daily menu » rate the banner | guess the city | one on one

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum

Thai Forum Sawasdee! Welcome to the Land of Smile


Reply

 
Thread Tools Display Modes
Old February 26th, 2012, 06:03 AM   #121
Oasis-Bangkok
Ploy and Palm Family
 
Oasis-Bangkok's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Location: Bangkok
Posts: 3,054
Likes (Received): 220

แต่ที่ผมติดทรู HD Plus เนี่ยผมก็ไม่ได้ใช้จานนะครับ ใชรแบบสายเคเบิ้ลใยแก้ว แต่เสียเงินค่าบริการแต่ล่ะเดือนนี่กระอักเลือดเลยครับ แต่ว่าที่ผมเลือกติดแบบนี้ เพราะว่าผมอยู่บ้านทั้งวัน ผมดูทั้งวันเลย ก็ว่าคุ้มอยู่นะ
Oasis-Bangkok no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old February 26th, 2012, 09:12 AM   #122
ant35
Registered User
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,916
Likes (Received): 12

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
ไม่ยักรู้มาก่อน ว่าทีวีจอแบนที่ขายในไทย ไม่ติดตั้ง Digital TV Receiver ในเครื่อง

สงสัยอีกอย่าง ในอนาคตทีวีเมืองไทย จะส่งสัญญาณผ่านเสาอากาศ แล้วแปลงเป็น Digital ใช่ไหม

เพราะถ้าเป็นระบบดาวเทียมแบบ ทรู ตาสีตาสา ไม่ยอมจ่ายค่าจานแน่ๆ
ก็ไม่เสมอไปครับ ถ้ารุ่นที่ดีๆหน่อย (ประมาณรุ่นที่ถูกสุดลำดับที่ 3-4 ขึ้นไป)
ก็ติดตั้งมาทั้ง Digital และ Analog ครบเลยครับ
ant35 no está en línea   Reply With Quote
Old February 26th, 2012, 02:53 PM   #123
fas235
BANNED
 
Join Date: Jul 2010
Posts: 1,327
Likes (Received): 0

สารคดี กสทช ฟรีทีวี ดิจิตอลครับ


Last edited by fas235; March 4th, 2012 at 02:23 AM.
fas235 no está en línea   Reply With Quote
Old March 2nd, 2012, 08:10 AM   #124
fas235
BANNED
 
Join Date: Jul 2010
Posts: 1,327
Likes (Received): 0

เสริฟอีกข่าวเนอะ
fas235 no está en línea   Reply With Quote
Old March 4th, 2012, 02:22 AM   #125
fas235
BANNED
 
Join Date: Jul 2010
Posts: 1,327
Likes (Received): 0

spring news ครับ







ทีวีประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างไร

http://topicstock.pantip.com/wahkor/...X10386927.html

Last edited by fas235; March 4th, 2012 at 07:50 AM.
fas235 no está en línea   Reply With Quote
Old March 15th, 2012, 07:47 PM   #126
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,516
Likes (Received): 345

NBTC faces tough choice

THE NATION March 16, 2012 1:00 am

The National Broadcasting and Telecommunications Commission will coordinate closely with the government and state enterprises in deciding which terrestrial digital TV broadcasting standard to adopt for the country.
The choice will be based on three key criteria - government policy, an agreement between Thailand and Asean countries, and the impact on related businesses and consumers, Natee Sukonrat, chairman of the NBTC's broadcasting committee, said yesterday.

In 2007, Southeast Asian ministers responsible for information-technology policies endorsed Digital Video Broadcasting-Terrestrial, or DVB-T, a Europe-based consortium standard for the transmission of digital terrestrial TV, as the uniform standard for the region. The regulator plans to start auctioning licences for digital terrestrial TV broadcasting for public service late this year, followed by commercial and community purposes next year, Natee told a seminar organised by the Institute of Social and Economic Policy and the University of the Thai Chamber of Commerce.

Eun-Ju Kim, director for Asia-Pacific at the International Telecommunication Union's Bangkok-based regional office, said the deadline to switch over to digital TV for the Asia-Pacific region was the end of 2015.

The NBTC has two other options to select from besides DVB-T - the Japanese standard, called Integrated Services Digital Broadcasting (ISDB), and the Chinese standard, Digital Terrestrial Multimedia Broadcast (DTMB), which is used for mobile and fixed terminals.

Apinunt Thanachayanont, dean of the College of Data Storage Innovation at King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang, said Europe's standard was now a new version, DVB-T2, which allows broadcasters to transmit TV in three-dimensional (3D) and high-definition (HD) formats on mobile and digital terrestrial TV platforms.

Satoru Yanagishima, director of the Global ICT Business Promotion Office at Japan's Internal Affairs and Communications Ministry, said the ISDB standard could offer a wide range of services including e-government, e-health and e-education to promote rural development. With ISDB technology, the government could also provide an emergency warning broadcasting system as well as interactive data broadcasting.

ISDB receivers are affordable; for example, set-top boxes are priced at US$20 (just over Bt600) each and mobile devices at $60, he said.

Zhan Chao, assistant dean at the Research Institute of Tsinghua University in Shenzhen, China, said DTMB was widely used in Laos and Cambodia. This would benefit local governments, broadcasters or even advertisers in using the same standard.

There are more than 10 plants in China that produce set-top boxes costing less than $20, he said.

Jamnan Siritan Nunbhakdi, chairman and chief executive officer of JSL Global Media, said the digital TV decision should be made at the government level, with the affordability of set-top boxes, long-term benefits and public interest as the top priorities.

http://www.nationmultimedia.com/busi...-30178072.html
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old March 23rd, 2012, 02:05 AM   #127
fas235
BANNED
 
Join Date: Jul 2010
Posts: 1,327
Likes (Received): 0

แกรมมี่เล็งขอไลเซนส์ทีวีทุกรูปแบบ
21 มีนาคม 2555 เวลา 18:50 น.
"อากู๋"เล็งยื่นไลเซนส์ทำทีวีทุกรูปแบบ หลังกสทช.ผ่านแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ ระบุสูตร 5-10-15 ปี เน้นแข่งขันเสรีเป็นธรรม

นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ผ่านแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่, กิจการวิทยุและโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม บริษัทมีความพร้อมที่จะลงทุนยื่นขอใบอนุญาตให้บริการรายการโทรทัศน์ในทุกรูปแบบ เพราะมีคอนเทนต์จำนวนมากและหลากหลาย

ทั้งนี้ ไม่ว่ากสทช.จะออกกฎ กติกา อย่างไรตามมา แต่ในส่วนของภาคธุรกิจต้องให้แข่งขันอย่างเสรีและมีความเท่าเที่ยม กรณีระยะเวลาการคืนคลื่นความถี่ 5 ปีสำหรับวิทยุ 10 ปี สำหรับกิจการโทรทัศน์ สำหรับภาคธุรกิจหากจะคืนต้องคืนพร้อมกัน และเริ่มให้บริการพร้อมกันด้วย ไม่เช่นนั้นจะเกิดความได้เปรียบ-เสียเปรียบในเชิงธุรกิจ ส่วนบริการอื่น ๆ แล้วแต่กสทช.จะกำหนด

สำหรับอัตราค่าประมูลใบอนุญาต กสทช.ควรกำหนดราคาที่เหมาะสม หากเทียบกับปัจจุบันฟรีทีวีช่อง 3 และช่อง 7 เสียค่าสัมปทานปีละ 130-150 ล้านบาท นี่คือ 2 ช่องที่เสียอยู่ และหากจะมีช่องอีก 50 – 100 ช่อง ควรกำหนดให้เหมาะสม ยิ่งแพง ผู้ประกอบการรายเล็กๆ จะยิ่งเสียเปรียบ เพราะรายใหญ่มีความพร้อมอยู่แล้ว

“ไม่ว่ากสทช.จะออกกฎใดๆก็ตาม สำหรับภาคธุรกิจต้องให้เสมอภาค อย่าให้เกิดความได้เปรียบ เสียเปรียบ หากให้ใบอนุญาตช้ากว่ากันเพียงวันเดียว ก็เกิดความได้เปรียบ เสียเปรียบแล้ว เพราะฉะนั้นกสทช.ต้องกำหนดให้ชัดเจน เลิกก็เลิกพร้อมกัน ให้ก็ให้พร้อมกัน” นายไพบูลย์กล่าว

ด้านนายประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กล่าวว่า หลักเกณฑ์การคืนคลื่นในสูตร 5-10-15 ถือว่ามีความเป็นธรรม และไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีคลื่นความถี่มาจัดสรร เพราะทุกวันนี้มีคลื่นความถี่มากมายให้ดำเนินการ อย่างช่อง 3 เหลือเวลาสัมปทานอีก 8 ปี จากนั้นต้องเข้าสู่ระบบเหมือนกัน

“ส่วนการให้บริการทีวีระบบดิจิตอล ขณะนี้ยังไม่สามารถ้ห้ความเห็นได้ เพราะยังไม่ชัดเจน ไว้รอให้ชัดเจนก่อนค่อยพูด” นายประวิทย์กล่าว


http://www.posttoday.com/%E0%B8%98%E...B8%9A%E0%B8%9A
fas235 no está en línea   Reply With Quote
Old March 23rd, 2012, 05:45 PM   #128
fas235
BANNED
 
Join Date: Jul 2010
Posts: 1,327
Likes (Received): 0

ถามเรื่องทีวีญี่ปุ่นหน่อยครับทําไม ช่องฟรีทีวีญี่ปุ่น ถึงไม่ได้ มีช่องที่คนดูได้ทั้งประเทศแบบประเทศอื่นละครับ ช่องธุรกิจ ส่วนใหญ่จะถูกแบ่งภาคการออกอากาศเป็นทอดๆ เช่น tv tokyo fuji tv tbs nihon tv จะออกอากาศเฉพาะในโตเดียวและเขต คันโต ส่วนฝั่งโอซาก้า ก็ tv osaka mbs kansai tv ytv

โดย เจ้าของจะเป็นเจ้าเดียวแต่รายการที่ออกจะต่างจากเขตที่ออกอากาศ เช่น tbsฝั่งโตเกียวและคันโต กับ mbs ฝั่งโอซาก้าและคันไซ แต่ทั้งสองช่อง tbsเป็นคน บริหาร ผมสงสัยจริงๆว่าทําไมของญี่ปุ่นช่องโทรทัศน์ ในญี่ปุ่นจริงๆมีกี่ช่องและทําไมต้องซอยเป็นภูมิภาคไม่ใช่ช่องนึงออกได้ทั่วประเทศเหมือนไทย อังฤกษอิตาลีละครับ รู้สึก nhkจะเป็นเจ้าเดียวที่ได้ ออกทีวีทั่วประเทศ

ปล ไปดูทีวีอังฤกษ มี ทีวี 50 ช่อง อิตาลี่ 68 รู้สึกจะออกทั่วประเทศหมดทุกช่อง ฝรั่งเศส มีแค่ 19ช่อง ที่ฟรี ทูแอร์
fas235 no está en línea   Reply With Quote
Old March 23rd, 2012, 07:56 PM   #129
b0ss32
BoZR
 
Join Date: Jul 2006
Location: Bangkok
Posts: 1,081
Likes (Received): 31

บางทีคนเชียงใหม่ สุราษฎร์ ปัตตานี โคราช หนองคาย ก็ไม่ได้อยากดูทีวีที่มีแต่ข่าวเกี่ยวกับ กทม. คน กทม. ทำนั่นทำนี่ พาเที่ยวนั่นเที่ยวนี่เสมอไปครับ
b0ss32 no está en línea   Reply With Quote
Old March 23rd, 2012, 11:10 PM   #130
ant35
Registered User
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,916
Likes (Received): 12

ประเทศไทยเองก็มี โทรทัศน์ภูมิภาค หรือช่องทีวีท้องถิ่นเช่นกันครับ โดยปัจจุบันมีช่องNBT ที่จะมีช่วงท้องถิ่นด้วย
เช่น สทท.กาญจนบุรี • สทท.ขอนแก่น • สทท.จันทบุรี • สทท.เชียงใหม่ • สทท.นครศรีธรรมราช • สทท.พิษณุโลก • สทท.ภูเก็ต • สทท.สงขลา • สทท.สุราษฎร์ธานี • สทท.อุบลราชธานี

ไม่แน่ใจว่าช่องอื่นๆในอดีตเคยทำด้วยหรือป่าวนะครับ
ant35 no está en línea   Reply With Quote
Old March 24th, 2012, 07:36 PM   #131
fas235
BANNED
 
Join Date: Jul 2010
Posts: 1,327
Likes (Received): 0

'ไทยพีบีเอส'เล็งไลเซ่นทีวีดิจิทัลสาธารณะ
ไทยพีบีเอส รอ กสทช.เคาะหลักเกณฑ์ ทีวีดิจิทัล สาธารณะ จ่อขอไลเซ่นเพิ่ม เล็งคอนเทนท์เด็ก-เยาวชน-สารคดี ตามรอย บีบีซี อังกฤษ เม.ย.นี้ปรับผังรายใหม่ เสริมทัพ 11 รายการตอบโจทย์ผู้ชมทุกกลุ่ม


ชูคอนเซปต์ข่าว หาทางออกให้สังคม ตอกย้ำภาพสื่อสาธารณะ เผย 4 ปี ล้างภาพสื่อเอ็นจีโอ

นายเทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส เปิดเผยว่า หลังจากมีการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในปีที่ผ่านมา ไทยพีบีเอสเป็นสถานีโทรทัศน์ช่องแรกที่ได้รับใบอนุญาตชั่วคราว 5 ปี ในการประกอบกิจการซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย โดยหลังจากประกาศใช้แผนแม่บท กสทช.แล้ว ไทยพีบีเอส จะได้รับใบอนุญาตโทรทัศน์ สาธารณะ 15 ปี เช่นเดียวกับทีวีประเภทอื่นๆ

สำหรับแผนการทดลองออกอากาศระบบดิจิทัล ซึ่ง กสทช.จะให้สถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีทั้ง 6 ช่อง ทดลองออกอากาศในเดือน ก.ค.นี้ ปัจจุบันไทยพีบีเอสมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีแล้ว เนื่องจากได้มีการลงทุนอุปกรณ์และเครื่องมือผลิตรายการเป็นระบบดิจิทัลในปลายปีที่ผ่านมา พร้อมกับการเปิดใช้สำนักงานแห่งใหม่บนถนนวิภาวดี

นอกจากนี้หลังจาก กสทช. กำหนดหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ประเภทสาธารณะ เสร็จเรียบร้อยและเปิดให้ยื่นขอใบอนุญาตในเดือน ธ.ค.ปีนี้ ส.ส.ท.มีความสนใจจะขอใบอนุญาตด้วยเช่นกัน โดยสนใจผลิตช่องรายการเด็กและเยาวชน รวมทั้งช่องสารคดี ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับ บีบีซี ประเทศอังกฤษ ที่มีช่องเด็ก ช่องสารคดี เป็นต้น

การดำเนินการในปีที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่ดีที่สุด ในรอบ 4 ปี ของไทยพีบีเอส ทั้งด้านการนำเสนอเนื้อหา และสารประโยชน์ โดยได้รับการยอมรับจากผู้ชมด้านการนำเสนอเนื้อหาที่ตอบโจทย์ความเป็นสื่อสาธารณะสำหรับผู้ชมทุกกลุ่ม และไม่มีใครมองว่าเป็นทีวีเอ็นจีโอ เหมือนในปีแรกๆ ของการเปิดสถานี นายเทพชัย กล่าว

จากการสำรวจของศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ที่รายงานผลการประเมินความพอใจของประชาชน ต่อการทำหน้าที่ของไทยพีบีเอส ในช่วงวิกฤติน้ำท่วมปลายปีที่ผ่านมาในกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลจำนวน 1,171 ตัวอย่าง พบว่าจำนวน 78.5% ดูข่าวน้ำท่วมจากไทยพีบีเอส ในจำนวนดังกล่าว 19% ให้เหตุผลว่าเพราะเป็นช่องที่เสนอข่าวน้ำท่วมตลอดเวลา และ 16% ระบุเสนอข่าวได้รวดเร็ว และเกาะติดสถานการณ์

อย่างไรก็ตามในเดือน เม.ย.นี้ ไทยพีบีเอส จะปรับผังรายการใหม่ 11 รายการ โดยเลื่อนมาจากช่วงต้นปีที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถผลิตรายการได้ ประกอบด้วยรายการสาระบันเทิง 4 รายการ, รายการสารคดีและสารประโยชน์ 2 รายการ, รายการเด็ก 3 รายการ และละครซิทคอม 2 เรื่อง ซึ่งจะเป็นรายการที่จะช่วยเพิ่มฐานผู้ชมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ของสถานี จากการปรับผังรายการดังกล่าวสถานีจะมีสัดส่วนรายการข่าว 40%, รายการสารคดีและสารประโยชน์ 30% และสาระบันเทิง 30%

นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักข่าว สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กล่าวว่า รูปแบบการนำเสนอข่าวในปีนี้ จะเกาะติดประเด็นสำคัญๆ โดยเฉพาะปัญหาคอร์รัปชัน เนื่องจากสถานีมีความเป็นอิสระและสามารถนำเสนอประเด็นได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งจะเพิ่มพื้นที่ข่าวในกลุ่มประเทศอาเซียน ในช่วงข่าวต่างๆ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558

ข่าวของไทยพีบีเอส จะมีคำอธิบายเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้น และถูกนำเสนอในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้สังคมเสนอแนวทางการแก้ไขและทางออกร่วมกัน นายก่อเขต กล่าว


http://daily.bangkokbiznews.com/detail/51533
fas235 no está en línea   Reply With Quote
Old March 28th, 2012, 07:33 PM   #132
fas235
BANNED
 
Join Date: Jul 2010
Posts: 1,327
Likes (Received): 0

ย้อน อดีต ข่าว ในสมัยปี 2548 สมัยที่ ยังเป็น กสช ก่อนจะเป็น กสทชในวันนี้ มีข่าวเกี่ยวกับฟรีทีวีต่างๆที่มันคึกคักเรื่องแตกช่อง ลองดูครับทําให้เราเห็นภาพในอนาคตด้วย

ปล เมื่อก่อน thaipbs ยังไม่เกิด ถ้าเกิดแล้ว คงจะเหมือน bbc และ nhk ที่มีหลายช่องดูแล้วดูดีดีกว่าไอทีวี(อดอนิเมะเลย แต่อดเพื่อประเทศ)

ปลช่อง 11บิดเบือนตัวเองว่าตัวเองเหมือน bbcกะ nhk ไอ้ทีวีสองช่องนี่มันทีวีสาธารณะนะตัวเองเป็นของรัฐชาติที่พัฒนาแล้วล้วนแล้วแต่ไม่มีช่องของรัฐเลย


ทีวีพันธุ์ใหม่ กสช.ปลดล็อคแจกไลเซนส์ดิจิตอล

กิจการด้านโทรทัศน์ที่จะต้องถูกปฏิรูปเพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้ผู้บริโภคภายหลังการมีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ หรือ กสช. เป็นธุรกิจที่มีความสำคัญและถูกจับตามองอย่างมาก เนื่องจากเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมสูง แพร่หลายได้ง่ายรวดเร็ว และการที่มีมูลค่ามหาศาล เกี่ยวข้องกับคนระดับรากหญ้าจำนวนมาก ธุรกิจนี้จึงเป็นที่หมายปองของ ผู้ประกอบการ

ที่ผ่านมาด้วยข้อจำกัดของคลื่นความถี่ของระบบโทรทัศน์เมืองไทยที่ปัจจุบันเหลือคลื่น UHF เพียงช่องเดียว จึงถือเป็นโจทย์ข้อสำคัญให้กับกสช.ที่จะต้องพิจารณาทางเลือกในการนำระบบดิจิตอลมาใช้กับโทรทัศน์เมืองไทย นั่นเพราะระบบดิจิตอลเป็นเทคโนโลยีที่สามารถบีดอัดสัญญาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีช่วงความถี่เหลือมากพอนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

แนวทางปรับไปสู่โทรทัศน์ระบบดิจิตอลนั้นไม่ง่าย โดยเฉพาะอุปสรรคด้านต้นทุนที่มีค่าใช้จ่ายสูงทั้งในส่วนของผู้ประกอบการโทรทัศน์เองและผู้บริโภคที่จะต้องซื้อโทรทัศน์หรืออุปกรณ์เพื่อรองรับระบบใหม่

โอกาสของการเกิดช่องโทรทัศน์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะที่เป็นโทรทัศน์เชิงพาณิชย์แบบไม่ต้องบอกรับสมาชิกหลายช่อง(MultiChannel) หรือฟรีทีวีช่องใหม่สำหรับผู้บริโภคอาจต้องใช้ระยะเวลานาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI)เคยวิเคราะห์ไว้ว่า อาจต้องใช้เวลาเกินกว่า 10 ปีขึ้นไปที่จะไปสู่ระบบดิจิตอลเต็มรูปแบบ

ฟรีทีวีจ้องแตกช่องเพิ่ม
กระนั้นก็ตาม หลังจากมีการตั้งกสช.เป็นรูปเป็นร่างในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา มีกระแสตอบรับจากเอกชนหลายค่ายที่พร้อมจะเข้ามาเป็นเจ้าของช่องโทรทัศน์ใหม่ๆ โดยเฉพาะเอกชนที่เป็นบริษัทสื่อผลิตรายการอาทิ กลุ่มแกรมมี่ กลุ่มเวิร์คพอยท์ เป็นต้น

ไม่เว้นแม้แต่เจ้าของสถานีโทรทัศน์เดิมที่กินสัมปทานนานนับสิบๆ ปี ก็ยังมีความเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมพร้อมการแตกช่องใหม่กันอย่างคึกคัก

เอกชนรายหนึ่งที่อยู่ระหว่างเตรียมเสนอตัวเปิดสถานีโทรทัศน์ของตัวเอง ระบุว่า ขณะนี้กลุ่มฟรีทีวี ได้เตรียมแผนงานที่จะขยายช่องไว้หมดแล้ว เนื่องจากคลื่นความถี่ของช่องสัญญาณทีวีที่มีอยู่ปัจจุบันนี้หากเปลี่ยนไปเป็นระบบดิจิตอลจะทำให้ 1 ช่องสัญญาณสามารถจะแตกขยายได้ถึง 30 ช่อง

ช่อง 7 ในเบื้องต้นจะแบ่งออกเป็น 2 ช่องคือ ช่องบันเทิงและช่องสาระบันเทิงนั่นคือ การตั้งบริษัทลูกที่ร่วมทุนกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา โดยนางชาลอต โทณวณิก ประธานกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาในฐานะประธานกรรมการบริษัทบีบีทีวี โปรดัคชันส์ จำกัดที่ปัจจุบันดำเนินรายการ “ล้าน 7 เศรษฐกิจ” จะเป็นหลักในการบริหารคอนเท็นต์ช่องใหม่นี้

ช่อง 3 หลังจากประสบความสำเร็จ กับรายการคุยคุ้ยข่าว,ผู้หญิงถึงผู้หญิง ผู้บริหารช่อง 3 ก็มีแผนที่จะขยายช่องเพิ่มอีก 2 ช่อง คือ ช่องข่าว และช่องกีฬา ส่วนช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ เตรียมที่จะเปิดเพิ่มทั้งหมด 4 ช่อง คือ ช่องข่าว, บันเทิง, ท่องเที่ยว, ภาคภาษาอังกฤษ

ขณะที่ ช่อง 11 มีแผนที่จะเปิดเพิ่มอีกทั้งหมด 8 ช่อง คือ ช่องกีฬา, SMEs, ธุรกิจ, ตลาดหุ้น เป็นต้น อย่างไรก็ดี สำหรับช่อง 5 นั้น แผนยังไม่ชัดเจน แม้จะมีศักยภาพ แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์บ่อยมาก ทำให้โครงการต่างๆ ต้องสะดุดลงไป

“ในต่างประเทศหลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาว่าจะมีฟรีทีวีกี่ช่องนั้น จะวัดจาก จำนวนประชากร เงินทุน ขนาดประเทศ ลักษณะภูมิศาสตร์ และจีดีพีแต่ข้อสำคัญไม่ใช่อยู่ที่จำนวนช่องขึ้นอยู่กับว่าจะแบ่งคอนเท็นต์ ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายอย่างไร ทั้ง บันเทิง, กีฬา, ข่าวสาร ทั้งหมดนี้กสช.และกทช. (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) จะต้องพิจารณาจัดสรรร่วมกัน ต้องให้เป็นธรรมกระจายอย่างทั่วถึง”

ทั้งนี้นโยบายของกสช.นั้น จะมองไปข้างหน้า โดยเฉพาะการอนุญาตไลเซนส์ขยายช่องทีวีใหม่นั้น จะมุ่งไปที่ระบบดิจิตอลทีวี ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่แพร่หลายในต่างประเทศ ส่วนอะนาล็อกทีวีนั้น ด้วยศักยภาพแล้วสามารถที่จะขยายเพิ่มออกไปได้อีกก็จริง แต่จะต้องนำมาจัดระเบียบใหม่ เพื่อหาช่องว่างของสัญญานจะคงเหลืออยู่เท่าไร

อย่างไรก็ตาม กสช.จะไม่พิจารณาการเพิ่มช่องทางในคลื่นระบบอะนาล็อก เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีเก่า และเริ่มล้าสมัย ประกอบการลงทุนเพียงช่องเดียว ก็จะใช้เงินทุนสูงกว่า ระบบดิจิตอล เพราะแค่ช่องเดียว ก็สามารถบีบอัดสัญญานได้ถึง 30 ช่อง ให้ผลตอบแทนทางการลงทุนสูงกว่า

นอกจากนี้เทคโนโลยีดิจิตอลในปัจจุบัน ได้พัฒนาไปไกลมาก ระบบฮาร์ดแวร์ มีราคาไม่สูง ในกรณีที่เป็นฟรีทีวีซึ่งใช้ระบบอะนาล็อก ก็เพียงซื้อฮาร์ดแวร์ดิจิตอล มาเปลี่ยนใช้เงินเบื้องต้นประมาณ 20-30 ล้านบาทเท่านั้น แต่ถ้าจะต้องลงทุนสร้างสตูดิโอ ก็เป็นตัวเลขในหลักแค่ 100 ล้านบาทต้นๆ ส่วนที่เหลือจะเป็นในเรื่องของซอฟต์แวร์ คอนเท็นต์ ซึ่งตรงนี้ไม่อาจประเมินมูลค่าได้ ขึ้นอยู่กับคุณภาพของซอฟต์แวร์ว่าต้องการสูงแค่ไหน

ช่อง 11 แตกเพิ่ม 8 ช่อง
นายสุรินทร์ แปลงประสบโชค ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่าขณะนี้กรมประชาสัมพันธ์กำลังจัดทำแผนเพื่อยื่นเสนอไปให้กับทางกสช.ว่าจะขอคงคลื่นทั้งวิทยุ 124 สถานี และโทรทัศน์ช่อง 11 รวมถึงระบบดิจิตอลอีก 8 ช่อง อาทิ 11/1 ,11/2 , เป็นต้น ในฐานะที่เป็นหน่วยงานประชาสัมพันธ์ให้กับประเทศชาติ คล้ายกับสถานี NHK ของญี่ปุ่น หรือ BCC ของอังกฤษ เป็นต้น

“สัญญาที่ทำกับทางเอกชนที่มีอยู่กับช่อง 11 ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีปัญหา เพราะเราไม่ได้ให้เช่าสัญญาน แต่เป็นการร่วมผลิต ตามเงื่อนไขที่กสช.วางไว้ เมื่อจัดสรรคลื่นคืนมา เจ้าของคลื่นจะต้องดำเนินการผลิตเองทั้งหมด”

ส่วนผังรายการใหม่นั้น เดิมคาดว่าจะเริ่มปรับในเดือนตุลาคม แต่เนื่องจากทางกรมฯอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างเพื่อเข้าสู่การเป็น SDU(Service Delivery Unit) คือ เป็นหน่วยบริการประชาสัมพันธ์ให้กับรัฐบาล ที่จำเป็นต้องมีสื่ออยู่ในมือ โดยทางกรมประชาสัมพันธ์จะเป็นผู้ผลิตคอนเท็นต์ แล้วใช้สื่อที่มีอยู่ในมือทั้งหมด ดังนั้นคงจะมีการปรับผังอีกครั้งในปีหน้า เพื่อให้การปรับโครงสร้างดังกล่าวเรียบร้อยเสียก่อน

“การขยายไลเซนส์หรือ เพิ่มคลื่นความถี่ทางช่องทีวีนั้น เป็นเรื่องดี อาจจะทำตามความต้องการของสังคม แต่สิ่งที่อยากให้กสช.ตระหนักมากกว่าการจัดสรรคลื่นตามมาตรา 40 นั่นก็คือ มาตรา 41 ในเรื่องของจริยธรรมและคุณภาพรายการตรงนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด” นายสุรินทร์กล่าวในตอนท้าย

ด้านนายทรงศักดิ์ เปรมสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวทางจะก่อให้เกิดสื่อที่หลากหลายมากขึ้น ที่จะเข้าถึงผู้บริโภคในทุกกลุ่ม แต่คาดว่าจะไม่กระทบต่อสถานีโทรทัศน์ไอทีวี เนื่องจากไอทีวีเอง ถึงแม้จะมีกลยุทธ์ใหม่คือ My Primetime ที่เจาะกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน แต่ก็ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม ยังคงเน้นความเป็นแมส ในขณะที่หากมีสถานีโทรทัศน์เกิดใหม่คาดว่าจะเป็นสถานีโทรทัศน์ที่เจาะแต่ละกลุ่มเป้าหมายมากกว่า และเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อโฆษณาในสื่อฟรีทีวี

ช่อง 9 ใช้ดิจิตอลพลิกเกม
นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทอสมท จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทาง อสมทได้จัดเตรียมแผนงานเพื่อรับมือกับการเกิดขึ้นของกสช.ไว้แล้ว แต่ยังไม่อาจเปิดเผยได้ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีนโยบายชัดเจน จากคณะกรรมการชุดดังกล่าว

อย่างไรก็ดีผู้บริหาร อสมท รายหนึ่ง เผยว่า ในส่วนของสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์นั้น อสมท มีแผนที่จะเตรียมขยายช่องออกเป็น 4 ช่องในระบบดิจิตอล คือ ช่องสารคดี,บันเทิง,ท่องเที่ยว,ภาคภาษาอังกฤษ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้พัฒนาธุรกิจวิทยุภายใต้แนวคิด “โมเดิร์น เรดิโอ” ด้วยการดึงทั้งคลื่นวิทยุทั้ง 60 สถานีกลับมาทำเองทั้งหมดเริ่มจาก คลื่น FM 6 คลื่นโดยพัฒนาเป็นสถานีข่าว 2 คลื่น ส่วนอีก 4 คลื่น จะแตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมาย

ส่วนกรณีที่นักลงทุนเป็นห่วงว่า หลังจากกสช.เกิดขึ้นจะกระทบกับแหล่งรายได้ที่มาจากกิจการร่วมดำเนินการ อย่างช่อง 3 และ ยูบีซีนั้น นายมิ่งขวัญ ย้ำว่า จะไม่เกิดผลกระทบแน่นอน เนื่องจากช่อง 3 ยังมีสัญญาที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่กับ อสมท อีก 16 ปี ที่ทำก่อนมีรัฐธรรมนูญ สำหรับกรณียูบีซีนั้น หากหมดสัญญาแล้วไม่ทำต่อ อสมท จะดำเนินการเอง เพราะสินทรัพย์ทุกอย่างจะตกเป็นของอสมท ที่สำคัญสมาชิกที่มีอยู่ 4 แสนราย จะได้รับชมเคเบิลทีวีราคา 350 บาทต่อเดือน ไม่ใช่ 1,500 บาทอย่างเช่นทุกวันนี้

ขณะที่ไอทีวีและช่อง 7 นั้น ต่อเรื่องนี้นางชาลอต โทณวณิก ประธานกรรมการ บริษัทบีบีทีวี โปรดัคชันส์ ระบุว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และปฎิเสธที่จะให้ความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ เช่นเดียวกับไอทีวี ที่นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน กล่าวว่า จะต้องรอความชัดเจนของแผนแม่บทจากกสช.เสียก่อน เพราะขณะนี้แผนเร่งด่วนของไอทีวี คือต้องการที่จะพัฒนาช่องเดิมที่มีอยู่ให้ประสบความสำเร็จเสียก่อน

ฟรีทีวีต้องเกิดเพิ่ม 7 ช่อง
ขณะเดียวกัน ในฟากแนวคิดของกลุ่มคนที่เป็นคณะกรรมการในกสช.ก็เห็นถึงความจำเป็นของการเข้าสู่โทรทัศน์ระบบดิจิตอลเพื่อจะสร้างช่องฟรีทีวีให้หลากหลายเพิ่มขึ้น

นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ หนึ่งในกรรมการ กสช. เห็นว่า โทรทัศน์ไทยที่มีอยู่ 6 ช่อง ไม่สมดุลกับประชาชนไทยที่มีอยู่ 63 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับนานาประเทศ ดังนั้นภายหลังได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ จะมีการนำเรื่องนี้มาพิจารณาอย่างเร่งด่วน เพราะอย่างน้อยฟรีทีวีควรจะมีเพิ่มจากของเดิมไม่น้อยกว่า 5-7 ช่อง เป็นช่องทีวีใหม่ทั้งหมด โดยจะเปิดกว้างให้เอกชนทั่วไปได้เข้ามาแข่งขันในต้นทุนที่ต่ำกว่าในอดีตหลายเท่า

ส่วนกรณีที่ภาคเอกชนรายเดิมที่เป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์จะแตกช่องทีวีในลักษณะดิจิตอลทีวี โดยหลักการไม่สามารถทำได้โดยพลการ จะต้องขออนุญาตกสช.พิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่ เพราะตามมาตรา 23(3)และ(4) พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2543 ระบุใจความสำคัญว่า การพิจารณาอนุมัติ อนุญาต และกำกับดูแลทีวีเป็นหน้าที่ของกสช. ทั้งหมด และการแตกช่องทีวีถือเป็นไลเซนส์ใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสัมปทานเดิมที่แต่ละรายเคยได้รับมาก่อน จึงไม่เกี่ยวข้องกัน

หนุนผุดทีวีดิจิตอล
นายพนา ทองมีอาคม หนึ่งในกรรมการกสช. กล่าวถึงทีวีในระบบดิจิตอลเป็นเทรนด์ใหม่ที่ต้องเกิดขึ้น แต่ต้องมาดูรายละเอียดกันว่าควรจะเกิดเมื่อไร เพราะจะสร้างปัญหาให้กับประชาชนที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องรับระบบใหม่ที่มีราคาค่อนข้างสูง และจะมีกระบวนการอย่างไรในช่วงเปลี่ยนผ่าน “เมื่อเกิดแล้วยังมีช่องว่าง โดยเฉพาะการบีบอัดสัญญาณที่ทำให้แตกช่องใหม่เกิดขึ้นได้อีกหลายช่อง เรื่องนี้ผมไม่แน่ใจเรื่องของกฏหมาย ต้องขอดูรายละเอียดของการแปลงสัญญาณให้ชัดเจนก่อน”นายพนากล่าว

ส่วนการเอื้อประโยชน์ให้ภาคเอกชนรายใหม่ที่จะขอเพิ่มช่องฟรีทีวีนั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์หากต้องการหารายได้จากการทำธุรกิจโดยมีปัจจัยพร้อมทุกด้านก็ไม่น่าเป็นห่วง แต่หากว่ามีทุนน้อยแต่มีวัตถุประสงค์ผลิตรายการเพื่อสังคม มีสาระเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมก็น่าเห็นใจ แต่ทั้งนี้ต้องเสมอภาคเท่าเทียมกันโดยเป็นไปตามหลักกฎหมาย

ทั้งนี้เขาย้ำว่า มีความจำเป็นต้องเร่งให้เกิดฟรีทีวีเพิ่มขึ้น เพราะส่วนใหญ่ช่องฟรีทีวีที่มีอยู่เดิมนั้นยังอยู่ในมือของภาครัฐ และไม่มีความเป็นเสรี บางช่องอยู่ในกำมือของนายทุน จึงน่าจะเปิดกว้างให้เกิดช่องใหม่

อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาถึงเหตุผลประกอบด้วย เช่น หากภาครัฐมีความจำเป็นด้านความมั่นคงก็ต้องให้ แต่โดยส่วนตัวเห็นว่าภาครัฐมีคลื่นทีวีในสัดส่วนที่มากกว่าภาคเอกชนอยู่แล้ว

“เมื่อจะขอต้องดูความจำเป็นว่ามีช่องอื่นอยู่แล้วหรือไม่ ทุกคนควรได้รับสิทธิ์เท่าเทียมกัน เพราะเอกชนเค้าก็อยากมีบ้าง ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เอกชนจะเป็นคู่สัญญาโดยเช่าสัมปทานต่อจากภาครัฐ ถ้าปลดล็อคตรงนี้ให้เอกชนเป็นเจ้าของคลื่นเอง ผมเชื่อว่าเขาจะกล้าลงทุนด้วยความเข้มแข็ง ทำโปรแกรมรายการให้มีคุณภาพเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและยังสามารถเผยแพร่ไปต่างประเทศได้ด้วย”

ด้านนางสุพัตรา สุภาพ หนึ่งใน กสช. ก็เห็นด้วยหากจะออกระเบียบให้เกิดฟรีทีวีในระบบดิจิตอล และเปิดกว้างให้ภาคเอกชนรายอื่นผุดฟรีทีวีช่องใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อให้เกิดการแข่งขัน นำเสนอรายการที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ส่งเสริมเกี่ยวกับ ครอบครัว สังคม การศึกษา หรือความมั่นคง

ส่วนเงื่อนไขของการขอไลเซนส์ใหม่ จะให้ความเสมอภาคเท่าเทียมกัน เหมือนครูตรวจข้อสอบจะไม่ดูชื่อนักเรียน ขณะเดียวกันยอมรับมูลค่าของธุรกิจทีวีในเมืองไทยมีมูลค่ามหาศาลจากผลประกอบการของสถานีช่องต่างๆ

“กสช.ชุดนี้จะพยาพยามวางกรอบระเบียบต่างๆ ให้ได้มาตรฐานได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกปฏิวัติวงการสื่อทีวี-วิทยุเมืองไทยให้คนรุ่นหลังก้าวเดินตาม” นางสุพัตรากล่าว

ทีวีออนด์ดีมานด์รอเช็กบิล
การบ้านอีกข้อใหญ่ที่กสช.จะต้องเข้าไปสะสางคือ ทีวีออนดีมานด์ ที่ส่งสัญญาณผ่านระบบเอดีเอสแอล ขณะนี้มีเอกชน 2 รายได้ดำเนินไปก่อนหน้านี้แล้ว อาทิ บัดดี้ทีวี ของบริษัทแอดวานซ์ ดาต้า เน็ตเวิร์คจำกัด หรือเอดีซี บริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัททีโอทีจำกัด(มหาชน) และบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือเอไอเอส และบริษัททรู อินเตอร์เน็ต จำกัด ที่จับมือกับยูบีซีให้บริการทีวีออนดีมานด์ในขณะนี้ ฯลฯ เป็นต้น

นายพิเชียรให้ความเห็นในประเด็นนี้ว่าทุกรายที่ดำเนินการในลักษณะเพย์ทีวี หรือทีวีออนดีมานด์จะต้องยื่นขออนุญาตย้อนหลังทั้งหมด เพราะหน้าที่การอนุมัติให้ทำเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของกสช.

ดร.กนกวรรณ ว่องวัฒนสิน ประธาน กรรมการบริหารบริษัทอินเตอร์เน็ต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ จำกัด (ISSP) ผู้ร่วมให้บริการบรอดแบนด์บีบีไลฟ์ของยูคอมกล่าวว่า หน้าที่กสช.ไม่ควรเกี่ยวข้องกับการนำรายการทีวีย้อนกลับมาดูใหม่ หรือทีวีออนดีมานด์เพราะถือเป็นการฉายซ้ำไม่ใช่การผลิตรายการขึ้นมาใหม่

อีกทั้งคนที่จะสามารถเข้าไปดูจะต้อง แอคเซสเข้าไปด้วยความเต็มใจ ต่างจากฟรีทีวีที่เมื่อยิงออกไปคนที่ได้รับชมก็ไม่จำเป็นต้องแอ็กเซสเข้าไป

อุปสรรคทีวีดิจิตอล
ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการวิจัย ฝ่ายวิจัยการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI) เป็นผู้เชี่ยวชาญและได้จัดทำรายงานวิจัยในโครงการปฏิรูปสื่อชี้ว่า ตลาดฟรีทีวีในเมืองไทยนั้นยังพอมีโอกาสด้านการโฆษณาอยู่ แต่การเกิดฟรีทีวีนั้นมีอุปสรรคคือ ความจำกัดของคลื่นความถี่ เหลือคลื่น UHF เพียงช่องเดียว ถ้าจะเพิ่มช่องต้องไปสู่ระบบดิจิตอล แต่จะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องลงทุนทั้งผู้ส่ง และผู้รับ (ติดกล่องสัญญาณ)

ในรายงานวิจัยเรื่อง “สื่อดิจิตอลและเทคโนโลยีสื่อ” ตามโครงการปฏิรูปสื่อ TDRI โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)ได้จัดทำขึ้นเมื่อเดือนม.ค.2547 ที่ผ่านมา ได้ศึกษาประสบการณ์ในต่างประเทศ (ดูกรณีศึกษาหน้า 5)ที่ใช้โทรทัศน์ระบบดิจิตอลแล้วพบว่า กระบวนการปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอลมีความยากลำบากมากมาย อันเนื่องมาจากต้นทุนและอุปสรรคต่างๆ

อุปสรรคที่ว่านั้น เช่น การต้องลงทุนในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในส่วนของผู้ประกอบการ, ต้องเปลี่ยนเครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องเล่นวิดีโอหรือติดตั้งเครื่องรับสัญญาณในส่วนของผู้บริโภคทั้งหมดให้เป็นระบบดิจิตอล, ต้องพัฒนาบริการที่จะสามารถดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค, ต้องเปลี่ยนแปลงแผนการจัดสรรคลื่นความถี่ ตลอดจนปัญหาที่ผู้ประกอบการไม่ต้องการเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น

แนวทางสู่การปรับเปลี่ยน
ในรายงานของ TDRI ได้เสนอแนวทางนโยบายไว้ 2 ส่วนด้วยกันคือ ข้อเสนอแนะก่อนการปรับเปลี่ยน และข้อเสนอแนะเพื่อการปรับเปลี่ยน

1.ข้อเสนอแนะก่อนการปรับเปลี่ยน กสช.ควรศึกษาความเป็นไปได้ด้วยการวิเคราะห์ต้นทุนและประโยชน์ในเชิงปริมาณของการปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอล เพื่อหาระยะเวลาและแผนการที่เหมาะสมในการปรับเปลี่ยนดังกล่าว

หลังจากนั้นกสช.ปรับปรุงแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ให้สอดคล้องกับการปรับสู่ระบบดิจิตอล โดยกระบวนการนี้ควรเปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายร่วมเสนอความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ติดตามมาด้วยแผนการในการปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอล(Digital Switchover Roadmap)ที่ชัดเจน จะช่วยผู้ประกอบการและผู้บริโภคเตรียมความพร้อม

กสช.ควรประกาศแนวคิดในการกำกับดูแลทางโครงสร้างและนโยบายคลื่นความถี่หลังการปรับไปสู่ระบบดิจิตอลอย่างสมบูรณ์แล้ว เช่น ประกาศนโยบายในการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ได้คืนมาจากกระบวนการดังกล่าว และวางแผนในการยกระดับความเข้าใจและความตื่นตัวของประชาชน

2.ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับเปลี่ยน ควรกำหนดเงื่อนไขในการปรับเปลี่ยนให้เอื้อต่อการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาด เช่น ไม่ควรมีข้อห้ามการเข้าสู่ตลาดของรายใหม่ และไม่ควรสร้างข้อกำหนดที่แตกต่างกันระหว่างโทรทัศน์ของรัฐและเอกชน ควรอนุญาตให้มีการเปลี่ยนแปลงการถือครองกรรมสิทธิ์ในคลื่นความถี่ได้ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการโทรทัศน์ในระบบอะนาล็อกในการปรับไปสู่ดิจิตอล จัดตั้งกองทุนเพื่อการปรับเปลี่ยนไปสู่โทรทัศน์ระบบดิจิตอล เพื่อให้การอุดหนุนการปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอล พร้อมสนับสนุนให้เกิดเครื่องรับโทรทัศน์ในราคาถูก

โครงสร้างตลาดทีวีไทย
ทางเลือกในการปรับตัวให้ระบบโทรทัศน์ไทยสู่ดิจิตอลจึงถือเป็นความจำเป็นแม้จะมีอุปสรรครออีกเพียบและใช้ระยะเวลายาวนานก็ตาม เหตุผลสนับสนุนที่สำคัญที่ต้องปฏิรูปสื่อทีวีเมืองไทย เพื่อเปิดช่องทีวีใหม่ๆ สร้างทางเลือกให้ประชาชนเพิ่ม จะเห็นได้จากลักษณะโครงสร้างตลาดของโทรทัศน์ไทยที่ปัจจุบันมีลักษณะผูกขาดและกึ่งผูกขาด

สถานีฟรีทีวีของรัฐ โดยช่อง 5 เป็นของกองทัพบก กระทรวงกลาโหม ช่อง 9 ของบริษัทอสมท.จำกัด(มหาชน) และช่อง 11 ที่เป็นของกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี

ส่วนฟรีทีวีของเอกชนที่ได้รับสัมปทานจากรัฐทั้งหมดมีโครงสร้างความเป็นเจ้าของในลักษณะธุรกิจครอบครัว ช่อง 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นตระกูลมาลีนนท์ ช่อง 7 ถือหุ้นใหญ่โดยตระกูลรัตนรักษ์ และ ITV ถือหุ้นใหญ่โดยตระกูลชินวัตร

สถานีเชิงพาณิชย์ที่ดำเนินการโดยเอกชนนี้ยังเหลือเวลาสัมปทานอีก 15- 20 ปี โดยช่อง 3 จะหมดอายุสัมปทานที่ได้จากอสมทในปี 2563 ช่อง 7 จะหมดสัมปทานที่ได้จากกองทัพบกปี 2566 และITV จะหมดสัมปทานที่ได้จากสำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรีในปี 2568

สำหรับสถานีโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิกหรือเคเบิลทีวีมีโครงสร้าง 2 ส่วนคือ ตลาดระดับประเทศผูกขาดรายเดียวโดยบริษัท UBC และตลาดระดับท้องเป็นเคเบิลท้องถิ่นที่มีผู้ประกอบการจำนวนมากแต่มีขนาดเล็ก

UBC ได้ - MCOT เสีย
บริษัทหลักทรัพย์ ซิกโก้ จำกัดได้วิเคราะห์เรื่อง กสช.ใครได้..ใครเสีย.. ว่า สำหรับผู้ประกอบการโทรทัศน์ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่าง ITV, BEC(ช่อง3), MCOT(ช่อง9) และUBC นั้นยังไม่มีความชัดเจนมากนักเพราะผู้ประกอบการโทรทัศน์ส่วนใหญ่ยังมีข้อสัญญาเช่าสัมปทานระยะยาวที่ผูกมัดอยู่

ITV มีสัญญาเช่าสัมปทานกับสำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรีถึงปี 2568, BEC มีสัญญาเช่าสัมปทานกับ MCOT ถึงปี 2563 และ UBC มีสัญญาเช่ากับ MCOT ถึงปี 2557

อย่างไรก็ดี มองว่าการจัดตั้งกสช.จะส่งผลดีต่อ UBC ได้ชัดเจนในเรื่องผลกระทบจากเคเบิลเถื่อนที่จะลดลงเพราะถูกควบคุมโดยกสช.ทำให้ต้นทุนเคเบิลเถื่อนเพิ่มขึ้น ความสามารถด้านการแข่งขันด้านราคาลดลงเมื่อไม่สามารถแข่งเรื่องราคาได้และไม่มีคอนเท็นต์ที่ได้รับความนิยม จะส่งผลให้ UBC มีรายได้เพิ่มจากการย้ายฐานลูกค้ามา

ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ การเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ที่เข้ามาได้ง่ายขึ้นจากการยื่นขอจัดสรรคลื่นจากกสช.ได้อย่างเสรี และการลงทุนด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันไม่ต้องใช้ทุนมากเช่นในอดีต บล.ซิกโก้มองว่า เข้าทาง GRAMMY ที่ได้ประกาศก่อนหน้านี้ว่าสนใจจะทำธุรกิจโทรทัศน์ด้วยตนเองหลังกสช.ชัดเจน

MCOT เป็นผู้ที่เสียประโยชน์มากที่สุดจากการจัดตั้งกสช.เพราะคลื่นวิทยุที่อยู่ในมือมากถึง 62 คลื่นอาจถูกดึงกลับไปบางส่วนเพื่อจัดสรรให้ผู้ประกอบการรายอื่น อาจทำให้เสียรายได้ในส่วนของวิทยุไปส่วนหนึ่ง(ปัจจุบัน MCOT มีรายได้จากวิทยุ 15%ของรายได้รวม)

นอกจากนี้ MCOT ยังมีความเสี่ยงเรื่องของสัญญาสัมปทานที่ให้เช่ากับ BEC และUBC หาก พ.ร.บ.การจัดสรรคลื่นวิทยุและโทรทัศน์นั้นเอื้อประโยชน์มากกว่าสัญญาเดิมที่ทำกับ MCOT อาจมีการอาศัยช่องว่างกฎหมายเพื่อยกเลิกสัมปทาน หากเป็นจริงจะกระทบรายได้ MCOT เป็นสัดส่วนรายได้มากถึง 20%ของรายได้รวม

อย่างไรก็ดี ประเด็นที่ยกมาเป็นสมมติฐานต้องติดตามดูความชัดเจนของกระบวนการพิจารณาและบังคับใช้กฎหมายต่อไป

เม็ดเงินโฆษณาทีวีทั้งระบบเฉียดแสนล้าน
ภาพรวมมูลค่าของเม็ดเงินโฆษณาจากการทำธุรกิจฟรีทีวีทั้งหมดในประเทศไทยที่มีทั้งหมด 6 ช่อง จากการรายงานของบริษัท มีเดีย สเปนดิ้ง จำกัด เมื่อสิ้นสุดปี 2547 มีจำนวนทั้งสิ้น 55,471 ล้านบาท ทั้งนี้ไม่รวมรายได้จาก เคเบิลทีวี และ ทีวีดาวเทียม หรือ ทีวีออนดีมานด์ ที่กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ในอนาคต โดยในปี 2547 ช่อง 7 มีรายได้สูงสุด 16,096 ล้านบาท ตามมาด้วยช่อง 3 จำนวน 12,653 ล้านบาท ช่อง 5 เป็นอันดับ3 จำนวน 9,142 ล้านบาท ไอทีวี เป็นอันดับ4 จำนวน 8,538 ล้านบาท ช่อง 9 อสมท.7,361 ล้านบาท และ ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ 1,687 ล้านบาท

ส่วนผลประกอบการในปี 2548 เมื่อสิ้นสุดไตรมาสที่ 3 ( ม.ค.-ก.ย.) แม้ว่าจะมีปัจจัยลบมาตั้งแต่ต้นปีจาก ภัยพิบัติคลื่นสึนามิ และ ผลกระทบจากราคาน้ำมัน ทำให้ผลประกอบของฟรีทีวีบางช่องลดลงแต่ยังมีรายได้จากเม็ดเงินโฆษณาเข้ามาแล้ว 42,994 ล้านบาท โดย ช่อง 7 ยังคงครองแชมป์มีรายได้สูงสุด 12,271 ล้านบาท หรือ เติบโต 1.45 เมื่อเทียบกับรายได้ใน Qที่ 3 ของปี47 อันดับ 2 ช่อง 3 จำนวน 9,172 ล้านบาท ลดลง 4.53 โดยมี สถานีโทรทัศน์ไอทีวี เป็นอันดับ 3 มูลค่า 7,909 ล้านบาท ด้วยอัตราเติบโตสูงสุด 26.62% ช่อง 5 จำนวน 6,643 ล้านบาท ลดลง 2.55% ช่อง 9 อสมท.5,694 ล้านบาท เติบโต 5.34% และ ช่อง 11 จำนวน 1,303 ล้านบาท เติบโต 3%

สำหรับมูลค่าของภาคธุรกิจทีวีทั้งระบบ ทั้งที่บีบสัญญาณแตกช่องในระบบดิจิตอลทีวี รวมทั้งฟรีทีวีที่จะเกิดขึ้นใหม่อย่างน้อย 2-3 ช่อง นอกเหนือจากเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม และ ทีวีออนดีมานด์ คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท

http://eenterprise.tv/businessnews.php?id=409478

ผมๆดูแล้ว สมัย กสช จัดสรรแบบน้อยๆ ไงไม่รู้ แต่มายุค กสทชดูเหมือนจะจัดสรรช่องให้แบบไม่อั้นนะ ตั้ง 50 100ช่อง ผมว่า สัก 50-60ช่องก็อิ่มแปล้แล้ว เอิ๊บ!!!! แถมภาพลักษณ์ของ กสทช ดูดีน่าชื่นชมกว่ายุค กสช ซะอีกดูๆแล้ว และอีกอย่างทีวีของรัฐถ้าจะมีควรมีแค่ช่องเดียวห้ามมีหลายช่องยิ่งหน้าเบื่อหนักและไว้ใจไม่ได้ส่วนตัวไม่อยากให้มี


ข่าวในยุค กสทช


จับกระแส 'ทีวีดิจิทัล'สื่อสะพัด 3 แสนล้าน
การประกาศโรดแมพดิจิทัล 5 ปี (2555-2559) ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ในการเปลี่ยนระบบรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ "ดิจิทัล" มีความชัดเจนแล้วว่า กสทช.ชุดแรก จะเดินหน้าออกใบอนุญาต "ทีวีดิจิทัล ภาคพื้นดิน" ให้ได้ภายในปลายปีนี้

พร้อมทั้งจะเริ่มกระบวนการยุติระบบอนาล็อก (Analog Switch Off : AOS) ในเดือน ม.ค. 2558 โดยเชื่อว่าภายใน 5 ปี จะมีจำนวนครัวเรือนในเมืองใหญ่ ที่สามารถรับสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลได้ไม่น้อยกว่า 80%

เขมทัตต์ พลเดช รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการตลาดและขาย บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โรดแมพดิจิทัล 5 ปีของ กสทช. จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมโทรทัศน์อย่างมากในปี 2556 เป็นต้นไป จากการลงทุนเปลี่ยนอุปกรณ์การผลิตเป็นระบบดิจิทัลของกลุ่มคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ รวมทั้งการลงทุนของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสื่อที่สนใจเข้าประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ประเภทธุรกิจ ซึ่งในแง่การลงทุนผลิตรายการต่อช่อง จะไม่ต่างจากทีวีดาวเทียมในปัจจุบันที่เฉลี่ยปีละ 100-200 ล้านบาท

แต่ปัจจัยที่ผู้ประกอบการกำลังจับตามอง คือ การกำหนด "ราคา" ใบอนุญาตประกอบกิจการของ กสทช. เพราะหากเป็นราคาที่สูงมาก จะทำให้มีผู้ประกอบการรายใหญ่ในสื่อฟรีทีวีปัจจุบัน และคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ รายใหญ่เพียงไม่กี่ราย ที่มีศักยภาพในการลงทุน แม้จะเป็น ทีวีดิจิทัล ภาคพื้นดิน ที่สามารถเข้าถึงครัวเรือนไทยได้ทั่วประเทศผ่านระบบเสาอากาศ โดยไม่ต้องผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต และจานรับสัญญาณดาวเทียม อีกทั้งยังผู้ประกอบการไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน (เสาส่งสัญญาณ) เหมือนในอดีต แต่ในยุคนี้ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก ก็มี "สื่อทางเลือก" อื่นๆ ให้ลงทุน ด้วยต้นทุนไม่สูงเช่นกัน

หลังจาก กสทช. กำหนดราคาใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ประเภทธุรกิจ ที่จะเริ่มประมูลในปี 2556 เชื่อว่าภายใต้แผนโรดแมพดิจิทัล 5 ปี จะมีเม็ดเงินสะพัดในอุตสาหกรรมสื่อมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท จากปัจจุบันที่อุตสาหกรรมนี้เฉพาะเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อมีมูลค่าราว 1 แสนล้านบาท โดยมีปัจจัยการลงทุน "ทีวีดิจิทัล" เป็นตัวผลักดันทั้งการลงทุนและการใช้เม็ดเงินผ่านสื่อใหม่ๆ ในแพลตฟอร์มดิจิทัล ทุกประเภท

ดิจิทัลแชร์เค้กฟรีทีวี

หากพิจารณางบโฆษณาในปีที่ผ่านมา นีลเส็นรายงานการใช้งบผ่านสื่อฟรีทีวี มีมูลค่า 6 หมื่นล้านบาท เติบโตราว 2% จากผลกระทบปัญหาน้ำท่วมในช่วงไตรมาสสุดท้าย ขณะที่ฟรีทีวี 4 ช่อง คือ ช่อง 3 ,5, 7 และ 9 ยังเดินหน้าปรับราคาโฆษณาเพิ่มในปีนี้ แม้จะมีกระแสสื่อใหม่ทั้ง เคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม เข้ามาแชร์เม็ดเงินโฆษณาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก็ตาม เนื่องจากฟรีทีวี ยังเป็นสื่อหลักที่สามารถสื่อสารกับผู้ชมได้ทั่วประเทศกว่า 20 ล้านครัวเรือน

เขมทัตต์ มองว่าการเกิดขึ้นของ "ทีวีดิจิทัล" ด้วยเป้าหมาย 100 ช่อง โดย กสทช.อาจจะกำหนดสัดส่วน ทีวีสาธารณะ 20 ช่อง ทีวีชุมชน 20 ช่อง และที่เหลือราว 60 ช่อง เป็นทีวีธุรกิจที่ต้องมีการประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการ เชื่อว่า ฟรีทีวี เชิงพาณิชย์ทุกช่องในปัจจุบัน จะร่วมประมูลใบอนุญาตด้วยแน่นอน และเมื่อทีวีดิจิทัล ธุรกิจเริ่มออกอากาศจะเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงด้านคอนเทนท์ ที่จะเป็นผู้ชมเฉพาะกลุ่ม และเป็นสื่ออีกประเภทที่เข้ามาแบ่งปันเม็ดเงินโฆษณาจากฟรีทีวี อนาล็อก เช่นเดียวกับเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม

แต่เชื่อว่าจนถึงวันที่จะยุติระบบอนาล็อก "ฟรีทีวี" ยังคงเป็นสื่อที่มีอิทธิพล สร้างการรับรู้ได้สูง และเข้าถึงผู้ชมกลุ่มแมส แม้จะเปลี่ยนระบบการออกอากาศไปยังแฟลตฟอร์มดิจิทัล เม็ดเงินโฆษณาก้อนหลักๆ ยังคงอยู่ที่ฟรีทีวี ทั้ง 4 ช่อง ที่พร้อมจะแปลงสภาพไปทุกช่องทางการออกอากาศเพื่อเข้าถึงผู้ชมในรูปแบบ Multi Platform TV

ผู้ผลิตต่อยอดคอนเทนท์

จำนรรค์ ศิริตัน นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กล่าวว่า จากจำนวนประชากรไทยที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น และมีพฤติกรรมการเสพคอนเทนท์ ผ่านหลากหลายช่องทางในรูปแบบ มัลติ แพลตฟอร์ม ทำให้คอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ในยุคนี้ต้องปรับตัว ด้วยการสร้างสรรค์คอนเทนท์ เพื่อสื่อสารกับผู้ชมแบบเรียลไทม์ ในรูปแบบ อินเตอร์แอ็คทีฟ ทีวี พร้อมทั้งเชื่อมโยงผ่านโซเซียล เน็ตเวิร์ค ในรูปแบบโซเชียล ทีวี

ขณะที่ในยุค กสทช. โฉมหน้าธุรกิจโทรทัศน์ไทยจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน จากจำนวนช่องรายการเพิ่มขึ้น ทั้ง ทีวีดาวเทียมกว่า 200 ช่อง และทีวีดิจิทัลอีก 100 ช่อง ทำให้คอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ที่เป็นแค่รายการหนึ่งทางฟรีทีวี จะต้องปรับบทบาท เป็น "คอนเทนท์ เอเยนซี" ด้วยการผลิตรายการเฉพาะกลุ่ม สื่อสารผ่านทุกช่องทาง ทั้ง ทีวีดิจิทัล สื่อออนไลน์ แอพพลิเคชั่น รวมทั้งการจัดกิจกรรม เพื่อต่อยอดคอนเทนท์เดียวให้เกิดรายได้จากทุกช่องทางที่เข้าถึงผู้บริโภค

แผนการก้าวสู่ทีวีดิจิทัล ที่ กสทช. กำหนดการดำเนินการในปีนี้ ทำให้คอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ผู้ผลิตรายการทีวี ต้องปรับตัวด้านการผลิตคอนเทนท์ ด้วยระบบดิจิทัลเช่นกัน ประเมินว่าคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ รายใหญ่ จะต้องลงทุนด้านอุปกรณ์ไม่ต่ำกว่ารายละ 200 ล้านบาท จึงต้องการให้รัฐบาลเข้ามาสนับสนุนผ่านมาตรการละเว้นการเก็บภาษีนำเข้าอุปกรณ์ดิจิทัล การผลิตรายการทีวี ผ่านทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อส่งเสริมคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล



---------------------------------

คอนเทนท์รุก 'แพลตฟอร์มดิจิทัล'

ในห้วงเวลาที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย มีผู้เล่นอย่างจำกัดและไม่มีเวทีให้ผู้ที่ต้องการทำทีวี มีพื้นที่ได้เข้ามาเล่นมากนัก แต่การก้าวสู่ระบบดิจิทัล จะเป็นเวทีให้ผู้ประกอบการจำนวนมากแห่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น เพื่อโชว์ความคิดสร้างสรรค์ด้านคอนเทนท์ หลังจากเทคโนโลยีเปิดทาง

ปราโมทย์ โชคศิริกุลชัย นายกสมาพันธ์สมาคมดิจิทัล คอนเทนท์บันเทิงไทย กล่าวว่า กสทช.ได้กำหนดการจัดสรรคลื่นทีวีดิจิทัล ช่วง 5 ปี โดยเฟสแรกราว 50 ช่อง และเฟสสองอีก 50 ช่อง เชื่อว่าจะมีผู้สนใจทั้งในอุตสาหกรรมสื่อและคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ เสนอตัวเพื่อรับการจัดสรรคลื่น และประมูลเต็มจำนวนทั้ง 100 ช่องแน่นอน เชื่อว่าจะเป็นเวทีสำคัญให้ผู้ประกอบการคอนเทนท์ ได้นำเสนอเนื้อหารายการตามความถนัด แบ่งตามเซ็กเมนท์ของผู้ชมกลุ่มต่างๆ

นอกจากนี้ การเปิดเสรีทางการค้าโลก ทำให้ไม่มีอุปสรรค ด้านการผลิตและนำเข้าคอนเทนท์จากต่างประเทศ โดยผู้ประกอบการคอนเทนท์ไทยจะมีคู่แข่งมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็มีโอกาสส่งออกคอนเทนท์ไทยไปทำตลาดทั่วโลกได้เช่นกัน

สิ่งที่ กสทช.จะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการเปิดเสรีคลื่นความถี่ดิจิทัล คือ การพัฒนาและสนับสนุนด้านการผลิตคอนเทนท์ให้ผู้ประกอบการไทยพร้อมแข่งขันกับกลุ่มทุนข้ามชาติที่มีเงินทุนมหาศาล โดยอาจจะเริ่มต้นจากการรุกตลาดอาเซียน ในการร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เป็นลำดับแรก ก่อนที่จะพัฒนาไปทั่วโลก

ปัจจุบันคอนเทนท์ไทยมีความแข็งแรงที่สุดในกลุ่มอาเซียน แต่จะรุกเข้าไปทำตลาดในภูมิภาคนี้ ต้องอาศัยหน่วยงานรัฐ และ กสทช. เป็นผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน "แพลตฟอร์ม ดิจิทัล" ใหม่ๆ ด้วยการสร้างคลังดิจิทัล คอนเทนท์ ที่เป็นมาตรฐานจากประเทศไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกรายนำไปต่อยอดผ่านทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น เกม ภาพยนตร์ ละคร แอนิเมชัน อินเตอร์แอ็คทีฟ เพื่อหารายได้จากแพลตฟอร์ม ดิจิทัล ในตลาดโลก

กรุงเทพธุรกิจ
http://www.stock2morrow.com/showthre...t=29030&page=1

ฝันให้ไกลไปกับ กสทช. ดิจิทัลทีวี 100ช่อง+โทรศัพท์ 4 G
เล่นเอาเคลิ้มไปเลย! เมื่อได้ยิน 2 ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

(กสทช.) แวะมาตั้งวงสนทนากับคณะบรรณาธิการทุกสื่อในเครือเนชั่น เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ภายในปีนี้ 2555 ประเทศไทยน่าจะได้เห็นการประมูลคลื่นโทรทัศน์ระบบดิจิทัล อย่างน้อย 50 ช่อง อาจจะเปิดได้ถึง 100 ช่อง และการประมูลระบบเครือข่ายโทรศัพท์ย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่สามารถใช้เทคโนโลยีทำได้มากกว่า 3G ใกล้จะไปถึง 4 G

บุคคลสำคัญ 2 คนของ กสทช. คือ พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. คณะกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์กับ พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. คณะกิจการโทรคมนาคม ที่เป็นสองคนหนุ่มที่มีพื้นเพเรียนจบโรงเรียนนายร้อย จปร.เหมือนกันและสองครอบครัวคุ้นเคยกันอย่างดี แต่ภาษาสนทนากับคณะกอง บก.เครือเนชั่นพร้อมอาหารเที่ยงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาแทบไม่มีกลิ่นอายนายทหารแห่งกองทัพไทยหลงเหลืออยู่เลย

ทั้งสองคนบอกว่าในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ จะเริ่มต้นกระบวนการประชาพิจารณ์ร่างแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ ร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และร่างแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม การประชาพิจารณ์เป็นกระบวนการสำคัญที่จะต้องหา "คำตอบในทุกคำถาม" จากทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ได้ ถ้าคำถามไหนยังตอบหรืออธิบายไม่ได้แสดงว่าร่างแผนแม่บทในส่วนนั้นจะต้องถูกแก้ไข

เร็วที่สุดภายในเดือนมีนาคมนี้ คาดว่าร่างแผนแม่บท 3 ร่าง จะสิ้นสุดกระบวนการประชาพิจารณ์ หลังจากนั้น จะส่งให้คณะ กสทช. 11 คน พิจารณาอนุมัติอีกครั้ง

แล้วจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการหลังลงราชกิจจานุเบกษา ที่จะเป็นการปิดช่องโหว่ความไม่สมบูรณ์ในอำนาจการอนุมัติเดินหน้างานของ กสทช. ซึ่งเคยมีบทเรียนสำคัญศาลปกครองสั่งยุติการประมูลคลื่นความถี่ 2,100 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) เพื่อใช้ขยายเครือข่ายโทรศัพท์ 3 G ในยุคคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ที่มี "ดร.น้ำ" พ.อ.ดร.นที เป็นผู้ผลักดันจนใกล้จุดสำเร็จมากที่สุด

พ.อ.ดร.นที : ประมาณเดือนมิถุนายน จะมีการทดลองออกอากาศ Digital TV ก่อนแล้วน่าจะเปิดประมูลคลื่นความถี่สำหรับทำ Digital TV ได้ภายในสิ้นปีนี้ เริ่มจากประมาณ 50 ช่องเป็นอย่างน้อย และอาจจะเพิ่มอีก 50 ช่องเป็น 100 ช่อง

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ : ภายในไตรมาสสามปีนี้น่าจะเปิดประมูลคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อทำโทรศัพท์ 3 G โดยในวันจันทร์นี้จะเริ่มประชุมคณะทำงานพิจารณาหลักเกณฑ์ประมูลโทรศัพท์ 3 G

ฟังแล้วเคลิ้มมากครับ เมื่อได้ยินกระบวนการทำงานที่มีห้วงเวลากำหนดไว้อย่างหนักแน่นจากสองคนหนุ่มไฟแรง แข่งกันทำงานเพื่อผลักดันให้ "งานสำคัญ" ต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช.สำเร็จโดยเร็วที่สุด

หลักเกณฑ์ประมูลโทรศัพท์ 3 G น่าจะเดินไปได้เร็วเพราะครั้งที่แล้ว พ.อ.ดร.นทีในฐานะ กทช.ได้จัดทำรายละเอียดการประมูลทุกขั้นตอนไว้แล้วน่าจะเหลือแค่ 2 ประเด็นใหญ่ คือ จำนวนเงินขั้นต่ำของใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ควรจะเป็นเท่าไร และระบบประมูลแบบ N-1 ยังจำเป็นจะต้องนำมาใช้หรือไม่ เพื่อให้เกิดการแข่งขันกัน

ระหว่างทางก่อนจะเกิดการประมูลคลื่น 2.1 เพื่อสร้างเครือข่ายโทรศัพท์ 3 G ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ 3 รายได้นำร่องแข่งกันลงทุนเพื่อปรับใช้สัมปทานย่านคลื่นความถี่เดิม 900, 1,800 เมกะเฮิรตซ์ ให้เป็น 3 G แบบว่าทำให้ใช้ประทังชีวิตไปก่อนทั้ง AIS TRUE และ DTAC ที่สภาพบริการยังกระท่อนกระแท่นเต็มที

แต่ก้าวหน้าไปกว่านั้น คือ ค่าย AIS ที่ได้รับอนุญาตเป็นระยะเวลาครั้งละ 90 วัน จาก กสทช.เปิดทดลองบริการ 4 G บนคลื่นความถี่ย่าน 2,300 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีความเร็วในการส่งข้อมูลสูงสุดถึง 100 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) หรือเร็วกว่าเครือข่าย 3 G ถึง 7 เท่าตัว

จึงมีความเป็นไปได้ว่าการประมูลคลื่นความถี่ 2,100 เมกะเฮิรตซ์ เป็นเครือข่าย 3 G อาจจะก้าวกระโดดไปสู่ย่านความถี่ 2,300 เมกะเฮิรตซ์ ยกระดับไปเป็นเครือข่าย 4 G ไปเลย น่าจะดึงดูดให้ทุกค่ายทุ่มเงินประมูลคลื่นความถี่โทรศัพท์มือถือรอบนี้มากกว่าครั้งที่แล้วที่น่าจะเป็นการลงทุนครั้งเดียว เพื่อให้ประเทศไทยได้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่สุดและดีที่สุด

ไหนๆ โทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 G บ้านเราก็มาช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านเป็นส่วนใหญ่โดยเฉพาะประเทศลาวและกัมพูชาแล้ว ก็น่าจะก้าวกระโดดไปสู่เครือข่ายโทรศัพท์ 4 G ไปเลย เพื่อสร้างทางเลือกของผู้บริโภคในระดับเทพจำนวนหนึ่งที่มีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ในการใช้ความเร็วอินเทอร์เน็ตแบบสูงสุดระดับ 100 Mbps ที่สามารถโหลดภาพเคลื่อนไหวระดับ High Definition ได้ในด้วยความเร็วรอแค่ไม่กี่อึดใจ

กสทช.ยังอยากจะขอคืนคลื่นความถี่สูงที่มีมูลค่ามากในการนำมาใช้ประโยชน์อีกย่าน คือ MMDS ที่อยู่ในการครอบครองของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จำนวนมากถึง 9 ความถี่ และอีก 3 ความถี่ในมือของกรมประชาสัมพันธ์ที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจา "แลกเปลี่ยน" กับบางอย่างในส่วนของคลื่นวิทยุและโทรทัศน์

ถ้าโทรศัพท์เคลื่อนที่บ้านเราไปสู่ 3 G หรือ 4 G แล้วจะทำให้โทรศัพท์มือถือจะกลายเป็นอุปกรณ์รับส่งข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งสามารถดูโทรทัศน์ได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้นไม่เกิดอาการสะดุดมากนัก แต่ก็ยังไม่ดีพอเมื่อเทียบกับการดูโทรทัศน์บนมือจากโทรทัศน์ดิจิทัลที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดิน

พ.อ.ดร.นทีอธิบายว่าการใช้โทรศัพท์มือถือดูโทรทัศน์ที่เป็นคลื่นโทรคมนาคมเป็นระบบ 1 ต่อ 1 ที่มีการใช้แบนด์วิธที่มี "ค่าบริการ" จะไม่สะดวกและไม่จูงใจผู้ใช้บริการให้ทนใช้ได้นาน หากเทียบกับการใช้คลื่นความถี่ในแบบบรอดแคสต์ในระบบดิจิทัลทีวีที่ไม่กินแบนด์วิธ เพราะเป็นการส่งแบบบรอดแคสต์ออกไปสู่ผู้รับจำนวนไม่จำกัด

กระบวนการประมูลคลื่นความถี่ในย่าน 2,100 เพื่อโทรศัพท์ 3 G น่าจะเกิดไม่ยาก เมื่อเทียบกับการประมูลคลื่นความถี่เพื่อใช้ในกิจการดิจิทัลทีวีที่ยังมีขั้นตอนทางเทคนิคอีกมาก ท่ามกลางการดำรงอยู่มาก่อนของโทรทัศน์ดาวเทียม 200 ช่องและเคเบิลทีวีท้องถิ่น กว่า 400 สถานีที่ กสทช.ว่างเป้าหมายให้ตัวเองว่าจะต้องออกใบอนุญาตให้เสร็จสิ้นโดยเร็วอาจจะภายในปีนี้

เป้าหมายเริ่มต้นของ พ.อ.ดร.นทีภายในสิ้นปีนี้น่าจะประมูลคลื่นความถี่ที่มีอยู่แล้วที่ฟรีทีวี 6 ช่องเว้นย่านความถี่ยูเอชเอฟไว้ในช่อง 2,4,6 เพื่อใช้ทำ "ดิจิทัลทีวี" ได้เป็นอย่างน้อย 50 ช่องแยกเป็นช่องทีวีสาธารณะ-ชุมชนประมาณ 10 ช่องหรือ 20% ตามกฎหมาย ช่องทีวีธุรกิจ 30 ช่องและช่อง HD อีก 10 ช่อง โดยจะแยกใบอนุญาตออกตามเนื้อหา เช่น ช่องรายการเด็ก-เยาวชน ช่องรายการวาไรตี้ ช่องรายการข่าว ช่องรายการสารคดี ฯลฯ

โดยกำหนดเงื่อนเวลาการออกใบอนุญาตวิทยุระบบดิจิทัลภายใน 2 ปีและโทรทัศน์ระบบดิจิทัลภายใน 3 ปี เริ่มให้ดำเนินการได้ภายใน 4 ปี

เป้าหมายสุดท้ายตามร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ในยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัล ครัวเรือนไทยในเมืองใหญ่จะสามารถรับสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัลให้ได้ 80% ภายใน 5 ปีถึงเวลานั้นปี 2560 ประเทศไทยจะมีดิจิทัลทีวีประมาณ 100 ช่อง

ความน่าสนใจอีกประการที่เป็นจิ๊กซอว์สำคัญของยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลที่เป็นยุทธศาสตร์ที่ 6 ตามร่างแผนแม่บทกิจการวิทยุและโทรทัศน์ ระบุว่า ส่งเสริมการใช้โครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายร่วมกันในการประกอบกิจการ เพื่อให้สามารถขยายโครงข่ายวิทยุและโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพให้ได้ภายใน 2 ปี

พ.อ. ดร.นทีบอกว่า กสทช.อยากให้โครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายของโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลเป็น "โครงการระดับชาติ" โครงข่ายเดียวเพื่อไม่ให้เกิดการลงทุนซ้ำซ้อนแบบเดิมที่สถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี 6 ช่องในระบบอนาล็อกมีการลงทุนเสาส่งทั่วประเทศแยกกัน ทำให้บนหลังคาบ้านทุกครัวเรือนไทยรกรุงรังไปด้วยเสาอากาศสูงที่มีปีกรับสัญญาณหันไปคนละทิศคนละทาง

สถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีทุกช่องล้วนมีศักยภาพในการลงทุน "โครงข่ายทีวีดิจิทัล" คือ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 กับ 9 ของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ของกรมประชาสัมพันธ์ สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 กับช่อง 7 ที่มีสถานีทวนสัญญาณ รวมกันประมาณ 150-200 สถานีที่สามารถใช้ติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณคลื่นความถี่ดิจิทัลทีวีได้ทั่วประเทศ

เท่าที่ทราบข่าววงในผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ทุกช่องในประเทศไทยค่อนข้างจะเห็นตรงกัน ควรจะร่วมลงทุน "โครงข่ายระดับชาติแห่งเดียว" สำหรับส่งสัญญาณคลื่นความถี่ดิจิทัลทีวีในประเทศไทย

ปัญหาน่าจะอยู่ที่ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีอยากจะเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลทีวีจริงๆ หรือไม่ในช่วงที่สัมปทานช่อง 3 และช่อง 7 ยังเหลือในการทำธุรกิจสร้างกำไรอีกเกือบ 10 ปี

เพราะการลงทุนร่วมกันแบบนี้ จะเท่ากับเพิ่มคู่แข่งขันดิจิทัลทีวีในระดับชาติอีก 100 ช่องมาแย่งโฆษณาที่แข่งกันอยู่แค่ 4 ช่อง (ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 และช่อง 9) ไม่นับช่อง 11 ที่ยากจะโฆษณากับช่อง TPBS ที่กฎหมายไม่ให้มีโฆษณา

ยังมีคู่แข่ง "ทีวีดาวเทียม" อีกกว่า 200 ช่องที่เกิดขึ้นมาแล้วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทีวีดาวเทียมกำลังเริ่มจะคุกคามแย่งชิงคนดูจากฟรีทีวี 6 ช่อง ด้วยอัตราเร่งการเพิ่มขึ้นของเคเบิลทีวีท้องถิ่นกับจานดาวเทียม ที่ปาเข้าไปกว่า 11 ล้านครัวเรือน หรือเกิน 50% ของครัวเรือนไทยที่สามารถดูโทรทัศน์ได้ทุกแบบกว่า 150-200 ช่องคาดว่าอีกประมาณ 3-4 ปีข้างหน้าครัวเรือนไทยเกินกว่า 90% น่าจะติดตั้งเคเบิลทีวีและจานดาวเทียมเรียบร้อยแล้ว

ภูมิทัศน์สื่อ (Media Landscape) ของไทยหลังการเกิดขึ้นของดิจิทัลทีวี 100 ช่องที่สามารถดูผ่านอุปกรณ์มือถือที่มีกว่า 100 ล้านเครื่อง ทีวีดาวเทียม 200 ช่องที่เข้าไปอยู่ในบ้าน 21 ล้านครัวเรือน เคเบิลทีวี 400 สถานีและโทรศัพท์ระบบ 4 G ครอบคลุมทุกตารางนิ้วของประเทศไทย ในขณะที่เทคโนโลยีได้ทำให้ทุกจอ (Screen) คือ จอโทรทัศน์ จอโทรศัพท์มือถือและจอคอมพิวเตอร์ (รวมไปถึงแทบเล็ต) สามารถหลอมรวมการใช้กลายเป็นอุปกรณ์ที่มีความสามารถสื่อสารด้วยเสียง รับส่งข้อมูลทุกแบบและรับชมภาพเคลื่อนไหวจากดิจิทัลทีวีในทุกพื้นที่ของประเทศไทย

หากทุกอย่างเกิดขึ้นจริงตามแผนแม่บท 3 ฉบับของ กสทช.ที่มีระยะเวลา 2555-2559 ลองจินตนาการว่าภูมิทัศน์สื่อของประเทศไทยในปี 2560 จะเป็นอย่างไร ช่างน่าตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจมากๆ แม้ว่ายังมีความกังวลว่าเนื้อหาของรายการดีๆ จะพัฒนาได้มากพอสนองตอบการเพิ่มขึ้นของช่องทางต่างๆ หรือเปล่า

http://www.bangkokbiznews.com/home/d...B9%8C-4-G.html


ไอเอสอีพีระบุคนไทยดูทีวีดิจิตอล 40 ล้าน


“ภูษณ ปรีย์มาโนช” ประธานไอเอสอีพี ฟันธงทีวีดิจิตอลกระตุ้นคนดูแตะ 40 ล้านเครื่อง ส่งผลค่าโฆษณาพุ่งตาม 2 เท่า ทางกสทช.รับปากกำกับดูแลเต็มที่ ตั้งเป้าเปลี่ยนระบบสมบูรณ์ไม่เกิน 10 ปี เตรียมประชาพิจารณ์ร่างแผนวิทยุ-โทรทัศน์วันวาเลนไทน์

นายภูษณ ปรีย์มาโนช ประธานสถาบันนโยบายสังคมและเศรษฐกิจ หรือไอเอสอีพี กล่าวว่า ทางสถาบันฯ ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดสัมมนา “ทิศทางและโอกาสของธุรกิจวิทยุและโทรทัศน์ยุคใหม่ ภายหลังประกาศใช้พระราชบัญญัติกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือพ.ร.บ.กสทช.อย่างเป็นทางการ เมื่อใดที่มีการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีของธุรกิจวิทยุโทรทัศน์จากระบบเดิมที่ใช้เป็นระบบอะนาล็อกมาเป็นระบบดิจิตอลแทนนั้น จะทำให้ธุรกิจดังกล่าวเติบโตอย่างก้าวกระโดด

“มีการประเมินว่า เมื่อไรที่ระบบการออกอากาศโทรทัศน์ในประเทศไทยเป็นระบบดิจิตอล จะมีผู้ใช้บริการโทรทัศน์เพิ่มขึ้นจาก 20 ล้านเครื่องในปัจจุบัน เป็น 40 ล้านเครื่องในอนาคตอันใกล้ และค่าโฆษณาต่างๆ จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตัว รวมไปถึงจะมีการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลดีกับผู้บริโภค”

ขณะที่การพัฒนาธุรกิจวิทยุ โทรทัศน์และโทรคมนาคมที่กำลังจะมาถึงในเร็วๆ นี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นจะต้องให้หน่วยงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.เข้ามากำกับดูแล เพื่อไม่ให้เกิดข้อกังขา และข้อพิพาทขึ้นในสังคมเหมือนเช่นที่ผ่านๆ มา โดยเฉพาะการจัดสรรคลื่นความถี่ให้เท่าเทียมกัน

ด้านนางจำนรรค์ ศิริตัน นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากพัฒนาธุรกิจวิทยุและโทรทัศน์เปลี่ยนผ่านจากการส่งสัญญาณมาเป็นระบบดิจิตอล และมีกสทช.ขึ้นมากำกับดูแล เชื่อว่าจะส่งผลดีให้กับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยจะสามารถขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

แต่ทั้งนี้ รัฐบาลเองจะต้องเข้ามาสนับสนุนในด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้ผู้ประกอบการในการนำเข้าอุปกรณ์ดิจิตอลที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากจะเป็นการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีของประเทศที่ใช้มากนาน เพราะระบบดิจิตอลถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ดังนั้นผู้ประกอบเกือบทั้งหมดต่างต้องนำเข้าอุปกรณ์ดังกล่าวจากต่างประเทศเพื่อนำมาปรับเปลี่ยนจากอะนาล็อกไปสู่ระบบดิจิตอลแทน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านก็ว่าได้

ขณะเดียวกัน พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช.ในฐานะประธาน กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า กสทช. ตั้งเป้าจะเปลี่ยนการส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกในปัจจุบันให้เปลี่ยนมาเป็นระบบดิจิตอลแบบสมบูรณ์ให้ได้ภายใน 10 ปีข้างหน้านี้ และรับปากว่าจะบริหารคลื่นความถี่ต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใสคิดแต่ให้ประเทศชาติเกิดประโยชน์มากที่สุด

ตามแผนงานที่ กสทช.วางไว้ คือ จะจัดทำแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและผลักดันให้เริ่มส่งสัญญาณได้จริงภายในปีนี้ หากประเทศไทยสามารถเปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิตอลได้ การส่งสัญญาณก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลโดยตรงให้ผู้ประกอบการมีโอกาสในการทำธุรกิจเพิ่มมากขึ้น และประชาชนก็มีทางเลือกในการรับชมข้อมูลได้มากขึ้นเช่นเดียวกันจากเดิมที่ปัจจุบันดูเฉพาะฟรีทีวี 6 ช่อง ก็จะสามารถเลือกดูได้มากกว่า 100 ช่อง

อย่างไรก็ดี ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากระบบอะนาล็อกมาสู่ระบบดิจิตอลนั้นในช่วง 3-4 ปีแรก ประชาชนอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการซื้อกล่องรับสัญญาณดิจิตอลหรือที่เรียกว่า เซตท็อปบล็อกที่มีราคาประมาณ 500-1,000 บาทเพื่อใช้ในรับสัญญาณดิจิตอลในช่วงแรก ก่อนที่ผู้ผลิตโทรทัศน์จะปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ดังกล่าวใส่เข้าไปแทนระบบเดิมเพื่อไม่ต้องใช้กล่องรับสัญญาณอีกต่อไป

ปัจจุบัน ตลาดธุรกิจวิทยุโทรทัศน์ในปัจจุบัน ประกอบไปด้วย ฟรีทีวี 6 สถานี สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม 200 สถานี เคเบิ้ลท้องถิ่น 500 สถานี เคเบิ้ลท้องถิ่นระดับชาติ 1 สถานี วิทยุ 600 สถานี และวิทยุชุมชน 6,000 สถานี โดยมีมูลค่าของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสื่อสารมวลชนรวมประมาณ 1.5 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ ในวันนี้ (10 ก.พ.) กสทช.จะเปิดประชาพิจารณ์พร้อมกันทั่วประเทศทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ใน 3 แผนแม่บท ประกอบด้วยแผนแม่บทคลื่นความถี่ แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์และแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม ซึ่งเป็นแผนแม่บทสำคัญในการดำเนินงานของ กสทช. ตาม พ.ร.บ.กสทช. ระหว่างเวลา 09.30-17.00 น. โดยจะรับฟังเฉพาะร่างแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่และร่างแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคมก่อน ส่วนร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ จะจัดขึ้นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ต่อไป

Company Relate Link :
ISEP


ข่าวจาก : ผู้จัดการออนไลน์
วันที่ : 10 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 10:36 น.

http://www.bcoms.net/news/detail.asp?id=12256


สื่อปรับตัวรับแผนแม่บทกสทช. "ฟรีทีวี"ลงขันประมูลโครงข่าย

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ธุรกิจบรอดแคสต์ปรับตัวรับแผนแม่บทฯ กสทช. ฟรีทีวีลงขันชิงประมูลโครงข่าย-ขอไลเซ่นทีวีดิจิทัล ด้าน "เอ็นบีซี" ชี้ทิศทีวีดาวเทียม 3 ปียังโต

นักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรการบริหารสื่อสารมวลชน (MCA) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเสวนาหัวข้อ "สภาพการสื่อภายใต้การเปลี่ยนแปลง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553"

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ภายใต้แผนแม่บทกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2555-2559) กสทช.มียุทธศาสตร์เปลี่ยนคลื่นความถี่กิจการวิทยุโทรทัศน์ระบบอนาล็อก ไปสู่ระบบดิจิทัล หลังจากเปิดให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมประชาพิจารณ์แผนแม่บท ตลอดเดือน ก.พ.นี้ จะมีการสรุปร่างแผนแม่บท เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด กสทช. ในเดือน มี.ค. และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

สาระสำคัญของร่างแผนแม่บทที่กำหนดหลักการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบดิจิทัล เมื่อร่างแผนแม่บทประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว กสทช. จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์กระบวนการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดยจะเริ่มเห็นการดำเนินการของโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) เป็นลำดับแรก ซึ่งคาดว่าจะจัดสรรทีวีดิจิทัลได้ประมาณ 100 ช่อง โดย กสทช.จะมีการกำหนดสัดส่วนประเภทกิจการ ซึ่งประกอบไปด้วย ประเภทสื่อธุรกิจ ที่จะต้องมีการประมูลใบอนุญาต ส่วนประเภทสาธารณะ และชุมชน ไม่ต้องประมูล

"รูปแบบการประมูลในฝั่งบรอดแคสต์ จะต่างจากฝั่งโทรคมนาคมที่ยึดตัวเลขรายได้จากการประมูลเป็นหลัก เพราะคอนเทนท์ในกลุ่มบรอดแคสต์มีหลากหลาย และบางประเภทให้ข้อมูลความรู้กับประชาชน หลักเกณฑ์การประมูลจึงไม่ยึดที่ตัวเลขรายได้ แต่จะพิจารณาประสบการณ์เข้ามาเป็นองค์ประกอบด้วย" พ.อ.นทีกล่าว

“ฟรีทีวี” ตั้งบริษัทประมูลโครงข่าย
นายสุระ เกนทะนะศิล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ผู้ประกอบการฟรีทีวีที่มีโครงข่ายกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์เป็นของตนเอง ได้แก่ อสมท ช่อง 5 ช่อง 7 และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ได้มีการหารือถึงแนวคิดการร่วมประมูลโครงข่าย โดยเบื้องต้นคาดว่าจะร่วมกันตั้งบริษัทลูกขึ้นมา เพื่อร่วมประมูลโครงข่ายทีวีดิจิทัล ที่ กสทช. จะเปิดให้ประมูลในเดือน ส.ค.

ปัจจุบันฟรีทีวีทุกช่องกำลังรอดูความชัดเจนหลักเกณฑ์การประมูลใบอนุญาตดิจิทัลทีวี ว่าจะออกมาในรูปแบบใด แต่เชื่อว่าฟรีทีวีทุกช่องจะต้องยื่นประมูลด้วยแน่นอน ที่ผ่านมา หลายช่องได้ขยายตัวไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆ แล้วเช่นกัน ทั้ง ทีวีดาวเทียม และนิวมีเดีย ที่เข้าถึงผู้ชมทุกกลุ่ม

สำหรับ อสมท กำลังจัดทำแผนระยะ 5 ปี เพื่อรองรับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับสารของผู้ชม หลังการกำหนดเกณฑ์ต่างๆ ของ กสทช. ด้วยการกำหนดยุทธศาสตร์การเติบโตของธุรกิจใหม่ทั้งในส่วนต้นน้ำและปลายน้ำของการขยายมูลค่าในธุรกิจสื่อ โดย อสมท ตั้งเป้าหมายที่จะมุ่งสู่การเป็น Fully Integrated Media Company เช่นเดียวกับบริษัทสื่อชั้นนำขนาดใหญ่ของโลก อย่างบีบีซี ซีเอ็นเอ็น ซีเอ็นบีซี

ทีวีดาวเทียมรายใหญ่ยังโต
นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือเอ็นบีซี กล่าวว่าภายใต้ พ.ร.บ. กสทช.ปี 2553 และการกำกับดูแลของ กสทช. อุตสาหกรรมสื่อวิทยุและโทรทัศน์จะต้องปรับตัวภายใต้เทคโนโลยี กฎหมาย และกติกาการกำกับดูแล ในกลุ่มทีวีดาวเทียม ซึ่งเป็นดาวรุ่งในปี 2554 พบว่ามีการลงทุนของกลุ่มคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ในการเปิดช่องใหม่สัปดาห์ละ 2 ช่อง ทำให้ปัจจุบันมีช่องทีวีดาวเทียมกว่า 200 ช่อง และเกิดการแข่งขันแย่งเม็ดเงินโฆษณากันเองเพื่อความอยู่รอด

ปีนี้เชื่อว่าการลงทุนเปิดช่องใหม่ของทีวีดาวเทียมจะชะลอตัวลงทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 20 ช่อง และเริ่มเห็นบางช่องปิดตัวลง เนื่องจากไม่มีรายได้โฆษณา อีกทั้งการเข้ามากำกับดูแลและออกใบอนุญาตให้ทีวีดาวเทียม ผู้ประกอบการมีภาระต้องส่งรายได้ให้ กสทช. 2% และเข้ากองทุนสื่ออีก 2% ถือเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ กสทช.ยังไม่เริ่มประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ภาคพื้นดิน และยังไม่สามารถระบุราคาใบอนุญาต รวมทั้งอัตราการเข้าถึงของทีวีดิจิทัลไปยังครัวเรือนไทยว่ามีสัดส่วนเท่าไร เชื่อว่าการลงทุนในอุตฯ สื่อ ยังคงอยู่ที่ทีวีดาวเทียม เนื่องจากปัจจุบันสามารถเข้าถึงครัวเรือนไทยได้แล้ว 50% และคาดว่าจะครอบคลุม 80-90% ภายใน 3 ปี จากนี้

ดังนั้น สื่อทีวีดาวเทียมยังมีโอกาสเติบโตได้ในช่วง 3 ปีจากนี้ โดยทีวีดาวเทียมจะต้องมุ่งพัฒนาคอนเทนท์คุณภาพ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมทั้งพัฒนาช่องทางการเผยแพร่ไปทุกช่องทางนิวมีเดีย ทั้งเว็บไซต์ และการรับชมผ่านสมาร์ทดีไวซ์ ประเภทต่างๆ ที่กำลังเติบโต

"เชื่อว่าภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. หลังจากนี้ ธุรกิจทีวีดาวเทียมจะเหลือผู้ประกอบการประมาณ 40-50 ราย โดยมีรายใหญ่ประมาณ 10 ราย ที่พร้อมเปิดช่องใหม่อย่างต่อเนื่อง และรายกลางและเล็ก 30-40 รายที่โดดเด่นด้านคอนเทนท์เฉพาะด้าน เชื่อว่าผู้ประกอบการกลุ่มนี้มีโอกาสที่จะเข้าไปประมูลทีวีดิจิทัล ในอนาคต" นายอดิศักดิ์กล่าว

ส.ทีวีดาวเทียมชี้อุตฯ โตเท่าตัว
นายธนัท ตันอนุชิตติกุล กรรมการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า หลัง กสทช.เดินหน้าออกหลักเกณฑ์ให้ใบอนุญาตทีวีดาวเทียมภายในปีนี้ จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ และส่งเสริมการลงทุนให้อุตสาหกรรมทีวีดาวเทียมเติบโตเป็นเท่าตัวในช่วง 3 ปีจากนี้ โดย กสทช. จะช่วยคัดกรองช่องทีวีดาวเทียม ที่ผลิตเนื้อหาไม่ได้คุณภาพออกจากอุตสาหกรรม จากจำนวน 300 ช่องในปัจจุบัน คาดว่าจะมีไม่เกิน 100 ช่อง ที่ผ่านหลักเกณฑ์การได้รับใบอนุญาต จาก กสทช.

“แนวทางการออกใบอนุญาตให้ ทีวีดาวเทียม ของ กสทช.จะเป็นการจัดระเบียบให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตอย่างยั่งยืน ทำให้สินค้าและเอเยนซีมีความมั่นใจในการใช้พื้นที่โฆษณามากขึ้น เชื่อว่าช่วง 3 ปีจากนี้อุตสาหกรรมทีวีดาวเทียมจะเติบโตเท่าตัวทุกปี” นายธนัทกล่าว

ทั้งนี้ ทิศทางการลงทุนในอุตสาหกรรมทีวีดาวเทียมหลังจากนี้ จะเป็นการขยายการลงทุนของผู้ประกอบการรายเดิม เพื่อเปิดทีวีดาวเทียมช่องใหม่ ไม่ว่าจะเป็น แกรมมี่ อาร์เอส กันตนา เป็นต้น นอกจากนี้ หลังจาก กสทช. ให้ใบอนุญาตทีวีดาวเทียมแล้ว เชื่อว่าจะมีผู้ประกอบการจากต่างประเทศ ในกลุ่มคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ สนใจเข้ามาร่วมทุนกับผู้ประกอบการในประเทศไทย เพื่อเปิดช่องทีวีดาวเทียมเพิ่มขึ้นเช่นกัน

เคเบิลทีวีลุยบริการอินเทอร์เน็ต
นายเกษม อินทร์แก้ว กรรมการบริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือซีทีเอช และนายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภายใต้การดำเนินงานของซีทีเอช ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่น ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2555-2559) ลงทุนโครงข่ายและการซื้อคอนเทนท์ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการกำกับดูแลของ กสทช. และการแข่งขันในธุรกิจบรอดแคสต์ ทั้ง ทีวีดาวเทียม และทีวีดิจิทัล โดยภายใน 1-2 เดือนนี้ จะเริ่มกระบวนการเพิ่มทุนจาก 300 ล้านบาท เป็น 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีนายวิชัย ทองแตง เข้ามาร่วมเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในซีทีเอช

แผนการดำเนินงานเคเบิลทีวีท้องถิ่น ภายใต้ซีทีเอช จะปรับรูปแบบการให้บริการจากเพย์ทีวีในปัจจุบัน เป็นรูปแบบ triple play คือ รูปแบบการให้บริการอินเทอร์เน็ต บริการโทรศัพท์ และบริการโทรทัศน์ หรือ มัลติมีเดีย ผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband) ที่มีคุณภาพสูง พร้อมทั้งให้บริการช่องรายการระบบดิจิทัลด้วยจำนวน 120 ช่อง จากปัจจุบัน 80 ช่อง บริการในรูปแบบอินเตอร์แอ็คทีฟทีวี และทีวี ออนดีมานด์ เพื่อสร้างความแตกต่างจากทีวีดาวเทียม และทีวีดิจิทัลในอนาคต

http://www.bangkokbiznews.com/home/d...%E0%B8%A2.html



กสทช.ชงโรดแมพ“ทีวีดิจิทัล” เปิดประมูลไลเซ่น5ประเภท

กสทช. เปิดโรดแมพ “ทีวี ดิจิทัล” กำหนดประมูลไลเซ่น 5 ประเภท คาดปีนี้เปิดประมูลใบอนุญาตโครงข่าย และเน็ตเวิร์ค ต้นปี 56 แจกต่อ 3 ประเภท

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า หลังจาก กสทช.แต่งตั้งอนุกรรมการจัดทำแผนการปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบการส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ซึ่งจะมีการประชุมครั้งแรกในวันที่ 16 ก.พ.นี้ พร้อมประกาศโรดแมพ การเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมวิทยุโทรทัศน์ไทยไปสู่ระบบดิจิทัล ให้สอดคล้องกับร่างแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ ในยุทธศาสตร์การเปลี่ยนไปสู่ระบบการส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ที่กำหนดให้เริ่มต้นการรับส่งสัญญาณดิจิทัลภายใน 4 ปี

กสทช.จะทดลองระบบทีวี ดิจิทัลในปีนี้ โดยไม่ต้องรอเรียกคืนคลื่นความถี่ทีวี อนาล็อก ฟรีทีวี 6 ช่อง ที่ยังไม่สิ้นสุดสัมปทาน โดยจะนำคลื่นความถี่ทีวี อนาล็อก ยูเอชเอฟ ปัจจุบันซึ่งยังไม่มีการใช้งาน ที่ได้มีการเว้นช่องความถี่ไว้ เช่น ช่อง 2, 4, 6 และช่อง 8 มาทำเป็นทีวี ดิจิทัล ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณออกอากาศ ทั้งทีวี อนาล็อก (Analog Switch Off : ASO) และระบบทีวี ดิจิทัล (Digital Switch On : DSO) ไปพร้อมกัน

“แนวทางการเปลี่ยนระบบส่งสัญญาณโทรทัศน์จากอนาล็อก เป็นดิจิทัล ในประเทศอื่นๆ จะต้องหยุดการออกอากาศระบบอนาล็อกก่อน แต่ในประเทศไทย สามารถออกอากาศได้ทั้งสองระบบพร้อมกันเพราะยังมีคลื่นความถี่ทีวี ยูเอชเอฟ ที่ไม่ได้ใช้งานเหลืออยู่ พร้อมจัดสรรเป็น ทีวี ดิจิทัล ได้ทันที” พ.อ.นที กล่าว

ทั้งนี้ แนวทางการประมูลใบอนุญาตทีวี ดิจิทัล จะแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ประกอบด้วย 1.ใบอนุญาตโครงข่าย (Infrastructure Provider) เป็นการลงทุนโครงข่ายระบบส่งสัญญาณทั่วประเทศ ซึ่งจะมีเพียง 1-2 รายเท่านั้น 2.ใบอนุญาตเครือข่าย (Network Provider) เป็นการส่งสัญญาณช่องรายการในแต่ละเครือข่ายๆ ละ 30-40 ช่อง ไปยังครัวเรือนในประเทศไทย ใบอนุญาตประเภทนี้จะมี 2-3 ราย คาดว่าใบอนุญาตทั้ง 2 ประเภท จะเปิดประมูลในปีนี้

3.ใบอนุญาตคลื่นความถี่ (Frequency) ซึ่งเปรียบเสมือน ผู้ได้รับใบอนุญาต MVNO ในกิจการโทรคมนาคม 4.ใบอนุญาตช่องรายการ (Channel Content) โดยใบอนุญาตคลื่นความถี่ และช่องรายการ ผู้ประกอบการจะต้องประมูลทั้ง 2 ประเภทนี้พร้อมกัน เนื่องจาก พ.ร.บ.การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ ปี 2551 กำหนดให้เจ้าของคลื่นความถี่จะต้องเป็นผู้ผลิตรายการเอง และ 5.ใบอนุญาตบริการบนโครงข่าย (Application) การให้บริการรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ ประเภทต่างๆ คาดว่าการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่และช่องรายการจะเริ่มในต้นปี 2556 พร้อมทั้งจะเริ่มประมูลวิทยุดิจิทัล ในปีหน้าด้วยเช่นกัน

ปีนี้เปิดประมูล 50 ช่อง
พ.อ.นที กล่าวอีกว่า คลื่นความถี่ ทีวี อนาล็อก 1 คลื่น ใช้ความถี่ประมาณ 8 เมกะเฮิรตซ์ สามารถจัดทำเป็นช่องทีวี ดิจิทัล ได้ประมาณ 5-20 ช่อง แบ่งเป็น ช่อง HD 4-5 ช่อง และช่องทีวี ดิจิทัล สแตนดาร์ด (ภาคพื้นดิน) 15-20 ช่อง ทั้งนี้ การประมูลใบอนุญาตล็อตแรกของทีวี ดิจิทัล จากคลื่นความถี่ทีวี อนาล็อกเดิมที่ยังไม่มีการใช้งาน คาดว่าจะมีจำนวน 50 ช่อง หลังจากสิ้นอายุสัมปทานฟรีทีวีปัจจุบัน สามารถนำคลื่นความถี่ดังกล่าวมาจัดสรรเป็น ทีวี ดิจิทัล ได้อีกราว 50 ช่อง ดังนั้นรวมทั้งหมดน่าจะมี ทีวี ดิจิทัล ในประเทศไทยได้ประมาณ 100 ช่อง

สำหรับรูปแบบการประมูลใบอนุญาตช่องรายการ จะแยกประเภทเป็นช่องทีวีสาธารณะ ชุมชนประมาณ 10 ช่อง หรือ 20% ตามกฎหมาย ที่เหลือเป็นช่อง เด็ก สารคดี บันเทิง วาไรตี้ โดยช่องรายการประเภทสารประโยชน์ จะกำหนดราคาประมูลใบอนุญาตต่ำกว่าช่องบันเทิง ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจฟรีทีวี ปัจจุบันทุกราย สามารถเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตทีวี ดิจิทัล ได้เช่นกัน

ด้านการเปลี่ยนแปลงเครื่องรับทีวีของครัวเรือนไทยกว่า 20 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ รัฐบาลและ กสทช. จะต้องสนับสนุนการ ติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณ (Set Top Box) ในครัวเรือนที่ไม่มีกำลังซื้ออุปกรณ์ดังกล่าว ปัจจุบันราคากล่องละ 1,500-2,000 บาท แต่คาดว่าในช่วงที่กำหนดการยกเลิก ทีวี อนาล็อก คือ ก่อนจะสิ้นอายุสัมปทานฟรีทีวีที่เหลือเวลาอีก 10 ปี ซึ่งแนวทางการสนับสนุนเซต ท็อป บ็อกซ์ น่าจะอยู่ในช่วง 2-3 ปี สุดท้ายก่อนสิ้นสัมปทาน คาดว่าเมื่อถึงช่วงนั้นราคาอุปกรณ์น่าจะอยู่ที่กล่องละ 300-500 บาท โดย กสทช. สามารถใช้เงินจาก กองทุนวัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เข้ามาสนับสนุนได้

ชี้จุดเด่นทีวี ดิจิทัลลงทุนต่ำ
พ.อ.นที กล่าวอีกว่า ทีวี ดิจิทัล ภาคพื้นดิน จะมีรูปแบบเดียวกับฟรีทีวี ในปัจจุบัน ที่ออกอากาศครอบคลุมทั่วประเทศ ขณะที่การลงทุนขอใบอนุญาตและผลิตช่องรายการจะต่ำกว่าการลงทุนฟรีทีวี อนาล็อก เพราะไม่ต้องลงทุนด้านโครงข่าย และเครือข่าย การส่งสัญญาณ โดยผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนช่องรายการ สามารถเช่าใช้โครงข่ายและเน็ตเวิร์คจากผู้ที่ได้รับใบอนุญาตได้ทันที เพราะเป็นเงื่อนไขที่ กสทช. จะกำหนดไว้ให้ผู้ลงทุนโครงข่ายและเน็ตเวิร์ค ต้องเปิดให้บริการกับผู้ที่ได้รับไลเซ่นช่องรายการทุกราย

นอกจากนี้รูปแบบ ทีวี ดิจิทัล ที่ผลิตคอนเทนท์ เฉพาะกลุ่ม จะมีต้นทุนการผลิตรายการต่ำกว่าฟรีทีวี ในปัจจุบัน ที่ต้องใช้เงินลงทุนด้านผลิตรายการและซื้อลิขสิทธิ์ต่างๆ ปีละ 1,000 ล้านบาท ขณะที่ทีวีดิจิทัล น่าจะมีต้นทุนการผลิจปีละ 50-100 ล้านบาท ใกล้เคียงกับ"ทีวีดาวเทียม"

นอกจากนี้ทีวีดิจิทัล สามารถรับชมผ่านรูปแบบ "มัลติ แพลตฟอร์ม" ทั้งจากจอทีวี, โมบาย ทีวี และสมาร์ทดีไวซ์ ต่างๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ต่างจากการรับชมช่องทีวีต่างๆ ผ่านแอพพลิเคชั่น ในปัจจุบันที่ต้องมีค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ตเพิ่มเข้ามา ซึ่งจะทำให้มีฐานผู้ชมเพิ่มนอกจากจอทีวีแล้ว จะขยายสู่โทรศัพท์มือถือ และสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ที่มีจำนวนรวมกันราว 80 ล้านเครื่องรับในปัจจุบัน

"เรากำลังจะเปลี่ยนคลื่นความถี่ทีวี อนาล็อกที่เปรียบเสมือนบ้านเดี่ยว ผู้ประกอบการรายเดียว ลงทุนโครงสร้างทุกอย่างเอง ให้เป็น ทีวี ดิจิทัล ที่เปรียบได้กับการอยู่คอนโดที่มีพื้นที่จำนวนมากให้ผู้ประกอบการได้มาเช่าพื้นที่ประกอบกิจการ" พ.อ.นที กล่าว

“ช่อง 3” ขานรับร่วมทดสอบ มิ.ย.นี้
นายประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการผู้จัดการ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เปิดเผยว่า นโยบาย กสทช. ที่จะเชิญผู้ประกอบการฟรีทีวี เข้าร่วมทดลองการส่งสัญญาณ ทีวี ดิจิทัลในเดือน มิ.ย.นี้ ทางช่อง 3 มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมทดลองออกสัญญาณดังกล่าว เพื่อเตรียมความพร้อมขององค์กรก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงระบบทีวี ดิจิทัล และใช้เป็นแนวทางในการวางโรดแมพการดำเนินธุรกิจของช่อง 3 ต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าการลงทุนด้านโครงข่ายส่งสัญญาณในเฟสแรก สำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตโครงข่าย น่าจะใช้เงินประมาณ 3,000 ล้านบาท ขณะที่ช่อง 3 จะต้องเตรียมงบประมาณในการลงทุนเป็นจำนวนมากเช่นกัน เพื่อเปลี่ยนเครื่องมือและอุปกรณ์การผลิตรายการรองรับระบบดิจิทัล

“ผมรอความคืบหน้าของทีวี ดิจิทัลมานานแล้ว และพร้อมที่จะพัฒนาให้ทัดเทียมนานาประเทศ และคิดว่า ทีวี ดิจิทัล ของประเทศไทยจะพัฒนาได้ดีกว่า เพราะเทคโนโลยีจะทำให้ต้นทุนมีราคาถูกลง” นายประวิทย์ กล่าว

ด้านนายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กล่าวว่า ขณะนี้ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทีวีพูล) ได้มีการหารือกับผู้ประกอบการฟรีทีวีต่างๆ เพื่อเตรียมกระบวนการเปลี่ยนระบบส่งสัญญาณ รองรับระบบทีวี ดิจิทัลในอนาคต โดยจะหารือร่วมกับภาครัฐและ กสทช.ว่าจะใช้ระบบดิจิทัลประเภทใดสำหรับประเทศไทย

สำหรับช่อง 3 สนใจจะร่วมประมูลทีวี ดิจิทัล หาก กสทช. กำหนดหลักเกณฑ์และเริ่มการประมูลในปีนี้ โดยมีความพร้อมทั้งในในแง่เงินทุนและคอนเทนท์ ที่เพียงพอจะขยายช่องดังกล่าว และถึงแม้จะมีช่องทีวี ดิจิทัลมากขึ้นเป็น 100 ช่องในอนาคต แต่สิ่งสำคัญของการเป็นผู้ผลิตสื่อคือ คอนเทนท์ที่ดี จะเป็นตัวตัดสินความอยู่รอดของธุรกิจนี้

“ปีนี้จะเห็นพัฒนาการหลายอย่างของวงการโทรทัศน์ไทย หลังจากหยุดนิ่งมาหลายปี ซึ่งไม่เพียงการเปลี่ยนแปลงในระดับองค์กรหรือประเทศเท่านั้น แต่จะรวมถึงอาเซียนทั้งหมดด้วย” นายสุรินทร์ กล่าว

“อาร์เอส” รอเคาะหลักเกณฑ์ทีวีดิจิทัล
ขณะที่นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า ต้องรอดูความชัดเจนด้านโรดแมพ ทีวี ดิจิทัล ของ กสทช. ก่อนว่าจะมีหลักเกณฑ์อย่างไร เพราะในมุมของคอนเทนท์โปรวายเดอร์ จะต้องพิจารณาด้านต้นทุนในการประมูลก่อนว่า จะมีต้นทุนด้านไลเซ่นเท่าไร และสูงกว่าทีวีดาวเทียมหรือไม่ ทั้งนี้ ยังมีปัญหาเรื่องโทรทัศน์ในครัวเรือนไทยที่สามารถรองรับระบบดิจิทัลมีมากเท่าไร รัฐจะกำหนดกฎเกณฑ์การช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถรับสัญญาณระบบดิจิทัลอย่างไร

นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาด้านจำนวนผู้ชม ทีวี ดิจิทัลว่ามีจำนวนมากพอ ที่จะลงทุนหรือไม่ และการเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัลจะใช้รูปแบบประเทศใด ตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นกว่าจะเปลี่ยนระบบสู่ดิจิทัล ใช้เวลาวางรากฐานกว่า 10 ปี อีกทั้งเมื่อมีการเปลี่ยนสู่ระบบดังกล่าวแล้ว กสทช. จะจัดการอย่างไรกับทีวีดาวเทียม ซึ่งขณะนี้มีการติดตั้งกล่องรับสัญญาณดาวเทียมแล้ว 50-60% ของครัวเรือนไทย

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555

http://www.mediamonitor.in.th/main/n...43/520--5.html

Last edited by fas235; March 29th, 2012 at 11:06 AM.
fas235 no está en línea   Reply With Quote
Old April 3rd, 2012, 03:23 PM   #133
fas235
BANNED
 
Join Date: Jul 2010
Posts: 1,327
Likes (Received): 0

rs gmm thaipbs ซึ่งได้เปิดตัวว่าจะทําฟรีทีวีแล้ววันนี้ เปิดตัวอีกกลุ่มแล้วครับ

'อินทัช' ขยับจ่อลุยสื่อทีวีดิจิตอล โชว์สภาพคล่องเต็มหน้าตักพร้อมอุ้มผู้ผลิต



“กลุ่มชิน” ขยับตัวพร้อมลุยธุรกิจทีวีดิจิตอลต่อยอดทีวีดาวเทียม ลั่นพร้อมเข้าประมูลทันทีหาก กสทช.ออกเงื่อนไขชัดเจน เผยสภาพคล่องเต็มหน้าตัก 2,200 ล้าน พร้อมรุกธุรกิจใหม่ “เวนเจอร์แคปปิตอล” ร่วมลงทุนกับบริษัทเกิดใหม่ที่มีศักยภาพทุกเมื่อ

นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรืออินทัช เปิดเผยว่า เมื่อใดที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สามารถจัดการประมูลใบอนุญาตเพื่อประกอบกิจการโทรทัศน์ดิจิตอลได้ กลุ่มชินก็มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลในทันที เพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียมในเครือและเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางที่ผู้ถือหุ้นกำหนด

“ขณะนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่ากลุ่มชินจะลงทุนอยู่ในธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญ นั่นคือจำกัดในสายโทรคมนาคมและสื่อ (มีเดีย) เราเรียนรู้จากการลงทุนครั้งที่ผ่านๆมา หากไม่มีวิสัยทัศน์ ความรอบรู้ และเงินที่มากพอ ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ สำหรับกลุ่มชิน เรื่องวิสัยทัศน์และเงินเราพอมี แต่ความรอบรู้ในธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในความเชี่ยวชาญนั้น ต้องยอมรับว่ามีไม่พอ จึงไม่ประสบความสำเร็จ แต่ธุรกิจทีวีดิจิตอลนั้น ถือว่าเป็นธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญ เพราะเราให้บริการทีวีดาวเทียมในนามดีทีวี (จานเหลือง) อยู่ มีลูกค้าอยู่กว่า 1.4 ล้านรายแล้ว”

เขายังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้กลุ่มชินมีสภาพคล่องที่เป็นเงินสดหมุนเวียนอยู่กว่า 2,200 ล้านบาท ซึ่งพร้อมสำหรับการลงทุน และด้วยสถานภาพที่ดีของบริษัท การจะระดมทุนเพื่อให้ได้วงเงินเพิ่มขึ้นจากนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากจะต้องใช้เงินมากกว่านี้ในการประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอล

“นอกจากนั้น บอร์ดบริษัทยังอนุมัติแนวทางในการลงทุนในรูปแบบของเวนเจอร์แคปปิตอล (กองทุนร่วมลงทุน) ในอัตรา 10% ของวงเงินสดที่มีอยู่ด้วย ซึ่งทางเราพร้อมที่จะให้การสนับสนุนด้านเงินทุนกับบริษัทหลากหลาย ไม่จำกัดสัญชาติและที่ตั้ง แต่จะเน้นในบริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์และดิจิตอลคอนเทนต์เป็นหลัก”

และนอกเหนือจากการให้การสนับสนุนทางด้านเงินลงทุนแก่ธุรกิจใหม่ในรูปแบบเวนเจอร์แคปปิตอลแล้ว การมองหาธุรกิจที่มีความเหมาะสมเพื่อเข้าไปร่วมลงทุนด้วยในรูปแบบของการควบรวมกิจการระหว่างกัน (Merger and Acquisition) นั้น ก็ยังคงเป็นเป้าหมายของกลุ่มชินเช่นเดียวกัน รอเพียงจังหวะและเวลาที่ถูกต้องเท่านั้น

นายสมประสงค์ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของการลงทุนในต่างประเทศนั้น นอกเหนือจากการลงทุนทั่วภูมิภาคในการให้บริการดาวเทียมไทยคมแล้ว กลุ่มชินยังยืนพื้นการลงทุนให้บริการมือถือในกัมพูชาและลาวอยู่เช่นเดิม แม้ในกัมพูชาจะประสบปัญหาการแข่งขันสูง ส่วนในพม่านั้น หลังเปิดประเทศแล้ว กลุ่มชินกำลังดูลู่ทางในการลงทุนอยู่เช่นกัน โดยเฉพาะการลงทุนในกิจการโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีความชำนาญ

เขายังกล่าวถึงธุรกิจในเครือว่า สำหรับบริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างตระเตรียมยิงดาวเทียมดวงใหม่เพิ่มเติม โดยมีคิวยิงดาวเทียมไทยคม 6 ขึ้นสู่วงโคจรในเดือน มิ.ย.ปีหน้า ต่อมาเป็นคิวของดาวเทียมไทยคม 7 ซึ่งได้รับมอบหมายให้ยิงเพื่อรักษาสิทธิวงโคจร 120 องศาของประเทศไว้ เช่นเดียวกัน ที่วงโคจร 50 องศา ซึ่งไทยคมก็พร้อมที่จะยิงดาวเทียมเพื่อรักษาสิทธิให้แก่ประเทศเช่นกัน ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล

สำหรับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอสนั้น เป็นที่ชัดเจนว่ากำลังเดินหน้าสู่การประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการ 3 จี บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมด้านการให้บริการข้อมูลบนเครือข่ายไร้สาย (data service) เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมั่นใจว่าเอไอเอสมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเข้าร่วมประมูลตามกฎเกณฑ์ของ กสทช.และกฎหมายไทย และยังมีความพร้อมในการประมูลใบอนุญาต 4 จี (LTE) ต่อด้วย โดยเห็นว่า กสทช.ควรจัดให้มีการเปิดประมูลต่อเนื่องกันไปเลย.



'อินทัช' ลุยธุรกิจดิจิตอลทีวี รอไลเซนส์กสทช.ชัด
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 เมษายน 2555 11:57 น.

อินทัชวางแผนเปิดบริษัทใหม่เพื่อเล่นในตลาดธุรกิจทีวีดิจิตอล ตามเป้าหมายที่เน้นหนักธุรกิจโทรคมนาคมและมีเดีย แต่ยังเร็วไปที่จะระบุรายละเอียด โดยต้องรอเงื่อนไขและใบอนุญาตที่กสทช.จะกำหนด ยันไม่ทำคอนเทนต์แน่

นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช หรือที่รู้จักกันดีในชื่อชินคอร์ป กล่าวว่าอินทัชมีแผนขยายการลงทุนเพื่อเข้าสู่ธุรกิจดิจิตอลทีวี ด้วยการตั้งบริษัทใหม่เพื่อดูแลธุรกิจในกลุ่มมีเดียโดยตรง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกลุ่มอินทัชที่จะให้ความสำคัญ กับ 2 ธุรกิจ ได้แก่โทรคมนาคมและมีเดีย

'เราพร้อมลงทุน แต่ต้องรอดูเงื่อนไขและใบอนุญาตที่กสทช.จะกำหนดออกมา'

อย่างไรก็ตามกลุ่มอินทัชถือว่ามีความพร้อมให้บริการดิจิตอลทีวีแล้วระดับหนึ่ง ได้แก่ เครื่องมือและโครงข่ายบางส่วนของบริษัทลูกแต่ยังเป็นเรื่องยากในการให้ข้อมูลรายละเอียดแผนดำเนินการในขณะนี้ รวมถึงการเตรียมสินทรัพย์เพื่อเช่าหรือการจัดหาเครื่องมือเพิ่มเติมให้กลุ่มอินทัชสามารถเป็นผู้ให้บริการดิจิตอลทีวีเต็มตัว

'สิ่งที่กลุ่มอินทัชจะไม่ทำแน่นอนคือคอนเทนต์'

แหล่งข่าวในวงการระบุว่าสิ่งที่กลุ่มอินทัชจะลงทุนคาดว่าจะเป็นในส่วนของอุปกรณ์ที่ เป็นแพล็ตฟอร์มของการให้บริการดิจิตอลทีวี ซึ่งหากเปรียบเทียบกับโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ แพล็ตฟอร์มดังกล่าวก็เหมือนกับอุปกรณ์ในส่วนของสถานีฐาน โดยที่ไม่ได้มองว่า ดิจิตอลทีวี เป็นแค่แอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ตเท่านั้น แต่มองถึงการลงทุนเพื่อสร้างแพล็ตฟอร์มในการให้บริการดิจิตอลทีวี

'หากมองใบอนุญาตที่กสทช.จะออกให้เป็น 4 สเต็ป กลุ่มอินทัชสนใจสเต็ปที่ 2 คือแพล็ตฟอร์ม ในช่วงแรกไม่ใช่เรื่องเสาส่งสัญญาณ หรือเรื่องช่อง หรือเรื่องมัลติมีเดีย'

***ประกาศใช้ 3 แผนแม่บท

พล.อ.อ. ธเรศ ปุณศรี ประธาน กสทช. ได้ลงนามในประกาศกสทช. เรื่อง แผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ (พ.ศ.2555) แผนแม่บทกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2555-2559) และแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม ฉบับที่ 1(พ.ศ.2555-2559) โดยแผนแม่บททั้ง 3 ฉบับ ได้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. 2555 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้านอย่าง กิจการโทรทัศน์จะมีการปรับเปลี่ยนระบบทีวีจากอนาล็อกไปสู่ดิจิตอล ,กิจการโทรคมนาคมจะมี การพัฒนาโทรศัพท์มือถือโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ เช่น 3G ด้วยความถี่ 2.1GHz

สำหรับแผนแม่บทกิจการโทรทัศน์ ที่สำคัญคือ การกำหนดระยะเวลาเริ่มยุติการรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ในระบบอนาล็อกภายในปี 2558 และยังได้กำหนดให้ครัวเรือนในเมืองใหญ่ที่สามารถรับสัญญาณวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลได้ไม่น้อยกว่า 80% ภายใน 5 ปี ซึ่งรวมถึงกรอบช่วงเวลากระบวนการออกใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) ด้วย

กสทช.ได้วางเป้าหมายในช่วง 2 ปีแรกไว้ว่า ในเดือนก.พ. 2555 เริ่มต้นทำแผนการปรับเปลี่ยนสู่ระบบดิจิตอล และออกไลเซ่นส์ในส่วนโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายช่วงเดือนส.ค. 2555 ,ทำการออกใบอนุญาตประกอบกิจการบริการสาธารณะเดือนธ.ค. 2555 ออกใบอนุญาตประกอบกิจการทางธุรกิจในเดือนส.ค. 2556และออกใบอนุญาตสำหรับกิจการบริการชุมชนภายในเดือนธ.ค. 2556

สำหรับกระบวนการออกไลเซ่นส์ ทีวีดิจิตอลนั้นกำหนดช่วงเวลา 2 ช่วง ช่วงที่ 1 อยู่ระหว่างช่วงเดือนก.พ.2555 ถึงเดือนธ.ค. 2556 และช่วงที่ 2 อยู่ในเดือนมิ.ย. 2557 ถึงเดือนธ.ค.2558 ส่วนกระบวนการออกไลเซ่นส์โมบายทีวีนั้นกำหนดไว้เป็น 2 ช่วงเช่นกัน ในช่วงแรกจะเริ่มต้นดำเนินการได้ตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2556 - มิ.ย. 2557 และช่วงที่ 2 จะเริ่มที่เดือนมิ.ย.2557 ถึงเดือนธ.ค. 2558 พร้อมทั้งยุติออกอากาศระบบอนาล็อก และเป็นดิจิตอลเต็มที่ในเดือนม.ค. 2558
http://manager.co.th/CyberBiz/ViewNe...=9550000043076

Last edited by fas235; April 5th, 2012 at 03:29 PM.
fas235 no está en línea   Reply With Quote
Old April 5th, 2012, 03:10 AM   #134
fas235
BANNED
 
Join Date: Jul 2010
Posts: 1,327
Likes (Received): 0

analong switch-offในญี่ปุ่น(ในพื้นที่อิวาเตะ มิยากิ ฟูกูชิมะเป็นพื้นที่สุดท้าย)




Last edited by fas235; April 5th, 2012 at 03:23 AM.
fas235 no está en línea   Reply With Quote
Old April 15th, 2012, 07:48 PM   #135
BTS2MRT
Connecting your real life
 
Join Date: Apr 2012
Posts: 520
Likes (Received): 69

ผมชอบ Thai PBS Online HD จัง
อยากให้ทุกๆช่องมีเหมือนกันหมด
BTS2MRT no está en línea   Reply With Quote
Old April 16th, 2012, 02:06 PM   #136
ant35
Registered User
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,916
Likes (Received): 12

ใช่ครับ น่าชื่นชมมาก นอกจากชัดแล้วระบบก็เสถียรด้วย

ล่าสุด TNN ออกอากาศในระบบ HD มาได้สักพักแล้วครับ
ant35 no está en línea   Reply With Quote
Old April 16th, 2012, 03:57 PM   #137
dida888
Registered User
 
Join Date: Apr 2007
Posts: 1,797
Likes (Received): 115

ดูทีพีบีเอส แล้วใสกริ๊กมากจร้า
__________________
T O D A Y I S T H E B E T T E R D A Y
dida888 no está en línea   Reply With Quote
Old April 16th, 2012, 04:08 PM   #138
fas235
BANNED
 
Join Date: Jul 2010
Posts: 1,327
Likes (Received): 0

ผมว่าช่องฟรีทีวีเยอะขึ้มันสําคัญกว่า แค่ภาพคมชัดนะครับ5555
fas235 no está en línea   Reply With Quote
Old April 21st, 2012, 03:33 AM   #139
fas235
BANNED
 
Join Date: Jul 2010
Posts: 1,327
Likes (Received): 0

อังกฤษเริ่มยุติส่งสัญญาณทีวีอะนาล็อก ก้าวสู่ยุคทีวีดิจิตอลแล้ว
วันที่: 19 เมษายน 2012
มีรายงานจาก BBC ประเทศอังกฤษ จากผู้ที่อยู่อาศัยในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษว่า ช่อง BBC1, ITV1,ช่อง 4 และ ช่อง 5 ของประเทศอังกฤษ ได้เริ่มเฟสแรกในการหยุดส่งสัญญาณออกอากาศในรูปแบบอะนาล็อกแล้ว เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2555 เวลา 9.32 น. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศอังกฤษ
ทั้งนี้กรุงลอนดอนมีแผนการที่จะยุติออกอากาศแบบอะนาล็อก สวิตซ์เข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอล ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้ผู้ชมทีวีกว่า 12 ล้านคนในกรุงลอนดอน ที่ใช้ทีวีแบบระบบเก่าอยู่ ต้องมาหาซื้อทีวีใหม่ที่รองรับระบบดิจิตอลด้วย แต่ประชาชนในกรุงลอนดอนส่วนใหญ่มีทีวีรองรับระบบดิจิตอลหมดแล้ว
ต้องจับตาดูกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษเกี่ยวกับการสวิตซ์เปลี่ยนรูปแบบการส่งสัญญาณออกอากาศทีวี จากรูปแบบอะนาล็อกเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอลนั้น เพราะ ประเทศไทยก็มีแผนที่จะยุติทีวีแบบอะนาล็อก เพื่อเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอลด้วยเช่นกัน โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังเตรียมกระบวนการออกใบอนุญาตทีวีดิจิตอลอยู่ และมีแผนจะเริ่มยุติการให้บริการระบบอะนาล็อก ในเดือนมกราคม 2558 และจะเปลี่ยนทั้งหมดทั่วประเทศภายใน 10 ปี


http://www.it24hrs.com/2012/london-s...to-digital-tv/

ยุคทีวีอะนาล็อกกำลังจะหมดประเทศอังกฤษเตรียมเข้าสู่ทีวีดิจิตอลทั้งหมด
ปัจจุบันเริ่มมีการถ่ายทอดสัญญาณระบบดิจิตอลกันเพิ่มมากขึ้นนะครับ เคเบิ้ลบางที่มีการถ่ายทอดสัญญาณแบบ Full HD อีกด้วย หลายๆ บ้านอาจจะรู้สึกว่าการซื้อ TV LCD, LED มาแล้วไม่ค่อยได้ใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพโดยเฉพาะการถ่ายทอดสัญญาณในประเทศไทย ทำให้ภาพที่ออกมาไม่ละเอียด แตก ไม่ชัด
ล่าสุดประเทศอังกฤษเริ่มมีการยุติส่งสัญญาณทีวีอะนาล็อก และเตรียมเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอล โดยมีรายงานจาก BBC ประเทศอังกฤษ ว่าช่อง BBC1, ITV1,ช่อง 4 และ ช่อง 5 ของประเทศอังกฤษ ได้เริ่มหยุดส่งสัญญาณแบบอะนาล็อกเฟสแรก สำหรับผู้ใช้งานที่อยู่ในกรุงลอนดอนแล้ว เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2555 และมีแผนจะหยุดการให้สัญญาณแบบอะนาล็อกทั้งหมด เพื่อเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอล ซึ่งจะกระทบผู้ใช้งานถึง 12 ล้านค้าในกรุงลอนดอน ไม่สามารถใช้งานทีวีรุ่นเก่าได้ทั้งหมด ต้องซื้อทีวีที่ลองรับระบบดิจิตอล แต่ส่วนใหญ่ประชากรในกรุงลอนดอนมีทีวีระบบดิจิตอลเกือบทั้งหมดแล้ว

ทางประเทศไทยของเราก็มีแผนที่จะก้าวสู่ยุคของดิจิตอลเช่นกันครับ โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังเตรียมกระบวนการออกใบอนุญาตทีวีดิจิตอล แผนที่จะเริ่มยุติการให้บริการระบบอะนาล็อกจะเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2558 เปลี่ยนทั้งหมดทั่วประเทศภายใน 10 ปี


http://itnewspaper.info/news/london-...to-digital-tv/

Last edited by fas235; April 21st, 2012 at 03:41 AM.
fas235 no está en línea   Reply With Quote
Old April 21st, 2012, 07:49 AM   #140
fridaynightlights
Registered User
 
fridaynightlights's Avatar
 
Join Date: Nov 2004
Posts: 3,580
Likes (Received): 16

Quote:
Originally Posted by fas235 View Post
ผมว่าช่องฟรีทีวีเยอะขึ้มันสําคัญกว่า แค่ภาพคมชัดนะครับ5555
ถ้าช่องขยะเยอะ เหมือนทีวีจานดาวเทียมทุกวันนี้ไม่มีประโยชน์ครับ

ผมว่าเอาน้อยราย ไม่เกิน 10 รายพอ (ไม่งั้นมั่วมาก)
สุดท้ายทุกประเทศก็ไม่มีใครทำ free tv หลายรายมากเกินซักที

slot มีให้ 100 ช่อง แต่จริง ๆ แล้ว 20 ช่องก็พอแล้ว
__________________
“A society that puts equality before freedom will get neither. A society that puts freedom before equality will get a high degree of both.” - Milton Friedman
fridaynightlights no está en línea   Reply With Quote


Reply

Thread Tools
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 09:35 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2013, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.1.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2013 DragonByte Technologies Ltd.
vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2013 DragonByte Technologies Ltd. (Resources saved on this page: MySQL 25.00%)

SkyscraperCity - In Urbanity We Trust

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu