daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand



Reply

 
Thread Tools
Old August 20th, 2009, 11:23 PM   #81
NiShiiZ
iChon
 
NiShiiZ's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: Bangkok/Metz/Phanat Nikhom, Chonburi
Posts: 1,825
Likes (Received): 29

เกาะเสม็ด เสร็...ทุกราย : Ko Samed

__________________
I ♥ Chonburi

แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง
NiShiiZ no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old August 20th, 2009, 11:28 PM   #82
Dek_Phuket
Registered User
 
Dek_Phuket's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Location: Si racha & Bangkok
Posts: 1,097
Likes (Received): 4

Quote:
Originally Posted by NiShiiZ View Post
เกาะเสม็ด เสร็...ทุกราย : Ko Samed

อยากไปเกาะเสม็ดมั่งจัง ไม่เคยไประยองเลย

ไปดูดิว่ จะเสร็... จริงรึปล่าว หุหุหุหุ
Dek_Phuket no está en línea   Reply With Quote
Old August 21st, 2009, 08:21 AM   #83
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,336
Likes (Received): 1244

อนิจจังแห่งทุนนิยม เปิดแผนฟื้นฟูกิจการ " บ้านฉาง กรุ๊ป" จาก ๔ พันล้าน เหลือแค่ ๓๐ ล้าน

วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 10:58:08 น. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


ผู้สื่อข่าว ประชาชาติออนไลน์ รายงานว่า เมื่อไม่นานมานี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ได้ออกประกาศ แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับหรือข้อความในหนังสือบริคณห์สนธิ


บริษัท บ้านฉาง กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ คดีหมายเลขแดงที่ ฟ. ๓๙/๒๕๕๐ สำนักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้
ในคดีที่ระหว่าง บริษัท เอ็มวีเค แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้ร้อง กับ บริษัท บ้านฉาง กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้
ประกาศระบุว่า ศาลล้มละลายกลาง ได้มีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนของ บริษัท บ้านฉาง กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ โดยมี นายชาญ บูลกุล และ นายยุทธพงษ์ อินทรพาณิชย์เป็นผู้บริหารแผน เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๒ นั้น


ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ศาลล้มละลายกลาง ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้บริหารแผน ดำเนินการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงหนังสือบริคณห์สนธิข้อ ๔ และจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลง รายการทุนของ บริษัท บ้านฉาง กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ ดังนี้


๑. ลดทุนจดทะเบียนจาก ๔,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สี่พันล้านบาท) โดยยกเลิกหุ้นสามัญ ที่ยังไม่ได้ออกจำหน่าย (จัดสรร) จำนวน ๑๑๕,๐๐๐,๐๐๐ หุ้น (หนึ่งร้อยสิบห้าล้านหุ้น) มูลค่า หุ้นละ ๑๐ บาท (สิบบาท) คงเหลือทุนจดทะเบียน ๒,๘๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองพันแปดร้อยห้าสิบล้านบาท) จำนวน ๒๘๕,๐๐๐,๐๐๐ หุ้น (สองร้อยแปดสิบห้าล้านหุ้น) มูลค่า หุ้นละ ๑๐ บาท (สิบบาท)


๒. ลดทุนจดทะเบียนจากทุนจดทะเบียนเดิม ๒,๘๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองพันแปดร้อย ห้าสิบล้านบาท) จำนวน ๒๘๕,๐๐๐,๐๐๐ หุ้น (สองร้อยแปดสิบห้าล้านหุ้น) มูลค่า หุ้นละ ๑๐ บาท (สิบบาท) โดยวิธีการลดจำนวนหุ้นลง ๙๙.๙๙% ของทุนจดทะเบียนตามสัดส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมด ของบริษัท คงเหลือทุนจดทะเบียน ๒๘๕,๐๐๐ บาท (สองแสนแปดหมื่นห้าพันบาท) จำนวน ๒๘,๕๐๐ หุ้น (สองหมื่นแปดพันห้าร้อยหุ้น) มูลค่า หุ้นละ ๑๐ บาท (สิบบาท) ภายหลังจากดำเนินการจดทะเบียนลดทุนเรียบร้อยแล้ว ผู้บริหารแผนจะต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้


๑. เพิ่มทุนจดทะเบียนขึ้นอีก ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สามสิบล้านบาท) โดยวิธีการออกหุ้นสามัญ เพิ่มทุนเสนอขายให้กับนักลงทุนรายใหม่ จำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ หุ้น (สามล้านหุ้น) มูลค่า หุ้นละ ๑๐ บาท (สิบบาท) จากทุนจดทะเบียนเดิม ๒๘๕,๐๐๐ บาท (สองแสนแปดหมื่นห้าพันบาท) เป็นทุนจดทะเบียน ๓๐,๒๘๕,๐๐๐ บาท (สามสิบล้านสองแสนแปดหมื่นห้าพันบาท) จำนวน ๓,๐๒๘,๕๐๐ หุ้น (สามล้านสองหมื่นแปดพันห้าร้อยหุ้น) มูลค่า หุ้นละ ๑๐ บาท (สิบบาท)


๒. ลดทุนจดทะเบียนจาก ๓๐,๒๘๕,๐๐๐ บาท (สามสิบล้านสองแสนแปดหมื่นห้าพันบาท) จำนวน ๓,๐๒๘,๕๐๐ หุ้น (สามล้านสองหมื่นแปดพันห้าร้อยหุ้น) มูลค่า หุ้นละ ๑๐ บาท (สิบบาท) โดยวิธีการลดมูลค่าหุ้นลงเฉพาะในส่วนทุนจดทะเบียนเดิม ๒๘๕,๐๐๐ บาท (สองแสนแปดหมื่นห้าพันบาท) จำนวน ๒๘,๕๐๐ หุ้น (สองหมื่นแปดพันห้าร้อยหุ้น) มูลค่า หุ้นละ ๑๐ บาท (สิบบาท) ให้คงเหลือ มูลค่า หุ้นละ ๐ บาท (ศูนย์บาท) ดังนั้น ทุนจดทะเบียนของบริษัทจึงเป็นดังนี้ ทุนจดทะเบียน ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สามสิบล้านบาท) แบ่งออกเป็น ๓,๐๐๐,๐๐๐ หุ้น (สามล้านหุ้น) มูลค่า หุ้นละ ๑๐ บาท (สิบบาท)


ผู้สื่อข่าว ประชาชาติออนไลน์ รายงานว่า บ้านฉางกรุ๊ป เป็นกลุ่มบริษัทของนายไพโรจน์ เปี่ยมพงษ์สานต์ ซึ่งทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ในฝั่งตะวันออกและขยายเข้ามาสู่กรุงเทพ ยุคที่บูมที่สุดของบ้านฉางอยู่ในช่วงรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ปี ๒๕๓๒-๒๕๓๔ และบริษัท เริ่มมีปัญหาในช่วงปี ๒๕๓๖ ก่อนฟองสบู่แตกไม่นาน
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 21st, 2009, 09:11 AM   #84
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,336
Likes (Received): 1244

เสียงสะท้อนจากผู้มีส่วนได้-ส่วนเสีย จากมติกรอ.ถึงผู้ประกอบการ ให้ 76 โครงการดำเนินการใน'อีสเทิร์นซีบอร์ด'ได้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2455 23 ส.ค. - 26 ส.ค. 2552


เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2552 คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ(กรอ.) มีการพิจารณาความคืบหน้าการฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อบังคับให้รัฐต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกขั้นตอนตามมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตขยายกิจการหรือตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ได้ข้อสรุปว่า ในระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายออกมาบังคับใช้ กรมโรงงานอุตสาหกรรมสามารถออกใบอนุญาตตั้งโรงงานอุตสาหกรรมให้แก่ผู้ประกอบการที่สร้างโรงงานเสร็จและผ่านการดำเนินการต่างๆตามขั้นตอนของกฎหมายได้


นั่นหมายความว่าโครงการที่รอใบอนุญาตให้ประกอบการในจังหวัดระยองมีจำนวน 76 โครงการ มีทั้งโครงการลงทุนใหม่(55โครงการ)และโครงการขยายกิจการ(21โครงการ) เม็ดเงินรวมมูลค่าประมาณ 400,000 ล้านบาท ที่ผ่านการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(EIA)ไปแล้วและสามารถดำเนินการได้ทันทีที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)ออกใบอนุญาตตั้งโรงงานอุตสาหกรรมให้แล้ว





-เอกชนพร้อมขานรับมาตรา67


จากความเคลื่อนไหวดังกล่าว"ฐานเศรษฐกิจ"สำรวจความคิดเห็นต่อท่าทีของผู้ประกอบการที่เป็นตัวแทนจากภาคเอกชน และตัวแทนจากเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เพราะทั้ง 2 กลุ่มล้วนเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการเกิดการลงทุนในพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ดทั้งสิ้น


นายชายน้อย เผื่อนโกสุม ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตามกฎหมายเดิมก็ได้ศึกษาผลกระทบต่อด้านสุขภาพของประชาชนอยู่แล้ว โดยเป็นไปตามกรอบกฎระเบียบที่กำหนดไว้เดิมที่บรรจุอยู่ในการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(EIA) จึงเป็นจุดที่ทำให้ทางกฤษฎีกาตีความว่าเราทำครบแล้วตามกฎหมาย และเมื่อกฎหมายใหม่กำหนดให้ทำเรื่องผลการศึกษาด้านสุขภาพ(HIA)ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญปี 2550มาตรา67 ที่กำหนดว่าให้ทำตาม 4 กระบวนการ คือ 1. ต้องมีการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(EIA) 2. จะต้องทำเรื่องการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ(HIA) 3.จะต้องไปจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย 4.จะต้องผ่านความเห็นขององค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพก่อน


"ทั้ง 4 กระบวนการนี้ ผู้ประกอบการพร้อมจะรับไปดำเนินการแต่จะต้องมีความชัดเจนในขั้นตอนปฏิบัติโดยเฉพาะHIA ที่รัฐจะต้องกำหนดว่าเป็นอย่างไร ฐานข้อมูลเป็นแบบไหน เอาอะไรมาเปรียบเทียบ และตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจนด้วยว่าอุตสาหกรรมประเภทไหนที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ซึ่งตรงนี้ก็ยังไม่ชัด"


นายชายน้อยกล่าวอีกว่า เมื่อกรอ.มีมติออกมาเป็นแบบนี้ ก็ทำให้ผู้ประกอบการกล้าที่จะดำเนินกิจการต่อไปได้ทันทีที่รัฐออกใบอนุญาตตั้งโรงงานอุตสาหกรรมให้ และไม่คิดว่ามาตรา67 จะทำให้ขับเคลื่อนธุรกิจไปได้ยาก เนื่องจากผู้ประกอบการไม่ได้กลัวปัญหาว่าทำไม่ได้ตามกรอบที่รัฐกำหนด เพราะทุกวันนี้เราก็ทำได้เหนือมาตรฐานที่รัฐกำหนดอยู่แล้ว เพียงแต่กลัวความไม่ชัดเจนที่ทำให้เราไม่รู้ว่าจะเดินไปอย่างไรต่อ


-เชื่อ 67 โครงการปลุกเศรษฐกิจ


ด้านนายศุภชัย วัฒนางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)กล่าวว่า รัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มองเห็นความสำคัญและกำลังทุ่มเททรัพยากรทั้งหลายเพื่อจะทำให้รัฐธรรมนูญตามมาตรา67 มีกฏหมายลูกรองรับและให้เกิดมาตรการต่างๆ ที่จำเป็นตามมา ก็จะทำให้ผู้ลงทุนมั่นใจมากขึ้น และมั่นใจว่าการลงทุนขนาด 300,000-400,000 ล้านบาท จะช่วยปลุกเศรษฐกิจให้ขยับตัวได้ เพราะเกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องตามมามากมายและลดการว่างงานมากขึ้น


อย่างไรก็ตามสำหรับมติกรอ.ที่ออกมาเมื่อเร็วๆนี้ หากมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกิดขึ้นก็ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะต่างก็มีจุดยืนจะถูกหรือผิดผมก็เชื่อว่าผลสุดท้ายแล้วศาลก็จะพิจารณาได้ว่าใครถูกหรือใครผิด ฉะนั้นเรื่องการร้องเรียน หรือการฟ้องร้องก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของขบวนการไป และมองว่าการที่ศาลปกครองได้เริ่มมองเห็นถึงความสำคัญในการพิจารณาเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยยกประเด็นเรื่องที่อยู่อาศัยของผู้ที่ร้องเรียนมาเป็นประเด็นสำคัญผมคิดว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่ศาลปกครองเริ่มที่จะให้ความสำคัญกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงๆ


- แช่แข็ง 2 ปีรัฐไม่เร่ง 4 กระบวนการ


ขณะที่นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก มองว่าการที่รัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา67 ประกาศใช้มาก็ควรยึดเป็นเงื่อนไขในการปฏิบัติเพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ฉะนั้นถ้าเป็นโครงการที่ผ่านการอนุมัติอีไอเอมาก่อนเดือนสิงหาคมปี 2550 ก็สามารถใช้ตามกฎหมายเดิมได้ แต่ถ้าเป็นโครงการที่ผ่านอีไอเอหลังเดือนสิงหาคมปี2550 ก็ต้องยึดตามที่รัฐธรรมนูญประกาศไว้ ซึ่งหมายถึงทั้ง 76 โครงการ มูลค่าประมาณ 400,000 ล้านบาท ล้วนได้รับอนุมัติอีไอเอหลังเดือนสิงหาคม 2550 ทั้งสิ้น ก็ควรจะยึดกรอบตามหลักรัฐธรรมมนูญมาตรา67 และถ้าศึกษากฎหมายรัฐธรรมนูญปี2550 มาตรา67 ดีๆ แล้วรัฐธรรมนูญไม่ได้บอกว่าห้ามลงทุน ไม่ได้บอกว่าดำเนินการไม่ได้ แต่กฎหมายรัฐธรรมนูญบอกว่าให้ทำตามกระบวนการ 4 กระบวนการ


นายสุทธิอธิบายต่อว่า ปัญหานี้เป็นความผิดพลาดมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี มาถึงปัจจุบันเป็นเวลา 2 ปีมาแล้วที่ไม่ได้มีการเร่งรัดในเรื่องนี้ แต่ไม่ได้เป็นความผิดพลาดของกฎหมาย ไม่ใช่ความผิดพลาดของประชาชน และของนักลงทุน เพียงแต่รัฐบาลไม่ได้เห็นความสำคัญตรงจุดนี้ เพราะถ้าเห็นความสำคัญก็ต้องเร่งกลไกใน 4 กระบวนการนั้นโดยผลักดันออกมาให้เป็นรูปธรรม ทุกอย่างก็จะสามารถเดินหน้าไปสู่กระบวนการขยายและพัฒนาเศรษฐกิจได้ ทำให้ 2 ปีที่ผ่านมานักลงทุนใหม่ในมาบตาพุด ไม่กล้าลงทุน


"2 ปีที่ผ่านมามีกฎหมายออกมาแล้วแต่รัฐบาลไม่เร่งดำเนินการเมื่อไม่ทำแล้วกฤษฎีกาจะมาตีความแบบลักไก่มันไม่ได้ และนี่เป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายเพื่อนำไปสู่การกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศเรื่องการลงทุนว่ามันน่าจะมีอะไรเป็นการคัดกรองก่อนที่จะมีการลงทุนที่จะไม่ทำให้ประชาชนสังคมและประเทศเดือดร้อน"

-เดินหน้าฟ้องขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ดังนั้นจุดยืนของเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก มองว่าเมื่อผลออกมาแบบนี้ภาคประชาชนเห็นว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ หากมีการออกใบอนุญาตให้ 76 โครงการสามารถประกอบการได้ สิ่งที่ภาคประชาชนระยองจะเคลื่อนไหวต่อคือ 1. ฟ้องต่อศาลปกครองเรื่องขัดต่อรัฐธรรมนูญกรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 2. แจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ออกใบอนุญาตขยายกิจการหรือตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีทั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรม, คณะรัฐมนตรี , การนิคมอุตสาหกรรมฯ และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เราจะเคลื่อนไหวไปทางศาลและดำเนินคดีอาญากรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และสุดท้ายจะต้องมีมาตรการรณรงค์เคลื่อนไหวเพื่อผลักดันให้ออกกฏหมายHIAตามมาตรา67 ทั้ง 4 กระบวนการให้มีผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริงให้ได้ภายใน 1 ปี

-เสนอร่าง 8 ประเภทกระทบรุนแรง


ด้านนายโกศล ใจรังษี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะคณะทำงานจัดทำร่างประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาตรา 67 ได้เสนอร่างประเภทโครงการที่มีผลกระทบรุนแรงฯ รวม 17 ประเภทต่อที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ไปแล้ว ซึ่งในบัญชีดังกล่าวมีโครงการที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม 8 ประเภท กระทรวงจึงเตรียมเสนอร่างประเภทโครงการกลุ่มดังกล่าวให้นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาในวันจันทร์ที่ 24 ส.ค. นี้ เพื่อออกเป็นประกาศกระทรวงต่อไป


โดยโครงการที่มีผลกระทบรุนแรงทั้ง 8 ประเภท ได้แก่ 1. เหมืองใต้ดินในชั้นดินหรือชั้นหินที่แตกหักง่ายทุกขนาด 2. เหมืองแร่ตะกั่ว สังกะสีและแมงกานีส 3. นิคมอุตสาหกรรม ที่มีกลุ่มปิโตรเคมีขั้นต้น-ขั้นกลาง กำลังผลิตรวม 1,000 ตัน/วันขึ้นไป และกลุ่มเหล็กขั้นต้น กำลังผลิตรวม 5,000 ตัน/วันขึ้นไป 4.โรงงานปิโตรเคมี เฉพาะขั้นต้นหรือขั้นกลาง กำลังผลิต 1,000 ตัน/วันขึ้นไป และมีการใช้สารที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ 14 ชนิด 5.โรงงานถลุงและแต่งแร่เหล็กที่ใช้สารละลายเคมีในชั้นดินทุกขนาด และโครงการเหล็กขั้นต้นกำลังผลิต 5,000 ตัน/วัน 6.โรงฝังกลบของเสียอันตรายจากอุตสาหกรรมทุกขนาด 7. โรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินกำลังผลิต 100 เมกะวัตต์ขึ้นไป และโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงอื่นๆ กำลังผลิต 500 เมกะวัตต์ขึ้นไป 8.โรงไฟฟ้านิวเคลียร์


นายชายน้อย เผื่อนโกสุม


"กรอ.มีมติแบบนี้ ก็จะทำให้ผู้ประกอบการกล้าที่จะดำเนินกิจการต่อไปได้ทันทีที่รัฐออกใบอนุญาตตั้งโรงงานอุตสาหกรรมให้"

นายศุภชัย วัฒนางกูร


"รัฐบาลนี้มองเห็นความสำคัญและกำลังทุ่มเททรัพยากรทั้งหลายเพื่อจะทำให้รัฐธรรมนูญตามมาตรา67 มีกฎหมายลูกรองรับ"


นายสุทธิ อัชฌาศัย


"เมื่อผลออกมาแบบนี้ภาคประชาชนเห็นว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ภาคประชาชนระยองจะเคลื่อนไหวต่อคือฟ้องต่อศาลปกครอง
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 27th, 2009, 08:15 AM   #85
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,336
Likes (Received): 1244

สั่งศึกษาผลกระทบนิคมมาบตาพุด

Posttoday วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2552


บอร์ดสิ่งแวดล้อม ชงศึกษาข้อกฎหมาย 34 โครงการใหญ่มาบตาพุด จำแนกจัดทำเอชไอเอ

นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ผลการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นายพนัส ทัศนียานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านกฎหมายไปศึกษารายละเอียดประกาศกระทรวงว่าด้วยเรื่องกำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการ ซึ่งต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และแนวทางการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก่อน นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และประกาศใช้ในราชกิจจา นุเบกษาต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้เพื่อไม่ให้กระทบต่อการลงทุน ทางกระทรวงได้มีการใช้ประกาศที่ครม. เห็นชอบก่อนหน้านี้ไปก่อน แต่หากมีการแก้ไขแล้วเสร็จก็จะประกาศใช้ในที่สุด โดยจะให้เข้าสู่การพิจารณาครม.ในสัปดาห์หน้า

ด้านนายพนัส กล่าวว่า จะต้องมีการทบทวนประกาศนี้อีกครั้ง โดยเฉพาะในประเด็น 34 โครงการตามประกาศแนบท้ายที่อยู่ระหว่างการรอประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ซึ่งผ่านการจัดทำผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ไปแล้ว จำเป็นที่จะต้องจัดทำการศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) หรือไม่ เพราะฝ่ายองค์กรพัฒนาเอกชนแสดงความเป็นห่วงว่าทุกโครงการมีผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพ และจำเป็นต้องจัดทำเอชไอเอพร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญขึ้นมาดูแลด้วย

ดังนั้น ในช่วงร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 นั้น ยังไม่ได้มีการระบุไว้ชัดเจน ว่าประเภทโครงการใดที่จะต้องจัดทำ เอชไอเอ แต่หากโครงการใดที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรุนแรงจริง และจำเป็นต้องจัดทำเอชไอเอ ก็จำเป็นต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเข้าไปดูแลเพื่อจัดทำเอชไอเอ

ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า เนื่องจากคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) และคณะรัฐมนตรี มีมติบังคับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบพิจารณาออกใบอนุญาตดำเนินการให้กับโรงงาน โครงการ หรือกิจกรรมที่เข้าข่ายประเภทรุนแรงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสอง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และชาวบ้าน ผู้ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนในพื้นที่มาบตาพุดและบ้านฉาง จ.ระยอง จำนวน 43 ราย ได้เข้ายื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองไต่สวนฉุกเฉินเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว คาดว่าวันนี้ (27 ส.ค.) ศาลจะทำการไต่สวนและมีคำวินิจฉัยในวันเดียวกัน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2550 ชาวมาบตาพุดจาก 11 ชุมชนรอบนิคมอุตสาห กรรมมาบตาพุด ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฐานละเลยต่อหน้าที่ที่ไม่ประกาศพื้นที่มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ ต่อมาเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2552 ศาลปกครองระยองได้พิพากษาสั่งให้ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ประกาศให้ท้องที่มาบตาพุดและใกล้เคียง เป็นเขตควบคุมมลพิษ เพื่อดำเนินการควบคุม ลด และขจัดมลพิษตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 27th, 2009, 12:49 PM   #86
cheychai
Dont give up
 
Join Date: Sep 2005
Location: Bangkok
Posts: 550
Likes (Received): 2

Quote:
Originally Posted by NiShiiZ View Post
เกาะเสม็ด เสร็...ทุกราย : Ko Samed



ประโยคนี้ เป็นเท็จ

พิสูจน์หล่ะ
cheychai no está en línea   Reply With Quote
Old August 28th, 2009, 07:37 PM   #87
berdnerd
In the brig
 
Join Date: Feb 2009
Location: Bangkok
Posts: 315
Likes (Received): 1

Quote:
Originally Posted by cheychai View Post
ประโยคนี้ เป็นเท็จ

พิสูจน์หล่ะ

เหอะๆๆ เสร็จกับเหล้าทุกรอบล่ะฮะ เมา***หายยเลย 555+
berdnerd no está en línea   Reply With Quote
Old August 29th, 2009, 08:58 PM   #88
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,336
Likes (Received): 1244

ไออาร์พีซีดิ้นหนีรัฐเก็บภาษีที่ดิน ดึงพื้นที่ 12,000 ไร่ใช้ประโยชน์ทำนิคมฯ /พับแผนขยายโรงกลั่น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2457 30 ส.ค. - 02 ก.ย. 2552



ไออาร์พีซี หวั่นรัฐบาลออกกฎหมายเก็บภาษีที่ดินกระทบต่อองค์กร จ้างที่ปรึกษาหาประโยชน์ในที่ดิน 12,000 ไร่ สร้างผลตอบแทนเพิ่ม มีทั้งร่วมทุนกับพันธมิตรปลูกยูคาลิปตัสไปทำกระดาษ และตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรม ขณะที่การขยายโรงกลั่นอีก 43,000 บาร์เรล ย้ำชัดพับโครงการแน่นอน


ดร.ไพรินทร์ ชูติถาวร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน)(บมจ.) เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ถึงทิศทางการดำเนินงานว่า จากที่รัฐบาลพยายามผลักดันร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่คาดว่าจะออกมาในปีหน้า เพื่อเป็นการหนุนให้เกิดการใช้ที่ดินอย่างเต็มที่นั้น จะส่งผลกระทบโดยตรงกับสินทรัพย์ของบมจ.ไออาร์พีซีที่มีอยู่อย่างแน่นอน


เนื่องจากเวลานี้มีพื้นที่เปล่าที่ยังไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ประมาณ 12,000 ไร่ อยู่ในอ.เมือง จ.ระยองที่ตั้งของโรงงานปัจจุบันจำนวน 1,200 ไร่ ที่ดินในอำเภอบ้านค่าย จ.ระยอง ประมาณ 2,200 ไร่ และที่ดินในเขตอ.วังจันทร์ จ.ระยองอีก 3,800 ไร่ รวมถึงที่ดินที่อ.จะนะ จ.สงขลาอีก 2,800 ไร่


ดังนั้น เพื่อเป็นการนำทรัพย์สินที่ดินที่มีอยู่มาใช้อย่างเต็มที่ และเพื่อให้เกิดผลตอบแทนที่คุ้มค่า จึงได้มีการจ้างบริษัทที่ปรึกษามาวางแผนแม่บทว่าจะดำเนินการในที่ดินที่มีอยู่อย่างไรดี เพื่อให้เกิดมูลค่าสูงสุด และเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจที่ดำเนินงานอยู่ โดยการศึกษานี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้


อย่างไรก็ตาม ในการสร้างผลตอบแทนให้กับที่ดินที่มีอยู่นั้น ในเบื้องต้นก็มีการมองไว้ในหลายแนวทาง ไม่ว่าจะเป็นการขายที่ดินออกไปหรือเปิดให้เช่าที่ดิน หรือการตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงการดึงภาคเอกชนที่มีความชำนาญในการปลูกไม้โตเร็วอย่างยูคาลิปตัส ที่ไปทำกระดาษ มาร่วมธุรกิจโดยการใช้พื้นที่ของบมจ.ไออาร์พีซีที่มีอยู่ หรือการทำเป็นเขตแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร รวมถึงการตั้งโรงงานไบโอดีเซล โดยนำพื้นที่มาปลูกปาล์มน้ำมัน เป็นต้น


สำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่นี้ ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์และทิศทางการดำเนินธุรกิจของบมจ.ไออาร์พีซีในอีก 5 ปีข้างหน้า(2553-2557) ที่มีการตั้งเป้าหมายสู่การเป็นบริษัทปิโตรเคมีชั้นนำครบวงจรของเอเชียภายในปี 2557 ด้วยการใช้โครงสร้างการบริหารจัดการในรูปแบบบริหารทรัพย์สินและทรัพยากรที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 15% จากปัจจุบันที่มีเพียง 8-9%


ส่วนงบประมาณในการลงทุนในช่วง 5 ปี คาดว่าจะใช้เงินลงทุนจำนวน 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือราว 40,800 ล้านบาท(อัตราแลกเปลี่ยน 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการที่วางไว้ 16 โครงการ ในการพัฒนาธุรกิจปิโตรเคมี และปรับปรุงขีดความสามารถในการผลิต พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสูงสุดในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า และการปรับปรุงประสิทธิภาพการกลั่นน้ำมันที่มีอยู่ เพื่อสนับสนุนธุรกิจปิโตรเคมี


ขณะเดียวกันจะมีการนำทรัพย์สินที่มีอยู่ แต่ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เช่น คลังเก็บผลิตภัณฑ์ ที่ยังมีพื้นที่เหลืออยู่อีกมากมาเปิดให้บริการ ขณะที่ท่าเรือ มีน้ำลึกถึง 19 เมตร ซึ่งมีศักยภาพสูงกว่าท่าเรือแหลมฉบังที่น้ำลึกเพียง 16 เมตร น่าจะเป็นจุดดึงดูดให้ผู้สนใจมาใช้บริการมากขึ้น โดยจะมีการลงทุนประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงท่าเรือ และจะนำออกมาเปิดให้บริการแก่องค์กรภายนอก ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มเจรจากับเอกชนที่สนใจมาใช้บริการแล้ว


ส่วนโครงการปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกลั่นและเพิ่มกำลังการกลั่นน้ำมันจาก 215,000 บาร์เรลต่อวันเป็น 258,000 บาร์เรลต่อวัน ใช้เงินลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท จากที่เคยชะลอโครงการไว้ ขณะนี้มีความแน่นอนแล้ว่า บมจ.ไออาร์พีซี มีความจำเป็นต้องยกเลิกโครงการ เพราะมองว่าลงทุนไม่มีความคุ้มค่า เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันในประเทศลดลง อันเป็นผลมาจากมีพลังงานทดแทนอย่างไบโอดีเซลเข้ามาทดแทนการใช้ดีเซลกว่า 20% ขณะเดียวกันมีกำลังการผลิตใหม่จากโรงกลั่นในประเทศอินเดีย จีน และเวียดนาม รวมกัน 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เข้ามาทำให้น้ำมันล้นตลาดและทำให้เกิดการแข่งขันสูงและอาจจะส่งผลต่อราคาน้ำมันในอนาคตได้
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 31st, 2009, 09:08 AM   #89
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,336
Likes (Received): 1244

ยื่นเงื่อนไขโรงงานมาบตาพุด เดินหน้าได้แต่ต้องพร้อมแก้

Posttoday วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552


กนอ.ยื่นเงื่อนไขโครงการที่ลงทุนในเขตควบคุมมลพิษมาบตาพุด เดินหน้าได้ แต่ต้องพร้อมปฏิบัติตามแผนท้องถิ่น

นายประสาน ตันประเสริฐ ประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงอุตสาห กรรมออกประกาศบัญชีรายชื่อประเภทกิจการที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมแล้ว โครงการที่ผ่านการทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และได้รับการอนุญาตจากหน่วยงานอนุญาต จะสามารถดำเนินกิจการได้ แม้ว่าจะลงทุนอยู่ในเขตควบคุมมลพิษในมาบตาพุด จ.ระยอง เนื่องจากขณะนี้การจัดทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษของท้องถิ่นยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ผู้ลงทุนสามารถดำเนินการกฎหมายเดิมที่มีอยู่ไปก่อนได้

อย่างไรก็ตาม ทางกนอ. มีเงื่อนไขในการอนุญาตลงทุนอยู่แล้ว โดยผู้ประกอบการที่มาขออนุญาตจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่หากมีการประกาศใช้ ซึ่งหากระเบียบใหม่ต้องการให้ทำอะไรเพิ่มเติมก็ต้องปฏิบัติตามนั้น ขณะที่การลงทุนในเขตควบคุมมลพิษจะต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในท้องถิ่นก่อนนั้น ก็อยู่ในขั้นตอนการทำอีไอเออยู่แล้ว แต่หากแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษฉบับใหม่ต้องการให้ทำเพิ่มเติม ผู้ลงทุนก็ต้องทำเพิ่มเติม

ด้านโครงการลงทุนที่จะยื่นขอลงทุนใหม่ หรือยังไม่ผ่านการทำ อีไอเอ ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าจะให้มีกระบวนการทำอีไอเออย่างไร และขึ้นอยู่กับแผนท้องถิ่นฉบับใหม่ด้วยว่าจะมีกระบวนการทำอีไอเอที่เหมือนเดิมหรือไม่

สำหรับโครงการที่ลงทุนอยู่ในเขตควบคุมมลพิษนานแล้ว จะต้องปฏิบัติตามแผนลดและขจัดมลพิษฉบับท้องถิ่นเช่นเดียวกัน

“ผู้ลงทุนทุกรายยินดีดำเนินการตามกฎระเบียบใหม่อยู่แล้ว แต่ก่อนที่จะมีกฎระเบียบใหม่ออกมาก็จำเป็นต้องอนุญาตให้ผู้ลงทุนดำเนินกิจการไปก่อน เพราะหากโครงการไม่สามารถประกอบกิจการได้ จะส่งผลกระทบต่อผู้ลงทุนที่ได้ลงทุนก่อสร้างไปแล้ว” นายประสาน กล่าว

นายศุภชัย วัฒนางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เข้าใจว่าการทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษฉบับท้องถิ่นในเขตมาบตาพุด ภายในแต่ละพื้นที่มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน จึงต้องใช้เวลาในการดำเนินการและรวบรวมข้อมูล ในส่วนของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีนั้นไม่ได้รับผลกระทบอะไร เพราะเป็นกิจการที่ต้องทำอีไอเอ รายงานผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) และเป็นกิจการที่เข้าข่ายที่จะอยู่ในบัญชีรายชื่อกิจการที่ส่งผลกระทบรุนแรงอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้โครงการลงทุนก็ไม่ได้ติดขัดอะไร
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 31st, 2009, 08:21 PM   #90
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,336
Likes (Received): 1244

ชาญชัย"เข็ดเอ็นจีโอส่งกฤษฎีกาอีกรอบ

Thaipost เศรษฐกิจ 1 กันยายน 2552


แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผยถึงประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องบัญชีรายชื่อกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้ง 8 ประเภทกิจการว่า นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม ได้ส่งประกาศให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบความถูกต้องเพื่อป้องกันกลุ่มองค์กรภาคเอกชน (เอ็นจีโอ) หาช่องทางฟ้องร้องเหมือนที่ผ่านมา

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า กรอ.ได้พิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการและขยายโรงงานแล้วเนื่องจากเกรงผิดหลักรัฐธรรมนูญตามมาตรา 67 จนกฤษฎีกาตีความให้อนุญาตได้ทั้งสิ้น 13 โครงการ มูลค่า 5.95 หมื่นล้านบาท โดยอนุญาต 4 โครงการ อีก 8 โครงการเกี่ยวกับกิจการไฟฟ้าส่งให้คณะกรรมการกำกับกิจการไฟฟ้า (เรกูเลเตอร์) พิจารณา ส่วนอีก 1 โครงการของเครือ ปตท.อยู่ระหว่างการพิจารณา

ทั้งนี้ โครงการลงทุนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรา 67 และรอใบอนุญาตประกอบกิจการจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ที่ จ.ระยอง มี 21 โครงการ มูลค่ากว่า 2.7 แสนล้านบาท แบ่งเป็นโครงการลงทุนใหม่ ได้แก่

1.บริษัทเอชเอ็มซี โปลิเมอล์ นิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก เงินลงทุน 10,600 ล้านบาท
2.บริษัทพีทีที โพลีเอทิลีน นิคมฯ ผาแดง 52,000 ล้านบาท
3.บริษัทไทยเอทานอลเอมีน นิคมฯ เหมราชตะวันออก 1,800 ล้านบาท
4.บริษัทมาบตาพุดโอเลฟินส์ นิคมฯ อาร์ไอแอล 20,000 ล้านบาท
5.บริษัทเอ็มทีพีเอฟพีพี นิคมฯ เอเชีย 18,620 ล้านบาท
6.บริษัทไทยโพลีโพรไพลีน นิคมฯ อาร์ไอแอล 16,000 ล้านบาท
7.บริษัทพีทีที ฟีนอล นิคมฯ เหมราชตะวันออก 85,000 ล้านบาท
8.บริษัทพีทีทีอาซาฮีเคมิคอลส์ นิคมฯ เหมราชตะวันออก 17,424 ล้านบาท
9.บริษัทเก็คโค่วัน นิคมฯ มาบตาพุด 38,268 ล้านบาท
10.บริษัทสยามเลเท้กซ์สังเคราะห์ นิคมฯ เอเชีย 10,500 ล้านบาท
11.บริษัทเอ็มทีพีเอชพีเจวี นิคมฯ เอเชีย 300 ล้านบาท และ
12.บริษัทโซลเวย์ เพอรอกซีไทย นิคมฯ เอเชีย 170 ล้านบาท

โครงการที่ขอขยายการลงทุน ได้แก่

บริษัทสยามแผ่นเหล็กวิลาส 1,800 ล้านบาท,
สยามโพลีเอทีลีน 9,590 ล้านบาท,
บางกอกโพลีเอทิลีน 5,887 ล้านบาท,
สตาร์ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง,
ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น 1,330 ล้านบาท,
ปตท.เคมีคอลส์ 7,780 ล้านบาท, โกลว์พลังงาน 17,464 ล้านบาท,
อทิตยา เบอร์ล่า เคมีคัลส์ 273 ล้านนบาท และ
ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น 8,855 ล้านบาท.

Last edited by napoleon; September 1st, 2009 at 01:36 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 1st, 2009, 02:56 PM   #91
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,336
Likes (Received): 1244

สช.จ่อคลอดเอชไอเอคุมมลพิษ ต.ค.นี้ใช้บังคับโครงการส่งผลกระทบรุนแรง ชี้ไม่มีผลย้อนหลังโรงงานผ่านอีไอเอ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2458 03 ก.ย. - 05 ก.ย. 2552


สช.เตรียมออกประกาศร่างหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ สำหรับโครงการที่ส่งผลกระทบรุนแรง ยันไม่เกินต.ค.นี้น่าจะบังคับได้ โดยจะไม่มีผลย้อนหลังกับโครงการที่อนุมัติอีไอเอแล้ว สามารถเดินหน้าก่อสร้างได้ ส่วน 76 โครงการที่ยังเป็นปัญหาอยู่ เพราะยังติดเรื่องการหาองค์กรอิสระที่จะมาดู จึงทำให้เกิดการสะดุด


นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากที่พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 กำหนดสิทธิและหน้าที่ทางสุขภาพ ในมาตรา 11 ถึงบุคคลหรือคณะบุคคลมีสิทธิร้องขอให้มีการประเมินและมีสิทธิร่วมในกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพจากนโยบายสาธารณะ ย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูล คำชี้แจง เหตุผล จากหน่วยงานรัฐ ก่อนการอนุญาตหรือดำเนินการโครงการหรือกิจกรรมใดที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของตน หรือของชุมชน


ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 67 วรรคสอง ที่ระบุการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งต่อคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพอนามัย จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะมีการศึกษาและประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพก่อนนั้น


โดยศูนย์ประสานงานฯ ซึ่งไดรับมอบหมายจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) ให้ไปจัดทำยกร่างหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพหรือเอชไอเอ ซึ่งได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั่วประเทศ และกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบร่างฯดังกล่าว ก่อนจะเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาระบบและกลไกเอชไอเอ และคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เพื่อประกาศใช้ต่อไปประมาณเดือนตุลาคม 2552 นี้


ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินเอชไอเอดังกล่าว จะมี 4 กรณีที่สามารถนำหลักเกณฑ์นี้ไปใช้ได้ โดยเฉพาะกรณีที่โครงการและกิจกรรมที่มีผลกระทบรุนแรงตามมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ ที่ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างการจะประกาศประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่ส่งผลกระทบรุนแรง 8 ประเภท ซึ่งจะต้องดำเนินการจัดทำเอชไอเอและรายงานศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ


นายเดชรัต กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินเอชไอเอดังกล่าว จะไม่มีผลย้อนหลังนับจากที่มีการประกาศร่างนี้แล้ว โดยเฉพาะ 76 โครงการ ที่จะมีการลงทุนในพื้นที่มาบตาพุดและได้รับอนุมัติรายงานอีไอเอแล้ว แต่จะบังคับใช้เฉพาะโครงการใหม่ๆ ที่ยังไม่ได้อนุมัติอีไอเอ เนื่องจากโครงการที่ผ่านการอนุมัติอีไอเอแล้ว ส่วนหนึ่งได้มีการจัดทำประเมินผลกระทบต่อสุขภาพควบคู่ไปแล้ว


แต่ทั้ง 76 โครงการที่ยังไม่สามารถเดินหน้าไปอยู่เวลานี้ เนื่องจากยังติดปัญหาการจัดตั้งองค์กรอิสระที่จะมาดูเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ที่กำหนดไว้ใน มาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมอบอำนาจให้ฝ่ายใดดูแล


ส่วนกรณีที่ 2 เป็นโครงการและกิจกรรมที่ควรทำเอชไอเอ แต่ไม่ต้องทำอีไอเอ ซึ่งจะเป็นการดำเนินกิจกรรมด้านการวางแผนพัฒนา ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชุมชนอย่างรุนแรงในอนาคตได้ เช่น การจัดทำและปรับปรุงผังเมือง การวางแผนภูมิภาค(แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้) การจัดทำแผนโครงข่ายการคมนาคม การจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าหรือพีดีพี การจัดทำแผน/ยุทธศาสตร์การพัฒนาแม่/เหมืองแร่ การเพาะปลูก/เพาะเลี้ยงสิ่งมีชีวิตที่ดัดแปลงพันธุกรรม การทำการเกษตรขนาดใหญ่ การดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตราย กากของเสีย และสารกัมมันตภาพรังสี เป็นต้น


โดยในส่วนนี้ จะไม่เป็นการบังคับ แต่จะเป็นการสมัครใจของหน่วยงานนั้นๆ ที่จะจัดทำ


ยกตัวอย่าง กรณีการจัดทำแผนพีดีพีของกระทรวงพลังงานเวลานี้ ก็จะมีการหารือกับทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ให้ดำเนินการจัดทำเอชไอเอควบคู่ด้วย ส่วนจะจัดทำหรือไม่ขึ้นอยู่กับกฟผ.ว่าจะเห็นสมควรหรือไม่


สำหรับกรณีที่ 3 จะเป็นโครงการและกิจกรรมที่ประชาชนสามารถขอใช้สิทธิ์ให้มีการจัดทำเอชไอเอได้ตาม มาตรา 11 ของ พ.ร.บ.สุขภาพ และกรณีที่ 4 ภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน หรือสถาบันการศึกษาอื่นใด ต้องการนำกระบวนการทำเอชไอเอ ไปใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของสังคม เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่จะเป็นผลดีต่อสุขภาพของประชาชน
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 2nd, 2009, 09:54 AM   #92
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,336
Likes (Received): 1244

Work begins on U-tapao upgrade

Bangkokpost Published: 2/09/2009 at 12:00 AM


Work is finally under way to upgrade U-tapao, the Navy-operated airport that played a vital role in ferrying home 100,000 passengers stranded by the Bangkok airport blockades late last year.

The U-tapao tarmac was packed with planes during the Bangkok airport seizure late last year. The new passenger terminal will be nearly four times the size of the existing one and capable of handling 1,500 passengers per hour, compared to 400 now.

The Royal Thai Navy has a budget of 995 million baht for the expansion that includes building a new passenger terminal, improving taxiways, fuel depots, firefighting systems, X-ray machines, cargo units and other facilities.

The upgrade had been planned for years but only approved recently as the government saw an urgent need to have an alternate airport in case of emergency shutdowns of Suvarnabhumi and Don Mueang airports.

Protesters from the People's Alliance for Democracy (PAD) threw aviation and tourism into chaos in late November last year when they seized the two Bangkok airports for eight days.

The scale of the upgrade of U-tapao, located 190 km southeast of Bangkok in an area bordering Chon Buri's Sattahip district and Rayong's Ban Chang district, will be modest. But it is considered adequate for emergency use.


The new passenger terminal will be nearly four times the size of the existing one and capable of handling 1,500 passengers per hour, compared to 400 now.

The new terminal deals with the most significant bottleneck at U-tapao, which was stretched well beyond its limit when thousands of fleeing passengers scrambled to get flights out of Thailand during the PAD protests.

U-tapao's runway is 3,505 metres long and 60 metres wide, with an apron capable of parking 49 aircraft, considered adequate for use in a crisis.

The airport is still home of the Royal Thai Navy First Air Wing and during the Vietnam War it was a frontline base for B-52 Stratofortress bombers of the United States Air Force.

According to Rear Adm Surapong Ayasanond, the U-tapao deputy director, the new two-storey terminal will be modelled on that of Phitsanulok Airport and will handle both domestic and international passengers.

The existing single-storey terminal, covering 2,610 square metres, will be used for military, VIP and private planes. It has been largely unused since the two Bangkok airports resumed operations.

U-tapao now serves a few domestic scheduled flights per day, mainly Bangkok Airways' ATR-72 turboprops between U-tapao and Samui and Phuket, in addition to a small number of chartered flights from Russia.

The Navy's Civil Engineering Department is now designing the new terminal and tenders are expected to be called in the first quarter of next year.

"Toward the end of next year, the upgrade should be up and running. That's the mandate given to us," said Rear Adm Surapong.

Aside from serving as an alternate to Suvarnabhumi, U-tapao will be used as a gateway to Pattaya, 23 km away, bringing international passengers directly to the resort, bypassing Suvarnabhumi.

It will be renamed U-tapao Pattaya International Airport to link its identity with the resort city and promote its tourism industry. Pattaya Mayor Itthiphol Khunplome was recently named to the U-tapao's board.

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 7th, 2009, 07:31 AM   #93
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,336
Likes (Received): 1244

คาดอีก1-2 วัน ก.อุตฯ ออกประกาศโครงการที่กระทบชุมชน

Thairath 7/09/2009


ในเขตอุตสาหกรรมมาบตาพุด เผยมีเงินรอลงทุนในเขตมาบตาพุดกว่า 3 แสนล้าน ระบุหากไม่รีบดำเนินการจะมีปัญหาต่อการลงทุน

วันนี้ (7 ก.ย.) นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท.คาดว่ากระทรวงอุตสาหกรรมจะลงนามและประกาศกฎกระทรวงเรื่องการพิจารณา อนุญาตโครงการหรือกิจกรรมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่อาจก่อผลกระทบต่อชุมชนอย่าง รุนแรงด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร และสุขภาพภายใน 1-2 วันนี้

ทั้งนี้ มีอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด รอลงทุนประมาณ 3 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โรงกลั่น และเหล็ก เป็นต้น และอุตสาหกรรมที่รอลงทุนในเขตนอกนิคมอุตสาหกรรมอีก 5 หมื่นล้านบาท สำหรับประกาศดังกล่าวมีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการลงทุน หากไม่ออกก็จะมีปัญหาตามมา เนื่องจากการลงทุนบางอย่างเกี่ยวกับอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ดังนั้น ควรเร่งดำเนินการก่อนจะเสียโอกาสในการลงทุน ส่วนการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) นั้น ทาง ส.อ.ท.คาดว่าจะรวมไว้ในการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ซึ่งทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงสาธารณสุขเห็นพ้องกันแล้วที่จะทำเอชไอเอ รวมไว้ในอีไอเอ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี

นายพยุงศักดิ์ กล่าวถึงภาพรวมอุตสาหกรรมเหล็กว่า การที่อุตสาหกรรมก่อสร้างเริ่มฟื้นตัว ในส่วนของความต้องการเหล็กขณะนี้โดยเฉพาะเหล็กในอุตสาหกรรมก่อสร้างความ ต้องการยังไม่ชัดเจน แต่ความต้องการเหล็กเพิ่มขึ้นมากในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ยานยนต์ ได้แก่ ชิ้นส่วนยานยนต์และอื่น ๆ โดยเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 30-40
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 8th, 2009, 12:09 PM   #94
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,336
Likes (Received): 1244

ครม.อนุมัติ5แนวทางแก้ปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมมาบตาพุด

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 8/09/2009


ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ 5 แนวทางปฏิบัติในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง


นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบตามแนวทางของนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจที่ลงไปติดตามการดำเนินงานตามกรอบการพัฒนาและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุด และ จ.ระยอง

แนวทางปฏิบัติมีดังนี้ 1.ให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยใน จ.ระยอง โดยควบรวมสถาบันการศึกษาระดับปริญญาตรีใน จ.ระยอง และจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยระยอง โดยกำหนดหลักสูตรการเรียนเฉพาะด้านอาชีวเวชศาสตร์, การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และหลักสูตรอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาใน จ.ระยอง

2.ให้กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการจัดตั้งศูนย์แพทย์และพยาบาลเพื่อบริการตรวจสุขภาพแก่ประชาชนเฉพาะพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเป็นกรณีพิเศษ

3.ให้กระทรวงมหาดไทย ไปศึกษาและพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เพื่อบริหารจัดการปัญหาต่างๆ ที่เกิดในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

และ 4.ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.), กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไปพิจารณาความเหมาะสมเพื่อให้มีหน่วยงานกลางรับผิดชอบการแก้ไขปัญหาเรื่องประชากรแฝงอย่างยั่งยืน เพราะพื้นที่ดังกล่าวมักมีการอพยพย้ายถิ่นและมีจำนวนประชากรแฝงเพิ่มมากขึ้น
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 9th, 2009, 06:58 PM   #95
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,336
Likes (Received): 1244

ยันยึดกฤษฎีกาอุ้มโรงงานหวั่น3แสนล.สะดุดอีก

Thaipost เศรษฐกิจ 10 กันยายน 2552


"วรรณรัตน์" ขอม็อบเลิกค้าน ยัน ครม.ยึดกฤษฎีกาออกใบอนุญาตโรงงานผ่านอีไอเอ หวั่นโครงการลงทุน 3 แสนล้านสะดุดอีกรอบ

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มชาวบ้าน จ.ระยอง ที่คัดค้านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีให้โรงงานในพื้นที่มาบตาพุดสามารถเปิดดำเนินกิจการได้ ในกรณีผ่านความเห็นชอบเรื่องการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ว่า ครม.ดำเนินการตามการชี้ขาดของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ชี้ว่าเมื่อการดำเนินการตามมาตรา 67 ที่กำหนดให้ทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) ยังไม่ชัดเจนและยังไม่มีองค์กรรองรับ สามารถให้ผู้ที่ได้รับอีไอเอแล้วดำเนินการไปก่อนได้ ซึ่งรัฐบาลก็ดำเนินการตามข้อแนะนำดังกล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คงต้องร่วมกันชี้แจง เพราะปัญหาที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อการลงทุนมูลค่า 3 แสนล้านบาท แต่เมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ใบอนุญาตต่างๆ และการลงทุนเริ่มเดินหน้าและคลี่คลายมากขึ้น

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม รองผู้ว่าการ (ท่าเรืออุตสาหกรรม) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า กลุ่มผู้คัดค้านโดยเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกกว่า 500 คน ได้รวมตัวออกมาเคลื่อนไหว ในพื้นที่เขตประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ในจุดต่างๆ แบบดาวกระจาย และเตรียมยื่นหนังสือให้รัฐบาลดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 67
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 10th, 2009, 07:14 AM   #96
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,336
Likes (Received): 1244

ม็อบระยองฮือขวาง"รัฐบาล"ออกใบอนุญาตตั้ง55โรงงาน อ้างให้รอแผนลด-ขจัดมลพิษ

วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11506 มติชนรายวัน


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 กันยายน ชาวระยองกว่า 500 คน นำโดยนายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ร่วมชุมนุมต่อต้านรัฐบาลออกใบอนุญาตก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม โดยไม่รอร่างแผนลดและขจัดมลพิษ จ.ระยอง และไม่ยึดหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 บริเวณถนนสาย 36 ตัดเข้าถนนบริเวณสี่แยกเนินสำลี ใกล้ศูนย์ราชการ จ.ระยอง

กลุ่มผู้ชุมนุมกางเต้นท์ปิดกั้นถนนขาออกจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมืองระยอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระยอง ทั้งในและนอกเครื่องแบบ กว่า 50 นายควบคุมสถานการณ์

นายสุทธิ อัชฌาศัย เปิดเผยว่า ได้รับทราบมีโรงงานอุตสาหกรรม 55 แห่ง ใช้เงินลงทุนราว 300,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นโรงงานปิโตรเคมี อยู่ระหว่างเตรียมยื่นขอใบอนุญาตจัดตั้งโรงงานจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม แต่เนื่องจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศให้พื้นที่มาบตาพุด เป็นเขตควบคุมมลพิษ กำหนดให้ท้องที่เขต ต.มาบตาพุด ต.ห้วยโป่ง ต.เนินพระ และต.ทับมา อ.เมืองระยอง ต.มาบข่า อ.นิคมพัฒนา ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง ทั้งตำบล รวมทั้งพื้นที่ทะเลภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายประกาศ รวบรวมจัดทำแผนลดและขจัดมลพิษเสนอไปยังจังหวัด คาดว่าเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ ดังนั้นรัฐบาลต้องให้ จ.ระยองจัดทำแผนร่างลดและขจัดมลพิษเสียก่อน จึงจะออกใบอนุญาตให้กลุ่มโรงงาน ทางผู้ชุมนุมไม่ต้องการขัดขวางการลงทุน

"ผู้ชุมนุมประท้วงไม่ต้องการขัดขวางการลงทุน แต่ต้องการให้รัฐบาลยึดหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น เราจะไปยื่นหนังสือคัดค้านให้นายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง แต่ทราบว่านายสยุมพรเดินทางไปต่างประเทศกับหัวหน้าส่วนราชการ คงต้องยื่นให้ รองผู้ว่าฯระยอง รับเรื่องแทน เพื่อส่งเรื่องต่อไปยังรัฐบาล" นายสุทธิกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางไปยื่นหนังสือที่หน้า บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง กรณีมีกลิ่นเหม็น พร้อมกับเผาโลงศพประท้วงบริเวณหน้าโรงงานไออาร์พีซี จากนั้นเคลื่อนขบวนไปเผาโลงศพ ที่ชุมนุมหน้าสำนักงาน ปตท. มาบตาพุด ก่อนกลับมาปักหลักที่เวทีปราศรัยประท้วงบริเวณสี่แยกเนินสำลีอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม รองผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เดินทางมาดูสถานการณ์ พร้อมจัดให้นายพีระวัฒน์ รุ่งเรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักงานการนิคมฯมาบตาพุด รับหนังสือประท้วงจากนายสุทธิ

หน้า 9
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 12th, 2009, 06:45 AM   #97
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,336
Likes (Received): 1244

ลงทุน "มาบตาพุด" ยังค้างเติ่ง

Thairath 12/09/2009


ชายน้อย เผื่อนโกสุม" รับหน้าเสื่อในเดือน ก.ย.นี้ จะเป็นตัวแทน ปตท.ไปโรดโชว์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างประเทศ แต่ยังกังวลอธิบายการลงทุนมาบตาพุดไม่ได้ ...

"ชายน้อย เผื่อนโกสุม" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมัน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ไทย (ส.อ.ท.) ระบุในเดือน ก.ย.นี้ จะเป็นตัวแทน ปตท.ไปโรดโชว์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างประเทศ แต่ยังกังวลอธิบายการลงทุนมาบตาพุดไม่ได้

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานได้สอบถามถึงกรณีที่องค์กรพัฒนาเอกชน (Non-governmental organization : NGO) ได้ยื่นฟ้อง 8 หน่วยงานรัฐต่อศาลปกครองกลาง กล่าวหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2550 ตามมาตรา 67 ขอให้พิพากษาเพิกถอนรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และเพิกถอนใบอนุญาตโครงการหรือกิจกรรมที่เข้าข่ายต้องจัดทำอีไอเอของโรงงาน 76 แห่งที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งศาลได้รับเรื่องไว้แต่ยังไม่ได้รับฟ้อง แต่ สั่งคุ้มครองชั่วคราว โดยให้หยุดกิจกรรมต่างๆทั้งหมดในมาบตาพุดนั้นจะตอบคำถามนักลงทุนต่างประเทศอย่างไร

นายชายน้อยกล่าวว่า การไปโรดโชว์ภายในเดือน ก.ย.นี้ เชื่อว่านักลงทุนในต่างประเทศ ต้องสอบถามในประเด็นดังกล่าว แต่ขณะนี้คงยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้กับนักลงทุนต่างประเทศ เพราะไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนกำลังรวบรวมข้อมูลเรื่องนี้ให้ครบทุกประเด็น เพื่อส่งให้ กนอ. ซึ่งถือเป็นหน่วยงานกลางเพื่อนำข้อมูลทั้งหมดไปชี้แจงต่อศาลปกครองกลางในเร็วๆนี้ เพื่อขอความเป็นธรรม

"การปฏิบัติตามมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดว่า โครงการลงทุนใดๆ จะต้องมีการทำอีไอเอและผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) ควบคู่กัน ถือเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศไทย เพราะทุกโครงการที่ลงทุนในประเทศไม่ว่าจะตั้งกิจการอยู่ในจังหวัดใด ต้องปฏิบัติตามมาตรา 67 ทุกโครงการไม่มีการละเว้น ทั้งนี้ ภาคเอกชนที่ลงทุนทุกรายพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎระเบียบ กฎหมาย เพียงแต่ขอให้มีความชัดเจน ดังนั้น ภาครัฐก็ต้องกำหนดกรอบให้ชัดเจน เพื่อเอกชนจะได้ปฏิบัติตาม เพราะเอกชนต้องอยู่กับชุมชน"

ทั้งนี้ โครงการที่มาบตาพุดที่ยังติดปัญหา 76 โครงการ มูลค่า 400,000 ล้านบาท ขณะนี้แยกเป็น 3 กรณี คือ 1. โครงการที่ต้องชะลอการลงทุนออกไป เพราะยังไม่ชัดเจนในเรื่องมาตรา 67 กรณีที่ 2. โรงงานที่สร้างเสร็จแล้ว รอใบอนุญาตประกอบกิจการจาก กนอ.และกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) 3. โรงงานที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งหากศาลสั่งให้ยุติกิจกรรมทั้งหมดจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการลงทุนจากญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ และ 50% ของโครงการที่รอลงทุนเหล่านี้กู้เงินมาลงทุน ถ้าสร้างโรงงานแล้วไม่ได้เดินเครื่องจักรก็จะกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)

นายชายน้อยกล่าวต่อว่า ทั้ง 76 โครงการมีการทำอีไอเอหมดแล้ว และคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ตีความว่า กนอ. และ กรอ.สามารถออกใบอนุญาตก่อสร้างและใบอนุญาตประกอบกิจการได้ ส่วนการทำเอชไอเอถือเป็นเรื่องใหม่ที่กระทรวงสาธารณสุขต้องเป็นคนกลาง เพื่อหาข้อสรุปว่าจะต้องทำรายละเอียดในประเด็นใดบ้าง ซึ่งภาคเอกชนพร้อมปฏิบัติตาม และตามกฎหมายกำหนดว่า ต้องมีคนกลางคือประชาชนในพื้นที่ และต้องมีการตั้งองค์กรอิสระขึ้นมา 1 ชุด เพื่อกำกับดูแลเรื่องนี้ แต่ขณะนี้ก็ไม่มีการจัดตั้งองค์กรอิสระให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะเอชไอเอต้องทำต่อเนื่องไม่ใช่ทำรอบเดียวจบ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาภาคเอกชนในมาบตาพุดลงทุนในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมคิดเป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท เช่นเดียวกับกลุ่ม ปตท.ที่มีการลงทุนเพื่อลดมลพิษอย่างต่อเนื่อง ตามแผนการลดและขจัดมลพิษปี 2550-2554 ปตท.ได้ใช้เงินลงทุน 10,000 ล้านบาท ใน 44 โครงการ ยังไม่รวมโครงการที่รอดำเนินการอีก 23 โครงการอีกหลายหมื่นล้านบาท

"2 ปี ที่ผ่านมา กลุ่ม ปตท.ได้ดำเนินการตามมาตรฐานที่ได้รับอนุมัติอีไอเอ ด้วยการลดปริมาณการระบายก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ลงได้กว่า 43% ลดปริมาณการระบายก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ลงได้กว่า 45% ลดปริมาณการปล่อยน้ำทิ้งลงได้ 700,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี ลดปริมาณขยะอุตสาหกรรม 378 ตันต่อปี ลดปริมาณการใช้น้ำในกระบวนการผลิต 1 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี จุดรั่วซึมของสาร VOCs ที่มักเกิดตามรอยข้อต่อของอุปกรณ์ต่างๆ ได้หมด 100%"

นายชายน้อยกล่าวอีกว่า ภาคเอกชนกังวลและกลัวประเทศไทยจะเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจโลกเริ่มปรับตัวดีขึ้นในปลายปีนี้ เศรษฐกิจในหลายประเทศจะเริ่มกระเตื้องขึ้น ขณะที่ประเทศไทยยังติดปัญหาภายในอยู่ และไม่สามารถจัดขบวนทัพให้เสร็จเรียบร้อย ความล่าช้าของ 76 โครงการ อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ด้านการลงทุนและรายได้จากการส่งออกภาคอุตสาหกรรมหลายแสนล้านบาท เฉพาะ 23 โครงการของ ปตท. จาก 76 โครงการ หากคิดเป็นมูลค่าส่วนนี้ก็ประมาณ 100,000 ล้านบาท ยังไม่รวมอุตสาหกรรมต่อเนื่องและการจ้างงานอีกหลายแสนคนในอนาคต.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 21st, 2009, 09:12 PM   #98
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,336
Likes (Received): 1244

Rayong | Laemtong Rayong Redevelopment

http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?p=43428456
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 25th, 2009, 01:09 PM   #99
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,336
Likes (Received): 1244

DSI wants Map Ta Phut inquiry

Bangkokpost Published: 25/09/2009 at 12:00 AM


The Department of Special Investigation is seeking to bring the environmental problems in Map Ta Phut within the scope of its juridical responsibility.

The department will make a proposal to a meeting of the Special Case Commission next month, department chief Thawee Sodsong said yesterday.

The commission, set up by this government, decides which criminal cases should be treated as special cases, and instructs the department to carry out investigations.

Pol Col Thawee said the prolonged pollution problems at the Map Ta Phut industrial estate in Rayong might stem from a lack of enforcement of regulations.

The industrial area had been allowed to expand to such an extent that it had caused problems for Rayong's city plan, he said. The DSI also found the environmental problems at Map Ta Phut remained very serious, Pol Col Thawee said.

The DSI started looking into Map Ta Phut's environmental problems following complaints from local residents. A group of residents also petitioned Prime Minister Abhisit Vejjajiva about their ordeal.

Pol Col Thawee yesterday invited representatives of relevant agencies and local residents to a meeting to discuss ways to solve Map Ta Phut's environmental problems.

Noi Jaitang, a residents' representative, said the expansion of industrial factories at Map Ta Phut had affected local people's health and opportunities to earn a living.

Mr Noi said toxic contaminants in the water and soil had caused members of his family to develop cancer. His mother, his mother-in-law and his wife had died of lung cancer and eye cancer while he was suffering from respiratory disease.

Fish farm production in his neighbourhood had also suffered a decline, Mr Noi said.

Renu Wechratpimol, a biology lecturer at Silpakorn University, quoting the findings from a research study on genetic changes among the people and animals at Map Ta Phut, said high levels of abnormal genetic changes and toxic contamination had been found in samples of frogs, crabs, fish and clams collected from Map Ta Phut.

The findings clearly show the pollution at Map Ta Phut and nearby areas had reached a dangerous level, she said.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 29th, 2009, 12:00 PM   #100
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 53,336
Likes (Received): 1244

ศาลปกครองมีคำสั่งระงับชั่วคราว 76 โครงการ มูลค่า 400,000 ล้าน มาบตาพุด คุ้มครองชุมชนด้านสิ่งแวดล้อม

วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552 เวลา 15:52:08 น. มติชนออนไลน์



ศาลปกครองมีคำสั่งระงับโครงการหรือกิจกรรมไว้เป็นการชั่วคราว 76 โครงการ มูลค่า 400,000 ล้าน มาบตาพุด จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือศาลมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น โดยให้ความคุ้มครองชุมชนด้านสิ่งแวดล้อม


ศาลปกครองกลาง องค์คณะที่ 19 โดยนายภานุพันธ์ ชัยรัต ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง ซึ่งเป็นตุลาการเจ้าของสำนวนมีคำสั่งเมื่วันที่ 29กันยายน 2552 ให้บรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดี ให้ระงับ 76 โครงการ(มูลค่า 400,000 ล้านบาท)ซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อเมแห่งชาติและหน่วยงานของรัฐรวม 8 แห่งอนุมัติให้ดำเนินการในพื้นที่ชุมชนมาบตาพุด จังหวัดระยอง เพื่อคุ้มครองชุมชนมาบตาพุดในด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ


คดีนี้ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและประชาชนชาวมาบตาพุด รวม43 ราย ได้ยื่นฟ้อง คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่า ร่วมกันออกคำสั่งโดยไม่ถูกต้องตามขั้นตอน วิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ตลอดจนละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร


โดยเฉพาะตามมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2550 ที่กำหนดให้โครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่ จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชนจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน และให้องค์กรอิสระ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม หรือทรัพยากรธรรมชาติ หรือด้านสุขภาพให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพเสียก่อน


แต่ภายหลังรัฐธรรมนูญ 2550มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2550 ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งแปดยังคงรับเรื่อง พิจารณา หรือให้ความเห็นชอบ อนุมัติ อนุญาตให้ดำเนินโครงการหรือกิจกรรมหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพในพื้นที่จังหวัดระยองตามปกติเหมือนที่เคยทำมา มีจำนวนถึงกว่า 76 โครงการ โดยไม่สนใจว่า จะต้องนำบทบัญญัติของกฎหมายมาไปปฏิบัติในทันที


ในคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีกับพวกได้ยื่นคำขอมาพร้อมกับคำฟ้องโดยขอให้ศาลกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองใดๆ เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยขอให้ศาลมีคำสั่งระงับโครงการหรือกิจกรรม จำนวน 76 โครงการ ที่กำลังดำเนินการในพื้นที่ตำบลมาบตาพุด อำเภอบ้านฉาง และใกล้เคียงจังหวัดระยอง ไว้เป็นการชั่วคราวก่อนศาลจะมีคำพิพากษา


ศาลมีคำสั่งให้คู่กรณีมาฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีของศาลเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2552 และมีคำสั่งให้คู่กรณีจัดส่งเอกสารและข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองใดๆ เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา และได้นัดไต่สวนเพื่อฟังคำชี้แจงของคู่กรณีและฟังถ้อยคำของผู้มีส่วนได้เสียเมื่อวันที่ 23กันยายน 2552 เพื่อรับฟังคำชี้แจงและการให้ถ้อยคำด้วยวาจาประกอบเอกสารที่ได้ยื่นต่อศาลไว้แล้ว


ศาลพิเคราะห์ว่า จากคำชี้แจงของผู้ฟ้องคดีที่ 3 ถึงที่ 43ประกอบรายงานการประชุมของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 รวมทั้งการประกาศเขตควบคุมมลพิษเมื่อวันที่ 30เมษายน 2552 แสดงให้เห็นข้อเท็จจริงที่ตรงกันว่า ในเวลาที่ผ่านมาและในปัจจุบันปัญหามลพิษจากการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมบริเวณชุมชนมาบตาพุดมีอยู่จริงและมีอยู่อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และสถานการณ์ของปัญหามลพิษมีแนวโน้มที่รุนแรงมากขึ้น จึงต้องประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษเพื่อดำเนินการควบคุม ลด และขจัดมลพิษ จึงเห็นว่า คำฟ้องมีมูลและมีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีตามที่ขอมาใช้ได้ และผู้ขอจะได้รับความเดือดร้อนเสียหายต่อไปหากมีการอนุญาตให้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น


กรณีความรับผิดชอบของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ศาลพิเคราะห์ว่า โดยรัฐธรรมนูญ 2550 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 24สิงหาคม 2550 ซึ่งตามหลักสภาพบังคับของรัฐธรรมนูญทำให้บทบัญญัติที่เกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับทันที โดยไม่ต้องรอให้มีการบัญญัติกฎหมายอนุวัตรการให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าวเสียก่อน และศาลปกครองต้องผูกพันในการใช้บังคับและการตีความกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทยตามที่รัฐธรรมนูญได้รับรองไว้โดยชัดแจ้งหรือโดยปริยาย ตามมาตรา27 ของรัฐธรรมนูญ 2550 ที่บัญญัติว่า สิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้โดยชัดแจ้ง โดยปริยายหรือโดยคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมได้รับความคุ้มครองและผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้ง องค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐโดยตรงในการตรากฎหมาย การใช้บังคับกฎหมาย และการตีความกฎหมายทั้งปวง


เห็นว่า บทบัญญัติมาตรา 67 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญ 2550 ได้บัญญัติ รับรองสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทยที่เป็นเนื้อหาสำคัญไว้ คือ สิทธิในการดํารงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน เพื่อเป็นเจตจำนงให้การบริหารราชการแผ่นดินต้องตระหนักถึงสิทธิในสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่ดี และเพื่อให้บรรลุตามเจตนารมณ์ของการคุ้มครองสิทธิดังกล่าว ได้บัญญัติรับรองสิทธิที่เป็นกระบวนการเพื่อสนับสนุนการคุ้มครองสิทธิดังกล่าวไว้ในมาตราเดียวกัน ได้แก่ สิทธิในการมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์บํารุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครองส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม


และในมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ 2550 ยังได้บัญญัติเจตนารมณ์หลักในการคุ้มครองสิทธิดังกล่าวไว้ คือ ห้ามดําเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ แต่ได้กำหนดข้อยกเว้นไว้ภายใต้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ คือ การศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน จัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย และการให้องค์การอิสระ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากร ธรรมชาติหรือด้านสุขภาพให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดําเนินการดังกล่าว แต่หลักเกณฑ์ที่กล่าวมาเป็นเพียงข้อยกเว้น จึงต้องได้รับการปฏิบัติโดยเคร่งครัด คือ เมื่อจะออกใบอนุญาตให้แก่โครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทาง ด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามบทบัญญัติมาตรา 67 วรรคสอง ให้ครบถ้วนเสียก่อน



นอกจากนี้ มาตรา 67 วรรคสาม ได้บัญญัติมาตรการซึ่งเป็นสภาพบังคับเพื่อให้มีการปฏิบัติให้เป็นบทบัญญัติมาตรา 67 คือ การรับรองสิทธิของชุมชนที่จะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัตินี้ และเห็นว่า บทบัญญัติมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ มีเจตนารมณ์เพื่อให้มีการกำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงไว้เป็นการล่วงหน้า เพื่อแต่ละโครงการหรือกิจกรรมดังกล่าวจะได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ตามหลักการป้องกันล่วงหน้า ไม่มีเจตนารมณ์ให้มีการออกใบอนุญาตโครงการหรือกิจกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงก่อน แล้วใช้หลักการควบคุมหรือหลักการเยียวยาหากเกิดความเสียหายขึ้นในภายหลัง เนื่องจากหลักการควบคุมหรือหลักการเยียวยาไม่ใช่หลักประกันที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการคุ้มครองสิทธิการดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพหรือคุณภาพชีวิตของประชาชน เพราะต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เป็นเงื่อนไขในภายหลัง หลายประการ


ดังนั้น จึงกำหนดหลักการป้องกันล่วงหน้า ทั้งที่เป็นกระบวนการไว้ในบทบัญญัติมาตรา 67 วรรคหนึ่งและวรรคสอง คือ การมีส่วนร่วม การประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและจากองค์กรต่างๆ เป็นต้น และกำหนดหลักการซึ่งเป็นสภาพบังคับไว้ในบทบัญญัติมาตรา 67 รรคสาม คือ การฟ้องคดีเพื่อบังคับให้ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติมาตรานี้ ซึ่งเมื่อพิจารณาบทบัญญัติมาตรา 27ของรัฐธรรมนูญ จะเห็นว่า คณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐต้องผูกพันในการใช้อำนาจเพื่อกำหนดว่าประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจกรรมใดที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร ธรรมชาติและสุขภาพ ในทันทีที่บทบัญญัติมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ 2550 มีผลใช้บังคับ เพื่อให้มีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้ครบถ้วนก่อนที่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐจะพิจารณาออกใบอนุญาตตามอำนาจหน้าที่ต่อไป



เมื่อพิเคราะห์จากคำชี้แจงของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งแปดที่ว่า ภายหลังรัฐธรรมนูญ 2550 มีผลใช้บังคับเมื่อ 24 สิงหาคม 2550 มีการออกใบอนุญาตให้แก่โครงการหรือกิจกรรมตามเอกสารคำท้ายฟ้อง โดยยังไม่ได้มีการกำหนดว่าโครงการหรือกิจกรรมใดเป็นโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ รวมทั้งยังไม่ได้ปฏิบัติให้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 67 วรรคสอง



ศาลเห็นว่า เป็นกรณีที่มีปัญหาความน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ


กรณีปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นแก่การบริหารงานของรัฐหากกำหนดมาตรการหรือวิธีการเพื่อบรรเทาทุกข์เป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดี ศาลพิเคราะห์ว่า ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้น และอาจจะเป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐตามคำชี้แจงของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งแปดและถ้อยคำของผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของโครงการหรือกิจกรรมตามเอกสารท้ายคำฟ้องตามที่ กล่าวมานั้น สามารถป้องกันแก้ไขและบรรเทาให้ลดน้อยลงได้ด้วยการบริหารราชการแผ่นดินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติในภาพรวมเป็นสำคัญตามแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐ และการบริหารจัดการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างภาครัฐและเอกชน และเห็นว่าการบริหารงานของรัฐนั้นยังต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทางสังคมตามหลักนิติธรรมตามที่บทบัญญัติไว้ในมาตรา 3 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ และหลักการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ตามมาตรา 3/1 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534


ดังนั้น เมื่อมีกรณีปัญหาความน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อคุ้มครองสิทธิในการดํารงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นสิทธิและเสรีภาพที่เป็นเนื้อหาสำคัญของรัฐธรรมนูญ การกระทำทางการปกครองใดที่มีปัญหาเกี่ยวกับความน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเหตุที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญในเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เป็นเรื่องที่ศาลจะต้องตระหนัก


เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ปัญหามลพิษจากการประกอบกิจการของโรงงานอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษสูงซึ่งรวมกันอยู่ในพื้นที่มาบตาพุดอันเป็นแหล่งอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุดของประเทศมีอยู่จริงและส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างต่อเนื่อง และสถานการณ์ของปัญหามลพิษมีแนวโน้มที่รุนแรงมากขึ้น จึงมีเหตุจำเป็นและเป็นการยุติธรรมและสมควรตามหลักนิติธรรม หลักการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และหลักการบริหารงานของรัฐอย่างยั่งยืนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จึงสมควรกำหนดมาตรการหรือวิธีการเพื่อบรรเทาทุกข์เป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดี


ศาลจึงมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการเพื่อบรรเทาทุกข์เป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ดังนี้


ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งแปดสั่งระงับโครงการหรือกิจกรรมไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือศาลมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ยกเว้น โครงการหรือกิจกรรมที่ได้รับใบอนุญาตก่อนวันประกาศใช้บังคับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 โครงการหรือกิจกรรมที่ไม่ได้กำหนดให้เป็นประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการซึ่งต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 16 มิถุนายน2552 ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 67วรรคสอง
napoleon no está en línea   Reply With Quote


Reply

Tags
thailand

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 01:07 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu