daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand



Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old July 26th, 2009, 07:56 PM   #101
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,020
Likes (Received): 1

AYUTTHAYA BY NIGHT (PIC. from Flickr)




sansano no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old July 26th, 2009, 08:53 PM   #102
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,020
Likes (Received): 1





sansano no está en línea   Reply With Quote
Old July 28th, 2009, 11:27 AM   #103
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,535
Likes (Received): 1550

Ayutthaya plants seek 5,000 temp workers Electronics demand boosted by new orders

Bangkokpost Published: 28/07/2009 at 12:00 AM


The electronics sector has up to 5,000 job vacancies for semi-skilled workers in Ayutthaya province alone, the Federation of Thai Industries said Monday.

Ayutthaya is home to a well-known cluster of electronics manufacturers and global brands, such as US-based Western Digital (WD), Canon, and Minibea. About half of the province's total 240,000 industrial workers are employed in the electronics sector.

The industry was severely hit by the world recession with about 27,000 employees laid off since late 2008.

But export orders have picked up since the second quarter, forcing electronics companies to scramble to raise production and staff.

"The electronics sector is in need of about 4,000 to 5,000 [extra] employees at present after they began re-hiring in recent months," said Thotsaphon Wangsilabat, chairman of the federation's Ayutthaya Chapter.

"However, these workers are employed on temporary contracts, say three months, because the outlook remains uncertain," he said.

About 10% of the 1,800 factories in Ayutthaya are operated by electronics firms which heavily rely on exports, said Mr Thotsaphon.

"Automobiles is another major industry in Ayutthaya. But employment in the auto sector has not significantly increased because only domestic sales improved, not exports," he said.

According to the FTI, some 300,000 employees, or 10% of the country's industrial workforce, have lost their jobs because of the global slump.

About 70% of FTI members have maintained their staff levels based on the survey conducted in early March. Some 15% to 20% have cut their workforce, especially firms in the furniture and sugar industries.

But online surveys conducted by FTI from mid-May to yesterday showed that 5,500 positions are being sought by the FTI members, said deputy secretary-general Amnart Nantaharn.

"Obviously, companies are looking for semi-skilled workers, especially in the electronics sector," said Mr Amnart.

"This reflects improving prospects in the world economy and the impacts of the government's economic stimulus package to delay layoffs and boost domestic spending."

Sommat Khunset, another FTI deputy secretary-general, warned that tight liquidity could worsen the industrial sector's unemployment outlook, which is believed to have bottomed out.

"Not only commercial banks but also state-run institutions have delayed the process of extending credit lines to industrial operators. And loan interest rates from the SME Bank are not cheaper than other banks," he said.

About 130 FTI members have sought 4 billion baht in loans from the SME Bank but only three projects, worth 62 million baht in total, were approved.

"Customers have started delaying payments of the products, forcing companies to look for credit lines from banks as working capital to continue their production," Mr Sommat said. "If they cannot secure enough working capital, how can they maintain production or their staff?"
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old July 29th, 2009, 08:57 AM   #104
atom
De omnibus dubitandum est
 
atom's Avatar
 
Join Date: Dec 2003
Location: N/A
Posts: 9,297
Likes (Received): 1347

Good news before I am going back to Ayutthaya
__________________
Thai Forum Thailand Info
The only real prison is fear, and the only real freedom is freedom from fear.
atom no está en línea   Reply With Quote
Old August 3rd, 2009, 12:53 AM   #105
atom
De omnibus dubitandum est
 
atom's Avatar
 
Join Date: Dec 2003
Location: N/A
Posts: 9,297
Likes (Received): 1347

กรมศิลป์ปรับใหญ่ภูมิทัศน์รอบวัดพระศรีสรรเพชญ์

กรมศิลป์เตรียมปรับใหญ่ภูมิทัศน์รองวัดพระศรีสรรเพชญ์ หวั่นถูกถอดมรดกโลก โดยเจรจาผู้ค้าโดยรอบแล้ว ปิดให้รถเข้าเขตอุทยาน คาดเริ่มดำเนินการได้เดือน ต.ค.นี้ ...

วานนี้ (2ส.ค.) นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากการที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เสี่ยงต่อการถูกถอดมรดกโลก เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับสภาพภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบวัดพระศรีสรรเพชญ์ โดยเฉพาะที่วัดมงคลบพิตร ซึ่งมีร้านค้าและสิ่งปลูกสร้างเป็นจำนวนมากนั้น กรมศิลปากร ได้ดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประสานกับทางจังหวัด ในการเจรจากับผู้ค้าบริเวณรอบวัดมงคลบพิตรแล้ว ซึ่งผู้ค้าส่วนใหญ่ยินยอมที่จะย้ายไปบริเวณศูนย์ราชการจังหวัด พระนครศรีอยุธยา จากนั้นกรมศิลปากร จะดำเนินการปรับภูมิทัศน์โดยรอบวัดพระศรีสรรเพชญ์ใหม่ เพื่อให้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยากลับมาสง่างามสมกับเป็นมรดกโลกอีกครั้ง

นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า การปรับสภาพภูมิทัศน์ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ประมาณเดือนตุลาคมนี้ โดยใช้งบประมาณประจำปี 2553 – 2554 ของโครงการไทยเข้มแข็ง จำนวน 256 ล้านบาท ซึ่งทางจังหวัด และกรมศิลปากร จะดำเนินการตั้งแต่รื้อถอนร้านค้า ปรับแต่งต้นไม้ ปรับสภาพถนน รวมทั้งจะไม่อนุญาตให้รถยนต์เข้าบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แต่จะใช้รถรางพานักท่องเที่ยวเข้ามาชมอุทยานฯแทน เพื่อลดสิ่งรบกวนโบราณสถาน ส่วนการส่งเสริมกิจกรรมให้แก่ผู้ค้า ทางจังหวัด และกรมศิลปากร ยังได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดกิจกรรมต่างๆบริเวณศูนย์รา ชการฯ เพราะในพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นจุดจอดรถยนต์ทุกชนิดและจะกลายเป็นศูนย์ร่วมนัก ท่องเที่ยวทั้งหมด จึงส่งผลดีต่อผู้ประกอบการมากกว่าการอยู่ที่เดิม

"หากการพัฒนาภูมิทัศน์ดำเนินการเสร็จ ปัญหาการเสี่ยงถูกถอดมรดกโลกคงจะหมดไป ในขณะเดียวกัน กรมศิลปากร ก็ได้ทำการศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์แหล่งโบราณสถาน ที่อยู่ในยุคเดียวกับอยุธยาควบคู่ไปด้วย อาทิ อาณาจักรลพบุรี เพื่อเตรียมขยายขอบเขตการเป็นมรดกโลกของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ให้เหมือนกับ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย"นายเกรียงไกร กล่าว

ทั้งนี้ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวด้วยว่า การนำเสนอขยายขอบเขตมรดกโลกต่อยูเนสโกจะทำได้ง่ายกว่าการที่จะขอขึ้นเป็น แหล่งใหม่ ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น อีกทั้งทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้ประโยชน์ตามไปด้วย

www.thairath.co.th
03/08/52
__________________
Thai Forum Thailand Info
The only real prison is fear, and the only real freedom is freedom from fear.
atom no está en línea   Reply With Quote
Old August 5th, 2009, 07:53 PM   #106
nania
Registered User
 
Join Date: Aug 2009
Location: Phra Nakhon Sri Ayutthaya and BKK
Posts: 2,525
Likes (Received): 254











from taKlong
nania no está en línea   Reply With Quote
Old August 5th, 2009, 07:55 PM   #107
nania
Registered User
 
Join Date: Aug 2009
Location: Phra Nakhon Sri Ayutthaya and BKK
Posts: 2,525
Likes (Received): 254

ใครมีรุปอีก ก็มาแบ่งกันหน่อยนะครับ อยากเห็นรูปอยุธยาในมุมสูงๆบ้างครับ ตอนกลางคืนอ่าครับ ผมชอบสวยดีครับ
nania no está en línea   Reply With Quote
Old August 6th, 2009, 02:48 PM   #108
bonia
Registered User
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 15
Likes (Received): 0

บอร์ดรถไฟสั่งรื้อโปรเจ็กต์2แสนล้าน 'มักกะสันคอมเพล็กซ์'เดินได้ปีหน้า
บอร์ดร.ฟ.ท. สั่งทบทวนโครงการมักกะสันคอมเพล็กซ์ 2 แสนล้าน บนพื้นที่ 500 ไร่ และที่ดินอีก 3 แปลงย่านทำเลทอง เตรียมเดินหน้าเปิดประมูลสร้างรายได้ หลังกลุ่มทุนต่างชาติทั้ง


จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และดูไบ สนใจลงทุน คาดเปิดทีโออาร์ต้นปีหน้า พร้อมเปิดที่ดินใน 13 จังหวัดหัวเมืองสร้างมูลค่าเพิ่ม


นายภากรณ์ ตั้งเจตสกาว ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพย์สิน การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงความคืบหน้าของการพัฒนาที่ดินย่านมักกะสันจำนวน 500 ไร่ ที่จะพัฒนาเป็นโครงการมักกะสันคอมเพล็กซ์ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนผลการศึกษาที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้แล้ว คาดว่าอีก 3 เดือนนับจากนี้จึงจะรู้ผลการศึกษา โดยหลักการแล้วโครงการนี้จะเปิดสัมปทานให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งมีมูลค่าโครงการกว่า 2 แสนล้านบาท ส่วนที่ดินมีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท


"หลังจากได้ผลการศึกษาที่ทบทวนใหม่แล้วก็จะนำเสนอเข้าบอร์ดร.ฟ.ท. พิจารณาก่อนเสนอครม. อนุมัติในหลักการ แล้วจึงนำโครงการมากำหนดทีโออาร์ เพื่อประกวดราคาต่อไป ซึ่งน่าจะแบ่งโครงการออกเป็นเฟสๆ ไป โดยที่ผ่านมามีนักลงทุนจากต่างชาติ ทั้งจีน เกาหลี ญี่ปุ่น และดูไบ สอบถามความคืบหน้าเข้ามาจำนวนมาก และมีความต้องการที่จะเข้าร่วมพัฒนาโครงการดังกล่าว เนื่องจากเป็นพื้นที่แปลงใหญ่ที่อยู่ใจกลางเมือง มีศักยภาพสูงในด้านการพัฒนาเชิงธุรกิจ"


ก่อนหน้านี้คณะกรรมการบริหารร.ฟ.ท. ได้ให้นโยบายในการจัดจ้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรอบวงเงิน 6 ล้านบาท ทำการศึกษาราคาที่ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อนำมาใช้เปรียบเทียบสำหรับการจัดเก็บค่าเช่าที่ดินของร.ฟ.ท. โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินการจัดจ้าง


สำหรับที่ดินในต่างจังหวัดก่อนหน้านี้ทางร.ฟ.ท. ก็ได้จัดบริษัท 15 ที่ปรึกษาธุรกิจ จำกัด และบริษัท พิสุทธิ์ เทคโนโลยี จำกัด ดำเนินโครงการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาที่ดินของการรถไฟ จำนวน 13 สถานีสำคัญในจังหวัดใหญ่ อาทิ จ.กาญจนบุรี จ.เชียงใหม่ จ.พิษณุโลก เป็นต้น ด้วยวงเงิน 13 ล้านบาท ซึ่งผลการศึกษาส่วนใหญ่พบว่าที่ดินที่อยู่ในจังหวัดนั้นๆ ยังให้ผลตอบแทนเชิงพาณิชย์ไม่สูงมากนัก ซึ่งใน 13 จังหวัดพบว่าจังหวัดเชียงใหม่มีศักยภาพการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์มากที่สุด ซึ่งบริษัทที่ปรึกษาเห็นว่าควรจะพัฒนาเป็นธุรกิจประเภทเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ หรือสำนักงานให้เช่าเท่านั้น


อย่างไรก็ตาม หลักการให้เช่าที่ดินของการรถไฟฯ นั้น จะคิดอัตราค่าเช่าในอัตรา 2.75% ของราคาประเมินที่ดินในแต่ละแห่ง ทำให้รายได้จากที่ดินของร.ฟ.ท.ไม่สูงตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต เพราะที่ดินแต่ละแห่งจะมีราคาประเมินแตกต่างกันไป ประกอบกับการคิดค่าเช่าของการรถไฟฯ จะต้องมีอัตราใกล้เคียงกับราคากลางของตลาดด้วย และปัจจุบันร.ฟ.ท.มีสัญญาที่เอกชนและหน่วยงานต่างๆ เช่าที่ดินอยู่ประมาณ 14,000 สัญญา โดยมีสัญญาที่ไม่สามารถเก็บเงินได้สะสมมาจนถึงปัจจุบันอยู่ประมาณ 30% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท


ด้านนายถวัลรัฐ อ่อนศิระ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด)การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้ให้ผู้บริหารร.ฟ.ท.ทบทวนผลการศึกษาการใช้พื้นที่เชิงพาณิชย์จำนวน 4 แปลง ได้แก่ ที่ดินย่านมักกะสัน, ริมแม่น้ำเจ้าพระยา, ย่านถนนพหลโยธิน และ


จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพราะก่อนหน้านี้มีการทำการศึกษาเพื่อพัฒนาที่ดินในเชิงพาณิชย์มาก่อนแล้ว แต่ไม่ได้ดำเนินการต่อ จึงได้สั่งให้เร่งทบทวนผลการศึกษาและเร่งดำเนินโครงการตามแผน


"หลังจากได้ผลการศึกษา คงให้บอร์ดพิจารณาเห็นชอบ แล้วเข้าครม. และจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทุน เพราะโครงการมีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนพื้นที่มักกะสันคงจะกำหนดทีโออาร์เพื่อประกวดราคาได้ในปีหน้านี้ ส่วนพื้นที่จะดำเนินการนำร่องก่อนคงเป็นที่ดินที่พระนครศรีอยุธยา ที่จะพัฒนาเป็นคอมเพล็กซ์ ซึ่งขณะนี้รอผลการศึกษาอยู่"



ฐานเศรษฐกิจ

อยากรู้ว่าที่ดินแถวไหนหรือที่อยุธยาที่จะมาเป็นคอมเพล๊กซ์รายเนี่ย สถานียังรกๆอยู่เลย
bonia no está en línea   Reply With Quote
Old August 7th, 2009, 01:18 AM   #109
atom
De omnibus dubitandum est
 
atom's Avatar
 
Join Date: Dec 2003
Location: N/A
Posts: 9,297
Likes (Received): 1347

น่าจะเป็นที่ดินด้านหน้าสถานีรถไฟ พื้นที่บริเวณนี้ไม่อยู่ในเขตควบคุมอาคารสูง สามารถพัฒนาในเชิงพาณิชย์ได้
__________________
Thai Forum Thailand Info
The only real prison is fear, and the only real freedom is freedom from fear.
atom no está en línea   Reply With Quote
Old August 7th, 2009, 11:25 AM   #110
bonia
Registered User
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 15
Likes (Received): 0

ที่เป็นตึกแถว และก็ร้านรถเข็นแถวนั้นหรือป่าว แล้วที่เป็นตึกแถวจะไปอยู่ไหนครับ
bonia no está en línea   Reply With Quote
Old August 10th, 2009, 06:39 AM   #111
atom
De omnibus dubitandum est
 
atom's Avatar
 
Join Date: Dec 2003
Location: N/A
Posts: 9,297
Likes (Received): 1347

น่าจะใช่นะครับ ส่วนเรื่องการย้ายร้านค้าไม่ทราบในรายละเอียด
__________________
Thai Forum Thailand Info
The only real prison is fear, and the only real freedom is freedom from fear.
atom no está en línea   Reply With Quote
Old August 11th, 2009, 11:31 AM   #112
bonia
Registered User
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 15
Likes (Received): 0

สงสารพ่อค้าแม่ค้าเค้า แต่ว่ามันก็อย่ในทำเลที่ดีเลย คุณอะตอมทราบเรื่องนี้มั้ยครับ
bonia no está en línea   Reply With Quote
Old August 12th, 2009, 12:15 AM   #113
atom
De omnibus dubitandum est
 
atom's Avatar
 
Join Date: Dec 2003
Location: N/A
Posts: 9,297
Likes (Received): 1347

The location is very good, but need to remanagement kub.
__________________
Thai Forum Thailand Info
The only real prison is fear, and the only real freedom is freedom from fear.
atom no está en línea   Reply With Quote
Old August 18th, 2009, 11:02 AM   #114
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,535
Likes (Received): 1550

Siam Makro opens distribution centre

By The Nation 19/08/2009


Siam Makro Plc has opened the new Cross Dock Distribution Centre in Wang Noi district, Ayutthaya to enhance its supply chain performance and speed up the delivery process from suppliers to all its branches across Thailand.


Spanning across 27 rai, the centre in T Park Industrial Estate requires a total investment of Bt500 million.


Suchada Ithijarukul, president of Siam Makro, said "This will be a distribution centre for consumer products and dry food. We have invested over Bt500 million to build up this facility on the area of 27 rais or 15,000 square metres."
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 20th, 2009, 08:12 PM   #115
bonia
Registered User
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 15
Likes (Received): 0

ยาสูบเดินหน้าปรับองค์กรเป็นนิติบุคคล ลั่นอีก 2-3 ปีเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 85%
โรงงานยาสูบประกาศเดินหน้าแผนปรับเปลี่ยนองค์กรเป็นนิติบุคคล ประธานกรรมการอำนวยการ "จันทิมา" ชี้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงาน แข่งขันกับคู่แข่งต่างชาติ และช่วยเพิ่มช่องทางในการขาย


ยันกระทรวงการคลังยังถือหุ้น 100% เหมือนเดิม พร้อมสู้บุหรี่นอกรุกตลาด เล็งดึงส่วนแบ่งตลาดคืนโดยเพิ่มสัดส่วนจากปัจจุบัน 77% เป็น 85% ในปี 2553-2554 ด้านประธานสหภาพแรงงานรสก.ยาสูบเผยยังไม่เห็นด้วยกับแนวคิดเป็นนิติบุคคล





นางจันทิมา สิริแสงทักษิณ ประธานกรรมการอำนวยการโรงงานยาสูบ เปิดเผยว่า โรงงานยาสูบได้เปิดตัวโครงการร่วมกัน วาดฝัน มิติใหม่รยส. ซึ่งเป็นไปตามนโยบายในการพัฒนาการบริหารจัดการองค์กร โดยการปรับเปลี่ยนองค์กรจากรัฐวิสาหกิจเป็นนิติบุคคล เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในอนาคต รวมทั้งสามารถแข่งขันกับคู่แข่งข้ามชาติ ซึ่งขณะนี้บุหรี่ต่างประเทศเข้ามาครองส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น ในขณะที่ข้อจำกัดทางด้านกระบวนการทำงานของโรงงานยาสูบ


ยังมีข้อจำกัดจากการที่ต้องขออนุมัติจากกระทรวงการคลังทุกเรื่อง


อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนดังกล่าวจะเป็นการเปลี่ยนเฉพาะรูปแบบการบริหาร แต่ในส่วนของโครงสร้างการถือหุ้นจะยังมีกระทรวงการคลังถือหุ้นทั้ง 100% เหมือนเดิม และหลักการโดยทั่วไปสำหรับการปรับเปลี่ยนสถานะองค์กร คือ จะให้มีผลกระทบกับสถานะของพนักงานน้อยที่สุด ซึ่งในส่วนของเงื่อนเวลาที่จะดำเนินการนั้น เชื่อว่าทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) คงอยากให้เร่งดำเนินการโดยเร็ว เพราะเรื่องนี้เป็นนโยบายของสคร.ที่สั่งให้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้


โดยปัจจุบันมีหน่วยงานของภาครัฐที่ยังไม่ได้เป็นนิติบุคคลอีกเพียง 5 แห่ง คือ โรงงานยาสูบ โรงงานไพ่ องค์การสุรา โรงพิมพ์ตำรวจ และสำนักงานธนานุเคราะห์ ซึ่งใน 5 แห่งนี้ โรงงานยาสูบถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีที่สุด แต่ก็เริ่มมีสัญญาณบอกถึงการถดถอย จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนสถานะของตัวเอง


"เรายังมีทางเลือกที่จะกำหนดตัวเองว่าจะเป็นอย่างไร จะจัดการทรัพย์สินของเราอย่างไร ถ้าเราปล่อยให้เนิ่นนานไปจนหน่วยงานเราอ่อนแอมาก อาจจะถูกภาครัฐจัดการในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งตามที่ภาครัฐเห็นสมควร" ประธานกรรมการอำนวยการ โรงงานยาสูบกล่าว


ประธานกรรมการอำนวยการโรงงานยาสูบ ยังได้กล่าวว่า ที่ผ่านมาโรงงานยาสูบสามารถนำส่งรายได้เข้าคลังมากเป็นอันดับที่ 8 ในจำนวนรสก. ทั้งหมด ขณะที่ในด้านของยอดจำหน่ายบุหรี่ในปีนี้ (ปีงบประมาณ 2552) คาดว่าจะจำหน่ายบุหรี่ได้จำนวน 28,000 ล้านมวน ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 29,500 ล้านมวน แต่ในเชิงของจำนวนเงินเพิ่มขึ้นจากที่ตั้งเป้าหมายไว้ 43,000 ล้านบาท คาดว่าจะทำได้ 44,000 ล้านบาท นอกจากนี้โรงงานยาสูบอยู่ระหว่างเจรจาต่อรองกับกระทรวงการคลังหลังจากมีนโยบายปรับเพิ่มเงินนำส่งจากที่ผ่านมา


ขณะเดียวกันในด้านของยุทธศาสตร์ในการดำเนินงาน จะมีทั้งการปรับปรุงด้านต้นทุน เพราะปัจจุบันต้นทุน 85% ของโรงงานยาสูบเป็นต้นทุนด้านภาษี รวมถึงการปรับปรุงคุณภาพให้เป็นที่ยอมรับของมาตรฐานโลก เช่น การเพิ่มคุณภาพใบยาและการผลิต โดยเน้นดึงส่วนแบ่งตลาดกลับคืน จากที่ส่วนแบ่งตลาดเคยอยู่ที่ระดับสูงสุดที่ 80% แต่ปัจจุบันเหลืออยู่ที่ 77% ซึ่งในปี 2553-2554 ได้ให้นโยบายเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 85%


ส่วนความคืบหน้าของโรงงานยาสูบแห่งใหม่ที่นิคมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีเม็ดเงินลงทุนรวม 17,000 ล้านบาทนั้น คาดว่าจะใช้เวลา 3 ปี โดยที่โรงงานผลิตใหม่จะมีกำลังการผลิตได้ 30,000 ล้านมวน

ทางด้าน นายสรกฤต พลเคน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจยาสูบ กล่าวให้ความเห็นถึง แนวทางการปรับเปลี่ยนองค์กรเป็นนิติบุคคลว่า ยังไม่เห็นด้วยเนื่องจากยังไม่เห็นความชัดเจนของทิศทางการจัดตั้งเป็นนิติบุคคลว่าจะไปรูปแบบใด จึงอยากให้ผู้บริหารฯจัดทำเป็นพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)เพื่อจะได้มีเวลาไตร่ตรอง และที่สำคัญการดำเนินการทั้งหมดต้องถูกต้อง โปร่งใส ชัดเจน และตอบสังคมได้ รวมทั้งทำความเข้าใจกับสมาชิกพนักงานกว่า 4,000 คนที่มีอายุการทำงานเฉลี่ย 20 ปีขึ้นไปถึงผลกระทบและประโยชน์





ส่วนความคืบหน้าการสรรหาผอ.คนใหม่แทนนายประจวบ ตันตินนท์ อดีตผู้อำนวยการยาสูบซึ่งถูกคณะกรรมการมีมติให้หยุดปฏิบัติงานชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.2552โดยจะครบกำหนดในวันที่ 30 ก.ย.2552 นั้น กระบวนการสรรหาผู้อำนวยการคนใหม่จะเริ่มขึ้นภายหลังวันที่ 30 ก.ย.2552 โดยปัจจุบันนายประจวบยังรับเงินเดือน 500,000 บาทต่อเดือน (กรณีอดีตผู้อำนวยการยาสูบที่ยังได้รับเงินเดือนอยู่นั้น ได้รับการชี้แจงจากประธานกรรมการอำนวยการว่า ได้มอบหมายให้นายประจวบปฏิบัติหน้าที่อื่น และปลายปีนี้จะเริ่มกระบวนการสรรหาผู้อำนวยการคนใหม่)
bonia no está en línea   Reply With Quote
Old August 20th, 2009, 08:42 PM   #116
bonia
Registered User
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 15
Likes (Received): 0

"ทีซีซีแลนด์"บุกสยามการันตีไร้ไอทีเถื่อน

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 20 สิงหาคม 2552 20:07 น.


ASTVผู้จัดการรายวัน- "ทีซีซีแลนด์" จับกลุ่มไอที เปิดตัวมอลล์แห่งแรกในไทยที่จะไร้สินค้าไอทีเถื่อน 100% เป็นศูนย์การค้าดิจิตอลไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ของเมืองไทย "ดิจิตอลเกตเวย์" ไข่แดงใจกลางสยามสแควร์ หลังปั้น"พันธุ์ทิพย์พลาซ่า"ให้กลายเป็นศูนย์ไอทีกลางกรุงเทพฯ มั่นใจ 11 ปีคืนทุน จากสัญญาเช่า 15 ปี ดึงกำลังซื้อทุกกลุ่มที่มีกว่าวันละแสนคน รับเปิดศูนย์ใหม่กระทบลูกค้าพันธุ์ทิพย์ประตูน้ำบางส่วน เชื่ออนาคตแบ่งกลุ่มชัดเจน เตรียมปัดฝุ่นปัดฝุ่นโปรเจกต์แสนล้านบาท ทุ่ม 3 พันกว่าล้านบาทซื้อโรงแรมญี่ปุ่น

วิษณุ หวังวิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มศูนย์การค้าไอที บริษัท ทีซีซี แลนด์ รีเทล จำกัด เปิดเผยว่า ทางทีซีซี มีแผนที่จะใช้เงินลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาศูนย์การค้าไอทีแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อเกตเวย์ ที่บริเวณตรงข้ามวัดธาตุทอง ใช้พื้นที่เช่าของสภากาชาดไทย หลังจากที่ล่าสุดได้เปิดให้บริการ ดิจิตอล เกตเวย์ ใช้เงินลงทุน 500 ล้านบาท โดยได้เช่าพื้นที่ซึ่งชนะประมูลมาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยภายใต้สัญญา 15 ปี มีพื้นที่ร้านค้าประมาณ 4 ,000 ตารางเมตร (ตรม.) และปัจจุบันร้านค้าเช่าเต็ม 100% ซึ่งในอีก 2 ปีข้างหน้า ทางทีซีซี แลนด์จะมีพื้นที่ค้าปลีก สินค้าไอทีเพิ่มเป็น 300,000 ตรม. จากปัจจุบันที่มีพื้นที่ค้าปลีกศูนย์การค้าไอทีประมาณ 200,000 ตรม.
โดยศูนย์การค้าดิจิตอลเกตเวย์ โดยวางยุทธศาสตร์ให้ศูนย์การค้าแห่งนี้มีหน้าร้านสินค้าไอทีในสัดส่วน 70 % คือประสบการณ์ที่บริษัทได้จากการบริหารงานพันธุ์ทิพย์พลาซ่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่าธุรกิจจำหน่ายสินค้าไอทีจะเป็นอนาคตที่แยกไม่ออกจากไลฟ์สไตล์ของทุกคนทุกเพศทุกวัย โดยมองว่าบรรยากาศพันธุ์ทิพย์มีคนเดินวันละกว่า 3 หมื่นคน ดังนั้นศุนย์แห่งใหม่น่าจะเป็นอนาคตของทุกคนที่ต้องเกี่ยวข้องกับไอทีทั้งหมด ทั้งเยาวชนและวัยทำงาน และยังเหมาะที่จะจัดงานไอทีมากกว่าศูนย์สิริกิติ์ ซึ่งได้ทำการสำรวจก่อนการสร้างตึกแล้วว่ามีคนเดินผ่านไปมาในพื้นที่ประมาณวันละแสนคนต่อวัน
ดิจิตอลเกตเวย์จะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าทีซีซีแลนด์มุ่งมั่นสร้างศูนย์การค้าไร้สินค้าเถื่อนผิดลิขสิทธิ์อย่างจริงจัง เนื่องจากมีการระบุในสัญญาเช่าชัดเจน ว่าห้ามมีการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งหากผู้เช่าผิดสัญญา บริษัทจะส่งคำเตือน และจะดำเนินมาตรการขั้นสูงสุดคือการบอกเลิกให้เช่า หากผู้เช่ายังทำผิดอยู่
"นี่จะเป็นที่แรกที่เป็นคลีนมอลล์ ระบุในสัญญาเลยว่าห้ามขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าเราพบจะเตือนก่อน หรือไม่ก็สุดท้ายอาจจะเลิกให้เช่าเลย มาตรการตรวจสอบคือการสุ่ม ตรงนี้เราร่วมมือกับบีเอสเอ (พันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์) และไมโครซอฟท์ ซึ่งจะมีความร่วมมืออื่นๆตามมา และสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ค้านกับการบริหารงานพันธุ์ทิพย์พลาซ่าประตูน้ำ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแหล่งสินค้าไอทีเถื่อนชั้นนำของประเทศไทย"นายวิษณุ กล่าว
การเปิดดิจิตอลเกตเวย์อาจมีผลกระทบกับลูกค้าพันธุ์ทิพย์บ้าง แต่เชื่อว่าอนาคตจะมีการแยกกลุ่มตลาดอย่างชัดเจน คือฮาร์ดคอร์ส่วนใหญ่จะเข้าไปที่พันธ์ทิพย์ ส่วนที่นี่จะเน้นขายเก็ดเจ็ตเล็กๆน้อยๆ เน้นซื้อขายสะดวก เป็นสินค้าดิจิตอลที่เข้ากับไลฟ์สไตล์
ขนาดนี้ยังไม่สามารถประเมินสัดส่วนตลาดว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเราหาพื้นที่ทำเลทองมาให้แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าร้านค้าจะบริหารได้ดีขนาดไหน เพราะแนวโน้มตลาดค้าปลีกไอทีครึ่งปีหลังเชื่อว่าจะดี จากการพูดคุยกับร้านค้าที่พันธุ์ทิพย์ พบว่าปลายปี 51 ยอดขายลดลงประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ แต่ไตรมาสหนึ่งปีนี้ขึ้นมาแล้ว 3-4 เปอร์เซ็นต์ ดีขึ้นต่อเนื่องถึงไตรมาสสอง ทั้งปีผมคิดว่าไม่น่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 5-10 เปอร์เซ็นต์ จากที่ปกติควรจะเป็น 15 เปอร์เซ็นต์
"คนเดินพารากอนเป็นกลุ่มฟุ้งเฟ้อ แต่ของดิจิตอลเกตเวย์จะเน้นเทคโนโลยี เน้นการเรียนรู้ เรามีส่วนจัดงานอีเวนต์งานไอทีเหมือนกัน และเริ่มจองแล้วมากกว่า 80 งาน เช่น เปิดตัววินโดวส์เซเว่นของไมโครซอฟท์ งานเปิดตัวคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ของเอเซอร์ และค่ายมือถือที่ยังบอกรุ่นและยี่ห้อไม่ได้"
ดิจิตอลเกตเวย์นั้นเป็นโครงการพัฒนาพื้นที่ใจกลางสยามสแควร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บนสัญญาอายุ 15 ปีระหว่างจุฬาฯและบริษัท ทิพย์พัฒน อาร์เขต จำกัด ในเครือทีซีซีแลนด์ พื้นที่โครงการทั้งหมด 8,390 ตารางเมตร งบประมาณค่าก่อสร้างรวม 500 ล้านบาท เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2551 เสร็จสมบูรณ์เมื่อเดือนกรกฎาคม ประกอบด้วย 5 ชั้น 54 ร้านค้า เชื่อว่าจะคืนทุนได้ในปีที่ 11 ของโครงการ
วิษณุระบุว่าพันธุ์ทิพย์ประตูน้ำมีแผนปรับปรุงอาคารในปีนี้ แต่ต้องเลื่อนไปอีก 2-3 ปีเพราะพิษเศรษฐกิจและความพร้อมของร้านค้า โดยบริษัทมีแผนเปิดตัว"เกตเวย์เอกมัย"ในช่วง 2 ปีข้างหน้า เป็นโครงการบนพื้นที่ของสภากาชาดไทย ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้แต่เชื่อว่าจะมีร้านค้าไอทีเป็นส่วนประกอบในมอลล์น้อยกว่าที่ดิจิตอลเกตเวย์ สยามสแควร์

****ปัดฝุ่นโปรเจกต์แสนล้าน

นายโสมพัฒน์ ไตรโสรัส กรรมการบริหาร บริษัททีซีซี แลนด์ จำกัด จำกัด กล่าวว่า หลังจากที่เศรษฐกิจถึงจุดต่ำสุดและเริ่มฟื้นตัว บริษัทจึงเริ่มหันกลับมาพิจารณาโครงการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ได้ชะลอการลงทุนไปในช่วงต้นปี เช่น โครงการพัฒนาพื้นที่ใน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื้อที่ 10,000 ไร่ ซึ่งตามแผนจะทำเป็นเมืองท่องเที่ยว มีที่พัก แหล่งอำนวยความสะดวกครบวงจร โครงการที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใกล้ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เนื้อที่ 3,000 ไร่ จะพัฒนาให้เป็นเมืองกีฬา มีสนามกอล์ฟ บ้านพักอาศัย และโครงการย่านเกษตร-นวมินทร์ใหม่ จำนวน 300-400 ไร่ ทำเป็นศูนย์ประชุม ที่อยู่อาศัย และห้างสรรพสินค้าซึ่งจะมีรูปแบบคล้ายคอมมูนิตี้ เนื่องจากเห็นว่า ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติได้เริ่มกลับเข้ามาติดต่อกับบริษัทอีกครั้ง

ล่าสุดทางทีซีซี แลนด์ฯ ได้ตัดสินใจซื้อโรงแรมที่ประเทศญี่ปุ่นมูลค่าประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,400 ล้านบาท ) อีกแห่ง หลังจากก่อนหน้านี้ได้ซื้อโรงแรมที่ประเทศออสเตรเลีย พร้อมทั้งยังมองหาโอกาสในการเข้าซื้อกิจการโรงแรมเพิ่มเติมอีก
bonia no está en línea   Reply With Quote
Old August 20th, 2009, 08:54 PM   #117
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,535
Likes (Received): 1550

คลังเลือกนิคมฯโรจนะตั้งรง.ยาสูบแห่งใหม่

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2454 20 ส.ค. - 22 ส.ค. 2552


นิคมฯโรจนะ"ส้มหล่นโรงงานยาสูบเลือกลงทุนค่า16,000 ล้านบาท ผลิตยาสูบขนาดกว่า 3 หมื่นล้านมวน/ปี ล่าสุดอยู่ระหว่างว่าจ้างบริษัทออกแบบการก่อสร้าง แย้มดอดหารือการรถไฟฯเพื่อปรับวิธีการด้านโลจิสติกส์ในการขนส่งวัตถุดิบที่มาจากภาคเหนือ


นางจันทิมา สิริแสงทักษิณ ที่ปรึกษาด้านสารสนเทศและการสื่อสารกรมสรรพสามิต กระท รวงการคลัง เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ขณะนี้เป็นที่แน่นอนแล้วว่านิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับคัดเลือกให้ตั้งโรงงานยาสูบแห่งใหม่จำนวนพื้นที่ 250 ไร่ ในราคา 400 ล้านบาท เพื่อทำการผลิตยาสูบขนาดกำลังการผลิตประมาณ 32,000 ล้านมวน/ปี โดยโครงการนี้ล่าสุดอยู่ระหว่างให้บริษัทออกแบบการก่อสร้าง เสนอตัวเข้ามาเพื่อที่จะประมูลหาผู้รับเหมาก่อสร้างต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในปี2554


นอกจากนี้โรงงานยาสูบเตรียมหารือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อปรับวิธีการด้านโลจิสติกส์ให้ดีขึ้น โดยการจ้างอาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาศึกษาด้านโลจิสติกส์โดยเฉพาะการขนส่งวัตถุดิบ เช่นใบยาสูบมาจากภาคเหนือมาป้อนให้กับโรงงานที่อยุธยา ซึ่งมีเส้นทางรถไฟอยู่แล้ว ทำให้ง่ายในการขนส่ง โดยโรงงานผลิตยาสูบแห่งใหม่จะมีระบบไอทีควบคุมการทำงานทั้งหมด


สำหรับข้อกังวลที่มีการมองว่าจะมีปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าว ขณะนี้โรงงานยาสูบได้รับการยืนยันจากนิคมอุตสาหกรรมโรจนะแล้วว่าไม่มีปัญหาเนื่องจากเป็นโซนที่มีนักลงทุนสัญชาติญี่ปุ่นกระจายอยู่จำนวนมาก เช่นเดียวกับกรณีกลิ่นยาสูบที่จะรบกวนผู้ประกอบการรายอื่นที่อยู่ในพื้นที่อยู่แล้วก็ไม่มีปัญหาเนื่องจากโรงงานแห่งนี้จะใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยควบคุมกลิ่นและความชื้นได้ดี


แหล่งข่าวจาก บริษัทสวนนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมจำนวนหลายรายสนใจเสนอขายที่ดินให้กับโรงงานยาสูบ จนล่าสุดเหลือชิง 2 ราย ที่พร้อมเข้าเสนอขายที่ดินให้กับโรงงานยาสูบ คือนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) ที่มีนิคมฯอยู่ใน จ.ระยอง


สำหรับองค์ประกอบในการเลือกพื้นที่ตั้งโรงงานยาสูบก่อนหน้านี้ กำหนดว่าจะต้องเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่เนื่องจากจะต้องย้ายโรงงานยาสูบที่คลองเตยไปยังที่ใหม่ทั้งหมด เนื่องจากปัจจุบันโรงงานยาสูบ ผลิตยาสูบได้ประมาณ 21,000 ล้านมวน/ปี (กำลังผลิตเต็มที่ อยู่ที่ 28,000 ล้านมวน/ปี) ไปยังนิคมอุตสาหกรรม เขตอุตสาหกรรมและสวนอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง โดยจะย้ายเครื่องจักรเก่าและติดตั้งเครื่องจักรใหม่เพิ่มขึ้น ทำให้โรงงานยาสูบแห่งใหม่มีขีดความสามารถในการผลิตยาสูบได้ประมาณ 32,000 ล้านมวน/ปี


อนึ่งเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2550 คณะรัฐมนตรีมีมติให้โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลังดำเนินโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตยาสูบแห่งใหม่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม /เขต/สวนอุตสาหกรรมห่างจากกรุงเทพฯในรัศมีไม่เกิน 200 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 16,200 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี(2551-2555) เพื่อทดแทนโรงงานผลิตยาสูบเดิม โดยย้ายสถานที่ออกจากกรุงเทพฯ ซึ่งจะช่วยลดมลพิษทางอากาศบริเวณชุมชนรอบโรงงาน ลดผลกระทบจราจร และให้นำพื้นที่ชั้นในเฉพาะพื้นที่ส่วนการผลิตของโรงงานยาสูบจำนวน 200 ไร่(มีพื้นที่เต็ม 600 ไร่)ให้กับกรมธนารักษ์ เพื่อใช้ทำการก่อสร้างสวนเบญจกิตติเฟส2
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 23rd, 2009, 12:01 PM   #118
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,020
Likes (Received): 1

วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 14:00:05 น. มติชนออนไลน์

สะพัดเอกสารไม่ชอบมาพากลโครงการพอเพียงล่องหน ชุมชนอยุธยาแฉโดน สพช.เปลี่ยนโครงการ "ชัยนาท"ส่อทุจริต

ลือ เอกสารไม่ชอบมาพากลโครงการชุมชนพอเพียงหายวับ จนท.สพช.กลัว สตง.-กองปราบฯ ขอดูไม่มีให้ ชุมชนอยุธยาเผยโดนสพช.เปลี่ยนโครงการ ขณะที่ชัยนาทแจ้งจับกก.ชุมชนส่อทุจริต

ความคืบหน้าหลังนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับ ชุมชน (ศพช.) และนายประโภชฌ์ สภาวสุ ลาออกจากตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน (รอง ผอ.สพช.) เพื่อแสดงความรับผิดชอบกรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการชุมชนพอ เพียง ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม มีรายงานข่าวจาก สพช.แจ้งว่า เกิดกระแสข่าวสะพัดไปทั่ว สพช.ว่า เอกสารสำคัญๆเกี่ยวกับการอนุมัติโครงการชุมชนพอเพียง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับชุมชนที่มีความไม่ชอบมาพากลนั้นได้หายไปจาก สพช. คาดว่าจะมีผู้นำออกไปโดยไม่แจ้งให้นายสุมิท แช่มประสิทธิ์ ผอ.สพช.ทราบ ทำให้เจ้าหน้าที่หลายคนกังวลว่าจะเกิดปัญหาเมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามเรียกหาเอกสารสำคัญ


อย่างไรก็ดี นายสุมิท แข่มประสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่พบความผิดปกติเกี่ยวกับเอกสาร แต่เบื้องต้นอยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่ไปรับมอบงานและเอกสารจากนายประโภชฌ์ สภาวสุอย่างเป็นทางการ ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยอ้างมีข้อมูลระบุความสัมพันธ์ของตนกับผู้ถือหุ้นบริษัท บีเอ็นบี อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)นั้น ยืนยันว่าไม่มีความไม่ชอบมาพากลอะไร เพราะส่วนตัวก็รู้จักกับผู้บริหารบริษัทบีเอ็นบีอยู่แล้ว


นายพิสิฐ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการ สตง. ซึ่งได้รับประสานให้เข้าสอบสวนกรณีทุจริตใน สชพ. กล่าวว่า โดยปกติผู้บริหารที่ถูกโยกย้ายหรือถูกปลดออก มักแอบนำเอกสารสำคัญออกไปพร้อมกับตัวเองอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ไม่ใช่เอกสารทางราชการ แต่เป็นเอกสารสำคัญส่วนตัว เช่น ข้อมูลการติดต่อบริษัทเอกชน เป็นต้น หรือถึงจะเป็นเอกสารทางราชการ โดยหลักการแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องทำสำเนาเก็บเอาไว้ และ สตง.สามารถเรียกสอบได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเรียกแล้วไม่พบ หรือไม่ให้ สตง. เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบก็ต้องมีความผิด ขณะนี้ สตง.ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ สพช.แล้ว


คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะแกนนำภาค กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงโครงการชุมชนพอเพียงของพรรคสรุปผล สอบพบสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) 4 คน และสมาชิกพรรค 2 คน ร่วมมือกับภาคเอกชนขายสินค้าให้ชุมชนว่า ไม่คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะกลายเป็นปัญหากระทบต่อคะแนนความนิยมของพรรคใน กทม. แต่ถ้ารู้ว่าใครทำผิดก็ต้องจัดการ ทุกองค์กรย่อมมีคนนอกลู่นอกทางบ้างเป็นเรื่องปกติ ส่วนการลงโทษมีลำดับขั้นตอน เริ่มจากไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง ไปถึงขั้นขับออกจากสมาชิก แต่เท่าที่อยู่กับพรรคมานาน พบว่า พรรคจะให้คนมีปัญหาพิจารณาตัวเอง แต่ถ้าเป็นปัญหาใหญ่ก็ต้องจัดการ


นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กรรมการสอบข้อเท็จจริงโครงการชุมชนพอเพียง กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้ส่งรายงานผลสรุปการสอบให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค คาดว่าจะถึงมือแล้ว


รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า คณะทำงานพรรคพบบุคคล 2 กลุ่มในพรรคประชาธิปัตย์ได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าวแยกเป็น 1.กลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทคู่ค้า ซึ่งผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทแห่งหนึ่งมีหน้าที่ดูแลค่าใช้จ่ายรับรอง ส.ส.ให้นายทุนพรรครายหนี่ง และมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ที่มีบทบาทสูงในการจัดตั้งรัฐบาล 2.กลุ่มผู้ผลิตปุ๋ยและสินค้าทางการเกษตร ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอำนาจอนุมัติโครงการ แต่หลังจากเรื่องทุจริตแดงขึ้นมา คนในกลุ่มผู้ผลิตปุ๋ยพยายามตัดตอนความผิดให้อยู่ที่คนกลุ่มแรก ส่งผลให้บุคคลในกลุ่มแรกแอบส่งข้อมูลสำคัญบางส่วนให้พรรคเพื่อไทยเล่นงาน รัฐบาล


ทางด้านความผิดปกติในขั้นตอนการอนุมัติโครงการของชุมชนหลายแห่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการชุมชนพอเพียง สพช.ตรวจสอบพบในหลายลักษณะ เช่น ชุมชนบางแห่งยื่นขอโครงการแบบหนึ่ง กลับได้รับอีกแบบหนึ่ง มีการเขียนชื่อประธานชุมชนผิด ไม่มีชื่อนายอำเภอรับรองนั้น ผู้สื่อข่าว "มติชน"ลงพื้นที่ตรวจสอบพบปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจริง


นายทองหล่อ ฉัตรแก้ว ประธานชุมชนปลายคลองเก่า หมู่ 13 ต.ไม้ตรา อ.บางไทร จ.อยุธยา ให้สัมภาษณ์ว่า ชุมชนได้รับงบประมาณโครงการ 150,000 บาท ประชาคมเลือกทำโครงการเครื่องพ่นปุ๋ยและยาฆ่าแมลง เนื่องจากเหมาะสมกับชุมชนมากที่สุด ต่อมาได้รับแจ้งว่าชุมชนได้โครงการแล้ว พอเปิดเว็บไซต์ สพช.ดูกลับกลายเป็นได้โครงการติดตั้งขยายเขตไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะ นอกจากนั้นยังพบว่าชื่อประธานชุมชนเป็นชื่อของบุคคลอื่น คือนายชอบ แสงสว่าง ไม่ใช่ชื่อตน เมื่อถามทางอำเภอไปก็ได้รับยืนยันว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงคำขอแต่อย่างใด


"ตอนแรกผมคิดว่าปัญหาอาจเกิดที่กระบวนการจัดทำข้อมูล เนื่องจากโครงการมีมาก คิดว่าแค่ติดต่อไปที่ สพช.ให้แก้ไขข้อมูลคงจะเพียงพอแล้ว แต่เมื่อให้อำเภอช่วยติดต่อยืนยันโครงการที่ต้องการไปยัง สพช. กลับได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ สพช.ว่าถ้าชุมชนคิดว่ามีปัญหาเกิดขึ้น ให้ทำหนังสือร้องเรียนเข้ามาอีกครั้ง ยิ่งสงสัยมากขึ้นว่าเกิดอะไรกัน จนขณะนี้ยังไม่ได้รับอนุมัติเงิน" นายทองหล่อกล่าว


ส่วนนายวิชา สุขทรัพย์ ประธานคณะกรรมการชุมชนบ้านเกาะใหญ่ หมู่ 2 ต.ไม้ตรา อ.บางไทร จ.อยุธยา กล่าวว่า ชุมชนมีปัญหาเช่นกัน หลังจากขอโครงการก่อสร้างและปรับปรุงร้านค้าชุมชน วงเงิน 150,000 บาท แต่กลับได้รับเครื่องพ่นยาและปุ๋ยแทน ที่แรกคิดว่า สพช.คงบันทึกชื่อโครงการชุมชนสลับกับชุมชนปลายคลองเก่า เพราะใช้ชื่อนายทองหล่อ ประธานชุมชนปลายคลองเก่ามาใส่แทนชื่อตน แต่จากการสอบถามไปที่ชุมชนปลายคลองเก่า ทราบว่าชุมชนไม่ได้เสนอโครงการร้านค้าแต่อย่างใด ไม่ทราบว่า สพช.เอาข้อมูลมาจากไหน และว่า ช่วงที่รัฐบาลประกาศทำโครงการ มีบริษัทเอกชนหลายรายส่งไปรษณีย์แนบโบร์ชัวร์สินค้ามาเสนอให้พิจารณา ระบุชื่อตนในฐานะประธานโครงการอย่างชัดเจน ไม่ทราบว่าได้ข้อมูลมาจากไหน เพราะเท่าที่ทราบมีแต่ สพช.เท่านั้นที่มีข้อมูลชุมชน


นายสุมิท แช่มประสิทธิ์ ผู้อำนวยการ สพช. กล่าวว่า ปัญหาที่ จ.อยุธยาน่าจะมาจากมีโครงการเสนอเข้ามามาก เจ้าหน้าที่อาจพิมพ์ข้อมูลผิดพลาด ประกอบกับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่หลายครั้ง ทำให้การทำงานอาจมีปัญหาเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม จะเข้าไปตรวจสอบ หากพบปัญหาเกิดขึ้นในขั้นตอนการทำงาน คงต้องปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ส่วนกรณีที่บริษัทเอกชนเสนอขายสินค้าให้ชุมชนต่างๆ ตั้งแต่ยังไม่ได้เสนอโครงการนั้น ยืนยันได้ว่า ไม่ใช่ข้อมูลจาก สพช.แน่นอน แต่ไม่รู้ว่าได้ข้อมูลจากไหน
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old August 25th, 2009, 02:17 PM   #119
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,535
Likes (Received): 1550

นายหน้าเถื่อนกิน2ต่อต้อนคนงาน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2455 23 ส.ค. - 26 ส.ค. 2552


โรงงานย่านปทุมธานี-อยุธยา วิ่งหาแรงงานให้วุ่น ออร์เดอร์ทะลักแต่หาคนมาทำงานไม่ได้ ยักษ์WD ขาดหนักต้องการ 4 พันคน วิ่งโร่ขอใช้แรงงานต่างด้าว แก๊งหัวใสตั้งตัวเป็นนายหน้าหางานเถื่อนระบาดซ้ำ รับสองทางหักหัวคิวคนงานโหด 200 บาท/คน ทั้งที่ได้ค่าหัวจากทางโรงงานแล้ว รับทรัพย์เพลินวันละนับหมื่นบาท บ.เอาต์ซอร์ซโวยถูกตัดหน้าไม่เป็นธรรม สำนักงานจังหวัดปทุม ยอมรับได้รับการร้องเรียนมาต่อเนื่อง แต่ไม่มีผู้เสียหายไปแจ้งความจึงทำอะไรไม่ได้

ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ ประธานสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ และรองประธานบริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด หรือWD ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่สัญชาติอเมริกา เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ขณะนี้กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ตั้งโรงงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก โดยมีความต้องการแรงงานเพิ่มอีกประมาณ 6,000-7,000 คน เนื่องจากการผลิตฮาร์ดดิส์ไดรฟ์ ,ไอซี และพีซี บอร์ด ซึ่งเป็นชิ้นส่วนหลักในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ได้มีการใช้กำลังการผลิตเพิ่มเกือบเท่าระดับปกติแล้ว จากที่กำลังการผลิตหดตัวลง 25-30% จากผลวิกฤติเศรษฐกิจโลกเมื่อต้นปี

-WDเล็งจ้างแรงงานต่างด้าว

ทั้งนี้ การรับแรงงานกลับเข้าทำงานอย่างเร่งด่วนมีปัญหา สาเหตุหนึ่งอาจจะมาจากมาตรการภาครัฐหลายโครงการที่ช่วยเหลือคนตกงานก่อนหน้านี้ ทำให้แรงงานมีทางเลือกในการหางานใหม่มากขึ้น หรือแรงงานที่ถูกปลดหลังวิกฤติได้โยกย้ายกลับถิ่นฐานในต่างจังหวัด การจะดึงกลับมาทำงานเดิมในทันทีทำได้ยาก และจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ซึ่งปัญหานี้อยากจะให้รัฐบาล หรือสถาบันการศึกษาทำการวิจัยว่า วันนี้ทำไมแรงงานไทยหายไปไหน และทำไมจึงจ้างงานยากขึ้นกว่าเดิมมาก

ดร.สัมพันธ์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของบริษัทWD เอง มีความต้องการแรงงานฝ่ายปฏิบัติการ วุฒิม.3 ขึ้นไปจำนวน 4,000 คน (รวมโรงงานที่อยุธยาและปทุมธานี) โดยเฉพาะที่โรงงานบางปะอิน ต้องการแรงงานจำนวนมาก โดยตั้งเป้าว่าต้องการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นสูงถึงสัปดาห์ละ 800-900 คน แต่ขณะนี้เพิ่งหาแรงงานได้ประมาณ 500 คน/สัปดาห์เท่านั้น หากยังทำไม่ได้ตามเป้าก็ต้องจ้างแรงงานต่างด้าวเข้ามา ซึ่งขณะนี้ได้ติดต่อไปยังกระทรวงแรงงานแล้ว

จากปัญหาแรงงานขาดแคลนหากยังปล่อยให้เกิดขึ้นต่อเนื่องไป ก็จะเกิดผลกระทบต่อการลงทุนใหม่ในอนาคต ซึ่งรัฐบาลจะต้องลงมาดูแลปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อให้สอดคล้องกับที่รัฐบาลต้องการจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการลงทุนและการส่งออก จึงต้องมีแรงงานรองรับการขยายตัว หากปล่อยนานไปโดยไม่แก้ไข นักลงทุนต่างชาติจะไม่กล้าเข้ามาลงทุนเพราะไม่มีแรงงานรองรับ

-โบรกเกอร์เถื่อนฟันหัวคิวกระฉูด

ด้านแหล่งข่าวจากบริษัทรับจัดหาแรงงานรับช่วงเหมา(ซับคอนแทร็กต์) ซึ่งเป็นบริษัทที่เอาต์ซอร์ซแรงงานป้อนให้กับโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า จากเหตุที่โรงงานย่านปทุมธานีและพระนครศรีอยุธยา แย่งกันหาคนงานจำนวนมากอย่างเร่งด่วนนี้ ทำให้มีคนหัวใสตั้งตัวเป็นนายหน้าหางานเถื่อนกันอย่างคึกคักในพื้นที่ คอยทาบทามชักจูงพาคนงานไปส่งโรงงานต่าง ๆ โดยเรียกค่าหัวคิว 2 ทาง คือ ทั้งจากคนงานที่จะพาไปส่งโรงงาน ในอัตราหัวละ 100-200 บาท โดยอ้างว่ามีตำแหน่งงานที่ต้องการให้ทำจำนวนมาก แต่พอไปถึงโรงงานจริงอาจไม่ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการจริง เป็นการซ้ำเติมคนหางานเหล่านั้น ขณะเดียวกันก็เรียกเก็บจากทางโรงงานตามที่ได้ตกลงกันไว้อีกทางหนึ่ง


กลุ่มโบรกเกอร์เถื่อนเหล่านี้สามารถทำรายได้ จากการหาคนงานไปป้อนโรงงานต่าง ๆ จำนวนตั้งแต่ 30-100 คนต่อวัน เป็นเงินถึง 6,000-10,000 บาททีเดียว ซึ่งจากการไปเฝ้าสังเกตการณ์พบว่า เฉพาะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี จะมีกลุ่มนายหน้าจัดหางานเถื่อนเหล่านี้อย่างต่ำประมาณ 30 ราย ซึ่งจะวนเวียนอยู่แถวเส้นทางเข้านิคมตั้งแต่เช้าตรู่ถึง 14.00น. ทำให้เกิดผลกระทบต่อรับจัดหาแรงงานรับเหมาช่วง ที่หาคนไปป้อนโรงงานไม่ได้ เพราะถูกตัดตอนจากกลุ่มคนที่จัดหางานเถื่อนที่ระบาดอยู่ในขณะนี้


"วิธีการนี้ไม่ยุติธรรมกับบริษัทจัดหาแรงงานซับคอนแทร็กต์ และไปซ้ำเติมคนที่ตกงานอยู่แล้ว โดยการไปรีดค่าหัวโหด 200บาท/หัว จึงอยากให้สำนักงานจัดหางานจังหวัดปทุมธานีเข้ามาดูแลให้ถูกต้อง"





-จัดหางานฯรับมีผู้ร้องเรียนมาก


ต่อเรื่องนี้สำนักงานจัดหางานจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนเรื่องนี้ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งต้องแยกเป็นสองกรณี คือ หากต้องการดำเนินคดีต้องมีผู้เสียหาย คือผู้ใช้แรงงานที่ถูกหลอก ต้องไปแจ้งความว่าเป็นผู้เสียหายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยผู้กระทำผิดจะถูกปรับไม่เกิน 20,000 บาท แต่ที่ผ่านมามีแต่ผู้ร้องเรียน แต่ไม่มีใครไปแจ้งความว่าเป็นผู้เสียหาย ส่วนการร้องเพื่อให้ช่วยคุ้มครองแรงงาน ซึ่งก็มีแต่ผู้ร้องเรียนไปยังกรมการจัดหางานและ สำนักนายกรัฐมนตรีจำนวนมากนั้น กรณีนี้อาจเข้าลักษณะความผิดต่อพ.ร.บ.จัดหาแรงงานที่ไม่ถูกต้อง เข้าข่ายล่อลวงแรงงาน เพราะอาจจะไม่มีตำแหน่งงานตามที่ประกาศ หรือเชิญชวนไว้ตั้งแต่แรก เหมือนบริษัทที่รับจัดหาแรงงานรับเหมาช่วง ที่ทำเป็นมืออาชีพอยู่แล้ว ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะมีตำแหน่งงานรองรับที่ชัดเจน


ส่วนปัญหาแรงงานขาดในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีพบว่า หลายบริษัทมีปัญหามาก ทางสำนักงานจัดหางานจังหวัดปทุมธานี กำลังช่วยหาทางออก โดยการช่วยจัดหางานให้กับ


บริษัทเอกชนในพื้นที่ โดยได้ตั้งบูธนัดพบแรงงานย่อยในย่านใกล้เคียง อาทิ เซียร์รังสิต, เจ อเวนิวนคร, ตามศูนย์การค้าโลตัส บิ๊กซี และที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดปทุมธานี ซึ่งในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมนี้ มีแรงงานเข้ามาสมัครงานแล้วประมาณ 7,800 คนและในจำนวนนี้สามารถบรรจุงานได้ประมาณ 1,425 คน





-แจงตัวเลขเลิกจ้างลดฮวบ


ด้านรายงานผลการเฝ้าระวังสถานการณ์การเลิกจ้างและแนวโน้ม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ระบุว่า สถานการณ์การเลิกจ้างเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น จำนวนลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2552 มียอดผู้ถูกเลิกจ้าง 1,415 คน และ 1,013 คนตามลำดับ ส่วนตัวเลขเดือนสิงหาคม (นับถึง 14 ส.ค.) อยู่ที่ 446 คน ถือว่าลดลงมากเมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ ที่มีผู้ถูกเลิกจ้างถึง 12,791 คน


นอกจากนี้ ยังเริ่มมีความต้องการแรงงานเพิ่ม โดยสถานประกอบการได้แจ้งความต้องการผ่านมายังกระทรวงแรงงานรวม 61 แห่ง จำนวนลูกจ้างที่ต้องการเพิ่มขึ้นประมาณ 12,295 คน เป็นกิจการประเภทโรงแรม โรงพิมพ์กล่องกระดาษ ตัดเย็บเสื้อผ้ารองเท้า ผลิตภัณฑ์ยาง ประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์อาหาร ฯลฯ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดนนทบุรี นครนายก กรุงเทพฯ อยุธยา ขอนแก่น ราชบุรี สมุทรปราการ นครสวรรค์ ลพบุรี และแพร่
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 26th, 2009, 10:25 AM   #120
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,535
Likes (Received): 1550

"อยุธยา"แชมป์เที่ยวภาคกลาง

วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11491 มติชนรายวัน


ททท.ทำคู่มือแพคเกจราคาถูก เอกชนจี้ปรับการจัดงานให้ชัด

ททท.ทำคู่มือท่องเที่ยวราคาถูก หวังกระตุ้นเที่ยวปลายปี เล็งจัดงานเที่ยวไทย 5 ภาคต่อปีหน้า หลังผลตอบรับดี เอกชนแนะปรับปรุงการจัดงานให้ตรงกลุ่มเป้าหมายกว่านี้

นายไชยสงค์ ชูฤทธิ์ ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวภาคกลางในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยมากยิ่งขึ้น จึงสามารถทดแทนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงได้ โดยเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 20% จังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุด คือ พระนครศรีอยุธยา รองลงมาเป็นหัวหิน และอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

นายไชยสงค์กล่าวว่า ททท.ได้จัดทำคู่มือเส้นทางท่องเที่ยวราคาถูกจำนวน 100,000 เล่ม ตั้งแต่แพคเกจละ 800-2,000 บาท รวม 38 เส้นทาง ใน 22 จังหวัดทั่วประเทศ แจกประชาชนที่สนใจเดินทางท่องเที่ยว ให้สามารถตัดสินใจเดินทางได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าการจัดทำคู่มือดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 10-15%

ทั้งนี้เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายในแต่ละภาค ททท.ได้จัดโครงการเที่ยวภาคกลาง ถูกดี มีจริง เพื่อให้ผู้ที่สนใจท่องเที่ยวในภาคกลางทราบถึงแหล่งข้อมูลการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่มากยิ่งขึ้น คาดว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยให้เกิดการท่องเที่ยวในภาคกลางเพิ่มขึ้นประมาณ 20%

นายวันเสด็จ ถาวรสุข รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า ททท.มีแนวคิดที่จะจัดงานเทศกาลเที่ยวไทย 5 ภาค อีกในปี 2553 หลังจากมีกระแสตอบรับเป็นอย่างดีในการจัดงานทั้ง 4 ครั้งที่ผ่านมาของปีนี้ โดยเฉพาะครั้งล่าสุดจัดขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 21-23 สิงหาคมที่ผ่านมา คาดว่ามีผู้เข้าร่วมงานเกิน 60,000 คน สูงกว่าการจัดงานทุกครั้ง ส่วนที่ยังเหลืออีก 1 ครั้งในปีนี้ คือ ภาคกลาง ที่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็คาดว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีเช่นเดียวกัน

นายวัฒน เริงสมุทร ประธานชมรมมัคคุเทศก์จังหวัดกระบี่ ในฐานะสมาชิกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวกระบี่ กล่าวว่า ต้องการให้ ททท.จัดงานในลักษณะนี้อีก เพราะเป็นงานที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้พบปะ เจรจาซื้อขาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน และยังส่งผลให้ผู้ประกอบการได้เปิดตัวสินค้า บริการกับลูกค้าในประเทศได้ทั่วถึงด้วย แต่ ททท.ควรปรับปรุงการจัดงาน โดยหากลุ่มเป้าหมายที่จะมาร่วมงานให้ชัดเจนขึ้น เน้นกลุ่มที่เป็นผู้ซื้อจริงมากกว่าเที่ยวชมงานเฉยๆ และต้องการให้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวมีโอกาสเข้าร่วมมากกว่านี้ ไม่จำกัดจำนวนผู้ประกอบการแต่ละจังหวัด โดยเชื่อว่าจะทำให้ผู้ประกอบการมีโอกาสเจรจาซื้อขายมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

หน้า 19
napoleon no está en línea   Reply With Quote


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 03:43 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu