|
|
| daily menu » rate the banner | guess the city | one on one |
|
|
#61 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346
|
ส่งกฤษฎีกาตีความคุมมาบตาพุด
Thaipost เศรษฐกิจ 30 พฤษภาคม 2552 อุตฯ ขอแรงกฤษฎีกาตีความ ระดับความรุนแรงการประกาศเขตควบคุมมลพิษโรงงานมาบตาพุด พร้อมขอคำตอบตั้งองค์กรพิเศษได้หรือไม่ นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้หารือถึงผลกระทบกรณีการประกาศเขตควบคุมมลพิษในบริเวณพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ในที่ประชุมระดมคลังสมองเพื่อชาติ ซึ่งภาคเอกชนได้แสดงความวิตกเกี่ยวกับการชะลอการลงทุน โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับกรณีที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ได้พิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ที่ขอให้รัฐบาลชะลอขยายโรงงานในพื้นที่มาบตาพุดและบ้านฉาง ตามมาตรา 67 แห่งรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งเรื่องนี้อาจจะมีการทบทวนประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องโรงงานที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง เนื่องจากมีผลกระทบต่อการลงทุนทั่วประเทศ นายดำริ สุโขธนัง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงฯ ต้องการให้มีการกำหนดคำนิยามของโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ว่าครอบคลุมระดับใดตามมาตรา 67 ซึ่งก่อนหน้านี้มีแนวคิดที่จะทำบัญชีอุตสาหกรรมที่มีความร้ายแรง แต่ไม่มั่นใจว่าอยู่ในอำนาจของกระทรวงหรือไม่ จึงได้สอบถามคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมไปถึงการจัดตั้งองค์กรพิเศษขึ้นมาเพื่อการพิจารณาโครงการเองเป็นการชั่วคราวได้หรือไม่ หากได้จะเป็นการแก้ไขปัญหาการลงทุนได้ก่อนชั่วคราว จนกว่ารัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถจัดตั้งองค์กรดังกล่าวขึ้นมาได้ ซึ่งจะต้องออกเป็น พ.ร.บ. ซึ่งใช้เวลาพอสมควร นายประสาน ตันประเสริฐ ประธานคณะกรรมการบริหารการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า กนอ.ยังไม่เคยระงับการออกใบอนุญาตการก่อสร้างโรงงานใดๆ ในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งยอมรับว่ากฎหมายต่างๆ ไม่มีความชัดเจน โดยจะมีการหารือในคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก หรืออีสเทิร์นซีบอร์ดวันที่ 4 มิ.ย.นี้. |
|
|
|
|
|
#62 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346
|
หวั่นม.67กระทบลงทุน4แสนล้านในมาบตาพุด
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 4/06/2009 กอร์ปศักดิ์" เตรียมหารือครม.ประเด็นการขยายโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ในพื้นที่มาบตาพุดที่ต้องชะลอ หวั่นม.67 กระทบการลงทุน4แสนล้านในมาบตาพุดชะงัก นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก(อีสเทิร์นซีบอร์ด) จะส่งเรื่องให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา เพื่อขอหารือในประเด็นที่ยังมีข้อติดขัดเรื่องการขยายโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ในพื้นมาบตาพุด ที่จำเป็นต้องชะลอไปก่อนจนกว่ามีการดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 67 วรรค 2 ในกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 50 โดยมาตราดังกล่าว ระบุว่า การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพนั้น จะทำได้ก็ต่อเมื่อดำเนินการ 3 ขั้นตอน คือ 1.ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม(EIA)และสุขภาพของประชาชน(HIA)ในชุมชน 2.จัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน และ 3.ให้องค์กรอิสระ ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเด็นที่เป็นปัญหามากที่สุด คือ ประเด็นที่ 3 เนื่องจากยังไม่มีการจัดตั้งองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติให้นำเรื่องเข้าหารือกับคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้าเพื่อขอมติจาก ครม.ให้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อหาแนวทางปฏิบัติกรณีที่องค์ประกอบตามกฎหมายลูกของรัฐธรรมนูญยังจัดตั้งไม่แล้วเสร็จว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้างในระหว่างนี้ เพราะหากชะลอโครงการลงทุนจากเหตุที่ต้องรอการจัดตั้งองค์กรอิสระดังกล่าวอาจจะกลายเป็นปัญหาได้ "กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นห่วงการดำเนินการตามมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญอาจกระทบการลงทุนโครงการใหญ่ ทำให้การลงทุนกว่า 4 แสนล้านบาทชะงัก เพราะมาตรา 67 กำหนดขั้นตอนการลงทุนขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิของชุมชน จะต้องมีกฎหมายลูกประกาศประเภทการลงทุนและตั้งองค์กรอิสระให้ความเห็นก่อนอนุญาตลงทุน ซึ่งจะสอบถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าโครงการที่ผ่านการอนุมัติผลศึกษาสิ่งแวดล้อม (EIA) ไปแล้ว จะสามารถดำเนินการต่อไปหรือไม่"นายกอร์ปศักดิ์ ระบุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากที่ได้ดูมาตรา 67 แล้ว พบว่า องค์ประกอบยังไม่สมบูรณ์และอาจจะต้องใช้ระยะเวลาจัดทำหลายปี เนื่องจากคณะกรรมการอิสระฯ ยังไม่มีกฎหมายรองรับจึงต้องไปหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าจะมีความชัดเจนในการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ(HIA) ในรูปแบบใด ซึ่งภาคเอกชนที่ทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(EIA) เสร็จแล้ว ก็สามารถที่จะทำ HIA ได้หากผลจากคณะกรรมการกฤษฎีกาออกมาว่าทำได้ โดยเฉพาะเรื่องการสอบถามข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ เชื่อว่า ภายใน 1 เดือนจะมีความชัดเจนว่าอุตสาหกรรมที่ผ่าน EIA แล้วจะสามารถลงทุนต่อได้รูปแบบใด ขณะที่จะดูในส่วนของอุตสาหกรรมเก่าว่าจะไปครอบคลุมในส่วนใดบ้าง และอาจจะมีการแก้ไขระเบียบในอุตสาหกรรมเก่าด้วย "ภาคเอกชนกังวลอย่างมาก เพราะลักษณะนี้บางส่วนเขาทำ EIA เสร็จแล้ว แต่ทุกอย่างกลับถูกระงับไปหมด ซึ่งส่วนที่สำคัญในประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรมนี้ จะนำเสนอ ครม.ในสัปดาห์หน้าเช่นกัน เพื่อขอให้ทบทวนโดยเร็ว เนื่องจากข้อเท็จจริงมันไม่ใช่เพราะอุตสาหกรรมที่ต้องทำ EIA ไม่ได้หมายความว่า จะต้องเข้าไปอยู่ในมาตรา 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญด้วย เชื่อว่าหากดำเนินการเสร็จก็จะหายกังขา และกฎหมายก็ไม่ย้อนหลัง" นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว |
|
|
|
|
|
#63 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346
|
จี้เร่งแก้มาตรา67ทำป่วนมาบตาพุด คสช.ชี้SCG/ปตท.รอดูความชัดเจน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2433 07 มิ.ย. - 10 มิ.ย. 2552 คณะกรรมการอีสเทิร์นซีบอร์ด ยอมรับภาคเอกชนชะลอแผนการลงทุนในมาบตาพุดแล้ว เหตุติดปัญหาความไม่ชัดเจนในมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ จี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปปฏิบัติให้ถูกขั้นตอน ขณะที่ คสช.เร่งให้การดำเนินงานตามมาตรา 67 มีผลในทางปฏิบัติ นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานการพัฒนาระบบกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2552 ไม่รับข้อเสนอของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ในจำนวน 2 ข้อจาก 5 ข้อที่เสนอให้ทบทวนและปรับแนวทางการพัฒนาจังหวัดระยอง โดยจัดตั้งคณะกรรมการจากทุกภาคส่วน ในประเด็นการจัดทำผังเมือง ปรับปรุงระบบการจัดการทรัพยากรน้ำ ปรับปรุงระบบและมาตรการทางการคลังและกองทุนสิ่งแวดล้อม จัดให้มีระบบและกลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน จัดให้มีบริการทางสังคมที่มีความจำเป็นขั้นพื้นฐาน นอกจากนี้ยังมีในประเด็นให้ชะลอการขยายและก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ในพื้นที่มาบตาพุด ในระหว่างการทบทวนและปรับแนวทางการพัฒนา โดยให้มีแนวทางและกระบวนการตัดสินใจในการอนุมัติ/อนุญาต/ให้ความเห็นชอบการขยายโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ โดยครม.มอบหมายให้คณะกรรมการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออก ที่มีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รับไปพิจารณาให้ความเห็นแล้วเสนอกลับมายังครม.เพื่อพิจารณาอีกครั้งนั้น ล่าสุดจากการประชุมคณะกรรมการฯ...... เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ประชุมมีความเห็นว่า ในส่วนของการชะลอการลงทุนโครงการใหม่นั้น ขณะนี้ภาคเอกชนได้ชะลอการลงทุนอยู่แล้ว เพราะติดปัญหาความชัดเจนของมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงต้องเร่งให้การดำเนินงานตามมาตรา 67 มีผลในทางปฏิบัติได้อย่างไร โดยในส่วนของการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพหรือเอชไอเอนั้น ที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กับกระทรวงสาธารณสุข ไปดูว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้อนุมัติ ขณะที่การรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะ ได้มีการเสนอความเห็นว่าให้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่มีอยู่แล้วได้หรือไม่ ส่วนเรื่องการจัดตั้งองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ที่ประชุมได้ยืนยันที่จะเร่งดำเนินการ แต่หากไม่สำเร็จจะต้องหาทางหรือวิธีอื่นต่อไป ส่วนเรื่องการทบทวนและปรับแนวทางการพัฒนาจังหวัดระยองนั้นที่ประชุมได้เห็นชอบตามแนวทางที่เสนอไป โดยมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปพิจารณา และส่งต่อให้ทางจังหวัดระยองไปดำเนินการ ส่วนจะทำได้แค่ไหน ให้นำกลับมารายงานในที่ประชุมอีกครั้ง ด้านน.พ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า จากการประกาศมาบตาพุดและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นเขตควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ข้อเสนอของคสช.ไม่ได้เสนอให้ระงับโครงการ แต่เสนอให้ชะลอจนกว่าจะมีการกำหนดแนวทางการทำงานตามมาตรา 67 แห่งบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องแจ้งให้สาธารณชนทราบว่า โครงการใดส่งผลกระทบรุนแรง รวมถึงให้มีกระบวนการรับฟังความเห็นจากสาธารณะ และให้มีองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพร่วมกันพิจารณาผลกระทบ เป็นต้น ซึ่งหากรัฐบาลเร่งรัดให้มีการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนแล้ว ก็จะช่วยให้การพิจาณาโครงการที่จะเกิดขึ้นใหม่เดินหน้าต่อไปได้ "ขณะนี้ผู้ลงทุนอย่าง เครือบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)(บมจ.) และบริษัทปิโตรเคมีในเครือบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)(บมจ.)หรือเอสซีจี(SCG ) ก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพียงแต่เวลานี้ขาดความชัดเจนในรายละเอียดว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง" อนึ่งปัจจุบันมีโครงการที่ได้รับอนุมัติศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แล้ว 60 โครงการในพื้นที่มาบตาพุด จำนวนนี้เป็นโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการอยู่ 43โครงการ มูลค่า 399,000 ล้านบาท ลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม 17,300 ล้านบาท ส่วนโครงการที่ยังมีปัญหาไม่สามารถลงทุนได้เนื่องจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยชะลอการออกใบอนุญาตดำเนินการ โดยจะต้องรอแผนควบคุมมลพิษที่ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองกำลังดำเนินการอยู่ |
|
|
|
|
|
#64 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346
|
ทุ่ม 700 ล้านขยายสนามบินอู่ตะเภาใหญ่ขึ้น 4 เท่า
Thairath 8/06/2009 คาดลงมือก่อสร้างได้ปีงบฯ 53 จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 1,500 คนต่อชั่วโมง และทำให้การท่องเที่ยวภาคตะวันออกเจริญรุ่งเรือง ต่างประเทศเหมาลำบินตรงมาจอดได้เลย.. พล.ร.ต.สุรพงษ์ อัยสานนท์ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เปิดเผยว่า เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้มีสนามบินที่อยู่ไม่ไกลจาก กทม. สะดวกในการสัญจรไปมา จึงได้คัดเลือกสนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง รองรับผู้โดยสารจากสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นสนามบินหลักของประเทศ แต่เนื่องจากสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งไม่เคยได้รับการปรับปรุง มีกำลังในการรองรับผู้โดยสารได้เพียง 400 คนต่อชั่วโมง ดังนั้นรัฐบาล จึงมีนโยบายขยายสนามบินอู่ตะเภา โดยอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างอาคารจำนวน 600 ล้านบาท และอนุมัติงบประมาณสร้างลานจอดเครื่องบินอีก 100 ล้านบาท พล.ร.ต.สุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า คาดว่าจะเริ่มลงมือก่อสร้างได้ในปีงบประมาณ 2553 ซึ่งเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 1,500 คนต่อชั่วโมง ซึ่งใหญ่กว่าเดิม 4 เท่า และจะทำให้การท่องเที่ยวภาคตะวันออกเจริญรุ่งเรือง มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเหมาลำบินตรงมาจอดอู่ตะเภาได้เลย |
|
|
|
|
|
#65 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346
|
3 ministries to study Map Ta Phut case
By: BangkokPost.com Published: 9/06/2009 at 05:03 PM The Natural Resources and Environment, Public Health, and Industry ministries have been instructed by the cabinet to make a study of health, investment and environmental problems inflicted by industrial estates in the Map Ta Phut area of Rayong province, Prime Minister Abhisit Vejjajiva said after the cabinet meeting on Tuesday. Mr Abhisit said since Map Ta Phut was declared a pollution control zone the affected agencies had been unclear what their next steps should be. The three ministries were given two weeks to complete their report, which would be used to plan ways to facilitate investment in the area without further conflict with the local people, he said. |
|
|
|
|
|
#66 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346
|
Continental Automotive opens plant in Rayong
RAYONG, June 16 (TNA) - Continental Automotive (Thailand) Co., Ltd., a subsidiary of Germany-based Continental AG, one of the world’s top five automotive suppliers, on Tuesday opened a plant in the eastern province of Rayong. Located at Amata City, the company’s first plant was built with an investment of approximately Bt5 billion and will produce Powertrain diesel injectors, high pressure pumps and common rail assemblies. In future, interior electronics will be produced at the plant. The company’s first lot of export will be for markets in China, India and Europe this month. It will start supplying its products to the Thai market in 2010 and, according to the company’s plan, 70 per cent of the total output will be for the Thai market and the rest for India and Europe. Managing Director Thomas Chambers of Continental Automotive (Thailand) said that although the economic situation is not bright, his company decided to invest as it considers that the Asian market can still grow at a high rate. Thailand, said Mr. Chambers, is the automotive hub for ASEAN (Association of Southeast Asian Nations) and also the company’s production base for export to other countries. (TNA) |
|
|
|
|
|
#67 |
|
Registered User
Join Date: Apr 2009
Posts: 2,598
Likes (Received): 0
|
|
|
|
|
|
|
#68 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346
|
สนง.ระยองประมูลทรัพย์ยึดเกรดA ที่ดินเปล่า1.7พันไร่-คอนโดฯตากอากาศ79ห้อง
วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4118 ประชาชาติธุรกิจ เศรษฐกิจขาลงส่งผลทรัพย์ยึดล้นมือ สำนักงานบังคับคดีระยองจัดระเบียบข้อมูลทรัพย์ราคาประเมินเกิน 10 ล้านบาท เตรียมเปิดประมูลลอตใหญ่ 20 สิงหาคมนี้ เผยไฮไลต์ที่ดินเปล่าผืนใหญ่ 900-1,700 ไร่ ล่าสุดปรับกลยุทธ์ดึงดูดรายย่อย หั่นห้องชุด "บ้านฉางคลิฟวิว" 79 ยูนิตเคาะขายทีละห้อง รองรับเป้าหมายผลักดันทรัพย์ 1.8 พันล้านบาท นายวัลลภ ศรัณยวณิชย์ ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ปีงบประมาณ 2552 (1 ตุลาคม 2551-30 กันยายน 2552) สำนักงานระยองได้รับ มอบหมายให้ประมูลขายทรัพย์สิน โดยมีวงเงินเป้าหมายจำนวน 1,813,523,866 บาท ผลดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ สามารถประมูลขายทรัพย์สิน 854,394,542 บาท คาดว่าจนถึงสิ้นปีงบประมาณจะสามารถทำผลงานได้ตามเป้า ทั้งนี้ ทรัพย์ที่ยึดในจังหวัดระยอง แบ่งเป็นทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ซึ่งฟ้องบังคับจำนอง 90% และสังหาริมทรัพย์ 10% โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจคือทรัพย์ยึดประเภทอสังหาริมทรัพย์นั้น เมื่อแยกรายละเอียด พบว่าจะเป็นอสังหาฯประเภทที่อยู่อาศัย ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ระดับราคาเฉลี่ย 5 แสน-1 ล้านบาท มีสัดส่วนสูงที่สุดประมาณ 60%, ห้องชุด 10%, ที่ดินเปล่า ที่ดินเกษตรกรรม 15% และหลักทรัพย์ประกันที่ใช้ในการประกอบธุรกิจหรืออาคารโรงงานอีก 15% นายวัลลภกล่าวต่อไปว่า เพื่อให้การประมูลทรัพย์ทำเป้าได้ตามที่รับมอบหมาย สำนักงานระยองได้วางแผนเชิงกลยุทธ์โดยจัดกิจกรรมหลัก ได้แก่ 1.กิจกรรมขายทอดตลาด 4 ครั้ง โดยได้นำทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ราคาเฉลี่ยไม่เกิน 1 ล้านบาท นำมาจัดประมูลในงาน กลุ่มเป้าหมายผู้เข้าประมูลทรัพย์จะเป็นประชาชนทั่วไป หรือเป็นผู้ประมูลรายย่อย 2.จัดทำข้อมูลรายการทรัพย์สินที่อยู่ในกระบวนการบังคับคดี ที่มีราคาประเมิน ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป นำมาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในวงกว้าง กลุ่มเป้าหมายจะเป็นผู้ประมูลรายใหญ่หรือผู้ประกอบการ โดยทรัพย์ในกลุ่มนี้ 10 ลำดับแรกมีราคาประเมินรวมกันสูงกว่า 1,300 ล้านบาท ซึ่งเตรียมทยอยนำออกประมูลขายในวันที่ 25 มิถุนายน, 20 สิงหาคม และ 3 กันยายนนี้ (รายละเอียดในตาราง) 3.มีการปรับกลยุทธ์โดยเน้นดึงดูด ผู้ประมูลรายย่อยให้เข้ามาประมูลทรัพย์ มากขึ้น นอกจากกิจกรรมขายทอดตลาดแล้ว สำนักงานระยองเตรียมเปิดประมูลห้องชุดในโครงการบ้านฉางคลิฟวิวที่เป็นทรัพย์ยึดจำนวน 79 ยูนิต แบ่งเป็นห้องชุดขนาด 153 ตารางเมตร จำนวน 3 ยูนิต, ขนาด 139 ตารางเมตร 2 ยูนิต, ขนาด 45 ตารางเมตร 44 ยูนิต และขนาด 31 ตารางเมตร 30 ยูนิต นำมาประมูลขายทอดตลาดทีละยูนิตจากเดิมที่จะใช้วิธีประมูลแบบเหมายกลอต ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีระยองกล่าวด้วยว่า ทรัพย์หลายรายการมีศักยภาพสูงที่จะประมูลซื้อเพื่อนำไปทำนิคมอุตสาหกรรมหรือสวนเกษตร เช่น ที่ดินเปล่า 981 ไร่ ต.มาบข่า อ.บ้านค่าย และที่ดินเปล่าแปลงใหญ่ถึง 1,743 ไร่ ทำเลดีมากใกล้นิคมอุตฯอีสเทิร์นฯ ต.ตาสิทธิ์ อ.ปลวกแดง เป็นต้น "ทรัพย์หลายรายการยังมีการใช้ประกอบธุรกิจอยู่ เช่น คดี ธ.659/50 ประกอบ กิจการโรงแรมชื่อดราก้อนบอลโฮเต็ล เปิดบริการทั้งแบบพักรายวันและรายเดือน ซึ่งมีอัตราลูกค้าเข้าพักค่อนข้างจะสูงเพราะทำเลดีใกล้กับนิคมอุตฯมาบตาพุด หรือกรณีห้องชุดในโครงการบ้านฉางคลิฟวิวที่ทำเลที่ตั้งโครงการอยู่ในแนวคลื่นแม่เหล็กโลก ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ นิยมมานอน ฝังทรายตามริมหาดเพื่อรักษาโรคข้อและกระดูก จากข้อมูลที่เป็นจุดเด่นของทรัพย์ทำให้มั่นใจว่าน่าจะได้รับความสนใจอย่างแน่นอน" นายวัลลภกล่าว หน้า 9
|
|
|
|
|
|
#69 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346
|
กกร.ถกมาบตาพุดวันนี้
Posttoday วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ที่ประชุมกกร. นัดหารือปัญหามาบตาพุด และขอลด-ยกเว้นภาษี หวังช่วยลดภาระผู้ประกอบการช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ในวันที่ 13 ก.ค.นี้ ทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย จะหารือเรื่องปัญหามาบตาพุด เนื่องจากขณะนี้มีปัญหาการฟ้องร้องกับหลายหน่วยงาน โดยภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลหรือแต่ละหน่วยงานให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน เพราะหากมีการชะลอโครงการตามที่มีการฟ้องร้อง จะมีโครงการที่ได้รับผลกระทบกว่า 50 แห่ง มูลค่าประมาณ 4 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ภาคเอกชนพร้อมที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล เพราะเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และเรื่องนี้มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ และกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการภาครัฐร่วมเอกชน (กรอ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 15 ก.ค.นี้ นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จะมีการนำเสนอมาตรการทางภาษี โดยเน้นไปที่มาตรการทางภาษีที่สำคัญต่อผู้ประกอบการ ได้แก่ 1.ขอลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับกำไรจากการขายสินทรัพย์ที่เป็นทุนให้เหลือ 10% 2.ขอยกเว้นภาษีการปรับโครงสร้างหนี้ที่ยังไม่ถูกฟ้องล้มละลาย สำหรับข้อ 3 ขอลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลให้เหลือ 28% ในปี 2552 และปี 2553 ลดเหลือ 25% 4.ขอลดภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสำหรับรายได้ประเภทเงินปันผลและดอกเบี้ย 5.เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ ผู้ประกอบการภาคธุรกิจโรงแรมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และ 6.ขอลดหย่อนอัตราภาษีโรงเรือนและที่ดินจากเดิมที่เรียกเก็บอยู่ที่อัตรา 12% ให้เหลือ 7% เพื่อ ช่วยลดภาระผู้ประกอบการในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะเดียวกันจะมีวาระเรื่องข้อเสนอแผนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ซึ่งจะมีการกำหนดเรื่องการตลาด การแข่งขันของอุตสาหกรรมก่อสร้าง ขณะเดียวกันยังได้เสนอมาตรการเร่งด่วนต่อ ภาครัฐ เช่น ขอให้ภาครัฐลงทุน การก่อสร้างในโครงการขนาดใหญ่ คู่ |
|
|
|
|
|
#70 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346
|
คนระยองสุดทน มูลนิธิสวล.แสบ เดินสายไถแหลก
สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1017 ประจำวันที่ 25-7-2009 ถึง 28-7-2009 ] ชาวระยองสุดทนออกมาเปิดโปง มูลนิธิเพื่อสิ่ง แวดล้อมสุดแสบ จี้เอกชนเลิก สนับสนุน หลังผู้บริหารกำมะลอ เดินสายอ้างชุมชนเรียกเก็บ เงินผู้ประกอบการภาคอุตฯ ปีละกว่า 30 ล้าน พบไม่เคยสร้าง ประโยชน์ให้กับคนในพื้นที่ งุบงิบ บริหารกันเองจนหนี้บานฉ่ำ แฉ พอหมดเงินออกแห่จัดงาน อ้าง เขตควบคุมมลพิษ สร้างความแตกแยกในพื้นที่ จากพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลที่อ้างชื่อเป็น มูลนิธิเพื่อ สิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ อ.มาบตา พุด จ.ระยองที่กองบรรณาธิการ สยามธุรกิจ ได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการ และกลุ่มประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และได้มีการออกสอบถามประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับข้อมูลของ มูลนิธิ ดังกล่าว จนได้ทราบถึงความ ไม่ชอบมาพากล และ ความไม่โปร่งใส ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 1 ปีเศษของการก่อตั้ง สยามธุรกิจ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบ มูลนิธิ ดังกล่าวที่ใช้ชื่อเกี่ยวกับ การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ โดยมีการจัดตั้งเป็นองค์กรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในขณะเดียวกันกลับมีพฤติกรรมและการดำเนินการที่ตรงกันข้าม โดยเฉพาะมีการดำเนินการไปในลักษณะเฉพาะกลุ่มบุคคล ซึ่งมีผลประโยชน์เกี่ยวพันเฉพาะกับผู้บริหารบางคน โดยมูลนิธิดังกล่าวมีรายได้จากกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรม โรงงาน และกลุ่มเอกชนในพื้นที่ เพื่อนำมาพัฒนาคุณภาพ ชีวิตและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ชุมชนรอบเขตอุตสาหกรรม ในแถบมาบตาพุด บ้านฉาง และอีกหลายพื้นที่ในจังหวัดระยอง แต่ที่ผ่านมากว่า 1 ปี กลับไม่เคยมีผลงานในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ผู้ประกอบการรายหนึ่งที่เคยร่วมงานกับมูลนิธิดังกล่าวเปิดเผยว่า มูลนิธิดังกล่าวจะเน้นเรื่องของการจัดงานอีเวนต์ต่างๆ มากกว่าการให้ความสนใจในประเด็นหลักคือ เรื่องคุณภาพชีวิตของชาวชุมชน และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ตรงกันข้ามการดำเนินการจะเรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในพื้นที่เพื่อเข้ามูลนิธิ ซึ่งตลอดเวลาของการก่อตั้งประมาณ 1 ปีเศษ มูลนิธิดังกล่าวมีเงินมากกว่าปีละ 30 ล้านบาท แต่กลับไม่มีผลงานในการช่วยเหลือประชาชนในด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมจริง ซึ่งผู้ประกอบการบางส่วนก็เลิกที่จะช่วยเหลือมูลนิธิดังกล่าวไปแล้วหลายราย ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับ สยามธุรกิจ เกี่ยวกับมูลนิธิดังกล่าวว่า ที่ผ่านมามูลนิธิดังกล่าวไม่เคยมีกิจกรรมอะไรที่ลงมาช่วยเหลือคนในพื้นที่ มีแต่กิจกรรมเฉพาะการจัดงานจัดสัมมนาต่างๆ ซึ่งเมื่อสัมมนาแล้วก็ไม่ได้มีความคืบหน้าอะไรในเรื่องของการให้ความช่วยเหลือคนใน พื้นที่ ซึ่งมูลนิธิดังกล่าวมีพฤติกรรมที่แปลก ที่ใช้ชื่อเรียกตัวเองว่าเป็นมูลนิธิเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม แต่กลับคัดค้าน เรื่องของการประกาศเขตควบคุมมลพิษในพื้นที่มาโดยตลอด และในอีกด้านหนึ่งก็ไม่เคยทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อชาวบ้านฉาง มาบตาพุดและชาวระยองอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งๆ ที่มีงบประมาณซึ่งได้มาจากผู้ประกอบการปีละกว่า 30 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย นอกจากนี้ กลุ่มผู้บริหารเองที่กำลังสร้างอิทธิพลต่อประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก เพื่อต้องการใช้ชื่อของชุมชนและประชาชนในพื้นที่ไปอ้างกับทางผู้ประกอบการให้มีการจ่ายเงินให้ในแต่ละปี ซึ่งจริงๆ แล้วคณะผู้บริหารบางคนในกลุ่มนี้กลับใช้ชีวิตที่หรูหราและฟุ่มเฟือย และทำให้เกิดหนี้สินจำนวนหลายแสนบาท และนำเงินบางส่วนจากมูลนิธิ ไปใช้จัดงานส่วนตัว และก่อนหน้านี้ชาวบ้านหลายชุมชนได้เคยประท้วงผู้ประกอบการให้เลิกสนับสนุนมูลนิธิดังกล่าวไปแล้ว แต่กลับไร้ผล ชาวบ้านในพื้นที่กล่าว สยามธุรกิจ ได้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่ม เติมหลังชาวบ้านในพื้นที่เริ่มออกมาแสดงความเห็นพบว่า ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับการออกมาให้ข่าวในช่วงก่อนหน้านี้ของ นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก แกนนำปัญหามาบตาพุด ซึ่งระบุว่า หลังจากที่ศาลปกครอง ระยองมีคำสั่งให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศให้พื้นที่เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด และอีก 3 อำเภอ ใกล้เคียงเป็นเขตควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมามูลนิธิพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ต.มาบตาพุด และบ้านฉางได้รับเงินจำนวน 35 ล้านบาทผ่านมาจากกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่ และมีการเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านการประกาศเขตควบคุมมลพิษมาโดยตลอด ซึ่งมีผลทำให้คนในชุมชนขัดแย้งกระทบกระทั่งกันเอง นอกจากนี้ สยามธุรกิจ ได้รับการเปิดเผยจากภาคเอกชน หลายรายเตรียมฟ้องร้องเอาผิดกับผู้บริหารมูลนิธิดังกล่าวในเรื่องของการออกไปแอบอ้างชื่อมูลนิธิ ทำสัญญาว่าจ้างต่างๆ รวมถึงการเรียกเงินจากภาคเอกชนในจังหวัดระยอง ในการจัดงานต่างๆ ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมจริง โดยในกรณีของมูลนิธิดังกล่าว สยามธุรกิจ จะเกาะติดและเปิดโปงพฤติกรรม ของผู้บริหาร รวมถึงผลการดำเนินงานด้านต่างๆ ของผู้บริหารและมูลนิธิกำมะลอ มารายงานให้ทราบต่อไป |
|
|
|
|
|
#71 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346
|
กอร์ปศักดิ์ ลุยพื้นที่มาบตาพุด
Thairath 8/08/2009 เตรียมสรุปความคืบหน้าแผนลงทุนในมาบตาพุดที่ยังไม่ได้อนุญาตหลายโครงการ หลังรอผลชัดเจนจากกฤษฎีกาตีความเกี่ยวกับกิจการที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงตามมาตรา 67 เสนอ กอร์ปศักดิ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม พร้อมนัดประชุมบอร์ดกนอ.19 ส.ค. เพื่อคลี่คลายปัญหา วันนี้ (7 ส.ค.) นางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ) กล่าวว่า นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชน และผู้ประกอบการในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง พร้อมทั้งชี้แจงให้ผู้ประกอบการรับทราบเกี่ยวกับทิศทางดำเนินงานของรัฐบาลใน แนวทางมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในแผนการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมที่เน้นให้เกิดการขยายการลงทุนอย่าง ต่อเนื่อง พร้อมเข้มงวดในเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ให้เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ ทั้งนี้กนอ. ได้เปิดรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับภาพรวมของการลงทุน และปัญหาด้านการบริหารจัดการต่างๆ โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ จากผู้ประกอบการในพื้นที่นิคมฯ มาบตาพุดพร้อมประเด็น การฟ้องร้องของสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน สมาคมสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติต่อศาลปกครองกลางเรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดย ไม่ชอบด้วยกฏหมาย โดยข้อสรุปครั้งนี้ นายกอร์ปศักดิ์จะรวบรวมเพื่อเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป ผู้ว่าการกนอ. กล่าว นางมณฑา กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ในประเด็นการกำหนดขอบเขตหรือกรอบความหมายถึงคำจำกัดความเกี่ยวกับโครงการ หรือกิจกรรมที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงตามมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีหนังสือตอบข้อหารือตามมาตรา 67 มายังกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว โดยให้ความเห็นว่าหน่วยงานสามารถพิจารณาออกใบอนุญาตให้แก่โครงการหรือ กิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนได้ หากโครงการหรือกิจกรรมนั้นได้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่ง แวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และได้จัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วน เสีย ทั้งตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันกำหนดไว้ และ กนอ. ยังคงสนับสนุนให้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัด ระยอง พ.ศ. 2550 2554 ต่อไป ซึ่งองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นอยู่ในหลักการจัดทำแผนลดและขจัดมลพิษ ซึ่งคาดว่าจะได้รับงบประมาณการดำเนินงานในปี 2554ในส่วนของ กนอ.ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีหนังสือถึงกนอ.โดยตรงแล้ว ทั้งนี้ กนอ. จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการ กนอ. ในวันที่ 19 ส.ค.และโครงการลงทุนต่างๆ ในนิคมอุตสาหกรรมที่ยังไม่ได้อนุญาต เพื่อรอผลสรุปที่ชัดเจนจากการกำหนดขอบเขตการดำเนินงานภายใต้มาตรา 67 มีจำนวนทั้งสิ้น 23 โครงการ รวมมูลค่า 323,661 ล้านบาทจบ |
|
|
|
|
|
#72 |
|
Who can see me...
Join Date: Jun 2009
Location: นครราชสีมา
Posts: 5,562
Likes (Received): 15
|
ร๊ะยอง ฮิ๊
|
|
|
|
|
|
#73 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346
|
ลุ้นบอร์ด กนอ. ชี้ขาดลงทุนในมาบตาพุด
Thairath 17/08/2009 กลุ่มผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ลุ้นบอร์ดกนอ.ชี้ขาดผลกระทบอีไอเอ ถึงเดินหน้าลงทุน คาดครึ่งปีหลังธุรกิจการกลั่น กำไรจะกระเตื้องตามเศรษฐกิจโลก วันนี้ (17 ส.ค. ) นายชายน้อย เผื่อนโกสุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีทีเออาร์ และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นฯ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการรอมติผลการลงทุนของคณะกรรมการ (บอร์ด) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)ว่า แม้คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีมติเห็นชอบตามการตีความของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้โรงงานในมาบตาพุดและบริเวณใกล้เคียงที่ได้รับความเห็นชอบเรื่องการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) สามารถดำเนินการได้ โดยไม่ต้องทำเรื่อง ผลการศึกษาด้านสุขภาพ (HIA) ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาตรา 67 แต่หน่วยงานที่ให้ใบอนุญาต คือ กนอ. และกรมโรงงานอุตสาหกรรมยังไม่ให้ความเห็น ซึ่งในส่วนของ กนอ.จะรอการประชุมบอร์ด 19ส.ค. ชี้ขาดเสียก่อน หากได้รับการเห็นชอบการลงทุนของโรงงานต่าง ๆ ก็จะเดินหน้าต่อไป ประธานพีทีทีเออาร์ กล่าวอีกว่า ส่วนองค์กรภาคเอกชนที่ฟ้องร้องศาลปกครองให้ภาครัฐบังคับใช้มาตรา 67 มีประมาณ 76 โรงงานรวมเม็ดเงินลงทุน 4 แสนล้านบาท โดยเรื่องดังกล่าวเป็นกฎหมายใหม่ที่โรงงานส่วนใหญ่ได้ดำเนินการตามกฎหมายเดิม ที่กฎหมายบังคับให้ทำอีไอเอเท่านั้น โดยในส่วนของพีทีทีเออาร์ มี 2 โครงการ ได้แก่ โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นที่ดำเนินการเสร็จแล้ว รอใบอนุญาตประกอบกิจการและโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันให้ได้ตามมาตรฐานยูโร 4 ซึ่งจะใช้เงินลงทุน 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรอใบอนุญาตก่อสร้างจากหน่วยงานรัฐ "ธุรกิจการกลั่นในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ยังอยู่ในภาวการณ์ไม่ดีนัก ได้ค่าการกลั่นประมาณ 3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่คาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เมื่อเศรษฐกิจโลกดีขึ้นความต้องการน้ำมันจะสูงขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงฤดูหนาวความต้องน้ำมันเพื่อทำความอบอุ่นจะเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น และส่งผลให้ค่าการกลั่นขยับดีตามไปด้วย"นายชายน้อย กล่าว ประธานพีทีทีเออาร์ กล่าวด้วยว่า สำหรับธุรกิจปิโตรเคมี ในส่วนของอะโรเมติกส์นั้น คาดว่าครึ่งหลังของปีนี้จะดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้นแล้ว ยังมาจากแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนที่ทำให้ความต้องการรถยนต์เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ พีทีทีเออาร์ เป็นผู้ดำเนินการโรงกลั่นน้ำมันขนาด 2.8 แสนบาร์เรลต่อวัน และกำลังการผลิตสารอะโรเมติกส์ 2.26 ล้านตันต่อปี โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ พาราไซลีน และเบนซีน ช่วงครึ่งแรกของปีนี้พีทีทีเออาร์ มีค่าการกลั่นอยู่ที่ 3.78 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่เมื่อรวมสตอกน้ำมัน และการทำประกันความเสี่ยง (HedgingGain) จะอยู่ที่ระดับ 9.76 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และเมื่อรวมกับมาร์จิ้นในธุรกิจปิโตรเคมี จะทำให้มีกำไรขั้นต้นจากการผลิตรวม (GIM) ที่ 8.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล. |
|
|
|
|
|
#74 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346
|
เลื่อนส่งแผนมลพิษ ระยองอ้างถกชุมชน
Posttoday วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ระยอง ขอเลื่อนส่งแผนลดมลพิษอีก 1 เดือน อ้างรอขอความเห็นชุมชน คาดต้องใช้งบอีกพันล้านบาท นายสุทธิ อัชาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เปิดเผยว่า แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง ที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ให้ท้องถิ่นจัดทำขึ้นใหม่ ตามประกาศเขตควบคุมมลพิษในพื้นที่มาบตาพุด ขณะนี้ในภาพรวมดำเนินการเสร็จแล้ว ตามกำหนดเวลาภายใน 120 วัน หรือภายในวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ต้องการนำแผนทั้งหมดหารือรับฟังความคิดเห็นต่อชุมชนอีกครั้งก่อน จึงขอเลื่อนส่งแผนออกไปอีก 1 เดือน คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณดำเนินงาน 1,000 ล้านบาท นายสุทธิ กล่าวว่า จากการที่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในท้องถิ่น ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้ร่างฉบับใหม่ เน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน แบ่งเป็นการสร้างแนวทางการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของสาธารณชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการลดและขจัดมลพิษในมาบตาพุด ตลอดจนพัฒนาความร่วมมือระหว่างสื่อสารมวลชน องค์กร ภาครัฐ ภาคประชาชน และองค์กรพัฒนาเอกชนในการสร้างช่องทางการสื่อสารสาธารณะ และจัดระบบเฝ้าระวัง รายงานผลมลพิษ หลังจากกระบวนการจัดทำของท้องถิ่นเสร็จเรียบร้อยจะนำเสนอแผนดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และนำเสนอต่อคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมให้ความเห็นชอบต่อไป จึงจะมีผลบังคับใช้ได้ |
|
|
|
|
|
#75 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346
|
ม.67ทำ40โครงการส่อแววค้างเติ่ง แค่ความเห็นกฤษฎีกายังไม่พอต้องรอมติครม.ก่อน
วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4133 ประชาชาติธุรกิจ โครงการลงทุนเกือบ 40 โครงการ มูลค่ารวม 400,000 ล้านบาท ยังค้างเติ่ง เหตุติดล็อกมาตรา 67 รัฐธรรมนูญ 2550 กนอ.กับ กรอ.ไม่กล้าอนุมัติ แม้กฤษฎีกาตีความให้ทำได้แล้วก็ตาม กังวลชุมชนฟ้องร้องทั้งแพ่ง/อาญา ล่าสุดหารือ "กอร์ปศักดิ์" ส่งเรื่องเข้า ครม.ให้มีคำสั่งเดินหน้าอนุมัติโครงการ โดยใช้มติ ครม.เป็นด่านหน้า จากปัญหาการดำเนินการตามกฎหมายมาตรา 67 แห่งรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ทำให้หน่วยงานราชการที่มีอำนาจไม่กล้าจะอนุมัติ/อนุญาตโครงการต่างๆ ที่เข้าข่ายตามมาตรา 67 ระบุไว้ว่า โครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรง จะต้องได้รับความเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) รายงานผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) และต้องได้รับความเห็นจากองค์กรอิสระ ขณะที่ปัจจุบันมีการดำเนินการเพียงแค่การพิจารณาเห็นชอบ EIA เท่านั้น เหตุที่ ไม่กล้าอนุมัติ เนื่องจากมีความกังวลถึงการฟ้องร้องที่จะมีขึ้นในอนาคต แม้คณะกรรมการกฤษฎีกาจะมีความเห็นออกมาล่าสุด (30 กรกฎาคม 2552) ว่า ในช่วงที่ยังไม่มีกฎหมายใหม่ออกมารองรับมาตรา 67 ดังนั้นเพื่อไม่ทำให้การบริหารราชการแผ่นดิน หรือการประกอบอาชีพของประชาชนต้องสะดุดลง หน่วยงานราชการจึงสามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติ/อนุญาตโครงการได้ โดยให้กรอบกฎหมายเดิมไปก่อน จึงจะมีการจัดทำกฎหมายใหม่ที่ชัดเจนขึ้น แต่ถึงขณะนี้หน่วยงานราชการต่างๆ ก็ยังมีความกังวลไม่กล้าที่จะพิจารณาอนุมัติโครงการอยู่ดี นางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันมีโครงการที่รอให้ กนอ.การพิจารณาอนุมัติให้การก่อสร้างและประกอบกิจการโรงงานอยู่ประมาณ 23 โครงการ มูลค่ารวม 323,661 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง อาทิ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด, นิคมอาร์ไอแอล, นิคมเอเซีย, นิคมเหมราชอิสเทิร์นซีบอร์ด, นิคมผาแดง เป็นต้น โดยระหว่างนี้ยังไม่มีการอนุมัติ ซึ่งแนวทางการดำเนินการพิจารณาอนุมัติให้เป็นไปตามความเห็น คณะกรรมการกฤษฎีกาหรือไม่นั้น ทาง กนอ. จะต้องทำเรื่องรายงานผลของความเห็นข้อเสนอแนะเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ กนอ.ที่มีนายประสาน ตันประเสริฐ เป็นประธาน ในวันที่ 19 สิงหาคม 2552 ขณะที่นายจักรรัฐ เลิศโอภาส รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวยอมรับว่า การอนุมัติ/อนุญาตโครงการของหน่วยงานในระหว่างนี้ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันการฟ้องร้องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งคดีแพ่งและอาญา ซึ่งนอกจากจะให้คณะกรรมการ กนอ.พิจารณาสรุปแนวทางการดำเนินการที่ชัดเจนแล้ว หากรัฐบาลต้องการให้หน่วยงานราชการอนุมัติโครงการให้การลงทุนเดินหน้าต่อไป ก็ต้องออกมาเป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นคำสั่งออกมาให้ชัดเจนตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งจากการหารือร่วมกับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ล่าสุดก็มีความเห็นว่า จะนำประเด็นปัญหามาตรา 67 เข้าสู่ที่ประชุม ครม.เร็วๆ นี้ ด้านนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า ขณะนี้มีโครงการที่รอ กรอ.อนุมัติให้ประกอบกิจการโรงงานอยู่ประมาณ 15 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 60,000 ล้านบาท และเป็นโครงการที่ผ่านความเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว ซึ่งทาง กรอ.จะยังไม่พิจารณาอนุมัติขณะนี้ เพราะต้องรอความชัดเจนใน 2 ส่วนก่อน คือ 1)การประกาศรายชื่อกิจการก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรง ที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังจัดทำอยู่ในขณะนี้ และ 2)มติที่ประชุมของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการตามมาตรา 67 ที่จะประชุมกันภายในเดือนสิงหาคมนี้ "ขณะนี้แม้กฤษฎีกาจะมีความเห็นออกมาให้หน่วยงานราชการที่มีอำนาจอนุมัติโครงการต่อไป แต่เพื่อความมั่นใจในการดำเนินการ เราจึงรอความชัดเจนในเรื่องของกิจการและมติของ กรอ.เสียก่อนว่าจะให้ทำอย่างไร หน้า 6 |
|
|
|
|
|
#76 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346
|
เอกชน เห็นด้วยออกใบอนุญาตประกอบกิจการในมาบตาพุด ตามม.67
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 19/08/2009 ภาคเอกชน เห็นด้วยที่มีการออกใบอนุญาตประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ตามมาตรา 67 เพราะช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศมากขึ้น นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากที่คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ. มีความชัดเจนเรื่องการออกใบอนุญาตประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ตามมาตรา 67 ทำให้ภาคเอกชนมีความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศมากขึ้น โดยโครงการลงทุนที่ผ่านการศึกษาด้าน อีไอเอ เรียบร้อยแล้ว ส่วนจะได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการหรือไม่ ต้องรอการประกาศบัญชีรายชื่อกิจการที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชนในสัปดาห์หน้าก่อน หากโครงการลงทุนใดไม่เข้าข่ายอยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าวจะได้รับใบอนุญาตเข้าลงทุนได้ทันที สำหรับเกณฑ์การประเมินของผู้ชำนาญการว่าโครงการลงทุนใด ส่งผลกระทบรุนแรงต่อชุมชน เช่น มีการปล่อยสารเคมีอันตรายในชั้นบรรยากาศ ที่เป็นมลภาวะกระทบต่อชุมชน และระบบนิเวศน์วิทยาหรือไม่ รวมทั้ง ผลกระทบด้านเสียง และตำแหน่งที่ตั้งของโครงการนั้นๆเป็นปัจจัยพิจารณาด้วย ขณะที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงท่าทีไม่เห็นด้วย กับการจัดทำบัญชีรายชื่อกิจการที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชน เพราะโครงการลงทุนใดที่มีผลกระทบรุนแรงจะไม่ได้รับอนุญาตให้ลงทุนอยู่แล้ว ดังนั้น การขออนุญาตลงทุนโครงการใหม่ในอนาคต ตามมาตรา 67 ควรผ่านการประเมินจากผู้ชำนาญการว่าโครงการหรือประเภทกิจการใดที่มีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง โดยผู้ชำนาญการจะพิจารณาควบคู่กับการศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพ หรือ เอชไอเอ |
|
|
|
|
|
#77 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346
|
กรอ.ไฟเขียวออกใบอนุญาต55โครงการผ่านอีไอเอในมาบตาพุด
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 19/08/2009 กรอ.มีมติเห็นชอบออกใบอนุญาตประกอบการ 55 โครงการ ที่ผ่านการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นายพุฒิพงษ์ ปุณณกัณฑ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ. มีความเห็นเพิ่มเติมให้ดำเนินการตามมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. ออกใบอนุญาตการขอขยายกิจการหรือตั้งโรงงาน สำหรับโครงการลงทุนที่ผ่านการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ ในพื้นที่มาบตาพุด ที่ยังคงค้างอยู่ 55 โครงการ มูลค่าการลงทุนประมาณ 400,000 ล้านบาท ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ความเห็นว่าดำเนินการต่อได้ ขณะที่การจัดทำบัญชีโครงการหรือประเภทกิจการที่มีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง 17 รายการ ตามมาตรา 67 นั้น กรอ. ได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งจัดทำบัญชีดังกล่าว แล้วให้นำกลับมาเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจพิจารณาในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ คาดว่า จะสามารถประกาศบัญชีรายชื่อดังกล่าวได้ เพื่อให้ภาคเอกชนรับทราบความชัดเจนในการลงทุน โดยจะทยอยออกใบอนุญาตประกอบกิจการให้กับผู้ประกอบการได้ภายใน 2 - 3 สัปดาห์ ส่วนการดำเนินการตามมาตรา 67 ที่ประชุม กรอ. ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำงานร่วมกับกระทรวงอุตสหกรรม ในการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ หรือ เอชไอเอ เข้ากับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ รวมทั้งการจัดตั้งองค์กรอิสระ และเพิ่มผู้ชำนาญการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมด้วย |
|
|
|
|
|
#78 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346
|
B59bn in EIA-approved projects to get go-ahead
Bangkokpost Published: 19/08/2009 at 12:00 AM Authorities today are expected to approve 59 billion baht worth of investment projects that have been delayed pending clarification of environmental regulations. A total of 55 projects had received approval of their environmental impact assessment (EIA) reports, but questions subsequently arose over the interpretation of regulations under Section 67 of the 2007 Constitution. The section guarantees environmental and community well-being against projects deemed harmful. Pending the release of further guidelines, authorities had been reluctant to issue operating permits as they feared such approvals might violate the law. However, the Council of State, the government's legal advisory body, has said that projects with approved EIAs could go ahead while further work on guidelines was being done. The public-private partnership committee chaired by Prime Minister Abhisit Vejjajiva is scheduled to meet today and act on the council's recommendation. Witoon Simachokdee, director-general of the Industrial Works Department, said he was ready to approve 13 projects worth 59.5 billion baht once the committee gives the go-ahead. " The council's statement was sent to the Industry Ministry two weeks ago and it said we could go ahead with permit approvals if projects had already passed the EIA stage," Mr Witoon said. Ten of the 13 projects awaiting permits are power plants. Prasan Tanprasert, chairman of the Industrial Estate Authority of Thailand (IEAT) said its board would also meet today to consider approving permits to projects in the pipeline. |
|
|
|
|
|
#79 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346
|
Four projects get long-awaited licences
By The Nation 20/08/2009 Four investment projects with a combined investment of Bt17.55 billion, including one each of the PTT Group and the Siam Cement Group (SCG), yesterday won long-awaited operating licences from the Industrial Estate Authority of Thailand (IEAT). The approvals were granted following a green light from the IEAT board and the Public-Private Partnership (PPP). The PPP convened yesterday, with Prime Minister Abhisit Vejjajiva as its chairman. Apart from the four approved projects, 19 more with a combined investment of Bt305.45 billion are awaiting IEAT approval and another 13 projects worth Bt59 billion are waiting for approval from the Industrial Works Department. IEAT governor Monta Pranootnorapal said the agency would speed up the granting of licences to projects that have passed an environmental-impact assessment (EIA). The four companies granted approval yesterday are Sumitomo's 28.2 per cent-owned Siam Tinplate, Siam Polyethylene (a joint venture between Dow Chemical and SCG), Bangkok Polyethylene (part of the PTT Group) and Aditya Birla Chemicals. The approvals are the first since new rules and regulations were imposed earlier this year to cope with environmental concerns. Agencies had, however, been reluctant to issue operating licences, due to the lack of proper guidance over compliance with Article 67 of the Constitution. Even though projects in the pipeline will be granted licences, it was agreed by the IEAT board and the PPP that new industrial projects would be put on hold until the list of 15 industries with a serious environmental impact was announced. Projects in industries on the list will be required to conduct a health-impact assessment (HIA), aside from the generally required EIA. Industry Vice Minister Sorayud Petchtrakul said the list had been drawn up but was awaiting approval by Minister Charnchai Chairungrueng next Monday before being submitted to the Cabinet. Industries on the list must wait for regulations on EIA and HIA to be completed by the Natural Resources and Environment Ministry, as well as the establishment of an independent organisation, as stipulated by Article 67. "The prime minister ordered state agencies to complete the legal amendments as soon as possible, so that investment can resume. However, this will take time. The National Environment Act needs to be amended, to pave way for the establishment of the independent body," Sorayud said. |
|
|
|
|
|
#80 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346
|
PM okays industry permits Nod clears up B400bn in investments
Bangkokpost Published: 20/08/2009 at 12:00 AM Investment projects waiting in the pipeline worth almost 400 billion baht have been given the go-ahead for permit approval with the support of Prime Minister Abhisit Vejjajiva, according to the Industry Ministry. However, new projects categorised as harmful need to wait for permit guidelines to be finalised, said Sorayud Petchtrakul, an adviser to the Industry Minister. The public-private partnership committee chaired by the premier agreed to follow the Council of State's advice that state agencies can give permits to investment projects with environmental impact assessments (EIA). Mr Abhisit is worried about halted investment projects left in the pipeline for too long, said Mr Sorayud. The Industrial Works Department has 13 projects worth 59.5 billion baht waiting in the pipeline, while the Industrial Estate Authority of Thailand (IEAT) has 23 projects worth 323 billion baht seeking construction and operation permits in its industrial estates in Rayong province. Ten of the projects before the Industrial Works Department are power plants, while those seeking permits through the IEAT include the steel, power plant and petrochemical sectors. PTT Aromatics' Euro4 diesel refinery is on the IEAT list. "Now that we have the nod from the PM, the permit approval process should start immediately," said Mr Sorayud. He added that operators who feared their permits would be against the Constitution should not worry as permit grantors are state agencies that exercise their authorities according to the PM's direction. However, Suthi Atchasai, leader of the People's Eastern Network, threatened that if the cabinet endorsed the public-private partnership committee's decision, his network would oppose the government for acting against the Constitution. He said the current Constitution took effect almost two years ago and the government has had sufficient time to form the guidelines but has neglected to do so. While the hurdles for EIA-approved projects are removed, new investment that falls onto the harmful list still needs to wait for guidelines to be formed that accommodate Section 67 of the Constitution. No timeframe has been set for these guidelines, but the Industry Ministry has finalised the list of industries classified as harmful to the environment and community. There are 15 categories on the list, which will be made public when Industry Minister Charnchai Chairungruang signs a ministerial announcement on Monday, Mr Sorayud said. He said the list would help investors prepare for additional environmental and health requirements. Industries on the list will include underground mines, zinc, manganese and tin mines, upstream and midstream petrochemicals, upstream steel projects, radioactivity production or management, hazardous waste management, commercial airports with at least 1.5 kilometres of runway, seaports capable of accommodating at least 10,000 tonnes gross of hazardous air pollutants, dams, irrigation projects, power plants, nuclear power plants and genetically modified activities. |
|
|
|
![]() |
| Tags |
| rayong, thailand |
| Thread Tools | |
| Display Modes | |
|
|