daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Architecture and Urban Facilities

Architecture and Urban Facilities Architectural wonders of Thailand and Special focussion on Urban Mobilities



Reply

 
Thread Tools
Old October 4th, 2007, 07:16 PM   #841
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

Thai cabinet approves 56 bln baht Bangkok railway construction

10.02.07, 7:37 AM ET


BANGKOK (Thomson Financial) - The Thai cabinet on Tuesday approved the construction of a new railway line worth 56 billion baht as part of an infrastructure project aimed at easing Bangkok's notorious traffic congestion.

'The project will help reduce traffic congestion and conserve energy in the long term,' said Arkhom Termpittayapaisith, deputy secretary general of the state-run think tank National Economic Social Development Board.

The new SkyTrain line will connect Bangkok's sprawling weekend market to the southwest of the capital and is expected to start operations in 2012.

Bangkok existing mass transit system has only three lines -- two above ground, and one underground -- totalling 75 kilometers (47 miles) of tracks. Together the three lines carry almost 630,000 passengers a day.



http://www.forbes.com/markets/feeds/...fx4176590.html
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old October 5th, 2007, 09:54 AM   #842
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

คลังเสนอญี่ปุ่นทบทวนเงื่อนไขดอกเบี้ยเงินกู้เจบิก

Nation 5/10/2007 14:38 น.


รมช. คลัง สมหมาย ภาษี กล่าวว่า ในการหารือกับ Mr.Naoyuki Shinohara Vice Minister of Finance for International Affairs, Ministry of Finance ของญี่ปุ่น ในช่วงต้นสัปดาห์ เพื่อขอให้ญี่ปุ่นทบทวนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) การก่อสร้างรถไฟฟ้าเส้นทางต่าง ๆ โดยเจบิกคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.5 ระยะเวลา 25 ปี เพราะเงื่อนไขดังกล่าวมองว่าไม่เหมาะสำหรับไทยที่เป็นประเทศขนาดเล็กและมีรายได้ไม่สูงมากนัก สำหรับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ได้เปิดทางให้ทุกแหล่งทุนเข้าร่วมปล่อยกู้ เพราะหากเจบิกปล่อยกู้ไม่ได้ก็ต้องใช้แหล่งทุนอื่น เช่น จีน ได้แสดงความสนใจในการปล่อยกู้ แต่อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ 15 ปี ซึ่งต้องเจรจาเงื่อนไขเพิ่มเติม โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้เอกชนไทยเข้าร่วมก่อสร้างด้วยครึ่งต่อครึ่ง
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 7th, 2007, 07:22 PM   #843
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

เอกชนเซ็งรัฐยึกยัก"รถไฟฟ้า" สั่งลุยประมูลแต่หาเงินกู้ไม่ได้

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 08 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3938 (3138)


เอกชนไม่ขานรับ ครม.อนุมัติเปิดประมูลรถ ไฟฟ้าสายสีม่วง บางซื่อ-บางใหญ่ เซ็งได้แต่พูด เผยโครงการยังต้องทำรายละเอียดอีกตรึม ชี้แผนแหล่งเงินกู้ยังลูกผีลูกคน เจบิกตั้งแง่ อ้างแผนร่วมทุนเอกชนไม่เคลียร์ แถมฟันดอกเบี้ยแพง ด้านสถาบันการเงินจีนตั้งท่าเข้าเสียบ ยื่นข้อเสนอ ดอกเบี้ยต่ำ 0-3% แต่มีเงื่อนไขต้องใช้ผู้รับเหมาจีน ส่วนคลังดอดเจรจากองทุนน้ำมันขอเจียดเงินเพิ่มหวังดันโครงการรถไฟฟ้า

นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้การรถไฟฟ้าขนส่ง มวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ประกวดราคาก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ระยะทาง 23 กิโลเมตร วงเงิน 31,217 ล้านบาทแล้วนั้น การดำเนินการต่อจากนี้ กระทรวงคมนาคมจะนำมติ ครม.มาหารือกับ รฟม.ลงลึกรายละเอียดด้านอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ค่าเวนคืนที่ดิน 9,300 ล้านบาท ครม.ติงว่าวงเงินสูงเกินไป ให้ไปตรวจสอบราคากับกรมธนารักษ์ใหม่ ถ้าราคาที่ รฟม.เสนอเป็นที่ยอมรับได้ก็จ่ายเงินค่าเวนคืนได้เลย

นอกจากนี้มีเรื่องรูปแบบการให้เอกชนเข้ามาลงทุนในส่วนของระบบรถไฟฟ้า วงเงิน 13,000 ล้านบาท ขอความชัดเจนว่าเงื่อนไขที่จะให้เอกชนมีอะไรบ้าง เช่น การแบ่งส่วนแบ่งรายได้จากการเก็บค่าโดยสาร โดยให้ศึกษาจากสัมปทานบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอล เป็นตัวแบบ เพราะรัฐจะลงทุนซื้อรถไฟฟ้าเอง จึงต้องใช้เงินลงทุนเพิ่ม ทั้งนี้เมื่อได้ข้อสรุปแล้วกระทรวงคมนาคมจะต้องเสนอไปที่สภาพัฒน์อีกครั้งก่อนเสนอให้ ครม.พิจารณาตามขั้นตอน

ขายแบบประมูลสิ้น ต.ค.

ผู้สื่อข่าวถามว่า ความเป็นไปได้ของโครงการจะเกิดได้จริงแค่ไหน หลังจากรัฐบาลชุดนี้หมดวาระ เพราะถึงสิ้นปีนี้ได้เริ่มต้นแค่กระบวนการประกาศขายเอกสารประกาดราคาเท่านั้น

"เราวางระบบและทำงานในขั้นเตรียมโครงการไว้ให้ ทั้ง 5 สายตอนนี้เดินหน้าหมด แต่เราจะไปให้คำการันตีไม่ได้ว่าโครงการจะไม่ถูกปรับเปลี่ยนอีก แต่เราพยายามหาวิธีลดการลงทุนของภาครัฐให้มากที่สุด ส่วนประเด็นการประกวดราคาที่มีแผนจะเริ่มได้ภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ทุกอย่างจะทำคู่ขนานกันไป ดังนั้นที่วิตกว่าค่าเวนคืนยังไม่ได้ข้อสรุปวงเงินแล้วจะมีผลทำให้โครงการเปิดประกวดราคาไม่ได้นั้น ไม่น่าจะเป็นปัญหาคาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบวงเงินไม่นาน 1-2 อาทิตย์ อีกประเด็นหนึ่งคือแหล่งเงินลงทุนโครงการเป็นหน้าที่ของกระทรวงคลังที่จะไปพิจารณาดำเนินการ" นายสรรเสริญกล่าว

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ รฟม. เปิดเผยว่า หลังจากนี้ รฟม.ทำหนังสือถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้รับเหมา สถานทูต เป็นต้น เพื่อแจ้งว่า ครม.ได้อนุมัติก่อสร้างโครงการแล้วและให้มีการเตรียมตัวเพื่อเสนอตัวเข้าประมูลงานก่อนที่จะประกาศขายเอกสารประกวดราคา คาดว่าจะประกาศได้ปลายเดือนตุลาคมนี้ และใช้ระยะเวลาในการประกาศประมาณ 10-15 วัน จากนั้นจะให้เวลาผู้รับเหมาในการดำเนินการในรายละเอียดข้อเสนอประมาณ 90 วัน และเปิดให้ยื่นซองประกวดราคาได้ประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2551 คาดว่าจะเซ็นสัญญาก่อสร้างได้ภายในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2551

แผนก่อสร้างซอย 4 สัญญา

สำหรับการประกวดราคาก่อสร้างโครงการ รฟม.จะแบ่งออกเป็น 4 สัญญา ในวงเงิน 31,217 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.สัญญางานสร้างทางช่วงบางใหญ่-สะพานพระนั่งเกล้า ค่าก่อสร้าง 11,540 ล้านบาท 2.สัญญางานก่อสร้างทางช่วงสะพานพระนั่งเกล้า-บางซื่อ ค่าก่อสร้าง 10,709 ล้านบาท 3.งานก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงและอาคารจอดรถ ค่าก่อสร้าง 5,595 ล้านบาท 4.งานวางระบบราง ค่าก่อสร้าง 3,373 ล้านบาท

นายประภัสร์กล่าวต่อว่า แผนการลงทุนโครง การรถไฟฟ้าสายสีม่วง ค่าเวนคืนและค่าที่ปรึกษาจะใช้งบประมาณจากรัฐบาล ซึ่งในปีงบประมาณ 2550 รฟม.ได้เงินค่าเวนคืนมาแล้วส่วนหนึ่ง 1,500 ล้านบาท ส่วนงานโยธาก่อสร้าง วงเงิน 31,217 ล้านบาท จะเป็นการใช้เงินกู้ทั้งหมด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลังจะเป็นคนพิจารณาว่าจะมาจากแหล่งไหนบ้าง แต่ถ้าเป็นธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งประเทศญี่ปุ่น (เจบิก) จะให้การสนับสนุนอยู่ที่ 70-75% ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่เคยให้แต่เดิม ส่วนระบบรถไฟฟ้าวงเงิน 13,000 ล้านบาท เอกชนจะเป็นคนลงทุน

ด้านแหล่งข่าวจากกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ในการประเมินราคาค่าเวนคืนของสายสีม่วง อย่างเร็วที่สุดจะใช้เวลาอย่างน้อย 2 เดือนขึ้นไปในการพิจารณา เนื่องจากจะต้องพิจารณาและตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายเวนคืนและราคาประเมินของทางราชการ อีกทั้งมาดูราคาตลาดด้วย ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าราคาที่ รฟม.คิดมานั้นถูกต้องหรือไม่

รับเหมาเซ็ง-หวั่นรัฐบาลใหม่รื้ออีก

แหล่งข่าวจากบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไม่รู้สึกตื่นเต้นที่ ครม.อนุมัติประกวดราคาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา เนื่องจากโครงการนี้พูดกันมาหลายรอบแล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ที่สำคัญระยะเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาลอีก 2 เดือนข้างหน้านี้ คงจะทำอะไรได้ไม่มาก ได้แค่ออกประกาศขายแบบ เพราะแหล่งเงินยังไม่ชัดเจน ค่าเวนคืนยังไม่ลงตัว ทำให้เอกชนไม่มั่นใจว่าเมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาโครงการจะถูกทบทวนอีกหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาจะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง

"ประสบการณ์ในอดีตสมัยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีการประกาศพีคิวผู้รับเหมาไปแล้วด้วย แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐมนตรีใหม่โครงการถูกยกเลิกและนำมาทบทวนใหม่อีกทั้งๆ ที่เป็นรัฐมนตรีที่มาจากพรรคเดียวกัน"

นายไผท ชาครบัณฑิต รองประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทกำลังเตรียมตัวอยู่และดูว่าจะร่วมทุนกับใครบ้าง ซึ่งจะต้องรอดู ทีโออาร์ว่าจะกำหนดรายละเอียดยังไงบ้าง ส่วนเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลแล้วโครงการจะถูกยกเลิกหรือไม่นั้น บริษัทยังเชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดใหม่จะสานต่อโครงการต่อไป

ชงสีแดง "บางซื่อ-รังสิต" เข้า ครม.

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าเส้นทางอื่นนั้น นายสรรเสริญกล่าวว่า ขณะนี้ได้เร่งให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ทำรายละเอียดสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต เพื่อเสนอให้ ครม.อนุมัติประกวดราคาต่อไป คาดว่าจะเสนอได้อีก 2 สัปดาห์ พร้อมให้ศึกษาต่อจากรังสิตไปถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต เพื่อหาดีมานด์ เนื่องจากคนที่อาศัยอยู่ย่านนั้นค่อนข้างมาก ซึ่งถ้าแบบรายละเอียดพร้อมจะเสนอ ครม. พร้อมกันเลย

ขณะที่นายไมตรี ศรีนราวัฒน์ ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า ตอนนี้เร่งที่ปรึกษาปรับเรื่องค่า ก่อสร้างเล็กน้อยที่ยังซ้ำซ้อนกันอยู่จนทำให้เงินลงทุนสูงขึ้น ถ้าเป็นไปได้จะเสนอให้ ครม.อนุมัติประกวดราคาได้ในวันอังคารที่ 9 ตุลาคมนี้ และจะขอหลักการจาก ครม.จะขยายเส้นทางไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระยะทาง 10 กว่ากิโลเมตร จากเดิมถึงรังสิตมีระยะทาง 26 กิโลเมตร เพราะคนจะเพิ่มขึ้น มีทั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) จะได้ปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้น แต่จะทำให้ค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นมาประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท

"ถ้ามีมติ ครม.อนุมัติตามที่เสนอ ประมาณเดือนพฤศจิกายนจะสามารถประกาศขายเอกสารประกวดราคา เพราะแบบจะแล้วเสร็จ ซึ่งยังมีโอกาสที่จะทันกับรัฐบาลชุดนี้" นายไมตรีกล่าว

จีนพร้อมเสียบถ้าเจบิกไม่โอเค

นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงการคลังได้มีการหารือกับปลัดกระทรวงการคลังของประเทศญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับแผนการปล่อยกู้เงินเพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า ซึ่งตนได้ขอให้ปลัดกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นไปเจรจากับธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) เพื่อขอให้เจบิกคิด ดอกเบี้ยในอัตราที่ผ่อนปรนเป็นพิเศษ ทั้งนี้จากการเจรจาล่าสุดทางเจบิกคิดดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี ระยะเวลา 25 ปี ซึ่งค่อนข้างสูงสำหรับไทย

"ส่วนแหล่งเงินกู้ที่จะนำมาใช้ในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) นั้น ขณะนี้ยังเปิดกว้างให้ทุกสถาบันการเงินเข้ามาร่วมกันปล่อยกู้ หากไม่ได้แหล่งเงินกู้จากญี่ปุ่น ก็อาจจะเป็นแหล่งเงินกู้จากประเทศจีน ขณะนี้ก็มีสถาบันการเงินจากประเทศจีนหลายแห่งยื่นข้อเสนอมา โดยจะปล่อยกู้เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ คิด ดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี ตลอดสัญญา 15 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องให้ภาคเอกชนของจีนเป็นผู้ลงทุน แต่ทางรัฐบาลไทยอยากจะให้ภาคเอกชนของไทยเข้าไปร่วมลงทุนด้วยอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ซึ่งจะต้องเจรจากันต่อไปอีก" นายสมหมายกล่าว

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับการหาแหล่งเงินกู้เพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงนั้น ขณะนี้ทางเจบิกยังไม่มีการอนุมัติวงเงินกู้ให้กับรัฐบาลไทย ทั้งนี้ เนื่อง จากรูปแบบของการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้ายังไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะวิธีการคัดเลือกเอกชนที่จะเข้ามาร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP ซึ่งทางรัฐบาลไทยยังไม่ได้จัดส่งข้อมูลเหล่านี้ให้ทางเจบิกพิจารณาเลย ทำให้การอนุมัติเงินกู้เกิดความล่าช้า สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่กำลังจะเปิดประมูลภายในเดือนนี้ คงจะใช้วงเงินกู้จากทางเจบิกไม่ทันแล้ว ส่วนโครงการก่อสร้างรถ ไฟฟ้าสายสีแดงกับสายสีน้ำเงิน ทางเจบิกจะส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินโครงการในเดือนพฤศจิกายนนี้

ขณะนี้ก็มีสถาบันการเงินจากประเทศจีนยื่นข้อเสนอวงเงิน 400 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศจีน ยื่นข้อเสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี เป็นระยะเวลา 15 ปี, ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศจีน เสนอดอกเบี้ย 0% ตลอดอายุสัญญา และแบงก์ออฟไชน่า เสนอดอกเบี้ย 1% ตลอดอายุสัญญา แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องให้ภาคเอกชนจีนเป็นผู้ลงทุน หรือใช้ผู้รับเหมาจีน

สำหรับแหล่งเงินกู้จากต่างประเทศที่จะนำมาใช้ในการก่อสร้างรถไฟฟ้า ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการเจรจากับเจบิกและสถาบันการเงินของประเทศจีนอยู่ หากเสร็จไม่ทันก็อาจจะใช้แหล่งเงินกู้ภายในประเทศ โดยการออกพันธบัตรระดมเงินมาใช้ก่อนได้

หวังกองทุนน้ำมันดันรถไฟฟ้า

ขณะเดียวกัน เมื่อเร็วๆ นี้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มีมติเปลี่ยนแปลงการบริหาร "กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง" หลังจากที่ใช้หนี้พันธบัตรน้ำมัน 17,600 ล้านบาทหมดภายในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ด้วยการนำเงินที่เรียกเก็บเข้ากองทุนส่วนหนึ่งมาใช้สนับสนุนโครงการพัฒนารถไฟฟ้าและระบบขนส่งทั่วประเทศ โดยแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วน จากที่เรียกเก็บเงินเข้ากองทุนของน้ำมันเบนซิน-ดีเซล ในอัตรา 1.50-4 บาท/ลิตรในปัจจุบัน

โดยเงินส่วนที่ 1 ประมาณ 50 สตางค์/ลิตร กองทุนน้ำมันจะโอนไปให้ "กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน" จัดเก็บแทน ส่งผลให้มีเงินไหลเข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงานประมาณ 1,000 ล้านบาท/เดือน ซึ่งเงินในส่วนนี้ที่ประชุม กพช.มีมติให้นำไปสนับสนุนโครงการลงทุนรถไฟฟ้าและพัฒนาระดับรางคู่ทั่วประเทศ ในขณะที่เงินอีก 2 ส่วน จะนำไปลดราคาน้ำมันขายปลีกให้ประชาชนในอัตรา 50 สตางค์/ลิตร ส่วนที่เหลือจะจัดเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเหมือนเดิมเพื่อใช้ในภาวะฉุกเฉินที่ "อาจจะ" มีความจำเป็นต้องตรึงราคาน้ำมันในช่วงสั้นๆ ในอนาคต

"ต้องเข้าใจว่า เงินจากกองทุนน้ำมันเดือนละ 1,000 ล้านบาท ที่โอนมาให้กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ถูกระบุไว้ว่า จะนำมาใช้สนับสนุนโครงการลงทุนระบบขนส่งทั่วประเทศ นั้นหมายความว่า เงินจำนวนนี้ไม่ได้ให้กับโครง การรถไฟฟ้าทั้งหมด แต่ยังมีโครงการวางระบบรางรถไฟคู่ทั่วประเทศรวมอยู่ด้วย ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนที่จะให้กับรถไฟฟ้าจึงไม่เต็มทั้ง 1,000 ล้านบาท แต่จะต้องถูกแบ่งให้กับท้องถิ่นกระจายกันออกไปทั่วประเทศ" แหล่งข่าวกล่าว

ล่าสุดมีรายงานข่าวเข้ามาว่า กระทรวงการคลังได้หารือกับกระทรวงพลังงาน ยื่นข้อเสนอให้กองทุนน้ำมันโอนเงินจากการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนของน้ำมันเบนซิน-ดีเซลเพิ่มเติมให้กับกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จัดเก็บแทนอีก 20 สตางค์/ลิตร รวมเป็น 70 สตางค์/ ลิตรได้หรือไม่

ในประเด็นนี้จากการคำนวณเบื้องต้น กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จะมีเงินไหลเข้ามาเพิ่มเป็น 1,500 ล้านบาท/เดือน ในขณะที่ทางกระทรวงพลังงาน แจ้งให้ทราบถึงความเป็นไปได้ที่จะเรียกเก็บเงินอีก 20 สตางค์/ลิตร จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อกองทุนน้ำมันใช้หนี้พันธบัตรน้ำมันและหนี้เงินชดเชยการตรึงราคาน้ำมันอีกประมาณ 18,000 ล้านบาทหมดภายในสิ้นปี 2550 เสียก่อน

แผนกู้เงิน

ตามแผนการกู้เงินเพื่อใช้ในการก่อสร้างรถไฟฟ้าในปีงบประมาณ 2551 (ต.ค.2550-ก.ย.2551) รัฐบาลมีแผนที่จะค้ำประกันเงินกู้จากต่างประเทศให้กับการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในปีนี้เป็นวงเงิน 334.31 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อใช้ในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง 160.03 ล้านเหรียญสหรัฐ และสายสีน้ำเงิน 174.28 ล้าน เหรียญสหรัฐ และค้ำประกันเงินกู้ต่างประเทศให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง 85.86 ล้านเหรียญสหรัฐ

หลังจากที่ได้รับการอนุมัติเงินกู้จากต่างประเทศแล้ว ทั้ง รฟม.และ ร.ฟ.ท.จะต้องไปหาแหล่งกู้เงินในประเทศเข้ามาสมทบด้วย หรือที่เรียกว่า "โครงการบาทสมทบ" โดย รฟม.มีแผนกู้เงินบาทเพื่อมาสมทบกับเงินกู้ต่างประเทศอีก 4,012 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นการกู้เงินเพื่อใช้ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง 1,920 ล้านบาท, สายสีน้ำเงิน เป็นวงเงิน 2,092 ล้านบาท ส่วน ร.ฟ.ท.มีแผนกู้เงินบาทเพื่อสมทบกับเงินกู้ต่างประเทศ เพื่อก่อสร้างสายสีแดงอีก 1,030 ล้านบาท

นอกจากนี้ทาง รฟม.ยังมีแผนกู้เงินภายในประเทศเพื่อใช้ในการลงทุนโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล วงเงิน 900 ล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้จะนำไปชำระค่าจัดการกรรมสิทธิ์ที่ดินในส่วนค่าทดแทนเพิ่ม ตามคำพิพากษาคดีของศาล ส่วน ร.ฟ.ท.มีแผนกู้เงินในประเทศเพื่อนำมาลงทุนวงเงิน 36,996.61 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงอีก 3,302 ล้านบาท, ชำระค่าก่อสร้างโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงิน 26,593 ล้านบาท และชำระค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างอีก 107.3 ล้านบาท และส่วนที่เหลือเป็นโครงการจัดการรถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า และรถจักรดีเซลไฟฟ้า เป็นต้น

หน้า 1
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 15th, 2007, 09:41 AM   #844
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

รถไฟฟ้าอีก4สายฝันที่เป็นจริง...หรือสลายอีก...??

Dailynews 15/10/2007


จนถึงวันนี้ เป็นที่แน่นอนแล้วว่า จะมีรถไฟฟ้าเกิดขึ้นอีก 4 สาย ดังนี้

สายแอร์พอร์ตลิงค์ ช่วงพญาไท-มักกะสัน-สุวรรณภูมิ ของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างงานโยธาคืบหน้าไปแล้ว 70 เปอร์เซ็นต์ มีรถไฟฟ้า 2 ระบบ คือรถไฟด่วนความเร็วสูงวิ่งจากอาคารอากาศยานที่มักกะสัน-สุวรรณภูมิ และรถไฟฟ้าที่จอดรับส่งผู้โดยสารสถานีรายทาง งบประมาณการก่อสร้าง 25,907 ล้านบาท ซึ่งการก่อสร้างล่าช้าเนื่องจากปัญหาการส่งมอบรื้อย้ายชุมชน ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้กลางปี 2552

สายสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน ของการรถไฟแห่งประเทศไทย อยู่ระหว่างประกาศขายแบบการก่อสร้าง คาดว่าจะสามารถลงนามก่อสร้างได้ประมาณเดือน เม.ย. ปีหน้า และจะเปิดให้บริการได้ในเดือน เม.ย. 2554 เฉพาะในส่วนของงบประมาณการก่อสร้างงานโยธา 8,748 ล้านบาท โครงสร้างระดับดินและยกระดับใช้แนวเส้นทางรถไฟสายใต้

สายสีม่วง บางซื่อ-บางใหญ่ ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย งบประมาณ 31,271 ล้านบาท คาดว่าจะเซ็นประกวดราคาเดือน ม.ค.-พ.ค. 2551 เซ็นสัญญาก่อสร้าง พ.ค.-มิ.ย. 2551 ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2554 เป็นโครงสร้างยกระดับทั้งหมด อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการพิจารณา ค่าเวนคืน

รถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ของการรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคมจะนำเรื่องขออนุมัติดำเนินโครงการ ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์นี้ มูลค่า โครงการ 59,000 ล้านบาท เป็นทางรถไฟยกระดับ ซึ่งหาก ครม.อนุมัติจะสามารถประกวดราคาหาผู้รับเหมาได้ภายในเดือน ก.พ. 2551 และคาดว่าจะเปิดใช้ในปี พ.ศ. 2554

หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ในปี 2554 คนกรุงเทพฯจะมีรถไฟฟ้าใช้ถึง 6 สาย รวมกับของเดิมที่มีอยู่แล้ว 2 สาย.

หวั่นปัญหาอุปสรรค

รถไฟฟ้าสายแอร์พอร์ตลิงค์

- ปัญหาข้อสัญญาที่รัฐต้องชำระค่าก่อสร้างเมื่อครบกำหนดสัญญา 990 วัน ในขณะที่การก่อสร้างโครงการยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้ต้องมาพิจารณาการต่อสัญญาและการบริหารโครงการ

- การก่อสร้างล่าช้า เนื่องจากการรถไฟฯส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนล่าช้า จากแผนเดิมที่คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปีนี้ ต้องล่าช้าออกไปถึงปลายปี 2551 และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้กลางปี 2552

รถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน และสายบางซื่อ-รังสิต

- เงื่อนไขการประกวดราคาที่ผู้รับเหมาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบการรื้อย้ายชุมชนในแนวโครงการ

- การจัดหาแหล่งเงินลงทุน

รถไฟฟ้าสายสีม่วง

- การจัดหาแหล่งเงินลงทุน การเจรจาเงินกู้จากต่างประเทศ

- การกำหนดวงเงินค่าเวนคืน ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปงบประมาณสำหรับการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินที่เหมาะสม โดยที่ รฟม.เสนอมีวงเงินสูง กว่าการประเมินของกรมธนารักษ์

- รูปแบบการให้เอกชนเข้ามาลงทุนยังไม่ชัดเจน โดยได้ตั้งคณะกรรมการไปพิจารณารายละเอียด เพื่อเสนอไปที่สภาพัฒน์อีกครั้งก่อนเสนอให้ ครม.พิจารณาตามขั้นตอน

พัชรินทร์ ธรรมรส : รายงาน
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 15th, 2007, 09:43 AM   #845
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

แฉเบื้องหลังจีนปล่อยกู้รถไฟฟ้าหวังล็อคสเปกใช้รับเหมา-สินค้าจีน

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 12 ตุลาคม 2550 15:41 น.


จีนฉวยโอกาสเดินหน้าเจรจากับก.คลังปล่อยกู้สร้างรถไฟฟ้า หลังการเจรจากับเจบิกไม่คืบ พร้อมเสนอเงื่อนไขให้ผู้รับเหมาจีนได้งานก่อสร้างรถไฟฟ้า และต้องใช้สินค้าจีน สบน.ขีดเส้นเจบิกตอบ ภายในต.ค.นี้

แม้ว่าคณะรัฐมนตรี(ครม.)จะอนุมัติให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)ให้ดำเนินการก่อสร้างในส่วนของงานโยธามูลค่า 31,217 ล้านบาทจากมูลค่าโครงการ 55,997 ล้านบาท แล้วก็ตาม แต่รัฐบาลและกระทรวงการคลังก็ยังหาแหล่งเงินลงทุนไม่ได้ แม้ว่าจะมีการเจรจากับธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น(เจบิก)แล้วก็ตาม แต่ทางเจบิกก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยกู้ให้กับรัฐบาลไทย

ขณะที่แผนการหาแหล่งเงินกู้ยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากเจบิก ทำให้หลายประเทศแสดงความสนใจที่จะปล่อยกู้ให้กับรัฐบาลไทยเพื่อใช้ก่อสร้างรถไฟฟ้า

ทั้งนี้ในเบื้องลึกการที่เจบิกยังไม่มีท่าทีว่าจะพิจารณาเรื่องการปล่อยกู้ให้กับรัฐบาลไทยนั้น ส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ขณะที่ไทยอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จึงอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เจบิกยังไม่พิจารณา นอกเหนือจากปัญหาภายในของญี่ปุ่นและการปรับเปลี่ยนองค์กรของเจบิก รวมถึง ระยะเวลาก่อสร้างโครงการที่นานกว่า 3 ปี การเข้าพ.ร.บ.ร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการอนุมัติค่อนข้างนาน เป็นต้น

รวมถึงเงื่อนไขบางข้อที่รัฐบาลไทยต้องการให้เจบิกกลับไปทบทวนใหม่ เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ปล่อยกู้ในโครงการรถไฟฟ้าให้กับไทยที่สูงขึ้น เนื่องจากรัฐบาลไทยเห็นว่าเป็นหน่วยงานราชการปล่อยกู้ให้กับหน่วยงานราชการด้วยกัน ซึ่งควรคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า1.5% โดยเจบิกคิดดอกเบี้ยที่ 1.5 % ระยะเวลาผ่อนชำระ 25 ปี ซึ่งรัฐบาลไทยมองว่าไม่เหมาะสม เพราะไทยเป็นประเทศขนาดเล็กและมีรายได้ไม่สูงมาก อย่างไรก็ตามกระทรวงการคลังจะให้เวลาเจบิกส่งหนังสือยืนยันมาภายในสิ้นเดือนต.ค.นี้

ในขณะที่จีนได้แสดงท่าทีว่าสนใจที่จะปล่อยกู้ให้กับรัฐบาลไทย โดย พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า ถึงแม้ว่าจีนสนใจที่จะปล่อยกู้ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและโครงการรถไฟฟ้าสายอื่นๆ โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 3 % อัตราดอกเบี้ยคงที่ 15 ปี ซึ่งแพงกว่าเจบิก 1.5 เท่า แต่ทั้งนี้การที่จีนเสนอเป็นผู้ให้กู้ในโครงการรถไฟฟ้าของไทยนั้น ยอมรับว่าจีนเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ซึ่งจีนมีเงื่อนไขว่าไทยจะต้องใช้สินค้าและผู้รับเหมาของจีนดำเนินการทั้งหมดเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขที่ทางรัฐบาลจีนเสนอมานั้นคิดว่ารัฐบาลไทยคงไม่ยอม ซึ่งคงต้องมีการหารือในเงื่อนไขเพิ่มเติมโดยรัฐบาลไทยต้องการให้เปิดโอกาสให้ผู้รับเหมาไทยเข้าร่วมก่อสร้างด้วยครึ่งต่อครึ่ง สำหรับกรอบวงเงินที่ทางจีนเสนอมาให้นั้นเป็นวงเงิน 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะสามารถใช้ก่อสร้างรถไฟฟ้าได้

ทั้งนี้หากรัฐบาลไทยตกลงจะใช้เงินกู้จากจีนก็จะทำให้โครงการรถไฟฟ้าดำเนินการได้เร็วขึ้นแต่รัฐบาลไทยก็ต้องยอมรับว่าถ้าให้เงินกู้จากจีนจะต้องเสียดอกเบี้ยแพงกว่าเจบิก แต่หากรัฐบาลไทยยังคงยืนยันว่าจะรอเงินกู้จากเจบิกก็จะส่งผลโครงการรถไฟฟ้าก็จะมีความล่าช้าออกไปอีก

สำหรับแหล่งเงินกู้จากจีนที่สนใจจะปล่อยกู้มีทั้งหมด 3 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศจีน หรือเอ็กซิมแบงก์จีน ธนาคารไชน่าดีเวลลอปเม้นท์ และหัวเหว่ย ทั้งนี้การที่จีนแสดงท่าทีสนใจที่จะปล่อยกู้ให้กับรัฐบาลไทยนั้น ส่วนหนึ่งเพราะจีนต้องการปูพรมให้กับสินค้าของจีนที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในไทยมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เม็ดเงินไหลกลับสู่ประเทศจีนอย่างมหาศาล และยังรวมถึงการดึงกลุ่มผู้รับเหมาจากจีนเข้ามารับงานด้วย

ด้านประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงคาดว่าจะใช้เวลาในการจัดทำเอกสารและเชิญชวนบุคคลเข้าร่วมประกวดราคาประมาณ 6-8 เดือน หรือประกวดราคาได้ประมาณเดือน พ.ค. 2551 โดยเบื้องต้นจะใช้เวลาจัดทำทีโออาร์ประมาณ 3 เดือน จากนั้นจะส่งเรื่องกลับมาให้สภาพัฒน์ฯพิจารณาในรายละเอียดและส่งเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมครม.อีกครั้ง
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 15th, 2007, 05:37 PM   #846
Nongkhai_tong
Tong
 
Nongkhai_tong's Avatar
 
Join Date: Dec 2004
Location: Udon Thani - Nongkhai - Bangkok - Singapore
Posts: 3,270
Likes (Received): 33

เวงกำ
__________________
รถ

"เรากำลังเล่นเว็บบอร์ดอินเตอร์อยู่นะครับ สังคมคนไทยในนี้เป็นเพียงแค่สังคมเล็ก ๆ ของ SSC ไม่ว่าเราจะอยู่จังหวัดไหน ขอให้รักใคร่ปองดองกัน - Nongkhai_tong"
Nongkhai_tong no está en línea   Reply With Quote
Old October 15th, 2007, 07:42 PM   #847
Zoowatch
Serving the Country
 
Zoowatch's Avatar
 
Join Date: Jan 2004
Location: Bangkok / Songkhla
Posts: 972
Likes (Received): 0

you might want to call me prejudice... but I do not like the idea of Chinese contractors + Chinese construction workers + Chinese trains + Chinese signalling system...

i know that they've come a long way in terms of civil engineering and they're probably very good at it... i cannot help but feel that Thailand will be at the losing end of the deal no matter what... i simply cannot see how we can gain anything out of a 3%-Chinese loan...

so it's JBIC or local fundings for me....

or maybe it's the case of us being a beggar who shouldn't be a chooser
Zoowatch no está en línea   Reply With Quote
Old October 16th, 2007, 05:18 AM   #848
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 12,509
Likes (Received): 484

Quote:
Originally Posted by Zoowatch View Post
you might want to call me prejudice... but I do not like the idea of Chinese contractors + Chinese construction workers + Chinese trains + Chinese signalling system...

i know that they've come a long way in terms of civil engineering and they're probably very good at it... i cannot help but feel that Thailand will be at the losing end of the deal no matter what... i simply cannot see how we can gain anything out of a 3%-Chinese loan...

so it's JBIC or local fundings for me....

or maybe it's the case of us being a beggar who shouldn't be a chooser
At least, our local contractor have Japanese connection ... so JBIC loan is justified and even Ministry of Finanace said they prefer JBIC loan over Chinese loan ... even with strings attached as usual.
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old October 16th, 2007, 11:31 AM   #849
thainotts
Registered User
 
thainotts's Avatar
 
Join Date: Jun 2006
Location: Bangkok-Nottingham
Posts: 2,968
Likes (Received): 4

japanese strings, better than chinese strings.
__________________
"สมบัติชาติ" ถ้าคนไทยบริหารแล้วห่วยลงๆ สู้ขายให้นายทุนฝรั่งมาบริหารยังจะดีกว่า เขาจะเอาออกนอกประเทศก็ไม่ได้ แถมการแข่งขันในตลาดเสรีก็ช่วยพัฒนา "สมบัติ" นั้นๆ อีกด้วย ....​ อย่าให้คนไทยกันเองดอง "สมบัติชาติ" จนมันเน่าเลยดีกว่า
thainotts no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2007, 11:36 AM   #850
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

สบน.เผยกองทุนน้ำมันจะทยอยส่งเงินเข้าสมทบสร้างรถไฟฟ้า

Nation 17/10/2007 16:21 น.


นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการ สำนักเงินกู้ตลาดเงินทุนต่างประเทศ กล่าวว่า แหล่งทุนที่ใช้ในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต สำหรับส่วนที่ใช้เงินอุดหนุนในการก่อสร้างจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น เมื่อกองทุนได้ชำระหนี้เสร็จแล้วสิ้นปี จะเริ่มส่งเงินให้กองทุนอนุรักษ์พลังงานเพื่อระบบราง 1,000 ล้านบาทต่อเดือน จากการจัดเก็บเงินเข้ากองทุน 0.5 สตางค์ต่อลิตร และหากจัดเก็บเงินเข้ากองทุน 0.75 สตางค์ต่อลิตร ทำให้มีเงินสะสมในกองทุนเพิ่มเป็น 20,000 ล้านบาท หลังจากนั้น 6 เดือน จะส่งเงินเพื่อก่อสร้างรถไฟฟ้าเพิ่มเป็น 1,200 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งจะทำให้กองทุนมีเงินรองรับในการก่อสร้างประมาณ 12,000-16,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นสัดส่วนที่เพียงพอในการใช้ก่อสร้างเฟสแรก สำหรับการก่อสร้างสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ สบน.ยังคงรอรอผลการตัดสินใจของธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) ในสิ้นเดือนนี้ หากข้อเสนอมาถึงหลัง 22 ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังการประกาศกฎหมายการเลือกตั้งแล้ว ดังนั้น การประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติโครงการขนาดใหญ่ คงต้องเสนอให้รัฐบาลชุดต่อไปเป็นผู้ดำเนินการ เพราะรัฐบาลชุดปัจจุบันต้องอยู่ในฐานะรัฐบาลรักษาการ ซึ่งไม่สามารถอนุมัติโครงการใหม่ขนาดใหญ่ได้
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2007, 12:03 PM   #851
priston
Registered User
 
Join Date: Jul 2007
Posts: 151
Likes (Received): 0

“โฆสิต” ดันสร้างรถไฟฟ้าต่อ - 16/10/2550

http://www.siamrath.co.th/Economic.asp?ReviewID=182513

“โฆสิต” ดันสร้างรถไฟฟ้าต่อ
++ ประชุม 18 ต.ค.-หาทางกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังดิ่งเหว

รองนายกฯ-รัฐมนตรีอุตสาหกรรม “โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ “ เตรียมประชุมผู้เกี่ยวข้อง 18 ต.ค.ดูความเป็นไปได้เดินหน้าก่อสร้างรถไฟฟ้าที่เหลือ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ที่ยังดิ่งเหว

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าววานนี้ว่าวันที่ 18 ต.ค.นี้ เขาจะประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือถึงแนวทางดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายที่เหลือ จากที่รัฐบาลได้อนุมัติให้เดินหน้าบางสายแล้ว

“วันที่ 18 ต.ค. นี้ ผมเรียกประชุมเพื่อดูความพร้อม เพื่อจะดูเส้นทางที่เหลืออยู่ในรัฐบาลชุดนี้ ว่าจะมีอะไรเป็นไปได้บ้าง” เขากล่าว

เขากล่าวอีกว่าการประชุมดังกล่าว จะเกิดขึ้นหลังจากร่วมประชุมกับกระทรวงคมนาคมแล้ว ซึ่งจะนำข้อมูลที่ได้จากกระทรวงคมนาคม พิจารณาอีกครั้ง ว่าโครงการรถไฟฟ้าสายใดที่พร้อมที่จะเดินหน้าได้อีก

เขายังกล่าวว่าขณะนี้ โครงการรถไฟสายสีแดง เส้นทางบางซื่อ-รังสิต ถือว่ามีความพร้อมสูง เทียบกับสายที่เหลืออยู่

รัฐบาลกำลังพยายามเดินหน้าผลักดันการก่อสร้างโครงการเมกะโปรเจ็คต์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ที่กำลังมีปัญหา ให้พลิกฟื้นให้ได้โดยเร็วที่สุด แม้เมื่อเร็ว ๆ นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยพยายามชี้ว่า เศรษฐกิจไทยเริ่มพลิกฟื้นขึ้นชัดเจนแล้ว ขณะที่ในข้อเท็จจริง ค่าครองชีพของประชาชนในขณะนี้ กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัญหาราคาน้ำมันดิบ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขึ้นราคาค่าโดยสารรถเมล์ร่วมบริการ-บขส.

ทางด้านนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) กล่าวว่า วันนี้ (16 ต.ค.) กระทรวงคมนาคมจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติการประกาศประมูลงานก่อสร้างโครงการรถไฟสายสีแดง เส้นทางบางซื่อ-รังสิต

ต้น ก.พ. ครม.อนุมัติกรอบการก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมือง-รถไฟฟ้า พื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล มูลค่า 1.65 แสนล้านบาท ครอบคลุม 4 สาย 8 เส้นทาง ระยะทาง 137 กิโลเมตร คือ สายสีแดง สายสีม่วง สายสีน้ำเงิน และสายสีเขียว

สายสีแดง เป็นโครงการรถไฟชานเมือง ส่วนสายสีม่วง สายสีน้ำเงิน และสายสีเขียว เป็นโครงการรถไฟฟ้า

สำหรับรถไฟสายสีแดงนั้น ดำเนินการโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มี 3 เส้นทาง คือ เส้นทางบางซื่อ-ตลิ่งชัน บางซื่อ-รังสิต และเส้นทางบางซื่อ-มักกะสัน-หัวหมาก

โดยสายสีแดง เส้นทางบางซื่อ-ตลิ่งชันนั้น รฟท.เปิดขายซองประมูลเมื่อวันที่ 3 ก.ย.-12 ต.ค. ซึ่งมีผู้สนใจซื้อซองประมูล 10 ราย จำนวนนี้ 7 รายเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

รฟท.กำหนดยื่นซองประมูลวันที่ 13 ธ.ค.นี้ คาดว่าจะเปิดประมูลด้วยวิธีอิเล็กทรอนิคส์ (e-auction) ได้ต้นปีหน้า

สำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วง เส้นทางบางใหญ่-บางซื่อ ดำเนินการโดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) คาดว่าจะขายซองประมูลได้ต้น พ.ย.เปิดซองประมูลได้ราว ก.พ. 2551 คาดว่าจะได้ผู้รับเหมาก่อสร้าง พ.ค.-มิ.ย.2551

ส่วนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เส้นทางบางซื่อ-ท่าพระ และเส้นทางหัว ลำโพง-บางแค เป็นโครงการของ รฟม. และรถไฟฟ้า สายสีเขียว เส้นทางหมอชิต-สะพานใหม่ และเส้นทางแบริ่ง-สมุทรปราการ เป็นโครงการของกรุงเทพมหานคร(กทม.)


------------------------------------------------
priston no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2007, 08:55 PM   #852
priston
Registered User
 
Join Date: Jul 2007
Posts: 151
Likes (Received): 0

หัวข้อข่าว :. ก.คลัง เตรียมเสนอเงื่อนไขเงินกู้จากธนาคารEXIMจีน เพื่อก่อสร้างรถไฟฟ้า ต่อครม.สัปดาห์หน้า
17 ตุลาคม 2550

http://thainews.prd.go.th/previewnew...;ธ‡

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมเสนอเงื่อนไขเงินกู้จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของจีน เพื่อก่อสร้างรถไฟฟ้า ต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาในสัปดาห์หน้า
นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการหาแหล่งเงินกู้เพื่อใช้สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้า กระทรวงการคลัง จะเสนอผลการเจรจาเรื่องเงื่อนไขการเงินกู้จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของจีน ซึ่งจะเป็นแหล่งเงินกู้ให้แก่ไทยในการก่อสร้างรถไฟฟ้า โดยเบื้องต้นได้ตกลงที่จะให้เงินกู้กับในอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3 ในสกุลเงินดอลลาห์สหรัฐระยะเวลาผ่อนชำระ 15 ปี ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าดอกเบี้ยของธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือ เจบิก และต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ภายในประเทศด้วย นอกจากนี้จีนยังมีช่วงระยะเวลาปลอดการชำระหนี้เป็นเวลา 4 - 5 ปีด้วย แต่ทั้งนี้ไทยจะต้องสั่งซื้อสินค้าจากจีน หรือให้งานแก่จีนอย่างน้อยร้อยละ 50 ของวงเงินโครงการก่อสร้าง
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า การเจรจากับจีนดังกล่าว ยังไม่มีการหารือเรื่องกรอบวงเงิน ซึ่งหากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการ กระทรวงการคลังจะเข้าไปเจรจาเพิ่มเติม ส่วนความสัมพันธ์กับเจบิกนั้น ขณะนี้ยังเป็นมิตรที่ดีต่อกัน และกระทรวงการคลัง ยังรอคำตอบในการปล่อยกู้ แม้จะไม่ทันสำหรับใช้ในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงก็ตาม แต่ยังมีโอกาสใช้สำหรับรถไฟฟ้าสายอื่นต่อไป

ผู้สื่อข่าว : จินตนา เครือสังข์
rewriter : ภัทรศรี วนิชาชีวะ

-------------------------------------------------------------------
priston no está en línea   Reply With Quote
Old October 18th, 2007, 04:35 AM   #853
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 12,509
Likes (Received): 484

แม้เจบิกบังคับให้ซื้อของญี่ปุ่น กะ ฝรั่งเศส (พันธมิตรการค้าของญี่ปุ่น) พร้อมเอาผู่รับเหมาญี่ปุ่นเพื่อแลกเงินกู้ก็คงต้องยอมแต่ถ้าถึงขั้นต้องมีหุ้น 49% นี่หนักใจครับ
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old October 20th, 2007, 08:19 PM   #854
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

จี้รัฐเร่งวางผังเมืองรถไฟฟ้า ทลายกำแพงผูกขาด เทคโนโลยี-สัมปทาน

Thairath [20 ต.ค. 50 - 04:13]

นายรัชทิน ศยามานนท์ กรรมการและประธานอนุกรรมการฝ่ายกิจการต่างประเทศ สภาวิศวกร กล่าวในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “แนวทางในการพัฒนารถไฟฟ้าขนส่งมวลชนของรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร” ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า ในฐานะที่เป็นกรรมการของสภาวิศวกร ซึ่งมีสมาชิกกว่า 300,000 ราย ทางสภาวิศวกรได้เคยจัดสัมมนาและเสนอแนวทางการพัฒนารถไฟฟ้าให้รัฐบาลไปแล้ว แต่เงียบหายไป ทั้งที่เรื่องรถไฟฟ้าเป็นสิ่งที่กระทบต่อประเทศชาติประชาชนอย่างมาก

สำหรับประเด็นที่รัฐบาลน่าจะเร่งดำเนินการจุดแรกต้องตั้งยุทธศาสตร์ไว้ก่อนว่าระบบขนส่งมวลชน หรือ Mass Transit นั้นสามารถแก้ปัญหาการจราจรได้ดีที่สุดเดินทางใช้เวลาน้อยสุด ประหยัดพลังงานมากที่สุด ยิ่งราคาน้ำมันมีแนวโน้มที่จะทะลุ 100 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลจะยิ่งช่วยให้ประหยัดได้มาก แต่ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ขึ้นไม่ได้ต้องมีเงินถึงจะขึ้นได้ แต่ถ้ากำหนดค่าตั๋วให้ถูกประชาชนก็จะจอดรถไว้ที่บ้าน ซึ่งทั่วโลกรถไฟฟ้าก็ขาดทุนจากค่าตั๋วเกือบทุกแห่ง ทั้งปารีส โตเกียว มาดริด ยกเว้นฮ่องกง เมืองเหล่านี้ได้กำไรจากการประหยัดพลังงานของประเทศ

นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาพัฒนาผังเมืองของรถไฟฟ้า การลงทุนถ้ามีการวางผังเมืองเช่นเดียวกับยุโรป หรือญี่ปุ่น จะมีผู้ร่วมลงทุนจำนวนมากจากผู้ที่ได้ประโยชน์จากการวางผังเมือง การพัฒนาพื้นที่ อย่าให้รัฐบาลนำงบประมาณมาลงทุนเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้กันเลย

“การจะสร้างรถไฟฟ้าต้องวางผังเมืองจะสร้างสถานีที่ไหน พัฒนาพื้นที่อย่างไร รัฐกับเอกชนต้องมาร่วมกันคิดสามารถใช้ พ.ร.บ.การผังเมืองและ พ.ร.บ.การจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ กฎหมายทั้งสองฉบับสามารถให้ผู้ที่ได้ประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่มาร่วมลงทุนกับรัฐบาลได้ ยังไม่สายเกินไปที่จะตั้งกรรมการเฉพาะกิจด้านการผังเมืองเพื่อรถไฟฟ้า ขอฝากให้รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามานำไปพิจารณาด้วย”

นอกจากนี้ สิ่งที่สภาวิศวกรกังวลมากคือ ในปัจจุบันทั้งรัฐบาลและกรุงเทพมหานครมีโครงการรถไฟฟ้ามากมาย ในอนาคตจะต้องมีการเชื่อมต่อกันทั้งในส่วนของบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอล และบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แต่ที่ยังขาดคือยังไม่เคยมีข้อตกลงร่วมกันเลยในการบูรณาการโครงการร่วมกัน “จากการคุยกับผู้เชี่ยวชาญระบบรถไฟฟ้าของปารีสเขาบอกว่าแผนงานระยะยาวถึงระบบการเชื่อมต่อกันต้องมีการหารือมานานแล้ว ไม่เช่นนั้นจะคุยกันยาก คนเสียประโยชน์คือประชาชน”

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่สำคัญอีกเรื่องคือการผูกขาดด้านเทคนิค ซึ่งที่ผ่านมาการสร้างรถไฟฟ้าของไทยไม่เคยมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับวิศวกรไทยเลย ขนาดรถไฟฟ้าของไทยที่มีปัญหาชนกันเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ต้องรอช่างเชื่อมจากประเทศเยอรมนีมาซ่อม ดังนั้นต้องกำหนดในโครงการต่อๆไปว่าจะต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่วิศวกรไทยอย่างเป็นรูปธรรมด้วย รวมถึงการส่งเสริมให้มีการประกอบรถไฟฟ้าขึ้นในประเทศไทยด้วย เพราะอนาคตจะมีระบบรถไฟฟ้าอีกมากในเมืองหลัก

ด้านนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า ในอดีตเมื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศจะชอบถอยหลังโครงการต่างๆที่ริเริ่มไว้แล้วนับหนึ่งใหม่ สำหรับการสร้างรถไฟฟ้าถ้าจะให้เอกชนมารับสัมปทานเรื่องการกำหนดค่าโดยสารให้ถูกไม่ต้องพูดถึง เพราะเอกชนจะต้องกำหนดค่าโดยสารแบบมีกำไรก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อให้อยู่ได้ ขณะที่ทั้งบีเอ็มซีแอลและบีทีเอสหารือกันเรื่องใช้บัตรร่วมกันแต่ก็เป็นเพียงการประหยัดเวลาที่จะต้องไปจ่ายเงิน แต่เรื่องค่าโดยสารยังต้องจ่ายเท่าเดิม ถ้าจะให้ค่าโดยสารราคาถูกรัฐบาลจะต้องมาดูแลเอง

ขณะที่นายไมตรี ศรีนราวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า หากไม่มีการสร้างรถไฟฟ้า แต่ละปีต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายต่างๆไปกว่าปีละ 200,000 ล้านบาท เช่นการสิ้นเปลืองพลังงานน้ำมัน เป็นต้น ปัจจุบันมีความต้องการใช้ระบบการขนส่งมวลชนวันละ 17 ล้านเที่ยวเป็นรถเมล์ 6.5 ล้านเที่ยว บีทีเอส 0.5 ล้านเที่ยว บีเอ็มซีแอล 0.2 ล้านเที่ยว และรถยนต์ 10 ล้านเที่ยว หากขยายรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจะมีคนมาใช้กว่า 3 ล้านเที่ยวต่อวัน.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2007, 05:36 PM   #855
priston
Registered User
 
Join Date: Jul 2007
Posts: 151
Likes (Received): 0

รัฐบาลเร่งสร้าง "สถานีกลางบางซื่อ" หวังใช้เชื่อมต่อขนส่งหลักทั้งระบบ

http://www.tca.or.th/html/news_detai...&category_id=1

พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังการหารือกับนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม วานนี้ (18 ต.ค.) ว่า ได้หารือรายละเอียดโครงการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท โดยสถานีดังกล่าวจะเป็นสถานีหลักเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนหลัก ทั้งระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน ระบบรถไฟชานเมือง และสถานีรถโดยสารชานเมือง รวมถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งในการหารือมีความเห็นร่วมกันว่าควรเร่งดำเนินการส่วนนี้โดยเร็ว เพื่อทำให้ระบบขนส่งมวลชนต่างๆ เชื่อมต่อกันได้ และทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกมากที่สุด


ดร.อำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ในการหารือได้มีการเร่งรัดการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ และหารือว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้การเชื่อมต่อของสถานีกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ราบรื่น ทั้งการขนส่งระหว่างระบบรถไฟชานเมืองกับรถโดยสารชานเมือง ระบบรถไฟชานเมืองกับระบบรถไฟฟ้าใต้ดินในเมือง และระบบรถไฟฟ้ากับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งจะเชื่อมต่อกันในอนาคต


นอกจากสถานีกลางบางซื่อจะเป็นจุดศูนย์กลางขนส่งผู้โดยสารของระบบขนส่งมวลชนทั้งระบบแล้ว ยังจะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดในเขตเมืองได้อีกด้วย เพราะจะลดจำนวนเที่ยวรถไฟที่เดินทางไปสถานีหัวลำโพงลง 80 เที่ยวต่อวัน เหลือเพียง 20 เที่ยวต่อวันเท่านั้น


นายไมตรี ศรีนราวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า โครงการสถานีกลางบางซื่อใหม่ เป็นโครงการที่ ครม.อนุมัติแล้ว ซึ่งการหารือวานนี้ได้นำแบบก่อสร้างที่ปรับปรุงใหม่มาพิจารณา เพื่อทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกมากที่สุด ปัจจุบันเปิดประกวดราคาแล้ว คาดเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้ ระยะเวลา 3 ปี


นอกจากนี้ยังได้หารือความคืบหน้าโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่าโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน และช่วงบางซื่อ-รังสิต และโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ เปิดประกวดราคาได้ทันในรัฐบาลชุดนี้ ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค และสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ และแบริ่ง-สมุทรปราการนั้น คาดประกวดราคารัฐบาลชุดหน้า


ทั้งนี้ นายโฆสิตยังสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนของรัฐบาล รวมถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ซึ่งจะประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อวีดิทัศน์ และ พล.ร.อ.ธีระจะชี้แจงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการต่อไป



ที่มา กรุงเทพธุรกิจ 19/10/2550


--------------------------------------------------------
priston no está en línea   Reply With Quote
Old October 22nd, 2007, 12:13 PM   #856
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

ครม.อนุมัติกู้เงินจากจีน รองรับรถไฟฟ้าสีม่วงหากเจบิคไม่ให้กู้

Bangkokbiznews 22 ตุลาคม พ.ศ. 2550 17:00:00

ครม.ไฟเขียวอนุมัติสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สนบ.) กู้เงินจีน 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รองรับก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง หากเจบิคไม่ปล่อยกู้

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายจักรกฤศฐิ์ พาราพันธกุล โฆษกสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติกรอบการกู้เงินจากจีน ในวงเงินกู้ไม่เกิน 400 ล้านดอลลาร์สหรํฐ เพื่อไว้รองรับการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง กรณีที่ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น(เจบิค) ไม่ปล่อยกู้

"เงินกู้จากจีนเตรียมไว้รองรับ รถไฟฟ้าสายสีม่วง หากเจบิคไม่ปล่อยกู้ ซึ่งจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลจีนเป็นผู้ชนะประมูล" นายจักรกฤศฐิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงรอการพิจารณาเรื่องการปล่อยกู้จากเจบิค ซึ่งยังมีเวลาจนกระทั่งถึงช่วงที่จะเปิดประมูล

สำหรับเงื่อนไขในการกู้จีนกำหนดเงื่อนไจให้กู้เพื่อใช้ในการนำเข้า วัสดุเครื่องจักร และอุปกรณ์จากจีน มูลค่าไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่าโครงการ
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 23rd, 2007, 03:32 PM   #857
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

รัฐหมดท่าพึ่งเงินกู้แพงจากจีน

โพสต์ทูเดย์ 23/10/2007

รัฐบาลไทยหมดท่า ยอมจ่ายแพงกู้เงินจีน 400 ล้านเหรียญสหรัฐ สร้างเมกะโปรเจกต์

นายโชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติให้กระทรวงการคลังกู้เงินจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศจีนวงเงินไม่เกิน 400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจีนจะให้ไทยกู้เงินเพื่อสนับสนุนการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์จากจีน สำหรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่


ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขการกู้ยืมเงินคราวนี้นั้น กำหนดว่าไทยจะต้องนำเข้าสินค้าจากจีนในมีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 50% ของโครงการ โดยจีนจะ คิดดอกเบี้ยในอัตรา 3% ระยะเงินกู้ 15 ปี ระยะเวลาการปลอดหนี้ 5 ปี คิดค่าธรรมเนียมเงินกู้ 0.5% ของ วงเงินที่ได้เบิกจ่าย และค่าธรรมเนียม การจัดการ 0.5% ของเงินกู้


เงื่อนไขการชำระเงินกู้นั้น ไทยจะต้องจ่ายคืนเงินปีละ 2 ครั้ง ในวันที่ 21 ม.ค. และ 21 ก.ค. ของทุกปี


แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การกู้เงินจากจีนเพราะรัฐบาลไทยไม่สามารถตกลงและรอการพิจารณาของธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (เจบิก) ได้ แม้ว่าจะมีภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นปีละ 240 ล้านบาท 15 ปีก็ตก 3.6 พันล้านบาทก็ตาม


“ตอนนี้กลุ่มไชนา ดีเวลอปเมนต์ กับกลุ่มหัวเว่ยจะเป็นหัวหอกในการดูแลเรื่องเครื่องจักรและสินค้าจากจีนที่ไทยต้องนำเข้า และที่กำลังต่อรอง กัน คือ ไทยจะต้องสงวนเรื่องการรับเหมาก่อสร้างไว้” แหล่งข่าวเปิดเผย
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2007, 05:44 AM   #858
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,464
Likes (Received): 1031

สมหมายแย้ม เมกะโปรเจกต์ ต้องพึ่ง‘เจบิก’

โพสต์ทูเดย์ 24/10/2007


รมช.คลังระบุยัง ต้องพึ่งเงินกู้จากเจบิกลงทุนเมกะโปรเจกต์

นายสมหมาย ภาษี รมช.คลัง กล่าวว่า แม้คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติกรอบความตกลงทั่วไประหว่างให้กระทรวงการคลังกู้เงินจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศจีน 400 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ แต่ไทยยังจำเป็นต้องเจรจากับธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) มาลงทุนต่อไป


นายสมหมาย กล่าวว่า รัฐบาลไทยยังต้องการกู้เงินจากเจบิก เพราะยังต้องก่อสร้างเมกะโปรเจกต์อีกหลายโครงการในระยะยาว หลังจากนี้จะต้องเดินหน้าเจรจาร่วมกับเจบิกอย่างต่อเนื่อง


“ผมเห็นว่าการประกอบระบบรางรถไฟ หรืองานทั่วไปของระบบรางจีนน่าจะทำได้ดี แต่หากเป็นการสร้างระบบขนาดใหญ่ทางญี่ปุ่นก็ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญที่รัฐบาลไทยต้องให้ญี่ปุ่นเข้ามาช่วยเหลือ” นายสมหมาย กล่าว


แหล่งข่าวกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ตามแผนการลงทุนแล้วไทยต้องกู้เงินมาลงทุนรถไฟฟ้า 3-5 สาย วงเงิน 1.6 แสนล้านบาท ตามแผนการก่อหนี้นั้น กำหนดให้กู้จากเจบิก 52-55% เพราะคิดดอกเบี้ยต่ำแค่ 0.75-1.50% และระยะเวลากู้นาน 30-40 ปี แต่หลังจากนี้คงเป็นภารกิจของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว หลังรัฐบาลนี้ได้ลงเสาเข็มสายแรกไว้แล้วในปีนี้ด้วยการกู้เงินจากจีน 400 ล้านเหรียญสหรัฐ
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2007, 12:44 PM   #859
thainotts
Registered User
 
thainotts's Avatar
 
Join Date: Jun 2006
Location: Bangkok-Nottingham
Posts: 2,968
Likes (Received): 4

เอาของจากจีนที่ผลิตโดยบริษัทฝรั่ง หรือไม่ก็ญี่ปุ่นน่ะครับ
__________________
"สมบัติชาติ" ถ้าคนไทยบริหารแล้วห่วยลงๆ สู้ขายให้นายทุนฝรั่งมาบริหารยังจะดีกว่า เขาจะเอาออกนอกประเทศก็ไม่ได้ แถมการแข่งขันในตลาดเสรีก็ช่วยพัฒนา "สมบัติ" นั้นๆ อีกด้วย ....​ อย่าให้คนไทยกันเองดอง "สมบัติชาติ" จนมันเน่าเลยดีกว่า
thainotts no está en línea   Reply With Quote
Old October 24th, 2007, 02:29 PM   #860
Zoowatch
Serving the Country
 
Zoowatch's Avatar
 
Join Date: Jan 2004
Location: Bangkok / Songkhla
Posts: 972
Likes (Received): 0

very probably it's going to be PRC's products all the way... i.e. CNR Changchun trains + chinese steel tracks + everything else...
__________________
"Now there's a Machiavellian countenance. Ooo, a sextet of ale." Homer J Simpson
Zoowatch no está en línea   Reply With Quote


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 10:46 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu