daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand



Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old February 18th, 2009, 04:21 PM   #421
esso_oil
esso_oil
 
Join Date: Feb 2009
Location: udonthani
Posts: 3,020
Likes (Received): 429

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2401 15 ก.พ. - 18 ก.พ. 2552


ลงทุนภูธรไตรมาส1ออกตัวสวย อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน-แปรรูปสินค้าเกษตรอนาคตใส
ลงทุนภูธรได้แรงเฉื่อยจากปลายปี 51 หนุน เดือนแรกปี 52 ออกตัวได้ดี อีสานลงทุนเพิ่ม 5 โครงการ 231 ล้านบาท ใต้ตอนบน 4 โครงการ 663 ล้านบาท ส่วนภาคเหนือตอนบนแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดี แต่เป็นโครงการระดับเอสเอ็มอี เผยอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน แปรรูปสินค้าเกษตรอนาคตดี

นายสุวิชช์ ฉั่ววิเชียร ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงภาวะส่งเสริมการลงทุนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือปี 2552 ว่า มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมทั้งสิ้น 29 โครงการ เงินลงทุน 6,796 ล้านบาท การจ้างงานกว่า 6,000 คน สำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนเดือนมกราคมปี 2552 มีจำนวน 5 โครงการ เงินลงทุน 231 ล้านบาท การจ้างงาน 1,794 คน โดยโครงการอยู่ในประเภทอุตสาหกรรมเกษตรและผลิตผลทางการเกษตร ในจำนวนนี้มีโครงการที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนเดือน มกราคม ปี 2552 ในพื้นที่ 8 จังหวัดอีสานตอนล่าง ซึ่งเป็นพื้นที่ความรับผิดชอบของศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 2 (นครราชสีมา) ได้แก่ นครราชสีมา,สุรินทร์,ชัยภูมิ,บุรีรัมย์,อุบลราชธานี,ศรีสะเกษ,ยโสธร และ อำนาจเจริญ จำนวน 2 โครงการ รวมเงินลงทุน 181 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 1,681 คน ประกอบ ส่วนในพื้นที่อีสานตอนบน 11 จังหวัด ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 (ขอนแก่น) มีโครงการได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจำนวน 3 โครงการ รวมมูลค่าการลงทุน 49.9 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 113 คน


"จากสภาวะวิกฤติเศรษฐกิจของโลก ส่งผลกระทบต่อการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมฟุ่มเฟือย และอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งเมื่อช่วง 2 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมประเภทนี้มีการขยายตัวค่อนข้างสูง เมื่อเจอภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจของโลกจึงได้รับผลกระทบค่อนข้างรุนแรง โดยมีการปลดพนักงานออกจำนวนมากเนื่องจากออร์เดอร์จากต่างประเทศลดลงอย่างมาก ซึ่งเฉพาะจังหวัดนครราชสีมามีอุตสาหกรรมประเภทนี้อยู่กว่า 20 แห่งและได้ทยอยปลดพนักงานออกอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ถึงขั้นปิดกิจการ"


อย่างไรก็ตามแม้ภาวะเศรษฐกิจของโลกจะไม่ดี แต่จากตัวเลขการขอส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทยโดยเฉพาะภาคอีสานยังพบว่า มีบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยื่นขออนุมัติส่งเสริมการลงทุนอยู่ 2 โครงการ คือ บริษัท เจวีซีฯ ได้ขยายการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มูลค่าการลงทุน 200 ล้านบาท ตั้งอยู่ภายในเขตอุตสาหกรรมสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา และที่จังหวัดอุดรธานีที่ได้รับการอนุมัติไปแล้ว สำหรับแนวโน้มการลงทุนในปี 2552 นั้นอุตสาหกรรมการเกษตร และอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน เช่น การผลิตไฟฟ้าจากแกลบ ไบโอแก๊ส ยังมีทิศทางที่สดใสและมีการลงทุนในภาคอีสานอย่างต่อเนื่อง ส่วนอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ชะลอตัว นักลงทุนชาวต่างชาติที่ยังคงให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในภาคอีสานมากที่สุดคือญี่ปุ่น


นางบุษกร วุฒิวิจารณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 เปิดเผยถึงแนวโน้มการลงทุนภาคเหนือในปี 2552 ว่า แนวโน้มการลงมุนของภาคเหนือตอนบนในปี 2552 คาดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี โดยดูจากการแสดงความจำนงของนักลงทุนผ่านทางสำนักงาน รวมกับสถิติความสนใจที่ยื่นขอรับส่งเสริมในช่วงปลายปี 2551 ที่เชื่อว่า หลังการจัดตั้งรัฐบาลและประกาศนโยบายที่ชัดเจน จะทำให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ เกิดความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศไทยมากขึ้น ประกอบกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนต่างๆ ตามนโยบายปีแห่งการลงทุน 2551-2552 เป็นมาตรการที่จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมมีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น


สำหรับการลงทุนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนยังคงเป็นโครงการขนาดเล็กและกลาง(SMEs)เป็นหลัก ส่วนผู้ประกอบการไทยจะเป็นการลงทุนในโครงการด้านเกษตรอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเบา และกิจการซอฟต์แวร์ ขณะเดียวกันคาดว่าจากภาวะราคาน้ำมันและการสร้างเส้นทางคมนาคมเส้นใหม่เชื่อมต่อระหว่างจีนตอนใต้กับจังหวัดในเขตภาคเหนือตอนบนของไทยจะทำให้ผู้ประกอบการรวมตัวและให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเรื่องโลจิสติกส์และการผลิตพลังงานทดแทน เช่น การผลิตไฟฟ้าจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่นแกลบ ซังข้าวโพด เศษไม้ หรือก๊าซชีวภาพมากขึ้น


นางวนิดา ใหม่กิจเหมา ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 6 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งดูแลเขตพื้นที่การลงทุนใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน เปิดเผยว่า ในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ตอนบนยังมีโครงการลงทุนที่มีการอนุมัติอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากโครงการที่ยื่นขออนุมัติตกค้างจากปี 2551 ที่ผ่านมา ส่วนโครงการใหม่ได้มีการทยอยยื่นเข้ามาเพิ่มแล้วเช่นกัน โดยในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาได้มีการอนุมัติโครงการลงทุนไปแล้วจำนวน 4 โครงการ มูลค่าการลงทุน 663 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา 33.33% เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 191.08% การจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้น 708%


กิจการที่ยื่นขออนุมัติการลงทุนยังเป็นกลุ่มประเภทบริการ และสาธารณูปโภค อุตสาหกรรมเบา และประเภทแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะผันผวน รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจของประเทศมีปัญหาแต่เมื่อดูจำนวนโครงการที่ยื่นขออนุมัติการลงทุนในขณะนี้และที่กำลังจะยื่นเข้ามามั่นใจว่าการลงทุนในเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนบนในปี 2552 จะมีโครงการลงทุนที่ได้รับอนุมัติไม่น้อยกว่า 40 โครงการ เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 12,000 ล้านบาท โดยโครงการใหญ่ที่กำลังจะอนุมัติคือโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช มูลค่าการลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถช่วยให้ยอดการลงทุนไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมามาก โดยปีที่ผ่านมาในเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนบนมียอดการลงทุนรวม 47 โครงการ มูลค่าการลงทุน 17,925 ล้านบาท
esso_oil no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old February 18th, 2009, 04:50 PM   #422
esso_oil
esso_oil
 
Join Date: Feb 2009
Location: udonthani
Posts: 3,020
Likes (Received): 429

กรุงเทพธุรกิจ
Life Style : ศิลปวัฒนธรรม
วันที่ 22 มกราคม 2552 01:00วัดป่าสองฝั่งโขงโดย : ยุวดี วัชรางกูร


รายการท่องเที่ยวทางเลือกกับมิชลิน ครั้งที่ 27 จัดโดย บริษัท สยามมิชลิน จำกัด เมื่อกลางเดือนมกราคม 2552

ยังคงยืนหยัดเนื้อหาท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เหมือนทุกปีที่ผ่านมา โดยมุ่งให้เกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน วัฒนธรรม และธรรมชาติ

ประเด็นหนึ่งของความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน หมายรวมถึงการทำความเข้าใจรากเหง้าชุมชนท้องถิ่น และความสัมพันธ์เชิงประวัติศาสตร์วัฒนธรรมกับประเทศเพื่อนบ้านร่วมอุษาคเนย์

ผืนป่าที่ทอดตัวจากเทือกเขาภูพาน บริเวณรอยต่อจังหวัดอุดรธานี-หนองคาย และเวียงจันทน์ (สปป.ลาว) จึงเป็นเป้าหมายสำคัญในการตามรอยอดีตแคว้นศรีโคตรบูร โดยการเชื่อมโยงประเด็น "ผี-พุทธ และวัดป่าสองฝั่งโขง" เป็นแกนเสวนา

นักคิดนักเขียนสมาชิก "ขาประจำ" อย่าง รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม,นิวัติ กองเพียร,อ.ธีรยุทธ บุญมี,ครูสังคม ทองมี,วาณิช จรุงกิจอนันต์,น.พ.บัญชา พงษ์พานิช,วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ฯ ทำให้บทสนทนาตามรายทางครึกครื้นและคึกคักยิ่งขึ้น

กลุ่มใบเสมาหินขนาดใหญ่และรูปสลักบริเวณฐานเสมาที่วัดโนนศิลาอาสน์ บ้านหนองกะลึม จ.อุดรธานี สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับพวกเรา เช่นเดียวกับการเดินทางผ่านป่าโปร่งไปชมพระพุทธบาทบัวบานในบริเวณไม่ไกลกัน ต่อด้วยการไปเยือนอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท หรือพระพุทธบาทบัวบก ที่อำเภอบ้านผือ กลุ่มศาสนสถานที่มีรูปร่างเป็นเสาหินธรรมชาติเรียงรายบนพื้นที่สูง จนได้รับฉายาว่า "สโตนเฮนจ์เมืองไทย" ที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของมนุษย์โบราณตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ดังปรากฏภาพเขียนสีบริเวณผนังและเพดานเสาหินหลายภาพ รวมถึงรูปสลักลอยตัวเป็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดี สมัยลพบุรี จนถึงสมัยล้านช้าง

วันต่อมา คณะเดินทางฝ่าอากาศเย็นยามเช้าไปชมพุทธสถานกลางป่าของนครเวียงจันทน์ ซึ่งมีช่องเขาอันเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางจากที่ราบเวียงจันทน์และเวียงคำ เข้าสู่เขตเทือกเขาภายในเพิงผาที่เป็นที่ตั้งของภูพระ วังช้าง

เพิงผากลางป่าโปร่งนี้ปรากฏภาพสลักพระพุทธรูปหลายองค์ ตลอดจนร่องรอยลานประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในอดีต

อ.ศรีศักร วัลลิโภดม วิทยากรกิตติมศักดิ์ อธิบายว่าพุทธสถานบนเขาภูพานทั้งฝั่งไทยและลาวนั้นมีพัฒนาการมาตั้งแต่สมัยทวารวดีตอนปลาย ต่อเนื่องถึงพุทธศตวรรษที่ 18-19 มาถึงพุทธเถรวาทลังกาวงศ์ของล้านช้าง-ล้านนา ราวพุทธศตวรรษที่ 20 ลงมา

"พวกเรามาเห็นหลายๆ จุดนี้ จะเห็นความเกี่ยวเนื่องกันของพุทธศาสนาบริเวณเทือกภูพาน อย่างที่บ้านผือ อุดรฯ มีความสัมพันธ์กับชุมชนเมืองพานกับบ้านหนองกาลึมในลุ่มน้ำโขง ส่วนที่วังช้าง ภูพระของลาวมีความสัมพันธ์กับเมืองเวียงคำ ซึ่งเป็นเมืองคู่ของเวียงจันทน์ในลุ่มน้ำงึม"

วิทยากรท่านเดิมยังเขียนไว้ในเอกสารประกอบการเดินทาง ระบุว่าพื้นที่ราบลุ่มของลำน้ำโขงตั้งแต่ต้นน้ำในเขตอำเภอบ้านผือ มีโคกเนินกระจายสลับอยู่ทั่วไป มีลำน้ำลำห้วยอันเป็นสาขาของลำน้ำโขงไหลหล่อเลี้ยงทำให้เป็นที่อุดมสมบูรณ์เหมาะกับการสร้างบ้านแปงเมือง โคกเนินกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ส่วนที่ราบลุ่มเป็นพื้นที่เพาะปลูก

ขณะที่วังช้าง ภูพระในเวียงจันทน์นั้น อ.ศรีศักร ชี้ลักษณะสำคัญว่าเป็นตำแหน่งที่มีพระป่ามาปฏิบัติธรรม โดยมีลานกว้างและแนวผนังผาที่มีช่องสี่เหลี่ยมปรากฏข้างผนัง สันนิษฐานว่าเป็นที่สอดโครงสร้างไม้สำหรับสิ่งปลูกสร้างในการประกอบพิธีกรรมตามฤดูกาล ทว่าชั้นดินทับถมสูงขึ้นจึงทำให้ช่องสอดไม้นั้นอยู่ในระดับต่ำจากความเป็นจริง หากรัฐบาลลาวสนับสนุนการขุดค้นทางโบราณคดีน่าจะพบหลักฐานใต้ผืนดินมากมาย

"ที่นี่มีลานให้คนจำนวนมากมาปฏิบัติธรรม ส่วนบนเขาหลังผาก็มีโขดหินและเพิงหินเหมาะสำหรับเป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ บริเวณผนังผาด้านหน้ามีภาพสลักพระพุทธรูปนั่งและยืน โดยเฉพาะพระพุทธรูปประธานสององค์บนเพิงผา ลักษณะของพระประธานแสดงถึงฝีมือช่างพื้นเมือง บ้างก็บอกว่าเป็นศิลปะแบบล้านช้าง แต่ถ้าดูเฉพาะพระเศียรจะเห็นว่าได้รับศิลปะแบบลพบุรี ส่วนชายผ้าและท่านั่งเป็นแบบทวารวดี-ลพบุรี"

อ.ศรีศักร สรุปตอนท้าย ว่าพุทธสถานทั้งฝั่งไทยและลาว ที่คณะเดินทางได้เยี่ยมชมมีลักษณะร่วมกัน นั่นคือเป็นสำนักวัดป่า หรือ "มหาวนาสี" ที่เห็นความสืบเนื่องของวัตรปฏิบัติ ของพระสงฆ์ตั้งแต่สมัยทวารวดี ลพบุรี จนมาบรรจบกับพุทธลังกาวงศ์ อันเป็นนิกายที่แพร่หลายในไทย ลาว กัมพูชา จนถึงปัจจุบัน
esso_oil no está en línea   Reply With Quote
Old February 18th, 2009, 05:11 PM   #423
esso_oil
esso_oil
 
Join Date: Feb 2009
Location: udonthani
Posts: 3,020
Likes (Received): 429

สยามธุรกิจ

ฉบับที่ 973 ประจำวันที่ 18-2-2009 ถึง 20-2-2009

นกแอร์หวังล้างขาดทุนสะสมหมด

นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันสายการบินนกแอร์ยังเหลือขาดทุนสะสมจากการดำเนินธุรกิจอีกกว่า 100 ล้านบาท และคาดว่าจะใช้เวลาอีก 2-3 เดือนจะล้างขาดทุนสะสม ได้หมดสิ้น

เนื่องจากในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมานกแอร์มีผลประกอบการมีกำไร และ สามารถล้างขาดทุนสะสมได้กว่า 100 ล้านบาท โดยเดือนตุลาคมมีกำไร 20 ล้านบาท เดือนพฤศจิกายนมีกำไร 20 ล้านบาท เดือนธันวาคม 2551 มีกำไร 42 ล้านบาท และเดือนมกราคม 2552 มีกำไร 40 ล้านบาท และหากผลประกอบการเป็นเหมือนช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาจะทำให้ล้างขาดทุนสะสมได้หมด ก่อนเป้าที่วางไว้ที่กำหนดล้างขาดทุนสะสมได้หมดในเดือนมิถุนายน 2552

ทั้งนี้ นกแอร์ต้องบริหารธุรกิจอย่างรอบคอบโดยเฉพาะปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจึงต้องมีการวางทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาว เนื่องจากที่ผ่านมาขยายตัวเร็วเกินไป ดังนั้นในปีนี้จะเน้นให้บริการในประเทศเป็นหลักด้วยการออกแพ็กเกจราคาพิเศษและเพิ่มบริการตามความ ต้องการของผู้บริโภค ในเบื้องต้นยังไม่มีแผนขยายเส้นทางบินในประเทศและต่างประเทศ ปัจจุบันนกแอร์ให้บริการเที่ยวบินใน 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ อุดรธานี นครศรีธรรมราช หาดใหญ่ ตรัง และล่าสุดกลับมาบินเส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ตอีกครั้ง พร้อม กับจัดแคมเปญ Let's Fly Back to the Beach บัตรโดยสารราคาเริ่มต้น 1,490 บาทต่อเที่ยว

ในปีที่ผ่านมานกแอร์ประสบภาวะขาดทุนอย่างหนักจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้นกแอร์ลดต้นทุนการบริหารงานด้วยการปิดเส้นทางบินในจังหวัดกระบี่ เชียงราย ฮานอย อินเดีย และภูเก็ต รวมทั้งเลิกจ้างพนักงาน 500 คน และลดเงินเดือนระดับผู้บริหาร ตลอดจนลดจำนวนเครื่องบินลง ทำให้ปัจจุบันสามารถดำเนินงานแบบมีกำไรได้

นายพาทีกล่าวอีกว่า แนวโน้มธุรกิจการบินในปีนี้เชื่อว่ายังมีทิศทางที่ดี เนื่องจากสถานการณ์การเมืองเริ่มนิ่ง และการเดินทางของคนต่างชาติในแถบเอเชีย รวมทั้งคนไทยยังไม่เปลี่ยนแปลงมาก ทำให้นกแอร์หันมาเจาะตลาดคนในประเทศมากขึ้น โดยเพิ่มสัดส่วนผู้โดยสารคนไทยจาก 70% เป็น 80% และลดสัดส่วนผู้โดยสารต่างชาติ เหลือ 20% จากเดิม 30%
esso_oil no está en línea   Reply With Quote
Old February 19th, 2009, 05:16 AM   #424
tagaowa
EnGage
 
tagaowa's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: UDON,KHONKAEN
Posts: 1,379
Likes (Received): 119

พาณิชย์ เตรียมเปิดฉาก มหกรรมการค้าลุ่มน้ำโขง ปี 52 กระชับสัมพันธ์ 5 ประเทศ พร้อมผลักดันตลาดส่งออกไทย

www.ThaiPR.net -- พุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2009 11:04:08 น.
กรุงเทพฯ--18 ก.พ.--อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น

กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ประกาศความพร้อมจัดงาน “มหกรรมการค้าลุ่มน้ำโขง ปี 2552” (Mekong Export Festival 2009: MEF 2009) มุ่งโชว์ศักยภาพสินค้าไทย เพิ่มขีดความสามารถการส่งออกพร้อมเปิดโอกาสเจรจาการค้าชายแดน นำร่อง 2 จังหวัด โหมโรงที่อุดรธานีก่อนโยกเวทีไปต่อที่อุบลราชธานี ตั้งเป้าขาช้อปทั้งชาวไทยและประเทศเพื่อนบ้าน แห่ร่วมงานกว่าแสนคน
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่คาดการณ์ว่าภาคส่งออกจะขยายตัวลดลง ทำให้หลายประเทศต่างพยายามหาทางปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น รัฐบาลไทยจึงมีนโยบายส่งเสริมสินค้าไทยฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจโลก โดยการจัดงานแสดงสินค้า “มหกรรมการค้าลุ่มน้ำโขง ปี 2552” (Mekong Export Festival 2009: MEF 2009) ขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี อุบลราชธานี มุกดาหาร และเชียงราย เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาด้านการส่งออกให้กับผู้ประกอบการ ในภูมิภาค ส่งเสริมการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่ติดกับประเทศลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า ซึ่งถือเป็นตลาดสำคัญที่ยังคงมีอัตราขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ในขณะนี้การจัดงานมีความคืบหน้าขึ้นมาก มีผู้ประกอบการ ผู้ผลิต ผู้ส่งออก ภาคเอกชนที่ต้องการสร้างโอกาสในการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และแสดงให้ผู้บริโภคในภูมิภาคได้เห็นถึงศักยภาพสินค้าและบริการ สนใจสมัครเข้าร่วมงานจำนวนมาก แบ่งเป็นผู้ผลิตผู้ส่งออกจากส่วนกลางร้อยละ 60 ผู้ผลิต ผู้ส่งออกในท้องถิ่น ร้อยละ 30 และเป็นผู้ผลิตจากประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะลาว อีกร้อยละ 10
สำหรับกำหนดการจัดงานดังกล่าว จะเริ่มขึ้นที่จังหวัดอุดรธานีเป็นแห่งแรก ระหว่างวันที่ 6 — 15 มีนาคม 2552 บริเวณทุ่งศรีเมือง มีสินค้ามาจัดแสดง 440 คูหา แบ่งเป็นผู้ประกอบการจากประเทศไทยในกลุ่มของผู้ส่งออก 149 ราย ส่วนภูมิภาค 148 ราย รวม 400 คูหา และผู้ประกอบการจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อีก 40 คูหา ไฮไลท์ของสินค้าที่นำมาแสดงและจำหน่ายในงาน ครอบคลุมสินค้าทั้งประเภทอุปโภคบริโภค อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม สินค้าอุตสาหกรรมเช่นเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น สินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงธุรกิจบริการต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว การศึกษา สุขภาพความงาม ตรวจสภาพรถ ตกแต่งรถ และธุรกิจแฟรนไชส์ และที่พิเศษสุดคือมุมสินค้าธงฟ้าตามคำเรียกร้องของผู้บริโภคในภูมิภาค
นางพรทิวา กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษต่างๆ มากมายที่ให้ทั้งความรู้และความบันเทิงเพื่อดึงความสนใจจากผู้เข้าชมงานทั้งจากจังหวัดใกล้เคียงและประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ การจัดนิทรรศการ การแสดงพื้นบ้าน การประกวดร้องเพลง การแสดงบนเวที การแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินมากมาย อาทิ เบนซ์ พรชิตา ณ สงขลา นกน้อย อุไรพร เฉลิมพล มาลาคำ ฝน ธนสุนทร แดง จิตรกร และศิลปินจากลาว หรั่ง สิทธิ์ประเสิรฐ แก้วจรัส
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น สินค้าลดราคาพิเศษ แจกของรางวัลที่คาดว่าจะดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าชมงานจำนวนมาก โดยเบื้องต้นคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนทั่วไป รวมถึงผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ กลุ่มนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านสนใจเข้าร่วมงานมากกว่า 100,000 คน และสามารถสร้างรายได้กว่า 100 ล้านบาท
“มหกรรมการค้าลุ่มน้ำโขง ปี 2552 จะเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของผู้ประกอบการบริเวณชายแดน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจากประเทศเพื่อนบ้านได้เห็นศักยภาพของสินค้าไทย ซึ่งจะนำไปสู่การขยายความสัมพันธ์ด้านการค้า — การลงทุนระหว่างประเทศ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายในภูมิภาค เสริมสภาพคล่องให้ผู้ส่งออกมีเงินทุนหมุนเวียน บรรเทาปัญหาการลดกำลังซื้อจากต่างประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคในภูมิภาคได้เลือกซื้อสินค้าคุณภาพส่งออกที่หลากหลาย ลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอีกด้วย” นางพรทิวา กล่าว
__________________
A E C bond
tagaowa no está en línea   Reply With Quote
Old February 19th, 2009, 09:56 AM   #425
esso_oil
esso_oil
 
Join Date: Feb 2009
Location: udonthani
Posts: 3,020
Likes (Received): 429

ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4081

ลงทุน11จังหวัดอีสานตอนบนวังเวงบีโอไออนุมัติแค่3ราย


บีโอไออีสานตอนบน เผยการลงทุนเดือนแรกของปีลดฮวบร้อยละ 92 เหตุขาดความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจและการเมือง ผู้ประกอบการได้รับอนุมัติแค่ 3 ราย


นางชุติมา พุ่มศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 ขอนแก่น ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 11 จังหวัด ในภาคอีสานตอนบน คือ ขอนแก่น, อุดรธานี, หนองคาย, เลย, สกลนคร, นครพนม, มหาสารคาม, กาฬสินธุ์, หนองบัวลำภู, ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร กล่าวว่า ในเดือนมกราคม 2552 มีโครงการที่ได้รับอนุมัติ ส่งเสริมการลงทุน 3 โครงการ เงินลงทุน 49.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับในช่วงเดียวกันในเดือนมกราคม 2551 มี 2 โครงการ มีเงินลงทุนสูงถึง 630 ล้านบาท

โครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทั้ง 3 โครงการ ประกอบด้วย 1)กิจการผลิตหรือถนอมอาหารพร้อมรับประทาน หรืออาหารกึ่งพร้อมรับประทาน บริษัท ต้มลาซานญ่า จำกัด สถานที่ตั้ง 667/2-3 ถนนกลางเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีกำลังผลิตอาหารแช่แข็ง ปีละประมาณ 290 ตัน มีเงินลงทุน 10 ล้านบาท การจ้างงาน 20 คน

2)กิจการผลิตปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยอินทรีย์ บริษัท เปว็อค จำกัด สถานที่ตั้ง ต.สว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร มีกำลังการผลิตปุ๋ยชีวภาพปีละ 280,000 กิโลกรัม มีเงินลงทุน 1.8 ล้านบาท การจ้างงาน 1 คน และ 3)กิจการผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ บริษัท สไตโรเมติก (ไทยแลนด์) จำกัด สถานที่ตั้ง 99 หมู่ 6 บ้านวังปลาฝา ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี มีกำลังการผลิตปีละ 1,300,000 ชิ้น มีเงินลงทุน 38 ล้านบาท การจ้างงาน 150 คน

สำหรับโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในเดือนมกราคม 2552 มีเพียงรายเดียว เงินลงทุน 45 ล้านบาท น้อยกว่าเดือนมกราคม 2551 มีจำนวน 4 ราย เงินลงทุน สูงถึง 129.20 ล้านบาท ดังนั้นภาพรวมการลงทุนในเดือนมกราคม 2552 พบว่า การลงทุนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมและโครงการที่ได้รับอนุมัติ และยังเป็นการลงทุนขนาดเล็ก ทำให้มูลค่าเงินลงทุนลดลงถึงร้อยละ 92

ส่วนแนวโน้มการลงทุนในเดือน ก.พ.2552 คาดว่า การลงทุนภาพรวมจะยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ด้วยกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจและการเมือง ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะออกนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อที่จะเร่งฟื้นฟูความ เชื่อมั่นแก่นักลงทุนและผู้บริโภค

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากการลงทุนในภาคอีสานจะซบเซาอย่างเห็นได้ชัดแล้ว ขณะนี้ยังมีสถานประกอบการจำนวนหนึ่งเริ่มทยอยเลิกจ้างงานแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจภาคอีสานว่า เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ มีรายงานการเลิกจ้างงานในภาคอีสาน เฉพาะเดือนมกราคม 2552 เพียงเดือนเดียว มีการเลิกจ้างงานไปแล้ว 2,463 คน จากสถานประกอบการ 41 แห่งส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดนครราชสีมา และยังคาดการณ์ว่า จะมีการเลิกจ้างงานเป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้นในระยะต่อไป
esso_oil no está en línea   Reply With Quote
Old February 19th, 2009, 10:40 AM   #426
ak
Registered User
 
Join Date: Dec 2005
Location: Udonthani - Nongkhai
Posts: 658
Likes (Received): 201

Quote:
Originally Posted by esso_oil View Post
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2401 15 ก.พ. - 18 ก.พ. 2552


เฟ้นธุรกิจช้างเผือกตจว.เข้าตลาดหุ้น ตลท. เผยมี 100 บริษัทมีศักยภาพ /"ชวรัตน์" ลั่นต้องทำได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ-มหาดไทย ระดมพลผู้ว่าราชการทั่วประเทศ คัด 100 ธุรกิจภูธรที่มีศักยภาพ ดึงระดมทุนในตลาดหุ้น "ชวรัตน์"เจ้ากระทรวงคลองหลอด ลั่นผู้ว่าฯต้องมีส่วนสำคัญในการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย "เอเชีย กรีน" ลุยไฟเข้าตลาดเอ็ม เอ ไอ 26 กุมภาฯนี้


วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และกระทรวงมหาดไทย จัดสัมมนาเรื่อง "ผู้ว่าราชการจังหวัด เฟืองหลักของเศรษฐกิจภูมิภาค" โดยเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงธุรกิจเพื่อเพิ่มโอกาสและสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจภูมิภาคด้วยการใช้ตลาดทุนเป็นช่องทางระดมเงินทุน เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจท้องถิ่นและเพิ่มการจ้างงาน โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานและกล่าวเปิดสัมมนา


นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการ ตลท. เปิดเผยว่า ตลท.เล็งเห็นความสำคัญของธุรกิจในภูมิภาคที่จะเข้ามาใช้ ตลท.เป็นแหล่งระดมทุน จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย เฟ้นหาช้างเผือกในต่างจังหวัดตั้งเป้าเป็นบริษัทใหม่ 100 บริษัท ให้เข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จากปัจจุบันที่บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทในภาคกลางและกรุงเทพฯ ประมาณ 404 บริษัท หรือคิดเป็น 77% โดยหวังจะเพิ่มสัดส่วนบจ.ต่างจังหวัด จากปัจจุบันมี 121 บริษัท หรือ 23% ซึ่ง ตลท.เชื่อว่ามีบริษัทในภูมิภาคหลายแห่งที่มีศักยภาพเข้ามาเป็น บจ.ใหม่ได้


นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนอกจากจะมีความสามารถด้านการปกครองแล้ว จะต้องมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดต้องค้นหาศักยภาพของจังหวัด พัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และในปีที่ผ่านมา พบว่าการค้าระหว่างจังหวัดชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านมีมูลค่ารวมกว่า 700,000 ล้านบาท ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงต้องมีส่วนสำคัญในการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย และจะต้องทำหน้าที่ป้องกันภัยพิบัติทางเศรษฐกิจของประเทศ ต้องช่วยเหลือประชาชนในท้องถิ่นในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วย ซึ่งการที่กระทรวงมหาดไทย จับมือกับ ตลท.ครั้งนี้ เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์ในการสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในต่างจังหวัดให้เติบโต


นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวเสริมว่า ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพกว่า 100 บริษัท ที่สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นกิจการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง โดยธุรกิจส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคเกษตร อาหาร และอุตสาหกรรม


ซึ่งจากนี้ไปจะมีการสานต่อโครงการดังกล่าว โดยจัดสัมมนาเป็นกลุ่มเล็กๆประมาณ 10-15 ราย ร่วมกับหอการค้าจังหวัด และสภาอุตสาหกรรม ซึ่งกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยังมีการร่วมประชุมทางไกลผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนต์ ทุกเดือน โดยตลท.จะร่วมให้ข้อมูลด้านภาวะเศรษฐกิจและการลงทุน จะเริ่มในจังหวัดสำคัญก่อน เช่น อุดรธานี ชลบุรี และระยอง เป็นต้น


นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ขอสนับสนุนแนวทางของตลท. เนื่องจากเป็นการเพิ่มช่องทางการระดมทุนให้กับกิจการในภูมิภาค และที่ผ่านมาจังหวัดราชบุรีก็ได้รับความร่วมมือจากตลท.อยู่แล้ว จนมีบริษัทที่สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ล่าสุด คือ ธุรกิจอาหารกระป๋อง เป็นต้น


นายขวัญชัย วงศ์นิติกร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ในจังหวัดสมุทรปราการนั้นมีกลุ่มอุตสาหกรรมที่หลากหลาย อาทิ อุตสาหกรรมฟอกหนัง สิ่งทอ และเหล็ก เป็นต้น ซึ่งทางจังหวัดสนับสนุนโครงการของตลท. เพราะถือเป็นอีกช่องของการระดมทุนให้กับภาคธุรกิจ แต่ไม่ถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนเท่ากับปัญหาแรงงานที่ทางจังหวัดจะให้ความสำคัญมากกว่า


นายวิชิต ชาตไพสิฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า สำหรับจังหวัดระยองยอมรับว่ายังมีบริษัทที่มีศักยภาพและสนใจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่บริษัทที่มีโอกาสจริง ๆ จะเป็นธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนไทยมากกว่า ถึงแม้ว่าจะมีธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งนิคมอุตสาหกรรม และชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่จะเป็นกิจการข้ามชาติ ที่มีศักยภาพและไม่มีปัญหาทางการเงิน ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะไม่สนใจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯมากนัก และยิ่งในสภาวะปัจจุบันธุรกิจข้ามชาติมองประเทศไทยเป็นลบ เพราะตอนนี้พนักงานคนไทยส่วนใหญ่เริ่มรวมตัวกันขอเงินเดือน และโบนัสเพิ่ม


อนึ่งล่าสุดวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด(มหาชน)(บมจ.)(AGE) เป็นหนึ่งในผู้นำของการเป็นผู้จัดจำหน่ายและนำเข้า ถ่านหินสะอาด (บีทูมินัส) จากต่างประเทศเพื่อจำหน่ายให้กับภาคอุตสาหกรรมใช้เป็นเชื้อเพลิงการผลิต ประกาศเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ โดยมี บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นแกนนำในการจัดจำหน่าย โดยเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไป(IPO) จำนวน 35 ล้านหุ้น กำหนดราคาไอพีโอที่ 6.50 เปิดให้นักลงทุนจองซื้อ 17-19 กุมภาพันธ์ นี้ พร้อมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ วันที่ 26 เดือนเดียวกัน
ปัจจุบันมีบริษัทของคนอุดรเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหุ้น SET คือ โรงพยาบาลวัฒนาการแพทย์ (NEW) อนาคตอันใกล้กลุ่มณุศาศิริก็จะเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เช่นเดียวกัน
ak no está en línea   Reply With Quote
Old February 19th, 2009, 06:10 PM   #427
esso_oil
esso_oil
 
Join Date: Feb 2009
Location: udonthani
Posts: 3,020
Likes (Received): 429

จังหวัดอุดรธานี ลงนามสัญญาก่อสร้างอาคาร 96 ปีหลวงตาบัวฯ (19/2/2009)

จังหวัดอุดรธานี ลงนามสัญญาสร้างอาคาร 96 ปี หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน โดยมีคณะสงฆ์และฆราวาสร่วมเป็นสักขีพยาน



ที่ห้องประชุม ชั้น 7 อาคารผู้ป่วยนอกและอำนวยการโรงพยาบาลอุดรธานี นายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาการก่อสร้าง อาคาร 96 ปี หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ระหว่างนายทนันชัย ตรังคานุกูลกิจ ผู้แทนหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน และนายธีรพล สันติโรจน์ประไพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโครงการ บริษัทอิตาเลี่ยนไทย ดีเลปเม้นท์ จำกัด วงเงิน 183,000,000 บาท (หนึ่งร้อยแปดสิบสามล้านบาท) โดยมีนายแพทย์พิชาติ ดลเฉลิมยุทธนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุดรธานี คณะสงฆ์และหัวหน้าส่วนราชการ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม ซึ่งในสัญญากำหนดแล้วเสร็จภายใน 540 วัน คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จประมาณเดือนสิงหาคม 2553
อาคาร 96 ปี หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เป็นอาคารขนาดอาคารกว้าง 19.5 เมตรxยาว 43.5 เมตร พื้นที่ใช้สร้อย 9,750 ตาราเมตร มี 10 ชั้น ชั้นที่ 1 เป็นห้องจ่ายยา ห้องคิดเงิน โถงอเนกประสงค์ ชั้น 2-ชั้น 7 เป็นห้องคนไข้สามัญทั่วไปชั้นละ 30 เตียงห้องคนไขพิเศษ ชั้นละ 7 ห้อง ชั้นที่ 8 เป็นห้องพิเศษ VIP 5 ห้องและห้องพิเศษรวม 1 ห้อง 6 เตียงชั้น 9และชั้น 10 ประกอบด้วยห้องSUPER VIP ชั้นละ 3 ห้อง ห้องพิเศษ VIP 6 ห้อง ห้องพระหรือห้องปฏิบัติธรรม 1 ห้อง
ทั้งนี้ภายหลังลงนามสัญญาก่อสร้างอาคาร 96 ปี หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ผู้แทนหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้ร่วมกับประชุมพิจารณาและติดตามความกว้าหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการต่างๆด้วย
สำหรับพุทธศาสนิกชน ประชาชนที่มีจิตศรัทธา ร่วมสมบททุนการก่อสร้างอาคาร 96 ปี หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน สามารถบริจาคได้ที่ วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี หรือโอนเข้าบัญชีผ้าป่า 84,000 กองโรงพยาบาลอุดรธานี โดยหลวงตามหาบัว ธนาคารกสิกรไทย สาขาเอกมัย เลขที่ 059-2-50100-9 ธนาคารกสิกรไทย สาขาอุดรธานี เลขที่ 110-2-20733-3 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาอุดรธานี เลขที่ 510-4-18734-8
............................................



ข้อมูลจาก :: ศรีภูมิ มุลชาภิรมย์ ส.ปชส.อุดรธานี วันที่ :: 19/2/2552
esso_oil no está en línea   Reply With Quote
Old February 19th, 2009, 06:15 PM   #428
esso_oil
esso_oil
 
Join Date: Feb 2009
Location: udonthani
Posts: 3,020
Likes (Received): 429

โครงการสร้าง ศูนย์พุทธมณฑลอุดรธานี
โดยคณะสงฆ์ พุทธบริษัท ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนทุกหมู่เหล่า

หลักการและเหตุผล
เนื่องในปีพุทธศักราช 2550 อันเป็นปีมหามงคล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในปีพุทธศักราช 2554 นับเป็นมหามงคลยิ่งของปวงชนชาวไทยได้ร่วมกันถวายความจงรักภักดี สร้างคุณงามความดีถวายพระองค์ท่าน
คณะสงฆ์จังหวัดอุดรธานี พร้อมทั้งพุทธศาสนิกชน ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมกันจัดโครงการ “สร้างศูนย์พุทธมณฑลเพื่อการศึกษาพุทะศาสนา และปฏิบัติธรรม อบรมเยาวชน”
ในการสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมครั้งนี้ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสศึกษา ปฏิบัติ เข้าใจหลักคำสอนทางพุทธศาสนาแล้วนำไปใช้ในการดำรงชีวิต ศีลธรรมก็เข้าสู่จิตใจของผู้ศึกษาและปฏิบัติ ความดีงามก็จะเกิดขึนในใจ สังคมก็จะดีงามไปด้วย และจะเป็นการถ่วงดุลกันระหว่างธรรมะกับวัตถุนิยมที่กำลังก้าวหน้าในทุกวันนี้
วัตถุประสงค์
1.เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและราชสักการะ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา พุทะศักราช 2550 และทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในปีพุทะศักราช 2554
2.เพื่อเป็นศูนย์พุทธมณฑลประจำจังหวัดอุดรธานี
3.เพื่อเป็นการตั้งมั่นแห่งพระพุทธศาสนา
4.เพื่อเป็นสถานที่เผยแพร่พระพุทธศาสนาและปฏิบัติธรรม จัดกิจกรรมสำคัญทางพุทธศาสนา
5.เพื่อเป็นพุทธอุทธยาน ศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน
6.เพื่อเป็นสมบัติของพุทธศาสนาสืบไป

ที่ตั้ง-เนื้อที่
สถานที่ตั้งโครงการ เขตอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ห่างจากตัวจังหวัด 25 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 500 ไร่ อยู่ระหว่างถนนอุดร-อำเภอบ้านดุง
บริจาคได้ที่สำนักงานโครงการก่อสร้างศูนย์พุทธมณฑลอุดรธานี ตึกธรรมเจดีย์ วัดโพธิสมภรณ์ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โทร. 042-347754 , 089-6174234
โอนปัจจัยเข้าบัญชี ชื่อ “ศูนย์ปฏิบัติธรรมอุดรธานี”
-ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนโพศรี อุดรธานี บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 110-2-17452-4
-ธนาคารทหารไทย สาขาถนนโพศรี อุดรธานี บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 465-2-11562-9
esso_oil no está en línea   Reply With Quote
Old February 20th, 2009, 06:53 AM   #429
tagaowa
EnGage
 
tagaowa's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: UDON,KHONKAEN
Posts: 1,379
Likes (Received): 119

ภาพกิจกรรมต่างๆ ใน UD Barzaa

จาก www.udonlink.com นะครับ
__________________
A E C bond
tagaowa no está en línea   Reply With Quote
Old February 20th, 2009, 06:54 AM   #430
tagaowa
EnGage
 
tagaowa's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: UDON,KHONKAEN
Posts: 1,379
Likes (Received): 119

/2/

__________________
A E C bond
tagaowa no está en línea   Reply With Quote
Old February 20th, 2009, 06:57 AM   #431
tagaowa
EnGage
 
tagaowa's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: UDON,KHONKAEN
Posts: 1,379
Likes (Received): 119

__________________
A E C bond
tagaowa no está en línea   Reply With Quote
Old February 20th, 2009, 06:58 AM   #432
tagaowa
EnGage
 
tagaowa's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: UDON,KHONKAEN
Posts: 1,379
Likes (Received): 119

__________________
A E C bond
tagaowa no está en línea   Reply With Quote
Old February 20th, 2009, 08:49 AM   #433
Chad
Kickimus Gluteus Maximus
 
Chad's Avatar
 
Join Date: Oct 2002
Location: Bangkok
Posts: 36,729
Likes (Received): 1509

สวยมาก เหมาะกับ อุดรธานี ดีแท้
__________________
You have the right to remain silent, everything you say will be misquoted and used against you in the forum

-Imate pravo da ćutite, sve što budete rekli može i biće upotrebljeno protiv vas na forumu

You know you love me. XOXO.
Chad no está en línea   Reply With Quote
Old February 21st, 2009, 08:24 AM   #434
esso_oil
esso_oil
 
Join Date: Feb 2009
Location: udonthani
Posts: 3,020
Likes (Received): 429

พระกรณียกิจของ"เจ้าหญิงนักกฎหมาย" ในตำแหน่งพนักงานอัยการ ณ จังหวัดอุดรธานี


ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2552 - เวลา 18:06:30 น.



วุฒิชัย พุ่มสงวน อัยการจังหวัดผู้ช่วย สำนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี เขียนถึงพระกรณียกิจของเจ้าหญิงนักกฎหมาย ตลอด 9 เดือน ในตำแหน่งพนักงานอัยการ ณ จังหวัดอุดรธานี คลิกอ่านโดยพลัน...


จากข่าวเนติบัณฑิตยสภา เล่มล่าสุด ได้ตีพิมพ์เรื่อง "พระกรณียกิจของเจ้าหญิงนักกฎหมายในตำแหน่งพนักงานอัยการ ณ จังหวัดอุดรธานี" ซึ่งเขียนโดย วุฒิชัย พุ่มสงวน อัยการจังหวัดผู้ช่วย สำนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี บทความเรื่องดังกล่าวมีสาระสำคัญน่าสนใจ ดังนี้

นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2551 ตราบจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาประมาณ 9 เดือน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงปฏิบัติราชการ ณ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งการปฏิบัติราชการและพระกรณียกิจของพระองค์ท่านเป็นที่ประจักษ์แก่พนักงานอัยการ ผู้พิพากษา พนักงานสอบสวน และประชาชนชาวจังหวัดอุดรธานี ว่าพระองค์ท่านได้ทรงทุ่มเทกับการปฏิบัติหน้าที่มากเพียงใด

...มีคำถามที่ได้รับอยู่เสมอว่า พระองค์ท่านมาทรงงานทุกวันหรือไม่ คำตอบคือ

พระองค์ท่านเสด็จมาปฏิบัติราชการที่สำนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานีทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เหมือนเช่นพนักงานอัยการและข้าราชการทุกคน และจะทรงงานอยู่จนถึงเวลาประมาณ 18.00 นาฬิกา เกือบทุกวัน เว้นแต่มีพระภารกิจอื่น ซึ่งพระองค์ท่านก็มักจะทรงจัดไว้ในช่วงวันเสาร์ วันอาทิตย์ หากมีภารกิจที่จำเป็นจริงๆ ก็จะไม่นัดความในวันดังกล่าว และเมื่อเสด็จกลับมาถึงก็รีบกลับมาสั่งสำนวนคดีให้เสร็จภายในกำหนดระยะเวลาครบนัด ครบประกัน และครบฝากขัง โดยสำนวนจะไม่มีค้างนัดต่อไป อันเป็นการแสดงว่าพระองค์ท่านทรงสนพระทัยกับการทำงานเป็นอย่างยิ่ง ส่วนในวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดราชการ พระองค์ท่านก็ทรงประทับอยู่ ณ ที่ประทับจังหวัดอุดรธานี และมักจะเสด็จไปที่วัดต่างๆ เพื่อสนทนาธรรมและตามสถานที่ต่างๆ ของจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อเยี่ยมเยือนประชาชน

การจ่ายสำนวนคดีให้กับพนักงานอัยการแต่ละท่านเป็นหน้าที่ของอัยการจังหวัด โดยอัยการจังหวัดจะจ่ายสำนวนคดีตามความยากง่าย หนัก เบา และตามลำดับอาวุโสของพนักงานอัยการแต่ละท่าน แต่สำนวนคดี ที่พระองค์ทรงได้รับถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างยากถึงยากมาก และจะมีจำนวนสำนวนคดีใกล้เคียงกับพนักงานอัยการท่านอื่นๆ สำนวนคดีที่ว่ายากของพนักงานอัยการนั้น อาทิ สำนวนที่เป็นความผิดหลายบทหลายกรรม ความผิดที่เกี่ยวกับเอกสาร การฉ้อโกงต่างๆ คดีที่ข้าราชการทำความผิด หรือคดีที่เป็นที่สนใจของประชาชนและสื่อมวลชน เพราะการร่างฟ้องและการนำสืบจะสลับซับซ้อน การถวายสำนวนยากๆ ซับซ้อนนั้นเป็นพระประสงค์ของพระองค์ท่านเองที่ต้องการฝึกฝนให้มีความชำนาญในการสั่งสำนวนและการว่าความเพื่อให้เหมาะสมกับพระปรีชาสามารถที่ทรงสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอกทางกฎหมาย โดยพระองค์ท่านเองก็ทรงแสดงความสามารถในการสั่งสำนวนที่ยากและซับซ้อนให้ดูง่ายลงถนัดตาม การสั่งสำนวนของพระองค์ท่านจะไม่ใช้คอมพิวเตอร์ แต่ทรงสั่งสำนวนด้วยลายพระหัตถ์ ไม่ว่าสำนวนจะยาวกี่หน้าก็ตาม ซึ่งลายพระหัตถ์ของพระองค์ท่านอ่านง่าย ใช้สำนวนภาษาตามหลักภาษาไทยได้ถนัดชัดเจนสละสลวย การสั่งสำนวนแต่ละครั้งจะทรงตรวจสอบสำนวนโดยละเอียด ทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพื่อลำดับเหตุผลและปรับข้อกฎหมายให้ชัดเจน การสั่งสำนวนคดีจึงเป็นไปด้วยความเที่ยงธรรม ไม่ว่าจะเป็นกรณีสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง มีหลายครั้งที่พระองค์ท่านทรงสั่งพนักงานสอบสวนให้แจ้งข้อหาเพิ่มเติม เพราะพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหามาไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกตัองตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนคดี บ่อยครั้งที่พระองค์ท่านทรงโทรศัพท์ไปหาพนักงานสอบสวนด้วยพระองค์เองเพื่อทรงแนะนำการทำสำนวนให้ถูกต้องตามข้อกฎหมายและระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุด โดยพนักงานสอบสวนไม่ทราบว่าเป็นพระองค์ท่าน อันแสดงถึงพระอัจฉริยภาพในเรื่องความแม่นยำในข้อกฎหมายและระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุด ทั้งความไม่ถือพระองค์ในการปฏิบัติราชการเพื่อให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีและถูกต้อง ทุกครั้งที่พระองค์ตรัสกับพนักงานสอบสวนก็จะเรียกแทนพระองค์สั้นๆ ว่า "อัยการ"

ในเรื่องการสืบพยาน พระองค์ท่านทรงมีความชำนาญเป็นอย่างยิ่ง ด้วยพระอุปนิสัยส่วนพระองค์ที่เป็นผู้มีความช่างสังเกตและมีความทรงจำที่แม่นยำแม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทั้งในชีวิตประจำวันและในสำนวนคดี พระองค์ท่านสามารถมองเห็นข้อพิรุธของพยานได้อย่างง่ายดาย มีหลายครั้งที่สามารถจับพิรุธพยานโดยการถามค้านได้โดยคาดไม่ถึง พระองค์ท่านทรงใส่ใจอย่างมากในการว่าความ หากจะมีการสืบพยานก็จะทรงอ่านและศึกษาสำนวนอย่างละเอียด การถามพยานแต่ละปากนั้นนับว่าเป็นไปโดยถี่ถ้วน หากมีข้อเท็จจริงที่ต้องค้นหาจากพยานปากใดๆ ก็จะค่อยๆ ถามเป็นลำดับขั้นเพื่อให้พยานอธิบายได้ไม่สับสน ศาลสามารถจดบันทึกคำเบิกความได้โดยง่าย การถามความพยานนั้นบางครั้งพระองค์ท่านก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงสำหรับพยานปากเดียวที่เป็นปากสำคัญ โดยการถามความก็นับว่าเป็นเรื่องที่ยากอยู่แล้ว แต่ยิ่งพยานมาพบพระองค์ท่านก็จะยิ่งตื่นตกใจเพราะไม่คาดคิดว่าจะได้พบพนักงานอัยการเป็นพระองค์ท่าน ซึ่งเมื่อพระองค์ท่านเริ่มจับได้ว่าพยานตื่นเต้นเพราะต้องขึ้นให้การกับพระองค์ท่านทำให้ตอบคำถามได้ไม่ดี จึงทรงแก้ไขด้วยการให้พนักงานสอบสวนนำตัวพยานมาซักถามเรื่องทั่วๆ ไปให้หายตื่นเต้นก่อน วันนัดพิจารณาความพยานหลายคนที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าก็มีอาการตื่นตกใจในครั้งแรก สอบถามว่าจะต้องวางตัวอย่างไร ใช้ภาษาอย่างไร แต่หลังจากได้กราบทูลสนทนากับพระองค์ท่านก็จะได้สัมผัสถึงความไม่ถือพระองค์และพระเมตตาของพระองค์ท่าน จึงคลายความตื่นเต้นลงและสามารถใช้ภาษาธรรมดา ซึ่งพระองค์ท่านก็ไม่ทรงถือสา อันเป็นการบรรลุถึงการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการอย่างครบถ้วนสมบูรณ์

ส่วนในการสอบสวนพยานเด็ก ในกรณีที่ผู้เสียหาย หรือพยาน หรือผู้ต้องหาเป็นเด็กมีอายุไม่เกินสิบแปดปีนั้น พระองค์ท่านก็ทรงเข้าร่วมการสืบพยานเด็กด้วยพระองค์เองตามหน้าที่พนักงานอัยการ ทรงสอบถามเด็กผ่านนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ และคอยควบคุมการสอบสวนหากยังขาดข้อเท็จจริงใด พระองค์ท่านก็จะทรงแนะนำพนักงานสอบสวนให้สอบถามให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะหากต้องสอบสวนเพิ่มเติมพยานเด็กก็จะเกิดความยุ่งยาก เพราะต้องมีผู้เข้ามาเกี่ยวข้องหลายฝ่าย แต่ในส่วนการชันสูตรพลิกศพนั้น พระองค์ท่านก็ทรงร่วมเข้าเวรชันสูตรด้วย แต่ยังไม่มีโอกาสได้ชันสูตร เพราะยังไม่เคยมีเหตุตามกฎหมายในรอบเวรของพระองค์ท่านเลย

ประชาชนชาวจังหวัดอุดรธานีเอง หลังจากที่ทราบว่าพระองค์ท่านมาทรงปฏิบัติราชการที่จังหวัดอุดรธานีก็หวังจะได้ชื่นชมพระบารมีของพระองค์ท่าน เคยมีพยานเป็นหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งได้มาเป็นพยานในคดีพระองค์ท่านในฐานะผู้เสียหาย หลังจากสืบพยานกันเสร็จแล้วได้มีโอกาสกราบทูลพระองค์ท่านว่า นับแต่ได้ทราบว่าพระองค์ท่านมาทรงงานเป็นพนักงานอัยการที่จังหวัดอุดรธานี ก็ไปจุดธูปบนบานว่าขอให้พนักงานอัยการที่ดูแลคดีของตนเป็นพระองค์ท่าน แล้วก็ได้จริงๆ ดีใจมาก เมื่อพระองค์ท่านทราบ ท่านก็ทรงพระสรวลแล้วรับสั่งว่า "บนวัดไหน เดี๋ยวเราจะไปบนบ้าง"

ในส่วนการบรรยายกฎหมายซึ่งถือเป็นหน้าที่อันสำคัญยิ่งของพนักงานอัยการที่จะต้องคุ้มครองสิทธิของประชาชนด้วยการให้ความรู้ความเข้าใจเพื่อลดจำนวนคดีอันเป็นงานในเชิงรุก พระองค์ท่านก็ทรงปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งการออกเผยแพร่กฎหมาย การบรรยายกฎหมายในทุกระดับผู้ฟัง โดยทรงบรรยายให้กับประชาชนทั่วไปในเรื่องหน้าที่ตามกฎหมาย กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ในเรื่องง่ายๆ ทั่วๆ ไป ที่อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี และในเรื่องที่พระองค์ท่านมีพระปรีชาสามารถเป็นอย่างยิ่ง และบรรยายในข้อกฎหมายได้อย่างลึกซึ้ง คือเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งพระองค์ทรงเลือกบรรยายให้กับนักศึกษาระดับอุดมศึกษาในเรื่องเชิงทฤษฎีกฎหมายต่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ถึง 2 ครั้งคราว และทรงบรรยายพิเศษในเรื่องพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ให้กับพนักงานสอบสวนทั้งจังหวัดอุดรธานีในเชิงปฏิบัติ เนื่องจากพระองค์ท่านเคยทรงงานในสำนักงานคดียาเสพติดเป็นเวลากว่า 6 เดือน ได้พบปัญหาในการปฏิบัติงานเป็นจำนวนมากและได้ทรงแนะนำเพื่อให้พนักงานสอบสวนปรับปรุงในเรื่องการทำสำนวนคดียาเสพย์ติดและคดีอาญาทั่วไปในส่วนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมกิจการงานตรวจพิสูจน์ยาเสพย์ติดและการตรวจประวัติอาชญากรด้วย

ในส่วนพระภารกิจในฐานะพระบรมราชจักรีวงศ์นั้น พระองค์ท่านทรงปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทั้งในส่วนพระราชพิธีในการทรงเสด็จร่วมงานสำคัญต่างๆ ของจังหวัด การเปิดสวนสาธารณะ การเปิดงานกาชาดประจำปี และโครงการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง โดยมีการลงนามยุติความรุนแรง และการขี่จักรยานรณรงค์รอบเขตเทศบาลนครอุดรธานี การจัดนิทรรศการเพื่อเผยแพร่ความรู้และกระตุ้นจิตสำนึก ในส่วนการเกื้อกูลอาณาประชาราษฎร์ เมื่อมีเหตุการณ์น้ำท่วม จังหวัดหนองคาย หนองบัวลำภู เมื่อพระองค์ท่านทรงทราบความก็นำเครื่องยังชีพโดยมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ไปประทานให้แก่ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน และมีโครงการส่วนพระองค์ที่อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี และที่จังหวัดหนองคาย หลังจากน้ำท่วมลดลงแล้ว เป็นโครงการแนะนำการปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้ยังชีพอยู่ไปได้อย่างยั่งยืน โดยพระองค์ท่านมีแนวพระดำริว่า "เพื่อเป็นกำลังใจในการดำเนินชีวิต สามารถเลี้ยงดูตนเองได้ และเมื่อเลี้ยงตนเองเพียงพอแล้วก็เผื่อแผ่แก่ผู้อื่นต่อไป" อันเป็นปรัชญาที่เรียบง่าย แต่ลึกซึ้ง ดำเนินตามแนวพระราชดำริ "พอเพียง"

ในเรื่องส่วนพระองค์นั้น พระองค์ท่านทรงโปรดการออกกำลังกายเป็นอย่างยิ่ง ทั้งการวิ่ง ขี่จักรยาน แชร์บอล จนที่สำนักงานอัยการพร้อมใจกันถวายพระนามว่า "เจ้าหญิงนักกีฬา" พระองค์ท่านทรงโปรดการวิ่งออกกำลังกายรอบหนองประจักษ์ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของจังหวัดอุดรธานี เป็นระยะทางกว่าสามกิโลเมตร แต่พระองค์ท่านทรงใช้เวลาวิ่งไม่ถึงยี่สิบนาที อันแสดงถึงพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง การเสด็จไปเสวยพระกระยาหารนั้นก็ทรงไม่ถือพระองค์ บ่อยครั้งที่ทรงเสวยในร้านอาหารธรรมดา เป็นร้านส้มตำริมสวนสาธารณะหนองประจักษ์นั่นเอง ไม่ต้องมีการปิดร้านอาหาร หรือใช้ภาชนะราคาแพงพิเศษ ทรงโปรดการเสวยแบบเรียบง่าย พ่อค้าแม่ค้าที่เปิดร้านอาหารก็อยากให้พระองค์เสด็จไปที่ร้าน จึงแข่งขันพัฒนาร้านอาหารให้มีรสชาติอร่อย สะอาด สวยงาม ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไปอย่างยิ่ง ประชาชนชาวอุดรธานีจึงพร้อมใจกันถวายความจงรักภักดีด้วยการสวมเสื้อสีแสดอันเป็นสีประจำพระองค์ ทุกวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นวันประสูติ

การที่พระองค์ท่านเสด็จมาทรงงานในตำแหน่งอัยการจังหวัดผู้ช่วย ณ สำนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานีนี้ นับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่กระบวนการยุติธรรมและอุดมเป็นมงคลแก่ชาวจังหวัดอุดรธานี โดยพระองค์ท่านได้ทรงประพฤติพระองค์เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความเคร่งครัด มีประสิทธิภาพ สมควรที่เราทุกคนซึ่งเป็นผู้ศึกษาและเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมจะเดินตามแนวทางที่เจ้าหญิงนักกฎหมายทรงปฏิบัติ
esso_oil no está en línea   Reply With Quote
Old February 21st, 2009, 12:23 PM   #435
marut
The Train Photo Spotter
 
marut's Avatar
 
Join Date: Jan 2006
Location: Siamese Empire
Posts: 6,798
Likes (Received): 2309

อ่านบทความข้างบนแล้ว รู้สึกตื้นตันใจ และดีใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ประเทศไทยเรามีพระราชวงศ์ผู้เสียสละความสุขสบายส่วนพระองค์ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่อาณาประชาราษฎร์อย่างแท้จริง ทั้งพระองค์ภาฯ และพระราชวงศ์พระองค์อื่นๆ

ขออำนาจพระศรีรัตนตรัย พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ทรงอภิบาลบันดาลดล ให้พระบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานด้วยเทอญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
__________________
พ ร ะ เ จ้ า อ ยู่ หั ว
W E T H E K I N G B H U M I B H O L

เพลงในหลวงของแผ่นดิน
-----------------
แผ่นดินนี้คือบ้าน คือแดนสวรรค์แสนสุขใจ... มีทุกอย่างที่ดีเพราะใคร ฉันจะไม่ลืม....
marut no está en línea   Reply With Quote
Old February 23rd, 2009, 04:08 PM   #436
ak
Registered User
 
Join Date: Dec 2005
Location: Udonthani - Nongkhai
Posts: 658
Likes (Received): 201

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11307 มติชนรายวัน


"อุดรธานี"เปลี่ยนไป? เมืองน่าอยู่ศูนย์กลางอีสานบน

โดย ยุทธพงษ์ กำหนดแน่


ข่าวคราวของจังหวัดอุดรธานีในระยะหลังๆ มานี้สร้างความประหลาดใจให้กับคนในแวดวงต่างๆ อยู่ไม่น้อย

นับแต่เหตุการณ์ยกพวกตีกันกลางสวนสาธารณะ "หนองประจักษ์" ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กับชมรมคนรักอุดรฯ ไปจนถึงเหตุการณ์ของวัน 14 กุมภาพันธ์ 2552

จึงเกิดคำถามมากมาย ว่า "เกิดอะไรขึ้นกับจังหวัดที่น่าอยู่จังหวัดนี้?"

หากย้อนหลังเรื่องราวของเมืองอุดรธานีไปไม่ไกลนัก ราว พ.ศ.2515-2518 อุดรธานีได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่ก้าวล้ำนำหน้าจังหวัดอื่นๆ ในภาคเดียวกัน ด้วยเหตุเพราะเป็นพื้นที่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเข้ามาตั้ง "ฐานทัพ" จึงนำพาความเจริญก้าวหน้าต่างๆ ทั้งความรู้และเทคโนโลยีสู่จังหวัดอุดรธานีด้วย

เมื่อทหาร "จีไอ" ถอนทัพกลับ ก็เข้าสู่ยุคชาวไร่ชาวนาเดินทางไปทำงานในตะวันออกกลาง กระทั่งตัวเลขของคนงานในบริษัทจัดหางานทั้งหลาย มีจำนวนคนจากจังหวัดอุดรธานีมากที่สุด นำหน้าคนถิ่นอื่น จนมีการตั้งฉายาอุดรธานี เป็น "ซาอุดร" ซึ่งล้อมาจาก "ซาอุดีอาระเบีย"

และไม่นานมานี้เกิดคำขึ้นใหม่ "เขยอุดร" ที่ทำให้ภาพของเมืองอุดรธานีเปลี่ยนไปอีกครั้ง เพราะฝรั่งตาน้ำข้าว เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาแต่งงานกับผู้หญิงไทยที่อุดรธานีมากที่สุดในประเทศ

เป็นภาพของจังหวัดอุดรฯ ที่ติดตาคนภาคอื่นมาจนปัจจุบัน

หากย้อนหลังกลับไปไกลกว่านั้น ความจริงแล้ว อุดรธานี เป็นเมืองศูนย์กลางแห่งการค้าขายมาตั้งแต่อดีต

จังหวัดอุดรธานีปรากฏในประวัติศาสตร์ เมื่อราว พ.ศ.2117 เมื่อพระเจ้ากรุงหงสาวดี ทรงเกณฑ์ทัพไทยให้ไปช่วยตีกรุงศรีสัตนาคนหุต หรือเมืองเวียงจันทน์ โดยให้สมเด็จพระมหาธรรมราชา กับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยกทัพไปช่วยรบ

แต่เมื่อกองทัพไทยมาถึง เมืองหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของเมืองเวียงจันทน์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชประชวรด้วยไข้ทรพิษ จึงยกทัพกลับ และเมืองหนองบัวลำภูนี้เองสันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองที่มีความเจริญมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจ

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2369-2371 เกิดกบฏเจ้าอนุวงศ์ยกทัพเข้ามายึดเมืองนครราชสีมา ท้าวสุรนารีนำชาวเมืองออกต่อสู้จนกองทัพเจ้าอนุวงศ์ถอยไปตั้งรับที่เมืองหนองบัวลำภู และได้ต่อสู้กับกองทัพไทยและชาวเมืองหนองบัวลำภูจนทัพเจ้าอนุวงศ์แตกพ่ายไป
ต่อมาปี พ.ศ.2428 สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พวกฮ่อได้รวมตัวกันก่อการร้ายในมณฑลลาวพวนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง และมีท่าทีจะรุนแรงยิ่งขึ้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม (ในขณะนั้น) เป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้ ยกทัพไปปราบปรามพวกฮ่อ

ในเวลานั้นยังไม่ปรากฏชื่อเมืองอุดรธานี แต่ปรากฏชื่อ บ้านหมากแข้ง หรือ บ้านเดื่อหมากแข้ง สังกัดเมืองหนองคาย ขึ้นกับมณทลลาวพวน

ในที่สุดกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมยกทัพเดินผ่านบ้านหมากแข้งไปปราบปรามพวกฮ่อจนสงบ

คำว่า "อุดรธานี" มาปรากฏขึ้นเป็นชื่อเมืองเมื่อ พ.ศ.2450 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้มีกระแสพระบรมราชโองการให้จัดตั้งเมืองอุดรธานีขึ้นที่ บ้านหมากแข้ง อยู่ในการปกครองของมณฑลอุดร

หลังการเปลื่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2475 แล้วได้มีการปรับปรุงระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินใหม่ ยกเลิกการปกครองในระบบมณฑลในส่วนภูมิภาค ยังคงเหลือเฉพาะจังหวัดและอำเภอเท่านั้น มณฑลอุดรจึงถูกยุบเลิกไปเหลือเพียง "จังหวัดอุดรธานี"

นับแต่วันนั้นผู้คนจากทุกสารทิศเดินทางหลั่งไหลสู่จังหวัดอุดรธานีเพื่อสร้างบ้านแปลงเมือง ลงหลักปักฐาน อุดรธานีกลายเป็นแหล่งลงทุนขนาดใหญ่ นอกเหนือจากคนไทยพื้นถิ่น และจังหวัดต่างๆ แล้ว ยังมีชาวลาว ชาวจีน ชาวเวียดนามเหนือ-ใต้ กระทั่งมาถึงชาวอเมริกันในปัจจุบันที่มาพำนักอาศัยอยู่ในอุดรธานี

เฉพาะแค่ชาวจีนมีถึง 10 ตระกูลแซ่

ปัจจุบันเมืองอุดรธานียังคงเป็นเมืองค้าขาย โดยกลายเป็นเมืองศูนย์กลางอีสานตอนบน เนื่องจากเป็นจุดพักคน พักสินค้า ก่อนส่งค้าขายกับหัวเมืองข้างเคียง และข้ามไปจนถึงสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปปล.) นักสู้ทางธุรกิจทุกหัวระแหงก็มารวมกันที่อุดรธานี จึงทำให้เศรษฐกิจของเมืองเข้มแข็งอยู่ในเกณฑ์ดี

ประชากร 1,500,000 คน มีรายได้จากผลผลิตการเกษตร ข้าวเหนียว 1,900,000 ไร่ อ้อย 440,0000 ไร่ มันสำปะหลัง 199,000 ไร่ และยางพารา 160,000 ไร่

มีทรัพยากรธรรมชาตินำขึ้นมาใช้แล้วคือ "ก๊าซธรรมชาติ" และยังมีรายได้จากไปขายแรงงานต่างประเทศซึ่งมีมากกว่า 25,000 คน และรายได้เข้าประเทศมาจากเขยชาวต่างชาติกว่า 2,000 คน
(ซ้าย) ดอกทองกวาวกำลังเบ่งบานเต็มต้น (ขวา) อุทธยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท




ในด้านกำลังซื้อ อุดรธานีมีกำลังซื้อค่อนข้างสูง ส่งผลให้เกิดการลงทุนจากภายนอก อาทิ ห้างแม็คโคร บิ๊กซี โลตัส โรบินสัน และคาร์ฟูร์ โดยห้างท้องถิ่นก็ยังยืนหยัดต่อสู้ได้ ไม่ว่าจะเป็น ตั้งงี่สุน เซฟมาร์ท และท็อปเวิร์ด

นอกจากนี้ยังมีการลงทุนของ โฮมโปร, โกลบอลเฮ้าส์ และอินเด็กซ์ แข่งกับห้างในท้องถิ่น ทูลโปรพลัส อุดรนำธงชัย หรือยูเคซี ลงทุนปรับตัวสู้แบบไม่ถอยเหมือนกัน

สวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานหอการค้า จ.อุดรธานี กล่าวว่า ชาวอุดรธานีช่วยกันทุกส่วน ร่วมกันผลักดันให้อุดรธานีก้าวมาถึงขั้นนี้

ใครใคร่ค้าค้า ที่นี่ไม่มีอิทธิพล เจ้าพ่อ พ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง หรือนายหัว และไม่คัดค้านที่ห้างขนาดใหญ่มาลงทุน เฉพาะในตัวเมืองอุดรธานี ถ้าอยากจะมาอีกก็ยินดีต้อนรับ เพราะเชื่อว่านักธุรกิจท้องถิ่นยังสู้ได้ ห่วงก็แต่ในระดับอำเภอว่าจะทำอย่างไรให้พ่อค้าปรับตัวทัน" ประธานหอการค้าจังหวัดกล่าว

สิ่งที่ยืนยันว่าอุดรธานีเป็นเมืองน่าอยู่ มาจากอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่ไม่ใช่คนอุดรฯโดยกำเนิด แต่ต้องมนต์เสน่ห์เดินทางไปปักหลักสร้างฐานที่อุดรฯ หลังเกษียณ นับนิ้วดูมีตั้งแต่อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด สายสิทธิ พรแก้ว, สุพร สุภสร, สมัย ฮมแสน, สันติ เกรียงไกรสุข, ชัยพร รัตนะนาคะ, ไพรัช สกลพันธ์ และจารึก ปริญญาพล ไม่นับรองผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด และหัวส่วนหน่วยงานอื่น

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ อุดรธานีมีอายุครบ 116 ปี และเพิ่งจัดงานฉลองกันไปหยกๆ

"อำนาจ ผการัตน์" ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นลูกหลานชาวบ้านเชียง คนอุดรธานีขนานแท้ อยากให้อุดรธานี มีเกียรติภูมิ เกียรติยศเหมือนที่ผ่านมา

"ตอนเป็นผู้ว่าฯที่เมืองกาญจน์นั้น เห็นข่าวที่เกิดขึ้นในจังหวัดอุดรฯ ก็น้ำตาซึม เราชาวอุดรธานีได้สูญเสียเกียรติภูมิ เกียรติยศ ที่สั่งสมมายาวนาน ไม่รู้อีกนานแค่ไหน เราจะทวงคืนมาได้...

...ทั้งคนเสื้อแดง เสื้อเหลือง และชาวอุดรธานี ต้องช่วยกันทวงคืนเกียรติยศ อุดรธานีล้วนเป็นคนเสื้อสีแสด สีของดอกทองกวาว ซึ่งเป็นสีประจำจังหวัดของเรา"

อุดรธานีนับแต่วันนี้ไปจะเป็นอย่างผู้ว่าราชการจังหวัดวาดหวังไว้หรือไม่ ต้องติดตาม...



สิ่งยึดเหนี่ยวของชาวอุดรธานี

นับว่ามีส่วนสำคัญอย่างมาก ช่วยนำทางให้เมืองอุดรธานีสงบสุข ซึ่งในส่วนตัวเมืองอุดรธานีนั้นมี 7 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ผู้มาเยือนควรไปสักการะกราบ

ไหว้ ได้แก่ 1.อนุสาวรีย์ พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้สร้างเมืองอุดรธานี ทุกวันที่ 18 มกราคมของทุกปี จะมีพิธีรำบวงสรวงของหญิงอุดรฯในชุดสีแสด

2.หลวงพ่อนาค วัดมัชฌิมาวาส 3.ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง 4.พระพุทธโพธิ์ทอง 5.ท้าวเวสสุวัณ บริเวณสนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี ที่ชาวอุดรธานีร่วมกับบริจาคทรัพย์มากกว่า 15 ล้านบาท ปรับปรุงให้สวยงาม

6.ศาลเทพารักษ์ หน้าพระตำหนักหนองประจักษ์ 7.ศาลเจ้าปู่-ย่า ริมหนองบัววังมัจฉา



สถานที่ท่องเที่ยวในอุดรธานี

ในยามนี้ที่อุดรธานี ดอกทองกวาว ดอกไม้ประจำจังหวัดอุดรธานี กำลังอวดสีแสดสดใส สะพรั่งทั่วทั้งต้นตามริมถนน-ท้องไร่ท้องนา ต้อนรับผู้คนเดินทางมาเยือน ไม่ว่าจะเป็นมรดกโลกบ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ที่เพิ่งใช้งบประมาณ 67 ล้านบาท ทำการปรับปรุงอาคารพิพิธภัณฑ์ จัดห้องนิทรรรศการ พื้นที่โดยรอบชุมชนบ้านเชียง อุทธยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อ.บ้านผือ

ซึ่งเดือนกรกฎาคม 2552 จะมีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่ประเทศสเปน เพื่อพิจารณาว่า ภูพระบาท จะได้เป็นมรดกโลกหรือไม่ ถ้าได้เป็น อุดรธานีก็จะฉลองใหญ่อีก

หรือจะไปท่องเที่ยวที่คำชะโนด ดินแดนมหัสจรรย์ อ.บ้านดุง แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ภูฝอยลม อ.หนองแสง ตลอดจนทะเลดอกบัวแดงในพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งเดียวในอีสานตอนบน มีความหลากหลายทางชีวภาพ

หนองหาน อ.กุมภวาปี ชมความสวยงามไม้ตัดดอก บ.ห้วยสำราญ ต.หนองไฮ อ.เมือง ถ้ายังไม่หนำใจก็ข้ามไปเที่ยว จ.หนองคาย จ.เลย หรือข้ามไปเที่ยวที่ สปปล. เลยไปจนถึงเมืองหลวงพระบาง

ใครที่จะเดินทางมาอุดรธานี มาได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถยนต์โดยสาร ตามถนนมิตรภาพ จาก กทม. 564 กม. รถไฟจากหัวลำโพงทุกวัน เครื่องบินจากดอนเมืองวันละ 6 เที่ยว จากสุวรรณภูมิวันละ 2 เที่ยว เชียงใหม่สัปดาห์ละ 2 เที่ยว และเมืองหลวงพระบางสัปดาห์ละ 2 เที่ยว ขณะที่พักมีโรงแรมระดับ 2-5 ดาว รีสอร์ท และห้องเช่ากว่า 2,000 ห้อง

มาที่อุดรธานีสวมเสื้อสีไหนก็ได้ครับ....

หน้า 20
ak no está en línea   Reply With Quote
Old February 24th, 2009, 05:46 AM   #437
esso_oil
esso_oil
 
Join Date: Feb 2009
Location: udonthani
Posts: 3,020
Likes (Received): 429


เพิ่มเติมสำหรับสิ่งศักดิ์สิทธิ คู่บ้านคู่เมืองอุดรธานี (ซึ่งมามากกว่า 7 แห่ง) เฉพาะในเขตอำเภอเมือง นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ยังมี
- หลวงพ่อพุทธรัศมี พระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ องค์พระประธานแห่งวัดโพธิสมภรณ์
- พระบรมสารีริกธาตุ ที่ประดิษฐาน ณ วัดบ้านจิก
- วัดป่าบ้านตาด
- และที่อยู่ระหว่างก่อสร้างคือ พระธรรมเจดีย์ ที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ และอัฐิธาตุ ของ 9 พระเกจิอาจารย์ ณ วัดโพธิสมภรณ์
esso_oil no está en línea   Reply With Quote
Old February 24th, 2009, 05:56 AM   #438
esso_oil
esso_oil
 
Join Date: Feb 2009
Location: udonthani
Posts: 3,020
Likes (Received): 429


เพิ่มเติมสำหรับสิ่งศักดิ์สิทธิ คู่บ้านคู่เมืองอุดรธานี (ซึ่งมามากกว่า 7 แห่ง) เฉพาะในเขตอำเภอเมือง นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ยังมี
- หลวงพ่อพุทธรัศมี พระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ องค์พระประธานแห่งวัดโพธิสมภรณ์
- พระบรมสารีริกธาตุ ที่ประดิษฐาน ณ วัดบ้านจิก
- วัดป่าบ้านตาด
- และที่อยู่ระหว่างก่อสร้างคือ พระธรรมเจดีย์ ที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ และอัฐิธาตุ ของ 9 พระเกจิอาจารย์ ณ วัดโพธิสมภรณ์
esso_oil no está en línea   Reply With Quote
Old February 24th, 2009, 07:28 AM   #439
esso_oil
esso_oil
 
Join Date: Feb 2009
Location: udonthani
Posts: 3,020
Likes (Received): 429

พระพุทธรัศมี

หลวงพ่อพระพุทธรัศมี พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ แห่งวัดโพธิสมภรณ์ มีอภินิหารเลื่องลือด้านโชคลาภ ความปลอดภัย ความสำเร็จ และความเจริญรุ่งเรือง เป้นที่เคารพศรัทธาของประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะถ้าได้กราบไหว้บูชาอธิษฐานขอพร โชคลาภ ความสำเร็จ ความเจริญรุ่งเรือง ก็จะเกิดขึ้นกับชีวิตโดยลำดับ

พระพุทธรัศมี เป็นพระพุทะรูปหล่อด้วยทองสำริด ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 1.55 เมตร พุทธลักษณะงดงามมาก อายุประมาณ 600 ปีเศษ สมัยกรุงศรีสัตตนาคนหุต แห่งอาณาจักรล้านช้าง ปัจจุบันคือ กรุงเวียงจันทน์ เมืองหลวงประเทศลาว

ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อพุทธรัศมี นั้น มีผู้สร้างคือ เจ้าหญิงแก้วยอดฟ้ากัลยาณี ชาวเมืองชอบเรียกว่า “เจ้านางเขียวค่อม” เป็นพระธิดาของพระเจ้าพรหมวงศ์ ในรัชกาลที่ 54 ซึ่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีสัตตนาคนหุต แห่งอาณาจักรล้านช้างร่มขาว ทรงสร้างไว้ในพระพุทธศานาเมื่อประมาณปีพุทธศักราช 1920 เจ้าหญิงองค์นี้ได้มีพระราชศัทธาสร้างวัดขึ้นวัดหนึ่ง มีชื่อว่า “วัดนางเขียวค่อม” ปัจจุบันนี้ขึ้นเป็นอำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย พระองค์ได้ทรงสร้างพระพุทธรูปทองสำริดขึ้นองค์หนึ่ง ด้วยช่างมีฝีมืออันประณีตในสมัยนั้น เป็นพระสวยงามได้ขนาดถูกตามพุทธลักษณะและได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ในพระเกศหลายองค์ ได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดนางเขียวค่อมนั้น ชาวบ้านเคยเห็นอภินิหารหลายครั้งหลายคราว ต่อมาบ้านเมืองเกิดศึกสงคราม ทำให้วัดวาอารามบ้านเมืองเสียหายจากภัยสงคราม ชาวบ้านได้อพยพพลัดถิ่นหลบภัยสงครามไปตามสภาพของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บ้านเมืองร้างวัดก็พลอยร้างไปด้วย เหลือแต่พระประธานในอุโบสถนั้น กาลเวลาผ่านไปหลายร้อยปี พระอุโบสถก็ปรักหักพังไปตามสภาพของสังขารและกาลเวลา ได้หักพังลงทับถมพระประธานในอุโบสถ เป็นซากอิฐและก็กลายเป็นโพนดินขนาดใหญ่ เมื่อกาลเวลาผ่านไปนานหลายร้อยปี ก็เกิดต้นไม้ พงหญ้าอันรกทึบปกคลุม จนไม่มีใครกล้าเข้าไป เพราะกลัวอันตรายจากสัตว์ร้ายต่างๆ ผู้ที่เข้าไปพบเห็นซากอิฐหรือกองดินก็เฉพาะคนที่เดินป่าหาล่าสัตว์บ้าง หรือหาของป่าสำหรับเป็นอาหารการดำรงชีพเท่านั้น ชาวบ้านธรรมดาคงไม่มีใครกล้าเข้าไป

ต่อมา เจ้าพระยามุขมนตรี (อวม เปาโรหิตย์) สมุหเทศาภิบาลมณฑลอุดรธานี ได้ออกตรวจราชการในเขตชายแดน เขตจังหวัดหนองคาย ได้รับทราบจากการบอกเล่าของชาวบ้านละแวกนั้นว่ามีกองซากอิฐอยู่ในป่าลึก พอถึงวันพระ 8 ค่ำ 15 ค่ำ จะเห็นลำแสงเป็นประกายสว่างไสวไปทั่วทั้งป่า จึงให้ชาวบ้านนำทางไปดูจุดนั้นและได้พบกับโพนดินขนาดใหญ่และให้ชาวบ้านขุดโพนดินออกหมดและพบพระพุทธรูป ซึ่งเป็นพระประธานในอุโบสถที่พระนางเขียวค่อมสร้างไว้ ได้พบหลักฐานจารึกนามผู้สร้างวัด สร้างพระประธาน คนโบราณเป็นคนฉลาด สร้างสิ่งสำคัญทางศาสนาก็จะทำนิมิตไว้ที่ศิลาจารึก เพื่อบ่งบอกความเป็นมา เป็นหลักฐานสำคัญให้พวกเราได้ศึกษา เจ้าพระยามุขมนตรีจึงนำเรื่องที่ได้พบเห็นมากราบเรียนให้เจ้าประคุณพระธรรมเจดีย์ วัดโพธิสมภรณ์ จังหวัดอุดรธานีทราบ ต่อมาเจ้าประคุณธรรมเจดีย์กับเจ้าพระยามุขมนตรีพร้อมด้วยคณะสงฆ์และชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปอัญเชิญพระพุทธปฏิมากร มาประดิษฐานเป็นพระประธานในอุโบสถวัดโพธิสมภรณ์ เมื่อปี พุทธศักราช 2467 ต่อจากนั้นไม่นานท่านเจ้าประคุณพระธรรมเจดีย์ได้ออกเดินจงกรมในกลางดึกของคืนวันหนึ่งในบริเวณวัดโพธิสมภรณ์ ท่านเจ้าประคุณได้เห็นลำแสงสีขาวเป็นประกายสว่างจ้าพุ่งออกจากพระอุโบสถ เมื่อท่านเดินเข้าไปดูในอุโบสถ จึงทราบว่าลำแสงนั้นออกมาจากองค์พระปฏิมากร ลำแสงนั้นสว่างอยู่นานพอสมควรแล้วก็หายวับไป เมื่อท่านเจ้าประคุณพระธรรมเจดีย์ได้พบเห็นพุทธปาฏิหารย์ดังนั้น ท่านจึงได้ถวายนาม พระประธานในพระอุโบสถวัดโพธิสมภรณ์ ว่า “พระพุทธรัศมี” แต่กาลครั้งนั้นเป็นต้นมาจนบัดนี้

ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อพุทธรัศมี

สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 คนเฒ่าคนแก่เล่าว่า ทหารญี่ปุ่นเข้ามายึดครองเมืองอุดร และได้ทำลายกลุ่มที่เป็นปฏิปักษ์ ได้ทิ้งระเบิดไปหลายแห่งในเขตเมืองอุดร ทำให้เกิดความเสียหายมากมาย กลุ่มทหารหรือกลุ่มบุคคลที่ยังไม่ยอมรับการยึดครองของทหารญี่ปุ่น ได้มีการต่อสู้และวิ่งมาหลบภัยในบริเวณวัดโพธิสมภรณ์ ขอพึ่งบารมีหลวงพ่อพระพุทธรัศมีก็จะได้รับความปลอดภัยกันทุกคน บางคนเล่าว่าทหารญี่ปุ่นทิ้งลูกระเบิดใส่ผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ที่เข้ามาหลบภัยในบริเวณวัดโพธิสมภรณ์ จะเป็นอะไรไม่ทราบทำให้ลูกระเบิดไม่ระเบิด ไม่มีใครได้รับอันตราย อาคารสถานที่ไม่ได้รับความเสียหาย สิ่งเหล่านี้ได้รับการเล่าขานกันสืบๆมา ทำให้ผู้คนรู้จักความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อพระพุทธรัศมีไปทั่วเมือง จึงทำให้ผู้คนมาอธิษฐานขอพรจากหลวงพ่อเป็นประจำ ในสิ่งที่ตนต้องการจะให้เกิดผลสำเร็จ พวกพ่อค้าแม่ค้าอยากทำมาค้าขายหรือทำธุรกิจให้เจริญก้าวหน้า ร่ำรวย ก็จะมาอธิษฐานขอพรจากองค์หลวงพ่อพระพุทธรัศมี ทุกคนก็จะประสบความสำเร็จ จึงเป็นเหตุให้คนนับถือเคารพมาก คนรุ่นเก่าเล่าว่า พวกพ่อค้าจะนำสินค้าลงไปส่งของที่โคราช โดยใช้กองคาราวานเกวียนครั้งละ 100 เล่มเกวียนหรือมากถึง 150 เล่มเกวียนก็มี เวลากลับจากโคราชก็จะบรรทุกของที่เป็นสินค้าเครื่องบริโภคอุปโภคจากโคราชกลับมายังอุดร ในช่วงเดินทางทั้งไปและกลับจะใช้เวลานานหลายเดือน ระหว่างทางจะมีพวกโจรดักปล้นอยู่เป็นประจำ โจรในสมัยนั้นจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ กลุ่มละ 100-500 คน หากโจรสืบรู้ว่ากลุ่มพ่อค้ามีจำนวนมาก โจรก้จะรวมกลุ่มกันมากตาม ก่อนออกเดินทางจากอุดรไปโคราช พ่อค้าก็จะมาบนบานศาลกล่าวกับองค์หลวงพ่อพระพุทธรัศมีให้ช่วยคุ้มครองให้เกิดความปลอดภัยทั้งขาไปและขากลับ ซึ่งทำให้พ่อค้าพ่อค้าปลอดภัยจากภัยต่างๆมาด้วยดี และยังของให้จำหน่ายขายของและแจกจ่ายสิ่งของให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว พ่อค้าในยุคนั้นก็จะประสบความสำเร็จร่ำรวยตามสภาพกันทุกคน และได้เป็นผู้อุปถัมภ์บำรุงวักวาอาราม โดยเฉพาะวัดโพธิสมภรณ์ มาจนถึงลูกหลานในปัจจุบันนี้

หลวงพ่อพระพุทธรัศมี ถือว่าเป็นพระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวอุดรธานี ในสมัยก่อนหน่วยงานราชการต่างๆ ยังใช้พิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา (น้ำสาบาน) ในพระอุโบสถวัดโพธิสมภรณ์ อันมีหลวงพ่อพระพุทธรัศมีเป็นประธาน ก็เป็นสถานที่สำหรับถือน้ำพิพัฒน์สัตยาประจำปี ของหน่วยงานราชการจังหวัดอุดรธานี ในสมัยนั้น

นี่คือความเป็นมาของประวัติ “หลวงพ่อพระพุทธรัศมี”
esso_oil no está en línea   Reply With Quote
Old February 24th, 2009, 01:55 PM   #440
tagaowa
EnGage
 
tagaowa's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: UDON,KHONKAEN
Posts: 1,379
Likes (Received): 119

รวมของจีนด้วยไหมครับ

Quote:
Originally Posted by esso_oil View Post

เพิ่มเติมสำหรับสิ่งศักดิ์สิทธิ คู่บ้านคู่เมืองอุดรธานี (ซึ่งมามากกว่า 7 แห่ง) เฉพาะในเขตอำเภอเมือง นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ยังมี
- หลวงพ่อพุทธรัศมี พระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ องค์พระประธานแห่งวัดโพธิสมภรณ์
- พระบรมสารีริกธาตุ ที่ประดิษฐาน ณ วัดบ้านจิก
- วัดป่าบ้านตาด
- และที่อยู่ระหว่างก่อสร้างคือ พระธรรมเจดีย์ ที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ และอัฐิธาตุ ของ 9 พระเกจิอาจารย์ ณ วัดโพธิสมภรณ์
__________________
A E C bond
tagaowa no está en línea   Reply With Quote


Reply

Tags
thailand

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 08:26 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu