินทางมาเยือน เลย เพื่อเข้าร่วมการประชุม หรือ พักผ่อนกับครอบครัวและคนรู้ใจ ท่านจะได้อิ่มอร่อยไปกับอาหารพื้นเมือง และช้อปของฝากอย่างจุใจในร้านค้าต่างๆใกล้กับโรงแรม Rungyen Resort Hotel

แผนที่ของ Rungyen Resort Hotel เมืองเลย:

Loei

ร้านอาหารของ Rungyen Resort Hotel เมืองเลย:
ร้านอาหารใน Rungyen Resort Hotel เลย มีให้ท่านเลือกมากมาย ทั้ง Chinese Food, Thai Food ท่านจะพึงพอใจกับบรรยากาศภายในร้านอาหารแบบนั่งสบาย และการตกแต่งร้านที่ให้ความรู้สึกเรียบหรู ที่ Rungyen Resort Hotel พร้อมเสิร์ฟท่านด้วยบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า คลับแซนด์วิชภายในพื้นที่ลอบบี้และบาร์ หรือเมนูแนะนำสำหรับอาหารค่ำในร้านอาหารชื่อดังของโรงแรม ยิ่งไปกว่านั้น ทีมเชฟผู้มีประสบการณ์ของร้านอาหารภายในโรงแรมแห่งนี้ เอาใจใส่ในการปรุงอาหารให้มีรสชาติแบบต้นตำรับ รวมถึงรายละเอียดเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสมหรือเครื่องปรุงอีกด้วย

The Loei Palace Hotel


โรงแรมเลยพาเลซ เป็นโรงแรมเปิดใหม่ชั้นหนึ่งระดับมาตรฐานสากล ในใจกลางเมืองจังหวัดเลย

สถานที่ตั้งอยู่ติดกับสวนสาธารณะที่สวยงาม มีจำนวนห้องพัก 156 ห้อง รวมห้องชุดพิเศษ ที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ทันสมัย
http://www.thai-tour.com/thai-tour/n...otel/hotel.htm
sansano no está en línea   Reply With Quote


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 05:55 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2015, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2015 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2015 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu