|
|
| daily menu » rate the banner | guess the city | one on one |
|
|
#141 | |
|
GEAR DINDANG #47
Join Date: Oct 2007
Location: Nakhon Phanom, Khon Kaen
Posts: 1,518
Likes (Received): 65
|
Quote:
__________________
....... พระธาตุพนมค่าล้ำ .......
วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง Last edited by Augustines; April 30th, 2008 at 03:45 AM. |
|
|
|
|
|
|
#142 |
|
GEAR DINDANG #47
Join Date: Oct 2007
Location: Nakhon Phanom, Khon Kaen
Posts: 1,518
Likes (Received): 65
|
เสียงวรรณยุกต์
ภาษาลาวเวียงจันทน์มีระดับเสียงวรรณยุกต์ 6 ระดับ Low (เอก) Mid (สามัญ) High (ตรี) Rising (จัตวา) High Falling (ใกล้เคียงกับโท) Low Falling (โท) ชาวหลวงพระบางจะใช้ ระดับเสียงวรรณยุกต์ 5 ระดับ กลางต่ำลงขึ้น ต่ำขึ้น กลางระดับ สูงขึ้น กลางขึ้น
__________________
....... พระธาตุพนมค่าล้ำ .......
วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง |
|
|
|
|
|
#143 |
|
GEAR DINDANG #47
Join Date: Oct 2007
Location: Nakhon Phanom, Khon Kaen
Posts: 1,518
Likes (Received): 65
|
สำเนียงภาษาถิ่น
สำเนียงภาษาถิ่นของภาษาลาวสามารถแบ่งได้ 6 สำเนียงใหญ่ คือ: 1. ภาษาลาวเวียงจันทน์ (เวียงจันทน์ บอลิคำไซ) 2. ภาษาลาวเหนือ (หลวงพระบาง ไซยะบูลี อุดมไซ) 3. ภาษาลาวตะวันออกเฉียงเหนือ (เซียงขวาง หัวพัน) 4. ภาษาลาวกลาง (คำม่วน สะหวันนะเขด) 5. ภาษาลาวใต้ (จำปาสัก สาละวัน เซกอง อัตตะปือ) 6. ภาษาลาวตะวันตก (ไม่มีใช้ในประเทศลาว แต่ใช้ในร้อยเอ็ด) ทางการสปป.ลาวไม่ได้กำหนดให้สำเนียงถิ่นใดเป็นสำเนียงภาษากลาง แต่การใช้ภาษาลาวอย่างเป็นทางการ เช่น ทางโทรทัศน์ วิทยุ จะใช้สำเนียงเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นสำเนียงของคนเมืองหลวง สามารถเข้าใจกันได้ทั่วประเทศ การเรียนภาษาลาวในประเทศลาวนั้น รัฐบาลลาวไม่ได้บังคับให้ใช้สำเนียงเวียงจันทน์ แต่ให้สามารถใช้สำเนียงท้องถิ่นต่างๆ ได้ แต่การเรียนภาษาลาวสำหรับชาวต่างประเทศ รัฐบาลลาวแนะนำให้ใช้สำเนียงเวียงจันทน์ ฉะนั้นประชาชนในประเทศลาวจึงพูด อ่าน ภาษาลาวเป็นสำเนียงท้องถิ่นของตน แต่ประชาชนก็สามารถฟังเข้าใจใด้ทุกสำเนียงทั่วประเทศ แม้จะพูดภาษาต่างสำเนียงกันก็ตาม ภาษาลาวอีกสำเนียงหนึ่งที่ไม่มีในประเทศลาวคือ ภาษาลาวตะวันตก (ภาษาลาวร้อยเอ็ด) เป็นภาษาลาวท้องถิ่นที่ใช้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ภาษาอีสาน สำเนียงนี้ใช้พูดกันมากในแถบตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เช่น จังหวัดร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ อุดรธานี นครราชสีมา (อ.บัวใหญ่ สีดา สูงเนิน ชุมพวง บัวลาย แก้งสนามนาง ประทาย โนนแดง ปักธงชัย สีคิ้ว บางหมู่บ้าน) สุรินทร์ (อ.รัตนบุรี โนนนารายณ์) บุรีรัมย์ (อ.พุทไธสง นาโพธิ์ บ้านใหม่ไชยพจน์ ลำปลายมาศ หนองหงส์ และบางหมู่บ้านของอำเภอสตึก โนนดินแดง โนนสุวรรณ หนองกี่ คูเมือง ประคำ และอำเภอเมืองบุรีรัมย์) ส่วนจังหวัดอื่นๆในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและบางจังหวัดในภาคเหนือของไทยจะใช้สำเนียงดังนี้ - ภาษาลาวเหนือ จังหวัดที่พูดในประเทศไทย เช่น จ.เลย อุตรดิตถ์ (อ.บ้านโคก น้ำปาด ฟากท่า) เพชรบูรณ์ (อ.หล่มสัก หล่มเก่า น้ำหนาว) ขอนแก่น (อ.ภูผาม่าน และบางหมู่บ้านของ อ.สีชมพู ชุมแพ) ชัยภูมิ (อ.คอนสาร) พิษณุโลก (อ.ชาติตระการ และนครไทยบางหมู่บ้าน) หนองคาย (อ.สังคม) อุดรธานี (อ.น้ำโสม นายูง บางหมู่บ้าน) - ภาษาลาวตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่ค่อยมีผู้พูดในประเทศไทย จังหวัดที่พูดในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเป็นชุมชนลาวพวนที่อพยบมาจากแขวง เซียงขวาง สปป.ลาว เช่น ที่บ้านเชียง อ.หนองหาน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี และบางหมู่บ้าน ใน จ.สกลนคร หนองคาย และยังมีชุมชนลาวพวนในภาคเหนือบางแห่งในจังหวัด สุโขทัย อุตรดิตถ์ แพร่ ไม่กี่หมู่บ้านเท่านั้น - ภาษาลาวเวียงจันทน์ จังหวัดที่พูดในประเทศไทย เช่น จ.ชัยภูมิ หนองบัวลำภู หนองคาย (อ.เมือง ศรีเชียงใหม่ ท่าบ่อ โพนพิสัย) ขอนแก่น (อ.ภูเวียง ชุมแพ สีชมพู ภูผาม่าน หนองนาคำ เวียงเก่า หนองเรือบางหมู่บ้าน) ยโสธร (อ.เมือง ทรายมูล กุดชุม บางหมู่บ้าน) อุดรธานี (อ.บ้านผือ เพ็ญ บางหมู่บ้าน) - ภาษาลาวกลาง แยกออกเป็นสำเนียงถิ่น 2 สำเนียงใหญ่ คือ ภาษาลาวกลางถิ่นคำม่วน และถิ่นสะหวันนะเขด ถิ่นคำม่วน จังหวัดที่พูดในประเทศไทย เช่น จ.นครพนม สกลนคร หนองคาย (อ.เซกา บึงโขงหลง บางหมู่บ้าน) ถิ่นสะหวันนะเขด จังหวัดที่พูดมีจังหวัดเดียว คือ จ.มุกดาหาร - ภาษาลาวใต้ จังหวัดที่พูดในประเทศไทย จ.อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร ส่วนในประเทศลาว นอกจากสำเนียงถิ่นใหญ่แล้วยังมีสำเนียงถิ่นย่อย แตกออกไปจากสำเนียงใหญ่ทั้ง 5 สำเนียง ออกไปอีกหลายสำเนียงย่อย เช่น ภาษาลาวใต้ถิ่นสาละวัน ภาษาลาวกลางถิ่นสะหวันนะเขด สำเนียงย่อยถิ่นเมืองอาดสะพังทอง ภาษาเวียงจันทน์ถิ่นเมืองปากงึม ฯลฯ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผู้พูดภาษาลาวใต้ ถิ่นจำปาสัก ในจังหวัด พระวิหาร สตึงแตรง และรัตนคีรีของประเทศกัมพูชาด้วย ------------------------------------------------ ขอขอบคุณสาระดีๆ จากวิกิพีเดียครับ
__________________
....... พระธาตุพนมค่าล้ำ .......
วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง |
|
|
|
|
|
#144 | |
|
Registered User
Join Date: Jun 2006
Location: Bangkok-Nottingham
Posts: 2,966
Likes (Received): 3
|
Quote:
ส่วนเรื่องประวัติศาสตร์เนี่ย หากเราลองถอดความเป็นชาตินิยมออก แล้วศึกษาเฉพาะความจริงโดยไม่มีการเมืองหรืออคติเข้ามาเกี่ยวมันก็จะดีครับ ประเทศตะวันตกเขามักจะปลดแอกของความคลั่งชาติเช่นนี้และเขียนประวัติศาสตร์แบบที่ไม่กลัวการวิภากษ์วิจารณ์ตัวเอง ผมว่าแค่ขอให้เราไม่เกรงกลัวการวิภากษ์วิจารณ์ตัวเองก็พอแล้วครับ ชาติเราจะยิ่งใหญ่ได้ถ้าเราลงมือทำให้มันยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ว่ามันจะยิ่งใหญ่ได้โดยการเขียนประวัติศาสตร์แบบ bias หรือโดยการข่มประเทศอื่น
__________________
"สมบัติชาติ" ถ้าคนไทยบริหารแล้วห่วยลงๆ สู้ขายให้นายทุนฝรั่งมาบริหารยังจะดีกว่า เขาจะเอาออกนอกประเทศก็ไม่ได้ แถมการแข่งขันในตลาดเสรีก็ช่วยพัฒนา "สมบัติ" นั้นๆ อีกด้วย .... อย่าให้คนไทยกันเองดอง "สมบัติชาติ" จนมันเน่าเลยดีกว่า |
|
|
|
|
|
|
#145 | |
|
Registered User
Join Date: Oct 2003
Posts: 10,256
Likes (Received): 209
|
Quote:
แต่พอเปลี่ยนแปลงการปกครอง และ ฝรั่งเศสเสียเมืองให้กองทัพนาซี เมื่อปี 2483 รัฐบาล สมัยนั้นก็เลยหาเหตุ ก่อสงครามเพื่อ ประกาศว่า ระบบเก่าไร้ความสามารถในการชิงดินแดนคืน ระบบใหม่ดีกว่า ชิงดินแดนคืนได้ จึงได้เปนอย่างที่เห็น
__________________
BKK Mass Transit Expert |
|
|
|
|
|
|
#146 |
|
Mexican Riviera
Join Date: Jan 2007
Location: Long beach,CA
Posts: 1,710
Likes (Received): 4
|
"พลังลาว"ที่"แห่งชาติ"ดูถูก ทำรายได้มหาศาลให้ความเป็น"ไทย"
วันที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11009,มติชน คอลัมน์ สยามประเทศไทย โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ "พลังลาว" มีอยู่แล้วในชาวอีสานตั้งแต่โบราณกาลก่อนเกิดมาเป็นตัวตนคนอีสาน แต่ถูกทำให้อ่อนแอลงไปเรื่อยๆ จนล่าสุดเมื่อราวหลัง พ.ศ.2482 เมื่อรัฐบาลสมัยนั้นให้เปลี่ยนชื่อจากสยามเป็นประเทศไทย แล้วเกิดสำนึกใหม่ขึ้นมาอย่างน้อย 2 อย่าง คือสิ่งที่เรียกว่า "แห่งชาติ" และความเป็น "ไทย" เช่น ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย, วรรณคดีแห่งชาติของไทย, วัฒนธรรมแห่งชาติของไทย (เช่น เพลง ดนตรี และนาฏศิลป์) ฯลฯ ผลของ "แห่งชาติ" และความเป็น "ไทย" ได้ทำลายความแข็งแรงของท้องถิ่นทั่วประเทศ รวมทั้งทำให้ "พลังลาว" ของชาวอีสานอ่อนแอลงมาก "พลังลาว" มีลักษณะเสรีที่สั่งสมประสบการณ์มานานมากนับร้อยนับพันปี ที่เห็นชัดๆ อย่างน้อย 3 อย่าง คือ 1.ภาษา มีทั้งภาษาพูด ภาษาเพลง ภาษาเขียน 2.เพลงดนตรีและการละเล่น เช่น ลูกทุ่งหมอลำ, ตลกจำอวด ฯลฯ ที่ต้องเล่นกับภาษาพูดและภาษาเพลง 3.ข้าวปลาอาหารการกิน เช่น ข้าวเหนียว, ข้าวหอมทุ่งกุลา, ปลาแดก-ปลาร้า ฯลฯ แม้ส้มตำจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ก็พร้อมใจกันยกให้เป็น "พลังลาว" ราวหลังสงครามเย็นเลิกไป "พลังลาว" ก้าวออกแถวหน้ากล้าแสดงออกตามประสิทธิภาพของการตลาดในโลกาภิวัตน์ แล้วทำรายได้ปีละนับพันล้านหมื่นล้านให้สังคม "แห่งชาติ" และความเป็น "ไทย" เพิ่มเลขจีดีพี ข้อความโดยสรุปมานี้ ผมบอกเล่าให้ที่ประชุมฟังที่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ตอนบ่ายวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2551 ที่เพิ่งผ่านมา แล้วสรุปอีกว่าต้องร่วมกัน "แบ่งปันความรักความรู้สู่ใจคน" ทั้งคนอีสานและคนอื่นๆ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันตนเองและผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องยาวนานไม่มีกำหนด อำนาจและอิทธิพลของ "แห่งชาติ" และความเป็น "ไทย" ควบคุมสถาบันการศึกษาของไทยทุกระดับทุกมหาวิทยาลัย ให้อยู่ในบงการของสิ่งที่มองไม่เห็นผู้ "ผูกขาด" คำอธิบายทุกอย่างไว้หมดแล้ว ถ้าไม่ร่วมกันแบ่งปันความรักความรู้ สู่ใจคนในสิ่งที่ถูกต้อง ความหม่นหมองเพราะภูมิคุ้มกันทางปัญญาบกพร่องจะทำให้ชีวิตหมดความหมายเหมือนหมาเน่าลอยน้ำเท่านั้น ก่อนบอกเล่าพูดคุยที่มหาสารคาม ผมแวะไปพิพิธภัณฑ์ร้อยเอ็ดที่จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อหาซื้อเอกสารดีๆ เลยได้ซื้อคู่มือศึกษาดนตรีพื้นบ้านอีสานของโรงเรียนพลาญชัยพิทยาคม (จังหวัดเอ็ด) กับซีดีและวีซีดีเพลงดนตรีและฟ้อนมาด้วยหลายแผ่น มีข้อความบอกว่าเป็นฝีมือของครูโยธิน พลเขต ถ้าอยากรู้จัก "พลังลาว" ให้ลึกลงไปในจิตวิญญาณแท้ๆ ขอแนะนำให้ฟังเพลงดนตรีอีสาน เช่น แคน, พิณ, โปงลาง, และโหวด ฯลฯ น่าเสียดายเอกสารแนะนำเพลงดนตรีสองฝั่งโขงอย่างแท้จริงยังไม่มี ที่มีก็ขาดตกบกพร่องมาก จะพึ่งพาสถาบันในกระทรวงวัฒนธรรมก็ไม่ได้ เพราะพวกเขายกตนไว้เหนือคนอื่น ไม่รับความรู้จากคนอื่นๆ เลยทำงานไม่เป็น ทำงานไม่ได้ จึงไม่มีอะไรแบ่งปันสู่ใจคน หน้า 21
__________________
LIFE = yourself family friends study work money travel food sleep love sex and nation
|
|
|
|
|
|
#147 | |
|
Registered User
Join Date: Jun 2006
Location: Bangkok-Nottingham
Posts: 2,966
Likes (Received): 3
|
Quote:
http://th.wikipedia.org/wiki/กรณีพิพาทอินโดจีน http://en.wikipedia.org/wiki/French-Thai_War แปลกที่ภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า "War" แต่ภาษาไทยใช้แค่ "Conflict" มีความเกี่ยวเนื่องอะไรกับการเจรจาหลังสงครามหรือไม่?
__________________
"สมบัติชาติ" ถ้าคนไทยบริหารแล้วห่วยลงๆ สู้ขายให้นายทุนฝรั่งมาบริหารยังจะดีกว่า เขาจะเอาออกนอกประเทศก็ไม่ได้ แถมการแข่งขันในตลาดเสรีก็ช่วยพัฒนา "สมบัติ" นั้นๆ อีกด้วย .... อย่าให้คนไทยกันเองดอง "สมบัติชาติ" จนมันเน่าเลยดีกว่า |
|
|
|
|
|
|
#148 | |
|
Registered User
Join Date: Mar 2004
Location: Bangkok
Posts: 5,397
Likes (Received): 6
|
Quote:
|
|
|
|
|
|
|
#149 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,602
Likes (Received): 353
|
ลาวเปิดสัมปทานปลูกพืชพลังงาน ทุนไทยสบช่องยึดตลาดส่งออกพันธุ์มันสำปะหลัง
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4005 (3205) รัฐบาลลาวเปิดสัมปทานต่างชาติปลูกพืชพลังงานทดแทน 4 แขวงใหญ่ ไทยรับอานิสงส์ส่งออกต้นมันสำปะหลังปลูกในลาว ศุลกากรหนองคายเผยเพียง 5 เดือนยอดส่งออกต้นมันสำปะหลังมูลค่าเกือบล้านบาท ระบุแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่แผนธุรกิจพืชพลังงานทดแทนสดใส นักธุรกิจจีนยึดหัวหาดเวียงจันทน์ ตั้งโรงงานผลิตพลังงานทดแทน นายวิศวะ ปิติสุขสมบัติ นายด่านศุลกากรหนองคาย เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ไม่มีแหล่งพลังงานน้ำมันเป็นของตนเอง ทุกปีต้องสั่งนำเข้าน้ำมันมูลค่าหลายพันล้านบาท โดยร้อยละ 85 นำเข้าจากประเทศไทย และร้อยละ 15 นำเข้าจากเวียดนาม ทำให้ลาวเสียเปรียบดุลการค้าจากการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นมูลค่ามหาศาล รัฐบาลลาวจึงมีนโยบายส่งเสริมการปลูกพืชพลังงานทดแทน เพื่อลดการขาดดุลการค้าและดุลการชำระเงินระหว่างประเทศ ส่งเสริมการลงทุน และเพื่อให้เกิดการสร้างงานภายในประเทศ ทั้งนี้ สปป.ลาวมีศักยภาพสูง เนื่องจากมีพื้นที่ว่างเปล่าที่มีความอุดมสมบูรณ์และยังมิได้นำมาใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก ประกอบกับแรงงานในภาคเกษตรกรรมมีอย่างเพียงพอ หรือประมาณ 2.6 ล้านคนจากประชากรทั่วประเทศ รัฐบาลลาวได้ส่งเสริมให้มีการปลูกมัน สำปะหลัง สบู่ดำ ละหุ่ง และปาล์มน้ำมัน โดยมีทั้งการเปิดให้ต่างชาติขอสัมปทานปลูกพืชพลังงานทดแทนใน 4 แขวงใหญ่ คือ แขวงเวียงจันทน์ แขวงบอลิคำไซ แขวงเชียงขวาง และแขวงจำปาสัก แต่เนื้อที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตามขณะนี้พบว่ามีประเทศที่เข้ามาลงทุนปลูกพืชพลังงานทดแทนในลาวแล้ว 4 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น อิตาลี และเกาหลีใต้ เบื้องต้นได้มีการนำต้นพันธุ์มันสำปะหลังจากประเทศจีนมาปลูก แต่ปรากฏว่าผลผลิตที่ได้ไม่ดีพอ จึงมีการหันมาสั่งนำเข้าต้นมันสำปะหลังจากประเทศไทยแทน เนื่องจากประเทศไทยและ สปป.ลาวมีสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศใกล้เคียงกัน ทำให้มันสำปะหลังจากไทยสามารถเจริญเติบโตได้ดีในประเทศลาว นายวิศวะเปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม 2551 เป็นต้นมา มีผู้ประกอบการส่งออกของไทย 4 บริษัท ยื่นเรื่องต่อศุลกากรหนองคายเพื่อส่งออกต้นมัน สำปะหลังทางด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย - ลาว จังหวัดหนองคาย ในเดือนมกราคม ส่งออก 180 ตัน กุมภาพันธ์ 600 ตัน มีนาคม 60 ตัน เมษายน 488 ตัน และช่วง 1-15 พฤษภาคม 554 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 941,000 บาท "มีแนวโน้มว่าจะมีการนำต้นมัน สำปะหลังส่งออกไปประเทศลาวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นต้นมันสำปะหลังจากจังหวัดนครราชสีมา ส่วนสบู่ดำนั้นปริมาณการนำเข้าจากประเทศไทยมีน้อยกว่ามัน สำปะหลัง เนื่องจากสบู่ดำในพื้นที่ประเทศลาวมีพันธุ์จำนวนมาก และสามารถขยายเพาะพันธุ์ได้เองแล้ว" นายด่านศุลกากรหนองคายเปิดเผยอีกว่า การลงทุนด้านการเกษตรในประเทศลาวนั้น รัฐบาลลาวเปิดให้ต่างชาติเข้าทำสัญญาสัมปทานด้านเกษตรกรรม เป็นระยะเวลานานประมาณ 20-30 ปีแล้วแต่ประเภทของการเกษตร สำหรับผลผลิตมันสำปะหลังที่ได้จากการเพาะปลูกในลาวนั้น ส่วนใหญ่จะนำไปผลิตเป็นพลังงานทดแทน ขณะนี้ทราบว่ามีนักธุรกิจจีนตั้งโรงงานผลิตพลังงานทดแทนในเชิงอุตสาหกรรมที่นครหลวงเวียงจันทน์แล้ว แต่ยังเป็นช่วงทดลองการผลิต และอีกส่วนหนึ่งจะนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น แป้งมันสำปะหลัง และมีการนำหัวมันสำปะหลังจากลาวกลับเข้ามาในประเทศไทยมายังแหลมฉบัง เพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศที่สาม โดยเฉพาะที่ประเทศจีน ปัจจุบันศุลกากรหนองคายมีบทบาทช่วยส่งเสริมการค้า การให้บริการส่งออก ขณะนี้ได้ใช้ระบบ E-custom ซึ่งเป็นระบบไร้เอกสาร หรือ paperless ในการส่งออกแล้ว ถือว่าเป็นระบบการส่งออกที่สะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สามารถนำสินค้าส่งออกทางสะพานมิตรภาพไทย - ลาวได้ทันที หน้า 31 |
|
|
|
|
|
#150 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,602
Likes (Received): 353
|
BRIDGE OF SIGHS
Bangkokpost 31/05/2008 Friendship bridge and hypermarket bring trouble for wholesalers at the Thai-Lao border, write Wassayos Ngamkham and Charoenluck Phetpradub in Mukdahan The opening of the second Thai-Lao Friendship Bridge in this northeastern province two years ago has created business opportunities for many people, particularly those in the tourism business, but not the wholesalers. Wholesale traders here are complaining that their profits have plunged because the bridge, which links Mukdahan with Savannakhet in Laos, enables Lao traders to come and buy goods right on Thai soil, instead of depending on Thai wholesalers as in the past. Lao and Vietnamese are now able to drive into Mukdahan and do the shopping themselves. Their favourite place is Tesco Lotus, currently the only hypermarket store in Mukdahan town. "Before the bridge was completed, Lao retailers ordered big lots of snack products from me," he said. The goods were then delivered to the Lao side by boat. Unfavourable changes soon followed the bridge's opening. Picharn Khongsuppama, a 56-year-old wholesaler, says most Lao retailers are enticed by a hypermarket in Mukdahan's Muang district. "The retailers can now buy anything in the hypermarket. Many go to factory outlets," said Mr Picharn. If the trend continues, many wholesalers in Mukdahan will soon go out of business, he said. Mr Picharn noted that some manufacturers also capitalised on the new window of opportunity created by the friendship bridge by opening international trade units in the province to deal directly with retailers from Laos. Visiting Lao people are allowed to stay on Thai soil as late as 10pm each day. Mr Picharn said he was willing to accept changes, however. Nobody could undo what had happened, he said. The wholesalers in Mukdahan must admit they are now in a very competitive border business and learn to adjust themselves to the changing environment, he stressed. Witthaya Sukrittanon, a 36-year-old major commodity wholesaler in Mukdahan town, agreed it is difficult for the local wholesalers to compete with hypermarkets because Lao retailers prefer to shop in modern stores. Middle-class Lao people frequent modern stores and they don't care about prices, said Mr Witthaya. Retailers who drive into Mukdahan town to shop at the hypermarket could also avoid paying import and export duties on their way back home. This is possible when the items purchased are in small packs, since they can claim that those items are for their own consumption. For them, a trip to the hypermarket in Mukdahan is like a visit to a shopping arcade with the added opportunity of bringing back some goods for their retail business back home too, he added. But Mr Witthaya also said that despite the bridge's negative impact on his business, he does not really mind. The bridge has helped boost Mukdahan's overall economic prosperity. There are now more tourists visiting the province, he said. Although his profits have dropped lately, he still believes the bridge will bring him better business opportunities in the long run. But for the time being, he added, the bridge is of more benefit to Savannakhet than to Mukdahan. Mr Witthaya also noted that people in the food business are doing very well as the number of visitors to Mukdahan is on the rise. Besides visitors from Laos, more Thai tourists are pouring into Savannakhet via Mukdahan on their way to Vietnam. While the bridge is hurting the wholesalers in Mukdahan, a retailer at Indochina Market said the bridge is a boon for his business. The market's main customers are Thai tourists looking for low-priced goods, mostly from China. Chairot Rungjirawat, 38, who is the chairman of Indochina Market retailers' club, said it doesn't worry him that most visitors from Laos go to shop at the hypermarket in Mukdahan. "It's the Thai tourists that enable us to stay in business," he said, adding that the number of Thai tourists visiting the market is soaring. ![]() The second Thai-Lao Friendship bridge linking Thailand's Mukdahan and Laos' Savannakhet. — Photos by Wassayos Ngamkham
__________________
Thailand Ayutthaya World Expo 2020 Thailand Gateway Of ASEAN (South East Asia Hub) BOI Thailand Board of Investment Tourism Thailand MICE Thailand Convention and Exhibition Bureau Thailand Trade Department Last edited by napoleon; May 31st, 2008 at 06:27 PM. |
|
|
|
|
|
#151 | |
|
Registered User
Join Date: Jun 2006
Location: Bangkok-Nottingham
Posts: 2,966
Likes (Received): 3
|
Quote:
All those selfish protesters out there should behave like this.
__________________
"สมบัติชาติ" ถ้าคนไทยบริหารแล้วห่วยลงๆ สู้ขายให้นายทุนฝรั่งมาบริหารยังจะดีกว่า เขาจะเอาออกนอกประเทศก็ไม่ได้ แถมการแข่งขันในตลาดเสรีก็ช่วยพัฒนา "สมบัติ" นั้นๆ อีกด้วย .... อย่าให้คนไทยกันเองดอง "สมบัติชาติ" จนมันเน่าเลยดีกว่า Last edited by thainotts; June 3rd, 2008 at 09:24 AM. |
|
|
|
|
|
|
#152 |
|
BOILERMAKERS
Join Date: Feb 2007
Location: Bangkok, Carmel, IN
Posts: 532
Likes (Received): 16
|
I wish the best for him. I hope we have more businessman like him.
|
|
|
|
|
|
#153 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,602
Likes (Received): 353
|
'เจริญ' ฮุบเขาเทวดา + ดีลผ่าน 'ดาวเฮือง' เจ้าแม่ดิวตี้ฟรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ต่อจิ๊กซอว์พลังงาน-นอนแอลกอฮอล์
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2330 12 มิ.ย. - 14 มิ.ย. 2551 "เจริญ"ข้ามโขงลุยลาวใต้ สบช่องฮุบสัมปทานช่วง"เขาเทวดา"ทั้งเทือก ย่านภูเพียงโบลาเวน เมืองปากเซ แหล่งปลูกกาแฟอาราบิก้าชั้นยอดของลาว อันดับสามในการประกวดกาแฟระดับโลก ต่อจิ๊กซอว์ลุยภาคเกษตรทั้งพลังงาน -เครื่องดื่มนันแอลกอฮอล์ วงการคาดปักหลักผลิตวัตถุดิบป้อน"คอฟฟี่โอ"ผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มโออิชิ "ตัน โออิชิ" เปิดใจรับซื้อทุกเมล็ด ในช่วงเศรษฐกิจผันผวนกลุ่มต่าง ๆ ชะลอการลงทุนกันเป็นส่วนใหญ่นั้น การขยับตัวบุกลง ทุนในโครงการต่างๆ อย่างไม่หยุดยั้งของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ราชันน้ำเมา เจ้าของอาณาจักรธุรกิจไทยเบฟ หรือเบียร์ช้าง กลับมีความเคลื่อนไหวคึกคักและน่าตื่นตาตื่นใจที่สุด เพราะทิศทางการลงทุนใหม่ ๆ ของกลุ่มไม่เพียงขยายตัวจากธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไปสู่ภาพลักษณ์ใหม่คือ ธุรกิจเครื่องดื่มระดับโลกที่ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ของตลาดแล้ว ยังขยายธุรกิจสู่อาณาบริเวณใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการลุยซื้อกิจการโรงแรมทุกระดับตั้งแต่ 5 ดาวลงมา จนถึงแผนลงทุนโรงแรมต้นทุนต่ำ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และล่าสุดได้เตรียมบุคลากรชั้นยอดเพื่อรุกภาคเกษตรด้วยนั้น - "เจริญ"บุกลาวตอนใต้ ล่าสุด แหล่งข่าวจากเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก หัวเมืองลาวตอนใต้ เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประสบความสำเร็จในการเจรจาเช่าพื้นที่"เขาเทวดา" ทั้งเทือกเขา รวมอาณาเขตไม่ต่ำกว่า 20,000 ไร่ เพื่อทำแปลงเกษตรขนาดใหญ่ หลังจากพยายามเจรจาขอเช่าจากทางการลาวมานานแล้ว แต่ไม่บรรลุข้อตกลง กระทั่งในท้ายสุดนายเจริญต้องเจรจากับกลุ่มดาวเฮือง ของนางดาวเฮือง ลิดมูน นักธุรกิจใหญ่เมืองปากเซ เจ้าของธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีและกิจการนำเข้าส่งออกรายใหญ่สุดของลาว เพื่อให้ทางกลุ่มดาวเฮืองเป็นคู่สัญญากับทางการลาวในการเช่าพื้นที่เขาเทวดามาพัฒนา โดยมีอัตราค่าเช่า 1 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อเฮกตาร์ต่อปี แล้วทางกลุ่มเสี่ยเจริญเป็นผู้ขอเช่าช่วงต่ออีกทอดหนึ่ง โดยได้บรรลุข้อตกลงกันไปแล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้ เขาเทวดา อยู่ห่างจากเมืองปากเซประมาณ 28 กิโลเมตร บนเส้นทางสายปากเซ-ปากซอง ติดกับโครงการสวนป่าสนของนักลงทุนต่างชาติมาขอเช่าที่ปลูกสนสองใบ แต่โครงการนี้ล้มพับไปแล้ว อยู่ในพื้นที่เรียกกันว่าเขตภูเพียงบอลาเวน(ภูเพียงบริเวณ) หรือเขตที่ราบกว้างใหญ่บนที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200 เมตร เหมาะสำหรับการปลูกกาแฟอาราบิก้า และบริเวณดังกล่าวเป็นเขตปลูกกาแฟอาราบิก้ามาตั้งแต่สมัยฝรั่งเศสเป็นเจ้าอาณานิคม เข้าปกครองในกลุ่มประเทศอินโดจีน ซึ่งมีเกษตรกรลาวปลูกกาแฟกันโดยทั่วไป แต่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย ที่เป็นสวนกาแฟขนาดใหญ่เป็นของกลุ่มดาวเฮือง จำนวน 280 เฮกตาร์ เจ้าของกิจการกาแฟดาวของลาว ++เบื้องหลังพันธมิตร"ดาวเฮือง" สำหรับผู้ประสานงานให้เกิดโอกาสทองทางธุรกิจการเกษตรครั้งสำคัญนี้นางดาวเฮือง ลิดมูน ก่อนที่จะประสบความสำเร็จในฐานะนักธุรกิจด้านร้านค้าปลอดภาษีในประเทศลาวนั้น เคยมีอาชีพเป็นผู้ค้าปลีกในฝั่งสปป.ลาวและประเทศไทยมาก่อน จนธุรกิจได้เจริญก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ จึงหันมาจับธุรกิจน้ำเมาโดยรับเป็นตัวแทนจำหน่ายเบียร์คาร์ลสเบอร์ก ซึ่งเป็นเบียร์ที่กลุ่มไทยเบฟที่นายเจริญเคยเป็นเจ้าของมาก่อน จึงทำให้รู้จักและเป็นที่ไว้วางใจให้เป็นผู้ประสานในการจัดหาพื้นที่ในการทำเกษตรที่เหมาะสมและขนาดใหญ่ได้เท่านี้ แหล่งข่าวเผยต่อว่า การรุกเข้าไปขอสัมปทานที่ดินแปลงใหญ่ในลาวตอนใต้ของกลุ่มนายเจริญครั้งนี้ เพื่อปลูกกาแฟอาราบิก้า เนื่องจากเป็นพื้นที่ปลูกกาแฟอาราบิก้าคุณภาพสูง โดยเคยส่งเมล็ดกาแฟจากที่นี่ไปจัดอันดับในการประกวดระดับโลก เคยไต่อันดับสูงถึงที่ 3มาแล้ว ทั้งนี้ เชื่อว่านายเจริญมีแผนรุกปลูกสวนกาแฟแปลงใหญ่ในลาว เพื่อเป็นวัตถุดิบป้อนเครื่องดื่มกาแฟที่กลุ่มโออิชิได้เริ่มเปิดตลาดแล้วในชื่อ คอฟฟี่โอ -++เปิดแผน"เสี่ยเจริญ"รุกภาคเกษตร อาณาจักรธุรกิจของเสี่ยเจริญ ได้ขยายและแตกตัวจากราชันน้ำเมา มาเป็น 4 กลุ่มธุรกิจใหญ่ ๆ ควบคู่กับที่ทายาททั้ง 5 คนของเขาเติบโตขึ้นและเริ่มเข้ามารับไม้ต่อเพื่อขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจแต่ละด้าน ประกอบด้วย สายธุรกิจเครื่องดื่ม สายอุตสาหกรรมและการค้า สายพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และสายประกันและเช่าซื้อ แล้วนั้น นายอนันต์ ดาโลดม อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งถูกนายเจริญทาบทามเข้ามานั่งเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีซีซี อะโกรฯ เคยเปิดเผยว่า นายเจริญประกาศเป็นการภายในเพื่อรุกภาคเกษตรเมื่อ 31 กรกฎาคม 2549 ให้เป็นอีกสายธุรกิจหลักของกลุ่ม ทั้งนี้นายเจริญมีที่ดินประมาณ 100,000 ไร่ กระจายอยู่ 54 จังหวัด แต่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไร กระทั่งปี 2547 จึงได้ตั้งบริษัท ทีซีซี อะโกรฯ เพื่อดูแลนำที่ดินมาเป็นแหล่งปลูกพืชเกษตร โดยพื้นที่ปลูกอ้อยที่จ.กำแพงเพชร และจ.อุตรดิตถ์ จำนวน 10,000 ไร่ พื้นที่ปลูกยาง กระจายไปตามจ.หนองคาย ระยอง ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และภาคเหนือมีนครสวรรค์ พะเยา เชียงราย เป็นต้น รวมพื้นที่ประมาณ 40,000 ไร่ จุดประสงค์สำคัญที่บุกธุรกิจเกษตรครบวงจรอีกประการหนึ่ง คือต้องการที่ปลูกเองเป็นอุตสาหกรรมครบวงจร รวมถึงรับซื้อผลิตภัณฑ์จากเกษตรกร เพื่อลดความเสี่ยงในด้านการผลิตของเกษตรกรเองด้วย โดยมีการบริหารจัดการกับกลุ่มเกษตรกรในรูปคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง ทำให้เกิดการเพิ่มทุนในชนบท และกระจายรายได้ถึงเกษตรกรอย่างแท้จริง ก่อนหน้านี้นายเจริญ ได้ตั้งบริษัท ทีซีซี อุตสาหกรรมการเกษตรฯ เป็นกลุ่มที่ 5 โดยมีนายปณต สิริวัฒนภักดี เป็นผู้ดูแล ซึ่งบริษัท ทีซีซี อะโกรฯ อยู่ในโครงสร้างนี้ ดูแลการผลิตการเพาะปลูก บริษัท ทีซีซี อุตสาหกรรมน้ำตาลฯ ควบคุมโรงงานน้ำตาล นอกจากนี้ยังมีบริษัท อาหารสยาม จำกัด(มหาชน) ทำธุรกิจด้านนิคมการเกษตร ข้าวโพดกระป๋อง ข้าวโพดหวาน ฟูดสลัดเป็นต้น สำหรับอุตสาหกรรมการเกษตรในกลุ่มประเทศอินโดจีน ที่กลุ่มนายเจริญบุกเบิกประกอบด้วย โครงการร่วมทุนกับกลุ่ม MRT นักธุรกิจและวุฒิสมาชิกชาวกัมพูชา ทำ 3 โครงการที่เกาะกง เช่นโครงการปลูกปาล์ม ปลูกอ้อยประมาณ 30,000 ไร่และจะขยายถึง60,000 ไร่ พร้อมทั้งตั้งโรงงานน้ำตาลด้วย พร้อมกันนั้นได้ร่วมทุนกับบริษัท ปากซองไอแลนด์ฯ ปลูกอ้อยที่แขวงจำปาสัก ในพื้นที่20,000 ไร่ เพื่อนำผลผลิตมาป้อนโรงงานสุรา ทั้งนี้แม้ภาคเกษตรจะมีความเสี่ยง ผลกำไรน้อย แต่ภูมิประเทศของไทยมีศักยภาพ และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มที่ดินที่สะสมไว้นับแสนไร่ทั่วประเทศ แต่ธุรกิจการเกษตรที่กลุ่มทีซีซีเน้นคือ ธุรกิจการเกษตรที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานทดแทน หรืออุตสาหกรรมยางพารา และอุตสาหกรรมน้ำตาล +++"ตัน"พร้อมรับซื้อผลิตกาแฟคาฟิโอ นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายเจริญ สิริวัฒนภักดี ผู้บริหารของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้รับสัมปทานพื้นที่บริเวณเขาเทวดา เมืองปากเซ ประเทศลาว เพื่อใช้พื้นที่สำหรับการปลูกกาแฟนั้น ตนยังไม่ทราบเรื่องและยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวคงเป็นนโยบายของนายเจริญเอง ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับทางโออิชิ เพราะเท่าที่ทราบนายเจริญมีการลงทุนอย่างมากในด้านสินค้าการเกษตรสำหรับการปลูกพืชพลังงานทดแทน รวมถึงพืชที่มีศักยภาพการเติบโตที่ดี โดยหากมีการใช้พื้นที่ปลูกกาแฟจริง ทางบริษัท โออิชิฯ คงจะรับซื้อวัตถุดิบดังกล่าวเพื่อนำมาผลิตกาแฟคาฟิโอ หากราคาและคุณภาพตรงกับความต้องการของโออิชิ นายตัน กล่าวว่า กาแฟคาฟิโอของโออิชิในปัจจุบัน มีการใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรในภาคเหนือ ซึ่งมีซัพพลายเออร์เป็นผู้จัดส่งมาให้ โดยปัจจุบันยังคงมีปริมาณเพียงพอต่อการผลิตสินค้า เนื่องจากบริษัทเพิ่งออกวางจำหน่ายกาแฟคาฟิโอเพียง 2-3 เดือนเท่านั้น จึงยังไม่มีปัญหาในเรื่องการขาดแคลนวัตถุดิบ ส่วนภาพรวมของอุตสาหกรรมการผลิตกาแฟในช่วง 2-3 ปีก่อน เคยมีปัญหาปริมาณเมล็ดกาแฟในประเทศไม่เพียงพอทำให้ต้องมีการสั่งเมล็ดกาแฟจากต่างประเทศเข้ามา เพื่อผลิตกาแฟในรูปแบบต่างๆ ด้วย สำหรับการพัฒนากาแฟแบรนด์คาฟิโอของโออิชิต่อไปนั้น จะมุ่งเน้นตลาดกาแฟสดเท่านั้น จะไม่มีการลงไปเล่นในตลาดกาแฟสำเร็จรูป (Instant) หรือตลาดทรีอินวัน เนื่องจากทิศทางของตลาดกาแฟสดมีการเติบโตที่ดีกว่าซึ่งเห็นได้จากการเติบโตของธุรกิจร้านกาแฟสดต่างๆ ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในต่างประเทศมีสัดส่วนของตลาดกาแฟสด 80% ตลาดกาแฟสำเร็จรูป 20% เช่นในประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน เป็นต้น ซึ่งในประเทศไทยสัดส่วนของตลาดกาแฟสดมีสัดส่วน 20% กาแฟสำเร็จรูป 80% โดยต่อไปในอนาคตตลาดกาแฟในประเทศไทยจะเป็นเช่นเดียวกันในต่างประเทศ ส่วนจะเร็วหรือช้านั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการที่จะหันมาเล่นในตลาดนี้มากน้อยเพียงใดด้วย "ประมาณปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าบริษัทจะมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นกาแฟสดที่บรรจุในแพ็กเกจจิ้งรูปแบบใหม่ที่ยังไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทยด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างโรงงานผลิต แต่ยังเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้ โดยยังคงใช้แบรนด์คาฟิโอเช่นเดิม ส่วนในอนาคตจะมีแบรนด์กาแฟใหม่อีกหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังคงเร็วไปที่จะคิดถึงสเต็ปนั้น เพราะกาแฟคาฟิโอเพิ่งวางจำหน่ายเพียง 2-3 เดือนเท่านั้น ต้องรอวัดผลของการทำตลาดดูก่อนว่าจะเป็นอย่างไร" นายตัน กล่าวในตอนท้าย อนึ่งนอกจากธุรกิจเกษตรซึ่งถือเป็นดาวรุ่งที่กลุ่มเจริญตั้งหลักลุยเต็มที่ ทั้งในประเทศไทยเองรวมทั้งในกลุ่มประเทศอินโดจีนอื่นๆ ธุรกิจหลักที่สร้างความมั่งคั่งให้กับกลุ่มประกอบด้วย 1.กลุ่มเครื่องดื่ม ภายใต้การบริหารของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) 2.กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และพัฒนาที่ดิน ในนามบริษัท ที.ซี.ซี. แคปปิตอลแลนด์ จำกัด 3 กลุ่มการเงิน ประกันภัย ลีสซิ่ง 4.กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้บริษัท เบอร์รี่ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) |
|
|
|
|
|
#154 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,602
Likes (Received): 353
|
'ทีมข่าวฐานฯ' บุกลาวใต้ สำรวจภูเขาเทวดาอาณาจักรใหม่ 'เสี่ยเจริญ'
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2330 12 มิ.ย. - 14 มิ.ย. 2551 ภายหลังจากที่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำรัฐบาลสปป.ลาวว่า เสี่ยเจริญ(เจริญ สิริวัฒนภักดี)เจ้าของอาณาจักรไทยเบฟ ประสบความสำเร็จในการเช่าพื้นที่เขาเทวดาในเมืองปากซอง แขวงจำปาสัก สปป.ลาว ทีมข่าวเฉพาะกิจ"ฐานเศรษฐกิจ"ได้เดินทางเข้าไปในสปป.ลาวตอนใต้ผ่านทางด่านช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีจุดหมายอยู่ที่เมืองปากซอง ซึ่งเป็นที่ตั้งของภูเขาเทวดา เริ่มต้นจากด่านช่องเม็กด้วยรถโฟร์วีลไดรฟ์ ไปเมืองปากเซระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร จากนั้นไปตามเส้นทางเมืองปากเซ-ปากซองอีกราว 20 กิโลเมตรเศษ ก็จะถึงที่ตั้งของภูเขาเทวดาเป้าหมายของการเดินทางเข้าไปแกะรอยอาณาจักรธุรกิจแห่งใหม่ของเสี่ยเจริญในสปป.ลาวตอนใต้ เมืองปากซอง เป็นหนึ่งในเมืองที่อยู่ในอาณาเขตของแขวงจำปาสัก ซึ่งมีพื้นที่ติดกับอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นเมืองที่มีภูมิอากาศดีมาก มีทำเลที่ตั้งอยู่ในที่ราบสูงภูเพียงบลิเวน ซึ่งอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 600-1,400 เมตร และมีเอกลักษณ์เด่นอีกอย่างหนึ่ง คือ ดินที่นี่มีส่วนประกอบของดินภูเขาไฟที่ดับแล้ว จึงอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลากหลายชนิดเหมาะสำหรับทำการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกชาและกาแฟ เนื่องจากมีอากาศที่เหมาะสมอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 20 องศาและมีระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลที่เหมาะสมแก่การปลูกพืช 2 ชนิดนี้เป็นอย่างยิ่ง จากการสำรวจเขาเทวดา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูเพียงบลิเวน มีพื้นที่ราบสูงรายรอบภูเขาเทวดาหลายพันไร่ ซึ่งมีทำเลเหมาะแก่การทำการปลูกชาและกาแฟมาก นอกจากนี้ยังเหมาะที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น ชมไร่ชา สวนกาแฟ และไม่ไกลจากน้ำตกตาดเยืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงาม นอกจากนี้เมื่อขึ้นไปบนภูเขาเทวดาจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองปากซอง สภาพทั่วไปในวันที่เดินทางไปสำรวจ พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ของพืชหลากหลายชนิด แต่เริ่มมีการกันอาณาเขตบ้างแล้ว คาดว่าในเร็ววันนี้คงมีการปรับพื้นที่เพื่อทำการเกษตร |
|
|
|
|
|
#155 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,602
Likes (Received): 353
|
อย่าดูถูกลาว เดี๋ยวจะเสียโอกาสเหมือนที่รัสเซีย
Thairath [11 มิ.ย. 51 - 18:00] เสาร์ที่ผ่านมา ผมเดินทางจากชายแดนญวน กลับมาเขียนคอลัมน์ ในตัวเมืองแขวงสะหวันนะเขตไม่ทัน มองดูนาฬิกา อา เกือบตีสิบเอ็ด นิติภูมิยังไม่ได้เขียนหนังสือเลยซักตัว ผมจึงต้องหยิบปากกาเขียนตัวอักษร ใส่กระดาษกันที่บ้านริมข้างทางถนน เร่งรีบไปหน่อยจึงเขียนเมืองมะละแหม่ง ว่าอยู่ในรัฐกะเหรี่ยง ข้อเท็จจริงไม่ใช่ครับ มะละแหม่งเป็นเมืองหลวงของรัฐมอญของพม่า ส่วนเมืองหลวงของรัฐกะเหรี่ยง คือเมืองปะนัน ขอขอบพระคุณผู้อ่านท่านที่อีเมล์ มากวดแก้ให้นิติภูมิในมื้อนี้ ลาวเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อ พ.ศ.2540 ขณะนี้นักกฎหมายของลาวกำลังขะมักเขม้นร่างกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆให้เข้ารูปเข้ารอย ขณะนี้ลาวอยู่ในขั้นตอนยื่นขอเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก ในอดีตที่ผ่านมา คนไทยที่เข้าไปลงทึนในลาวอาจจะเข็ดแข้วกับความไม่แน่นอนของกฎหมาย หม่อๆนี้ หลังจากที่ลาวเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกแล้ว ผมเชื่อว่าการค้าการลงทุนที่นั่นจะมั่นคงและเป็นสากล นักการเมืองในรัฐบาลบางคนตาส่อนมองข้ามลาว อาจจะเป็นเพราะเชื่อตัวเลขของหน่วยราชการว่าลาวนำสินค้าเข้าจากไทยเพียงปีละ 4-5 หมื่นล้านบาท (พ.ศ.2549 นำเข้า 38,654.9 ล้านบาท) ขอเรียนนะครับ ว่านั่นบ่แม่นตัวเลขที่แท้จริง เพราะการค้าระหว่างลาวกับไทยมี 2 อย่าง คือ การค้าในระบบที่เข้าออกตามชายแดนซึ่งต้องผ่านพิธีศุลกากร และการค้านอกระบบ ที่ลักลอบค้าขายโดยบ่ได้ผ่านด่านศุลกากร ลาวกับไทยมีพรมแดนติดต่อกันยาวถึง 1,810 กม. เขตการปกครองของไทย ติดกับพรมแดนลาวตั้ง 11 จังหวัด มีช่องทางการค้า 36 แห่ง เป็นจุดผ่านแดนถาวร 13 แห่ง จุดผ่อนปรน 21 แห่ง และจุดผ่านแดนชั่วคราว 2 แห่ง แต่ช่องผ่านแดน ธรรมชาติที่ชาวบ้านของทั้งสองประเทศ เดินทางเข้าออกมีมากตั้ง 700 ช่อง ลุงคำหล้า ป้าชู เอื้อยหนู อ้ายบุนพัน แม่ขาวจัน นายบ้านคำเฟือน ฯลฯ ท่านเหล่านี้เดินผ่านไทยลาวเข้าออกซื้อขายสินค้าไปบริโภค มีศุลกากรคนไหนไปนั่งนับมูลค่าการค้าบ้างครับ นักการเมืองของไทยมัวแต่ไปเอาใจประเทศร่ำรวย เมินประเทศที่ทุกยาก แต่ผมอยากจะขออนุญาตให้ข้อสังเกตนะครับว่า ผ้าฮ้ายห่อคำ ประเทศร่ำรวยมักไม่ทำตนหรูหรา ลาวขณะนี้เป็นเหมือนเศรษฐีบ้านนอก ผู้มีที่ดินเยอะ ทรัพยากรแยะ มีแต่ลูกสาว แต่จำนวนลูกชายที่จะใช้พัฒนาประเทศมีน้อย ภายภาคหน้าลูกสาวแต่งงาน ลูกเขยเต็มบ้านช่วยกันพัฒนาทำมาหากิน ภายต่อมาก็เป็นประเทศร่ำรวยได้ เหมือนกับตอนที่โซเวียตแตกใหม่ๆ ก็โดนคนไทยจำนวนหนึ่งดูถูก แม้แต่สถานทูตไทยในกรุงมอสโกตอน พ.ศ.2534-2538 ยังให้คนรัสเซียไปยืนตากหิมะรอวีซ่ากันทีละหลายชั่วโมง แถมพูดจาดูแคลนคนรัสเซียอย่างมาก อาจารย์มหาวิทยาลัยของรัสเซียไปขอวีซ่า ไอ้ตาถั่วยังกล่าวหาว่าท่านเป็นโสเภณี ไอ้พวกอุดอู้อยู่แต่ในรู ไปรับราชการที่รัสเซียก็จริง แต่บ่เคยฮู้ดอกหรอกว่า รัสเซียน่ะกว้างใหญ่มหาศาล มีทรัพยากรธรรมชาติเยอะ สมควรที่จะคบค้าสมาคมไว้และต้องให้เกียรติกันพอสมควร ต่อมา เมื่อรัสเซียขุดทรัพยากรธรรมชาติขายได้ จึงกลายเป็นชาติร่ำรวยภายในเวลา 15 ปี เดี๋ยวนี้ คนรัสเซียที่มีเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ หรือ 32,000 ล้านบาท นิตยสารฟอร์บส์ไม่จัดให้ติดอันดับทำเนียบเศรษฐีของรัสเซียแล้วนะครับ คุณแสงดารา คำวานวงสา มหาบัณฑิตชาวลาวจากมหาวิทยาลัยทาชเคนต์ ซึ่งเดินทางมาลาวคราวนี้กับผมด้วย เล่าว่า ลูกค้ารัสเซียคนสุดท้ายของเธอซึ่งเข้าไปซื้ออัญมณีที่ร้านเจมส์ในพัทยา เป็นสตรีสาวชาวนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซื้อพลอยครั้งเดียวมูลค่า 9 ล้านบาท ย้อนหลังไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว สุภาพสตรีพวกนี้นี่แหละครับ ที่ไอ้ขี้กะตืกตาถั่วแต้มสีว่าพวกเธอเป็นโสเภณี ไอ้คันคากตาสั้นพวกนี้นี่เบิ่งข้างหน้าบ่เห็น ใครจน ข้ากีดกันไว้ก่อน สมัยรัสเซียยังจน เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำกรุงมอสโกทำงานขยันขันแข็ง รายงานรัฐบาลของตนว่า ภูมิภาคไซบีเรียของรัสเซียมีป่าไม้มาก นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ดร.มหฎิร มุฮัมหมัด จึงบินไปเยือนไซบีเรีย ต่อมา นักธุรกิจมาเลย์ได้สัมปทานทรัพยากรป่าไม้ในไซบีเรียกันมาก นำเงินเข้ามาเลเซียได้บานเบอะเยอะแยะ ขณะที่นักธุรกิจไทยได้ยินแต่คำเว้าว่า “รัสเซียจนๆๆ” จากไอ้ขี้ทูตจังไฮคนที่ว่า เหมือนกัน วันนี้ พอรู้ว่านิติภูมิเข้าไปรับใช้ในลาว ไอ้ขี้โก๊ะลูกหลอดพวกเดิมก็ออกข่าวเว้าทำนองดูแคลน ว่าประเทศอื่นมีเยอะแยะทำไมไม่ไปซ่อยซู เอาอีกแล้ว เมื่อ 15 ปีก่อน ไอ้ผีตาแหกคนนี้นี่ทำลายโอกาสของคนไทยในรัสเซีย จนมะหับมะหายไปครั้งหนึ่งแล้ว คราวนี้โผล่หน้าอ้าปากมาทำลายโอกาสของไทยในเพื่อนบ้านใกล้กันอีก นิติภูมิอยากชวนคนไทยให้เข้าไปลงทึนในลาว และให้คิดอย่างมั่นคงว่า ไทยกับลาวนั้นเกิ่งกัน รักกัน แม้ว่าวันนี้ คนลาวอาจจะมักคนญวนมากกว่าคนไทย แต่ในอนาคต เราทั้ง 10 ชาติในอาซีอาคะเนจะต้องสังลวมตัวช่วยเหลือเกื้อกูลกัน. นิติภูมิ นวรัตน์ |
|
|
|
|
|
#156 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,602
Likes (Received): 353
|
ได้แบบสะพานเชียงของ รอลุ้นนิคมอุตสาหกรรม
โพสต์ทูเดย์ 14/05/2008 ได้ข้อสรุปแบบสะพานข้ามโขง “เชียงของ–ห้วยทราย” ก่อนลงมือก่อสร้าง การประชุมปัจฉิมนิเทศการสำรวจออกแบบโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงห้วยทราย-เชียงของ ที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. รูปแบบสะพานที่บริษัทที่ปรึกษาเห็นว่ามีความเหมาะสม คือ เป็นสะพานคอนกรีตรูปกล่อง ความยาวช่วงเสา 110 เมตร จำนวน 3 ช่วง ตอม่อในน้ำจำนวน 4 ตอม่อ รูปแบบของสะพานมีความกว้าง 14.70 เมตร ความยาว 480 เมตร เป็นสะพานขนาด 2 ช่องจราจร (ไป-กลับ) ขนาดความกว้างของช่องจราจรช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางข้างละ 2.00 เมตร และทางเท้าข้างละ 1.25 เมตร จุดเริ่มต้นที่บริเวณบ้านทุ่งงิ้ว ต.สถาน อ.เชียงของ ห่างจากตัวอำเภอเชียงของประมาณ 7 กิโลเมตรทางทิศใต้ นายชนะ นาคสุริยะ รอง ผวจ.เชียงราย กล่าวว่า จากความพร้อมโดยรวมโครงการคงจะไม่มีข้อติดขัดอีกต่อไป ขณะนี้รัฐบาลจีนได้เร่งรัดการก่อสร้างมาอย่างเต็มที่ หลังจากการก่อสร้างถนนทางฝั่งลาวเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไปแล้ว “หากเราล่าช้าไปกว่านี้ จีนจะขอเข้ามาศึกษารูปแบบของโครงการ เพื่อดำเนินการลงทุนก่อสร้างเอง โดยใช้ระยะเวลาการก่อสร้างภายใน 1-2 ปี เท่านั้น ในส่วนของโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้เพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าหากทั้งสองโครงการมีความคืบหน้า จะเป็นการประสานการลงทุนในพื้นที่ได้อย่างลงตัว” นายชนะ กล่าว ทั้งนี้ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้เชิญคณะกรรมการกำกับการศึกษาโครงการศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมของการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเชียงของ ที่จะประชุมในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ |
|
|
|
|
|
#157 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,602
Likes (Received): 353
|
รถไฟไทย-ลาวกำหนดฉึกฉักต้นเดือนหน้า
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 มิถุนายน 2551 17:48 น. ผู้จัดการรายวัน -- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยและลาวได้ตกลงจะเปิดเดินรถไฟข้ามพรมแดนเที่ยวปฐมฤกษ์ในต้นเดือน ก.ค.นี้ หลังจากคณะเจรจาสองประเทศบรรลุข้อตกลงในรายละเอียดต่างๆ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รวมทั้งการจัดเก็บค่าโดยสารและตารางเวลาในการเดินรถ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนการสองฝ่ายจะร่วมกันทดลองเดินรถในสัปดาห์นี้ เพื่อจัดพิธีรับมอบระบบรางและสถานี พร้อมกับเปิดเดินรถเที่ยวปฐมฤกษ์ภายในสัปดาห์ที่สองของเดือนหน้า ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ “ประชาชน” ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว การพิจารณารายละเอียดต่างๆ เหล่านี้จัดขึ้นในนครเวียงจันทน์วันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยคณะเจ้าหน้าที่องค์การทางรถไฟลาวกับการรถไฟแห่งประเทศไทย สองฝ่ายได้พิจารณาเกี่ยวกับอัตราการเก็บค่าโดยสารรถไฟสายกรุงเทพฯ-เวียงจันทน์ โดยตกลงแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ จากเมืองหลวงของไทยไปยัง จ.หนองคาย จากหนองคายไปยังสถานีบ้านดงโพสี ท่านาแล้ง และ ช่วงที่ 3 ท่านาแล้ง-เวียงจันทน์ ทางรถไฟสายปฐมฤกษ์ระยะทาง 3.5 กม.จากสะพานมิตรภาพไปยังสถานีบ้านดงโพสี สร้างขึ้นจากการช่วยเหลือของรัฐบาลไทยรวมมูลค่าก่อสร้างราว 197 ล้านบาท ในนั้นเป็นการช่วยเหลือแบบให้เปล่าจำนวน 30% ที่เหลือเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำระยะยาว 30 ปี มีระยะปลอดหนี้ 10 ปี การก่อสร้างรางและสถานี ตลอดจนระบบไฟสัญญาณ แล้วเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา การประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ร.ฟ.ท.ได้แจกแจงให้ฝ่ายลาวได้ทราบเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเดินรถจากกรุงเทพฯ ซึ่งได้นำไปสู่การคิดคำนวณค่าโดยสาร สองฝ่ายได้ตกลงจะเริ่มให้บริการเดินรถวันละ 1 ขบวน และสามารถร่วมกันพิจารณาเปิดเดินวันละหลายขบวนได้ถ้าหากมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น โดยจะใช้รถไฟขบวนที่ 69 (กรุงเทพฯ-หนองคาย) ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองที่สถานีหนองคาย ก่อนจะนำส่งผู้โดยสารถึงท่านาแล้ง อัตราค่าโดยสารช่วงแรกคิดตามอัตราที่ ร.ฟ.ท.เก็บจากในช่วง กทม.-หนองคาย ในปัจจุบัน และกำลังพิจารณาหาตัวเลขค่าโดยสารช่วงหนองคาย-ท่านาแล้ง รัฐบาลฝรั่งเศสได้ช่วยลาวสำรวจเส้นทางรถไฟความยาวอีก 9 กม.ช่วงสถานีบ้านดงโพสี-สถานีบ้านคำสะหวาดโดยมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือน ส.ค.นี้ ก่อนจะมีประกวดราคาหาบริษัทผู้ก่อสร้างโดยฝรั่งเศสช่วยเหลือทั้งในรูปเงินให้เปล่าและเงินกู้ผ่อนปรนเช่นเดียวกัน อัตราค่าโดยทางรถไฟช่วงบ้านดงโพสี-บ้านคำสะหวาด ชานนครเวียงจันทน์ ลาวจะเป็นฝ่ายกำหนดเองในภายหลัง สื่อของทางการกล่าว รถไฟออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 20.00 น.ถึงสถานีหนองคายเวลา 09.00 น.วันรุ่งขึ้น ออกจากสถานีหนองคายในอีก 45 นาทีต่อมา หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทยและลาวใช้เวลาประมาณ 45 นาที ตรวจเอกสารผู้โดยสาร และขบวนรถจะถึงสถานีปลายทางในลาวอีก 20 นาทีต่อมา รถขบวนเดียวกันนี้จะวิ่งกลับข้ามแดนเข้าหนองคายอีกครั้งหนึ่งเมื่อเวลาประมาณ 10.45 น. เพื่อกลับไปทำความสะอาด และตรวจความเรียบร้อยทางเทคนิค ก่อนจะแล่นกลับไปรับผู้โดยสารที่สถานีบ้านดงโพสีอีกครั้งหนึ่งเวลาประมาณ 16.15 น. รถไฟที่มีต้นทางจากลาวจะออกเดินทางเวลา 17.00 น.ถึงสถานีหนองคายในอีกประมาณ 15 นาทีต่อมา เข้าสู่ขบวนการตรวจเอกสารออกและเข้าประเทศ ก่อนจะออกเดินทางไปกรุงเทพฯ เวลาประมาณ 18.20 น. นายสอนสัก น.ยานซะนะ รองหัวหน้าองค์การทางรถไฟลาว กล่าวกับ “ผู้จัดการรายวัน” ก่อนหน้านี้ว่า กฎหมายไทยไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองออกปฏิบัติงานในต่างแดน ทำให้ลาวต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมการตรวจลงตราวีซ่าหรือตรวจเอกสารสำคัญต่างที่สถานีรถไฟหนองคาย ณ จุดเดียว ในชั้นแรกขบวนรถไฟไทย-ลาว และ ลาว-ไทย นี้จะมีตู้โดยสารเพียง 3 ตู้ เป็นตู้นอนชั้น 1 กับชั้น 2 การกำหนดอัตราค่าโดยสาร 2 ช่วงแรกจะให้แล้วเสร็จภายในกลางเดือน มิ.ย.แต่ “ผู้จัดการรายวัน” ไม่สามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดจากฝ่ายใดได้เมื่อวันพุธ (17 มิ.ย.) นี้ ในอนาคตจะมีการจัดเก็บค่าโดยสารช่วงท่านาแล้ง-เวียงจันทน์ โดยรวมเข้ากับตั๋วโดยสารให้เป็นราคาเดียวกันตลอดสายจากกรุงเทพฯ สื่อของทางการกล่าว สองฝ่ายมีกำหนดลงนามในสัญญารับเอาข้อตกลงต่างๆ ในภายสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ก่อนจัดพิธีรับมอบและเปิดเดินรถอย่างเป็นทางการ ที่กำหนดขึ้นไม่เกินวันที่ 10 ก.ค.ศกนี้ ยังไม่สามารถตรวจสอบความคืบหน้าได้ในขณะนี้ ว่า การทดลองเดินรถจะมีขึ้นตามกำหนดภายในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ ได้หรือไม่ ทางการลาวยังได้อนุมัติให้นักลงทุนจากเกาหลีฟื้นฟูทางรถไฟสายสั้นๆ ระหว่างบ้านดอนคอน-ดอนเดด เมืองโขง แขวงจำปาสัก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ลาวเป็นประเทศที่อยู่ในเส้นทางรถไฟสายอาเซียนระหว่างสิงคโปร์ กับเมืองคุนหมิง ในมณฑลหยุนหนันของจีน ทางการลาวกำลังหาทางก่อสร้างทางรถไฟสายยาว 2 สาย เวียงจันทน์-หลวงพระบาง-บ่อเตน-คุนหมิง กับอีกสายจากนครเวียงจันทน์มุ่งลงใต้สู่เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ก่อนจะมุ่งตะวันออกไปเชื่อมระบบรถไฟในเวียดนาม รวมความยาวทางรถไฟสายนี้ 400 กม.เศษ ไทยและลาวได้ตกลงสร้างรางรถไฟไว้บนสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำโขงห้วยทราย-เชียงของ และ นครพนม-ท่าแขก เพื่อเชื่อมระบบรถไฟของทั้งสองประเทศเข้าด้วยกันในอนาคต ทางรถไฟสายแรก ไทย-ลาว กำลังจะมีส่วนร่วมสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของสองประเทศ ทางการลาวได้เปิดเผยแผนการจัดตั้งเขตการค้าขึ้นที่สถานีรถไฟบ้านดงโพสี กำลังจะมีการก่อสร้างถาวรวัตถุและเปิดเป็นตลาดการค้าโดยเปิดดำเนินการในปี 2552 ตลาดการค้าชายแดนแห่งใหม่จะมีพื้นที่กว่า 50 เฮกตาร์ (กว่า 310 ไร่) นอกจากอาคารตลาดในร่วมกับศูนย์การค้าแล้ว ยังจะมีอาคารคลังสินค้าทันสมัย และอาณาบริเวณสำหรับตู้สินค้า (inland container depot) อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกันด้วย ![]() 20/02/2007 ![]() 03/2008 |
|
|
|
|
|
#158 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,602
Likes (Received): 353
|
ลาว-มาเลเซียจับมือเซ็นสร้างเขื่อนน้ำซัน 3
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 23 มิถุนายน 2551 17:47 น. ผู้จัดการออนไลน์-- ลาวและมาเลเซียได้ลงนามในข้อตกลงการพัฒนาโครงการหรือ PDA (Project Development Agreement) ในการสร้างเขื่อนน้ำซัน 3 (Namsan III) ในเมืองหมอก (Moke) แขวงเซียงขวาง (Xiengkhuang) ผู้ที่ลงนามในข้อตกลงดังกล่าวคือ นายทองมะนี พมวิไซ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ นายไซปะเสิด พมสุพา อธิบดีกรมการสนับสนุนและพัฒนาทางด้านพลังงานและเหมืองแร่ และนายจอร์จ เซียะ-บุน (George Sia Bun) ผู้อำนวยการบริษัทโรฮาส-ยูโค อินดัสตรี (Rohas-Euco Industries of Maysia) รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของทั้ง 2 ฝ่ายเป็นพยานในการลงนามครั้งนี้ด้วย เดือน เม.ษ. ปีที่แล้วบริษัทดังกล่าวได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ MoU กับรัฐบาลลาวเพื่อสำรวจการลงทุนในโครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้าดังกล่าว รัฐบาลจะเข้าร่วมลงทุนในโครงการนี้ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 25% และที่เหลือจะเป็นการลงทุนจากบริษัทจากมาเลเซีย สัญญาสัมปทานแบบ BOT (build-operate-transfer) มีระยะเวลา 30 ปี กล่าวคือเมื่อสร้างเสร็จแล้วสามารถหาผลประโยชน์ได้ในช่วงเวลาที่ระบุก่อนโอนกิจการคืนกลับมาเป็นของรัฐ คาดว่าเขื่อนผลิตไฟฟ้านี้จะสามารถผลิตพลังงานได้มากถึง 300-350 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ซึ่งพลังงานทั้งหมดจะถูกขายให้กับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (Electricite du Lao) ในเดือน ส.ค.ปี 2007 บริษัท MESB Berhad ผู้ลงทุนด้านการก่อสร้างและวิศวกรรมรายใหญ่จากมาเลเซีย ก็ได้เดินทางเข้าลาวเพื่อหาลู่ทางลงทุนทำเหมืองแร่ และก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในลาวด้วยเช่นกัน โดยผู้บริหารของกลุ่มได้เข้าเยี่ยมคำนับนายกรัฐมนตรีลาว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการดังกล่าว หนังสือพิมพ์ The Star ในมาเลเซียรายงานเมื่อต้นเดือนนี้ว่า ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาได้มีการเซ็สัญญาเริ่มการก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าที่ดอนสะฮอง ในเขตเมืองโขง แขวงจำปาสัก โดยกลุ่มบริษัทเมกะเฟิร์สท์จากมาเลเซีย ทำให้ดอนสะฮองจะเป็นเขื่อนกั้นลำน้ำโขงแห่งแรกใน สปป.ลาว. |
|
|
|
|
|
#159 |
|
Registered User
Join Date: Oct 2006
Location: Bangkok
Posts: 599
Likes (Received): 29
|
Vientiane of Laos
|
|
|
|
|
|
#160 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,602
Likes (Received): 353
|
Lao-Thai expand co-operation to maintain security along second Friendship Bridge
Savannakhet, June 26 (KPL) - A Lao-Thai Juridical Committees for Second Friendship Bridge, Savannakhet-Mudahane province of Thailand was organised early this week a consultation meeting on finding ways to strengthen the management and maintain peace and security in the areas of the friendship bridge II. The meeting aimed to offer an opportunities for the technical officials of both sides to discuss their co-operation on implementing legal tools on the second friendship bridge and other issues relating to the maintenance of the bridge in the future. This was the fourth consultation meeting organised in Savannakhet province.(KPL) |
|
|
|
![]() |
| Tags |
| laos |
| Thread Tools | |
| Display Modes | |
|
|