|
|
|
| daily menu » rate the banner | guess the city | one on one |
|
|||||||
| Thai Forum Sawasdee! Welcome to the Land of Smile |
| Global Announcement |
|
SkyscraperCity needs your help to do some house cleaning! please click here for more info! |
![]() |
|
|
Thread Tools | Display Modes |
|
|
#341 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,998
Likes (Received): 391
|
Public TV broadcasters first to get digital network licences
THE NATION November 10, 2012 1:00 am The National Broadcasting and Telecommunications Commission has prioritised the granting of digital terrestrial network-provider licences to government bodies, state enterprises and public organisations that already have their own television-broadcast networks. Natee Sukonrat, chairman of the NBTC's broadcasting committee, said yesterday that those organisations were the Royal Thai Army, the Public Relations Department, MCOT and the Thai Public Broadcasting Service (Thai PBS), as they operated TV channels and held spectra before the implementation of the Radio and Television Broadcasting Business Act BE 2551 (2008). Natee spoke to the media during the NBTC's public hearing on two draft regulations, on licensing for network providers and spectrum holders for broadcast of digital terrestrial television. He explained that the draft rules could allow analog terrestrial TV network providers to utilise their facilities efficiently and reduce redundant investment on networks. According to the draft, after obtaining a network licence, a provider must cover 50 per cent of total households within its first year of operation, then expand that to 80 per cent in the second year, 90 per cent in the third and 95 per cent in the fourth. In addition, transmissions in municipal areas must be available for portable indoor reception. After the public hearing, the broadcasting committee needed to revise both draft regulations before submission to the NBTC board for approval. Natee expects to grant the first network-provider licences in January, while those for spectrum holders for commercial digital terrestrial TV broadcasting will come later. The NBTC is now drafting the details of rule and licensing qualifications for spectrum holders. Public hearings on this draft will begin early next year and the spectrum auction for commercial digital terrestrial TV services will be held by April. The TV channels for commercial broadcasting services have been divided into four groups: five standard-definition channels providing programmes for children and families; five SD news and information TV channels; and 10 SD and four high-definition channels for general programmes. http://www.nationmultimedia.com/busi...-30194041.html |
|
|
|
|
|
#342 |
|
Registered User
Join Date: Dec 2010
Location: Chiang Mai
Posts: 902
Likes (Received): 48
|
__________________
2020 Miracle Year of Amazing Thailand Asian Beach Games Phuket 2014 Ayuthaya World Expo 2020 Chiang Mai Asian Games 2023 Bangkok Olympic Games 2024 |
|
|
|
|
|
#343 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
แกรมมี่ ประกาศชิงทีวีดิจิตอล 3 ช่อง
http://www.bangkokbiznews.com/home/v...op=1§ion=1 กสทช.มั่นใจทีวีดิจิตอลช่วยเพิ่มมูลค่า ศก.-สร้างโอกาสธุรกิจรูปแบบใหม่ โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 พฤศจิกายน 2555 13:28 น. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานสัมมนาทางวิชาการระดับโลก ระหว่างวันที่ 18-21 พฤศจิกายนนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนด้านการพัฒนากิจการโทรคมนาคม รวมทั้งข้อคิดเห็นเรื่องทีวีดิจิตอล ซึ่ง กสทช.มีแผนผลักดันให้เกิดทีวีดิจิตอลในประเทศไทยทั้งหมด 48 ช่อง แบ่งเป็นรายการเพื่อบริการชุมชน 12 ช่อง ช่องบริการสาธารณะ 12 ช่อง ช่องหมวดเด็กและเยาวชน 5 ช่อง ช่องหมวดข่าวสารและสาระ 5 ช่อง ช่องทั่วไป 10 ช่อง และหมวดช่องรายการที่มีคุณภาพความคมชัดสูง หรือ เอชดี 4 ช่องรายการ ส่วนช่องทั่วไปและเอชดี จะกำหนดให้มีรายการที่มีสาระสัดส่วนร้อยละ 25 ของรายการทั้งหมด โดย กสทช. มั่นใจว่า หากโครงการทีวีดิจิตอลประสบความสำเร็จ จะทำให้ประชาชนในหัวเมืองใหญ่ได้รับชมทีวีดิจิตอลสูงถึงร้อยละ 80 ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสทางธุรกิจรูปแบบใหม่ รวมทั้งยังสามารถจัดทำรายการได้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ทำให้วัดเรตติ้งได้อย่างแม่นยำมากขึ้น http://www.manager.co.th/Home/ViewNe...=9550000136156 Last edited by fol901; November 10th, 2012 at 04:00 PM. |
|
|
|
|
|
#344 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
บอร์ด กสท.เล็งลดค่าไลเซ่นส์ทีวีดิจิตอลเกินครึ่งหากคอนเท้นท์เน้นสาธารณะ
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)และประธานคณะกรรมการกจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)เปิดเผยว่า คณะกรรมการ กสท.มีมติเห็นชอบลดหย่อนค่าธรรมเนียมใบอนุญาต(ไลเซ่นส์)รายปีสำหรับผู้ประกอบการที่ดำเนินรายการและผลิตเนื้อหาเป็นสาระประโยชน์กับสาธารณะเกิน 70% ขึ้นไป ทั้งนี้ รายละเอียดดังกล่าวจัดอยู่ในร่างระเบียบกสท. เรื่อง การลดหย่อนหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง หรือ กิจการโทรทัศน์ ทั้งนี้ กสท.จะลดค่าไลเซ่นส์ลง 50% สำหรับช่องรายการสาธารณะจากเดิมที่เรียกเก็บในอัตรา 2% ของรายได้ และลดมากกว่า 50% สำหรับรายการที่ผลิตเนื้อหาสาธารณะเกิน 90% ส่วนช่องบริการชุมชนที่ผลิตเนื้อหาสาธารณะเกิน 70% จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม ในขณะที่ช่องรายการธุรกิจจะได้รับการลดค่าธรรมเนียมในอัตรา 15% กรณีนำเสนอข่าว สาระ ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ โดยหลังจากร่างดังกล่าวผ่านมติบอร์ด กสทช.ใหญ่ 11 คนแล้วจะนำออกรับฟังความเห็นสาธารณะช่วงกลางเดือน ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ เตรียมเสนอมร่างประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์ รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นรายการทั่วไป โดยได้กำหนดรายการโทรทัศน์ 7 ประเภทที่ต้องออกอากาศผ่านฟรีทีวี(Must have)ให้บอร์ดใหญ่พิจารณาวันที่ 14 พ.ย.นี้ ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะส่งผลให้ทาง บมจ.อาร์เอส(RS)ไม่สามารถงดการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย(ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ ไฟนอล) ผ่านฟรีทีวีได้ อย่างไรก็ตาม บอร์ด กสท.ยังเห็นชอบให้บันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู)เรื่องความร่วมมือในการทดลองระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล เพื่อเป็นฐานในการแสดงความร่วมมือและเตรียมพร้อมสำหรับผู้ประกอบการที่จะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบทีวีดิจิตอล ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการหลายรายได้แสดงความสนใจเพื่อขอทดลองการออกอากาศแล้ว พ.อ.นที กล่าวว่า กรณีการแสดงความเห็นในประเด็นการประมูลใบอนุญาต(ไลเซ่นส์)3 จี บนคลื่นความถี่ 2.1GHz ของคณะกรรมการกิจการโทรทัศน์(กทค.)นั้นบอร์ด กสท.ยืนยันไม่มีมติใดๆ ในเรื่องนี้ แต่หากเป็นการดำเนินการส่วนบุคคล กรรมการ กสท.ทุกคนสามารถกระทำได้ในฐานะที่เป็น กสทช. http://www.ryt9.com/s/iq05/1528209 NBC หวังรายได้ปีหน้าโต 10% พร้อมร่วมประมูลไลเซ่นทีวีดิจิตอลราวมี.ค.56 วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา 18:09:57 น. ผู้เข้าชม : 142 คน นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NBC เปิดเผยว่า ภาพรวมปีนี้คาดว่ารายได้จะเติบโต 10% ตามเป้าหมาย หลังจาก 9 เดือนทำรายได้กว่า 547 ล้านบาท จากการเติบโตของทีวีดาวเทียมที่อยู่ในกระแสความนิยม และในช่วงไตรมาส 4/55 คาดว่ารายได้จะสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วม โดยรายได้หลักจะมาจากโฆษณาทางทีวีดาวเทียม แต่ในปีนี้คาดว่ากำไรอาจจะลดลงจากปีก่อน เนื่องจากรายการหลักของบริษัทถูกปรับออกจากผังรายการของฟรีทีวี แต่ก็ได้นำรายการดังกล่าวออกมาออกอากาศทางทีวีดาวเทียมในภายหลังแล้ว ส่วนปี 56 มองว่ารายได้จะเติบโตตามทิศทางธุรกิจทีวีดาวเทียมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันมีฐานผู้ชม 12.7 ล้านครัวเรือน คาดว่าจะเติบโตราว 10% และในปีหน้าจะมีการประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตัลราวเดือน มี.ค.56 หลังจากมีความชัดเจนปลายปี บริษัทสนใจจะเข้าร่วมประมูลด้วย หวังว่าหากได้รับใบอนุญาตจะทำให้เพิ่มรายได้ของบริษัทได้มากขึ้นอีก http://www.kaohoon.com/online/50068/...%B8%84.56-.htm |
|
|
|
|
|
#345 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,928
Likes (Received): 19
|
ซีทีเอชจัดหนักงบ2หมื่นล้านถ่ายทอดบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ
![]() "ซีทีเอช" เดินเครื่องเต็มสูบ หลังซิว ลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 3 ฤดูกาลรวด ยังอุบค่าสิขสิทธิ์ พร้อมเผยงบประมาณการดำเนินการรวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าขยายเครือข่ายครบ 900 อำเภอ 77 จังหวัด เพิ่มยอดผู้ชมเป็น 7 ล้านครัวเรือน สร้างรายได้คืนทุนภายใน 3 ปี วิชัย ทองแตง ประธานกรรมการซีทีเอช บอกยินดีร่วมงานกับทุกราย แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขของพรีเมียร์ลีก และความเหมาะสม ยันไม่มีจอดำแน่นอน คาดกุมภาพันธ์ปีหน้าติดตั้งแล้วเสร็จ นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือซีทีเอช (Cable Thai Hoding Plc.) พร้อมด้วย นายวัชร วัชรพล รองประธานกรรมการบริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวซีทีเอช ได้รับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 3 ฤดูกาล (2013-2014, 2014-2015, 2015-2016) ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลพญาไท 2 ถ.พหลโยธิน กทม. เมื่อ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา ท่ามกลางสื่อมวลชนกว่า 100 ชีวิต ที่เดินทางร่วมทำข่าว นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ "ซีทีเอช" กล่าวว่า ซีทีเอช มีความตั้งใจในการนำการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งเป็นลีกฟุตบอลที่มีจำนวนผู้ชมและได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยรูปแบบการนำเสนอ ถ่ายทอดสดในรูปแบบดิจิตอล บรอดแบนด์ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เป็นการตอกย้ำความตั้งใจของซีทีเอช ในการนำเนื้อหากีฬาระดับโลก มาให้แฟนลูกหนังเมืองไทยได้รับชม โดยการประมูลในครั้งนี้มี 5 บริษัทที่เข้าร่วม รวมไปถึงบริษัทจากมาเลเซีย ได้มาร่วมประมูลด้วย แต่ ซีทีเอช ได้นำความสุขด้านกีฬามาให้คนไทยเป็นที่แน่นอนแล้ว ทั้งนี้ทาง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ประกาศให้ ซีทีเอช เป็นผู้ได้รับลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการ เมื่อช่วงเช้าของวันเดียวกัน ก่อนที่จะมีการแถลงข่าวให้พี่น้องสื่อมวลชนได้รับทราบ "น่าเสียดายที่เราไม่สามารถบอกถึงค่าลิขสิทธิ์ให้กับสื่อมวลชนทราบได้ เนื่องจากติดเงื่อนไขหลายๆ อย่างของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่ทันทีที่มีการยืนยัน และสามารถให้เปิดเผยได้ เราจะมีการจัดแถลงข่าวอีกครั้งอย่างแน่นอน ขณะที่กระบวนการประมูลของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ค่อนข้างละเอียด โดยจะบอกเพียงแต่ว่าใครผ่านการประมูล และใครชนะการประมูลเท่านั้น" ประธานกรรมการซีทีเอช กล่าว นายวิชัยยังได้กล่าวอีกว่า การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของซีทีเอช รับรองได้ว่าไม่มีจอดำอย่างแน่นอน แต่จะเป็นการขยายฐานช่องทางการรับชมให้กับแฟนกีฬาเมืองไทย ผ่านทางไฟเบอร์ออปติก หรือใยแก้ว ให้ครอบคลุม 900 อำเภอ 77 จังหวัด มั่นใจว่าด้วยศักยภาพของเครือข่ายจะสามารถกระจายไปอย่างทั่วถึง โดยปัจจุบันมีจำนวนฐานผู้รับชมเคเบิลของซีทีเอชจำนวน 3,500,000 ครัวเรือน และภายใน 3 ปีที่ได้รับลิขสิทธิ์จะขยายฐานผู้รับชมให้มากถึง 7,000,000 ครัวเรือน พร้อมกับตั้งเป้าสร้างรายได้ 20,000 ล้านบาทภายใน 3 ปี เพื่อให้ได้มาซึ่งการลงทุนดำเนินการไปด้วยจำนวนเงินกว่า 20,000 ล้านบาท ทั้งนี้จำนวนดังกล่าวรวมถึงค่าลิขสิทธิ์ด้วย ด้าน นายวัชร วัชรพล รองประธานกรรมการ "ซีทีเอช" กล่าวถึงเนื้อหาการนำเสนอที่นอกจากการถ่ายทอดสดฟุตบอลแล้ว ทาง ซีทีเอช ยังมีทีมงานคุณภาพที่คร่ำหวอดในวงการฟุตบอลอังกฤษ และฟุตบอลต่างประเทศจาก "สยามกีฬา" มาร่วมเป็นผู้บรรยายและวิเคราะห์วิจารณ์เกมการแข่งขัน ผ่านระบบดิจิตอล บรอดแบนด์ มีความคมชัด ความเสถียร สามารถรับชมได้ทั้งในระบบเอชดี และที่สำคัญระบบดิจิตอล บรอดแบนด์ ยังสามารถสื่อสารตอบโต้กับแฟนบอลได้ผ่านหน้าจอทีวีด้วยเช่นกัน นอกจากแฟนบอลชาวไทย จะได้รับชมเกมการแข่งขันสนุกตื่นเต้นแล้ว แฟนฟุตบอลประเทศลาวและกัมพูชา จะได้รับชมการถ่ายทอดสดด้วย โดยจะมีการหารือเกี่ยวกับสัญญาการลิขสิทธิ์ในเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกัน นายวิชัย ทองแตง ยังได้ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการร่วมมือกับพันธมิตรในการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ว่า ทาง ซีทีเอช เป็นมิตรกับทุกคน เรายินดีที่จะร่วมมือกับพันธมิตรทุกรายในการร่วมกันสร้างเครือข่ายถ่ายทอดสด ไม่ว่าจะเป็น ฟรีทีวี, แกรมมี่, อาร์เอส หรือทรูวิชั่นส์ เจ้าของสิขสิทธิ์เก่า แต่ความร่วมมือจะต้องอยู่ในเงื่อนไขของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ รวมทั้งหลักการ เหตุผล และความเหมาะสม เนื่องจากเหตุผลที่ได้เสนอตัวประมูลสิทธิ์ในครั้งนี้ ไม่มีความประสงค์ที่อยากจะเอาชนะผู้ร่วมประมูลแต่อย่างใด ทว่าต้องการนำพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาตอบสนองให้ผู้ชมในประเทศได้รับชมกัน จากนั้นในช่วงเย็นวันเดียวกัน นายวิชัย ทองแตง ได้ให้สัมภาษณ์ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผ่านรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางช่อง 3 ว่า การประมูลในครั้งนี้ยืนยันเช่นเดิมว่าไม่สามารถเปิดเผยค่าลิขสิทธิ์ได้ เนื่องจากต้องรอพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันและเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการเสียก่อน เนื่องจากตอนนี้เป็นเพียงการประกาศผลการประมูลเท่านั้น โดยซีทีเอชได้ชนะการประมูลด้วยตัวเลขที่มากกว่าคู่แข่งอันดับสอง 10 เปอร์เซ็นต์ ตามเงื่อนไขของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ "เราจะเริ่มดำเนินการขยายเครือข่ายออกไปให้เร็วที่สุด ด้วยเครือข่ายไฟเบอร์ออปติก ที่คาดว่าทุกอย่างจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 สามารถรองรับการถ่ายทอดฟุตบอลได้ 8 ช่อง รวมทั้งหมด 380 แมตช์ และในอีก 3 ปี จะมีคนดูเพิ่มขึ้นเป็น 28 ล้านคนอย่างแน่นอน" นายวิชัย กล่าวทิ้งท้าย Siamsport - 15/11/2012 |
|
|
|
|
|
#346 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,928
Likes (Received): 19
|
แกรมมี่ลุย3รายการทีวีดิจิตอล
แกรมมี่ลุยทีวีดิจิตอล เผยเตรียมทุ่มประมูล 3 รายการหลัก "ข่าว-เด็ก-รายการทั่วไป" หวังต่อยอดคอนเทนต์ระยะยาว หลังสูญรายได้หลายร้อยล้านบาทจากการขายกล่องจีเอ็มเอ็มแซท ผลมาจากการได้รับใบอนุญาตที่ล่าช้า นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจเพย์ทีวีต่อจากนี้ของบริษัท จะเน้นการทำตลาดเพื่อขยายไปยังตลาดแมสให้ได้มากที่สุด และยังยืนยันการเข้าทำธุรกิจทีวีดิจิตอล ซึ่งจะมีการจัดสรรใบอนุญาตทีวีดิจิตอล ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในเดือนเมษายน 2556 เบื้องต้นบริษัทสนใจเข้าร่วมประมูล 3 ช่องหลักของทีวีดิจิตอล ประกอบไปด้วย ช่องสำหรับเด็ก, ช่องข่าว และช่องทั่วไป (ประเภทเอชดี) เนื่องจากมีความพร้อมในการผลิตคอนเทนต์ทุกประเภท โดยบริษัทได้ยื่นขอใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจในเครือ ได้แก่ โครงข่ายกล่องจีเอ็มเอ็มแซท, ช่องทีวีดาวเทียม ฟรีทูแอร์ 10 ช่อง และช่องเอ็กซ์คลูซีฟที่รับชมผ่านกล่องจีเอ็มเอ็มแซทอีกจำนวน 10 ช่อง "การเข้าทำธุรกิจทีวีดิจิตอลถือเป็นการต่อยอดธุรกิจในเครือของแกรมมี่ให้แข็งแกร่งขึ้นในระยะยาว เราเชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์ของบริษัทที่ยาวนานกว่า 30 ปี บวกกับความพร้อมที่เรารอการเข้าธุรกิจทีวีดิจิตอลนี้มากว่า 15 ปี ถือเป็นโอกาสทองของบริษัทที่จะรุกเข้าทำธุรกิจสื่ออย่างเต็มตัว" ในส่วนของยอดขายกล่องจี เอ็มเอ็ม แซท บริษัทคาดว่าจนถึงสิ้นปีจะสามารถปิดยอดขายได้ที่ 1.5 ล้านกล่อง จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 2 ล้านกล่อง ทั้งนี้เป็นผลมาจากความล่าช้าในการออกใบอนุญาตเพย์ทีวี ของกล่องรับสัญญาณดาวเทียมจาก กสทช. ซึ่งจากเดิมที่คาดว่าจะได้รับในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่จนถึงปัจจุบันทาง กสทช.เพิ่งเปิดให้ยื่นใบอนุญาต ซึ่งคาดว่าจะต้องมีขั้นตอนการพิจารณาอีกระยะหนึ่ง ส่งผลให้ จีเอ็มเอ็ม แซท ไม่สามารถดำเนินธุรกิจเพย์ ทีวี รวมทั้งไม่สามารถทำตลาดลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่ซื้อมาเพื่อกระตุ้นยอดขายกล่องได้ในไตรมาสสุดท้ายให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ได้ "จากปัญหาดังกล่าวคาดว่าในปีนี้จะทำให้ยอดขายของกล่องที่ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ อาจจะทำให้ผลประกอบการในปีนี้ขาดทุน หรืออยู่เพียงแค่คืนทุนเท่านั้น ไม่เพียงเท่านั้น การล่าช้าของใบอนุญาตยังส่งผลถึงการเปิดตัวกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท มินิ ที่การเปิดตัวไว้เดือนตุลาคมหลังจบการแข่งขันยูโรแต่ก็ทำไม่ได้ ส่งผลให้บริษัทสูญเสียโอกาสในการขายในปีนี้ไปกว่า 3-4 แสนกล่อง นอกจากนี้ยังเสียโอกาสจากการขายกล่องธรรมดา และรายได้จากสมาชิกเพย์ทีวีไปหลายร้อยล้านบาทในปีนี้" จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 32 ฉบับที่ 2,792 วันที่ 15-17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 |
|
|
|
|
|
#347 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
“ดิจิตอลทีวี” จุดเปลี่ยนระบบโทรทัศน์
การพัฒนาระบบการทำงานของโทรทัศน์นั้น มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหนก็ตาม เราจะเห็นได้ว่าความก้าวหน้าที่จะพัฒนาระบบต่างๆ เป็นไปได้ด้วยดี และมีความก้าวหน้าที่รวดเร็ว การทำงานในเรื่องระบบต่างๆ ก็ต้องอาศัยความรู้ความสามารถของผู้ผลิตงานออกมา ว่าเราจะต้องพัฒนาสิ่งที่มีอยู่อย่างไรให้ดีกว่าที่เคยเป็น วิวัฒนาการของระบบโทรทัศน์มีตั้งแต่รุ่นจอขาว-ดำ จอสี และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ มากมาย มีการเพิ่มออฟชั่นต่างๆ เพิ่มสิ่งที่น่าสนใจลงไป แต่อุปกรณ์เสริมก็ไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด ยังมีเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ และตอนนี้การพัฒนาระบบโทรทัศน์ที่จะเข้ามามีบทบาทในเปลี่ยนแปลงระบบโทรทัศน์รูปแบบใหม่ นั่นก็คือ...” ดิจิตอล ทีวี “ (Digital TV) คือทีวีที่ทำงานในรูปแบบดิจิตอล สัญญาณภาพ และเสียงในรูปแบบของดิจิตอลมีคุณภาพที่ดีกว่าระบบเดิมคือ “อนาลอก” (Analog) โดยที่ภาพและเสียงจะคมชัดมากยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องดีที่บ้านเราจะได้ใช้ระบบโทรทัศน์ที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นไปอีก แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องมาดูที่ตัวงานว่าจะดำเนินการไปได้ยังไง โดยการดำเนินการในครั้งนี้ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ได้ประกาศกำหนดให้ใช้มาตรฐาน DVB-T2 ซึ่งเป็นระบบยุโรป เป็นมาตรฐานระบบโทรทัศน์ดิจิตอลภาคพื้นดินของประเทศไทย ซึ่งเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบแล้วในการประชุม ครม.โดยที่ดิจิตอลทีวีที่จะเกิดขึ้นภายในปี 2013 ก็จะมีเรื่องเกี่ยวกับการลงทุนและการแข่งขันเป็นหลัก ซึ่งถ้าคิดดูแล้วก็อาจจะคุ้มค่าในระยะยาว เนื่องจากทั่วโลกจะเริ่มยกเลิกการผลิตในระบบอนาล็อกแล้ว ทำให้ความก้าวหน้าที่ทั่วโลกต่างมีใช้ เราก็จะได้ใช้กันบ้าง แต่ลึกๆ แล้ว เราจะได้ผลประโยชน์อะไรจากระบบโทรทัศน์ใหม่นี้? ซึ่งถ้าดูจากการเติบโตของระบบการสื่อสารทางโทรทัศน์ตอนนี้ ทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีดูเหมือนจะมีการเติบโตขึ้นมาก และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ถึง 90 % ทำให้ความนิยมที่จะหันมาสนใจดิจิตอลทีวีก็เห็นทีจะไม่ได้รับความนิยมพอสมควร อีกทั้งการรับระบบดิจิตอลทีวีก็ต้องซื้อระบบสัญญาณ และโทรทัศน์ที่มีระบบที่รองรับดิจิตอลเพิ่มขึ้นด้วย และเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็คือ จะมีผู้บริโภคที่รับชมดิจิตอลทีวีตามเมืองใหญ่ในอัตราที่สูงกว่าตามต่างจังหวัด คำถามก็คือ...คนเมืองจะเข้าถึงดิจิตอลทีวีเท่านั้นหรือ? แล้วคนต่างจังหวัดที่ต้องการเข้าถึงระบบใหม่ๆ ล่ะ ไม่มีสิทธิเข้าถึงหรอ? การที่จะปรับระบบโทรทัศน์ใหม่ หรือระบบต่างๆ นั้น การหวังว่าเป้าหมายเป็นเพียงแค่คนเมืองก็เห็นว่าจะเป็นเรื่องที่ลำเอียงไปสักนิด เพราะการที่จะพัฒนาต้องพัฒนาไปด้วยกันทั้งหมด ถึงจะเรียกว่าการพัฒนาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และการเติบโตนั้นต้องคำนึงถึงอัตราค่าใช้จ่ายให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคได้ คุณภาพที่ดีแต่ราคาที่สูงเกินเอื้อมก็ไม่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ แต่แน่นอนว่าการลงทุนเพื่อเพิ่มคุณภาพที่ดีมักต้องแลกกับอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งในสัดส่วนผู้ให้บริการที่จะต้องเปลี่ยนเครื่องมือระบบการส่งสัญญาณภาพจากอนาล็อกเป็นดิจิตอล ส่วนผู้บริโภคก็ต้องมีตัวอุปกรณ์เพิ่มเติมที่สามารถทำการถอดรหัสสัญญาณดิจิตอลที่จะส่งมาได้ แต่ราคาก็คงไม่ได้ถูกเท่าไหร่นัก ซึ่งก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม เพื่อที่จะให้ทุกคนเข้าถึงได้ ระบบดิจิตอลทีวีนี้ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องของสัดส่วนผู้บริโภคและการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่มีราคาเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเกิดสิ่งใหม่ๆ ทางธุรกิจอีกหลายอย่าง หากดิจิตอลทีวีได้เกิดขึ้นมาจริงๆ เพราะการเกิดสิ่งใหม่ขึ้นมานั้น ทางด้านธุรกิจก็จะเติบโตตามด้วย เช่น ผู้รวบรวมรายการ ผู้รวบรวมสัญญาณ ผู้ให้บริการเสริมต่างๆ ทำให้เกิดการกระตุ้นการกระจายรายได้ที่เพิ่มขึ้น อัตราการจ้างงานก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีใหม่ๆ นั้นก็จะทำให้มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น แต่การจัดสรรการทำงานต่างๆ ต้องคำนึงถึงผู้บริโภคด้วย เพราะถ้าต้นทุนในการผลิตสูง ผู้บริโภคก็คงไม่มีกำลังซื้อมากพอ แต่ถ้าถามว่าบ้านเราจะมีระบบการใช้งานนี้เมื่อไหร่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของภาครัฐ รวมทั้ง กทช. ที่จะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากระบบเดิมมาเป็นระบบใหม่ หรือการลดภาษีการนำเข้าเครื่องส่งต่างๆ สำหรับผู้ให้บริการเป็นต้น เพื่อที่จะได้เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้การตอบสนองเทคโนโลยีใหม่นี้เป็นไปได้โดยง่าย http://www.aecnews.co.th/content-%E2...2-92950-1.html จุดเปลี่ยนทีวีไทยสู่ดิจิตอลทีวี วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน 2012 เวลา 11:57 น. กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ การตลาด Marketing - คอลัมน์ : ตลาด เป็นที่จับตามองว่าประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียง หรือโทรทัศน์พ.ศ.2555 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา จะส่งผลกระทบทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการโทรทัศน์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่ยังขาดความเข้าใจ "ฐานเศรษฐกิจ" ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ "ต่อพงศ์ เสลานนท์" ประธานคณะอนุกรรมการด้านกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ภายใต้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ของ กสทช. และนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ถึงบทบาทหน้าที่และก้าวย่างสำคัญของการปรับเปลี่ยนสู่ทีวีดิจิตอลในอนาคตอันใกล้ ++ การจัดระเบียบโทรทัศน์ไทยกับการก้าวสู่ทีวีดิจิตอลเป็นอย่างไร สำหรับในช่วงต้นปี 2556 นั้น ที่จะมีการประมูลเปลี่ยนผ่านระบบทีวีอะนาล็อกเข้าสู่ทีวีดิจิตอลนั้น ภายหลังได้ประกาศกำหนดประเภทจำนวนช่องแล้วอย่างชัดเจน อาทิ ช่องบริการสาธารณะ 12 ช่อง บริการชุมชน 12 ช่อง ธุรกิจทั่วไป 20 ช่องและไฮเดฟิเนชัน 4 ช่อง ซึ่งในอนาคตที่จะเกิดการประมูลในปีหน้านั้น เชื่อว่าผู้ประกอบกิจการที่ใช้คลื่นความถี่ฟรีทีวีทั้ง 6 ช่อง จะเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอล โดยจำนวน 4 ช่องที่มีขาอยู่ในภาครัฐ เช่น ช่อง5 ช่อง9 ช่อง11 และช่องไทยพีบีเอสมีแนวโน้มจะเข้าร่วมประมูลช่องบริการสาธารณะ ขณะที่ในส่วนของช่อง 3 และ ช่อง7 เป็นช่องที่มีเนื้อหา ทักษะ และเงินทุนที่พร้อมมีแนวโน้มจะเข้าร่วมประมูลช่องธุรกิจทั่วไป หลังจากที่ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียง หรือโทรทัศน์พ.ศ.2555 มีผลบังคับใช้ พบว่าปัจจุบันได้มีผู้ประกอบกิจการแบบไม่ใช้คลื่นความถี่กว่า 300 รายได้เข้ามายื่นขอใบอนุญาตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากจำนวนผู้ประกอบการกิจการทั้งหมดกว่า 800 รายที่ประกอบธุรกิจทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี และไอพีทีวี ขณะที่ยังเหลือผู้ประกอบกิจการอีกจำนวนกว่า 500 รายยังไม่ได้เข้ามายื่นขอใบอนุญาต ทั้งนี้ทางคณะกรรมการได้ระบุมาว่าหากไม่ทำให้ถูกกฎหมายอาจจะมีโทษทั้งจำคุกและปรับเงิน ++ เป้าหมายในการยื่นขอใบอนุญาตคืออะไร คณะกรรมการได้กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการทุกรายต้องยื่นขอรับใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายใน 15 ธันวาคม 2555 มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นกิจการผิดกฎหมาย อีกทั้งหลังการยื่นคำขอรับใบอนุญาตแล้ว กสทช. จะใช้เวลาพิจารณาข้อมูลประมาณ 60 วัน ผู้ประกอบกิจการจึงจะมีสิทธิ์ได้รับใบอนุญาต ซึ่งภายใต้ระเบียบได้ระบุไว้ คือ ช่วงระยะเวลา 1 ปีแรกเป็นช่วงที่ผู้ประกอบกิจการต้องปรับตัวให้เข้ากับกฎหมาย หากรายใดขายสินค้าผ่านสื่อทีวีควรจะต้องผ่านขั้นตอนกระบวนการตรวจสินค้าจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือด้านต่างๆให้ถูกต้อง เพื่อความเหมาะสมในการแพร่ภาพสู่สายตาประชาชน ซึ่งหลังจากที่พิจารณาคุณสมบัติผู้ประกอบกิจการในปีแรกแล้วเห็นสมควรสามารถได้ใบอนุญาตใน 14 ปีต่อทันที โดยรวมใบอนุญาตดังกล่าวมีอายุการคุ้มครองทั้งสิ้น 15 ปี ดังนั้นในปี 2554 ที่ผ่านมาจึงได้มีการจัดตั้งหน่วยงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เข้ามาทำหน้าที่กำกับดูแลสื่อดังกล่าวโดยตรงเพื่อยกระดับธุรกิจเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม ให้สามารถดำเนินธุรกิจท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในจำนวนผู้ประกอบการธุรกิจประเภทดังกล่าวจำนวนมาก ++ แผนงานและแนวทางในการทำงาน จากปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดตั้งหน่วยงานกสทช.นี้ขึ้น โดยทำหน้าที่ควบคุมสายงานธุรกิจทั้งด้านกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่(ฟรีทีวี) และกิจการที่ไม่ใช่คลื่นความถี่(ทีวีดาวเทียม,เคเบิลทีวี) ทั้งหมด 4 ประเภท คือ 1. การควบคุมให้บริการคอนเทนต์หรือเนื้อหา เนื่องจากปัจจุบันทีวีดาวเทียมมีช่องรวมกว่าหมื่นช่อง ทำให้การตรวจสอบเนื้อหายังมีช่องว่าง ขณะที่ในกลุ่มทีวีดาวเทียมบางรายก็ไม่ได้เข้าสู่ระบบการดูแลขององค์กรกำกับดูแล จึงทำให้ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบอย่างทั่วถึง ดังนั้นจึงได้มีการจัดตั้งหน่วยงาน กสทช. ขึ้นเพื่อและให้เข้ามาทำหน้าที่ดูแลกำกับได้อย่างครอบคลุม ทั้งนี้นอกเหนือจากแนวทางดังกล่าวแล้วก็อยากให้สังคมให้ความสนใจเข้ามาช่วยกันตรวจสอบดูแลและแจ้งเข้ามาที่หน่วยงานเมื่อพบผู้ประกอบการรายใดผลิตเนื้อหาคอนเทนต์ไม่เหมาะสม 2. ครอบคลุมระบบเน็ตเวิร์ก โพรไวเดอร์ หรือการควบคุมตรวจสอบเนื้อหาคอนเทนต์ก่อนจะแพร่ภาพออกอากาศถึงสายตาผู้ชมทุกครัวเรือนให้มีความเหมาะสม ไม่ผิดจรรยาบรรณ และโฆษณาเกินจริงเช่นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่างๆ 3.การควบคุมด้านอุปกรณ์เสริมระบบเน็ตเวิร์ก เช่น เสา ที่ดิน อาคาร ฯลฯ ในการเป็นตัวช่วยให้การเผยแพร่ภาพมีคุณภาพมากขึ้น เนื่องจากอุปกรณ์เน็ตเวิร์กต่างๆต้องตั้งอยู่บนอุปกรณ์เหล่านี้ ต้องก่อให้เกิดประโยชน์ใช้ร่วมกันได้อย่างสูงสุด หรือใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า เช่น การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นต้น 4.การควบคุมโปรแกรมประยุกต์เสริมคอนเทนต์ เช่น เอสเอ็มเอสที่ส่งเข้าไปในรายการ หรือสื่ออินเตอร์แอกทีฟ ต้องอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม แน่นอนว่าการก้าวเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอล ถือเป็นจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญที่จะช่วยยกระดับวงการโทรทัศน์เมืองไทยให้ทัดเทียมสากล การทำความเข้าใจและปรับเปลี่ยนถือเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่าย จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 32 ฉบับที่ 2,794 วันที่ 22-24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 Read : 363 times http://www.thannews.th.com/index.php...-25&Itemid=456 Last edited by fol901; November 24th, 2012 at 01:13 PM. |
|
|
|
|
|
#348 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,928
Likes (Received): 19
|
กสทช. อนุมัติไลเซ่นส์ให้ 2 ช่องรายการ CTH
![]() บอร์ด กสท. อนุมัติไลเซ่นส์ 2 ช่องรายการ CTH จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ 4 ช่อง และจีเอ็มเอ็ม บี 10 ช่อง มีผล 7 วันนับจากนี้ นับเป็น 16 ไลเซ่นส์ลอตแรกของประเทศ ขณะที่เตรียมเอ็มโอยู ช่อง 5 9 และ 11 ทดลองทดสอบออกอากาศระบบดิจิตอลทีวี วันที่ 3 ธ.ค.55... เมื่อวันที่ 26 พ.ย. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า คณะกรรมการ หรือบอร์ด กสท. มีมติพิจารณาใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์เพื่อให้บริการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ แบบบอกรับสมาชิก โดยใช้ระบบและวิธีการให้บริการผ่านดาวเทียมแบบบอกรับสมาชิก ตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียง หรือโทรทัศน์ พ.ศ.2555 จำนวน 16 ช่องรายการ ประกอบด้วย บริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ CTH จำนวน 2 ช่องรายการ ได้แก่ ช่อง ซี ซีรีส์ (C Series) เพื่อนำเสนอรายการบันเทิงเกี่ยวกับภาพยนตร์ซีรีส์จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย โดยซื้อลิขสิทธิ์มาจากผู้ออกอากาศ ในสัดส่วนมากกว่า 90% ของเวลาทั้งหมด และช่อง ซี สปอร์ต (C SPORT) เพื่อนำเสนอรายการกีฬา เช่น การแข่งขันกอล์ฟ มวยปล้ำ เทนนิส โดยการจัดซื้อลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ และรายการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาในประเทศ เช่น ฟุตบอลดิวิชั่น 1 เป็นต้น และรายการข่าวสารสาระความรู้อื่นๆ โดยเน้นรายการประเภทกีฬาในสัดส่วนมากกว่า 90.5% ของเวลาทั้งหมด ขณะที่ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) จำนวน 4 ช่องรายการ ประกอบด้วย 1.จีเอ็มเอ็ม สปอร์ต ทู เอสดี (GMM SPORT TWO SD) 2.จีเอ็มเอ็ม สปอร์ต ทู เอชดี (GMM SPORT TWO HD) 3.ยูโร สปอร์ต เอสดี (EU SPORT SD) และ 4.จีเอ็มเอ็ม สปอร์ต ทู เอชดี (EU SPORT SD) โดยเผยแพร่การแข่งขันกีฬาระดับโลก ซึ่งระบบเอสดีเป็นระบบภาพปกติ ส่วนระบบเอชดี เป็นระบบภาพคมชัดสูง (ไฮเดฟินิชั่น) ส่วน บริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำกัด จำนวน 10 ช่องรายการ ซึ่งเป็นรายการประเภท กีฬา ความบันเทิง สารคดี และสาระความรู้ ประธาน กสท. กล่าวต่อว่า ผู้ประกอบการต้องจ่ายค่าพิจารณาคำขอใบอนุญาต 5 พันบาท ต่อ 1 ช่องรายการ และต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 2% และค่าธรรมเนียม กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ USO อีก 2% ต่อปี ขณะที่ใบอนุญาตช่องรายการทั้ง 16 ใบนี้ นับเป็นการออกใบอนุญาตรอบแรกของประเทศไทย และจะมีผลบังคับใช้ วันที่ 3 ธ.ค.2555 หรือหลังจากให้วันนี้ (26 พ.ย.) 7 วัน นอกจากนี้ ในวันที่ 3 ธ.ค.2555 กสทช. ยังเตรียมทำบันทึกความเข้าใจ เรื่องความร่วมมือในการทดลองระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล กับช่อง 5 9 และ 11 เพื่อการทดลองทดสอบระบบดิจิตอลทีวี ก่อนเปลี่ยนจากอะนาล็อกไปสู่ระบบดิจิตอล โดยนำร่องทดลองออกอากาศใน 2 พื้นที่ คือ กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ไทยรัฐออนไลน์ - 26 พฤศจิกายน 2555 |
|
|
|
|
|
#349 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
|
|
|
|
|
|
#350 |
|
Vision Thailand
Join Date: Jun 2007
Posts: 3,223
Likes (Received): 200
|
http://www.mcot.net/site/content?id=...0ba0f8530001e2
อสมท ร่วมลงนาม กสทช. เริ่มทดลองออกอากาศทีวีดิจิตอล กรุงเทพฯ 3 ธ.ค. - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันนี้ (3 ธ.ค.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดทำบันทึกความเข้าใจ หรือเอ็มโอยู เรื่อง ความร่วมมือทดลองระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล โดยมีผู้บริหาร กสทช. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ และผู้แทนจากสถานีโทรทัศน์ 3 แห่ง ประกอบด้วย นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 และ นายธีระพงษ์ โสดาศรี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ร่วมลงนาม สำหรับการลงนามครั้งนี้มีวัตถุประสงค์และขอบเขตความร่วมมือ ประกอบด้วย การดำเนินการทดลองอุปกรณ์รับส่งสัญญาณระบบดิจิตอล การศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการรับส่งสัญญาณ การสนับสนุนส่งเสริมบุคลากรด้านกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์ระบบดิจิตอล รวมถึงการเสริมสร้างความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับการรับส่งสัญญาณระดับดังกล่าว ซึ่ง กสทช. มั่นใจว่าการดำเนินการเปลี่ยนถ่ายการรับส่งสัญญาณจากระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิตอลนั้น จะเป็นไปตามแผนแม่บทกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ฉบับที่ 1 พ.ศ.2555-2559 รวมทั้งการออกอากาศระบบดิจิตอลจะทำให้มีจำนวนช่องรายการระบบดังกล่าวหลากหลายเกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน ขณะที่ นายสุระ เกนทะนะศิล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท เปิดเผยว่า สำหรับความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน เริ่มทดสอบการออกอากาศดิจิตอลในช่วง 6 เดือนแรก ตามที่ได้รับอนุญาตจาก กสทช. นั้น การออกอากาศจะครอบคลุม 3 พื้นที่หลัก คือ ภายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และจังหวัดเชียงใหม่ ในส่วนของ อสมท นั้น จะเริ่มทดสอบการออกอากาศระบบดิจิตอลที่ผู้รับชมซึ่งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในมีอุปกรณ์เครื่องรับที่พร้อมสามารถรับชมการออกอากาศได้ตั้งแต่วันนี้ (3 ธ.ค.) เป็นต้นไป ส่วนการพัฒนาอุปกรณ์รับสัญญาณที่จะทำให้ผู้รับชมทั่วไปสามารถรับชมรายการโทรทัศน์ของ อสมท และสถานีโทรทัศน์อื่นที่ส่งสัญญาณระบบดิจิตอลได้นั้น คาดว่าปี 2556 ตลาดจะเปิดกว้าง โดยเชื่อว่าจะมีผู้นำอุปกรณ์รับสัญญาณรูปแบบต่าง ๆ ทั้งกล่องรับสัญญาณ หรือการดูช่องรายการผ่านแอพพลิเคชั่นในแท็บเล็ต เช่น ระบบแอนดรอยด์ จะสามารถรับชมได้ ทั้งนี้ นอกจากกการรับส่งทางเทคนิคแล้ว อสมท และหน่วยงานที่ลงนามเอ็มโอยู จะร่วมกันติดตามประเมินการรับสัญญาณความคมชัดในการออกอากาศ ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ เบื้องต้นจะมีการวิจัยลงไปเลือกกลุ่มเป้าหมายในการรับชมในช่วงเวลาต่าง ๆ เพื่อนำผลการสอบถามมาปรับปรุงระบบการรับส่งสัญญาณต่อไป.- สำนักข่าวไทย -------------------------------------------------------------------------- ทดลองแล้วป่านนี้ยังไม่เห็นว่ากล่องสัญญาณดิจิตอลจะไปซื้อได้ที่ไหน ไม่รู้ว่าจะผลิตให้รองรับ3แบบในกล่องเดียวได้หรือเปล่า ทั้งดาวเทียม เคเบิ้ล และภาคพื้นดิน |
|
|
|
|
|
#351 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,998
Likes (Received): 391
|
MCOT, NBTC sign MoU on digital TV broadcasting trial
BANGKOK, Dec 3 - MCOT Plc, Thailands leading public broadcaster, and the National Broadcasting and Telecommunications Commissionm (NBTC) on Monday signed a Memorandum of Understanding (MoU) on digital television broadcasting trial. Natee Sukonrat, chairman of the NBTC broadcasting committee, and executives from three television channels - Modernine TV, channel 5 and Channel 11- have signed the deal for a trial of digital terrestrial broadcasting service. The three executives were comprised of Anek Permvongseni, President of MCOT Plc; Lt Gen Chatchai Sarikalaya, president of Royal Thai Army Radio and Television Station or TV 5; Theerapong Sodasri, Director General of the Public Ralations Department which operates National Broadcasting Services of Thailand or NBT Channel 11. Under the MoU, the parties would coordinate in the trial of digital broadcasting, research and study on transmission of digital TV, and to promote the understanding among public on digital broadcasting. The trial will take six months. We plan to have during the test, with all perimetre and marketing trial, Mr Natee said. I think when all Thai people can see the test, the trial, then everyone will see how important to move from analog to digital. The NBTC believes the transformation from analog to digital system could run smoothly in accordance with the 2012-16 master plan for broadcasting. MCOT Executive vice president Sura Gaintanasilp said the cooperation would involve the trial on digital TV broadcasting during the first six months of 2013, with possibility of extension. For the first trial, we are planning for the Bangkok and metropolitan area. And the period for testing our trial should be 6 months, and may be extended to another 6 months, Mr Sura said. For the network provider, we think we are ready. For the technical, content providing side, we have to do something. Big task for us. The broadcast would cover three main areas - Bangkok, its perimetre and the northern province of Chiang Mai. The MCOT is also planning to launch another 5 television channels that includes news channel, channel for children and family, and Mondernine in digital format. The digital broadcast trial run by MCOT beginning this week. (MCOT online news) http://www.mcot.net/site/content?id=...0ba0400d0001d6 |
|
|
|
|
|
#352 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
|
|
|
|
|
|
#353 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
'อาร์เอส'รอจังหวะเดินหน้า ตลาดทีวีดิจิตอล
"อาร์เอส" คาดปี 2556 หลังเกิดทีวีดิจิตอลตลาดจะยังไม่คึกคัก เหตุผู้ประกอบการหลายฝ่ายยังไม่แน่ชัดเรื่องความคุ้มค่าการลงทุน และกฎระเบียบของ กสทช. พร้อมประเมินสถานการณ์เรตติ้งค่าโฆษณาเติบโต 12-15% ของมูลค่าตลาดกว่า 6 หมื่นล้านบาท ล่าสุดทุ่มงบ 150 ล้านบาทเปิดตัวช่องใหม่ STAR MAX Channel มั่นใจคุ้มทุนภายใน 1 ปี นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ภาพรวมของกลุ่มธุรกิจแซตเทลไลต์ทีวีเติบโตอย่างมาก เนื่องจากในแง่ปัจจัยภายในบริษัทมีความพร้อมในด้านบุคลากร และสื่อที่อยู่ในมือ พร้อมทั้งการแข่งขันของตลาดโดยภาพรวมยังมีการแข่งขันที่คึกคัก เนื่องจากมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาดมากขึ้น อีกทั้งในปี 2556 ที่จะมีการเกิดทีวีดิจิตอลนั้น บริษัทมองว่าตลาดในส่วนดังกล่าวจะยังไม่คึกคักเท่าที่ควร เนื่องจากผู้ประกอบการหลายรายยังไม่เห็นความแน่ชัดในเรื่องของความคุ้มค่าในการลงทุน รวมถึงกฎระเบียบของกสทช.ยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งในส่วนนี้ผู้ประกอบการต่างๆรวมถึงบริษัทก็ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อน แต่ถ้าเห็นว่ามีความคุ้มค่าน่าลงทุน ก็อาจจะเข้าร่วมการประมูล พร้อมผลักดันช่อง 8 ให้เป็นฟรีทีวี ทั้งนี้บริษัทยังได้เตรียมยื่นขอใบอนุญาต แบบ 4 บวก 1 คือ ช่องทีวีดาวเทียม 4 ช่อง และช่องเพย์ทีวี 1 ช่อง ขณะที่ในส่วนของช่องลาลีก้า บริษัทจะเก็บค่าบริการแบบพรีเพดในฤดูกาลที่สอง โดยเริ่มประมาณช่วงกลางปีหน้า ในราคา 100 บาทต่อเดือน ขณะที่การจำหน่ายกล่องซันบ็อกซ์สิ้นปีนี้บริษัทคาดว่าจะสามารถจำหน่ายได้ประมาณ 3 แสนกล่อง จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้อยู่ที่ประมาณ 5 แสนกล่อง ซึ่งสาเหตุการจำหน่ายที่ลดลงมาจากสื่อของกระแสทีวีดิจิตอลที่เข้ามา จึงส่งผลให้แผนธุรกิจของบริษัทไม่แน่นอน จึงทำให้ยอดขายกล่องลดลง สำหรับในช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้มีผู้ประกอบการสนใจและเล็งเห็นโอกาสและศักยภาพการเติบโตในธุรกิจนี้อีกมาก ซึ่งผู้ประกอบการแต่ละรายที่เข้ามาในธุรกิจสื่อทีวีดาวเทียมนี้ ก็ล้วนแต่มีความพร้อมด้วยกันทั้งสิ้น อีกทั้งอาร์เอส ถือเป็นรายแรกๆที่เข้ามาทำตลาดในส่วนนี้ จึงมองเห็นโอกาสการเติบโตมากขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทยังผลักดันรายได้อัตราค่าโฆษณาให้เพิ่มขึ้น ซึ่งในปัจจุบันเรตค่าโฆษณาของบริษัทมีอัตราคิดเป็น 7% ของมูลค่าโฆษณาตลาดรวมกว่า 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งในปี 2556 บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถดันอัตราค่าโฆษณาเพิ่มขึ้นกว่า 12-15% นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนเปิดช่องใหม่ โดยใช้งบการลงทุนกว่า 150 ล้านบาทเปิดช่อง STAR MAX เป็นช่องรูปแบบรายการวาไรตี ของดารา ศิลปิน และเซเลบชั้นนำของประเทศไทย เน้นรองรับทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยคาดว่าจะสามารถออกอากาศให้รับชมได้ในเดือนธันวาคม และพยายามเจรจาผู้ประกอบการต่างๆให้ช่องดังกล่าวอยู่ในเลข 12 ขณะเดียวกันบริษัทคาดว่าหลังจากเปิดตัวไป 1 ปีแล้วจะสามารถคืนทุนได้ หรือมียอดขายทั้งปีกว่า 180 ล้านบาท ปัจจุบันธุรกิจแซตเทลไลต์ทีวี ของอาร์เอส ซึ่งประกอบไปด้วยช่องแซตเทลไลต์ทีวีทั้ง 5 ช่อง ได้แก่ ช่องสบายดีทีวี, ช่อง 8, ช่องยูแชนแนล, ช่องอาร์เอส สปอร์ต ลาลีก้า และล่าสุดช่อง STAR MAX จะสามารถทำรายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 550 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 120% และปีหน้าคาดว่าจะสามารถทำรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท อีกทั้งบริษัทมองว่าตราบใดที่ยังมีโฆษณาลงสื่อธุรกิจทีวีดาวเทียมอยู่ ตลาดนี้ก็ยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 32 ฉบับที่ 2,796 วันที่ 2- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555 http://www.thanonline.com/index.php?...-25&Itemid=456 |
|
|
|
|
|
#354 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
มาวันนี้ ในที่สุดก็เป็นจริงแล้วคร้าบ 555
“โรสมีเดีย” ขยายแพลตฟอร์ม เท 500 ล.ลุยทีวีดิจิตอลช่องเด็ก โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 ธันวาคม 2555 14:04 น. ศึกดิจิตอลทีวีเริ่มระอุ “โรส มีเดียฯ” เตรียมงบประมาณกว่า 500 ล้านบาทขอเอี่ยวทำช่องบันเทิงสำหรับเด็ก หลังช่องแก๊ง การ์ตูนนั่งบัลลังก์ผู้นำช่องการ์ตูนในสื่อเคเบิลทีวี เนื้อหอมต่อเนื่องลูกค้าตบเท้าลงโฆษณาสูง มั่นใจส่งรายได้สิ้นปีนี้เติบโต 15-20% ส่วนปีหน้าพร้อมเทเม็ดเงิน 150 ล้านบาทขยายแพลตฟอร์มมากขึ้น อุบเตรียมเพิ่มอีก 1 ช่องหลัง กสทช.ไฟเขียว นางอรพรรณ มนต์พิชิต บวรวัฒนะ รองประธานสายงานลิขสิทธิ์และกลุ่มโทรทัศน์ บริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานของโรส มีเดียฯ ในปี 2556 จะมุ่งเน้นขยายแพลตฟอร์มการรับชมให้เข้าถึงกลุ่มผู้ชมมากยิ่งขึ้น เช่น ออนไลน์ และโมบายล์แอปพลิเคชัน จากปัจจุบันช่องแก๊งการ์ตูน สามารถรับชมได้ทางเคเบิลทีวี, จานซีแบนด์ และเคยูแบนด์ที่รับชมได้เฉพาะจาน IPM แต่จาน DTV ยังรับชมไม่ได้ ภายใต้งบการลงทุนราว 150 ล้านบาท “ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าธุรกิจโฮมวิดีโอจะได้รับผลกระทบจากการละเมิดลิขสิทธิ์รวมถึงค่าไลเซนส์ที่เป็นต้นทุนสูง ทำให้แผนการดำเนินงานของบริษัทจะเน้นไปยังส่วนของแพลตฟอร์มการรับชมให้มากขึ้น ทั้งโมบายล์แอปพลิเคชันที่ร่วมกับทาง AIS และช่องทางเว็บไซต์ของบริษัทที่จะมีการ์ตูนเรื่องอื่นๆ มาให้โหลดชมกันได้มากขึ้น รวมถึงบริหารจัดการเรื่องของเมอร์ชันไดส์มากยิ่งขึ้น” นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเพิ่มช่องรายการทางเคเบิลทีวีอีก 1 ช่อง ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ และขอดูสถานการณ์จาก กสทช.ในการออกกฎเกณฑ์ต่างๆ ออกมาให้แน่ชัดก่อน โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบลงทุนสูงกว่าช่องแก๊งการ์ตูนเล็กน้อย จากปัจจุบันบริษัทมีช่องเคเบิลทีวีอยู่ 2 ช่อง คือ ช่องแก๊งการ์ตูน และช่องโฟร์ตี้ฟิฟตี้ ซึ่งทั้งสองช่องทำรายได้ให้บริษัทในสัดส่วนราว 20-30% เติบโตขึ้น 30% ส่วนรายได้อีก 70% มาจากโฮมวิดีโอ, แอปพลิเคชัน และเมอร์ชันไดส์ ภายใต้การเติบโตรวมของบริษัทในปีนี้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 15-20% เป็นอย่างน้อย นางอรวรรณกล่าวต่อว่า ทางบริษัทยังมีความสนใจที่จะเข้าร่วมประมูลช่องดิจิตอลทีวีด้วย โดยมองที่ช่องสารบันเทิงสำหรับเด็ก 1 ช่อง ภายใต้งบประมาณที่เตรียมไว้ไม่ต่ำกว่า 400-500 ล้านบาท สาเหตุที่สนใจทำช่องดิจิตอลทีวีนั้นเนื่องจากมั่นใจในศักยภาพของช่องแก๊งการ์ตูน ที่ทำให้เอเยนซีมั่นใจในเรตติ้งและคุณภาพรายการที่ทางนีลเส็นได้สำรวจพบว่าช่องแก๊งการ์ตูนเป็นช่องรายการที่มีเรตติ้งเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มช่องการ์ตูนทางช่องทางเคเบิลทีวีทั้งหมด และยังเป็นท็อป 2 ในกลุ่มช่องรายการทั่วไปอีกด้วย ขณะที่เรตค่าโฆษณาของช่องการ์ตูนนั้นสามารถทำได้สูงพอๆ หรือมากกว่าช่องบันเทิงของทางแกรมมี่ และอาร์เอสอีกด้วย http://www.manager.co.th/iBizChannel...=9550000150295 'ทีวีของเด็ก' 4 ช่องใน 200 ช่อง ดั่ง'ทีวีของเด็ก'4ช่องใน200ช่องดั่งเพชรร่วงกลางสลัม : คอลัมน์ โลกไร้เสา แม้ข้อมูลการรับชมทีวีไทยเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา "นีลเส็น" (AGB Nielsen Media Research) รายงานว่า จำนวนครัวเรือนไทยรับชมทีวีอนาล็อก ผ่านเสาก้างปลา-หนวดกุ้ง 49% หรือ 10.9 ล้านครัวเรือน, จานดาวเทียม 31% หรือ 6.8 ล้านครัวเรือน, เคเบิลทีวีท้องถิ่น 11% หรือ 2.3 ล้านครัวเรือน และทรูวิชั่นส์ 9% หรือ 1.8 ล้านครัวเรือน มองโดยภาพรวมเหมือนฟรีทีวีถดถอย และทีวีดาวเทียม-เคเบิลทีวีกำลังเติบโต แต่เชื่อว่าหลายคนยังไม่ตัดสินใจซื้อจานรับสัญญาณดาวเทียมมาติดตั้งที่บ้าน เหตุผลหนึ่งที่ได้ยินกันบ่อยๆ ว่า "ไม่รู้จะดูอะไร มีแต่ขายสินค้า" หรือผู้ปกครองกลุ่มหนึ่งก็เปรยว่า "เด็กๆ จะดูอะไร" จริงๆ แล้ว ในวันนี้มีช่องทีวีดาวเทียมสำหรับเด็กอยู่แล้ว 4 ช่องคือ ช่องการ์ตูนคลับ, ช่องแก๊งค์การ์ตูน, ช่องจ๊ะทิงจา และช่องคิดโซนทีวี จากผลสำรวจความนิยมของผู้ชมทั่วประเทศโดย "นีลเส็น" ในรอบสองปีนี้ พบว่ารายการประเภท "ช่องการ์ตูน" ได้รับความนิยมสูงสุด เหนือช่องเพลง ช่องกีฬา และช่องข่าว เราขอสำรวจตลาดทีวีดาวเทียมของเด็กๆ โดยเริ่มจากน้องใหม่ล่าสุดคือ "คิดโซนทีวี" ในเครือเนชั่นกรุ๊ป ศิวะพร ชมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NINE เปิดว่าด้วยนโยบายการบริหารธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสื่อและสาระบันเทิง จึงมุ่งมั่นที่จะให้เด็กและผู้ปกครองมีสิทธิในการเลือกบริโภค "สื่อโทรทัศน์" ให้ได้มากกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน จึงพัฒนาสื่อทีวีดาวเทียมช่อง KidZone TV เริ่มออกอากาศในช่วงต้นเดือน กรกฎาคมที่ผ่านมา สำหรับแนวคิดการพัฒนาช่อง "คิดโซนทีวี" มาจากการได้รับการร่วมมือและสนับสนุนอย่างดีจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับบริษัทมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็น Disney, Warner Bros, Hit Entertainment, Nickelodeon และผู้ถือลิขสิทธิ์อีกหลายบริษัททั่วโลก รวมทั้งการสนับสนุนจากเจ้าของผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก เอเยนซีโฆษณา และผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ภายใต้แนวคิด Friends of KidZone ในการร่วมผลิตและสนับสนุนรายการเด็กในช่อง คอนเทนท์ของช่องคิดโซนทีวี ประกอบไปด้วย รายการการ์ตูน สำหรับเด็กที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศ ที่เนื้อหาไม่มีความรุนแรง ให้ข้อคิดหลังจากได้รับชม เหมาะสมกับการพัฒนาการของเด็กในแต่ละวัย อีกทั้งส่วนใหญ่เป็นการ์ตูนที่ไม่เคยแพร่ภาพทางฟรีทีวีมาก่อน ดังนั้น เด็กๆ จะได้รับชมเป็นครั้งแรกทางช่องคิดโซน นำโดยการ์ตูนเด่น เรื่อง Pleasant goat and big big wolf แกะน้อยสุดกวนกับหมาป่าจอมป่วน ที่โด่งดังมากในประเทศจีน Canimals ก๊วนกระป๋องจอมซน Yoohoo and Friends การ์ตูนสุดฮิตจากประเทศเกาหลี Astro Boy เจ้าหนูปรมาณู การ์ตูนอมตะเรื่องดังของญี่ปุ่น ในฉบับรีเมค ปัจจุบันสามารถรับชมช่องคิดโซน ผ่านจานรับสัญญาณดาวเทียมไทยคม 5 ระบบซีแบนด์ ประกอบด้วย แพลตฟอร์มพีเอสไอ ช่อง 101 กลุ่มจานดาวเทียม Big 4 ช่อง 33 กล่องรับสัญญาณซันบ็อกซ์ ช่อง 43 และกล่องจีเอ็มเอ็มแซท ช่อง 291 และเคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ นอกจากนี้ เตรียมการขยายแพลตฟอร์มการรับชมรายการผ่านทีวีบนอินเทอร์เน็ต และแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือในอนาคต สำหรับแชมป์ทีวีดาวเทียมในกลุ่มเด็กคือช่อง "การ์ตูนคลับ" ของ บริษัท การ์ตูนคลับมีเดีย จำกัด ซึ่งได้ออกอากาศผ่านทีวีดาวเทียมระบบซีแบนด์ และการขยายการออกอากาศผ่านทรูวิชั่นส์ ช่อง 78 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา "การ์ตูนคลับ" เป็นช่องการ์ตูน 24 ชั่วโมง ที่ผลิตขึ้นโดย บริษัท การ์ตูนคลับมีเดีย จำกัด ซึ่งเดิมคือ บริษัท เอฟฟ์ จำกัด (มหาชน) ที่เริ่มก่อตั้งในปี 2528 โดยเป็นผู้สนับสนุนภาพยนตร์โฆษณารายใหญ่การ์ตูนโดเรมอน ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท เป็นรายการแรก จากนั้นจึงได้ก้าวสู่วงการการ์ตูนอย่างเต็มตัว และได้นำการ์ตูนหลายรูปแบบ ทั้งการ์ตูนไทย ญี่ปุ่นและอเมริกา ออกสู่สายตาผู้ชมและแฟนๆ ทางสถานีโทรทัศน์ทั่วทุกช่อง เช่น โดเรมอน, เซนต์เซย่า, เซเลอร์มูน, ดร.สลัมกับหนูน้อยอาราเล่, สแลมดั๊งค์ ซิตี้ฮันเตอร์, ดราก้อนบอล, คนเก่งฟ้าประทาน, โคนัน, รันม่า, ซากูระ, เมจิกไนท์ เรเอิร์ท, กันดั้มวิง, อุลต้าแมนแจ็ค, สตรีทไฟท์เตอร์, การ์ฟิลด์, สนู๊ปปี้ ฯลฯ ทีวีดาวเทียมช่อง "แก๊งค์การ์ตูน" ก็มีผู้ชมไม่แพ้ช่องการ์ตูนคลับ จากผลสำรวจของนีลเส็น พบว่ามีเรตติ้งของสองช่องนี้ได้รับความนิยมจากผู้ชมอายุตั้งแต่ 4-14 ปี และผู้ชมที่มีอายุตั้งแต่ 14-25 ปี ช่องแก๊งค์การ์ตูน ผลิตโดย บริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าตลาดโฮม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์จากต่างประเทศมาจำหน่ายในรูปแบบวีซีดี, ดีวีดี และฉายในโรงภาพยนตร์ จากผลกระทบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในธุรกิจโฮม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จึงมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ โดยมุ่งไปที่ธุรกิจทีวีดาวเทียม เปิดช่องแก๊งค์การ์ตูน และช่องโฟร์ตี้ ฟิฟตี้ ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายผู้ใหญ่วัยกลางคน ทีวีดาวเทียมมิใช่มีเพียงช่องการ์ตูนญี่ปุ่น และเกาหลี ทีวีเพื่อเด็กไทยก็มี เมื่อบริษัทสามเศียร ของ "ปู่หรั่ง" ไพรัช สังวริบุตร เปิดตัวช่อง "จ๊ะทิงจา" ผ่านจานรับสัญญาณระบบเคยูแบนด์ ดาวเทียม NSS6 ค่ายสามเศียร เป็นผู้นำในการสร้างละครทีวีจักรๆ วงศ์ๆ และละครทีวีที่เน้นเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ได้นำเอาความสนุกเหล่านั้นมาไว้ในช่องจ๊ะทิงจา ทั้งหมดนี้เป็นภาพรวมของโลกวัยเยาว์..ที่มีแต่ความสดใส และช่องทีวี 4 ช่อง อาจเป็นความแปลกแตกต่างในทีวีดาวเทียมสองร้อยช่อง ที่ครึ่งหนึ่งเต็มไปด้วยทีวีขายสินค้า--จบ-- ที่มา: คมชัดลึก ฉบับวันที่ 29 ส.ค. 2555 (กรอบบ่าย)-- http://www.mediamonitor.in.th/main/k...3;ม.html Last edited by fol901; December 13th, 2012 at 02:06 AM. |
|
|
|
|
|
#355 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
ชั่วโมงทำกิน : เตรียมรับ "ทีวีดิจิตอล"
http://clip.thaipbs.or.th/home.php?vid=3874&ap=flase |
|
|
|
|
|
#356 |
|
BANNED
Join Date: Nov 2012
Posts: 100
Likes (Received): 0
|
ปั๊มคอนเทนต์เพิ่ม100% 'เวิร์คพอยท์'จัดทัพรับศึกดิจิตอลทีวี
![]() "เวิร์คพอยท์" จัดระเบียบรายการใหม่ พร้อมเดินหน้ารับศึกทีวีดิจิตอล/ทีวีดาวเทียม ประกาศผลิตคอนเทนต์เพิ่ม 100% เสริมบริการอีเวนต์ เช่าอุปกรณ์ถ่ายทำ คอร์สอบรมครีเอทีฟ หวังผลิตบุคลากรป้อนวงการเอนเตอร์เทนเมนต์ทั้งไทย-อาเซียน ล่าสุดจับมือพีเอสไอ ตั้งบริษัทใหม่ฟรีไซส์ บรอดคาสติ้ง หวังผลิตคอนเทนต์รองรับ มั่นใจสิ้นปีโกยรายได้ทะลุหลัก 2 พันล้าน นายชลากรณ์ ปัญญาโฉม ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์การตลาด บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ สื่อสิ่งพิมพ์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมทีวีมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมา และคาดว่าในปี 2556 ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงและก้าวสู่การเป็นทีวีดิจิตอล ซึ่งจะทำให้มีช่องรายการเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากกว่า 200 ช่อง เป็นโอกาสให้ผู้ผลิตรายการ และคอนเทนต์ใหม่ๆ สามารถนำเสนอรายการและแนวคิดในการพัฒนาเนื้อหาสาระสู่ผู้ชมได้อย่างเต็มที่ ทำให้บริษัทต้องเร่งผลิตคอนเทนต์รายการให้ตอบโจทย์ผู้ชม และครอบคลุมได้ทุกช่องทางทั้งฟรีทีวี และทีวีดาวเทียม โดยบริษัทมีแผนปรับโครงสร้างธุรกิจด้วยการกำหนดรูปแบบและการทำงานที่ชัดเจน โดยมีเป้าหมายเพื่อต้องการผลิตคอนเทนต์รายการเพิ่มขึ้นอีก 100% เป็น 20 รายการต่อสัปดาห์ จากเดิมที่มีรายการอยู่ 10 รายการต่อสัปดาห์ ซึ่งรายการที่จะผลิตขึ้นใหม่นั้นจะมีทั้งรายการที่ผลิตโดยบริษัทเอง และร่วมกับพาร์ตเนอร์ในการผลิต โดยในปีหน้า ธุรกิจในเครือของเวิร์คพอยท์ จะแบ่งออกเป็น 8 บริษัท ประกอบไปด้วย 1.บริษัทโต๊ะกลมโทรทัศน์ จำกัด รับจ้างผลิตรายการโทรทัศน์ ละครเวที ซิตคอม โชว์ อื่นๆ 2.บริษัท กราวนด์ จำกัด ห้องอัดเพลงประกอบโฆษณา รายการ ละครต่างๆ 3.บริษัทเวิร์คพอยท์ฟิล์ม จำกัด สำหรับการผลิตภาพยนตร์ 4.บริษัทบ้านอิทธิฤทธิ์ จำกัด ผลิตการ์ตูนแอนิเมชัน ซึ่งผลงานเรื่องที่ผ่านมา เช่นยักษ์ เป็นต้น 5.บริษัทเวิร์คพอยท์ พับลิชชิ่ง จำกัด สื่อสิ่งพิมพ์ พ็อกเกตบุ๊ก และอีบุ๊ก 6.บริษัท เช้นจ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ทำธุรกิจอีเวนต์ประเภทต่างๆทั้งในส่วนงานของภาครัฐและเอกชน 7.บริษัทซิกส์ดีกรี จำกัด ธุรกิจถ่ายทำละคร ภาพยนตร์ รายการต่างๆ เช่น ทีมกล้อง และล่าสุดบริษัท ฟรีไซส์ บรอดคาสติ้ง จำกัด ซึ่งจะเป็นความร่วมมือกับพีเอสไอ ในการผลิตคอนเทนต์ป้อนช่องรายการให้กับพีเอสไอ นอกจากนี้ในปี 2556 บริษัทยังมีแผนเปิดโรงเรียนสอนครีเอทีฟ โดยเน้นการอบรมทั้งระยะสั้น และระยะยาว ในสื่อแขนงต่างๆ เพื่อเสริมทักษะ แนวคิด และเทคนิคต่างๆ ซึ่งปัจจุบันเวิร์คพอยท์ถือว่ามีความพร้อมในทุกด้าน โดยในช่วงแรกจะเริ่มทดลองตลาดเปิดคอร์สระยะสั้น ในไตรมาสแรกของปี 2556 ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจเป็นอย่างดี "บริษัทมองว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมสื่อและโทรทัศน์ไทยเติบโตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันรุนแรงขึ้น รวมทั้งมีเรื่องของบุคลากรที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน จากการที่มีช่องรายการต่างๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งทุกองค์กรต้องการบุคลากรที่เก่งและมีคุณภาพ แต่ขณะเดียวกันบุคลากรที่เก่งและมีความสามารถในสายงานดังกล่าวยังมีไม่เพียงพอ ดังนั้นบริษัทจึงมองเห็นโอกาสและต้องการตอบโจทย์ธุรกิจของบริษัทให้ครอบคลุมมากขึ้นด้วย ซึ่งขณะนี้เอง เวิร์คพอยท์มีพนักงานจำนวนทั้งสิ้นกว่า 500 คน และยังมีแผนเปิดรับบุคลากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายงานที่เกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะบุคลากรสายงานครีเอทีฟ นายชลากรณ์ กล่าวอีกว่า ธุรกิจอีเวนต์ถือเป็นอีกธุรกิจที่น่าสนใจ โดยพบว่าในปี 2555 มีการเติบโตค่อนข้างดี เนื่องจากในปีนี้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากภาครัฐให้จัดงานอีเวนต์รูปแบบเชิงวัฒนธรรมเป็นจำนวนมาก ซึ่งการทำธุรกิจอีเวนต์ประเภทนี้บริษัทมีความถนัด โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้จัดงานต่างๆมากกว่า 10 งาน เช่น งานสงกรานต์ งานประเพณีวิ่งควาย เป็นต้น ซึ่งในอนาคตบริษัทมองว่าธุรกิจอีเวนต์ในรูปแบบวัฒนธรรมไทยค่อนข้างเติบโต เนื่องจากคนไทยให้ความสนใจ และเป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันมานาน ทำให้เชื่อว่าอีเวนต์รูปแบบดังกล่าวจะมีมากขึ้นด้วย อย่างไรก็ดีแนวโน้มธุรกิจสื่อทีวี ในปี 2556 จะมีการแข่งขันที่สูงขึ้น เนื่องจากการขยายตัวของสื่อฟรีทีวี ทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ล่าสุดในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทได้จับมือร่วมกับบริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด ก่อตั้งบริษัท ฟรีไซส์ บรอดคาสติ้ง จำกัด เพื่อผลิตช่องรายการคนดูเฉพาะกลุ่ม โดยใช้งบลงทุนการก่อตั้งครั้งนี้กว่า 100 ล้าน และแบ่งสัดส่วนการถือหุ้น 50:50 ซึ่งการลงทุนดังกล่าวบริษัทคาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลา 1 ปี ขณะที่ภาพรวมของบริษัทในปีนี้ มีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะช่องเวิร์คพอยท์ทีวีที่สามารถคืนทุนได้ภายใน 1 ปี ทำให้ในปี 2556 บริษัทเตรียมปรับอัตราค่าโฆษณาเพิ่มขึ้นอีก 7 รายการ อาทิ ชิงร้อยชิงล้าน ชิงร้อยชิงล้านวันหยุด ตลก6ฉาก คุณพระช่วย ชิงช้าสวรรค์ วงษ์คำเหลา และใครคือใคร ซึ่งอัตราการปรับค่าโฆษณาจะเพิ่มขึ้นระหว่าง 7-20% สำหรับผลประกอบการของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ 2 พันล้านบาท เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดย 3 ไตรมาสที่ผ่านมาบริษัททำรายได้แล้วกว่า 1.5 พันล้านบาท จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 32 ฉบับที่ 2,800 วันที่ 13-15 ธันวาคม พ.ศ. 2555 http://www.thanonline.com/index.php?...amp;Itemid=456 |
|
|
|
|
|
#357 |
|
BANNED
Join Date: Dec 2012
Posts: 50
Likes (Received): 0
|
จับตา การแข่งขันทีวี"ดิจิตอล" ปี 56
![]() การแพร่ภาพสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ทีจะเกิดขึ้นในปีหน้า (56) รวมทั้งธุกิจสื่อทีวีดาวเทียม และเคเบิ้ลทีวีในปัจจุบัน ส่งผลให้มีการคาดกันว่า ปีหน้าการแข่งขันในตลาดธุรกิจสื่อทีวีจะได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และโดยเฉพาะช่องทีวีดิจิตอลในระบบฟรีทีวี ที่จะมีเพิ่มอีกอย่างน้อย 48 ช่องนั้น อาจทำให้ราคาตั้งต้นประมูลใบอนุญาต มีหลายราคา เริ่มตั้งแต่ระหว่าง 100 ล้านบาท จนถึง กว่า 1,000 ล้านบาท ต่อ 1 ใบอนุญาต ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้รู้ว่า ผู้ประกอบการกิจการจะสนใจร่วมลงทุนหรือไม่ นับเป็นอีกก้าวที่ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี ทำบันทึกความร่วมมือร่วมกับ กสทช.เพื่อทดลองระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ที่หลายช่องเริ่มทดลองออกอากาศแล้ว ในช่องฟรีทีวีปัจจุบัน ตามกรอบ กสทช.กำหนดให้มีทีวีระบบดิจิทัล ในช่องฟรีทีวีเพิ่มอีกอย่างน้อย 48 ช่อง ซึ่งระบบนี้ จะทำให้ภาพมีความคมชัดสูง และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ก็ทำให้ทีวีลูกเล่นมากขึ้น ![]() ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้ผู้ประกอบกิจการ สนใจลงทุนทีวีดิจิตอล ก็คือ ข้อสรุปราคาตั้งต้นใบอนุญาตช่องธุรกิจ 24 ช่อง ซึ่งคาดว่า จะสรุปในอีก 3 เดือนนับจากนี้ ![]() ![]() อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทที่ติดตามเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านของทีวีดิจิตอล ประเมินว่า ทีวีดิจิตอลในไทย เกิดช้ามากว่า 10 ปีแล้ว จึงทำให้ ประชาชนหันไปเลือกรับชมฟรีทีวี ผ่านช่องทีวีดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวี เป็นหลัก ในปัจจุบันแทนการรับชมฟรีทีวีผ่านระบบอนาล็อก ที่ใช้ก้างปลา หรือ หนวดกุ้ง และอนาคตก็จะเป็นเช่นนี้ต่อไป แม้ทีวีดิจิตอลจะเกิดขึ้น ![]() ![]() การเกิดของทีวีดิจิตอลในช่องฟรีทีวี โดยเฉพาะช่องธุรกิจ ที่กสทช.กำหนดให้มี 24 ช่อง จะทำให้เกิดการแข่งขันกันรุนแรง โดยบริษัทสื่อที่มีอยู่ในไทย มีแนวโน้มเข้าร่วมประมูลทั้งหมด ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ เช่น เวิร์คพ้อยท์ แกรมมี่ อาร์เอส หรือ เนชั่น ซึ่งต่างก็มีความพร้อมอยู่แล้ว ทั้งด้านงบลงทุน การผลิตเนื้อหาป้อนช่องรายการ การส่งเสริมงานด้านบริการ หรือ อีเวนต์ต่างๆ การฝึกอบรมบุคลากร หรือ ให้เช่าอุปกรณ์ถ่ายทำรายการ เพื่อแข่งขันทั้งในประเทศ รวมถึงการเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558 แต่ปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนทีวีระบบดิจิตอล คือ ความคุ้มค่าการลงทุน และรายได้จากโฆษณา ขณะเดียวกัน ก็น่าจับตาว่า กลุ่มประเภทให้บริการชุมชน 12 ช่อง และสาธารณะ อีก 12 ช่อง ที่ไม่ต้องประมูลนั้น จะได้รับความสนใจเพียงใด ![]() การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบทีวีดิจิตอลจะทำให้ผู้บริโภคจะต้องหาเครื่องแปลงสัญญาณ ที่รับระบบดิจิตอลได้เท่านั้น ซึ่ง สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ก็เห็นว่า กสทช.ต้องหามาตรช่วยเหลือผู้บริโภค ที่มีกว่า 20 ล้านครัวเรือน การเกิดของทีวีดิจิตอล 48 ช่อง ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินว่า จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนและแข่งขันในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นหลัก โดยมิติของการลงทุน จะเอื้อประโยชนต่อผู้ประกอบการรายใหญ่ จากฝั่งฟรีทีวีกลุ่มเดิมที่ต้องการรักษาตลาด รวมทั้งกลุ่มผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี ที่ต้องการขยายฐานลูกค้า พร้อมเห็นว่า จะมีครัวเรือนที่รับชมทีวีระบบดิจิตอล ตามเมืองใหญ่ มากถึงร้อยละ 80% และจะทำให้ กล่องรับสัญญาณ หรือ Set-top box ที่รองรับระบบนี้ เพิ่มขึ้นรวมกัน กว่า 7,000,000 เครื่อง แต่การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีนี้เป็นไปอย่างล่าช้า ไทยก็จะมีความเสี่ยง เกี่ยวกับอุปกรณ์การใช้งานในอีก 3 ปีข้างหน้า เนื่องจากทั่วโลกจะยกเลิกผลิตอุปกรณ์ที่ใช้กับเทคโนโลยีในระบบอนาล็อก และยังส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาปีละ 60,000 ล้านบาท กระจุกตัวอยู่แค่ช่องฟรีทีวีเหมือนเดิม http://news.thaipbs.or.th/content/%E...9B%E0%B8%B5-56 Last edited by phat44; December 25th, 2012 at 08:45 AM. |
|
|
|
|
|
#358 |
|
BANNED
Join Date: Dec 2012
Posts: 50
Likes (Received): 0
|
ความพร้อมของ Thai PBS สู่ทีวีดิจิตอล |
|
|
|
|
|
#359 |
|
Registered User
Join Date: Dec 2012
Posts: 30
Likes (Received): 0
|
[IMG]45file3.jpg[/IMG]
|
|
|
|
|
|
#360 |
|
BANNED
Join Date: Dec 2012
Posts: 50
Likes (Received): 0
|
วิเคราะห์ทีวีดิจิตอล
วิเคราะห์ทีวีดิจิตอล'3 ปีไม่รู้จะเกิดได้หรือเปล่า' : คอลัมน์โลกไร้เสา พ.ศ.ใหม่ หลายคนเฝ้าชะเง้อหา "ทีวีดิจิตอล" บางรายไปไกลถึงขนาดจะทุบทีวีเก่าทิ้ง เพราะมันรองรับดิจิตอลทีวีไม่ได้ ต่างก็ร่ำกันไป ที่แน่ๆ ปี 2556 จะมีการเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ "โทรทัศน์ระบบดิจิตอลภาคพื้นดิน" หรือทีวีดิจิตอล จำนวน 48 ช่อง โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนดระยะวลาการออกใบอนุญาต ทีวีดิจิตอล 3 ประเภท ไตรมาสแรก ช่องสาธารณะ 12 ช่อง, เดือนสิงหาคม 2556 ประมูลช่องธุรกิจ 24 ช่อง แบ่งเป็นช่องทั่วไป (Standard Definition:SD) 20 ช่อง และช่องธุรกิจเอชดี (High-definition) 4 ช่อง และไตรมาสสี่ ช่องชุมชน 12 ช่อง นั่นหมายถึงคนไทยจะมี "ช่องฟรีทีวี" ให้รับชมเพิ่มจาก 6 ช่องในระบบอนาล็อกที่ยังออกอากาศแบบคู่ขนานจนกว่าจะสิ้นอายุสัมปทาน เพิ่มด้วยทีวีดิจิตอลอีก 48 ช่องที่จะได้รับใบอนุญาตในปีนี้ ทั้งนี้ การรับชมผ่านจอโทรทัศน์เดิมจะต้องติดตั้งกล่องรับสัญญาณ ( Set top box) ระบบดิจิตอล DVB-T2 เพิ่มเติม ซึ่งมีราคากล่องละราว 1,000 บาท โดย กสทช.จะมีแผนอุดหนุนกล่องรับสัญญาณให้ครัวเรือนไทยที่ไม่มีกำลังใช้ซื้อกล่องด้วยเช่นกัน พร้อมกำหนดผู้ได้รับใบอนุญาตโครงข่ายดิจิตอล จะต้องขยายการส่งสัญญาณทีวีดิจิตอล ให้เข้าถึงครัวเรือนไทยครอบคลุมพื้นที่ 90% ภายใน 4 ปี นั่นหมายถึงครัวเรือนไทยจะมีช่องรายการพื้นฐาน ที่เรียกว่าฟรีทีวีระบบดิจิตอลให้รับชมเพิ่มขึ้นและด้วยคุณภาพที่มีความคมชัดมากกว่าระบบอนาล็อกเดิม แต่การจะดึงฐานผู้ชมให้มารับชมช่องทีวีดิจิตอล ได้หรือไม่ คงต้องอยู่ที่ "คอนเทนท์" จะตอบโจทย์ความสนใจของผู้ชมหรือไม่ สำหรับ "เจ้าพ่อจานดำ" สมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด หรือ "พีเอสไอ" ที่มีส่วนแบ่งการตลาดจานดาวเทียมในประเทศไทย 70% หรืออาจมากกว่านั้น วันนี้ พีเอสไอไม่ได้ทำธุรกิจแค่ขายกล่อง ขายจาน หากแต่ยังเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม ภายใต้ใบอนุญาตที่พีเอสไอยื่นขอกับ กสทช. ไปแล้ว โดยพีเอสไอแยกเป็นสองส่วน คือเป็นผู้ให้บริการช่องรายการในกลุ่มทีวีดาวเทียมประเภทฟรีทูแอร์กว่า 200 ช่อง และบริการช่อง "เพย์ทีวี" ซึ่งสามารถดำเนินการผ่านกล่องรับสัญญาณแบบเข้ารหัส บวกกับการที่ พีเอสไอ จับมือ เวิร์คพอยท์ ลุยธุรกิจทีวีดาวเทียม ก่อตั้งบริษัท ฟรีไซส์ บรอดแคสติ้ง จำกัด นอกจากนี้ เขาได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับ "ทีวีดิจิตอล" ที่กำลังจะมาถึง โดย กสทช. ประกาศเดินหน้าเต็มกำลัง และมีการมองไปไกลถึงอนาคตของจานดาวเทียม จะถูกน็อกคาสังเวียน ด้วยหมัดเด็ดของทีวีดิจิตอล "กสทช. วันนี้ให้ข่าว ผมคิดว่าต้องตำหนิ คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า เมื่อทีวีดิจิตอลเกิด เราซื้อเครื่องทีวีแล้วเอาเสาอากาศเสียบโชะ ชัด...ใช่ไหม แต่วันนี้ขอบอกข้อเท็จจริงให้ผู้อ่านรับทราบนะ ข้อเท็จจริงก็คือว่า กสทช. แค่พูดว่า มันมีดิจิตอลแล้วมันชัดหมด" อาจารย์สมพร ผู้ช่ำชองด้านอิเล็กทรอนิกส์ ปั้นจานพีเอสไอมากับมือ ตั้งแต่สมัยทำจานดาวเทียมสุ่มไก่ ได้อรรถาธิบายเรื่องเทคนิค "หนึ่ง-มันยังต้องใช้เสาอากาศอย่างเดิม สอง-มันจะต้องส่งมาแล้วจะต้องมีเครื่องเครื่องหนึ่งที่จะแปลงสัญญาณจากตัวที่ส่งเป็นดิจิตอล เราเรียกว่าบ็อกซ์ เพื่อให้มันเป็นอนาล็อกแล้วมาเข้าเครื่องรับทีวี คุณถึงดูได้ ฉะนั้นคุณต้องซื้อบ็อกซ์ก่อนนะอันดับแรก สองเสาอากาศ ถ้าไม่มีคุณรับไม่ได้ คุณจะคิดว่าก้างปลาปุ๊บ ดึงขึ้นมาแล้วชัด ไม่ใช่ บางพื้นที่รับไม่ได้เหมือนกัน" แล้วอาจารย์สมพรยังอธิบายต่อเรื่อง "เสา" ส่งสัญญาณหรือรีพีตเตอร์ องค์ประกอบที่สำคัญ "นี่คือทางเทคนิคที่การส่งที่กรุงเทพฯ อย่างเดียว ก็ไม่ได้หมายความว่าสุราษฎร์ หาดใหญ่ เชียงใหม่จะดูได้ ต้องส่งดาวเทียมขึ้นไปก่อน แล้วต้องส่งกลับมาที่สุราษฎร์ ที่หาดใหญ่ เพื่อจะมาตั้งเสาอีกเสาหนึ่ง คล้ายๆ เสาโทรศัพท์น่ะ เป็นรีพีตเตอร์กระจายในวงนั้นอีก แล้วสมมุติว่ารีพีตเตอร์มันอยู่ห่างกัน ระหว่างสงขลา หาดใหญ่กับสุราษฎร์ คุณก็ต้องตั้งสองเสาเพราะมันส่งไม่ถึงกันอยู่แล้ว แล้วคนอยู่ตรงกลางล่ะ? จะรับทางไหน นี่ก็กลับไปสู่ระบบเดิมสิ ที่ถามกันว่าจะรับได้ยังไง ฉะนั้นถ้าจะรับได้คุณต้องตั้งเสาถี่มากๆ เลย ก็เหมือนกับเดินทางไปต่างจังหวัด ใช้มือถือต้องหาเสา ใครตั้งเสาน้อย หายเลย...สัญญาณ" ฉะนั้นในความเห็นของอาจารย์สมพรคือ บ้านเราจะเต็มไปด้วย "เสารีพีตเตอร์" หาก กสทช.ใช้งบประมาณลงทุนพัฒนาโครงข่ายทีวีดิจิตอลเพื่อบริการสาธารณะ "แล้วถ้ามันกลายเป็นโฮปเวลล์ล่ะ นี่มันงบประมาณของประเทศเรามาไกลแล้วจะกลับไปสู่เสา ไปตั้งเสารีพีตเตอร์เพียบไปหมด" กล่าวสำหรับผู้ที่จะเข้าประมูลทำช่องทีวีดิจิตอล อาจารย์สมพรมองว่า "ราคาการประมูลล่าสุดเห็นว่า ราคา 500 ล้านต่อ 15 ปี ไม่แพงหรอก แต่ส่งแล้ว ต้องส่งดาวเทียมด้วย คุณต้องมีดาวเทียมหนึ่งอันนะ ไม่งั้นต่างจังหวัดจะรับได้ยังไง นี่คือสิ่งที่ต้องจ่าย อันที่สองคุณต้องไปจ่ายค่าโครงข่ายด้วย ก็หมายความว่า มันจะมีผู้ประมูลอยู่สองส่วน หนึ่ง-ท่านต้องเป็นเจ้าของช่อง ต้องไปจ่ายก่อน 500 ล้าน สอง-สมมุติมาเอาพีเอสไอเป็นโครงข่าย คุณต้องมาจ่ายผมอีกนะ เพราะว่าผมไปตั้งเสา ผมตั้งให้คุณฟรีๆ ได้ที่ไหนล่ะ แล้วผมต้องตั้งเสาอีกมหาศาลเลยนะ เหมือนเสาโทรศัพท์ แล้วคุณคิดว่ามันจะเกิดง่ายๆ ในสองวันนี้ไหม ตามระบบนี้ นี่คือข้อเท็จจริง เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่มาบอกว่าเฮ้ยวันนี้ ทีวีดิจิตอลมา มันชัดหมด ชาวบ้านทั่วไปเขาเข้าใจอย่างนี้หมดเลย" "ดังนั้นในการให้ข่าว อย่าพูดแต่ว่าวันนี้ ทีวีดิจิตอลมา รับได้ชัด ดูได้เลย HD ฟังผมนะ ดิจิตอลทีวี ผมให้เก่งสุดๆ เลย สามปีไม่รู้จะเกิดได้หรือเปล่า ยกเว้นแต่ว่าวันนี้จะไปแจกเครื่องทั้งหมด แต่ใครจะมาซับซิไดซ์เครื่องให้ชาวบ้านล่ะ" ที่มีคนบอกว่าพีเอสไอโจมตีเรื่องทีวีดิจิตอล เพราะหากมันจะทำให้อุตสาหกรรมดาวเทียมถึงขั้นน็อก อาจารย์สมพรกล่าวว่า "ขอโทษนะ ถ้ามันดี เราเป็นโรงงานผลิต เราก็ไปผลิตเสา อันที่เราผลิตมาก่อนจานเสียอีก เราก็ขายได้เหมือนกัน ให้มันเกิดสิ" ดังนั้นต้องติดตามดูกันต่อไปว่า ตามคำพยากรณ์ของเจ้าพ่อจานดำ "ทีวีดิจิตอล" จะเกิดขึ้นได้ภายในสามปีหรือไม่? http://www.komchadluek.net/detail/20...%E0%B8%A5.html |
|
|
|
![]() |
| Thread Tools | |
| Display Modes | |
|
|