|
|
| daily menu » rate the banner | guess the city | one on one |
|
|
#241 |
|
Registered User
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0
|
พม่าเสริมเขี้ยวทัพฟ้าทั้ง MIG-29 รัสเซีย J10 จีน
เอเอฟพี/ASTVผู้จัดการรายวัน-- รัสเซียได้ลงนามในสัญญาที่จะจัดส่งเครื่องบินรบแบบมิก-19 (MIG-29) ให้กับรัฐบาลทหารพม่า ซึ่งนับว่าเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในการขยายกองกำลังทหารของประเทศที่ ปกครองด้วยระบอบทหารมานานเกือบครึ่งศตวรรษ ทั้งนี้เป็นการรายงานของหนังสือพิมพ์ธุรกิจคอมเมอร์ซานต์ (Kommersant) ของรัสเซียในวันพุธ (23 ธ.ค.) ข้อตกลงซื้อขายเครื่องบินรบระหว่างรัสเซียและพม่านี้เซ็นกันตั้งแต่ 2-3 สัปดาห์ก่อน ด้วยมูลค่า 400 ล้านยูโร (570 ล้านดอลลาร์) หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวรายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวใกล้ชิดของบริษัท โรโซโบรอนเอ็กซ์พอร์ต (Rosoboronexport) ซึ่งเป็นบริษัทขายอาวุธของรัฐบาล พม่าที่อยู่ภายใต้การคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก ซึ่งนักรณรงค์สิทธิมนุษยชนกล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลทหารได้รับการช่วยเหลือด้านอาวุธมาโดยตลอดจากประเทศเพื่อน บ้าน เช่น จีน อินเดีย และจากรัสเซียด้วย รัสเซียก็เช่นเดียวกันกับจีนซึ่งต่างก็เป็นสมาชิกถาวรใน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้พิทักษ์ปกป้องรัฐบาลทหารมาตลอด โดยใช้สิทธิยับยั้ง (วีโต้) ข้อมติประณามใดๆ ต่อรัฐบาลทหารที่ออกโดยองค์การสหประชาชาติ แหล่งข่าวใกล้ชิดกับบริษัทจำหน่ายอาวุธจองทางการยังกล่าวอีกว่า รัสเซียได้ตกลงขายเครื่องบินรบ MIG-29 นี้ในขณะที่ทางจีนเองได้เสนอขายเครื่องบินขับไล่ที่ทันสมัยมากกว่าในรุ่น J-10 "ดรากอน" และ FC-1 "ธันเดอร์" ให้กับพม่าในเงื่อนไขที่ได้เปรียบมากกว่าเช่นกัน หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ยังได้ระบุว่า รัสเซียได้ส่งเครื่องบิน MIG-29 จำนวน 12 ลำให้แก่พม่าแล้วครั้งหนึ่งในปี 2544
"นี่เป็นข้อตกลงซื้อขายครั้งใหญ่ที่สุดในการซื้อเครื่องบินรบในรุ่น นี้ หลังจากที่เคยทำสัญญากับแอลจีเรียในปี 2550 แล้วล้มเลิกไป" คอมเมอร์ซานต์กล่าว แอลจีเรียได้ยกเลิกการสั่งซื้อเครื่องบินรบ MIG-29 จำนวน 34 ลำ มูลค่า 987 ล้านยูโร เนื่องจากคุณภาพของเครื่องบินต่ำกว่าที่คาดไว้ และ ในปี 2551 ยังได้ส่งเครื่องบินคืนรัสเซียอีกหลายลำด้วย ปัจจุบัน MIG-29 มีประจำการในหลายประเทศแถบเอเชีย รวมทั้งกองทัพอากาศอินเดียและมาเลเซียด้วย เนื่องจากเป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีที่มีประสิทธิภาพดีและราคาถูกกว่า เครื่องบินรบของชาติตะวันตก อย่างเทียบกันไม่ได้ ขณะที่ประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับได้ สำหรับ FC-1 "สายฟ้า" หรือ ที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า JF-17 นั้นผลิตจากโรงงานที่เมืองเฉิงตู (Chengdu) เช่นเดียวกันกับ J-10 แต่เป็นโครงการร่วมระหว่างจีนกับปากีสถาน เพื่อผลิตเครื่องบินรบเอนกประสงค์เอาไว้ใช้งาน ซึ่งเว็บไซต์บางแห่งกล่าวว่ามีราคาเพียงลำละ 5-7 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ส่วน J-10 มีรูปลักษณ์ที่ละม้ายคล้ายคลึงกับเครื่องบินรบแบบเอฟ-16 ที่ผลิตในสหรัฐฯ เป็นอย่างยิ่ง แต่ต่างกันที่ประสิทธิภาพ ซึ่งเอฟ-16 บินได้เร็วกว่าและคล่องตัวมากกว่าในเชิงยุทธ์ รวมทั้งความแตกต่างในด้านประสิทธิภาพและเทคโนโลยีของระบบอาวุธที่ใช้ติดตั้ง ด้วย
แต่ข้อที่ได้เปรียบของ J-10 ก็คือ ราคาที่ถูกกว่า เอฟ-16 อย่างเทียบกันไม่ได้ ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการซื้ออาวุธของพม่า เพื่อเสริมความแข็งแร่งให้แก่กองทัพ ยังมีขึ้นขณะที่เวียดนามได้เซ็นสัญญาซื้อเครื่องบินรบที่ยังไม่ทราบชนิดจา กรัสเซีย กับเรือดำน้ำชั้นโล (Kilo Class) อีกจำนวน 6 ลำ ซึ่งเรื่องนี้มีขึ้นระหว่างการเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี เวียดนามเหวียนเติ๋นยวุ๋ง (Nguyen Tan Dung) ในสัปดาห์กลางเดือน ธ.ค.นี้ นอกจากนั้นสัปดาห์ที่แล้ว รัฐมนตรีกลาโหมเวียดนาม นายพลโทอาวุโสฟุงกวางแทง (Phung Quang Thanh) ซึ่งกำลังเยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ยังได้ขอซื้อเฮลิคอปเตอร์กับเครื่องบินลำเลียงขนส่งจากฝรั่งเศส และ เรียกร้องให้ฝ่ายนั้นขายอาวุธและอุปกรณ์ทางทหารที่ทันสมัยให้แก่เวียดนามอีก ด้วย. โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 ธันวาคม 2552 01:40 น. |
|
|
|
|
|
#242 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 7,577
Likes (Received): 257
|
![]() กองทัพพม่าปัจจุบันกองทัพที่มีเขี้ยวเล็บที่สุดในอาเซียนละครับถ้าเทียบอันดับโลกเค้าอยู่ตั้งอันดับที่แปด เมื่อก่อนไทยเราก็เคยเป็นที่หนึ่งของอาเซียนแต่ปัจจุบันร่วงแล้ว ตอนนี้ไทยมีโครงการซื้อรถหุ้มเกราะ 8 ล้อจากยูเครนครับเราหน้าจะเป็นประเทศเดียวในอาเซียนนะครับที่ยังไม่มี แต่มันมีปัญหาที่เยอรมันไม่ส่งตัวเครื่องรถให้ยูเครนประกอบให้เราครับเพราะเค้าไม่สนับสนุนประเทศที่ไม่ปกครองระบอบประชาธิปไตย ตอนนี้ไทยเลยกำลังคิดจะเอาเครื่องยนต์ควายเหล็กพวกคูโบต้าอะไรพวกนี้แหละครับมาใส่แทนแต่สภาพก็คงต้องยอมรับกันว่าคงจะไปขับยิงขับสู้กับใครก็คงจะไม่ได้แค่ลำพังเครื่องยนต์ที่จะเอามาใส่จะขึ้นเขาไหวรึเปล่ายังต้องลุ้นกันเลยครับ |
|
|
|
|
|
#243 |
|
Registered User
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0
|
......
Last edited by sansano; January 2nd, 2010 at 06:45 AM. |
|
|
|
|
|
#244 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,569
Likes (Received): 349
|
คะยาขอพม่า ตัดถนนเชื่อม แม่ฮ่องสอน
Posttoday วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553 คะยาดาวแดง ขอพม่าสร้างเส้นทางเชื่อมดอย ก่อ-น้ำเพียงดิน เอื้อธุรกิจค้าไม้ แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นายทุนจ่อ รองประธานกะเหรี่ยงคะยา หรือกลุ่มดาวแดง กำลังเจรจากับรัฐบาลทหารพม่า เพื่อให้ก่อสร้างเส้นทางจากจังหวัดดอยก่อประเทศพม่า มายังจุดผ่อนปรนบ้านน้ำเพียงดิน ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร เพื่อให้บริษัททำไม้จากประเทศไทยเข้าไปทำไม้ในพื้นที่ของกลุ่ม กะเหรี่ยงคะยา การเจรจาค่อนข้างเป็นไปได้สูงมาก ทั้งนี้นายทุนจ่อจะออกค่าก่อสร้างเส้นทางทั้งหมด แลกกับการให้รัฐบาลพม่าออกใบรับรองถิ่นกำเนิดไม้ แหล่งข่าวเปิดเผย ก่อนหน้านี้ จ.แม่ฮ่องสอน มีคำสั่งชะลอการนำเข้าไม้จากพม่าทั้งหมด เนื่องจากไม่มีใบรับรองถิ่น กำเนิดของไม้ที่จะนำเข้ามา โดยกลุ่มดาวแดงได้ยอมรับข้อตกลงเป็นกองกำลังรักษาชายแดนให้กับรัฐบาลพม่า แลกกับการดำเนินธุรกิจในพื้นที่ |
|
|
|
|
|
#245 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,569
Likes (Received): 349
|
|
|
|
|
|
|
#246 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,569
Likes (Received): 349
|
http://www.pantip.com/cafe/library/t.../K8723860.html
ประกอบด้วยย7เขต 7รัฐ เขต ชื่อ เมืองเอก พื้นที่ ประชากร 1. เขตตะนาวศรี (Tanintharyi) ทวาย 43,328 1,327,400 2. เขตพะโค (Bago) พะโค 39,404 5,014,000 3. เขตมัณฑะเลย์ (Mandalay) มัณฑะเลย์ 37,023 6,442,000 4. เขตมาเกว (Magway) มาเกว 44,819 4,464,000 5. เขตย่างกุ้ง (Yangon) ย่างกุ้ง 10,170 5,420,000 6. เขตสะกาย (Sagaing) สะกาย 93,527 5,300,000 7. เขตอิรวดี (Ayeyarwady) พะสิม 35,138 6,663,000 รัฐ ชื่อ เมืองเอก พื้นที่ ประชากร 1. รัฐกะฉิ่น (Kachin) มิตจีนา 89,041 1,200,000 2. รัฐกะยา (Kayah) หลอยก่อ 11,670 259,000 3. รัฐกะเหรี่ยง (Kayin) ปะอาน 30,383 1,431,377 4. รัฐฉาน หรือรัฐไทใหญ่ (Shan) ตองยี 155,800 4,702,000 5. รัฐชิน (Chin) ฮะคา 36,018 538,000 6. รัฐมอญ (Mon) มะละแหม่ง 12,155 2,466,000 7. รัฐยะไข่ (Rakhine) ซิตตเว 36,780 2,698,000
|
|
|
|
|
|
#247 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,569
Likes (Received): 349
|
ทหารพม่าสั่งเช็คข่าวหลังลือโรฮิงญาติดอาวุธใต้ดินฆ่าตัดหัว
Nation 5 มค. 2553 21:51 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานงานจาก นายโซติน หัวหน้าเจ้าหน้าที่ข่าวกรองประเทศพม่า เพื่อขอข้อมูลกรณีมีกระแสข่าวลือว่า ชาวโรฮิงญาได้มีการจัดตั้งกองกำลังใต้ดินติดอาวุธ เพื่อหันมาต่อสู้กับรัฐบาลทหารพม่า โดยใช้จังหวัดระนอง เป็นฐานหลักในการเคลื่อนไหว จนกระทั่งมีกระแสข่าวลือในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาว่า มีแรงงานชาวพม่าที่เข้ามาทำงานเป็นคนงานในสวนยางที่ ต.ลำเลียง อ.กระบุรี ถูกฆ่าตัดหัว 3 คน รวมถึงมีแรงงานชาวพม่าที่ จ.พังงาถูกฆ่าตัดหัว 2 คน ทำให้ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงของทหารพม่าให้ความสนใจในเรื่องดังกล่าว และต้องการทราบข้อเท็จจริง นอกจากมีข่าวว่ามีแรงงานชาวพม่าถูกฆ่าตายในลักษณะแปลกประหลาดคือทุกศพจะโดนตัดหัวแล้ว ยังมีกระแสข่าวว่า มีกองกำลังติดอาวุธชาวโรฮิงญา ในลักษณะกองกำลังใต้ดินมีการเคลื่อนไหวที่ไม่ทราบแน่ชัดถึงจุดประสงค์ ทำให้ทางการพม่าจึงส่งเจ้าหน้าที่เข้ามายังฝั่งไทยเพื่อหาข้อมูลในเรื่องดังกล่าว อนึ่งก่อนหน้านี้ได้เกิดกระแสข่าวลือสะพัดในเขตพื้นที่จังหวัดระนองว่ามีแรงงานชาวพม่าถูกฆ่าตัดหัว ทำให้เกิดกระแสหวาดกลัวในกลุ่มผู้ใช้แรงงานชาวพม่า จนทำให้แรงงานที่ต้องออกไปทำงานในช่วงกลางคืนไม่กล้าที่จะออกนอกบ้าน จนสร้างความเดือดร้อนให้กับนายจ้างในเขตพื้นที่จ.ระนองเป็นอย่างมาก ร.อ.สุรศักดิ์ พึ่งแย้ม หัวหน้าชุด ฉก.ร. 25 กองกำลังเทพสตรี เปิดเผยว่า ทางทหารได้รับแจ้งจากชาวบ้านใน ต.ลำเลียง อ.กระบุรีว่า มีชาวพม่าโดนฆ่าตัดหัว โดยมีการตั้งหัวไว้ที่ราวสะพานในหมู่บ้าน เมื่อคืนวันที่ 3 ม.ค. 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งตนได้จัดส่งทหารหน่วยเคลื่อนที่เร็วลงไปยังหมู่บ้านดังกล่าวทันทีเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2553 ที่ผ่านมา แต่ไม่พบศพของแรงงานต่างด้าว หรือ พบเบาะแสการเคลื่อนไหวของชาวโรฮิงญาแต่ประการใด จนถึงขณะนี้ทางชุด ฉก.ร.25 ก็ยังส่ง จนท.ทหารชุดหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าไปอีกในหลายหมู่บ้านที่ได้รับการแจ้งเบาะแสเข้ามา แต่ก็ยังไม่พบศพหรือญาติผู้เสียชีวิตแต่ประการใด อย่างไรก็ตามตนพยายามบอกว่าเป็นแค่เพียงข่าวลือ ไม่ได้เป็นเรื่องจริง แต่แรงงานพม่าก็ไม่เชื่อและไม่ยอมออกไปทำงาน ทำให้ขณะนี้ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับนายจ้างเป็นจำนวนมาก |
|
|
|
|
|
#248 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,569
Likes (Received): 349
|
พม่าสร้างเมืองบริวารอีก 3 แห่งรอบเมืองหลวงใหม่
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 มกราคม 2553 13:41 น. ซินหัว -- รัฐบาลทหารจะพัฒนา 5 เขตใหม่ขึ้นโดยรอบเมืองหลวง เพิ่มเติมจากที่มีอยู่เดิม 3 เมือง คือ เพียงมะนา (Pyinmana) เลเว (Lewe) กับเมืองทัตโคน (Tatkon) ที่ได้รับการพัฒนาในช่วงหลังจากการย้ายเมืองหลวงจากกรุงย่างกุ้งใหม่ๆ นับตั้งแต่ขนย้ายศูนย์ราชการต่างๆ ไปที่นั่นในปี 2548 การก่อสร้างเหมืองหลวงแห่งใหม่ยังคงดำเนินต่อมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งอาคารหน่วยงานของรัฐ ที่อยู่อาศัย ถนนสายหลัก ตลาด โรงแรมที่พัก ในบริเวณรอบเมือง แล้วเสร็จสมบูรณ์ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แต่ตัวเมืองก็ยังมีขนาดเล็กมากหากเทียบกับกรุงย่างกุ้ง เขตเมืองที่กำหนดขึ้นมาในแผนการทั้งหมดใช้ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า อาวตารา (Oathara) เด็คกินา (Dekkina) ป็อบฟา (Poppha) ซาปุ (Zapu) และ เซยาร (Zeyar) ซึ่งมีฐานะเป็นเขตหรืออำเภอ ซึ่งเมื่อรวมกับส่วนที่สร้างเสร็จแล้ว เมืองหลวงใหม่เนย์ปีดอ ก็ตจะประกอบด้วยทั้งหมด 8 เขตบริหารหรือ 8 อำเภอ ในขณะเดียวกัน รัฐบาลทหารพม่ายังคงดำเนินการย้ายหน่วยงานของรัฐอีกจำนวนหนึ่งที่ยังอยู่ในกรุงย่างกุ้ง ไปยังที่ทำการแห่งใหม่ในเนย์ปีดอ ซึ่งเป็นช่วงของการโยกย้ายขั้นสุดท้ายหลังจากที่หน่วยงานส่วนใหญ่ได้ย้ายที่ทำการไปที่นั่นแล้ว ส่วนอาคารสำนักงานต่างๆ ของรัฐที่อยู่ในย่างกุ้งจะใช้ทำการในส่วนของสำนักงานภาคใต้ของประเทศแทน ทั้งนี้เป็นการรายงานของผู้สื่อข่าวท้องถิ่น พม่าได้ย้ายเมืองหลวงจากย่างกุ้งไปยังเนย์ปีตอตั้งแต่เดือน พ.ย. 2548 ที่นั่นอยู่ห่างจากย่างกุ้งไปทางเหนือราว 390 กม. โดยกรุงเนย์ปีดอตั้งอยู่ระหว่างแนวเขาพะโค (Bago) กับแนวเขาชาน (Shan) ทางทิศตะวันออก เมืองหลวงแห่งใหม่มีเนื้อที่ประมาณ 7,054.37 ตารางกม. และ ในปัจจุบันมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 924,608 คน หลังจากย้ายเมืองหลวงแห่งใหม่ รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นโดยมี นายโซตา (Zoe Tha) รัฐมนตรีวางแผนและพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ดำรงตำแหน่งประธาน เพื่อจัดการประมูลอาคารที่รัฐเป็นเจ้าของบางส่วนในย่างกุ้ง การประมูลยังครอบคลุมถึงโครงการก่อสร้างที่พักอาศัยที่ดำเนินการภายใต้การดูแลของรัฐและแปลงที่ดินที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันรัฐบาลได้จัดสรรที่ดินในเนย์ปีตอให้กับพนักงานของรัฐที่ทำงานมายาวนานด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการพัฒนาเมืองหลวงแห่งใหม่ และให้สิทธิพิเศษแก่พนักงานของรัฐที่ทำงานรับใช้ประเทศมาแล้วอย่างน้อย 10 ปี และ อีก 2 ปีในเนย์ปีดอ สามารถซื้อที่ดินที่กำหนดไว้ได้ ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา คณะกรรมการพัฒนาเมืองเนย์ปีดอได้เชิญนักลงทุนในท้องถิ่นเข้าลงทุนพัฒนาเมืองหลวง โดยรัฐเสนอที่ดินให้เป็นการแลกเปลี่ยน และพัฒนาให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ แหล่งการค้า และ ศูนย์กลางทางหลวง ในขณะเดียวกัน พม่ากำลังพัฒนาการคมนาคมขนส่งเชื่อมต่อกับเมืองหลวงเนย์ปีดอซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองหลวง ประกอบด้วยทางหลวง 8 ช่องจราจรเส้นใหม่ เชื่อมต่อระหว่างย่างกุ้งกับเนย์ปีดอ และสร้างโดยบริษัทเอกชน 12 บริษัท ซึ่งจะเปิดให้ใช้อย่างสมบูรณ์ในเดือนมี.ค. 2553 นี้ ทางหลวงสายย่างกุ้ง-เนย์ปีดอ ระยะทาง 323.2 กม. เป็นส่วนหนึ่งในโครงการทางหลวงสาย ย่างกุ้ง-เนย์ปีดอ-มัณฑะเลย์ รวมระยะทาง 563 กม. พม่ายังมีโครงการสร้างสถานีรถไฟขึ้นอีก 1 แห่งในเนย์ปีดอ ถัดจากสถานีในเพียงมะนาที่สร้างขึ้นในปี 2549 และ จะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้เพื่อให้การเดินทางไปยังเนย์ปีดอมีความสะดวกสบายมากขึ้น โครงการนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้และสำรวจพื้นที่ก่อสร้าง ทางการยังมีแผนการสร้างสวนสาธารณะ น้ำพุ สวนสัตว์ สวนบริเวณใจกลางเมือง และศูนย์การค้าแห่งใหม่อีก 42 แห่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนเมืองหลวงแห่งใหม่ ทางการยังมีแผนการก่อสร้างอาคารทันสมัยต่างๆ สำหรับหน่วยงานรัฐ ส่วนที่พักอาศัย โรงพยาบาลเอกชน ธนาคาร อาคารสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งสหภาพพม่า (UMFCCI) และ โครงการศูนย์การค้าระดับนานาชาติ เป็นโครงการที่จะดำเนินไปตลอดทศวรรษข้างหน้า เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัยของเมืองหลวงแห่งใหม่ในอนาคต. ![]() ![]()
__________________
Thailand Ayutthaya World Expo 2020 Thailand Gateway Of ASEAN (South East Asia Hub) BOI Thailand Board of Investment Tourism Thailand MICE Thailand Convention and Exhibition Bureau Thailand Trade Department Last edited by napoleon; January 6th, 2010 at 04:02 PM. |
|
|
|
|
|
#249 |
|
Since 2552
Join Date: Apr 2009
Location: 55000
Posts: 1,286
Likes (Received): 48
|
เอาใจช่วยพม่าสร้างเมืองใหม่ ถ้าจะให้ดีและเก๋ เอาแบบดูไบเลยก็ได้นะ
เงินจากขายแก็สน่ะอย่าเพิ่งไปซื้อเครื่องบินหมด ยังขายได้อีกเยอะ ประชาชนชาวไทยรอซื้ออยู่ ![]() ปล.ชอบพม่าตรงที่เขาพยายามสร้างเจดีย์ชเวดากองไปด้วยแฮะ นี่ถ้ายกจากย่างกุ้งไปได้ สงสัยจะทำ |
|
|
|
|
|
#250 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,569
Likes (Received): 349
|
พาไปเยี่ยมบ้านเกิดพระเจ้าอลองพญาที่กรุงรัตนสิงห์ครับ
http://www.pantip.com/cafe/library/t.../K8738483.html |
|
|
|
|
|
#251 |
|
Registered User
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0
|
ทุนหม่อง-ทุนนอกทำหาดเทียมแบบญี่ปุ่นปลุกท่องเที่ยว ASTVผู้จัดการออนไลน์—นักลงทุนพม่าผนึก ทุนนอก คิดโครงการสร้างชายหาดเทียมในประเทศ หวังดึงนักท่องเที่ยวจากจีนและอินเดียที่มีถนนเชื่อมต่อถึงกัน ชายหาดเทียมอาจมีหน้าตาคล้ายกับชายหาดเทียมในร่ม ที่เมืองมิยาซากิ ของประเทศญี่ปุ่นก็เป็นได้ ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว บริษัทเนววินิส (New Winis) ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนพม่า กำลังศึกษาความเป็นไปได้แผนการลงทุนที่สร้างชายหาดเทียมขึ้นในรัฐกะฉิ่น ทางตอนเหนือของประเทศภาย ในปี 2553 นี้ โครงการนี้ซึ่งกำลังจะเป็นชายหาดเทียมแห่งแรกในประเทศ จะเป็นการร่วมลงทุนกับบริษัท New Zealand Trades Enterprise (NZTE) และ กลุ่มธุรกิจจากญี่ปุ่น ออสเตรเลียและจีน ซินหัวรายงานในวันพฤหัส (7 ม.ค.)โดยอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวในบริษัทเนววินิส โครงการก่อสร้างชายหาดเทียมจะสร้างขึ้นใกล้กับแม่น้ำอิระวดี โดยอยู่ห่างจากทางหลวงสาย ติลเวลล์ เพียงเล็กน้อย ถนนดังกล่าวเป็นเส้นทางลำเลียงขนส่งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จีนและอินเดียได้ตกลงกันจะฟื้นฟูขึ้นมาให้เป็นทางหลวงทันสมัยเชื่อมต่อ 3 ประเทศ คือ อินเดีย พม่า และจีน อย่างไรก็ตามพม่ายังมีชายหาดธรรมชาติที่มีชื่อเสียงอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นหาดชองตา (Chaung Tha) หาดเงวซอง (Ngwe Saung) ในเขตอิรวดี ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ และหาดงาปาลี (Ngapali) ในรัฐยะไข่ ซึ่งในช่วงปีหลังๆ นี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทั้งชาวพม่าและชาวต่างชาติ โรงแรมในเมืองเงวซองทั้งหมดได้เปิดให้บริการอีกครั้งในเดือน ต.ค. 2552 หลังจากปิดให้บริการในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว ซึ่งมีนักท่องเที่ยวไปใช้บริการน้อยลง รัฐบาลทหารได้อำนวยความสะดวกในด้านการคมนาคม โดยสร้างสนามบินในเมืองเงวซอง ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองพะสิม (Pathein) เมืองหลวงของเขตอิรวดี ไปประมาณ 46 กม. เมื่อก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ การเดินทางจากกรุงย่างกุ้งมายังเงวซอง ที่ต้องใช้เวลาอยู่บนรถนานถึง 3 ชม. จะเหลือเพียงแค่ไม่กี่นาทีโดยเครื่องบิน ซึ่งจะทำให้ชายหาดในย่านนั้นคึกคักขึ้นมาเช่นหาดงาปาลี ที่สามารถเดินทางไปโดยเครื่องบินได้เป็นแห่งแรก.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 มกราคม 2553 12:06 น. |
|
|
|
|
|
#252 |
|
Registered User
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0
|
เอ็นจีโอ องค์กรการกุศลสากลด้านผู้ลี้ภัยหลายกลุ่ม เตือนการเลือกตั้งในพม่าปีนี้ อาจกระตุ้นให้มีผู้ลี้ภัยชาวพม่า หลบหนีเข้าไทยและจีนมากขึ้น ในขณะนี้ก็มีผู้อพยพชาวพม่าประมาณ 300 คน ลักลอบข้ามพรมแดนเข้ามาในไทยอย่างผิดกฏหมาย โดยมาพักพิงอยู่ใกล้กับแหล่งทิ้งขยะนอกตัวอำเภอแม่สอด จังหวัดตากแล้ว ทั้งนี้องค์กรการกุศลกลุ่มต่างๆ กำลังเข้าไปตรวจสอบและให้การช่วยเหลือกรณีผู้ลี้ภัยชาวพม่าลักลอบเข้ามาในไทยและจีนจำนวนเพิ่มขึ้น ก่อนหน้าที่พม่าจะ จัดการเลือกตั้งทั่วประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ20 ปี ซึ่งความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสัมพันธ์กับประเทศ เพื่อนบ้าน และทำให้ค่ายผู้ลี้ภัยในไทยที่ปัจจุบันค่อนข้างแออัดอยู่แล้วต้องเลวร้ายลง ไปอีก เพราะต้องรองรับผู้เข้ามาพักพิงเพิ่ม รายงานข่าวจากรอยเตอร์ ระบุว่า ผู้ลี้ภัยบางกลุ่มที่หนีเข้ามาอาศัยในไทยดำเนินชีวิตอย่างแร้นแค้นและยากลำบาก ตัวอย่างเช่นผู้ลี้ภัยกลุ่มหนึ่งซึ่งมีประมาณ 300 คนที่ลักลอบเข้ามาในไทยอย่างผิดกฏหมาย ปักหลักพักพิงอยู่ใกล้กับกองขยะขนาดใหญ่นอกอำเภอแม่สอด ห่างจากชายแดนประมาณ 3 ไมล์ โดยผู้ลี้ภัยบางคน กล่าวว่า การใช้ชีวิตท่ามกลางกองขยะที่ส่งกลิ่นเหม็น ยังดีกว่าการกลับไปพม่า เนื่องจากชนกลุ่มน้อยในพม่า มักจะถูกทหารเช่นฆ่า ถูกบังคับใช้แรงงาน และถูกข่มขืน และในจำนวนนี้ มีชนกลุ่มน้อยบางหมู่บ้านถูกทหารพม่าเผาทำลายทั้งหมู่บ้าน "ฉันอยากอยู่ที่นี่มากกว่า อย่างน้อยก็ยังพอเก็บเงินได้ และไม่มีใครมาทำร้ายฉันและครอบครัว ถึงแม้ว่างานที่นี่จะหนักและสกปรกก็ตาม"เซน เซน หญิงสาวชาวกะเหรี่ยงวัย 38 ปี กล่าวและว่างานที่เธอทำคืองานแยกขยะ เพื่อนำไปรีไซเคิล โดยได้รับค่าแรงประมาณวันละ 100 บาทซึ่งหากเป็นที่พม่า เงินที่เธอหามาได้ 100 บาทนี้จะตกไปอยู่ในมือของบรรดาทหารพม่าสำหรับเป็นค่าคุ้มครองและภาษี คณะเจ้าหน้าที่หน่วยงานกุศลสากล ที่ดูแลด้านผู้ลี้ภัย ยอมรับว่า แม้ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา จำนวนผู้ลี้ภัยเข้ามาในไทยและในจีนจะน้อยลงแต่สถานการณ์การเมืองในพม่าถือ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะยังคงมีการสู้รบระหว่างกลุ่มกบฎเคเอ็นยูและกองกำลังจากกองทัพกะเหรี่ยง พุทธเพื่อประชาธิปไตย(ดีเคบีเอ)ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพรัฐบาลทหารพม่าอย่างต่อเนื่องแม้จะประปราย สะท้อนถึงความคืบหน้าอันน้อยนิดในการแก้ปัญหาการก่อความไม่สงบของบรรดากบฎกลุ่มต่างๆในพม่า ทำให้การเมืองในพม่าไม่มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นและสุดท้ายทำให้มีผู้ลี้ภัยลักลอบเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น "ตอนนี้ยังคงมีการสู้รบให้เห็นทุกสัปดาห์ ถึงแม้ว่าการสู้รบระหว่างกันจะไม่ได้รุนแรงหรือขยายวงกว้างแต่กองกำลังรัฐบาลทหารพม่าก็ทะยอยขนยุทโธปกรณ์ต่างๆมาที่ค่ายอีกครั้ง"นายเดวิด ยูแบงก์ เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ในรัฐกะเหรี่ยงทางตอนเหนือของพม่าและเป็นผู้อำนวยการกลุ่มฟรี เบอร์มา แรงเยอร์ กลุ่มการกุศลของคริสเตียนที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในพม่ากล่าว โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 8 มกราคม 2553 06:53 |
|
|
|
|
|
#253 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,569
Likes (Received): 349
|
พม่าสั่งประหาร 2 ข้าราชการ ฐานขายความลับ
Thairath 8/01/2010 พันตรีวิน เนียง จ่อ อดีตนายทหารสังกัดกระทรวงกลาโหมกับนายธูรา จ่อ เสมียนประจำกระทรวงการต่างประเทศ ถูกศาลพิเศษของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่าตัดสินประหารชีวิตข้อหาเผยแพร่ข้อมูลลับของทางราชการ เว็บไซต์นิตยสารอิระวดีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 8 ม.ค. ระบุว่า ศาลพิเศษของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า ภายในเรือนจำอินเส่งในนครย่างกุ้ง ตัดสินประหารชีวิตพันตรีวิน เนียง จ่อ อดีตนายทหารสังกัดกระทรวงกลาโหมกับนายธูรา จ่อ เสมียนประจำกระทรวงการต่างประเทศ ข้อหาเผยแพร่ข้อมูลลับของทางราชการสู่สาธารณะผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และตัดสินจำคุก 15 ปี นายเปียน เส่ง เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศอีกคน จากความผิดข้อกล่าวหาเดียวกัน นอกจากนั้น พันตรีวิน เนียง จ่อ ยังถูกตัดสินเพิ่มโทษจำคุกอีก 20 ปี ข้อหาละเมิดกฏหมายอิเล็กทรอนิกส์และครอบครองสกุลเงินต่างชาติ ซึ่งข้อกฏหมายนี้ห้ามเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลด้านลบของรัฐบาลทหารพม่าออกสู่สาธารณะชนทางอินเทอร์เน็ต รายงานข่าวระบุผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลของ พลเอกส่วย มานน์ ผู้บัญชาการลำดับที่ 3 ของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า ควบตำแหน่งเสนาธิการทหาร ขณะเดินทางเยือนกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือ และข้อมูลเหล่านั้นถูกเผยแพร่ถึงชาวพม่าพลัดถิ่นเมื่อช่วงปีท่ีแล้ว จากนั้น เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มชาวพม่าพลัดถิ่น เสียงประชาธิปไตยแห่งพม่า ได้เผยแพร่ภาพกับข้อมูลลับระบุถึงการก่อสร้างอุโมงค์ลับใหญ่ขนาดรถยนต์วิ่งเข้าออกได้ ถูกสร้างโดยผู้เชี่ยวชาญของเกาหลีเหนือในพื้นที่รอบกรุงเนปิตอว์ เมืองหลวงใหม่ของพม่า ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลทหารพม่า ส่อแสดงให้เห็นชัดเจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างพม่ากับเกาหลีเหนือ ซึ่งเกาหลีเหนือกำลังช่วยพม่าพัฒนานิวเคลียร์ ตลอดจนร่วมมือกันทั้งด้านอาวุธและปัจจัยอื่นๆ ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือน ก.ค. 2552 นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางเยือนไทย กล่าวถึงเกาหลีเหนือว่ากำลังแบ่งปันข้อมูลเทคโนโลยีนิวเคลียร์กับพม่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นภัยคุกคามอย่างยิ่งต่อภูมิภาค ทั้งๆ ที่สหรัฐฯ อยู่ระหว่างพิจารณาปรับนโยบายเกี่ยวพันเชิงสร้างสรรค์กับรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า ข่าวแจ้งว่า นอกเหนือจากการตัดสินโทษเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศทั้ง 3 คนแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องอีกหลายสิบคน ถูกจับตัดสินความผิดคดีแพร่งพรายข้อมูลลับดังกล่าวด้วย แต่ไม่ชัดเจนว่าแต่ละคนถูกตัดสินโทษอย่างไร ความสัมพันธ์ระหว่างพม่ากับเกาหลีเหนือ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเมื่อปี 2526 หลังเหตุสายลับเกาหลีเหนือพยายามระเบิดลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีชุน ดู-วาน แห่งเกาหลีใต้ ระหว่างเยือนพม่า แต่แผนร้ายครั้งนั้นล้มเหลว พม่ากับเกาหลีเหนืออ้างสหรัฐฯ อยู่เบื้องหลังการกระทำดังกล่าว ทำให้ทั้งสองประเทศรื้อฟื้นความสัมพันธ์กันอีกครั้ง. |
|
|
|
|
|
#254 |
|
Registered User
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0
|
ASTVผู้จัดการออนไลน์/อิรวดี - ทางกาพม่ายังไม่ได้ปริปากใดๆ เกียวกับข่าวที่ศาลพม่าตัดสินประหารชีวิตเจ้าหน้าที่ 2 คน และจำคุกเจ้าหน้าที่อีก 1คนฐานรั่วข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างอุโมงลับรั่วไหล รวมทั้งการรั่วข่าวการเยือนเกาหลีเหนืออย่างลับๆ ของ พล.อ.ตูราฉ่วยมาน ผู้นำหมายเลข 3 ซึ่งสำนักข่าวของชาวพม่าในต่างแดนระบุว่า เป็นการเยือนเพื่อเจรจาความร่วมมือเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์หม่องยังเงียบข่าวจับ จนท.ปูดอุโมงค์ลับเกาหลีเหนือ การเยือนรัสเซียเพื่อเจรจาซื้ออาวุธ ของ พล.อ.ฉ่วยมาน เมื่อ 3 ปีก่อน ก็เคยเป็นข่าวรั่วไหลออกไป ผู้ถูกจับ 2 ใน 3 คน เป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวอิรวดี สองคนแรกถูกตัดสินประหารชีวิตหลังจากถูกจับกุมตัวในปี 2552 ในข้อหาฐานส่งข้อมูลรายละเอียดและรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลไปยังสื่อใน ต่างประเทศ โดยข้อมูลดังกล่าวเกี่ยวกับการเดินทางของผู้นำทางทหาร และการก่อสร้างอุโมงค์ของกองทัพในพม่าที่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยว ชาญเกาหลีเหนือ ส่วนบุคคลที่ 3 ถูกตัดสินจำคุก 15 ปี "เจ้าหน้าที่ 2 นาย ได้ถูกตัดสินประหารชีวิตและอีก 1 นาย ถูกตัดสินจำคุก 15 ปี ฐานทำให้ข้อมูลความลับรั่วไหล พวกเขาถูกตัดสินลงโทษโดยศาลพิเศษภายในเรือนจำอินเส่ง กรุงย่างกุ้ง วันพฤหัสที่ผ่านมา" เจ้าหน้าที่นายหนึ่ง กล่าว ผู้ต้องหาทั้งสองคนที่ถูกตัดสินประหารชีวิตนั้น คือ นายวินนายจอ (Win Naing Kyaw) เป็นทหารชั้นนายพันที่เกษียณราชการแล้ว และนายตูราจอ (Thura Kyaw) เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ส่วนชายที่ถูกตัดสินจำคุก 15 ปี คือ นายเพียงเส่ง (Pyan Sein) เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเช่นกัน การตัดสินลงโทษในพม่ามีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต แต่การตัดสินมักจะสิ้นสุดแค่การจำคุกตลอดชีวิตเท่านั้น การรั่วข่าวของบุคคลทั้งสามได้เปิดเผยให้เห็นสายสัมพันธ์ระหว่างคณะ ผู้นำทหารในพม่ากับคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือ ตอดจนความเป็นไปได้ในการเชื่อมต่อความร่วมมือด้านอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างสอง ฝ่าย ส่งผลให้สหรัฐฯ เกิดความวิตกกังวลถึงความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะมีนโยบายใหม่เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารพม่าก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ฮิลลารี คลินตัน ได้กล่าวแสดงความห่วงใยต่อเรื่องระหว่างมาร่วมการประชุมกับรัฐมนตรีต่าง ประเทศอาเซียนในอินโดนีเซียเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ได้ชื่นชมทางการพม่าในขณะเดียวกันที่ได้หยุดดำเนินการเรื่องดังกล่าว ซึ่งหลังจากความลับรั่วออกไปได้ทำให้การดำเนินการทุกอย่างหยุดชะงักลง ข้อมูลที่เกี่ยวกับเกาหลีเหนือและการเยือนรัสเซียของผู้นำทหาร. การตัดสินคดีในวันพฤหัสสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติฉุกเฉินการทำให้ข้อมูลลับทางทหารรั่วไหล โดยเว็บไซต์นิตยสารอิระวดีที่มีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยระบุว่า ยังมีผู้ถูกตัดสินความผิดต้องถูกจำคุกในข้อหาเดียวกันนี้ที่กรุงย่างกุ้งอีก จำนวนหลายร้อยคน ส่วนวินนายจอ ยังได้รับโทษจำคุก 20 ปี สำหรับการละเมิดกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์ และการถือครองเงินตราต่างประเทศอย่างผิดกฎหมายด้วย โดยพระราชบัญญัตินี้ได้ห้ามการส่งข้อมูล ภาพถ่าย หรือภาพ ที่สร้างความเสียหายให้กับระบบการปกครองไปยังต่างประเทศผ่านทางอินเทอร์เน็ต ด้วย ข้อมูลลับทางทหารที่รั่วไหลในครั้งนี้จากชายทั้ง 3 คน ยังรวมถึงข้อมูลรายละเอียดการเดินทางของ พล.อ.ตูระ ฉ่วย มาน (Thura Shwe Mann) ผู้นำหมายเลข 3 ของรัฐบาลทหารพม่า ที่เดินทางไปยังเกาหลีเหนือ ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับการจัดหาอาวุธ การสร้างอุโมงค์ และเรื่องอื่นๆ เว็บไซต์สำนักข่าวอิระวดีกล่าว ชายที่ถูกตัดสินโทษประหารชีวิตและจำคุกทั้ง 3 คนนี้ ยังได้ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ที่ทำให้ภาพเครือข่ายอุโมงค์ลับที่สร้างขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญจาก เกาหลีเหนือในพม่ารั่วไหล เนื่องจากมีการนำไปเผยแพร่ในเดือน มิ.ย. โดยสำนักข่าวดีวีบี (Democratic Voice of Myanmar) หรือ “เสียงประชาธิปไตยแห่งพม่า” ที่ตั้งอยู่ในกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ นอกจากนั้นยังมีเอกสารที่แสดงให้เห็นว่า พล.อ.อาวุโส หม่อง เอ (Maung Aye) ผู้นำหมายเลข 2 ของรัฐบาลทหารพม่าได้เดินทางไปรัสเซียในปี 2549 เพื่อเจรจาเกี่ยวกับการจัดหาอาวุธและระบบจรวดนำวิถีกับเจ้าหน้าที่ของรัส เซีย ทั้งนี้เป็นการรายงานของเว็บไซต์ดีวีบีเมื่อวันศุกร์ (8 ม.ค.) ที่ผ่านมา รัฐบาลพม่าไม่ได้ให้ความเห็นในข้อกล่าวหาเหล่านี้แต่อย่างใด. โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มกราคม 2553 11:48 น. |
|
|
|
|
|
#255 |
|
Registered User
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0
|
ASTVผู้จัดการรายวัน/ซินหัว แอร์บากาน (Air Bagan) หรือ แอร์พุกาม สายการบินเอกชนของพม่าบินเข้าเชียงใหม่เงียบๆ สัปดาห์ที่ผ่านมา ในแผนการเปิดเส้นทางบินต่างประเทศเพิ่มปลายทาง 3 ประเทศคือ กัมพูชา ไทย และจีน ในปี 2553 นี้ แหล่งข่าวในสายการบินดังกล่าวเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ (10 ม.ค.)นางฟ้าเสื้อม่วง แอร์บากาน บินชาร์เตอร์ไฟล์เข้าเชียงใหม่ เที่ยวบินปลายทางต่างประเทศที่จะเปิดให้บริการเพิ่มนี้ประกอบด้วย จ.เสียมราฐ ของกัมพูชา จ.ภูเก็ต และ จ.เชียงใหม่ของไทย และเมืองคุนหมิง เมืองกว่างโจว ของจีน โดยเที่ยวบินระหว่างย่างกุ้ง-เชียงใหม่ ได้เริ่มให้บริการตั้งแต่เมื่อวันพฤหัส (7 ม.ค.) ที่ผ่านมาแล้ว ผู้บริหารบริษัทตัวแทนสายการบินนี้เปิดแถลงข่าวที่เชียงใหม่ในเดือน ธ.ค.2552 ระบุว่า แอร์บากานจะเริ่ทมบริการเส้นทางนี้ด้วยชาร์เตอร์ไฟล์ ฟหรือ เที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ สัปดาห์ละ 2 เที่ยว ทุกวันพฤหัสบดี และ วันอาทิตย์ ให้กับบริษัททัวร์ต่างๆ ที่เป็นลูกค้า สายการบินแอร์บากาน (Air Bagan) ได้เริ่มเปิดให้บริการเที่ยวบินต่างประเทศครั้งแรกคือเที่ยวบินย่างกุ้ง -กรุงเทพฯ เมื่อเดือนพ.ค. 2550 และเที่ยวบินที่สองไปยังสิงคโปร์เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ในปีเดียวกัน แต่ทั้ง 2 เที่ยวบินต้องระงับไปในปี 2551 หลังพายุลูกหนึ่งพัดถล่มเขตที่ราบปากแม่น้ำอิรวดี ทำให้การท่องเที่ยวทรุดลง ผู้โดยสารลดลง ปัจจุบันแอร์บากานได้เปิดให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศกว่า 20 เส้นทาง รวมทั้งย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ เนย์ปีดอ นองอู ตองจี กาเล มี๊ตจีนา พุเตา เชียงตุง ท่าขี้เหล็ก ลาเฉียว ตานด่วย สิตต่วย ทวาย มะริด และ เกาะสอง ด้วย ปลายทางต่างประเทศปัจจุบันมีเพียง 2 เส้นทางคือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย กับ จ.เชียงใหม่ ของไทย โดยใช้เครื่องบินโดยสารแบบ Fokker F-100 จำนวน 2 ลำ เครื่อง ATR -72 อีก 2 ลำ และ ATR-42 จำนวน 2 ลำ สายการบินแอร์บากานเริ่มเปิดบริการในเดือนพ.ย. 2547 โดยเป็นสายการบินที่เอกชนลงทุน 100% โดยกลุ่มตู๋เทรดดิ้ง (Htoo Trading Co) เป็นสายการบินเอกชนอัน 3 ของพม่าถัดจากแอร์มัณฑะเลย์ ( Air Mandalay) และ ย่างกุ้งแอร์เวยส์ (Yangon Airways) เจ้าของและประธานของแอร์บากาน คือ นายเทซา (Tay Za) เป็นบุคคลหนึ่งที่ถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ ฐานเป็นบุคคลใกล้ชิดและเป็นผู้นำกลุ่มที่สนับสนุนการเงินให้แก่รัฐบาลทหาร บริษัทธุรกิจของกลุ่มนี้ในสิงคโปร์ถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำเช่นเดียวกัน แอร์บากานหยุดให้บริการเส้นทางย่างกุ้ง-กรุงเทพฯ และ ย่างกุ้ง-สิงคโปร์ ในปี 2551 หลังไซโคลนนาร์กิสพัดเข้าถล่มเขตที่ราบปากแม่น้ำอิรวดี และ สถานการณ์การท่องเที่ยวเลวร้ายลงหลังจากทางการปราบปรามผู้เดินขบวนเรียกร้อง ประชาธิปไตยในเดือน ก.ย.2550. โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มกราคม 2553 13:40 น. |
|
|
|
|
|
#256 |
|
Believe in your self
Join Date: Feb 2005
Location: Bangkok and ChiangMai
Posts: 1,244
Likes (Received): 0
|
โอ้โหเฮะ แอร์บากานของพม่าก็ดูโอเคเหมือนกันนะเนี่ย สีเครื่องแบบของแอร์ดูดีทีเดียวอีกหน่อยผมจะได้ลองใช้บริการเที่ยวบินจากเชียงใหม่ไปเที่ยวย่างกุ้งมั่ง สะดวกดีจริง ๆ น่าจะ มีคนไทยเข้าไปเที่ยวที่ย่างกุ้งอีกมากเลยทีเดียว มีเที่ยวบินตรงจากเชียงใหม่แบบนี้
__________________
Right and wrong are not what separate us and our enemies. It's our different standpoints, our perspectives that separate us. Both sides blame one another. There's no good or bad side. Just two sides holding different views. |
|
|
|
|
|
#257 |
|
Registered User
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0
|
เอเอฟพี - รัฐบาลทหารพม่าปรับเพิ่มฐานเงินเดือนให้กับพนักงานรัฐที่มีเงินเดือนน้อย ในความพยายามที่จะขจัดผลกระทบของภาวะเงินเฟ้อในประเทศ ทางการพม่ากล่าวเมื่อวันอังคาร (12 ม.ค.)พม่าให้ของขวัญ ขรก.ปรับเงินเดือนมกราคมเป็นต้นไป พนักงานของรัฐที่มีเงินเดือนระหว่าง 15,000 (15 ดอลลาร์) ถึง 200,000 จ๊าต จะได้รับการปรับเงินเพิ่มขึ้นอีก 20,000 จ๊าต ตามคำสั่งของกระทรวงการคลังและภาษี โดยอัตราเงินเดือนปรับใหม่นี้จะมีผลในเดือนแรกของปี 2553 ซึ่งจะจ่ายในปลายเดือนมกราคมนี้ "รัฐบาลได้ตัดสินใจที่จะเพิ่มเงินเดือนให้กับข้าราชการเพื่อคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น" นี่คือข้อความส่วนหนึ่งในคำสั่งปรับเพิ่มเงินเดือน ซึ่งทำให้อัตราค่าจ้างรายวันของรัฐเพิ่มขึ้นจาก 500 จ๊าตต่อวันละ 8 ชม. เป็น 1,100 จ๊าต ส่วนพนักงานรัฐที่ได้รับเงินเดือนเป็นเงินสกุลต่างชาติ เช่น เจ้าหน้าที่ในกระทรวงการต่างประเทศ คำสั่งการปรับเพิ่มเงินเดือนนี้จะไม่มีผลแต่อย่างใด "เรารู้สึกยินดีมากที่มีการเพิ่มเงินเดือน" พนักงานรัฐหนึ่งกล่าว "เพราะค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายในแต่ละวันเพิ่มขึ้นตลอดเป็นเหตุผลว่า ทำไมถึงมีการคอร์รัปชันกันมาก การปรับเงินเดือนครั้งนี้คงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพนักงานที่มีเงิน เดือนต่ำเท่านั้น" เจ้าหน้าที่คนเดิมกล่าว พม่ามีข้าราชการทำงานอยู่ในกระทรวงต่างๆประมาณ 20,000 คน. โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 มกราคม 2553 14:16 น. |
|
|
|
|
|
#258 |
|
Registered User
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0
|
ทีวีพม่านัดถ่ายทอดสดสุริยุปราคาใหญ่ในรอบศตวรรษ http://www.metacafe.com/watch/308157..._eclipse_2009/ http://www.metacafe.com/ Total Solar Eclipse 2009 - Click here for the most popular videos http://www.metacafe.com/tags/total_s...ngest_in_2009/ สุริยปราคาเต็มดวงวันที่ 26 ม.ค.2552 ซินหัว - สุริยุปราคาวงแหวน (annular solar eclipse) ที่กำลังจะเกิดขึ้นกินเวลายาวนานที่สุดในศตวรรษที่ 21 ในวันศุกร์นี้ (15 ม.ค.) จะสามารถมองเห็นได้ในพื้นที่บางส่วนทางตอนบนของพม่า ทั้งนี้เป็นงายงานกรมอุตุนิยมวิทยาและอุทกศาสตร์ การเกิดสุริยุปราคาครั้งนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่แอฟริกากลาง ข้ามมหาสมุทรอินเดีย อินเดียใต้ ศรีลังกา บังคลาเทศ พม่า และจีน สุริยุปราคาบางส่วนจะปรากฎให้เห็นอย่างชัดเจนทางตะวันตกของเมืองสิตต่วยว (Sittwe) เมืองฉ่วยโบ (Shwebo) ตอนกลางของเมืองมัณฑะเลย์และเมืองมอนยอ (Monywa) เมืองปี่นอูละวิน (Pyin Oo Lwin) กับเมืองลาเฉียว (Lashio) ในด้านตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ ชาวพม่าหรือนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพม่าในช่วงเวลาดังกล่าวสามารถดู สุริยุปราคานี้นานถึง 3 ชม. เริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. ตามเวลาพม่า และ จะสิ้่นสุดลงในเวลาประมาณ 16.30 น. โดยสุริยุปราคาจะเต็มดวงมากที่สุดในช่วงเวลาระหว่าง 15.05-15.15 น. เหตุการณ์ทางธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้คาดว่าจะดึงดูดความสนใจ บรรดานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เยือนพม่าในช่วงเวลาดังกล่าวได้เป็นอย่าง ดี และชาวพม่าที่อยู่ในกรุงย่างกุ้งสามารถเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่สามารถมองเห็นสุริยุปราคาได้อย่างชัดเจนได้ด้วย นอกจากนั้นสมาคมนักดาราศาสตร์พม่าและสถานีโทรทัศน์ MRTV-3 ของพม่าจะร่วมกันถ่ายถอดภาพเหตุการณ์การเกิดสุริยุปราคาครั้งนี้ออกอากาศทาง โทรทัศน์ให้ชมเป็นครั้งแรกด้วย.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 มกราคม 2553 17:55 น. |
|
|
|
|
|
#259 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,569
Likes (Received): 349
|
พม่ามาแรงส่งข้าวออกได้1ล.ตัน ไทยหวั่น5ปีอาจเสียแชมป์ส่งออก
วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4176 ประชาชาติธุรกิจ ผู้ส่งออกข้าวไทยจับตาคู่แข่งใหม่ พม่า มาแรงปีนี้ คาดว่าจะส่งออกข้าวได้มากกว่า 1.5 ล้านตัน ในราคาข้าวขาวต่ำสุดเป็นประวัติการณ์แค่ 350 เหรียญ/ตัน หรือห่างจากราคาข้าวขาวไทยถึง 150 เหรียญ/ตัน ส่งผลให้ไทยตกอยู่ในฐานะลำบาก ถูกกระหนาบทั้งเวียดนาม-พม่า ทางออกมีทางเดียวต้องระดมสรรพกำลังภาครัฐ-เอกชน สร้างไทยให้เป็นศูนย์กลางเทรดดิ้งค้าข้าวอาเซียนให้ได้ แม้ว่าในช่วงปี 2552 ที่ผ่านมา ประเทศไทยจะสามารถส่งออกข้าวได้ถึง 8.57 ล้านตัน หรือเกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 8.5 ล้านตัน แต่คู่แข่งอันดับรองต่างก็เพิ่มปริมาณการส่งออกข้าวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเวียดนามสามารถส่งออกข้าวได้ถึง 5.95 ล้านตัน จากปี 2551 ที่ส่งออก 4.649 ล้านตัน ปากีสถาน 3 ล้านตัน และคาดว่าปีนี้จะเพิ่มเป็น 3.8 ล้านตัน สหรัฐ 3.1 ล้านตัน อินเดีย 2 ล้านตัน แต่หากพิจารณาในรายชนิดของข้าวจะพบว่าข้าวไทยมีความสามารถในการแข่งขันลดลง โดยเฉพาะข้าวขาวได้รับผลกระทบจากการแข่งขันกับเวียดนาม ซึ่งมีราคาต่างกันรุนแรงถึง 100 เหรียญสหรัฐ จากอดีต ที่ห่างกันเพียง 30-40 เหรียญสหรัฐ ทำให้ไทยเสียตลาดข้าวขาว 25% ซึ่งเป็นข้าวขาวคุณภาพต่ำไปเรียบร้อยแล้ว เท่านั้นยังไม่พอ ล่าสุดยังเกิดคู่แข่งหน้าใหม่อย่างพม่า ที่หันมาเป็นผู้ส่งออกข้าวในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ด้วยปรากฏการณ์ราคาข้าวต่างกันถึง 150 เหรียญสหรัฐ นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การส่งออกข้าวของพม่าในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 100% ในช่วงระยะเวลาเพียง 1-2 ปี โดยปี 2550 ปริมาณส่งออกแค่ 30,000 ตัน และปี 2551 ปริมาณ 500,000 ตัน ส่งผลให้ผู้ซื้อข้าวจากแอฟริกาให้ความสนใจข้าวจากพม่ามากขึ้น โดยเฉพาะข้าวขาวที่มีการแข่งขันด้านราคารุนแรง เช่น ข้าวขาว 25% ของพม่า ถูกที่สุดราคาเพียง 340-350 เหรียญสหรัฐ/ตัน ขณะที่ข้าวขาวไทยราคาสูงมากเป็นอันดับ 1 ประมาณ 490-500 เหรียญสหรัฐ/ตัน ประกอบกับโบรกเกอร์ค้าข้าวได้เริ่มเข้าไปตั้งสำนักงานในพม่าแล้ว "พม่าถือว่าเป็นคู่แข่งที่มีศักยภาพมากขึ้น เพราะมีความสมบูรณ์ในพื้นที่เพาะปลูกแถบลุ่มน้ำอิรวดี ซึ่งถึงจะเล็กกว่า แต่ผลิตข้าวได้มากถึงปีละ 30 ล้านตันข้าวเปลือก หากมีคนลงทุนด้านเทคโนโลยีให้ ต่อไปพม่าอาจส่งออกข้าวขาวได้ปีละมากกว่า 1 ล้านตัน และยังมีเวียดนามที่ส่งข้าวได้อีกปีละ 5-6 ล้านตัน ขณะที่อินเดียก็มีศักยภาพในการส่งออกข้าวนึ่งได้อีก ถ้าไทยไม่ปรับตัว พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อหนีคู่แข่ง เชื่อว่าอีกไม่เกิน 5 ปี ไทยจะเสียแชมป์ผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลกอย่างแน่นอน" นายชูเกียรติกล่าว ขณะที่อินเดีย สถานการณ์ได้เปลี่ยน แปลงไป เดิมต้องการนำเข้าข้าวไม่ต่ำกว่า 2 ล้านตัน เพื่อไปบรรเทาผลกระทบจากจากภัยแล้งที่สร้างความเสียหายประมาณ 15-18 ล้านตัน แต่ล่าสุดอินเดียสามารถเพิ่มปริมาณผลผลิตข้าวสาลีมากขึ้น และมีราคาลดลงอย่างมาก ทำให้ไม่จำเป็นต้องนำเข้าข้าวในปีนี้ ไทยจึงยังคงเป้าหมายส่งออกข้าวไว้ที่ 9 ล้านตัน เพราะคาดว่าอินเดียจะยังไม่ส่งออกข้าวในปีนี้ นอกจากนี้ในส่วนของข้าวหอมมะลิ ไทยต้องแข่งขันกับข้าวหอมมะลิคุณภาพรองของเวียดนามซึ่งมีราคาต่ำกว่า 400 เหรียญสหรัฐ/ตัน ทำให้ตลาดหอมมะลิของไทยอย่างสิงคโปร์หันไปนำเข้าหอมมะลิเวียดนามเพิ่มขึ้น เช่น 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) ปี 2551 นำเข้าไป 517,633 ตัน จาก 72,355 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 615.40% และยังมีข้าวหอมมะลิแจสแมนของสหรัฐ ซึ่งมีคุณภาพดีกว่า เพียงแต่สหรัฐไม่ได้เน้นการผลิตเพื่อส่งออกเหมือนไทย จึงไม่ได้มีการให้บริการลูกค้าเหมือนผู้ส่งออกไทย "สำหรับแนวทางการรักษาขีดความสามารถในการส่งออกข้าว ผมมองว่าการที่รัฐบาลปรับมาใช้วิธีการประกันรายได้เกษตรกรดีกว่าการรับจำนำ แม้ว่าปีที่ผ่านมาจะประสบความสำเร็จเพียง 70-75% ก็นับว่าน่าพอใจสำหรับปีแรก ควรปรับการดำเนินการในปีต่อไปให้ดีขึ้น ในระยะยาว หลังจากนี้ 1-2 ปี รัฐบาลต้องเร่งปรับตัว สนับสนุนการไปใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีอาเซียน (AFTA) โดยต้องดึงจุดเด่นของไทยที่เหนือกว่าในด้านการทำการตลาดและความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคทาง การค้า ความรวดเร็วในการส่งมอบข้าว ซึ่งจะช่วยให้ไทยปรับตัวเป็นศูนย์กลางเทรดดิ้งข้าวในอาเซียนได้" นายชูเกียรติกล่าว ทั้งนี้ ข้อมูลสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยระบุว่า ปริมาณการส่งออกข้าวปี 2552 ปริมาณ 8,521,726 ตัน ลดลง 14.51% จากปี 2551 ซึ่งมีปริมาณ 9,968,410 ตัน ด้านมูลค่า 171,012 ล้านบาท ลดลง 14.74% จากช่วงเดียวกันของปี 2551 ซึ่งมีมูลค่า 200,579 ล้านบาท แต่หากแยกตามชนิดผลิตภัณฑ์ข้าวจะพบว่า การส่งออกต้นข้าวขาว มีปริมาณ 1,863,584 ตัน ลดลง 50.95% จากที่เคยส่งออก 3,799,634 ตัน ส่วนต้นข้าวหอมมะลิ มีปริมาณ 1,845,043 ตัน เพิ่มขึ้นเพียง 2.24% จากปีก่อนที่ 1,804,550 ตัน ต้นข้าวนึ่ง 2,866,005 ตัน เพิ่มขึ้น 4.32% จากปีก่อนที่ 2,747,422 ตัน และต้นข้าวหอมปทุม 186,535 ตัน ลดลง 19.46% จากปีก่อนที่ 231,614 ตัน มีเพียงต้นข้าวเหนียวที่ส่งออก 322,796 ตัน เพิ่มขึ้นถึง 77.05% จากปีก่อนที่ 182,320 ตัน ส่วนการเปิดระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลจำนวน 300,000 ตัน ซึ่งมีข่าวว่า จะเปิดประมูลในสัปดาห์นี้นั้น ล่าสุด นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การประชุมคณะอนุกรรมด้านการตลาด อาจจะประชุมในสัปดาห์หน้า จากเดิมที่กำหนดจะประชุมระบายในสัปดาห์นี้ เนื่องจากคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีมติเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมามอบให้กระทรวงพาณิชย์ ไปกำหนดแนวทางการระบายที่ชัดเจนและปริมาณการระบายเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด หน้า 1 |
|
|
|
|
|
#260 |
|
Registered User
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0
|
อินเดียพัฒนาทางหลวงเชื่อมพม่าออกทะเลเบงกอล ASTVผู้จัดการรายวัน/เมียนมาร์ไทมส์-- อินเดียยอมลงทุน 16,660 ล้านรูปีหรือ 357 ล้านดอลลาร์ พัฒนาทางหลวงในรัฐตรีปุระ (Tripura) ที่ไร้ทางออกสู่ทะเล ในดินแดนห่างไกลทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อเชื่อมกับทางหลวงในบังกลาเทศ ขณะเดียวกันก็เริ่มตัดทางหลวงอีกสายหนึ่งเข้าพม่า ซึ่งจะทำให้สามารถไปใช้ท่าเรืออ่าวเบงกอลได้ คณะกรรมาธิการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการ ขยายทางลวงสาย 44 จากเมืองชิลลอง (Chillong) ไปยังชายแดนภาคใต้ของรัฐตรีปะรุ ให้เป็นถนนที่มีสี่ช่องทางจราจร นิตยสารข่าวเมียนมาร์ไทมส์ ฉบับที่ลังวางแผงในปัจจุบันอ้างรายงานของสำนักข่าวอินโด-เอเชียนนิวส์เซอร์ วิส (Indo-Asian News Service) จากปลายทางหลวงสายดังกล่าวที่เมืองซาบรูม (Sabroom) ไปยังท่าเรือจิตตะกอง (Chittagong) ในบังกลาเทศ ระยะทางเพียง 75 กิโลเมตร เท่านั้น เจ้าหน้าที่รัฐบาลอินเดียยังเปิดเผยอีกว่า คณะกรรมการระดับรัฐบาลกลางในกรุงนิวเดลีอีกชุดหนึ่งได้เข้าเร่งรัด การดำเนินโครงการพัฒนาและตัดถนนสายใหม่อีกสายหนึ่งในรัฐมิซอรัม (Mizorum) ไปยังพรมแดนพม่า เป็นระยะทางราว 100 กม. คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณราว 140 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้สารถเชื่อมต่อไปยังท่าเรือที่เมืองสิตต่วย (Sittwe) ในรัฐยะไข่ (Rakhine) ได้ รัฐบาลอินเดียได้เซ็นสัญญาช่วยรัฐบาลพม่าก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกดัง กล่าว ที่บริเวณปากแม่น้ำกาลาดัน (Kaladan) ในพม่า แม่น้ำสายนี้ต่อไปถึงรัฐมิซอรัม ซึ่งจะทำให้รัฐในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียทั้งหมดออกสู่ทะเลเบงก อลได้ "หลังจากสร้างแล้วเสร็จในปี 2555 มิซอรัมก็จะเป็นประตูการค้าขายระหว่างประเทศ ท่าเรือสิตต่วยจะเปิดเส้นทางใหม่ให้แก่รัฐที่เคยไม่มีทางออกทะเลกับประชาคม ระหว่างประเทศ" สำนักข่าวในอินเดียอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่ไม่ประสงค์จะให้ออกนาม รัฐบาลอินเดียได้พยายามมาหลายปีหาทางเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ตามนโยบาย "มองตะวันออก" (Look East Policy) ของรัฐบาลพรรคคองเกรส (Congress Party) โดยนายกรัฐมนตรีมันโมหินซิง (Manmohan Singh) ในเดือน ต.ค.2549 รัฐบาลร่วมกับเอกชนได้จัดขบวนคาราวานรถยนต์ออกเดินทางจากมิซอรัม ผ่านดินแดนอันทุระกันดารของพม่า เข้าสู่ประเทศไทยที่ด่านชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ไปยังนครเวียงจันทน์ของลาว ต่อไปยังเวียดนาม เข้ากัมพูชาก่อนจะวกมายังประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ขบวนคาราวานรถยนต์จากอินเดียหยุดพักที่โรงแรมพลาซาอะธีนีในกรุงเทพฯ ก่อนจะออกเดินทางต่อไปยังมาเลเซียกับสิงคโปร์รวมระยะทางทั้งหมดกว่า 6,000 กม. เพื่อแสดงให้เห็นว่า อินเดียกับอาเซียนไม่ได้ไกลกันจนเกินไป อินเดียยังมีข้อตกลงกับจีนที่จะร่วมกันพัฒนาเส้นทางขนส่งกำลังบำรุง สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่รู้จักกันในชื่อ "ถนนสติลเวล" (Stilwell Road) ให้เป็นทางหลวงที่เชื่อมจีน พม่าและอินเดีย เข้าด้วยกันโดยผ่านดินแดนภาคเหนือพม่าเข้าสู่มณฑลหยุนหนัน อินเดียได้เข้าไปมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในพม่ามากขึ้นทุกปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทก๊าซอินเดียได้ร่วมกับจีนและกลุ่มบริษัทจากเกาหลีใต้ในการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันและก๊าซในพม่า จนพบก๊าซปริมาณมหาศาลในแปลง A-1 กับ A-3 นอกชายฝั่งรัฐยะไข่ ตามรายงานของสื่อในอินเดียขณะนี้บริษัทก๊าซสองแห่งคือ ONGC Videsh กับ GAIL กำลังรอไฟเขียวจากรัฐบาล เพื่อเข้าร่วมทุนกับบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของจีนในโครงการสร้างท่อส่งก๊าซ จากทะเลเบงกอลไปยังมณฑลหยุนหนัน มูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ และ ร่วมทุนในบริษัทใหม่เพื่อผลิตก๊าซในแปลง A-1 กับ A-3 จำหน่ายให้แก่บริษัทจีน. โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 มกราคม 2553 15:31 น. |
|
|
|
![]() |
| Thread Tools | |
| Display Modes | |
|
|