|
|
| daily menu » rate the banner | guess the city | one on one |
|
|
#721 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2008
Location: Hatyai, Phuket
Posts: 392
Likes (Received): 1
|
วัดมงคลนิมิตร (วัดกลาง)
Published by Siripongon August 17, 2012\ ![]() วัดมงคลนิมิตร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 3 ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต บริเวณใกล้เคียง ทิศเหนือติดต่อกับเขตสวนของเอกชน ทิศใต้ติดต่อกับถนนดีบุก ทิศตะวันออกติดต่อกับถนนเทพกระษัตรี ทิศตะวันตกติดต่อกับถนนเยาวราช ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปของบริเวณที่ตั้งวัดเป็นที่ราบเรียบ ตั้งอยู่กลางใจเมืองภายในเขตเทศบาล ประชาชน นิยมเรียกวัดนี้ว่า วัดกลาง เพราะว่าตั้งอยู่ใจกลางเมือง วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2423 ในสมัยที่เกาะถลางยังเป็นมณฑลภูเก็ตสันนิษฐานกันว่าเป็นเจ้าเมืองเป็นผู้สร้างและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ประมาณ พ.ศ.2428 ![]() หตุที่เปลี่ยนชื่อ วัดกลาง มาเป็น วัดมงคลนิมิตร เพราะวัดนี้อยู่ในใจกลางเมือง ทั้งในสมัยเมื่อยังเป็นมณฑลภูเก็ตอยู่ ทางราชการใช้เป็นสถานที่ทำพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาทุก ๆ ปี และเป็นที่ทำพิธีน้ำมุรธาภิเศก ในรัชกาลที่ 4,6 และ 7 ตลอดจนรัฐพิธีและราชพิธีต่าง ๆ ก็ทำที่วัดนี้มาโดยตลอด มายกเลิกเสียเมื่อคราวยุบเลิกมณฑลจึงนับว่าเป็นวัดที่ทางราชการและประชาชน นิยมนับถือว่าเป็นวัดที่ให้มงคลเกิดขึ้น ทางราชการจึงได้ขอเปลี่ยนนามวัดนี้ใหม่ว่า วัดมงคลนิมิตร และได้รับพระราชทานยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงในปี พ.ศ.2496 ![]() ![]() ![]() From : http://live.phuketindex.com/th/wat-m...huket-804.html |
|
|
|
|
|
#722 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2008
Location: Hatyai, Phuket
Posts: 392
Likes (Received): 1
|
ศาลเจ้าฮกหงวนก้ง (อ๊ามจ้อซูก้ง)
Published by Siripongon August 21, 2012 ![]() เดิมชาวจีนที่มาทำเหมืองแร่ดีบุกในจังหวัดภูเก็ต ได้อัญเชิญรูปแกะสลักท่านจ้อซือก้งมาจากเมืองจีน ซึ่งได้นำไปประดิษฐานไว้ที่ศาลเจ้าเล็กๆ ด้านหลังโรงแรมถาวร ต่อมาได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ศาลเจ้าขึ้น ![]() แต่ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของท่านจ้อซือก้ง กิมซิ้นของท่านไม่ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้เลย จึงทำผู้คนเกิดความเลื่อมใสศรัทธายิ่งขึ้น จึงได้อัญเชิญกิมซิ้นท่านจ้อซือก้งไปประดิษฐานไว้ที่ศาลเจ้ากวนอิมเป็นการชั่วคราว และชาวบ้านที่มีความเลื่อมใสศรัทธาก็ร่วมแรงร่วมใจก่อสร้างศาลเจ้าขึ้นมาใหม่ ชื่อว่าศาลเจ้าฮกหงวนก้ง เมื่อสร้างศาลเจ้าเสร็จก็ได้อัญเชิญกิมซิ้นขององค์จ้อซือก้งมาประดิษฐานไว้ ที่ศาลเจ้าฮกหงวนก้งและเป็นประธานศาลเจ้า ศาลเจ้าฮกหงวนก้ง หรือในอีกชื่อคือ อ๊ามจ้อซูก้ง นี้สร้างมาแล้วประมาณ 80 ปี ศาลเจ้าฮกหงวนก้ง ตั้งอยู่เลขที่ 1 ถนนตลิ่งชัน ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต บริเวณวงเวียนหอนาฬิกา ![]() ![]() ![]() ![]() From : http://live.phuketindex.com/th/phuket-shrine-834.html |
|
|
|
|
|
#723 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2008
Location: Hatyai, Phuket
Posts: 392
Likes (Received): 1
|
วัดลัฏฐิวนาราม (วัดใต้)
Published by Siripongon August 23, 2012 ![]() วัดลัฏฐิวนาราม ตั้งอยู่เลขที่ 53 บ้านโคกโตนด ถนนเจ้าฟ้า หมู่ที่ 8 ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 20 ไร่ อาณาเขต ทิศเหนือ ทิศตะวันออกและทิศตะวันตกติดต่อกับที่นาชาวบ้าน ทิศใต้ติดต่อกับคูน้ำ ![]() พื้นที่ ตั้งวัดเป็นที่ราบต่ำ สภาพแวดล้อมเป็นที่นา ถนนและคูน้ำ อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง 7 เมตร ยาว 17 เมตร สร้าง พ.ศ. 2500 ศาลาการเปรียญกว้าง 10 เมตร ยาว 15 เมตร สร้าง พ.ศ.2480 เป็นอาคารไม้สองชั้นครึ่งตึกครึ่งไม้ หอสวดมนต์กว้าง 11 เมตร ยาว 15 เมตร สร้าง พ.ศ.2482 เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน กุฎีสงฆ์จำนวน 4 หลัง ส่วนมากเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน นอกจากนี้มีศาลาบำเพ็ญกุศลและฌาปนสถาน สำหรับปูชนียวัตถุมี พระประธานในอุโบสถ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2500 พระประธานที่ศาลาการเปรียญมีผู้ถวายไว้เมื่อ พ.ศ. 2510 ![]() วัดลัฏฐิวนาราม นับเป็นวัดโบราณสถานสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2301 ต่อมาได้โยกย้ายเสนาสนะไปสร้างวัดใหม่ขึ้นมาชื่อ วัดไชยธาราราม หรือ วัดฉลอง ทำให้ที่วัดเดิมต้องกลายสภาพเป็นวัดร้างชั่วระยะเวลาหนึ่ง ชาวบ้านเรียกบริเวณนั้นว่า โคกวัด ได้ใช้เป็นป่าช้าเป็นที่รกร้างป่าไม้หนาแน่น ครั้นถึงปี พ.ศ.2446 มีพระธุดงค์มาปักกลด ชาวบ้านเลื่อมใสจึงได้สร้างเสนาสนะถวาย และได้บูรณะพัฒนาขึ้นเป็นหลักฐานมั่นคงตามลำดับ จนกระทั่งได้รับการยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างในปี พ.ศ. 2507 วัดลัฏฐิวนารามได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500 ในด้านการศึกษาทางวัดเปิดสอนพระปริยัติธรรมเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ.2500 และได้ให้ทางราชการสร้างโรงเรียนประถมศึกษาขึ้นในวัด นอกจากนี้ยังจัดให้มีพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดไว้บริการประชาชนอีกด้วย ![]() ![]() ![]() From : http://live.phuketindex.com/th/wat-tai-phuket-846.html |
|
|
|
|
|
#724 |
|
Registered User
Join Date: Oct 2011
Location: Bangkok / Hatyai
Posts: 297
Likes (Received): 4
|
Emirates ดีเดย์ 10 ธันวาคม บินตรงดูไบ-ภูเก็ตทุกวัน เจาะกลุ่มลูกค้ายุโรปและตอ.กลาง ![]() 20 สิงหาคม 2555 สายการบินเอมิเรตส์ประกาศจะทำการบินสู่ภูเก็ตทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2555 เป็นต้นไป โดยภูเก็ตนับเป็นจุดบินแห่งที่สองในประเทศไทย เที่ยวบิน EK378 จะออกเดินทางจากดูไบเวลา 12.45 น. ถึงภูเก็ตเวลา 21.55 น. ส่วนเที่ยวบิน EK379 เดินทางออกจากภูเก็ต เวลา 03.35น. ถึงสนามบินนานาชาติดูไบ เวลา 04.35น. โดยผู้โดยสารสามารถเลือกเดินทางได้ในทั้ง 3 ชั้นที่นั่ง บนเครื่องบินแบบ แอร์บัส เอ330-200 สายการบินเอมิเรตส์รอเวลาที่เราจะเริ่มปฏิบัติการเที่ยวบินตรงสู่ภูเก็ต เป็นประจำทุกวัน โดยเรามีกำหนดเปิดให้บริการเที่ยวบินแรกในฤดูกาลท่องเที่ยวพอดี สายการบินเอมิเรตส์ได้เริ่มต้นให้บริการเที่ยวบินสู่กรุงเทพฯ ประเทศไทยตั้งแต่ปีพ.ศ.2533 และตั้งแต่นั้นมาเราก็มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทยมาโดยตลอด มร. ทิม คลาร์ก ประธานสายการบินเอมิเรตส์กล่าว ประเทศไทยเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับสายการบินเอมิเรตส์ ปัจจุบันเรามีเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯและดูไบ 4 เที่ยวบินต่อวัน โดยหนึ่งในเที่ยวบินให้บริการโดยเครื่องบินรุ่น แอร์บัส A380 เรามั่นใจว่าภูเก็ตจะเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างดีจากผู้โดยสาร โดยเฉพาะในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตะวันออกกลาง และ ยุโรป มร. คลาร์ก กล่าวเสริม ภูเก็ตจะเป็นเส้นทางที่ 15 สำหรับปีนี้ และเป็นเป้าหมายที่ 2 ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากที่ได้เริ่มให้บริการไปยังโฮจิมินห์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สายการบินเอมิเรตส์มีฝูงบินทั้งหมด 178 ลำ และ เป็นสายการบินที่มีเครื่องบินรุ่น แอร์บัส A380 จำนวนมากที่สุดในโลก โดยปัจจุบันให้บริการอยู่ 22 ลำ ขณะนี้สายการบินฯมีเป้าหมายทั้งหมดในเครือข่ายกว่า 125 แห่ง ใน 74 ประเทศ http://www.hflight.net/forums/topic/...8%B9%E0%B9%80/ ![]() ![]() ![]() |
|
|
|
|
|
#725 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,617
Likes (Received): 354
|
บุกยึดที่ดินเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ 8 ไร่ หลังออกเอกสารสิทธิมิชอบ
วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 20:29:00 น. วันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการตรวจสอบเอกสารสิทธิและปราบปรามการบุกรุก ยึดถือ ครอบครองที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต นำหมายค้นของศาลจังหวัดภูเก็ต เข้าตรวจค้นที่ดินเลขที่ 67 เนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณหน้าหาดเลพัง หมู่ที่ 6 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง พบมีสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศจำนวน 1 หลัง ด้านหน้ามองเห็นวิวทะเลสวยงาม โดยมีชาวต่างชาติเป็นผู้ถือครอง จากการลงตรวจสอบพื้นที่ครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีการตรวจสอบพบว่า มีการออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือ น.ส.3 ก. โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือออกหลังการประกาศเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ พ.ศ. 2524 ก่อนเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิ์แปลงดังกล่าว ส่วนการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในเร็วๆ นี้ http://www.matichon.co.th/news_detai...tid=&subcatid= |
|
|
|
|
|
#726 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,617
Likes (Received): 354
|
"ดำรงค์"สั่งลุยเกาะภูเก็ตสอบที่ดินกลางอุทยานฯสิรินาถ เจอบ้านพักหรูริมทะเล ชาวฝรั่งเศสถือครอง
วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เวลา 21:29:00 น. นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มอบหมายให้นายเสริมยศ สมมั่น ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) นำกำลังเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการตรวจสอบเอกสารสิทธิและปราบปรามการบุกรุก ครอบครองที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายค้นของศาล เข้าไปตรวจสอบรังวัดที่ดินโครงการตรีสรา ภูเก็ต ของบริษัท ทรี ดอลฟินซ จำกัด ตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ที่เดิมอ้างกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส.ค.1 จำนวน 20 ไร่ และปัจจุบันบุกรุกครอบครองที่ดินเพิ่มมากขึ้นเป็นประมาณ 200 ไร่ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและรังวัดที่ดินที่บริเวณหาดเลพัง ตำบลเชิงทะเล ที่เป็นพื้นที่คาบเกี่ยวกับ ที่ดินของบริษัททรี ดอลฟินซ จำกัดและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบพบโดยบังเอิญจากภาพถ่ายทางอากาศ พบว่า นายเบอร์ นาร์ด โคติเยอร์ ชาวฝรั่งเศส เช่าช่วงจากบริษัทนุ่น จำกัด เพื่อก่อสร้างอาคารบ้านพักตากอากาศขนาดใหญ่ และปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบที่ดินจำนวน 7 ไร่ 1 งาน 37 ตารางวา ในการตรวจสอบพบว่า ผู้อ้างกรรมสิทธิ์ที่ดิน รายอื่นๆ ใกล้เคียง ยังปักป้ายประกาศทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ว่า เป็นที่ดินส่วนบุคคล ห้ามบุกรุก เป็นระยะๆ แต่เฉพาะที่ดินเช่าของชาวฝรั่งเศสมีการสร้าง ท่าเรือขนาดเล็ก เพื่อไว้รองรับเรือสำราญหรือเรือยอชต์ บริเวณชายหาดด้านหน้าแปลงที่ดิน ที่มีโขดหิน สลับกันไป นายสุนทร วัชรกุลดิลก ที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเปิดเผยว่า การปฏิบัติในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯสนธิกำลัง เจ้าหน้าที่ช่างรังวัดของกรม รังวัดในพื้นที่จริงของโครงการตรีสรา ภูเก็ต ของบริษัททรีดอลฟินซ จำกัด เพราะทราบข้อมูลจากสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต สาขาอำเภอถลางว่าเดิมที่ดินนี้มีเอกสารสิทธิ์ ส.ค.1 เพียงประมาณ 20 ไร่เท่านั้น แต่ในเวลานี้ มีการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ขยายครอบคลุมไปมากถึงประมาณ 200 ไร่แล้ว ถือว่าเป็นพื้นที่ที่กว้างขวางมาก และเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ ที่มาที่ไปทั้งหมดอยู่ แต่ยืนยันว่า โครงการนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถแน่นอน เพราะอุทยานประกาศครอบคลุมพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2524 http://www.matichon.co.th/news_detai...tid=&subcatid= |
|
|
|
|
|
#727 |
|
Registered User
Join Date: May 2012
Posts: 36
Likes (Received): 1
|
ที่ดินระหว่าง เซ๊นทรัลกับ Big C เครียพื้นที่แล้ว ไม่รู้จะสร้างอะไร the mall หรือไม่
|
|
|
|
|
|
#728 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,617
Likes (Received): 354
|
เต่าทะเลถูกคลื่นซัดนัดพาเหรดเกยตื้นหาดภูเก็ต-พังงา วันเดียว 6 ตัว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 สิงหาคม 2555 18:55 น. ศูนย์ข่าวภูเก็ต - เต่าหญ้าเพศเมียพาเหรดเกยตื้นชายหาดภูเก็ต-พังงา วันเดียวขึ้น 6 ตัว ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บจากเศษอวนบาด บางตัวขาขาด ขณะช่วง 3 วันที่ผ่านมา มีเต่าทะเล รวมทั้งสัตว์ทะเลประเภทโลมา และพะยูนขึ้นมาเกยตื้นเป็นจำนวนมากจากเหตุคลื่นลมแรง เต่าหญ้าจำนวน 4 ตัว ที่ถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยตื้นที่หาดไม้ขาว วันนี้ (28 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน จ.ภูเก็ต รับแจ้งมีเหตุเต่าทะเลขึ้นมาเกยตื้นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดพังงาจำนวนหลายตัว หลังรับแจ้ง นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนวงศ์ หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายากฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกไปทำการช่วยเหลือ และรับเต่าทะเลมารักษาและอนุบาลที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายากฯ ซึ่งเต่าที่ถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยตื้นในวันนี้ (28 ส.ค.) มีมากถึง 6 ตัว ซึ่งทั้งหมดเป็นเต่าหญ้าเพศเมียขนาดตัวเต็มวัยที่พร้อมจะผสมพันธุ์ แต่ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บจากถูกเศษอวนบาด บางตัวขาขาดทั้ง 2 ข้าง บางตัวถูกเศษอวนบาดจนถึงกระดูก บางตัวมีบาดแผลบนกระดอง คาดว่าน่าจะถูกใบพัดเรือ นายก้องเกียรติ กล่าวว่า สำหรับเต่าทะเลทั้ง 6 ตัวที่เข้ามาเกยตื้นในวันนี้ เป็นเต่าที่ถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยตื้นที่หาดไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จำนวน 4 ตัว และอีก 2 ตัวช่วยเหลือมาจากเกาะคอเขา และบ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เป็นที่น่าสังเกตว่า เต่าทะเลทั้ง 6 ตัวที่ถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยตื้นในครั้งนี้ เป็นเต่าเพศเมีย และเต่าหญ้าเป็นเต่าทะเลที่ไม่พบขึ้นมาวางไข่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และเป็นเต่าที่หายาก อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. จนถึงวันนี้ (28 ส.ค.) มีสัตว์ทะเลหายาก เช่น เต่าทะเล พะยูน และโลมาถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยตื้นที่บริเวณชายหาดจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดพังงาแล้วประมาณ 10 ตัว ซึ่งในส่วนของเต่าทะเลพบว่ายังมีชีวิตทั้งหมด ส่วนสาเหตุที่ทำให้เต่าทะเลเข้ามาเกยตื้นจำนวนมากในช่วงนี้ ก็เนื่องจากเต่าได้รับบาดเจ็บจากเศษอวนรัด ซึ่งบางตัวถูกรัดจนขาขาด บางตัวตัวถูกรัดจนไม่สามารถดำน้ำได้ทำให้ต้องลอยน้ำอยู่เป็นเวลานานทำให้มีอาการเจ็บป่วย ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่คลื่นลมในทะเลมีกำลังแรงทำให้ซัดเอาเต่าทะเลที่ได้รับบาดเจ็บเข้ามาเกยตื้น ประกอบกับช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เต่าว่ายน้ำจากทะเลลึกเข้ามาบริเวณชายฝั่งเพื่อหาคู่ผสมพันธุ์ และเตรียมวางไข่ในช่วงปลายปี คือ ช่วงระหว่างเดือน พ.ย.-ม.ค. ของทุกปี เมื่อเต่าว่ายน้ำเข้ามาใกล้ชายฝั่ง และมาเจอกับเศษอวนซึ่งมีปลาติดอยู่ก็จะว่ายน้ำเข้าไปหาเพื่อกินปลาก็จะถูกอวนรัดจนดิ้นไม่หลุด บางตัวดิ้นจนขาขาดทั้ง 2 ข้าง นายก้องเกียรติ ยังได้กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วง และเป็นภัยกับสัตว์ทะเลมากที่สุด คือ เรื่องของปัญหาขยะในทะเล ซึ่งมีทั้งเศษอวน และถุงพลาสติก ซึ่งพบว่าเต่าทะเลที่ถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยตื้นประมาณ 60% ได้รับบาดเจ็บจากถูกอวนบาด มีน้อยมากที่เจ็บป่วยโดยธรรมชาติ ซึ่งเรื่องนี้คงจะต้องสร้างจิตสำนึกให้แก่ประชาชน และชาวประมงให้เห็นความสำคัญของการไม่ทิ้งเศษอวนลงในทะเล หรือเศษขยะลงในทะเล รวมทั้งน้ำมันเครื่อง หรือน้ำมันต่างๆ ลงทะเล เพราะสิ่งเหล้านั้นส่งผลกระทบต่อชีวิตสัตว์ทะเลเป็นอย่างมาก http://www.manager.co.th/South/ViewN...=9550000105957 |
|
|
|
|
|
#729 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2008
Location: Hatyai, Phuket
Posts: 392
Likes (Received): 1
|
Phukets new Chalong Patong road update
![]() On 24th August 2012 at Phuket Merlin Hotel Director of Country Planning and Phuket Public Works, Mr.Wongsakorn Noonshukan, together with relevant agencies, held a 2nd meeting for the selected area and prevention & reduction of environmental impact for a transport network connecting Chalong & Patong in Phuket, many local people were in attendance. The government has recognized the importance for the development of a Chalong Patong road, the existing route, originally for use as a transport route for the agricultural communities of Kathu area and Chalong, now being more than 20 years and in a bad state of repair and seen as inconvenient. The Chalong Patong is all part of a route plan to connect new transport links from the city and Patong. The new planned is to improve the old road and make it into a 2 lane road, which will allow private cars and small commuter to travel more easily and safely. It will be 3.10 miles long and will run from Luang Pu Supa Moo 6 in Chalong to Sirirat 50 Years Road in Patong. The new road has been allocated a construction budget of about 100 million, which will include lighting. It is expected that the results of the study will complete by October 2012. From : http://phuketnews.phuketindex.com/fe...te-192453.html |
|
|
|
|
|
#730 |
|
Registered User
Join Date: Jul 2009
Location: ดินแดนคมขวาน
Posts: 11,054
Likes (Received): 327
|
Phuket Airport expansion finally underway
Phuket Gazette Saturday, September 1, 2012 5:25:00 PM ![]() An artist's impression shows what the front of Phuket Airport, after the 5.7 billion baht project is complete, is expected to look like. Image: AoT ![]() The post-renovation interior is expected to inspire a brighter outlook. Image: AoT PHUKET: Wing Commander Pratheep Wichittho, Deputy Director of Airports of Thailand (AOT) Public Co Ltd, today announced that the long-awaited 5.7-billion-baht expansion project at Phuket International Airport is finally underway. Mr Pratheep was joined at a press conference at the Royal Phuket City Hotel by Phuket Airport Director Prathuang Sornkham, who said that the expansion project would not adversely affect passengers, as construction traffic would use a separate access point. Mr Prathuang also reassured the audience that airport security would be maintained throughout the construction. To protect against sabotage, we have implemented level 3 security measures, which include random checks of vehicles entering the airport or construction site, he said. Mr Prathuang went on to address the ominous topic of taxi and bus transportation facilities at the new, improved airport. Right now, as the project is starting, taxi management at the airport is run from an office beside the building. During construction, it will not descend into the chaos it was before, with taxi drivers trying to grab passengers just stepping out from the airport exit. The taxi operators will be at their own counters and the lanes outside arrivals will be for pick-up only, he said. As an aside, Mr Prathuang touched on the matter of the current taxi concessions. The taxi companies are asking for a reduction in the fees, but this is a business and they accepted the terms and conditions when they signed their contract with us. If we reduce the fees [for the companies currently holding the concessions], how will other companies who also bid for the contract react? Theyd probably lodge a complaint, he said. Ending the subject, Mr Prathuang said that once the new building was finished, the various taxi, bus and car parking zones would be decided and clearly marked. The new airport will increase the number of parking spaces from 500, to 1,500. Looking at the bigger picture, the 5.7-billion-baht airport expansion will increase the number of both international and domestic passengers the facility was designed to handle from the current 6.5 million to 12.5mn per year. The current limit has already been surpassed, with 8.4mn transiting through the airport last year. That figure is projected to increase by 11 per cent to 9.3mn by the end of this year. While the number of flights in and out of the airport will remain unchanged at 20 per hour, the expansion will see the addition of 10 more aircraft bays, bringing the number to 25, and another four passenger boarding gantries, to a total of 11. One disappointment for the director was the lack of space to include a special handling area for arriving and departing small VIP jet aircraft. We would like to have a jet terminal facility [to handle important passengers], but with the limited land available it cant be built, he said. ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() http://www.phuketgazette.net/phuket_...way-16815.html
__________________
--------------------------
|
|
|
|
|
|
#731 |
|
Registered User
Join Date: Dec 2010
Posts: 437
Likes (Received): 0
|
ในที่สุดก็จะเริ่มก่อสร้างสักที 5,700 ล้าน สุดยอดครับ
__________________
I LOVE PHUKET ISLAND History Of America Books-0- Luggage -0-Cheap combotool kits -0-Toys set-0- Combo tool kits-0- Easy Toilet Shopping |
|
|
|
|
|
#732 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2008
Location: Hatyai, Phuket
Posts: 392
Likes (Received): 1
|
Phuket tourists numbers still climbing
![]() The Director of TAT Phuket office has revealed that in the first 6 months of 2012, Phuket saw growth of 30 percent in its number of tourists, with the majority being from China and Russia, whose numbers increased more than 100% against the same time last year. Mr.Chanchai Duangjit, Director of the Tourism Authority of Thailand Phuket office said The figures we have received have revealed that from January to June 2012 Phuket International Airport has seen a 30% increase in tourists coming to Phuket. There have been 100% increases in the number of Chinese & Russian tourists. The numbers of Chinese tourists who came to Phuket in the first 6 months of 2012 were 142,582, an increase of 106.63%, Russians 140,297 an increase of 104.91% whilst Australians were 121,916 an increase of 19.29%. However, Phuket saw lower increases in the number of European tourists, possibly down to the economic slowdown. We expect to see similar increases in the second half of the year unless there is a big problem such as political violence or a natural disaster. We certainly expect the year 2012 to see more than 7 million tourists visiting Phuket. Mr.Chanchai added Overall revenue from tourism in the 14 provinces in southern Thailand is about 200,000 million baht/year, Phuket Province alone has revenue of 100,000 million, in 2012 it is expected to no less than 110,000 to 120,000 million. From : http://phuketnews.phuketindex.com/bu...ng-192568.html |
|
|
|
|
|
#733 | |
|
Registered User
Join Date: Oct 2011
Location: Bangkok / Hatyai
Posts: 297
Likes (Received): 4
|
Quote:
|
|
|
|
|
|
|
#734 |
|
Registered User
Join Date: Oct 2011
Location: Bangkok / Hatyai
Posts: 297
Likes (Received): 4
|
|
|
|
|
|
|
#735 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2008
Location: Hatyai, Phuket
Posts: 392
Likes (Received): 1
|
Phukets Rang Hill A must place to visit
Published by Matthewon September 4, 2012 ![]() Most of Phukets tourist attractions only feature one point of interest. However there is one attraction here in Phuket, which is one of my favourites (probably because it is not one of the most popular amongst tourists), which allows you to enjoy more than one point of interest at one location. Situated not far from the center of Phuket Town, Rang Hill, know amongst Thais as Khao Rang, is a must visit location if views, nature & culture are on your lists of things to do whilst youre here in Phuket. There are actually two main routes up to the top of the 500m tall hill; one is via Soi Vachira, located right next to Vachira Hospital on Yaowarat Road, the other is via Soi Chimbi which connects from Mae Luan Road. If you love your exercise, you can attempt either route by foot, if not; youre definitely going to need some mode of transport. As I mentioned previously, there are more than one topics of interest for you at Rang Hill, and if culture is your thing, you will need to take the route via Soi Vachira as this will lead you to the beautiful temple Wat Khao Rang. ![]() Wat Khao Rang is not the most famous temple on Phuket; however, this hidden temple does feature the very first golden sitting Buddha to be brought to Phuket. The temple offers a peaceful & tranquil atmosphere and it is not a major tourist attraction. Upon walking around the temple Im sure you will be stunned by the incredible Thai art forms, and traditional carvings, which can be found throughout. A little further up the hill used to be a small exercise park, which was always a favourite place for the older locals to gather and partake in their morning and evening exercise. However, unfortunately this park has been unkempt and the elders now gain the exercise by climbing either one of the two routes to the top of the hill, putting to shame the youngsters who now ride to the park on their motor bikes after school to hang out. ![]() Now we turn to the main spectacle of Rang Hill, its peak. On arriving you will be greeted by a troop of monkeys who will more than happily come over to you and grab whatever food you have directly from your hand. Please beware that these monkeys do have a very temperamental temperament and can turn at any opportunity so take care with how close you get to them. ![]() This is not the only greeting you will receive however, you will also be welcomed by a sight of pure nature, from what is now classed a municipal park, and which makes for the perfect photo backdrop. Due to its expansive grass areas, much of which is shaded by centuries old trees, the park is a great place to picnic. Also in the park is a bronze statue of Phraya Ratsada Nupradit- who was appointed Governor of Phuket in 1902, during the reign of King Rama V, and was also the first to bring rubber trees to the island. ![]() It is also from the top of Rang hill that you will be provided with possibly the most spectacular & breathtaking panoramic views over Phuket town, and which stretch to the southern end of the island, as far as Laem Panwa and Ao Chalong Bay. ![]() There are a couple of restaurants at the top which serve a range of both local and international food, and also provide some spectacular views, making the dining experience so much more enjoyable. From : http://live.phuketindex.com/phuket-r...isit-1048.html |
|
|
|
|
|
#736 |
|
Registered User
Join Date: Dec 2010
Posts: 437
Likes (Received): 0
|
บรรยากาศเขารัง ต้องลองไปตอนเช้าตรู่ครับ เเล้วจะรู็สึก ดี
__________________
I LOVE PHUKET ISLAND History Of America Books-0- Luggage -0-Cheap combotool kits -0-Toys set-0- Combo tool kits-0- Easy Toilet Shopping |
|
|
|
|
|
#737 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,617
Likes (Received): 354
|
อธิบดีฯ จี้เร่งแจ้งความคนรุกที่อุทยานฯ สิรินาถเสร็จภายใน 25 ก.ย.นี้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 กันยายน 2555 18:38 น. ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ดำรงค์ พิเดช ว้าก ! เจ้าหน้าที่บางชุดทำงานช้า ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ตไม่คืบ ให้เวลาดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีให้เสร็จภายใน 25 ก.ย.นี้ ขณะที่เตรียมตั้งทีมตรวจสอบที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถอีก 400 ทีม ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิทับที่อุทยานฯ อีก 3,500 ไร่ เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ (12 ก.ย.) ที่ห้องประชุมศูนย์อำนวยการตรวจสอบเอกสารสิทธิและปราบปรามการบุกรุกยึดถือครอบครองเอกสารสิทธิในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุพืช พร้อมคณะ ได้ประชุมติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติงานตามยุทธการทวงคืนผืนป่า กรณีการบุกรุกยึดถือครอบครองเอกสารสิทธิในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่จาก 10 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ทั่วประเทศ เข้าทำการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิที่เชื่อได้ว่าอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 12 แห่ง ประกอบด้วย 1.โรงแรมภูเก็ตอาเคเดียในทอนบีช รีสอร์ท 2.โรงแรมภูเก็ตเพนนิซูล่า สปาแอนด์รีสอร์ท 3.บริษัท ลาคอรีน จำกัด 4.บ้านฝรั่ง 5.บริษัท แลนด์สเตรท จำกัด และบริษัทบางเทา บีช จำกัด 6.บริษัท ทรีดอลฟินซ์ จำกัด 7.บริษัท สุรีย์สัมฤทธิ์ จำกัด และมาลัยวนา 8.ที่ดินครอบครองโดยบุคคลธรรมดา 1 ราย (นางสุชาดา สังข์สุวรรณ) 9.บริษัท พาวิลเลี่ยน บีช รีสอร์ท จำกัด 10.บริษัท อันดามันไวท์บีช จำกัด 11.บริษัท ลายันภูเก็ต จำกัด และ 12.บริษัท เซ็นทรัล แอนด์ ซิตี้ ดีวีลอปเม้นท์ ทั้งนี้ ในการประชุมเจ้าหน้าที่ของสำนักพื้นที่อนุรักษ์เขตต่างๆ ก็ได้รายงานถึงความคืบหน้าในการดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งบางชุดก็สามารถตรวจสอบ และมีความคืบหน้าจนถึงขั้นแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทที่เข้าไปครอบครองที่ดิน แต่ยังมีการตรวจสอบบางแปลงที่ยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากติดขัดเรื่องของการอ่านภาพถ่ายทางอากาศ และการยืนยันแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติจากทางกรมป่าไม้ ซึ่งทำให้นายดำรงค์ถึงกับ ว้ากเจ้าหน้าที่ พร้อมสั่งการให้เร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วที่สุด ส่วนผลการดำเนินงานตรวจสอบทั้งที่ดินทั้ง 12 แปลง ปรากฏว่าขณะนี้ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษไปแล้ว 5 ราย ได้แก่ 1.โรงแรม ภูเก็ตอาเคเดียในทอน บีช 2.โรงแรมภูเก็ตเพนนิซูล่า สปาแอนด์รีสอร์ท 3.บริษัท ลาคอรีน จำกัด 4.บ้านพักชาวต่างชาติ และ 5.บริษัท แลนด์สเตรท จำกัด กับบริษัทบางเทา บีช จำกัด อย่างไรก็ตาม หลังจากฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบแล้ว อธิบดีกรมอุทยานฯ พร้อมคณะได้ลงไปตรวจสอบที่ดินแปลงของบริษัท เพนนิซูล่า สปา แอนด์ รีสอร์ท จำกัด หมู่ 2 บ้านสาคู ต.สาคู อ.ถลาง พบสิ่งปลูกสร้างเป็นโรงแรมหรูขนาดใหญ่ มูลค่ากว่าพันล้านบาท ซึ่งปล่อยทิ้งร้าง และบริเวณติดกับพื้นที่ก่อสร้างโครงการมีสภาพเป็นป่า และจากการตรวจสอบบริเวณพื้นที่ใกล้กับโรงแรมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ยังพบหลักหมุดของกรมที่ดินวางกองอยู่จำนวนมาก คาดว่าน่าจะมีการเตรียมออกเอกสารสิทธิให้แก่นายทุนอีก 3-4 ราย เนื้อที่นับร้อยไร่ โดยที่ดินแปลงของโรงแรมเพนนิซูล่า สปา แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ทางอุทยานฯ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ที่สถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชยแล้ว นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช กล่าวว่า ขณะนี้การดำเนินการตรวจสอบการการออกเอกสารสิทธิที่ดินในเขตอุทยานแห้งชาติสิรินาถพบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่ส่วนหนึ่งก็ยังไม่อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ซึ่งหลังจากนี้ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ดำเนินการตรวจข้อเท็จจริงการออกเอกสารสิทธิในเขตอุทยานทั้งหมด และให้แจ้งความดำเนินคดีไว้เป็นหลักฐาน โดยเฉพาะแปลงที่ตรวจสอบพบว่ามีการออกเอกสารสิทธิหลัง พ.ศ.2507 โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 25 กันยายนนี้ ซึ่งการทำงานวันนี้ต้องแข่งกับเวลา ต้องรีบทำ ตอนนี้กระแสสังคมไปไกลแล้ว ปัญหาเรื่องการออกเอกสารสิทธิที่ดินมีทั่วประเทศไทย ไม่ใช่เฉพาะภูเก็ต แต่ที่ภูเก็ตหนักมาก เพราะว่าไปออกในพื้นที่อุทยานฯ โดยที่หัวหน้าอุทยานฯ ไม่รู้เรื่อง นายดำรงค์ กล่าวอีกว่า หลังวันที่ 25 กันยายน ไปแล้ว ตนจะแต่งตั้งหน่วยงานภาคสนามอีก 2 หน่วย โดยตั้งทีมเจ้าหน้าที่ออกเป็นทีม 400 ทีม เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและหาพยานหลักฐานเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต รวมทั้งดำเนินคดีเอาผิดกับผู้บุกรุกถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องการออกเอกสารสิทธิที่ดินในเขตอุทยานซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 3,500 ไร่ ที่มีการออกเอกสารสิทธิในเขตอุทยานฯ ทั้งนี้ การดำเนินการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ทั้ง 400 ทีม ให้ดำเนินการตรวจสอบให้เสร็จภายใน 30 วัน เพื่อเอาพื้นที่อุทยานสิรินาถกลับมาทั้งหมด นายดำรงค์ ยังได้กล่าวต่อไปว่า จากการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถพบว่ามีที่ดินเพียง 2 แปลงเท่านั้นที่ได้รับการรับรองว่ามีสิทธิครอบครอบ คือ ที่ดิน ส.ค.1 แปลงของนางเชย เพชรกุล เนื้องที่ 2 ไร่ 3 งาน และที่ดิน ส.ค,1 แปลงของนายเล็ก สงวนวงศ์ เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ แต่จากการตรวจสอบพบว่าขณะนี้มีการใช้ ส.ค.1 แปลงของนางเชย ไปออกเอกสารสิทธิที่ในบริเวณ ต.สาคูจำนวน 2-3 แปลง โดยพบว่ามีจำนวนพื้นที่เพิ่มขึ้น ส่วนกรณีของนายเล็กนั้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าขณะที่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 50,000 ไร่ เป็นที่ดินที่อยู่บนบกประมาณ 13,000 กว่าไร่ และพื้นที่ในทะเลอีกประมาณ 30,000 กว่าไร พบว่าบนบกมีการออกเอกสารสิทธิไปแล้วประมาณ 3,500 ไร่ ซึ่งหลังจากนี้จะส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบทุกแปลง และดำเนินการเช่นเดียวกับการตรวจสอบที่ดินทั้ง 12 แปลงที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ http://www.manager.co.th/South/ViewN...=9550000112565 |
|
|
|
|
|
#738 |
|
Registered User
Join Date: May 2012
Posts: 36
Likes (Received): 1
|
อุโมงค์รอดทางแยก เซ็นทรัล ติดป้ายแล้ว สร้างโดยบริษัท อิตาเลี่ยน ไทย ที่อยากรุ้ คือทำไมสร้างนานจัง ตั้ง 730 วัน เกือบ 2 ปีเลยหรอ
|
|
|
|
|
|
#739 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,617
Likes (Received): 354
|
เลขา ป.ป.ท.ลงภูเก็ตตรวจสอบที่ดินพบเซ็นอนุมัติแล้ว 1 แปลง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 กันยายน 2555 14:45 น. ศูนย์ข่าวภูเก็ต - เลขา ป.ป.ท.ลงภูเก็ตตรวจสอบออกเอกสารสิทธิที่ดิน พบมีหนึ่งแปลงเนื้อที่กว่า 50 ไร่ เซ็นออกโฉนดแล้ว แต่เจ้าพนักงานที่ดินยังไม่ออกให้ ขอรอผลการตรวจสอบของ ป.ป.ท. ให้แล้วเสร็จก่อน เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (24 ก.ย.) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีการร้องเรียนเรื่องออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จำนวน 4 แปลง เพื่อตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน ก่อนนำเสนอให้คณะอนุกรรมการ ป.ป.ท.รับคดีไว้ไต่สวน เนื่องจากการตรวจสอบของเจ้าของเจ้าหน้าที่พบว่า น่าจะมีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตั้งแต่ชั้นการออกเอกสาร น.ส.3 ก. และการนำเอกสาร ส.ค.1 จากพื้นที่อื่นมาสวมทับ ที่ดินที่เข้าตรวจสอบ เป็นกรณีที่มีการร้องเรียนไปยังสายด่วน 1206 ของสำนักงาน ป.ป.ท.ว่า มีความพยามที่จะออกโฉนดที่ดินบริเวณด้านข้างของสนามกอล์ฟแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งที่ดินดังกล่าวเป็นการนำเอกสาร น.ส.3ก.มาขอออกโฉนด น่าสงสัยว่าจะออกโดยไม่ชอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่รังวัด และเจ้าหน้าที่ป่าไม้รายงานว่าที่ดินมีสภาพเป็นเขาชันไม่มีการทำประโยชน์ เมื่อไม่มีการทำประโยชน์ก็จะทำให้ไม่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 43 แม้ที่ดินจะมีน.ส.3ก ก็ตาม เรื่องนี้สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตได้อ้างว่าควรจะรอการตรวจสอบของสำนักงานป.ป.ท.ก่อน และมีรายงานถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพราะที่ดินอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขากมลา แต่รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตซึ่งรักษาราชการแทนได้อนุมัติให้ออกโฉนดไปแล้ว เนื้อที่ประมาณ 57 ไร่ แต่ยังไม่มีการลงนามโดยเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า สำหรับการออกเอกสารสิทธิที่ดินในแปลงดังกล่าว จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าการออก น.ส.3ก.ไม่น่าจะออกโดยถูกต้อง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ยืนยันว่าอยู่ในพื้นที่ป่าไม้ ไม่มีการทำประโยชน์ ซึ่งจะเร่งตรวจสอบให้เสร็จโดยเร็วที่สุดเพื่อให้เกิดความยุติธรรมทุกฝ่าย จากข้อมูลเบื้องต้น ที่ตรวจสอบพบน่าเชื่อว่ามีนอมินีถือครองที่ดินแทนแกนนำเสื้อแดง สำหรับแปลงที่ 2 ที่ลงตรวจสอบในครั้งนี้เป็นที่ดินขอออกโฉนดเลขที่ 14479 ต.ป่าตอง อ.กะทู้ อยู่บริเวณควนหินตั้ง หมู่ที่ 5 ตำป่าตอง อ.กะทู้ เนื้อที่กว่า 2 ไร่ จากการตรวจสอบพบว่ามีการปลอมใบแทนส.ค.1เลขที่ 357 หมู่ที่ 1 ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ซึ่งอ้างว่าชำรุดที่บริเวณแนวเขตที่ดิน และออกส.ค.1 ใบใหม่ขึ้นมาทดแทน เพื่อให้ ส.ค.1 มีที่ข้างเคียงติดทะเล และนำมาออกโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าว นอกจากนั้น จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าบริเวณที่ดินดังกล่าวมีการขึ้นทะเบียนเป็นที่สงวนเลี้ยงสัตว์ควนหินตั้งเนื้อที่ 180 ไร่ เมื่อปี 2480 ซึ่งไม่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ และเมื่อปี 2551 ทางอำเภอกะทู้ และเทศบาลป่าตองได้ยื่นขอออกหนังสือสำคัญที่หลวงไว้ด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับการตรวจสอบที่ดินแปลงนี้ได้มีนายวีระชัย ทองหอม อายุ 53 ปี อ้างว่าเป็นทายาทเจ้าของส.ค.1 เลขที่ 357 มายืนยันว่าที่ผ่านมานายแก้ว ทองหอมซึ่งเป็นเจ้าของส.ค.1 ไม่เคยมีที่ดินอยู่ในบริเวณควนหินตั้งแต่อย่างใด และส.ค.1ที่มานำขอออกโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ในพื้นที่หมู่ 1 ซอยโคนยาง ซึ่งตนเพิ่งไปขอคัดสำเนามาและยื่นยันว่าส.ค.1เลขที่ 357 ไม่ได้อยู่ที่บริเวณควนหินตั้งแน่นอน และก่อนหน้านี้เคยมีคนมาแจ้งให้ญาติเซ็นโอนส.ค.1ดังกล่าวให้ แต่ก็ไม่ได้เซ็นต์ไปเพราะไม่รู้ว่าที่ดินอยู่ตรงไหน ออกเอกสารสิทธิได้ จึงมีความพยายาม จะทำให้ที่ดินอยู่นอกเขตพื้นที่ที่มีการรังวัด อย่างไรก็ตาม สำหรับที่ดินแปลงนี้น่าจะเป็นของนักการเมืองฝ่ายค้านคนหนึ่งที่มีนอมินีถือครองแทน สำหรับแปลงที่ 3 ที่เข้าตรวจสอบในครั้งนี้ เป็นที่ดินที่ที่กำลังมีการก่อสร้างบริเวณทางขึ้นเขากมลา บ้านนาคาเล ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวใช้ ส.ค.1 เนื้อที่ 4 ไร่ มาออกเป็นโฉนดที่ดินเนื้อที่ 25 ไร่ ซึ่ง ส.ค.1 ดังกล่าวบอกว่ามีชื่อนายแก้ว ทองหอม เป็นเจ้าของ ซึ่งทายาทของนายแก้วยืนยันว่า ที่ไม่เคยมีที่ดินอยู่ในบริเวณดังกล่าว ซึ่งการดำเนินการสำหรับแปลงนี้จะต้องดำเนินการตรวจสอบ และได้ทำหนังสือแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดให้ตรวจสอบเรื่องนี้ พร้อมทำหนังสือถึงนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกมลาให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่วนแปลงที่ 4 เลขาฯ ป.ป.ท.พร้อมคณะได้เข้าตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิที่ดิน น.ส.3ก.เลขที่ 1723,1724 ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการออกโฉนด เนื้อที่ 25 ไร่ และจากการตรวจสอบพบว่าที่ดินดังกล่าวเป็นเขาสูงชัน เป็นป่ารกทึบ และด้านล่างติดทะเลตลอดแนว จากการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี 2519 พบว่าที่ดินไม่มีการทำประโยชน์ และปัจจุบันยังมีสภาพเป็นป่ารก ซึ่งการเข้าตรวจสอบที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นไปตามข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนไปยังสายด่อน 1206 ของสำนักงานป.ป.ท.ขอให้มีการตรวจสอบที่ดินดังกล่าวเพราะก่อนหน้านี้ทางดีเอสไอ เคยลงมาตรวจสอบแล้วครั้งหนึ่งแต่เรื่องเงียบไป และจากการตรวจสอบของป.ป.ท.พบว่าไม่น่าจะออกเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย และจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าอยู่บริเวณเทือกเขากมลา พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวถึงปัญหาการออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยไม่ถูกต้องในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ ซึ่งป.ป.ท.ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ระมัดระวังในเรื่องของการออกเอกสารสิทธิที่ดิน เพราะถ้าพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องก็จะส่งเรื่องให้ปปช. เข้าไปดำเนินการ แต่อย่างไรก็ตาม จากการดำเนินการพบว่ายังมีเจ้าหน้าที่อีกหลายรายที่ยังมีหัวใจสีขาว ซึ่งได้ทำบันทึกให้รอการตรวจสอบของป.ป.ท.ก่อนที่จะออกเอกสิทธิที่ดิน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตนจะพ้นจากตำแหน่งเลขาฯ ป.ป.ท.แล้ว ก็มั่นใจว่าการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิที่ดินจะยังดำเนินการต่อไป และตนก็ยังสามารถดำเนินการได้ เพราะได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องของการปราบปรามการทุจริต และปราบปรามยาเสพติด นอกจากนั้น ตนยังได้สมัครเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริต 47 ภาคีด้วย เชื่อมั่นว่าการตรวจสอบยังสามารถดำเนินการต่อไปโดยไม่หยุดชะงักแน่นอน http://www.manager.co.th/South/ViewN...=9550000117299 |
|
|
|
|
|
#740 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,617
Likes (Received): 354
|
ฟันธงรร.ภูเก็ตอาคาเดียรุกอุทยานฯ
วันอังคารที่ 25 กันยายน 2555 เวลา 14:07 น. อนุกมธ.ที่ดินสรุปรร.ภูเก็ต อาคาเดียฯ รุกอุทยานสิรินาถ เสนอกรมที่ดิน-กรมอุทยานเพิกถอนสิทธิ พร้อมพาเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน-สื่อมวลชนรวมตรวจสอบข้อเท็จจริง วันนี้ ( 25ก.ย. ) ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาปัญหาการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ. ภูเก็ต ในคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการพิจารณาว่า อนุกรรมาธิการได้ข้อสรุปว่าโรงแรมภูเก็ต อาคาเดีย ในทอนบีช ซึ่งดำเนินธุรกิจโดย บริษัทแฟร์ แอนด์ เฟริ์ม จำกัด มีการบุกพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติสิรินาถจริง โดยเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตอุทยาน จำนวน 38 ไร่ ส่วนอีก 1 ไร่ที่เหลือแม้จะมีเอกสารสิทธิการถือครองที่ดิน เป็น นส.3ก แต่พบว่าการออกเอกสารสิทธินั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งทางคณะอนุกรรมาธิการฯ จะเสนอเรื่องต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ เพื่อให้พิจารณาส่งเรื่องไปยังอธิบดีกรมที่ดิน เพื่อดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 เบื้องต้นคาดว่าหากอธิบดีกรมที่ดินรับเรื่องและพิจารณา จะใช้เวลาประมาณ 5 เดือนก่อนที่จะดำเนินการเพิกถอน ส่วนการบุกรุกพื้นที่อุทยานนั้น จะส่งเรื่องให้อธิบดีกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืชดำเนินการ ทั้งนี้ในวันที่ 28 ก.ย. ทางอนุกรรมาธิการฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมที่ดินในพื้นที่ และสื่อมวลชนจะร่วมลงพื้นที่ดังกล่าว ในจ.ภูเก็ต ด้วย http://www.dailynews.co.th/thailand/157278 |
|
|
|
![]() |
| Thread Tools | |
| Display Modes | |
|
|