daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Architecture and Urban Facilities

Architecture and Urban Facilities Architectural wonders of Thailand and Special focussion on Urban Mobilities



Reply

 
Thread Tools
Old August 14th, 2008, 05:27 PM   #241
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,416
Likes (Received): 1023

Toll fee raised to THB 45, starting next month

Bangkokpost 14/08/2008


The Ministry of Transport has given a green light to increase the toll fee from 40 baht to 45 baht, starting September 1.


Transport Minister Santi Prompat said the increase is according to the agreement made with Bangkok Expressway Public Company Limited (BECL).


However, Mr Santi said the Expressway and Rapid Transit Authority of Thailand (ETA) will pay the value added tax (VAT) of three baht for the public for about a year until the automated money collection system is completely installed. He said the move will alleviate the public burden of high oil prices and sluggish economy.


Mr Santi and the ETA signed an agreement on the installation of the automated money collection system on Thursday. The minister also told Don Muang Tollway Public Company Limited and BECL to finish installing the system by this year to facilitate motorists and ease traffic congestion.
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old August 18th, 2008, 02:52 PM   #242
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,416
Likes (Received): 1023

PPP ประเดิม'บางปะอิน-โคราช' หั่น 6 เลน เหลือ 4 เลน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2349 17 ส.ค. - 20 ส.ค. 2551


เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2551 ที่ผ่านมานายสมัคร สุนทรเวชนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั่งหัวโต๊ะ ประชุมนัดแรก คณะกรรมการ นโยบายความร่วมมือในการลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน หรือ PPP ( Public Private Partnership Committee ) ประเดิมด้วย โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (มอเตอร์เวย์ ) สายบางปะอิน-โคราช (บางปะอิน -สระบุรี-นครราชสีมา ) ระยะทาง 196 กิโลเมตร ขนาด 6 ช่องจราจร งบประมาณ 59,150 ล้านบาท จากโครงการขนาดใหญ่ของกรมทางหลวงทั้งหมด 5 สายทาง มูลค่า 1.7 แสนล้านบาทที่ PPP หนุนให้เดินหน้าลุย ประกอบด้วย โครงการมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี มูลค่า 24,040 ล้านบาท โครงการมอเตอร์เวย์ สายชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด มูลค่า 38,200 ล้านบาท โครงการมอเตอร์เวย์สายนครปฐม-สมุทรสงคราม-ชะอำ มูลค่า 10,500 ล้านบาท และโครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครสวรรค์ มูลค่า 38,160 ล้านบาท


"บางปะอิน-โคราช" พระเอกชูโรง ของ PPP พบว่ามีค่าก่อสร้างค่อนข้างสูง ขณะที่ยังมีอีกหลายโครงการที่ต้องดำเนินการ ดังนั้นทางออก กรมทางหลวงจึงปรับรูปแบบโครงการให้เล็กลง เหลือเพียง 4ช่องจราจร จากเดิม ที่ออกแบบไว้ ใหญ่โตมโหระทึก! ถึง6 ช่องจราจร เขตทางกว้าง 50 เมตร จุดนี้จะช่วยประหยัดงบประมาณลง ถึง 6,000-7,000 ล้านบาท เหลือ เพียง 53,000 ล้านบาทจาก 59,000 ล้านบาท ส่วนเขตทางได้กันไว้เผื่ออนาคต หากมีปริมาณจราจรคับคั่งขึ้น ก็จะขยับได้ถึง 6 ช่องจราจรเหมือนที่เคยออกแบบไว้ ซึ่งขณะนี้ กรมทางหลวงได้ส่งเรื่องต่อสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ตามที่ได้ร้องขอ เพื่อผ่านไปยังบอร์ด PPP พิจารณาตามความประสงค์แล้ว

สำหรับ ช่องทางที่ให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนกับภาครัฐ กรมทางหลวงบอกว่า มีหลายทาง ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้เคยศึกษาไว้บ้างแล้ว ได้แก่ 1.ให้เอกชนรับสัมปทานระยะยาว 30 ปี โดยรัฐลงทุนเวนคืนให้ ส่วนค่าผ่านทางให้เอกชนจัดเก็บ หากมองว่ายังไม่คุ้มทุนก็ขยายเวลาการให้สัมปทานออกไปได้อีก 2.การจูงใจโดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ยกเว้นภาษี 8 ปีแรก 3. การจัดตั้งกองทุนToll Road Investment Trust เพื่อระดมทุนจากภาคเอกชน 4. ทำสัญญา โดยรัฐอุดหนุนรายได้ให้ผลตอบแทนโครงการที่เอกชนสนใจเป็นต้น

โครงการนี้กรมทางหลวงยืนยันว่า จำเป็นต้องเร่งมือก่อสร้างเพื่อรองรับการเดินทาง จากกรุงเทพมหานคร เชื่อมต่อไปยัง 16 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้สะดวกขึ้น เนื่องจาก ช่วงเทศกาลสำคัญมีปัญหาว่า ถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพ ไม่สามารถรองรับปริมาณจราจรกว่าแสนคันต่อวันได้ ทำให้เกิดปัญหาติดขัดและเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย แต่ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจุดใหญ่ อย่าง ชาวบ้านบริเวณ อำเภอมวกเหล็ก อำเภอปากช่อง เขาใหญ่ ลำตะคอง ได้ออกมาต่อต้านเป็นระยะ เพราะ ถูกเวนคืนตัดผ่านแปลงที่ดินของพวกเขาจำนวนมาก รวมตลอดสายทางแล้วไม่ต่ำกว่า 2,000 -3,000 แปลง ซึ่งกรมทางหลวงเองก็ยินยอมจ่าย ค่าเวนคืนที่ประเมินไว้ว่าจะสูงถึง กว่า 5,000 ล้านกว่าบาท โดยงบประมาณปี 2552 นี้ (ตุลาคม 2551-กันยายน 2552) ได้รับงบประมาณเพื่อชดเชยจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน" เล็กจิ๋ว" เพียง 200 ล้านบาท แหม ...ไม่สมกับราคาที่คุยไว้ตั้งแต่ต้น พร้อมกันนี้ ยืนยันว่า รัฐบาล จะทยอยจ่ายงบเวนคืนให้ในปีต่อๆไป ส่วนการก่อสร้าง ไม่น่าจะเกิน อีก2 ปีข้างหน้า โดยใช้เวลาก่อสร้าง ไม่ต่ำกว่า 3-4 ปี สำหรับแนวโครงการ แบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ ตอน 1 จากอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา -อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ระยะทาง 103กิโลเมตร และตอน 2 จากอำเภอปากช่อง-จังหวัดนครราชสีมา ระยะทาง 93 กิโลเมตร


โดยแนวสายทางเริ่มจาก ทางแยกต่างระดับบางปะอิน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก แนวของถนนจะวางตัวออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ทางด้านเหนือของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1(พหลโยธิน) ผ่านเรือกสวนไร่นาของชาวบ้านเมื่อผ่านบ้านหินกองแนวถนนโครงการจะเบนไปทางทิศตะวันออกเล็กน้อยตัดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1(พหลโยธิน)จากนั้นจะซ้อนทับโดยใช้เขตทางร่วมกับทางเลี่ยงเมืองสระบุรีด้านตะวันออกก่อนแยกออกจากแนวเลี่ยงเมืองตรงไปผ่านบ้านห้วยแพ่งจากนั้นจะขนานด้านใต้กับแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2(มิตรภาพ) ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3222(แก่งคอย-บ้านนา )ผ่านบ้านโคกกรุง บริเวณด้านเหนือของมหาวิทยาลัยเกษตรสงเคราะห์สระบุรีเข้าสู่เขตพื้นที่นิคมสร้างตนเองทับกวาง แล้วเข้าเขตพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก





จากนั้นแนวถนนโครงการจะตัดผ่านพื้นที่บ้านคั่นตะเคียน บ้านกลางดง ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2222 ทางเข้าวัดเทพพิทักษ์ปุณณารามโดยแนวที่เชื่อมต่อไปยังจังหวัดนครราชสีมาผ่านตำบลหนองน้ำแดงและพื้นที่ทหารทับซ้อนกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ)ช่วงเลียบเขื่อนลำตะคอง ตัดข้ามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2(ถนนมิตรภาพ )และสิ้นสุดที่ถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา


ส่วนราคาที่ดินรอบรัศมีแนวสายทาง โครงการมอเตอร์เวย์ สาย นี้ปัจจุบัน ราคาไม่สูงนักเฉลี่ย 3,000-ไม่เกิน 10,000 บาทต่อตารางวา เนื่องจากเป็นที่นา และดินตาบอด ที่สำคัญ เมื่อ ทางสายนี้ตัดผ่าน จะได้รับผลกระทบที่แย่ลง ไม่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดิน ได้ถึง 3เท่าตัว เหมือนกับถนนระดับดินทั่วไป เพราะมอเตอร์เวย์เป็นถนน เชื่อมระหว่างเมืองที่ไม่มีสัญญาณไฟ ต้องใช้ความรวดเร็วในการเดินทาง มีด่านเก็บค่าผ่านทางเป็นระยะคล้ายทางด่วนหรือทางพิเศษ ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) ทำให้ต้องทำกำแพงกั้นล้อมรอบไม่ให้ทั้งถนน สายอื่นและ รถ ภายนอกเข้าเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์เส้นนี้ได้
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 18th, 2008, 05:25 PM   #243
pon
Registered User
 
pon's Avatar
 
Join Date: Jun 2004
Location: Bangkok/Chiangmai
Posts: 7,713
Likes (Received): 1164

6เลนเหลือ4เหรอ ผมว่า6เลนมันก็ไม่ได้ใหญ่โตมโหระทึก!!อย่างที่ในข่าวเขียนนะ ผมว่าน่าจะกำลังดีมาตรฐานเลย
ทางด่วน4เลนมันออกจากขับเครียดๆนะ อีกอย่างทางสายนี้เป็นทางยกระดับมากเหมือนกัน ถ้าไปทำเพิ่มเป็น6เลนทีหลัง กลัวมันจะเป็นเหมือนทางด่วนช่วงแจ้งวัฒนะ-งามวงศ์วานเลย รอยต่อมันไม่สนิทขับยาก
ไงก็ขอให้ออกแบบดีๆล่ะกัน
pon no está en línea   Reply With Quote
Old August 18th, 2008, 06:55 PM   #244
thainotts
Registered User
 
thainotts's Avatar
 
Join Date: Jun 2006
Location: Bangkok-Nottingham
Posts: 2,968
Likes (Received): 4

Quote:
Originally Posted by pon View Post
6เลนเหลือ4เหรอ ผมว่า6เลนมันก็ไม่ได้ใหญ่โตมโหระทึก!!อย่างที่ในข่าวเขียนนะ ผมว่าน่าจะกำลังดีมาตรฐานเลย
ทางด่วน4เลนมันออกจากขับเครียดๆนะ อีกอย่างทางสายนี้เป็นทางยกระดับมากเหมือนกัน ถ้าไปทำเพิ่มเป็น6เลนทีหลัง กลัวมันจะเป็นเหมือนทางด่วนช่วงแจ้งวัฒนะ-งามวงศ์วานเลย รอยต่อมันไม่สนิทขับยาก
ไงก็ขอให้ออกแบบดีๆล่ะกัน
ผมขอให้สร้างรถไฟรางคู่ดีกว่า แต่ถ้ามันจะดันทุรัง (ทั้งๆ ที่คนที่มีความรู้เขาวิเคราะห์ออกมาแล้ว) ก็ขอให้เขาใช้ความคิดคุณ pon ล่ะกัน
__________________
"สมบัติชาติ" ถ้าคนไทยบริหารแล้วห่วยลงๆ สู้ขายให้นายทุนฝรั่งมาบริหารยังจะดีกว่า เขาจะเอาออกนอกประเทศก็ไม่ได้ แถมการแข่งขันในตลาดเสรีก็ช่วยพัฒนา "สมบัติ" นั้นๆ อีกด้วย ....​ อย่าให้คนไทยกันเองดอง "สมบัติชาติ" จนมันเน่าเลยดีกว่า
thainotts no está en línea   Reply With Quote
Old August 19th, 2008, 07:45 AM   #245
ncas
Vision Thailand
 
ncas's Avatar
 
Join Date: Jun 2007
Posts: 3,603
Likes (Received): 531

Quote:
Originally Posted by pon View Post
6เลนเหลือ4เหรอ ผมว่า6เลนมันก็ไม่ได้ใหญ่โตมโหระทึก!!อย่างที่ในข่าวเขียนนะ ผมว่าน่าจะกำลังดีมาตรฐานเลย
ทางด่วน4เลนมันออกจากขับเครียดๆนะ อีกอย่างทางสายนี้เป็นทางยกระดับมากเหมือนกัน ถ้าไปทำเพิ่มเป็น6เลนทีหลัง กลัวมันจะเป็นเหมือนทางด่วนช่วงแจ้งวัฒนะ-งามวงศ์วานเลย รอยต่อมันไม่สนิทขับยาก
ไงก็ขอให้ออกแบบดีๆล่ะกัน
ใช่ครับ6เลนมันมาตรฐานดีอยู่แล้วสำหรับทางด่วน ไม่รู้จะปรับลดไปทำไม ลดลงแค่ไม่กี่พันล้าน
แล้วรัฐบาลก็ไม่ได้ออกตังค์เองในค่าก่อสร้าง ออกแต่ค่าเวรืนที่ถึงลดขนาดโครงการแต่ก็ไม่ได้ลดขนาดความกว้างของเขตทาง

ปกติผมไม่สนับสนุนให้สร้างถนนเยอะแยะมากมายอะไรหรอกครับ แต่พอเห็นนโยบายว่าจะให้สัมปทานเอกชนมาทำเอง มันก็เข้าท่าดีอยู่ รัฐสร้างราง เอกชนสร้างถนน แข่งกันไปเลย ดูว่าอันไหนจะดีกว่ากัน อีกอย่างมอเตอร์เวย์มันดีกว่าถนนธรรมดาตรงที่มันแต่รถใหญ่อย่างเดียว รถเล็ก
สัตว์ต่างๆ คน ไม่มายุ่ง ขับง่ายกว่าเยอะ ทำความเร็วได้มาก ประหยัดค่าขนส่งลงได้อีกระดับหนึ่ง
ncas no está en línea   Reply With Quote
Old August 19th, 2008, 08:03 AM   #246
ncas
Vision Thailand
 
ncas's Avatar
 
Join Date: Jun 2007
Posts: 3,603
Likes (Received): 531

จะสร้างทางพิเศษถึง2สายจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพ คือสายเหนือกับอิสานที่เริ่มจากบางประอิน ซึ่งคงต้องเชื่อมกับทางด่วนสายปากเกร็ด-บางประอิน(ตรงวงแหวนรอบนอก) เพื่อความต่อเนื่องอยู่ดีเพราะถ้าให้วิ่งพหลเข้ากรุงเทพอย่างเดิม ถนนพหลช่วงวงแหวน-ธรรมศาสตร์-รังสิต-ดอนเมือง รถก็ติดอยู่ดี

แต่ทางด่วนสายดังกล่าวยังเป็น4เลน แถมเขตทางมีนิดเดียวถ้าขยายไปด้านข้างโลคัลโรดที่ประชาชนใช้สัญจรก็คงเล็กลงหรือหายไปเลย แต่ถ้าขยายเข้าไปตรงเกาะกลางก็ทำยากอีกเพราะคงต้องปิดทางด่วนสร้างทีละฝั่งเพราะทางด่วนช่วงนี้เกือบทั้งหมดอยู่ระดับพื้นดิน สรุปคือยังไงถ้าจะทำมอเตอร์เวย์2สายดังกล่าวควรเร่งศึกษาโครงการขยายทางด่วนสายนี้เพื่อรองรับปริมาณรถเพื่อความต่อเนื่องด้วย

อีกทางนึงถ้ารถเยอะจริงๆ น่าจะขยายโทลเวย์ให้ถึงวงแหวนรอบนอกไปเลย ขยายอีกไม่กี่กิโลเพื่อความต่อเนื่อง น่าจะเข้าท่า
ncas no está en línea   Reply With Quote
Old August 19th, 2008, 08:58 AM   #247
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,416
Likes (Received): 1023

คลังเลื่อนดันดอนเมืองโทลเวย์เข้าตลาดหุ้น

Bangkokbiznews 19/08/2008


:กระทรวงการคลังเลื่อนแผนดัน "ดอนเมืองโทลเวย์" เข้าตลาดหุ้นออกไปเป็นต้นปีหน้า เพื่อรอความชัดเจนหลังเยอรมันฟ้องกรณีรัฐบาลสร้างถนน Local Road กระทบรายได้

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังคงต้องเลื่อนแผนการนำบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) (ดอนเมืองโทลเวย์) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออกไปเป็นปี 52 แล้ว จากเดิมที่กำหนดไว้ในปลายปีนี้ เพื่อรอให้คดีความที่ผู้ถือหุ้นเดิมจากเยอรมันฟ้องร้องกรณีที่รัฐบาลสร้างถนน Local Road ส่งผลกระทบต่อการทำรายได้ของดอนเมืองโทลเวย์รู้ผลตัดสินเป็นที่แน่นอนก่อน

"ขณะนี้คดีความอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ ซึ่งไม่น่ามีปัญหา เพราะที่ผ่านมาเราก็ให้ข้อมูลเพิ่มเติมมาตลอด และเห็นว่าทางผู้ถือหุ้นเดิมก็ไม่น่าจะฟ้องได้ด้วย เพราะตอนนี้เขาขายหุ้นออกไปหมดแล้ว เมื่อเรื่องมาถึงตอนนี้ ก็คาดว่ากระบวนการเสร็จสิ้นในอีก 1-2 เดือนนี้ ก่อนเริ่มเดินหน้านำบริษัทเข้าตลาดหุ้น คงต้องใช้เวลาอีก 4-5 เดือน ปีนี้จึงไม่ทันแน่นอน"

โดยก่อนหน้านี้กระทรวงฯ ได้ถอนเรื่องที่เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติการขายหุ้นดอนเมืองโทลเวย์ให้กับพันธมิตรต่างชาติเพื่อลดสัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลังลง เนื่องจากต้องการให้เกิดความมั่นใจเรื่องคดีความเสร็จสิ้นไปก่อน โดยเรื่องดังกล่าวได้ชี้แจงต่อ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง รับทราบมาโดยตลอด รวมถึงแผนนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ด้วย

สำหรับเงื่อนไขการนำดอนเมืองโทลเวย์เข้าตลาดหลักทรัพย์นั้น กระทรวงการคลังต้องลดสัดส่วนการถือหุ้นลงต่ำกว่าที่ถืออยู่ 25% ในปัจจุบัน ก่อนเสนอขายหุ้นให้ประชาชนเป็นการทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ซึ่งตามแผนเดิมจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในไตรมาส 3/51
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 21st, 2008, 07:08 AM   #248
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,416
Likes (Received): 1023

1ก.ย.ขึ้นค่าทางด่วน3สาย ด่วน 1, 2 เป็น 45

Thairath [21 ส.ค. 51 - 03:13]


ความคืบหน้าการปรับค่าทางด่วนขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 ก.ย. 2551 เป็นต้นไปนั้น ขณะนี้การทางพิเศษฯ อยู่ระหว่างเสนอนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงนามประกาศ สำหรับอัตราค่าผ่านทางใหม่ ทางด่วนขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 ดังนี้ รถ 4 ล้อ เก็บ 45 บาท เดิม 40 บาท รถ 6-10 ล้อ เก็บ 70 บาท เดิม 60 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ เก็บ 100 บาท เดิม 85 บาท นอกจากนี้ การทางพิเศษฯ จะปรับค่าทางด่วนสายบางนา-ชลบุรี การทางพิเศษฯ พร้อมกันด้วย หลังจากไม่ได้ ปรับมาเป็นระยะเวลา 10 ปี นับตั้งแต่เปิดให้บริการ โดยกำหนดอัตราค่าผ่านทางใหม่ ซึ่งคิดตามระยะทางดังนี้ รถ 4 ล้อ 20 กม.แรก เก็บ 20 บาท บวกเพิ่ม กม.ละ 1.20 บาท ตลอด สาย 65 บาท เดิม 55 บาท รถ 6-10 ล้อ 20 กม.แรก เก็บ 45 บาท บวกเพิ่ม กม.ละ 2.40 บาท ตลอดสาย 130 บาท เดิม 110 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ 20 กม.แรก เก็บ 70 บาท บวกเพิ่ม กม.ละ 3.60 บาท ตลอดสาย 200 บาท เดิม 165 บาท

รายงานข่าวจากการทางพิเศษฯ แจ้งว่า การทางพิเศษฯ เตรียมความพร้อมรองรับการปรับอัตราค่าผ่านทางใหม่แล้ว โดยจัดทำแบรนด์เนอร์ ป้ายคัตเอาต์ โปสเตอร์ กระจายติดไปตาม จุดต่างๆให้ประชาชนทราบ มีการทำแผ่นปลิว สำหรับแจกจ่ายให้ผู้ใช้บริการบนทางด่วน รวมถึงมีการจัดทำเป็นสปอตประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อวิทยุต่างๆ จากการประเมินผลเบื้องต้น ผู้ใช้บริการทางด่วนเริ่มรับทราบเรื่องที่การทาง พิเศษฯ จะดำเนินปรับค่าทางด่วนใหม่กันบ้างแล้ว นอกจากนี้ ในส่วนของใบรับค่าผ่านทาง คูปอง การทางพิเศษฯ เตรียมทยอยสั่งพิมพ์ คาดว่า จะแล้วเสร็จทันการประกาศใช้ค่าผ่านทางด่วนในอัตราใหม่ ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 ก.ย.นี้ อย่างแน่นอน.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 21st, 2008, 01:39 PM   #249
cheychai
Dont give up
 
Join Date: Sep 2005
Location: Bangkok
Posts: 547
Likes (Received): 2

ต่อไปนี้ผมต้องคิดค่าแรงผมเป็นรายชั่วโมงแล้ว ทุกอย่างขึ้นเอาขึ้นเอา งั้น จากชั่วโมงสามร้อย ขอเพิ่มอีก 10 เปอร์เซนต์ เป็น 330 บาทต่อชมละกัน
__________________
ผมรักแม่นะ
cheychai no está en línea   Reply With Quote
Old August 21st, 2008, 10:56 PM   #250
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,416
Likes (Received): 1023

Uttaraphimuk Elevated Tollway to Don Mueang airport


napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 23rd, 2008, 06:22 PM   #251
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,416
Likes (Received): 1023

ลงนามขึ้นค่าทางด่วน 4 สาย

Thairath [23 ส.ค. 51 - 03:59]


นายมณเฑียร กุลธำรง รองผู้ว่าการฝ่ายกฎหมายและกรรมสิทธิ์ที่ดิน การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับอัตราค่าผ่านทางด่วนว่า นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงนามในประกาศปรับอัตราค่าผ่านทาง จำนวน 4 เส้นทาง วันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้การทางพิเศษฯ ได้ส่งเรื่องเพื่อประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา สำหรับสาระสำคัญประกาศฉบับดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนแรก ประกาศกำหนดอัตราค่าผ่านทาง 3 เส้นทาง ได้แก่ พิเศษเฉลิมมหานคร หรือทางด่วนขั้นที่ 1 ทางพิเศษศรีรัช หรือทางด่วนขั้นที่ 2 กำหนดอัตราค่าผ่านทาง รถ 4 ล้อ 6-10 ล้อและมากกว่า 10 ล้อ เก็บ 45 บาท 70 บาท และ 100 บาท ตามลำดับ ทางพิเศษบูรพาวิถี หรือทางด่วนสายบางนา-ชลบุรี กำหนดอัตราค่าผ่านทาง รถ 4 ล้อ 20 กม.แรกเก็บ 20 บาท บวกเพิ่ม กม.ละ 1.20 บาท ตลอดสาย 65 บาท เดิม 55 บาท รถ 6-10 ล้อ 20 กม.แรกเก็บ 45 บาท บวกเพิ่ม กม.ละ 2.40 บาท ตลอดสาย 130 บาท เดิม 110 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ 20 กม.แรกเก็บ 70 บาท บวกเพิ่ม กม.ละ 3.60 บาท ตลอดสาย 200 บาท เดิม 165 บาท ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2551

นายมณเฑียรกล่าวว่า ส่วนที่สอง กำหนดอัตราค่าผ่านทางพิเศษอุดรรัถยา หรือทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด กำหนดอัตราค่าผ่านทาง ดังนี้ ช่วงแจ้งวัฒนา-เชียงราก รถ 4 ล้อ 6-10 ล้อ และมากกว่า 10 ล้อ เก็บ 45 บาท 95 บาท และ 140 บาท ตามลำดับ จากเดิมเก็บ 40 บาท 80 บาท และ 125 บาท ตามลำดับ และจากเชียงราก-บางไทร เก็บอัตราค่าผ่านทางเดิม เนื่องจากคำนวณจากดัชนีผู้บริโภคแล้วไม่ถึง 5 บาท จึงไม่ได้ปรับ สำหรับอัตราค่าผ่านทาง รถ 4 ล้อ 6-10 ล้อ และมากกว่า 10 ล้อ เก็บ 10 บาท 20 บาท และ 30 บาท ตามลำดับ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2551.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 23rd, 2008, 06:26 PM   #252
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,416
Likes (Received): 1023

คลังดึงสินค้าหรู-ถูก เปิดขายใต้ทางด่วน

โพสต์ทูเดย์ วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2551


คลังเดินหน้าร้านค้าใต้ทางด่วน เล็งขายสินค้าไฮโซล่อใจนักท่องเที่ยว คิดค่าเช่าวันละ 100-400 บาท

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า รูปแบบร้านค้าใต้ทางด่วนจะแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ ตลาดระดับบน ขายสินค้ามีระดับราคาแพง ตลาดสินค้าระดับกลาง และตลาดทั่วไป ให้ผู้ประกอบการรายเล็ก และผู้ผลิตสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือโอท็อป ได้เข้ามาขายสินค้า
“ส่วนที่เป็นเอสเอ็มอีจะมาดู ว่าจะมีการจับสลากคัดสรรจากเอสเอ็มอีที่มีความสามารถการทำงาน เพราะไม่อยากให้เป็นสลัมใต้ทางด่วน” นายพิชัย กล่าว

ทั้งนี้ ร้านค้าใต้ทางด่วนจะ เริ่มต้น 4 แห่ง จากทั้งหมด 16 แห่ง คือ ที่ใต้ทางด่วนถนนสุขุมวิท ทางด่วนถนนสีลม ทางด่วนถนนประดิษฐ์มนูธรรม และทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เริ่มต้นมี ร้านค้า 2,000 แห่ง จากเป้าทั้งหมด 1 หมื่นแห่ง เช่าพื้นที่ราคา 100-400 บาทต่อบูธต่อวัน

นางพันธุ์ทิพย์ สุรทิณฑ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า รูปแบบตัวร้านขายสินค้าจะมีทั้งช็อปปิ้งสตรีต เป็นสินค้าราคาสูง ตั้งอยู่บริเวณที่มีนักท่องเที่ยว ที่ใต้ทางด่วนสุขุมวิทหรือสีลม จะนำสินค้าโอท็อปที่มีแบรนด์เนมมาขาย

สำหรับส่วนที่ 2 เป็นไนต์บาซาร์ เป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอยสินค้า ราคาถูกลง ส่วนสุดท้ายเป็นตลาดมหาชน เหมือนกับตลาดองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. จะเป็นทางด่วนอยู่ชานเมือง เช่น ถนนประดิษฐ์มนูธรรม คล้ายกับการเปิดท้ายรถขาย

นอกจากนี้ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ อยู่ระหว่างการเจรจากับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เพื่อก่อสร้างบูธ พัฒนาพื้นที่ น้ำ-ไฟ ห้องน้ำ สวนหย่อม บางแห่งอาจติดแอร์ โดยจะเช่าพื้นที่กับ กทพ.เป็นเวลา 10 ปี และให้เช่ารายละไม่ต่ำกว่า 3 ปี
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 26th, 2008, 09:05 AM   #253
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,416
Likes (Received): 1023

ทล.ประมูลเงียบมอเตอร์เวย์ แบ่งเค้กให้บิ๊กรับเหมา9ราย อ้างเสร็จเร็วหวั่นกระทบจราจร

วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11126 มติชนรายวัน


กรมทางหลวงดอดเปิดประมูลงานขยายมอเตอร์เวย์ งบฯ 6.1 พันล้าน เส้นบางปะอิน-บางพลี จาก 4 ช่องทางเป็น 8 ช่องทาง ระยะทางแค่ 42 กม. แต่ซอยงานถี่ยิบให้เฉพาะบริษัทรับเหมาชั้น 1 วงในวิจารณ์แซดไม่แคล้วซับงานให้รายเล็กทำ ด้าน รมว.คมนาคมชี้ เป็นสิทธิของเอกชนที่จะร้องเรียน และพร้อมรับฟัง

แหล่งข่าวจากวงการก่อสร้าง เปิดเผยว่า ทางสำนักงานทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองได้ร่วมกับสำนักงานก่อสร้างทางที่ 1 ดำเนินการประกวดราคาการก่อสร้างขยายเส้นทางในโครงการทางหลวงพิเศษสายที่ 9 (เส้นทางมอเตอร์เวย์) ช่วงจากบางปะอิน-บางพลี ระยะทางประมาณ 42 กม. โดยเป็นการขยายช่องการจราจรจาก 4 ช่องทางเป็น 8 ช่องทาง โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 6.1 พันล้านบาท เป็นเงินค่าผ่านทางที่เก็บจากผู้ใช้บริการทางหลวงพิเศษสายที่ 7 และสายที่ 9 เป็นเงินนอกงบประมาณ

แหล่งข่าวกล่าวว่า โครงการดังกล่าว ได้มีการประกวดราคาหาผู้รับเหมาได้ในวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยโครงการทั้ง 42 กม.นั้น ได้มีการแบ่งงานออกเป็น 9 ตอน โดยผู้ที่ชนะการประกวดราคาทั้ง 9 ตอน ประกอบไปด้วย

1.บ.เอ็ม.ซี คอนสตรัคชั่น (1979) จำกัด
2.บ.โรจน์สินก่อสร้าง จำกัด
3.บ.ไทยวิวัฒน์วิศวการทาง จำกัด
4.บริษัท กำแพงเพชรวิวัฒน์ จำกัด
5.บ.ช.ทวีก่อสร้าง จำกัด
6.บ.ประยูรวิศว์ จำกัด
7.บ.ยูนิค เอ็นยิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชัน จำกัด (มหาชน)
8.บริษัท กรุงธนเอ็นจิเนียริ่ง จำกัดและ
9.บ.ชัยนันท์ค้าวัสดุก่อสร้าง

"โครงการนี้ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ แต่กลับไม่ได้มีการประกาศประกวดราคาเป็นการทั่วไป เหมือนโครงการอื่นๆ แต่เป็นการประมวลแบบเงียบๆ ในวงการก่อสร้างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากว่า อาจจะเป็นการล็อคงานให้กับผู้รับเหมาบางกลุ่มหรือไม่ เนื่องจากมีการการแบ่งงานออกมากถึง 9 ตอน ทั้งๆ ที่โครงการมีเพียง กว่า 40 กม. โดยอ้างว่าต้องการให้เสร็จเร็ว เพราะอาจจะกระทบกับการจราจร แต่กลับมีการระบุชั้นของผู้รับเหมาว่าต้องเป็นชั้นพิเศษหรือชั้นที่ 1 ทั้งที่ในวงการก็รู้กันดีว่า พอมีการประมูลได้งานแล้ว ผู้รับเหมาที่ประมูลงานได้ บางส่วนก็จะมีการให้รายย่อยมารับงานไปทำต่อหรือที่เรียกว่าการซับงานต่อ"

แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้มีผู้รับเหมาหลายรายเตรียมที่จะทำหนังสือสอบถามมายังนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในฐานะที่กำกับดูแลกรมทางหลวง (ทล.) โดยขอให้มีการตรวจสอบการดำเนินการในโครงการดังกล่าว รวมทั้งการใช้เงินของกองทุนที่เก็บจากค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ที่กรมทางหลวงนำมาใช้ว่ามีความโปร่งใสมากน้อยเพียงใด

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานจากกรมทางหลวง และยังไม่ทราบเรื่อง อย่างไรก็ตามหากเอกชนต้องการยื่นเรื่องร้องเรียนก็พร้อมที่จะรับฟัง เพราะถือว่าเป็นสิทธิ์ที่จะร้องเรียนได้

หน้า 17
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 27th, 2008, 04:34 PM   #254
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,416
Likes (Received): 1023

ทล.เร่งผุดมอเตอร์เวย์สายตะวันตก + จ้างออกแบบก่อสร้างสายบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี/เล็งชงรัฐชี้ขาดรูปแบบลงทุน 5 เส้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2352 28 ส.ค. - 30 ส.ค. 2551


กรมทางหลวงเร่งเดินหน้าผุดมอเตอร์เวย์ นำร่องจ้างที่ปรึกษาออกแบบก่อสร้างสายบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี 98 กิโลเมตร สั่งทบทวนราคาค่าก่อสร้าง หลังต้นทุนพุ่ง เบื้องต้นคาดราคาจะขยับเพิ่มอีก 30% จากกว่า 2.4 หมื่นล้านเป็นกว่า 3 หมื่นล้าน เตรียมจ้างออกแบบเพิ่มอีก 2 สายทางในปี 2553 เล็งชงแผนเร่งด่วนให้รัฐบาลอนุมัติดำเนินการ และชี้ขาดเรื่องรูปแบบการลงทุน


แหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่งจากกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้ กรม ได้ลงนามในสัญญาว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งมีบริษัท MAA Consultant Co.,Ltd. เป็นแกนนำ เพื่อดำเนินการออกแบบก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 หรือมอเตอร์เวย์สายตะวันตก สายบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี ระยะทาง 98 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุนรวม 24,040 ล้านบาท ภายใต้กรอบวงเงินว่าจ้างกว่า 40 ล้านบาท โดยมีกำหนดการทำงานภายในระยะเวลา 1 ปี จากนั้นคาดว่าในปีงบประมาณ 2553 จะจ้างออกแบบก่อสร้างอีก 2 โครงการคือ มอเตอร์เวย์สายชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด และสายนครปฐม-สมุทรสงคราม-ชะอำ


สำหรับเนื้องานที่บริษัทที่ปรึกษาต้องดำเนินการนั้น ประกอบด้วยงานศึกษาและทบทวนความเหมาะสมของแนวเส้นทางเดิมที่ได้ทำการศึกษาไว้ ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ควรปรับปรุงแนวเส้นทางที่บริเวณใดบ้างหรือไม่, ต้องออกแบบให้เหมาะสมสำหรับนำไปใช้ในการก่อสร้างจริง, ต้องศึกษามาตรการด้านสิ่งแวดล้อม, ต้องทำการปูโฉนด เพื่อสำรวจจำนวนอาคารบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างและที่ดินที่จะต้องเวนคืนว่ามีจำนวนเท่าไร ต้องจ่ายค่าจัดกรรมสิทธิ์เท่าใดบ้าง รวมถึงต้องข้อมูลสำหรับออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตพื้นที่ที่จะต้องเวนคืนด้วย


นอกจากนั้นแล้วบริษัทที่ปรึกษา จะต้องดำเนินการคำนวณมูลค่าการลงทุนที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งด้วย เนื่องจากผลการศึกษาเดิมได้ศึกษาไว้นานหลายปีแล้ว อีกทั้งปัจจุบันนี้ราคาค่าน้ำมัน ค่าวัสดุก่อสร้าง รวมถึงค่าขนส่ง ปรับตัวสูงขึ้นจึงคาดว่ามูลค่าโครงการจะปรับตัวสูงขึ้นด้วย ซึ่งในเบื้องต้นนี้คาดว่ามูลค่าโครงการจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างน้อย 30% หรือคิดเป็นเงินประมาณ 7,200 ล้านบาท


อย่างไรก็ดี ในส่วนนี้จะยังไม่มีการศึกษาในเรื่องของรูปแบบการลงทุน เนื่องจากต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลก่อนว่าจะมีนโยบายอย่างไร ซึ่งกรมจะสรุปแผนการดำเนินโครงการทางหลวงพิเศษให้รัฐบาลพิจารณา โดยคาดว่าจะสามารถสรุปรายละเอียดเสนอไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณาได้ภายในต้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อเสนอต่อรัฐบาลให้พิจารณาและอนุมัติการดำเนินโครงการ รวมถึงรูปแบบการลงทุนที่ชัดเจน


เนื่องจากก่อนหน้านี้ คณะกรรมการนโยบายความร่วมมือในการลงทุนระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน (PPP : public Private Partnership Committee) ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้พิจารณาแผนงานของกรมทางหลวงแล้วมีแนวคิดที่จะนำโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองมาเป็นโครงการนำร่อง แต่ยังไม่ได้มีการมอบนโยบายอย่างเป็นทางการว่าให้ดำเนินการอย่างไรต่อ ทางกรม จึงต้องส่งเรื่องเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเพื่อขอความชัดเจนอีกครั้งหนึ่งว่าจะให้ดำเนินโครงการหรือไม่ และอย่างไร รวมถึงจะขอความชัดเจนในเรื่องการลงทุนด้วยว่าจะให้เป็นรูปแบบใด จะเลือกแนวทางให้กรม ดำเนินการเอง ซึ่งส่วนนี้กรม ก็มีทางเลือกที่จะจัดตั้งกองทุนเพื่อระดมทุน หรือหากเลือกแนวทางที่เปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน ก็คงต้องมอบให้คณะกรรมการพีพีพี เป็นผู้ดำเนินการ


แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการที่จะเสนอให้รัฐบาลพิจารณา เป็นโครงการทางหลวงพิเศษ ที่อยู่ในระยะเร่งด่วน ประกอบด้วย แผนการดำเนินงานก่อสร้างระยะเร่งด่วน 5 สายทาง 700 กิโลเมตร ค่าก่อสร้างรวม 170,000 ล้านบาท ดำเนินการระหว่าง ปี 50-60 ภายในรัศมี 250 กิโลเมตร จากกทม. สู่ภาคเหนือ,ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ประกอบด้วย ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ระยะทาง 199 กิโลเมตร มูลค่า 59,000 ล้านบาท, โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 สายบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี ระยะทาง 98 กิโลเมตร มูลค่า 24,040 ล้านบาท, โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 8 สายนครปฐม-สมุทรสงคราม-ชะอำ ระยะทาง 134 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุน 38,200 ล้านบาท, โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 89 กิโลเมตร 10,600 ล้านบาท และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 5 สายบางปะอิน-นครสวรรค์ ระยะทาง 180 กิโลเมตร มูลค่า 38,160 ล้านบาท


อนึ่ง แนวเส้นทาง โครงการมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี ตามผลการศึกษาเดิมที่เคยศึกษาไว้ จะแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรก คือ สายบางใหญ่-บ้านโป่ง ระยะทาง 51 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นถนนขนาด 6 ช่องจราจร เมื่อปริมาณการจราจรเพิ่มจะขยายเป็น 8 ช่องจราจร มีจุดเริ่มต้นจากทางหลวงวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตกบริเวณบางใหญ่ ไปจนถึงทางแยกต่างระดับบ้านโป่ง โดยจะเชื่อมต่อกับมอเตอร์ เวย์สายนครปฐม-ชะอำ


ช่วงที่ 2 สายบ้านโป่ง-กาญจนบุรี ระยะทาง 47 กิโลเมตร นับจากปลายทางแยกต่างระดับที่บริเวณ บ้านโป่ง ด้านที่ออกมาทางกาญจนบุรี ในระยะแรกจะก่อสร้างเป็นทางหลวงพิเศษขนาด 4 ช่องจราจร มีทางเข้าออกจากโครงการเป็นทางแยกต่างระดับ 2 แห่ง คือ ทางหลวงหมายเลข 3081 และ 324 เมื่อปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นจะขยายเป็น 6 ช่องจราจร มูลค่าการลงทุน 6,482 ล้านบาท ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 657 ล้านบาท

Last edited by napoleon; August 27th, 2008 at 04:42 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 27th, 2008, 07:42 PM   #255
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,416
Likes (Received): 1023

ผลศึกษามอเตอร์เวย์ชะอำ-ชุมพร งบฯก่อสร้าง41,435ล้านบาท-ค่าชดเชย2,823ล้าน

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4031


เปิดผลการศึกษาเมกะโปรเจ็กต์ "มอเตอร์เวย์ ชะอำ-ชุมพร" ตัดผ่านเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร มูลค่าการก่อสร้าง 41,435 ล้าน ค่าชดเชยทรัพย์สินอีก 2,823 ล้านบาท กรมทางหลวงเตรียมชงครม. อนุมัติดำเนินโครงการ คาดเปิดใช้เส้นทางได้ในปี 2559 ช่วยระบายการจราจรสู่ภาคใต้


นายประสิทธิ์ เสาวพฤกษ์ ผู้จัดการ โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายชะอำ-ชุมพร กรมทางหลวง เปิดเผยว่า โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายชะอำ-ชุมพร เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 ในแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายระบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง เพื่อเพิ่มความต่อเนื่องของแนวทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสู่ ภาคใต้ ประกอบด้วยสายกรุงเทพฯ-ปากท่อ-ชะอำ-ชุมพร-บ้านนาสาร-พัทลุง-หาดใหญ่-ชายแดนมาเลเซีย และหาดใหญ่-สงขลา โดยเป็นช่วงเชื่อมต่อกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายนครปฐม-ชะอำ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาความเหมาะสมในขณะนี้

โครงการดังกล่าวมีระยะทางรวมทั้งสิ้น 292 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 13 อำเภอ ใน 3 จังหวัด เริ่มต้นจาก อ.ท่ายาง และ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ผ่าน อ.หัวหิน อ.ปราณบุรี อ.สามร้อยยอด อ.กุยบุรี อ.เมือง อ.ทับสะแก อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากนั้นจึงผ่าน อ.ปะทิว อ.ท่าแซะ และ อ.เมือง จ.ชุมพร หากรัฐบาลอนุมัติให้ดำเนินโครงการ คาดว่าต้องใช้ประมาณไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท หรือมูลค่าการก่อสร้าง 140 ล้านบาทต่อ 1 กิโลเมตร และใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี



ทั้งนี้ ผลการศึกษาของกลุ่มบริษัท ที่ปรึกษาเกี่ยวกับความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม พบว่าแนวเส้นทางโครงการ ทางหลวงพิเศษสายชะอำ-ชุมพร มีความเหมาะสมที่สุดสำหรับการพัฒนาโครงการ เนื่องจากเป็นแนวที่หลีกเลี่ยงพื้นที่อ่อนไหวต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่ต้นน้ำลำธาร พื้นที่ป่าอนุรักษ์ สถานที่สำคัญของท้องถิ่น พื้นที่เพื่อความมั่นคง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ จึงทำให้อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและสังคมใน ท้องถิ่น จึงมีการสรุปผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับโครงการได้แก่ 1.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศ ทางระดับดินเป็นรูปแบบที่มีการก่อสร้างคันทางในทางราบเป็นส่วนใหญ่ มีการตัดดินรวมทั้งสิ้น 50 จุด ส่วนใหญ่มีความสูงในช่วง 1-5 เมตร และถมดินอยู่ในช่วง 2-5 เมตร รวม 20 จุด มาตรการที่สำคัญ คือ ก.ม.ที่ 42+600 ถึง ก.ม.ที่ 42+900 บริเวณเขาน้อยมีการตัดเชิงเขาสูง 15 เมตร เป็นระยะทาง 300 เมตร ได้ออกแบบป้องกันการพังทลายของดินหรือหินถล่มเป็นการเฉพาะ ส่วนจุดที่มีงานตัดอื่นๆ ได้มีการออกแบบให้ทำ hydro seeding

2.การระบายน้ำและควบคุมน้ำท่วม ตลอดเส้นทางตัดผ่านทางน้ำรวมทั้งสิ้น 236 แห่ง เป็นคลองชลประทาน 19 แห่ง ทางน้ำธรรมชาติ 217 แห่ง มีมาตรการสำคัญคือ คลองชลประทานทุกแห่งออกแบบเบื้องต้นเป็นสะพานข้าม ทางน้ำธรรมชาติขนาดเล็กออกแบบโดยใช้ box culvert 78 แห่ง สะพานข้ามลำน้ำรวม 139 แห่ง กำหนดหลักเกณฑ์ที่ให้มีช่องเปิดของอาคารระบายน้ำอย่างน้อยต้องเท่ากับช่องเปิดในสภาพธรรมชาติหรือสิ่งก่อสร้างเดิม โดยมีค่าเผื่อความปลอดภัยทางน้ำธรรมชาติทุกแห่ง

ในเขตพื้นที่ลุ่มต่ำหรือเสี่ยงภัยน้ำท่วมซ้ำซาก ได้ออกแบบให้มีการใส่ท่อลอดกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2 เมตร ทุกๆ ระยะทาง 500 เมตร เพื่อป้องกันการปิดกั้นการไหลของน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำ

3.การเวนคืนและชดเชยทรัพย์สิน ผลกระทบในแนวเส้นทางมีที่ดินที่ต้องจัดกรรมสิทธิ์ทั้งสิ้น 16,280 ไร่ ราคาประเมิน 848 ล้านบาท ชดเชยสิ่งปลูกสร้าง 686 หลัง ราคาประเมิน 1,594 ล้านบาท และประเมินชดเชยพืชผลทางการเกษตร 395 ล้านบาท ที่ต้องดำเนินการจัดกรรมสิทธิ์และชดเชยให้แล้วเสร็จก่อนเริ่มก่อสร้าง โดยกำหนดมาตรการสำคัญ คือ กำหนดแผนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการตั้งแต่ระยะต้นเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนทั้งที่อยู่ในแนวเวนคืนและชุมชนในพื้นที่โดยรอบ ดำเนินการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและชดเชยทรัพย์สินตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

3.การแบ่งแยกเมื่อเปิดใช้เส้นทาง โครงสร้างของถนนจะมีการปิดกั้นโดยรั้วตลอดแนวเส้นทาง ทำให้เกิดการแบ่งแยกชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมออกเป็น 2 ฝั่ง บริเวณที่จะได้รับผลกระทบมีการออกแบบเป็นทางระดับดินปกติเพื่อลด ผลกระทบโดยออกแบบให้ตลอดเส้นทางมีทางข้าม 48 แห่ง และทางลอด 100 แห่ง มีการก่อสร้างทางขนานเพิ่ม ซึ่งจะสามารถลดผลกระทบจากการปิดกั้นของเส้นทางและเอื้อต่อการเดินทางเชื่อมโยงระหว่าง 2 ข้างทางได้

สำหรับการลงทุน ค่าจัดการกรรมสิทธิ์และชดเชยทรัพย์สินมีมูลค่าทั้งสิ้น 2,823 ล้านบาท มูลค่าการก่อสร้าง 41,435 ล้านบาท ค่าบริการด้านวิศวกรรม 1,425 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อม 71 ล้านบาท และเมื่อเปิดใช้เส้นทางจะมีค่าบำรุงรักษาตลอดอายุโครงการ 1,341 ล้านบาท

ขณะที่แผนการลงทุน ขั้นตอนการสำรวจและออกแบบรายละเอียดจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี จัดการกรรมสิทธิ์และชดเชยทรัพย์สินประมาณ 2 ปี และช่วงเวลาการก่อสร้างประมาณ 3 ปี ระหว่างปี 2556-2558 ดาดว่าจะสามารถเปิดใช้เส้นทางได้ในปี 2559

หน้า 27


napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 29th, 2008, 11:33 AM   #256
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,416
Likes (Received): 1023

B200m project to build shops under expressways

Bangkokpost 29/08/2008


Dhanarak Asset Development plans to invest 200 million baht in a pilot project to develop property for commercial use under expressways in Bangkok.


Managing director Surachai Eamvachirasakul said space would be developed into mini-malls and rented out to entrepreneurs.


The Expressway and Rapid Transit Authority, the owner of expressway property in Bangkok, has already finalised an agreement to lease out space to Dhanarak Asset Development (DAD).


DAD in turn would renovate the space for use by small-scale entrepreneurs in keeping with policies set by Finance Minister Surapong Suebwonglee that the government should offer greater assistance to low-income residents and small businesses to spur development.


Four areas have been identified for the programme, expected to start in November: Sukhumvit Road near Soi Nana; Silom Road near Lerdsin Hospital; space along the Ekamai-Rarm Intra Road; and expressway property near the Victory Monument.


Mr Surachai said DAD would build 2,000 booths, each covering nine square metres, for leasing to entrepreneurs at 100 baht per day or to companies at a commercial rate of 600 baht per day.


''We want to attract larger retailers as well to use the space, as they will serve as magnets to draw consumers to the area,'' said Mr Surachai. But he added that priority would be given to small-scale entrepreneurs.


Booths would follow a single standard to simplify construction and minimise cost but were expected to be used in different ways.


''The concept will be different for each area,'' said Mr Surachai. ''The Sukhumvit area might use a 'Shopping Street' concept, while at Ekamai-Rarm Intra, we could develop the area to be a night shopping bazaar.''


The Finance Ministry ultimately hopes to open 10,000 booths at 15 locations, although final figures will depend on demand from potential shop operators.


Mr Surachai said the 200-million-baht investment budget for developing facilities in the first four areas was expected to be returned within six to seven years.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 1st, 2008, 10:59 AM   #257
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,416
Likes (Received): 1023

Expressway tolls rise today

Bangkokpost 1/09/2008


Toll fees on Bangkok's inner and outer expressway systems rise today, an increase allowed under the contract between the concessionaire and the Expressway Authority of Thailand.


On the first-stage expressway, tolls for four-wheelers will increase from 40 baht to 45 baht, for 6-10 wheelers from 60 to 70 baht, and for vehicles with more wheels from 85 to 100 baht.


On Pracha Chuen, Ngam Wong Wan and Chaeng Watthana sections of the second-stage expressway, only the toll for vehicles with more than 10 wheels increases, from 30 to 35 baht.


At the Rama IX, Ramkhamhaeng and Srinakarin sections of the second-stage expressway, the toll for vehicles with 6-10 wheels has been raised from 45 to 50 baht, and for vehicles with more wheels from 60 to 70 baht.


Charges on the east-bound Bang Na-Chon Buri expressway rise to 20 baht for four-wheelers, 45 baht for 6-10 wheelers and 70 baht for larger vehicles for the first 20 kilometres. For longer distances, additional charges apply. The combined tolls for the entire 55km expressway run are 65 baht, 130 baht and 200 baht respectively.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 2nd, 2008, 09:11 AM   #258
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,416
Likes (Received): 1023

ระดมหมื่นล.สร้างคุกให้เช่า ธพส.ผุดช็อปปิ้งสตรีทใต้ทางด่วน

Thaipost 2 กันยายน 2551


"พิชัย" เล็งขอ ครม.ผุดคุก-สถานีตำรวจในปีงบ 52 นี้ คาดต้องใช้วงเงินหลายหมื่นล้านให้ ธพส. พร้อมเปิดพื้นที่ใต้ทางด่วนสร้าง "ช็อปปิ้งสตรีท" หรู และ "ไนท์บาซาร์"


นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ (ธพส.) ว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ ธพส.ศึกษาโครงการก่อสร้างคุกของกรมราชทัณฑ์ประมาณ 26 แห่ง และสถานีตำรวจอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะใช้วิธีการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (ซีเคียวริไทเซชั่น) เหมือนกับที่ ธพส.ดำเนินการในโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกรุงเทพมหานครแห่งใหม่ ถนนแจ้งวัฒนะ

"ผมได้คุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พบว่าปัจจุบันมีปัญหานักโทษขายยาเสพติด และมีการสั่งซื้อกันภายในคุก ก็ได้คุยกันว่าจะสร้างให้มีระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันในเรื่องนี้ ไม่ให้มีการทำผิดกฎหมายในคุกได้อีก ผมได้บอกว่าจะเร่งทำให้ คิดว่าคงมีการเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีประมาณ 1-2 เดือนนี้" นายพิชัยกล่าว

ทั้งนี้ ได้ประเมินเบื้องต้นว่าการทำซีเคียวริไทเซชั่นด้วยการออกหุ้นกู้ระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อนำเงินมาสร้างคุกและสถานีตำรวจนั้น น่าจะใช้วงเงินลงทุนหลายหมื่นล้านบาท โดยจะเป็นการดำเนินการในปีงบประมาณ 2552 นี้ โดยสินทรัพย์ที่จะนำมาใช้ในการทำซีเคียวริไทเซชั่นนั้นจะมาจากงบประมาณภาครัฐที่ปกติจะมีการจัดสรรให้แก่กรมราชทัณฑ์และสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกปีอยู่แล้ว เพียงแต่จะจัดสรรเป็นรายปี ทำให้การก่อสร้างล่าช้า เพราะอาจจะสร้างได้เพียงปีละ 1 แห่งเท่านั้น

นายพิชัยกล่าวอีกว่า ส่วนโครงการเปิดพื้นที่ใต้ทางด่วนให้ประชาชนทั่วไปและผู้ค้ารายย่อยเช่าขายของนั้น จะเสนอ ครม.พิจารณาเห็นชอบใน 1-2 เดือนนี้เช่นกัน โดยเบื้องต้นจะนำร่องใน 4 พื้นที่ คือ บริเวณใต้ทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ใต้ทางด่วนสุขุมวิท ตรงใกล้ซอยนานา ใต้ทางด่วนสีลมตรงข้ามโรงพยาบาลเลิดสิน และใต้ทางด่วนอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิใกล้ที่จอดรถตู้สาธารณะ ซึ่งในกรณีพื้นที่ใต้ทางด่วนสุขุมวิทและใต้ทางด่วนสีลมนั้น มีแนวคิดจะทำเป็นช็อปปิ้งสตรีท ที่มีความหรูหรากว่าพื้นที่อื่นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มีรายได้สูง ส่วนพื้นที่ใต้ทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา จะทำลักษณะตลาดไนท์บาซาร์ มีการเปิดให้เกษตรกรนำสินค้าเกษตรมาขายได้เหมือนกับตลาด อ.ต.ก. และบริเวณใต้ทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จะทำลักษณะตลาดมหาชน

"ผมยังยืนยันว่าพื้นที่ใต้ทางด่วนนั้นมากกว่าครึ่งหนึ่งจะจัดสรรให้เป็นของผู้ค้ารายย่อย แต่เนื่องจากเราอยากให้โครงการอยู่รอดได้ด้วย ไม่ให้กลายเป็นสลัม จึงต้องมีการดำเนินการในเชิงพาณิชย์ด้วย ซึ่งอาจจะเป็นร้านค้าสะดวกซื้อ หรือธนาคาร เป็นต้น และคงจะเก็บค่าเช่าแพงหน่อยในระดับราคาตลาด แต่ไม่ได้หวังกำไรมากเกินไป" นายพิชัยกล่าว

นายพิชัยกล่าวว่า ทั้ง 4 พื้นที่ดังกล่าวจะใช้เงินลงทุนกว่า 200 ล้านบาท โดยกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะให้ ธพส.ดำเนินการออกพันธบัตรระดมทุนให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน หรืออาจจะใช้วิธีการกู้เงินมาลงทุน ซึ่งการก่อสร้างจะใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน แต่จะเปิดทดลองให้มีการเปิดท้ายขายของก่อนในเดือน พ.ย.นี้ อย่างไรก็ดี ตามแผนทั้งหมดจะเปิดพื้นที่รวม 14 แห่ง วงเงินลงทุนประมาณกว่า 1 พันล้านบาท

ทั้งนี้ ในส่วนของการก่อสร้างศูนย์ราชการแห่งใหม่นั้น ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยคาดว่าจะเปิดใช้ได้ต้นปี 2552 โดยจากที่เดินทางไปตรวจเยี่ยม ตนได้ให้นโยบายผู้บริหาร ธพส.ว่า ให้มีการเน้นในเรื่องการรักษาความปลอดภัยเป็นสำคัญ รวมถึงการจัดหาระบบขนส่งมวลชน เพื่อรองรับจำนวนประชาชนที่จะมาใช้บริการที่คาดว่าจะสูงถึง 5 หมื่นคน ถึง 1 แสนคน.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 8th, 2008, 08:35 AM   #259
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,416
Likes (Received): 1023

กทพ.เล็งขยายสัญญาด่วน2อีก9ปี อ้างยุติข้อพิพาทถูกบีอีซีแอลฟ้อง ชี้เร่งรีบเกินเหตุทั้งที่คดียังคาศาล

วันที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11139 มติชนรายวัน


บอร์ดการทางพิเศษฯเตรียมขยายสัญญาทางด่วน 2 ให้บีอีซีแอลอีก 8 ปี 10 เดือน อ้างยุติข้อพิพาทโดนฟ้องร้องผิดสัญญาปรับค่าผ่านทาง กรรมการ กทพ.ตั้งข้อสังเกตเร่งรีบเกินเหตุทั้งที่คดียังอยู่ที่ศาล กระบวนการพิจารณารวบรัดแค่ประชุม 5 ครั้งเสนอบอร์ดไฟเขียว

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด กทพ. ซึ่งมีนายสุรชัย ธารสิทธิพงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา มีการประชุมลับเพื่อพิจารณาเรื่องการขอขยายเวลาในการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ของสัญญาสัมปทานโครงการทางด่วนขั้นที่ 2 (ทางด่วนศรีรัช) ให้กับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีซีแอล ในอัตราร้อยละ 40 ออกไปอีก 8 ปี กับอีก 10 เดือน จากสัญญาเดิมจะสิ้นสุดลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เพื่อยุติข้อพิพาทกรณีบีอีซีแอลฟ้องร้องเรื่องการปรับอัตราค่าผ่านทางที่ไม่เป็นไปตามสัญญา ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา

แหล่งข่าวกล่าวว่า การขยายอายุสัญญาดังกล่าวมีข้อน่าสังเกตว่าเหตุใด กทพ.จึงต้องรีบเร่งในการเจรจายุติข้อพิพาทในขณะที่การฟ้องร้องในชั้นศาลยังไม่สิ้นสุด ขณะที่กระบวนการอนุมัติให้มีการยุติข้อพิพาทยังมีความรีบเร่งเช่นกัน โดยบอร์ด กทพ.อนุมัติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาแก้ไขข้อขัดแย้งและข้อพิพาทดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนจากทั้งสองฝ่ายร่วมหารือกันทั้งหมด 5 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม เพื่อสรุปเสนอขออนุมัติจากบอร์ด กทพ.

แหล่งข่าวจากบอร์ด กทพ.กล่าวว่า ประเด็นหลักในการเจรจาเพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับข้อพิพาทเป็นเรื่องที่มีการฟ้องร้องกรณีการปรับอัตราค่าผ่านทางในปี 2541, 2546 และ 2551 ที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดในสัญญาทำให้บีอีซีแอลสูญเสียรายได้ที่มีการประเมินความเสียหายรวม 78,955 ล้านบาท ขณะที่ กทพ.ประเมินความเสียหายอยู่ที่ 48,508 ล้านบาท จึงต้องพิจารณาเพื่อหาแนวทางการประเมินร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย ในที่สุดบีอีซีแอลได้ปรับลดตัวเลขค่าความเสียหายเหลือ 78,350 ล้านบาท

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการร่วมครั้งสุดท้าย บีอีซีแอลเสนอขอขยายอายุสัญญาออกไปอีกไม่น้อยกว่า 30 ปี ส่วนแบ่งรายได้ร้อยละ 50 และให้มีการปรับค่าผ่านทางทุกๆ 5 ปี แต่ข้อสรุปที่ประชุมเห็นควรขยายอายุสัญญาให้บีอีซีแอลเป็นเวลา 8 ปี 10 เดือน โดยได้รับส่วนแบ่งรายได้ร้อยละ 40 และ กทพ.จะเป็นผู้บริหารโครงการทางด่วนขั้นที่ 2 เพียงรายเดียว ส่วนการปรับค่าผ่านทางหลังปี 2551 ให้ยึดตามอัตราที่ กทพ.กำหนด

หน้า 18
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 8th, 2008, 09:08 AM   #260
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 52,416
Likes (Received): 1023

ETA mulls toll sharing deal New plan for ending dispute with BECL

Bangkokpost 8/09/2008


The Expressway and Rapid Transit Authority (ETA) board may hand over 40% of its revenue from the second-stage expressway to Bangkok Expressway Plc (BECL) after its concession contract ends, in a bid to settle multi-billion-baht disputes over suspended toll hikes, according to an ETA source.


The board chaired by Deputy Transport Minister Surachai Tharnsitthipong met on Friday to discuss the revenue-sharing arrangement proposed by an arbitration committee, said the source.


Under the proposal, the ETA would grant 40% of toll collections from the second-stage expressway to BECL for a period of eight years and 10 months after the current contracts ends in February 2020.


The ETA board expects to table the proposal to cabinet soon.


The plan is part of an attempt to settle long-standing disputes between ETA and BECL over BECL's unsuccessful bids to raise tolls on the second-stage expressway in 1998, 2003 and 2008 as allowed in the concession contract.


The company filed lawsuits against the ETA seeking compensation which has risen to tens of billions of baht as the lawsuits drag on.


BECL initially estimated damage of 78.955 billion baht _ 52.727 billion in lost revenue and the rest in interest. However, ETA estimated damage at 48.508 billion baht. The company lowered the figure to 78.350 billion baht.


However, the proposed revenue-sharing deal has raised questions as the dispute is pending in the Supreme Court which is expected to hand down a ruling this year.


The source also said the proposal had been processed in a hurry.


The ETA board set up a committee to mediate the dispute on July 25 and on Aug 11 the committee invited BECL to appoint representatives to negotiate. They met five times in August to work out a conclusion which was submitted to the ETA's board last Friday.


The source said that at the Aug 29 meeting BECL asked for an extension of the concession contract for another 30 years, 50:50 revenue sharing, and the right to boost expressway tolls every five years.


However, after negotiations the meeting agreed to hand over 40% of its revenue from the second-stage expressway operation to BECL. The source said the ETA's committee believes the proposal is in the ETA's best interest _ in case the Supreme Court rules in BECL's favour.


''But the case is not finalised yet. And if the ETA wins the case, BECL will get a windfall at the ETA's expense,'' said the source.


Another source in the ETA said the board has reviewed the matter but no agreement was reached.


Mr Surachai said he will explain the matter to the media tomorrow.


The minister said the proposal is nothing new and every ETA board has been asked to review it but no conclusion has been reached.


He also denied the matter had anything to do with the upcoming appointment of a new permanent secretary.
napoleon no está en línea   Reply With Quote


Reply

Tags
thailand, transportation

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 03:25 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu