daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions

Reply
 
Thread Tools
Old April 3rd, 2011, 06:08 PM   #361
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,120
Likes (Received): 1477

ตามไปดูคนไทย ทำเครื่องยนต์ให้"โรลสรอยซ์"!

วันที่ 03 เมษายน พ.ศ. 2554 เวลา 14:27:44 น.


อย่าเพิ่งเข้าใจผิดเหมือนที่ผมเข้าใจผิดในตอนแรกเมื่อได้ฟังเรื่องคนไทยทำเครื่องยนต์ให้โรลสรอยซ์จากปากของ ยวน แมค โดนัลด์ กรรมการผู้จัดการ โรลสรอยซ์ (ประเทศ ไทย) จำกัด เพราะโรลสรอยซ์ไม่ได้ทำแต่เฉพาะรถยนต์หรู หากแต่ยังมีผลิตภัณฑ์สารพัดที่เกี่ยวเนื่องกับเครื่องยนต์กลไก ตั้งแต่เครื่องบินไปจน ถึงเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

ที่โรงงาน เวสตัน เอสอีเอ (เวสตัน เซาธ์อีสต์เอเชีย) ในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง จังหวัดชลบุรี วิศวกรและคนงานชาวไทยเขาทำ "ชิ้นส่วน" ของเครื่องยนต์โรลสรอยซ์ที่ใช้ในเครื่องบิน ไม่ใช่สำหรับรถยนต์ แถมยังเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ขนาดประมาณได้ว่าวางได้พอดีในมือ ไม่ใหญ่โตไปกว่านั้น

แต่ผมก็ยังรู้สึกทึ่งอยู่ดีครับ

ยิ่งได้รับฟัง เรื่องราวจากปากของ วัฒนา ไชยวาน กรรมการผู้จัดการและได้เดินชมโรง งานแห่งนี้ ยิ่งทึ่งและมีความรู้สึกดีๆ หลายๆ อย่างเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน

ชิ้นส่วนที่ เวสตัน เอสอีเอ ผลิตขึ้นที่ชลบุรีนั้น เรียกรวมๆ ว่า "แอร์โรฟอยล์" ครับ ถ้าจะเรียกกันให้ชาวบ้านเข้าใจได้มันก็คือส่วนที่เป็น "ใบพัด" ที่อยู่ภายในเครื่องยนต์ไอพ่นของโรลสรอยซ์ที่ใช้กันอยู่ในเครื่องบินโดยสารแอร์บัส รุ่น เอ 319, เอ 320 และ เอ 321 นั่นแหละ

คุณวัฒนาบอกว่า ภาษาทางช่างเขาเรียกมันว่า "สตัทเตอร์" ทำหน้าที่รีดลมต่อเนื่องกันเป็นชั้นๆ นับสิบๆ ชั้นเข้าไปในเครื่องไอพ่น ยิ่งเป็นชั้นลึกๆ เข้าไปจะยิ่งเล็กแต่จะมีจำนวนถี่ยิบมากขึ้น ที่เวสตัน เขาทำ "สตัทเตอร์" ชั้นที่ 5,8,9,10 และ 11 ครับ

ตัวของสตัทเตอร์เป็นอัลลอย หรือโลหะผสมพิเศษ เพื่อให้แข็งแกร่ง แต่ในเวลาเดียวกันก็ต้องบิดเอียงทำมุมให้ได้ตามองศาที่ต้องการ ความหนาบางต้องเป๊ะ แถมผิวของมันต้องเรียบ ลื่น นอกจากนั้น ร่องและรอยบากต่างๆ ต้องได้ขนาด ชนิดขาดหรือเกินไม่ได้เพียงแค่ส่วนเสี้ยวของมิลลิเมตร เพื่อให้สามารถนำไปติดตั้งเข้ากับแกนของสตัทเตอร์ได้อย่างเหมาะเจาะ

ความละเอียดและแม่นยำในระดับนี้นอกจากจะต้องการขีดความสามารถในระดับสูงของเครื่องจักรแล้ว ยังต้องการความใส่ใจและละเอียดละออสูงมากจากผู้ที่รับผิดชอบในการผลิตอีกด้วย

ที่น่าสนใจอย่างมากก็คือทั้ง 148 คนที่ประกอบขึ้นเป็น เวสตัน เอสอีเอ นั้น นอกจาก ซีอีโอ ที่เป็นชาวอังกฤษแล้ว ที่เหลือทั้งหมดเป็นคนไทยล้วนๆ อายุเฉลี่ยของพนักงานทั้งหมดยังอยู่ที่แค่ 27 ปีอีกต่างหาก ข้อเท็จจริงเรื่องนี้แสดงออกมาให้เห็นในบรรยากาศของการทำ งานที่แม้ต้องรับผิดชอบสูง แต่ยังผ่อนคลาย ยิ้มแย้มแจ่มใสกันทุกคน

ยิ่งได้เดินดูขั้นตอนการทำงาน ผมยิ่งเกิดความรู้สึกที่ดี ตัวโรงงานไม่เพียงสะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบเรียบร้อยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพในภารกิจรับผิดชอบของตนเอง งานการผลิตที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบซ้ำซากในทุกขั้นตอน ความผิดพลาดพลั้งเผลอแม้แต่เพียงเล็กน้อย ไม่เพียงก่อให้เกิดผลเสียต่อตัวผลิตภัณฑ์ ส่งผลเสียต่อโรงงานเท่านั้น ในบางขั้นตอนก็ยังอาจเป็นอันตรายต่อพนักงานและเพื่อนร่วมงานอีกด้วย

ผมทึ่งอย่างมากที่เวสตัน ซีอีเอ สามารถลดการความผิดพลาด บกพร่องในการผลิตลงเหลือน้อยมาก ไม่ถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์ของงานที่ทำด้วยซ้ำไป

ผมมีประสบการณ์ในการเยี่ยมชมโรงงานระดับโลกมาแล้วหลายแห่ง รวมทั้ง ซีเมนส์ เอจี ที่ประเทศเยอรมนี โรงงานประกอบเครื่องบินแอร์บัสที่ฝรั่งเศส นำมาเปรียบเทียบกันชนิดไม่เข้าข้าง ผมว่ามาตรฐานของเวสตัน ซีอีเอ ที่ชลบุรี จัดอยู่ในระดับมาตรฐานสากลไม่แพ้ 2 โรงงานระดับอินเตอร์ทั้งสองแห่งนั่นเลยทีเดียว

เวสตัน เป็นโรงงานสัญชาติอังกฤษครับ สำนักงานใหญ่อยู่ทางเหนือของประเทศ มีโรงงานนอกประเทศอยู่หลายแห่งในหลายประ เทศ เมื่อปี 2009 ที่ผ่านมา โรงงานเวสตัน ซีอีเอที่ชลบุรีคว้ารางวัลโรงงานยอดเยี่ยมของบริษัท เวสตันจากการพิจารณาโรงงานของตัวเองทุก แห่งทั่วโลกครับ ถือเป็นการการันตีฝีมือคนไทยได้เป็นอย่างดี

ประเด็นอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในใจผมก็คือ ถ้าโรงงานอย่างเวสตัน ซีอีเอ หรือแม้กระทั่งโรงงานผลิตรถยนต์ที่เรามีอยู่มากมายและจัดอยู่ในระดับโลกด้วยกันทั้งสิ้น ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงฝีมือคนไทยว่าไม่แพ้ชาติไหนในโลกแล้วละก็ ทำไมเราถึงไม่มีอุตสาหกรรมการผลิตทำนองนี้เป็นของตัวเอง ไม่มีผลิตภัณฑ์ที่เราเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าเองกันบ้างเล่า?

คำตอบของคำถามนี้ดูสลับซับซ้อนมากครับ มันมีหลายสิ่งหลายอย่างอยู่ในนั้น ตั้งแต่วัฒนธรรมในเรื่องการผลิต การค้าขายของคนไทย ไปจนถึงเรื่องของการศึกษา เรื่อยไปจนถึงการสนับสนุน การส่งเสริมและความเอาจริงเอาจังในการสร้างให้ไทยเบียดแทรกขึ้นมาเป็นหนึ่งในชาติอุตสาหกรรมในโลกกับเขาบ้าง

ผมสบตากับคุณวัฒนาอย่างเข้าใจ แล้วก็ได้แต่เปรยๆ เอาไว้ก่อนเดินทางกลับจากชลบุรีว่า คงดีไม่น้อยถ้าหากเรามีโรงงานอย่างเวสตัน ซีอีเอ มากๆ ในเมืองไทย

แล้วเป็นของคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ!


http://www.matichon.co.th/news_detai...tid=&subcatid=
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old April 4th, 2011, 03:51 AM   #362
Medicaea
Registered User
 
Medicaea's Avatar
 
Join Date: Feb 2011
Location: Bangkok - Chicago
Posts: 58
Likes (Received): 0

We may be very capable of manufacturing things which require high precision and details. However, Rolls Royce still trust the Singaporean engineers more and so the job of assembling the engine is given to them, not us. That explains something too.
__________________
He who neglects what is done for what ought to be done, sooner effects his ruin than his preservation.
Medicaea no está en línea   Reply With Quote
Old April 4th, 2011, 10:16 AM   #363
Munich dweller
Piling higher and Deeper
 
Munich dweller's Avatar
 
Join Date: Aug 2007
Location: Munich / Bangkok
Posts: 2,226
Likes (Received): 55

I seem to remember a news several years ago that GE was looking to setting up a plant in Thailand to manufacture jet engine parts. Never heard about it ever since though.
__________________
"Science is more than a body of knowledge. It's a way of thinking, a way of skeptically interrogating the universe."

Carl Sagan ....
Munich dweller no está en línea   Reply With Quote
Old April 7th, 2011, 06:25 AM   #364
Jupitana
BANNED
 
Join Date: Dec 2010
Location: Bangkok
Posts: 810
Likes (Received): 2

ให้ ‘สุวรรณภูมิ’ เป็นครูก่อนดัน ‘สนามบินเชียงใหม่’ ติดท็อปเทนโลก


การที่สนามบินได้รับการจัดอันดับจากคณะกรรมการท่าอากาศยานระหว่างประเทศ (Airports Council International) แสดงให้เห็นถึงความนิยมชมชอบของผู้ใช้บริการที่มีต่อสนามบินนั้นๆ เพราะการจัดอันดับดังกล่าวเป็นการสำรวจความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการทั่วโลก ดังนั้นในแต่ละปีสนามบินต่างๆ ทั่วโลกจึงได้ถูกส่งเข้าประกวดในการจัดอันดับในโครงการดังกล่าว และมียอดสนามบินที่เข้าประกวดมากขึ้นทุกปี

สำหรับประเทศไทยนั้นนอกจากสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือทอท.ยังมีสนามบินอีก 2 แห่งที่ถูกส่งเข้าประกวดด้วยนั่นคือ สนามบินเชียงใหม่ และภูเก็ต

โดย “เสรีรัตน์ ประสุตานนท์” บอสใหญ่ ทอท.บอกว่า ปีนี้ ทอท.ได้ส่งสนามบินเชียงใหม่เข้าประกวด โดยมีเป้าหมายให้เป็นสนามบินดีเด่น 1 ใน 10 ของโลก ในกลุ่มสนามบินที่มีผู้โดยสารไม่เกิน 5 ล้านคนในปี 55 และ 1 ใน 5 ในปี 57

มาดูศักยภาพของสนามบินเชียงใหม่บ้าง ปัจจุบันมีจำนวนเที่ยวบินวันละ 70-80 เที่ยว และเป็นเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศมายังเชียงใหม่ถึง 8 สายการบิน โดยขณะนี้ได้มีการสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่และเปิดบริการเรียบร้อยแล้ว สามารถรองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศได้ถึง 2 ล้านคนต่อปี รวมทั้งได้ปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังเดิมให้รองรับผู้โดยสารภายในประเทศได้ 6 ล้านคนต่อปี รวมแล้วจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 8 ล้านคน จากปัจจุบันที่ผ่านมาที่รองรับได้เพียง 3.5 ล้านคนต่อปี

นอกจากนี้ “ระวีวรรณ เนตระคเวสนะ” ผู้อำนวยการสนามบินเชียงใหม่ บอกว่า สนามบินเชียงใหม่ได้มีแผนการพัฒนาศักยภาพสนามบินเชียงใหม่ โดยการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์การใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเตรียมงบประมาณกว่า 80 ล้านบาท ในการก่อสร้างหลุมจอดเพิ่มอีก 2 หลุม จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 20 หลุมจอด รวมเป็น 22 หลุม เพื่อรองรับเที่ยวบินที่จะเพิ่มขึ้น และทอท.ก็มีนโยบายที่จะให้เชียงใหม่กลายเป็นศูนย์กลางของการเดินทางทางอากาศของภาคเหนือ เนื่องจากไม่มีปัญหาในการขยายและการใช้พื้นที่

อีกทั้งยังมีโครงการพิจารณาโครงการติดตั้งระบบไฟฟ้า 400 เมกะเฮิรตซ์ และระบบปรับอากาศพีซี-แอร์ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการท่าอากาศยานสีเขียว (Green and Clean Airport) ที่จะมีการดำเนินการในปี 2554 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการปรับปรุงพื้นที่บริเวณลานจอดอุปกรณ์ต่างๆ ปรับปรุงภูมิทัศน์ วงเงินลงทุนประมาณ 4 ล้านบาท และพัฒนาระบบการจ่ายน้ำมันทางท่อเพื่อทดแทนการเติมน้ำมันเครื่องบินจากรถเติมน้ำมัน

การที่จะติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกหรือไม่ คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แม้ว่า ทอท.จะลงทุนพัฒนารูปลักษณ์สนามบินเชียงใหม่มากมายแค่ไหนก็ตาม หากในแง่ของการบริการที่แสดงออกมาด้วยใจไม่ได้รับการพัฒนา ก็คงไม่พ้นสนามบินสุวรรณภูมิ ที่อันดับต้องถอยร่นลงไปอีก

สิ่งที่ สุนทรีย์ มองว่า ทอท.ไม่ควรมองข้ามและต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ต่อเนื่องคือ การร่วมมือร่วมใจ ร่วมแรงของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานในสนามบินเชียงใหม่ ในการพัฒนาการบริการด้วยใจ (Service Mind) ควบคู่กับการพัฒนารูปลักษณ์ภายนอก

โดยเฉพาะให้ดูประเด็นที่เป็นปัญหาของสนามบินสุวรรณภูมิเป็นประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องห้องน้ำเจ้าปัญหา และขั้นตอนการตรวจเอกสารต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่ล่าช้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้โดยสารร้องเรียนกันมากจนทำให้ “สุวรรณภูมิ” ตกอันดับ มาปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ “สนามบินเชียงใหม่” ได้เชิดหน้าชูตาประเทศไทยกับเขาบ้าง

http://www.siamturakij.com/home/news...s_id=413351806
Jupitana no está en línea   Reply With Quote
Old April 7th, 2011, 07:57 AM   #365
pon
Registered User
 
pon's Avatar
 
Join Date: Jun 2004
Location: Bangkok/Chiangmai
Posts: 7,803
Likes (Received): 1321


เห็นจะให้การบริหารสุวรรรภูมิเป็นครูสำหรับสนามบินเชียงใหม่แล้วก็ร้อนๆหนาวๆ
เพราะเท่าที่ดู สุวรรณภูมิก็ใช่ย่อย บริหารแบบไม่เป็นอาชีพพอสมควรและก็ยังขาดวิสัยทัศน์และแนวความคิดในเรื่องสนามบินระดับโลกอยู่หลายขุม อย่าให้บอกว่ามีเรื่องอะไรบ้าง รู้ๆกันอยู่
pon no está en línea   Reply With Quote
Old April 8th, 2011, 02:09 AM   #366
Medicaea
Registered User
 
Medicaea's Avatar
 
Join Date: Feb 2011
Location: Bangkok - Chicago
Posts: 58
Likes (Received): 0

Quote:
Originally Posted by pon View Post

เห็นจะให้การบริหารสุวรรรภูมิเป็นครูสำหรับสนามบินเชียงใหม่แล้วก็ร้อนๆหนาวๆ
เพราะเท่าที่ดู สุวรรณภูมิก็ใช่ย่อย บริหารแบบไม่เป็นอาชีพพอสมควรและก็ยังขาดวิสัยทัศน์และแนวความคิดในเรื่องสนามบินระดับโลกอยู่หลายขุม อย่าให้บอกว่ามีเรื่องอะไรบ้าง รู้ๆกันอยู่
standard เมืองไทยก็แบบนี้แหละครับ คนกำหนดนโยบายก็วิสัยทัศน์แคบ
__________________
He who neglects what is done for what ought to be done, sooner effects his ruin than his preservation.
Medicaea no está en línea   Reply With Quote
Old April 19th, 2011, 07:16 AM   #367
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,120
Likes (Received): 1477

วิทยุการบินฯเสนอครม.ของบลงทุน 4.4 พันล้าน

Thairath 19/04/2011

วิทยุการบินฯเสนอ ครม.ของบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานวงเงิน 4.4 พันล้านบาท เพื่อปรับปรุงพัฒนาระบบการจราจรทางอากาศของประเทศไทย พร้อมเผยเที่ยวบินช่วงต้นปีโต 14% สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 7 %

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. พล.อ.อ.สมชาย เธียรอนันท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่ง ประเทศไทย จำกัด (บวท.) กล่าวถึงโครงการลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านบริการการเดินอากาศวงเงิน 4,460.31 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงพัฒนาระบบการจราจรทางอากาศของประเทศไทย ว่า ล่าสุดจากการหารือกับนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ได้ยืนยันว่าพร้อมจะพลักดันโครงการดังกล่าวให้เสร็จสิ้นก่อนที่รัฐบาลจะ ประกาศวันยุบสภา ซึ่งล่าสุดกระทรวงคมนาคมได้เสนอเรื่องดังกล่าวไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว แต่เนื่องจากโครงการมีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท จึงต้องเสนอไปยังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณางบลงทุนก่อน จากนั้นจึงเสนอครม.พิจารณาอนุมัติได้

สำหรับการลงทุนดังกล่าวนั้น เป็นไปตามแนวทางขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO) ที่กำหนดให้ทุกประเทศพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการเดินอากาศให้เป็นระบบใหม่ เพื่อรองรับการพัฒนาแบบแผนการบินด้วยเทคโนโลยี Performance-Based Navigation (PBN) และระบบสื่อสารด้วยสัญญาณจากดาวเทียมโดยงบประมาณที่เสนอขอไปนั้นจะมีการ ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหลัก ประกอบด้วย 1.โครงการจัดตั้งศูนย์บริหารการจราจรทางอากาศ เพื่อจัดการจราจรทางอากาศให้มีความคล่องตัว ไม่ก่อให้เกิดความล่าช้าในการบินวนรอสำหรับการบินในประเทศและเข้า-ออกต่าง ประเทศ วงเงิน 2,170 ล้านบาท 2.โครงการเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาระบบและเทคโนโลยีทางอากาศและการพัฒนา ระบบเชื่อมต่อโครงข่ายการบริหารจราจรทางอากาศระบบใหม่ทั่วประเทศ วงเงิน 1,590.31 ล้านบาท 3.โครงการจัดหาอากาศยานบินทดสอบประสิทธิภาพสูง พร้อมติดตั้งระบบอุปกรณ์การบินทดสอบ เพื่อบินทดสอบการรักษามาตรฐานของระบบ และอุปกรณ์นำร่อง และนำร่อน รวมทั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการบินด้วยระบบดาวเทียม วงเงิน 700 ล้านบาท

คาดว่าหลังจากครม.อนุมัติแล้ว บวท.จะเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 3 ปี สำหรับ ปริมาณเที่ยวบินที่ทำการบินเข้า-ออกในประเทศไทยขณะนี้ พบว่า ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมถึงต้นเดือนเมษายน 2554 ที่ผ่านมา มีสายการบินทำการบินเพิ่มขึ้นกว่า 10-14 % สูงกว่าประมาณการที่ตั้งไว้ 7-8 % โดยเฉพาะสายการบินจากประเทศจีนที่ทำการบินมายังไทยเพิ่มขึ้น ดังนั้นหากสถานการณ์ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับดังกล่าวจะส่งผลให้ผลประกอบการขอ งบวท.ปรับตัวดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าในปี 2554 จะมีกำไรสูงถึง 100 ล้านบาทจากเดิม

“เราตั้งเป้าทั้งปีไว้โต 7 % แต่ช่วงต้นปีตัวเลขขึ้นมาแล้ว 14 % และหากไม่มีปัจจัยอะไรเข้ามากระทบ โดยเฉพาะปัญหาทางด้านการเมืองเหมือนช่วงที่ผ่านมา ตัวเลขทั้งปีก็น่าจะอยู่ที่ 8% คาดว่าจะมีรายได้รวมมากกว่า 7,000 ล้านบาท และมีกำไรถึง 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่เราติดลบไป 112 ล้านบาท พล.อ.อ. สมชาย กล่าว” พล.อ.อ.สมชาย กล่าว.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old April 19th, 2011, 10:08 AM   #368
TheWestWing
Registered User
 
TheWestWing's Avatar
 
Join Date: Aug 2010
Location: Bangkok
Posts: 989
Likes (Received): 54

Airports of Thailand traffic surges as Suvarnabhumi flourishes


Published: 18/04/11
Source: ©The Moodie Report
By Martin Moodie


THAILAND. Airports of Thailand (AoT) has posted a +12.7% rise in international passengers (embarking, disembarking, transit) to 3,842,476 for the month of March. First-quarter international traffic gained +11.2% to 11,440,373.

Total passengers for the month (including domestic) amounted to 6,027,2182 – an increase of +10.82% compared to the previous year.

The figures cover AoT’s entire national airport network, which is made up of Suvarnabhumi and Don Muang in Bangkok, as well as Phuket, Chiang Mai, Hat Yai and Chiang Rai.

Bangkok Suvarnabhumi Airport recorded a +10.62% rise in international passengers to 3,379,008 during March. For the first quarter, international passengers at the country’s main gateway rose by +8.8% to 9,947,191.

Analysts are watching Thai inbound tourism numbers closely to assess the impact of March's earthquake and tsunami (and subsequent nuclear crisis). Japan is a key source market for Thailand's tourism industry but any decline is likely to be offset by strong growth in tourism from other markets, notably China.

ALL AIRPORTS OF THAILAND INTERNATIONAL AIRPORTS



BANGKOK SUVARNABHUMI AIRPORT



http://www.moodiereport.com/document...3&doc_id=27028
TheWestWing no está en línea   Reply With Quote
Old April 29th, 2011, 05:40 PM   #369
Jupitana
BANNED
 
Join Date: Dec 2010
Location: Bangkok
Posts: 810
Likes (Received): 2

AirAsia Insure Brings Thai Fashion Brands to the World Leading Thai fashion brands get full support at the ‘BLUEPRINT 2011’ in Singapore

ไทยพีอาร์ ดอทเน็ต
วันที่ 29 เมษายน 2554 16:42 น

AirAsia Insure announced its support for 18 leading Thai fashion brands participating in one of the world’s most watched fashion events, “BLUEPRINT 2011, Fashion Trade Gateway” to be held from 19 – 22 May 2011 at Marina Bay Sands, Singapore, hoping to grow Thai fashion industry and attract more fashion-conscious travelers to Thailand.

. Santisuk Khlongchaiya, Commerce Director, Thai AirAsia, said, “Thai AirAsia is pleased to support leading Thai fashion brands in the BLUEPRINT 2011. This is a real window of opportunity opening for Thai brands to leapfrog to the global fashion arena. We believe in Thai fashion brands’ potential and want to support them in their significant development.

Through our support, Thai fashion brands and interested persons will enjoy greater convenience in attending the regional fashion event BLUEPRINT 2011. We hope that with our support, Thailand’s fashion industry will grow and gain more reputation in the international arena and soon become a fashion hub that attracts more and more fashion lovers from around the world.

Thai AirAsia is ready to support them with convenient and pleasant travel to and from Thailand. We have a worldwide network that covers major cities and with high efficiency. Our AirAsia Insure service also offers all passengers with greater confidence of impressive protection. We also hope that the BLUEPRINT 2011 will help drive growth in both fashion and travel industries in the region.

Our AirAsia Insure is available at www.airasia.com when process the ticket booking and giving our customers greater convenience through various services, such as managing my booking or web-check in portal on the website.”

BLUEPRINT 2011 is one of the largest fashion events in the region. From the overwhelming success last year, the event is bigger this year, which is the second year, with 18 leading Thai brands participating in the event. Among the leading Thai fashion brands are Sanshai, Chai gold label, Tu’i, Bangkok Smith (Jogema / Matian Amanita / Missile / Trimode Accessories), Milin, Victeerut, frank, PITCH, Disaya, The only son, DS, Craft, SAPRANG, Palasak, and APOSTROPHY-'P.

Mr. Supachai Piakaew, President of Krungthai Panich Insurance Co Ltd (KPI), the insurance partner of AirAsia Insure, said, “As a Thai Non-Life Insurance Company, it is our commitment to support Thais to have valuable initiatives activities for Thais in order to increase wealth of our Thai economy and this year we support Thai designers to be on international stage.”

KPI, as a leading non-life insurance company in Thailand, provides varieties of initiative insurance products and has expanded to online channel of services including the AirAsia Insure Project. “We specially designed the travel accident insurance package to match with the customer’ needs. We want to assure our customers to travel happily either leisure or business.”

Supporting Thai brands in the BLUEPRINT 2011, especially for their travel insurance, is part of this commitment. Thai brands will enjoy greater confidence and peace of mind with our wide variety of insurance packages, such as On-Time Guarantee that will pay 2,000 Baht once there is more than 2-hour flight delay. Therefore, the designers can focus on their shows and leave their worries behind.”

AirAsia Insure’s support for the fashion event is highly welcomed by Thailand’s fashion brands. Mr. Chai Jiamkittikul, the designer for CHAI GOLD LABEL , said, “We are pleased to see that leading companies, such as AirAsia and Krungthai Panich Insurance, also see the importance of the fashion industry and lend their hand to support the development of the industry.

Our participation in the BLUEPRINT 2011 will not only give Thai brands the opportunity to showcase our creativity and potential, but also to meet with and share and learn new ideas with world’s leading designers from across the world. This is a real learning session that will enable Thai designers to develop skills and open their world of design which will result in better works in the future.”
Jupitana no está en línea   Reply With Quote
Old April 29th, 2011, 06:37 PM   #370
Jupitana
BANNED
 
Join Date: Dec 2010
Location: Bangkok
Posts: 810
Likes (Received): 2

Phuket, Thailand: New terminal at Phuket International Airport starts in November

thaipr.net
วันที่ 28 เมษายน 2554 16:56 น.

Following a series of delays over the last two years, construction of the new International terminal at Phuket International Airport is now scheduled to get underway at the beginning of November.

The 5.9 billion baht (US$197 million) project was first presented to shareholders back in 2009 by Phuket International Airport’s acting director, Wing Commander Passakorn Surapipit.

However, the departure of the Airports of Thailand PLC (AOT) president Serirat Prasutanand on the 9th March this year delayed the tendering process further whilst his successor, Manit Watanasen, was appointed.

Once complete, terminal three will have a new runway, a refuelling zone, additional car parking, an AOT office and a cargo building.

The project follows the success of the second terminal which was opened in 2009 and increased the airport’s passenger capacity to seven million at a cost of 516 million baht (US$17.2 million).

The expansion plans also include the renovation of the existing domestic terminal which is expected to start in July 2012. The entire project is slated for completion in May 2014.

The new terminal can’t come soon enough for Phuket, as last year the airport reached its maximum capacity of seven million passengers. And experts are predicting that passenger numbers will grow to more than eight million by the end of this year.

Reasons for the growth are lower landing fees for budget airlines than at Bangkok’s Suvarnabhumi Airport and strong growth in the number of tourists visiting Phuket.

In fact, Air Asia recently made Phuket International Airport its regional hub, with direct flights from Vietnam to Phuket, Indonesia to Phuket and Hong Kong to Phuket.

Currently the airport caters for five hundred and thirty seven flights each week, operated by a total of forty four airlines. The majority of flights to Phuket are scheduled services.

Once the new terminal is complete, Phuket International Airport’s passenger capacity will increase to 12.5 million passengers per year.

The AOT board will meet on the 29th April when they will make a formal public announcement about the project.
Jupitana no está en línea   Reply With Quote
Old June 2nd, 2011, 11:47 AM   #371
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,120
Likes (Received): 1477

วิทยุการบินฯเริ่มใช้ค่าต๋งใหม่ต.ค.นี้

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 2/06/2011

วิทยุการบินฯปรับรูปแบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจัดจราจรใหม่ เริ่มใช้1ต.ค.นี้ คาดปีนี้รายได้ทะลุ 6 พันล้านบาท

พลอากาศเอกสมชาย เธียรอนันท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ บริษัทจะเริ่มใช้อัตราการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการจัดจราจรทางอากาศแบบใหม่ โดยคิดตามระยะทาง จากเดิมที่คิดแบบเหมาจ่าย ซึ่งจะส่งผลให้อัตราค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 10% โดยสายการบินที่ทำการบินในเส้นทางระยะสั้น โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำ จะมีต้นทุนลดลง เพราะอัตราค่าธรรมเนียมจะขึ้นอยู่กับระยะทางบิน

ทั้งนี้ การคิดอัตราค่าธรรมเนียมแบบใหม่ จะช่วยให้รายได้ของบริษัทครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เพราะบริษัทเป็นองค์กรที่ไม่ได้มุ่งหวังกำไรจากการดำเนินงาน โดยในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 6 พันล้านบาท และในปี 2555 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 7 พันล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลจากปริมาณเที่ยวบินเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าในปีนี้จะมีปริมาณเที่ยวบินรวม 5 แสนเที่ยว หรือเติบโต 8-9% และจะเติบโตต่อเนื่องจนถึงปี 2555 และคาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า ปริมาณเที่ยวบินจะเพิ่มเป็นปีละ 1 ล้านเที่ยว และปริมาณผู้โดยสารจะเพิ่มเป็นปีละ 100 ล้านคน จากปัจจุบันปีละ 45 ล้านคน
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 5th, 2011, 06:17 PM   #372
Jupitana
BANNED
 
Join Date: Dec 2010
Location: Bangkok
Posts: 810
Likes (Received): 2

ทอท.มองธุรกิจการบินยังสดใสหากคนไทยสมานฉันท์


ไทยรัฐออนไลน์
โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
3 มิถุนายน 2554, 21:45 น.

ทอท.เผย นักท่องเที่ยวในภูมิภาค กว่า 75% ต้องการมาไทย ด้าน การบินไทย เชื่อ ธุรกิจการบินยังดี แต่ต้องหยุดวิกฤติในประเทศ ทั้งคนไทยตีกัน-สุวรรณบินแน่นเอียด

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. นายนิตินัย ศิริสมรรถการ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผยในงานสัมมา "อนาคตอุตสาหกรรมการบินวิกฤตหรือโอกาส” ซึ่งจัดโดยสถาบันการบินพลเรือนว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกจะเป็นโอกาสของไทยและ ทอท. เนื่องจากผู้โดยสารในภูมิภาคนี้กว่า 75% ต้องการมาเที่ยวเมืองไทย ทำให้การเติบโตของจำนวนผู้โดยสารของไทยไม่ลดลง แม้ว่าผู้โดยสารจากประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และออสเตเลีย เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองไทยลดลง เพราะประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ

“ตอนนี้ผู้โดยสารจีนและอินเดีย ซึ่งผมมองว่าผู้โดยสารเหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่รวยใหม่ เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มคนรวยเก่า คือ สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตเลีย เดินทางมาไทยลดลง ทำให้ไทยยังคงมีการเติบโตของผู้โดยสารต่อเนื่อง แต่บ้านเมืองต้องสงบ ซึ่งยังถือว่าเป็นโอกาส แต่ที่จะเป็นวิกฤตคือปัญหาภายในของทอท.เอง ที่จะไม่สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารของท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ และภูเก็ต ได้ทันกับความเติบโตดังกล่าว” นายนิตินัย กล่าว

ด้าน นาวาอากาศตรีสรเดช นามเรืองศรี ผู้จัดการกองจัดหาบุคลากรการบิน บริษัทการบินไทย กล่าวว่า ตนมองว่า อุตสาหกรรมการบิน ยังมีโอกาสที่ดีอยู่ โดยทุกคนจะต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมที่สุด เพื่อรอรับโอกาสที่ดีในอนาคต หลังจากภาวะเศรษบกิจทั่วโลกจะดีขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาการบินไทย ก็ได้เตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องของการขยายฝูงบินเพิ่มขึ้น ปรับสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ดดยสาร เช่น เพิ่มจอส่วนตัวในที่นั่งชั้นประหยัด ส่วนการขยายตัวอย่างรวดเร็วของสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอส) นั้น การบินไทยมองว่า เริ่มเป็นวิกฤติในระยะต้น แต่ก็ถือว่า เป็นคนละกลุ่มลูกค้า กับการบินไทย และขณะนี้การบินไทย ก็มีสายการบินนกแอร์ ซึ่งถือเป็นสายการบินต้นทุนประหยัด รวมทั้งสายการบินโลว์คอสที่จะเป็นสายการใหม่ อย่างไทย วิง มาแข่งขันแล้ว

“ ตอนนี้เราต้องป้องกันการเกิดวิกฤติทุกอย่าง ยกเว้นวิกฤติที่เกิดจากภัยธรรมชาติ เช่น ตั้งแต่ต้นปีก็จะได้รับผลกระทบภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว ทำให้ต้องงดเที่ยวบินทางฝั่งยุโรปนานเกือบเดือน ซึ่งถือว่าเป็นวิกฤติ ที่เราควบคุมไม่ได้ แต่วิกฤติประเภทอื่นเราจ้องป้องกันให้ได้ โดยเฉพาะการเข้มงวดในการรักษามาตรฐานความปลอดภัย และให้เตรียมพร้อมรอรับโอกาสที่จะเข้ามาในอนาคต เพราะต่อไปเศรษฐกิจ"นาวาอากาศตรีสรเดช กล่าว

http://www.thairath.co.th/content/eco/176350
Jupitana no está en línea   Reply With Quote
Old June 24th, 2011, 04:46 AM   #373
mrintow
ผู้ใช้ลงทะเบียน
 
mrintow's Avatar
 
Join Date: Jan 2010
Location: Bangkok/Chiang Mai
Posts: 1,112
Likes (Received): 5



Airbus invites the passengers of 2050 to discover its Concept Cabin - a whole new flying experience inspired by nature. Charles Champion, Airbus Executive Vice President Engineering, says: "Our research shows that passengers of 2050 will expect a seamless travel experience while also caring for the environment. The Airbus Concept Cabin is designed with that in mind, and shows that the journey can be as much a voyage of discovery as the destination. Whichever flight experience is chosen, the passenger of 2050 will step out of the Airbus Concept Cabin feeling revitalised and enriched."
mrintow no está en línea   Reply With Quote
Old June 24th, 2011, 05:47 AM   #374
TheWestWing
Registered User
 
TheWestWing's Avatar
 
Join Date: Aug 2010
Location: Bangkok
Posts: 989
Likes (Received): 54

จำปีผวาเอทิฮัดไล่ช็อปนักบิน

โดย กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ
วันพุธที่ 22 มิถุนายน 2011 เวลา 09:35 น.

บินไทยผวาเจอสายการบินเอทิฮัดเดินสายช็อปนักบินถึงปลายจมูกล่าสุดเปิดโรงแรมหรูกลางกรุงรับสมัครโจ่งครึ่ม นายกนักบินฟันธงสมองไหลอื้อแน่ หลังก่อนหน้านั้นไปครึ่งร้อย เหตุผลตอบแทนจูงใจ เคาะรายได้กัปตันบิน 10 ปีส่วนต่างมากกว่าจำปีกว่า 25 ล้านบาท ไม่รวมสวัสดิการสุดหรูแค่รักษาพยาบาลปีละ 20 ล้านบาทอื่นๆ อีกเพียบ แจงแม้ล่าสุดบอร์ดปรับเงินเดือนคนละ 6 หมื่นบาทแต่เชื่อจ่อลาออกตรึม หวั่นนักบินขาดกระทบตารางบิน
กัปตันวินัย ปราชญาพร นายกสมาคมนักบินไทย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงการที่สายการบินเอทิฮัด จากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เดินทางมาประเทศไทยพร้อมทั้งเปิดห้องบอลรูมของโรงแรม โกลเด้นทิวลิป เพื่อรับสมัครนักบินระหว่างวันที่ 24-25 มิถุนายนนี้ว่า จะส่งผลให้นักบินของสายการบินต่าง ๆ ไม่เฉพาะแต่การบินไทยเท่านั้นที่จะให้ความสนใจไปสมัครกันเป็นจำนวนมาก โดยจะรวมถึงสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ไทยแอร์เอเชียและอื่น ๆ ด้วย เนื่องจากถือเป็นครั้งแรกที่มีการโรดโชว์ในลักษณะนี้จากเดิมที่ใช้วิธีการสมัครผ่านอินเตอร์เน็ต เพียงอย่างเดียว

++บิน 10 ปีมีเงินเก็บ 25 ล้าน

ส่วนสาเหตุที่จะทำให้นักบินให้ความสนใจเป็นเพราะผลตอบแทนทั้งรายได้ ในรูปของเงินเดือน ค่าเบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการต่าง ๆ ที่มอบให้นั้นถือว่าดีมากจนปฏิเสธไม่ลงโดยล่าสุดมีการคำนวณรายได้ในระดับกัปตันของเอทิฮัดกับการบินไทยพบว่า ถ้าใช้ระยะเวลาทำงาน 10 ปี พบว่าถ้าบินกับสายการบินเอทิฮัดจะมีรายได้มากกว่าการบินไทยไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบาท โดยเงินเดือนของเอทิฮัดจะอยู่ที่ราว 480,000 บาทต่อเดือน ถ้ามีใบอนุญาตเป็นครูสอนนักบินจะได้รายได้เพิ่มอีก 40,000 บาทต่อเดือนหรือทำให้มีรายได้ในราว 520,000 บาท ขณะที่กัปตันการบินไทยมีรายได้ในราว 280,000 บาทต่อเดือน
"นักบินเข้าใหม่การบินไทยมีรายได้เงินเดือน 60,000 บาท บวกเบี้ยเลี้ยงอีก 30,000 บาท ถ้าเป็นโคไพลอตจะมีรายได้อยู่ที่ 160,000-180,000 บาท แต่เอทิฮัดจ่าย 280,000 บาทต่อเดือน ระดับกัปตันจ่าย 480,000 บาท ขณะที่ อยู่การบินไทยได้ 280,000 บาท แสดงให้เห็นถึงส่วนต่างรายได้ ในราว 200,000 บาทต่อเดือนหรือปีละ 2,400,000 บาท ไม่รวมสวัสดิการอื่นๆ ที่จูงใจอีกเป็นจำนวนมาก
จึงเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้นักบินที่ยังโสดและมีประสบการณ์ 5-7 ปีอยากไปร่วมงานด้วย " นายกสมาคมนักบินไทยกล่าว


++ ปรับเงินเดือน 6 หมื่นก็ไม่อยู่

เขายังระบุอีกว่าก่อนหน้าฝ่ายบริหารการบินไทยก็กลัวปัญหาสมองไหลและได้เสนอปรับรายได้นักบิน โดยล่าสุดคณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาปรับรายได้โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือระดับกัปตันเพิ่ม 60,000 บาท ซีเนียร์โคไพลอต 45,000 บาทและจูเนียร์โคไพลอต 30,000 บาทต่อเดือน แต่ก็ต่ำกว่าที่เสนอไปมากและเชื่อว่าคงไม่สามารถแก้ปัญหาสมองไหลได้ เนื่องจากเทียบผลตอบแทนที่สายการบิน ในตะวันออกกลาง อย่างเอทิฮัดจ่ายแล้วนับว่ายังมีความแตกต่างกันมาก

โดยเฉพาะกลุ่มนักบินในระดับซีเนียร์มีการปรับรายได้ต่ำกว่าที่ขอไปจำนวน 60,000 บาทต่อเดือนเนื่องจากกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเป้าหมายในการต้องการตัวของสายการบินต่างชาติมากที่สุดแต่ฝ่ายบริหารปรับให้เพียง 45,000 บาทเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่านักบินกลุ่มนี้คงจะมีการทยอยลาออกไปร่วมกับสายการบินต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ยิ่งมีการเดินสายการจัดโรดโชว์ถึงในเมืองไทยด้วย


++หวั่นนักบินขาดกระทบไฟลต์บิน

หลังจากขณะนี้ได้ลาออกไปแล้ว 42 คน สัมภาษณ์ไปแล้วกำลังรอการเรียกตัวอีก 30 คนและโรดโชว์ในครั้งนี้จะมีนักบินอีกจำนวนหนึ่งไปสมัครแม้จะมีการปรับรายได้แล้วก็ตาม โดย เอทิฮัดให้ความสนใจกลุ่มนักบินที่มีประสบการณ์ 5-7 ปี ในการบินเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777 หรือโบอิ้ง 737 แอร์บัสเอ 330 แอร์บัสเอ 340 และยังไม่มีครอบครัว เพราะจะทำให้ประหยัดค่าเล่าเรียนลูกไปได้อีกจำนวนหนึ่ง และสามารถย้ายไปประจำที่อาบูดาบีได้ง่ายกว่าคนมีครอบครัว

นายกสมาคมนักบินไทย กล่าวต่ออีกว่า เดิมทีบริษัทจะจ่ายค่าเล่าเรียนในการฝึกอบรมนักบินและมีสัญญาผูกมัดในการทำงานอย่างน้อย 4 ปี แต่ปัจจุบันนักบินต้องจ่ายค่าเล่าเรียนเองคนละ 2 ล้านบาท ใช้ระยะเวลา 1 ปี และใช้วิธีหักเงินเดือนใช้คืนบริษัท ซึ่งถ้าไม่ครบสัญญาต้องเสียค่าปรับ กรณีลาออกต้องแจ้งล่วงหน้า 6 เดือน ไม่งั้นจะเสียค่าปรับแต่เมื่อเทียบรายได้ที่เอทิฮัดให้แล้ว ถือว่าคุ้มค่ากว่ามาก ปัจจุบันการบินไทยมีกัปตัน 479 คน โคไพลอต 840 คน ขณะนี้ถือว่ายังพอรับมือไหว แต่ถ้าหากมีการลาออกไปอีกสักประมาณ 80 คนจะกระทบกับการจัดตารางการบินอย่างแน่นอน

"เวลานี้ต้องถือว่าตลาดเป็นของนักบิน ทั่วโลกยังมีความต้องการนักบินสูงมีการประเมินว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้าจะถึง 1 แสนคน เนื่องจากมีการสั่งซื้อเครื่องบินใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศเกิดใหม่อย่าง จีน อินเดีย รวมทั้งประเทศในแถบตะวันออกกลางที่ยังมีการสั่งซื้อเครื่องบินกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุด มีการสั่งซื่อเครื่องบิน A 380 อีก 90 ลำที่จะส่งมอบภายใน 5 ปีที่น่าห่วงสำหรับประเทศไทยคือเรื่องมาตรฐานนักบินที่ต้องมีการพิจารณากันให้ดี สิ่งที่น่าทำคือรับสมัครนักบินที่ยังไม่มีไลเซนส์ เอามาฝึก น่าจะทำได้เร็วกว่าการเรียนตามปกติที่สามารถผลิตได้ปีละ 100 คนทั่วประเทศเท่านั้น" นายกสมาคมนักบินไทยกล่าว


++ โรดโชว์ 7 ประเทศทั่วเอเชีย

ทางด้านแหล่งข่าวจากวงการนักบินที่เดินทางไปร่วมโรดโชว์กับสายการบินเอทิฮัดที่ประเทศสิงคโปร์ เผยว่า การเดินทางมาประเทศไทยช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ถือเป็นประเทศสุดท้ายของการเดินสายรับสมัครนักบินทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยก่อนหน้านั้น ได้มีการจัดโรดโชว์มาแล้ว 6 ประเทศ ไทยเป็นประเทศที่ 7 ซึ่งเริ่มตั้งแต่ที่เมืองจาการ์ตาเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. เป็นแห่งแรกจากนั้นก็ไป สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ มะนิลา ฮ่องกง โฮจิมินห์ และกรุงเทพฯ เป็นแหล่งสุดท้าย

โดยสายการบินเอทิฮัดได้ทำพรีเซนเตชันแสดงความเป็นมาของสายการบินและเป้าหมายที่ชัดเจนแก่ผู้เข้าร่วมงาน โดยระบุว่าเป็นสายการบินของรัฐบาลมีฐานการบินอยู่ที่เมืองอาบูดาบี และแหล่งผลิตน้ำมัน 90% ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อยู่ในเมืองอาบูดาบี ตั้งเป้าหมายจะมีเครื่องบิน 180 ลำ ไม่มีนโยบายเป็นพันธมิตรกับสายการบินใดกลุ่มใดไม่ว่าจะเป็นเครือข่าย สตาร์อัลไลแอนซ์ หรือวันเวิลด์ ที่ถือว่าเป็นเครือข่ายพันธมิตรทางการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะบริหารเอง แต่จะโค้ดแชร์กับสายการบินใหญ่ ๆ เชื่อมโยงเมืองใหญ่ ๆ ทั่วโลก


++ เศรษฐกิจแย่ไม่เคยลดเงินเดือน

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอข้อมูลทางด้านลูกเรือว่า 90% ของพนักงานเป็นชาวต่างชาติ และมีนักบิน 78 สัญชาติ ลูกเรือ 141 สัญชาติ บ่อยครั้งที่ลูกเรือในเที่ยวบินเดียวกัน 18-19 คน ต่างสัญชาติกันทั้งหมด และยังเป็นสปอนเซอร์ในการแข่งขัน เอฟวัน ที่มีผู้ชมปีละ 600 ล้านคน เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทั้งเตรียมจะมีอาคารผู้โดยสารของเอทิฮัดโดยเฉพาะซึ่งในแผนการขยายสนามบินเทอร์มินัล 3 ของสนามบิน มีการสั่งเปลี่ยนเก้าอี้ใหม่ใช้งบ 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือราว 540 ล้านบาท หลังจากใช้ไปแค่ 18 เดือน เพราะเห็นว่ามีข้อเสีย ที่นั่งในชั้นไดมอนด์คลาส สามารถปรับให้นั่งรับประทานอาหารค่ำได้ 4 คนเหมือนที่บ้านหรือภัตตาคาร มีจอทัชสกรีนในการขอเครื่องดื่มติดต่อกับลูกเรือโดยตรง

ปัจจุบันเอทิฮัดมีนักบิน 1,100 คน มีสถิติการลาออก 23 คน แม้เศรษฐกิจแย่แต่ก็ไม่เคยไปแตะเรื่องรายได้ของพนักงาน อาบูดาบี เป็นเมืองที่ค่าครองชีพสูงท็อป 30 แต่รายได้นักบินก็ถือว่าสูง ถ้าเทียบกับค่าครองชีพ สามารถซื้อบ้านหรู 4 ห้องนอน มีสระว่ายน้ำ มีรถ ปอร์ช ขับ ในราคาที่จับจ่ายซื้อหาได้ เมื่อเทียบกับเมืองอื่นที่ถ้ารายได้เท่ากัน แต่ไม่สามารถซื้อบ้าน ซื้อรถแบบนี้ได้


++ ค่าหมอปีละ 20 ล้านเข้าร.พ.ทั่วโลก

ส่วนรายได้นักบิน 80% มาจากรายได้เงินเดือนขั้นพื้นฐาน อีก 20% มาจากการไปบิน เพื่อทำให้มีรายได้แน่นอนไม่ต้องมาติดกับการต้องบินมากเพื่อให้ได้รายได้มากมีนโยบายทำให้นักบินทุกฝูงบิน (FEET) มีรายได้เท่า ๆ กันทุกเส้นทางบิน ต่างกันตรงที่ค่าอาหาร รายได้ ขั้นพื้นฐาน กัปตันเริ่มต้นที่ 9,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 288,000 บาทต่อเดือน ค่าเช่าบ้าน (170,000 AED หรือราว 1.4 ล้านบาทต่อปี 1 เออีดีเท่ากับ 8 บาทเศษ)
ขณะที่บ้านเดี่ยว 4 ห้องนอน มีสระว่ายน้ำ ค่าเช่าปีละ 132,000 AED หรือราว 1,056,000 บาทต่อปี หรือจะเช่าถูกกว่าแต่บริษัทจ่ายเต็ม ค่าเล่าเรียนลูก ได้ 4 คนอายุ 4-19 ปี โดยช่วงอายุ 4-11 ปี ได้คนละ 30,000 เออีดี 240,000... บาท อายุ 11-19 ปีได้ 42,000 เออีดี หรือ 336,000 บาท จ่ายตามจริงตามใบเสร็จ เรียนที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ และกำลังพิจารณาเพิ่ม

นอกจากนี้ยังมีสวัสดิการด้านสุขภาพมีการประกันค่ารักษาพยาบาลวงเงินปีละ 2,5000,000 AED หรือราว 20 ล้านบาท ต่อ 1 ครอบครัว มีบัตร เอโอเอสการ์ดให้ใช้ได้กับทุกคนในครอบครัว ทั้งขณะปฏิบัติหน้าที่และไม่ทำงานโดยเจ็บป่วยที่ไหนในโลกนี้แสดงบัตรจะได้รับการบริการเรื่องค่าใช้จ่าย นักบินเกษียณตอนอายุ 65 ปี ในกรณีเจ็บป่วยไม่ได้ทำงาน 3 เดือนสายการบินอื่นจะไม่ได้รับเงินเดือนแต่เอทิฮัด จะจัดให้ทำงานออฟฟิศ มีรายได้เดือนละประมาณ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 150,000 บาทต่อเดือน และทำได้นานถึง 5 ปี เป็นต้น แหล่งข่าวคนเดิมกล่าว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,646 23-25 มิถุนายน พ.ศ. 2554

http://www.thanonline.com/index.php?...-45&Itemid=417
TheWestWing no está en línea   Reply With Quote
Old June 26th, 2011, 11:09 AM   #375
designbyarm
Registered User
 
designbyarm's Avatar
 
Join Date: Feb 2011
Posts: 11
Likes (Received): 0

ก่อนที่จะให้สุวรรณภูมิเป็นครู ขอให้สุวรรณภูมิมีที่ดูเครื่องบินแบบสนามบินอื่นๆระดับโลกหน่อย
__________________
รับทำเว็บไซต์ by Designbyarm ครับ
http://www.tuntikorn.com
designbyarm no está en línea   Reply With Quote
Old October 8th, 2011, 11:28 PM   #376
Bangroma-sky
from east to west
 
Bangroma-sky's Avatar
 
Join Date: Jun 2011
Location: Bangkok, Rotterdam
Posts: 1,933
Likes (Received): 276

Bangkok Airways expands in India


Published: 7/10/2011 at 12:00 AM
Newspaper section: Business

Bangkok Airways plans to expand its footprint in India's burgeoning air travel market with four more Indian destinations.

The carrier is keen to operate flights from Bangkok to Lucknow, New Delhi, Kolkata and Chennai, pending securing traffic rights from Indian aviation authorities, said airline president Puttipong Prasarttong-Osoth.

Its first foray into India occurred in March this year with a daily flight from Bangkok to Mumbai.

On Sept 26, services to Bangalore were initiated with a load factor in the 70% range for its early stages.

Subject to the provision of traffic slots, Bangkok Airways hopes to launch regular service to Lucknow, the capital of Uttar Pradesh state, largely to cater to Buddhist pilgrims next year.

It will phase in the other three cities in over the next few years.

"India offers huge market potential and there is robust demand for air travel between India and Thailand," said Capt Puttipong.

The airline also feels the growing low-cost carriers are not necessarily competitors, because Bangkok Airways is a full service airline.

Arrivals from India to Thailand in the first eight months of this year jumped 34.7% year-on-year to 627,670.

That represents 4.9% of Thailand's total arrivals in the period, the Tourism Authority of Thailand reports.

Expanding its Indian coverage is a strategic priority for the airline in the short term, ramping up frequencies on existing routes rather than launching new ones.

Its only new route firmly set to launch is Koh Samui-Kuala Lumpur around next March as the airline expands traffic through its lucrative base in the Gulf of Thailand.

The company will bump up its Bangkok-Bangalore flights to daily from December, from five a week at present, as an additional A319 jetliner will arrive next month.

The airline is due to take delivery of two more Airbus aircraft next year _ an A319 in February and an A320 in October.

The new aircraft will be used to increase its Indian coverage.


Source: Bangkok Post
__________________
from east to west

Last edited by Bangroma-sky; October 9th, 2011 at 01:26 AM.
Bangroma-sky no está en línea   Reply With Quote
Old October 9th, 2011, 01:26 AM   #377
Bangroma-sky
from east to west
 
Bangroma-sky's Avatar
 
Join Date: Jun 2011
Location: Bangkok, Rotterdam
Posts: 1,933
Likes (Received): 276

Bangkok Air's Koh Samui code-share scheme grows


Published: 6/10/2011 at 12:00 AM
Newspaper section: Business

Malaysia Airlines, Finnair and Japan Airlines are poised to join Bangkok Airways' pool of code-share partners for flights in and out of Koh Samui.

Their entry will expand the flight partnership that already includes Etihad, Air Berlin, Air France, KLM, EVA Air and last week SilkAir.

Malaysia Airlines and Finnair are expected to join the code-share this high season, while Japan Airlines will join next year, said a Bangkok Airways executive.

The expanding pool should drive more traffic to the resort island, said Bangkok Airways president Puttipong Prasarttong-osoth. It means Bangkok Airways will carry over passengers of those foreign carriers that do not operate their own aircraft to and from Koh Samui.

Koh Samui is the most lucrative hub of the private Thai airline, which over the past two decades has almost single-handedly put the once-sleepy island on the global tourism map.

The airport on the island was built and is operated by Bangkok Airways, with up to 1.5 million passengers passing through and 20,000 flights last year.

The airport serves flights by Bangkok Airways, Thai Airways International, Firefly, Berjaya Air and now SilkAir, with routes to Bangkok, Phuket, Krabi, Chiang Mai, Pattaya, Trat, Singapore, Hong Kong, Penang, and Kuala Lumpur.

SilkAir, the regional arm of Singapore Airlines, started service on Sept 27 between Koh Samui and Singapore with three flights per week on an A319 jetliner.

Koh Samui is SilkAir's third destination in Thailand after Phuket and Chiang Mai. For Bangkok Air, it means more traffic from Singapore as well as through traffic from long-haul routes connecting through Singapore, he said.

SilkAir will run morning flights from Singapore while Bangkok Airways runs evening services, he said.

Source: Bangkok Post
__________________
from east to west
Bangroma-sky no está en línea   Reply With Quote
Old October 25th, 2011, 08:49 AM   #378
Jupitana
BANNED
 
Join Date: Dec 2010
Location: Bangkok
Posts: 810
Likes (Received): 2

น้ำทะลักดอนเมือง นกแอร์หยุดบิน ทอท.มั่นใจรับไหว


ประธานบอร์ด ทอท. มั่นใจสนามบินดอนเมือง ยังรับมือน้ำไหว ส่วนการบริการให้แต่ละสายการบินตัดสินใจเอง ขณะที่ล่าสุด นกแอร์หยุดทำการบินไปจนถึงสิ้นเดือน ต.ค. เนื่องจากน้ำใกล้จะถึงจุดควบคุมระบบไฟฟ้าของสนามบินแล้ว ส่วนโอเรียนท์ไทย-โซล่าร์แอร์ ย้ายฐานการบินไปอู่ตะเภาและสุวรรณภูมิ...

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 ต.ค. พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี ประธานคณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ได้มีน้ำไหลเข้ามาในพื้นที่ของสนามบินดอนเมืองบ้าง แต่มีปริมาณไม่มากนัก ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังสามารถรับมือได้อยู่ และกำลังเร่งดูดน้ำออกจากพื้นที่ตลอดเวลา ซึ่งพื้นที่ด้านในสนามบิน ยังถือว่าใช้งานตามปกติ ปริมาณน้ำขณะนี้ยังอยู่แค่หน้าถนนวิภาวดีรังสิตเท่านั้น ยังไม่ไหลมาถึงอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ที่ใช้เป็นศูนย์พักพิงผู้อพยพ และที่ทำการศูนย์ ศปภ.

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่า เมื่อมีปริมาณน้ำบริเวณหน้าสนามบินดอนเมืองมาก และอาจจะเข้าท่วมในพื้นที่สนามบินดอนเมือง จนทำให้สายการบินนกแอร์ ที่ให้บริการอยู่ที่สนามบินดอนเมือง ไม่สามารถทำการบินได้นั้น ขณะนี้จากการประชุมหารือร่วมกันกับสายการบินที่ให้บริการอยู่ที่สนามบิน ดอนเมือง การตัดสินใจว่าจะทำการบินขึ้นลงหรือไม่นั้น ให้สายการบินเป็นผู้พิจารณาและตัดสินใจเอง


ล่าสุด นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทสายการบินนกแอร์ จำกัด กล่าวว่า เนื่องจากน้ำได้ไหลเข้ามายังทางส่วนเหนือของสนามบินดอนเมือง ใกล้จะถึงจุดควบคุมระบบไฟฟ้าของสนามบินดอนเมือง ซึ่งเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อการบิน ดังนั้น สายการบินนกแอร์จะหยุดทำการบินตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 ต.ค.นี้ โดยเที่ยวบินสุดท้ายที่จะมาลงสนามบินดอนเมือง คือ เที่ยว 12.00 น. ส่วนเที่ยวบินขาเข้าที่เหลือ จะเปลี่ยนไปลงยังสนามบินสุวรรณภูมิแทน ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดต่อสายด่วนได้ที่เบอร์ 1318

"นกแอร์จะหยุดทำการบินตั้งแต่หลังเที่ยงเป็นต้นไป จนถึงสิ้นเดือน ต.ค. โดยคาดว่า จะเปิดทำการบินใหม่อีกครั้ง ในวันที่ 1 พ.ย. เนื่องจากน้ำเริ่มเข้ามายังสนามบินดอนเมือง ซึ่งเราไม่มั่นใจว่า น้ำจะไหลเข้ามามากน้อยแค่ไหน เราไม่สามารถคาดการณ์ไ ส่วนสาเหตุที่ต้องหยุดบินจนถึงสิ้นเดือน เพราะเราก็ไม่มั่นใจว่า น้ำจะท่วมสนามบินสุวรรณภูมิหรือไม่ เพราะไม่สามารถคาดการณ์ได้ จึงขอหยุดบิน และรอดูสถานการณ์น้ำทั้ง 2 สนามบินก่อน โดยคาดว่าจะสามารถเปิดทำการบินอีกครั้ง วันที่ 1 พ.ย.นี้ ส่วนผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดบินนั้น เราจะเปิดให้เลื่อนตั๋วการเดินทางได้" นายพาที กล่าว

ด้านนายจิราทิตย์ อ่องอารี ผู้บริหารสายการบินโซล่าร์แอร์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการย้ายฐานการบิน ไปที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินอู่ตะเภา ขณะที่ สายการบินโอเรียนท์ไทย ยังเปิดบินปกติ แต่ขอย้ายฐานไปที่สนามบินสุวรรณภูมิแทน.

ไทยรัฐออนไลน์
โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
25 ตุลาคม 2554, 13:00 น.
Jupitana no está en línea   Reply With Quote
Old October 25th, 2011, 04:03 PM   #379
ant35
Registered User
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 1,942
Likes (Received): 28

Quote:
Originally Posted by ant35 View Post
บินไทยเตรียมสนามบินสำรอง6แห่ง รับมือน้ำท่วม

บินไทย ยังบินที่สนามบินสุวรรณภูมิตามปกติ แต่อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังน้ำทะลัก เผย เตรียมสนามบินสำรอง 6 แห่ง พร้อมย้ายเครื่องบินทันที

เมื่อวันที่ 25 ต.ค. นายสมรรถ พุ่มอ่อน ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนการตอบสนองภาวะฉุกเฉิน และวิกฤติ บริษัท การบินไทย (ซีม็อค) เปิดเผยว่า ขณะนี้การบินไทยยังให้บริการเที่ยวบิน ณ สนามบินสุวรรณภูมิตามปกติ แต่ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ตามที่บริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.) กำหนด คือ 1. เฝ้าระวัง 2. เตรียมพร้อม 3. เคลื่อนย้าย ซึ่งของการบินไทยยังอยู่ในระดับ 1 เฝ้าระวัง ซึ่งหากสถานการณ์เข้าขั้นระดับ 2 การบินไทยจะให้นักบินมาเตรียมพร้อมบริเวณสนามบิน และเติมน้ำมันเครื่องบินพร้อมเคลื่อนย้าย โดยเบื้องต้นได้สำรองสนามบินไว้ 6 แห่ง และสนามบินฉุกเฉินไว้ 2 แห่ง ทั้งหมดเป็นสนามบินในประเทศ ที่การบินไทยทำการบินอยู่ ส่วนจะบินไปที่สนามบินใดนั้น จะต้องพิจารณาจากสภาพอากาศอีกครั้งว่า ควรบินไปลงที่ใด

“ก่อนหน้านี้ การบินไทยก็ได้เตรียมพร้อมในการตั้งรับสถานการณ์น้ำท่วมไว้แล้ว ส่วนหนึ่งได้ย้ายอุปกรณ์ปฏิบัติงานภาคพื้นไปเพิ่มยังสนามบินอู่ตะเภาเพิ่มเติม จากเดิมมีอุปกรณ์อยู่ 2 ชุด และได้จัดหาที่พักให้นักบิน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และพนักงานที่ให้บริการภาคพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน จากสถานการณ์น้ำท่วม โดยหาที่พักให้แถวๆ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และสำนักงานใหญ่ แล้วแต่ใครสะดวกพื้นที่ไหน”

ไทยรัฐออนไลน์ - 25 ตุลาคม 2554

credit : http://www.thairath.co.th/content/eco/211796

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
น้ำท่วมรันเวย์ ทอท.ปิดสนามบินดอนเมืองถึงสิ้นเดือน
Don Mueang International Airport



ประธานบอร์ดทอท. รับปิดสนามบินดอนเมืองจนถึงสิ้นเดือน หลังน้ำไหลจากฐานทัพอากาศเข้ารันเวย์...

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 25 ต.ค. พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี ประธานคณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า เนื่องจากน้ำได้ไหลเข้าท่วมบริเวณรันเวย์สนามบินดอนเมือง เพื่อความปลอดภัยด้านการบินจึงสั่งให้มีการปิดสนามบินดอนเมืองเป็นการชั่วคราว โดยได้ประสานไปยังกรมการบินพลเรือนให้ประกาศหยุดทำการบิน ห้ามมิให้การบินขึ้นลงของเครื่องบินตั้งแต่เวลาประมาณ 14.00 น. ของวันที่ 25 ต.ค.ไปจนถึงสิ้นเดือนนี้ เพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำภายในสนามบิน



ทั้งนี้ ยอมรับว่าน้ำที่ไหลเข้ารันเวย์นั้นได้ไหลมาจากทางด้านทิศตะวันออกของสนามบิน โดยไหลซึมออกมาจากบริเวณฐานทัพอากาศดอนเมือง ซึ่งเดิมเป็นทิศทางที่สนามบินดอนเมืองไม่ได้มีการทำแนวกระสอบทราย เนื่องจากมั่นใจว่าแนวคันกั้นน้ำของฐานทัพอากาศดอนเมืองจะสามารถสกัดน้ำไม่ ให้ไหลเข้าท่วมสนามบินได้ แต่ล่าสุดน้ำได้ไหลซึมเข้ามา ซึ่งทอท.จะไม่เข้าไปสร้างแนวกระสอบทรายกั้นน้ำที่ไหลซึมมาจากบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเป็นระยะทางที่ยาวมาก

นอกจากนี้ น้ำจากทางด้านทิศเหนือและทางด้านทิศตะวันตก จากบริเวณร้านเจ๊เล้ง ยังมีแนวโน้มไหล่บ่าเข้ามายังพื้นที่ของสนามบินดอนเมืองด้วย โดยทางด้านทิศเหนือ ทอท.ได้เร่งเสริมกระสอบทรายให้มีความสูงเพิ่มขึ้นอีก 1 เมตรแล้ว อย่างไรก็ตาม หากน้ำยังไหลเข้าท่วมพื้นที่สนามบินดอนเมืองอย่างต่อเนื่อง คาดว่าระดับน้ำคงไม่สูงมากจนสร้างความเสียหายให้กับสนามบินหรือเครื่องบินรอ การซ่อมที่จอดอยู่บริเวณสนามบินดอนเมืองแน่นอน

ไทยรัฐออนไลน์ - 25 ตุลาคม 2554

credit : http://www.thairath.co.th/content/eco/211855
...
ant35 no está en línea   Reply With Quote
Old November 4th, 2011, 01:18 PM   #380
Bangroma-sky
from east to west
 
Bangroma-sky's Avatar
 
Join Date: Jun 2011
Location: Bangkok, Rotterdam
Posts: 1,933
Likes (Received): 276

Nok left up in the air about new planes

Domestic travel has become a flood casualty
Nok Air executives are scratching their heads wondering how to use the airline's new Boeing 737 jets in the face of shrinking domestic air travel demand caused by Thailand's worst flooding in 69 years.
The budget airline last Saturday took delivery of the first of 12 leased Boeing 737-800 jets. The plane has since been parked at the Royal Thai Navy-managed U-Tapao Pattaya airport instead of being deployed quickly as planned.
The second 737-800 is due next Friday and the third on Nov 24, joining Nok Air's current fleet of 10 older B737-400s and two ATR 72 turboprops.
"We've yet to decide how to use these early B737-800s," chief executive Patee Sarasin told the Bangkok Post yesterday.
The carrier is facing a short-term capacity surplus due to the market downturn, while relocation of its base from the inundated Don Mueang airport to Suvarnabhumi airport has complicated the issue.
Nok Air earlier planned to have the first B737-800 in service by now on the Bangkok-Chang Mai route.
Specific dates for the nine other B737-800 have yet to be set, but deliveries will be from 2012-13.
The first batch of B737-800s will be used for expansion, while the later deliveries will replace the B737-400s, all of which are leased.
The replacements will markedly increase capacity, as the smaller B737-400s are configured with only 150 seats and have a relatively low utilisation rate, while the B737-800s have 189 seats and are more fuel-efficient.
The airline will gradually return its 10 B737-400s, four of which are leased from Thai Airways International, a 49% stakeholder in Nok Air, from mid-2012 to 2015.
Nok Air has been acquiring second-hand B737-800s as part of its fleet renewal to take advantage of lower maintenance costs, raise its average utilisation to more than 11 hours a day and increase seat capacity.
Nok Air is seeing contrasting passenger traffic flows, with flights leaving Bangkok at near capacity and incoming flights at only 40%.
"We're seeing more people fleeing the flooding in Bangkok than are coming in," said Mr Patee.
Like the authorities, Nok Air is in the dark as to when it can return to its home base at Don Mueang, because when the floodwaters will subside, the extent of damage to the airport and how long it will take to revive airport operations all remain unclear.
"But obviously, it's impossible to go back by Nov 10 like we originally anticipated," said Mr Patee.
"My best guesstimate now is the end of December."
Nok Air's operations at Suvarnabhumi this past week have not been smooth.
Its forced evacuation from Don Mueang has resulted in flight delays, changes in flight times and computer system problems.
"We've had a hard time addressing these issues, but we're getting back to pre-crisis service levels," said Mr Patee.

Credit: Bangkok Post
__________________
from east to west
Bangroma-sky no está en línea   Reply With Quote
Reply

Tags
aviation, thailand

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 02:08 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu