daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand



Reply

 
Thread Tools
Old January 4th, 2010, 02:59 PM   #341
Augustines
GEAR DINDANG #47
 
Augustines's Avatar
 
Join Date: Oct 2007
Location: Nakhon Phanom, Khon Kaen
Posts: 1,705
Likes (Received): 161

Quote:
Originally Posted by Home Hug View Post
ทิวเขาที่เห็น ชื่อ เทือกเขาอันนัม เหรอ ชื่อออกแนวไปทางเวียดนามเลย หรือไม่ก็จีน
เทือกเขานี้ มันทอดตัวยาวมาตั้งแต่ภาคเหนือของจีน มาถึงภาคกลางของลาว
เป็นเขตกั้นพรมแดนระหว่างลาวกับเวียตนาม ตลอดความยาวของประเทศเลยนะครับ
ยาวไปจนถึงตอนเหนือของกัมพูชา

เลยทีเดียว

__________________
....... พระธาตุพนมค่าล้ำ .......
วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง
Augustines no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old January 7th, 2010, 12:34 PM   #342
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0


เยือนเมืองศรีโคตรบูรณ์อิ่มบุญอิ่มใจ
นมัสการพระธาตุพนมชมวัฒนธรรมไทย
จังหวัดนครพนม เป็นดินแดนพระบรมธาตุ เป็นที่ประดิษฐานขององค์พระธาตุพนม ซึ่งเป็นพระบรมธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างยิ่งทั้งจากประชาชนชาวไทยในภูมิภาคต่าง ๆ รวมถึงพี่น้องชาวลาวที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม ตลอดทั้งในจังหวัดยังมีพระธาตุที่สำคัญอีกหลายแห่ง เป็นพระธาตุบริวารซึ่งแสดงให้เห็นถึงศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาที่มีมาอย่างต่อ เนื่องและยาวนาน

พระเจดีย์พระธาตุพนม ประดิษ ฐานอยู่ที่ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 52 กม. สร้างเป็นสถูป ทางพระพุทธศาสนาจะสร้างตามลัทธิมหายานหรือหินยาน ไม่มีที่สังเกตเหมือนอย่างที่พิมาย และไม่มีเค้าโครงของศาสนาพราหมณ์เจือปนอยู่เลย บรรดาเจดีย สถานในพระพุทธศาสนา ซึ่งสร้างในสมัยของทั้งในเขมรและเมืองไทยที่สร้างสถูปเป็นประธาน มีแต่พระธาตุพนมแห่งเดียว หาที่อื่นไม่มี

ตามตำนานอุรังคธาตุเล่าว่า สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 8 โดยเจ้าเมือง 5 องค์ คือ พญาสุวรรณภิงคาระ พญาดำแดง พญาอินทปัตถะนคร พญาจุลนีพรหมทัต และพญานนทเสน โดย พระมหากัสสป เถระ พร้อมด้วยพระอรหันต์ 500 รูป ได้ อัญเชิญพระอุรังคธาตุมาประดิษฐานใน พระเจดีย์แห่งนี้ ต่อมาในปี พ.ศ. 500 พญา สุมิตตธรรมวงศา ได้บูรณะพระเจดีย์แห่งนี้เป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2157 พระยานครหลวงพิชิตราชบุรีศรีโคตรบูรณ์ เจ้าเมืองนคร พนมได้บูรณะเป็นครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2233-2235 พระครูโพน สะเม็ก พระมหาเถระแห่งเมืองเวียงจันทน์ ได้นำชาวบ้านมาบูรณะเป็นครั้งที่ 3 ในปี พ.ศ. 2444 พระครูวิโรจน์รัตโนบล เจ้าอาวาสวัดทุ่งศรีเมือง ได้เป็นผู้บูรณะเป็นครั้งที่ 4 และ ในปี พ.ศ. 2483-2484 จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้เป็นผู้นำเสริมยอดองค์พระธาตุพนมให้สูงสง่าขึ้น

จนกระทั่งในวันที่ 11 สิงหาคม 2518 เวลา 19.38 น. พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงมาทั้งองค์ ประชาชนทั่วประเทศต่างโศกเศร้าเสียใจ จึงได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์ให้รัฐบาลร่วมก่อสร้างองค์พระธาตุพนมขึ้นมาใหม่ ตามแบบเดิม การก่อสร้างเสร็จสิ้นสมัยของ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นบรรจุในองค์ พระธาตุพนม เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2522 นอกจากพระบรมสารีริกธาตุแล้ว ยังมีของมีค่าอีกมากมายนับหมื่นชิ้น โดยเฉพาะฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุพนม มีน้ำหนักถึง 110 กิโลกรัม เป็นเนื้อทองบริสุทธิ์หนัก 7 กิโลกรัม

งานนมัสการพระธาตุพนม เป็นประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันขึ้น 8 ค่ำ ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 รวม 9 วัน 9 คืน ซึ่งในปีนี้ ตรงกับวันที่ 23-31 มกราคม 2553 โดยวันขึ้น 15 ค่ำ (วันมาฆบูชา) ถือเป็นวันไหว้องค์พระธาตุพนม ทั้งนี้เพื่อการดำรงพุทธศาสนา และสืบสานประเพณีท้องถิ่นที่มีมาแต่โบราณ นอกจากนี้พระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำปีของผู้ที่เกิดปีวอก และเป็น 1 สถานในเส้นทางไหว้พระธาตุประจำวันของจังหวัดนครพนม คือ เป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ เชื่อว่าผู้ใดได้ไปนมัสการจะได้รับอานิสงส์มีผู้คนให้ความเคารพนับถือ

ภายในงานมีหลากหลายกิจกรรมที่โดดเด่น และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ประเพณีนมัสการพระธาตุพนมเป็นประเพณีประจำปีสมโภชองค์พระธาตุพนม ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ของประชาชนชาวไทย-ลาว สองฟากฝั่งโขง ในวันงานประชาชนจาก ทั่วทุกสารทิศของไทยและชาวลาวต่างเดินทางกันมาร่วมพิธีกรรมมากมาย งานมหรสพสมโภชคึกคักสนุกสนานจัดเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสานงาน หนึ่ง ในวันที่ 23 มกราคม 2553 (พิธีเปิดงาน) เวลา 07.30 น. พระเทพวรมุนี เจ้าคณะจังหวัดนครพนม กับ นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ ผวจ.นครพนม อัญเชิญ “พระอุปคุต” จากแม่น้ำโขง (ซึ่งสมมุติเป็นมหาสมุทรที่อยู่จำพรรษาของ พระเถระรูปนี้ในอดีตกาล) บริเวณท่าด่าน อ.ธาตุพนม แห่มาประดิษฐานไว้ในบริเวณลานพระธาตุพนม

เชื่อกันว่า “พระอุปคุต” เป็นพระเถระองค์สำคัญที่มีบทบาทในทางทรงอานุ ภาพและมีฤทธิ์เดช ปราบปรามสิ่งเลวร้ายในงานพิธีใหญ่ ๆ มาแต่โบราณ

การอัญเชิญพระอุปคุตในงานนมัส การพระธาตุพนม เชื่อกันว่าเพื่อคุ้มครองการจัดงานนมัสการพระธาตุพนมให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

เวลา 09.00 น. ประกอบพิธีคารวะองค์พระธาตุพนม เชื่อกันว่าเพื่อคุ้มครองการจัดงานนมัสการพระธาตุพนมให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

เวลา 10.15 น. การรำบูชาพระธาตุพนม เป็นการรวมตัวของชนพื้นเมืองต่าง ๆ รวม 7 เผ่า ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนครพนม แต่งกายด้วยเสื้อผ้าประจำเผ่าของตน และร่ายรำในท่วงท่าอันงดงามเพื่อบูชาองค์พระธาตุพนม การรำบูชาพระธาตุ พนมนี้จะแสดงในวันเปิดงานเพียงวันเดียวเท่านั้น

ส่วนวันเสาร์ ที่ 30 มกราคม 2553 (วันมาฆบูชา) พิธีเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุพนม โดยในวันนี้ชาวพุทธถือว่าเป็นวันที่มีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้า รวม 2 ประการ คือ เป็นวันที่แสดงโอวาทปาติโมกข์ และเป็นวันปลงอายุสังขาร หลังจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้และสั่งสอนพระธรรมมาเป็นระยะเวลา 45 ปี พระองค์ทรงปลงมายุสังขาร คือ ตั้งพระทัยว่า “ต่อแต่นี้ไปอีก 3 เดือน เราจักเสด็จดับขันธปรินิพพาน” การปลงอายุสังขาร ตรงกับวันมาฆบูชาในปีที่พระพุทธองค์ มีพระชนมายุ 80 พระชันษา จึงได้ถือเอาเหตุนี้ ประกอบการสักการบูชาพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ โดยในการนี้จึงได้จัดพิธีเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุพนมขึ้น

สำหรับกิจกรรมที่นิยมปฏิบัติกันในระหว่างวันงาน คือ การแห่กองบุญ (ผ้าป่า) รอบองค์พระธาตุพนม จากนั้นจะนำไปถวายวัด การเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุพนม การนมัสการหรือกราบพระธาตุพนม จะบูชาด้วยดอกไม้ธูปเทียน ปิดทองคำเปลว กล่าวคำนมัสการ ซึ่งถือว่าเสมือนหนึ่งได้ไปนมัสการองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นสิริมงคลแก่ ชีวิตยิ่งนัก กิจกรรม อื่น ๆ อาทิ การออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและสินค้านานาชนิด การละเล่นพื้นเมือง การแสดงมหรสพสมโภชตลอดงาน เป็นต้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมงานได้ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน.

เดลินิวส์ออนไลน์
วันพฤหัสบดี ที่ 07 มกราคม 2553 เวลา 0:00 น
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old January 7th, 2010, 03:07 PM   #343
Augustines
GEAR DINDANG #47
 
Augustines's Avatar
 
Join Date: Oct 2007
Location: Nakhon Phanom, Khon Kaen
Posts: 1,705
Likes (Received): 161

งานอะเมซิ่งฤดูหนาว จังหวัดนครพนม 2553



จังหวัดนครพนม จัดงานอเมซิ่งฤดูหนาว 2553 เพื่อจัดหาทุนการศึกษา และทุนก่อสร้างโรงเรียน สำหรับเด็กยากจน

กิติพัฒน์ อภัยโส ส.ปชส.นครพนม (7/1/2010)

นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวถึงความเป็นมาของการจัดงาน อเมซิ่งฤดูหนาว จังหวัดนครพนม ปี 2553 ว่า สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม เป็นหน่วยงานซึ่งเป็นตัวแทนสภากาชาดไทย มีหน้าที่ในการดำเนินการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ผู้ประสบสาธารณภัยต่างๆ และราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนในถิ่นทุรกันดาร และท้องถิ่นทั่วไป ตลอดจนส่งเสริม/สนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียน นักศึกษา ในจังหวัดนครพนมที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ไห้มีโอกาสได้รับการศึกษา ทั้งในยามปกติ ยามเกิดภัยพิบัติ และภัยสงคราม รวมทั้งการสนับสนุนสมทบทุนในการก่อสร้างโรงเรียนที่ถูกไฟไหม้ หรือเกิดภัยพิบัติต่างๆ ตลอดจนส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ของจังหวัดนครพนม ซึ่งในการดำเนินการของเหล่ากาชาด จังหวัดนครพนม ต้องอาศัยความร่วมมือ ความเสียสละ ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน พ่อค้า และประชาชนทั่วไป ในการดำเนินกิจกรรม

จังหวัดนครพนมโดยสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม การท่องเที่ยวแห่งประเทศ จึงได้ร่วมมือกันจัดงานกิจกรรม อเมซิ่งฤดูหนาว จังหวัดนครพนม ปี 2553 ขึ้น ในระหว่างวันที่ 7-15 มกราคม 2553 ณ บริเวณหน้าสนามศาลากลางจังหวัดนครพนม เพื่อจัดหารายได้สำหรับเป็นทุนการศึกษา และเป็นทุนสมทบการก่อสร้าง โรงเรียนยากจนในชนบทจังหวัดนครพนม กิจกรรมในงานประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ ด้านการท่องเที่ยว ลาว เวียดนาม อินโดจีน การจำหน่ายสินค้าโอทอป 5 ดาว การจำหน่ายสินค้าราคาถูก และการแสดงของศิลปินเพลง จากค่ายต่างๆ เช่น

ในคืนวันที่ 7 มกราคม 2553 วงโปงลางออนซอน และการแสดงศิลปะ ไทยลาวเวียดนาม
8 มกราคม 2553 วงดนตรีไหมไทย ใจตะวัน
9 มกราคม 2553 คาราบาวตีสิบ
10มกราคม 2553 ปูตีสิบ
11มกราคม 2553 วงพี ดันดาราปะทะ ตั๊กแตน ดันดาร
12มกราคม 2553 เสกโลโซ
13มกราคม 2553 เอเชีย ปะทะเล้าโลม วงใหญ่
14มกราคม 2553 บิ๊กวัน กันทรลักษณ์
15 มกราคม 2553 บัวผัน ทังโส ปะทะเด่นชัย

นอกจากนี้ยังได้รายได้อีกส่วนหนึ่งจาก กิจกรรมสมัครใจ ร้องเพลงเพื่อบริจาคเงิน รำวงลีลาศ การจำหน่ายโต๊ะอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อการกุศล ซึ่งจัดขึ้นในคืนวันที่ 14 มกราคม 2553 ณ บริเวณลานจอดรถศาลากลางจังหวัด หลังเก่า อีกด้วย

จึงขอเชิญชวน พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครพนม และท่านที่สนใจ ร่วมในงานครั้งนี้ โดยพร้อมเพรียงกัน
__________________
....... พระธาตุพนมค่าล้ำ .......
วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง
Augustines no está en línea   Reply With Quote
Old January 9th, 2010, 02:30 AM   #344
coolbeerz
ABOUT i 'm :
 
coolbeerz's Avatar
 
Join Date: Dec 2009
Location: @TRANG - BKK
Posts: 2,804
Likes (Received): 56

สวัสดีวันเด็กพี่น้องชาว นครพนม ขอให้สนุกสนาน เฮฮา เป็นกันเด็กกันถ้วนหน้านะครับ

__________________
____________

ที่นี่ "เมืองตรัง"
เมืองสวยงามที่ไม่เล็กจนเงียบเหงา ไม่ใหญ่โตจนพลุกพล่าน



#Trang : The Emerald of the Andaman
#Trang : Robinson Lifestyle Center
#Trang : Underground Powerlines Project
llllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllll
coolbeerz no está en línea   Reply With Quote
Old January 15th, 2010, 05:29 AM   #345
boondham
Registered User
 
Join Date: Jul 2009
Location: Chiang rai - Bangkok
Posts: 10,852
Likes (Received): 174

เชิญเที่ยวงานนมัสการพระธาตุพนม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 มกราคม 2553 10:20 น.



จังหวัดนครพนม ร่วมกับททท. ชวนเที่ยว "งานนมัสการพระธาตุพนม ประจำปี 2533" ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 23 - 31 มกราคม 2553 ณ วัดพระธาตุพนม อ.ธาตุพนม จังหวัดนครพนม เพื่อเป็นการดำรงพุทธศาสนา และสืบสานประเพณีท้องถิ่นอันดีงามของชาวนครพนมที่มีมาแต่โบราณ และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ พิธีอัญเชิญพระอุปคุตจากริมแม่น้ำโขงแห่ไปวัดพระธาตุพนม พิธีคารวะองค์พระธาตุพนม ถวายข้าวพีชภาค การแห่กองบุญ (ผ้าป่า) รอบองค์พระธาตุพนม การละเล่นพื้นเมือง การแสดงมหรสพสมโภช

พงษ์ศิริ กุสุมภ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า จังหวัดนครพนม ร่วมกับ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ททท.สำนักงานนครพนม หน่วยงานภาครัฐและเอกชน กำหนดจัดงานบุญยิ่งใหญ่ “งานนมัสการพระธาตุพนม ประจำปี 2553” ขึ้น ระหว่างวันที่ 23-31 ม.ค. 53 ณ บริเวณวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เพื่อเป็นการดำรงพุทธศาสนา และสืบสานประเพณีท้องถิ่นอันดีงามของชาวนครพนมที่มีมาแต่โบราณที่ได้จัดงานนมัสการพระธาตุพนมเป็นประจำทุกปีในวันขึ้น 8 ค่ำ ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 รวม 9 วัน 9 คืน และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ภายในงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันเปิดงานวันที่ 23 มกราคม 2553 เวลา 08.00 น. จะประกอบพิธีอัญเชิญพระอุปคุตจากริมแม่น้ำโขงแห่ไปวัดพระธาตุพนม พิธีคารวะองค์พระธาตุพนม ถวายข้าวพีชภาค การแห่กองบุญ (ผ้าป่า) รอบองค์พระธาตุพนม จากนั้นจะนำไปถวายวัด การเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุพนม นอกจากนี้ยังมีการรำบูชาพระธาตุพนม การออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและสินค้านานาชนิด การละเล่นพื้นเมือง การแสดงมหรสพสมโภชตลอดงาน เป็นต้นพุทธศาสนิกชนสามารถเดินเที่ยวชมงานได้ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน

ด้านวิชุกร กุหลาบศรี ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครพนม เชิญชวนให้เดินทางไปเที่ยวงานนมัสการพระธาตุพนม ประจำปี 2553 ซึ่งพระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำปีของผู้ที่เกิดปีวอก และเป็น 1 ในเส้นทางไหว้พระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ เชื่อว่าผู้ใดได้ไปนมัสการจะได้รับอานิสงส์มีผู้คนให้ความเคารพนับถือ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะได้เลือกชิมมันแกวหวานสด ๆ จากไร่ริมแม่น้ำโขงที่กำลังออกผลผลิตซึ่งเกษตรกรได้นำมาจำหน่ายทั่วไปทั้งในบริเวณวัดและตามถนนหนทางรอบ ๆ วัดพระธาตุพนมด้วย อีกทั้งยังสามารถเดินทางไปไหว้พระธาตุวันเกิดอีก 6 พระธาตุในจังหวัดนครพนม และเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงของจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวได้ที่ ททท.สำนักงานนครพนม โทร 0-4251-3490 เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. หรือเข้าไปที่เว็บไซต์กลุ่มจังหวัดสนุก www.tatsanuk.com


http://www.manager.co.th/Travel/View...=9530000005301
__________________
........................
boondham no está en línea   Reply With Quote
Old January 25th, 2010, 04:28 AM   #346
Augustines
GEAR DINDANG #47
 
Augustines's Avatar
 
Join Date: Oct 2007
Location: Nakhon Phanom, Khon Kaen
Posts: 1,705
Likes (Received): 161

กำหนดการงานนมัสการพระธาตุพนมปี 2553
เริ่มวันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2553 - วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม 2553 รวม 9 วัน 9 คืน


บริเวณงาน จัดขึ้นที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร (พระอารามหลวง) อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
ถนนชยางกูร ช่วงช่วงตั้งแต่หน้า รร.ธาตุพนม - หน้าวัดธาตุ - สามแยกไป รพ.สมเด็จพระยุพราช
ถนนหน้าพระธาตุ ถึงประตูโขง



ตำนานพระธาตุพนม

พระธาตุพนมหรือเรียกตามแผ่นทองจารึกซึ่งจารึกไว้ในสมัยเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็กแห่งนครเวียงจันทน์มาบูรณะใน พ.ศ. ๒๒๓๖ - ๔๕ ว่า "ธาตุปะนม" เป็นพุทธเจดีย์ที่บรรจุพระอุรังคธาตุ
( กระดูกส่วนพระอุระ ) ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีรูปทรงสี่เหลี่ยม ประดับตกแต่งด้วยศิลปลวดลายอันวิจิตรประณีตทั้งองค์ มีความหมายทางพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง สูงจากระดับพื้นดิน ๕๓ เมตร ฉัตรทองคำสูง ๔ เมตร รวมเป็น ๕๗ เมตร ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ห่างจากแม่น้ำโขงอันเป็นเส้นกั้นแดนระหว่างประเทศลาวกับประเทศไทยประมาณ ๕๐๐ เมตร และห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๘๐๐ กิโลเมตร

ในตำนานพระธาตุพนมกล่าวไว้ว่า องค์พระธาตุพนมสร้างครั้งแรกในราว พ.ศ. ๘ ในสมัยอาณาจักรศรีโคตบูรกำลังเจริญรุ่งเรืองอยู่ โดยท้าวพญาทั้ง ๕ อันมีพญาศรีโคตบูร เป็นต้น และพระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ อันมีพระมหากัสสปะเถระเป็นประมุข

ลักษณะการก่อสร้างในสมัยแรกนั้น ใช้ดินดิบก่อขึ้นเป็นรูปเตาสี่เหลี่ยม แล้วเผาให้สุกทีหลัง กว้างด้านละสองวาของพระมหากัสสปะ สูงสองวา ข้างในเป็นโพรง มีประตูเปิดทั้งสี่ด้าน เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้าที่พระมหากัสสปะเถระนำมาจากประเทศอิเนเดีย ประดิษฐานไว้ข้างใน แล้วปิดประตูทั้งสี่ด้าน แต่ยังปิดไม่สนิททีเดียว ยังเปิดให้คนเข้าไปสักการะบูชาได้อยู่บางโอกาส ในตำนานพระธาตุพนมบอกว่า "ยังมิได้ฐานปนาให้สมบูรณ์" นี้ก็หมายความวว่า ยังมิได้ปิดประตูพระธาตุให้มิดชิดนั่นเอง พึ่งมาสถาปนาให้สมบูรณ์ในราว พ.ศ. ๕๐๐

ท้าวพญาทั้ง ๕ ผู้มาเป็นประมุขประธานในการก่อสร้างพระธาตุพนมในครั้งนั้น เป็นเจ้าผู้ครองนครในแคว้นต่าง ๆ คือ
๑. พญาจุลณีพรหมทัค ครองแคว้นจุลมณี ก่อด้านตะวันออก
๒. พญาอินทปัตถนคร ครองเมืองอินทปัตถนคร ก่อด้านตะวันตก
๓. พญาคำแดง ครองเมืองหนองหานน้อย ก่อด้านตะวันตก
๔. พญานันทเสน ครองเมืองศรีโคตบูร ก่อด้านเหนือ
๕. พญาสุวรรณภิงคาร ครองเมืองหนองหานหลวง ก่อขึ้นรวมยอดเข้าเป็นรูปฝาละมี

องค์พระธาตุพนม ได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ในยุคต่อมาโดยลำดับ ซึ่งจะได้นำมาเขียนไว้โดยสังเขปดังนี้
๑. การบูรณะครั้งที่ ๑ ในราว พ.ศ. ๕๐๐ โดยมีพญาสุมิตธรรมวงศา แห่งเมืองมรุกขนคร และพระอรหันต์ ๕ องค์ เป็นประธาน ในการบูรณะครั้งนั้น ได้เอาอิฐซึ่งเผาให้สุกดีแล้วมาก่อต่อเติมจากยอดพระธาตุพนมองค์เดิมให้สูงขึ้นไปอีกประมาณ ๒๔ เมตร ( สันนิษฐานดูตามลักษณะก้อนอิฐหลังจากองค์พระธาตุพนมหักพังลงแล้ว ) แล้วอัญเชิญพระอุรังคธาตุออกจากอุโมงค์เดิม ซึ่งทำการบรรจุตั้งแต่สมัยพระมหากัสสปเถระ ขึ้นไปประดิษฐานไว้ใหม่ที่ใจกลางพระธาตุชั้นที่สอง แล้วปิดประตูอย่างมิดชิด หรือสถาปนาไว้อย่างสมบูรณ์ ( เวลานี้พบแล้ว อยู่สูงจากระดับพื้นดิน ๑๔.๗๐ เมตร )

๒. การบูรณะครั้งที่ ๒ เมื่อ พ.ศ. ๒๑๕๗ โดยมีพระยานครหลวงพิชิตราชธานีศรีโคตบูร แห่งเมืองศรีโคตบูร เป็นประธาน ได้โบกสะทายตีนพระธาตุทั้งสี่ด้าน และสร้างกำแพงรอบพระธาตุ พร้อมทั้งซุ้มประตู และเจดีย์หอข้าวพระทางทิศตะวันออกพระธาตุ ๑ องค์ ( ถูกพระธาตุหักพังทับยับเยินหมดแล้ว )

๓. การบูรณะครั้งที่ ๓ เมื่อ พ.ศ. ๒๒๓๖ - ๔๕ โดยมีเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็กแห่งนครเวียงจันทน์เป็นประธาน การบูรณะครั้งนี้ ได้ใช้อิฐก่อต่อเติมจากพระธาตุชั้นที่สองซึ่งทำการบูรณะใน พ.ศ. ๕๐๐ ให้สูงขึ้นอีกประมาณ ๔๓ เมตร ได้มีการปรับปรุงที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุใหม่ โดยสร้างอูบสำริดครอบเจดีย์ศิลาอันเป็นที่บรรจุบุษบกและผอบพระอุรังคธาตุไว้อย่างแน่นหนา และได้บรรจุพระพุทธรูปเงิน ทอง แก้ว มรกต และอัญมณีอันมีค่าต่าง ๆ ไว้ภายในอูบสำริดและนอกอูบสำริดไว้มากมาย มีจารึกพระธาตุพนมว่า "ธาตุปะนม" (ประนม)

๔. การบูรณะครั้งที่ ๔ ใน พ.ศ. ๒๓๕๐ - ๕๖ โดยมีเจ้าอนุวงศ์แห่งนครเวียงจันทน์เป็นประธาน ได้ทำฉัตรใหม่ด้วยทองคำ ประดับด้วยเพชรพลอยสีต่าง ๆ ประมาณ ๒๐๐ เม็ด และได้ทำพิธียกฉัตรขึ้นสู่ยอดพระเจดีย์ในปีนั้น ( พ.ศ. ๒๓๕๖ ) ( ฉัตรนี้ ได้นำลงมาเก็บรักษาไว้ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารใน พ.ศ. ๒๔๙๗ )

๕. การบูรณะครั้งที่ ๕ โดยมีพระครูวิโรจน์รัตโนบล วัดทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธาน ได้ซ่อมแซมโบกปูนองค์พระธาตุพนมใหม่ ลงรักปิดทองส่วนบนประดับแก้วติดดาวที่ระฆัง แผ่แผ่นทองคำหุ้มยอด ปูลานพระธาตุ ซ่อมแซมกำแพงชั้นในและชั้นกลาง

๖. การบูรณะครั้งที่ ๖ ใน พ.ศ. ๒๔๘๓ - ๘๔ รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ชุมจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ให้กรมศิลปากรอันมีหลวงวิจิตราวาทการเป็นหัวหน้า สร้างเสริมครอบพระธาตุพนมองค์เดิมด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กตั้งแต่ชัน้ที่ ๓ ขั้นไป และต่อยอดให้สูงขึ้นไปอีก ๑๐ เมตร รวมเป็น ๕๗ เมตร

๗. พ.ศ. ๒๔๙๗ รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ได้ทำฉัตรใหม่ด้วยทองคำ ซึ่งเป็นของวัดที่ได้จากประชาชนบริจาคและได้ทำพิธียกฉัตรในปีนั้น ฉัตรทองคำ มีเนื้อทองของวัดอยู่ประมาณ ๗ กิโลกรัม นอกนั้นเป็นโลหะสีทองหนักประมาณ ๒๐ กิโลกรัม ฉัตรหนักทั้งหมด ๑๑๐ กิโลกรัม ก่อนรื้อนั่งร้าน ทางวัดได้ขอแรงสามเณรวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร โบกปูนตั้งแต่ยอดซุ้มประตูพระธาตุชั้นที่ ๑ จนถึงยอดสุด ใช้เวลาทำงานอยู่ ๑ เดือนจึงแล้วเสร็จ
องค์พระธาตุพนม

๘. พ.ศ. ๒๕๐๐ ทางวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารได้ลงรักปิดทองพระธาตุพนมส่วนยอดประมาณ ๑๐ เมตรจนถึงก้านฉัตร ได้ขอแรงพระภิกษุสามเณรวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารช่วยทำ ใช้เวลาทำงานอยู่ ๑ เดือน กับ ๑๕ วัน จึงเสร็จเรียบร้อยดี

๙. พ.ศ. ๒๕๑๑ ทางวัดได้ขอแรงพระภิกษุสามเณรวัดพระธาตุพนม ลงรักปิดทองลวดลายองค์พระธาตุพนมช่วงบน ซึ่งทำการประดับใน พ.ศ. ๒๔๘๓ - ๘๔ ส่วนยอดสูงประมาณ ๕ เมตร ได้เอาแผ่นทองเหลืองหุ้มแล้วจึงลงรักปิดทอง ใช้เวลาทำงาน ๒ เดือนกว่าจึงแล้วเสร็จ

๑๐. ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ องค์พระธาตุพนมได้หักล้มลงไปทางทิศตะวันออกทั้งองค์ ทับวัตถุก่อสร้าง ๆ ซึ่งอยู่ในบริเวณนั้น เช่น หอพระทางทิศเหนือและทิศใต้ ศาลาการเปรียญและพระวิหารหอพระแก้วเสียหายหมด ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากฐานหรือพระธาตุชั้นที่ ๑ ซึ่งสร้างในสมัยแรกนั้นเก่าแก่มาก และไม่สามารถทานน้ำหนักส่วนบนได้ จึงเกิดพังทลายลงมาดังกล่าว

๑๑. วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๑๘ หลังจากองค์พระธาตุพนมพังทลายแล้ว ๒๐ วัน เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้ลงมือทำการรื้อถอนและขนย้ายซากปรักหักพังขององค์พระธาตุพนม ใช้แรงงานคนงานจำนวน ๕๐ คน ใช้เวลาในการรื้อถอนและขนย้ายอยู่ ๑๗๐ วันจึงเสร็จเรียบร้อยดี

๑๒. วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๑๘ ทำพิธีบูชาพระธาตุพนมและบวงสรวงดวงวิญญาณของบรรพบุรุษตลอดถึงเทพเจ้าผู้พิทักษ์องค์พระธาตุพนม และอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่พระธาตุจำลองชั่วคราว ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการก่อสร้างพระธาตุพนมองค์ใหม่ เมื่อสร้างพระธาตุพนมองค์ใหม่เสร็จแล้ว จะได้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ ที่เดิม

ในพิธีนี้มี ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และพระพิมลธรรม ( อาสภมหาเถระ ) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และในขณะเดียวกันก็ได้อัญเชีญเอาพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ที่พระธาตุจำลองด้วย

๑๓. วันที่ ๑๗ - ๑๘ ตุลาคม ๒๕๑๘ ( หลังจากองค์พระธาตุพนมหักพังแล้ว ๖๒ วัน ) ได้พบพระอุรังคธาตุหรือกระดูกส่วนหัวอกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรรจุอยู่ในผอบแก้ว หรือหลอดแก้ว ซึ่งมีสัณฐานคล้ายรูปหัวใจ ผอบแก้วใบนี้หุ้มทองมีช่องเจาะสี่ด้าน มีฝาทองคำปิดสนิทสูง ๒.๑ เซนติเมตร มีสีขาวแวววาวมาก คล้ายกับแก้วผลึก ภายในผอบมีน้ำมันจันทน์หล่อเลี้ยงอยู่และมีพระอุรังคธาตุบรรจุอยู่ ๘ องค์

๑๔. วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๑๘ ( หลังจากพบพระอุรังคธาตุแล้ว ๒ เดือน ๒๕ วัน ) ได้จัดสมโภชพระอุรังคธาตุขึ้นรวม ๗ วัน ๗ คืน งานเริ่มวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๑๘ ถึงวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๑๙
ในงานนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ได้ทรงเสด็จมาเป็นประธานในพิธี สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรงเป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์สถานที่ประกอบพิธีอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบริเวณวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือขององค์พระธาตุพนม

๑๕. วันที่ ๑๐ - ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๙ ทางวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ได้จัดงานเทศกาลประจำปี ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุออบมาให้พุทธศาสนิกชนสักการะบูชา และนำสิ่งของที่พบในองค์พระธาตุพนมออกมาให้ประชาชนชมตลอดงาน

๑๖. วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๑๙ บริษัท อิตาเลียน - ไทย ได้ขุดหลุมลงเข็มรากพระธาตุพนมองค์ใหม่ ต่อมาวันที่ ๒๘ - ๒๙ พฤษภาคม ศกเดียวกัน ทางวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อันมีพระเทพรัตนโมลี เป็นประธาน ได้ทำพิธีลงเข็มรากพระธาตุพนมเพื่อเป็นปฐมฤกษ์ในการก่อสร้างพระธาตุพนมองค์ใหม่

๑๗. วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๑๙ สมเด็จพระสังฆราช ได้เสด็จมาเยี่ยมคณะสงฆ์และประชาชนทั่วัดพระธาตุพนม ได้ตรวจดูการก่อสร้างองค์พระธาตุพนม และได้ทรงนมัสการพระอุรังคธาตุด้วย

๑๘. วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๙ ถึงวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๒๐ ทางวัดได้ขอแรงประชาชนในเขตอำเภอธาตุพนม มาขนเศษอิฐเศษปูนจากบริเวณสนามหญ้าข้างในวิหารคตออกไปกองไว้ข้างนอกทางด้านทิศเหนือ ซึ่งอยู่ใกล้หอพระนอน

๑๙. วันที่ ๑๙ มกราคม ถึงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐ ทางวัดได้จัดงานเทศกาลประจำปี ได้อัญเชิญพระบรมสารีกธาตุ ออกไปให้ประชาชนชมและสักการะบูชาอีก และมีการแสดงนิทรรศการของโบราณเหมือนปีก่อน

๒๐. วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๒๐ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ได้ลงมือประดับตกแต่งลวดลายองค์พระธาตุพนม

๒๑. วันที่ ๑๗ - ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๑ ทางวัดได้จัดงานเทศกาลประจำปี ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุออกมาให้ประชาชนได้สักการะบูชาจนตลอดงาน พระเทพรัตนโมลี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เจ้าคณะจังหวัดนครพนม และนายสมพร กลิ่นพงษา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธีอัญเชิญ ได้ทำพิธีแห่โดยตั้งขบวนแห่ที่ถนนหน้าวัดแล้วเดินทางไปตามถนนชยางกูร เลี้ยวเข้าถนนหน้าพระธาตุพนมจำลอง ตรงไปยังเบญจาซึ่งตั้งอยู่สนามหญ้าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือพระธาตุ แล้วอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่เบญจา เสร็จงานแล้วอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่เดิม ในงานนี้มีการแสดงนิทรรศการเหมือนปีก่อนฯ

๒๒. วันที่ ๖ - ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ ทางวัดได้จัดงานนมัสการพระธาตุพนมประจำปีเหมือนปีก่อน ๆ และได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุออกมาให้พุทธศาสนิกชนสักการะบูชาตลอดงาน พระเทพรัตนโมลี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร และนายพิชิต ลักษณะสมพงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธีอัญเชิญ ได้ทำพิธีแห่รอบองค์พระธาตุ ๑ รอบ แล้วจึงได้อัญเชิญขึ้นไปประดิษฐานไว้ บนพระเบญจาตลอด ๗ วัน ในวันสุดท้ายของงานพระเทพรัตนโมลี พร้อมด้วยพระสงฆ์และญาติโยมได้ทำพิธีคาระวะพระอุรังคธาตุ แล้วอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่เดิม ในงานนี้มีการนำเอาของมีค่าซึ่งค้นพบที่องค์พระธาตุพนมออกมาให้ประชาชนได้ชมจนตลอดงานเหมือนปีที่แล้วมา

๒๓. วันที่ ๒๑ - ๒๓ มีนาคม ๒๕๒๒ ทางรัฐบาลได้จัดพระราชพิธีบรรจุพระอุรังคธาตุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จมาเป็นประธานในพิธีบรรจุ ในวันแรกของงานได้ทำพิธีแห่พระอุรังคธาตุ ในวันที่ ๒ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายกทรงเป็นประธานยกฉัตรพระธาตุ ในวันที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จมาทรงบรรจุพระอุรังคธาตุ









__________________
....... พระธาตุพนมค่าล้ำ .......
วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง
Augustines no está en línea   Reply With Quote
Old January 25th, 2010, 09:36 AM   #347
tom2533
BANNED
 
Join Date: Dec 2009
Posts: 41
Likes (Received): 0

จริงด้วยครับ รู้สึกว่าจะมีแต่คุณ Augustines เด่นอยู่คนเดียว "ชาวนครพนมเสียไปใสเบิ๋ดน๊อ..." ( จากบอร์ดร้อยเอ็ดครับ tom2533 ) ว่าเเต่ คุณ Augustines เป็นคนจังหวัดอะไรครับ ขอนแก่นป่าว (ไปตอบผมในบอร์ดร้อยเอ็ดเด้อครับ)
tom2533 no está en línea   Reply With Quote
Old January 25th, 2010, 11:33 AM   #348
Home Hug
Registered User
 
Home Hug's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: ดินแดนคมขวาน
Posts: 11,405
Likes (Received): 575

นครพนม เมืองงามริมฝั่งโขง
__________________
--------------------------

Khon Kaen Let's Go Together
Home Hug no está en línea   Reply With Quote
Old January 25th, 2010, 04:52 PM   #349
lonelyboy
Registered User
 
lonelyboy's Avatar
 
Join Date: Jun 2009
Posts: 1,387
Likes (Received): 92

จังหวัดนครพนม ได้งบประมาณก่อสร้างทางรถไฟ และถนน4เลนจากนครพนมถึงสกลนคร เป็นของขวัญปีใหม่จากรัฐบาล
จังหวัดนครพนม ได้งบประมาณก่อสร้างทางรถไฟ และถนน4เลนจากนครพนมถึงสกลนคร เป็นของขวัญปีใหม่จากรัฐบาล นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า รัฐบาล นาย อภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะได้พิจารณาให้มีทางรถไฟคู่ขนานกับสะพานมิตรภาพแห่งที่3 ข้ามแม่น้ำโขงจังหวัดนครพนม พร้อมทั้ง เตรียมแผนจัดสร้างทางรถไฟจากบัวใหญ่นครราชสีมาถึงจังหวัดนครพนม พร้อมทั้งอนุมัติงบประมาณ ก่อสร้างถนน4เลนจากจังหวัดนครพนมถึงจังหวัดสกลนคร.
lonelyboy no está en línea   Reply With Quote
Old January 25th, 2010, 04:57 PM   #350
lonelyboy
Registered User
 
lonelyboy's Avatar
 
Join Date: Jun 2009
Posts: 1,387
Likes (Received): 92

สิงคโปร์-มาเลย์ผุดคอมเพล็กซ์-รีสอร์ตรับสะพานข้ามโขง 3

เผยทุนใหญ่มาเลเซียเตรียมทุ่มหลายพันล้าน สร้างเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ในเมืองท่าแขกรับสะพานข้ามแม้น้ำโขง 3 นครพนม-คำม่วน ชูจุดขายบ่อนพนันมุ่งจับกลุ่มนักพนันชาวไทย ขณะที่นักธุรกิจสิงคโปร์กว้านซื้อร่วมพันไร่เชิงสะพานฝั่งไทยสร้างที่พักรีสอร์ตหรูรับท่องเที่ยวโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม ชาวนครพนมวิตกประวัตศาสตร์ซ้ำรอยหนองคาย-มุกดาหารหลังสะพานสร้างเสร็จนักท่องเที่ยวไหลเข้าลาว-เวียดนามหมด เศรษฐกิจการค้าฝั่งไทยไม่โตอย่างที่คาดหวัง

นายประเสริฐ วงศ์มาลาสิทธิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ชาวนครพนมคาดหวังสูงมากกับโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 จ.นครพนม-แขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว ) ที่จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนบริเวณนี้ขยายตัวเติบโตมากขึ้น หลังสะพานฯเสร็จและเปิดให้บริการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับชายแดน ทั้งการค้า การท่องเที่ยว จะเกิดขึ้นตามมามากมาย เพื่อรองรับเส้นทางขนส่งแห่งใหม่ที่เชื่อมโยงภาคอีสาน ที่มีนครพนมเป็นประตูไปสู่แขวงคำม่วนตามเส้นทางหมายเลข 12 ไปยังแขวงบอลิคำไซออกสู่ทะเลจีนใต้ จ.กว่างบิง ประเทศเวียดนาม

เส้นทางขนส่งเชื่อมไทย-สปป.ลาวและภาคกลางตอนบนเวียดนามตามเส้นทางนี้ เมื่อเทียบกับเส้นทางหมายเลข 9 จากแขวงสะหวันนะเขต-ดานัง จะใช้เวลาเดินทางที่สั้นกว่า ประมาณ 200 กิโลเมตร(กม.)เท่านั้น ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่ง ร่นระยะเวลาเดินทางได้มาก เหมาะที่จะลงทุนด้านลอจิสติกส์ขนส่งสินค้าในกลุ่มประเทศอินโดจีน

สำหรับการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ คืบหน้าประมาณ 30% โดยฝั่งไทยได้ก่อสร้างเสาเข็มตอม่อราว 19 ต้นเสร็จแล้ว โดยรัฐบาลไทยได้สนับสนุนงบก่อสร้างราว 1,700 ล้านบาท ความยาวสะพาน 1,423.1 เมตร กว้าง 13 เมตร มีรางรถไฟเชื่อมต่อ 2 ประเทศบริเวณจุดกึ่งกลางสะพาน ตามสัญญาใช้เวลาก่อสร้าง 30 เดือน จุดสร้างสะพานฯฝั่งไทยอยู่ตรงบริเวณบ้านห้อม ต.อาจสามารถ ฝั่งลาวอยู่ที่บ้านเวินใต้ เมืองท่าแขก

นายประเสริฐเปิดเผยต่อในส่วนของความเคลื่อนไหวของภาคเอกชนที่เตรียมลงทุนรองรับกับการเติบโตของเศรษฐกิจบนเส้นทางสายดังกล่าวว่า ในฝั่งเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน บริเวณเชิงสะพานฯ กลุ่มทุนจากประเทศมาเลเซียได้ลงนามสัมปทานจากรัฐบาลสปป.ลาวไปแล้ว เพื่อลงทุนในโครงการ ?ท่าแขก ซิตี้? เป็นโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ ภายในโครงการมีบริการความบันเทิงครบวงจร ทั้งโรงแรมที่พัก รีสอร์ต ศูนย์การค้า สนามกอล์ฟ บ่อนกาสิโนฯลฯ โดยใช้เงินลงทุนหลายพันล้านบาท


กลุ่มทุนมาเลเซียกลุ่มนี้น่าจะเป็นกลุ่มทุนเดียวกันที่ลงทุนในหลายๆ โครงการในลาว เขาเล็งเห็นว่าอนาคตเมื่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงจุดนี้เสร็จ เมืองท่าแขกจะเป็นชุมทางการค้า การท่องเที่ยวที่ไม่น้อยหน้าจุดอื่น ที่สำคัญบ่อนกาสิโนจะเป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักการพนันชาวไทยได้มาก? นายประเสริฐกล่าว และเล่าต่อว่า

ในส่วนของฝั่งไทย จ.นครพนม ที่ดินสองฟากถนนจากตัวเมืองไปยังต.อาจสามารถ บริเวณจุดสร้างสะพานฯที่ดินทำเลสวยๆส่วนใหญ่ได้มีการซื้อขายเปลี่ยนมือไปอยู่ในกรรมสิทธิ์ของพ่อค้านักลงทุนแล้วเช่นกัน เพื่อเตรียมพัฒนาในจังหวะที่เหมาะสมในอนาคต ในจำนวนนี้มีอยู่ 2 แปลงที่น่าจับตามอง คือ แปลงแรกพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่บริเวณใกล้กับจุดก่อสร้างสะพานฯ นักธุรกิจสัญชาติสิงคโปร์ได้ซื้อไว้ คาดว่าจะลงทุนในโครงการที่พักรีสอร์ตระดับหรูที่เน้นขายทัวร์เอาต์บาวนด์

อีกแปลงหลายร้อยไร่เช่นกัน เป็นของนายทุนสวนยางพาราจากภาคใต้ เจ้าของธุรกิจเรือยอชต์ รายใหญ่ในจังหวัดภูเก็ต ส่วนจะลงทุนในโครงการประเภทใดนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด โดยที่ดินผืนนี้มีการซื้อขายในช่วงเศรษฐกิจขาลงเมื่อราว 10ปีก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม นายประเสริฐระบุว่า สิ่งที่ตนรวมถึงชาวนครพนมจำนวนไม่น้อยต่างวิตก คือ หลังเปิดใช้สะพานฯแห่งนี้แล้ว จังหวัดนครพนมจะเป็นเพียงแค่ทางผ่าน อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเดินทางข้ามไปท่องเที่ยวฝั่งลาวและเมืองชายแดนประเทศเวียดนาม มากกว่าจะท่องเที่ยวพักผ่อนใช้จ่ายในนครพนม ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นแล้วทั้งที่หนองคายและมุกดาหาร

โดยเฉพาะมุกดาหาร ทุกวันนี้มีรถบัสพานักท่องเที่ยวชาวไทยข้ามไปยังแขวงสะหวันนะเขตและต่อเข้าไปยังเวียดนามแต่ละวันประมาณ 30 คัน โดยไม่แวะพักใช้จ่ายในฝั่งไทยเหมือนที่คาดหวังกันไว้แต่อย่างใด อย่างมากแค่แวะรับประทานอาหารเพื่อรอเดินทางต่อเท่านั้น ที่น่าสนใจไปมากกว่านั้น ทุกวันนี้บ่อนพนันที่ตั้งอยู่ในแขวงสะหวันนะเขตจัดรถรับส่งนักพนัน นักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าไปยังบ่อนฟรีอีกด้วย

ประเด็นปัญหาเมื่อมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแล้ว นักท่องเที่ยวจะนั่งรถข้ามโขงไปเลย โดยที่จังหวัดชายแดนฝั่งไทยไม่ได้ประโยชน์เหมือนที่คาดหวังกันนั้น เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายต้องร่วมกันหาทางออก เรามีบทเรียนทั้งสะพานหนองคาย สะพานมุกดาหาร ต้องหาจุดเด่นหรือกิจกรรมที่น่าสนใจที่สามารถดึงนักท่องเที่ยวให้แวะค้างคืนใช้จ่ายในนครพนมก่อนเดินทางต่อ หากไม่เช่นนั้นคนท้องถิ่นไม่ได้อะไรเลยจากสะพานข้ามแม่น้ำโขง?นายประเสริฐระบุ
lonelyboy no está en línea   Reply With Quote
Old January 26th, 2010, 03:36 AM   #351
Augustines
GEAR DINDANG #47
 
Augustines's Avatar
 
Join Date: Oct 2007
Location: Nakhon Phanom, Khon Kaen
Posts: 1,705
Likes (Received): 161

Quote:
Originally Posted by lonelyboy View Post
จังหวัดนครพนม ได้งบประมาณก่อสร้างทางรถไฟ และถนน4เลนจากนครพนมถึงสกลนคร เป็นของขวัญปีใหม่จากรัฐบาล
จังหวัดนครพนม ได้งบประมาณก่อสร้างทางรถไฟ และถนน4เลนจากนครพนมถึงสกลนคร เป็นของขวัญปีใหม่จากรัฐบาล นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า รัฐบาล นาย อภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะได้พิจารณาให้มีทางรถไฟคู่ขนานกับสะพานมิตรภาพแห่งที่3 ข้ามแม่น้ำโขงจังหวัดนครพนม พร้อมทั้ง เตรียมแผนจัดสร้างทางรถไฟจากบัวใหญ่นครราชสีมาถึงจังหวัดนครพนม พร้อมทั้งอนุมัติงบประมาณ ก่อสร้างถนน4เลนจากจังหวัดนครพนมถึงจังหวัดสกลนคร.
เส้นทางจากนครพนม - สกลนคร เป็นสี่เลนแล้วคือบริเวณ
จากตัวเมืองนครพนม ถึง สนามบินนครพนม ระยะทางประมาณ 16 กม.
บริเวณบ้านเทพพนม ถึงค่ายพระยอดเมืองขวาง ระยะทางประมาณ 7 กม.
เทศบาลตำบลกุสุมาลย์ ระยะทางประมาณ 3 กม.
บริเวณหน้าจุดชมวิวหนองหาน ถึงบ้านเชียงเครือ ระยะทางประมาณ 8 กม.
สี่แยกบ้านธาตุ ถึงตัวเมืองสกลนคร ระยะทางประมาณ 10 กม.

ตอนนี้มีบริเวณที่กำลังก่อสร้าง น่าจะเป็นงบไทยเข้มแข็งนี่หล่ะครับ
เป็นส่วนที่ก่อสร้างต่อจากบ้านเทพพนม ถึง บริเวณหน้าสนามบินนครพนม ระยะทางประมาณ 4 กม.

นครพนม กับสกลนคร มีระยะทางห่างกัน 98 กม.
เป็นถนนสี่เลนแล้ว 48 กม.

หวังว่างบที่ท่านนายกมาร์ค ตั้งมาให้ คงจะเพียงพอกับการสร้างสี่เลนอีก 50 กม. ที่เหลือนะครับ
(อย่ากินกันซะก่อนหล่ะ)

__________________
....... พระธาตุพนมค่าล้ำ .......
วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง
Augustines no está en línea   Reply With Quote
Old January 26th, 2010, 03:44 AM   #352
Augustines
GEAR DINDANG #47
 
Augustines's Avatar
 
Join Date: Oct 2007
Location: Nakhon Phanom, Khon Kaen
Posts: 1,705
Likes (Received): 161

Quote:
Originally Posted by lonelyboy View Post
สิงคโปร์-มาเลย์ผุดคอมเพล็กซ์-รีสอร์ตรับสะพานข้ามโขง 3

เผยทุนใหญ่มาเลเซียเตรียมทุ่มหลายพันล้าน สร้างเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ในเมืองท่าแขกรับสะพานข้ามแม้น้ำโขง 3 นครพนม-คำม่วน ชูจุดขายบ่อนพนันมุ่งจับกลุ่มนักพนันชาวไทย ขณะที่นักธุรกิจสิงคโปร์กว้านซื้อร่วมพันไร่เชิงสะพานฝั่งไทยสร้างที่พักรีสอร์ตหรูรับท่องเที่ยวโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม ชาวนครพนมวิตกประวัตศาสตร์ซ้ำรอยหนองคาย-มุกดาหารหลังสะพานสร้างเสร็จนักท่องเที่ยวไหลเข้าลาว-เวียดนามหมด เศรษฐกิจการค้าฝั่งไทยไม่โตอย่างที่คาดหวัง

นายประเสริฐ วงศ์มาลาสิทธิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ชาวนครพนมคาดหวังสูงมากกับโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 จ.นครพนม-แขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว ) ที่จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนบริเวณนี้ขยายตัวเติบโตมากขึ้น หลังสะพานฯเสร็จและเปิดให้บริการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับชายแดน ทั้งการค้า การท่องเที่ยว จะเกิดขึ้นตามมามากมาย เพื่อรองรับเส้นทางขนส่งแห่งใหม่ที่เชื่อมโยงภาคอีสาน ที่มีนครพนมเป็นประตูไปสู่แขวงคำม่วนตามเส้นทางหมายเลข 12 ไปยังแขวงบอลิคำไซออกสู่ทะเลจีนใต้ จ.กว่างบิง ประเทศเวียดนาม

เส้นทางขนส่งเชื่อมไทย-สปป.ลาวและภาคกลางตอนบนเวียดนามตามเส้นทางนี้ เมื่อเทียบกับเส้นทางหมายเลข 9 จากแขวงสะหวันนะเขต-ดานัง จะใช้เวลาเดินทางที่สั้นกว่า ประมาณ 200 กิโลเมตร(กม.)เท่านั้น ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่ง ร่นระยะเวลาเดินทางได้มาก เหมาะที่จะลงทุนด้านลอจิสติกส์ขนส่งสินค้าในกลุ่มประเทศอินโดจีน

สำหรับการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ คืบหน้าประมาณ 30% โดยฝั่งไทยได้ก่อสร้างเสาเข็มตอม่อราว 19 ต้นเสร็จแล้ว โดยรัฐบาลไทยได้สนับสนุนงบก่อสร้างราว 1,700 ล้านบาท ความยาวสะพาน 1,423.1 เมตร กว้าง 13 เมตร มีรางรถไฟเชื่อมต่อ 2 ประเทศบริเวณจุดกึ่งกลางสะพาน ตามสัญญาใช้เวลาก่อสร้าง 30 เดือน จุดสร้างสะพานฯฝั่งไทยอยู่ตรงบริเวณบ้านห้อม ต.อาจสามารถ ฝั่งลาวอยู่ที่บ้านเวินใต้ เมืองท่าแขก

นายประเสริฐเปิดเผยต่อในส่วนของความเคลื่อนไหวของภาคเอกชนที่เตรียมลงทุนรองรับกับการเติบโตของเศรษฐกิจบนเส้นทางสายดังกล่าวว่า ในฝั่งเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน บริเวณเชิงสะพานฯ กลุ่มทุนจากประเทศมาเลเซียได้ลงนามสัมปทานจากรัฐบาลสปป.ลาวไปแล้ว เพื่อลงทุนในโครงการ ?ท่าแขก ซิตี้? เป็นโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ ภายในโครงการมีบริการความบันเทิงครบวงจร ทั้งโรงแรมที่พัก รีสอร์ต ศูนย์การค้า สนามกอล์ฟ บ่อนกาสิโนฯลฯ โดยใช้เงินลงทุนหลายพันล้านบาท


กลุ่มทุนมาเลเซียกลุ่มนี้น่าจะเป็นกลุ่มทุนเดียวกันที่ลงทุนในหลายๆ โครงการในลาว เขาเล็งเห็นว่าอนาคตเมื่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงจุดนี้เสร็จ เมืองท่าแขกจะเป็นชุมทางการค้า การท่องเที่ยวที่ไม่น้อยหน้าจุดอื่น ที่สำคัญบ่อนกาสิโนจะเป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักการพนันชาวไทยได้มาก? นายประเสริฐกล่าว และเล่าต่อว่า

ในส่วนของฝั่งไทย จ.นครพนม ที่ดินสองฟากถนนจากตัวเมืองไปยังต.อาจสามารถ บริเวณจุดสร้างสะพานฯที่ดินทำเลสวยๆส่วนใหญ่ได้มีการซื้อขายเปลี่ยนมือไปอยู่ในกรรมสิทธิ์ของพ่อค้านักลงทุนแล้วเช่นกัน เพื่อเตรียมพัฒนาในจังหวะที่เหมาะสมในอนาคต ในจำนวนนี้มีอยู่ 2 แปลงที่น่าจับตามอง คือ แปลงแรกพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่บริเวณใกล้กับจุดก่อสร้างสะพานฯ นักธุรกิจสัญชาติสิงคโปร์ได้ซื้อไว้ คาดว่าจะลงทุนในโครงการที่พักรีสอร์ตระดับหรูที่เน้นขายทัวร์เอาต์บาวนด์

อีกแปลงหลายร้อยไร่เช่นกัน เป็นของนายทุนสวนยางพาราจากภาคใต้ เจ้าของธุรกิจเรือยอชต์ รายใหญ่ในจังหวัดภูเก็ต ส่วนจะลงทุนในโครงการประเภทใดนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด โดยที่ดินผืนนี้มีการซื้อขายในช่วงเศรษฐกิจขาลงเมื่อราว 10ปีก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม นายประเสริฐระบุว่า สิ่งที่ตนรวมถึงชาวนครพนมจำนวนไม่น้อยต่างวิตก คือ หลังเปิดใช้สะพานฯแห่งนี้แล้ว จังหวัดนครพนมจะเป็นเพียงแค่ทางผ่าน อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเดินทางข้ามไปท่องเที่ยวฝั่งลาวและเมืองชายแดนประเทศเวียดนาม มากกว่าจะท่องเที่ยวพักผ่อนใช้จ่ายในนครพนม ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นแล้วทั้งที่หนองคายและมุกดาหาร

โดยเฉพาะมุกดาหาร ทุกวันนี้มีรถบัสพานักท่องเที่ยวชาวไทยข้ามไปยังแขวงสะหวันนะเขตและต่อเข้าไปยังเวียดนามแต่ละวันประมาณ 30 คัน โดยไม่แวะพักใช้จ่ายในฝั่งไทยเหมือนที่คาดหวังกันไว้แต่อย่างใด อย่างมากแค่แวะรับประทานอาหารเพื่อรอเดินทางต่อเท่านั้น ที่น่าสนใจไปมากกว่านั้น ทุกวันนี้บ่อนพนันที่ตั้งอยู่ในแขวงสะหวันนะเขตจัดรถรับส่งนักพนัน นักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าไปยังบ่อนฟรีอีกด้วย

ประเด็นปัญหาเมื่อมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแล้ว นักท่องเที่ยวจะนั่งรถข้ามโขงไปเลย โดยที่จังหวัดชายแดนฝั่งไทยไม่ได้ประโยชน์เหมือนที่คาดหวังกันนั้น เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายต้องร่วมกันหาทางออก เรามีบทเรียนทั้งสะพานหนองคาย สะพานมุกดาหาร ต้องหาจุดเด่นหรือกิจกรรมที่น่าสนใจที่สามารถดึงนักท่องเที่ยวให้แวะค้างคืนใช้จ่ายในนครพนมก่อนเดินทางต่อ หากไม่เช่นนั้นคนท้องถิ่นไม่ได้อะไรเลยจากสะพานข้ามแม่น้ำโขง?นายประเสริฐระบุ
เมืองไทยน้อ เมืองไทย...
คาสิโน เป็นตัวทำเงินที่ดีมากเลยนะครับ
ดูอย่างหวยบนดินที่ ท่านนายกแม้ว เคยทำสิ... รวยๆๆๆๆๆๆ
ยังไงๆ คนมันก็เล่นอยู่แล้วหล่ะครับ หวยหน่ะ มันห้ามไม่ได้หรอก
ดูอย่างคาสิโนสิครับ เมืองไทยไม่มี พวกคนร่ำ คนรวย ก็พากันข้ามไปเล่นอยู่แล้ว
ไม่ว่าจะเป็น ปอยเปต สะหวันนะเขต เกนติ้ง ฯลฯ
ขนเงินไปให้เค้าปีนึงๆ ไม่รู้กี่พันล้าน
ถ้าจะปราบปรามการเล่นการพนันจริงๆ แล้ว จะเปิดด่านรอนักพนันทำไม ตั้งตี 2 ตี 3

ไหนๆ คนมันก็เล่นอยู่แล้ว... ก็เปิดเหอะ
เปิดที่นครพนม ก็ได้ ให้รัฐบาลเป็นเจ้าของ เปิดเอง เอาเงินเข้าประเทศ
เศรษฐกิจในท้องถิ่นดีขึ้น กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว เงินทองไหลมาเทมา และทีสำคัญ เกิดการจ้างงานในพื้นที่ แน่นอน
เพราะคนยากคนจน ตาสีตาสา คงไม่มีหน้าไปเข้าหรอกครับ คาสิโนหน่ะ
อย่ามาใช้ข้ออ้างว่า มันจะเป็นการมอมเมาประชาชนอย่างงู้น งี้...

__________________
....... พระธาตุพนมค่าล้ำ .......
วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง
Augustines no está en línea   Reply With Quote
Old January 26th, 2010, 04:01 AM   #353
Mdaf
Registered User
 
Join Date: Jul 2008
Posts: 246
Likes (Received): 3

เนอะ ที่จริงก็สร้างไปเต๊อะ กาสิโน 1 ที่ก็ได้
Mdaf no está en línea   Reply With Quote
Old January 26th, 2010, 06:21 AM   #354
Augustines
GEAR DINDANG #47
 
Augustines's Avatar
 
Join Date: Oct 2007
Location: Nakhon Phanom, Khon Kaen
Posts: 1,705
Likes (Received): 161

อาจารย์-นศ.วิทยาลัยเทคนิคนครพนมฮือประท้วงจังหวัด ฮุบที่หลวงเอื้อเอกชนทำสนามกอล์ฟ

โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ -- วันศุกร์ที่ 22 มกราคม 2010 เวลา 11:13 น.

คณะอาจารย์-นักศึกษาวิทยาลัยทคนิคนครพนมฮือประท้วงค้านจังหวัดฮุบที่ดินสาธารณประโยชน์พัฒนาสนามกอล์ฟ เอื้อเอกชนเล่นแร่แปรธาตุโกยเงิน

นายสมัย สามิต คณบดีวิทยาลัยเทคนิคนครพนมเปิดเผยว่าขณะนี้คณาจารย์ และนักศึกษาได้รวมตัวชุมนุมประท้วงพร้อมประกาศเจตนารมณ์ และยื่นหนังสือคัดค้านกรณีจังหวัดนครพนมทำเรื่องเสนอต่อกระทรวงมหาดไทยขอถอนสภาพที่ดินสาธารณประโยชน์สนามกอล์ฟภูกระแต เนื้อที่ 506 ไร่ ซึ่งอยู่ภายในวิทยาลัยฯ เพื่อจัดตั้งศูนย์พัฒนากีฬาจังหวัดนครพนมของศูนย์การท่องเที่ยวกีฬาและนันทนาการพูดง่ายๆ คือ จะเอาที่ดินสาธารณประโยชน์แห่งนี้พัฒนาเป็นสนามกอล์ฟอย่างเต็มรูปแบบ โดยฝ่ายเอกชนเข้ามาบริหารเก็บเกี่ยวผลประโยชน์



วิทยาลัยฯมองว่าจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาการศึกษาวิทยาลัยเทคนิค เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่วิทยาลัยเทคนิคเคยทำเรื่องขอถอนสภาพจากที่ดินสาธารณประโยชน์ มาเป็นพื้นที่ของวิทยาลัยเทคนิคต่อกระทรวงมหาดไทยมาตั้งแต่ปี 2519 แต่จนถึงปัจจุบันเรื่องยังไม่คืบหน้าแต่ล่าสุดทางจังหวัดกับทำเรื่องเอง เพื่อขอถอนสภาพที่ดินดังกล่าวจัดตั้งศูนย์พัฒนากีฬาจังหวัดนครพนม ถือเป็นการทำเรื่องทับซ้อน ที่จะทำให้วิทยาลัยเทคนิค เสียประโยชน์ในการใช้สถานที่เพื่อการศึกษา ที่จะส่งผลกระทบต่อการดูแลพื้นที่ภายในวิทยาลัยเมื่อมีหน่วยงานอื่นเข้ามาใช้ประโยชน์จึงได้ออกมาชุมนุมคัดค้าน ให้หน่วยงานเกี่ยวข้องพิจารณาทบทวนใหม่

นายสมัย สามิต คณบดีวิทยาลัยเทคนิคนครพนม กล่าวถึงปัญหาอีกว่า สำหรับปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์ภูกระแต มีปัญหามายาวนานร่วม 30 ปี แต่เดิมในอดีตพื้นที่สาธารณประโยชน์ภูกระแต ได้ใช้เนื้อที่จัดตั้งเป็นวิทยาลัยเทคนิค มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2519 มีเนื้อที่ทั้งหมดจำนวน 506 ไร่ ประกอบด้วยพื้นที่ใช้ประโยชน์ประมาณ 403 ไร่ เป็นอ่างเก็บน้ำ ประมาณ 57 ไร่ และพื้นที่เหลือใช้ปรับปรุงพัฒนาทำเป็นสนามกอล์ฟประมาณ 346 ไร่

จนมีประชาชนมาใช้บริการจำนวนมากและพ่อค้าเอกชนบางกลุ่ม ในคราบนักการเมืองเริ่มเห็นผลประโยชน์ตรงจุดนี้จึงได้มีการขับเคลื่อนมีหน่วยงานของรัฐเป็นหน้าฉาก ก่อนที่เอกชนจะสวมรอยเข้ามาดูแล ซึ่งเดิมทางวิทยาลัยเทคนิคได้เคยทำเรื่องขอถอนสภาพจากที่สาธารณประโยชน์มาเป็นพื้นที่เพื่อการศึกษาของวิทยาลัยมาตั้งแต่ก่อตั้ง จนกระทั่งปัจจุบันวิทยาลัยเทคนิคนครพนม ได้เปลี่ยนฐานะเป็นมหาวิทยาลัยนครพนม เมื่อปี 2548 แต่เรื่องการขอถอนสภาพที่ดินยังล่าช้าไม่คืบหน้าจนถึงปัจจุบัน

ล่าสุดทราบว่าทางจังหวัดนครพนมได้มีหนังสือเลขที่ กก 0202.29/14756 ลงวันที่ 9 พ.ย.2548 ถึงอธิบดีกรมที่ดินยื่นเรื่องเพื่อขอถอนสภาพ และขอใช้ที่ดินแปลงดังกล่าวอีกเพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์พัฒนากีฬาจังหวัดนครพนม ซึ่งตนถือว่าเป็นปัญหาแทรกซ้อนจากภาครัฐ และเกิดการทำเรื่องทับซ้อนจากเดิมที่วิทยาลัยเทคนิคนครพนม ขอใช้มาก่อนส่งผลให้ทางวิทยาลัยเสียประโยชน์ที่จะพัฒนาการศึกษาในอนาคต

ดังนั้นนักศึกษา ครูอาจารย์ ศิษย์เก่า จึงต้องออกมาเรียกร้องขอคัดค้านการยึดที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ทางการศึกษา ไปทำเป็นสนามกอล์ฟเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มน้อย เพราะผืนดินแห่งนี้ทำให้ชาวบ้านมีงานทำ นักศึกษามีที่เล่าเรียน โดยตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ทางวิทยาลัยฯได้ร่างหลักสูตรวิชากอล์ฟเป็นวิชาเลือก ก่อนเปิดสอนให้แก่นักศึกษา แต่ถ้ามีหน่วยงานภาครัฐจะเข้ามาครอบครองพื้นที่ดังกล่าว ไปทำประโยชน์อย่างอื่น



คณะครูอาจารย์เป็นห่วงเรื่องการดูแลพื้นที่ อนาคตมีเอกชนยื่นมือเข้ามาบริหารจัดการในสนามกอล์ฟแห่งนี้ การควบคุมดูแลจะลำบากยิ่งขึ้น และประโยชน์จะไม่ตกแก่บุตรหลาน หากทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ทบทวน นักศึกษาและครูอาจารย์จะเดินขวบชุมนุมคัดค้านให้ถึงที่สุด

ทางด้าน นายสมชอบ นิติพจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ในฐานะมีตำแหน่งเป็นประธานชมรมกอล์ฟจังหวัดนครพนม และนายสนามกอล์ฟจังหวัดนครพนม ที่เป็นคนผลักดันหาแนวทางพัฒนาพื้นที่สนามกอล์ฟ กล่าวว่า สำหรับปัญหาที่คณาจารย์ นักศึกษา ออกมาคัดค้านเรื่องการขอถอนสภาพพื้นที่สาธารณประโยชน์สนามกอล์ฟภูกระแต ภายในวิทยาลัยเทคนิคนครพนม คงต้องปล่อยไปตามขั้นตอน เพราะเรื่องการถอนสภาพทางจังหวัดได้มีการหารือ จากผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการเกี่ยวข้องตามขั้นตอนมาตลอด

ทั้งนี้ เพื่อหาทางปรับปรุงพื้นที่สนามกอล์ฟภูกระแต ให้มีความมาตรฐาน เป็นศูนย์กีฬาและที่พักผ่อนที่สำคัญของจังหวัด แต่ด้วยปัญหาเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์จึงไม่สามารถจัดสรรงบประมาณลงไปดูแลได้ จึงต้องทำเรื่องถอนสภาพ และมีโครงการจัดตั้งศูนย์พัฒนากีฬาจังหวัดนครพนม ที่จะเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนทุกฝ่าย

ส่วนทางวิทยาลัยมองว่า เกิดการทับซ้อนการขอถอนสภาพนั้นคงไม่จริง เพราะทางจังหวัดทำตามขั้นตอน แต่ส่วนของวิทยาลัยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะทางจังหวัดทำเพื่อส่วนรวมไม่มีใครได้ประโยชน์ และเป็นพื้นที่บางส่วนเฉพาะสนามกอล์ฟเท่านั้น

ในอนาคตทางวิทยาลัยจะใช้พื้นที่ หรือเปิดหลักสูตรการสอนกอล์ฟก็สามารถทำได้ ไม่จำเป็นต้องขึ้นกับวิทยาลัย เพราะสิ่งสำคัญ คือ จังหวัดต้องการให้เกิดการพัฒนาเป็นศูนย์กีฬาที่สมบูรณ์ และยืนยันว่าไม่มีใครได้ประโยชน์ เพราะคนที่ไปใช้บริการก็ต้องทำตามระเบียบ เสียค่าธรรมเนียมทุกคน ซึ่งหากทางวิทยาลัยจะคัดค้านก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ ซึ่งขณะนี้เรื่องก็อยู่ที่รอการอนุมัติจากมหาดไทย ก็คงต้องให้เป็นไปตามขั้นตอน
__________________
....... พระธาตุพนมค่าล้ำ .......
วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง
Augustines no está en línea   Reply With Quote
Old January 26th, 2010, 06:27 AM   #355
Augustines
GEAR DINDANG #47
 
Augustines's Avatar
 
Join Date: Oct 2007
Location: Nakhon Phanom, Khon Kaen
Posts: 1,705
Likes (Received): 161

เทคโนลาดกระบังฯ จัดอบรมชมสถาปัตยกรรมบ้านริมโขงนครพนม แห่งเดียวที่เหลือในไทย

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2010 เวลา 15:49 น.

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2553 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จัดอบรมเชิงปฏิบัติการโดยนำนักเรียนพร้อมทั้งผู้สนใจชมความงามของสถาปัตยกรรมบ้านริมโขง อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

ณ ห้องประชุมเปลือยงาม โรงเรียนปิยะมหาราชาลัย อำเภอเมือง จังหวัดจังหวัดนครพนม นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานเปิด การอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม โดยสถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบังจัดขึ้น เนื่องจากจังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดที่มีมรดกวัฒนธรรมไทยพื้นถิ่นอิสานอยู่อย่างสมบูรณ์ ทั้งมรดกวัฒนธรรมชนเผ่า วัฒนธรรมทางศาสนา และความเชื่อ วัฒนธรรมผสมผสาน ไทย ลาว จีน ญวน และโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สามารถสัมผัสได้ทันที คือ มรดกวัฒนธรรมด้านสถาปัตยกรรมอาคารบ้านริมโขง บนถนนสุนทรวิจิตร เพราะเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกสัมผัสได้ทันที่ว่า ได้ย่างก้าวเข้ามาในจังหวัดนครพนมแล้ว



ถึงแม้ว่ากาลเวลาและความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของเมือง จะทำให้ถนนสายนี้ที่เคยเป็นย่านการค้าย่านแรกของนครพนมกลับซบเซาลงก็ตาม แต่ทางสถาบันพระเจ้าจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังก็ยังให้ความสนใจกับมรดกทางสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น อีสาน บ้านริมโขง ของจังหวัดนครพนม ทั้งยังตระหนักถึงศักยภาพของสถาปัตยกรรมกลุ่มอาคารริมโขง และความร่วมมือ ร่วมใจของคนในชุมชน จึงได้นำนักศึกษามาเยี่ยมชม และไปถ่ายภาพ หลายครั้ง พร้อมกับ ได้นำภาพถ่ายที่บันทึกไว้ และภาพอนุรักษ์ของเมืองอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้

นอกจากนี้ยังได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยนำนักเรียนพร้อมทั้งผู้สนใจ เข้าชมความงามของสถาปัตยกรรมบ้านริมโขงอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย เพื่อให้เยาวชนและประชาชนเกิดความภาคภูมิใจ ในบ้านเกิดเมืองนอน และเป็นแนวทางในการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมต่อไป

**ข้อมูลโดย กิติพัฒน์ อภัยโส ภาพโดย ทองคำ จันทะลา - ส.ปชส.นครพนม**
__________________
....... พระธาตุพนมค่าล้ำ .......
วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง
Augustines no está en línea   Reply With Quote
Old January 26th, 2010, 06:29 AM   #356
Augustines
GEAR DINDANG #47
 
Augustines's Avatar
 
Join Date: Oct 2007
Location: Nakhon Phanom, Khon Kaen
Posts: 1,705
Likes (Received): 161

เทศบาลนครพนม เป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่สันนิบาตเทศบาล ตอ.เฉียงเหนือ ครั้งที่4/52

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2010 เวลา 15:35 น.

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2553 ณ โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พงษ์ศิริ กุสุมภ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานเปิดการประชุมสันนิบาตเทศบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่4/2552 ประจำปี 2552 ซึ่งสันนิบาตเทศบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเทศบาลเมืองนครพนมเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมขึ้นเพื่อเป็นการเสริมสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างผู้บริหารเทศบาลในกลุ่มเทศบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการส่งเสริมความรู้ทางวิชาการแก่ผู้บริหารเทศบาล และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ ทัศนคติแนวคิดในการพัฒนาท้องถิ่น ร่วมทั้งนำสภาพปัญหา และอุปสรรค์ในการพัฒนาท้องถิ่น มาพิจารณาหาแนวทางในการแก้ไข ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน

นายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาลจากเทศบาลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมกว่า 1,000 คน และมีนายสมศักดิ์ แสงเจริญรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองเลย ในฐานะประธานสันนิบาตเทศบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นผู้กล่าวรายงาน ปัจจุบันสันนิบาตเทศบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกทั้งสิ้นจำนวน 529 เทศบาล ต่างๆได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในการพัฒนาส่งเสริมความรู้และความสามารถของผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลงในภาวะปัจจุบันของบ้านเมือง อันจะนำมาซึ่งการเพิ่มพูนศักยภาพให้ผู้นำท้องถิ่นได้อย่างดียิ่งขึ้น



**ข้อมูลโดย กิติพัฒน์ อภัยโส ภาพโดย ทองคำ จันทะลา - ส.ปชส.นครพนม**
__________________
....... พระธาตุพนมค่าล้ำ .......
วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง
Augustines no está en línea   Reply With Quote
Old January 26th, 2010, 06:37 AM   #357
Augustines
GEAR DINDANG #47
 
Augustines's Avatar
 
Join Date: Oct 2007
Location: Nakhon Phanom, Khon Kaen
Posts: 1,705
Likes (Received): 161

จี้ กก.สหกรณ์ครูนครพนมทบทวนงบสร้างอาคารใหม่ 64 ล้าน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 มกราคม 2553 11:41 น.

นครพนม - เครือข่ายพิทักษ์ประโยชน์สหกรณ์ครูนครพนมแถลงร้องสื่อจี้กรรมการทบทวนจัดงบสร้างอาคารใหม่ 64 ล้านหลังอนุมัติงบซื้อที่ดิน 3 ไร่สูงถึง 34 ล้านบาท ขณะที่ ผอ.โรงเรียนที่ปรึกษาสหกรณ์ยั๊วะตะเพิดสื่ออย่ามายุ่ง

นายเศรษฐการ จันดาประดิษฐ์ ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิประโยชน์สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครพนมเปิดเผยว่าเหตุเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2553 ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครพนม จำกัด ได้มีการเปิดการประชุมใหญ่สมัยสามัญ ประจำปี 2552 ครั้งที่ 50/2552 ซึ่งมี นายโอภาส สุมนารถ ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครพนม พร้อมด้วย นายพิชิต โกพล ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครพนม พร้อมคณะกรรมการ ผู้แทน และสมาชิก ร่วมกันประชุมหารือ เป็นการเปิดสรุปการดำเนินงาน



พร้อมเปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายเกี่ยวกับปัญหาการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครพนม ตามวาระต่างๆ โดยในการประชุมครั้งนี้ได้มีประเด็นสำคัญในเรื่องการลงมติในที่ประชุมเพื่อพิจารณาจัดสรรเงินในการก่อสร้างอาคารของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู เป็นวงเงินจำนวน 64 ล้านบาท ที่จะดำเนินการในปี 2553 หลังจากก่อนนี้ได้มีการจัดสรรเงินซื้อที่ดินเพิ่ม เป็นเงินถึง 34 ล้าน

โดยวันประชุมตนได้ออกมาเคลื่อนไหวติดป้ายคัดค้านให้ผู้บริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครพนม ทบทวนการพิจารณาจัดสรรงบประมาณสร้างอาคารจำนวน 64 ล้าน รวมถึงการเรียกร้องให้ลดดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงเกินไปจากปัจจุบันร้อยละ 9 ต่อปี เป็น ร้อยละ 6 รวมถึงการจัดซื้อที่ดินเพิ่มที่เดิมอีก จำนวน 3 ไร่ ในราคาแพงถึง 34 ล้าน พร้อมกล่าวเรียกร้องผ่านสื่อมวลชนว่า ให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้เข้าร่วมรับฟังในการประชุมพิจารณาเรื่องดังกล่าว

เพราะเชื่อว่ามีการบล็อกโหวตล็อบบี้ให้มติการพิจารณาเป็นเอกฉันท์ให้ผ่านการพิจารณา และการกระทำแบบนี้กระทบต่อความเป็นอยู่ของข้าราชการครู แต่ไม่มีใครออกมาเคลื่อนไหว เนื่องจากเกรงกลัวจะกระทบต่อตำแหน่งหน้าที่การงาน และการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ต้องการที่จะเอาผิด หรือเรียกร้องหวังผลประโยชน์ตอบแทนแต่อย่างใด

แต่ต้องการเป็นตัวแทนข้าราชการครูสมาชิกสหกรณ์ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการกู้เงินสหกรณ์ที่มีดอกเบี้ยสูง ซึ่งไม่มีใครกล้าออกมาเคลื่อนไหวเพราะเกรงจะหกระทบต่อตำแหน่ง

นายเศรษฐการ จันทร์ดาประดิษฐ์ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณสร้างอาคารหลังใหม่เป็นเงินถึง 64 ล้าน รวมถึงการซื้อที่ดินเพิ่มไปแล้ว จำนวนประมาณ 3 ไร่ ราคาสูงถึง 34 ล้าน ปัจจุบันถือว่าไม่จำเป็น ไม่คุ้มค่ากับเม็ดเงิน ที่จะนำไปดำเนินการ เพราะสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครพนมยังถือว่ามีเงินหมุนเวียนน้อย แต่หากนำเงินดังกล่าวมาหมุนเวียนใช้จ่ายให้สมาชิกสหกรณ์ครูกู้ ในดอกเบี้ยต่ำ จะถือว่าคุ้มค่ากว่า และจะเป็นการช่วยพัฒนาชีวิตครูให้ดีขึ้น

ซึ่งปัจจุบันสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครพนมอยู่ในสภาพถูกขูดเลือด ดอกเบี้ยก็แพงกว่าที่อื่น ในครั้งนี้จึงอยากให้ทบทวนหาทางแก้ไข เพราะที่ผ่านมาการบริหารงานถือว่าเอื้อประโยชน์ต่อคณะกรรมการมากเกินไป

ขณะที่คณะสื่อมวลจากแขนงต่างๆ ได้เดินเข้าไปรอรับฟังการประชุม และสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง บริเวณด้านหน้าห้องประชุมอาคารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครพนม ได้มี นายถาวร จำปา ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครพนม มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครพนม ที่ยืนอยู่ด้านหน้าห้องประชุม เมื่อพบเห็นสื่อมาสังเกตการณ์ จึงแสดงกริยาอาการกร่าง และพูดจาไม่สุภาพ กับสื่อมวลชน พร้อมชี้หน้าไล่ ไม่ให้มายุ่งเกี่ยว และห้ามเข้าไปบันทึกภาพ และรับฟังในที่ประชุม

โดยอ้างว่าสื่อไม่มีสิทธิ์เกี่ยวข้อง จนเกิดการโต้เถียงกันระยะหนึ่ง ซึ่งทางสื่อมวลชนได้ชี้แจงว่า ไม่ได้มาจับผิดแต่มารับฟังปัญหา รวบรวมข้อมูล แต่ก็ไม่ยอมรับฟัง

สำหรับการประชุมครั้งนี้ใช้ระยะเวลาร่วม 3 ชั่วโมง ในการพิจารณาเรื่องต่างๆ ส่วนการพิจารณางบก่อสร้างอาคารใหม่ 64 ล้าน สมาชิกที่เข้าร่วมประชุมก็ได้ยกมือ ให้การพิจารณาผ่านเป็นเอกฉันท์ โดยทางกลุ่มเครือข่ายพิทักษ์สิทธิประโยชน์ สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครพนม เชื่อว่ามีการบล็อกโหวต และจะมีการเคลื่อนไหวคัดค้านให้ถึงที่สุด เพื่อสิทธิ์ประโยชน์ของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครพนม
__________________
....... พระธาตุพนมค่าล้ำ .......
วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง
Augustines no está en línea   Reply With Quote
Old January 26th, 2010, 06:39 AM   #358
Augustines
GEAR DINDANG #47
 
Augustines's Avatar
 
Join Date: Oct 2007
Location: Nakhon Phanom, Khon Kaen
Posts: 1,705
Likes (Received): 161

นครพนมจัดงานเกษตรลุ่มน้ำโขง-มหกรรมยางพารา 5-9 ก.พ.นี้

โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 23 มกราคม 2553 20:26 น.

นครพนม-กระทรวงเกษตรฯ จับมือกองทุนสงเคราะห์สวนยางจัดงานเกษตรลุ่มน้ำโขงและมหกรรมยางพาราที่นครพนม 5-9 ก.พ.นี้ บูมสินค้าเกษตรและเปิดเวทีเสวนาเส้นทางยางพาราอินโดจีนเตรียมพร้อมรับมือคู่แข่งตลาดยางพาราใหม่จากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านลาวกัมพูชาและเวียตนาม

นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ได้เปิดแถลงข่าวการจัดงานวันเกษตรลุ่มน้ำโขงและมหกรรมยางพารา 50 ปี กองทุนสวนยาง(สกย.) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 5-9 กุมภาพันธ์นี้ที่วิทยาลัยเกษตรเทคโนโลยีนครพนม

การจัดงานครั้งนี้จะยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 13 ปี มีการนำหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรมาให้ความรู้ด้านการเกษตรแก่ประชาชนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดนิทรรศการให้ความรู้ชาวบ้านที่มาชมงาน พร้อมนำเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จทุกสาขาอาชีพทั้งในด้านเกษตรกรรมปลูกพืช ยางพารา เลี้ยงสัตว์ ฯลฯ จากทั่วประเทศมาที่นี่ เพื่อให้เกษตรกรที่มาชมงานได้แลกเปลี่ยนความรู้เพื่อนำไปปรับใช้ ขณะเดียวกันภายในงาน จะมีการจำหน่ายสินค้าผลิตผลด้านการเกษตรสินค้าโอท็อปของชาวบ้านในราคาถูกและส่งเสริมรายได้แก่ประชาชนด้วย

ด้านนายประวิทย์ ประทักษ์ใจ ผู้อำนวยการกองทุนสงเคราะห์สวนยาง กล่าวว่าภายในงานครั้งนี้ จะมีการจัดเสวนาถกเรื่อง"เส้นทางยางพาราสู่อินโดจีน"ประเด็นหลักๆนั้นปัจจุบันภาคอีสานหลายจังหวัดมีการปลูกยางพารามากและมีผลผลิตออกมาสูงถึงแม้ขณะนี้ราคาจะดีกิโลกรัมถึง 90-100 บาท แต่ที่เราห่วงคือคู่แข่งตลาดยางพาราใหม่ในกลุ่มประเทศอินโดจีนเช่น ลาว เวียตนาม กัมพูชา ก็มีการบูมปลูกยางพาราเช่นกันในช่วง3-5 ปีที่ผ่านมาซึ่งอีกไม่กีปียางที่เขาปลูกจะเริ่มมีผลผลิตสู่ตลาดและเป็นคู่แข่งชิงตลาดยางของเรา

ที่สำคัญต้นทุนผลิตตลอดจนแรงงานเขาต่ำกว่าเราจะทำให้ยางของเขาขายตัดราคาเราได้ ดังนั้นวงเสวนายางพาราครั้งนี้เราจะเน้นให้ยางเราทะลุไปอีกมิติหนึ่งสำหรับเกษตรกรคือนำผลผลิตยางไปผลิตเป็นสินค้าเช่นหมวกยางพาราหรืออื่นๆเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้ตัวเองโดยไม่จำกัดว่าต้องรอขายยางแผ่นเท่านั้นเมื่อในอนาคตยางราคาตกก็จะไม่มีปัญหา

อีกประเด็นหนึ่งของเส้นทางยาพาราสู่อินโดจีนเราต้องชิงความได้เปรียบคือในจังหวัดชายแดนเช่นนครพนม ตั้งเป็นศูนย์กลางตลาดยางพาราเป็นตัวประสานการรับซื้อยาง หรือทางผ่านยางจากประเทศเพื่อนบ้านโดยยึดพื้นฐานได้รับประโยชน์ร่วมกันและไม่ขายยางตัดราคากันซึ่งจะทำให้ตลาดเสียเกษตรกรได้รับผลกระทบทั้งคู่ ซึ่งประเด็นนี้เราต้องหารือกันเพื่อรองรับตลาดยางในอนาคตว่าจะมีทิศทางเช่นไร
__________________
....... พระธาตุพนมค่าล้ำ .......
วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง
Augustines no está en línea   Reply With Quote
Old January 28th, 2010, 04:59 AM   #359
lonelyboy
Registered User
 
lonelyboy's Avatar
 
Join Date: Jun 2009
Posts: 1,387
Likes (Received): 92

โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่3 นครพนม – คำม่วน ขณะนี้มีผลการดำเนินงานได้ 31% เร็วกว่าแผนกำหนด

โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่3 นครพนม – คำม่วน ขณะนี้มีผลการดำเนินงานได้ 31% เร็วกว่าแผนงานที่กำหนด นายปรเมศย์ ตันมณีวัฒนา วิศวกรโยธา สำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง เปิดเผยผลการดำเนินงานก่อสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่3นครพนม – คำม่วน โดยกล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มสัญญาโครงการก่อสร้างฯเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2552 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา8 เดือน การก่อสร้างสะพานฯมีความคืบหน้าได้ผลงานรวม31.42 % เร็วกว่าแผนงาน18.64 % การก่อสร้างงานสะพานฝั่งไทยในเดือนนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างคานขวางระหว่างไอเกอร์เดอร์และวางพื้นงานสะพานเมนบริดจ์ข้ามแม่น้ำโขง ที่ฐาน P1.ฐาน P2.ได้ดำเนินการ ก่อสร้างฟุตติ้งแล้วเสร็จ ที่ฐาน P3.กำลังผูกเหล็กเสริม ที่ฐาน P4.กำลังติดตั้งแบบนั่งร้าน และที่ฐาน P5.ได้ดำเนินการก่อสร้างเสาเข็มเจาะในแม่น้ำต้นสุดท้าย สำหรับการก่อสร้างอาคารด่าน พรมแดนฝั่งไทย จะเริ่มงานโครงหลังคาในเดือนกุมภาพันธ์นี้ งานอาคารขาออกเริ่มเทปูนพื้นเสาชั้น1 งานอาคารฝั่งขาเข้า กำลังก่อสร้างคานคอดิน และสำหรับงานอาคารด่านพรมแดนฝั่งลาว เริ่มดำเนินการ เมื่อวันที่4มกราคมนี้ เนื่องจากไม่ต้องตอกเสาเข็ม ทำให้งานฐานรากทำได้เร็ว ซึ่งงานฐานรากจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่3 นครพนม – คำม่วน ควบคุมการก่อสร้างโดย สำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง โดยบริษัท อิตาเลี่ยนไทย จำกัด เป็นผู้รับจ้าง ใช้งบประมาณก่อสร้าง1,723 ล้านบาท การก่อสร้างสะพาน จะแล้วเสร็จในวันที่11 พฤศจิกายน2554

เดี๋ยวจะเอารูปมาแปะครับ จำชื่อเว็บอัพรูปบ่อได้
lonelyboy no está en línea   Reply With Quote
Old January 29th, 2010, 09:59 AM   #360
Home Hug
Registered User
 
Home Hug's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: ดินแดนคมขวาน
Posts: 11,405
Likes (Received): 575

สังเกตว่ามีการสร้างสะพานมิตรภาพ กี่แห่งกี่แห่ง 1 2 3 4 ทางฝั่งลาวจะมีนักลงทุนจากต่างชาติ

เข้าไปพัฒนาพื้นที่ ขึ้นโครงการไว้รองรับเม็ดเงินที่จะสะพัดในอนาคต โดยเฉพาะ เอนเตอร์เทนเม้นต์ คอมเพล็กซ์

ทางฝั่งไทย มีโครงการอะไรไว้รองรับบ้างหรือเปล่า ครับ หรือจะเป็นแค่ทางผ่านข้ามไปใช้เงิน และท่องเที่ยวในลาว

ต่างชาติที่เข้ามาลงทุนได้รับประโยชน์ไปเต็ม ๆ ลาวได้ภาษี และการท่องเที่ยว การจ้างงาน ไทยได้อะไรครับ นอกจากได้เที่ยว
__________________
--------------------------

Khon Kaen Let's Go Together
Home Hug no está en línea   Reply With Quote


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 03:24 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu