daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand



Reply

 
Thread Tools
Old October 4th, 2007, 05:30 AM   #221
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

ก้าวรุกครั้งใหม่ของคลังพลาซ่า "เร็วๆ นี้จะเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตอีก 2 แห่ง"
ประชาชาติธุรกิจ: วันที่ 04 ตุลาคม พ.ศ. 2550


...



...

กลยุทธ์สำคัญของคลังพลาซ่า ห้างค้าปลีกท้องถิ่นรายใหญ่ของจังหวัดนครราชสีมา ของตระกูลมานะศิลป์ ในการปรับตัวสู้กับห้างสรรพสินค้าส่วนกลางและยักษ์ค้าส่งจากต่างชาติ คือ ให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคล

ไพรัตน์ มานะศิลป์ รองประธาน บริษัท คลังพลาซ่า จำกัด บอกกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หากยึดติดกับระบบเดิมๆ โดยไม่จำเป็นต้องจ้างบุคลากรแพง ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ ธุรกิจก็ไม่สามารถแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดภายใต้การ แข่งขันที่รุนแรงได้

"บุคลากรแผนกต่างๆ ของห้างต้องมีทักษะความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ เรียกว่าเป็นมืออาชีพในแต่ละด้านโดยตรง เมื่อมีการเปลี่ยนโครงสร้างบริหารจัดการธุรกิจ เพื่อรองรับกับการแข่งขัน ผมต้องรับทรัพยากรบุคคลตามคุณสมบัติดังกล่าวให้เข้ามาช่วยผมวางแนวคิดขับเคลื่อน ผมยอมทุ่มเงินประกาศรับสมัครบุคลากรตามหนังสือพิมพ์ส่วนกลาง เพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณภาพตามที่ต้องการ แม้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่จากทรัพยากรบุคคลที่ผ่านการคัดสรร ช่วยเสริมสร้างให้องค์กรแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ"

ไพรัตน์บอกว่า การที่จะยืนอยู่ในธุรกิจภายใต้การแข่งขันที่รุนแรงโดยผู้เล่นระดับชาติ องค์กรต้องปรับตัวให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา นำบุคลากรมืออาชีพเข้ามาร่วมบริหารมากขึ้น โดยเฉพาะแผนกหลักที่ต้องใช้ความชำนาญและเทคนิค ได้แก่ แผนกการบริหารงานบุคคล การตลาด ไอที เทคโนโลยีสารสนเทศ เลือกเฟ้นผู้มีประสบการณ์ที่มีภูมิลำเนาในท้องถิ่น บางอย่างวางแผนไว้รอนาคต เช่น บัตรสมาชิกที่มีรหัส บาร์โค้ด หรือ CRM ซึ่งเริ่มดำเนินการมานานแล้ว, แผนกคลังไอทีเซ็นเตอร์ ที่ต้องปรับปรุงให้มีความแตกต่างจากห้างสรรพสินค้าอื่นๆ เพื่อเป็นศูนย์รวมสินค้าไอทีที่ใหญ่และครบครันที่สุดในภาคอีสาน

"หากไม่มีการปรับตัวทางการตลาดก็เท่ากับต้องเผชิญกับวิกฤตการแข่งขันที่หนักหน่วงซึ่งในที่สุดก็ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายก็เท่ากับรอวันตาย"

ปัจจุบันคลังพลาซ่าเป็นห้างค้าปลีกของนักลงทุนชาวโคราชเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ยังคงเปิดให้บริการและมีกำไรต่อเนื่อง

"คลังพลาซ่าเตรียมตัวเพื่อรับภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เปิดตัวสาขาจอมสุรางค์ เริ่มจากการวางระบบบริหารงานภายในองค์กร โดยการนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาประยุกต์ใช้ เช่น บัตรสมาชิกจากเดิมเกิดขึ้นเมื่อปี 2529 มอบสิทธิพิเศษให้สมาชิก เพื่อลดราคาสินค้าในแผนกดีพาร์ตเมนต์สโตร์เท่านั้น เมื่อนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาพัฒนา ในปี 2537 ก็ปรับโฉมมาเป็นบัตรสมาชิกใบแรกที่มีรหัสประจำตัวแต่ละใบ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่นำระบบบริหารการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้ามาใช้ หรือที่เรียกว่า CRM (customer relationship management) และตั้งแต่นั้นมา บัตรสมาชิกทำหน้าที่สื่อกลางใกล้ชิดกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น"

ในเรื่องการบริหารงาน ไพรัตน์บอกว่า นโยบายของเขาไม่ได้แตกต่างจากคุณพ่อ คือ ต้องมีความซื่อสัตย์ จริงใจ ตรงไปตรงมา ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคด้วยกลวิธีใดก็ตาม ทั้งกับลูกค้าและพนักงาน

สำหรับการปกครองพนักงานใช้ระบบ "พ่อปกครองลูก"

ไพรัตน์ยืนยันว่า คลังพลาซ่าเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งเดียวและแห่งแรกในภูมิภาคที่มีสหกรณ์เงินเดือนพนักงาน เปิดมาได้ 14 ปีแล้ว มีเงินหมุนเวียนเป็นระดับล้านบาท เป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่ มีสมาชิกหลายร้อยคนซึ่งในกรุงเทพฯจะมีเพียงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเท่านั้น

ขณะเดียวกันสิ่งที่ทำควบคู่กันไปคือ การคืนกำไรให้สังคม

"เราตระหนักถึงความสำคัญด้านการศึกษาของเด็กและเยาวชนในท้องถิ่น จึงริเริ่มจัดสร้างอาคารเรียน โดยโครงการนี้สนับสนุนจัดสร้างขึ้นครั้งแรกที่โรงเรียนบ้านต่างตา อำเภอเมืองนครราชสีมา เมื่อปี 2530 กว่า 2 ล้านบาท และโรงเรียนบ้านดอนหวาย อำเภอโนนสูง เมื่อปี 2545 มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท"

นอกจากนี้คลังพลาซ่ายังมีสวนเกษตรคลังการ์เด้น บนเนื้อที่ 100 ไร่ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของผัก ผลไม้ ภายใต้การดูแลใกล้ชิดของนักวิชาการเกษตร จึงมั่นใจในความปลอดภัยได้ 100%

"วิธีการปลูกผักของที่นี่ จะเน้นผัก hydroponics เป็นวิธีการปลูกพืชโดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ โดยไม่ใช้ดิน หรือวิธีการปลูกพืชเลียนแบบการปลูกพืชบนดิน โดยปลูกพืชลงบนวัสดุอื่นๆ ที่ไม่ใช่ดิน หรือปลูกลงบนสารละลายธาตุอาหารพืช การปลูกวิธีการนี้จะช่วยทำให้ผลิตผลที่ได้ปลอดสารพิษ สวนแห่งนี้จะเป็นทางเลือกศูนย์การค้าเพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังมีต้นไม้ในวรรณคดี ต้นไม้หายาก และสวนไม้กลายเป็นหิน เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เข้ามาเยี่ยมชมด้วย"

ไพรัตน์บอกแผนธุรกิจในอนาคตว่า ขณะนี้กำลังวิจัยความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาปรับเปลี่ยนให้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภค

นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตในพื้นที่หนองไผ่ล้อม และจอหอ อีก 2 แห่งบนพื้นที่ประมาณ 2,000 ตร.ม. รวมทั้งจัดให้มีร้านอาหาร ร้านอัดรูป ซักแห้ง ร้านทำผม ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน รอบแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต โดยจะเริ่มดำเนินการได้เร็วๆ นี้

ไพรัตน์บอกในตอนท้ายว่า นับแต่วันแรกที่เปิดร้านคลังวิทยาเมื่อ 50 ปีที่แล้วและเจริญเติบโตมาเป็นห้างสรรพสินค้าคลังพลาซ่าในปัจจุบัน ยังยึดมั่นในแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมและมีความรับผิดชอบสืบไป
Gaia no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old October 4th, 2007, 09:32 AM   #222
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

Korat car free day 2007
Recent activity- 22 Sep. 2007



โคราชจัดกิจกรรม รณรงค์ "ปลอดรถ ลดโลกร้อน" ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา เป็นกิจกรรมน่ารัก ๆ ดี ๆ อีกอันนึงที่ช่วยกระตุ้นจิตสำนึกของชาวเมือง ในการหันมาสนใจสิ่งแวดล้อม และการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงในการเดินทางครับ


























Source: www.thaimtb.com

see full photo collection.
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=179232
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old October 4th, 2007, 03:13 PM   #223
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

กกท.ยิ้ม ปรับศูนย์วิทยาศาสตร์โคราช เสร็จพย.นี้
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 2 ตุลาคม 2550 15:46 น.



นายสมชาย ประเสริฐศิริพันธุ์ ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ "กกท." และนายวิชัย วนดุรงค์วรรณ ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ ร่วมประชุมที่ห้องประชุม 211 ราชมังคลากีฬาสถาน สนามกีฬาหัวหมาก กกท. เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2550

โดย นายสมชาย ประเสริฐศิริพันธุ์ เปิดเผยว่า การติดตามผลการดำเนินการจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการเงินสนับสนุนจากการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อการพัฒนากีฬาของชาติ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2550 ได้อนุมัติค่าใช้จ่ายสำหรับปรับปรุงสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ในวงเงิน 26,000,000 บาท ประกอบด้วย ค่าปรับปรุงสถานที่ 6,000,000 บาท และค่าจัดซื้ออุปกรณ์วิทยาศาสตร์ 20,000,000 บาท ซึ่งศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา ดังกล่าว จะเปิดให้บริการสำหรับนักกีฬาภายในเดือนพฤศจิกายน 2550 และเปิดให้บริการสำหรับประชาชนทั่วไป หลังจากเสร็จสิ้นการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24

ทั้งนี้ นายสมชาย กล่าวว่า ในวันเปิดศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาฯ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ต้องการให้มีเครื่องมือ และอุปกรณ์วิทยาศาสตร์การกีฬาภายในศูนย์พร้อมสำหรับการใช้งาน ซึ่งเรื่องดังกล่าวฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา กกท. แจ้งว่าการจัดซื้อเครื่องมือ และอุปกรณ์วิทยาศาสตร์การกีฬา หากได้ผู้รับจ้างแล้วจะประสานให้นำเครื่องมือ และอุปกรณ์ ลงประจำศูนย์ฯ ภายในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาและทันกำหนดการวันเปิดให้บริการศูนย์ฯ อย่างแน่นอน นายสมชาย ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ต้องการให้ กกท. จัดหาบุคลากรที่มีความรู้ และเชี่ยวชาญในด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ประจำศูนย์ฯ สำหรับให้บริการ และทำวิจัย ประจำศูนย์ฯ ตลอดจนต้องมีบุคลากรสำหรับอยู่ประจำ เพื่อบริหารและจัดการดูแลศูนย์ดังกล่าวต่อไป

ขณะที่ นายกนกพันธุ์ กล่าวว่า เรื่องการบริหารจัดการดูแลศูนย์เป็นเรื่องที่สำคัญมาก กกท. ได้เตรียมแผนงานดังกล่าวรองรับไว้แล้วในปีงบประมาณ 2551 ซึ่งมีงบประมาณสำหรับดำเนินการในเรื่องดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว โดยจะทำการจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ เพื่อมาดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ที่ประสานไว้มีอยู่ 2 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น และ เยอรมนี การจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญจะทำให้เรามีบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การกีฬามารองรับการดำเนินการตามแผนงานทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค

สำหรับเรื่องการปรับปรุงห้องที่ทำการศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ นั้น กกท. ได้ดำเนินการจัดทำรูปแบบรายการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการจัดจ้าง คาดว่าจะลงนามสัญญาจ้างได้ในต้นเดือนตุลาคม 2550
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old October 4th, 2007, 08:05 PM   #224
thainotts
Registered User
 
thainotts's Avatar
 
Join Date: Jun 2006
Location: Bangkok-Nottingham
Posts: 2,968
Likes (Received): 4

มีแต่ข่าวดีๆ อ่านแล้วชื่นใจ ขอบคุณครับ
__________________
"สมบัติชาติ" ถ้าคนไทยบริหารแล้วห่วยลงๆ สู้ขายให้นายทุนฝรั่งมาบริหารยังจะดีกว่า เขาจะเอาออกนอกประเทศก็ไม่ได้ แถมการแข่งขันในตลาดเสรีก็ช่วยพัฒนา "สมบัติ" นั้นๆ อีกด้วย ....​ อย่าให้คนไทยกันเองดอง "สมบัติชาติ" จนมันเน่าเลยดีกว่า
thainotts no está en línea   Reply With Quote
Old October 11th, 2007, 10:11 AM   #225
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

around the city Photos
taken from my car last week.




AIS Regional Office.
look at vertical skew on the building facade. It is the formal design of Shin corp that made sense of "corporate identity"





PEGASUS TOWER Hotel











Makro Korat





Big C Korat


Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old October 11th, 2007, 10:24 AM   #226
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

Rachaphruk Grand Hotel









Sima Nakhon Condo

Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old October 11th, 2007, 10:46 AM   #227
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

NEO HOUSE PRODUCTS
a new construction material shopping center near Kokkruad.





Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old October 12th, 2007, 04:10 AM   #228
cHemon
Registered User
 
cHemon's Avatar
 
Join Date: Mar 2004
Location: Bangkok
Posts: 5,401
Likes (Received): 12

Thaks
cHemon no está en línea   Reply With Quote
Old October 12th, 2007, 10:11 AM   #229
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

ภาพรอบเมืองถ่ายบนรถ ที่เหลือไม่ค่อยชัดครับ (กล้องก็เก่า รถก็สั่น) เลยทำเป็นภาพเล็ก ๆ ครับ




ซ้าย ห้าแยกไชยณรงค์ ขวา ห้าแยกหัวรถไฟ



ซ้าย ถนนสุรณารายณ์ หน้า ม. ราชมงคลอีสาน ขวา ตึกโรงพยาบาล ป. แพทย์ 2 (ตึกร้างสมัยวิกฤติต้มยำกุ้ง)


ถนนรอบคูเมือง เป็น City Boulevard ของเมืองโคราช ตลอดแนวมี Public space ที่สวยงามน่าชื่นชม


ซ้าย อาคาร อนุสรณ์สถานวีรกรรมท้าวสุรนารี ขวา บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ลานย่าโม)




อาคารอนุสรณ์สถานวีรกรรมท้าวสุรนารี ภายในเป็นสถานที่แสดง แสง สี เสียง ท้าวสุรนารี จะมีตุ๊กตาดินเผา เป็นฉากเรื่องราววิถีชีวิตของชาวเมืองโคราชในสมัยอดีต ไปจนถึงการต่อสู้เพื่อรักษาผืนแผ่นดินไทย วีรกรรมของท้าวสุรนารีและบรรพบุรุษของชาวโคราช
ข้อมูลเพิ่ม: http://www.koratcity.net/veeragum/v.htm
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old October 12th, 2007, 11:03 AM   #230
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

บูรณะกำแพงโบราณใกล้จบ อยากเห็นแบบบ้านเชียง กรมศิลป์ย้ำทำดีแล้ว
Korat Daily: 05/10/2007







หลังเทศบาลนครฯ ควักงบอนุรักษ์ ๘๖๖,๓๐๐ บาท สานโครงการบูรณะ ผอ.คนใหม่ ‘สำนักศิลปากรที่ ๑๒’ เผยโครงการมูลค่า ๗ แสนบาท ต้อนรับซีเกมส์’๒๔ คืบหน้าถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว เร่งส่งมอบงาน ๗ ตุลาคมนี้ หวั่นฝนตกชุกอาจล่าช้า ประชาชนคนโคราชไม่อยากให้ปูอิฐทับ อยากเห็นของจริงเหมือนที่บ้านเชียง แต่ผอ.สำนักฯ ยืนยัน ก่ออิฐแดงโผล่เหนือฐานรากกำแพงเมืองเก่า ด้วยเทคนิคโบราณ ลดภัยเสี่ยง-อันตราย



ตามที่เทศบาลนครนครราชสีมา โดย รศ.เชิดชัย โชครัตนชัย นายกเทศ มนตรีนครราชสีมา มีโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณสวนต่างๆ ข้างลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี โดยระหว่างที่ผู้รับจ้างดำเนินการอยู่นั้น ได้ขุดพบกำแพงเมืองโบราณอายุกว่า ๓๐๐ ปี แต่ต่อมามีการขนดินไปถมทับกำแพงเมืองพร้อมปูทับด้วยหินอ่อน จึงทำให้กรมศิลปากรโดยสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา แจ้งความดำเนินคดีกับนายกเทศมนตรีและผู้รับจ้าง(หจก.ไทยเจริญศรีสะเกษ) ในข้อหา "ทำผิด พ.ร.บ. โบราณสถาน โบราณวัตถุ โดยใช้งบประมาณ ๗๗ ล้านบาท ปรับปรุงสวนท้าวสุรนารี ขนดินถมกำแพงเมืองนครราชสีมา ปิดทับด้วยหินอ่อน สร้างความเสียหายกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์" และคดีดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ในที่สุดผู้บริหารระดับสูงมีการเจรจาและตกลงกันได้ในที่สุด ซึ่งต่อมาเทศบาลนครฯ ได้ตรวจสอบแบบและประเมินราคาการบูรณะกำแพงโบราณ ตามที่ได้ตกลงกับกรมศิลปากรเพื่อเป็นการอนุรักษ์โบราณสถาน โดยที่เทศบาลนครฯ เป็นผู้จัดสรรงบประมาณให้ และรอการถอดแบบให้แล้วเสร็จ เนื่องจากกรมศิลปากรระบุผู้ควบคุมดูแล จากนั้นรศ.เชิดชัย โชครัตนชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา มอบเช็คธนาคารกรุงไทย สาขานครราชสีมา สั่งจ่ายแก่สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา จำนวน ๘๖๖,๓๐๐ บาท ลงวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นงบประมาณของเทศบาลนครฯ เพื่อสนับสนุนโครงการบูรณะกำแพงเมืองนครราชสีมา โดยมีนายศักดิ์ชัย พจน์นันท์วาณิชย์ ผู้อำนวยการ สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา เป็นผู้รับเช็คดังกล่าว ณ เทศบาลนคร นครราชสีมา

ยึด ‘บ้านเชียง’ บูรณะกำแพงเมือง

โดยขณะนี้กำลังมีการดำเนินการเกี่ยวกับกรณีกำแพงเมืองนครราชสีมา แต่มีปัญญาชนชาวโคราชจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ในสภาวินิจฉัยคดีโลกคดีธรรมว่า ไม่เห็นด้วยในการดำเนินงานตามโครงการบูรณะกำแพงเมืองนครราชสีมา ที่กรมศิลปากรนำอิฐแดงมาก่อทับซ้อนกับแนวกำแพงเมืองนครราชสีมาเดิม สิ่งที่ควรจะเป็นคือควรบูรณะและอนุรักษ์ให้เหมือนรูปแบบของอุทยานประวัติศาสตร์บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังและนักท่องเที่ยว เห็นร่องรอยกำแพงเมืองนครราชสีมาเดิม ซึ่งนายศักดิ์ชัย พจน์นันท์วาณิชย์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมาชี้แจงกับ "โคราชรายวัน" ว่า โครงการบูรณะกำแพงเมืองนครราชสีมา ทางเทศบาลนครฯ มอบงบประมาณมาดำเนินการ จำนวน ๘๖๖,๓๐๐ บาท ตามที่กรมศิลปากรขอให้สนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการ ซึ่งกรมศิลปากรได้จัดประกวดราคา และทำสัญญาตกลงว่าจ้าง หจก.ปุราณรักษ์ ดำเนินการโครงการนี้ ด้วยวงเงินจัดจ้าง ๗๐๐,๐๐๐ บาท ตั้งแต่วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๐ และมีกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๐ นายศักดิ์ชายชี้แจงต่อไปว่า ตามสัญญาแบ่งการดำเนินงานเป็น ๒ ขั้นตอน คือ ขั้นตอนแรก การจัดซื้ออิฐที่จะนำไปใช้บูรณะกำแพงเมืองนครราชสีมา และการขุดแต่งกำแพงเมืองนครราชสีมา ตามแบบรูปรายการกำหนด คิดเป็นเงิน ๒๑๐,๐๐๐ บาท เพิ่งส่งมอบงานเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๐ การดำเนินงานในขั้นตอนนี้ เป็นการขุดรอกแนวกำแพงเมืองนครราชสีมาเดิม และในส่วนที่มีปัญหาฟ้องร้องกับเทศบาลนครฯ จากการขุดตรวจ - ขุดแต่ง ทางโบราณคดี การศึกษาจากหลักฐานของกำแพงเมืองที่หลงเหลือในปัจจุบัน ได้แก่ กำแพงเมืองบริเวณประตูชุมพล กำแพงเมืองบริเวณมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมือง และการตรวจสอบจากภาพถ่ายเก่า ทำให้ทราบว่า เป็นกำแพงที่ก่อด้วยอิฐ ส่วนบนสุดทำเป็นใบบัง มีลักษณะเหมือนใบเสมา ที่ขอบกำแพงบนสุดก่อนที่จะเป็นใบเสมา ประดับด้วยเส้นนูน (เส้นลวด) ๒ เส้นขนานไปตามกำแพงเมือง ภายในเส้นนูนนี้เจาะเป็นช่องส่องมองรูปกากบาทเรียงรายกันไป แนวกำแพงส่วนใน (ด้านที่หันหน้าเข้าภายในเมือง) จะก่อเป็นเชิงพลหรือเชิงเทิน ที่มีระดับต่ำกว่ากำแพงส่วนนอก (ที่หันหน้าออกนอกเมือง) เป็นที่ทหารใช้ประจำการในสงคราม ที่ฐานของกำแพงทั้งสองด้าน มีการถมดินพูนขึ้นมา ตามแนวกำแพงที่มีป้อมรายรอบ

นอกจากใช้อิฐเป็นวัสดุหลักแล้ว ยังมีการนำหินทรายและศิลาแลงมาก่อในบริเวณที่เป็นประตูเมืองและป้อม วัสดุเหล่านี้คงเป็นการรื้อเอาหินที่ใช้ในการสร้างปราสาทในวัฒนธรรมเขมร มาใช้ในการสร้างกำแพงเมือง เนื่องจากได้พบร่องรอยลักษณะรอยเจาะเป็นรูกลมที่ก้อนหิน สันนิษฐานว่าจะทำขึ้น เพื่อประโยชน์ในการขนเคลื่อนย้าย ซึ่งพบบนก้อนหินที่ใช้ก่อสร้างปราสาทเขมรทั่วไป กำแพงเมืองบริเวณที่ทำการขุดแต่ง อยู่บริเวณสวนสุรนารี (สวนรัก) ทางด้านทิศตะวันตกของตัวเมือง จากการขุดแต่งพบแนวกำแพงยาวประมาณ ๓๗ เมตร เรียงตัวตามแนวแกนทิศเหนือ - ทิศใต้ แนวกำแพงถูกรบกวนจากการอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในพื้นที่นี้ เมื่อราว ๒๐ - ๓๐ ปีมาแล้ว โดยพบหลักฐานการวางเสาคอนกรีตใกล้กับแนวกำแพง แนวผนังอาคารก่อด้วยอิฐที่วางอยู่บนตัวกำแพง และบางส่วนได้ขุดตัดทำลายตัวกำแพงออกไป

นายศักดิ์ชัย กล่าวถึงผลการขุดตรวจ - ขุดแต่งว่า ทำให้ทราบเทคนิคและรูปแบบการก่อสร้างกำแพงเมืองได้ โดยมีการเตรียมฐานราก ด้วยการขุดหลุมลึกลงไปในชั้นดินเดิม
ที่เป็นชั้นดินเหนียว เพื่อถมอัดดินร่วนปนทรายเนื้อละเอียด ให้มีความแน่นแข็งเป็นชั้นหนา ประมาณ ๐.๖๐ - ๐.๘๐ เมตร ก่อนที่จะก่ออิฐเป็นตัวกำแพงขึ้นมา และมีการถมดินร่วนปนทรายเนื้อละเอียด ที่ส่วนฐานของกำแพงเพิ่มเติม หลังจากการสร้างกำแพงและปรับระดับดิน ให้เป็นพื้นการใช้งานด้านข้างกำแพงทั้งสองด้าน สำหรับก้อนอิฐที่ใช้มีขนาดกว้างระหว่าง ๑๔ - ๑๗ ซ.ม. ยาวระหว่าง ๒๙ - ๓- ซ.ม. และหนาระหว่าง ๕ - ๖ ซ.ม. ใช้ดินเป็นตัวเชื่อมประสานระหว่างก้อนอิฐแต่ละก้อน (สอดิน) การวางเรียงอิฐที่พบส่วนใหญ่ เป็นแบบใช้ด้านยาวสลับกับด้านกว้างอย่างละ ๒ ก้อน เรียงก้อนคู่สลับแนวเป็นแถว โดยก่ออิฐให้ด้านกว้าง ๒ ก้อน ต่อกับด้านยาวของอิฐที่เรียงไว้ ๒ ก้อน และด้านกว้างของอิฐสองก้อนนี้ ก็จะต่อกับด้านยาวของอิฐก้อนอื่น มีลักษณะเช่นนี้ต่อเนื่องกันไป

การก่ออิฐจะก่อเกือบเต็มแนวกำแพง โดยเว้นช่องเป็นหลุมสี่เหลี่ยมแล้วบดอัดดินลงไปในหลุมจนเต็ม หลุมสี่เหลี่ยมนี้เป็นช่องรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดประมาณ ๐.๔๐ x ๑.๕๐ เมตร ห่างจากขอบกำแพงด้านนอกมายังด้านในประมาณ ๒.๐๐ เมตร วางตัวเรียงเป็นแนวในแกนทิศเหนือ - ทิศใต้ ช่องสี่เหลี่ยมแต่ละช่องจะถูกคั่นด้วยแนวอิฐที่ก่อเป็นคานหรือเอ็นของกำแพง ซึ่งมีความกว้างประมาณ ๒.๐๐ เมตร รูปแบบการก่ออิฐแบบนี้ นอกจากเป็นลักษณะโครงสร้าง เพื่อความมั่นคงแข็งแรงแล้ว สันนิษฐานว่ากำแพงด้านที่หันออกนอกเมือง เป็นด้านที่จะต้องมีการปะทะในการสงคราม จึงมีการก่ออิฐเต็มตลอดแนวกำแพง เพื่อความมั่นคงแข็งแรง ส่วนกำแพงด้านในบริเวณที่เป็นเชิงเทิน
ซึ่งเป็นที่ประจำการของทหารนั้น เป็นบริเวณที่ไม่ได้มีการปะทะสู้รบมากนัก จึงไม่ต้องก่ออิฐเต็มเหมือนกำแพงด้านนอก


นายศักดิ์ชัย กล่าวต่อไปว่า ขั้นตอนที่สอง บูรณะกำแพงเมืองนครราชสีมา และงานอื่นๆ ที่กำหนดไว้ในรูปแบบรายการแล้วเสร็จ รวมทั้งทำสถานที่ก่อสร้าง ให้สะอาดเรียบร้อย ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๘ คิดเป็นเงิน ๔๙๐,๐๐๐ บาท โดยก่อแนวกำแพงเมืองใหม่ขึ้นมาให้เหนือพื้นผิวดิน ขณะนี้คืบหน้าร้อยละ ๕๐ มีกำหนดส่งมอบงาน ในวันที่ ๗ ตุลาคมนี้ แต่อาจจะส่งมอบงานล่าช้าไปอีกหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากช่วงนี้ฝนตกชุก ตนค่อนข้างกังวล เพราะเทศบาลนครฯ เร่งให้แล้วเสร็จ เพื่อทันการปรับภูมิทัศน์ต้อนรับกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ ๒๔ การดำเนินงานจะต่อแนวกำแพงเดิมให้โผล่ขึ้นมาเหนือฐานราก ด้วยอิฐแดงขนาดเท่าของเดิม ประมาณขนาด ๓๐ x ๑๕ ซ.ม. ใช้กรรมวิธีแบบโบราณในการก่ออิฐ คือ ใช้กาวหนังสัตว์เคี่ยวแล้วผสมกับปูนขาวที่ตำ เพื่อให้เกิดความเหนียวในการก่ออิฐ

ยืนยันก่ออิฐเหนือฐานรากดีที่สุด ซึ่งกรมศิลปากรได้ปรึกษาหารือการดำเนินงานขั้นตอนที่สอง ทั้งจากคณะกรรมการวิชาการอนุรักษ์ของกรมศิลปากร ผู้เชี่ยวชาญ เทศบาลนครฯ และหลายๆ ฝ่าย จึงได้ข้อสรุปว่า ควรก่ออิฐแดงให้โผล่ขึ้นมาเหนือฐานราก ตั้งแต่แนวกำแพงเมืองเก่า ติดอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ให้มีความสูงประมาณ ๒ เมตร และลดหลั่นความสูงตลอดแนวกำแพงเมืองเก่า โดยให้มีความสูงไม่มากเกินไป เนื่องจากป้องกันประชาชนบางกลุ่ม ใช้เป็นที่บังตาเพื่อก่อเหตุไม่เหมาะสม ที่สำคัญคือการเลือกวิธีการอนุรักษ์เช่นนี้ เพื่อให้ประชาชนทราบว่า แนวกำแพงเมืองเก่าเป็นอย่างไร ส่วนเหตุผลที่ไม่เลือกบูรณะหรืออนุรักษ์ ให้เหมือนกับอุทยานประวัติศาสตร์บ้านเชียงนั้น เพราะหากเปิดหลุมขุดค้นแนวกำแพงเมืองเก่าทิ้งไว้ ค่อนข้างเสี่ยงและอันตราย เช่น ๑. หากฝนตกจะเกิดน้ำขัง, ๒. หากเปิดหลุมให้เห็นแนวกำแพงเมืองเดิม เกรงว่าจะเกิดอันตราย จากการผลัดตกในขณะเยี่ยมชมโบราณสถาน และ ๓. การดำเนินการด้วยวิธีการนี้ จะสามารถป้องกันการขุดรื้ออิฐ ซึ่งเป็นรากฐานเดิมของกำแพงเมืองเดิม ซึ่งหลักฐานอาจสูญหายไปเรื่อยๆ ได้

“วัตถุประสงค์การดำเนินโครงการนี้ ๑. เพื่อรักษารูปแบบทางสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้, ๒. เพื่อให้เห็นหน้าที่ความสำคัญของกำแพงเมือง, ๓. เพื่อรักษาวัสดุ เทคนิคการก่อสร้าง รวมถึงตำแหน่งดั้งเดิมไว้ และ ๔. เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกคนในท้องถิ่น มีส่วนร่วมดูแลอนุรักษ์โบราณสถาน โดยมีขอบเขตการทำงาน อนุรักษ์กำแพงเมืองนครราชสีมา บริเวณสวนท้าวสุรนารี (ส่วนที่ ๒ บริเวณสวนรัก) ความยาวประมาณ ๔๐ เมตร สูงเฉลี่ย ๐.๘๐ เมตร สำหรับงบประมาณที่เหลือจากการดำเนินโครงการนี้ สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา จะคืนให้กับเทศบาลนครฯ ทั้งหมด ส่วนเรื่องแจ้งความร้องทุกข์นั้น สภ.อ.เมืองนครราชสีมา สรุปสำนวนคดีส่งไปที่ศาลแล้ว คดียังคงดำเนินต่อ ยอมความกันไม่ได้ ซึ่งผู้อำนวยการคนเก่า (นายอนันต์ ชูโชติ) ซึ่งย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ สำนักศิลปากรที่ ๖ จังหวัดสุโขทัย ต้องให้การเพิ่มเติมในชั้นศาลต่อไป ทั้งนี้ ตนเพิ่งย้ายมาดำรงตำแหน่งที่นี่ ประมาณ ๓ เดือนแล้ว โดยย้ายมาจากหอศิลป์แห่งชาติ กรุงเทพฯ” นายศักดิ์ชัยกล่าวในท้ายสุด.
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old October 12th, 2007, 04:28 PM   #231
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

ทช.ทุ่ม 600 ล.สร้างทางหนุนลอจิสติกส์
สยามธุรกิจ:13-10-2007 ถึง 16-10-2007



นายระพินทร์ จารุดุล อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยถึง โครงการก่อสร้างถนนเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ลอจิสติกส์ ว่า ทช.มีโครงการที่จะก่อสร้างทางสายแยกทางหลวงหมายเลข 24 สถานีรถไฟกุดจิก อ.สูงเนิน จ.นครราช สีมา โดยลักษณะโครงการจะเป็นถนน 4 ช่องจราจร ความกว้างช่องละ 3.5 เมตร มีระยะทางประมาณ 12 กม. ใช้งบประมาณ ในการก่อสร้างทั้งสิ้นประมาณ 600 ล้านบาท แยกเป็นค่าก่อสร้างถนนประมาณ 350 ล้านบาท ค่าก่อสร้างสะพานข้ามถนนมิตรภาพประมาณ 160 ล้านบาท ค่าก่อ สร้างสะพาน ท่อลอด ประมาณ 20 ล้านบาท และค่าเวนคืนสังหาริมทรัพย์ประมาณ 70 ล้านบาท

สำหรับแนวเส้นทางโครงการแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 ทล. 24 บ้าน สองคอนเหนือ ซึ่งจะใช้แนวเส้นทางเดิมทั้งหมด ช่วงที่ 2 บ้านสองคอนเหนือ - บ้านหนองบอน ใช้แนวเส้นทางเดิมทั้งหมด แต่ปรับปรุงสะพานใหม่ให้ตรงเพื่อความปลอด ภัย และช่วงที่ 3 บ้านหนองบอน - สถานีรถไฟ กุดจิก ใช้แนวเส้นทางเดิมเกือบทั้งหมด ปรับแนวถนนใหม่ให้พ้นชุมชนและวัด รวมทั้งปรับแนวให้ตรงเพื่อเป็นสะพานข้ามถนนมิตรภาพ

ส่วนประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ คือ สามารถใช้เป็นถนนเพื่อการขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ที่เกิดขึ้นบริเวณนิคมอุตสาหกรรมเมืองใหม่สูงเนินได้เป็นอย่างดี รวมทั้งประชาชนสามารถเดินทางได้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้นบรรเทาปัญหาการจราจร และอุบัติเหตุ นอกจากนี้ ยังจะช่วยรองรับความเจริญเติบโตของเมืองใหม่สูงเนินในอนาคต กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายการจราจรจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 และเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งบริเวณสถานีรถไฟกุดจิก ซึ่งกำลังก่อสร้าง Container Yard ได้ด้วย อย่างไร ก็ตาม โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างสำรวจสังหาริมทรัพย์ จะเริ่มดำเนินการจ่ายค่าเวนคืนได้ในปี 2551 และคาดว่าจะเริ่มตั้งงบประมาณก่อสร้างปี 2552-2554

นายระพินทร์ ยังกล่าวถึงการโอนถนนในชนบทที่เคยอยู่ในการดูแลของ ทช. ไปให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ว่า การโอนถนนในชนบทของ ทช. ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น สอดคล้องแนว ทางการกระจายอำนาจปกครอง ซึ่ง ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546 โดยขณะนี้ ได้มีการโอนถนนไปให้องค์การบริหาร ส่วนตำบล (อบต.) ต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว เป็นระยะทาง 52,100 กม. โดยในจำนวนดังกล่าวพบว่า มี อบต. ทั่วประเทศ รวมถึงประชาชนที่ได้ร้องเรียนแจ้งกลับมาให้ ทราบว่า มีถนนในชนบททั่วประเทศ ถึง 23,800 กม. ที่ปัจจุบันได้ใช้งานจน เสียหาย แต่ อบต. ต่างๆ ไม่มีงบประมาณซ่อมบำรุง ซึ่งในส่วนนี้ยอมรับว่า ส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์เพื่อการสัญจร และการขนส่งสินค้าเกษตร ในแต่ละพื้นที่เป็นอย่างมาก

“แม้ว่าจะมีการแจ้งเรื่องความเสียหาย ของถนนกลับมาที่ ทช. แต่ในส่วนนี้เมื่อ มีการโอนถนนไปแล้ว ทช. คงไม่มีงบประมาณที่จะเข้าไปแบกรับการซ่อมแซมได้ โดย ทช.ได้แจ้งให้ อบต. ทราบว่า ต้องกลับไปขอจัดสรรงบประมาณ จากกรมพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแทน และทช.สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือในการอบรมดูแลรักษา สภาพถนนในแต่ละชุมชนได้เท่านั้น” นายระพินทร์ กล่าว

ทั้งนี้ จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ ทช. ต้องปรับวิธีการที่จะโอนมอบถนนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่ โดยได้ วางหลักเกณฑ์ 6 ข้อ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะรับโอนถนน เช่น การตรวจสอบ รายได้ของ อบต. ที่จะรับตอนการตรวจจำนวนประชากรและผู้ใช้ถนน การตรวจสอบรายจ่าย การตรวจสอบบุคลากรที่ทำหน้าที่ดูแลสภาพถนน การตรวจสอบศักยภาพในการบริหารจัดการ และสุดท้ายคือการดูแนวโน้มการพัฒนาในอนาคต ซึ่งถ้าหาก อบต. แห่งใด ยังขาดคุณสมบัติ ทช. จะเข้าไปช่วยเหลืออบรมให้ความรู้ให้ จน กว่าจะมีความพร้อม โดยในปี 2551-2552 ทช. มีแผนจะโอนถนนให้แก่ อบต.ทั่วประเทศ อีก 6,100 กม.

“ภายหลังการโอนถนนในท้องถิ่น ครบจำนวนดังกล่าว ก็จะเสร็จสิ้นภารกิจการโอนถนนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดย ทช. จะเหลือถนนในความดูแลอีกประมาณ 24,000 กม. ซึ่งจะเป็นถนนที่อยู่ในภารกิจสำคัญ คือ ถนนในชนบท ที่จะเชื่อมต่อกับถนนหลวงรวม 4,277 กม. ถนนที่ต้องใช้ประโยชน์สอดคล้องกับการพัฒนาลอจิสติกส์ 4,700 กม. และถนนที่ใช้ประโยชน์เพื่อการขนส่งสินค้าภาคการ เกษตรอีกประมาณ 15,000 กม.” นายระพินทร์ กล่าว
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old October 12th, 2007, 05:43 PM   #232
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

Logistic network for Kutchik container yard
โครงการสนับสนุน CY กุดจิก ครับ

ก่อนหน้างบประมาณ 600 ล้านบาทตามข่าวด้านบน ทางหลวงชนบทได้เคยทุ่มงบประมาณปรับปรุงเส้นทางสนับสนุน Logistics เส้นนี้ไปแล้ว ด้วยงบประมาณ 29 ล้านบาท (ขนาดกว้าง 6 ม. และใหล่ทางข้างละ 1.5 ม.) การทุ่มงบประมาณเพิ่มในครั้งนี้เป็นการขยายความกว้างถนน และเพิ่มมาตรฐาน และปรับเส้นทางบางช่วงเพื่อเลี่ยงพื้นที่ชุมชน วัด และทำสะพานข้ามจุดตัดถนนมิตรภาพ






ภาพทางอากาศ




ภาพโครงการปรับปรุงเส้นทางเข้าถึง CY กุดจิก ในครั้งแรกเมื่อปี 49 (ภาพจากกรมทางหลวงชนบท)




เส้นทาง Logistic เชื่อมระหว่างสถานีรถไฟกุดจิก ถนนมิตรภาพ และทางหลวงหมายเลข 24



...

ภาพย่านกองเก็บตู้สินค้า กุดจิก (Container Yard) ตอนราดยางพื้นผิวเสร็จใหม่ๆ


ตีเส้นแล้วดูเหมือนถนนรันเวย์



Last edited by Gaia; July 27th, 2008 at 05:18 PM.
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old October 15th, 2007, 08:03 PM   #233
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

Chumphon gate on the west side of inner city
ประตูชุมพล ทิศตะวันตก เป็นประตูเมือง รูปแบบดั้งเดิมแห่งเดียวที่หลงเหลืออยู่








Taifah City appliance store with big LED screen near Chumphon gate

Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2007, 04:19 PM   #234
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

งาน Balloon ที่ปากช่อง มีเวปทางการแล้ว
Official Web: http://www.thailandballoonfestival.com






....................................................................................................

ทรู สนับสนุน เทศกาลบอลลูนนานาชาติ ประจำปี 2007
กรุงเทพธุรกิจ: 19 ตุลาคม พ.ศ. 2550






บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดย นางรุ่งฟ้า เกียรติพจน์ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการด้านบริหารแบรนด์ และการสื่อสารการตลาด และ นายสุวรรณชัย ฤทธิรักษ์ (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลบอลลูนนานาชาติ ประจำปี 2007 ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 7-11 พฤศจิกายนนี้ ที่ศูนย์การสุนัขทหาร อ.ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาเทศกาลบอลลูนนานาชาติ ประจำปี 2007 เป็นการแสดงบอลลูนจากนานาชาติกว่า 30 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ อิตาลี และ สาธารณรัฐเช็ค เป็นต้น เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา พร้อมกิจกรรมมากมาย อาทิ การแสดงสีสันของบอลลูนประกอบเพลง และพลุกว่า 30 ลูกยามค่ำคืน ร่วมลุ้นสิทธิพิเศษในการชมธรรมชาติบนท้องฟ้าเขาใหญ่กับบอลลูน ชมการแสดงจากสุนัขทหาร พร้อมการแสดงคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบจากศิลปินชั้นนำ และการแสดงจากโรงเรียนบัวใหญ่ที่ชนะเลิศจากรายการชิงช้าสวรรค์ นอกจากนี้ ผู้มาเที่ยวชมงานยังจะได้พบกับสินค้าพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และอาหารเลิศรส อีกด้วย

Last edited by Gaia; October 23rd, 2007 at 07:26 PM.
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2007, 07:57 PM   #235
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

ธุรกิจเมืองย่าโมแห่รับ'ซีเกมส์' ดูดเม็ดเงินพันล.กระตุ้นศก.ส่งท้ายปี
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2262 18 ต.ค. - 20 ต.ค. 2550



นครราชสีมาประตูสู่อีสานและเป็นเมืองใหญ่ศูนย์กลางการค้าการลงทุนของภาค ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน กีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 24 และอาเชียนพาราเกมส์ครั้งที่ 4 อันเป็นมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาคอาเซียน 11 ชาติสมาชิก ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 6-15 ธันวาคม 2550 และ 17-27 มกราคม 2551 นี้ ตลอดช่วงหนึ่ง ปีที่ผ่านมา ทุกองคาพยพ ทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดนครราชสีมาต่างตื่นตัวรับมหกรรมการแข่งขันกีฬาอาเซียนครั้งนี้อย่างคึกคัก โดยเฉพาะภาคเอกชนได้มีความเคลื่อนไหว ในด้านการลงทุนก่อสร้าง เปิดกิจการใหม่ ขยายธุรกิจเดิม พัฒนาปรับปรุงสถานที่ บุคลากร ยกระดับการให้บริการ ทั้งในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร สถานบันเทิง ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าของฝาก ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อของเมืองโคราช เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับทัพนักกีฬา เจ้าหน้าที่ รวมถึงนักท่องเที่ยวและประชาชนจำนวนมหาศาล ที่จะหลั่งไหลกันเข้ามาร่วมแข่งขันชม และเชียร์มหกรรมกีฬาอันยิ่งใหญ่ของชาติสมาชิกอาเซียนในครั้งนี้


ทั้งนี้ทุกฝ่ายต่างคาดหวังว่า มหกรรมกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 24 นี้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดนครราชสีมา ที่ซมพิษวิกฤติการเมืองและเศรษฐกิจที่ซบเซาต่อเนื่องมาตลอดทั้งปี ให้ฟื้นชีพขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อก้าวเข้าสู่ปีใหม่ 2551 อย่างสดใส ซึ่งคาดว่าช่วงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ดังกล่าว จะมีเงินสะพัดในภาคธุรกิจต่าง ๆ ในเมืองโคราชหลายพันล้านบาท


"แท็กซี่มิเตอร์"แจ้งเกิดรับซีเกมส์


เริ่มจากวงการธุรกิจให้บริการขนส่งสาธารณะ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด แท็กซี่โคราชกรุ๊ป 2004 ในเครือ บริษัท ไทยสงวน จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้บริหารพื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมาแห่งที่ 2 ถนนมิตรภาพ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้ทำการเปิดตัวให้บริการแท็กซี่มิเตอร์อย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในจังหวัดนครราชสีมาและภาคอีสาน


นายศรรบ หล่อธราประเสริฐ ผู้จัดการ หจก. แท็กซี่โคราชกรุ๊ป 2004 เปิดเผยว่า ได้รับสัมปทานให้บริการแท็กซี่มิเตอร์เพียงรายเดียวในจังหวัดนครราชสีมาและภาคอีสาน ซึ่งการเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกนี้ เบื้องต้นมีรถแท็กซี่ให้บริการในช่วงแรกจำนวน 10 คันและจะขยายเพิ่มเป็น 30 คันในปี 2551 โดยอัตราค่าโดยสารคิดอัตราระยะทาง 2 กม.แรกเริ่มต้นที่ราคา 30 บาทและต่อไป กม.ละ 4 บาท ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านการขนส่งในรูปแบบของรถแท็กซี่มิเตอร์ รองรับผู้โดยสารในช่วงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 24 และ กีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นเจ้าภาพในปลายปีนี้


พร้อมกันนี้ทางบริษัท ไทยสงวน จำกัด ในฐานะเจ้าของ และผู้บริหารพื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมาแห่งที่ 2 ได้มีแผนดำเนินโครงการพัฒนาปรับปรุงและขยายพื้นที่ให้บริการ เพื่อยกระดับให้เป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารที่ทันสมัย สมบูรณ์แบบทั้งห้องรับรองผู้โดยสาร จุดซื้อตั๋ว ชานชาลา ศูนย์อาหาร และระบบสารสนเทศ สามารถรองรับและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถยนต์โดยสารประจำทางได้อย่างเต็มที่


ททท.โหมกิจกรรมกระตุ้นท่องเที่ยว


นายอรรคพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือเขต 1 นครราชสีมา กล่าวว่า ในช่วงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 24 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ายังจังหวัดนครราชสีมาและภาคอีสานเป็นจำนวนมาก ทั้งทีมนักกีฬา-ผู้ฝึกสอน คณะผู้ติดตามนักกีฬาจาก 11 ประเทศ และประชาชนที่จะเดินทางมาชมการแข่งขันคาดว่ามีไม่น้อยกว่า 100,000 คน ส่งผลให้มีเงินสะพัดเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยวหลายร้อยล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมถึงภาคธุรกิจอื่นๆ และจะส่งผลให้การท่องเที่ยวภาพรวมของภาคอีสานคึกคักไปด้วย

ทาง ททท. ได้กำหนดแผนงาน จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งช่วงก่อนการแข่งขันและระหว่างการแข่งขัน เช่น กิจกรรมนำคณะสื่อมวลชนทุกแขนงไปท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ สนามแข่งขันกีฬาซีเกมส์ เพื่อนำไปสู่การเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยว และกิจกรรมใหญ่ เพื่อโหมประชาสัมพันธ์งานซีเกมส์ โคราชในโค้งสุดท้าย คือ การจัดเทศกาลบอลลูนนานาชาติ 2007 ประเทศไทย ( Thailand International Balloon Festival 2007) ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ณ กองพันสุนัขสงคราม ถนนมิตรภาพ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 9-11 พฤศจิกายน 2550 ใช้งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท


" สปา" เมืองย่าโมรับทัพนักกีฬา


ขณะที่ธุรกิจสปา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไลน์ที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยว และนักกีฬา นางนัชชา ทิพเนตร เจ้าของร้าน สปา ศิราศรมซึ่งถือเป็นผู้ประกอบการรุ่นบุกเบิกธุรกิจสปารายใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้ สปา ศิราศรม กำลังเร่งปรับปรุงตกแต่งร้านทั้งภายในและภายนอกเพิ่มเติม ให้ทันสมัย สะอาด และมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายมากที่สุด โดยใช้งบประมาณหลายแสนบาท พร้อมทั้งเพิ่มจำนวนพนักงานบริการมากขึ้นอีก 20% เพื่อรองรับลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมากในช่วงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 24


"ในตัวเมืองโคราชมีกิจการสปา ที่ได้มาตรฐานเปิดให้บริการอยู่ไม่ถึง 10 แห่ง แต่ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นร้านนวดแผนโบราณ ลูกค้าก็มักจะเข้าใจผิดว่าร้านเหล่านี้ คือ สปา ทำให้ที่ผ่านมาธุรกิจสปาได้รับผลกระทบ แต่ในช่วงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่จะถึงนี้ คาดว่าธุรกิจสปา ที่แท้จริงจะคึกคักมากขึ้น เพราะในช่วงดังกล่าวจะมีนักกีฬา ผู้ติดตาม เจ้าหน้าที่ นักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยเดินทางเข้ามาชมและเชียร์กีฬาเป็นจำนวนมาก ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้มีกำลังซื้อ คาดว่าจะมีเงินสะพัดในธุรกิจสปาเมืองโคราชหลายล้านบาท " นางนัชชา กล่าว


ธุรกิจของฝากเตรียมรับอานิสงส์เต็มที่


ด้านผู้ประกอบการธุรกิจของฝากรายใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมา อย่าง เตีย หงี่ เฮียง (เจ้าสัว) เตรียมพร้อมเต็มที่กับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งนี้ น.ส.ณภัทร โมรินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท เตีย หงี่ เฮียง (เจ้าสัว) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ปลายปีนี้ ทางร้านได้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน ทั้งการเปิดรับสมัครพนักงานเพิ่มขึ้นอีก 50% ทั้งในรูปของพนักงานประจำและชั่วคราว เพื่อเข้ามาสลับกับพนักงานฝ่ายขายประจำหน้าร้านที่มีอยู่กว่า 20 คน โดยเน้นกลุ่มนักศึกษาที่มีความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษ สามารถสื่อสารกับลูกค้าชาวต่างชาติได้


พร้อมกันนี้จะทำการขยายเวลาเปิดให้บริการของศูนย์จำหน่ายสินค้า เตีย หงี่ เฮียง เพิ่มอีก 1 ชั่วโมง จากเดิม 07.00-21.00 น. เป็น 07.00-22.00 น. ตลอดช่วง 10 วันของการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ จำนวน 2 ศูนย์จำหน่ายของฝาก เตีย หงี่ เฮียง (เจ้าสัว) จากทั้งหมด 4 แห่ง คือ ที่หน้าลานอนุสารีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ในเขตเทศบาลนครราชสีมา และ ที่ กม. 243 ริมถนนมิตรภาพ ขาออก จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นศูนย์รวมของฝากแห่งใหญ่ที่สุด


นอกจากนี้ยังได้วางแผนจัดโปรโมชั่นพิเศษ ในช่วงการแข่งขันซีเกมส์ ทั้งลดราคา เน้นการบริการที่ประทับใจและมาตรฐานคุณภาพของสินค้า ตามสโลแกน "เจ้าสัว เตีย หงี่ เฮียง คุณค่าแห่งของฝากจากโคราช" พร้อมปรับปรุงตกแต่งบรรยากาศภายในร้านให้สอดคล้องกับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ครั้งนี้ด้วย


ส่วนอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อระดับโลกของโคราชก็ไม่น้อยหน้า เตรียมนำผลิตภัณฑ์จากฝีมือการปั้นของชาวด่านเกวียน ออกมาโชว์อวดสายตาและจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวและทัพนักกีฬาในช่วงการแข่งกีฬาซีเกมส์เช่นกัน พร้อมจัดงาน "เทศกาลเที่ยวด่านเกวียน" ในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย


นายชรินทร์ เปลี่ยนกระโทก นายกเทศมนตรีตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เทศบาลฯร่วมกับผู้ประกอบการเครื่องปั้นดินเผาในตำบลด่านเกวียนกว่า 200 ราย เตรียมจัดงานเทศกาลเที่ยวด่านเกวียนขึ้นระหว่างวันที่ 7-11 ธันวาคม 2550 ที่บริเวณสนามกีฬา เทศบาลตำบลด่านเกวียน บนพื้นที่ 30 ไร่ ภายในงานจะมีการแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นมาของดินแดนด่านเกวียนซึ่งมีเอกสารแจกให้นักท่องเที่ยวทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ, การจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา และของดีด่านเกวียนทั้งหมด


"งานนี้เป็นการรวมของดี ขึ้นชื่อของอำเภอด่านเกวียนมาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชมและเลือกซื้อ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ และสร้างรายได้ให้กับประชาชน ผู้ประกอบการท้องถิ่น รวมถึงอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปหลายจุด มางานนี้ก็สามารถเที่ยวด่านเกวียนได้ครบทั้งหมด คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าชมงานนี้ไม่น้อยกว่าวันละ 10,000 คน เกิดการจับจ่ายใช้เงินในงานไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท" นายชรินทร์ กล่าว


โรงแรมใหม่แข่งผุด – เจ้าเก่าทุ่มงบปรับปรุง


ด้านอุตสาหกรรมโรงแรม ที่พักของเมืองย่าโม ตลอดช่วงระยะหนึ่งปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการรายใหม่ลงทุนก่อสร้างเปิดให้บริการโรงแรมเพื่อรองรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ในเขตตัวเมืองนครราชสีมามากกว่า 5 แห่ง รวมห้องพักกว่า 400 ห้อง ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 2-4 ดาว เช่น โรงแรมสบายโฮเทล แอนด์ อพาร์ทเม้นท์ จำนวน 111 ห้อง, โรงแรมชัยพฤกษ์ แกรนด์ โฮเท็ล จำนวน 50 ห้องพัก ,โรงแรมปัญจดารา จำนวน 80 ห้องพัก,โรงแรมวีวัน โฮเทล จำนวน 70 ห้องพัก และ โรงแรม ซิตี้พาร์ค โฮเทล จำนวน 79 ห้องพัก


ทางด้านผู้ประกอบการรายเดิมทั้งโรงแรมขนาดใหญ่ กลางและเล็ก ที่มีอยู่จำนวนกว่า 2,000 ห้อง ปรากฏว่า โรงแรมหลายแห่งได้มีการทุ่มงบประมาณพัฒนาปรับปรุงสถานที่ทั้งภายในและภายนอกตัวอาคารกันอย่างคึกคัก เช่น โรงแรมสีมาธานี ใช้งบประมาณกว่า 40 ล้านบาท ดำเนินการปรับปรุงห้องพัก ห้องประชุม ห้องอาหาร เปลี่ยนเครื่องปรับอากาศและเครื่องซักรีดของโรงแรมใหม่ ทาสีตัวอาคารโรงแรมใหม่ทั้งหมด พร้อมติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตทุกห้องพักและติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ในรอบ 15 ปี


เช่นเดียวกับทางโรงแรม ปัญจดารา ถนนไชยณรงค์ ของนายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ที่ได้มีการเร่งพัฒนาฝึกอบรมบุคลากรทางด้านภาษา โดยได้ร่วมมือกับสถาบัน AUA และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยโดยติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดทั้งภายในโรงแรมและบริเวณโดยรอบ รวมถึงจัดพิมพ์แผนที่บอกเส้นทางจากโรงแรม สู่สนามแข่งขันกีฬาซีเกมส์แต่ละแห่งในจังหวัดนครราชสีมาเพื่อเตรียมไว้ให้กับลูกค้า อีกทั้งยังได้ขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์ การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ และป้ายนับถอยหลังถึงวันแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 24 ซึ่งเป็นป้ายคัตเอาท์ขนาดใหญ่ติดตั้งไว้บริเวณหน้าโรงแรม และล่าสุดได้เปิดสถานบันเทิง ผับเพื่อชีวิต ชื่อ ตะวันสีทอง ผ่องอำไพ บริเวณด้านหลังโรงแรมให้บริการลูกค้า เพื่อเตรียมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงการแข่งขันซีเกมส์ดังกล่าวด้วย


"ช่วงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์คาดว่าจะมีนักกีฬา ผู้ติดตามและประชาชน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมการแข่งขันในช่วง 10 วัน ( 6-15 ธ.ค.) มากกว่า 100,000 คน จะก่อให้เกิดการใช้จ่ายมีเงินสะพัดในธุรกิจท่องเที่ยวโคราชหลายพันล้านบาท ส่งผลให้ธุรกิจต่อเนื่องต่างๆ ได้รับประโยชน์จากซีเกมส์ครั้งนี้อีกจำนวนมากไม่ว่าจะเป็น โรงแรม ร้านอาหาร สถานบันเทิง แหล่งท่องเที่ยว สินค้าของฝากของที่ระลึก และ ผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่น ทำให้เศรษฐกิจเมืองโคราชโดยรวมคึกคักเติบโตขึ้นด้วย" นายกงกฤช หิรัญกิจ เจ้าของและประธานกรรมการบริหารโรงแรมสีมาธากล่าว


ถึงวันนี้โคราชพร้อมแล้ว สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน กีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 24 และอาเชียนพาราเกมส์ครั้งที่ 4 พร้อมตั้งความหวังว่าจะเป็นตัวจุดประกายเศรษบกิจให้คึกคักส่งท้ายปี 2550
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2007, 09:07 PM   #236
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

Sea Games Mascot ...been everywhere!


@ Bus Treminal No.1


at outdoor theatre


in tree figure


on sidewalk

pics from http://www.seagames2007.th


..

front of the Fort





pics from Pantip.com
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old October 23rd, 2007, 06:53 PM   #237
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

ชีเกมส์ปลุกโคราชช็อปสนั่น +เดอะมอลล์โคราช มั่นใจโกยยอดขายกว่า 25 ล้านบาท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2263 21 ต.ค. - 24 ต.ค. 2550


เดอะมอลล์โคราช โหนกระแสซีเกมส์ คาดมีนักกีฬาและทีมงานกว่า9000คนแห่ชิงชัย เหลือเวลาชอปคลายเครียด เตรียมอัดสารพัดแคมเปญ กระชากยอดขายก่อนสิ้นปี มั่นใจปีนี้ถึงเป้าเติบโต 4% แน่นอน


นายปรีชา ลิ้มอั่ว ผู้จัดการทั่วไป เดอะมอลลโคราช เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า แม้ว่าผลจากการปฎิวัติที่ผ่านมาจะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงกับเมืองโคราช แต่ในระยะยาวแล้วทำให้กำลังซื้อลดลงอย่างมาก เพราะลูกค้าหลายคนไม่กล้าใช้เงิน ส่งผลให้ยอดขายเดอะมอลล์เติบโตใน 3 ไตรมาสแรกเพียงแค่ 2% ซึ่งทางบริษัทตั้งเป้าไว้ที่ 4% ต่อปี


"ปัญหาเศรษฐกิจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ เริ่มจากกำลังซื้อในโคราชลดลงเพราะหลายคนต่างต้องการออมเงินไว้เพราะไม่มั่นใจในเศรษฐกิจทำให้คนไม่กล้าใช้เงิน อีกประเด็นก็คือเม็ดเงินจากจังหวัดอื่นๆที่ส่งเข้ามาในจังหวัดนครราชสีมาลดลงเพราะโรงงานหลายแห่งเจ๊งปลดคนงานออก ทำให้คนงานเหล่านี้ซึ่งเป็นลูกหลานชาวโคราชไม่สามารถส่งเงินเข้ามาได้ ตรงนี้คือเหตุผลที่ทำให้เราให้ 3 ไตรมาสแรกไม่เป็นไปตามเป้า"


สำหรับลูกค้าเข้าห้างลดลงไม่หรือไม่ เท่าที่สังเกตก็ไม่ได้ลดลงทั้งจำนวนคนและรถยนต์ที่มาจอดในห้าง แต่ส่วนใหญ่เขาเลือกที่จะมาเดินดูของมากกว่าที่จะมาซื้อของ ซึ่งปรากฎการณ์นี้ไม่ได้เกิดเฉพาะกับเดอะมอลล์ ทว่าเป็นเหมือนกันทุกห้างในโคราช สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ช่วงไตรมาสสุดท้ายซึ่งมีงานซีเกมส์ มาจัดที่โคราช จะปรับกลยุทธ์กันอย่างไรในการดึงยอดขายเติบโตตามที่ต้องการ


"ปลายปีเราคาดหวังว่างานซีเกมส์ที่มาจัดในจังหวัดนครราชสีมาจะชดเชยในส่วนยอดขายที่หายไปให้กับเรากลับไปสู่ 4% จึงได้มีการหารือกับทางคณะผู้บริหาร ทางเดอะมอลล์จะจัดมหกรรมอาหารทะเล โดยอาจจะใช้ชื่อซีเกมส์ซีฟู้ดส์ เฟสติวัล เพื่อผู้ชมกีฬาและนักกีฬา เจ้าหน้าที่รวมไปชาวโคราชได้ทานอาหารทะเลสดๆกันอย่างเต็มที่ เพราะขายอาหารทะเลจะได้กำไรมากกว่าอาหารชนิดอื่นๆ"


นอกจากการรับประทานอาหารทะเลสดๆ แล้ว ทางห้างยังสร้างบรรยากาศให้เป็นลักษณะ Festival Carnival เพื่อให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ซึ่งอาจจะมีการแสดงแสงสีเสียงต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.-16 ธ.ค. เชื่อว่าทุกคนจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน


"สมมุตินักกีฬาตกรอบ โค๊ชเครียด หรือ กรรมการทำงานหนัก ก็สามารถมาผ่อนคลายที่นี้ได้ ผมถามว่ามีสถานบันเทิงที่ไหนบ้างที่ในโคราชที่จุคนได้หลายร้อยหลายพันคน บอกได้เลยว่าไม่มี แต่สำหรับเดอะมอลล์สามารถให้คุณได้ เราสามารถตอบสนองความต้องการของคุณได้ทุกอารมณ์ไม่ว่าจะสมหวัง ผิดหวัง หรือ ต้องการผ่อนคลาย"


เมื่อเดอะมอลล์สามารรองรับทุกอย่างจากเขาได้ ด้วยเหตุนี้ในช่วงงานแข่งขันกีฬาซีเกมส์ นักกีฬากว่า 9,000 คนและผู้ชมทุกท่านจากหลายๆจังหวัด และอีกหลายประเทศ รวมไปถึงในโคราชอีกหลายหมื่น คนจะต้องมาเที่ยวเดอะมอลล์อย่างแน่นอน ซึ่งคณะผู้บริหารมั่นใจทุกคนที่มาในห้างจะต้องใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ประมาณ 30-40% ของค่าใช้จ่ายของเขาเอง เช่นคุณจ่ายเงิน 100 บาท ก็มาจ่ายที่นี่ 30 บาท เพราะผมมีทุกอย่างที่ตอบสนองความต้องการของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องสำอาง เสื้อผ้า ฯลฯ


"ผมดูจากการช็อปปิ้งของเจ้าหน้าที่ และนักกีฬาทีมวอลเล่ย์บอลที่มาโคราช เพียงแค่ 10 กว่าวันที่ผ่านมา นักกีฬา 15 คน จาก 20 ทีม ประมาณ 300 กว่าคนยอดขายยังสูงมากกว่าที่เราคิด และถ้าเป็นนักกีฬา 9,000 คนจะเป็นอย่างไร ฉะนั้นในช่วง 10 กว่าวันในช่วงซีเกมส์จะทำให้ยอดขายเราสูงขึ้นอีก 2% คิดเป็นเงินก็น่าจะประมาณ 25 ล้านบาท จากเดิมที่สมมุติผมเคยขายได้ 300 ล้านในช่วงเวลาดังกล่าวก็จะได้ 325 ล้าน"


นอกจากนี้นายปรีชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกคนในโคราชต่างหวังว่าซีเกมส์ครั้งนี้จะนิมิตหมายทางเศรษฐกิจอันดีให้กับจังหวัดนครราชสีมา ยิ่งทางผู้ใหญ่ได้มีการเจรจาที่จะฟื้นเรื่องสนามบินก็จะยิ่งทำให้ผู้เข้าชมกีฬาเพิ่มมากขึ้น เพราะมีหลายประเทศที่ต้องการนั่งเครื่องมาลงโคราชโดยไม่ต้องผ่านกรุงเทพฯ ทว่าในเรื่องนี้ก็ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old October 23rd, 2007, 07:05 PM   #238
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

น้ำท่วมใหญ่เมืองโคราชในรอบ13ปี พื้นที่ศก.เจ๊งยับ-เร่งฟื้นฟูรับกีฬาซีเกมส์
ประชาชาติธุรกิจ: วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2550




น้ำท่วมใหญ่เมืองโคราชในรอบ 13 ปี เสียหายแล้ว 26 อำเภอ ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก 70,000 ครัวเรือน อำเภอเมืองอ่วมที่สุด พื้นที่เศรษฐกิจเจ๊งยับ ท่วมหนักตลาดสุรนคร-สวนผัก-หมู่บ้านจัดสรร-ร.พ.มหาราชฯ สนามซ้อมกีฬาซีเกมส์ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 74 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครราชสีมาถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในเขตพื้นที่ จ.นครราชสีมาว่า น้ำจากเขื่อนลำตะคองได้ไหลเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา ข้อมูล ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2550 มีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมรวม 26 อำเภอ 200 ตำบล 1,444 หมู่บ้าน ราษฎรประสบภัยน้ำท่วม 72,553 ครัวเรือน หรือ 184,586 คน มีผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมแล้ว 2 ราย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 325,136 ไร่ ประเมินความเสียหายเบื้องต้นกว่า 74 ล้านบาท

พื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมมากที่สุดคืออำเภอเมืองและเขตเทศบาลนครนครราชสีมารวม 12 ชุมชน โดยเฉพาะชุมชนหลังโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาที่มีบ้านเรือนติดกับลำตะคอง มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 3,500 ครอบครัว พื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะสวนผักเน่าเสียหายกว่า 5,000 ไร่

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เศรษฐกิจและโครงการหมู่บ้านจัดสรรอีกกว่า 10 โครงการ ที่โดนน้ำท่วม เช่น ชุมชนปลูกผักหลังห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ นครราชสีมา โครงการหมู่บ้านวีไอพี โรงเรียน อัสสัมชัญ และตลาดสุรนคร ซึ่งเป็นตลาดขายผักและผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน กระทั่งต้องย้ายรถบรรทุกรับส่งสินค้า และขนสินค้าแผงลอยมาจำหน่ายบนถนนมิตรภาพ-หนองคายแทน

ขณะที่โรงเรียนในเขตเทศบาลหลายแห่งต้องเลื่อนการเปิดเทอมโดยไม่มีกำหนด เช่น โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา วิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา โรงเรียนสุรนารีวิทยา 1 และ 2 โรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ) เป็นต้น คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ถ้ามีฝนตกลงมาอีก ระดับน้ำอาจจะทรงตัวและส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักต่อไปอีก

สำหรับพื้นที่ที่หนักที่สุดคือโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาที่มีระดับน้ำสูงประมาณ 80 ซ.ม. บางจุดระดับน้ำลึกถึง 2 เมตร ทำให้การส่งตัวผู้ป่วยเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาจากโรงพยาบาลอำเภอต่างๆ ทั้ง 32 อำเภอเป็นไปอย่างยากลำบาก เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายต้องนำรถบรรทุกขนาดใหญ่และเรือท้องแบนช่วยบริการคนป่วยที่จะเดินทางไปรักษาภายในโรงพยาบาล ส่วนบ้านพักแพทย์และพยาบาลซึ่งตั้งอยู่ริมลำตะคองนั้นทางเจ้าหน้าที่ยังคงต้องใช้เรือท้องแบนเข้าไปรับ-ส่งแพทย์และพยาบาลเพื่อมารักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาล

โดยโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาจะรับรักษาผู้ป่วยนอกเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ส่วน ผู้ป่วยที่อาการไม่หนักและผู้ป่วยที่แพทย์นัดมาตรวจให้ย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารีและโรงพยาบาลใกล้เคียงแทน ส่วนอาคารประกอบอาหาร โรงซักผ้าและอาคารเก็บเวชภัณฑ์ภายในโรงพยาบาลมหาราชฯก็ถูกน้ำท่วมเสียหาย อีกทั้งน้ำประปาก็ไม่ไหล ซึ่งนับเป็นน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครราชสีมาครั้งใหญ่ในรอบ 13 ปีที่ผ่านมา ซึ่งน้ำท่วมใหญ่ครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ.2538 ก็ไม่รุนแรงเหมือนครั้งนี้

ด้านสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาได้ตั้งจุดต่างๆ บริการแก่ประชาชนที่มีอาการเจ็บป่วยจากภาวะน้ำท่วม ซึ่งประชาชนหลายร้อยคนมีอาการเจ็บป่วยและเกิดอาการเครียดเดินทางมาใช้บริการกับเจ้าหน้าที่กันเป็นจำนวนมาก โดยโรคที่ประชาชนเจ็บป่วยกันมากคืออาการคันตามผิวหนัง โรคเชื้อราและโรคหวัด

ที่สำคัญน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ยังส่งผลกระทบต่อการเตรียมจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ด้วย เนื่องจากสนามแข่งขันฟุตบอลและสนามฝึกซ้อมนักกีฬา ซีเกมส์ที่ จ.นครราชสีมาถูกน้ำท่วมทั้ง 2 สนาม ประกอบด้วยสนามกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมาที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาฟุตบอล (ชาย) และเป็นสนามฝึกซ้อมกีฬายูโด และสนามกีฬาโรงเรียน อัสสัมชัญ นครราชสีมา ซึ่งเป็นสนามที่ใช้ในการฝึกซ้อมกีฬาซอฟต์บอล โดยถูกระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 30-40 ซ.ม. แต่ในส่วนของสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หรือสนามกีฬาเมืองหลักที่ก่อสร้างขึ้นมาใหม่นั้นไม่มีปัญหาเรื่องของน้ำท่วมสนาม

ดร.ณัฐ อินทรปาณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบสนามกีฬาว่า ได้ปรึกษากับทางนายกเทศมนตรี เทศบาลนครนครราชสีมาถึงแนวทางแก้ไขปัญหา โดยให้นำกระสอบทรายมาล้อมรอบบริเวณสนามกีฬาฟุตบอลสูงประมาณ 60 ซ.ม. และให้หาปั้มน้ำขนาดใหญ่ 2 ตัว มาปั้มน้ำออกจากสนามอย่างเร่งด่วน โดยให้ประสานขอ กำลังทหารจากทางกองทัพภาคที่ 2 ในการบรรจุและขนย้ายกระสอบทราย

ในส่วนของพื้นหญ้าสนามนั้นจะให้ผู้เชี่ยวชาญมาดูแลแก้ไขปรับปรุงใหม่ ส่วนแผนการในอนาคตหากไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงสนามกีฬาฟุตบอลได้ทันกำหนดเวลาการแข่งขันซีเกมส์เดือนธันวาคมนี้ก็จำเป็นต้องย้ายสนามแข่งขันฟุตบอลไปแข่งขันที่กรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ยังมีสนามฝึกซ้อมกีฬาซอฟต์บอลภายในโรงเรียนอัสสัมชัญ นครราชสีมา ที่ถูกน้ำทะลักเข้ามาซึ่งตนได้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคไปดำเนินการแก้ไข ทั้งนี้ทางการกีฬาแห่งประเทศไทยได้หาสนามสำรองไว้ 6 สนาม และจะเสนอให้คณะกรรมการจัดการแข่งขัน พิจารณาจัดสรรงบประมาณปรับปรุง ขณะนี้ยังสรุปไม่ได้ว่าจะต้องใช้งบประมาณจำนวนเท่าใด
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old October 23rd, 2007, 08:53 PM   #239
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

รวมภาพน้ำท่วมเมืองโคราชเมื่อสัปดาห์ก่อน ปัจจุบันคลี่คลายแล้ว




ท่วมถนนมิตรภาพบริเวณหน้า นวนคร







บริเวณ ตม. ในโรงเรียนอัสสัมชัญ




บริเวณย่านตลาดสุรนคร







บริเวณย่านโรงพยาบาลมหาราช





บริเวณสนามกีฬากลาง เทศบาลนคร





..โคราชไม่เคยน้ำท่วมหนักอย่างนี้มานานมากแล้ว กิจการสถานที่ต่าง ๆ คงต้องเร่งฟื้นฟู ให้เรียบร้อยเป็นปกติก่อนซีเกมส์

Last edited by Gaia; January 7th, 2008 at 04:01 PM.
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old October 25th, 2007, 12:18 PM   #240
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

นิทาน 'ยายเที่ยง' ตำนาน 'เขาเจ้าปัญหา'
มติชนออนไลน์: วันพฤหัสบดีที่ 25 เดือนตุลาคม พศ. 2550
โดย สกุณา ประยูรศุข - เรื่อง ชมพูนุท นำภา - ภาพ




มุมมองทัศนียภาพจากบนเขายายเที่ยง


สภาพเขายายเที่ยงเต็มไปด้วยรีสอร์ทและบ้านพัก




'ยายเที่ยง' เป็นใคร มาจากไหน ไม่มีใครรู้ มีแต่เรื่องที่เล่าต่อๆ กันมาของชาวบ้านว่า ยายเที่ยงเป็นคนโคราชคนแรกๆ ที่ขึ้นไปบุกเบิกที่ดินบนเขาลูกนี้ พร้อมกับ 'ปู่สิงห์ดำ' ทั้งสองคนจะเป็นสามี-ภรรยากันหรือไม่ ไม่มีใครยืนยันได้ชัดเจน

วิวาทะฝ่ายเดียวของ น.ต.ประสงค์ สุ่นสิริ เรื่อง เขายายเที่ยง ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา นับว่าประสบผลสำเร็จพอสมควร เพราะกลายเป็นข่าวดังติดต่อกันมาหลายสัปดาห์ของทุกสำนัก

ส่วนเนื้อหาข้อมูลของข่าวแตกต่างกันไป ถูกบ้างผิดบ้าง ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะไม่มีหน่วยงานไหน หรือใคร ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงออกมาชี้แจงแถลงไขข้อเท็จจริง

เพราะ..ปัญหาที่ว่านี้ที่จริงแล้ว ทางรัฐ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเพิกเฉยละเลยกันมาตั้งแต่ต้น และถ้าจะนับกันจริงๆ เอาให้ถูกต้องแล้ว นัยว่าพื้นที่ประเทศไทยครึ่งประเทศอยู่ในข่ายเดียวกันกับกรณีนี้ทั้งสิ้น!!

การซื้อที่ดินบนเขายายเที่ยง จ.นครราชสีมา ของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี จึงเป็น 'อะไร' บางอย่างของการเมือง

อนาคตของปัญหานี้จะมี 'ทางออก' เป็นประการใด ให้การเมืองให้เขาว่ากันไปก็แล้วกันแต่สำหรับชาวบ้านที่เขายายเที่ยง บอกว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นละครอีกเรื่องที่สนุกและน่าติดตาม!

อย่าง สนั่น จุลสุทธิ ชาวปักษ์ใต้จาก จ.สงขลา ที่มาเป็นเขยบ้านเขายายเที่ยงเหนือ บอกว่า เรื่องบ้านของนายกฯสุรยุทธ์ ชาวบ้านไม่รู้เรื่องด้วยหรอก เพราะใครมาขอซื้อ ชาวบ้านอยากได้เงินก็ขายกันไป ซึ่งไม่มีแต่นายกฯคนเดียวเท่านั้น ยังมีนักการเมืองคนอื่น และนักธุรกิจชื่อเสียงเป้งๆ อีกหลายคนมาซื้อเก็บที่ดินที่เขายายเที่ยงกันเป็นแถวๆ

แล้วสนั่นก็เล่าเรื่องราวที่ไม่เกี่ยวกับละครการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่นี้ แต่เป็นเรื่องของ 'ยายเที่ยง' เจ้าของชื่อภูเขาเจ้าปัญหา ให้ฟัง

เขาว่า 'ยายเที่ยง' เป็นใคร มาจากไหน ไม่มีใครรู้ มีแต่เรื่องที่เล่าต่อๆ กันมาของชาวบ้านว่า ยายเที่ยงเป็นคนโคราชคนแรกๆ ที่ขึ้นไปบุกเบิกที่ดินบนเขาลูกนี้ พร้อมกับ 'ปู่สิงห์ดำ' ทั้งสองคนจะเป็นสามี-ภรรยากันหรือไม่ ไม่มีใครยืนยันได้ชัดเจน

'เขาเล่ากันต่อๆ มา ว่าสมัยที่ยังเป็นป่าก่อนที่ชาวบ้านจะมาอยู่กัน 40-50 ปีมาแล้ว ยายเที่ยงกับปู่สิงห์ดำเป็นคนแรกที่ขึ้นไปบนเขา ไปถางป่าสร้างบ้าน ทำไร่ ปลูกผัก ปลูกข้าว จนต่อมาหลายสิบปียายเที่ยงไปตายที่เขากระโจม เป็นเขาลูกที่อยู่ติดกัน ส่วนปู่สิงห์ดำไม่มีใครกล่าวถึง เพราะเรื่องมันนานมาแล้ว เหมือนเป็นตำนานของที่นี่'

สนั่นเล่าว่า เมื่อยายเที่ยงตายศพก็ทิ้งอยู่บนเขากระโจมแบบเดียวดาย จนเมื่อราวๆ ปี 2541 ผู้ใหญ่บ้านแห่งนี้ฝันว่ามีหญิงแก่มาหา บอกให้ไปขุดกระดูกที่เขากระโจมมาทำบุญให้หน่อย บอกสถานที่ตำแหน่งเสร็จสรรพ ชาวบ้านก็ไปขุดกันตามคำของหญิงแก่คนนั้น

ปรากฏว่ามีกระดูกจริงตามฝัน ชาวบ้านนำกระดูกมาทำบุญ แล้วสร้างศาลขึ้นที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน เรียกกันว่า ศาลยายเที่ยงกับศาลปู่สิงห์ดำ ตั้งแต่นั้นมา

'ชาวบ้านไปกราบไหว้ขอหวยกันมาก หลายคนถูกหวยรวยเบอร์เยอะแยะ ยายเที่ยงท่านให้หวยแม่น..' สนั่นบอกพร้อมกับหัวเราะ

'จริง..ผมไม่ได้โกหก' รีบบอกเหมือนรู้ว่าจะโดนถาม

สนั่นบอกว่า แรกๆ คนมาขอหวยกันมาก แต่เดี๋ยวนี้ซาไปบ้างแล้ว ถึงกระนั้นความเฮี้ยนศักดิ์สิทธิ์ของยายเที่ยงยังมีปรากฏเป็นครั้งคราว ใครไปทำท่าลบหลู่ เคยโดยอุบัติเหตุขับรถตกเขา แหกโค้งเสียชีวิตมาหลายรายแล้ว

'สงสัยนายกฯลืมไปไหว้หรือเปล่าก็ไม่รู้...เลยเกิดเรื่อง' ชายวัยห้าสิบต้นๆ หัวเราะชอบใจกับคำสันนิษฐานของตัวเอง แล้วบอกว่า '..ใครอยู่ที่นี่ถือเป็นลูกหลานยายเที่ยงกันหมดแหละครับ ชาวบ้านเขาจะจัดงานทำบุญกระดูกให้ตอนเดือน 6 (มิถุนายน) จัดกันจนเป็นประเพณีไปแล้ว'

สนั่นเล่าต่อว่า แต่เดิมพื้นที่บนเขายายเที่ยงมีประมาณ 3,000 ไร่ พอกรมป่าไม้มาจัดสรรให้ชาวบ้านคนละ 14 ไร่ 2 งาน รวมทั้งหมด 92 แปลง จึงทำให้เขายายเที่ยงถูกแบ่งออกเป็น 2 หมู่บ้าน คือบ้านเขายายเที่ยงเหนือ ตั้งอยู่หมู่ 6 และบ้านเขายายเที่ยงใต้ ตั้งอยู่หมู่ 10 ทั้งสองหมู่บ้านสังกัดอำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมา

ถ้าจะนับกันจริงๆ ตามหลักฐานทางราชการ สนั่นเล่าว่า ชาวบ้านขึ้นมาทำกินบนเขาตั้งแต่ปี 2517 โดยถางป่าทำไร่ข้าวโพด ต่อมาในปี 2524 กรมป่าไม้จึงมาจัดสรรให้คนละ 14 ไร่ 2 งาน โดย 14 ไร่ให้เป็นที่ทำกิน ส่วน 2 งานให้เป็นที่อยู่อาศัย

จากนั้นปี 2536 การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ขอเวนคืนที่ดินจากชาวบ้านเพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำบนยอดเขา ทำโรงไฟฟ้าพลังน้ำลำตะคองแบบส่งกลับ ผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในภาคอีสานทั้งหมด เป็นเนื้อที่ที่เวนคืน 1,395 ไร่ ยอดเงินทั้งหมดที่ต้องจ่ายให้กับชาวบ้านเป็นค่าเวนคืน 43.8 ล้านบาท โดยการไฟฟ้าฯจ่ายเงินให้ชาวบ้านจบสิ้นในปี 2538

'สำหรับที่ดินที่เหลือจากการเวนคืน ก็ยังเป็นของชาวบ้านเจ้าเดิม แต่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหินปลูกต้นไม้ไม่ได้ หรือปลูกได้ก็ไม่งาม ชาวบ้านจึงเริ่มขายให้กับคนนอกพื้นที่ที่มาขอซื้อ เพราะที่นี่อากาศดีหลายคนมาปลูกบ้านอยู่ บางคนก็มาปลูกบ้านเพื่อพักผ่อน เพราะไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ราคาที่ขายตอนนั้นไร่ละประมาณ 30,000 บาท' สนั่นคนเดิมบอก

พร้อมขยายความต่อว่า ที่ดินของ พล.อ.สุรยุทธ์นั้นซื้อต่อจาก นายเบ้า สินนอก ตอนนี้ไปบวชเป็นพระอยู่ที่ อ.ประทาย เป็นเจ้าแรกๆ ที่ขาย แต่ตอนขายไม่ได้ขายให้กับ พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นการขายต่อๆ กันมาหลายทอด

'ตอนนี้ทุกคนที่เป็นเจ้าของที่ดิน ถือเอกสารสิทธิถือครองที่เรียกว่า ภ.บ.ท.5 (ภาษีบำรุงท้องที่ 5) หมด ไม่มีใครได้โฉนด รวมทั้งที่ของนายกฯ ซึ่งมาถึงตอนนี้ก็ 30 ปีแล้วก็ยังไม่มีการออกโฉนดให้' สนั่นบอก พร้อมกับตบท้ายว่า ที่ดินเขายายเที่ยงตอนนี้ราคาขายไร่ละไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท ซึ่งแล้วแต่ทำเลด้วยว่าสวยหรือไม่สวย

ชายวัยห้าสิบผู้เป็นเขยบ้านยายเที่ยง ไม่ได้เล่าให้ฟังเท่านั้น แต่ยังพาสำรวจอาณาบริเวณบนเขายายเที่ยงทั้งหมด ถึงแม้เวลาจะเลยเที่ยงมาไม่ถึงสองชั่วโมงดี แต่อากาศบนเขากลับเย็นสบาย

จุดแรกที่มีภูมิทัศน์สวยงามจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นยอดเขาที่ตั้งอ่างเก็บน้ำ มี พระพุทธสิริสัตตราช หรือหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ องค์จำลอง ประดิษฐานเด่นเป็นสง่าให้ผู้คนกราบไหว้ ซึ่งอยู่ด้านเขายายเที่ยงเหนือ

หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์สร้างขึ้นเพราะเชื่อว่ามีพุทธานุภาพบันดาลฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล ให้ความชุ่มฉ่ำแก่ชาวอำเภอสีคิ้ว อ่างเก็บน้ำแห่งนี้เก็บกักน้ำได้ 660,000 ลูกบาศก์เมตร ความสูงจากระดับน้ำทะเล 662 เมตร

ส่วนมากแล้วพื้นที่ทางเขายายเที่ยงเหนือจะสวยงาม และน่าเที่ยวมากกว่าเขายายเที่ยงใต้ ซึ่งอยู่กันเป็นชุมชน ส่วนใหญ่เป็นมุสลิม มีอาชีพเลี้ยงวัว ทำปศุสัตว์ ปัจจุบันความเจริญแทรกซึมเข้าไปจนกลายเป็นเมืองย่อมๆ มีทั้งไฟฟ้า ถนนหนทาง โรงเรียน มัสยิด วัด ฯลฯ

การสำรวจเขายายเที่ยง มี ผู้ใหญ่โจก อดีตผู้ใหญ่บ้าน-บ้านเขายายเที่ยงเหนือเข้ามาสมทบ แม้จะ 70 ขวบอีกไม่กี่เพลา แต่ผู้ใหญ่ยังขับรถซิ่งเป็นวัยรุ่น สุขภาพแข็งแรง ห่างไกลโรคภัย

'โอ้ย..เรื่องเขายายเที่ยงมันนานนมแล้ว..' ผู้ใหญ่เกริ่นเสียงดังเมื่อถูกถามประวัติความเป็นมาของชื่อเขา

'สมัยก่อนโน้น..นน..ที่บริเวณนี้เป็นป่าสัมปทานโรงเลื่อย แล้วที่บนเขายายเที่ยงเขาใช้เป็นที่รวมไม้หมอน ท่อนซุง ลากมากองรวมไว้ที่นี่ ทั้งของโรงเลื่อยสนานจิตต์ สีคิ้ว บ้านใหม่สำโรง หนองน้ำขุ่น นั่นแหละ เขาขึ้นมาตัดไม้แล้วลากมารวมไว้ที่นี่ ชาวบ้านก็มารับจ้างมาสร้างบ้านอยู่กระจัดกระจาย มากๆ เข้าป่าไม้เลยจัดสรรเป็นแปลงๆ ให้ เพราะกลัวจะไปบุกรุกที่อื่นอีก คนที่จะได้ที่ดินต้องอายุ 20 ปี ผมลูกมากก็จริง แต่ได้แค่ 2-3 คน นอกนั้นอายุยังไม่ถึง..'

'..ชื่อเขายายเที่ยง เขาเล่าต่อๆ กันมา ยายเที่ยงกับปู่สิงห์ดำ เป็นคนแรกที่ขึ้นมาบุกเบิกทำไร่บนเขา แล้วจะเป็นยังไงไม่รู้..แต่ตอนผมเป็นผู้ใหญ่บ้านจำได้ว่าศาลยายเที่ยงเดิมตั้งอยู่ตรงหน้าผา พอการไฟฟ้าฯมาเขาก็ไปย้ายมาตั้งที่ปากทางหมู่บ้าน ตั้งศาลขึ้นมาคนก็มาไหว้มากราบ ขอหวยกันไปตามเรื่อง เวลานี้หมู่ 6 เขายายเที่ยงเหนือ เขาพัฒนาเจริญแล้ว..' ผู้ใหญ่โจกหัวเราะอย่างอารมณ์ดี แล้วว่า

'เออ..ตะก่อนยังมีครกกระเดื่องตำข้าวของยายเที่ยงอยู่เลย อยู่แถวๆวัด แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วพอเขาสร้างวัดเขาก็ไถกลบไปหมด..' เสียงผู้ใหญ่โจกเหมือนเพิ่งนึกขึ้นมาได้

'ชาวบ้านที่อยู่นี่ ไม่ใช่คนพื้นเพดอก มาจากหลายจังหวัดทั่วทุกภาค ผมนำชาวบ้านมาอยู่รวมกัน บางคนก็มาซื้อที่ดินปลูกบ้าน มาจากอำเภอลำลูกกายังมีเลย ชาวบ้านเป็นหนี้เป็นสินกันมากก็ต้องขายที่ใช้หนี้ เพราะชาวบ้านไม่ได้เป็นคนร่ำรวย มีอาชีพรับจ้างเป็นส่วนใหญ่ ดินแถวนี้ก็ไม่อุดมสมบูรณ์ ดินไม่ค่อยจะดี มีแต่หิน ชาวบ้านเลยประกาศขายเอาเงินมาใช้หนี้ คนเข้ามาเห็นบรรยากาศดี วิวดี ก็มาซื้อ..'

เมื่อถามถึงนายกรัฐมนตรี ผู้ใหญ่โจกร้องเสียงดัง..

'ฮ้าย..มันเรื่องธรรมดา เขามาซื้อขายกันปกติ ตอนมาซื้อเขาไม่ได้เป็นนายกฯ ชาวบ้านรู้แต่ว่าเป็นองคมนตรี เกษียณมาจากกองทัพ แล้วมาปลูกบ้าน เขาปลูกบ้านผมยังเข้าไปดู ตัวจริงท่านผมไม่เคยเห็นสักที รู้แต่ว่าชื่อสุรยุทธ์ แล้วก็เห็นในทีวีนั่นแหละ..'

เสียงพูดคุยตอบโต้ของผู้ใหญ่โจกกับสนั่นเรื่องซื้อขายที่ดินยังดำเนินต่อไป ทั้งคู่ต่างยืนยันว่าชาวบ้านควรจะได้เอกสารสิทธิถือครองได้แล้ว เพราะเวลาล่วงเลยมา 40-50 ปี

'ผมตายก็ไม่รู้จะได้โฉนดหรือเปล่า' เสียงรำพึงของผู้ใหญ่โจก

บ้านเขายายเที่ยง สภาพในปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยว นักผจญภัยทั้งหลาย โดยเฉพาะนักปั่นจักรยานเสือภูเขา บ้านพัก รีสอร์ท ผุดขึ้นให้เห็นราวดอกเห็ด

หากจะถกเถียงกันเรื่องนี้กันต่อ เห็นทีผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายต้องกลับไปดูมติ ครม. วันที่ 30 มิถุนายน 2541 อีกครั้ง ที่ให้ความคุ้มครองกับผู้เข้าไปถือครองที่ดิน

'หากจะฟ้องพวกผมก็ต้องไปฟ้องป่าไม้ก่อน เพราะเขาเป็นคนจัดสรรให้..' ทั้งผู้ใหญ่โจกและลูกบ้านบอกเป็นเสียงเดียวกัน

สนั่น จุลสุทธิ ชาวบ้านเขายายเที่ยง

'เมื่อก่อนผมอยู่ อ.ระโนด จ.สงขลา พอเรียนจบแล้วมาเป็นเสมียนด่านชั่งน้ำหนักที่ ลาดบัวขาว แล้วถูกย้ายไป จ.เชียงราย แต่ผมไม่ไป เลยปักหลักอยู่นี่ แต่งงานมีภรรยาเป็นคนที่นี่ ภรรยาเขาได้รับจัดสรรที่ดินตอนหลังก็ซื้อมาด้วย

..สมัยนั้นการซื้อขายก็เซ็นสัญญาซื้อขายกันอย่างเดียว ไม่ต้องเสียภาษี เพิ่งจะมีการเสียภาษีกันตอนปี 2538 เมื่อก่อนสัญญาซื้อขายกันที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน วัดขายกันแบบเอาต้นไม้เป็นเกณฑ์ จากต้นนี้ไปถึงต้นนั้น ส่วนมากที่ดินจะมีหินเยอะ อย่างที่แปลงหนึ่งแบ่งเป็น 4 ส่วนจะมีหิน 1 ส่วน นอกนั้นเป็นดินบ้างหินบ้างปนกัน ที่ของผมพอปลูกลิ้นจี่ ลำไยได้บ้างเลยทำสวนผลไม้ แต่ก็มีบางส่วนที่ขายไป

..คนจากที่อื่นเดี๋ยวนี้มาสร้างบ้านกันเยอะมาก เพราะอากาศดี ส่วนใหญ่มาทำเป็นที่พักผ่อน คนจากข้างนอกมีประมาณ 30% ของคนในพื้นที่เห็นจะได้ ส่วนพวกชาวบ้านก็ไปรับจ้างถางหญ้า เฝ้าบ้าน ทำความสะอาดบ้านให้

คนนอกพื้นที่ มาอยู่ที่นี่มีหลายคน ไม่ได้มีแค่นายกฯคนเดียว มันไม่ชัดเจนครับ บางคนมาแบบมีชื่ออยู่แต่ที่ดินเป็นชื่อเขาหรือเปล่าไม่รู้

อย่างนายกฯ เขามาทีแรกก็ไม่รู้หรอก จนมีชื่อเสียงเป็นนายกฯขึ้นมาชาวบ้านถึงรู้ สมัยก่อนท่านยังนุ่งกางเกงขาสั้นวิ่งหน้าบ้าน แต่พอตอนเป็นนายกฯนี่ไม่ค่อยเห็นมา ชาวบ้านเขาก็ดีใจที่ท่านมาอยู่เขาเดียวกัน เพราะท่านเป็นคนไม่ถือเนื้อถือตัว ขอให้ท่านคุ้มครองพวกเราด้วยครับ..'

...


อ่างเก็บน้ำบนยอดเขาแหล่งท่องเที่ยวของเขายายเที่ยง


http://www.matichon.co.th/matichon/m...sectionid=0131
Gaia no está en línea   Reply With Quote


Reply

Tags
thailand

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 10:05 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu