daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand



Reply

 
Thread Tools
Old June 16th, 2010, 11:08 AM   #201
NiShiiZ
iChon
 
NiShiiZ's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: Bangkok/Metz/Phanat Nikhom, Chonburi
Posts: 1,825
Likes (Received): 29

ความจริงกฎหมายผังเมืองน่าจะระบุไว้ว่า ผังเมืองฉบับเก่าจะมีผลต่อไปจนกว่าฉบับใหม่จะมีผลแทน
__________________
I ♥ Chonburi

แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง
NiShiiZ no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old June 16th, 2010, 07:52 PM   #202
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,377
Likes (Received): 1250

Samui hotel has potential

Bangkokpost Published: 16/06/2010 at 12:00 AM

The Mercure Samui Property Fund, an 828-million-baht freehold property fund that will invest in a hotel on Koh Samui, is scheduled to be launched at the beginning of July.

Proceeds from the offering will be used to purchase the 88-room hotel and 14 rai of land with 65 metres of beachfront at the Mercure Samui Buri Resort, a boutique hotel located on Maenam Beach on the island off Surat Thani.

The four-star hotel opened three years ago and was formerly known as the Samui Resotel. The Accor chain has managed it since November 2009.

The hotel reported a net profit of 30 million baht in the first five months of this year and is expected to post a net profit of about 72 million baht for the full year. Its current occupancy rate is 76%, with an average room rate of about 5,000 baht per night.

Food and beverage revenue contributes about 40% of the property's total.

The fund will offer guaranteed returns for the first five years, using a bank guarantee, personal guarantee and cash flow from Chaweng Cove Resotel, an affiliated property under the same owner.

The returns are guaranteed at 53.82 million baht for the first year, 55.89 million for the second, and 57.96 million baht annually for third through fifth years.

The rate of return is expected in excess of 6% for the first five years. Returns from the sixth year onward would be equivalent to minimum revenue of 58 million baht plus profit-sharing at 60% of any additional gross profit margin.

Nukul Chaiyanil, the property fund manager of BT Asset Management, said the fund was covered by all-risks and business interruption insurance.

He said that hotels on Samui, especially those managed by global chains, had been affected slightly by the unrest in Bangkok because of the island's distance from the conflict areas.

More importantly, he said, the target customers of the hotel are mostly from northern European countries that have not been affected by the European debt crisis.

Woradej Songtrakul, CEO and president of Resotel Group, said that of the 800 million baht raised from the fund, about 300 million would be spent for refinancing and the remainder invested in Samui Plaza, his three new hotels under the All Seasons brand of Accor.

He said his family would hold around 10% of the fund as well.
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old June 21st, 2010, 09:16 AM   #203
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,377
Likes (Received): 1250

ตรวจสอบเขาแพงของลูกชาย"สุเทพ"

Dailynews วันจันทร์ ที่ 21 มิถุนายน 2553 เวลา 13:08 น


คณะกรรมาธิการกฎหมาย ลงพื้นที่ดูเขาแพง เกาะสมุย ตรวจสอบการถือครองที่ดินของลูกชาย "สุเทพ"

วันนี้ (21มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประชา ประสพดี ประธานกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน พร้อมคณะกรรมาธิการ ได้ลงพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรวจสอบการถือครองที่ดินของนายแทน เทือกสุบรรณ ในโฉนดที่ดินเลขที่ 28109,37345 และ37346 ตำบลแม่น้ำ อำเภอเกาะสมุย โดยมีนายจำลอง โพธิ์เพชร หัวหน้าที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย ตอบข้อสักถามของคณะกรรมาธิการ จากนั้นคณะกรรมาธิการได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตรวจสอบที่ดินแปลงดังกล่าวพร้อมสื่อมวลชน ส่วนในพื้นที่ดังกล่าวได้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่พร้อมถนนคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างดี โดยคณะกรรมาธิการจะตรวจสอบอ่างเก็บน้ำว่าได้มีการขออนุญาตก่อสร้างหรือไม่.

napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old June 21st, 2010, 06:59 PM   #204
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,377
Likes (Received): 1250

กมธ.สภาฯนั่งฮ.บุกสำรวจที่ดินลูก"สุเทพ" พิรุธไม่พบส.ค.1ของ"นิพนธ์" จนท.ยันออกเอกสารสิทธิถูกต้อง

วันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เวลา 23:34:56 น. มติชนออนไลน์


กมธ.กฎหมายฯนั่ง ฮ.สำรวจที่ดินลูก"สุเทพ" พบพิรุธเอกสารสิทธิ 1 แปลงหายไป สั่งให้ตรวจสอบด่วน จนท.แจงที่ดินของ"แทน เทือกสุบรรณ" อยู่บน"เขาเตย"ไม่ใช่"เขาแพง" ยันออกเอกสารสิทธิถูกต้อง เผยต่างชาติเข้าไปครอบครองมากขึ้น

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นายประชา ประสพดี ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และนายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามตรวจสอบกรณีการถือครองที่ดินเขาแพง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ของนายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมคณะทั้งหมด 13 คน เข้ารับฟังคำชี้แจงการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองเกาะสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
มีนายศักดิ์ชัย จ.ผลิต นายอำเภอเกาะสมุย นายจำลอง โพธิ์เพชร เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย พ.ต.อ.สำราญ มาเจริญ ผกก.เกาะสมุย และนายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีเมืองเกาะสมุย ให้การต้อนรับและร่วมชี้แจง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ทาง กมธ.ซักถามใน 3 ประเด็น คือ
1.การอออกเอกสารโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
2.ความลาดชันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ห้ามเกิน 35% และ
3.ที่ดินที่นำมาออกโฉนดมี ส.ค.1 ทุกแปลงหรือไม่


นายประเกียรติกล่าวว่า ต้องการมาตรวจสอบและรับฟังว่า การออกโฉนดในที่ดินของ นายแทน และนายนิพนธ์ ออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ขอให้ตรวจสอบจากสารบบบันทึกมีเอกสาร ส.ค.1 ออกเป็น น.ส.3 เป็นไปโดยชอบหรือไม่อย่างไร


นายประชากล่าวว่า ขอให้ ผกก.สภ.เกาะสมุย ช่วยดูแลครอบครัว นายประธูป ภู่ไพบูลย์ ราษฎรซึ่งทำกินอยู่บนเขาแพงและเป็นผู้เปิดเผยเรื่องนี้ ที่กำลังมีความวิตกกังวล และเป็นห่วงในความไม่ปลอดภัย โดยขอให้ ผกก.แจ้งให้ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานีทราบด้วย ในประเด็นที่ดินของนายแทนที่จาก น.ส.3 28 ไร่ ออกโฉนดเป็น 62 ไร่ เพิ่มถึง 29% ซึ่งมีข้อน่าสงสัย


ด้านนายจำลองชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวชื่อว่า "เขาเตย" ไม่ใช่"เขาแพง" โดยที่ดินครอบครัวของนายสุเทพจากการตรวจสอบการออกโฉนดขั้นต้นถือว่า เป็นไปตามขั้นตอนราชการทุกประการ กรณี ส.ค.1 ที่พื้นที่น้อยออกเป็น น.ส.3 มีพื้นที่มากไปจากเดิมเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ส่วนประเด็นที่ว่า กรณีเนื้อที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมให้ออกโฉนดได้เท่าที่ทำประโยชน์ เมื่อมีเจ้าของที่ดินข้างเคียงรับรองสิทธิ ซึ่งท้องที่บนเกาะสมุยส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดที่ไปรังวัดจะได้เนื้อที่เกินไปจากหลักฐานเดิมเกิน 80% ของผู้มาออกโฉนด การเพิ่มของที่ดินเป็นเรื่องปกติ บางแห่งเพิ่มถึง 200-300% ก็เคยมี


นายจำลองกล่าวว่า ได้ตรวจสอบเอกสาร ส.ค.1 บนเขาเตยทั้งหมด ส่วนใหญ่เท่าที่พบมี ส.ค.1 และไม่มี ส.ค.1 เพียง 2 ราย คือ นายข้อง แซ่ภู่ (บิดานายประธูป) และนายรักษ์ ทวยเจริญ กรณีแปลง 62 ไร่ ของนายแทนจะเป็นที่ลาดเนินเขา ได้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2530 กำหนดว่า พื้นที่ลาดเกิน 35% ขึ้นไปห้ามออกเอกสารสิทธิ เว้นไว้กันเป็นที่ป่าไม้ เว้นแต่ว่าเจ้าของมีสิทธิโดยชอบตามกฎหมาย ถ้ามี ส.ค.1 ก็มีสิทธิโดยชอบ ฉะนั้น จะนำกฎหมาย 35% มาใช้ไม่ได้


"ที่ น.ส.3ก.3 ฉบับของนายแทนมาจาก ส.ค.1 ทั้ง 3 ฉบับ โดย ส.ค.1 เลขที่ 85 มีชื่อนายชื่น ศรีแผ้ว ครอบครองจรดข้างเคียงกัน ด้านทิศใต้มีนายเชื่อม ศรีแผ้ว ขายให้นายแทน และทิศตะวันออก นายเทียบ ลิ้มสุวรรณ ได้ออก น.ส.3 ขายต่อให้คนอื่นไป แต่แปลงตรงกลางของนายเชื่อม ศรีแผ้ว ส.ค.1 เลขที่ 97 ค้นในสารบบไม่เจอ แต่ไปดู ส.ค.1 แปลงข้างเคียง ระบุเป็นชื่อนายเชื่อมจริง และทะเบียนครอบครองมีชื่อนายเชื่อมเป็นเจ้าของ" นายจำลองกล่าว


นายจำลองกล่าวว่า ทั้งนี้ ส.ค.1 เลขที่ 95 ซึ่งเป็นของนายจรูญ ศรีแก้ว เจ้าของเดิมก่อนที่จะขายให้ หจก.เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่นนั้น มีจำนวน 16 ไร่ 3 งาน 97 ตร.ว. ภายหลังได้แบ่งออกเป็น 2 แปลง แปลงแรกจำหน่ายให้กับนายแทนในขณะที่เป็น น.ส.3ก. ส่วนแปลงที่ขายให้นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ นั้น ถูกนำออกโฉนดแล้ว โดยนำไปจดทะเบียนซื้อขายอย่างถูกต้อง แต่ทั้งนี้ เอกสารการออก ส.ค.1 ของที่ดินแปลงดังกล่าวยังหาไม่พบในสารบบ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแปลงนี้เท่านั้น แต่มีอีกหลายแปลงที่หาไม่เจอด้วยเช่นกัน


ขณะที่ กมธ.กำชับให้สำนักงานที่ดินไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลักฐาน โดยนายประชากล่าวว่า ขอยืนยันว่าเอกสารที่อ้างว่าหายไปนั้น ตนมีสำเนา และจะนำไปแถลงข่าวก่อนวันที่ 23 มิถุนายน เพื่อให้สาธารณะได้รับทราบว่าหายจริงหรือไม่ ระหว่างนั้น นายจำลองกล่าวขึ้นว่า ถ้าอย่างนั้นขอสำเนา 1 ชุด เพื่อทดแทนเอกสารที่หายไป


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังใช้เวลาประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง นายประชาขอให้นายจำลองยืนยันว่า การออกเอกสารสิทธิถือครองที่ดินของตระกูลเทือกสุบรรณ และนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งนายจำลองได้กล่าวว่า ยืนยันว่าเอกสารสิทธินี้ชอบทุกแปลง แต่อาจมีการคลาดเคลื่อนในเอกสารนิดหน่อย สำหรับเกาะสมุยเป็นที่มีพื้นที่ว่างน้อย ในส่วนที่ไม่มีเอกสารสิทธิ แต่มีใบ ภ.ท.บ.5 อยู่ประมาณ 600 รายเศษ อยู่ในระหว่างตรวจสอบ ทั้งนี้ ในพื้นที่เขาแพงไม่มีพื้นที่ป่าแต่อย่างใด ขณะที่นายกเทศมนตรีเกาะสมุย โต้แย้งขึ้นทันทีว่า บนเกาะสมุยมีพี้นที่ป่าสงวนที่แจ้งต่อเทศบาลไว้ เมื่อดูจากภาพถ่ายทางอากาศพบว่า อยู่ห่างจากที่ดินของนายแทนออกไป 4 กิโลเมตร ตนขอให้ กมธ.ให้ความช่วยเหลือกับชาวบ้าน เพราะตอนนี้มีนายทุนต่างชาติเข้ามาถือครองจำนวนมาก


หลังการประชุม กมธ.พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ ได้แก่ นายอำเภอเกาะสมุย นิติกรจังหวัด นำสื่อมวลชนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บินวนดูพื้นที่มุมสูงของเขาแพงจากทางอากาศ พบว่า ยังมีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งมีสวนมะพร้าวหนาแน่น ส่วนที่ดินของนายแทนถูกปรับสภาพ มีการพัฒนาพื้นที่โดยตัดถนนซีเมนต์สองเลน ลัดเลาะตั้งแต่ตีนเขาทางขึ้นจาก ต.แม่น้ำ จนถึงที่ดินบริเวณยอดเขา อีกทั้งยังพบว่า มีการตัดถนนขึ้นลงอีกด้านหนึ่งของเขาแพง ทาง ต.อ่างทอง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีขุดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อกักน้ำไว้ใช้


หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวเดินทางโดยรถยนต์เพื่อเข้าไปสังเกตการณ์ในที่ดินดังกล่าวของนายแทน พบว่า ทางขึ้นด้านบ้านบางปอ มีการนำป้ายปิดประกาศห้ามเข้า ระบุว่า เป็นที่ดินส่วนบุคคลของนายบรรเจิด ซึ่งเป็นคนสนิทของนายสุเทพ


นายจำลองให้สัมภาษณ์ภายหลังถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ถูกโยกย้ายมาเป็นรักษาการซี 8 เจ้าหน้าที่ดินเกาะสมุย เพื่อดูแลการออกโฉนดดังกล่าว นายจำลองกล่าวว่า ได้รับการโยกย้ายมาด้วยความเหมาะสม เพราะเป็นคนในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี รู้จักคนมากพอสมควร ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นข้าราชการซี 7 แต่กินตำแหน่งซี 8 นั้น ความจริงแล้วได้รักษาการซี 8 แล้วเหลือแต่ทำผลงานเท่านั้น ก็จะได้ขึ้นเป็นซี 8 ทั้งนี้ ที่ดินคนเก่าขอย้ายไป จ.ลำปางเอง เพราะไม่มีความสบายใจในการทำงานที่นี่ สำหรับการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการถือครองที่ดินของนายแทนเสร็จแล้ว เตรียมรายงานให้ทางกรมที่ดินรับทราบ

napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old June 23rd, 2010, 12:28 PM   #205
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,377
Likes (Received): 1250

บี้ที่ดิน'นิพนธ์' โฉนดบิน ต้องคืนหลวง

Thairath 23/06/2010

กมธ.กฎหมาย สภาฯ พบพิรุธลูก "เทพเทือก" จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทปี 39 แต่ได้ที่ดินมาปี 37 ขย่มซ้ำที่ดินเขาแพง "นิพนธ์ พร้อมพันธุ์" ออกโฉนดบิน ผิดวัตถุประสงค์ผู้บริจาค บี้คืนหลวง บอกไม่คุ้ม ปล่อยไว้ซ้ำรอย สปก.4-01..

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. เวลา 13.20 น. ที่รัฐสภา นายประชา ประสพดี ประธานกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วยนายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุม โดยนายประชา กล่าวว่า จากการเชิญเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้กรมที่ดิน เข้าชี้แจงกรณีการถือครองที่ดินเขาแพง ของนายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จากการตรวจสอบและชี้แจงของเจ้าหน้าที่ พบว่ามีพิรุธ ในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ซึ่งได้สอบถามถึงที่มาของที่ดินดังกล่าว ได้มาเมื่อในปี พ.ศ.2537 แต่ขณะที่ หจก.ดังกล่าวได้จดทะเบียนก่อตั้งในปี 2539 ซึ่งเป็นข้อพิรุธที่ต้องตรวจสอบต่อไป โดยสัปดาห์หน้าจะเชิญรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าชี้แจงเพิ่มเติม

ด้านนายประเกียรติ กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่ดินกว่า 10 ไร่ ของนายนิพนธ์ พร้อมพันธ์ุ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี บริเวณเขาแพง เกาะสมุย พบว่า มีข้อพิรุธที่มาของที่ดินไม่ชัดเจน โดยนายนิพนธ์ระบุผ่านโทรศัพท์ว่า หากทาง กมธ.กฎหมายฯ ตรวจสอบแล้วพบว่า มีความไม่ชอบ ก็พร้อมจะคืนที่ดินให้กับหลวง จากการตรวจสอบพบว่า การออก สค.1 เป็นการออกโฉนดบิน โดยพื้นที่จริงอยู่ใน ต.แม่น้ำ แต่กลับออก สค.1 ใน ต.อ่างทอง ซึ่งมีระยะทางที่ห่างกันมากและเป็นไปไม่ได้ที่จะออก สค.1 ในพื้นที่ห่างกัน อีกทั้งยังพบว่าที่ดินดังกล่าวเป็นภูเขา มีความลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ ตามกฎหมายระบุชัดว่า ต้องเป็นที่ดินของกรมป่าไม้ ทั้งนี้ ในวันที่ 23 มิ.ย. เวลา 13.00 น.จะเดินทางยื่นหนังสือให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) เร่งรัดตั้งกรรมการตรวจสอบให้เร็วที่สุด

ขณะที่นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า เรื่องที่ดินเขาแพง ล่าสุดนายนิพนธ์ ได้ประสานผ่านตนแล้วว่า เจ้าหน้าที่ที่ดินจะนำเอกสา รสค.1 ซึ่งเป็นหลักฐานการซื้อขายที่ดินของนายนิพนธ์มาแสดง แต่ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว อีกทั้งนายนิพนธ์ยืนยันชัดเจนว่า หากเรื่องนี้ยังคลุมเครือไม่สามารถพิสูจน์ได้ นายนิพนธ์ก็พร้อมจะคืนที่ดินดังกล่าวให้กับแผ่นดิน เพราะค่าที่ดินจำนวน 21 ล้าน ที่นายนิพนธ์ซื้อมา หากแลกกับเกียรติยศ ชื่อเสียงที่สะสมมานาน ไม่คุ้มค่ากัน นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ตนจึงเห็นว่านายนิพนธ์ ควรแสดงสปิริตคืนที่ดินดังกล่าว เพราะหากปล่อยนานไป จะกลายเป็นปัญหาซ้ำรอยกับคดี สปก.4-01 ภาคสองเป็นแน่

นอกจากนี้ กมธ.กฎหมายฯ ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า ที่ดินที่นายแทนและนายนิพนธ์ครอบครองอยู่ ได้มาจากการบริจาคที่ดินของนายอากร ฮุนตระกูล และลูกชายนายธนกร ฮุนตระกูล ที่ได้บริจาคให้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อปี 2549 จำนวน 4,870 ไร่ เพื่อให้เป็นที่ต้นน้ำลำธารและเป็นป่าชุมชน ซึ่งไม่สามารถออก สค. 1 หรือออกโฉนดได้ แต่ภายหลังกลับมีการแยกที่ดินมาออก สค.1 ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค.
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old June 24th, 2010, 02:20 PM   #206
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,377
Likes (Received): 1250

ที่ดินรับสค.1"แทน เทือกสุบรรณ"หายเกลี้ยง พบพิรุธกว้านซื้อที่ก่อนตั้งหจก. "เรืองปัญญา"เป็นนอมินี

วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เวลา 03:28:34 น. มติชนออนไลน์


กมธ.กฎหมายเชื่อว่า"เรืองปัญญาฯ"เป็นนอมินีถือที่ดินแทน ที่ดินสมุยยอมรับต้นขั้ว-เอกสารทุกชิ้น ส.ค.1 เลขที่ 97 ของ"แทน เทือกสุบรรณ"ล่องหน กำลังตั้งกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง อ้างซื้อ-ขายไม่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะเหตุเจ้าหน้าที่ไม่รู้


"แทน"ติดภารกิจไม่เข้าแจงกมธ.


คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.)เป็นประธาน เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมที่ดิน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอำเภอเกาะสมุย นายช่างรังวัด สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย และนายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เจ้าของที่ดินบนพื้นที่เขาแพง หมู่ 6 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เข้าชี้แจงที่ประชุม กมธ.เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่รัฐสภา ภายหลังนายแทนถูกกล่าวหาครอบครองที่ดินโดยมิชอบ ด้วยการนำ น.ส.3 ก. จำนวน 3 แปลง เนื้อที่ 48 ไร่ 1 งาน 97 ตารางวา มาออกเป็นโฉนดที่ดิน เลขที่ 28019 ได้เนื้อที่ 62 ไร่ 1 งาน 97 ตารางวา ได้เนื้อที่เพิ่ม 14 ไร่


ทั้งนี้มีเพียงนายมงคล อินทสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมที่ดิน ผู้อำนวยการสำนักจดทะเบียน กรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ และนายจำลอง โพธ์เพชร หัวหน้าสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย ซึ่งเข้าชี้แจงต่อกมธ.ว่าเป็นตัวแทนของผู้ว่าฯสุราษฎรธานี นายอำเภอเกาะสมุย และนายช่างรังวัด สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนนายแทนนั้นได้ประสานมายัง กมธ.ว่าติดภารกิจที่ต่างประเทศ จากนั้น กมธ.ได้เริ่มซักถามการถือครองที่ดินของนายแทน โดยฉายภาพที่ตั้งของที่ดินมุมสูง ขณะที่นายจำลองไล่เรียงการถือครองที่ดินของนายแทน


ที่ดินสมุยอ้างเหตุที่งอกเป็น 62ไร่


นายจำลองอธิบายว่า การรังวัดเพื่อออกโฉนดและได้เนื้อที่แตกต่างไปจากหลักฐานเดิม เนื่องจากใช้วิธีและเทคนิคการรังวัดที่แตกต่างกัน มีความละเอียดไม่เหมือนกัน ตรวจสอบหลักฐานการออก น.ส.3 ก. เจ้าหน้าที่รังวัดใช้เทคนิคประเทศรังวัดและลงรูปแผนที่ในระวางตามลวดลายที่ปรากฏอยู่ในรูปถ่ายทางอากาศ น.ส.3 ก. ซึ่งเป็นวิธีโดยประมาณทำให้ผลที่ออกมามีความละเอียดน้อย มีความคลาดเคลื่อนสูง ทางกฎหมายถือว่าเป็นเนื้อที่โดยประมาณ


นายจำลองกล่าวว่า สำหรับการออกโฉนดที่ดินนั้นเป็นการรังวัดด้วยระบบพิกัดฉาก ซึ่งเป็นวิธีการที่มีความละเอียดถูกต้องมากที่สุด รังวัดโดยยึดหลักเขตจากหมุดแผนที่ และนำค่าพิกัดที่ได้มาขึ้นรูปแผนที่และคำนวณเนื้อที่ ซึ่งการรังวัดประเภทนี้จะทำให้ผลที่ได้ถูกต้องแม่นยำมีความละเอียดสูงกว่าการทำรังวัดเพื่อออก น.ส.3 ก. ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า ที่ดินทุกแปลงบนเขาแพงมี ส.ค.1 ทั้งหมด ดูจากการนำทะเบียน ส.ค.1 ที่มีอยู่มาต่อกัน


"สาเหตุที่เนื้อที่แตกต่างจากเดิม เพราะมีสภาพเป็นเขา สาเหตุสำคัญคือรูปถ่ายทางอากาศในการออก น.ส.3 ก. เป็นรูปถ่ายที่ยังไม่มีการปรับแก้ ทำให้มาตราส่วนมีความคลาดเคลื่อน ทำให้เนื้อที่ น.ส.3 ก. คลาดเคลื่อจากความเป็นจริง เมื่อมาออกเป็นโฉนดที่ดินจึงมีการแก้ค่าความคลาดเคลื่อนจากความลาดชันต่างๆ หมดแล้ว โฉนดที่ดินของนายแทนจึงได้เนื้อที่ 62 ไร่" นายจำลองกล่าว


รับ ส.ค.1หาย-อ้างพบบ่อยครั้ง


จากนั้นนายประชาสอบถามถึงกระบวนการถือครองที่ดินของ หจก.เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่น ที่ ในส่วนของ ส.ค.1 น.ส.3 ก. ก่อนที่จะออกโฉนดและขายต่อไปยังนายแทน โดยเน้นเฉพาะที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 97 (น.ส.3 ก. เลขที่ 3285 จำนวน 15 ไร่ 66 ตารางวา) ที่พบว่าหายไปจากสารบบ


นายจำลองยอมรับว่าเอกสารการถือครองที่ดิน ส.ค.1 ของ หจก.เรืองปัญญาฯ หายไปจากสารบบขณะนี้ยังหาไม่พบ ที่ผ่านมาการสูญหายมีบ่อยมาก แต่ทางราชการก็จะมีวิธีการสอบสวนเอาผิดทางวินัย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการหา นับตั้งแต่มารับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมาพบว่าสาระบบหายไป 3 ราย รวมทั้งแปลง ส.ค.1 เลขที่ 97 ที่นำไปออก น.ส.3 ก. เลขที่ 3285 จำนวน 15 ไร่ 66 ตารางวา แล้วขายให้นายแทน ก่อนที่นายแทนจะนำไปรวมกับอีก น.ส.3 ก. อีก 2 แปลง คือเลขที่ 3301 และ เลขที่ 3302 ด้วย ซึ่งหายทั้งหมด ทั้งคำขอรังวัด รายการตรวจพิสูจน์ที่ดิน หนังสือการรับรองเขตของแปลงข้างเคียง และบันทึกถ้อยคำต่างๆประกอบการพิจารณารวมทั้งเอกสารทั้งหมดที่ใช้ในการออก น.ส.3 ก.


บอกไม่รู้เรื่องนิติกรรมอำพราง


นายจำลองตอบข้อซักถามบริเวณพื้นที่เขาแพงเป็นเขตป่าสงวนหรืออุทยานแห่งชาติหรือไม่ว่า พื้นที่ภูเขาในเกาะสมุยมีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และหรือพื้นที่ป่าไม้ถาวรทับซ้อนอยู่ ที่บริเวณต.หน้าเมือง กับ ต.เมล็ด รวมไปถึงบนเขาแพงมีอยู่บางส่วนเนื่องจากลักษณะภูเขาต่อเนื่องเชื่อมกันทั้งเกาะ ส่วนที่เป็นป่าไม้และป่าสงวนแห่งชาติอยู่ห่างออกไป 2 กิโลเมตรจากที่ดินของนายแทน ซึ่งได้ตรวจสอบจากแผนที่ป่าไม้ และที่ดินบนภูเขาหากผู้ครอบครองได้ครอบครองมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับถือว่าเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินตามกฎหมายสามารถออกเอกสารสิทธิในที่ดินได้ โดยนายแทน ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวมาจาก หจก.เรืองปัญญาฯในวันที่ 5 ตุลาคม 2544 ในราคา 6.6 ล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กมธ.หลายคนพยายามซักถามที่มาของ หจก.เรืองปัญญาฯ เนื่องจากสงสัยว่าจะเป็น หจก.ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อกว้านซื้อ ส.ค.1 เพื่อนำไปออกเป็นโฉนดให้กับผู้มีอิทธิพล โดยเฉพาะปมการจดทะเบียนหจก.ก่อตั้งปี 2539 แต่ปรากฏว่าเมื่อนำเอกสารไปขอ น.ส.3 ก. กลับพบในเอกสารว่ามีการระบุครอบครอง ส.ค.1 มาตั้งแต่ปี 2537 โดยระบุว่าซื้อมาจากนางเอี้ยง ศรีแผ้ว จึงข้อสงสัยว่าเหตุใด หจก.เรืองปัญญา ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในปี 2539 สามารถย้อนเวลาไปทำนิติกรรมซื้อที่ดินจากนางเอี้ยงในปี 2537 ได้ ดังนั้น แปลความได้ว่าในขณะที่ หจก.เรืองปัญญาได้สิทธิ ส.ค.1 นั้นเป็นการได้โดยไม่ชอบและเป็นการนิติกรรมอำพรางให้ข้อมูลอันเป็นเท็จกับเจ้าพนักงานที่ดินเพราะในปี 2537 หจก.เรืองปัญญาไม่ได้มีสถานะเป็นนิติบุคคล เหตุใดเจ้าหนักงานที่ดินถึงไม่คัดค้าน โดยนายจำลองระบุเพียงว่า ไม่ทราบ


กมธ.ปชป.ก็สงสัย"เรืองปัญญาฯ"


นายสุทัศน์ เงินหมื่น กมธ.จากพรรคประชาธิปัตย์ ซักถามนายจำลองว่า หจก.เรืองปัญญา ถือครองที่ดินแทนใครระหว่างที่ยังไม่จดทะเบียนในปี 2539 และหากพบว่ามีการให้การเท็จต่อเจ้าหน้าที่ว่าเป็น หจก.ทั้งที่ยังไม่ได้จดทะเบียนนั้นจะดำเนินการอย่างไร และจะมีผลกระทบอย่างไรต่อการออกโฉนดที่ดินของบุคคลลำดับถัดมา นอกจากนี้ยังปรากฏว่าเกาะสมุยมีประกาศผังเมืองปี 2548 ซึ่งมีข้อกำหนดข้อห้ามควบคุมพื้นที่ก่อสร้างที่สูงจากระดับน้ำทะเลที่มาเกินกว่า 150 เมตร ซึ่งหมายรวมถึงอ่างเก็บน้ำ และถนนคอนกรีตที่ขึ้นสู่ที่ดินของนายแทนไม่ทราบว่าผิดผังเมืองหรือไม่


เจอตอกไม่รู้นามสกุลเจ้าขอ"อ่าง"


นายจำลองกล่าวว่า กฎหมายผังเมืองไม่เกี่ยวข้องกับกรมที่ดิน อยู่ในการควบคุมของกรมโยธาธิการ ส่วนที่ดินของนายแทน ตนไม่เคยวัดความสูง เรื่องการขุดอ่างน้ำบนเขาแพงก็เป็นที่ของเอกชน หากเป็นเอกชนเจ้าของก็มีสิทธิขุดได้ และไม่ได้อยู่ในโฉนดแปลงที่มีปัญหาแต่เป็นของบริษัทเอกชนและนายบรรเจิด ไม่ทราบนามสกุล ที่ดินนายแทนอยู่เหนือบ่อน้ำขึ้นไป อยู่บริเวณยอด และบางส่วนอยู่สันเขาด้วยซ้ำ และเชื่อว่าน่าจะมีความลาดชันมากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์


อย่างไรก็ตาม กมธ.แย้งข้อมูลนายจำลองว่า นายบรรเจิดที่นายจำลองอ้างว่าไม่ทราบนามสกุล เจ้าของอ่างเก็บน้ำบริเวณเขาแพง นั้นพบว่าคือนายบรรเจิด เหล่าปิยะสกุล คนสนิทของนายสุเทพ โดยมีเอกสารจากสำเนาหนังสือมอบอำนาจการขอแบ่งแยกโฉนดที่ดินหมายเลข 28109 ของนายแทน พบว่านายแทนได้ลงนามมอบอำนาจให้นายบรรเจิด เป็นผู้ดำเนินการทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดินแปลงดังกล่าวทั้งหมด


กมธ.ปรามอย่าแก้ตัวแทนคนอื่น


ต่อมา กมธ.ยังซักถามถึงการถือครองที่ดินของนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 10 ไร่ 3 งาน 37 ตารางวา ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับที่ดินของนายแทน ที่ได้ซื้อโฉนดมาจากนายสามารถ เรืองศรี หรือโกเข็ก ซึ่งซื้อ น.ส.3 ก. มาจากนายจรูญ ศรีแผ้ว อีกทอดหนึ่ง โดยตั้งข้อสังเกตว่ากฎหมายที่ดินมีการประกาศใช้ในปี 2497 แต่นายจรูญได้ที่ดินมาในวันที่ 29 พฤษภาคม 2498 ซึ่งถือว่าได้มาหลังจากการใช้กฎหมายที่ดิน ดังนั้น กฎพื้นที่ลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ สามารถใช้กับกรณีดังกล่าวได้ การครอบครองที่ดินของนายจรูญจึงถือว่าขัดกับข้อห้ามที่กฎหมายกำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม นายจำลองพยายามอธิบายในประเด็นดังกล่าว แต่ถูกนายสุทัศน์ตัดบทว่า "ท่านอย่ามาอธิบายแทนเขาเลย"


ไม่เก็บภาษีธุรกิจเฉพาะเหตุจนท.ไม่รู้


พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ กล่าวตั้งข้อสังเกตถึงการถือครองที่ดินของ หจก.เรืองปัญญาฯ ที่ซื้อ ส.ค.1 และมาขอออก น.ส.3 ก. ในปี 2543 และสำเร็จในปี 2544 ก่อนที่จะจำหน่ายให้นายแทน ซึ่งกรณีดังกล่าวการซื้อขายหรือเปลี่ยนมือการถือครองที่ดินทั่วไปในกรณีที่ไม่ถึง 5 ปี จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะด้วย ถามว่ารายนี้มีการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ เพราะหน้าที่การเก็บภาษีดังกล่าวเป็นของเจ้าพนักงานที่ดินหากไม่เก็บเป็นเพราะเหตุใด และถือว่า หจก.เรืองปัญญาฯมีความผิดทางอาญาด้วยหรือไม่


นายจำลองกล่าวว่า รายนี้ตามหลักฐานไม่ปรากฎการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินบางคนไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายสรรพากร อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มีกฎหมายรองรับว่ากรณีที่เจ้าหน้าที่ที่ดินเรียกเก็บไม่ครบนั้น เป็นหน้าที่ของสรรพากรไปเรียกเพิ่มเติมในส่วนที่ยังขาดได้ โดยตามระเบียบต้องเสียภาษีในส่วนนี้ร้อยละ 3.3


ทั้งนี้ เมื่อนายจำลองชี้แจงเสร็จแล้ว นายประชาได้นัดประชุม กมธ.เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 30 มิถุนายน โดยจะตรวจสอบการเสียภาษีของ หจก.เรืองปัญญาฯ รวมไปถึงรายละเอียดของที่ดินที่นายอากร ฮุนตระกูล บริจาคให้เป็นป่าต้นน้ำลำธารว่าในปัจุบันมีการบุกรุกพื้นที่หรือไม่ พร้อมกับเชิญผู้ว่าราชการ จ.สุราษฎร์ธานี นายแทน อธิบดีกรมที่ดิน รวมไปถึงนายกเทศมนตรีเทศบาลเกาะสมุย เข้าชี้แจงอีกครั้ง




กมธ.ได้ทีซัด2ปมพิรุธ"เขาแพง"


จากนั้นนายประชา แถลงผลการประชุมว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า
1.จากการสอบถามเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย ที่ดินที่นายแทน ถือครองนั้น หจก.เรืองปัญญาฯ ได้แจ้งขอเจ้าพนักงานที่ดินเมื่อปี 2537 แต่ปรากฏว่า ข้อมูลนายทะเบียนพาณิชย์จังหวัด หจก.เรืองปัญญาฯจดทะเบียนในปี 2539 ซึ่งขัดแย้งกันแสดงว่าขณะแจ้งขอถือครองนั้น หจก.เรืองปัญญาฯยังไม่มีตัวตน
2.จากภาพถ่ายลักษณะที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินตอบว่าเป็นภูเขา นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ลาดชันเกินร้อยละ 35 และมีการขุดสระน้ำขนาดใหญ่กลางหุบเขา นอกจากนี้ได้ตั้งข้อสังเกตว่าในที่ดินแปลงที่ 2 นั่น มีสค.1 หรือไม่ โดยเจ้าพนักงานที่ดินอ้างว่าหาย หาไม่พบ ทั้งนี้ที่ดินที่มีปัญหาคือแปลงที่ 2 เพราะมีการแบ่งออกโฉนดให้นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ด้วย จึงส่งผลว่าที่ดินของนายนิพนธ์ก็หา ส.ค.1 ไม่เจอเช่นกัน ในการประชุม กมธ.สัปดาห์หน้า จะเชิญรมว.ทรัพยากรธรรมชาติมาชี้แจงด้วย


สงสัยที่แปลงเดียวแจ้งคนละตำบล


นายประเกียรติ นาสิมมา กมธ.จากพท. กล่าวว่า ข้อสงสัยที่พบปรากฏว่ามีที่ดินแปลงที่ 2 ของนายแทนและนายนิพนธ์ออกเอกสารสิทธิ์โดยทั้งอยู่คนละตำบลคือของนายแทนอยู่ ต.แม่น้ำ ของนายนิพนธ์ อยู่ ต.อ่างทอง ทั้งที่เป็นการการแยกที่ดินจากแปลงเดียวกันไปออกโฉนด แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำ ส.ค.1 เดิมมาแสดงได้ จึงสงสัยว่าเป็นการนำ ส.ค.1 บิน จากที่อื่นมาออกเอกสารสิทธิ หรือมี ส.ค.1 อยู่จริงหรือไม่ โดยที่ดินของนายแทนตั้งอยู่ที่ ตำบลแม่น้ำ ขณะที่ของนายนิพนธ์ตั้งอยู่ที่ตำบลอ่างทอง ซึ่งทั้งสองตำบลไม่ได้อยู่ติดกันเลย ดังนั้นในช่วงบ่ายวันที่ 24 มิถุนายน จะยื่นหนังสือให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เร่งรัดตั้งกรรมการสอบที่ดินทั้ง 3 แปลงว่าออกโดยชอบตามกฎหมายหรือไม่โดยเร็วที่สุด


จี้นิพนธ์รีบคืนก่อนเป็นส.ป.ก.ภาค2


นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษก พท. ในฐานะผู้ชี้แจงกล่าวว่า ก่อนหน้าเข้าชี้แจงนายนิพนธ์ได้ประสานมายังว่านายจำลอง จะนำ น.ส.3 ก. ที่ โกเข็กที่ขายให้นายนิพนธ์รวมถึงเอกสารที่หายไปมาด้วย แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่กลับไม่ได้นำมา จึงเป็นที่สังเกตได้ว่า ที่ดินของนายนิพนธ์น่าจะมีปัญหาตั้งแต่ ส.ค.1 หรือไม่ และที่ดินทั้ง 3 แปลง เหตุใดมี 1 แปลงที่ ส.ค.1 หายไป จึงสงสัยการครอบครองโดยมิชอบตามกฎหมาย และอาจรวมถึงการครอบครองพื้นที่สาธารณะด้วย นอกจากนี้ขอตั้งข้อสังเกตว่า ที่ดินทุกแปลงนั้น อยู่ในพื้นที่ 4 ตำบลติดกัน ซึ่งน่าจะมาจากการบริจาคของนายอากร ฮุนตระกูล เมื่อปี 2549 รวม 4,000 ไร่เศษ ซึ่งกินพื้นที่ภูเขาทั้งลูก
โดยที่ดินที่นายอากรถือครองเดิม นั้นน่าจะเป็นลักษณะการเสียภาษีบำรุงท้องที่ ภบท. 5 แต่มีการนำมาออกเอกสารสิทธิ ทั้ง ส.ค. 1 น.ส.3 ก. ย้อนหลัง ซึ่งผิดไปจากเจตนารมณ์การบริจาคของนายอากร ที่ให้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ใช้เป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธาร


"นายนิพนธ์เป็นผู้อาวุโสทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ เป็นรองหัวหน้าพรรค เคยเป็นทั้งรัฐมนตรี และเลขาฯนายกฯ หากที่ดินไม่ถูกต้องก็น่าจะแสดงปิริตที่ยิ่งใหญ่คืนให้หลวงและชาวเกาะสมุย ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็น ส.ป.ก.ภาคสอง" นายพร้อมพงศ์กล่าว


พท.อนุรักษ์2.2หมื่นไร่ไม่คืบ


รายงานข่าวแจ้งว่า ในปี 2549 ที่เกิดกรณีการบุกรุกที่ดินบนภูเขาครั้งใหญ่บนเกาะสมุย นายยงยุทธ ติยะไพรัช รัฐมนตรีว่า การกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในขณะนั้นได้มอบให้นายธานี วิริยะรัตนพร รองอธิบดีกรมป่าไม้ เป็นประธานคณะทำงานตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ อ.เกาะสมุย โดยมีแผนกันพื้นที่ป่า 34,000 ไร่ หรือ 25 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งเกาะ 157,500 ไร่ เป็นเขตวนอุทยานเกาะสมุย หรือป่าต้นน้ำเพื่อประชาชน โดยมีที่ป่าต้นน้ำ 11 แห่งและจุดเสี่ยงภัยดินถล่ม 16 จุด รวมกับที่ดินนายอากร ฮุนตระกูล มอบให้อีก 4,870 ไร่


ต่อมา ภายหลังคณะของนายธานี สำรวจแนวเขตป่าต้นน้ำลำธารแล้วเสร็จสามารถกันพื้นที่อนุรักษ์ป่าต้นน้ำเพื่อประชาชนกลับคืนมาได้ จำนวน 37 แปลง เนื้อที่รวม 22,347 ไร่ อยู่ในพื้นที่ 7 ตำบลของ อ.เกาะสมุย มีระยะทางเส้นรอบวงยาว 165 กิโลเมตร โดย ครม.มีมติเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2549 เห็นชอบเพียงการฟื้นฟูสภาพป่าเท่านั้นและยังไม่มีการดำเนินใดๆ จนถึงปัจจุบัน
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old June 24th, 2010, 07:55 PM   #207
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,377
Likes (Received): 1250

พิรุธเอกสารที่ดินสมุย"บรรเจิด"เป็นเจ้าของอ่างเก็บน้ำเขาแพง-นอมินีทำการแทน แถมเป็นคนสนิท-เลขา"สุเทพ"

วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เวลา 23:45:56 น. มติชนออนไลน์


"ถาวร"สั่งอธิบดีกรมที่ดินเร่งตั้งโต๊ะแจงปมที่ดิน"นิพนธ์" แบะท่าดองเรื่องเขาแพงลูก"สุเทพ" ชี้ช่องล่วงหน้าให้ "แทน"ฟ้องศาลปกครองหากถูกถอนโฉนด พบพิรุธ เอกสารที่ดินสมุย ระบุ"บรรเจิด"เจ้าของอ่างเก็บน้ำเขาแพง คนเดียวกับ"นอมินี" แถมเป็นคนสนิทในฐานะเลขาส่วนตัว"สุเทพ" มาตั้งแต่ปี 2522


"ถาวร"สั่งตั้งโต๊ะแจงปมที่ดิน


นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกรมที่ดิน ออกมาชี้แจงถึงกรณีนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เรียกร้องให้กรมที่ดินเร่งชี้แจงเรื่องการถือครองที่ดินเขาแพง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เนื้อที่ 10 ไร่ 3 งาน 37 ตารางวา ที่ซื้อโฉนดมาจากนายสามารถ เรืองศรี หรือโกเข็ก หลังถูกพรรคเพื่อไทย กล่าวหาใช้สค.1 จากที่อื่นมาใช้ในการออกโฉนดที่ดิน โดยให้สัมภาษณ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ว่าสั่งการกรมที่ดินเร่งตรวจสอบแล้ว แต่ไม่ได้กำหนดกรอบเวลา หากได้ข้อสรุปที่ชัดเจน อธิบดีกรมที่ดินคงจะเปิดแถลงข่าวในเวลาอันรวดเร็ว


ส่วนกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ตั้งข้อสังเกตการออกโฉนดที่ดินบริเวณหมู่ 6 ต.แม่น่ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี ของนายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่พบว่ามีการนำน.ส.3ก. จำนวน 3 แปลง เนื้อที่ 48 ไร่ 1 งาน 97 ตารางวา ไปออกโฉนดที่ดิน เลขที่ 28019 เนื้อที่ 62 ไร่ 1 งาน 97 ตารางวา ซึ่งได้เนื้อที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 14 ไร่นั้น นายถาวรระบุว่าเดิมการรังวัดที่ดินในการออกเอกสารนส. 3 ใช้เทคโนโลยีเก่ามาก ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน แต่เวลาออกโฉนดจะใช้เทคโนโลยีทันสมัย มีความแม่นยำ ทั้งยังให้เจ้าของที่ดินพื้นที่ข้างเคียงช่วยชี้แนวเขตที่ดิน ทำให้มีความผิดพลาดน้อย


"ทั้งนี้ ต้องถือว่าโฉนดที่ดินทุกแปลงยังถูกต้อง จนกว่าจะมีกระบวนการพิสูจน์และถูกสั่งเพิกถอนสิทธิ ไม่เช่นนั้นอีกหน่อยคงไม่มีใครกล้ามาขอเอกสารสิทธิของทางราชการ"รมช.มหาดไทยระบุ


โบ้ยไม่มีหน้าที่สอบ"เรืองปัญญา"


ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสงสัย ห้างหุ้นส่วนจำกัด เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่น ที่เข้าถือครองที่ดินสค. 1 และนส. 3 ก. ก่อนขายโฉนดให้นายแทน อาจเข้าข่ายทำนิติกรรมอำพราง เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนก่อตั้งในปี 2539 แต่กลับไปถือครองที่ดินดังกล่าวตั้งแต่ปี 2537นั้น นายถาวรกล่าวว่าไม่มีหน้าที่ตรวจสอบ แต่สั่งให้กรมที่ดินไปดูทุกอย่างให้ถูกต้อง ถ้าอยากได้ข้อมูลเรื่องนี้ให้คงต้องไปถามจากหจก. เรืองปัญญาฯ เอง


“เราอย่าทำตัวเป็นช่างทางเทคนิค หรือทำตัวเป็นคนออกโฉนด หรือทำตัวเป็นกรมที่ดินเสียเอง ในเมื่อเจ้าของที่ดินประกาศชัดว่าถ้าผิดก็พร้อมให้เพิกถอนโฉนด ก็ต้องรอให้ฝ่ายปฏิบัติดำเนินการ แต่การตรวจสอบคงจะทำให้เร็ว ไม่เช่นนั้นจะถูกฝ่ายค้านขย่ม” นายถาวรกล่าว


ชี้ช่อง"แทน"ร้องศาลปกครอง


เมื่อถามว่ายังขีดเส้นตายให้กรมที่ดินรายงานข้อเท็จจริงกรณีดินเขาแพงของนายแทน ภายในวันที่ 27 มิถุนายนเหมือนเดิมหรือไม่ นายถาวรกล่าวว่าทราบว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ไปชี้แจง ก็ต้องไปชี้แจง แต่คงไปเร่งเจ้าหน้าที่มากคงไม่ได้ ต้องให้รอบคอบ เพราะกรณีนี้อาจกระทบกับกรมที่ดินโดยตรงในกรณีที่ถูกผู้เสียหายฟ้อง ไม่ว่าจะเป็นแกนนำพรรค หรือสมาชิกพรรคธรรมดาก็ตรวจสอบได้ ถ้ามีการเพิกถอนเอกสารสิทธิเพราะความผิดพลาดจากหน่วยงานราชการ ผู้ได้รับความเสียหายก็มีสิทธิฟ้องกรมที่ดิน เช่น ถ้านายแทนถูกเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินที่เขาแพง ก็ฟ้องศาลปกครองได้


จับพิรุธ"บรรเจิด"นอมินี"แทน"


ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีนายจำลอง โพธิ์เพชร เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฏร์ธานี สาขาเกาะสมุย ยืนยันต่อกมธ.ฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร หลังชี้แจงกรณีการครอบครองที่ดินบนเขาแพงของนายแทน เทือกสุบรรณ ที่ระบุการขุดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนเขาแพง ไม่ใช่บริเวณที่ดินของนายแทน แต่เป็นของบริษัทเอกชนและนายบรรเจิด ไม่ทราบนามสกุล จนถูก กมธ.ตั้งข้อสังเกตว่านายบรรเจิดที่นายจำลอง อ้างถึงคือนายบรรเจิด เหล่าปิยะสกุล คนสนิทนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ที่เคยทำธุรกรรมเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินให้กับนายแทนนั้น


จากการตรวจสอบเอกสาร ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย เกี่ยวข้องกับการพิจารณาออกโฉนดที่ดิน ตามคำขอของนายแทน ในโฉนดเลขที่ 28109 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย เนื้อที่ 62 ไร่ 1 งาน 97 ตารางวา พบสำเนา "หนังสือมอบอำนาจ" ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2550 ระบุว่า นายแทน มอบอำนาจให้กับนายบรรเจิด เหล่าปิยะสกุล อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 298/107 ถนนธราธิบดี ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน เป็นผู้มีอำนาจจัดการ ยื่นคำขอแบ่งแยกโฉนดที่ดิน/วางเงิน/รับเงินส่วนที่เหลือ/นำชี้แนวเขตที่ดิน/รับโฉนดที่ดิน/ลงนามรับรองแก้ไขรูปแผนที่หรือเนื้อที่ดินตามที่ดินรังวัดตรวจสอบตามความเป็นจริง จดทะเบียนแบ่งแยกโฉนดที่ดินในนามเดิม ตลอดจนให้ถ้อยคำรับรองต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต่อเจ้าพนักงาน


ปูดที่แท้คนใกล้ชิด"เทพเทือก"


การตรวจสอบยังพบด้วยว่า หนังสือมอบอำนาจฉบับดังกล่าว เป็นการดำเนินการแบ่งแยกโฉนดที่ดินเลขที่ 28109 จำนวน 62 ไร่ 1 งาน 97 ตารางวา เพื่อมอบให้นางศรีสกุล พร้อมพันธุ์ ภริยานายสุเทพ จำนวน 4 ไร่ ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 37345 และมอบให้กับนายแทนเอง จำนวน 1 ไร่ 25 ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ 37546 ซึ่งนายบรรเจิด เป็นคนดำเนินการทุกๆอย่าง
นอกจากนี้ ยังพบสำเนาเอกสารอีกหลายฉบับที่นายบรรเจิด เป็นผู้ดำเนินธุรกรรมแทนนายแทน อาทิ ใบรับรองเขตติดต่อของเจ้าของที่ดินและเจ้าของที่ดินข้างเคียง สำเนาบันทึกถ้อยคำเจ้าของที่ดินข้างเคียง สำเนาคำขอแบ่งแยกในนามเดิม


รายงานข่าวจากปชป.แจ้งว่า นายบรรเจิด หรือคนในปชป.และคนสุราษฏณ์ธานี เรียกติดปากว่า "เลขาฯเจิด" เป็นคนสนิทของนายสุเทพ ตั้งแต่เมื่อครั้งนายสุเทพลงเล่นการเมืองครั้งแรกเมื่อปี 2522 จนปัจจุบันก็ยังเป็นบุคคลที่นายสุเทพไว้วางใจมากที่สุดคนหนึ่ง ที่คอยดูแลธุรกิจของครอบครัวเทือกสุบรรณ และคอยรับเรื่องราวร้องทุกข์ต่างๆจากประชาชนในพื้นที่แทนนายสุเทพด้วย


ชี้โกเข็กขายที่3ปีอู้ฟู่ร่วม30ล.


ส่วนกรณีคณะทำงานของพรรคเพื่อไทย(พท.)ตรวจสอบเอกสาร "งบดุล" และ "งบกำไร-ขาดทุน" ของห้างหุ้นส่วนจำกัด เรืองปัญญาคอนสตรัคชั่น มีชื่อนายสามารถ หรือโกเข็ก และนายพงษ์ชัย ฟ้าทวีพร (โกกี้) เป็นหุ้นส่วน ได้ขายที่ดินบนเขาแพง จำนวน 5 แปลงให้นายแทน ตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา พบว่าเอกสารใน "งบดุล" เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2544 แจ้งว่า มีสินทรัพย์ 488,500 บาท ไม่มีรายได้ มีเพียงค่าใช้จ่ายแค่ 3,000 บาทนั้น


แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง แจ้งว่า เมื่อมีการตรวจสอบการชำระภาษีในรายบุคคลของนายสามารถ พบเพียงในปี 2548 มีรายได้ทั้งปี 508,251.97 บาท ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2,247.56 บาท แต่ช่วงปี 2548 - 2551 มีรายรับจากธุรกิจเฉพาะ (ค้าอสังหาริมทรัพย์ -ที่ดิน) รวม 29,139,000 บาท โดยแยกเป็นปี 2548 จำนวน 200,000 บาท ปี 2549 จำนวน 1,370,000 บาท ปี 2550 จำนวน 21,569,000 บาท และปี 2551 จำนวน 6,000,000 บาท
ทั้งนี้ ได้มีการชำระภาษีธุรกิจเฉพาะช่วงปี 2548 -2551 รวม 806,487 บาท แยกเป็นปี 2548 ชำระ 7,260 บาท ปี 2549 ชำระ 80,850 บาท ปี 2550 ชำระ 711,777 บาท และปี 2551 ชำระ 6,600 บาท


ยังไม่พบรายรับขายที่ลูกสุเทพ


นอกจากนี้ พบว่า ในรายรับของนายสามารถ หรือโกเข็ก เมื่อปี 2550 พบมีรายได้เข้าจำนวน 21,569,000 บาท ซึ่งตรงกับยอดเงินขายที่ดินจำนวน 10 ไร่ 3 งาน 73 เศษ 8 ส่วน 10 ตารางวา ให้กับนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ในนามบริษัท ชนาพันธุ์ จำกัด (ปัจจุบันชื่อบริษัท เพิ่มพูลประสิทธิ-ตุ๊ จำกัด) ติดแปลงของนายแทน ตามหนังสือสัญญาขายที่ดินลงวันที่ 30 สิงหาคม 2550 ในอัตราไร่ละ 2 ล้านเศษ และชำระภาษีไป 711,777 บาทตามที่นายนิพนธ์ระบุ


อย่างไรก็ตามการตรวจสอบยังไม่พบการแสดงรายรับการขายที่ดินให้กับบุตรทั้ง 3 คนของนายสุเทพ ซึ่งเป็นไปได้ว่าระบบบันทึกข้อมูลไม่สามารถย้อนหลังไปถึงปีที่เริ่มซื้อขายเมื่อ 10 ปีก่อน (ปี 2543) หรือนายสามารถไม่ได้แจ้งรายรับดังกล่าว หรืออาจไม่มีการซื้อขายกันจริง


แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เผยอีกว่า กรมสรรพากรได้สั่งตรวจสอบภาษีของนายแทน เพื่อรวบรวมข้อมูลส่งให้พรรคเพื่อไทยตามที่ร้องขอมา พบว่าตั้งแต่ปี 2548-2552 มีรายรับรวมจำนวนทั้งสิ้น 30,106,362.72 บาท ชำระภาษี 6,657,332.75 บาท ในส่วนธุรกิจเฉพาะนายแทน มีรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปี 2548 จำนวน 3,105,000 บาท ชำระภาษีทั้งสิ้น 102,465 บาท


เอกสารที่"อากร"ยังล่องหน


เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ใน อ.เกาะสมุย กล่าวว่า จากการตรวจสอบและค้นหาเอกสารสำเนาสัญญาซื้อขายที่ดินและหนังสือภาษีบำรุงท้องที่ (ภบท.5) จำนวนเนื้อที่ 4,870 ไร่ของนายอากร ฮุนตระกูล อดีตนักธุรกิจชื่อดังบนเกาะสมุยที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งต่อมานายธนกร ฮุนตระกูล บุตรชาย ได้นำมอบให้ อ.เกาะสมุย เมื่อปี 2549 เพื่อทำป่าชุมชน เขตป่าต้นน้ำลำธาร หรือพื้นที่ป่าสำหรับอนุรักษ์สัตว์ป่าและพรรณพืช ตามเจตนารมณ์ของบิดาและส่งมอบต่อให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปีเดียวกัน จากการตรวจสอบไม่พบมีสำเนาเอกสารดังกล่าวอยู่ที่ว่าการ อ.เกาะสมุย แต่อย่างใด


ปปช.พร้อมรับข้อมูลคนร้อนตัว


ขณะที่ นายภักดี โพธิศิริ กรรมการป.ป.ช. ผู้รับผิดชอบสำนวนคดีถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพเตรียมนำเอกสารหลักฐานกรณีที่ดินเขาแพง มาให้ในวันที่ 27 มิถุนายนตามที่ป.ป.ช.กำหนด ว่า ตามปกติแล้วคดีที่เพิ่งรับไว้ไต่สวน สำนักงานป.ป.ช.ก็จะรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นก่อน ยังไม่ถึงเวลาที่จะเรียกใครมาชี้แจง ซึ่งคาดว่าจะรายงานความคืบหน้าให้ที่ประชุมป.ป.ช.ชุดใหญ่รับทราบสัปดาห์หน้า แต่ถ้าใครร้อนตัว เชื่อว่าตนเองบริสุทธิ์ จะนำข้อมูลมาให้ก่อน ก็ไม่ได้ปิดกั้น และพร้อมนำพยานหลักฐานดังกล่าวไปประกอบสำนวนการไต่สวน
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old June 25th, 2010, 09:53 PM   #208
Tambralinga
Registered User
 
Tambralinga's Avatar
 
Join Date: Feb 2010
Location: Phuket Island : Nakhon Si Thammarat
Posts: 1,632
Likes (Received): 289

อัพเดทข้อมูลผู้โดยสารสนามบินต่างๆ กันคร้าบบบ


จำนวนผู้โดยสารของท่าอากาศยานต่างๆ ทั่วประเทศไทย ปี 2553 (เดือนมกราคม – พฤษภาคม)
ที่มาข้อมูล: กรมการบินพลเรือน

01. (---) ท่าอากาศยานนานาชาติสมุย 676,079 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 215,814 คน)
02. (---) ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี 330,820 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 56,580 คน)
03. (---) ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ 295,277 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 35,941 คน)
04. (---) ท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี 212,257 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 45,902 คน)
05. (---) ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช 164,294 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 29,940 คน)
06. (+1) ท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี 161,455 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 30,056 คน)
07. ( -1) ท่าอากาศยานขอนแก่น 158,578 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 26,982 คน)
08. (---) ท่าอากาศยานตรัง 84,074 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 10,647 คน)
09. (---) ท่าอากาศยานพิษณุโลก 55,474 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 3,712 คน)
10. (+1) ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา 49,859 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 6,241 คน)
11. ( -1) ท่าอากาศยานนราธิวาส 47,472 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 3,854 คน)
12. (---) ท่าอากาศยานตราด 40,898 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 10,087 คน)
13. (---) ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน 24,272 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 3,038 คน)
14. (---) ท่าอากาศยานสุโขทัย 17,770 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 5,828 คน)
15. (---) ท่าอากาศยานนครพนม 9,776 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 1,201 คน)
16. (---) ท่าอากาศยานสกลนคร 8,913 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 1,757 คน)
17. (---) ท่าอากาศยานลำปาง 5,219 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 1,271 คน)
18. (---) ท่าอากาศยานปาย 3,740 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 290 คน)
19. (+1) ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ 2,731 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 494 คน)
20. ( -1) ท่าอากาศยานน่าน 2,755 คน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 394 คน)

หมายเหตุ ยกเว้นท่าอากาศยานนานาชาติที่กำกับดูแลโดยบริษัท การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จำกัด
__________________
Tambralinga ---> Ligor ---> Nakhon Si Thammarat
A ancient capital of Srivijaya (14-16 BC.) * Tambralinga Kingdom (17-18 BC.) * Kingdom of Ligor (19-23 BC.)

------------------------------------------------------------------
นครศรีธรรมราชในปปัจจุบัน คือชื่อเหล่านี้ในอดีตอันรุ่งเรือง กรุงตามพรลิงค์ ตามพรลิงค์เกศวร ปาฏลีบุตร ตั้งมาหลิ่ง โฮลิง ลิกอร์ ลึงกอฮ์ ละคร นครดอนพระ ศรีธรรมราช เชี๊ยะโท้ว คิวคูตอน ธัมราชปุระ นครศรีธรรมราชมหานคร ศิริธรรมนคร ชวกะ ซาบัก ฯลฯ
นครแห่งประวัติศาสตร์มากกว่า 1,800 ปี นครแห่งวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวปักษ์ใต้
Tambralinga no está en línea   Reply With Quote
Old June 28th, 2010, 03:40 PM   #209
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,377
Likes (Received): 1250

"ทายาทอากร" พร้อมเปิดสำเนาซื้อขาย"เขาแพง" ย้ำที่ดินของครอบครัวหวังให้เป็นมรดกชาติราชการควรช่วยดูแล

วันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เวลา 20:07:19 น. มติชนออนไลน์


"ทายาทอากร" พร้อมเปิดสำเนาซื้อขายเขาแพง ยันให้หน่วยราชการเกี่ยวข้องถึง 2 ชุด ปัดทวงถามเอง ให้เป็นหน้าที่คนไทย เพราะที่ดินรัฐต้องทำประโยชน์ให้ทุกคน "เพื่อไทย" ยื่นหนังสือจี้ "นิพนธ์" คืนที่เขาแพง 10 ไร่

นายธนากร ฮุนตระกูล เจ้าของโรงแรมท้องทรายรีสอร์ท อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเคยทำหนังสือมอบที่ดินประมาณ 5,000 ไร่ ที่ตั้งอยู่บนเกาะสมุยให้แก่กรมป่าไม้ เพื่อใช้ประโยชน์สำหรับอนุรักษ์เป็นป่าต้นน้ำ ให้สัมภาษณ์วันที่ 28 มิถุนายน กรณีที่ทั้งกรมป่าไม้และสำนักงานที่ดินอำเภอเกาะสมุยปฏิเสธว่า ไม่มีเอกสารการส่งมอบที่ดินดังกล่าวว่า เมื่อไม่ปรากฎเอกสารจากทั้ง 2 หน่วยงาน ก็ไม่เป็นไร เพราะในฐานะผู้มอบให้มีต้นฉบับอยู่ที่สำนักงานโรงแรมท้องทรายรีสอร์ท เกาะสมุย


“ความจริง ผมเคยให้สำเนาการซื้อขายที่ดิน ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายและหนังสือภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) ที่มอบให้ไว้กับส่วนราชการเมื่อเดือนกันยายน 2549 โดยมอบไว้ให้ถึง 2 ชุดด้วยกัน มันไม่น่าจะหายได้ แต่ถึงจะหาย ก็ไม่เป็นไรครับ ผมมีต้นฉบับอยู่ และถ้าจะถามว่า ผมต้องเรียกร้องทวงถามหรือเปล่าว่า เอกสารอยู่ที่ไหน บอกเลยว่า มันไม่ใช่หน้าที่ของผม แต่เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องช่วยกันทวงถามว่า ที่ดินของรัฐที่รัฐจะต้องทำให้เป็นที่สำหรับประโยชน์ของทุกคน เป็นที่ดินที่ต้องอนุรักษ์ไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมป่าต้นน้ำนั้นอยู่ที่ไหน รัฐสามารถรักษาที่ดินลักษณะดังกล่าวเอาไว้ได้หรือไม่ สำหรับเอกสารที่ผมมีอยู่นั้น ระบุว่าทิศใดติดกับที่ดินของใครบ้าง และมีราคาซื้อขายกันเท่าใด แต่ไม่ใช่เอกสารสิทธิ เป็นเอกสารการครอบครองทำกิน”นายธนากร กล่าว


ทายาทนายอากร กล่าวว่า ที่ดินที่ครอบครัวมอบให้กับหน่วยงานราชการไปแล้วนั้น อยากให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการตามวัตถุประสงค์คือสงวนรักษาไว้สำหรับเป็นป่าต้นน้ำ และนอกจากที่ดินบริเวณดังกล่าวแล้ว อยากให้ดูที่ดินเกาะสมุยทั้งเกาะด้วยว่า บริเวณใดมีความถูกต้อง บริเวณใดไม่สมควรทำอะไรบ้าง อยากให้สังคมช่วยกันตรวจสอบว่าทั้งรัฐบาลและเอกชนที่เข้าครอบครองที่ดินในพื้นที่เกาะสมุยนั้น ครอบครอบและใช้ที่ดินนั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ มีความโปร่งใสในการครอบครอบหรือไม่


ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ไปยื่นหนังสือถึงนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเรียกร้องให้นายนิพนธ์ รับผิดชอบด้วยการคืนที่ดินเขาแพง กว่า 10 ไร่ ที่อำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เนื่องจากคณะทำงานติดตามตรวจสอบการถือครองที่ดินเขาแพง พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าการถือครองที่ดินของนายนิพนธ์ ไม่ปรากฏพบ สค. 1 ในสารบบที่ดิน การออกเอกสารสิทธิที่ดินดังกล่าวจึงไม่น่าชอบด้วยกฎหมาย พร้อมย้ำการดำเนินการดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old July 1st, 2010, 09:20 AM   #210
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,377
Likes (Received): 1250

กก.ชุด"เกาะสมุย"สอบพบส.ค.1ล่องหน3แปลง "เชน"ใช้สิทธิส.ส.เข้าฟัง ออกโรงป้องหลานซื้อถูกต้อง

วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 05:53:03 น. มติชนออนไลน์


กมธ.กฎหมายลุยสอบ"เขาแพง"ต่อ เชื่ออีก2สัปดาห์ได้ข้อสรุป "สุทัศน์"ตั้งข้อสงสัย6ปม เทศบาลยันไม่เคยขออนุญาตสร้างบ่อ-ตัดถนน กก.ชุด"เกาะสมุย"สอบพบส.ค.1ล่องหน3แปลง "เชน"ใช้สิทธิส.ส.เข้าฟังการสอบ ออกโรงป้องหลานซื้อถูกต้อง จี้ให้สอบ"เฉลิม"ถือครองที่ดินบนเกาะราชาใหญ่


กมธ.สอบปัญหา"เขาแพง"ต่อ


คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย(พท.) เป็นประธาน ประชุมที่รัฐสภา เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน เพื่อพิจารณาศึกษาตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีการถือครองที่ดินของนายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในโฉนดที่ดินเลขที่ 28109, 37345 และ37346 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งสงสัยว่า มีการออกเอกสารสิทธิ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดย กมธ.ได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน อธิบดีกรมป่าไม้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายกเทศมนตรีเมืองเกาะสมุย หัวหน้าสำนักงานที่ดิน จ.สุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย และนายแทน เข้าชี้แจง ซึ่งมีเพียงนายจำลอง โพธิ์เพชร หัวหน้าสำนักงานที่ดิน สาขาเกาะสมุย เดินทางมาชี้แจงด้วยตัวเอง ขณะที่บุคคลอื่นได้ส่งตัวแทนมาชี้แจงแทน สำหรับนายแทนนั้นได้ประสานมายัง กมธ.ว่าติดภารกิจที่ต่างจังหวัด ทำให้ไม่สามารถเดินทางเข้าให้ข้อมูลได้


"เชน"ใช้สิทธิส.ส.เข้ารับฟัง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม นายเชน เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) น้องชายนายสุเทพ ขออนุญาติประธาน กมธ.เข้ารับฟัง โดยปฎิเสธว่า ไม่ได้เป็นตัวแทนใคร แต่ขอใช้สิทธิ์ในฐานะที่เป็นส.ส.ในพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหา


ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้เป็นการต่อจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย กมธ.ได้สอบถามถึงข้อสงสัยถึงการทำนิติกรรมซื้อที่ดิน ที่พบว่า หจก.เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่น จำกัด ซื้อที่ดินในปี 2537 ก่อนการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในปี 2539 ถือเป็นการทำนิติกรรมอำพรางและให้ข้อมูลอันเป็นเท็จกับเจ้าพนักงานที่ดิน ซึ่งนายจำลอง ชี้แจงว่า ได้เชิญนายพงษ์ชัย ฟ้าทวีพร และนายสามารถ เรืองศรี หรือโกเข็ก ผู้ถือหุ้นของหจก.เรืองปัญญาฯ มาสอบถามและได้ทำบันทึกถ้อยเข้ามารายงานต่อ กมธ.ด้วย โดยบุคคลทั้ง 2 ชี้แจงว่า ในปี 2537 นายพงษ์ชัย และนายสามารถ ได้ลงทุนร่วมกันซื้อส.ค.1 จนปี 2539 ได้จดทะเบียนเป็นหจก.เรืองปัญญาฯ จึงรวมกันส่งมอบการครอบครองที่ดินที่ซื้อมาในฐานะหุ้นส่วนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนไปยังหจก.เรืองปัญญาฯ และมีการถือครองมาโดยตลอดจนถึงวันที่จำหน่ายให้กับบุคคลภายนอก


"สุทัศน์"ตั้ง6ปมข้อสงสัย


ด้านนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน ปชป. ในฐานะที่ปรึกษา กมธ. ตั้งประเด็นสอบถาม ดังนี้ 1.การที่หจก.เรืองปัญญาฯ อ้างว่าขายที่ให้นายแทน เป็นเงินกว่า 6 ล้านบาท ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องภาษีได้มีการตรวจสอบหรือไม่ว่า หจก.เรืองปัญญาฯได้รับเงินจำนวนดังกล่าวจริงหรือไม่ 2.ผังเมืองเกาะสมุย ที่มีการประกาศในปี 2548 ถามว่าอ่างเก็บน้ำในที่ดินแปลงดังกล่าว และถนนคอนกรีตที่ตัดขึ้นไปบนเขาแพง มีการขออนุญาตหรือไม่ และใครเป็นเจ้าของงบประมาณ 3.หนังสือมอบอำนาจของนายแทน ที่มอบให้บุคคลอื่นดำเนินธุรกรรมเรื่องที่ดินในขณะที่เรียนหนังสืออยู่ต่างประเทศถูกต้องหรือไม่ เพราะนายแทนต้องเซ็นรับรองจากต่างประเทศจึงจะเป็นหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะไม่เช่นนั้นการทำธุรกรรมดังกล่าวน่าจะไม่ถูกต้อง 4.การได้มาซึ่งที่ดินของหจก.เรืองปัญญาฯที่ได้มาก่อนการจดทะเบียนของหจก.เรืองปัญญาฯ จะส่งผลกระทบอะไรกับโฉนดที่ดินดังกล่าว 5.ที่มีการอ้างว่าที่ดินแปลงดังกล่าวน่าจะเป็นที่ดินที่นายอากร ฮุนตระกูล บริจาคให้กับกรมป่าไม้ ควรเร่งรีบในการตรวจสอบ เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกนำไปเป็นประเด็นการเมืองโดยไม่จบไม่สิ้น และ6.จากการตรวจสอบแผนที่ทางอากาศด้วยระบบดิจิตอล ปรากฎหรือไม่ว่า บริเวณที่นายแทน ถือครองและที่ดินใกล้เคียงนั้นเป็นที่สาธารณะ


ที่ดินสมุยเมินฟ้องแจ้งเท็จ


นายจำลอง ชี้แจงว่า กรณีที่ระบุว่าซื้อที่ดินปี 2537 แต่จดทะบียนปี 2539 ในกรณีเช่นนี้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองที่ดินไม่ถือว่าการออกโฉนดที่ดินเป็นไปโดยมิชอบ เพราะการครอบครองที่ดินที่มีส.ค.1 สามารถส่งมอบต่อเนื่องกันได้ หากมีหลักฐานยืนยันว่าที่ดินนั้นได้มีการครอบครองมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดิน ส่วนสำนักงานดินสมุยฯ จะฟ้องอาญาเพื่อเอาผิดหจก.เรืองปัญญาฯที่แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินหรือไม่นั้น เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับกรมที่ดินแต่อย่างใด จึงไม่จำเป็นต้องแจ้งความ อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ กมธ.ต่างแย้งว่าการแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานถือว่าเป็นความผิดต่อเจ้าพนักงาน ราชการเป็นผู้เสียหาย ถือเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน แต่นายจำลองก็ยังยืนยันตามเดิม ทำให้นายประชา ระบุว่าจะนำเอกสารคำออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือโฉนดที่ดินส่งให้กฤษฎีกาตีความ พร้อมกับระบุว่า เรื่องนี้ขอแขวนไว้ก่อน เพราะเรื่องนี้จะส่งเข้าไปอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)อย่างแน่นอน


ไม่ขออนุญาตขุดบ่อ-สร้างถนน


สำหรับประเด็นการบริจาคที่ดินของนายอากร นั้น ตัวแทน ทส. ประกอบด้วยผู้ตรวจราชการ ทส. นายกฤษณะ พฤกษวรรณ ผู้อำนวยการสำนักจัดการที่ดินป่าไม่ และนายสุวิทย์ รัตนมณี รองอธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพรรณพืช รวมไปถึงรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยืนยันตรงกันว่า ไม่เคยเห็นเอกสารการบริจาคที่ดินของนายอากร แต่ได้ยินมาว่านายอากร บริจาคที่ดินจำนวนมากบนเกาะสมุยให้กับ ทส. เพื่อทำเป็นป่าต้นน้ำลำธาร โดยนายกฤษณะ กล่าว่า ที่เกาะสมุยมีป่าสงวนหนึ่งแห่งชื่อป่านำตกหินลาด พื้นที่ประมาณ 6,943 ไร่ อย่างไรก็ตามตนจะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องต่อไป


นอกจากนี้ กมธ.ยังสอบถามรองนายกเทศมนตรีเมืองเกาะสมุย ถึงการสร้างอ่างเก็บน้ำ และตัดถนนขึ้นเขาแพง ว่าได้รับอนุญาติจากทางเทศบาลหรือไม่ โดยรองนายกเทศมนตรีเมืองเกาะสมุย ระบุว่า จากการตรวจสอบไม่พบการขออนุญาตก่อสร้าง แต่สามารถมาขออนุญาตย้อนหลังได้ ทั้งนี้ถนนและบ่อน้ำที่มีการสร้างขึ้นนั้นเป็นการก่อสร้างด้วยงบประมาณของเจ้าของที่ดินเอง อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ที่ดินแปลงข้างเคียงนายแทน นั้น เจ้าของที่ดินได้ขออนุญาตสร้างถนนกับทางเทศบาล


"อาเชน"ป้องหลานซื้อถูกต้อง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายของการประชุม นายเชน ซึ่งนั่งสังเกตุการณ์ในห้องประชุม กมธ.มาตั้งแต่ต้น ได้ขอแสดงความเห็นกรณีดังกล่าว โดยต่อว่า กมธ.ถึงการออกหนังสือเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาชี้แจง โดยในเอกสารระบุเป็นการกล่าวหานายแทน และนายสุเทพ ว่าถือครองที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งประเด็นนี้ตนติดใจ และคงต้องนำเรื่องนี้ว่ากันตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตามขอชี้แจงว่า หลานชาย(นายแทน)ซื้อที่ดินมาโดยชอบด้วยกฎหมาย และยืนยันว่าที่ดินของนายอากร ไม่ได้อยู่บริเวณเขาแพงตามที่มีการกล่าวอ้าง


"เกาะสมุยมีที่ดินกว่า 20,000 แปลงตั้งอยู่บนภูเขา หากมีการเพิกถอนจริงโดยหลักต้องเพิกถอนทั้งหมดเลยหรือไม่ อย่างไรก็ตามการเดินทางลงพื้นที่เกาะสมุยของ กมธ. เพื่อตรวจสอบความถูกต้องการถือครองที่ดินของนายแทน ผมก็ยินดี และเห็นเหมือนนายนิพนธ์ (พร้อมพันธ์ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี) ว่าที่ดินแปลงไหนที่เป็นที่ดินของรัฐ ถ้าออกมาโดยไม่ถูกต้อง ผมต้องปกป้องสิทธิของชาวบ้านและต่อสู้เพื่อเอากลับมาให้ได้ แต่ตามข้อเท็จจริงมีที่ดินหลายแปลงมากที่เกาะสมุย รวมไปถึงที่ดินของนักการเมืองหลายคน จึงขอเรียกร้องให้กมธ.ตรวจสอบการถือครองที่ดินเกาะราชาใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต ของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พท.ด้วย ซึ่งสงสัยว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวออกโดยไม่มีเอกสารใดๆ"นายเชน กล่าว


กมธ.เชื่ออีก2สัปดาห์สรุป


ด้านนายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พท. ในฐานะ กมธ. แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ดินดังกล่าวมีพื้นที่ลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ ขัดต่อระเบียบของกรมที่ดินที่ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวถือว่าอยู่ในเขตป่าสงวนฯ และยังพบว่ามีการออกเอกสารสิทธิเกินพื้นที่ในส.ค.1 จำนวนมาก และพบว่าการก่อสร้างถนนและอ่างเก็บน้ำไม่เคยขออนุญาตจากทางราชการมาก่อน ทั้งหมดนี้เข้าข่ายการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เปรียบเสมือนหัวเป็นงู ดังนั้นหางจึงต้องเป็นงูไปด้วย ทั้งนี้ในการประชุมสัปดาห์หน้า กมธ.จะขอภาพถ่ายแผนที่ทางอากาศ โดยเชิญผู้แทนการอ่านพื้นที่จากศาลมาอ่านให้ กมธ.ได้รับทราบ ซึ่งเชื่อว่าจะได้ข้อสรุปในเรื่องที่ดินเขาเเพงภายใน 2 สัปดาห์ จากนั้นจะสามารถสรุปเสนอต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐสภา หากพบการกระทำผิดผู้เสียหายสามารถร้องเอาผิดได้ทันที และถ้าโยงมีความผิดก็ต้องมีการร้องป.ป.ช. ต่อไปด้วย


สอบพบ"สค.1"ล่องหน3แปลง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเอกสารที่นายจำลอง โพธิ์เพชร หัวหน้าสำนักงานที่ดินจ.สุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย ยื่นต่อ กมธ.กฎหมาย พบว่า สำเนาบันทึกข้อความของสำนักงานที่ดินจ.สุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสุมย เลขที่สฎ 0019.01/ พิเศษ ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2553 ถึงนายจำลอง ปรากฎลายเซ็นรับเรื่องของนายจำลอง ระบุถึงผลสอบข้อเท็จจริงซึ่งสำนักงานที่ดินจังหวัดแต่งตั้งเพื่อสอบการถือครองที่ดินดังกล่าวของนายแทน ที่ตั้งเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน โดยมีกรรมการ 3 คนประกอบด้วย หัวหน้าฝ่ายทะเบียน หัวหน้าฝ่ายรังวัด และ หัวหน้าฝ่ายอำนายการสำนักงานที่ดินจ.สุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย


ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า 1.จากการตรวจสอบหน้าสำรวจโฉนดที่ดินเลขที่ 28109 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งอาศัยหลักฐานนส.3ก. เลขที่ 3301 ,3302 และ3285 ปรากฎว่า ไม่พบเอกสาร สค.1ในชั้นออก นส.3ก.เลขที่ 3285 2.จากการตรวจสอบหน้าสำรวจโฉนดที่ดินเลขที่ 36178, 36179 ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย ซึ่งออกโดยอาศัยหลักฐานนส.3ก.เลขที่ 1894 ปรากฎว่า ไม่พบเอกสาร สค.1 ในชั้นออกนส.3ก. และ 3.จากการตรวจสอบหน้าสำรวจโฉนดที่ดินเลขที่ 28027 ต.อ่างทอง ซึ่งออกโดย นส.3ก.เลขที่ 1895 ปรากฎว่า ไม่พบเอกสาร สค.1ในชั้นนส.3ก.เช่นกัน


ทส.เล็งประกาศวนอุทยานฯ


นายจตุพร บุรษพัฒน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า กำลังเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสำรวจและรังวัดพื้นที่บนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี บริเวณน้ำตกธารเรือก และน้ำตกหินลาด เพื่อจะประกาศเป็นวนอุทยานแห่งชาติ เนื่องจากเรื่องนี้ค้างคามานานตั้งแต่ปี 2550 เพราะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองบ่อยครั้ง โดยวนอุทยานแห่งชาติน้ำตกธารเรือก มีพื้นที่ 2,500 ไร่ ส่วนพื้นที่วนอุทยานแห่งชาติน้ำตกผาลาด มีประมาณ 4,000 ไร่ หลังจากสำรวจและกันแนวเขตเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไปขออนุญาตการใช้พื้นที่กับกรมป่าไม้ เนื่องจากป่าอนุรักษ์บนเกาะสมุยนั้นเป็นป่าสงวนแห่งชาติ คาดว่าจะประกาศเป็นวนอุทยานแห่งชาติได้ภายในปีนี้
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old July 3rd, 2010, 06:25 PM   #211
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,377
Likes (Received): 1250

Land official colluded with foreign gang Former lands staffer jailed for Samui fraud

Bangkokpost Published: 3/07/2010 at 12:00 AM


A former land official has been sentenced to 2 years and 3 months in prison for document forgery and malfeasance in connection with the Bandidos criminal syndicate.

The Criminal Court found Pramual Somwong, 66, guilty of forging official documents, certifying falsified papers and abusing his power in issuing deeds for a 16-rai plot of land on the resort island of Samui to members of the Bandidos gang.

Pramual was found to have issued deeds for 16 rai of land when the plot only covers 11 rai. The plot is located in tambon Mae Nam and tambon Taling Ngam.

He was found to have violated sections 157, 161, 162, 164 and 265 of the Criminal Code.

Pramual was arrested in 2006 along with 3 members of the Bandidos, an international motorcycle gang operating on Samui.

As a land surveyor attached to Surat Thani land office, Pramual was found to have provided the foreign suspects with forged land documents.

He denied the charges.

The Criminal Court sentenced Pramual to 3 years in prison.

However, the court reduced the jail term to 2 years and 3 months, as it had found Pramual's testimony useful to the case.

Bail was set for 300,000 baht yesterday, and Pramual's family posted a land deed worth 1 million baht to secure his release. He said he would appeal the ruling.

The arrests of Pramual and the Bandidos were the result of a joint investigation between the Department of Special Investigation, the Anti-Money Laundering Office, and the Crime Suppression Division.

Gang members had allegedly extorted money from local businesses, laundered money and bribed local officials to issue illegal land ownership documents for public land.

The foreign suspects allegedly ran many businesses on the island as fronts for illegal activities, including property development firms, restaurants, entertainment and tourist enterprises.

The arrested foreigners were identified as British nationals Peter Watkin Jones, 40, Crispin John Granville Paton-Smith, 43, and Danish national Kim Lindegaard Nielsen, 36.
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old July 3rd, 2010, 06:27 PM   #212
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,377
Likes (Received): 1250

////
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old July 5th, 2010, 04:40 PM   #213
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,377
Likes (Received): 1250

สั่งเอกซเรย์ที่ดินฉาว'สมุย - ป่าพรุ'

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,545 4-7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

อธิบดีกรมที่ดินสั่งเอกซเรย์ ที่ดินร้อนทั่วประเทศ ทั้ง เกาะสมุย - ป่าพรุ อ.ปากพนัง -ระโนด ใน 2 สัปดาห์ เพื่อหาข้อยุติ หลังมีปัญหาร้องเรียน ออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ รวม "เขาเตย" "เขาแพง" ของลูก"เทพเทือก" 2 แปลงกว่า 100 ไร่ - นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เกือบ 100 ไร่ ที่ดินบริจาค ของ"อากร ฮุนตระกูล" กว่า 5,000 ไร่ สำนักงานที่ดินสมุยยัน ออกเอกสารสิทธิถูกต้อง ส่วนที่บริจาค ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ ด้านที่ดินป่าพรุ 200,000 ไร่ อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งเพิกถอนทันทีหาก ออกเอกสารสิทธิทับที่ป่า

นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อธิบดีกรมที่ดินเปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2553 ที่ผ่านมา กรมได้มีคำสั่งตั้งคณะทำงาน ตรวจสอบเอกสารสิทธิ ขึ้นมาหนึ่งชุด เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบที่ดินทั่วประเทศที่มีปัญหาร้องเรียนเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิ โดยมิชอบด้วยกฎหมายและ กรณี การออกเอกสารสิทธิที่มีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

"ให้เวลาคณะทำงาน 2 สัปดาห์ นับจากวันที่ออกคำสั่ง และให้รายงานกรมรับทราบทันที หากพบว่ามีความผิดปกติ ออกเอกสารสิทธิโดยจะสั่งให้เพิกถอนทันที แต่อย่างไรก็ดีจะต้องรอให้คณะกรรมการชุดดังกล่าว สรุป ข้อเท็จจริงที่ได้ก่อน"

ทั้งนี้พื้นที่สำคัญที่เจ้าหน้าที่จากส่วนกลางลงไปตรวจสอบ ได้แก่ พื้นที่เกาะสมุย จำนวน 2-3 แปลง ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเมือง และมีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง ที่ดินบริจาค ของนายอากร ฮุนตระกูล จำนวนกว่า 5,000 ไร่ ที่อ้างว่ามีการออกเอกสารสิทธิทับที่ดินแปลงดังกล่าว ภายหลัง

นอกจากนี้ พื้นที่บริเวณป่าพรุ ที่จ.นครศรีธรรมราช ที่มีข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านที่ได้เอกสารสิทธิ ที่ออกโดยกรมที่ดินและ กรมอุทยาน รวมถึงพื้นที่อื่นที่มีปัญหาลักษณะดังกล่าวก็เข้าไปตรวจสอบเพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายทันที อย่างไรก็ดีหาก เจ้าหน้าที่ ออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ หรือ กรณีออกเอกสารสิทธิที่มีความผิดพลาดคลาดเคลื่อน กรมจะสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องพิสูจน์หลักฐาน ให้แน่ชัดด้วยการตรวจสอบจากแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ประวัติหลักฐานเดิม แนวเขต และรังวัดสอบเขตใหม่

ด้านแหล่งข่าว จากสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย กล่าวว่า ที่ดินที่มีปัญหา คือ ที่ดินเขาเตย ตั้งอยู่ที่ ตำบลอ่างทอง คาบเกี่ยวตำบลแม่น้ำ เกาะสมุย ของ นายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จำนวน 2 แปลง คือ แปลงแรก เนื้อที่ 62 ไร่ ส่วนอีกแปลงเนื้อที่ 78 ไร่ ซึ่งปัจจุบันเอกสารสิทธิเป็น น.ส.3 ก (หนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดิน)โดยเปลี่ยนจาก ส.ค.1 (หลักฐานการครอบครองที่ดิน) ออกเป็น น.ส.3ก เมื่อ ปี 2524 และต่อมาได้ขายเปลี่ยนมือให้กับนายสามารถ เรืองศรี และขายให้กับนายแทน เมื่อปี 2544

อย่างไรก็ดี ที่ดินทั้งสองแปลงได้มีการรังวัดสอบเขต และตรวจสอบการเข้าทำประโยชน์ในแปลงที่ดินมาแล้ว โดยใช้แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ซึ่งยืนยันว่าที่ดินแปลงดังกล่าว ได้ออกเอกสารสิทธิถูกต้อง โดยเจ้าของเดิม ได้นำหลักฐานการใช้ประโยชน์ที่ดินมาขอออกส.ค.1 เมื่อปี 2498 ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ที่ระบุว่าหากใครครอบครองที่ดินมาก่อน ประมวลกฎหมายที่ดินบังคับใช้ให้ ถือว่า ออกส.ค.1ได้ เพราะจากการตรวจสอบสภาพก่อนออกส.ค.1 ได้มีการเข้าทำประโยชน์ตกทอดกันมาจริง และต่อมา จึงเปลี่ยนมือ แล้วออกน.ส.3ก ดังกล่าว

ขณะเดียวกันกรณีที่มีการร้องเรียนว่าที่ดินแปลงดังกล่าว เป็นพื้นที่ที่ออกเอกสารสิทธิไม่ได้ เพราะเป็นพื้นที่ลาดเอียงเกิน 35 องศา ซึ่งเป็นกฎหมายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อ ป้องกันการสไลด์ของดิน ซึ่งตามข้อเท็จจริง สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากที่ดินแปลงนี้ ออก ส.ค.1 มาก่อน กฎหมายดังกล่าวที่จะออกมาบังคับใช้เมื่อปี 2530

ขณะที่ที่ดินของ นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จะอยู่ที่เขาเตยเช่นกันแต่เป็นแปลงติดกับลูกของนายสุเทพ ซึ่งเป็นที่ดินเดิมที่เป็นผืนเดียวกัน และแบ่งแยกเป็นของนายนิพนธ์ ซึ่งไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบแต่อย่างใด

ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ที่ได้รับการร้องเรียนเรื่องนี้ ตั้งข้อสังเกตเอกสารส.ค.1 ของทั้งนายนิพนธ์และนายแทน ว่ามีแนวโน้มจะเป็นส.ค.บิน "เพราะคนระดับนี้ ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา เจ้าหน้าที่ที่ดินน่าจะหาหลักฐานมายืนยันได้ และที่สำคัญส.ค.1 ยากจะหายไปจากสารบบ เว้นแต่จะมีคนดึงออกไป"

ส่วนที่ดินบริจาคของ นายอากร ฮุนตระกูล จำนวนกว่า 5,000 ไร่ มีทั้งที่ดินประเภท ภบท.5 (หลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่) ส.ค.1 น.ส.3ก โฉนด ซึ่งทายาทได้บริจาคให้สำนักพระราชวัง เมื่อปี 2548 โดยที่ผ่านมาสำนักราชเลขาฯ ได้เดินทางมาตรวจสอบพื้นที่ ร่วมกับนายอำเภอเกาะสมุย และเจ้าพนักงานที่ดินแต่กลับไม่พบว่ามีเอกสารหลักฐานแต่อย่างใด มีเพียงที่ดินที่มีการชี้แนวเขตให้ทราบนั้น

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ส่วนที่ดินของนายแพทย์บุญ วนาสิน เจ้าของที่ดินบริเวณเขาด่าง 100 กว่าไร่ และเขาดวงนก 90 ไร่รวม 2แปลง ที่ ตำบลบ่อผุด เกาะสมุย ที่พบว่ามีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ตั้งแต่ปี 2549 และกรมที่ดินได้สั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิไปแล้ว จำนวน 200 ไร่ ซึ่งเรื่องนี้จบลงแล้ว แต่ เอกชน อยู่ระหว่างฟ้องร้อง อุทธรณ์ ซึ่งเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ และนอกนั้นก็ไม่พบว่ามี ที่ดินแปลงใด อยู่ในข่ายออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ แต่ขณะนี้พบว่ามีการบุกรุกที่ดินบริเวณใกล้กับที่เขาด่าง ใกล้กับที่ดินของหมอบุญ ซึ่งเป็นที่ดินที่ราชพัสดุ ของกรมธนารักษ์ จำนวน 3 แปลง คือ แปลง 50 ไร่ 30 ไร่และอีกแปลง 15 ไร่ มีชาวบ้านเข้าไปบุกรุกซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างฟ้องร้องกันอยู่

"ที่ผ่านมาได้รายงานเรื่องดังกล่าวถึงคณะกรรมาธิการเรื่องนี้แล้ว แต่พรรคฝ่ายค้าน ไม่เชื่อว่าหลักฐานถูกต้อง แต่เรื่องนี้มองว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง แต่กรมที่ดินในฐานะฝ่ายปฏิบัติก็ต้องตรวจสอบ"
แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบป่าพรุทั่วไปซึ่งเป็นที่สาธารณะ ว่ามีการบุกรุกหรือไม่เหมือนกับที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งให้กรมที่ดินตรวจสอบ ก็คือ ป่าพรุที่จังหวัดนครศรีธรรมราช คาบเกี่ยวกับจังหวัดพัทลุงและสงขลา จำนวน 200,000-300,000 ไร่ที่อยู่ในความดูแลของกรมอุทยาน แต่ปรากฏว่ามีการออกเอกสารสิทธิ และมีนายทุนจากประเทศมาเลเซียเข้าไปซื้อที่ดินต่อจากชาวบ้าน เข้าปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดได้สั่งยุติการดำเนินการและตรวจสอบแล้ว

ด้าน นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ขณะนี้ ได้ร่วมกับทางจังหวัดนครศรีธรรมราช พื้นที่ที่เกี่ยวข้องและกรมที่ดิน ตรวจสอบการได้มาของเอกสารสิทธิประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส.ค.1 น.ส.3ก ในที่ป่าพรุ ควรเคร็ง ที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้อ้างสิทธิครอบครองมากถึง 800 ราย ซึ่งจะต้องตรวจสอบ เพราะที่ดินดังกล่าวเป็นของกรมอุทยาน ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิหรือเข้าครอบครองได้
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old July 7th, 2010, 11:19 PM   #214
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,377
Likes (Received): 1250

ดีเอสไอรับคดี"เขาแพง"มีมูล ส่งเรื่อง ตร.สอบคู่ขนาน เล็งเชิญ"นิพนธุ์"นำสำเนาสค.1 ชี้แจงสัปดาห์หน้า

วันที่ 07 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 23:05:30 น. มติชนออนไลน์



ดีเอสไอแจงกมธ.งบประมาณ คดี"เขาแพง"มีมูล ส่งเรื่องให้ตร.สอบพร้อมลุยคู่ขนาน เชิญ"นิพนธุ์"นำสำเนาสค.1แจงสัปดาห์หน้า "สุวิทย์"สั่งปลัด ทส.ตรวจสอบความถูกต้อง เผยอดีตจนท.รังวัดที่ศาลสั่งจำคุก เอี่ยวออก น.ส.3กแปลงที่ลูก"สุเทพ"ครอบครอง



กมธ.สอบภูเก็ตเทียบเขาแพง


การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นประธาน เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ได้มีการพิจารณากรณีนายสิกร ภูมิกำจร ร้องเรียนเจ้าพนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต ที่ไม่ออกหนังสือรับรองทำประโยชน์ น.ส.3 ก ที่ดินหมู่ 2 อ.เมืองภูเก็ต ทั้งที่มีคำสั่งศาลปกครองนครศรีธรรมราช มีคำสั่งให้ออก น.ส.3 ก.ให้แล้ว ทั้งนี้ เพื่อเทียบเคียงกับการถือครองที่ดิน ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ของนายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โดย กมธ.เชิญนายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนายสมชาย ไชยศรี นักวิชาการที่ดินชำนาญการ เข้าชี้แจงถึงข้อกฎหมายการออกเอกสารสิทธิที่เป็นหลักเกณฑ์มาตรฐาน และสาเหตุที่ไม่ออก น.ส.3 ก ให้นายสิกร


นายสมชาย ชี้แจงว่า ได้รับคำร้องและทำการรังวัดที่ดินตั้งแต่ปี 2546 แต่ที่ออก น.ส.3ไม่ได้ เพราะนายสิกรไม่แจ้ง ส.ค.1 ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 59 กระทั่งมีกฎกระทรวงฉบับที่ 43 ที่ออกเมื่อปี 2547 ระบุห้ามออกเอกสารสิทธิ์ในที่เกาะ แต่ไม่รวมถึงที่ดินซึ่งมีหลักฐานการครอบครอง ส.ค. 1 ใบจอง ใบเหยียบย่ำ หรือที่ดินที่รัฐบาลอนุมัติให้ประชาชน


ผู้ว่าฯปูดใช้อำนาจ-ปืนข่มขู่


"การจะออกโฉนดที่ดินโดยไม่มี ส.ค.1 จะทำได้ต่อเมื่อมีความจำเป็น และได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ต้องผ่านการพิจารณาพิสูจน์ว่า ต้องไม่เป็นที่ป่า ที่สาธารณะ และครอบครองมาแล้ว ซึ่งได้มีการพิสูจน์แล้วว่า ที่ดินของนายสิกร ไม่ได้ครอบครองมาก่อนปี 2497 ที่ประมวลกฎหมายที่ดินประกาศใช้ จึงทำให้ไม่สามารถออก ส.ค.1 ได้ และพบว่ามีการแจ้งรายละเอียดการใช้ที่ดินในปี 2505 จึงทำให้ไม่เข้าเกณฑ์การนำส.ค. 1 มาแปลงสภาพเป็น นส.3ก ตามกฎกระทรวงที่ออกในปี 2547 อีกทั้งมีความลาดชันเกินร้อยละ 35" นายสมชายกล่าว


ด้านนายวิชัย ชี้แจงว่า "รู้จักกันกันดีกับนายสิกร เริ่มแรกมีผู้ใหญ่แนะนำนายสิกรให้มาปรึกษาผม นายสิกรก็พยายามดูแลผมเป็นอย่างดี แต่ได้ปฏิเสธ เพราะคงรู้ดีคนอย่างผม แม้ข้าวจานเดียวก็ไม่รับ ขอฝากด้วยว่า การทำหน้าที่ของข้าราชการกดดันมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ราคาแพง อย่าง จ.สมุทรปราการ เกาะสมุย และจ.ภูเก็ต มีทั้งกดดันด้วยอามิสและใช้อำนาจมากดดัน เอามือปืนมาขู่ และกรณีนายสิกรเป็นความโชคดีของราชการที่เราอ่านคำพิพากษาละเอียด เราปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้ว แต่ระเบียบมันไม่ให้ เพราะเราพบว่าที่ดินนี้แจ้งครอบครองไว้ปี 2505 ซึ่งหลังประมวลกฎหมายที่ดินปี 2497 ดังนั้น ถ้าออกให้เราตายแน่ แล้วไม่มีใครช่วยเราได้ คนไข้เรารักษาแล้ว แต่รักษาไม่ได้ เราเย็บแผลแล้ว แต่เนื้อมันเน่าแล้ว"


เชิญ"นิพนธ์"นำส.ค.1มาแจง


นายประชา กล่าวว่า สัปดาห์หน้า กมธ.จะเชิญนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ รองหัวหน้า ปชป.มาชี้แจง พร้อมขอให้นำสำเนาส.ค. 1 ที่ตัวเองครอบครองและอ้างว่ามีมาแสดงด้วย ส่วนประเด็นส.ค.1 ที่ใช้ออก น.ส.3 ก. จำนวน 3 ฉบับที่สำนักงานที่ดินสุราษฎรณ์อ้างว่าหายทั้งหมดนั้น เป็นการส่อพิรุธว่ามีส.ค. 1 จริงหรือไม่ ซึ่งกมธ.จะต้องไล่สอบให้ลึกลงไปถึงกระบวนการออกส.ค. 1 ดังกล่าวว่ามีจริงหรือไม่ และต้องนำไปเชื่อมโยงเทียบเคียงกับกรณีของนายสิกร ว่าเข้าไปครอบครองที่ดินหลังปี 2497 หรือหลังกฎกระทรวงออกหรือไม่ เพราะถ้าเข้าไปหลัง เอกสารสิทธิ์ใดๆ ก็ไม่สามารถออกได้ ดังนั้นแม้นายแทน จะรับมาโดยถูกต้อง แต่ถ้ากระบวนการต้นทางออกโดยไม่ชอบ ผู้ถือครองสุดท้ายก็ต้องคืนให้หลวง


"จากการตรวจสอบพบว่าที่ดินในบริเวณดังกล่าวมีหลายรายที่เข้าครอบครองหลังปี 2497 แต่กลับออกเอกสารสิทธิ์ให้ ส่วนของนายแทน จะมีด้วยหรือไม่ ต้องพิสูจน์ทราบกันต่อไป นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่าที่ดินของนายอากร ฮุนตระกูล ที่บริจาคให้หลวงกันต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน ต่อมาภายหลังมีการนำไปเร่ขายได้อย่างไร" นายประชา กล่าว.


ปชป.โวยงุบงิบตั้งอนุฯอีกชุด


รายงานข่าวจาก กมธ.กฎหมายฯ แจ้งว่า กมธ.มติให้ตั้งอนุ กมธ.ติดตามกรณีที่ดินเขาแพงของนายแทน โดยเฉพาะ มีนายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พท.เป็นประธาน ทำหน้าที่รวบรวมเอกสารหลักฐานตลอดจนข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยนายประเกียรติ จะทำหน้าที่คัดสรรทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญกฎหมายที่ดินและการล้วงลึกข้อมูลด้วยตัวเอง แต่ปรากฎว่าส.ส.ปชป.ที่เป็น กมธ.ไม่รู้เรื่อง ต่อมาเมื่อทราบเรื่องจึงได้คัดค้าน เหมือนการงุบงิบกันเอง เนื่องจากมองว่า พท.ใช้เวที กมธ.เล่นการเมืองหวังผลกดดันรัฐบาลหลายครั้ง โดยเฉพาะหวังดิสเครดิตนายสุเทพ และนายนิพนธ์


"หากมีการตั้งอนุ กมธ.จริง ปชป.ก็จะขอส่งตัวแทนเข้าร่วมด้วยเพื่อจับตาการทำงาน และเป็นที่น่าสังเกตว่า กมธ.ซีก พท.บางคนที่มีท่าทีขยันสอบเรื่องเขาแพง ได้ถูก ศอฉ.(ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน)อายัดธุรกรรมทางการเงินด้วย การเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้นนี้ จึงเป็นการเขย่าเพื่อหวังผลอย่างอื่นด้วยหรือไม่" รายงานข่าวจาก กมธ.ซีก ปชป.


พบพิรุธจนท.รังวัดคนเดียวกัน


ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีศาลอาญา มีคำพิพากษาจำคุกนายประมวล สมวงศ์ อายุ 66 ปี อดีตเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดิน ระดับ 6 สำนักงานที่ดิน จ.สุราษฎร์ธานี ในความผิดฐานร่วมกันปลอมแปลงเอกสารราชการ เป็นเวลา 3 ปี แต่ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกจำเลย 2 ปี 3 เดือน ตามที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง หลังพบว่าเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2543 นายประมวล ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสารและดูแลรักษาเอกสาร ได้ร่วมกันกับพวกอีกหลายคน กระทำความผิดด้วยการปลอมเอกสาร ปลอมลงในช่องผู้ให้ถ้อยคำในบันทึกถ้อยคำในเอกสารการออกโฉนดที่ดิน ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ ธานี จำนวน 16 ไร่เศษ ซึ่งมากกว่าจำนวนที่ระบุไว้เดิม 11 ไร่ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่กรมที่ดิน


จากการตรวจสอบตามเอกสารของสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฏร์ธานี สาขาเกาะสมุย พบว่า นายประมวล สมวงศ์ คนเดียวกันนี้ เคยเป็น"พนักงานเจ้าหน้าที่" ทำหน้าที่ตรวจสอบเอกสารการรังวัด ส.ค.1 เลขที่ 95 ของ หจก.เรืองปัญญาคอนสตรัคชั่น จำนวน 7 ไร่ เพื่อออกเป็นน.ส.3ก. เลขที่ 3302 เลขที่ดิน 206 หมู่ 6 ต.แม่น้ำ จำนวน 16 ไร่ 3 งาน 97 ตารางวา เพิ่มขึ้น 9 ไร่ 3 งาน 97 ตารางวา คิดเป็น 142.7 เปอร์เซ็นต์ ตามเอกสารใบนัดรังวัดตามคำขอฉบับที่ 56/581/43 ลงวันที่ 6 กรกฏาคม 2543 ที่มีการกำหนดให้ช่างไปทำการรังวัดวันที่ 27 กันยายน 2543 ระบุเอาไว้ ซึ่งครั้งนั้นมีนายทวีป โอชารส เป็นเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฏร์ธานี สาขาเกาะสมุย ก่อนจะนำน.ส.3ก. แปลงดังกล่าวไปขายให้กับนายแทน


อดีตอธิบดีกรมที่ดินรายหนึ่ง ตั้งข้อสังเกตุว่า หากดูจากคำพิพากษาและเอกสารที่ปรากฏอาจเป็นไปได้ว่า มีขบวนการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบในช่วงปี 2543 และอาจเป็นการออกให้ล็อตใหญ่ เนื่องจากโฉนดที่ดินที่เป็นปัญหา จนศาลมีคำพิพากษาออกมานั้นเป็นที่ดินใน ต.แม่น้ำ ละแวกเดียวกับที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ ณ เวลานี้ กรมที่ดินน่าจะเร่งลงไปตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจน


ดีเอสไอรับ"เขาแพง"คดีมีมูล


ด้าน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 มีนายสุวโรช พะลัง ส.ส.สัดส่วน ปชป. รองประธาน กมธ. เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณางบประมาณของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กมธ.ซีก พท.ได้สอบถามความคืบหน้ากรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสั่งให้ดีเอสไอตรวจสอบปัญหาที่ดินเขาแพง ว่าดำเนินการคืบหน้าไปถึงไหน ซึ่งนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ชี้แจงว่า ได้รับเรื่องจากนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษก พท.ยช ถึงขณะนี้ 3 สัปดาห์แล้ว ซึ่งได้ส่งสำนักงานบริหารคดีพิเศษประมวลเรื่อง และเห็นว่า ต้องดำเนินการต่อ 2 ประการคือ

1. ส่งเข้าหน่วยเฉพาะ สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมตรวจสอบละเอียด

2. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)ตรวจสอบ เป็นขั้นตอนตามปกติ


"ยืนยันว่า ดีเอสไอไม่ได้เก็บเรื่อง ไม่ได้เพิกเฉย แถมยังทำเร็วกว่าปกติด้วยซ้ำ หากจะเลือกปฏิบัติ ดีเอสไอคงไม่ส่งให้ ตร. ทำเองแล้วซุกไว้ก็ได้ แต่นี่ดีเอสไอปฏิบัติกับทุกคดีอย่างเสมอหน้าคือส่ง ตร. และดีเอสไอก็ทำคู่ขนานไปด้วย เพราะคดีมีมูลมากพอ ยืนยันว่าทำตรงไปตรงมา ไม่มีใบสั่งหรือใครจะเข้ามาแทรกแซงได้"นายธาริต ชี้แจง


พท.จี้ทส.เร่งตรวจสอบที่สมุย


วันเดียวกัน เวลา 10.30 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษก พท. พร้อมคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรค เดินทางไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพื่อยื่นหนังสือให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรี ทส. ตรวจสอบการถือครองเอกสารสิทธิ์บนที่ดินเขาแพง อ.เกาะสมุย ของนายแทน เทือกสุบรรณ และนายนิพนธ์ พร้อมพันธ์ แต่นายสุวิทย์ ไม่อยู่ มีเพียงเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการร่วม เป็นตัวแทนรับมอบแทน


นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า นับจากนี้อีก 1 เดือน คือวันที่ 7 สิงหาคม หาก ทส.ยังไม่ดำเนินการตรวจสอบใดๆ ก็จะยื่นเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบสวนในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะนายสุวิทย์ น่าจะเป็นคนที่รู้เรื่องที่ดินบริจาคของครอบครัวฮุนตระกูลดีที่สุด เพราะนายธนกร บุตรชายนายอากร เคยนำเอกสารที่ดินมามอบให้กับ ทส. ตั้งแต่สมัยนายสุวิทย์ เป็นรัฐมนตรี ทส. สังกัดพรรคไทยรักไทย


เผยคนดังมีที่ดินบนเขาแพง


ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้สรุปผลการตรวจสอบที่ดินบริจาค จำนวน 4,870 ไร่ ของครอบครัวฮุนตระกูล แล้วว่า ไม่สามารถรับบริจาคได้ เพราะไม่มีความชัดเจนเรื่องที่ดิน ที่ตั้ง และหลักฐานการได้มาของที่ดิน นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า อ้างแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะครอบครัวฮุนตระกูลได้แสดงเจตนาบริสุทธิ์ ที่จะมอบที่ดินของตัวเองให้กับหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ ทส.ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบและจัดการ จะปล่อยปละละเลยไม่ได้ เหมือนผลักความรับผิดชอบ


"ตอนนี้ได้มีข้อมูลทั้งหมดแล้วว่า ใครครอบครองพื้นที่บนเขาแพงบ้าง ถ้าเปิดรายชื่อออกมาแล้วจะฮือฮาแน่ เพราะมีแต่นักการเมือง ผู้มีอิทธิพล และนักธุรกิจใหญ่ที่คุ้นชื่อกันดี แต่ยังบอกไม่ได้ เพราะกลัว ศอฉ.ออกหมายเรียกไปสอบอีก ทั้งนี้ยังอยากกระทุ้งให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบคดีนี้อย่างเร่งด่วน แทนที่จะไปปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเป็นเรื่องไกลตัวเกินไป" นายพร้อมพงศ์ กล่าว


ไม่รับที่ดิน"อากร"บริจาคให้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้สั่งให้หน่วยงานในพื้นที่ตรวจสอบกรณีที่ดินบริจาคของครอบครัวฮุนตระกูล ซึ่งล่าสุดมีสำเนาเอกสารส่งผ่านทางโทรสาร (แฟกซ์) ไปยังห้องผู้สื่อข่าวประจำ ทส.ระบุว่าเป็นหนังสือบันทึกข้อความของนายวุฒิกุล งามปัญญา เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ทำหนังสือเลขที่ ทส.0914.703 ลงวันที่ 21 มิถุนายน รายงานนายจตุพร เรื่องผลตรวจสอบกรณีการบริจาคที่ดินให้กับทางราชการของนายอากร เมื่อปี 2549 โดยระบุว่า นายเดชา กังสนันท์ นายอำเภอเกาะสมุย ในขณะนั้น ให้ความเห็นว่าไม่สามารถรับบริจาคได้ เนื่องจากไม่ทราบตำแหน่งที่ดินที่ชัดเจน และผู้บริจาคไม่สามารถนำชี้ที่ตั้งที่ดินได้ รวมทั้งไม่มีหลักฐานการได้มาตามกฎหมายที่ดิน มีเพียงกฎหมายการซื้อขายเท่านั้น


ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามโทรศัพท์ติดต่อขอสัมภาษณ์นายธนกร เพื่อสอบถามเรื่องดังกล่าว แต่ผู้ใกล้ชิดระบุว่า นายธนกรไม่ต้องการแสดงความคิดเห็นใดๆ กับกรณีนี้อีก


"สุวิทย์"สั่งปลัดทส.สอบแล้ว


ด้านนายสุวิทย์ คุณกิตติ กล่าวถึงปัญหาที่ดินบนเขาแพง ว่าได้สั่งให้ปลัด ทส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ทำเหมือนทุกกรณีของการบุกรุกพื้นที่ป่าที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ขั้นตอนคือ ดูว่ามีการครอบครองก่อนหรือหลังประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ ขบวนการคือ ดำเนินการไปตามปกติ ทั้งนี้เขาแพงไม่ได้อยู่ในพื้นที่เร่งด่วนมากที่จะต้องดำเนินการให้เสร็จทันที แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะล่าช้าเกินไป เพราะให้ปลัด ทส.เร่งรัดเรื่องนี้แล้ว


"เรื่องที่ดินที่ครอบครัวฮุนตระกูลบริจาคให้ ทส.ดูแล ต้องขอบคุณครอบครัวฮุนตระกูล แม้ที่ดินจะไม่มีสิทธิ์ครอบครอง แต่ก็เสียเงินซื้อมาแล้ว และมอบให้กรมป่าไม้ไปดู หน่วยงานที่รับมาก็ต้องตรวจสอบไม่ให้มีการบุกรุก จึงได้สั่งการให้กรมป่าไม้ตรวจว่าได้มาเมื่อใด อย่างไร ได้มาแล้วมีการดำเนินการอย่างไร เวลานี้มีการบุกรุกที่ใดบ้าง ต้องไปตรวจสอบ ถ้าราชการรับมาแล้วไม่รับผิดชอบก็ต้องรับผิดชอบหากมีการบุกรุก" นายสุวิทย์ กล่าว

napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old July 11th, 2010, 12:59 AM   #215
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,377
Likes (Received): 1250

ตะลึง โฉนดที่ดินบนเกาะสมุยงอกเองกว่า 10,000 แปลง เหตุ ขรก.สวมสิทธิออกเอกสารซ้ำ แลกผลประโยชน์

วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 22:15:58 น. มติชนออนไลน์

เผยโฉนด"ที่ดิน"บนเกาะสมุย "งอกเอง"กว่า10,000แปลง แฉขรก.ไม่ทำลายเอกสารสิทธิแต่กลับสวมสิทธิออก"ส.ค.บิน"ซ้ำแลกผลประโยชน์ อดีตอธิบดีกรมที่ดินไม่รู้ความคืบหน้าผลสอบ ปูดนักการเมืองล้วงลูก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยงยุทธ ติยะไพรัช สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เมื่อปี 2550 เคยมีคำสั่งให้กรมป่าไม้และกรมที่ดินร่วมกันตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานีทุกแปลง โดยใช้ระวางแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศมาตราส่วนเดียวกันคือ 1: 4,000 เพื่อป้องกันปัญหาเดินสำรวจออกโฉนดทับซ้อนพื้นที่ป่าไม้และการนำ ส.ค.1 บินมาสวมสิทธิ หลังจากที่พบว่า โครงการเดอะพีค และ บริษัท เกาะสมุยพาโนราม่า พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บุกรุกพื้นที่ป่าไม้และออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ กระทั่งมีคำสั่งให้เพิกถอน


ครั้งนั้นกรมที่ดิน เคยสรุปและมีบันทึกผลการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิบนเกาะสมุย ภายหลังจากลงพื้นที่สำรวจเอกสารสิทธิทั่วทั้งเกาะ โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศผ่านดาวเทียม หรือจีพีเอส อัตราส่วน 1: 4,000 ว่ามีความผิดพลาด คลาดเคลื่อนหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบความผิดปกติ เนื่องจากมีเอกสารสิทธิจำนวนมากที่ออกไปแล้ว ไม่ได้ขีดฆ่าหรือทำลาย เช่น ส.ค.1 (แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน) น.ส.3 ก. น.ส.3 (หนังสือรับรองการทำประโยชน์) ส่งผลให้มีกลุ่มผู้แสวงหาประโยชน์นำต้นขั้วเอกสารสิทธิดังกล่าวไปสวมสิทธิขอออกโฉนดซ้ำซ้อน ไม่ต่ำกว่า 10,000 แปลง ได้แก่ น.ส.3 น.ส.3 ก. และ ส.ค.1 ซึ่งพบว่า มีปริมาณที่เกินจริงไปจากจำนวนแปลงที่ดินที่มีอยู่ หรือที่เรียกว่า "ไม่ตรงใบตรงแปลง" ตามที่ทางสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุยออกให้ โดยเฉพาะโฉนดที่ดิน พบว่าเกินมาไม่ต่ำกว่า 500 แปลง, น.ส.3 ก. และ น.ส.3 (ธรรมดา) เกินมารวมกันไม่ต่ำกว่า 6,000 แปลง ส่วน ส.ค.1 เกินมากว่า 6,000 แปลง


อย่างไรก็ตาม ช่วงนั้น กรมที่ดินสั่งให้มีการตรวจสอบ "สัดส่วนที่เพิ่มขึ้น" ของที่ดินบริเวณดังกล่าว ครั้งนั้น กรมที่ดินมีการสันนิษฐานว่า ความคลาดเคลื่อนน่าจะเกิดจาก 2 กรณี คือ 1.ออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ และ 2.ส่วนที่ออกเอกสารสิทธิไปแล้วแต่ยังไม่ฆ่าทิ้ง หรือลบทิ้ง จึงเป็นช่องทางให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ นำไปสวมสิทธิออกเอกสารสิทธิในแปลงอื่นๆ หรือที่เรียกว่า ส.ค.บิน หรือ ส.ค.เวียน โดยมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง


อดีตอธิบดีกรมที่ดินรายหนึ่งยอมรับว่า ในสมัยนั้นมีการตรวจสอบจริง แต่เนื่องจากการทำงานที่ล่าช้าของเจ้าพนักงานที่ดินในพื้นที่ ทำให้ผลการตรวจพิสูจน์เอกสารสิทธิในบริเวณดังกล่าว จึงยังไม่มีผลออกมา ประกอบกับมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวพันทำให้การตรวจสอบล่าช้า จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ทราบว่าผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวไปถึงไหนแล้ว


ทั้งนี้จากข้อมูลที่รับทราบ จำนวน ส.ค.1 และ น.ส.3 ก. และ น.ส.3 ธรรมดา ที่มีการตรวจสอบครั้งนั้น หากรวมกันแล้ว จะมีส่วนที่เกินและส่วนที่ออกเอกสารสิทธิให้ไปแล้วแต่ไม่ได้ฆ่าทิ้งกว่า 10,000 แปลง โดยเฉลี่ย แปลงละ 2-3 ไร่ ก็ตกประมาณ 20,000-30,000 ไร่ ส่วนใหญ่อาจจะเป็นเอกสารสิทธิที่เหลืออยู่ ส่วนที่ดินอาจจะไม่มีแล้วก็ได้ ถึงวันนี้ไม่ทราบว่ามีการนำไปสวมสิทธิออกเอกสารสิทธิกันหมดหรือไม่
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old July 12th, 2010, 09:29 PM   #216
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,377
Likes (Received): 1250

ปูด"โกเข็ก-ส.จ.ดำ"คนสนิท "อากร"กว้านซื้อที่ป่าต้นน้ำ ก่อนออกเร่ขาย ลูก"บุญรับ"แฉที่นิพนธ์ไม่มี ส.ค.1 แต่ต้น

วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 23:13:24 น. มติชนออนไลน์

ลูก"บุญรับ"แฉที่นิพนธ์ไม่มี ส.ค.1 แต่ต้น สงสัยออกโฉนดที่ดินได้อย่างไร กรมที่ดินแจงสัปดาห์นี้รู้ผล ส.ค.1 ที่ดิน"นิพนธ์-แทน"หายไปไหน ทส.ออกกฎเหล็ก ห้าม จนท.อนุมัติเอกสารสิทธิเอง

นายณะรบ ทวยเจริญ รองประธานสภาเทศบาลเมืองสมุย จ.สุราษฎร์ธานี บุตรชายนายบุญรับ ทวยเจริญ เจ้าของที่ดินบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่พรรคเพื่อไทยระบุ ถูกนายสามารถ เรืองศรี หรือโกเข็ก อดีตหุ้นส่วน ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) เรืองปัญญาคอนสตรัคชั่น จำกัด ซื้อต่อไป ก่อนนำไปออกเป็นโฉนดที่ดิน เพื่อขายให้นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 10 ไร่ 3 งาน 73 ตารางวา ด้วยเงิน 21 ล้านบาท ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า นายบุญรับมีที่ดินบริเวณเขาเตยหรือเขาแพง อยู่ 2 แปลง แปลงแรกอยู่บนเขา ขายให้นายสามารถ เรืองศรี หรือโกเข็ก ก่อนจะเสียชีวิตเพียง 1 ปี อีกแปลงอยู่ที่ราบยังไม่ได้ขายให้ใคร ซึ่งที่บริเวณดังกล่าว ผู้ที่ครอบครองส่วนใหญ่จะเป็นญาติกันทั้งหมด ทั้งคนนามสกุล ทวยเจริญ, ศรีแผ้ว และมีเพียร แต่ที่แปลกใจคือ เอาที่ดินพ่อตนไปออกโฉนดได้อย่างไร เพราะที่ดินดังกล่าวเป็น ภบท.5 มาตั้งแต่ต้น


"คุณพ่อเสียชีวิตในปี 2533 หลังจากขายที่ให้พี่เข็กในปี 2532 โดยซื้อขายกันเป็นใบ ภบท.5 เพราะที่ดินของพ่อไม่มี ส.ค.1 เนื่องจากเป็นการไปบุกรุกที่ป่าสงวน เอามาทำสวนพร้าว ขนุน ทุเรียน มะม่วงหินพานต์ ตอนหลังทางอำเภอเข้ามาจัดการและทำใบ ภบท.5 ให้ ตอนซื้อขายกันก็ไม่ได้เข้าไปทำการซื้อขายกันที่อำเภอ เพราะเป็นแค่ ภบท.5 พ่อมีที่อยู่ประมาณ 15 ไร่ พี่เข็กให้ราคาไร่ละ 1.5 หมื่นบาท ดังนั้น การเอาที่ดินพ่อไปออกโฉนดได้ จึงน่าจะเป็น ส.ค.บินค่อนข้างแน่นอน เพราะพื้นที่บนเขาเตยส่วนใหญ่เป็น ภบท.5 มีไม่กี่แปลงเท่านั้นที่เป็น ส.ค.1 หลังจากผู้ใหญ่บ้านดำ (บุญมาก อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว) เอาไปทำให้" นายณะรบกล่าว


ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสามารถซื้อที่จากนายบุญรับไปตั้งแต่ปี 2532 เหตุใดไปปรากฏในบัญชีที่ดินซึ่งนายอากร ฮุนตระกูล ซื้อไปบริจาคให้กับรัฐไว้ทำป่าชุมชน นายณะรบกล่าวว่า นายบุญรับไม่เคยขายที่ให้นายอากร แต่เวลานั้นมีนายหน้าเข้ามากว้านซื้อที่จากชาวบ้าน บางแปลงก็ขายแล้วขายอีก เพื่อนำไปขึ้นเงินกับนายอากร โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ เพราะเซ็นเช็คจ่ายเงินกับโต๊ะอย่างเดียว เลยถูกนายหน้าบางคนปั่นตัวเลข เพื่อเอาเงินมากๆ โดยที่นายอากรก็เอาโดยไม่เห็นที่ดิน


เมื่อถามว่า หมายความว่าในช่วงเวลาดังกล่าว นายสามารถทำงานร่วมกับนายสุขุม สัมฤทธิ์ หรือ ส.จ.ดำ เป็นนายหน้าซื้อที่ดินให้นายอากรใช่หรือไม่ นายณะรบกล่าวว่า "ก็เป็นไปได้ เพราะ 2 คนนี้อยู่ทีมเดียวกัน และเป็นญาติสนิทกัน"


นายณะรบยังยืนยันด้วยว่า ที่ดินของพ่อ จะอยู่ติดกับที่ดินของนายข้อง ภู่ไพบูลย์ (บิดานายประธูป ภู่ไพบูลย์) และนายจรูญ ศรีแผ้ว ซึ่งตรงกับที่ดินของนายนิพนธ์ ที่ครอบครองอยู่ในปัจจุบัน สมัยเด็กๆ ตนและพี่น้องชอบไปเล่นบริเวณดังกล่าว เนื่องจากมีน้ำตกชื่อว่าน้ำตกผู้ใหญ่เนือย อยู่บริเวณที่ดินของนายนิพนธ์ ซึ่งเป็นหน้าผา หากมองจากถนนสาย 4169 เลียบหาดบางปอเข้าไป ก็จะเห็นชัดเจน แต่ปัจจุบันน้ำตกดังกล่าวไม่มีแล้ว เพราะคนที่อยู่บนเขาทำเขื่อนกั้นน้ำไว้ใช้เอง


วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าว "มติชน" จากส่วนกลาง ได้ลงตรวจสอบพื้นที่บริเวณ ต.แม่น้ำ และ ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และบริเวณโดยรอบๆ พร้อมสอบถามชาวบ้านในบริเวณดังกล่าว ที่ทำมาหากินมาหลายชั่วอายุคน โดยชาวบ้านระบุว่า นายสามารถหรือ "โกเข็ก" และนายสุขุม หรือ "ส.จ.ดำ" (เสียชีวิตไปแล้ว) ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของนายอากร ฮุนตระกูล นักธุรกิจชื่อดังผู้ล่วงลับ ได้เข้าไปกว้านซื้อที่ดินในลักษณะ บภท.5 , ส.ค.1 และบางแห่งไม่มีหลักฐาน ในหลายพื้นที่ วัตถุประสงค์เพื่อต้องการรักษาป่าต้นน้ำให้กับเกาะสมุย อาทิ บริเวณเขาขวาง ใน ต.ตลิ่งงาม และ ต.หน้าเมือง จำนวน 1,472 ไร่ วงเงิน 12,490,222 บาท, เขาเฉวง ต.บ่อผุด จำนวน 973 ไร่ 2,955,850 บาท, เขาแม่น้ำ ต.แม่น้ำ 607 ไร่ 3,276,500 บาท, เขาสระเกศ ต.ตลิ่งงาม 1,426 ไร่ 13,440,200 บาท และเขาแตย/บางมะขาม ต.แม่น้ำ และ ต.อ่างทอง 474 ไร่ 4,387,000 บาท รวมทั้งหมดราว 5,000 ไร่


อย่างไรก็ตาม เมื่อนายอากรเสียชีวิตลง ปรากฏว่าที่ดินทั้งหมดที่นายอากรซื้อไว้เพื่อรักษาไว้เป็นป่าต้นน้ำ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าถูกนำไปออกเอกสารสิทธิและเร่ขายให้กับกลุ่มนายทุน โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ นายทุนและนักการเมือง ร่วมมือกัน


ด้านนายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่า ขณะนี้ น.ส.ลินดาวรรณ ธรรมวุฒิชัย นักวิชาการชำนาญการพิเศษ สำนักมาตรฐานหนังสือสำคัญ กรมที่ดิน เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณี ส.ค.1 ของที่ดิน นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ค.1 ของที่ดินนายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี บนที่ดินเขาแพง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หายไปจากสารบบ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และรวบรวมข้อมูลหลักฐาน จากสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมรายละเอียดทั้งหมดเขียนเป็นรายงาน เพื่อรายงานมายังตน คาดว่าจะได้รับรายงานภายในสัปดาห์นี้


ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการนำ ส.ค.1 ไปออกเป็น น.ส.3ก. แต่กลับพบว่า น.ส.3ก. ที่ออกมานั้น มี 2 แปลง และอยู่คนละตำบล เป็นไปได้อย่างไร นายอนุวัฒน์กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ ต้องขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน เพราะขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบหลายเรื่อง จึงต้องรอให้มีการรายงานมาก่อน จึงจะทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร


นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์เรื่องที่ดินบนเกาะสมุย อ.เกาะสมุย ว่า ที่ดินที่อยู่ในความดูแลของ ทส. คือ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าต้นน้ำ ป่าไม้ถาวร ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) พื้นที่วนอุทยานแห่งชาติ รวมพื้นที่ประมาณ 23,618 ไร่ ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากพื้นที่ว่า เจ้าหน้าที่ทั้งของกรมอุทยานแห่งชาติ และกรมป่าไม้ สามารถรังวัด และตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศได้ทั้งหมด ยังไม่พบปัญหาการบุกรุก แต่ได้สั่งให้ตรวจสอบเพิ่มเติมในส่วนที่ดินที่ครอบครัว นายธนกร ฮุนตระกูล บุตรชายของนายอากร ฮุนตระกูล เคยเข้ามาแสดงความจำนงบริจาคที่ดินประมาณ 5,000 ไร่ ให้ ทส.ดูแล ว่า เป็นที่ดินบริเวณใดบ้าง


"เดิมที เขาเข้าพบผมเพื่อแสดงความจำนงในเรื่องนี้จริง ผมก็ให้เจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้เข้าไปดูแล แต่เจ้าหน้าที่แจ้งกลับมาว่า ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ เพราะไม่มีเอกสารสิทธิ หลังจากนั้น ผมก็ออกมาจาก ทส. เรื่องก็เงียบไป ยอมรับว่ายังไม่ได้จัดการเรื่องนี้ในตอนนั้น แต่วันนี้ ได้เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศเพื่อเปรียบเทียบ และหาพิกัดเรื่องนี้ให้เกิดความชัดเจนแล้ว คิดว่าทำได้ไม่ไม่ยาก" นายสุวิทย์กล่าว


นายสุวิทย์กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้ออกคำสั่งไปถึงเจ้าหน้าที่ของ ทส.ทั่วประเทศแล้วว่า การจะออกเอกสารสิทธิใดๆ การออกโฉนดหรือเป็นพยานให้ใคร ให้ส่งเรื่องเข้ามายังส่วนกลางเพื่อตรวจสอบหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศก่อนทุกครั้ง ทุกกรณี ห้ามให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติโดยพลการเด็ดขาด


"ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แจ้งว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการอนุมัติเอกสารสิทธิ คือกรมที่ดินยังไม่เคยขอให้เจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้หรือกรมอุทยาน ไปร่วมตรวจสอบตามหน้าที่ เช่น การรับรองว่าพื้นที่ที่ต้องการออกเอกสารสิทธินั้นไม่ใช่พื้นที่ ที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ หรือทับซ้อนกับพื้นที่ป่าสงวน" นายสุวิทย์กล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลโฉนดที่ดินบนเกาะสมุยพบว่า ทั้งเกาะมีพื้นที่ 247 ตารางกิโลเมตร หรือ 154,375 ไร่ เป็นพื้นที่ราบ ประมาณ 1 ใน 3 ของเกาะ ยอดเขาที่สูงสุดในเกาะคือ ยอดเขาภู สูงประมาณ 665 เมตร โดยพื้นที่ที่ ทส.รับผิดชอบ พบว่า แบ่งออกเป็น พื้นที่ป่าสงวน 1 ป่า คือ น้ำตกหินลาด ต.อ่างทอง ต.แม่น้ำ ต.ลิปะน้อย เนื้อที่ 6,943 ไร่ มีพื้นที่ป่าไม้ถาวร ตามมติ ครม. 1 ป่า เนื้อที่ประมาณ 9,454 ไร่ มีพื้นที่โครงการปลูก ฟื้นฟูสภาพป่าของหน่วยจัดการต้นน้ำ เกาะสมุย ครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าไม้ถาวรเดิมตามมติครม.และที่สาธารณประโยชน์ เนื้อที่ 7,030 ไร่ พื้นที่วนอุทยานแห่งชาติ 2 แห่ง รวมเนื้อที่ 7,134 ไร่
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old July 15th, 2010, 10:40 PM   #217
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,377
Likes (Received): 1250

พิรุธ"อธิบดีกรมที่ดิน"เมินรายงานผลสอบเขาแพง อ้างไม่เคยได้รับข้อมูล แฉบิ๊กสั่งรื้อปมอัลไพน์กลบฉาว

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 23:59:28 น. มติชนออนไลน์



จับพิรุธ "กรมที่ดิน" เผยมติที่ประชุมกรม สั่งรายงานความคืบหน้าผลสอบ "เขาแพง" ทุกสัปดาห์ แต่อธิบดีฯ-ปธ.สอบเขาแพง อ้างไม่เคยได้รับข้อมูล แถมไม่ยอมตั้ง กก.สอบพร้อมฟันวินัยจนท.ทำเอกสารหาย ปริศนาสั่ง"รองอธิบดี" รื้อปมอัลไพน์

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม มีรายงานข่าวจากกรมที่ดินแจ้งว่า เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลย์วุฒิ อธิบดีกรมที่ดิน ลงนามรับทราบบันทึกข้อความ ที่ มท. 0501.2/3684 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม ซึ่งรายงานโดย สำนักเลขานุการกรมที่ดิน ฝ่ายช่วยอำนวยการนักบริหาร เรื่องสรุปมติ/ข้อสั่งการในการประชุมกรมที่ดินครั้งที่ 6/2553 ประจำเดือนมิถุนายน 2553 ซึ่งประชุมไปเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2553 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 5 อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ภายในกรมที่ดิน ระบุการรายงานผลประชุม มติและคำสั่งต่างๆที่ได้เวียนให้สำนัก กรมกองทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป พบประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับประเด็นประชุมในหัวข้อที่ 3 เกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิ์และการออกโฉนดโดยมิชอบ โดยที่ประชุมมีมติให้นายมงคล อินทสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมที่ดิน ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ในประเด็นข้อร้องเรียนการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบ กรณีการถือครองที่ดินของนายแทน เทือกสุบรรณ ในโฉนดเลขที่ 28109 , 37345 , และ 37346 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และประเด็นอื่นๆ


รายงานข่าวแจ้งว่า ประเด็นที่น่าสนใจของมติที่ประชุมกรมที่ดินดังกล่าวคือ มีมติให้ตั้งกรรมการไปตรวจสอบร่วมกับจ.สุราษฎร์ธานี และรายงานข้อเท็จจริงให้กรมที่ดินทราบ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยในกรณีเอกสารในสารบบสูญหาย ให้ตั้งกรรมการสืบสวนและรายงานผล หากเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบทำเอกสารหายก็ให้ลงโทษทางวินัยตามความเหมาะสม โดยมอบหมายให้นายมงคล อินทสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้รับผิดชอบ นอกจากนี้พบประเด็นน่าสนใจอีกคือ มีคำสั่งให้นายสุธี เธียรกัลยา รองอธิบดีกรมที่ดิน ติดตามความคืบหน้ากรณีสนามกอล์ฟอัลไพน์อย่างน้อยที่สุดไม่เกิน 1 เดือน และให้รายงานการติดตามผลความคืบหน้าว่าดำเนินการไปถึงไหนอย่างไร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากมติที่ประชุมกรมที่ดินดังกล่าว ได้เป็นที่มาของคำสั่งกรมที่ดิน ที่ 1715/2553 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการถือครองที่ดินเขาแพงของนายแทน ที่มี น.ส.ลินดาวรรณ ธรรมาวุฒิชัย นักวิชาการที่ดินชำนาญการพิเศษ เป็นประธาน และสวนทางกับคำให้สัมภาษณ์ของ นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลย์วุฒิ อธิบดีกรมที่ดิน และน.ส.ลินดาวรรณ ที่พยายามบ่ายเบี่ยงมาตลอดว่าไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าการสอบข้อเท็จจริงได้เนื่องจากผู้รับผิดชอบยังไม่รายงานข้อมูลเข้ามา ทั้งที่มติที่ประชุมกรมระบุชัดให้มีการรายงานความคืบหน้ามายังกรมอย่างน้อยที่สุดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง รวมถึงจนปัจจุบัน ก็ยังไม่มีการดำเนินการตามมติที่ประชุมในเรื่องการตั้งกรรมการขึ้นมาสอบกรณีเจ้าหน้าที่ทำเอกสารในสารบบสูญหายเพื่อดำเนินการลงโทษทางวินัย นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าสังเกตเกี่ยวกับการสั่งให้นายสุธี เธียรกัลยา รองอธิบดีกรมที่ดิน ติดตามความคืบหน้ากรณีสนามกอล์ฟอัลไพน์อย่างน้อยที่สุดไม่เกิน 1 เดือนอีกด้วย


ด้านนายวิโรจน์ หวั่งประดิษฐ์ อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวถึงที่มีข้อสงสัยในกระบวนการออกโฉนดที่ดินของนายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและนายนิพนธ์ บนเขาแพงถูกต้องหรือไม่ว่า ที่ดินบนเขาแพงส่วนใหญ่มีส.ค.1 เพราะผู้ใหญ่ดำ (บุญมาก อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.แม่น้ำ) เคยไปทำเรื่องออกให้ชาวบ้านในปี 2498 แต่เจ้าของที่ดินอาจไม่รู้ว่าเป็น ส.ค.1 คิดว่ามีเพียง ภ.บ.ท.5 เมื่อนายแทนและนายนิพนธ์มาซื้อ ก็ให้คนไปค้นส.ค.1 ที่ที่ดินเกาะสมุย พอเจอแล้วก็นำมาแปลงเป็นน.ส.3 หรือออกเป็นโฉนด ส่วนที่ดินของนายอากร ฮุนตระกูล ส่วนใหญ่เป็นภ.บ.ท.5 พอปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ เจ้าของเก่าก็อาจกลับเข้าไปหาประโยชน์ หรือเจ้าของใหม่เข้าไปจับจองก็ได้ จึงตอบไม่ได้ว่าบนเขาแพงยังเหลือที่นายอากรอยู่เท่าไร


ส่วนกรณีที่สงสัยว่าโฉนดที่ดินนายแทนและนายนิพนธ์อาจจะบวมไปทับที่คนอื่นนั้น นายวิโรจน์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าบนเกาะสมุย และเขาแพงเป็น ส.ค.บวมเกือบทั้งนั้น เพราะตอนที่ผู้ใหญ่ดำหรือคนอื่นไปแจ้งของส.ค.1 ให้ชาวบ้านในปี 2498 จะแจ้งเท่าที่ทำประโยชน์จริงตอนนั้น อาจจะแค่ 3 ไร่ 7 ไร่ แต่หลังจากนั้น ชาวบ้านอาจจะขยายพื้นที่ทำกินออกไปอีก ทำให้ตอนที่เอาไปออกน.ส.3 หรือโฉนด จึงได้เนื้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่รังวัดจะเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจว่าจะให้พื้นที่เท่าไร มีการใช้ประโยชน์จริงหรือไม่ และเจ้าของแปลงข้างเคียงคัดค้านหรือไม่


"ผมอยากให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หากกระบวนการออกโฉนดผิด เจ้าหน้าที่ก็ต้องถูกลงโทษ ผู้ซื้อไม่เกี่ยวข้อง และอย่าเอาการเมืองมาเกี่ยวข้อง เนื่องจากขณะนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมาก เนื่องจากเจ้าพนักงานที่ดินเกาะสมุยเกร็งจนไม่กล้าออกโฉนดให้กับชาวบ้าน"นายวิโรจน์ กล่าว


ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย(พท.) ในฐานะคณะทำงานติดตามตรวจสอบกรณีการถือครองที่ดินเขาแพง อ.เกาะสมุย กล่าวถึงกรณีที่คณะทำงานฯยื่นเรื่องให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)บรรจุเป็นคดีพิเศษ ว่า ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆจากดีเอสไอในการสอบสวนคดีที่ดินของนายแทนและนายนิพนธ์ทั้งมีหลักฐานอย่างชัดเจน ล่าสุดคณะทำงานฯยังพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมไปจนสุดสันเขา ซึ่งเรื่องนี้เชื่อได้ว่ามีนักการเมือง ผู้มีอิทธิพลและนายทุนอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ จะเข้าพบนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่กระทรวงยุติธรรม ในเวลา 10.00 น. เพื่อขอให้เร่งรัดดีเอสไอตรวจสอบกรณีดังกล่าว รวมถึงหารือในประเด็นการเพิกถอนที่ดินเขาแพงด้วย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอย่างไรก็ตามนายอนุวัฒน์ อธิบดีกรมที่ดิน นัดแถลงปัญหาที่ดินบนเขาแพง อ.เกาะสมุย ในวันที่ 16 กรกฎาคม เช่นเดียวกัน
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old July 24th, 2010, 12:19 PM   #218
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,377
Likes (Received): 1250

ป.ป.ช.ตั้ง2ทีมสอบ"สุเทพ" ถูกกล่าวหาปกปิดทรัพย์สิน-ออกเอกสารสิทธิมิชอบ นายกฯเผย"ถาวร"สอบเขาแพงเพิ่ม

วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 06:39:59 น. มติชนออนไลน์

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 24 ก.ค.ที่กรมประชาสัมพันธ์ ถึงการชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีเขาแพงของคณะทำงานติดตามตรวจสอบของพรรคเพื่อไทย (พท.) กับคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของกรมที่ดินออกมาไม่ตรงกัน ว่า เท่าที่ตน นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มารายงานมันมีการกำหนดประเด็นที่จะต้องดำเนินการเพิ่มเติม สอบเพิ่มเติมเฉพาะหน่วยงานต่างๆ

ก่อนหน้านี้ นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ถึงความคืบหน้าการไต่สวนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ที่พรรคเพื่อไทย(พท.)ร้องให้สอบสวน โดยกล่าวหาว่า ครอบครองที่ดินบนเขาแพง ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยมิชอบ และให้นายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชาย ถือครองที่ดินแทน ว่า ขณะนี้ป.ป.ช.ได้แยกเรื่องกล่าวหาดังกล่าวออกเป็น 2 ประเด็น



เรื่องแรก เกี่ยวกับการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน เนื่องจากมีการกล่าวหาว่า นายสุเทพให้บุตรชาย คือนายแทน ถือทรัพย์สิน ได้แก่ ที่ดินผืนดังกล่าวไว้แทน มีสำนักตรวจสอบทรัพย์สินเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งได้เริ่มเดินหน้าตรวจสอบทรัพย์สินนายสุเทพ ไปบางส่วนแล้ว



และเรื่องที่สอง เกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบ มีสำนักปราบปรามการทุจริตเป็นผู้รับผิดชอบ

นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามตรวจสอบกรณีการถือครองที่ดินเขาแพง ของพท. กล่าวตั้งข้อสังเกตุกรณีที่แผนที่ส.ค.1 จำลองที่จัดทำขึ้นโดยคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของกรมที่ดิน ที่มีน.ส.ลินดาวรรณ ธรรมวุฒิชัย นักวิชาการชำนาญพิเศษ เป็นประธาน ไม่สอดคล้องกับแผนที่ระวางโฉนดที่ดิน ของกรมที่ดินที่ระบุว่า ที่ดินของนายแทน และที่ดินของบริษัทชนาพันธุ์ จำกัด ที่นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นหุ้นส่วน ซึ่งถูกอ้างว่า ออกจากส.ค.1 ฉบับเดียวกันว่า แผนที่ส.ค.1ที่ทำขึ้นโดยชุดของน.ส.ลินดาวรรณ ต้องการชี้ให้เห็นว่าที่ดินทั้ง 2 แปลงอยู่ติดกัน แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ซึ่งหลักฐานในแผนที่ระวางโฉนดของกรมที่ดินยืนยันได้ว่า พื้นที่ดังกล่าวห่างกันเพราะมีพื้นที่ป่าคั่นกลางอยู่



“ที่น.ส.ลินดาวรรณ ทำแผนที่จำลองออกมาและไม่สอดคล้องกับหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้อย่างระวางโฉนดของกรมที่ดิน ถามว่าคุณมีเจตนาอะไร ที่ดินของนายแทนกับนายนิพนธ์ ไม่มีทิศใดที่จรดกัน แต่คุณทำให้มันจรดกันเพราะอะไร ผมไม่เข้าใจเจตนาของคณะกรรมการชุดนี้”นายประเกียรติกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังคณะกรรมการตรวจสอบชุดของ น.ส.ลินดาวรรณ เปิดแผนผังดังกล่าวออกมา ทำให้ถูกพรรคเพื่อไทย โจมตีว่า เป็นการเขียนแผนผังเพื่อให้สอดรับกับคำกล่าวอ้างของนายนิพนธ์ และนายจำลอง โพธิ์เพชร เจ้าพนักงานที่ดินจ.สุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย ที่อ้างมาตลอดว่า ที่ดินของนายนิพนธ์ และนายแทนออกจากส.ค.1 ฉบับเดียวกัน คือ ส.ค.1 เลขที่ 95 ทั้งที่ในโฉนด ที่ดินของบุคคลทั้งสองอยู่ห่างกันไม่ต่ำกว่า 100 เมตร แถมยังอยู่คนละตำบล โดยที่ดินของนายนิพนธ์ อยู่ใน ต.อ่างทอง ส่วนที่ดินของนายแทน อยู่ใน ต.แม่น้ำ

นอกจากนี้พรรคเพื่อไทย ยังสงสัยว่า สาเหตุที่สำนักงานที่ดินจ.สุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย อ้างว่า ส.ค.1 เลขที่ 97 (ซึ่งถูกนำมาแปลงเป็นน.ส.3 ก.เลขที่ 3285 น.ส.3 ก.แปลงกลางที่นายแทน นำไปรวมกับน.ส.3 ก.อีก 2 แปลง เพื่อออกโฉนดที่ดินเลขที่ 28109 และอยู่จรดทิศเหนือของน.ส.3 ก.เลขที่ 3302 ออกมาจากส.ค.1 เลขที่ 95) หาย และคณะกรรมการชุด น.ส.ลินดาวรรณ ไม่ยอมสรุปว่า ส.ค.1 ฉบับดังกล่าวหายไปได้อย่างไร ก็เนื่องมาจากว่า ส.ค.1 เลขที่ 97 ได้ระบุแนวเขตข้างเคียงไม่ตรงกับที่นายจำลองกล่าวอ้าง โดยเฉพาะทิศใต้ที่ไม่ติดกับส.ค.1 เลขที่ 95 ของนายจรูญ แต่ติดกับบุคคลอื่น อันแสดงให้เห็นว่าที่ดินดังกล่าวของนายแทน ใช้ส.ค.1 บินจากที่อื่นมาแปลงเป็นน.ส.3 ก.ก่อนนำไปออกโฉนดที่ดิน

ผู้สื่อข่าว “มติชน” รายงานว่า ได้รับโทรศัพท์จากชาวบ้านรายหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเขาแพงมาหลายสิบปี โต้แย้งว่า แผนผังคณะกรรมการกรมที่ดินทำขึ้นนั้น วางตำแหน่งที่ดินไม่ถูกต้อง เพราะที่ดินของนายจรูญ ศรีแผ้ว ตามส.ค.1 เลขที่ 95 ไม่ได้อยู่ติดกับที่ดินของนายเชือบ ศรีแผ้ว พี่ชายนายจรูญ ตามส.ค.1 เลขที่ 97 แต่มีที่ดินของบุคคลอื่น 2-3 คนคั่นกลางอยู่ โดยเฉพาะที่ดินแปลงใหญ่ของนายบุญรับ ทวยเจริญ



“ผมเห็นแผนผังแล้วแทบกลั้นหัวเราะไม่ไหว เลยต้องโทรศัพท์มาระบายให้ฟัง”



ด้านนายประธูป ภู่ไพบูลย์ เจ้าของที่ดินข้างเคียง กล่าวว่า แผนผังดังกล่าววางตำแหน่งที่ดินไม่ถูกต้อง เพราะที่ดินของนายจรูญ ไม่ได้ติดกับที่ของนายเชือบ แต่มีที่ดินของนายบุญรับ นายคล้อย ไม่ทราบนามสกุล และนายเทียบ ลิ้มสุวรรณ์ คั่นกลางอยู่ โดยที่ดินของนายเทียบอยู่ติดอยู่มุมหนึ่งของที่ดินนายจรูญ มีส.ค.1 เลขที่ 233 ส่วนที่ดินของนายบุญรับและนายคล้อยไม่มีส.ค.1 มีเพียงเอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) แต่คั่นของตรงกลางระหว่างที่ของนายจรูญและนายเชือบ

“ผมไม่รู้ว่ากรมที่ดินไปทำแผนผังดังกล่าวตอนไหน เพราะไม่เคยมาสอบถามผม แม้แต่ครั้งเดียว อาจจะไปแอบมุบมิบทำกันตอนไหน ก็ไม่รู้ แต่แผนผังดังกล่าวไม่ถูกต้อง ถ้าเอาที่ดินระหว่างนายเชือบกับนายจรูญ (ส่วนหนึ่งที่ดินของนายแทนตามโฉนดเลขที่ 28109) เอาไปออกโฉนดได้ ก็เชื่อว่าไม่ถูกต้องแน่ เพราะที่ดินของนายรับและนายคล้อยไม่มีส.ค.1 แม้นายคล้อยจะเพิ่งตายไปสัปดาห์ก่อน แต่ลูกหลานยังอยู่ รู้ดีว่าที่นายคล้อย อยู่ตรงไหน นางแมะ (นางบุญรัตน์ ศรีแผ้ว ภรรยานายจรูญ) ก็น่าจะรู้ว่าที่ผัวอยู่แค่ไหน” นายประธูป กล่าว
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old July 24th, 2010, 08:50 PM   #219
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,377
Likes (Received): 1250

"อดีตอธิบดีกรมที่ดิน"ปูดไม่มีใครกล้าแตะ"เขาแพง" ชี้ใกล้ฤดูโยกย้ายหวั่นการเมืองเล่นงาน

วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 23:00:26 น. มติชนออนไลน์


อดีตอธิบดีกรมที่ดินคนหนึ่ง กล่าวเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมถึงท่าทีของกรมที่ดินยุคนายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ เป็นอธิบดี ไม่ดำเนินการจริงจังกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายแทน เทือกสุบรรณ ลูกชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกพรรคเพื่อไทยกล่าวหาครอบครองที่ดินบนเขาแพง หมู่ 6 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย โดยมิชอบด้วยกฎหมายว่า มีข้าราชการในกรมที่ดินมาปรึกษา เนื่องจากขณะนี้บรรยากาศในกรมที่ดินอึมครึมไปหมด ไม่มีใครกล้าทำอะไร ทำได้เต็มที่ก็แค่ยื้อเวลาไปเรื่อยๆ เพราะถ้าทำอะไรไปก็อยู่ได้ไม่นาน โดยเฉพาะช่วงนี้ใกล้ฤดูแต่งตั้งโยกย้าย โดยเฉพาะตำแหน่งใหญ่ๆ ปลัดกระทรวงมหาดไทยเองจะเกษียณอายุราชการ อธิบดีทุกคนมีสิทธิเป็นแคนดิเดตปลัดกระทรวง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงไม่มีใครกล้าแตะ


อดีตอธิบดีกรมที่ดินกล่าวด้วยว่า ปัญหา ส.ค.1 หายไปจากสารบบเป็นเรื่องที่ตรวจสอบยาก เพราะมีแต่ข้อมูลระวางโฉนด ไม่มีข้อมูลระวาง ส.ค.1 เนื่องจาก ส.ค.1 เป็นเอกสารที่มีมานาน บางแห่งก็ไม่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลไว้ที่ส่วนกลาง ทำให้ ส.ค.1 บินหนีไปได้ง่ายๆ แต่หากตรวจพบว่าหายในช่วงใด สามารถเอาผิดเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถเอาผิดวินัยร้ายแรงได้ทันที แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมหัวหน้าสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงไม่เร่งดำเนินการสอบสวนหรือแจ้งความในเรื่องดังกล่าว เพราะเรื่อง ส.ค.1 หายจากสารบบเห็นปรากฏตามสื่อมาร่วมเดือนแล้ว และมีการตรวจสอบแล้วว่าหายจริง


"อีกทั้งหากมีการตรวจสอบพบว่าที่ดินที่มีปัญหานั้นออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อธิบดีกรมที่ดินสามารถที่จะมีคำสั่งเพิกถอนแก้ไขเอกสารสิทธิได้ทันที และให้เจ้าทุกข์ไปยื่นอุทธรณ์ หากเห็นแย้งกับเจ้าพนักงาน แต่ปรากฏว่าอธิบดีกรมที่ดินทำตัวเงียบ ไม่ยอมตรวจสอบอย่างจริงจัง" อดีตอธิบดีกรมที่ดินระบุ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับแผนที่จำลองของ น.ส.ลินดาวรรณ ธรรมวุฒิชัย นักวิชาการชำนาญพิเศษ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบกรณีที่ดินเขาแพงที่สรุปและนำเสนอเรื่องไปยังอธิบดีกรมที่ดิน โดยในแผนที่ที่ปรากฏนั้นพบว่าที่ดินของนายนิพนธ์ติดกับที่ดินของนายแทน ซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักฐานของกรรมาธิการกฎหมายของพรรคเพื่อไทย และของประชาชนที่ออกมายืนยันว่าที่ดินของนายนิพนธ์และนายแทนนั้นไม่ได้ติดต่อกัน อีกทั้งยังมีประชาชนในพื้นที่ออกมาระบุว่าแผนที่ของ น.ส.ลินดาวรรณนั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง


ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง น.ส.ลินดาวรรณในเรื่องดังกล่าว ว่าเกิดความผิดพลาดจากอะไร ซึ่ง น.ส.ลินดาวรรณกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า วันนี้เป็นวันหยุดราชการ ตนไม่ได้ทำงานและจะไม่ตอบคำถามใดๆ ทั้งสิ้น จะตอบคำถามเฉพาะในการประชุมชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการเท่านั้น ก่อนที่จะตัดสายโทรศัพท์ทันที
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote
Old July 27th, 2010, 08:52 PM   #220
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,377
Likes (Received): 1250

ที่ปรึกษากมธ.ปัดตั้งศาลเตี้ย เปิดหลักฐานเด็ดที่ดินสมุย เห็นร่องรอยส.ค.1 ข้ามที่ดินชาวบ้านไปออกโฉนด

วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 23:34:31 น. มติชนออนไลน์


ที่ปรึกษา กมธ.กฎหมายปัดตั้งศาลเตี้ย "สุเทพ"พร้อมรับฟังหากจะเข้าชี้แจง เล็งตั้งอนุฯสอบโดยเฉพาะ ดึงฝ่ายค้าน-รัฐบาล-ป่าไม้-ที่ดินร่วมทีม เปิดหลักฐานเด็ดจากเอกสารที่ดินสมุย เห็นร่องรอย ส.ค.1 เลขที่ 95 ปลิวข้ามที่ดินชาวบ้านไปออกโฉนด"ลูกสุเทพ" ส่วนที่"นิพนธ์"ไม่มี ส.ค.1 ใช้โฉนดข้างเคียงบวมทับแทน

เตรียมเสนอ กมธ.การกฎหมายฯ ตั้งอนุ กมธ.ที่ประกอบด้วย ตัวแทนฝ่ายค้าน รัฐบาล กรมที่ดิน และกรมป่าไม้ เพื่อสอบสวนการออกโฉนดที่ดินบนเขาแพง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะแปลงของนายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และบริษัทชนาพันธุ์ จำกัด ที่มีนายนิพนธ์ พร้อมพันธ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)เป็นหุ้นส่วน ที่สงสัยว่า ออกโฉนดโดยมิชอบ


ทั้งนี้ ในการแถลงข่าวของคณะทำงานติดตามตรวจสอบกรณีการถือครองที่ดินเขาแพง ของ พท. เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม นายประเกียรติ กล่าวว่า การพิจารณาปัญหาเขาแพงใน กมธ.การฎหมายฯนั้นยิ่งสอบยิ่งลึก และประเด็นแตกออกไปมาก ดังนั้นในฐานะที่ปรึกษา กมธ.การกฎหมายฯขอตั้งญัตติเพื่อที่จะตั้งอนุกมธ.ขึ้นมาเพื่อสอบประเด็นเขาแพงอย่างเดียว โดยอนุ กมธ.ชุดนี้จะประกอบไปด้วย กมธ.ในซีกของพรรคฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล รวมไปถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมที่ดิน กรมป่าไม้ ทั้งนี.เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการศึกษา


"ผมขอฝากไปถึงนายสุเทพ ว่าเรื่องที่คณะทำงานของ พท.ตรวจสอบอยู่ เป็นเรื่องที่ศึกษาและออกโฉนดชอบหรือไม่ชอบ ยังไม่ได้ก้าวล่วงไปถึงการถือครองที่ดินแทน หรือการตั้งนอมินีที่ถือครองที่ดินแทน แต่ทราบว่าเรื่องนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ตั้งประเด็นนี้ขึ้นมาแล้ว และอนุฯกมธ.ที่จะมีการต่งตั้งขึ้นจะดำเนินการตรวจสอบต่อไป และคงเป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่งในสังคม เจตนาของคณะทำงานฯ และกมธ.การกฎหมายฯ พยายามพูดถึงประเด็นที่เป็นปัญหา ไม่เคยใส่ร้ายและตัดสินเรื่องอะไรในลักษณะที่เป็นศาลเตี้ย แต่หากนายสุเทพ อยากจะเข้ามาชี้แจงต่อกมธ.การกฎหมายฯ เพื่อความโปร่งใสกมธ.ก็ยินดีที่จะรับฟัง"นายประเกียรติกล่าว


ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษก พท. ในฐานะคณะทำงานของ พท. กล่าวว่า กล่าวว่า ได้นำหลักฐานทุกอย่างให้อดีตอธิบดีกรมที่ดินรายหนึ่งได้พิจารณา ซึ่งอดีตอธิบดีรายนั้นถึงกับบอกว่า "จังซี้มันต้องถอน" หมายความว่า ต้องเพิกถอนที่ดินของนายแทน และนายนิพนธ์ อย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งหากผลการสอบสวนออกมาว่าผิดจริงแล้วอธิบดีคนปัจจุบันยังไม่ดำเนินการเพิกถอนการโฉนด นอกจากจะมีความผิดแล้ว ยังถือว่าละเว้นในการทำหน้าที่ปกป้องสมบัติชาติ แต่กลับไปปกป้องผลประโยชน์ให้กับนายทุนและนักการเมืองแทน ซึ่งถือว่าป็นการกระทำที่เสียศักดิ์ศรีข้าราชการและลืมคำปฎิญาณตนไปแล้ว


ผู้สื่อข่าว “มติชน”ตรวจสอบข้อมูลจากเอกสารราชการ จำนวน 254 หน้า ที่นายจำลอง โพธิ์เพชร เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย นำมามอบให้กับ กมธ.การกฎหมายฯ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อยืนยันว่าการออกโฉนดของนายแทน และบริษัท ชนาพันธุ์ จำกัด ถูกต้อง โดยเฉพาะกรณีที่ระบุว่า โฉนดที่ดินของนายแทน และบริษัทชนาพันธุ์ จำกัด ออกจากมา ส.ค.1 ฉบับเดียวกัน คือส.ค.1 เลขที่ 95 แต่จากการตรวจสอบกลับพบเอกสารหลายชิ้นที่น่าสนใจ เพราะกลายเป็นการช่วยยืนยันว่า โฉนดที่ดินของนายแทนและบริษัทชนาพันธุ์ฯ อาจจะมีที่มาไม่ถูกต้อง


(1) สำเนา ส.ค.1 เลขที่ 95 ของนายจรูญ ศรีแผ้ว (อยู่ในหน้าที่ 00148 ของเอกสารที่นายจำลองนำมาให้กมธ.กฎหมายฯ) ที่มีจำนวนเนื้อที่ดิน 7-0-0 (ไร่-งาน-วา) ที่นายสามารถ เรืองศรี หรือโกเข็ก ซื้อจากภรรยานายจรูญ ก่อนนำไปแปลงเป็น น.ส.3 ก.เลขที่ 3302 ได้เนื้อที่ 16-3-97 เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2544 โดยในส.ค.1 เลขที่ 95 ระบุว่า ทิศใต้จรดสวนนายข้อง ที่ต่อมายกให้นายประธูป ภู่ไพบูลย์ โดยในคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดิน ที่จัดทำเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2543 ก็ระบุตรงว่าทิศใต้จรดที่ดินนายประธูป ซึ่งหากดูเผินๆ การออกน.ส.3 ก.เลขที่ 3302 ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร โดยนายแทน เคยให้สัมภาษณ์ว่า การนำที่บนเขาไปออกโฉนด แล้วได้ที่เพิ่มจาก 7 ไร่เป็น 16 ไร่ เป็นเรื่องธรรมดา


แต่เมื่อไปดูเอกสารประกอบการออกโฉนดเลขที่ 28109 ที่นายแทน นำ น.ส.3 ก.เลขที่ 3302 ไปประกอบกับ น.ส.3 ก.เลขที่ 3301 และ 3285 ที่อยู่ข้างบน (หมายถึง นส.3 ก.เลขที่ 3302 จะอยู่ล่างสุด และต้องมีทิศใต้จดสวนนายประธูปเช่นเดิม) และทำการรังวัดที่ดิน เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2548 เวลา 10.00 น.กลับระบุว่า ทิศใต้จรดที่ดินนายสุขุม สัมฤทธิ์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ นายจำลอง นายนิพนธ์ หรือกระทั่งนายสามารถ อดีตหุ้นส่วนหจก.เรืองปัญญา คอนสตรัคชั่น ผู้กว้านซื้อที่ก่อนนำมาขายให้นายแทนและบริษัทชนาพันธุ์ฯ ก็เคยให้สัมภาษณ์สอดรับกันว่า ที่ดินดังกล่าวยังเป็นของนายประธูป ไม่ได้ขายให้ใคร แสดงให้เห็นว่า เมื่อนำส.ค.1 เลขที่ 95 ไปออกโฉนดแล้ว ตำแหน่งที่ดินกลับเปลี่ยนไป


(2) ก่อนหน้านี้ นายจำลองและนายนิพนธ์เคยอ้างว่า ที่ดินนายนิพนธ์ตามโฉนดเลขที่ 35410 (ที่ออกมาจากน.ส.3ก.เลขที่ 1908) ออกมาจาก ส.ค.1 เลขที่ 95 เช่นเดียวกับโฉนดที่ดินของนายแทน แต่ในเอกสารที่นายจำลอง นำมามอบให้กมธ.ฯ ซึ่งมีเอกสารที่เกี่ยวกับโฉนดที่ดินของบริษัทชนาพันธุ์ฯรวมอยู่ด้วย ถึง 29 หน้า กลับไม่ปรากฏเอกสารแม้แต่ชิ้นเดียวยืนยันว่า โฉนดของบริษัทชนาพันธุ์ฯออกจาก ส.ค.1 เลขที่ 95 กระทั่งสำเนาใน ส.ค.1 เลขที่ 95 ที่มาเสียบไว้ในเอกสารชี้แจงส่วนของที่ดินบริษัทชนาพันธุ์ฯ ก็ยังมีการขีดคร่อม พร้อมข้อความระบุว่า "นำไปออกน.ส.3 ก.เลขที่ 3302 (ที่ดินของนายแทนที่เหนือที่ตั้งที่ดินของบริษัทชนาพันธุ์ฯกว่า 100 เมตร) ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2544"


ส่วนที่ดินของบริษัทชนาพันธุ์ฯในเอกสารสารบัญจดทะเบียนที่แนบมาให้ กมธ.ฯ ระบุว่าแบ่งมาจากที่ดินของหจก.เรืองปัญญาฯ ในน.ส.3 ก.เลขที่ 1894 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2544 เป็นน.ส.3 ก.เลขที่ 1908 ได้เนื้อที่ 7-1-08 ไร่โดยน.ส.3 ก.เลขที่ 1894 ออกมาจากส.ค.1 เลขที่ 496 ที่ หจก.เรืองปัญญาฯซื้อจากทายาทนายหุ้ย แซ่เฮง ซึ่งเดิมมีเนื้อที่ 60 ไร่ แต่เมื่อนำไปออกน.ส.3 ก.เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2544 กลับได้เนื้อที่ 83-1-30 ไร่ โดยกินลึกไปยังที่ดินของบริษัทชนาพันธุ์ฯ (ที่นายประธูป และนางบุญรัตน์ ศรีแผ้ว ภรรยานายจรูญ ยืนยันว่ าเป็นที่ตั้งของที่ดินนายจรูญ ตามส.ค.1 เลขที่ 95 กระทั่งตอนที่ หจก.เรืองปัญญาฯนำ น.ส.3 ก.เลขที่ 1908 ไปออกโฉนดเลขที่ 35410 นายประธูป ยังเซ็นรับรองแนวเขตข้างเคียง เพราะเข้าใจผิด คิดว่าเป็นที่ดินนายจรูญ)


นอกจากนี้ เมื่อดูวันที่นำ ส.ค.1 ไปแปลงเป็นน.ส.3 ก.ของที่ดินนายแทนและบริษัทชนาพันธุ์ ที่นายจำลอง นายนิพนธ์ รวมถึงคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุด น.ส.ลินดาวรรณ เชื่อว่าออกมาจากส.ค.1 ฉบับเดียวกัน คือส.ค.1 เลขที่ 95 กลับพบว่ามีระยะเวลาที่แตกต่างกันถึง 3 เดือน โดยที่ดินนายแทนนำส.ค.1ไปแปลงเป็นน.ส.3 ก.เลขที่ 3302 เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2544 ส่วนที่ดินบริษัทชนาพันธุ์เป็นการนำส.ค.1 ไปออกน.ส.3 ก.แปลงใหญ่เลขที่ 1894 เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2544 ก่อนที่จะแบ่งน.ส.3 ก.เลขที่ 1908 ออกมาเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2544




Last edited by napoleon; July 27th, 2010 at 09:04 PM.
napoleon está en línea ahora   Reply With Quote


Reply

Tags
island, thailand

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 06:15 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu