daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand



Reply

 
Thread Tools
Old December 17th, 2008, 06:53 PM   #1401
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,268
Likes (Received): 1497

Kirimaya Bt800m residential project planned

By Somluck Srimalee
The NationPublished on December 18, 2008


Kirimaya, owner of the luxury Kirimaya Golf Resort & Spa in Khao Yai, plans to launch a residential project worth Bt800 million next year after recording sales of between 60 and 80 per cent at its two residential projects this year.


Owner and chairman Kitti Thanakitamuay yesterday said the company would launch the project when the Muthi Maya poolvilla resort is completely sold out and the Kirimaya Residence project sells out early in the year.



All four properties are in Khao Yai, Nakhon Ratchasima. Once the new project is under way, the comฌpany will have developed 700 out of the 1,200 rai it owns in the province.


Kirimaya has recorded sales totalling 80 per cent at the Bt700million Muthi Maya, with 67 pool villas, and 60 per cent of the Bt850million Kirimaya Residence. For these projects, 70 per cent of the customers are domestic buyers, with foreign buyers signing long leases.


The two projects are financed by a combined Bt365 million of loans from Thanachart Bank.



Presales began this year, starting at Bt10 million for Muthi Maya and Bt12 million per rai for Kirimaya Residence plots.



Kitti said the Muthi Maya had received the more positive feedฌback from buyers, especially since the company offers a guaranteed return on investment of between 3 and 4 per cent a year - providing owners assign Kirimaya staff to take care of their residence for rental purposes.



For the Kirimaya Residence, the company is selling plots from Bt12 million per rai. Buyers can build their own residences on the land, but the company has to approve the design that has to match with the overall project.



He added that land prices in Khao Yai had increased from an average of Bt500,000 per rai four years ago to Bt2 million now. However, this is still lower than other tourist destinations, which has led the company to believe that prices have potential to grow further - even at the higher end of the market.



"We believe that an investment in Khao Yai will generate a high return," he said.


Kitti said the company expects total revenue of Bt860 million this year from sales of the two projects, plus Bt60 million from the hotel business.



"Since the global slowdown and the domestic political turmoil worsened, our highseason hotel customers, from November till December, have dropped from an average occupancy rate of 75 per cent to 55 per cent this year. As a result, our revenue from the hotel business will be lower than last year's Bt70 million," he said.



The luxury Kirimaya Golf Resort & Spa has rates from Bt7,500 per night for deluxe rooms and Bt30,000 for tenttype accommodation.
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old December 18th, 2008, 07:04 PM   #1402
RSSU
Registered User
 
Join Date: Oct 2008
Location: Nakhonratchasima(Korat) - Nakhonpathom
Posts: 800
Likes (Received): 38

ความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารสำนักงานŦ

สหกรณ์ได้จัดซื้อที่ดินบริเวณ ถนนราชสีมา-ปักธงชัย จำนวน 2 แปลง เนื้อที่ 8 ไร่ และได้จัดจ้าง บริษัท โพทรีย์ กรุ๊ป จำกัด รับเหมาก่อสร้างอาคารสำนักงานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด












ที่มา : http://www.korattsc.com/w_corard/news_page/update.html
RSSU no está en línea   Reply With Quote
Old December 22nd, 2008, 11:17 AM   #1403
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

เป้ามอเตอร์โชว์โคราช400คัน
ประชาชาติธุรกิจ: วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4064




นาง เข็มทอง เรืองกฤตยา ประธานชมรม ผู้ค้ารถยนต์ใหม่จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ประเทศไทยเจอปัญหาวิกฤตรอบด้านทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงกลางปี 2551 ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าขายรถยนต์ทั้งใหม่และเก่าใน จ.นครราชสีมา เนื่องจากลูกค้าไม่กล้าตัดสินใจจับจ่ายใช้สอย จากเดิมที่มีแผนจะซื้อรถ ก็ต้องชะลอไว้ก่อน เพราะไม่มั่นใจกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ

ขณะนี้ แม้ว่าราคาน้ำมันจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นเท่าที่ควรเพราะประเทศไทยเจอทั้งปัญหาภายใน และผลกระทบจากศรษฐกิจโลกด้วย เห็นได้ชัดเจนจากการประกาศลดกำลังการผลิตรถยนต์ของประเทศยักษ์ใหญ่ บางบริษัทมีการปลดพนักงาน ทำให้ไม่มั่นใจอนาคตและกำลังการผ่อนซื้อของตน อีกทั้งราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ทำให้เกษตรกรที่เคยได้รับราคาดี ก็ปรับพฤติกรรมชะลอการซื้อออกไป ทำให้ยอดขายรถยนต์โดยรวมตลอดทั้งปีลดลงกว่า 30%

ดังนั้นเพื่อเป็น การกระตุ้นยอดขายปลายปีให้กับค่ายรถยนต์ต่างๆ ใน จ.นครราชสีมา ชมรมได้ร่วมกับบริษัท มอร์ ครีเอชั่น จำกัด จัดงาน The Northeast Motor Show 2008 มหกรรมยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ระหว่างวันที่ 19-28 ธันวาคม 2551 บริเวณเอ็มซีซี ฮอลล์ ชั้น 3 เดอะมอลล์ นครราชสีมา

ปี นี้ได้วางคอนเซ็ปต์ของการจัดงานว่า "รถ...ลดโลกร้อน" โดยค่ายรถแบรนด์ดังพร้อมใจ ส่งยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมโปรโมชั่นที่สุดของปีมาร่วมงานครั้งนี้ด้วย

ที่สำคัญผู้เข้าชมงานทุกคนยังมีสิทธิ์ ลุ้นแพ็กเกจทัวร์ฮ่องกง รถจักรยานยนต์หรือคูปองล้างรถฟรีตลอดปี และกิจกรรม เติมเต็มถังจ่ายตังค์ 9 บาท

"ชมรมผู้ค้ารถยนต์ใหม่จังหวัดนครราชสีมา คาดว่าการจัดงานในครั้งนี้จะเป็นการกระตุ้นตลาดรถยนต์ในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง โดยจะมียอดขาย 500 ล้านบาท หรือขายรถยนต์ได้กว่า 400 คัน และมียอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์กว่า 800 คัน และมีผู้เข้าชมงานประมาณ 80,000-100,000 คน"

หน้า 27
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old December 22nd, 2008, 11:20 AM   #1404
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

ปตท.ตั้งสีคิ้ว-โคราชศูนย์NGV
ประชาชาติธุรกิจ: วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4064




ผู้ สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" ประจำจังหวัดขอนแก่น สัมภาษณ์นายสมพล ไวยรัชพานิช เจ้าหน้าที่วิเคราะห์และวางแผน ฝ่ายตลาดก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เข้ามาว่า สิ้นสุด ณ เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ปรากฏ ทั่วประเทศมีรถยนต์ที่ใช้ก๊าซ NGV เพิ่มขึ้นเป็น 118,128 คัน และคาดว่าจนถึงสิ้น ปี 2551 จะมีรถยนต์ที่ใช้ NGV ไม่น้อยกว่า 122,375 คัน เนื่องจากราคาน้ำมันอยู่ใน ช่วงขาลงจึงมีรถยนต์หันมาใช้ก๊าซ NGV ลดลง ขณะที่ยอดขายเฉลี่ยของ NGV ประมาณ 2,800 ตัน/วัน ซึ่งสูงกว่ายอดขายเฉลี่ยของปี 2550 ที่ประมาณ 1,000 ตัน/วัน

ตัว สถานีบริการก๊าซ NGV ณ สิ้นเดือนตุลาคม มีทั้งหมด 253 สถานี ใน 41 จังหวัด แบ่งเป็น กรุงเทพฯ-ปริมณฑล 130 แห่ง มีสัดส่วนการขายร้อยละ 57, ภาคกลาง-ตะวันออก 77 แห่ง ใน 20 จังหวัด สัดส่วนการขายร้อยละ 31, ภาคอีสาน 15 แห่ง ใน 5 จังหวัด สัดส่วนการขายร้อยละ 5.5, ภาคเหนือ 19 แห่ง ใน 8 จังหวัด สัดส่วนการขายร้อยละ 4.5 และภาคใต้ 12 แห่งใน 4 จังหวัด สัดส่วนการขายร้อยละ 2

ข้อจำกัดของการใช้ก๊าซ NGV ในขณะนี้ก็คือ การขนส่งก๊าซไปยังสถานีบริการส่วนใหญ่ยังต้องใช้รถขนส่งอยู่ กล่าวคือ จากจำนวนสถานีบริการ NGV ทั่วประเทศที่ 253 แห่ง จัดเป็นสถานีบริการที่ตั้งอยู่ตามแนวท่อส่งก๊าซเพียง 60 แห่ง แบ่งเป็น สถานีแม่ 14 แห่ง กับสถานีลูกอีก 46 แห่ง ส่วนที่เหลือตั้งอยู่นอกแนวท่อก๊าซต้องใช้รถขนส่ง NGV ซึ่งเป็นสถานีลูกทั้งหมดอีก 193 แห่ง

"การขนส่งก๊าซ NGV โดยใช้รถขนส่งแต่ละเที่ยวทำได้น้อย คือ คันละ 3 ตัน แต่ละคันต้องใช้เวลา load ก๊าซนานถึง 1.5-2 ชั่วโมง แผนต่อจากนี้ไปก็คือ การขยาย รถขนส่งก๊าซมากขึ้น การวางท่อก๊าซ และการบริหารจัดการตัวสถานี โดยในปี 2552 มีแผนขยายสถานีบริการเพิ่มขึ้น 355 แห่ง ปี 2553 เพิ่มขึ้นเป็น 505 แห่ง ปี 2554 เพิ่มขึ้น 630 แห่ง ปี 2555 เพิ่มขึ้นเป็น 740 แห่ง และปี 2556 เพิ่มขึ้นเป็น 810 แห่ง"

สำหรับการจัดการสถานีบริการ NGV ในภาคอีสานนั้น ปัจจุบัน ปตท.ใช้รถขนส่งก๊าซจาก อ.แก่งคอย มาที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งจะใช้เป็นศูนย์จ่ายก๊าซ NGV ไปยังสถานีบริการต่างๆ ล่าสุด ปตท.มีการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะวางท่อส่งก๊าซไปยังจังหวัดนครราชสีมา พร้อมระบบจัดการศูนย์จ่ายระบบท่อ 2 แห่ง คือ ที่ จ.นครราชสีมา -อ.สีคิ้ว ไปยังจังหวัดข้างเคียง

หน้า 6
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old December 22nd, 2008, 11:26 AM   #1405
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

"โคราช" เตรียมตกงานอีก 10,000 คน
[คมชัดลึก] - เมื่อ 22 ธ.ค. 2551 เวลา 00:10:17


พิษเศรษฐกิจยังอ่วม โคราชเตรียมจ่อคิวตกงานอีก 1 หมื่นคน มีโรงงานต้องปิดตัวอีก 18 โรง แรงงานจังหวัดยอมรับเป็นปัญหาหนักในโคราชขณะนี้

นายกำจัด ดิศวัฒน์ แรงงานจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ปัญหาเรื่องแรงงานตกงานใน จ.นครราชสีมา กำลังเป็นเรื่องที่น่าวิตก จากข้อมูลล่าสุดพบว่า ขณะนี้มีโรงงานที่ต้องเฝ้าระวัง 18 แห่ง ที่มีแนวโน้มว่ากำลังจะมีแรงงานตกงานอีกประมาณ 1 หมื่นคน ในขณะที่มีโรงงานที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ แต่เลิกจ้างพนักงานแล้วบางส่วน 6 แห่ง มีพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง 361 คน

ปัจจุบันตัวเลขผู้ขอประกัน ตนที่สำนักงานจังหวัดนครราชสีมาตามมาตรา 39 ในปี 2551 มีทั้งสิ้น 25,845 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2550 ที่มีผู้ยื่นขอเป็นผู้ประกันตนเพียง 17,850 คน ซึ่งเป็นทั้งพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง ลาออก รวมถึงหมดสัญญาจ้าง โดยถือว่าตัวเลขผู้ประกันตนดังกล่าว เป็นอัตราที่สูงจนน่าตกใจ

สาเหตุ หลักมาจากเศรษฐกิจโลกที่มีปัญหา จึงส่งผลถึงผู้ประกอบการในไทย ทำให้โรงงานหลายโรงต้องปิดตัว และมีบางส่วนต้องเลิกจ้างพนักงาน หากเศรษฐกิจยังเป็นเช่นนี้ คาดว่าผู้ว่างงานใน จ.นครราชสีมาจะต้องเพิ่มสูงขึ้น และจะกลายเป็นปัญหาในอนาคตอันใกล้นี้

ข้อมูลล่าสุด ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงปัจจุบัน มีสถานประกอบการที่ปิดกิจการแล้ว 3 แห่ง คือ บริษัท วัฒนาเฟอร์นิเจอร์ จำกัด ผลิตปุ๋ยเคมีการเกษตร, บริษัท ไทยไดมอนด์ ซินดิเคท จำกัด ผลิตอัญมณี จิวเวลรี่ และบริษัท ทารุทานิแพค (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตถุงกระดาษ ทำให้พนักงานต้องตกงานเกือบ 1,000 คน

"สำหรับแผนรองรับปัญหาที่ เกิดขึ้น ได้เตรียมมาตรการบรรเทาปัญหาการเลิกจ้าง โดยให้โรงงานลดภาระค่าใช้จ่าย โดยมีโครงการร่วมประหยัดพลังงานในสถานประกอบการ ให้มีผลกระทบเกิดกับแรงงานน้อยที่สุด และหาแนวทางเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ให้นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ภายในสถานประกอบการ โดยใช้พื้นที่ภายในสถานประกอบการปลูกพืชผักสวนครัว หรือเลี้ยงสัตว์ ให้เป็นอาชีพเสริมสำหรับพนักงาน นอกจากนี้ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างต้องได้รับประโยชน์และเงินสงเคราะห์อย่างรวด เร็วครบถ้วน และผู้ถูกเลิกจ้างจะถูกบังคับให้จดทะเบียนกับสำนักงานจัดหางานจังหวัด นครราชสีมา"

ทั้งนี้ ในอนาคตอันใกล้นี้จังหวัดยังมีโครงการจ้างงานเร่งด่วน หรือจ้างงานชั่วคราว รับค่าตอบแทนวันละ 150 บาท โดยจะสามารถเริ่มโครงการได้ในไตรมาส 2 ปี 2552 นอกจากนี้ลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประกันการว่างงาน โดยสำนักงานประกันสังคมได้ขยายความคุ้มครองลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างเพิ่มจาก 6 เดือน เป็น 8 เดือน





..................................................................

ลูกจ้างโคราชกว่า 600 คนหยุดงานประท้วงเรียกเงินโบนัส
[สำนักข่าวเนชั่น] - เมื่อ 22 ธ.ค. 2551 เวลา 12:30:03



เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 22 ธ.ค.2551 พนักงานบริษัท ทาคาฮาชิ โคราช (1995) จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 162 ม.3 ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นโรงงานผลิตคอนโซนรถยนต์ เครื่องถ่ายเอกสาร และปริ๊นเตอร์ ซึ่งมีพนักงานรวมกว่า 600 คน ได้รวมตัวกันประท้วงที่โรงอาหารภายในโรงงานและหยุดทำงาน

เนื่องจากไม่พอใจที่ทางบริษัทฯ ประกาศงดจ่ายเงินโบนัส และงดการจัดเลี้ยงปีใหม่ให้กับพนักงานทั้งหมด โดยบริษัทฯ อ้างเหตุผลว่า ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจทำให้บริษัทขาดทุน จึงจำเป็นที่จะต้องงดจ่ายเงินโบนัสให้กับพนักงานในปีนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ทางบริษัทฯ ได้รับปากกับพนักงานแล้วว่า จะมีการจ่ายเงินโบนัส ส่งผลให้พนักงานทั้งหมดเกิดความไม่พอใจ จึงได้รวมตัวกันหยุดงานประท้วงเพื่อเรียกร้องเงินโบนัสจำนวน 2 เท่า ตามที่ทางบริษัทรับปากไว้

นายชำนาญ ทัพไชย อายุ 30 ปี พนักงานฝ่ายบุคคล บริษัท ทาคาฮาชิ โคราช (1995) จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้ทางบริษัทได้รับปากว่า จะมีโบนัส พร้อมจัดเลี้ยงปีใหม่เหมือนทุกปี แต่วันนี้ (22 ธ.ค.) ทางบริษัทประกาศแจ้งงดจ่ายบนัสให้กับพนักงานทุกโรงงานทั้ง 3 สาขา ได้แก่ สาขาที่ อ.บางปู จ.สมุทรปราการ สาขา อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา และสาขาที่กรุงเทพฯ ส่งผลให้พนักงานทั้งหมดที่ทำงานภายในโรงงานสาขา อ.โชคชัย กว่า 600 คน เกิดความไม่พอใจ ที่บริษัทงดจ่ายเงินโบนัส จึงได้นัดรวมตัวกันที่โรงอาหารเพื่อหยุดงานประท้วงเรียกร้องเงินโบนัส 2 เดือนตามที่บริษัทตกลงไว้ ซึ่งหากไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจพนักงานทั้ง 600 คน ยืนยันว่าจะหยุดงานประท้วงต่อไปจนกว่าผู้บริหารจะเข้ามาเจรจาและทำตามข้อ เรียกร้องของกลุ่มพนักงงาน

ต่อมานายวรวิทย์ วัฒนากุล ผู้ช่วยสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางมาพบกับกลุ่มพนักงานทั้งหมดที่รวมตัวกันประท้วงและเจรจาให้ พนักงานกลับเข้าไปทำงานตามปกติ โดย นายวรวิทย์ รับปากว่า จะช่วยเจรจากับผู้บริหารของทางบริษัทตามข้อเสนอที่พนักงานทั้งหมดเรียกร้อง แต่กลุ่มพนักงานทั้งหมดไม่ยินยอมยังยืนยันที่จะชุมนุมหยุดงานต่อไปจนกว่าผู้ บริหารของโรงงานจะรับปากว่าจะจ่ายเงินโบนัสตามที่ตกลงไว้โดยให้มีการทำสัญญา เป็นลายลักษณ์อักษรไว้ด้วย

ทั้งนี้ในช่วงบ่ายของวันนี้ (22ธ.ค.) เวลา 13.00 น จะมีการหารือร่วมกันระหว่างผู้บริหารของโรงงานและตัวแทนของพนักงานโดยมี นายวรวิทย์ วัฒนากุล ผู้ช่วยสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมาเป็นตัวกลางในการเจรจา เพื่อหาข้อยุติ
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old December 22nd, 2008, 11:45 AM   #1406
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

พิษศก.ไม่กระทบจัดสรรเขาใหญ่ เศรษฐีไทยยังนิยมบ้านตากอากาศ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2385 21 ธ.ค. - 24 ธ.ค. 2551




บ้าน พักตากอากาศเขาใหญ่สวนกระแสเศรษฐกิจ เหตุเศรษฐีไทยยังนิยมซื้อบ้านหลังที่สอง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะถดถอยแต่ไม่กระทบกำลังซื้อ "คีรีมายา" ขานรับผุดเพิ่ม รีสอร์ตหรู "มุติมายา" เขาใหญ่ ขณะที่อดีตผู้บริหารแคปปิตอลโอเค หันรุกตลาดบ้านเขาใหญ่เช่นกันผุด "อาร์ต เดอ ฮิลล์2 เขาใหญ่"

นายกิตติ ธนากิจอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท คีรีมายา จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากเปิดให้บริการโรงแรมคีรีมายา เขาใหญ่ ซึ่งเป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวไปแล้วเมื่อ 4 ปีก่อน บนเนื้อที่ทั้งหมด 1,200 ไร่ พร้อมด้วยสนามกอล์ฟ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก และเมื่อปี 2550 ได้ทำการเปิดตัวโครงการ มุติมายา ในบริเวณเดียวกัน แบ่งเป็น มุติมายา ฟอเรสท์ พูลวิลล่า รีสอร์ท และคีรีมายาเรสซิเดนส์ มูลค่าโครงการรวม 1,500 บ้านบาท โดยลูกค้าที่ซื้อสามารถนำรีสอร์ตของตนเองให้โรงแรมเป็นผู้บริหาร มีอัตราค่าเช่าประมาณ 17,500 บาทขึ้นไปต่อคืน ซึ่งบริษัทจะการันตีรายได้ขั้นต่ำ 3-4% แต่ปกติลูกค้าจะมีอัตราผลตอบแทนประมาณ 10% ต่อปี

โดยมุติมายา ฟอเรสท์ เป็นรีสอร์ต พูลวิลล่า จำนวน 67 หลัง ราคาเริ่มต้น 10 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 42 หลัง ส่วนคีรีมายา เรสซิเดนส์ เป็นการจัดสรรที่ดิน จำนวน 70 แปลง เนื้อที่ 400-800 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 12 ล้านบาท และหากซื้อพร้อมบ้านราคา 24-30 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 60% รวมทั้ง 2 โครงการมียอดขายแล้ว 850 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวเป็นชาวต่างชาติประมาณ 30% ปัจจุบันบริษัทได้พัฒนาที่ดินไปแล้วเกือบ 700 ไร่ เหลือที่ดินที่รอการพัฒนาอีกกว่า 500 ไร่

นายกิตติ กล่าวต่อว่า ตลาดอสังหาฯ ที่เขาใหญ่มีอัตราการเจริญเติบโตที่ดี มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงแม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศจะ ถดถอย ด้วยเหตุนี้เองทำให้ราคาที่ดินไม่ลดลงและยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2548 ราคาที่ดินประมาณ 250,000 บาท/ไร่ ในปี 2549 ขยับขึ้นเป็น 500,000 บาท/ไร่ ปี 2550 ราคา 125,000 บาท/ไร่ และปัจจุบันราคาประมาณ 2 ล้านบาท/ไร่

ขณะเดียวกันนายขวัญชัย โหมดประดิษฐ์ อดีตรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล โอเค จำกัด และอดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิงเกอร์ (ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน) ในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัท อาร์ต เดอ ลิฟวิ่ง เดเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ได้ลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทต่างๆ ก็ได้หันมารวมกลุ่มกับเพื่อนหันมาพัฒนาที่ดิน โดย

ได้พัฒนาโครงการ "อาร์ต เดอ ฮิลล์2 เขาใหญ่" มีพื้นที่ทั้งหมด 43 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ขาย 30 ไร่ ในลักษณะของการขายที่ดินเปล่า ขนาด 300-500 ตารางวา ราคา 4,000-9,000 บาท/ตารางวา แต่ก็มีบริษัท บางกอกเดย์ จำกัด ซึ่งเป็นสถาปนิกเข้ามาออกแบบบ้านบนที่ดินให้กับลูกค้าหากลูกค้าต้องการ ปัจจุบันในส่วนของที่ดินมียอดขายแล้วเกือบ 20 บริษัท และยังได้สร้างรีสอร์ต อีกจำนวน 4 ยูนิตบนพื้นที่ขาย 30 ไร่ เพื่อรองรับแขกของลูกค้าโครงการที่ไม่มีที่พัก ขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี 52 และเมื่อเปิดให้บริการแล้วลูกค้าที่มาพักสนใจที่จะซื้อบริษัทก็ยินดีที่จะ ขายให้ โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5-10 ล้านบาท หากลูกค้าไม่มาพักก็พร้อมที่จะบริหารโดยหาผู้เช่าให้

นอกจากนั้น ยังมีโครงการอาร์ต เดอ ฮิลล์1 ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกันบนพื้นที่ทั้งหมด 18 ไร่ ในรูปแบบของการขายบ้านพร้อมตกแต่ง จำนวน 1 หลัง พื้นที่ใช้สอย 600 ตารางเมตร และที่ดินทั้งโครงการที่พัฒนาแล้วซึ่งมีทั้งไร่องุ่นและคอกม้า ให้กับลูกค้าชาวต่างชาติที่สนใจซื้อยกโครงการ ซึ่งขณะนี้มีนักธุรกิจชาวสวีเดนให้ความสนใจซื้อ ราคาเสนอขายอยู่ที่ 80 ล้านบาท

นายขวัญชัย กล่าวว่า แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศและทั่วโลกจะอยู่ในช่วงชะลอตัวอย่างหนัก ซึ่งเป็นผลพวงมาจากวิกฤติการเงิน แต่ธุรกิจบ้านพักตากอากาศบริเวณพื้นที่เขาใหญ่ถือว่าได้รับผลกระทบไม่มากนัก ในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากตลาดยังมีดีมานด์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าระยะนี้กลุ่มลูกค้าต่างชาติจะลดลงแต่ก็ยังมีกำลังซื้อจากลูกค้าคนไทย เป็นหลัก ทำให้มั่นใจว่าแนวโน้มของตลาดจะมีการเติบโตได้
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2008, 06:19 PM   #1407
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 13,912
Likes (Received): 658

โฮ่ย ตั้งพันกว่าโพสต์แล้ว ขึ้น เมืองโคราชpart II ได้แล้ว
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2008, 08:03 PM   #1408
"ZukiChirO"
Blue ~ Red ~ Green
 
"ZukiChirO"'s Avatar
 
Join Date: Jun 2008
Posts: 596
Likes (Received): 14



Merry Christmas N' Hapqy New Year

All the way from the City of Zamboanga and straight from The Philippines
__________________
Janet Napoles liked this pork este post.
"ZukiChirO" no está en línea   Reply With Quote
Old December 26th, 2008, 04:33 PM   #1409
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

Quote:
Originally Posted by Wisarut View Post
โฮ่ย ตั้งพันกว่าโพสต์แล้ว ขึ้น เมืองโคราชpart II ได้แล้ว
ให้ครบ 2000 โพส ไปเลยฮะ แล้วเดี๋ยวจะฉลอง
อยากให้เมืองอื่น มาโพสอัพเดทจังหวัดตัวเองบ้าง ตอนนี้ผมพาคนอื่นรู้จักโคราชเกือบทุกซอกทุกมุมแล้วนะเนี่ย

ปล. ผมว่า Thread อันเดียวบางทีมันก็ได้สืบข้อมูลที่ไหลลื่นดีนะครับ (สำหรับคนที่พึ่ง search เข้ามาอ่านเจอก็อาจจะยาว ไป อ่านจนเหนื่อยไปเลย) แต่ใครที่เข้ามาอ่านบ่อยๆก็ไม่มีปัญหาคับ ติดตามเฉพาะหน้าท้ายๆ
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old December 26th, 2008, 04:41 PM   #1410
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

KHAO YAI GROWING AT TOP END
THE NATION By SOMLUCK SRIMALEE
Published on December 26, 2008




Luxury development expands as demand defies economic malaise
Khao Yai, in Nakhon Ratchasima province, adjacent to the national park of the same name, has become a new target for property developers, who are expanding their investments in the area by launching luxury residential developments worth several billion baht.


Offering a "second home" holiday destination close to Bangkok, a number of wealthy businessmen are also reportedly collecting land in the area on which to build weekend villas.

The popularity of Khao Yai among developers is buoyed by its apparent immunity to economic impact. While other holiday destinations have begun to suffer from the affects of the global economic crisis, new investment is still flowing into Khao Yai as developers express confidence in continued strong demand from local buyers of second homes.

Earlier this year property firm Kirimaya, which owns the luxury Kirimaya Golf Resort and Spa at Khao Yai, began spending nearly Bt1 billion on two luxury residential developments occupying part of its 1,200 rai of land.

The company is also planning to launch another residential project in the coming year worth Bt800 million. Company owner and chairman Kitti Thanakitamuay said the expansion aimed to meet strong demand.

"Demand for Khao Yai residences is different from that at other tourist destinations in Thailand because most of the home-buyers are local people who want to buy second homes that are not far from Bangkok. As a result, residential projects in Khao Yai don't feel any negative impact when demand from foreign investors falls because of the global economic crisis," he said.

Between 60 and 70 per cent of Kirimaya's two residential projects launched earlier this year have already been sold. They feature detached villas with a starting price of Bt10 million per unit.

Art the Living Development, the company that developed a residential project called Art the Hill at Khao Yai, launched Art the Hill 2 at Khao Yai worth between Bt300 million and Bt400 million, in the final quarter of this year.

Managing director Kwanchai Mordpradit said demand for resort residences at Khao Yai had not suffered any negative impact from global economic problems. Sales from the company's second project already amount to 10 per cent of its total value. Units are selling at starting prices between Bt4,000 and Bt9,000 per square wah.

Phatra Real Estate has also launched a luxury hotel and residential development it calls Mo Muan Rai. The project, which has a value of about Bt500 million, comprises 32 detached houses and villas and a resort hotel with 40 units. Ten of the detached houses have already been sold.

"Our hotel will use a 'Belle Villa' concept by focusing on the upper-income market, with rooms rates starting at Bt3,000 to Bt5,000 per night," said Phatra's president Luxaman Bunnag.

Meanwhile, the Khao Yai area is attracting the extremely wealthy. Reported to be among the area's new landowners are Charoen Pokphand Group chairman and chief executive Dhanin Chearavanont, Amata Corporation managing director Vikrom Kromadit, King Power International's chairman Vichai Raksriaksorn and Workpoint Entertainment's chairman Phanya Nirunkul.

Strong demand over the past four years has driven land prices at Khao Yai up from an average Bt500,000 per rai to Bt2 million per rai at present.

However, this is still lower than prices at other tourist destinations, which has led Kirimaya - to name just one firm - to believe there is potential for prices to grow further, even at the high end of the market.

"We believe that investment at Khao Yai will generate a high return when compared with that from other tourist destinations, where prices are at a record high," Kirimaya's Kitti said.
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old December 26th, 2008, 04:59 PM   #1411
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

เปลี่ยน ๓ พ่อเมืองไม่ขยับ ทางหลวงยังเก็บงบ ๓๓๑ ล. รอคำตอบก่อสร้างทางลอด
"หนังสือพิมพ์โคราชรายวัน คนอีสาน" ปีที่ ๓๔ ฉบับที่ ๑๗๙๑ วันที่ ๒๓ - ๒๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑



สืบเนื่องจากกรมทางหลวงได้รับงบ ประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางลอดบนทางหลวงหมายเลข ๒ บริเวณสามแยกนครราชสีมา-ขอนแก่น หรือสามแยกบิ๊กซีนครราชสีมา ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างทางหลวงหมายเลข ๒ (อ.ปากช่อง-นครราชสีมา) และทางหลวงหมายเลข ๒๒๔ (นครราชสีมา-ขอนแก่น) โดยว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา คือ บริษัท ไทย ดีซีไอ จำกัด ให้สำรวจและออกแบบรายละเอียด ก่อนที่จะพิจารณาก่อสร้าง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน ตามที่ “โคราชรายวัน คน อีสาน” นำเสนอรายละเอียดต่อเนื่องไปแล้วนั้น

แม้กรมทางหลวงจะเร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้ เพื่อให้ทันกรอบการเบิกจ่ายงบประมาณปี ๒๕๕๐ ซึ่งคาดว่าในปี ๒๕๕๑ จะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ และขณะที่บริษัท ไทย ดีซีไอ จำกัด ดำเนินการมาถึงขั้นตอนการออกแบบรายละเอียดทางลอด ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าบริษัทที่ปรึกษาดังกล่าวสิ้นสุดกรอบระยะเวลา การสำรวจและออกแบบรายละเอียด เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๐ และส่งมอบงานให้กรมทางหลวงพิจารณาแล้ว แต่เนื่องจากขาดการประชาสัมพันธ์ที่เข้าถึงภาคประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนในพื้นที่ นับตั้งแต่กรมทางหลวงเห็นชอบให้ดำเนินโครงการก่อสร้างทางลอดฯ โดยเฉพาะการลงพื้นที่ในขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่อ้างว่าประชาชนในพื้นที่ มีความคิดเห็นเลือกรูปแบบที่ ๒ (แนวทางตามทาง หลวงหมายเลข ๒ มีทิศทางจากจ.ขอนแก่น เลี้ยวขวาไปจ.สระบุรี) จากทางลอด ๔ รูปแบบ ด้วยคะแนนสูงสุดถึงร้อยละ ๕๗.๔ ทั้งๆ ที่มีประชาชนหลายภาคส่วนยังไม่ทราบว่าจะดำเนินการคัดเลือกรูปแบบ

โดยกลุ่มผู้คัดค้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นพ่อค้า นักธุรกิจ ที่ประกอบกิจการอยู่ในพื้นที่ก่อสร้าง ต่างประเมินว่าจะได้รับผลกระทบต่อธุรกิจ เนื่องจาก “ทางลอด” ไม่ใช่ทางออกในการแก้ไขปัญหาจราจรที่ดีที่สุดต่อบริเวณดังกล่าว และนับว่าเป็นการใช้งบประมาณอย่างไม่คุ้มค่า จึงระดมผู้คัดค้านที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนใน นาม “คณะทำงานผู้คัดค้าน โครงการก่อสร้างทางลอด บริเวณสามแยกนครราชสีมา-ขอน แก่น” ไปพร้อมๆ กับการคัดค้านหลายวิธีการ กระทั่งกรมทางหลวงทำหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา(นายสมบูรณ์ งามลักษณ์) ตามที่มีตัวแทนกลุ่มผู้ร้องคัดค้านประมาณ ๕๐ คน เดินทางมาขอเข้าพบ เพื่อชี้แจงเหตุผลในการคัดค้าน และเห็นควรให้ระงับโครงการนี้ไว้ก่อน ซึ่งกรมทางหลวงก็รับฟังความคิดเห็นการคัดค้านดังกล่าว จึงยังไม่ดำเนินการออกประกาศประกวดราคา(e-Auction) โครงการ และมีความเห็นเพิ่มเติมว่า ให้จังหวัดนครราชสีมานัดประชุมทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง ทั้งกลุ่มผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับโครงการ เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางดำเนินโครงการดังกล่าวต่อไป

แต่ภายหลังจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น ทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยแล้ว เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๐ เพื่อนำข้อคิดเห็นต่างๆ สรุปส่งให้กรมทางหลวงพิจารณา ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๐ นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาขณะนั้น(ปัจจุบันเป็น ส.ว.สรรหา) จึงลงนาม คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานประนีประนอม และ พิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาเยียวยา กรณีกรมทางหลวงจะดำเนินการก่อสร้างทางลอดฯ ตามที่ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว โดยมีผู้ว่าฯ นครราชสีมา เป็นประธาน และนายสมชาย จีรังพิทักษ์กุล เป็นเลขานุการ ซึ่งทั้งสองมีอำนาจเรียกประชุมคณะทำงานฯ ขณะที่กลุ่มผู้คัดค้านที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะทำงานฯ คือ นายเหรียญ จึงวิวัฒนาภรณ์ เจ้าของหจก.คิงส์ยนต์ และ นายไพบูลย์ พฤกษ์พนาเวศ กรรมการผู้จัดการ ราชพฤษ์ แกรนด์ โฮเทล แต่หลังจากนั้นกลับไม่มีการเรียกประชุมคณะทำงานฯ แต่อย่างใด ที่สำคัญคือเหตุที่กรมทางหลวงยังไม่สามารถชะลอการประกวดราคาโครงการนี้ เนื่องจากรอข้อสรุปจากการประชุมคณะทำงานดังกล่าว แม้จะเปลี่ยนผู้ว่าฯ มาแล้วอีก ๒ คน คือ นาย สุธี มากบุญ(รองปลัดกระทรวงมหาดไทยในขณะนี้) และปัจจุบันเป็น นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ

กระทั่งล่าสุด “โคราชรายวัน คนอีสาน” ทราบเบื้องต้นจากนายสามารถ ดีด้วยชาติ ผู้อำนวยการแขวงการทางนครราชสีมาที่ ๒ ว่า “แม้โครงการก่อสร้างทางลอดโคราชจะชะลอออกไป แต่เงินงบประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท สำหรับดำเนินการก่อสร้างยังอยู่ครบถ้วน”

ความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการนี้ นายสมพร รัตนบุรี คณะกรรมการกำกับการสำรวจและออกแบบโครงการฯ กรมทางหลวง เปิดเผยกับ “โคราชรายวัน คนอีสาน” ว่า โครง การก่อสร้างทางลอดโคราชขณะนี้ยังชะลออยู่ เพราะหลังจากที่ติดต่อสอบถามหลายครั้งกับทางจังหวัด ซึ่งแต่งตั้งคณะทำงานฯ เรียบร้อยแล้ว ขณะนั้นก็ให้คำตอบล่าสุดว่า ติดภารกิจเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ ๒๘, จัดการเลือกตั้งระดับประเทศ และแก้ปัญหาน้ำท่วม จึงทำให้กรมทางหลวงไม่สามารถดำเนินการจัดประกวดราคา เพื่อสรรหาผู้รับ เหมาก่อสร้างได้ ทั้งๆ ที่บริษัทที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบเสร็จแล้ว กระทั่งถึงขณะนี้ทางกรมทางหลวงก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากจังหวัด เกี่ยวกับข้อสรุปของผู้ต่อต้านในพื้นที่แต่ อย่างใด

ต่อข้อซักถามถึงงบประมาณที่ได้รับอนุมัติแล้ว ๔๐๐ ล้านบาท แปรไปเป็นงบ ประมาณโครงการอื่นของกรมทางหลวงหรือไม่? นายสมพร กล่าวว่า “เบื้องต้นผมไม่เห็นรายละเอียดงบประมาณดังกล่าว ปรากฎรายละเอียดในเอกสารงบประมาณปี ๒๕๕๒ ของกรมทางหลวง เพื่อดำเนินโครงการนี้แต่อย่างใด สุดท้ายกรมทางหลวงจะทำหนังสือไปถึงจังหวัดอีกครั้ง หากยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนเหมือนที่ผ่านมา กรมทางหลวงอาจจะว่าจ้างสถาบันที่เป็นกลาง เช่น สถาบันการศึกษา เพื่อจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่อีกครั้งหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ และจากนั้นจะอาศัยผลการรับฟังความคิดเห็นมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ เพื่อดำเนินการใดๆ ต่อไป เพราะแบบการก่อสร้างก็ยังคงอยู่ ที่สำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง เพราะบริษัทที่ปรึกษาศึกษาไว้ทั้งหมดแล้ว แม้วันนี้ไม่ก่อสร้าง วัน หน้าก็จะต้องก่อสร้าง เนื่องจากมีความจำเป็นต่อระบบการจราจร”

ขณะที่นายสมประสงค์ สัตยมัลลี หัวหน้าสาขาวิชาวิศวกรรมขนส่ง สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี สุรนารี ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะทำงานเยียวยาฯ ที่จังหวัดแต่งตั้ง กล่าวถึงเรื่องนี้กับ “โคราชรายวัน คนอีสาน” ว่า เท่าที่ทราบจากการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับสำนักทางหลวงที่ ๘ นครราชสีมา หลังจากติดต่อสอบถามความคืบหน้า คือกรมทางหลวงได้โยกงบประมาณการก่อสร้างทางลอดโคราช ไปดำเนินการโครงการอื่นแล้ว จากที่มีปัญหาการต่อต้านในพื้นที่ และยังไม่ได้บทสรุปแต่อย่างใด โครงการนี้ด้วยความถูกต้อง ก่อนที่จะมีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา เพื่อออกแบบและสำรวจรายละเอียด ควรพูดคุยหรือทำการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ตั้งแต่แรกเริ่มอย่างชัดเจน หากยืนยันจะดำเนินการก่อสร้าง และงบ ประมาณนี้น่าจะทำเป็นทางเลือกอื่น เพื่อระบายการจราจรจากถนนสายหลัก อย่างเช่นถนนมิตรภาพ เมื่อมีปัญหาก็เป็นข้ออ้างให้กรม ทางหลวงไม่ดำเนินการ เพราะงบประมาณมีอายุการใช้งาน ถ้าไม่ใช้ต้องคืนหรือต้องทำเรื่องแปลงงบประมาณไปใช้ที่อื่น ทั้งนี้ เชื่อว่าคนต่อต้านโครงการนี้ ถึงอย่างไรก็ยังต่อต้านเหมือนเดิม เพราะเขาไม่ได้มองปัญหา และ แนวทางการแก้ไขอย่างแท้จริง โดยกลัวว่าหากก่อสร้างแล้ว ร้านค้าจะมีปัญหา ค้าขายไม่ได้ เป็นการมองแต่ตัวเองค่อนข้างมาก และก็ผิด หวังกับหน่วยงานของภาครัฐมานานแล้ว ที่ไม่ดำเนินการหรือชี้แจงใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย

ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุดของฝ่ายงบ ประมาณ กรมทางหลวง ระบุว่า ขณะนี้กรม ทางหลวงไม่มีการโยกงบประมาณ เพราะยังไม่มีการปรับแผน โดยโครงการทางลอดโคราช ก็ยังอยู่ในแผนงบประมาณปี ๒๕๕๒ เป็นจำนวนเงินที่ได้รับการอนุมัติแล้ว ๖,๑๓๖,๐๐๐ บาท ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นงบ ประมาณผูกพัน ปี ๒๕๕๑ - ๒๕๕๓ รวมเป็นเงิน ๓๓๑,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งเป็นงบ ประมาณปี ๒๕๕๑ จำนวน ๑๑๓,๙๒๔,๐๐๐ บาท, งบประมาณปี ๒๕๕๒ จำนวน ๖,๑๓๖,๐๐๐ ล้านบาท และงบประมาณปี ๒๕๕๓ จำนวน ๒๑๑,๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท อีกทั้ง ข้อมูลของฝ่ายพัสดุและสัญญา สำนักก่อสร้างสะพาน ยังระบุด้วยว่า โครงการดังกล่าวต้องชะลอการก่อสร้างออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากการทำประชาพิจารณ์ยังไม่ผ่าน แต่งบประมาณในการก่อสร้างยังคงอยู่เหมือนเดิม

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ “โคราชรายวัน คนอีสาน” จะนำมารายงานให้รับทราบ ต่อไป.



..............................................................

รายละเอียดโครงการทางลอด ที่เคยโพส 1 2 3 4
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old December 27th, 2008, 02:00 AM   #1412
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

Pak Chong District
Tae Wa Da Plaza
เท วา ดา พลาซ่า อำเภอปากช่อง




Mini Community Mall ในตัวเมืองปากช่อง






Source: http://www.pakchongcountry.com/catalog.php?category=12
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old December 27th, 2008, 04:03 PM   #1413
reQuiem4adream
Blow me!
 
reQuiem4adream's Avatar
 
Join Date: Nov 2007
Location: Central of Moron
Posts: 3,740
Likes (Received): 133

Quote:
Originally Posted by Gaia View Post
ทั้งนี้ เชื่อว่าคนต่อต้านโครงการนี้ ถึงอย่างไรก็ยังต่อต้านเหมือนเดิม เพราะเขาไม่ได้มองปัญหา และ แนวทางการแก้ไขอย่างแท้จริง โดยกลัวว่าหากก่อสร้างแล้ว ร้านค้าจะมีปัญหา ค้าขายไม่ได้ เป็นการมองแต่ตัวเองค่อนข้างมาก และก็ผิด หวังกับหน่วยงานของภาครัฐมานานแล้ว ที่ไม่ดำเนินการหรือชี้แจงใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
เบื่อไอ้พวกคนรวยเห็นแก่ตััว ผ่านมาศตวรรษนึงแล้ว โคราชก็ยังไม่มีทางลอด เพราะคนพวกนี้

Last edited by reQuiem4adream; December 29th, 2008 at 08:34 PM.
reQuiem4adream no está en línea   Reply With Quote
Old December 28th, 2008, 07:20 AM   #1414
konrakfon
User of Thailand
 
Join Date: Oct 2008
Location: Samut Sakhon - Korat
Posts: 330
Likes (Received): 0

Quote:
Originally Posted by Gaia View Post
เปลี่ยน ๓ พ่อเมืองไม่ขยับ ทางหลวงยังเก็บงบ ๓๓๑ ล. รอคำตอบก่อสร้างทางลอด
"หนังสือพิมพ์โคราชรายวัน คนอีสาน" ปีที่ ๓๔ ฉบับที่ ๑๗๙๑ วันที่ ๒๓ - ๒๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑



สืบเนื่องจากกรมทางหลวงได้รับงบ ประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางลอดบนทางหลวงหมายเลข ๒ บริเวณสามแยกนครราชสีมา-ขอนแก่น หรือสามแยกบิ๊กซีนครราชสีมา ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างทางหลวงหมายเลข ๒ (อ.ปากช่อง-นครราชสีมา) และทางหลวงหมายเลข ๒๒๔ (นครราชสีมา-ขอนแก่น) โดยว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา คือ บริษัท ไทย ดีซีไอ จำกัด ให้สำรวจและออกแบบรายละเอียด ก่อนที่จะพิจารณาก่อสร้าง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน ตามที่ “โคราชรายวัน คน อีสาน” นำเสนอรายละเอียดต่อเนื่องไปแล้วนั้น

แม้กรมทางหลวงจะเร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้ เพื่อให้ทันกรอบการเบิกจ่ายงบประมาณปี ๒๕๕๐ ซึ่งคาดว่าในปี ๒๕๕๑ จะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ และขณะที่บริษัท ไทย ดีซีไอ จำกัด ดำเนินการมาถึงขั้นตอนการออกแบบรายละเอียดทางลอด ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าบริษัทที่ปรึกษาดังกล่าวสิ้นสุดกรอบระยะเวลา การสำรวจและออกแบบรายละเอียด เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๐ และส่งมอบงานให้กรมทางหลวงพิจารณาแล้ว แต่เนื่องจากขาดการประชาสัมพันธ์ที่เข้าถึงภาคประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนในพื้นที่ นับตั้งแต่กรมทางหลวงเห็นชอบให้ดำเนินโครงการก่อสร้างทางลอดฯ โดยเฉพาะการลงพื้นที่ในขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่อ้างว่าประชาชนในพื้นที่ มีความคิดเห็นเลือกรูปแบบที่ ๒ (แนวทางตามทาง หลวงหมายเลข ๒ มีทิศทางจากจ.ขอนแก่น เลี้ยวขวาไปจ.สระบุรี) จากทางลอด ๔ รูปแบบ ด้วยคะแนนสูงสุดถึงร้อยละ ๕๗.๔ ทั้งๆ ที่มีประชาชนหลายภาคส่วนยังไม่ทราบว่าจะดำเนินการคัดเลือกรูปแบบ

โดยกลุ่มผู้คัดค้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นพ่อค้า นักธุรกิจ ที่ประกอบกิจการอยู่ในพื้นที่ก่อสร้าง ต่างประเมินว่าจะได้รับผลกระทบต่อธุรกิจ เนื่องจาก “ทางลอด” ไม่ใช่ทางออกในการแก้ไขปัญหาจราจรที่ดีที่สุดต่อบริเวณดังกล่าว และนับว่าเป็นการใช้งบประมาณอย่างไม่คุ้มค่า จึงระดมผู้คัดค้านที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนใน นาม “คณะทำงานผู้คัดค้าน โครงการก่อสร้างทางลอด บริเวณสามแยกนครราชสีมา-ขอน แก่น” ไปพร้อมๆ กับการคัดค้านหลายวิธีการ กระทั่งกรมทางหลวงทำหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา(นายสมบูรณ์ งามลักษณ์) ตามที่มีตัวแทนกลุ่มผู้ร้องคัดค้านประมาณ ๕๐ คน เดินทางมาขอเข้าพบ เพื่อชี้แจงเหตุผลในการคัดค้าน และเห็นควรให้ระงับโครงการนี้ไว้ก่อน ซึ่งกรมทางหลวงก็รับฟังความคิดเห็นการคัดค้านดังกล่าว จึงยังไม่ดำเนินการออกประกาศประกวดราคา(e-Auction) โครงการ และมีความเห็นเพิ่มเติมว่า ให้จังหวัดนครราชสีมานัดประชุมทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง ทั้งกลุ่มผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับโครงการ เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางดำเนินโครงการดังกล่าวต่อไป

แต่ภายหลังจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น ทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยแล้ว เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๐ เพื่อนำข้อคิดเห็นต่างๆ สรุปส่งให้กรมทางหลวงพิจารณา ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๐ นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาขณะนั้น(ปัจจุบันเป็น ส.ว.สรรหา) จึงลงนาม คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานประนีประนอม และ พิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาเยียวยา กรณีกรมทางหลวงจะดำเนินการก่อสร้างทางลอดฯ ตามที่ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว โดยมีผู้ว่าฯ นครราชสีมา เป็นประธาน และนายสมชาย จีรังพิทักษ์กุล เป็นเลขานุการ ซึ่งทั้งสองมีอำนาจเรียกประชุมคณะทำงานฯ ขณะที่กลุ่มผู้คัดค้านที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะทำงานฯ คือ นายเหรียญ จึงวิวัฒนาภรณ์ เจ้าของหจก.คิงส์ยนต์ และ นายไพบูลย์ พฤกษ์พนาเวศ กรรมการผู้จัดการ ราชพฤษ์ แกรนด์ โฮเทล แต่หลังจากนั้นกลับไม่มีการเรียกประชุมคณะทำงานฯ แต่อย่างใด ที่สำคัญคือเหตุที่กรมทางหลวงยังไม่สามารถชะลอการประกวดราคาโครงการนี้ เนื่องจากรอข้อสรุปจากการประชุมคณะทำงานดังกล่าว แม้จะเปลี่ยนผู้ว่าฯ มาแล้วอีก ๒ คน คือ นาย สุธี มากบุญ(รองปลัดกระทรวงมหาดไทยในขณะนี้) และปัจจุบันเป็น นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ

กระทั่งล่าสุด “โคราชรายวัน คนอีสาน” ทราบเบื้องต้นจากนายสามารถ ดีด้วยชาติ ผู้อำนวยการแขวงการทางนครราชสีมาที่ ๒ ว่า “แม้โครงการก่อสร้างทางลอดโคราชจะชะลอออกไป แต่เงินงบประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท สำหรับดำเนินการก่อสร้างยังอยู่ครบถ้วน”

ความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการนี้ นายสมพร รัตนบุรี คณะกรรมการกำกับการสำรวจและออกแบบโครงการฯ กรมทางหลวง เปิดเผยกับ “โคราชรายวัน คนอีสาน” ว่า โครง การก่อสร้างทางลอดโคราชขณะนี้ยังชะลออยู่ เพราะหลังจากที่ติดต่อสอบถามหลายครั้งกับทางจังหวัด ซึ่งแต่งตั้งคณะทำงานฯ เรียบร้อยแล้ว ขณะนั้นก็ให้คำตอบล่าสุดว่า ติดภารกิจเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ ๒๘, จัดการเลือกตั้งระดับประเทศ และแก้ปัญหาน้ำท่วม จึงทำให้กรมทางหลวงไม่สามารถดำเนินการจัดประกวดราคา เพื่อสรรหาผู้รับ เหมาก่อสร้างได้ ทั้งๆ ที่บริษัทที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบเสร็จแล้ว กระทั่งถึงขณะนี้ทางกรมทางหลวงก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากจังหวัด เกี่ยวกับข้อสรุปของผู้ต่อต้านในพื้นที่แต่ อย่างใด

ต่อข้อซักถามถึงงบประมาณที่ได้รับอนุมัติแล้ว ๔๐๐ ล้านบาท แปรไปเป็นงบ ประมาณโครงการอื่นของกรมทางหลวงหรือไม่? นายสมพร กล่าวว่า “เบื้องต้นผมไม่เห็นรายละเอียดงบประมาณดังกล่าว ปรากฎรายละเอียดในเอกสารงบประมาณปี ๒๕๕๒ ของกรมทางหลวง เพื่อดำเนินโครงการนี้แต่อย่างใด สุดท้ายกรมทางหลวงจะทำหนังสือไปถึงจังหวัดอีกครั้ง หากยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนเหมือนที่ผ่านมา กรมทางหลวงอาจจะว่าจ้างสถาบันที่เป็นกลาง เช่น สถาบันการศึกษา เพื่อจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่อีกครั้งหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ และจากนั้นจะอาศัยผลการรับฟังความคิดเห็นมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ เพื่อดำเนินการใดๆ ต่อไป เพราะแบบการก่อสร้างก็ยังคงอยู่ ที่สำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง เพราะบริษัทที่ปรึกษาศึกษาไว้ทั้งหมดแล้ว แม้วันนี้ไม่ก่อสร้าง วัน หน้าก็จะต้องก่อสร้าง เนื่องจากมีความจำเป็นต่อระบบการจราจร”

ขณะที่นายสมประสงค์ สัตยมัลลี หัวหน้าสาขาวิชาวิศวกรรมขนส่ง สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี สุรนารี ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะทำงานเยียวยาฯ ที่จังหวัดแต่งตั้ง กล่าวถึงเรื่องนี้กับ “โคราชรายวัน คนอีสาน” ว่า เท่าที่ทราบจากการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับสำนักทางหลวงที่ ๘ นครราชสีมา หลังจากติดต่อสอบถามความคืบหน้า คือกรมทางหลวงได้โยกงบประมาณการก่อสร้างทางลอดโคราช ไปดำเนินการโครงการอื่นแล้ว จากที่มีปัญหาการต่อต้านในพื้นที่ และยังไม่ได้บทสรุปแต่อย่างใด โครงการนี้ด้วยความถูกต้อง ก่อนที่จะมีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา เพื่อออกแบบและสำรวจรายละเอียด ควรพูดคุยหรือทำการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ตั้งแต่แรกเริ่มอย่างชัดเจน หากยืนยันจะดำเนินการก่อสร้าง และงบ ประมาณนี้น่าจะทำเป็นทางเลือกอื่น เพื่อระบายการจราจรจากถนนสายหลัก อย่างเช่นถนนมิตรภาพ เมื่อมีปัญหาก็เป็นข้ออ้างให้กรม ทางหลวงไม่ดำเนินการ เพราะงบประมาณมีอายุการใช้งาน ถ้าไม่ใช้ต้องคืนหรือต้องทำเรื่องแปลงงบประมาณไปใช้ที่อื่น ทั้งนี้ เชื่อว่าคนต่อต้านโครงการนี้ ถึงอย่างไรก็ยังต่อต้านเหมือนเดิม เพราะเขาไม่ได้มองปัญหา และ แนวทางการแก้ไขอย่างแท้จริง โดยกลัวว่าหากก่อสร้างแล้ว ร้านค้าจะมีปัญหา ค้าขายไม่ได้ เป็นการมองแต่ตัวเองค่อนข้างมาก และก็ผิด หวังกับหน่วยงานของภาครัฐมานานแล้ว ที่ไม่ดำเนินการหรือชี้แจงใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย

ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุดของฝ่ายงบ ประมาณ กรมทางหลวง ระบุว่า ขณะนี้กรม ทางหลวงไม่มีการโยกงบประมาณ เพราะยังไม่มีการปรับแผน โดยโครงการทางลอดโคราช ก็ยังอยู่ในแผนงบประมาณปี ๒๕๕๒ เป็นจำนวนเงินที่ได้รับการอนุมัติแล้ว ๖,๑๓๖,๐๐๐ บาท ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นงบ ประมาณผูกพัน ปี ๒๕๕๑ - ๒๕๕๓ รวมเป็นเงิน ๓๓๑,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งเป็นงบ ประมาณปี ๒๕๕๑ จำนวน ๑๑๓,๙๒๔,๐๐๐ บาท, งบประมาณปี ๒๕๕๒ จำนวน ๖,๑๓๖,๐๐๐ ล้านบาท และงบประมาณปี ๒๕๕๓ จำนวน ๒๑๑,๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท อีกทั้ง ข้อมูลของฝ่ายพัสดุและสัญญา สำนักก่อสร้างสะพาน ยังระบุด้วยว่า โครงการดังกล่าวต้องชะลอการก่อสร้างออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากการทำประชาพิจารณ์ยังไม่ผ่าน แต่งบประมาณในการก่อสร้างยังคงอยู่เหมือนเดิม

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ “โคราชรายวัน คนอีสาน” จะนำมารายงานให้รับทราบ ต่อไป.



..............................................................

รายละเอียดโครงการทางลอด ที่เคยโพส 1 2 3 4

รีบๆสร้างเถอะไม่งั้นมีพ่อเมืองคนที่ 4 , 5 จนได้นะครับ ทางร้านค้าเค้ายังไม่รู้ว่าสร้างเพื่อแก้ไขการจราจรแท้จริงนะครับ อาจจะรองรับได้อีกนานเลยนะครับ
__________________
" SAMUT SAKHON PROVINCES "
konrakfon no está en línea   Reply With Quote
Old December 30th, 2008, 03:37 PM   #1415
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

อบจ.เตรียมทำประชาคม ศึกษาประวัติศาสตร์โคราช พัฒนาจุดท่องเที่ยวโบราณ
นสพ. แนวหน้า: วันที่ 30/12/2008



นครราชสีมา:นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ตั้งแต่ พ.ศ.2477 จ.นครราชสีมา ได้จัดงานฉลองอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปี โดยจัดให้มีการละเล่นมากมายยิ่งใหญ่จนกระทั่งเป็นงานระดับประเทศ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่องานเป็นงานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารี(งานย่าโม) และมีพัฒนาการจัดงานในรูปแบบใหม่ๆ เรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน

ทั้งนี้เพื่อให้การจัดงานย่าโมมีเอกลักษณ์และประชาชนชาวโคราชรวมไปถึงชาวไทย ทุกคนได้มีความภาคภูมิใจในวีรกรรมของคุณย่าโมและมีความภาคภูมิใจในความเป็น เมืองโคราช องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)นครราชสีมาจึงได้ประสานกับส่วนราชการจังหวัด นครราชสีมา และส่วนราชการท้องถิ่นศึกษา ทำการศึกษาและรวบรวมประวัติและความเป็นมาของจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งการดำรงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนโคราช และรวบรวมโบราณวัตถุ เพื่อนำไปตั้งแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้อนุชนคนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ที่ตรงกัน ในแนวทางเดียวกัน เกิดความภาคภูมิใจในวีรกรรมของคุณย่าโม และได้สร้างบ้านคุณย่าโมที่เคยอยู่อาศัยในอดีต ซึ่งอาจจะสร้างไว้ ณ ที่บ้านเกิดของคุณย่าโมหรือสร้างไว้ในบริเวณพิพิธภัณฑ์จังหวัดนครราชสีมา และในบ้านนี้จะมีประวัติของคุณย่าโมและสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ของคุณย่าโมด้วย

นายแพทย์สำเริง เปิดเผยอีกว่า นอกจากนี้แล้วจะมีการพัฒนาคูเมืองซึ่งอยู่ล้อมรอบเมืองนครราชสีมา ซึ่งอดีตเคยมีกำแพงและคูเมืองล้อมรอบป้องกันข้าศึก เพื่อให้เห็นสภาพเดิมของประวัติศาสตร์ เพื่อให้ประชาชนระลึกถึงประวัติศาสตร์ มีความภาคภูมิใจในเมืองของตนเอง และจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง

ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและศึกษาประวัติความเป็นมาของ จังหวัดนครราชสีมา อบจ.นครราชสีมา จะจัดเวทีประชาคมและสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “ภูมิเมืองโคราช-ปูมประวัติย่าโม” ขึ้นในวันที่ 15 ม.ค.2552 เพื่อหาข้อสรุปในการพัฒนาต่อไป
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old December 30th, 2008, 03:58 PM   #1416
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

Firm taps Khao Yai potential
Bangkok Post : 23 Dec 2008
By KANANA KATHARANGSIPORN






Cold Mountain is offering 29 single houses priced from 5.4 million to 8.3 million baht.



KHAO YAI: After shifting to stock investment for six years, entrepreneur Phansin Vongkasikorn has resumed his property business with the development of The Cold Mountain housing estate worth 250 million baht in Khao Yai.

Mr Phansin, the president of Cold Mountain Co Ltd, said it spent 200 million baht in 2006 to buy a 17-rai site in Pak Chong district in Nakhon Ratchasima to develop 29 single houses priced from 5.4 million to 8.3 million baht.

Two months after the launch, the company has sold eight units, all to Bangkok residents. It expects to close sales within six months, longer than its previous target of three months, as the economy has slowed, said Mr Phansin, who also owns the private vocational school Thaivichitsilp Art School and the property firm Sinkasikorn Co.

‘‘We didn’t imagine we would face such a severe situation so we need to boost sales with strong campaigns and discounts,’’ he said, adding that the company remained confident as the project is located on a main road near Khao Yai National Park.

Mr Phansin said the Khao Yai property market was not as volatile as in Pattaya and Hua Hin. Only three new projects are launched each year on average, while most of the demand is from people buying land to build their own homes, and not for units in housing projects.



Cold Mountain represents a return to the property business, which Mr Phansin froze in 1997. He turned to stock investment from 2001-06 when the market was doing well during the Thaksin Shinawatra administration.

‘‘I spent most of my time on stock investment, buying every sector. I had some losses and some gains,’’ he said. ‘‘The major stock I hold now is PTT.’’

He is investing in Cold Mountain using his own cash and no loans. Cold Mountain Co had registered capital of one million baht, to be increased if it decides to develop new projects in the future.

Mr Phansin, 49, has another three plots of land in Khao Yai covering a total of 70 rai for future development.

Under Sinkasikorn Co, he developed six housing projects in Ratchayothin and Soi Phahon Yothin 44 in 1989-97 including Ratchada Place 1-5 and Phahon Yothin Mansion worth a combined 230 million baht.




....................................................................................

เสี่ยไทยวิจิตรศิลป์พักหุ้นตะลุยพัฒนาที่ดินเขาใหญ่
นสพ ไทยโพสต์ : 23 ธันวาคม 2551 กองบรรณาธิการ



เจ้าของไทยวิจิตรศิลป์ วางมือจากเล่นหุ้น วกกลับมาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีกครั้งในรอบ 7 ปี ควักกระเป๋า 200 ล้านลงทุนผุดโปรเจ็กต์ที่ 7 "โคลด์เม้าน์เท่น" มูลค่าโครงการ 250 ล้านบาท

รับกระแสอสังหาฯ ย่านเขาใหญ่บูม ยันไม่ผุดคอนโดในกรุงฯ แข่งยักษ์ใหญ่อสังหาฯ

นายพันสิน ว่องกสิกร ประธานกรรมการ บริษัท โคลด์เม้าน์เท่น จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่หายไปจากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 7 ปี ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท สินกสิกร จำกัด เนื่องจากมุ่งให้ความสนใจในการเข้าลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ค่อนข้างมาก พร้อมๆ กับการทำธุรกิจโรงเรียนไทยวิจิตรศิลป์ ซึ่งเป็นของครอบครัว ทั้งนี้การที่บริษัทกลับมาลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง หลังจากตลาดหุ้นรูดกราวและไม่มีทีท่าน่าเข้าไปลงทุนอีกครั้ง

ทั้งนี้ บริษัทก่อตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการใหม่ล่าสุดซึ่งเป็นโครงการที่ 7 ภายใต้ชื่อ เดอะ โคลด์ เม้าน์เท่น เขาใหญ่ เป็นบ้านตากอากาศจำนวน 29 ยูนิต ขนาดตั้งแต่ 226.7-296.9 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 5.4-8.3 ล้านบาท โดยมีมูลค่าโครงการ 250 ล้านบาท และมูลค่าการลงทุน 200 ล้านบาท ซึ่งบริษัทใช้กระแสเงินสดในการลงทุนโดยไม่ได้ขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินแต่ อย่างใด

อย่างไรก็ดี หากโครงการดังกล่าวได้ผลตอบรับดี บริษัทเตรียมพัฒนาโครงการใหม่ต่อไป โดยบริษัทมีที่ดินสะสมในย่านเขาใหญ่ราว 50-70 ไร่ จำนวน 3-4 แปลง ซึ่งขณะนี้ที่ดินย่านนี้ขยับสูงขึ้นเท่าตัวเป็น 2 ล้านบาทต่อไร่ และย่านเขาใหญ่ยังมีโครงการใหม่ที่เปิดตัวอย่างต่อเนื่องราว 3 โครงการต่อปี อาทิ โครงการคีรีมายา, ภาญา และเขาใหญ่ พาโนวิลล์

นายพันสิน กล่าวอีกว่า ส่วนในกรุงเทพฯ บริษัทยังมีที่ดินอยู่ 3-4 ไร่ ย่านรัชโยธิน แต่ไม่คิดที่จะนำมาพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมหรือโครงการแนวสูง เนื่องจากไม่สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ในวงการธุรกิจอสังหาริม ทรัพย์ได้ โดยบริษัทสนใจโฮมออฟฟิศและทาวเฮาส์มากกว่า นอกจากนี้บริษัทยังมีที่ดินสะสมในมือที่อำเภอเมืองและอำเภอดอยสะเก็ดจังหวัด เชียงใหม่ด้วย โดยรวมที่ดินในมือราว 100 ไร่

นายพันสิน กล่าวอีกว่า ปัจจุบันตนดำเนินธุรกิจหลักคืออสังหาริมทรัพย์และโรงเรียนไทยวิจิตรศิลป์ และยอมรับว่าปัจจุบันรายได้จากธุรกิจโรงเรียนปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เดิมมีนักเรียนใหม่ 4,000 คนต่อปี ปัจจุบันอยู่ที่ 1,500 คนต่อปี ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมา 5 ปีแล้ว อาจเป็นผลมาจากจำนวนโรงเรียนเยอะขึ้น.




....................................................................................

ผู้บริหาร "ไทยวิจิตรศิลป์" หนีคอนโด กทม.เดือด รุกเปิดรีสอร์ทขายเร็ว
กรุงเทพธุรกิจ: 22 ธันวาคม พ.ศ. 2551 00:00:00



เขา ใหญ่บูมไม่เลิก รีสอร์ทใหม่แข่งเปิดตัว ล่าสุดผู้บริหารโรงเรียนไทยวิจิตรศิลป์โดดร่วมวง ประเดิมโครงการหรูแห่งแรก “เดอะ โคลด์เม้าน์เท่น” เขาใหญ่มูลค่า 250 ล้านบาท งัดกลยุทธ์ราคาต่ำกว่าครึ่ง ชนวิลล่าหรู "คีรีมายา"

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ตลาดรีสอร์ทตากอากาศทำเลเขาใหญ่ ยังคงเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ หลังโครงการวิลล่าสุดหรู "คีรี มายา" เพิ่งเปิดตัวเฟสใหม่ไปหมาดๆ ก็มีรายใหม่โดดร่วมวง เปิดตัวแข่งขันด้วยข้อเสนอหรูไม่แพ้กันแต่ขายราคาต่ำกว่าครึ่ง

นาย พันสิน ว่องกสิกร ประธาน บริษัท โคลด์เม้าน์เท่น จำกัด ผู้บริหารโรงเรียนไทยวิจิตรศิลป์ เผยว่า หลังจากชะลอการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไปนานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ช่วงวิกฤติฟองสบู่แตก ล่าสุดได้ตัดสินใจกลับมาพัฒนาโครงการอีกครั้ง โดยปรับรูปแบบจากการพัฒนาทาวน์เฮ้าส์ในกรุงเทพฯ มาเป็นการพัฒนาบ้านพักตากอากาศเขาใหญ่ บริเวณใกล้ด่านเขาใหญ่แทน

เนื่องจากความต้องการที่อยู่อาศัยใน กรุงเทพฯ เปลี่ยนมาเป็นคอนโดมากขึ้น ตลาดจึงกลายเป็นของรายใหญ่ ขณะที่ตลาดเขาใหญ่ 2-3 ปีที่ผ่านมาเติบโตมาก ทั้งในแง่ซัพพลายและดีมานด์จากคนไทยและต่างชาติ มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงตัดสินใจทยอยซื้อที่ดินโซนใกล้ด่านเขาใหญ่เก็บไว้หลายแปลง โดยจะเริ่มพัฒนาโครงการแรกในชื่อ “เดอะ โคลด์เม้าน์เท่น” เนื้อที่รวม 17 ไร่ ติดกับโครงการคีรีมายา รีสอร์ต แอนด์ สปา เป็นบ้านพักตากอากาศสไตล์โมเดิร์น ทรอปิคอล จำนวน 29 ยูนิต ขนาด 119-280 ตารางวา ราคาขายเฉลี่ย 5.4 - 8.3 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการราว 250 ล้านบาท

กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เน้นคนไทยที่ ต้องการบ้านหลังที่ 2 ที่ใกล้กรุงเทพฯ โดยในช่วง 1 เดือนที่เริ่มทำพรีเซลมียอดขายแล้ว 8 ยูนิต เป็นลูกค้าคนไทยทั้งหมด ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเป็นเพราะอยู่ในทำเลที่ติด กับรีสอร์ตชื่อดัง ประกอบกับกลุ่มคีรีมายาได้พัฒนาโครงการบ้านพักตากอากาศขายเช่นกัน แต่เจาะตลาดไฮเอนด์ระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ตลาดที่อยู่อาศัยย่านนี้จึงได้รับความสนใจมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยอมรับการเปิดตลาดในช่วงที่เศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศชะลอตัว กลุ่มลูกค้าต่างชาติหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเป็นเรื่องที่ยาก แต่เชื่อว่ายังมีโอกาสจากตลาดคนไทยที่มีกำลังซื้อ บวกกับมั่นใจในเรื่องทำเล รูปแบบบ้านที่ขายความเป็นธรรมชาติ และอาศัยการใช้กลยุทธ์ด้านราคามาช่วยกระตุ้นความต้องการทำให้เป็นราคาที่ ลูกค้าคนไทยสามารถจับต้องได้

นอกจากนี้ ยังติดตามสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับตัวได้ทัน และเน้นการสร้างบ้านสั่งสร้างตามยอดขายในสัดส่วนที่มากกว่าบ้านพร้อมอยู่ เพื่อลดความเสี่ยง ส่วนแผนการพัฒนาที่ดินที่เหลืออยู่อีก 2-3 แปลงในย่านใกล้เคียงกันจะรอดูผลตอบรับจากโครงการแรกก่อน หากมียอดขายเกิน 50% จะพิจารณาแผนลงทุนรอบใหม่ เพราะเม็ดเงินลงทุนทั้งหมดเป็นของบริษัทเอง ไม่ใช้การกู้แบงก์

ผู้บริหารไทยวิจิตรศิลป์ เริ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาตั้งแต่ปี 2532 โดยมีที่ดินสะสมใกล้โรงเรียน พัฒนาโครงการแรกชื่อ “รัชดาเพลส” และพัฒนาต่อเนื่องภายใต้แบรนด์ดังกล่าวรวม 3 โครงการในย่านใกล้เคียงกัน จนในปี 2534 เริ่มแตกแบรนด์ใหม่ "พหลโยธิน แมนชั่น"




....................................................................................

ข่าวจากแหล่งอื่นๆ

โคลด์เม้าน์เท่น”ยึดทำเลเขาใหญ่
ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ (22/12/2551)
Link: http://www.winnerestate.net/NewsDetail.aspx?news_id=528


‘พันสิน ว่องกสิกร’ รุกเขาใหญ่ผุดโครงการหรู
ที่มา: นสพ โลกวันนี้ (ปีที่ 10 ฉบับที่ 2444 ประจำวัน จันทร์ ที่ 22 ธันวาคม 2008)
Link: http://www.dailyworldtoday.com/colum...colum_id=18543




....................................................................................

Property Developer's Website
Link: http://www.thecoldmountain.com

Last edited by Gaia; December 30th, 2008 at 04:53 PM.
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old December 30th, 2008, 04:08 PM   #1417
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

"อาร์ตเดอฮิลล์"คึก บุกอสังหาเขาใหญ่ ขายบ้าน-ที่ดินเปล่า
ประชาชาติธุรกิจ: วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4063



อดีต มือการตลาด "แคปปิตอล โอเค" พลิกขั้วธุรกิจลุยอสังหาฯ ประเดิมโปรเจ็กต์แรก "อาร์ต เดอ ฮิลล์" บ้านพักตากอากาศแห่งใหม่ในเขาใหญ่ มูลค่าโครงการ 300-400 ล้านบาท ชูคอนเซ็ปต์เก๋ ทุกยูนิต design on demand


นาย ขวัญชัย โหมดประดิษฐ์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท อาร์ต เดอ ลิฟวิ่ง เดเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการอาร์ต เดอ ฮิลล์ 2 เขาใหญ่ เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจโดยรวมทั่วโลกจะชะลอตัวจากวิกฤตการเงิน แต่ธุรกิจบ้านพักตากอากาศบริเวณพื้นที่เขาใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากตลาดยังมีดีมานด์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงได้เปิดตัวโครงการบ้านพักตากอากาศแห่งใหม่ อาร์ต เดอ ฮิลล์ 2 เขาใหญ่ ก.ม. 27 บนที่ดิน 43 ไร่ประกอบด้วยบ้านพักตากอากาศ 30 ยูนิต และ รีสอร์ต 4 ยูนิต ขนาดพื้นที่ 300-500 ตร.ว. ส่วนราคาที่ดินเฉลี่ยราคาขายอยู่ที่ 4,000-9,000 บาท/ตร.ว. ปัจจุบันมียอดจองแล้ว 10% โดยบริษัทใช้กระแสเงินสดในการดำเนินการ

คอนเซ็ปต์ โครงการเป็นบ้านบนเนิน เนื่องจากตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 370 เมตร สามารถมองเห็นวิวเขาใหญ่ได้อย่างชัดเจน โดยโครงการนี้ไม่มีแบบบ้านให้ลูกค้าเลือก แต่บ้านแต่ละหลังที่จะสร้างขึ้นออกแบบโดยนำไอเดียมาจากลูกค้า (design on demand) จากนั้นทีมสถาปนิกจะนำแนวคิดที่ได้มาออกแบบอีกครั้ง

นาย ขวัญชัยกล่าวว่า สำหรับลูกค้าที่ตัดสินใจจองซื้อบ้านและที่ดินในช่วงนี้จนถึงสิ้นเดือนมกราคม 2552 จะได้รับส่วนลด 10% ภายใต้เงื่อนไขจะต้องปลูกสร้างบ้านภายใน 2 ปี หลังจากวันทำสัญญา โดยจะเก็บค่าส่วนกลางล่วงหน้า 2 ปี หากไม่สามารถดำเนินการได้บริษัทจะใช้สิทธิซื้อคืนในราคาเดิม
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old December 31st, 2008, 08:53 AM   #1418
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

Suwan Wajokkasikit Field Crops Research Station, Pak Chong District.
Recent Event: Kaset Fair
งานเกษตรแฟร์ ณ ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ (สถานีวิจัยพืชไร่สุวรรณวาจกกสิกิจ) อำเภอปากช่อง





ไร่สุวรรณ เป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ (National Corn and Sorghum Research Center) มีพื้นที่ประมาณ 2,500 ไร่ มีการจัดกิจกรรมด้านทัวร์เกษตรสำหรับนักท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และมีการจัดงานเกษตรแฟร์ทุกปี (Annual Event)

นี่เป็นภาพบรรยากาศของงานเกษตรแฟร์ประจำปี ที่จัดเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา






















Photos By:MPK and the595
Original Source: http://www.koratphotoclub.net


...

ทีหลัง ประเทศไทยจะจัดงานพืชสวนโลกอีก อย่าลืมมาลองจัดแถวปากช่อง บ้างเด้ออออ...
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old December 31st, 2008, 10:26 AM   #1419
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

จิม ทอมป์สัน ฟาร์มความงามจากผืนผ้าสู่คุณค่าบนผืนดิน
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ : วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2551
รายงานโดย :...ร้อยตะวันพันดาว:


นึกถึงความมันวาวบนผืนผ้าไหมพะยี่ห้อ “จิม ทอมป์สัน” แล้ว ไม่ต้องกังขาในคุณภาพว่าสวยโดดเด้งมีดีไซน์โดนใจไฮโซขนาดไหน

และถ้าลองนึกต่อไปอีกว่า ถ้าเกิด จิม ทอมป์สัน จะลงมาคลุกดินปลุกปั้นที่ดินสักผืนให้เป็นบ้านไร่ในสไตล์จิม ทอมป์สัน กะเขาดูบ้าง ความประณีตบนผืนผ้าจะถูกส่งมาถึงผืนดินหรือไม่...วินาทีที่ได้เดินทางมาถึง จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม อ.ปักธงชัย จ.โคราช คำตอบนั้นจะประจักษ์ชัด



ตัวเลขนักท่องเที่ยวเมื่อปีที่แล้วบอกว่า เพียงฟาร์มแห่งนี้เปิดให้คนเข้าชมเพียง 10 วัน มีคนแห่กันเข้าไปชมถึง 3 หมื่นคน เฉลี่ยวันละ 3,000 คน ก็น่าจะเป็นเหตุผลหนักแน่นที่มาสนับสนุนว่า ไม่ว่าจิม ทอมป์สัน จะหยิบจะจับทำอะไรนั้น กำลังอยู่ในสายตาของคนทุกคู่ที่เพ่งมอง ค่าที่ความประณีตในชิ้นงานที่ส่งผ่านบนผืนผ้าไหม และเมื่อมาสู่ธุรกิจใหม่ เช่น ฟาร์ม...ก็ถือว่าทำได้ดีไม่ผิดแผกกัน

ในปีนี้ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปรื่นรมย์ชมบรรยากาศกันแล้วตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมา และจะไปสิ้นสุดในวันที่ 4 ม.ค. ปีหน้า แม้เวลาจะสั้นไปหน่อย แต่ก็เข้ากันได้ดีกับบรรยากาศที่สายลมหนาวกำลังกรูเกรียวมาทักทายคนทุกภาค ของเมืองไทย



ถาม ว่าทำไมจิม ทอมป์สัน ถึงต้องทำฟาร์มทัวร์ขึ้นมา ในเมื่อแค่ผ้าไหมก็เอาชนะใจคนทั้งโลกได้อยู่แล้ว “เพราะอยากคืนกำไรสู่ภาคอีสาน เมื่อนึกถึงผ้าไหม ย่อมนึกถึงภาคอีสาน จิม ทอมป์สัน จึงอยากฟื้นวัฒนธรรมดั้งเดิมของอีสานกลับคืนมาให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้” หนึ่งในคำตอบจากปากของอาจารย์พหลไชย เปรมใจ สถาปนิกผู้ออกแบบหมู่บ้านอีสาน จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เมื่อจิม ทอมป์สัน มีความเป็นมือขายที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับผ้าไหมไทยให้เกรียงไกรไปทั่ว โลกได้ แม้แต่ “ผ้าขาวม้า คอลเลกชัน” ที่เนรมิตให้ผ้าขาวม้าหน้าตาธรรมดาๆ กลายเป็นของดูดีขึ้นมา จิม ทอมป์สันก็เป็นคนแรกที่นำผ้าตารางหมากรุกพื้นบ้านของไทยมาอวดสายตาคนทั่วโลก อย่างภาคภูมิ

ที่จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม จึงเป็นอีกมุมหนึ่งของธุรกิจที่ถูกสานต่อขึ้นมาจากผืนผ้าไหม โดยวางความโดดเด่นไปที่ “หมู่บ้านอีสาน” ซึ่งเป็นการอนุรักษ์เรือนไทยโคราชแบบดั้งเดิมที่ทีมงานทั้งอาจารย์พหลไชย หรืออาจารย์ทอม และพี่ธงชัย โพธิ์ไพบูลย์ ผู้จัดการฟาร์ม 2 และส่งเสริมหม่อนไหม ได้ช่วยกันออกตามหาเรือนไทยโคราชแบบดั้งเดิมในมือชาวบ้านที่กำลังเข้าขั้น ทรุดโทรม พร้อมกับขอซื้อต่อมาเพื่อนำมาปรับปรุงให้เป็นเรือนโคราชหน้าตาละม้ายของเดิม มากที่สุด



อาจารย์ ทอม เล่าว่า คนโคราชบอกว่าตัวเองไม่ใช่อีสาน เพราะมีวัฒนธรรมบางอย่างแตกต่าง เพลงโคราชก็ไม่เหมือนหมอลำ กลับละม้ายคล้ายเพลงลำตัด เรือนโคราชก็ไม่ใช่บ้านไทยสไตล์อีสาน กลับไปคลับคล้ายเรือนไทยอยุธยาที่มักทำหน้าจั่วของหลังคาให้มีทรงสูง เพียงแต่สิ่งที่สังเกตได้ในความเป็นเรือนโคราชก็คือ นอกจากจะมีหน้าตากระเดียดไปทางเรือนอยุธยาแล้ว กลับแฝงความเรียบง่ายและใสซื่อประสาคนชนบทซุกซ่อนอยู่ในนั้น

ที่นี่คุณจะ พบกับเรือนโคราช 3 หลัง แต่ละหลังมีเอกลักษณ์เฉพาะตน และมีอายุเกินร้อยปีขึ้นไปทั้งนั้น ทุกหลังมีการตั้งชื่อเรือนตามชื่อเจ้าของเดิม อย่างเรือนนางแตงอ่อน เป็นเรือนที่ทำฝาเรือนด้วย “ปรือ” พืชจำพวกเดียวกับต้นกก ไม่เคยรื้อเลย เรือนหลังนี้มีอายุ 150 ปี พอนำมาปรับปรุง อาจารย์บอกว่าไม่สามารถหาต้นปรือในโคราชได้ ต้องไปใช้ต้นปรือจากขอนแก่น และอีกเรือนที่มีเรื่องเล่าก็คือเรือนนางเผอะ ที่พอไปซื้อมาแล้ว และนำมาปรับปรุงใหม่ ครั้นเจ้าของบ้านมาเห็นเข้าถึงกับน้ำตาไหล ไม่คิดว่าเรือนที่ตัวเองเคยอยู่อาศัยจะดูสวยและมีเสน่ห์ถึงเพียงนี้

พูดไปก็เหมือนยอกันเกินเหตุ อยากให้คุณได้มีโอกาสเข้าไปชมด้วยตาตัวเองดีกว่า...



นอก จากหมู่บ้านโคราชอันเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่ชวนมองของฟาร์มแห่งนี้ ในปีนี้จิม ทอมป์สัน ยังเพิ่มความพิเศษขึ้นอีกนิดตรงที่เปิดพื้นที่กว่า 10 ไร่ ทำเป็นนาข้าวให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ข้าวพันธุ์ต่างๆ ของภาคอีสาน มองเห็นวิธีการปลูกและกระบวนการผลิตข้าวแบบอีสานพื้นบ้านกันแท้จริง และถ้าใครจะซื้อไปเป็นของฝาก เขาก็แพ็กในห่อผ้าขาวม้าดูน่ารักมาก เหมาะเป็นของขวัญปีใหม่เป็นที่สุด



แต่ละจุดของฟาร์มนี้มีความสนุก สนานครบทุกรส ไล่เรียงตั้งแต่ประตูทางเข้า คุณจะพบซุ้มจำหน่ายผลผลิต อันที่จริงจุดนี้น่าจะเป็นจุดสุดท้ายไว้สั่งลาก่อนกลับบ้านมากกว่า ด้วยผลผลิตทางการเกษตรที่ปลูกได้ในฟาร์มแห่งนี้ รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ที่ผลิตขึ้นเอง อาทิ แยมลูกหม่อน น้ำผึ้งเลี้ยงจากเกสรดอกลำไย ฯลฯ ครั้นลัดเลาะผ่านทุ่งปอเทืองเหลืองอร่ามที่มีการปลูกแทรกแซมกับต้นหม่อน ก็มาถึงจุดที่ 2 อันเป็นฟาร์มเห็ดและไม้ดอกเมืองหนาว

เห็ดน่ะไม่เร้าใจ เท่าไหร่หรอกค่ะสำหรับคนไทย แต่สีสันของไม้ดอกเมืองหนาวและแปลงผักไร้ดินนี่สิ กระตุกหัวใจให้ตื่นเต้นได้ในทันทีที่แรกเห็น ดอกไม้มากสีสัน ผักสลัดอร่ามตาน่ารับประทาน ส่วนจุดที่ 3 เป็นเรื่องราวของหมู่บ้านอีสานและหมู่บ้านโคราช ให้คุณได้สัมผัสวิถีชีวิตพื้นบ้านตามประสาคนโคราช แถมยังได้อิ่มอร่อยกับอาหารพื้นบ้าน บางอย่างหารับประทานไม่ได้ในเมืองกรุง มีการแสดงของชาวอีสาน หมอดูพื้นบ้าน และทุ่งข้าวเขียวขจี แถมถ้าร่างกายออกอาการเพลีย ยังมีสปาบ้านทุ่งให้บริการด้วยอีก



จุด ที่ 4 เป็นแปลงปลูกดอกทานตะวัน ซึ่งวันที่ไปเยือนนั้นทานตะวันยังแทงก้านสูงขึ้นมาไม่เท่าไหร่ แถมยังไม่ออกดอกเสียด้วย เพราะปีนี้ฝนนานกว่าทุกปี เลยทำให้ดอกทานตะวันบานช้ากว่าทุกปีเช่นกัน แต่คาดว่า ช่วงปีใหม่นี้คุณจะได้เห็นทานตะวันบานสะพรั่งแข่งกันเต็มท้องทุ่ง จากทุ่งทานตะวันแล้วอย่าลืมแวะชมจุดจำหน่ายฟักทองที่มีฟักทองให้เลือกกว่า 20 สายพันธุ์ ทั้งกินได้และไว้โชว์ ที่นี่ดูเหมือนจะเป็นสวนสนุกกลางธรรมชาติของคุณหนูๆ เพราะเด็กทุกคนต้องตาโตกับฟักทองลูกยักษ์มากมาย ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็คงจับจ่ายซื้อฟักทองหน้าตาแปลกๆ กลับไปรับประทานเล่นกันที่บ้าน ที่ขายดีและการันตีในความอร่อยจากหลายปากเห็นจะเป็นเจ้าฟักทองสีเงินกับสี ทอง พอนำมาต้มแล้วรสชาติหวานมัน ส่วนเจ้าบัตเตอร์นัตนั้น แม้มันไม่เท่า แต่ก็มีความหวานธรรมชาติ อร่อยไปอีกแบบ

ส่วนอีกสองจุดสุดท้ายเป็นจุดชม วิวและแปลงผักไร้สารที่ทางจิม ทอมป์สัน เองพยายามเตรียมดินเพื่อทำเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง ที่ต้องรอฟื้นดินสักระยะ ตรงจุดนี้คุณจะได้เก็บผักปลอดสารพิษตามอัธยาศัย ก่อนกลับไปยังจุดแรกอันเป็นจุดจำหน่ายผลผลิต และแม้ว่าทั่วฟาร์มจะกว้างใหญ่ มีพื้นที่นับร้อยๆ ไร่ แต่ตลอดการชมฟาร์มเขาได้จัดเตรียมรถบริการนักท่องเที่ยวทุกคน พร้อมจัดระบบคิวอย่างดี รับรองว่าทั่วถึงกันหมด

หนึ่งวันเต็มๆ ที่คุณจะได้สนุกอยู่ในฟาร์มทัวร์ตามแบบฉบับจิม ทอมป์สัน และคุณจะเข้าใจเลยว่าความงามที่เคยปรากฏบนผืนผ้าไหมมากด้วยเสน่ห์เหลือล้น เช่นไร คุณค่าบนผืนดินที่ให้คนไทยทุกคนร่วมกันรื่นรมย์ก็มากด้วยความหมายและน่า ประทับใจไม่รู้ลืมเช่นกัน








......................................................................................

Pak Thong Chai District
Farm Tour 2008 @ Jim Thompson
ท่องฟาร์ม จิม ทอมป์สัน อำเภอปักธงชัย (20 Dec 2008- 4 Jan 2009)






New highlight, a cluster of Korat vernacular houses



Photo: new350d.multiply

Link: http://www.jimthompson.com
Gaia no está en línea   Reply With Quote
Old December 31st, 2008, 10:45 AM   #1420
Gaia
Registered User
 
Join Date: Oct 2006
Posts: 5,616
Likes (Received): 118

ประทับเยือนเมืองโคราช วันแห่งความสุข
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์: วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2551
รายงานโดย :ม.ล.สราลี กิติยากร



สวัสดีค่ะ เข้าปีที่สามแล้วนะคะ ที่ทางรายการเที่ยวละไม ไทยแลนด์เวิลด์

ได้ รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเพื่อทรงถ่ายทำรายการกับน้ำผึ้งและท่านแม่ (ท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร) สำหรับในปีนี้น้ำผึ้งได้กราบทูลเชิญเสด็จไปที่ จ.นครราชสีมา อันเป็นบ้านที่สองของครอบครัวเราค่ะ เนื่องจากท่านแม่ได้มาประทับอยู่ที่เมืองย่าโมอย่างถาวรเมื่อหลายปีก่อนแล้ว ล่ะค่ะ ดังนั้นการมาเที่ยวส่งท้ายปีเก่าของเราจึงเริ่มต้นด้วยการมาสักการะย่าโม ยังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เพื่อขอความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ที่จะมาเยือนในอีกไม่กี่วันนี้กันก่อนที่ จะเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ ของเมืองโคราชค่ะ



ถัดไปจะเป็นจุดแสดงซากไดโนเสาร์ ที่ขุดพบได้ในบริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่งการเดินเพื่อเข้าไปชมยังจุดนี้ ทุกคนจะต้องผ่านไดโนเสาร์กินเนื้อจำลองตัวเขื่อง ที่ได้มีการติดระบบกลไกให้เคลื่อนไหว แหม...เดินกันเพลินๆ มาถึงตรงนี้เป็นต้องหยุดชะงักเหมือนกัน นึกว่ามาเจอทีเร็กซ์ตัวจริง ยังกับ มาแดนจูราสสิกอย่างในภาพยนตร์แน่ะค่ะ เอาอย่างนี้ก็แล้วกันขนาดท่านแม่ยังไม่ทรงยอมเสด็จผ่าน ขอรอให้มีเจ้าหน้าที่เดินผ่านเพื่อให้กลไกทำงานเสร็จสิ้นก่อน ท่านถึง เสด็จได้ เพราะกว่าที่ไดโนเสาร์ตัวนี้จะขยับปากอีกครั้งคงต้องรออีกพักนึงเลยล่ะค่ะ งานนี้ต้องขอชมว่าเขาทุ่มทุนสร้างไฮเทคไม่แพ้พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพฯ เลย และในแต่ละอาคารก็จะมีมัลติมีเดียเป็นภาพและเสียงอธิบายเรื่องราวความเป็นมา เพื่อให้ผู้เข้าชมทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้นอีกด้วย นับว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีความทันสมัยน่าสนใจมากทีเดียวค่ะ



ทั้งพระองค์โสม ท่านแม่ และน้ำผึ้งนอกจากได้รับความรู้แล้ว ยังได้รับความเพลิดเพลินจนลืมเวลาเลยล่ะค่ะ แค่วันแรกของการเดินทางน้ำผึ้งก็รู้สึกคุ้มค่ากับเวลาที่ได้มาเที่ยวด้วยกัน แล้ว ในวันรุ่งขึ้นน้ำผึ้งทูลเชิญพระองค์โสม และท่านแม่ ไปชมความน่ารักของสุนัขกันที่ศูนย์การสุนัขทหาร กรมการสัตว์ทหารบก ที่หน่วยงานนี้มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการผลิต การฝึก และควบคุมมาตรฐานการใช้งานสุนัขทหาร ที่ดำเนินงานมากว่า 40 ปี ซึ่งสุนัขที่ผ่านการฝึกฝนและสามารถปฏิบัติงานทางทหารได้นั้น ได้สร้างวีรกรรมที่น่ายกย่องมาแล้วมากมาย อย่างล่าสุดกับสุนัขที่ชื่อก๊อตดี้ เป็นสุนัขเพศเมีย สายพันธุ์เยอรมัน เชฟเพิร์ด ที่เสียชีวิตโดนระเบิดจากการปฏิบัติหน้าที่ที่สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ดูร่างสตัฟฟ์ของก๊อตดี้ สุนัขนักสู้ ที่ได้มีการเก็บรักษาไว้อย่างดี พร้อมจารึกวีรกรรมในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ พระองค์โสม ท่านแม่ และน้ำผึ้ง มีความรู้สึกทั้งชื่นชมในความสามารถและเศร้าใจ เพราะโดยส่วนตัวของพวกเราแล้วเป็นคนที่รักสุนัข ยิ่งมารู้ถึงภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่เขาต้องไปปฏิบัติหน้าที่ ขนาดเป็นสุนัขแต่เขาก็ยังมีความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ทำประโยชน์เพื่อชาติจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต ทำเอาใจหดหู่ไปตามๆ กัน จากอารมณ์เศร้าๆ พอได้มาดูลูกสุนัขสายพันธุ์ต่างๆ ซึ่งมีทั้ง ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เบลเยียมมาลีนอย เชฟเพิร์ด เยอรมัน เชฟเพิร์ด ร็อตไวเรอร์ โดเบอร์แมน ทำให้อารมณ์กลับมาเบิกบานอีกครั้งด้วยเห็นพฤติกรรมอันน่ารักและไร้เดียงสา ของสุนัขตัวน้อยๆ ทั้งยังได้มาชมการฝึกลูกสุนัข แหม...ช่างฉลาด น่ารักน่าเอ็นดูทุกตัวเลยล่ะค่ะ

จากนั้นได้ไปชมการแสดงของสุนัขโตที่ผ่านการฝึกฝนมาแล้ว โดยสุนัขแต่ละตัวจะมีความสามารถที่แตกต่างกันไปค่ะ อย่างตัวไหนที่ชอบดมกลิ่น เขาจะฝึกให้ดมกลิ่นค้นหาสิ่งของ ยาเสพติด ค้นหาระเบิด การหลบซ่อนคน เป็นต้น บางตัวชอบจู่โจม ก็จะฝึกหน้าที่เป็นยาม หรือหน่วยลาดตระเวนค่ะ มาถึงตรงนี้ท่านแม่ก็ได้เจอเซอร์ไพรส์จากหนูสมหวังและหนูอ่อนโยน สุนัขที่ท่านแม่ทรงเลี้ยงถูกส่งมาฝึกมารยาทที่นี่ ได้ออกมาถวายการต้อนรับท่านแม่ งานนี้ดีใจทั้งคนและสุนัขเพราะต่างไม่ได้เจอกันมานานหลายเดือน แต่สุดท้ายก็ต้องร่ำลาจากกัน เพราะเราต้องเดินทางกันต่อไปยังฟาร์มโชคชัย

พอพูดถึงฟาร์มโชคชัยน้ำผึ้งเชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันดี แต่ยังมีบางมุมของที่นี่ที่หลายคนยังไม่รู้ค่ะ โดยเฉพาะมุมเวิร์กช็อป สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้มาร่วมทำไอศกรีม แต่กิจกรรมนี้เขาจะเปิดบริการเฉพาะลูกค้าที่มาพักในโชคชัยแคมป์เท่านั้นนะคะ เป็นกิจกรรมที่ทั้งสนุกทั้งอร่อย พระองค์โสมทรงได้ทดลองทำไอศกรีม โดยมีท่านแม่คอยถวายกำลังพระทัยอยู่ใกล้ๆ ส่วนน้ำผึ้งโดนไปฝึกรีดนมวัวค่ะ จะว่าไปการรีดนมวัวด้วยมือเรานั้นก็ไม่ยากนะคะ แต่มันเมื่อยแขนนะคะ น้ำผึ้งเลยขอรีดพอเอาไปโชว์ให้ทั้งสองพระองค์ได้ทอดพระเนตร พอดีกับที่ทรงทำไอศกรีมเสร็จเลยได้ชิมความหวานมันของไอศกรีมรสวานิลลา และรสรัมเรซิน แหม...รู้สึกชื่นใจดีจัง ทั้งอร่อยอีกด้วยนะคะ จากนั้นเรานั่งรถของทางฟาร์มไปเที่ยวชมรอบๆ ฟาร์ม จุดแรกที่รถจอด เป็นจุดชมการแสดงคาวบอยค่ะ จากนั้นเป็นการชมการแสดงสัตว์แสนรู้ ต่อด้วยการเลี้ยงอาหารสัตว์ และป้อนนมลูกวัวค่ะ เผอิญน้ำผึ้งเหลือบไปเห็นลูกแพะที่เพิ่งคลอดได้เพียงไม่กี่วัน ตัวสีขาวเล็กนิดเดียว ทั้งพระองค์โสมและน้ำผึ้งเลยขอมาอุ้มเล่น เพลิดเพลินกับเหล่าสัตว์ทั้งหลายกันพักใหญ่ เราไปปิดโปรแกรมการท่องเที่ยวสำหรับวันนี้กันที่บริเวณโชคชัยแคมป์ กับบรรยากาศความเป็นป่า อันเป็นแนวคิดของคุณโชคที่ต้องการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับฟาร์มโชคชัยมากยิ่งขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เปลี่ยนบรรยากาศจากการพักผ่อนแบบหรูหราในโรงแรม ระดับห้าดาว มาเป็นการนอนเต็นท์ระดับห้าดาว ที่มีกลิ่นอายของความเป็นธรรมชาติอย่างลงตัว แบบมีสไตล์ของความเป็นโชคชัยฟาร์มค่ะ และอย่าลืมติดตามชมกันให้ได้นะคะ วันอาทิตย์นี้เวลา 06.25 น. ทางช่อง 3 ค่ะ




................................................................................................

อิ่มรัก รับโอโซน ที่วังน้ำเขียว
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์: วันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2552
รายงานโดย :ม.ล.สราลี กิติยากร







สวัสดีค่ะ สัปดาห์นี้รายการเที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์ ยังคงได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

เสด็จ ไปถ่ายทำรายการร่วมกับท่านแม่ (ท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร) และน้ำผึ้ง สำหรับโปรแกรมการท่องเที่ยวครั้งนี้เราอยู่ที่ อ.ปักธงชัย และ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ค่ะ โดยการท่องเที่ยวของเราเป็นการท่องเที่ยวแบบเชิงเกษตร ซึ่งเราเริ่มต้นกันที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์มค่ะ พอดีทางฟาร์มเขาจัดงาน “เทศกาลฟาร์มทัวร์” เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเป็นประจำทุกปี โดยมีรถนำเที่ยวสีสันสดใสพาไปส่งยังจุดต่างๆ ภายในงาน

จุดแรกที่เราไปชมเป็นศูนย์จำหน่ายผลิตผล จะมีผลิตผลทางการเกษตรจำหน่ายมากมายในราคาย่อมเยาค่ะ จากนั้นได้ไปชมโรงเพาะเห็ดขนาดย่อม ถัดไปเป็นแปลงผักไฮโดรโพนิก เดินต่อไปอีกนิดนึงจะเป็นสวนดอกไม้เมืองหนาว ที่สีดอกสดใสตัดกันจนอดไม่ได้ ที่จะขอโพสท่าถ่ายรูปกับดอกไม้กันสักหน่อยค่ะ

จากนั้นเรานั่งรถกันต่อไปยังหมู่บ้านอีสาน และหมู่บ้านโคราช อันเป็นเรือนเก่าที่ได้ยกมาไว้ที่นี่ ทั้งยังจำลองวิถีชีวิตพื้นเมืองเดิม ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดกันค่ะ พระองค์โสมทรงได้ทดลองสีข้าวแบบสีด้วยมือ และฟัดข้าวด้วยพระองค์เอง ส่วนน้ำผึ้งก็ได้ลองทำเหมือนกัน จึงรู้สึกว่ากว่าจะได้ข้าวแต่ละเม็ดทำไมช่างยากจัง นับถือคนสมัยก่อนจริงๆ ค่ะ ใกล้ๆ กันจะเป็นลานเลี้ยงไหมและสาวไหม จุดนี้น้ำผึ้งเป็นต้องกระโดดหนีเมื่อเห็นนอนไหมในกระด้ง โอ้โฮ! ตัวใหญ่...ยั้วเยี้ยเต็มกระด้งเลย คงไม่ขอเข้าใกล้ด้วยคนนึงล่ะค่ะ...กลัวหนอน...น...น



ถัด ไปบริเวณใต้ถุนบ้านจะมีการทอผ้า และงานสาน ทั้งยังมีสินค้าพื้นเมืองคุณภาพจำหน่ายอีกด้วย น้ำผึ้งได้ผ้าพันคอผ้าไหมหลายผืนเลย ทำเอากระเป๋าเบาไปเหมือนกัน จากจุดนี้เราไปที่เรือนฟักทองหลากหลายสายพันธุ์จากทั่วโลก โอ้...แม่เจ้า...ฟักทองที่นี่ลูกใหญ่มาก พระองค์โสมและท่านแม่ดูจะสุขพระทัยทรงฮัมเพลงซินเดอเรลลา และทรงรับสั่งว่า “ที่ร้องเพลงนี้เพราะฟักทองลูกนี้ชื่อซินเดอเรลลา”

เราเดินชมจนถึงซุ้มชิมฟักทอง อืม...แต่ละสายพันธุ์เนื้อหวานละมุนลิ้นเชียวค่ะ และเราก็ไปสิ้นสุดกันที่จุดชมวิว ชมบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดิน สวยงามมากจนน้ำผึ้งต้องหยิบกล้องมาชักภาพวิวในช่วงเวลานั้น ก็ได้ไปหลายภาพเลยค่ะ ทั้งพระองค์โสม ท่านแม่ และน้ำผึ้งรู้สึกเต็มอิ่มกับการได้มาเที่ยวในวันนี้เป็นอย่างมาก เพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศจากการได้ไปชมการจำลองงานเกษตร



ในวันรุ่งขึ้นน้ำผึ้งได้ทูลเชิญเสด็จไปเที่ยวที่ อ.วังน้ำเขียว ไปสัมผัสธรรมชาติกับงานเกษตรฝีมือชาวบ้านแท้ๆ ประเดิมกันที่ไร่ป.ปราการ หรือว่าไร่ลุงเปีย น้ำผึ้งชวนทั้งสองพระองค์มาเก็บผักสดๆ อย่างบัตเตอร์เฮด เรดโอ๊ก กรีนโอ๊ก เบบี้แครอต และอีกหลายอย่าง พระองค์โสมและน้ำผึ้งเลยแปลงโฉมเป็นชาวไร่นั่งเก็บผักเป็นเข่งๆ เลยล่ะค่ะ มีท่านแม่คอยเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆ หลังจากได้ผักจนเป็นที่พอใจแล้ว ท่านแม่แนะนำให้ไปฟาร์มเห็ดชื่อ “วังน้ำเขียวฟาร์ม” เป็นฟาร์มเห็ดระบบปิดติดแอร์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานขณะนี้ มีการปลูกเห็ดเมืองหนาวที่ต้องควบคุมอุณหภูมิและแสง เช่น เห็ดเออร์รินจิ และเห็ดโคนญี่ปุ่นค่ะ ที่นี่ไม่ใช่มีแค่ฟาร์มเห็ดติดแอร์เท่านั้นนะคะ ยังมีฟาร์มเห็ดระบบเปิดเป็นแบบธรรมชาติด้วยสำหรับปลูกเห็ดหอม เห็ดหลินจือ และเห็ดหัวลิง ทราบมาว่าที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ศึกษาดูงานด้านการเพาะเห็ด ให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจ ดังนั้น เราจึงได้ทดลองเก็บและดูเห็ดสดๆ งอกจากก้อนเชื้อ ทั้งยังได้ดูวิธีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเห็ดอีกมากมายค่ะ โดยประโยชน์จากเห็ดเหล่านี้ ไม่เพียงจะมีสรรพคุณด้านการต้านโรค แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วยค่ะ

งาน นี้ทั้งพระองค์โสม ท่านแม่ และน้ำผึ้งอุดหนุนทั้งเห็ดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเห็ดหลายอย่างเชียวค่ะ ส่วนด้านนอกฟาร์มชาวบ้านได้จัดแปลงปลูกดอกเบญจมาศให้ได้ชมกัน โดยไม่ต้องเดินทางไปชมที่อื่นอีกด้วยค่ะดูๆ มา น้ำผึ้งว่าสวยทุกสีเลยค่ะ ท่านแม่โปรดมาก พระองค์โสม และน้ำผึ้งจึงได้ช่วยกันเลือกดอกสวยๆ หลากสีรวมเป็นช่อมาถวายค่ะ

หลังจากที่เก็บดอกไม้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว น้ำผึ้งได้ทูลเชิญทั้งสองพระองค์ไปพักผ่อนพระอิริยาบทที่อิมภู ฮิลล์ เมื่อมาถึงท่านแม่ทรงขอพักผ่อน พระองค์โสม และน้ำผึ้งเลยใช้เวลานี้ปรุงรักเติมรส ด้วยการนำผักที่เราเก็บกันมาทำเป็นสลัดผัก ส่วนเห็ดทำเป็นเห็ดย่างซีอิ๊ว มาจัดลงจานสวยๆ กับแจกันใบโตที่ได้บรรจงมือนำดอกเบญจมาศดอกงามแต่ละดอกลงแจกันด้วยความ ตั้งใจ ก่อนนำทุกอย่างไปจัดวางบนโต๊ะ เพื่อรอรับประทานร่วมกัน ถึงแม้ว่าดูจะเป็นมื้อเล็กๆ แต่ทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะนี้มาจากความรักที่พวกเราสามคนแม่ลูก ได้ร่วมกันปรุงความรักของเราให้มีรสชาติเสมอ

ที่สำคัญทั้งพระองค์โสม ท่านแม่ และน้ำผึ้งต่างมีความสุข อบอุ่นในรักที่ทุกคนต่างเติมเต็มให้กันไม่ขาด ติดตามชมได้ในรายการเที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์ วันอาทิตย์นี้ เวลา 06.20 น. ทางช่อง 3 นะคะ

Last edited by Gaia; January 8th, 2009 at 12:51 PM.
Gaia no está en línea   Reply With Quote


Reply

Tags
thailand

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 02:24 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu