daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions

Reply
 
Thread Tools
Old May 5th, 2006, 11:13 AM   #1
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,139
Likes (Received): 1478

The first time of Thailand's export 110 billion $

.


http://www.cia.gov/cia/publications/.../2078rank.html


According to cia (2006),

Thailand's export 110 billion $ in last year (2005).

This is the first time in Thailand's economic history.

Thaksin's government palns to increasing export 20% in each year.

The tarket for 2006 is 130 billion $ but the first plan was 140 billion $.

This is a main reason why we see a lot of Thai's products around the world.

Despite, you had never seen before.




................

For the other information.

Do not believe in Cia's information on the website because it is not true.


In 2004,

Thailand was export 95 billion $, The tarket was 100 billion $.

Malaysia was export 125 billion $, This was the first year of Malaysia to export

over 100 billion $


In 2005,

Thailand's tarket was 120 billion $ but Thailand failed.

Malaysia was export increasing dramaticly 150 billion $ because of the oil

prices.


I don't talking about Singapore because of Singapore is a major port of asia.

.

Last edited by napoleon; May 5th, 2006 at 11:24 AM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old May 5th, 2006, 10:13 PM   #2
Imperfect Ending
Or is it?
 
Imperfect Ending's Avatar
 
Join Date: Apr 2003
Location: In Portland, Oregon with Leo
Posts: 10,463
Likes (Received): 120

imports still looks higher
Imperfect Ending no está en línea   Reply With Quote
Old May 6th, 2006, 02:30 AM   #3
kiku99
ไทย Amazing Thailand 泰国
 
kiku99's Avatar
 
Join Date: Sep 2002
Location: Bangkok
Posts: 3,358
Likes (Received): 6

Quote:
Originally Posted by Aquamadoor
imports still looks higher
yup now Thailand is experieince trade deficit meaning more imports than exports.... more imports on oil, construction materials, planes....which cost a lot...
but if everything goes well, we should be able to offset those imports with the increase in exports. well, as long as our current account is positive, we should be okay. but last year, it was neg. so what about this year can the tourism rev. help?
__________________
'BANGKOK-THAILAND' --> Los Angeles --> Melbourne, Australia! --> & now back to amazing Bangkok, Thailand again

Bangkok Skyline Links
Thai forum | Bangkok Skyscrapers Info | Amazing Thailand | Bangkok City
kiku99 no está en línea   Reply With Quote
Old May 6th, 2006, 08:58 AM   #4
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 13,811
Likes (Received): 648

Proibbaly, we better solve the deficite problem by letting Baht to fall down from Current 40 Baht/US$ to 80 Baht/US$ as it has happedn in 1997-1998 .... :P
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old May 6th, 2006, 09:37 AM   #5
Imperfect Ending
Or is it?
 
Imperfect Ending's Avatar
 
Join Date: Apr 2003
Location: In Portland, Oregon with Leo
Posts: 10,463
Likes (Received): 120

37.7024 THB/USD

www.xe.com
Imperfect Ending no está en línea   Reply With Quote
Old May 6th, 2006, 02:29 PM   #6
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,139
Likes (Received): 1478

.

http://www.krc.co.th/tfrc/cgi/ticket...ay/ltra865.htm

เวียดนาม VS ไทย : คู่แข่งการค้า-ลงทุน-ท่องเที่ยว
ปีที่ 12 ฉบับที่ 1865 วันที่ 3 พฤษภาคม 2549

สถานการณ์เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญวิกฤตราคาน้ำมันที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะนี้ ทำให้หวั่นเกรงกันว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอลง แต่สำหรับประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติน้ำมันดิบ ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เวียดนามก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีน้ำมันดิบเป็นทรัพยากรธรรมชาติสำคัญ คาดการณ์ว่าเวียดนามจะครองแชมป์เศรษฐกิจขยายตัวสูงสุดในกลุ่มอาเซียน ในอัตราประมาณ 7.6%-8.0% ในปี 2549 เทียบกับอัตราคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในอัตราประมาณ 4.0%-4.5% ในปีนี้ นับว่าประเทศไทยมีอัตราขยายตัวรั้งท้ายสุดในกลุ่มสมาชิกอาเซียนชั้นนำ 6 ประเทศ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปรียบเทียบความสามารถทางเศรษฐกิจระหว่างเวียดนามกับประเทศไทย ซึ่งมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่คล้ายคลึงกัน ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การค้า การท่องเที่ยว และการลงทุน สรุปได้ดังนี้


ส การค้าเวียดนาม VS การค้าไทย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มูลค่าส่งออกของเวียดนามเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าตัว จาก 7,256 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2539 เป็น 32,233 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2548 หรือคิดเป็นอัตราขยายตัวเฉลี่ยสูงถึง 20% ต่อปีในช่วงระหว่างปี 2539-2548 เปรียบเทียบกับการส่งออกของไทยในช่วงเดียวกัน เพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าตัว จากมูลค่าส่งออก 55,941 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2539 เป็น 110,883 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2548 หรือคิดเป็นอัตราขยายตัวเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นับว่าการส่งออกของเวียดนามเติบโตในอัตราสูงกว่าการส่งออกของไทย 1 เท่าตัว

ประเด็นที่น่าสังเกต : แม้ว่าปัจจุบันมูลค่าส่งออกของเวียดนามคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1 ใน 3 ของมูลค่าส่งออกของไทย แต่หากเวียดนามสามารถขยายการส่งออกได้อย่างต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ย 20% ต่อปี ขณะที่การส่งออกของไทยเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี คาดว่าภายในเวลา 14 ปีถัดจากนี้ เวียดนามจะสามารถแซงหน้าประเทศไทย โดยประมาณการว่าเวียดนามจะมีมูลค่าส่งออกเกือบ 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2563 เทียบกับมูลค่าส่งออกของไทยประมาณ 463,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปีเดียวกัน


ลงทุนเวียดนาม VS ลงทุนไทย ในไตรมาสแรกของปีนี้ โครงการลงทุนของต่างชาติที่เวียดนามและไทยอนุมัติใบอนุญาตการลงทุนมีมูลค่าใกล้เคียงกัน โดยทางการเวียดนามอนุมัติโครงการลงทุนรายใหม่จำนวน 215 โครงการ จำนวนเงินทุนจดทะเบียน 1,625 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ BOI ของไทยอนุมัติโครงการลงทุนจำนวน 200 โครงการ เพิ่มขึ้น 9.9% และเม็ดเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 58% เป็นจำนวนประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเดียวกัน

ประเด็นที่น่าสังเกต : นักธุรกิจต่างชาติที่เข้าไปลงทุนในเวียดนามและที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย จัดเป็นนักลงทุนต่างชาติกลุ่มเดียวกัน อาทิ ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย จีน สหรัฐอเมริกา เป็นต้น หากบรรยากาศการลงทุนของไทยอึมครึม โดยเฉพาะเหตุการณ์สับสนทางการเมืองทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่มั่นใจ ก็มีแนวโน้มว่านักลงทุนต่างชาติจะเคลื่อนย้ายการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้านของไทยมากขึ้น รวมทั้งเวียดนาม ซึ่งสถานการณ์การเมืองภายในประเทศของเวียดนามค่อนข้างสงบ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การเมืองของไทยกลับสู่ภาวะปกติในช่วงครึ่งปีหลัง ก็มีแนวโน้มว่าการลงทุนจากต่างประเทศในไทยน่าจะกระเตื้องขึ้น


ท่องเที่ยวเวียดนาม VS ท่องเที่ยวไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปเวียดนามเพิ่มขึ้น 18.4% เป็นจำนวน 3.47 ล้านคนในปี 2548 คิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทย ซึ่งประมาณว่าจะมีจำนวนราว 11 ล้านคนในปี 2548 แต่การท่องเที่ยวของเวียดนามขยายตัวต่อเนื่องตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา และมิได้รับผลกระทบจากภัยสึนามิ ทางการเวียดนามตั้งเป้าหมายที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 3.6-3.8 ล้านคนในปี 2549 โดยกำหนดให้ปีนี้เป็น "ปีแห่งการท่องเที่ยวเวียดนาม 2006"

ประเด็นที่น่าสังเกต : เวียดนามมีศักยภาพในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม แหล่งโบราณสถานเก่าแก่ การท่องเที่ยวเพื่อชมความงดงามทางธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเพื่อความสนุกสนานยามราตรีในเมืองธุรกิจ จนได้รับ การจัดอันดับให้เป็น "จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวโดดเด่นแห่งใหม่ของตะวันออกไกล" ตัวอย่างเมืองท่องเที่ยวของเวียดนามที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ฮานอย โฮจิมินห์ซิตี้ เว้ ฮอยอัน ดาลัด อ่าวฮาลอง ดานัง เดียนเบียนฟู เป็นต้น นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทยและเวียดนามจัดเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มเดียวกัน ไทยและเวียดนามจึงน่าจะร่วมมือกันสร้างตลาดท่องเที่ยวเป็นแพ็คเก็จร่วมกัน เพื่อเกื้อกูลประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวซึ่งกันและกัน

.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 6th, 2006, 03:51 PM   #7
kiku99
ไทย Amazing Thailand 泰国
 
kiku99's Avatar
 
Join Date: Sep 2002
Location: Bangkok
Posts: 3,358
Likes (Received): 6

"นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทยและเวียดนามจัดเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มเดียวกัน ไทยและเวียดนามจึงน่าจะร่วมมือกันสร้างตลาดท่องเที่ยวเป็นแพ็คเก็จร่วมกัน เพื่อเกื้อกูลประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวซึ่งกันและกัน
"
well, agree and disagree here. i don't think they are totoally the same group ah. if talking about cultural tour, maybe the same...but probably not for shopping or business purpose but really agree that tourism in Vietnam is really growing.
__________________
'BANGKOK-THAILAND' --> Los Angeles --> Melbourne, Australia! --> & now back to amazing Bangkok, Thailand again

Bangkok Skyline Links
Thai forum | Bangkok Skyscrapers Info | Amazing Thailand | Bangkok City
kiku99 no está en línea   Reply With Quote
Old May 6th, 2006, 03:53 PM   #8
kiku99
ไทย Amazing Thailand 泰国
 
kiku99's Avatar
 
Join Date: Sep 2002
Location: Bangkok
Posts: 3,358
Likes (Received): 6

Quote:
Originally Posted by Wisarut
Proibbaly, we better solve the deficite problem by letting Baht to fall down from Current 40 Baht/US$ to 80 Baht/US$ as it has happedn in 1997-1998 .... :P
hehe well, that's like selling Thailand at half price then
__________________
'BANGKOK-THAILAND' --> Los Angeles --> Melbourne, Australia! --> & now back to amazing Bangkok, Thailand again

Bangkok Skyline Links
Thai forum | Bangkok Skyscrapers Info | Amazing Thailand | Bangkok City
kiku99 no está en línea   Reply With Quote
Old May 8th, 2006, 05:33 AM   #9
DD2020
Kikapu!
 
DD2020's Avatar
 
Join Date: May 2004
Location: Bangkok
Posts: 1,659
Likes (Received): 79

ส่งออกโตไล่บี้ไทย - สินค้าไฮเทคมาแรง จั&

http://www.thairath.co.th/news.php?s...c&content=5157

From www.thairath.co.th

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า การส่งออกสินค้าของเวียดนามมีแนวโน้มแซงหน้าไทย เพราะจากตัวเลขการส่งออกสินค้าของไทยเมื่อเทียบกับเวียดนาม พบว่า เวียดนามมีอัตราการส่งออกเติบโตสูงกว่าไทยหลายรายการ เช่น ข้าว, สิ่งทอ และสินค้าเกษตรอีกหลายรายการ หากการส่งออกของเวียดนามยังคงโตขึ้นเรื่อยๆ เป็นไปได้ว่าต่อไปเวียดนามจะกลายเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าได้มากกว่าไทย และเมื่อรวมกับกรณีที่ค่าเงินบาทไทยแข็งค่าขึ้น ก็ยิ่งทำให้เวียดนามได้เปรียบไทยมาก ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวพัฒนาผลิตภัณฑ์ และรุกตลาดให้มากขึ้น





ทั้งนี้ จากเอกสารเผยแพร่ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า การส่งออกข้าวของไทย มียอดส่งออกลดลงตั้งแต่ปี 48 จนถึงต้นปีนี้ โดยปีที่ผ่านมาลดลง 13% มูลค่า 2,343 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ลดลง 7% มูลค่า 560 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่เวียดนามปีที่ผ่านมาส่งออกข้าวเพิ่มขึ้น 47.3% มูลค่า 1,399 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และการส่งออกไตรมาสแรกปีนี้ มีมูลค่า 306 ล้านเหรียญสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 0.6% ที่สำคัญข้าวเวียดนามมีราคาถูกกว่าของไทย โดยเฉพาะราคาข้าวขาว 5% ซึ่งเป็นข้าวหลักในการส่งออกของไทย นอกจากนี้ยังมีสินค้าประเภทสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูป ซึ่งปีที่ผ่านมาเวียดนามส่งออกเพิ่มขึ้น 9.6% มูลค่า 4,806 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเมื่อเทียบกับการส่งออกของไทย ขยายตัวแค่ 5% มูลค่า 6,721 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเป็นที่น่าจับตาว่า ในไตรมาสแรกปีนี้ เวียดนามส่งออกสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นถึง 31% มีมูลค่า 1,244 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ไทยส่งออกได้เพิ่มขึ้น 9% มีมูลค่า 1,671 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จึงมีแนวโน้มว่า หากการส่งออกสินค้าดังกล่าวของเวียดนามขยายตัวเร็วต่อเนื่อง ก็จะแซงหน้าการส่งออกไทยได้ในไม่ช้า





ส่วนการส่งออกอาหารทะเล ปี 48 เวียดนามส่งออกเพิ่มขึ้น 14.2% มีมูลค่า 2,741 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ไตรมาสแรกขยายตัว 7.1% มีมูลค่า 532 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าปีนี้ยอดการส่งออกอาหารทะเลของเวียดนามจะมีมูลค่า 3,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน



อย่างไรก็ตาม สินค้าที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ แม้ว่าจะเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ของไทย ขณะที่เป็นสินค้าส่งออกอันดับ 6 ของเวียดนาม แต่ปัจจุบันเวียดนามมีศักยภาพพัฒนาการผลิตสินค้าในหมวดนี้ เพราะบริษัทอินเทล กำลังเข้าไปลงทุนในเวียดนาม โดยมีโครงการผลิตชิปคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นโครงการลงทุนด้านสินค้าเทคโนโลยีระดับสูงหรือไฮเทคขนาดใหญ่ที่สุดของเวียดนาม และยิ่งไปกว่านั้นการเข้าไปของอินเทลอาจเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้บริษัทผลิตสินค้าไฮเทคอื่นๆ เข้าไปลงทุนในเวียดนามเพิ่มขึ้นด้วย.
DD2020 no está en línea   Reply With Quote
Old May 8th, 2006, 09:32 AM   #10
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,139
Likes (Received): 1478

.

ญี่ปุ่นโหวตเวียดนามเทียบชั้นไทย 'สวรรค์ลงทุน'

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 8 พฤษภาคม 2549 12:36 น.

กรุงเทพฯ- การสำรวจประจำปีขององค์การการค้าต่างประเทศญี่ปุ่น (JETRO) ที่สำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนญี่ปุ่นทั่วภูมิภาคเอเชียเมื่อปีที่แล้ว และได้ตีพิมพ์รายงานออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนจากแดนอาทิตย์อุทัยต่างพึงพอใจจากสภาพการลงทุนในเวียดนาม โดยยกชั้นขึ้นเป็นประเทศที่น่าเข้าบงทุนมากที่สุดเท่าๆ กับประเทศไทย

นักลงทุนชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยกล่าวว่า พวกเขาพร้อมที่จะขยับการลงทุนจากจีนเข้าสู่เวียดนามด้วยเช่นเดียวกัน

ผลการสำรวจที่เผยแพร่ในวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น ได้จากการสำรวจความเห็นของบริษัทผู้ผลิตจากญี่ปุ่น ที่กำลังดำเนินการผลิตอยู่ใน6 ประเทศอาเซียน อันได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม กับประเทศอินเดีย ซึ่งเมื่อกล่าวถึงการลงทุนในระยะกลางกับระยะยาวแล้ว นักลงทุนต่างลงความเห็นว่าไทยกับเวียดนาม เป็นปลายทางการลงทุนที่พึงปรารถนามากที่สุด

เวียดนามกับไทยได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากอุตสาหกรรมการผลิตจำนวน 4 จากทั้งหมด 6 ประเภทที่ทำการสำรวจ อันได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือ-อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเครื่องจักร-พาหนะเพื่อการขนส่ง และ อุตสาหกรรมการผลิตพลาสติก ทั้งนี้เป็นรายงานของหนังสือพิมพ์เตี่ยนฟง (Tien Phong)

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนในอุตสาหกรรมบางสาขา เช่น อุตสาหกรรมเคมี นั้นลงความเห็นว่าในเวียดนามยังมีจุดอ่อนรายงานยังระบุว่า 20.5%ของนักลงทุนชาวญี่ปุ่นที่ให้ความร่วมมือกับการสำรวจ ได้แสดงความต้องการที่จะขยายการลงทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้าสู่เวียดนาม ในนั้น 7.4% แสดงความต้องการที่จะขยายเข้าสู่ไทย และ 6.8% มีความต้องการจะขยายจากจีนไปยังเวียดนาม ส่วนที่ต้องการจะขยายสู่มาเลเซียมีเพียง 3.1%

นักลงทุนชาวญี่ปุ่นกล่าวว่า ค่าแรงในเวียดนามยังต่ำ ค่าใช้จ่ายในการลงทุนในเวียดนามนั้นต่ำที่สุดในบรรดาประเทศต่างๆ มีเสถียรภาพทางสังคมและการเมือง มีการบริหารจัดการแรงงานที่ดี รวมทั้งอัตราการแลกเปลี่ยนที่มั่นคงก็เป็นคุณสมบัติที่ดีเลิศของเวียดนามในสายตาของนักลงทุนด้วย

นักลงทุนกลุ่มเดียวกันนี้ยังชี้ว่า สภาพเศรษฐกิจของเวียดนามในตอนนี้ก็เป็นเช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่จีน เริ่มให้มาเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศใหม่ๆ ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจอย่างมากมาย แต่ถึงกระนั้นเวียดนามก็ยังมีข้อด้อย ไม่ต่างกับอีกหลายปลายทางการลงทุนในอาเซียน ในเรื่องการขาดแคลนความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ตลอดจนการขาดแคลนอุตสาหกรรมที่จะสนับสนุนการลงทุนอีกด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวียดนามนั้นการขาดแคลนอุตสาหกรรมสนับสนุน ถูกจัดอยู่ในระดับต่ำกว่าประเทศอื่นๆ และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในเวียดนามก็ยังเป็นปัญหาใหญ่สำหรับการลงทุน เช่นเดียวกับที่ยังมีข้อจำกัดด้านศุลกากร รวมทั้งปัญหาด้านทรัพย์สินทางปัญญาด้วย

ถึงกระนั้นนักลงทุนญี่ปุ่นจำนวนมากก็ยังตัดสินใจขยายการลงทุนเข้าเวียดนามตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกลและพาหนะเพื่อการขนส่ง กับผู้ผลิตชิ้นส่วนไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยคิดเป็น 23% กับ 18% ตามลำดับ

อย่างไรก็ตามนักลงทุนญี่ป่นกล่าวว่า เวียดนามควรที่จะให้ความสนใจกับการแข่งขันที่สูสีกันมากกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กับฟิลิปปินส์ในด้านการผลิตชิ้นส่วนเคร่องจักร-พาหนะเพื่อการขนส่ง กับมาเลเซียและไทยในด้านการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์-เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเลกทรอนิกส์

การสำรวจพบว่า 49.6% ของนักลงทุนญี่ปุ่นในภูมิภาคนี้มีผลประกอบการที่ดีขึ้นในปี 2548 ในนั้นครึ่งหนึ่งเป็นนักลงทุนญี่ปุ่นในเวียดนาม ซึ่งมั่นใจว่าในปีนี้ก็จะมีผลกระกอบการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง.

.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 06:22 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu