daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation



Reply

 
Thread Tools
Old May 6th, 2007, 09:42 PM   #41
BlueDragonExp
Registered User
 
BlueDragonExp's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,160
Likes (Received): 3

ข้อมูลของแนวเวนคืนสายสีน้ำเงินที่ปักไว้ตามสถานีต่างๆในแนวเส้นทางครับ

BlueDragonExp no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old May 27th, 2007, 10:05 AM   #42
Yappofloyd
Registered User
 
Join Date: Jan 2005
Location: Bangkok & Melbourne
Posts: 933
Likes (Received): 34

There doesn't seem to have been any real update on the Blue Line routing issues since mid March. Are things progressing in resolving some of these issues or is it all on the backburner while the Red Lines and Purple Line have priority?
Yappofloyd no está en línea   Reply With Quote
Old May 27th, 2007, 02:28 PM   #43
Zoowatch
Serving the Country
 
Zoowatch's Avatar
 
Join Date: Jan 2004
Location: Bangkok / Songkhla
Posts: 972
Likes (Received): 0

the detailed design are almost finished but not out yet for the blue line...
Zoowatch no está en línea   Reply With Quote
Old July 11th, 2007, 07:20 PM   #44
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,382
Likes (Received): 1250

"รฟม."เวนคืนสายสีน้ำเงินหมื่นล้าน 1,500โฉนด-1,300หลังคาแจ็กพอต

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3913

รฟม.เดินหน้ารถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเต็มสูบ หลังพระราชกฤษฎีกาเวนคืนมีผลบังคับใช้ เล็งชง ครม.ขออนุมัติเวนคืนล่วงหน้ากันพลาด ส่วนขั้นตอนประกวดราคารอรัฐบาลหน้าชี้ขาด เผยที่ดิน 1,500 แปลง สิ่งปลูกสร้าง 1,300 หลังคาเรือน อยู่ในข่ายแจ็กพอต ส่วนค่าเวนคืนหมื่นกว่าล้านบาทส่อแววบานปลาย

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้การผลักดันก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค มีความคืบหน้าไปมาก และคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ทั้งนี้หลังจากพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืน เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้ง 2 ช่วง ระยะทาง 27 กิโลเมตร มีผลบังคับใช้แล้ว จะรอให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาออกแบบรายละเอียดโครงการให้แล้วเสร็จ ถึงตอนนั้นจะทราบพื้นที่ที่จะถูกเวนคืนชัดเจน ซึ่งตามแผนงานขั้นตอนการออกแบบจะแล้วเสร็จประมาณเดือนตุลาคมนี้

จากนั้นจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติโครงการในเดือนพฤศจิกายน ก่อนที่ รฟม.จะเข้าไปสำรวจพื้นที่ช่วงปลายปี และเวนคืนที่ดินตั้งแต่ต้นปี 2551 เป็นต้นไป ใช้เวลาเวนคืนจนถึงช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 แล้วส่งมอบพื้นที่บางส่วนให้ผู้รับเหมาก่อสร้างลงมือก่อสร้างได้ทันที

นายประภัสร์กล่าวว่า เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการได้โดยรวดเร็วและทันรัฐบาลชุดนี้ รฟม.จะขออนุมัติดำเนินการในส่วนของขั้นตอนการเวนคืนที่ดิน ส่วนการประกวดราคาอาจต้องเปิดประกวดราคาในสมัยรัฐบาลหน้า โดย รฟม.จะทำงานแบบไล่หลัง ระหว่างเข้าสำรวจพื้นที่จะมีการตั้งคณะกรรมการกำหนดราคาเวนคืนพร้อมๆ กันไปเลย เพราะเมื่อ รฟม.จ่ายค่าเวนคืนเสร็จแล้ว ก็เข้าไปรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้ภายใน 60 วัน

นายประภัสร์กล่าวต่อว่า สำหรับการเวนคืนที่ดินส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินทั้ง 2 ช่วง จากการสำรวจของกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ในเบื้องต้นมีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอยู่ในข่ายถูกเวนคืน โดยแยกเป็นเวนคืนที่ดินจำนวน 1,534 แปลง อาคารและสิ่งปลูกสร้าง 1,348 หลังคาเรือน ใช้งบฯเวนคืนประมาณ 10,163 ล้านบาท (ดูรายละเอียด น.2)

อย่างไรก็ตามทั้งหมดยังไม่ใช่ตัวเลขสรุปในขั้นตอนสุดท้าย เป็นเพียงการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นช่วง 3-4 ปีก่อน แต่ปัจจุบันสภาพพื้นที่ตามแนวสายทางบางส่วนเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ขณะนี้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาที่ รฟม.จ้างสำรวจใหม่กำลังอยู่ระหว่างสำรวจข้อมูล คาดว่าอาจต้องใช้งบประมาณจ่ายค่าเวนคืนที่ดินเพิ่มขึ้น

"จุดที่จะเวนคืนที่ดินจะเป็นบริเวณทางขึ้น-ลงของสถานีเป็นหลัก รัศมีประมาณ 20-25 เมตร ส่วนตัวโครงสร้างจะอยู่บนเกาะกลางถนน ไม่ต้องเวนคืนเพิ่ม โดยบริเวณที่จะมีการเวนคืนมากที่สุดเป็นบริเวณที่จะก่อสร้างอาคารจอดรถ เช่น อู่จอดรถบริเวณสี่แยกบางแค พื้นที่กว่า 100 ไร่ เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่เป็นที่ดินเปล่า"

ในส่วนของแผนการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้ง 2 ช่วง งานก่อสร้างโยธา การออกแบบรายละเอียดจะแล้วเสร็จเดือนตุลาคม 2550 จากนั้นจะเสนอขออนุมัติจาก ครม. กลางเดือนธันวาคม พีคิวผู้รับเหมาก่อสร้างเดือนมีนาคม-กรกฎาคม 2551 ยื่นซองประกวดราคาปลายเดือนตุลาคม 2551 เซ็นสัญญาเดือนกุมภาพันธ์ 2552 เริ่มก่อสร้างต้นมีนาคม 2552 แล้วเสร็จเดือนกุมภาพันธ์ 2556

ส่วนงานระบบการเดินรถไฟฟ้าขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาตาม พ.ร.บ.การเข้าร่วมการงานของภาครัฐและเอกชน พ.ศ.2535 ซึ่งได้เสนอให้สภาพัฒน์และกระทรวงการคลังรับทราบแล้ว ภายในเดือนสิงหาคมนี้จะเสนอ ครม.อนุมัติ จากนั้นกลางเดือนพฤศจิกายนจะประกาศคัดเลือกเอกชน โดยให้ยื่นข้อเสนอกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2551 แล้วเสนอ ครม.อนุมัติเซ็นสัญญาปลายเดือนมิถุนายน 2551 ติดตั้งระบบรถไฟฟ้าเดือนตุลาคม 2551 แล้วเสร็จเดือนพฤษภาคม 2554 ทดลองเดินรถเดือนมีนาคม-ตุลาคม 2556 และเปิดให้บริการเดือนพฤศจิกายน 2556

ด้านแหล่งข่าวจากกรมธนารักษ์เปิดเผยว่า หากโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีการเวนคืนที่ดินในปีนี้ ในการกำหนดค่าเวนคืนจะต้องนำบัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ปี 2547-2550 มาพิจารณาประกอบราคาตลาดหรือราคาซื้อขาย ซึ่งแต่ละพื้นที่ราคาจะแตกต่างกันไปตามศักยภาพของที่ดิน เช่น ที่ดินในเขตปทุมวัน แถวถนนพระรามที่ 4 ราคาประเมินที่ดินโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.7-3.8 แสนบาท/ตร.ว. ถนนเจริญกรุง 5.1 หมื่นบาทถึง 3.8 แสนบาท/ตร.ว.

ถนนมังกร 1.5-4.3 แสนบาท/ตร.ว. เขตดุสิต ถนนประชาราษฎร์ 3.8-5 หมื่นบาท/ตร.ว. เขตบางกอกใหญ่ ถนนอิสรภาพ ราคาที่ดินเฉลี่ย 2.6 หมื่นบาทถึง 1 แสนบาท/ตร.ว. ถนนเพชรเกษม 3.8-5 หมื่นบาท/ตร.ว. ถนนจรัญสนิทวงศ์ ราคา 3.4 หมื่นบาทถึง 1 แสนบาท/ตร.ว. ถนนสิรินธร 6.8 หมื่นบาทถึง 1.5 แสนบาท/ตร.ว. ถนนบรมราชชนนี 8.5 หมื่นบาทถึง 1.5 แสนบาท/ตร.ว. เป็นต้น

หน้า 4

....
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old July 12th, 2007, 10:17 AM   #45
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 13,275
Likes (Received): 581

เปิดแนวเวนคืนรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ "หัวลำโพง-บางแค"
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3913 (3113)

ปล่อยให้ลุ้นมานาน โครงการรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ๆ ที่คนกรุงเทพฯคาดหวังไว้ลึกๆ ว่าจะทำให้สามารถเดินทางได้สะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งขึ้น และช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะแจ้งเกิดสักที ทั้งที่รัฐบาลหลายต่อหลายชุดที่เข้ามาบริหารประเทศส่วนใหญ่มีนโยบายที่จะผลักดันก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า ต่างกันแค่จำนวนเส้นทาง อาทิ 5 สาย, 7 สาย, 10 สาย เอาใจชาวบ้านไว้ก่อน

ถึงยุครัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และช่วงหัวลำโพง-บางแค ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ระยะทาง 27 กิโลเมตร งบประมาณก่อสร้าง 73,862 ล้านบาท เพิ่งจะได้ฤกษ์เดินหน้าเสียที หลังจากพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2550 ที่ผ่านมา

นับเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะทำให้โครงการมีความชัดเจนให้เห็นขึ้นเรื่อยๆ ว่าถึงอย่างไรคงไม่เป็นหมันเหมือนที่ผ่านมาอีก ที่สำคัญอีกไม่นานจากนี้ไป เราคงได้เห็นการลงเสาเข็มเริ่มก่อสร้างโครงการเสียที

กว่าร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืน 2 ฉบับ ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 2 ช่วง คือ บางซื่อ-ท่าพระ และช่วงหัวลำโพง-บางแค จะประกาศใช้ รฟม.ใช้เวลาผลักดันมานานนับปี เนื่องจากเรื่องคาราคาซังอยู่ที่กระทรวงคมนาคม ไม่มีแรงหนุนนำเสนอเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ต้องยกเครดิตให้รัฐบาลชุดนี้ที่ตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะออกสตาร์ตโครงการรถไฟฟ้า 5 สายทางให้ได้ ทำให้มีการหยิบร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืนฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง ในที่สุดก็ได้รับอนุมัติจาก ครม.เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2550 ที่ผ่านมา

ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ เวนคืน 596 แปลง 659 หลังคาเรือน

โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนเหนือ ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ระยะทาง 13 กิโลเมตร จะก่อสร้างเป็นทางยกระดับทั้งหมดมี 10 สถานี จากการประมาณการของกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ช่วงนี้จะใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งหมด 24,663 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณสำหรับการเวนคืนที่ดิน 2,566 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 13,910 ล้านบาท ค่างานระบบ และรถไฟฟ้า 7,758 ล้านบาท ค่าที่ปรึกษา 429 ล้านบาท

ตามแนวพระราชกฤษฎีกาเวนคืน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระจะทำการเวนคืนที่ดินครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 5 เขต ในท้องที่เขตบางซื่อ เขตบางพลัด เขตบางกอกน้อย เขตบางกอกใหญ่ และเขตธนบุรี โดยแนวเขตทางที่ รฟม.ขอออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนไว้มีความกว้างตั้งแต่ 200-700 เมตร

โดยแนวเส้นทางจะเริ่มต้นจากส่วนเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟบางซื่อ แล้ววิ่งไปตามถนนประชาราษฎร์สาย 2 ผ่านไปยังสี่แยกบางโพ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา หลังจากนั้นแนวเส้นทางจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนจรัญสนิทวงศ์ ผ่านแยกถนนจรัญสนิทวงศ์ ถนนสิรินธร คลองบางยี่ขัน แยกถนนจรัญสนิทวงศ์ ถนนบรมราชชนนี ข้ามคลองบางกอกน้อย คลองมอญ แล้วผ่านวัดท่าพระ ไปสิ้นสุดที่สี่แยกถนนจรัญสนิทวงศ์-ถนนเพชรเกษม บริเวณแยกท่าพระ

สำหรับการเวนคืนที่ดินตามคำชี้แจงของ รฟม. ตลอดแนวเส้นทางของโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนี้จะทำการเวนคืนบริเวณที่มีการก่อสร้างสถานี เพื่อทำทางขึ้น-ลงสถานี รัศมีประมาณ 20-25 เมตร ยกเว้นจะเวนคืนจำนวนมากหน่อยช่วงที่เป็นใต้ดิน ซึ่งนอกจากจะมีการเวนคืนบริเวณจุดขึ้นลงสถานีแล้ว ยังมีบริเวณปล่องระบายอากาศและทางออกฉุกเฉินเพิ่มเติมเข้ามา

จากการประเมินในเบื้องต้นของกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ช่วงบางซื่อ-ท่าพระจะมีการเวนคืนตั้งแต่บริเวนเตาปูนเป็นต้นไปจนสุดปลายทางที่แยกท่าพระ แบ่งเป็นที่ดินจำนวน 596 แปลง คิดเป็นพื้นที่ 12 ไร่ บ้านเรือนอีก 659 หลังคาเรือน ใช้งบประมาณในการเวนคืนที่ดินจำนวน 2,566 ล้านบาท

ทั้งนี้จากผลการศึกษาในเบื้องต้น ตำแหน่งที่ตั้งสถานีช่วงบางซื่อ-ท่าพระมีทั้งหมด 10 สถานี ที่คาดว่าจะเป็นบริเวณที่จะมีการเวนคืนที่ดินประกอบด้วย

สถานีเตาปูน จะตั้งอยู่บริเวณแยกเตาปูน สถานีบางโพ ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกบางโพ
สถานีบางอ้อ ตั้งอยู่ตลาดบางอ้อ
สถานีจรัญสนิทวงศ์ 81 อยู่บริเวณคลองบางพลัด
สถานีสะพานกรุงธนบุรี อยู่บริเวณแยกบางพลัด
สถานีบรมราชชนนี อยู่บริเวณแยกบรมราชชนนี
สถานีบางกอกน้อย อยู่บริเวณแยกบางขุนนนท์
สถานีพรานนก อยู่บริเวณแยกไฟฉาย
สถานีพาณิชย์การธนบุรี อยู่แยกพาณิชย์การธนบุรี และ
สถานีท่าพระ อยู่สี่แยกท่าพระ

ช่วงหัวลำโพง-บางแค เวนคืน 938 แปลง 689 หลังคาเรือน

สำหรับช่วงหัวลำโพง-บางแค มีระยะทางทั้งหมด 14 กิโลเมตร ใช้งบประมาณก่อสร้าง 49,199 ล้านบาท เป็นค่าเวนคืนที่ดิน 7,595 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 31,275 ล้านบาท ค่างานระบบ และรถไฟฟ้า 9,403 ล้านบาท ค่าที่ปรึกษา 924 ล้านบาท

ด้านการก่อสร้างแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ เป็นทางยกระดับ 9 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟฟ้าจำนวน 7 สถานี ที่เหลืออีก 5 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นอุโมงค์ มีสถานีรถไฟฟ้าจำนวน 4 สถานี รวมทั้งหมดตลอดเส้นทางช่วงนี้จะมีสถานีรถไฟฟ้าทั้งสิ้น 11 สถานี

โดยแนวเส้นทางจะเริ่มต้นจากสถานีหัวลำโพง ซึ่งเป็นสถานีร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางซื่อที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งแนวเส้นทางบางส่วนเป็นย่านที่มีสถานที่สำคัญอยู่จำนวนมาก รฟม.จึงอาจต้องปรับแบบใหม่ โดยจะก่อสร้างเป็นใต้ดินแทนโครงสร้างยกระดับ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร

ขณะนี้ทาง รฟม.อยู่ระหว่างปรับรูปแบบการก่อสร้างใหม่ หลังจากชาวบ้านในบางพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณสถานีวัดมังกรฯ ร้องเรียนเรื่องการเวนคืนที่ดิน และขอให้เลื่อนตำแหน่งการก่อสร้างสถานีออกไป ปัจจุบันยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน อย่างไรก็ตาม เส้นทางในช่วงนี้เป็นไปได้ว่า รฟม. อาจจะเปิดประมูลก่อสร้างล่าช้ากว่าช่วงอื่น เนื่อง จากต้องปรับรูปแบบและหาทางแก้ไขปัญหาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับชุมชนหรือสถานที่สำคัญ

ตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาเวนคืน แนวเส้นทางรถไฟฟ้าช่วงหัวลำโพง-บางแค จุดเริ่มต้นโครงการจะอยู่บริเวณถนนพระรามที่ 4 จากนั้นแนวเส้นทางจะเข้าสู่ถนนเจริญกรุง ผ่าน วัดมังกรฯ วังบูรพา แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสนามไชย ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองตลาด จากนั้นลอดใต้คลองบางกอกใหญ่ วิ่งเข้าสู่ถนนอิสรภาพ

หลังจากนั้นแนวเส้นทางจะเริ่มยกระดับนับตั้งแต่จุดนี้เป็นต้นไปจนสิ้นสุดปลายทาง โดยแนวเส้นทางจะมุ่งหน้าวิ่งเข้าสู่สี่แยกท่าพระ วิ่งไปตามถนนเพชรเกษม ผ่านบางไผ่ บางหว้า ภาษีเจริญ ไปสิ้นสุดโครงการที่ถนนวงแหวนรอบนอกตะวันตก บริเวณถนนบางแค

ตามแนวเวนคืนในพระราชกฤษฎีกาเวนคืน ช่วงหัวลำโพง-บางแคจะเวนคืนที่ดินในพื้นที่ 10 เขต คือ เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ เขตพระนคร เขตธนบุรี เขตบางกอกใหญ่ เขตภาษีเจริญ เขตจอมทอง และเขตบางแค

จากข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษาที่ได้ทำการศึกษาในเบื้องต้นพบว่า การก่อสร้างในช่วงหัวลำโพง-บางแค ตลอดเส้นทาง 14 กิโลเมตร มีที่ดินเปล่าถูกเวนคืนจำนวน 938 แปลง อาคารสิ่งปลูกสร้างจำนวน 689 หลังคาเรือน

โดยแบ่งเป็นช่วงหัวลำโพง-ท่าพระ ซึ่ง รฟม.จะก่อสร้างเป็นอุโมงค์ มีที่ดินที่จะถูกเวนคืนจำนวน 475 แปลง 49 ไร่ อาคารสิ่งปลูกสร้างจำนวน 316 หลังคาเรือน

ช่วงท่าพระ-บางแคที่เปลี่ยนการก่อสร้างเป็นทางยกระดับ มีที่ดินที่จะถูกเวนคืนจำนวน 463 แปลง 116 ไร่ อาคารสิ่งปลูกสร้างจำนวน 373 หลังคาเรือน ซึ่งมีการคาดการณ์ไว้ว่าในช่วงนี้จะใช้งบประมาณสำหรับการเวนคืนที่ดิน ประมาณ 5,455 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม รฟม.ระบุว่า ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจทั้งหมดนี้ ยังไม่นิ่งต้องรอดูยอดรวมอีกครั้ง หลังจากที่มีการออกแบบรายละเอียดและเข้าไปสำรวจพื้นที่จริง ซึ่งจะทราบจุดเวนคืนที่ชัดเจนว่าเป็นบริเวณไหนบ้าง ทั้งจำนวนที่ดินเปล่าและสิ่งปลูกสร้างที่จะถูกเวนคืน

สำหรับจุดที่ตั้งสถานีที่คาดว่าจะต้องเวนคืนในช่วงหัวลำโพง-บางแคนี้ มีทั้งหมด 11 สถานี เริ่มจาก

สถานีวัดมังกร อยู่บริเวณซอยเจริญกรุง 23 ระยะทาง 1 กิโลเมตร จากสถานีหัวลำโพง

ห่างออกไปอีก 1.1 กิโลเมตร เป็นสถานีวังบูรพา อยู่บริเวณแยกวังบูรพา

ห่างไปอีก 1.1 กิโลเมตร เป็นตำแหน่งที่ตั้งสถานีสนามไชย อยู่บริเวณหน้ากระทรวงพาณิชย์

จากนั้นอีก 1.4 กิโลเมตร เป็นสถานีอิสรภาพ อยู่ซอยอิสรภาพ 34

ถัดไปอีก 1.7 กิโลเมตร เป็นสถานีท่าพระ อยู่บริเวณแยกท่าพระ

ห่างไป 1.2 กิโลเมตร เป็นสถานีบางไผ่ อยู่ด้านหน้าโรงพยาบาลบางไผ่

ไปอีก 1 กิโลเมตร เป็นสถานีบางหว้า อยู่บริเวณจุดตัดถนนเพชรเกษม
อีก 1.2 กิโลเมตร เป็นสถานีเพชรเกษม 48 อยู่ซอยเพชรเกษม 48

จากนั้นอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร เป็นสถานีภาษีเจริญ ซึ่งที่ตั้งสถานีจะอยู่บริเวณด้านหน้าห้างฟิวเจอร์ พาร์ค บางแค

เลยไปอีก 1.3 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของสถานีบางแค อยู่บริเวณซอยเพชรเกษม 65/3 และ

สถานีปลายทางสถานีหลักสอง อยู่บริเวณซอยเพชรเกษม 80-82 ซึ่งห่างออกไปอีก 1.2 กิโลเมตร

แนวเวนคืนตลอดเส้นทางและจุดที่ตั้งสถานีชัดเจนแบบนี้แล้ว ใครมีที่ดินหรืออาศัยอยู่ตามแนวเส้นทางของรถไฟฟ้าสายนี้ คงต้องรีบตรวจเช็กอย่างละเอียดโดยด่วน เผื่อโชคดีหรือเจอแจ็กพอตจะได้ทำใจล่วงหน้า
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut está en línea ahora   Reply With Quote
Old July 12th, 2007, 05:33 PM   #46
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,382
Likes (Received): 1250





Shot at 2007-07-12
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old July 14th, 2007, 12:03 PM   #47
Yappofloyd
Registered User
 
Join Date: Jan 2005
Location: Bangkok & Melbourne
Posts: 933
Likes (Received): 34

From Thainews website

Quote:
13 July 2007 NEWS HEADLINE :. SRT ready to issue bonds in preparation for the construction of sky train
The state Railway of Thailand (SRT) is ready to issue bonds for mobilizing capital if the Japan Bank for International Cooperation (JBIC) refuses to issue loan for Thailand.

The SRT Governor Mr. Prapas Chongsa-nguan (ประภัสร์ จงสงวน) says if JBIC does not release loan for Thailand to construct BTS-expansion routes within the beginning of the next month, SRT will seek solutions to construct the sky-train. As for the construction of the sky train’s purple line, Bang Yai- Bang Sue (บางใหญ่-บางซื่อ), Ministry of Transport has proposed the issue to the National Economic and Social Advisory Council (NESAC), and it will be tabled in the meeting on August 6th. Meanwhile, the construction of blue line, Bang Sue-Tha Phra (บางซื่อ-ท่าพระ) and Hua Lam Phong-Bang Kae (หัวลำโพง-บางแค), is scheduled to start work in October.

Mr. Prapas adds that the construction of purple line and blue line must be approved by the current Cabinet.

http://thainews.prd.go.th/newsenglis...d=255007130040
Perhaps the information is in one of the posting above but this is the first I have read in the english press that Blue Line construction will start in October this year. How can this be true when the Red Lines and Purple Lines have been said to be priorities and it has been said that there are still design issues with the Blue Line (something of which I have never understood given how many years of planning has gone into the Blue Line).
Yappofloyd no está en línea   Reply With Quote
Old July 14th, 2007, 04:48 PM   #48
PADTHAI
Registered User
 
PADTHAI's Avatar
 
Join Date: Sep 2002
Posts: 1,268
Likes (Received): 0

Good point. But bearing in mind the quality of (i) Thai journalism, (ii) the SRT, (iii) the government's transport infrastructure development track record, who exactly should we trust the least?

I'm confused!
PADTHAI no está en línea   Reply With Quote
Old July 15th, 2007, 07:41 PM   #49
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,382
Likes (Received): 1250

สามยอดพลาซ่า-ห้างทองตั้งปอเฮง สังเวยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2235 15 ก.ค. - 18 ก.ค. 2550

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. เตรียมเวนคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้ง 2 ช่วง ได้แก่ ช่วง บางซื่อ-ท่าพระ และช่วงหัวลำโพง-บางแค ระยะทางรวม 27 กิโลเมตร มูลค่า 73,862 ล้านบาท หลังจากที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2550 ที่ผ่านมา โดยช่วงที่หนึ่ง ครอบคลุมพื้นที่ เขตบางซื่อ บางพลัด บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ และธนบุรี กรุงเทพมหานคร ช่วงที่สองครอบคลุมพื้นที่ เขตปทุมวัน บางรัก ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธ์วงศ์ พระนคร ธนุรี บางกอกใหญ่ ภาษีเจริญ จอมทอง บางแค กรุงเทพมหานคร !!!

จากการสอบถามฝ่ายจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ของ รฟม. ได้ออกมาระบุว่า ตัวเลขของผู้ที่ถูกเวนคืน ยังไม่นิ่งซึ่งอยู่ระหว่างสำรวจประเมินคร่าวๆ ประมาณ 1,000 กว่าหลังคาเรือน และพื้นที่ที่ถูกกระทบจากการเวนคืนส่วนใหญ่จะเป็นที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ มี อาคารรายใหญ่ๆ และจ่ายค่าชดเชยสูงที่สุด จะมี 2 บริเวณ ได้แก่ ถนนเจริญกรุง เขตสัมพันธ์วงค์ เนื่องจาก เป็นย่านใจกลางธุรกิจสำคัญ โดยเฉพาะ ช่วงตั้งแต่หัวมุมของถนนแปลงงาม ซอยเจริญกรุง 16 หรือ ที่ชาวบ้านเรียกกันว่าซอยตลาดเก่า ใกล้กับวัดมังกร หรือ เยาวราช จะเป็นร้านขายทอง และฝั่งตรงกันข้ามจะเป็นร้านขายยา ซึ่ง อาคาร 2 หลัง จะเป็นอาคารขนาดค่อนข้างใหญ่ ต่อจากนั้น และ ตลอดแนวของถนนสายนี้ที่ถูกกระทบ จะเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก 2-3 ชั้น เกือบ 100 หลัง ซึ่ง ส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้า เช่นร้านทองขนาดเล็ก ร้านขายยาจีน ร้านอาหาร และที่สำคัญเป็นแหล่งชุมชนชาวจีนเก่าแก่ที่อยู่อาศัยมานับ 100 ปี

อย่างไรก็ดี ราคาซื้อ-ขายที่ดินติดกับถนนเยาวราช ราคาที่ดินเฉลี่ยสูงสุด 700,000 บาท/ตารางวา หากเป็นอาคารพาณิชย์ 2-3 ชั้น 1 คูหา ขนาด 12-18 ตารางวา ที่ติดประกาศขายอยู่ในขณะนี้ราคา 70ล้านบาท ส่วน ถัดเข้าไปในซอย ด้านหลัง ราคาจะลดลง เนื่องจาก เป็นถนนเล็กแคบๆ ราคาซื้อ-ขาย อยู่ที่ 250,000-300,000 บาท/ตารางวา ตกแถว1คูหาบอกขายอยู่ที่ 10-20 ล้านบาท อย่างไรก็ดี พื้นที่ดังกล่าว ค่อนข้างหนาแน่นเต็มไปด้วยตึกแถวเก่าแก่ และมีการเปลี่ยนมือน้อยมาก


อีกบริเวณสำคัญ จะเป็นย่านวังบูรพา จากบริเวณหัวมุมของถนนสามยอด เป็นชุมชนการค้าเก่าในอนาคต ยาวไปจรด ใกล้กับบริเวณศูนย์การค้า ดิโอ สยาม โดยอาคารที่ถูกกระทบจากการเวนคืนจะมี อาคารขนาดใหญ่ คือ อาคารสามยอดพลาซ่า 2อาคารตั้งหันหลังชนกัน เต็มตลอดทั้งแนวถนน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายอาวุธปืน ส่วนพื้นที่ที่เหลือ จะเป็นบ้านหลังเล็กๆ


ประเมินได้ว่า หากรถไฟฟ้าผ่านมาย่าน วังบูรพา จะทำให้บริเวณนี้คึกคักมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมักเป็นร้านค้าขายปลีกขายส่งเสื้อผ้า ร้านปืน ร้านทอง ซึ่ง จุดด้อยของทำเลนี้ นอกจากแออัดแล้วการเดินทางเพื่อเข้าถึงพื้นที่ค่อนข้างยาก ถนนเล็กคับแคบ และเป็นวันเวย์ ทำให้ที่ผ่านมา ธุรกิจห้างร้านต่างๆ ได้อพยพออกไป ยังย่านใจกลางเมืองอย่างสีลม เพลินจิต แต่ต่อไป ร้านรวง ต่างๆจะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะ ที่ได้อนิสงค์มากที่สุด จะเป็น ห้างสรรพสินค้า เมอรี่คิง วังบูรพา ศูนย์การค้า ดิ โอ สยาม ธนาคารศรีนคร ธนาคารนครหลวงไทย เป็นต้น


สำหรับการตรวจสอบราคาซื้อ-ขายที่ดินล่าสุด บริเวณนี้จะอยู่ที่ 300,000-350,000 บาทต่อตารางวา แต่ไม่มีการซื้อ-ขายเปลื่อนมือมานานแล้ว

อย่างไรก็ดี เนื่องจาก บริเวณแนวสายทาง เป็น เขตใจกลางเมือง มีอาคารเกิดขึ้นค่อนข้างหนาแน่น หากนักลงทุนสนใจ ขึ้น อาพาร์ตเม้นต์หรู คอนโดมิเนียม ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน เกาะแนวรถไฟฟ้า จะต้อง ซื้อตึกหลายหลัง เพื่อ ทุบและพัฒนาใหม่ แต่ปัญหาก็คือ ตึกเก่าดังกล่าวมีราคาแพง และ อาจจะรวมยาก แต่ถ้า มีความคุ้มทุนก็ถือว่าเป็นวิธีที่น่าสนใจไม่น้อย ทั้งสองบริเวณที่ถูกเวนคืน ทั้ง วังบูรพา และ พาหุรัด และ ถนนเจริญกรุง ถือเป็นหัวใจสำคัญ ของแนวสายทางเนื่องจาก ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร กำหนดให้เป็นพื้นที่สีแดง หรือ ที่ดินประเภทพาณิชกรรม สามารถพัฒนาอาคารสูงอาคารขนาดใหญ่ และอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ได้ อาทิ ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน อาคารพักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียมต่างๆ

อย่างไรก็ดี พื้นที่ที่บริษัทพัฒนาที่ดินให้ความสนใจและเป็นเส้นทางที่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินผ่าน ก็คือ ถนนเพชรเกษม บางแค จรัญสนิทวงศ์ เนื่องจาก ขยับออกไปยังชานเมืองย่านฝั่งธนบุรี ราคาที่ดินค่อนข้างถูกลง และ ยังมีที่ดินว่างรอการพัฒนาอีกมาก นอกจากนี้ จะมีรถไฟสายสีแดง ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ( รฟท.) และ รถไฟฟ้าสายสีม่วงเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ทำให้ มีการลงไปกว้านซื้อที่ดินย่านนั้นพัฒนากันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะที่ดินในรัศมีสถานีต่างๆ ซึ่ง ราคาที่ดินติดถนน เพชรเกษม ราคา ตารางวาละ 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 150,000 บาท/ตารางวา


สำหรับ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน มี2 ช่วงด้วยกัน ได้แก่ ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ระยะทาง 13 กิโลเมตร จะเป็นทางยกระดับทั้งหมด แนวเส้นทางเริ่มต้นจาก สถานนีบางซื่อผ่านถนนประชาราษฎร์สาย 2 สี่แยกบางโพ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ไปยังถนนจรัญสนิทวงศ์ สิ้นสุดที่สี่แยกถนนจริญสนิทวงศ์ –ถนนเพชรเกษม โดยสถานี จะ ยกระดับทั้งหมด จำนวน 10 สถานี ได้แก่ สถานีเตาปูน (เป็นสถานีร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วง บางใหญ่-บางซื่อ) ต่อจากนั้นจะเป็นสถานีบางโพ ตามด้วย สถานีบางอ้อ สถานีบางพลัด สถานีสิรินธร (เป็นสถานีร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม)ช่วงบางกะปิ-บางบำหรุ สถานีบางยี่ขัน สถานีบางขุนนนท์ สถานีแยกไฟฉาย สถานีจรัญสนิทวงศื 13 สถานีท่าพระ (เป็นสถานีร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-บางแค)

ช่วง หัวลำโพง-บางแค ระยะทาง 14 กิโลเมตร โครงสร้าง แบ่งเป็นเส้นทางวิ่งใต้ดิน ในช่วงหัวลำโพง-ท่าพระระยะทาง 5 กิโลเมตร ผ่านถนนเจริญกรุง ผ่านวัดมังกร วังบูรพา เลี้ยวซ้ายเข้า ถนนสนามไชย พระบรมมหาราชวัง ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองตลาด คลองบางกอกใหญ่ ถนนอิสรภาพ แล้วเปลี่ยนเป็นเส้นทางยกระดับ ระยะทาง 9 โลเมตร วิ่งเข้าสู่ สี่แยกท่าพระ ถนนเพรชเกษม สิ้นสุดที่วงแหวนรอบนอก


มี 11 สถานี โดยเป้นสถานี ใต้ดิน 4 สถานี ได้แก่ สถานีวัดมังกร สถานีวังบูรพา (เป็นสถานีใต้ดินร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงบางใหญา-ราษฎร์บูรณะ ) สถานีสนามไชย สถานีอิสรภาพ


มีสถานี ยกระดับ 7 สถานี ได้แก่ สถานีท่าพระ (เป็นสถานีร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงบางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ) ต่อจากนั้นจะเป็น สถานีบางไผ่ สถานีบางหว้า สถานีเพชรเกษม 48 สถานีภาษีเจริญ สถานีบางแค และสถานีหลักสอง ที่เป็นอู่ที่ต้องเวนคืนที่ดิน100 กว่าไร่ ซึ่งการก่อสร้างคาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2553


หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าทำไม ไม่ใช้โครงข่ายของรถไฟฟ้าบีทีเอสที่มีอยู่ ต่อขยาย จากช่วงบางหว้าทะลุไปบางแคเพียง 2-3 กิโลเมตร ซึ่ง มองว่า โครงข่ายน่าจะสมบูรณ์สำหรับคนฝั่งธนที่จะเชื่อมเข้าสูงใจกลางกรุงเทพฯ ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากมายมหาศาลขนาดนี้ ขณะเดียวกัน อยากฝากบอก ชาวกรุง และนักลงทุนที่ชอบตุนที่ดินว่า คงต้องอดใจรอกันพักใหญ่ๆ ... เพราะ ขนาด รถไฟฟ้าสายสีม่วง รถไฟสายสีแดงที่ทำท่าเกิดก่อน ยังลูกผีลูกคน นับประสาอะไรกับรถไฟฟ้าน้องใหม่สายสีน้ำเงิน !!!

Last edited by napoleon; July 15th, 2007 at 07:47 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old July 22nd, 2007, 03:11 PM   #50
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,382
Likes (Received): 1250

แผนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่อแววล่าช้าไปอีก 8 เดือน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2550 19:00 น.


นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยอมรับว่า แผนการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง ไปบางแค ที่มีเส้นทางลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบราณสถาน และวัดสำคัญๆ เช่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ แผนการก่อสร้างอาจต้องล่าช้าออกไปอีกอย่างน้อย 8 เดือน เนื่องจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้โต้แย้งว่า การสร้างทางลอดบริเวณนี้อาจส่งผลกระทบกระเทือนต่อโบราณสถานหลายแห่ง เนื่องจากการก่อสร้างโบราณสถานเหล่านี้ในอดีตไม่ได้มีการตอกเสาเข็ม แต่ใช้ท่อนซุงวางเรียงทับซ้อนเป็นฐานราก
โดยผลการศึกษาระบุด้วยว่า หากมีการขุดอุโมงค์ขนาดใหญ่ จะส่งผลกระทบต่อระดับน้ำใต้ดิน รวมทั้งผลกระทบที่โบราณสถานเหล่านี้จะได้รับจากแรงสั่นเทือน ทั้งขณะที่ก่อสร้าง และในช่วงเปิดให้บริการที่เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อความแข็งแรง และคงโครงสร้างโบราณสถาน โดยเฉพาะกับวัดโพธิ์ รวมทั้งโบราณสถานและสิ่งก่อสร้างเก่าแก่บริเวณใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 2 ฝั่ง อีกหลายแห่ง ที่อาจรุนแรงถึงขั้นทรุดตัว และพังทลาย
สำหรับแนวทางแก้ปัญหา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จำเป็นต้องมีแนวเส้นทางใหม่ และมีความเป็นไปได้อย่างสูงที่อาจต้องเปลี่ยนแนวเส้นทางเดิมไปยังบริเวณปากคลองตลาด ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร แต่ปัญหาคือ ก็ต้องเจรจากับชาวบ้าน และเชื่อว่าจะมีการต่อต้านเป็นปัญหาตามมา แต่ก็เป็นเรื่องที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในฐานะเจ้าของโครงการต้องชี้แจงให้ชาวบ้านเข้าใจ โดยอาจต้องสร้างตลาดใหม่ รวมถึงการแก้ปัญหาเวนคืนให้เรียบร้อย ซึ่งต้องใช้เวลาอีกพอสมควร รวมถึงการออกแบบเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าใหม่ รวมอย่างน้อยอีก 8 เดือน แต่สิ่งที่ทำได้คือ ต้องดูว่าสามารถเร่งรัดในส่วนใดให้เร็วกว่านี้ได้หรือไม่
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old July 22nd, 2007, 06:40 PM   #51
BlueDragonExp
Registered User
 
BlueDragonExp's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,160
Likes (Received): 3

แถววัดมังกรบ้านผมก้มีประท้วงกันครับ ตอนนี้ได้ข่าวว่าวัดมังกรต้องปรับลดขนาดสถานีกันอีกครับ
BlueDragonExp no está en línea   Reply With Quote
Old July 22nd, 2007, 07:10 PM   #52
thainotts
Registered User
 
thainotts's Avatar
 
Join Date: Jun 2006
Location: Bangkok-Nottingham
Posts: 2,968
Likes (Received): 4

8 เดือน....นั่น 2/3 ของปีหนึ่งน่ะครับ

โอ๊ย เบื่อ สุดๆ สุดๆ จริงๆ arghhhh!
__________________
"สมบัติชาติ" ถ้าคนไทยบริหารแล้วห่วยลงๆ สู้ขายให้นายทุนฝรั่งมาบริหารยังจะดีกว่า เขาจะเอาออกนอกประเทศก็ไม่ได้ แถมการแข่งขันในตลาดเสรีก็ช่วยพัฒนา "สมบัติ" นั้นๆ อีกด้วย ....​ อย่าให้คนไทยกันเองดอง "สมบัติชาติ" จนมันเน่าเลยดีกว่า
thainotts no está en línea   Reply With Quote
Old July 22nd, 2007, 07:12 PM   #53
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,382
Likes (Received): 1250

สายสีน้ำเงิน "ลอยฟ้า-ใต้ดิน" ฟันธงเวนคืนแค่จุดตั้งสถานี

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3916

พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในบริเวณที่ที่จะดำเนินการเพื่อกิจการขนส่งมวลชน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค และพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 4 ฉบับรวด เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา แม้ทำให้คนกรุงเทพฯ เริ่มมั่นใจว่ารัฐบาลจะเดินหน้าโครงการนี้จริง แต่ก็ทำให้ชาวบ้านอีกหลายร้อยครัวเรือนชักไม่มั่นใจ เพราะเกรงจะถูกแจ็กพอตเวนคืนที่ดินเซ่นโครงการรถไฟฟ้า

เนื่องจากแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาทั้ง 4 ฉบับ ได้กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะดำเนินการเพื่อกิจการขนส่งมวลชน เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการสำรวจและเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพ ลักษณะการเข้าใช้ประโยชน์บน เหนือ หรือใต้พื้นดินหรือพื้นน้ำ เพื่อการวางแผนหรือออกแบบกิจการขนส่งมวลชน และกำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าไปทำการสำรวจ เพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนที่แน่นอน ครอบคลุมพื้นที่จำนวนมาก จนทำให้ผู้ที่มีอาคารบ้านเรือนตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าอดที่จะหวั่นวิตกไม่ได้

ทั้งที่จริงๆ แล้วที่ดินที่อยู่ในข่ายจะถูกเวนคืนมีจำนวนไม่มากนัก เนื่องจากตลอดแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้ง 2 ช่วง จะใช้พื้นที่ก่อสร้างบริเวณเกาะกลางถนนเป็นหลัก ตาม รูปแบบโครงการที่จะยกระดับอยู่เหนือพื้นที่ มีเพียงเส้นทางบางช่วงอย่างช่วงหัวลำโพง-บางแค ที่แนวเส้นทางผ่านย่านธุรกิจและแหล่งที่มีชุมชนหนาแน่นเท่านั้นที่อาจจะต้องก่อสร้างในลักษณะเป็นอุโมงค์ใต้ดิน

ขณะเดียวกันพื้นที่ที่จำเป็นต้องเวนคืนจะกระจายเป็นจุด ๆ ตามบริเวณซึ่งเป็นที่ก่อสร้างสถานีเท่านั้น

แหล่งข่าวจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ไม่อยากให้ประชาชนที่อยู่ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินวิตกเกี่ยวกับเรื่องการเวนคืนที่ดินสำหรับใช้ก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้ามากเกินไป

เพราะในทางปฏิบัติ รฟม.เองพยายามจะเวนคืนที่ดินให้น้อยที่สุด เฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น แม้จะออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อทำการสำรวจพื้นที่และเพื่อการเวนคืนครอบคลุมลึกเข้าไปจากทั้ง 2 ฝั่งถนนหลายร้อยเมตร แต่ถึงขั้นตอนของการเวนคืนจะเวนคืนเฉพาะที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งสถานี

เนื่องจากลักษณะโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้ง 2 ช่วง เส้นทางส่วนใหญ่จะเป็นทางยกระดับคล้าย ๆ โครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่โครงสร้างของแนวเส้นทางจะอยู่บริเวณเกาะกลางถนน มีเพียงจุดซึ่งเป็นที่ตั้งสถานีเท่านั้นที่จำต้องเวนคืนที่ดินมากหน่อยสำหรับใช้ในการก่อสร้างตัวสถานี

อย่างช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ระยะทาง 13 กิโลเมตร ที่แนวเส้นทางเริ่มจากสถานีรถไฟบางซื่อ ไปตามถนนประชาราษฎร์สาย 2 ผ่านสี่แยกบางโพ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนจรัญสนิทวงศ์ แล้วแนวเส้นทางจะอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ตลอดทั้งเส้น ไปสิ้นสุดบริเวณแยกท่าพระ การก่อสร้างจะสร้างเสาตอม่อโครงการบริเวณเกาะกลางถนน จะมีการเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างสถานีและทางขึ้น-ลง รัศมีประมาณ 20-25 เมตร ทั้งหมด 10 สถานี 596 แปลง คิดเป็นพื้นที่ 12 ไร่ บ้านเรือนอีก 659 หลังคาเรือน

คือ สถานีเตาปูน บริเวณแยกเตาปูน สถานีบางโพ บริเวณสี่แยกบางโพ สถานีบางอ้อ บริเวณตลาดบางอ้อ สถานีจรัญสนิทวงศ์ 81 สถานีสะพานกรุงธนบุรี อยู่บริเวณแยกบางพลัด สถานีบรมราชชนนี บริเวณแยกบรมราชชนนี สถานีบางกอกน้อย บริเวณแยกบางขุนนนท์ สถานีพรานนก บริเวณแยกไฟฉาย สถานีพาณิชย์ธนบุรี บริเวณแยกพาณิชย์ธนบุรี และสถานีท่าพระ บริเวณสี่แยกท่าพระ

ขณะที่ช่วงหัวลำโพง-บางแคระยะทาง 14 กิโลเมตร ซึ่งการก่อสร้างจะเป็น 2 รูปแบบ โดยเป็นทางยกระดับ 9 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟฟ้า 7 สถานี ส่วนอีก 5 กิโลเมตร ซึ่งแนวเส้นทางจะก่อสร้าง

เป็นอุโมงค์ เพราะตัดผ่านย่านชุมชนกลางเมือง มีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 4 สถานี ก็จะเวนคืนเฉพาะจุดที่ต้องก่อสร้างสถานีเช่นเดียวกัน

สำหรับแนวเส้นทางรถไฟฟ้าช่วงหัวลำโพง-บางแค จุดเริ่มต้นโครงการจะอยู่บริเวณถนนพระราม 4 จากนั้นตัดเข้าถนนเจริญกรุง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสนามไชย ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองตลาด แล้วยกระดับเข้าสู่ถนนอิสรภาพไปจนถึงสี่แยกท่าพระ แล้วก่อสร้างตามถนนเพชรเกษม ไปสิ้นสุดโครงการที่ถนนวงแหวนรอบนอกตะวันตก บริเวณถนนบางแค เบื้องต้นพบว่าตลอดเส้นทางมีที่ดินถูกเวนคืน 938 แปลง อาคารสิ่งปลูกสร้างถูกเวนคืน 689 หลังคาเรือน

มีสถานีทั้งหมด 11 สถานี เริ่มจากสถานีวัดมังกร อยู่บริเวณซอยเจริญกรุง 23 สถานีวังบูรพา บริเวณแยกวังบูรพา สถานีสนามไชย บริเวณบริเวณหน้ากระทรวงพาณิชย์ สถานีอิสรภาพ อยู่บริเวณซอยอิสรภาพ 34 สถานีท่าพระ บริเวณแยกท่าพระ สถานีบางไผ่ บริเวณโรงพยาบาลบางไผ่ สถานีบางหว้า บริเวณจุดตัดถนนเพชรเกษม สถานีเพชรเกษม 48 บริเวณซอยเพชรเกษม 48 สถานีภาษีเจริญ บริเวณห้างฟิวเจอร์ พาร์ค บางแค สถานีบางแค บริเวณซอยเพชรเกษม 65/3 และสถานีหลักสอง บริเวณซอยเพชรเกษม 80-82

หน้า 11
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old July 22nd, 2007, 07:20 PM   #54
BlueDragonExp
Registered User
 
BlueDragonExp's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,160
Likes (Received): 3

Quote:
Originally Posted by thainotts View Post
8 เดือน....นั่น 2/3 ของปีหนึ่งน่ะครับ

โอ๊ย เบื่อ สุดๆ สุดๆ จริงๆ arghhhh!
ถ้าเป็นไปได้ช่วยสร้างช่วงบางซื่อท่าพระ กับช่วงท่าพระ-บางแคก่อนไม่ได้หรือครับ(ช่วงนี้เป็นยกระดับช่วงบางซื่อท่าพระเอารถชุดเดิมมาวิ่งได้ ส่วนช่วงท่าพระ-บางแคคนระรางกัน แต่เอารถที่อยู่ในศูนย์ว่อมบำรุงตรงภาษีเจริญมาใช้วิ่งไปก่อนก็ได้หนิครับ+กับระบบของบีทีเอส จะทำให้เครื่อข่ายสมบูรณ์ขึ้นซึ่งมันน่าจะแทนกันได้นี่นาครับ )

อีกเรื่องครับคนกรุงส่วนใหญ่เขาใจร้อนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบทันทีอันใดครับ
BlueDragonExp no está en línea   Reply With Quote
Old July 23rd, 2007, 05:24 AM   #55
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 13,275
Likes (Received): 581

ปัญหาคือ การผ่านเกาะรันตโกสินทร์หนะเป็นแหล่งทำเงินทำทอง ให้การทองเที่ยว ... ญี่ปุ่น ฝรั่ง คนชีน ชอบไปเกาะรัตนโกสินทร์ และย่านเยาวราชนิ .... และ เส้นผ่านเกาะรัตนโกสินทร์ เป็นทางตัดตรงไปบางแคซึ่งวิเศษมาก ... ที่รู้แน่ๆ คือ เจ้าหนี้อยากจะปล่อยเงินกู้ให้เส้นทางที่ทำเงิน ทำทอง .... ซึ่งก็ไม่พ้นเส้นทางผ่านเกาะรัตนโกสินทร์อยู่ดี

ทางที่ไปเส้นจรัลสนิทวงศ์แม้จะทำเงินเหมือนกันแต่ไม่ดีเท่าผ่ากลางเกาะรัตนโกสินทร์


ดังนั้นผมขอซัดปลายคางเอากะ บรรดาผู้ที่ออกมาประท้วงคราวนี้ว่า ..... พวกท่านออกจะเป็นคนละโมบไปหน่อย ... โลภชนิดเรียกว่าพร้อมจะฆ่า ห่านทองทอิงคำเอาไข่โดยขวางการสร้างเส้นทาง จนเกิดงบบานปลาย ... พวกนั้นคงเห็นเงินโปรยปรายได้ดังฝนกระมังถึงได้เล่นขี้ฉ้อเช่นนี้
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut está en línea ahora   Reply With Quote
Old July 23rd, 2007, 09:08 AM   #56
BlueDragonExp
Registered User
 
BlueDragonExp's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,160
Likes (Received): 3

หนักใจจริงๆ แบบนี้ประเทศไทยก็แย่เสียแล้วแหละครับ เมื่อไหร่จะเจริญเหมือนกับชาวบ้านเขาซักทีหละเนี่ยเฮ๊ย แบบนี้พวกเราก็ต้องทนรถติดกันต่อไปเซ็ง~
BlueDragonExp no está en línea   Reply With Quote
Old August 11th, 2007, 12:15 PM   #57
BlueDragonExp
Registered User
 
BlueDragonExp's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,160
Likes (Received): 3

รฟม.เดินหน้าสายน้ำเงิน เตรียมเวนคืน13 เขต

สวัสดีกรุงเทพ ปีที่ 4 ฉบับ 159 วันจันทร์ ที่ 13 สิงหาคม 2550 - วันอาทิตย์ ที่ 19 สิงหาคม 2550



ภายหลังพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืน เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 2 ช่วง ระยะทาง 27 กิโลเมตร มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา รฟม.เตรียมเวนคืนที่ดินเพื่อเดินหน้าโครงการส่งผลกระทบถึงชุมชนเก่าแก่หลายแห่ง ล่าสุดชาวชุมชนตลาดเก่าย่านถนนแปลงนาม เขตสัมพันธวงศ์ร้องเรียนสวัสดีกรุงเทพ ถึงการทำประชาพิจารณ์ของรฟม.ไม่โปร่งใสเพราะประชาชนไม่มีส่วนร่วม

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)กล่าวกับ”สวัสดีกรุงเทพ” ข้อเท็จจริงของสายสีน้ำเงิน มีการศึกษามาตั้งแต่ปี 2540 ทุกอย่างผ่านกระบวนการมาหมดแล้วทั้งมติเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งเมื่อประมาณปี 2547 ขณะนี้ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค มีความคืบหน้าไปมาก คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ หลังจากพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืน เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้ง 2 ช่วง ระยะทาง 27 กิโลเมตร มีผลบังคับใช้แล้ว อยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียดโครงการให้แล้วเสร็จ จากนั้นจะทราบว่าพื้นที่ที่จะถูกเวนคืนเป็นจุดไหน ซึ่งตามแผนงานขั้นตอนการออกแบบจะแล้วเสร็จประมาณเดือนตุลาคมนี้

จากนั้นจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติโครงการในเดือนพฤศจิกายน ก่อนที่ รฟม.จะเข้าไปสำรวจพื้นที่ช่วงปลายปี และเวนคืนที่ดินตั้งแต่ต้นปี 2551 เป็นต้นไป แล้วส่งมอบพื้นที่บางส่วนให้ผู้รับเหมาก่อสร้างลงมือก่อสร้างได้ทันที

นายประภัสร์กล่าวต่อว่า คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ไม่ให้เปิดหน้าดินในการก่อสร้าง แต่ปี 2548 รฟม.ได้เสนอวิธีการก่อสร้างแบบเปิดหน้าดิน พร้อมการเปรียบเทียบกับวิธีการไม่เปิดหน้าดินไปด้วย ซึ่งตอนนั้นคณะกรรมการก็เห็นชอบกับวิธีการดังกล่าว แต่พอปี 2549 ไม่ให้ใช้วิธีการเปิดหน้าดินเลย โดยอ้างว่าจะกระทบกับระดับน้ำใต้ดินและความสั่นเสทือน จะส่งผลให้มีปัญหากับโบราณสถาน โดยเฉพาะ พระบรมมหาราชวังและวัดโพธิ์

รฟม.ได้เสนอรายละเอียดทางเทคนิคการก่อสร้างว่า ในส่วนระดับน้ำนั้นไม่มีผลกระทบและเรื่องการสั่นเสทือนระหว่างการก่อสร้าง เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ที่วิ่งอยู่บนผิวถนนนั้นมีความรุนแรงมากกว่า ซึ่งนอกจากนี้ยังได้นำแบบการก่อสร้างไปหารือกับกรมศิลปากร และสถานที่ราชการในบริเวณนั้นทุกฝ่ายเห็นด้วยกับสิ่งที่รฟม.เสนอ

ส่วนกรณีนายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพงไปบางแค อาจต้องช้าออกไปอีก 8 เดือน จากเหตุที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ระบุแนวสายทางช่วงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อโบราณสถาน และมีความเป็นไปได้สูงที่จะปรับเปลี่ยนแนวเส้นทางเดิม ไปยังบริเวณปากคลองตลาด ว่า “ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่รฟม.พร้อมรับนโยบายตามที่รัฐบาลสั่งการมา การที่จะขยับเส้นทางรถไฟฟ้า ไม่เหมือนกับการขยับถนน เนื่องจากต้องมีระยะมุมโค้งในการเลี้ยว ซึ่งเป็นเรื่องทางรายละเอียดทางเทคนิคด้วย ที่สำคัญต้องใช้ระยะเวลาในการออกแบบ

ศ.อดุล วิเชียรเจริญ คณะกรรมการเกาะรัตนโกสินทร์ กล่าวกับ”สวัสดีกรุงเทพ” กรณีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-ท่าพระ ซึ่งผ่านชุมชนตลาดเก่าเยาวราช ผ่านเข้าไปถึงพื้นที่ชั้นในของเกาะรัตนโกสินทร์ เป็นระยะทาง 5 กิโลเมตรต่อจากหัวลำโพงไปลอดแม่น้ำเจ้าพระยาไปขึ้นฝั่งธนบุรีว่า ช่วงต้นสายเป็นเขตพื้นที่ชั้นนอกของเกาะรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะช่วงแยกแปลงนาม ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ แน่นอนว่าต้องมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชนบ้าง ซึ่งก็เป็นไปตามวิถีของการเปลี่ยนแปลงพัฒนา

แต่ที่สำคัญที่สุดคือพื้นที่ชั้นในเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีโบราณสถานอยู่มากมายโดยเฉพาะ พระบรมมหาราชวัง ซึ่งถือว่าเป็นมรดกของชาติที่จะต้องอนุรักษ์ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา ตรงนี้รับไม่ได้ถ้ามีการนำระบบขนส่งอะไรก็แล้วแต่เข้ามาใส่ ทั้งนี้การประชุมของคณะกรมการฯ เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคม ได้ขอถอนเรื่องการขออนุญาตก่อสร้างสถานีในเขตพื้นที่ชั้นในเกาะรัตนโกสินทร์ของรถไฟฟ้าสีน้ำเงินออกไป และนายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มาขอหารือกับตนเป็นการส่วนตัว

จึงได้เรียนให้ทราบถึงข้อพิจารณาว่า คณะอนุกรรมการกำกับแผนเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งตนเป็นประธานอยู่ เห็นว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)ควรจะเปลี่ยนเส้นทางออกไปด้านปากคลองตลาด เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการก่อสร้างที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ โบราณสถานที่สำคัญ โดยเฉพาะ พระบรมมหาราชวัง และ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) ซึ่งไม่มีฐานรากในการก่อสร้างและอาศัยระดับน้ำใต้ในการลอยตัวอาคารไว้

ถึงแม้ว่าจะมีการชี้แจงถึงด้านเทคนิคการก่อสร้างที่มีเทคโนโยยีที่ทันสมัยสามารถป้องกันการสั่นเสทือนได้ แต่ไม่มีใครทราบในรายละเอียด ซึ่งท่านรัฐมนตรีเห็นด้วยกับคำชี้แจงของตนในเรื่องการอนุรักษ์ และขอไปให้ชี้แจงกับร.ฟ.ม. เพื่อสำรวจและศึกษา การปรับเปลี่ยนเส้นทาง ให้ขยับออกไปทางด้านตลาดปากคลองตลาด และขอให้มีการปรับปรุงตลาดพร้อมกันไปด้วย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้กระทรวงคมนาคม จะรับไปพิจารณาดู

ศ.อดุล กล่าวถึงแนวโน้มการพิจารณาเรื่องดังกล่าวว่า ตามหลักการแล้ว ไม่ควรจะนำระบบรถไฟฟ้าเข้ามาในเขตพื้นที่ชั้นในเกาะรัตนโกสินทร์ทั้งสิ้น เพราะเป็นอันตรายต่อมรดกของชาติ สมัยคุณสมัคร สุนทรเวช อดีตผ่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ขออนุญาตสร้างอาคารที่จอดรถใต้พื้นที่สนามหลวง คณะกรรมการฯก็ไม่อนุญาต

รอผลศึกษาชี้ชะตาชุมชน

ขณะที่แหล่งข่าวด้านฝ่ายวิชาการและแผนงาน รฟม.กล่าวกับ “สวัสดีกรุงเทพ”ว่า ขณะนี้สายสีน้ำเงิน อยู่ระหว่างการให้บริษัทที่ปรึกษากลุ่มบริษัทBMGC ปรับปรุงรายละเอียดของแบบตามข้อท้วงติงของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม และให้เป็นไปตามเงื่อนไข พ.ร.บ.การเข้าร่วมการงานของภาครัฐ และเอกชน พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา และน่าจะทราบผลภายในเดือนตุลาคม

สำหรับจุดที่มีปัญหามากที่สุดจากการศึกษารายละเอียดเบื้องต้น คือ สถานีสนามไชย เพราะอยู่ภายในพื้นที่ชั้นในเกาะรัตนโกสินทร์ เริ่มจากสถานีหัวลำโพง ผ่านถนนเจริญกรุง วัดมังกร วังบูรพา สนามไชย เลี้ยวซ้ายตรงกองรักษาดินแดน

นอกจากนี้ตรงบริเวณถนนแปลงนาม ซึ่งประชาชนต้องการให้ย้ายสถานีไปพื้นที่ตรงข้ามนั้น เท่าที่ทราบฝ่ายอกแบบกำลังพิจารณาและหารือกับประชาชน ซึ่งก็ต้องรอความชัดเจนจากผลการศึกษาจากบริษัทที่ปรึกษาด้วย

หากยกช่วงใต้ดินออกตั้งแต่หัวลำโพงไปจนจรดแม่น้ำเจ้าพระยา จะเกิดผลอย่างไรเพราะเป็นพื้นที่ย่านชุมชนจีนเก่าแก่และพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในที่ควรอนุรักษ์ไว้ อีกทั้งมีการตั้งข้อสังเกตว่าควรใช้เส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส มาเชื่อมต่อแทน ซึ่งจะทำให้ประหยัดกว่าและหมดปัญหาด้านโบราณสถานต่างที่ไม่ได้รับผลกระทบอีกด้วย

”จะทำให้ระบบการเดินทางไม่ครบวงจร เพราะพฤติกรรมของผู้เดินทางจะใช้เป็นแนวเส้นรัศมี ในเมืองใหญ่อื่นๆก็เป็นเช่นนี้ นอกจากนี้สมัยวางเส้นทางปรับแผนแม่บท สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)มีการพูดถึงเรื่องนี้เหมือนกันว่าจะช่วยลดต้นทุนการก่อสร้าง แต่ถ้าตัดออกไป ผู้อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวก็จะไม่สะดวกในการเดินทาง ส่วนการนำระบบเสริมอื่นๆมาใช้แทนนั้นคงไม่เหมาะสม” แหล่งข่าวกล่าว

วิถีชีวิตของผู้ที่ใช้เส้นทางเยาวราช ซึ่งส่วนใหญ่จะมาเพื่อซื้อของคงไม่สะดวกใช้รถไฟฟ้า เนื่องจากต้องขนของมากและรฟม.ก็มีมาตรการเข้มข้นด้านการรักษาความปลอดภัย แหล่งข่าวกล่าวว่า “ยอมรับว่าอาจจะสร้างความไม่สะดวกให้กับประชาชนบ้าง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์บ้านเมือง เป็นช่วงๆ แต่ต่อไปประชาชนก็จะคุ้นไปเอง”

อย่างไรก็ตามการศึกษารายละเอียดเบื้องต้น ซึ่งมีการเสนอผลวิเคราะห์มูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคม โดยด้านเศรษฐกิจ จะพิจารณาผลตอบแทนเรื่อง การประหยัดเวลาในการเดินทาง การประหยัดค่าใช้จ่ายจากการลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล แล้วตีออกมาเป็นมูลค่าทางการเงิน ส่วนด้านสังคม พิจารณาถึงผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อม คุณภาพอากาศ เสียง และระดับการสั่นสะเทือน ว่ามาตรฐานจะเกินมากน้อยแค่ไหนและสามารถลดได้อย่างไร

ปอกเปลือกสายสีน้ำเงิน

โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน มี 2 ช่วง คือ บางซื่อ-ท่าพระ ระยะทาง 13 กิโลเมตร และ หัวลำโพง-บางแค ระยะทาง 14 กิโลเมตร รวม 27 กิโลเมตร

ส่วนที่ 1 สายหัวลำโพง-บางแค มีพระราชกฤษฎีกา กำหนดที่ดินบริเวณที่ที่จะดำเนินการเพื่อกิจการขนส่งมวลชน ในท้องที่เขตปทุมวัน บางรัก ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ พระนคร ธนบุรี บางกอกใหญ่ ภาษีเจริญ จอมทอง และบางแค พ.ศ. 2550 ลงวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2550 เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการขนส่งมวลชน ตามโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค

ส่วนที่ 2 เส้นทางและสถานีจากหัวลำโพง-บางแค ระยะทาง 14 กิโลเมตรแบ่งเป็น 2 ช่วงคือช่วงใต้ดิน 5 กิโลเมตร จากหัวลำโพง-แม่น้ำเจ้าพระยา แนวเส้นทางจากหัวลำโพง ผ่านถนนเจริญกรุง วัดมังกร วังบูรพา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสนามไชย พระบรมมหาราชวัง ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองตลาด ขึ้นที่บางกอกใหญ่ เข้าถนนอิสรภาพ แล้วเปลี่ยนเป็นเส้นทางยกระดับ ระยะทาง 9 กิโลเมตร ไปที่แยกท่าพระ ถนนเพชรเกษม สิ้นสุดที่ถนนวงแหวนรอบนอก

สถานีใต้ดิน 4 สถานี ได้แก่ สถานีวัดมังกร วังบูรพา สนามไชย อิสรภาพ สถานียกระดับ 7 สถานี ได้แก่ ท่าพระ บางไผ่ บางหว้า เพชรเกษม 48 ภาษีเจริญ บางแค หลักสอง ที่เป็นอู่ต้องเวนคืนที่ดินกว่า 100 ไร่

ผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และปัญหาอุปสรรค ไม่ปรากฏผลกระทบในระดับที่รุนแรง โดยระยะก่อสร้างอาจส่งผลด้านคุณภาพอากาศ เสียง ความสั่นสะเทือน ทัศนียภาพและการจราจรที่เกิดจากการก่อสร้างบ้าง อย่างไรก็ตามหากดำเนินมาตรการลดผลกระทบที่กำหนดไว้จะช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ ส่วนระยะดำเนินการ ผลที่เกิดขึ้นเป็นผลกระทบทางบวก โดยเมื่อเปิดดำเนินการแล้วคาดว่าจะทำให้คุณภาพสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ดีขึ้น อันเนื่องมาจากการลดลงของปัญหาจราจรติดขัด

ปัญหาอุปสรรค

มีปัญหาการก่อสร้างสถานีสนามไชย (บริเวณกระทรวงพาณิชย์เดิม หรือหน้าสน.พระราชวัง) เพราะคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและพิจารณาแผนการดำเนินงานในกรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า มีมติให้ย้ายสถานีสนามไชยออกนอกพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ชั้นใน เนื่องจากเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อโบราณสถาน

จากสาเหตุการเสียดุลยภาพของน้ำใต้ดินขณะก่อสร้าง และความสั่นสะเทือนจากรถไฟฟ้าที่วิ่ง รวมทั้งมีนโยบายเมื่อปี 2523 ให้ลดความแออัดพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์และตามหลักการของการอนุรักษ์มรดกโลก ไม่ควรมีถนนหรือรถไฟฟ้าเข้ามาในพื้นที่อนุรักษ์ แต่ รฟม. โดยที่ปรึกษายืนยันไม่มีปัญหาเทคนิคดังกล่าว เพราะมีตัวอย่างการสร้างอาคารใต้ดินใกล้โบราณสถานในกรุงเทพฯ หลายแห่ง และตัวอย่างในต่างประเทศ มีรถไฟใต้ดินอยู่ใกล้หรือชิดโบราณสถานหลายแห่ง

หมายเหตุ เป็นรายงานผลการศึกษาเดิมของรฟม.ซึ่งผลการศึกษาใหม่ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ จะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้

26 July 2007

Last edited by BlueDragonExp; August 11th, 2007 at 08:30 PM.
BlueDragonExp no está en línea   Reply With Quote
Old August 12th, 2007, 06:41 PM   #58
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,382
Likes (Received): 1250

เงินไม่มา งานไม่เดิน นะจ๊ะ ทิงจา
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 13th, 2007, 07:09 AM   #59
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 13,275
Likes (Received): 581

เออ เพื่อนผมที่อยู่เส้นจรัญสนิทวงศ์บ่นหงิงๆ ว่า เส้นทางช่วงจรัญสนิทวงศ์ดันยกระดับทั้งๆที่พื้นที่เกาะกลางสำหรับวางตอม่อเหลือน้อยมาก และพื้นที่ทางเท้า ก็ทำท่าจะไม่พอวางตอิม่อตัวยูซะด้วยสิ
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut está en línea ahora   Reply With Quote
Old August 14th, 2007, 05:28 AM   #60
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,382
Likes (Received): 1250

รฟม.ยันทำรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงินผ่านเกาะรัตนโกสิทร์

Dailynews 14 สิงหาคม 2550

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ หัวลำโพง-บางแค ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียดโครงการก่อสร้าง พร้อมเตรียมการลงพื้นที่สำรวจพื้นที่เวนคืน และกำหนดราคาการจัดกรรมสิทธิ์ หลังจากที่ พ.ร.ฎ.เวนคืน ประกาศใช้แล้ว ส่วนแนวสายทางของช่วงหัวลำโพง-บางแค ที่มีการตัดผ่านพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์นั้น ยังยืนยันว่าจะเดินหน้าก่อสร้างตามแนวสายทางเดิม โดยตัดผ่านเข้าพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ เนื่องจากเส้นทางนี้ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว และยังได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 2544-2545 อีกทั้งคณะกรรมการเกาะรัตนโกสินทร์ชุดที่พิจารณาโครงการนี้ในขณะนั้น ไม่ได้ห้ามโครงการผ่านพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ แต่ให้ รฟม.มาศึกษาวิธีการทางการก่อสร้าง ว่าควรเป็นแบบเปิดหน้าดินหรือปิดหน้าดิน ซึ่งไม่เข้าใจว่าเหตุใดในปี 2549 คณะกรรมการเกาะรัตนโกสินทร์กลับมีความเห็นเปลี่ยนไป โดยห้ามโครงการตัดผ่านเข้าไปในใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์ เนื่องจากจะกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในละแวกนั้น และจะเกิดการสั่นสะเทือนเวลารถไฟฟ้าวิ่ง อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อโบราณสถานในพื้นที่ได้

นายประภัสร์ กล่าวว่า หากจะให้ รฟม.เปลี่ยนแนวสายทาง คณะกรรมการเกาะรัตนโกสินทร์ชุดนี้จะต้องทำเรื่องเสนอไปยัง ครม. และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมชุดใหญ่ ให้มีคำสั่งมาห้าม รฟม.จึงจะเปลี่ยนแนวสายทาง เพื่อให้ รฟม.มีความชอบธรรมในการของบประมาณมาศึกษาความเหมาะสมของแนวสายทาง และ ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้โครงการยิ่งล่าช้าออกไปอีก เพราะจะเป็นการเริ่มนับหนึ่งใหม่ เสียทั้งเวลาในการเดินหน้าโครงการ และงบประมาณที่นำมาใช้ทำงานวนไปวนมาแต่ไม่สำเร็จเสียที.
napoleon no está en línea   Reply With Quote


Reply

Tags
bangkok, transportation

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 09:27 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu