daily menu » rate the banner | guess the city | one on one

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > New Highrise developments

New Highrise developments Come see whats on the rise in this capital


Reply

 
Thread Tools Display Modes
Old January 29th, 2006, 12:27 PM   #61
RPP
Registered User
 
Join Date: Dec 2005
Posts: 49
Likes (Received): 0

Thanks..my mistake it's 14 rai. Pre-sales will be on 2Q06.
RPP no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old January 30th, 2006, 02:34 AM   #62
Chad
Kickimus Gluteus Maximus
 
Chad's Avatar
 
Join Date: Oct 2002
Location: Bangkok
Posts: 36,258
Likes (Received): 295

สิงคโปร์หนุนทั้ง "อนันต์" และ "เจริญ" ชิงทำเลทองสถานฑูตอังกฤษ

สุขุมวิท ทุนสิงโปร์เปิดศึกชิงที่ดินสถานฑูตอังกฤษ ผ่านค่ายแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ชน ที.ซี.ซี ของ "เสี่ยเจริญ" เตรียมผุดตึกสูงอภิมหาโปรเจกต์สุดหรู คาดราคาที่ดินจะสูงถึง 1 ล้านบาทต่อตร.ว. จะเป็นการซื้อขายที่ดินสูงสุดในประวัติศาสตร์เมืองไทย เผยกลุ่มทุนสิงค์โปร์ทั้งรายย่อยและระดับชาติรุมทึ้งอสังหาฯและธุรกิจหลักของไทยเพื่อใช้เป็นฐานต่อยอดสู่การแข่งขันระดับโลก


แหล่งข่าวในวงการพัฒนาที่ดินเปิดเผย "สยามธุรกิจ" ว่า การเข้ามาของกลุ่มทุนจากประเทศสิงคโปร์มีมานานแล้ว แต่เพิ่งเห็นชัดเจนขึ้นเมื่อมีกลุ่มทุนใหญ่เข้ามาร่วมลงทุนช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็เช่นเดียวกันได้เข้ามาร่วมทุนหลายบริษัท คาดว่าเกินกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ สาเหตุที่กลุ่มทุนสิงคโปรให้ความสนใจธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากราคาที่ดินในประเทศไทยยังถูกมากเมื่อเทียบกับหลาย ๆ ประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพมหานคร ยิ่งรัฐบาลไทยมีโครงการเมกะโปรเจกต์ หรือโครงข่ายคมนาคมยิ่งทำให้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ทำเลทองเหล่านี้จะเพิ่มสูงขึ้นออีกหลายเท่าตัว

"ที่ดินสถานฑูตอังกฤษที่กำลังเปิดประมูลเป็นอีกแปลงหนึ่งที่กลุ่มทุนสิงคโปร์ให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นทำเลที่มีศักภาพในการลงทุนสูง และเป็นที่ดินที่มีประวัติศาสตร์ หากใครได้ไปถือเป็นเกียรติประวัติ คาดว่าราคาซื้อขายที่ดินแปลงนี้จะสูงถึงตารางวาละ 1 ล้านบาท หรือมีมูลค่า 4,000 ล้านบาท จากพื้นที่แบ่งขาย 10 ไร่ และถ้าหากพัฒนาเป็นตึกสูงจะเป็นโครงการที่มีพื้นที่ขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรสูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันโครงการที่มีพื้นที่ขายสูงสุดในขณะนี้คือโครงการเดอะเม็ท ซึ่งก็เป็นของกลุ่มทุนสิงคโปร์เช่นเดียวกัน โดยมีราคา 1.5 แสนบาทต่อตารางเมตร"แหล่งข่าวกล่าว

สำหรับที่ดินสถานฑูตอังกฤษกลุ่มทุนสิงคโปร์จะแข่งขันเข้าร่วมประมูลโดยผ่านบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน ) ของนายอนันต์ อัศวโภคิน ส่วนผู้เข้าประมูลรายอื่นอีก 3 รายได้แก่ กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา ของตระกูลจิราธิวัตน์ ,กลุ่มฮ่องกงแลนด์ที่จับมือกับกลุ่มตระกูลศรีวิกรณ์ และบริษัท ทีซีซี.แลนด์ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ที่มีมีกลุ่มทุนสิงคโปร์ร่วมอยู่ด้วยเช่นกัน

โดยนักลงทุนจากสิงคโปร์ส่วนใหญ่ มุ่งเน้นเขัามาร่วมทุนกับบริษัทพัฒนาที่ดินที่มีแลนด์แบงก์ หรือที่ดินใจกลางกรุงเป็นหลัก เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความชำนาญในเรื่องการก่อสร้างตึกสูง อีกทั้งโครงการลักษณะนี้ให้ผลตอบแทนที่เร็วกว่าธุรกิจบ้านจัดสรร เห็นได้ชัดจากการเข้ามาร่วมทุนกับนักพัฒนาที่ดินไทยแล้ว อาทิ โครงการเดอะเม็ท ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับหรู ที่มีราคาขายต่อตารางเมตรสูงที่สุดในเมืองไทยก็ว่าได้ โดยมีราคาขาย 160,000 บาท/ตร.ม.สูงกว่าโครงการ "เดอะพาร์ค" ของเสี่ยสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง และโครงการ "แอทธินี เรสซิเดนซ์ "ของเสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี ที่มีราคาขายต่อตารางเมตรอยู่ที่ 120,000-130,000 บาท แสดงให้เห็นว่านักลงทุนสิงคโปร์มีความมั่นใจในอนาคตของธุรกิจคอนโดฯใจกลางกรุงเป็นอย่างยิ่ง กองทุนฯ บุกเข้าไทยบริหารเอ็นพีเอ

นอกจากนี้กลุ่มทุนสิงคโปร์ยังเข้ามาลงทุนในหลาย ๆ ธุรกิจแม้แต่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)ยังได้เซ็นบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู)กับกองทุนต่างชาติที่เสนอตัวเข้ามา 2 กลุ่ม เพื่อให้เข้ามาซื้อหนี้เอ็นพีเอของบ้านมือสอง ที่มีทั้งบ้านเดี่ยว,บ้านแฝด,ทาวน์เฮาส์ เว้นเพียงคอนโดมิเนียมเท่านั้น ที่กองทุนนี้ไม่ต้องการ ทั้งนี้เพื่อเป็นการผลักดันให้ตลาดบ้านมือสองมีการซื้อง่าย-ขายคล่อง ซึ่งประกอบด้วย 1.กลุ่มบริษัทแฮริสัน เรียลตี้ จำกัด (มหาชน ) 2.กองทุนบางกอกพาร์ทเนอร์ชิป จากประเทศสิงคโปร์

ด้านบริษัท อีอาร์เอ แฟรนไชส์ (ประเทศไทย ) จำกัด ได้ขยายขอบการให้บริการจัดหาทรัพย์สินไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPA : Non-Performing Asset จากสถาบันการเงินให้กับกลุ่มทุน พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ รายใหญ่จากสิงคโปร์เช่นกัน

กลุ่มทุนใหญ่ 5 อันดับแรกที่เข้ามาจับคู่ธุรกิจลงทุนในไทยประเดิมด้วย กองทุนจากรัฐบาลสิงคโปร์ GOVERNMENT OF SINGAPORE INVESTMENT CORP หรือ GIC เข้ามาถือหุ้นในบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน ) สัดส่วน 13.71% เพิ่มความแข็งแกร่งด้านเงินทุน ทำให้ แลนด์ฯ เป็นบริษัทอสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทย ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน ยอดขายมากที่สุดในตลาด อีกราย คือ บริษัท แคปปิตอล แลนด์ จำกัด ซึ่งผู้ถือหุ้นใหญ่คือ รัฐบาลสิงคโปร์ ดำเนินธุรกิจด้านที่พักอาศัย โรงแรม และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ เครือข่าย "ดิ แอสคอทท์ กรุ๊ป" เข้ามาร่วมทุนกับ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน )

โดย 2 ปีก่อน กลุ่มแคปปิตอลฯ นี้เองได้ร่วมทุนครั้งใหญ่กับกลุ่ม ที.ซี.ซี. ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าพ่อวงการสุราของไทย ในโครงการอสังหาฯ ในนามบริษัท ที.ซี.ซี.แลนด์ จำกัด ลงทุนคอนโดมิเนียม และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ภายใต้แบรนด์ในเครือ "แอทคอท-ซัมเมอร์เซ็ท-ซิทาดินส์" และยังสนใจเข้าไปทำตลาดในแนวราบ ปัจจุบันอยู่ระหว่างหาทำเลที่มีศักยภาพ และน่าสนใจในหัวเมืองใหญ่ อาทิ เชียงใหม่, พัทยา, ภูเก็ต และสมุย เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีเคปเปลแลนด์ ซึ่งเปิดตัวในไทยในนามบริษัท เคปเปลไทย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน ) โดยเข้าเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท ไฟว์สตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน ) ซึ่งมีผู้บริหารกลุ่มกฤษดานคร เป็นผู้ถือหุ้นร่วม มุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวเป็นหลัก

ด้านบริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด หรือ เคแลนด์ บริษัทในเครือ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมทุนกับกลุ่มเฟรเซอร์ ในเครือเฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ เฟรเซอร์ ซึ่งมีธุรกิจในเครือหลากรายรวมถึงเบียร์ไทเกอร์ เครื่องดื่มเฟรเซอร์ ฯลฯ พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกับกลุ่มเซ็นเตอร์พอยท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศสิงคโปร์ เจ้าของเครือข่ายธุรกิจเฟรเซอร์ แอนด์ทีฟ และกลุ่มเฟรเซอร์ จากสิงคโปร์เอง ยังได้เข้ามาร่วมทุนกับ บริษัท สยามพันธุ์ เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน ) ในกลุ่มสยามพันธุ์ พัฒนาโครงการ หลังสวน วิลล์

ส่วนตัวบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟคฯ เองก็เปิดตัวพันธมิตรใหม่ ด้วยการเข้ามาของเฮดจ์ฟันด์ "เจมส์" General Enterprise Management Services Limited) ซึ่งเป็นกองทุน Private Equity Fund ของ นายลีกาชิงนักธุรกิจชื่อดังจากฮ่องกง เพื่อช่วยเสริมฐานการเงินให้กับบริษัท ด้วยการขายหุ้นกู้ 800 ล้านบาท อีกทั้งยังได้เจรจาดึงกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์จากสิงคโปร์คือ "ยูโอแอล" ซึ่งเป็นนักลงทุนด้านอสังหาฯ ในเครือธนาคารยูโอบี สิงคโปร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้ควบรวมกิจการกับธนาคารเอเชียในไทยไปแล้วเช่นกัน

อารียา พรอพเพอร์ตี้ฯ เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการอสังหาฯไทย ที่เพิ่งลงนามบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นกับ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ ทเวนตี้ บูโร กรุ๊ป (China Railway 20th Bureau Group Co., Ltd) ยักษ์ใหญ่รับเหมาก่อสร้างอันดับ 1 ใน 5 จากประเทศจีน ไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยประกาศตัวเข้าเป็นผู้ร่วมประมูลงานก่อสร้างโครงการเมกะโปรเจคของภาครัฐ

ส่วนผู้ประกอบการที่น่าจับตามองมากที่สุดในขณะและกำลังเป็นข่าวดังนี้คือ บริษัทเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน ) หรือ SC ซึ่งเป็นบริษัทของตระกูลชินวัตรได้ขายหุ้นให้กับกลุ่ม "เทมาเซค โฮลดิงส์" จากสิงคโปร์ ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน)หรือ GOLD ที่อาจมีการดึงกลุ่มทุนสิงคโปร์เข้ามาถือหุ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะ GLOD นั้นปัจจุบันมี ชิวเด้นท์ ฟันด์ ซึ่งเป็นกองทุนรวมและกลุ่มนิวเวิลด์ บริษัทผู้ดำเนินธุรกิจอสังหาฯในสิงคโปร์เข้ามาถือหุ้นอยู่แล้ว

แพทโก้ แลนด์ จำกัด ผู้ดำเนินโครงการ "วิจิตราธานี" ก็ก็ดึงกลุ่มทุนสิงคโปร์ ที่ดำเนินธุรกิจสนามกอล์ฟที่มีชื่อเสียงในประเทศเข้าร่วมในโครงการด้วยเช่นกัน เพื่อทำตลาดลองสเตย์ส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมกับแตกไลน์มาทำคอนโดมิเนียมโลว์ไรท์ ระดับกลาง ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท

บริษัท ฮาริสัน จำกัด (มหาชน ) ในช่วงต้นปี 2549 มีนโยบายที่จะขยายตลาดไปยังสิงคโปร์ เพื่อเพิ่มรายได้และหาลูกค้าใหม่จากต่างประเทศ ซึ่งมีความต้องการเข้ามาพัฒนาโครงการในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม

โดยเมื่อย้อนกลับไปกลางปี 2548 กลุ่มทุนสิงคโปร์ "ซิตี้ ดีเวลลอปเม้นท์" ได้ร่วมทุนกับเจ้าของที่ดิน ซื้อที่ดินเปล่าในใจกลางธุรกิจมาพัฒนา และซื้ออาคารสร้างค้างมาพัฒนา รวมมูลค่าทรัพย์ที่ทางกลุ่มเข้ามาลงทุนแล้วในไทยประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และเทกโอเวอร์โครงการ พรภัทร เซ็นเตอร์ ของกลุ่ม สับปะรดกระป๋องไทย เปลี่ยนชื่อใหม่ เป็น "เอ็กซ์เชนจ์ ทาวเวอร์" พร้อมร่วมทุนกลุ่ม "ศรีชวาลา" ผุดโครงการ มิลเลนเนียม สุขุมวิท โรงแรม ระดับ 5 ดาว และเคยลงทุนร่วมกับกลุ่มอัมรินทร์ ะขณะเดียวกันก็ได้ร่วมทุนกับกลุ่มเวสต์บรูค กองทุนอสังหาริมทรัพย์จากสหรัฐอเมริกา

ขณะที่การเข้ามาลงทุนของสิงคโปร์ใหญ่ที่สุดคือ บริษัท เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ (TEMASEK HOLDINGS) เป็นบริษัทจัดการการลงทุนของเอเชียที่ตั้งขึ้นเมื่อปี 2517 มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ ถือหุ้นใหญ่โดยกระทรวงพาณิชย์ของประเทศสิงคโปร์ ปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตการลงทุนในภาคธุรกิจต่างๆ มากกมายกระจายอยู่ทั่วโลก รวมมูลค่าถึง 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในสิงคโปร์ เอเชียและประเทศในกลุ่ม โออีซีดี

การลงทุนของบริษัทได้ครอบคลุมธุรกิจหลายประเภท เช่น โทรคมนาคม ธุรกิจสื่อ บริการทางการเงิน อสังหาริมทรัพย์ ขนส่งและโลจิสติกส์ พลังงานและทรัพยากร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน วิศวกรรมและเทคโนโลยี และมีเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียเติบโตมากขึ้น เทมาเส็ก ได้ปรับบทบาทไปสู่การเป็นลงทุนกับบริษัทชั้นนำในหลายประเทศ รวมทั้งบริษัทที่เกิดใหม่ ปัจจุบันได้ปรับการลงทุนในพอร์ตทั้งหมดเป็นการลงทุนในประเทศสิงคโปร์ และการลงทุนในเอเชียในสัดส่วน 1 ใน 3 ของพอร์ตเท่าๆ กัน และที่เหลือจะลงทุนในประเทศในกลุ่มโออีซีดี โดยที่ มีการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทย (ยกเว้นสิงคโปร์ ) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2548 คิดเป็น 9% ของการลงทุนทั้งหมด

สำหรับประเทศไทย เทมาเส็ก ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทกับธุรกิจไทยหลายประเภท เมื่อประมาณเกือบ2 ปีที่ผ่านมา โดยได้เข้าถือหุ้น 5% ในธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน ) ตั้งแต่เดือน มีนาคม 2547 และในเดือนมกราคม 2549 ได้เข้าซื้อหุ้นของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำนวน 5.94% นอกจากนี้ บริษัทในกลุ่มเทมาเส็กยังเป็นนักลงทุนระยะยาวในประเทศไทยมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เช่น ตั้งแต่ปี 2536 บริษัทสิงเทลได้เข้าถือหุ้น 19.26% ในบริษัทแอดวานซ์ อินโฟเซอร์วิส , การร่วมทุนระหว่างธนาคารดีบีเอส และบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น ได้ตั้งบริษัทเงินทุนเพื่อการบริโภค คือ บริษัท แคปปิตอล โอเค และบริษัทแคปปิตอลแลนด์ ร่วมกับบริษัท ทีซีซี แลนด์ ของไทย ตั้งบริษัท ทีซีซี แคปปิตอลแลนด์ จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในประเทศไทย เป็นต้น

ปี 2542 GICเข้ามาลงทุนในหุ้น LHในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกับ 'ตระกูลอัศวโภคิน' โดยเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุน จำนวน 1,000 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1.40 บาท (พาร์ 1 บาท ) ขณะที่ราคาตลาดซื้อขายหุ้นละ 9.40 บาท มีกำไรแอบแฝงหุ้นละ 8 บาท หรือประมาณ 8,000 ล้านบาท ในขณะนั้น

และล่าสุดGIC ได้ทำการเจรจากับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เพื่อร่วมลงทุนในโครงการเมกะโปรเจคของรัฐบาล โดยได้สนใจลงทุนในเมกะโปรเจคด้านไฟฟ้า และระบบขนส่งมวลชน ทั้งยังมีแผนลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ร่วมกับ กบข.อีกด้วย

ในฐานะที่เป็นบริษัทจัดการของเอเชีย เทมาเส็กได้จัดสรรเงินจำนวน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสนับสนุนโครงการบรรเทาทุกข์เพื่อฟื้นฟูและบูรณะชุมชนซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ สึนามิ ในเอเชียเมื่อปี 2547 โดยในจำนวนนี้ เป็นเงินช่วยเหลือแก่ประเทศไทยจำนวน หนึ่งล้านเหรียญสหรัฐ รวมทั้งได้ให้การสนับสนุนโครงการต่างๆ ของสภากาชาดไทย หลายโครงการ

หากแจกแจง เครือข่ายของ เทมาเส็ก พบว่า มีการกระจายการลงทุนไปยังบริษัทในเครือหลายแห่งด้วยกัน และบริษัทลูกเหล่านั้นก็มีการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยหลายต่อหลายธุรกิจด้วยกัน เช่นมีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่ง (59.1%) ของ "สิงคโปร์ เทเลคอม" (สิงเทล ) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของดีบีเอส กรุ๊ป ในสัดส่วน 29% และเป็นบริษัทแม่ของ ธนาคารดีบีเอส สิงคโปร์ (ในเครือดีบีเอส กรุ๊ป ) โดยที่ ดีบีเอส สิงคโปร์ จัดเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 ของ "ธ.ทหารไทย" (TMB) รองจากกระทรวงการคลัง ด้วยสัดส่วนหุ้นถึง 18.48% หลังจากผ่านการควบรวมระหว่าง บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ธ.ดีบีเอส ไทยทนุ และ ธ.ทหารไทย เป็นต้น

นอกเหนือจาก เทมาเซคแล้ว ยังมีแหล่งเงินทุนอีกหลายแห่งที่ขยายการลงทุนเข้าในประเทศไทย เช่น กอฟเวอร์เม้นท์ ออฟ สิงคโปร์ อินเวสเม้นท์ คอร์ปอเรชั่น (บรรษัทเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์- GIC )ที่พยายามเข้ามาเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนในธนาคารขนาดใหญ่อย่าง "ธ.กรุงเทพ" (BBL) "ธ.กสิกรไทย" (KBANK) และ ธ.ไทยพาณิชย์ (SCB)และการลงทุนในลักษณะพันธมิตรของ "แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์" (LH) และ "ควอลิตี้ เฮ้าส์" (QH) เมื่อหลายปีก่อน

นอกจากนี้กลุ่มแคปปิตอล แลนด์ ยังได้ใช้บริษัทในเครือ คือ "ดิ แอสคอต กรุ๊ป" (The Ascott Group) เพื่อร่วมทุนกับแผ่นดินทองพร็อพเพอร์ตี้ (GOLD) ในการพัฒนาโครงการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ "ดิ แอสคอต สาทร" ที่มีมูลค่าโครงการประมาณ 2,600 ล้านบาทและกลุ่ม "เซ็นเตอร์พอยท์ พร็อพเพอร์ตี้" ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาฯภายใต้เครือ "เฟร์เซอร์ แอนด์ นีฟ" จากสิงคโปร์ เข้ามาร่วมลงทุนกับ บมจ.กรุงเทพบ้านและที่ดิน (KLAND) เพื่อจัดตั้ง "บ.ริเวอร์ไซด์ โฮมส์ ดีเวลลอปเม้นท์" ในสัดส่วน 49% ต่อ 51% ซึ่งภายในปีนี้จะสร้างโครงการ "เดอะ พาโน" คอนโดมิเนียมหรู ติดริมน้ำเจ้าพระยา มูลค่าโครงการ 5,000 ล้าน

ไม่เพียงแต่ภาคอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์ และธรุกิจการเงินเท่านั้น ทุนจากประเทศสิงคโปร์ ได้รุกคืบเข้าไปในอีกหลายธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี และมีเม็ดเงินในการลงทุนค่อนข้างสูง ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญของกลุ่มทุนที่มีความพร้อม ล่าสุดทาง "ท่าอากาศยานไทย" (AOT) ก็เตรียมว่าจ้างให้ "บ.ไทยแอร์พอร์ต กราวนด์ เซอร์วิสเซส" หรือ "TAGS" ซึ่งมี "บ.โฟรบิเซอร์ พีทีอี" จากสิงคโปร์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 48.5% ให้ได้เป็นผู้บริหารจัดการเขตปลอดอากรที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดำเนินการศูนย์โลจิสติกส์ ครอบคลุมพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร ภายในเขตสนามบินฯ เป็นระยะเวลา 10 ปี

ทั้งนี้หากมองภาพรวมทั้งตลาด จะพบว่า 'GIC ' และ 'สิงเทล' เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยทั้งหมด 27 บริษัท มีมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 108,476 ล้านบาท การลงทุนของGIC และสิงเทล จะให้น้ำหนักกับหุ้น 'Mid-Cap Companies' (หุ้นมาร์เก็ตแคปขนาดกลาง) ระดับ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป แต่เม็ดเงินส่วนใหญ่ จะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคป ขนาดใหญ่ 10 อันดับแรกของตลาด ซึ่งประกอบไปด้วย ADVANC, LH, PTT, KBANK, BBL, SCB, SCC, TOP, CPF และ SHIN มีมูลค่าเงินลงทุนรวมกัน 100,858 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่า 93% ของพอร์ต โดยหุ้น ADVANC มีสัดส่วนเงินลงทุนมากที่สุด 60.58% ของพอร์ต, LH สัดส่วน 10.04% และ PTT สัดส่วน 4.87% ของพอร์ต

Source : Siam Turakij : Jan 28, 2006
__________________
You have the right to remain silent, everything you say will be misquoted and used against you in the forum

-Imate pravo da ?utite, sve što budete rekli može i bi?e upotrebljeno protiv vas na forumu

You know you love me. XOXO.
Chad no está en línea   Reply With Quote
Old January 30th, 2006, 12:04 PM   #63
Zimoune
Zimoune
 
Zimoune's Avatar
 
Join Date: Jun 2004
Location: Bangkok
Posts: 2,596
Likes (Received): 1

mmh.. i did not see show unit under construction yet. 14-rai is the whole set from end suk 18 connected to soi 20, right?
Zimoune no está en línea   Reply With Quote
Old January 30th, 2006, 03:57 PM   #64
RPP
Registered User
 
Join Date: Dec 2005
Posts: 49
Likes (Received): 0

Quote:
Originally Posted by Zimoune
mmh.. i did not see show unit under construction yet. 14-rai is the whole set from end suk 18 connected to soi 20, right?
Yes, that what I've heard. Haven't been there (driving range) for quite long time.
RPP no está en línea   Reply With Quote
Old January 31st, 2006, 12:16 AM   #65
atom
Registered User
 
atom's Avatar
 
Join Date: Dec 2003
Location: N/A
Posts: 3,219
Likes (Received): 110

REAL ESTATE SINGAPOREAN DEVELOPER STEPS UP LOCAL ACTIVITY

Singapore _ After keeping a low profile for two years, Keppel Thai Properties Plc (KTP) plans to launch at least three residential projects and acquire an office building to sell to a property fund established in Singapore.

The office building would be sold to the K-REIT Asia fund, a subsidiary of KTP's parent, the Singapore-based developer Keppel Land Ltd (KLL).

Lawrence Peh, a KTP executive director, said the company would launch the first phase of the 78-rai Villa Arcadia in the Vacharapol area, with 100 detached houses worth more than one billion baht in total.

The second phase of Villa Arcadia is in the Srinakarin area, with 156 units on lots between 55 and 125 square wah of land. Unit prices will range from 5.5 million to 12 million baht. The company expects to close sales for both projects in early 2007.

The third project is a mid-priced condominium, located near Bangkok's central business district. KTP is holding talks with landlords to form a joint venture to develop the condo project.

''A local partner is crucial to help us carry out marketing in Thailand,'' Mr Peh said.

He said KTP was also considering acquiring an office building within this year. It is interested in either completed or unfinished buildings and non-performing assets for renovation, which it would then sell it to K-REIT Asia.

The office real estate investment trust (REIT) was established with an initial portfolio of four office buildings worth about S0 million or 15.75 billion baht. The buildings are Keppel Towers, GE Tower, Bugis Junction Towers and Prudential Tower. All are located in Singapore's central business district.

Mr Peh said K-REIT Asia would invest primarily in office buildings throughout Asia. It is interested in major cities including Singapore, Hong Kong and Bangkok, with target yield of at least 6-7% per year. KLL also plans to set up more REITs for hotel and commercial property.

KLL is a subsidiary of Keppel Corporation whose major shareholder is Temasek Holdings. It develops and invests in 26 cities and 13 countries in Asia. It expects growing demand for quality homes and residential townships in China, India, Vietnam, Indonesia and Thailand.

KLL reported earnings of S5.7 million or 3.89 billion baht in 2005, up 17% from 2004. Its overseas earnings rose last year to 59% of total revenue, from 43% in 2004. KLL sold about 2,700 residential units in 2005, mostly in China and India. It also acquired additional shares to gain a 67% holding in Dragon Land, a middle-income housing developer in China.

KLL acquired a 45.45% stake in the Thai listed developer Five Star Property Plc in January 2000 for 300 million baht.

KTP shares closed yesterday on the SET at 2.24 baht, unchanged, in trade worth 62,000 baht.

Bangkokpost
31/01/06
__________________
Thai Forum Thailand Info
The only real prison is fear,and the only real freedom is freedom from fear.
atom no está en línea   Reply With Quote
Old January 31st, 2006, 01:29 AM   #66
Chad
Kickimus Gluteus Maximus
 
Chad's Avatar
 
Join Date: Oct 2002
Location: Bangkok
Posts: 36,258
Likes (Received): 295

Keppel plans city condo block

Is in talks to either buy land or form JV for project in central Bangkok


Sasithorn Ongdee


Keppel Thai Pro-perties Plc, an indirect subsidia-ry of Singapore-based Temasek Holdings’ Thai property arm, hopes to construct a condominium building in central Bangkok.

If all goes as planned, the company will start pre-selling units in the project at Bt5 million to Bt10 million each this year. The company hopes to tap into the growing demand for condominiums in prime city centre locations.

But first it needs land.

“We are in talks with a few landowners to either buy their land plots or join with them to develop the condominium project,” said Piya Treruangrachada, Keppel’s financial controller.

Keppel Thai Properties was renamed from Five Star Property Plc after Keppel Land Limited, a property arm of the Keppel Group, one of Singapore’s largest multinationals, bought a 45 per cent stake from the Krisdathanont family, in 2000.

After entering the local property market, it seems Keppel Group appetite for residential projects had waned.

Only two new single detached-house projects were unveiled over the past few years: the Bt2.5-billion Villa Arcadia project on Srinakarin Road and the Bt1.9-billion Villa Arcadia project on Watcharapong Road.

Keppel Thai Property hopes to boost sales at its projects by co-sponsoring a sales event with the Bank of Ayudhya on March 18. There will be a wide range of special promotions homebuyers, said Piya.

Villa Arcadia at Srinakarin will consist of 367 homes on 99 rai with prices ranging from Bt5 million to Bt10 million a house. Piya declined to reveal the number of houses sold to date, but he said that there would be 50 finished homes available at the sales event.

Meanwhile, Villa Arcadia at Watcharapong, which boasts 270 units on 78 rai, will be officially launched this year with prices ranging from Bt5 million to Bt10 million per unit.

The Thai projects are one part of Keppel group’s expansion from 2006 to 2008. Others projects will be launched in Vietnam, India, and Indonesia.

Dominic Ng, general manager of Keppel Land International for Malaysia, said that overseas ventures accounted for 50 per cent of Keppel group’s revenue last year.

Keppel Land’s overseas profits grew to 43 per cent of the group’s net profit in 2004 from 3 per cent in 2002.

The group last year sold about 2,700 residential units, mostly in China and India. In China the company has already sold 98 per cent of 456 units in the Eight Park Venue in Shanghai, 88 per cent of 1,250 units in the Seasons project in Beijing, 81 per cent of The Waterfront’s 1,023 units in Chengdu, and 970 units in the first phase of The Botanica, also in Chengdu.

In India, it has already sold 76 per cent of the 410-unit Elita Promenade.

Ng said that the company would either acquire land or enter into joint ventures with any partners to develop a condominium project in Thailand.

Keppel Thai Properties posted a Bt7.7-million net loss in the first nine months of last year, following a Bt52.1-million net loss in 2004.

Keppel Land, the third-largest listed property company in Singapore, also constructs office buildings. Projects in Singapore currently under development are Urbana, The Belvedere, and Park Infinia.

Its portfolio of finished projects includes the Chatsworth and Cluny Park bungalows, condominiums in Keppel Bay, Pebble Bay and Casuarine Cove, and other condominiums such as the Linc, Freesia Woods, Butterworth 8, Amaranda Gardens, The Mayfair and Palm Gardens.

Source : THE NATION : Jan 31, 2006
__________________
You have the right to remain silent, everything you say will be misquoted and used against you in the forum

-Imate pravo da ?utite, sve što budete rekli može i bi?e upotrebljeno protiv vas na forumu

You know you love me. XOXO.
Chad no está en línea   Reply With Quote
Old February 1st, 2006, 01:59 AM   #67
Chad
Kickimus Gluteus Maximus
 
Chad's Avatar
 
Join Date: Oct 2002
Location: Bangkok
Posts: 36,258
Likes (Received): 295

ลือขายทิ้ง2บิ๊กบริษัทจัดสรร >เคปเปลไทย-แผ่นดินทอง ทุนสิงคโปร์โต้ข่าวโคมลอย/โกลด์ดวงในเชื่อมีมูล

ลือกระฉ่อน! ทุนสิงคโปร์ ขายทิ้งแคปเปลไทย ส่วนผู้ถือหุ้นไทย-รายย่อยถอดใจปั้นแผ่นดินทอง ด้าน ผู้บริหารเคปเปลแลนด์สิงคโปร์โต้ทันควันไม่จริง พร้อมเปิดแผนรุกโครงการใหม่ 2 โปรเจ็กต์ใหญ่ปีนี้ ทั้งบ้านเดี่ยว และคอนโดฯย่านซีบีดี ค่า 2 พันล้านบาท ส่วนแผ่นดินทองวงในเชื่อมีมูล ระบุผู้ถือหุ้นใหญ่ต่างชาติมีแผนเทกโอเวอร์ติดราคาซื้อ-ขายหุ้นไม่ลงตัว

แหล่งข่าวระดับสูงในวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยมีกระแสข่าวการพยามขายทิ้งบริษัทเคปเปลไทย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน ) ที่เป็นของกลุ่มทุนสิงคโปร์ เคปเปล แลนด์ จำกัด (มหาชน ) ซึ่งจดทะเบียนในตลาดลหักทรัพย์ของประเทศสิงคร์ เนื่องจากไม่ประสบความสำเร็จในการทำตลาดที่อยู่อาศัยในเมืองไทย

นอกจากนี้ยังมีข่าวบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน ) หรือ โกลเด้นท์แลนด์ เนื่องจากไม่สามารถสรรหาบุคลากรเข้ามาดำรงตำแหน่งภายหลังจากที่ผู้บริหารของบริษัทได้ลาออกไป 3 ตำแหน่ง ซึ่งประกอบด้วย นาย จอห์น โลแกน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (Cheif Finance Officer)หรือ CFO , นายเลียแค็ท สุลต่าน แดนจี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Cheif Executive Officer )หรือ CEO และนายธงชัย คุณากรปรมัตถ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการ (Cheif Operation Officer )หรือ COO ที่ปัจจุบันไปนั่งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน ) (เคแลนด์ ) จนเป็นเหตุให้แผนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังเกิดภาวะชะงักงันส่งผลไปถึงรายได้ของปีนี้และรวมถึงความไม่ชัดเจนของแผนการดำเนินงานในปีนี้ด้วย

ทั้งนี้ "ฐานเศรษฐกิจ" ได้สอบถามถึงกระแสข่าวการขายทิ้งบริษัท เคปเปลไทย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน ) โดยนายเปย์ ยิว เบ็ง ลอว์เรนซ์ กรรมการบริหาร บริษัท เคปเปล แลนด์ จำกัด (มหาชน ) (บริษัทแม่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ) ได้เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง สาเหตุที่การรุกตลาดอสังหาฯ ในไทยของเคปเปลไทย ค่อนข้างเงียบเชียบหลังจากที่เปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวราคา 5-10 ล้านบาทภายใต้แบรนด์ "วิลล่า อะคาเดีย-ศรีนครินทร์" ไปเมื่อช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นเพราะในช่วงแรกที่เข้ามาเทกโอเวอร์ บริษัท ไฟฟ์ สตาร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน ) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (เข้าซื้อหุ้นจำนวน 100 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 3 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 300 ล้านบาท หรือประมาณ 13 ล้านเหรียญสิงคโปร์ ) มีสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทแม่ในสิงคโปร์ 45.45%

อย่างไรก็ตามขณะนั้นเป็นช่วงของรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารจากคนไทยเป็นผู้บริหารชาวสิงคโปร์ และอีกประการการเข้ามาของเคปเปลแลนด์ สิงคโปร์ เป็นการเข้ามาเทกโอเว่อร์บริษัทพัฒนาที่ดินในตลาดหลักทรัพย์ไทย ไม่เหมือนทุนสิงคโปร์รายอื่นที่เข้ามาร่วมทุนกับผู้ประกอบการไทย ทำให้ขั้นตอนดำเนินการต่างๆมีความล่าช้าและส่งผลไปถึงแผนงานต่างๆ ให้มีความล่าช้าตามด้วย

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ บริษัท เคปเปลไทย พร็อพเพอร์ตี้ฯ มีความพร้อมที่จะรุกตลาดอสังหาฯ ไทยแล้ว โดยจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ในปีนี้อีก 2 โครงการด้วยกัน ประกอบด้วยโครงการวิลล่า อะคาเดีย วัชรพล เป็นบ้านเดี่ยวราคาสูงกว่าโครงการที่ศรีนครินทร์ บนพื้นที่ 87 ไร่ จำนวน 286 ยูนิตจะเปิดตัวในช่วงไตรมาสสองนี้ และมีแผนจะทำคอนโดมิเนียมในย่านซีบีดีตามแนวรถไฟฟ้าอีก 1 แห่ง มูลค่า 2,000 ล้านบาท ราคาขายอยู่ราวๆ ตร.ม.ละ 60,000-70,000 บาท หรือยูนิตละประมาณ 8 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดตัวในช่วงปลายปี

นอกจากนั้นแล้ว อยู่ระหว่างพิจารณาทำเลอีก 2 แห่งอาจจะไม่ใช่ย่านซีบีดีแต่เป็นกลางเมือง เพื่อทำคอนโดมิเนียมอีกเช่นกัน โดยทั้ง 3 ทำเลเป็นที่ดินแลนด์ลอร์ด และเปิดกว้างถ้าหากจะมีพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุนด้วย รวมถึงอยู่ระหว่างการมองหาผู้บริหารที่เป็นคนไทยที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดอสังหาฯ ไทย เนื่องจากทางสิงคโปร์ไม่ต้องการให้การตัดสินใจในไทยต้องขึ้นอยู่กับผู้บริหารสิงคโปร์แต่เพียงผู้เดียว อย่างไรก็ตามผู้บริหารของเคปเปลแลนด์ มองว่าอสังหาฯ ไทยไม่แตกต่างจากตลาดอสังหาฯ ในประเทศอื่นๆ

นายเปย์ ยิว เบ็ง กล่าวต่อว่า ทางผู้บริหารสิงคโปร์ยังมองว่าธุรกิจอสังหาฯ ของประเทศไทย นับตั้งแต่ฟื้นวิกฤตเศรษฐกิจมา ยังเป็นธุรกิจที่น่าลงทุนโดยเป้าหมายของเคปเปลไทยฯ ไม่ได้คิดว่าจะต้องเป็น 1 ใน 5 ของตลาด ทั้งนี้ความพอใจสูงสุดคือการส่งมอบงานที่มีคุณภาพให้ลูกค้าได้ทันตามกำหนดระยะเวลา ในทำเลที่เพิ่มมูลค่าให้กับที่อยู่อาศัยในอนาคต ซึ่งการบอกปากต่อปากของผู้บริโภคจะเป็นตัวสร้างแบรนด์ให้กับเคปเปลไทยฯ ในอนาคตให้มีการหยั่งรากฝังลึกในตลาดที่อยู่อาศัยไทย รวมไปถึงเป็นตัวผลักดันในการขยายธุรกิจให้เติบโตซึ่งเป็นรูปแบบที่เคปเปลแลนด์ในสิงคโปร์ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ด้าน บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน ) "ฐานเศรษฐกิจ" ได้สอบถามไปยังนายธงชัย คุณากรปรมัตถ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด อดีตผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน ) ซึ่งปฏิเสธที่จะให้ข่าวในเรื่องนี้ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในฐานะผู้บริหารของแผ่นดินทองฯ แล้ว

ทั้งนี้ แหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่งในวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า การเจรจาซื้อขายหุ้นในบริษัทแผ่นดินทองระหว่างผู้ถือหุ้นหลัก และผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่น ๆ ได้เกิดขึ้นจริง มีแนวโน้มความเป็นไปได้ที่บริษัทแผ่นดินทองจะถูกเทกโอเวอร์ แต่ดูจากรูปการณ์แล้วน่าจะเป็นการเทกโอเว่อร์จากผู้ถือหุ้นหลักรายใหญ่มากกว่า เพราะราคาหุ้นของแผ่นดินทองค่อนข้างจะสูง ผู้ถือหุ้นเดิมเท่านั้นที่จะกล้าซื้อ ซึ่งผู้ที่มีหุ้นในบริษัทมากที่สุดมี 2 กลุ่มคือ กองทุนทีซีไอ สัดส่วน 24.5% กองทุนนิวเวิลด์ สัดส่วน 24.5% ซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้นทั้ง 2 กลุ่มรวมประมาณ 50% นอกนั้นเป็นกองทุนรายย่อยในต่างประเทศอีก 16% ส่วนที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นเดิมและผู้ถือหุ้นไทย ดังนั้นการเทกโอเว่อร์น่าจะมาจากสองกลุ่มหลัก แต่เหตุที่ยังไม่มีความคืบหน้าในตอนนี้อาจเป็นเพราะว่าไม่สามารถตกลงราคาหุ้นได้ หากตกลงราคาซื้อขายได้เมื่อไร การเทกโอเว่อร์บริษัทแผ่นดินทอง ย่อมเกิดขึ้นแน่นอน

แหล่งข่าว กล่าวต่อว่า ขณะนี้บริษัทแผ่นดินทองฯ ได้ผู้บริหารบางส่วนที่มาแทนผู้บริหารเดิมที่ลาออกไปแล้ว ประกอบด้วย นายวิลเลี่ยม วิลฟอง เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แทนนายสุลต่าน แดนจี้ และนายวันชัย ศรีหิรัญรัศมี ดำรงตำแหน่งกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน แทนนายจอนห์ โลแกน ส่วนตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการอยู่ระหว่างการสรรหา ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2549 อย่างไรก็ตาม ได้มีกรรมการลาออกอีก 2 ท่าน คือนายชาญชัย บัวชุม ซึ่งนอกจากจะเป็นกรรมการแล้วยังได้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงินก่อนหน้าที่นายวันชัย ศรีหิรัญรัศมี จะเข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าวแทน และดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ โดยมีผลตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 ธันวาคมที่ผ่านมา

สำหรับผลประกอบการของแผ่นดินทองในไตรมาสที่ 3 มีรายได้จากการขายอสังหาฯ เท่ากับ 633 ล้านบาท ขณะที่ช่วยเดียวกันของปีก่อนมีรายได้ 899 ล้านบาท ขาดทุน 12 ล้านบาท โดยงวด 9 เดือน มีรายได้ 1,485 ล้านบาท ขาดทุนประมาณ 60 ล้านบาท ในขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้ 2,703 ล้านบาท และมีกำไร 322 ล้านบาท

Source : Than Sretthakij : Feb 1, 2006
__________________
You have the right to remain silent, everything you say will be misquoted and used against you in the forum

-Imate pravo da ?utite, sve što budete rekli može i bi?e upotrebljeno protiv vas na forumu

You know you love me. XOXO.
Chad no está en línea   Reply With Quote
Old February 1st, 2006, 02:01 AM   #68
Chad
Kickimus Gluteus Maximus
 
Chad's Avatar
 
Join Date: Oct 2002
Location: Bangkok
Posts: 36,258
Likes (Received): 295

Keppel Thai aims to acquire office building

KANANA KATHARANGSIPORN


Singapore _ After keeping a low profile for two years, Keppel Thai Properties Plc (KTP) plans to launch at least three residential projects and acquire an office building to sell to a property fund established in Singapore.

The office building would be sold to the K-REIT Asia fund, a subsidiary of KTP's parent, the Singapore-based developer Keppel Land Ltd (KLL).

Lawrence Peh, a KTP executive director, said the company would launch the first phase of the 78-rai Villa Arcadia in the Vacharapol area, with 100 detached houses worth more than one billion baht in total.

The second phase of Villa Arcadia is in the Srinakarin area, with 156 units on lots between 55 and 125 square wah of land. Unit prices will range from 5.5 million to 12 million baht. The company expects to close sales for both projects in early 2007.

The third project is a mid-priced condominium, located near Bangkok's central business district. KTP is holding talks with landlords to form a joint venture to develop the condo project.

"A local partner is crucial to help us carry out marketing in Thailand," Mr Peh said.

He said KTP was also considering acquiring an office building within this year. It is interested in either completed or unfinished buildings and non-performing assets for renovation, which it would then sell it to K-REIT Asia.

The office real estate investment trust (REIT) was established with an initial portfolio of four office buildings worth about S0 million or 15.75 billion baht. The buildings are Keppel Towers, GE Tower, Bugis Junction Towers and Prudential Tower. All are located in Singapore's central business district.

Mr Peh said K-REIT Asia would invest primarily in office buildings throughout Asia. It is interested in major cities including Singapore, Hong Kong and Bangkok, with target yield of at least 6-7% per year. KLL also plans to set up more REITs for hotel and commercial property.

KLL is a subsidiary of Keppel Corporation whose major shareholder is Temasek Holdings. It develops and invests in 26 cities and 13 countries in Asia. It expects growing demand for quality homes and residential townships in China, India, Vietnam, Indonesia and Thailand.

KLL reported earnings of S5.7 million or 3.89 billion baht in 2005, up 17% from 2004. Its overseas earnings rose last year to 59% of total revenue, from 43% in 2004. KLL sold about 2,700 residential units in 2005, mostly in China and India. It also acquired additional shares to gain a 67% holding in Dragon Land, a middle-income housing developer in China.

KLL acquired a 45.45% stake in the Thai listed developer Five Star Property Plc in January 2000 for 300 million baht.

KTP shares closed yesterday on the SET at 2.24 baht, unchanged, in trade worth 62,000 baht.

Source: Bangkokpost : Feb 1, 2006
__________________
You have the right to remain silent, everything you say will be misquoted and used against you in the forum

-Imate pravo da ?utite, sve što budete rekli može i bi?e upotrebljeno protiv vas na forumu

You know you love me. XOXO.
Chad no está en línea   Reply With Quote
Old February 1st, 2006, 02:01 AM   #69
PADTHAI
Registered User
 
PADTHAI's Avatar
 
Join Date: Sep 2002
Posts: 1,268
Likes (Received): 0

See the Clover Thonglor mentioned in the Nation today...where is on Soi 18 exactly? Big bit of land!
PADTHAI no está en línea   Reply With Quote
Old February 1st, 2006, 02:02 AM   #70
Chad
Kickimus Gluteus Maximus
 
Chad's Avatar
 
Join Date: Oct 2002
Location: Bangkok
Posts: 36,258
Likes (Received): 295

Quote:
Originally Posted by PADTHAI
See the Clover Thonglor mentioned in the Nation today...where is on Soi 18 exactly? Big bit of land!
I already answered that when u asked me in another thread long time ago.
__________________
You have the right to remain silent, everything you say will be misquoted and used against you in the forum

-Imate pravo da ?utite, sve što budete rekli može i bi?e upotrebljeno protiv vas na forumu

You know you love me. XOXO.
Chad no está en línea   Reply With Quote
Old February 1st, 2006, 02:04 AM   #71
Chad
Kickimus Gluteus Maximus
 
Chad's Avatar
 
Join Date: Oct 2002
Location: Bangkok
Posts: 36,258
Likes (Received): 295

เคปเปลฯโชว์พอร์ตอสังหาฯแสนล้าน ชูไฮไลต์ตึกสูงปูทางเข้า"ซีบีดี"ไทย

เคปเปล แลนด์ บิ๊กอสังหาฯสิงคโปร์ ขยับแผนเปิดตัวโชว์พอร์ตอสังหาฯ กว่า 1 แสนล้านบาท ฐานะผู้นำอสังหาฯสิงคโปร์ พร้อมแขนขาลงทุนกว่า 13 ประเทศทั่วโลก เผยกำลังเล็งโอกาสใหม่ เจาะที่ดินกลางกทม.ผุดตึกสูงแนวถนัด สบช่องรัฐเปิดเมกะโปรเจค ดันแผนพัฒนาที่ดินคึกคัก

หลังจากเข้ามาผูกสัมพันธ์แนบแน่น กับผู้ประกอบการอสังหาฯไทย ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในนาม บริษัท ไฟว์ สตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน ) ด้วยการเข้าซื้อหุ้น 49% จากทุนจดทะเบียน 2,200 ล้านบาท มาก่อนหน้านี้หลายปี เพิ่งสรุปแผนปรับโครงสร้างผู้บริหารและแผนลงทุน พร้อมเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท เคปเปลไทย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน ) กับแผนลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงการแรก เป็นบ้านเดี่ยว ถนนศรีนครินทร์เมื่อปี 2547-48

ล่าสุด "เคปเปล แลนด์" กลุ่มทุนอสังหาฯรายใหญ่ จากสิงคโปร์ เริ่มเปิดตัวด้วยแผนรุกที่ชัดเจน ด้วยการนำสื่อมวลชนไทยกว่า 10 ชีวิต ไปทำความรู้จักกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ เพื่อตอกย้ำศักยภาพความเป็นผู้นำธุรกิจอสังหาฯสิงคโปร์ ในฐานะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ มีสินทรัพย์อสังหาฯรวมกันมากที่สุดถึง 4,700 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 1.15 แสนล้านบาท แม้ตลอด 5 ปี ที่เข้ามาร่วมทุนกับผู้ประกอบการไทย จะยังไม่มีความเคลื่อนไหวการลงทุนมากเท่าที่ควรก็ตาม

นายโดมินิค อึ้ง (Dominic Ng) ผู้จัดการทั่วไป เคปเปล แลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งดูแลตลาดทั้งที่สิงคโปร์และมาเลเซีย กล่าวถึงแผนงานและเป้าหมายของเคปเปล แลนด์ สำหรับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในไทยโดยระบุว่า ไทยเป็นตลาดเป้าหมายหนึ่งที่เคปเปลฯให้ความสำคัญ และมีแผนจะลงทุนเช่นเดียวกับหลายประเทศ แต่ที่ผ่านมายังติดอุปสรรค ด้านการปรับโครงสร้างองค์กร จึงทำให้การลงทุนไม่เร็วนัก

เจรจาที่ดินในกทม.เล็งผุดตึกสูงแนวถนัด

อย่างไรก็ตาม นอกจากโครงการที่ได้ลงทุนพัฒนาและเปิดตัวไปแล้วคือ "วิลล่า อะคาเดีย" บ้านเดี่ยว ราคา 5.2-9.7 ล้านบาท ที่ถนนศรีนครินทร์ ล่าสุดเคปเปลฯ อยู่ระหว่างเจรจากับเจ้าของที่ดินในกรุงเทพฯ อีก 2-3 ราย เพื่อหารือการร่วมทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ประเภทอาคารสูงในเมือง ซึ่งเป็นรูปแบบการพัฒนาที่เคปเปล มีประสบการณ์ และเป็นโครงการที่ขยายการลงทุนไปแล้วใน 13 ประเทศ ทั้งในเอเชีย และออสเตรเลีย

"ในปีนี้ เราอาจเปิดโครงการใหม่ หากการเจรจามีข้อสรุปที่ชัดเจน ขณะนี้บอกได้เพียงว่าจะเป็นโครงการขนาดใหญ่ ทำเลอยู่ใกล้เมืองอาจไม่ใช่ใจกลางย่านธุรกิจโดยตรง แต่เลือกทำเลที่การเดินทางสะดวก และคงผลิตสินค้าป้อนกลุ่มเป้าหมายเดิม คือตลาดกลาง-สูง ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดหลักของเคปเปลฯ" นายเปย์ ยิว เบ็ง ลอว์เรนซ์ กรรมการบริหาร บริษัท เคปเปล ไทย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน ) กล่าว

อย่างไรก็ดี แผนงานล่าสุดที่เคปเปลไทยฯ เตรียมไว้สำหรับช่วงนี้ คือการเปิดขายโครงการ "วิลล่า อะคาเดีย" บ้านเดี่ยว ที่ออกแบบกึ่งรีสอร์ท เป็นการพัฒนาที่ดิน 99 ไร่ บนนถนนศรีนครินทร์ ซึ่งตามแผนงานเดิมประกาศจะพัฒนา จำนวนยูนิต 367 ยูนิต ราคา 5-12 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยยูนิตละ 7 ล้านบาท มูลค่าโครงการกว่า 2,500 ล้านบาท

ร่วมแบงก์กรุงศรีฯทำตลาดเฟส2

ล่าสุดโครงการนี้ได้เตรียมทำตลาดการขายเฟส 2 ซึ่ง แผนงานที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ระบุว่า โครงการนี้เตรียมเปิดตัวในปี 2549 อีก 104 ยูนิต และในปี 2550 อีก 215 ยูนิต ซึ่งผู้บริหารเคปเปล ไทยฯ เผยว่า แผนตลาดสำหรับการพัฒนาเฟส 2 ได้เตรียมจัดแพ็คเกจพิเศษทางการเงิน ร่วมกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งจะเปิดตัวกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ ในรูปแบบข้อเสนอพิเศษทางการเงิน ช่วงการเปิดตัว

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมพัฒนา แลนด์แบงก์บริเวณซอยวัชรพล เนื้อที่ 78 ไร่ ใกล้ทางด่วนรามอินทรา-วงแหวนรอบนอก เชื่อมต่อกับทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา จะเปิดตัวในแบรนด์ "วิลล่า อะคาเดีย เอกมัย-รามอินทรา" เน้นตลาดระดับกลาง-ตลาดบนเช่นกัน จำนวน 270 ยูนิตมูลค่าโครงการ 1,900 ล้านบาท เดิมกำหนดเปิดตัวปี 2548 แผนงานใหม่จะเปิดตัวในปี 2549 โดยขายแฟสแรก 100 ยูนิต เป็นแบบสร้างก่อนขาย ที่เหลือ 170 ยูนิตจะเปิดขายในปี 2550

[b]รุกหนักลงทุนต่างประเทศโกยรายได้ 59% [b]

ผู้บริหาร เคปเปล แลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ผลประกอบการเคปเปล แลนด์ ได้แจ้งข้อมูลตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ว่า ในปี 2548 ที่ผ่านมา เคปเปลฯ มีรายได้รวม 155.7 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (กว่า 3,892 ล้านบาท ) เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับรายได้กว่า 132.7 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (กว่า 3,317 ล้านบาท ) ในปี 2547 ในจำนวนนี้ เป็นรายได้จากการลงทุนในต่างประเทศ 91.2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (กว่า 2,280 ล้านบาท ) หรือ 59% ของรายได้รวมในปี 2548 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสัดส่วน 43% ของรายได้รวมในปี 2547

แผนลงทุนต่างประเทศของเคปเปล แลนด์ นับเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขยายธุรกิจ ซึ่งผู้บริหารเคปเปลฯ ยืนยันว่า การขยายลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ เป็นเป้าหมายสำคัญในการสร้างรายได้ให้ทางกลุ่ม นอกเหนือจากธุรกิจหลักในสิงคโปร์ ซึ่งมีโครงการอสังหาฯใหม่ 3 โครงการ เป็นคอนโดมิเนียมพักอาศัย ได้แก่ เดอะ เบลเวอร์เดียร์, เออร์บาน่า, และ ปาร์ค อินฟเนีย

ทั้งนี้ เคปเปลฯ พัฒนาโครงการที่พักอาศัยในรูปแบบอาคารชุด บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และบังกะโล ในสิงคโปร์แล้ว 15 โครงการ อาทิ ดิ เอลิเซีย อพาร์ตเมนต์, เดอะ คาลิสต้า อพาร์ตเมนต์, คาริบเบียน แอท แคปเปล เบย์ คอนโดมิเนียม ส่วนใหญ่ราคาขายเฉลี่ยยูนิตละ 1-2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 25-50 ล้านบาท ) และบ้านเดี่ยวระดับหรูสไตล์บังกะโลบนเนินเขา คลูนี่ ปาร์ค และคลูนี่ ฮิลล์ ราคา 12 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ขึ้นไป (300 ล้านบาท )

อนึ่ง โครงสร้างธุรกิจของเคปเปล คอร์ปอเรชั่น ประกอบด้วย 4 ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจท่าเรือ อู่จอด และซ่อมเรือ, ธุรกิจสาธารณูปโภคต่างๆ, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, และธุรกิจด้านการลงทุนต่างๆ แต่ธุรกิจที่กำลังมาแรง และสร้างรายได้เพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ให้กลุ่มมากขึ้นทุกขณะคือ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

Source: Bangkok Business News : Feb 1, 2006
__________________
You have the right to remain silent, everything you say will be misquoted and used against you in the forum

-Imate pravo da ?utite, sve što budete rekli može i bi?e upotrebljeno protiv vas na forumu

You know you love me. XOXO.
Chad no está en línea   Reply With Quote
Old February 1st, 2006, 02:06 AM   #72
PADTHAI
Registered User
 
PADTHAI's Avatar
 
Join Date: Sep 2002
Posts: 1,268
Likes (Received): 0

Did you? Must be going blind - eitherwise wouldn't have asked! Which thread was it in?
PADTHAI no está en línea   Reply With Quote
Old February 1st, 2006, 02:13 AM   #73
Chad
Kickimus Gluteus Maximus
 
Chad's Avatar
 
Join Date: Oct 2002
Location: Bangkok
Posts: 36,258
Likes (Received): 295

maybe.

http://www.skyscrapercity.com/showth...05#post7140405
__________________
You have the right to remain silent, everything you say will be misquoted and used against you in the forum

-Imate pravo da ?utite, sve što budete rekli može i bi?e upotrebljeno protiv vas na forumu

You know you love me. XOXO.
Chad no está en línea   Reply With Quote
Old February 1st, 2006, 03:27 AM   #74
PADTHAI
Registered User
 
PADTHAI's Avatar
 
Join Date: Sep 2002
Posts: 1,268
Likes (Received): 0

Thanks. That must be the land plot behind Ora, right? The one you showed me before...
PADTHAI no está en línea   Reply With Quote
Old February 2nd, 2006, 01:37 AM   #75
Chad
Kickimus Gluteus Maximus
 
Chad's Avatar
 
Join Date: Oct 2002
Location: Bangkok
Posts: 36,258
Likes (Received): 295

It's behind the Mercedez showroom.
__________________
You have the right to remain silent, everything you say will be misquoted and used against you in the forum

-Imate pravo da ?utite, sve što budete rekli može i bi?e upotrebljeno protiv vas na forumu

You know you love me. XOXO.
Chad no está en línea   Reply With Quote
Old February 2nd, 2006, 01:37 AM   #76
Chad
Kickimus Gluteus Maximus
 
Chad's Avatar
 
Join Date: Oct 2002
Location: Bangkok
Posts: 36,258
Likes (Received): 295

ปริญสิริผุดคอนโดฯ อนุสาวรีย์ดันยอดปีนี้ 3 พันล้าน

"ปริญสิริ" ท้ารบคอนโดมิเนียม ซีบีดี บุกอนุสาวรีย์ผุดคอนโดมิเนียม พันล้านบาท พลิกแผนทำตลาดสร้างเร็ว-ขายเร็ว เผยปีนี้เตรียมเปิด 10 โครงการใหม่ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม ดันเป้ารายได้ 3 พันล้านบาท

นายชัยวัฒน์ โกวิทจินดาชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน ) เปิดเผย จากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับประชาชนเมื่อปลายปี 2548 ได้เงินมา 434 ล้านบาท ทำให้บริษัทต้องวางแผนการใช้เงิน โดยใช้เป็นทุนหมุนเวียน 134 ล้านบาท และใช้เป็นเงินในการพัฒนาโครงการ โดยเฉพาะการหาซื้อที่ดินใหม่เข้ามาเพิ่มเพื่อรองรับกับแผนการขึ้นโครงการใหม่ในปี 2550 ราว 300 ล้านบาท จากงบประมาณที่ตั้งไว้ในการซื้อที่ดินเพิ่ม 1,000 ล้านบาท

ล่าสุดบริษัท ได้ขยับเข้ามาลงทุนใจกลางเมือง โดยซื้อที่ดินย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ(ราชปรารภ ) เนื้อที่ 3 ไร่เศษ สร้างคอนโดมิเนียมขายราคาขายเฉลี่ย 4-5 หมื่นบาท/ตารางเมตร รวมมูลค่าโครงการ1,000 ล้านบาท ซึ่งมีคู่แข่งในทำเลใกล้เคียงอยู่พอสมควร อาทิ โครงการบ้านกลางเมือง (สยามปทุมวัน )โครงการ 2 เนื้อที่ 1.6 ไร่ จำนวน 224 ยูนิต รวมมูลค่า 1,100 ล้านบาท ของ บมจ.เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ และโครงการเมโทรโปลิส ราชประสงค์ คอนโดมิเนียมสูง 39 ชั้น ของบมจ.ไทย พร็อพเพอร์ตี้ เป็นต้น แต่เชื่อว่าตลาดยังมีความต้องการอีกมาก

นอกจากเปิดโครงการใหม่ ปริญสิริ ยังได้ปรับรูปแบบการบริหารงาน โดยเน้นโครงการที่ไม่ใหญ่นัก เพื่อบริหารการตลาด การขาย และการก่อสร้างได้รวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้สามารถควบคุมต้นทุนการก่อสร้าง โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้างที่มีการเจรจากับซัพพลายเออร์ทำให้ลดต้นทุนลงได้เกือบ 10% และเชื่อว่าปีนี้จะรักษา อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มได้ตามเป้า 35%

ปีนี้ ปริญสิริตั้งเป้ายอดขายรวมไว้กว่า 4,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดรับรู้รายได้จากการโอนบ้านประมาณ 3,000 ล้านบาท รวมกว่า 800 ยูนิต และจะเปิดตัว 10 โครงการใหม่ กว่า 1,400 ยูนิต รวมมูลค่ากว่า 5,400 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ "ปริญลักษณ์" และ "ปริญญดา" ที่เป็นสินค้าระดับกลาง-ล่าง มีทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ "เดอะ พัลช์" บนทำเลถนนลาดพร้าว

Source : Bangkok Business News : Feb 2, 2006
__________________
You have the right to remain silent, everything you say will be misquoted and used against you in the forum

-Imate pravo da ?utite, sve što budete rekli može i bi?e upotrebljeno protiv vas na forumu

You know you love me. XOXO.
Chad no está en línea   Reply With Quote
Old February 4th, 2006, 02:00 AM   #77
Chad
Kickimus Gluteus Maximus
 
Chad's Avatar
 
Join Date: Oct 2002
Location: Bangkok
Posts: 36,258
Likes (Received): 295

ซินคาร่าผุด 2 โครงการใหม่รับปีจอ >ร่วมทุน 'บีบี๋' ขึ้นคอนโดฯ/ร่วมทุน 'บีบี' ขึ้นคอนโดฯ ซีบีดี/ลุยภูเก็ตทำวิลล่าหรู 3 ล้าน เหรียญขายต่างประเทศ

ทายาทเตชะไกรศรี "สรพจน์" เตรียมร่วมทุน "บีบี๋" สามี "แหม่ม แคทรียา" ผุดโปรเจ็กต์ใหม่ย่านซีบีดี พร้อมขยายการลงทุนไปยังภูเก็ต โดดร่วมทุนเจ้าของที่ดินขึ้นวิลล่าหรู ราคา 2-3 ล้านเหรียญสหรัฐ ขายชาวต่างชาติ ส่วนคอนโดหรู "ไฟคัสเลน" ขายแบบค่อยเป็นค่อยไปใช้เวลาในการขายเกือบ 2 ปี

นายสรพจน์ เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริษัท ซินคาร่า จำกัด เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ภายหลังจากที่ได้เข้ามาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มตัวและได้เปิดตัวโครงการคอนมิเนียมหรู "ไฟคัสเลน" ในซอยสุขุมวิท 44 ไปเมื่อปี 2547 ที่ผ่านมา ความคืบหน้าล่าสุด ภายในอีก 2 เดือนข้างหน้าโครงการดังกล่าวจะก่อสร้างแล้วเสร็จ ยอดขายปัจจุบันนี้อยู่ที่ 80% ของจำนวนยูนิตรวม จำนวนยูนิตที่เหลืออยู่ขณะนี้จะเป็นห้องชุดขนาดใหญ่ที่มีราคาขาย 30-40 ล้านบาทต่อยูนิต ซึ่งลูกค้าอยู่ระหว่างรอดูภายหลังโครงการก่อสร้างแล็วเสร็จก่อนตัดสินใจซื้อ

ทั้งนี้ ยอมรับว่า การขายมีความล่าช้าไปบ้าง เพราะกำลังซื้อคอนโดมิเนียมระดับบนในเมืองได้ชะลอตัวลงตั้งแต่ปี 2547-2548 ทั้งในส่วนกำลังซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและผู้ที่ซื้อไว้เพื่อลงทุนด้วย โดยในส่วนของผู้ที่ซื้อไว้ลงทุนลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ ณ ปัจจุบันเหลือแต่กำลังซื้อเพื่อซื้ออยู่จริงและมีการเข้ามาเยี่ยมชมโครงการอยู่เรื่อยๆ อย่างไรก็ดี ถึงแม้ยอดขายจะช้าไปบ้างแต่ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมระดับบนไม่ถึงกับแย่ ในส่วนของผู้ประกอบการก็ลดลงไปเช่นเดียวกัน โดยเมื่อช่วงปี 2547 จะเห็นได้ว่ามีการขึ้นโครงการพร้อมกัน 6-7 โครงการในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่ปัจจุบันนี้มีการเปิดตัวโครงการใหม่น้อยมาก เมื่อจำนวนผู้เล่นในตลาดลดลง ภาวะการแข่งขันของห้องชุดระดับบนในช่วง 1-2 ปีนี้ก็ลดลงตามเช่นเดียวกัน

ด้านทิศทางของตลาดคอนโดมิเนียมระดับบนของปีนี้ ตนยังเชื่อว่าหากโครงการตั้งอยู่ในทำเลที่ดี กำลังซื้อก็ยังมีตอบรับ ส่วนทิศทางการพัฒนาโครงการใหม่ของซินคาร่านั้น บริษัทไม่ได้ถูกจำกัดว่าจะต้องขึ้นโครงการใหม่ทุกปี ดังนั้นบริษัทจะพัฒนาโครงการใหม่ต่อเมื่อมีทำเลที่มีศักยภาพสูงเท่านั้นเพราะไม่ต้องการที่จะเสี่ยง

สำหรับแผนการลงทุนในปีนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาทำเลที่จะขึ้นโครงการใหม่ 2-3 ทำเลด้วยกัน อาทิ ย่านเพลินจิตร, สุขุมวิท โดยยังคงยึดทำเลตามแนวรถไฟฟ้า และยังคงจับตลาดบนเป็นหลัก แต่ยังไม่สรุปแน่ชัดว่าจะพัฒนาเพียงลำพังหรือไม่เพราะได้มีการพูดคุยกับนายสงกรานต์ อิสระ เจ้าของโครงการคอนโดมิเนียมตากอากาศสานติ พูโล ที่เขาตะเกียบ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก็มีความสนใจที่จะร่วมกันพัฒนา คงต้องรอให้นายสงกรานต์กลับมาจากต่างประเทศก่อนและมาพูดคุยกันให้ชัดเจนอีกครั้ง

นอกจากนั้นแล้ว บริษัทมีแผนที่จะเข้าไปลงทุนในจังหวัดภูเก็ต และหัวหิน เป็นลักษณะของการร่วมทุนกับนักลงทุนท้องถิ่นซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินติดชายหาดพื้นที่ประมาณ 40-50 ไร่ จะพัฒนาวิลล่าหรู เพื่อขายให้กับชาวต่างชาติ ราคาประมาณ 2-3 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยโครงการนี้จะทำร่วมกับนักลงทุนท้องถิ่นเพียงลำพังเท่านั้น

นายสรพจน์ กล่าวต่อว่า จากที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตุว่า ตนเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่เข้ามาในตลาดช่วงปี 2546 ที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กลับขึ้นมาบูมอีกครั้ง ครั้นในช่วงปี 2547-2548 ตลาดอสังหาฯ เกิดภาวะซบเซา ตนอาจจะถอดใจออกไปจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพราะไม่ใช่ผู้ประกอบการมืออาชีพ ตนขอยืนยันว่าจะยังเดินหน้าทำธุรกิจอสังหาฯ ต่อไป แต่จะไม่พัฒนาแบบเกินตัว โครงการละประมาณ 70-80 ยูนิตก็พอ

Source : Than Srethhakij : Feb 4, 2006
__________________
You have the right to remain silent, everything you say will be misquoted and used against you in the forum

-Imate pravo da ?utite, sve što budete rekli može i bi?e upotrebljeno protiv vas na forumu

You know you love me. XOXO.
Chad no está en línea   Reply With Quote
Old February 5th, 2006, 01:48 AM   #78
Chad
Kickimus Gluteus Maximus
 
Chad's Avatar
 
Join Date: Oct 2002
Location: Bangkok
Posts: 36,258
Likes (Received): 295

I "think" Sukhumvit Soi 18 project will called "The Bangkok Towers" comprising 2 of the 45 Storey towers.
__________________
You have the right to remain silent, everything you say will be misquoted and used against you in the forum

-Imate pravo da ?utite, sve što budete rekli može i bi?e upotrebljeno protiv vas na forumu

You know you love me. XOXO.
Chad no está en línea   Reply With Quote
Old February 5th, 2006, 04:28 PM   #79
satit28
Rukpong
 
satit28's Avatar
 
Join Date: Mar 2005
Location: Khon Kaen
Posts: 4,381
Likes (Received): 1

ทายาทเตชะไกรศรี "สรพจน์" เตรียมร่วมทุน "บีบี๋" สามี "แหม่ม แคทรียา"
do we need to know this in business???..................
it's like they're using his status to promote the project...........
__________________
Rukpong
satit28 no está en línea   Reply With Quote
Old February 6th, 2006, 06:28 AM   #80
Mosaic
BANGKOK
 
Mosaic's Avatar
 
Join Date: Feb 2005
Location: Bangkok
Posts: 13,129
Likes (Received): 1

Quote:
Originally Posted by Chad
I "think" Sukhumvit Soi 18 project will called "The Bangkok Towers" comprising 2 of the 45 Storey towers.
Oh! Really, That's awesome news.
Mosaic no está en línea   Reply With Quote


Reply

Tags
condo, highrise, property, property investors, proposal, sukhumvit, thailand

Thread Tools
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 11:49 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2013, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.1.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2013 DragonByte Technologies Ltd.
vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2013 DragonByte Technologies Ltd. (Resources saved on this page: MySQL 23.08%)

SkyscraperCity - In Urbanity We Trust

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu