|
|
| daily menu » rate the banner | guess the city | one on one |
|
|||||||
| Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand |
![]() |
|
|
Thread Tools | Display Modes |
|
|
#4701 |
|
Registered User
Join Date: Nov 2011
Posts: 390
Likes (Received): 12
|
ใครมีข้อมูลบ้าง ครับ โรบินสัน สกลนคร กับ บิ๊กซีมุกดาหาร ขนาดเท่ากันเปล่าครับ
|
|
|
|
|
|
#4702 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2011
Posts: 139
Likes (Received): 0
|
|
|
|
|
|
|
#4703 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2011
Location: sakon-rayong
Posts: 736
Likes (Received): 5
|
|
|
|
|
|
|
#4704 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2011
Location: sakon-rayong
Posts: 736
Likes (Received): 5
|
โลกล้านปีที่แอ่งสกลนคร
จริงๆแล้วทุกตารางนิ้วของแผ่นดินเป็นโลกล้านปีทั้งหมด ไดโนเสาร์ก็เดินเพ่นพ่านไปทั่วโลกไม่จำกัดบริเวณแห่งใดแห่งหนึ่ง แต่ที่มีการค้นพบมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศนั้นๆ เช่น รัฐเทคซัส สหรัฐอเมริกา มีซากฟอสซิลอยู่ใต้พื้นดินตื้นๆ หลายแห่งเกลื่อนกลาดตามผิวดินจนลานตาไปหมดจนแทบจะเอามาขว้างหัวเล่น ที่เกาะทัสมาเนีย ตอนใต้ของประเทศออสเตเรีย มีซากฟอสซิลสัตว์และพืชในทะเลจากยุค เปอร์เมี่ยน ซึ่งเคยเป็นทะเลตื่นๆ เมื่อ 300 ล้านปี กระจัดกระจายตามข้างถนนใครอยากได้ก็ไปเก็บเอาตามใจชอบ ![]() ![]() แอ่งสกลนคร คืออะไร แอ่งสกลนคร เป็นชื่อทางวิชาการทางธรณีวิทยา หมายถึงแผ่นดินที่อยู่ระหว่างแม่น้ำโขง กับเทือกเขาภูพาน ประกอบด้วยจังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร อุดรธานี และหนองคาย แต่ถ้ามองภาพรวมทั้งภาคอีสานเราเรียกพื้นที่นี้ว่า ที่ราบสูงโคราช ประกอบด้วยแอ่งสกลนคร และแอ่งโคราช แผ่นดินทั้งหมดนี้เคยเป็นทะเลมาก่อนใน มหายุคพาเลโอโซอิก ราว 300 ล้านปี และถูกดันขึ้นมาเป็นแผ่นดิน มหายุคมีโซโซอิก ราว 245 65 ล้านปี ไดโนเสาร์ชนิดต่างๆล้วนเกิดขึ้นในมหายุคนี้ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ยุคไทรแอสซิก ยุคจูแรสซิก และยุคครีเทเซียส จากการศึกษาทางธรณีวิทยาพบว่าพื้นที่แอ่งสกลนครน่าจะเกิดขึ้นในยุค ครีเทเซียส ราว 120 ล้านปีที่แล้ว ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() รอยเท้าไดโนเสาร์บนพื้นหินทรายตามภาพนี้ พบที่ริมถนน อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ไม่ห่างจากแม่น้ำโขงเท่าไหร่ การเกิดรอยเท้าแบบนี้มีโอกาสน้อยกว่าหนึ่งในล้านเพราะต้อง บังเอิญจริงๆ จำลองเหตุการณ์ได้ดังนี้ ไดโนเสาร์ลงไปเดินในพื้นดินนุ่มๆที่ริมแม่น้ำ ทำให้เกิดรอยเท้าในพื้นดินและทันใดนั้นก็มีตะกอนของแม่น้ำมาทับถมรอยเท้า นานๆเข้าตะกอนดินก็ทับถมหนาขึ้นจนรอยเท้าจมอยู่ใต้ดินลึก ร้อยล้านปีต่อมาทั้งหมดกลายเป็นหินและถูกดันขึ้นมาบนพื้นดินในยุค "เทอเชียรี่" (ตอนต้นของมหายุคซีโนซีอิก) ประมาณ 50 ล้านปีที่แล้ว ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ได้รับงบประมาณยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ฟอสซิลไดโนเสาร์เกิดขึ้นได้อย่างไร จริงๆแล้วฟอสซิลไม่ใช่กระดูก แต่เป็นแร่ธาตุที่ซึมเข้าไปแทนที่กระดูกทำให้กลายเป็นหิน การเกิดฟอสซิลนั้นยากมากโอกาศเพียงหนึ่งในล้าน เพราะทันทีที่ไดโนเสาร์ตายร่างของมันต้องตกลงไปในน้ำ ส่วนที่เป็นเนื้อถูกกัดแทะโดยสัตว์ต่างๆหรือเน่าเปื่อยตามธรรมชาติ ขณะที่ตะกอนของน้ำก็ทยอยทับถมร่างนั้นให้จมลึกลงไป นานๆเข้าแร่ธาตุที่อยู่ในตะกอนดินจะค่อยๆซึมเข้าไปในกระดูกจนทำให้กลายเป็นหิน ดังนั้น หากเอาฟอสซิลมาเปรียบเทียบกับกระดูกจะเห็นความต่างชัดเจน กระดูกมีรูพรุนมากมาย แต่ฟอสซิลเป็นเนื้อแน่นไม่มีรูพรุน มีน้ำหนักเหมือนหิน ถ้าพูดกันตรงๆก็เป็นหินดีๆนี่แหละ ฟอสซิลเหล่านี้ถูกฝังลึกอยู่ใต้ดิน นานนันร้อยล้านปี ต่อมาใน มหายุคซีโนเซอิก ราว 60 50 ล้านปีที่แล้ว แผ่นดินถูกดันขึ้นมาเป็นภูเขาทำให้ฟอสซิลบางส่วนขึ้นมาอยู่ตื้นๆตามเนินเขา และถูกน้ำกัดเซาะจนโผล่ให้เห็นตามผิวดิน สังเกตได้ว่าจุดที่พบฟอสซิลมักจะเป็นบริเวณเนินเขา ![]() ตามหา ฟอสซิล ที่จังหวัดสกลนคร เมื่อพูดถึงฟอสซิลใครๆก็นึกถึงพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่กาฬสินธุ์ และอำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ในความเป็นจริงจังหวัดสกลนครก็เต็มไปด้วยสิ่งเหล่านี้เพียงแต่ยังไม่ได้มีการค้นหาอย่างจริงๆจังๆ ดังนั้น ทีมงาน พยัคฆ์ภูเพ็ก ซึ่งประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น วิศวกรในร่างของฤาษีเอก อมตะ นายแพทย์ นักพิภพวิทยา และศิลปินเพื่อชีวิต จึงต้องรับอาสาทำหน้าที่นี้ไปพลางๆก่อน จนกว่าจะได้ผู้เชี่ยวชาญด้าน บรรพชีวินวิทยา ตัวจริงเสียงจริงเข้ามาเทกโอเว่อร์ภารกิจนี้อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามแม้ว่าสมาชิกทีมงานจะไม่ได้ร่ำเรียนวิชาบรรพชีวินวิทยาโดยตรง แต่หลายคนก็จบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ มีข้อมูลด้านชีววิทยา ฟิซิกส์ เคมี และธรณีวิทยา อยู่พอสมควร จึงพอที่จะนำข้อมูลมาให้แฟนๆของคอลั่มนี้ได้สัมผัสแบบถ่ายทอดสด ทีมงานได้รับทราบจากผู้นำท้องถิ่นว่าบริเวณเชิงเขาใกล้ๆปราสาทภูเพ็กมีฟอสซิลไดโนเสาร์อยู่หลายแห่ง มีคนเคยมาเก็บไปขายเพื่อทำมวลสาร จาตุคาม เมื่อทราบเช่นนี้จึงได้รีบรุดไปดูสถานที่ดังกล่าวทันที เมื่อไปถึงพบว่าภูมิประเทศเหมาะแก่การค้นหาฟอสซิลอย่างมากเพราะเป็นเชิงเขาพื้นที่ลาดชัน มีร่องรอยการกัดเซาะของน้ำอย่างชัดเจน และที่น่าสนใจหินที่พบเป็นหินตะกอนจากยุค เมโซโซอิก เข้าสะเป็กของการเกิดฟอสซิล ใช้เวลาไม่นานก็พบฟอสซิลจำนวนหนึ่งกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นดิน และฝังตัวอยู่ตื้นๆ แต่เนื่องจากทีมงานไม่ใช่เจ้าหน้าที่ธรณีวิทยา ประกอบกับบริเวณนี้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติภูพาน จึงไม่สามารถที่จะขุดค้นอย่างจริงๆจังๆ ได้แต่ขุดแคะเล็กๆน้อยๆตามซอกหิน และพื้นดินที่สงสัยว่าจะมี แม้ว่าจะยังไม่พบฟอสซิลที่มีรูปร่างทั้งตัวอย่างครบถ้วน แต่ก็ได้หลักฐานยืนยันว่าที่นี่เป็นแหล่งไดโนเสาร์เมื่อร้อยกว่าล้านปีที่แล้วอย่างแน่นอน ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() เป็นที่น่าสังเกตว่า ฟอสซิลอันขวามือสุดมีลักษณะเหมือนซี่โครงมีส่วนที่ป่องออกมาตรงกลาง ตามหลักการแพทย์แล้วนี่คือกระดูกที่เคยหักมาก่อนแล้วเชื่อมต่อภายหลังจึงป่องออกมาตรงรอยต่อ แสดงว่าไดโนเสาร์ตัวนี้อาจจะต่อสู้กันหรือตกลงมาจากที่สูง ทำให้บาดเจ็บกระดูกซี่โครงหัก ![]() ![]() ทีมงานได้พบเขี้ยวไดโนเสาร์พันธุ์กินเนื้อติดอยู่ในก้อนหิน จึงพูดกันเล่นๆว่าไอ้ตัวนี้แหละที่ไปไล่กัดเขาจนกระดูกซี่โครงหัก และในที่สุดมันเองก็พบจุดจบกลายเป็นฟอสซิลเช่นกัน ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ก็ถือว่าการสำรวจครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เพราะได้ข้อมูลที่เป็นเนื้อเป็นหนังและยืนยันได้ว่าจังหวัดสกลนคร รวมทั้งแอ่งสกลนครทั้งหมดเป็นแผ่นดินที่เคยมีไดโนเสาร์เดินเพ่นพ่าน หาอยู่หากิน ไล่กัดกัน ออกลูกออกหลานสืบเชื้อสายอย่างต่อเนื่อง จนถึงวาระสุดท้ายเมื่อ 65 ล้านปีที่แล้ว ทุกอย่างก็ถึงกาลอวสานและสิ้นสุดมหายุคเมโซโซอิกอย่างเป็นทางการ เปิดศักราชใหม่แก่มหายุคซีโนโซอิกของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งเป็นบรรพบุรุษของเราๆท่านๆในปัจจุบัน ![]() ![]() สรุปแล้วฟอสซิลไดโนเสาร์มีทั่วโลก เพียงแต่อยู่ลึกอยู่ตื้น บางแห่งก็หาง่ายเพราะอยู่ระดับผิวดิน เช่น แถบทวีปอเมริกาเหนือ และในทะเลทรายมองโกเลีย คนจีนเห็นซากฟอสซิลขนาดใหญ่ในทะเลทรายดังกล่าวเลยจินตนาการว่านี่แหละคือมังกร ภาษาจีนกลางใช้คำว่า "คงหลง" แต่หลายแห่งอยู่ลึกมากจนหาไม่พบ หากทีมงานพบอะไรใหม่ๆจะมารายงานให้ทราบต่อไป ครับผม |
|
|
|
|
|
#4705 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2011
Location: sakon-rayong
Posts: 736
Likes (Received): 5
|
พุทธศาสนิกชนชาวสกลนคร แห่บรรพชา และอุปสมบทเป็นจำนวนมาก ในงานฉลองพุทธยันตี 2600 ปี แห่งการตรัสรู้
วันอังคาร ที่ 29 พฤษภาคม 2555 พุทธศาสนิกชนชาวสกลนคร แห่บรรพชา และอุปสมบทเป็นจำนวนมาก ในงานฉลองพุทธยันตี 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ที่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร เชิญชวนนุ่งขาวห่มขาว เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 29 พฤษภาคม 2555 ที่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร นายจรินทร์ จักกะพาก ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ฉลองพุทธยันตี 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก ประจำปี 2555 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช มหาราช ทรงมีพระชนมายุ ครบ 84 พรรษา และเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ ครบ 60 พรรษา โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นไอของรสพระธรรม พุทธศาสนิกชน นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด และพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก นุ่งขาวห่มขาว เข้าร่วมในพิธี โดยในเช้าวันนี้ มีพิธีบรรพชา และมีพิธีอุปสมบท จำนวน 109 รูป เวลา 15.00 น. มีพิธีบวชเนกขัมมะ จากนั้นเวลา 16.00 น. จึงจะเริ่มพิธีเปิดงานฉลองพุทธยันตี 2600 ปี อย่างเป็นทางการ นายจรินทร์ จักกะพาก ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า งานฉลองพุทธยันตี 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ในการจัดงานส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ครั้งนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะจังหวัดสกลนคร เปรียบได้ว่าเป็นเมืองแห่งพุทธศาสนา ดังคำขวัญที่ว่า พระธาตุเชิงชุมคู่บ้าน พระตำหนักภูพานคู่เมือง งามลือเลื่องหนองหาร แลตระการปราสาทผึ้ง สวยสุดซึ้งสาวภูไท ถิ่นมั่นในพุทธธรรม อีกทั้งแผ่นดินนี้ ยังเป็นถิ่นกำเนิดและพำนักของพระอริยสงฆ์ที่สำคัญ อันเป็นที่เคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนมากมายหลายรูป เช่น พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระอาจารย์วัน อุตตโม หลวงปู่เทศก์ เทสรังสี หลวงปู่หลุย จันทสาโร จึงเป็นเหตุให้วิถีชีวิตของคนสกลนคร ล้วนผูกพันและศรัทธาในพระพุทธศาสนา และเหล่าอริยสงฆ์ ส่งผลให้สกลนคร เป็นดินแดนแอ่งธรรมมะ มีความสงบสุขร่มเย็นตราบทุกวันนี้ สำหรับการจัดงานฉลองพุทธยัตี 2600 ปี เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ในสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา มีกิจกรรมที่หลากหลาย ล้วนแต่เป็นเอกลักษณ์ของคนสกลนคร จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสวิถีธรรม และนุ่งขาวห่มขาว ร่วมกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชาได้ตลอดสัปดาห์ และ สิ้นสุดกิจกรรมในวันที่ 4 มิถุนายน 2555 โดยในวันนั้น จะมีขบวนแห่ โคมบัวบูชา ซึ่งตกแต่งอย่างวิจิตรสวยงาม จากลานรวมใจไทสกล ไปยังวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ข้อมูลข่าวและที่มา ผู้สื่อข่าว : สกลนคร(ส.ปชส.)/แสงมณีจรรณ์ เพขรสังหาร Rewriter : อาทิตยา เจียรวัฒนวงศ์ / สนข. สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th |
|
|
|
|
|
#4706 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2011
Location: sakon-rayong
Posts: 736
Likes (Received): 5
|
(ภาพ) พิธีเปิดงาน"ฉลองพุทธชยันตี 2600 ปี" สกลนคร
พิธีเปิด "งานฉลองพุทธชยันตี 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า" ในการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา จังหวัดสกลนคร ประจำปี 2555 ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม - 4 มิถุนายน 2555 ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]()
|
|
|
|
|
|
#4707 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2011
Location: sakon-rayong
Posts: 736
Likes (Received): 5
|
|
|
|
|
|
|
#4708 |
|
ผู้ด้อยปัญญา
Join Date: Mar 2011
Location: th
Posts: 1,912
Likes (Received): 20
|
พังซะแล้ว ทางเข้า บขส 2
__________________
จังหวัดทางเลือกใหม่ ทุกอย่างเป็นไปได้ที่ สกลนคร |
|
|
|
|
|
#4709 |
|
Registered User
Join Date: Dec 2011
Location: Sakon Nakhon
Posts: 118
Likes (Received): 2
|
ใครหนอ.? จะผ่าตัดสนามบินภูธรให้มีกำไร
สนามบินภูมิภาคทั้ง 28 แห่ง ของกรมการบินพลเรือน (บพ.) เป็นที่ทราบดีว่า ส่วนใหญ่จะขาดทุน โดยมีสนามบินที่ไม่เคยมีกำไรมากถึง 22 แห่ง และมีเพียง 6 แห่ง เท่านั้นที่มีกำไรประกอบด้วย สนามบินกระบี่, อุดรธานี, ขอนแก่น, สุราษฎร์ธานี อุบลราชธานี และนครศรีธรรมราช ในจำนวน 6 แห่งที่มีกำไรดังกล่าว ถือว่าเป็นสนามบินเนื้อหอม เป็นที่หมายตา ของบริษัทที่เป็นนักบริหารมืออาชีพอยาก เข้าครอบครอง ซึ่งแตกต่างจากสนามบินขาดทุนทั้ง 22 แห่ง ที่แม้จะเสนอแรงจูงใจ สารพัดอย่าง แต่ก็คงไม่มีใครอยากจะทุ่มเม็ดเงินจำนวนมหาศาล เพื่อมาเสี่ยงกับสนามบินภูธรที่ไม่มีคนมาใช้บริการ อย่างไรก็ดี ได้มีการแบ่งกลุ่มสนามบินภูมิภาคไว้จำนวน 4 กลุ่ม โดยพิจารณา จากรายได้การดำเนินงาน ประกอบด้วย1.กลุ่มที่มีศักยภาพสูง มีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยมากกว่า 300,000 คนต่อปี มีจำนวน 6 แห่ง ประกอบด้วย สนามบินอุดรธานี, อุบลราชธานี, ขอนแก่น, สุราษฎร์ธานีกระบี่ และนครศรีธรรมราช 2. กลุ่มที่มีศักยภาพปานกลาง มีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 50,000-300,000 คนต่อปี มี 4 แห่ง ประกอบด้วย แม่ฮ่องสอน, พิษณุโลก, ตรัง และนราธิวาส 3. กลุ่มที่มีศักยภาพค่อนข้างน้อย มี 9 แห่ง ประกอบด้วย สกลนคร, ร้อยเอ็ด, นครพนม, บุรีรัมย์, ปาย, น่าน, ลำปาง, หัวหิน, และระนอง และ 4.กลุ่มที่มีศักยภาพต่ำมาก ที่ไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการมี 9 แห่ง ประกอบด้วย นครราชสีมา, เลย, แม่สอด, ตาก, แม่สะเรียง, แพร่, เพชรบูรณ์, ชุมพร และปัตตานี ก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมได้มีแนวทางการพัฒนาสนามบินภูมิภาคทั้ง 28 แห่ง แบ่งเป็น 1.ให้เอกชนเข้าไปบริหารจัดการสนามบินทั้ง 28 แห่ง โดยให้กรมการบินพลเรือนยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมสนามบิน 2.ให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เข้าไปบริหารสนามบินทั้ง 28 แห่ง โดยให้ ทอท.บริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ และให้การบินไทยนำเครื่องบินมาให้บริการ และ 3.บพ.จะเป็นผู้บริหารสนามบินเอง ล่าสุด วรเดช หาญประเสริฐ อธิบดีกรมการบินพลเรือน (บพ.) บอกว่า ภายในเดือนมิถุนายนนี้ น่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับหน่วยงานที่จะเข้ามาบริหารสนามบินกระบี่ เพื่อนำร่องการพัฒนาสนามบินภูมิภาค 28 แห่ง ขณะนี้มีผู้สนใจ เข้าบริหารท่าอากาศยานกระบี่ 2 ราย คือ การบินไทย และทอท. หากได้รับคัดเลือกจะได้บริหารสนามบินระยะที่ 2 ได้แก่ สนามบินอุดรธานี อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นสนามบินที่มีผู้ใช้บริการปีละกว่า 1 ล้านคน ทั้งนี้ แนวโน้มการใช้บริการท่าอากาศยานภูมิภาคเพิ่มขึ้นเป็นผลจากการเติบโตของสายการบินต้นทุนต่ำ ขณะที่ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงเลือกเดินทางโดยเครื่องบินมากขึ้น ดังนั้นหากสนามบินทั้ง 28 แห่ง ได้รับการพัฒนาจะช่วยเพิ่มรายได้ให้สนามบิน และบพ.จะได้นำเงินที่ได้จากการพัฒนาสนามบินที่มีรายได้เพิ่มจากการที่ผู้โดยสารใช้บริการเพิ่มขึ้นเข้ากองทุน เพื่อนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับบริหารจัดการสนามบินที่มีรายได้น้อยต่อไป ด้าน เสรี จิตต์โสภา รองอธิบดีกรมการบินพลเรือน บอกว่า ที่ผ่านมาฝ่ายกฎหมายของ บพ. ได้พิจารณาคุณสมบัติของการบินไทย และทอท. ที่เสนอตัวเข้าบริหารจัดการสนามบินภูมิภาคของ บพ.แล้ว โดยทั้ง 2 บริษัทสามารถเข้าดำเนินงานในสนามบินของ บพ.ได้ โดยไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย เนื่องจากรัฐถือหุ้นมากกว่า 51% จึงถือเป็นรัฐวิสาหกิจ ไม่จำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน) ขณะเดียวกัน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ระบุว่า ต้องการให้ บพ.บริหารจัดการสนามบินภูมิภาคที่มีศักยภาพเอง เนื่อง จากโดยเฉพาะสนามบินกระบี่ และสนามบินอุดรธานีที่ บพ.บริหารนั้นมีรายได้ที่ดีอยู่แล้ว เพื่อให้มีรายได้ไปเลี้ยงสนามบินอื่นๆ ได้ ปัจจุบันสนามบินที่อยู่ในสังกัด บพ.มีทั้งกำไรและขาดทุน จึงให้ไปหาแนวทางพัฒนาสนามบินที่มีศักยภาพหารายได้เพิ่มขึ้น เช่น สนามบินอุดรธานี พบว่า มีปริมาณการขนส่งสินค้าใต้ท้อง เครื่องหรือคาร์โก้จำนวนมาก เนื่องจาก เป็นสนามบินใกล้ประเทศเพื่อนบ้านดังนั้น ควรพัฒนาเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับ เพื่อเพิ่มรายได้ ประกอบ กับรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC นอกจากนี้ ให้นำสนามบินที่ไม่มีปริมาณการจราจรทางอากาศหนาแน่นและใกล้กรุงเทพมหานคร เช่น สนามบินนครราชสีมา มีพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ เปิดเป็นนิคมอุตสาหกรรมการบิน เช่น ศูนย์ซ่อมอากาศยาน หรือซ่อมเครื่องบินเนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยไม่มีศูนย์ซ่อมเครื่องบินหากจะซ่อมเครื่องบินต้องนำเครื่องบินไปซ่อมที่ประเทศสิงคโปร์อย่างไรก็ตาม หากเปิดศูนย์ซ่อมการบินจะช่วยให้สนามบินมีรายได้เพิ่มขึ้น ที่มา: สยามธุรกิจ เห็นห้องเงียบๆ ![]() เลยเอาเรื่องสนามบินมาฝากอ่านเล่นนะครับ ไม่Seriousแต่เสียดายน่าจะพัฒนาให้ดีขึ้นกว่านี้
|
|
|
|
|
|
#4710 |
|
Natt
Join Date: Nov 2011
Posts: 108
Likes (Received): 4
|
ภาพ งานถวายเพลิงสรีระสังขาร พระครูวิมลสีลาภรณ์ (หลวงปู่เนย สมจิตโต)
อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าโนนแสนคำ อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() คงเหลือไว้แต่คุณงามความดี พระธรรมคำสั่งสอนของหลวงปู่ ขอน้อมส่งดวงวิญญาณหลวงปู่สู่แดนนิพพานเทอญ.... ขอบคุณภาพจาก http://www.facebook.com/media/set/?s...1184948&type=1
__________________
ผมว่าถ้าจะแยก แยกหาดใหญ่เป็นจังหวัดดีกว่า ใครบางคนจะได้ไม่สับสน
|
|
|
|
|
|
#4711 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2012
Posts: 32
Likes (Received): 1
|
It was the hardest place I 've been.The way to this place was made from red earth and rough.And later,walk up to the temple on 491 steep stairways.On the peak of Phu Pek mountain (Phu Pan range) located a huge Ancient Khmer sanctuary called Phra That Phu Pek.It was built by sandstone with 7.67 high but incompleted. From the local legend described that there're 2 groups : men and women contested to built 2 buildings for housing the great relic of Buddha. But the men group who built this building stopped when they saw the Pek star on the sky,it was a sign as the trick of women group who lie that they 've already finished the Narai Jeng Weng temple. So this building called "Prasart Phra That Phu Pek" followed "Pek" star. However,it was actually built in Hindu religion and dated to 16-17 Buddhist centuries.
Thanks |
|
|
|
|
|
#4712 |
|
I LOVE THAILAND
Join Date: Dec 2009
Location: Trang
Posts: 4,605
Likes (Received): 61
|
โรบินสันสกลฯเปิดปีหน้าแน่นอนแล้วครับ แต่ยังไม่มีรูปเรนเดอร์หรือข้อมูลเรื่องอื่นๆ
![]() ![]() ![]() ![]() จากเอกสารเผยแพร่ของโรบินสัน
__________________
-Trang City ,Thailand - - เมืองสวยงามที่ไม่เล็กจนเงียบเหงา ไม่ใหญ่โตจนพลุกพล่าน - |
|
|
|
|
|
#4713 | |
|
Registered User
Join Date: May 2011
Posts: 172
Likes (Received): 0
|
Quote:
Miss Popular Vote Miss Universe Thailand 2012![]() ![]() ![]() ![]()
__________________
" @สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร"
|
|
|
|
|
|
|
#4714 |
|
Registered User
Join Date: May 2011
Posts: 172
Likes (Received): 0
|
Visakha Bucha celebrations in Sakon Nakhon The northeastern province of Sakon Nakhon has hosted the annual big celebrations of Visakha Bucha Day since 2003. Visakha Bucha Day is an important day for Buddhists as it marks the day the Lord Buddha was born, attained enlightenment, and entered into nirvana on the full moon day of the sixth lunar month, about 2,600 years ago. In Sakon Nakhon on May 29 and 30, there will be an exhibition on Visakha Bucha Day, sermons, a mass ordination, as well as a wian thian (candle procession) ceremony at Wat Pa Suthawas and Wat Phrathat Choeng Chum. On May 31, a chanting contest will take place at Wat Chaeng Saeng Aroon, while a sermon delivering contest will be held at Ruam Jai Thai Sakon Field, which will be beautifully decorated with traditional-style flags and lotus-shaped lamps. On June 1, people are invited to visit major temples in Sakon Nakhon to listen to sermons and practise meditation. On June 2 and 3, participants are invited to dress in white and join a procession called Boon Phaves, from the statue of King Chulalongkorn to Wat Phrathat Choeng Chum. On June 4, there will be a procession of 1,000 local-style sticky rice rolls (khao pun khon) from the city gate to Wat Phrathat Choeng Chum, alms-giving, sermons about the Lord Buddha's last life as Phra Vessantara, a lotus-shaped lamp parade contest, plus the presentation of saffron robes to monks. The wian thian ceremony will start at 7pm. Call 042-513-490/1 or visit www.facebook.com/tatnakhonphanom. http://www.bangkokpost.com/travel/tr...n-sakon-nakhon
__________________
" @สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร"
|
|
|
|
|
|
#4715 |
|
Registered User
Join Date: May 2011
Posts: 172
Likes (Received): 0
|
[IMG]
[/IMG]Phra That Choeng Chum is Sakon Nakhon’s most revered Buddhist monument. The province is famous as the resting place for several of the country’s legendary monks, including Luang Phu Mun Phurithatto. http://www.bangkokpost.com/travel/tr...n-sakon-nakhon
__________________
" @สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร สกลนคร"
|
|
|
|
|
|
#4716 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2011
Posts: 139
Likes (Received): 0
|
![]() บางส่วนของทุงโบราณและโคมบัวบูชาที่พี่น้องสกลนครส่งเข้าประกวด จัดโดยอบจ.สกลนคร.....พรุ่งนี้4มิย วันวิสาขบูชา 7โมงเช้าขอเชิญชวนร่วมทำบุญใส่บาตร 5โมงเย็นร่วมกันแห่ขบวนโคมบัวบูชาจาก18อำเภอ เทศบาลนครและอบจ.สกลนครรวม20ขบวนอย่างยิ่งใหญ่ในพิธี"ฉลองพุทธชยันตี2600ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า" และร่วมเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุเชิงชุม ร่วมหล่อพระเจ้าองค์แสนจำลองและสวดข้าม26ศตวรรษ ที่วัดพระธาตุเชิงชุม http://th-th.facebook.com/photo.php?...type=1&theater |
|
|
|
|
|
#4717 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2011
Posts: 139
Likes (Received): 0
|
![]() วันวิสาขบูชาโลก เชิญทุกท่านนุ่งขาวห่มขาว เวลา 7 โมงเช้าขอเชิญชวนร่วมใส่ทำบุญใส่บาตร 5 โมงเย็นร่วมกันแห่ขบวนโคมบัวบูชาจาก 18 อำเภอ โดยเทศบาลนครและอบจ.สกลนครรวม 20 ขบวนอย่างยิ่งใหญ่ ในพิธี"ฉลองพุทธชยันตี2600ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า" และร่วมเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุเชิงชุม ร่วมหล่อพระเจ้าองค์แสนจำลองและสวดมนต์ข้าม 26 ศตวรรษ ที่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร จังหวัดสกลนคร http://th-th.facebook.com/sakonnakhon |
|
|
|
|
|
#4718 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2011
Location: sakon-rayong
Posts: 736
Likes (Received): 5
|
จันทรุปราคาบางส่วน 4 มิถุนายน
หลังสุริยุปราคาวงแหวน(Annular Solar Eclipse)เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งเส้นทางคราสวงแหวนได้ผ่านจีน ญี่ปุ่น ทางเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก และสหรัฐอเมริกา สำหรับประเทศไทยสามารถสังเกตสุริยุปราคาครั้งนี้ได้ โดยเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน(Partial Solar Eclipse)ในหลายพื้นที่ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก โดยเกิดสุริยุปราคาขณะดวงอาทิตย์ขึ้น ซึ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือเห็นดวงอาทิตย์แหว่งมากที่สุดและนานกว่าภาคอื่นๆ หลังจากสุริยุปราคาในปีนี้ ประเทศไทยจะว่างเว้นจากสุริยุปราคาไปอีกนานถึง 4 ปี สุริยุปราคาครั้งถัดไปสำหรับประเทศไทยเกิดขึ้นในเช้าวันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2559 วันนั้นเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง(Total Solar Eclipse)พาดผ่านเกาะต่างๆของประเทศอินโดนีเซีย ในเมืองไทยคงเห็นเพียงสุริยุปราคาบางส่วน โดยเฉพาะภาคใต้มีโอกาสเห็นดวงอาทิตย์แหว่งมากกว่าภาคอื่นๆ ![]() สุริยุปราคาวงแหวนในจีน และในวันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ.2555 ตรงกับวันวิสาขบูชา ก็จะเกิดจันทรุปราคาบางส่วน(Partial Lunar Eclipse)ขึ้นในช่วงหัวค่ำของวันนี้ นับเป็นจันทรุปราคาที่เห็นดวงจันทร์แหว่งเพียงครั้งเดียวของปีนี้(อีกครั้งเป็นจันทรุปราคาเงามัวในวันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2555 ตรงกับวันลอยกระทง) ![]() จันทรุปราคาบางส่วน 4 มิถุนายน พ.ศ.2555 เงามืดเริ่มบังดวงจันทร์ตั้งแต่เวลา 17.00 น. และบังลึกที่สุดในเวลา 18.03 น. คิดเป็นขนาดความลึก 37% ของเส้นผ่านศูนย์กลางดวงจันทร์ สองช่วงเวลานี้ประเทศไทยยังไม่เห็น เนื่องจากดวงจันทร์ยังไม่ ขึ้น โดยประเทศไทยจะเริ่มสังเกตได้ตั้งแต่เวลาที่ดวงอาทิตย์ตก และดวงจันทร์เริ่มขึ้นมาเหนือขอบฟ้าทางทิศตะวันออก อันเป็นช่วงครึ่งหลังของปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน ทั้งนี้แต่ละพื้นที่ของประเทศไทยเห็นดวงจันทร์ขึ้นในเวลาที่ต่างกัน ความลึกของจันทรุปราคาขณะดวงจันทร์ขึ้นจึงต่างกันด้วย ขั้นตอนการเกิดจันทรุปราคาบางส่วน 4 มิถุนายน พ.ศ.2555 เหตุการณ์ เวลา มุมเงย (ที่กรุงเทพฯ) 1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลก 15.48 น. -39° (ใต้ขอบฟ้า) 2. เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน 17.00 น. -23° (ใต้ขอบฟ้า) 3. กึ่งกลางของปรากฏการณ์ (ดวงจันทร์เข้าไปในเงาลึกที่สุด) 18.03 น. -9° (ใต้ขอบฟ้า) 4. สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน (ดวงจันทร์ทั้งดวงออกจากเงามืด) 19.07 น. 5° 5. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลก 20.18 น. 20° กรุงเทพฯ..ดวงจันทร์ขึ้นเวลา 18.41 น. โดยถูกเงามืดของโลกบังอยู่ราว 20% จากนั้นกลับมาสว่างเต็มดวงในเวลา 19.07 น. ซึ่งดวงจันทร์จะอยู่สูงเหนือขอบฟ้าเป็นมุมเพียง 5? และท้องฟ้ายังไม่มืด จึงมีเวลาสังเกตจันทรุปราคาขณะถูกเงามืดบังได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง และอาจสังเกตได้ยาก เนื่องจากอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนล่างมีเวลาสังเกตได้นานกว่า เนื่องจากดวงจันทร์ขึ้นก่อนกรุงเทพฯ เช่น จ.อุบลราชธานี ดวงจันทร์ขึ้นตั้งแต่เวลา 18.25 น. เป็นต้น ![]() สถานที่ ดวงจันทร์ขึ้น มุมเงยเมื่อสิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน กรุงเทพฯ 18.41 น. 5° ขอนแก่น 18.36 น. 6° จันทบุรี(ดวงจันทร์เข้าไปในเงาลึกที่สุด) 18.32 น. 7° เชียงใหม่ 18.57 น. หมายเหตุ 1. ทุกจังหวัดในประเทศไทยจะเห็นดวงจันทร์แหว่งมากที่สุดขณะดวงจันทร์ขึ้น แต่แหว่งไม่เท่ากัน 2. เมฆหมอกใกล้ขอบฟ้าอาจบดบังดวงจันทร์ขณะขึ้นมาอยู่เหนือขอบฟ้าแล้ว จึงเริ่มเห็นดวงจันทร์ช้ากว่าเวลาที่ระบุ 3. เวลาดวงจันทร์ขึ้นในที่นี้คือเวลาที่ขอบด้านบนของดวงจันทร์แตะขอบฟ้า เมื่อดวงจันทร์ขึ้นมาอยู่เหนือขอบฟ้าทั้งดวงในอีกราว 2 นาทีถัดมา จะใกล้เคียงกับเวลาดวงอาทิตย์ตกของแต่ละสถานที่(ดูเวลาดวงอาทิตย์ตกและดวงจันทร์ขึ้น หรือคาดคะเนจากจังหวัดในตารางซึ่งอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน) 4. เมื่อกำมือแล้วเหยียดแขนออกไปข้างหน้าให้สุด กำปั้นของเรามีขนาดประมาณ 10° เมื่อสิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วนในเวลา 19.07 น. ดวงจันทร์จะกลับมาเต็มดวง แต่เราจะสังเกตได้ว่าขอบด้านบนของดวงจันทร์ยังหมองคล้ำอยู่เล็กน้อย เนื่องจากดวงจันทร์ยังอยู่ในเงามัว จันทรุปราคาจะสิ้นสุดอย่างสมบูรณ์เมื่อดวงจันทร์ออกจากเงามัวในเวลา 20.18 น. กรุงเทพฯ ดวงจันทร์ขึ้นเวลา 18.41 น. ถูกเงามืดของโลกบังอยู่ราว 1 ใน 4 ของดวง จากนั้นเมื่อสิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วนในเวลา 19.07 น. ดวงจันทร์อยู่สูงเหนือขอบฟ้าเป็นมุมเพียง 5° และท้องฟ้ายังไม่มืด จึงมีเวลาสังเกตจันทรุปราคาขณะถูกเงามืดบังได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง และอาจสังเกตได้ยาก เนื่องจากอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเวลาสังเกตจันทรุปราคาครั้งนี้ได้นานกว่า เนื่องจากดวงจันทร์ขึ้นก่อนกรุงเทพฯ เช่น ที่อุบลราชธานี ดวงจันทร์ขึ้นตั้งแต่เวลา 18.25 น. เงามืดบังดวงจันทร์อยู่ราว 1 ใน 3 ของดวง เมื่อสิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน ดวงจันทร์จะอยู่สูงเหนือขอบฟ้า 8° ภาคใต้ตอนล่าง ดวงจันทร์ขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกับด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จ.นราธิวาส ดวงจันทร์ขึ้นเวลา 18.23 น. เงามืดบังดวงจันทร์อยู่ราว 1 ใน 3 ของดวง เมื่อสิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน ดวงจันทร์อยู่สูงเหนือขอบฟ้า 9° ภาคเหนือ ดวงจันทร์ขึ้นช้าที่สุด เช่น จ.เชียงใหม่ ดวงจันทร์ขึ้นเวลา 18.57 น. เงามืดบังดวงจันทร์อยู่ราว 1 ใน 10 ของดวง เมื่อสิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน ดวงจันทร์จะอยู่สูงเหนือขอบฟ้าเพียง 2° ![]() ![]() จันทรุปราคาเงามัว โดยทั่วไปมักสังเกตไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับดวงจันทร์ อย่างไรก็ตามหากสังเกตดีๆจะพบว่าผิวดวงจันทร์หมองคล้ำลงเล็กน้อย เนื่องจากดวงจันทร์เข้าไปอยู่ในเงามัวเกือบทั้งดวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างเวลา 3-4 ทุ่ม ซึ่งขอบด้านทิศเหนือจะคล้ำกว่าด้านทิศใต้ ขั้นตอนการเกิดจันทรุปราคาเงามัวในวันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2555 คือ 1. ดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลกในเวลา 19.14.57 น. 2. กึ่งกลางของปรากฏการณ์ในเวลา 21.32.59 น. 3. ดวงจันทร์พ้นจากเงามัวของโลกในเวลา 23.51.01 น. ![]() ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ 8 มิถุนายน พ.ศ.2547 และครั้งสุดท้ายของชีวิตผู้คนในยุคนี้ คือ วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2555 จะเกิดปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ให้เห็นได้ในประเทศไทยอีกครั้ง และนับเป็นครั้งสุดท้ายในศตวรรษนี้(ทั้งพุทธศตวรรษที่26 และคริสต์ศตวรรษที่21) หลังจากครั้งนี้อาจกล่าวได้ว่าคนที่มีชีวิตอยู่บนโลกในปัจจุบันทั้งหมดจะไม่มีโอกาสได้เห็นดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์อีก เพราะปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์คู่ถัดไปจะเกิดขึ้นในวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2660 และในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2668 ![]() ปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์วงใน มีวงโคจรอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก ปรากฏการณ์ดังกล่าวนั้นดาวศุกร์จะเคลื่อนมาอยู่ในแนวระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ หรือที่เรียกว่า "การร่วมทิศแนววงใน" (inferior conjunction) เฉลี่ยทุกๆ 584 วัน(หรือประมาณ 1 ปี 7 เดือน) แต่จะไม่เกิดปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ทุกครั้ง เนื่องจากระนาบวงโคจรของดาวศุกร์ไม่ได้อยู่ในระนาบเดียวกับระนาบวงโคจรของโลก แต่ทำมุมเอียงประมาณ 3.4? ช่วงที่มีโอกาสจะเกิดปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ได้ จึงต้องเป็นช่วงที่เกิดการร่วมทิศแนววงในตรงบริเวณใกล้จุดตัดระหว่างระนาบทั้งสอง ซึ่งมี2จุด จุดที่ดาวศุกร์เคลื่อนจากใต้ระนาบวงโคจรของโลกขึ้นมาเหนือระนาบดังกล่าว เรียกว่า"จุดโหนดขึ้น"(ascending node) อีกจุดหนึ่งอยู่ตรงข้าม เป็นจุดที่ดาวศุกร์เคลื่อนจากเหนือระนาบวงโคจรของโลกลงไปใต้ระนาบ เรียกว่า"จุดโหนดลง"(descending node) เมื่อเกิดการผ่านหน้าดวงอาทิตย์ ดาวศุกร์จะปรากฏเป็นดวงกลมดำขนาดเล็กบนผิวหน้าดวงอาทิตย์ แม้จะเล็ก แต่ก็ใหญ่พอที่จะสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าในยามที่ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ขอบฟ้า หรือเมื่อมองผ่านแผ่นกรองแสงในเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่สูงบนท้องฟ้า ยุคปัจจุบันดาวศุกร์มีโอกาสผ่านหน้าดวงอาทิตย์ได้เฉพาะในเดือนมิถุนายนและธันวาคมเท่านั้น ซึ่งเป็นจังหวะที่ดาวศุกร์โคจรผ่านใกล้จุดโหนดลงและจุดโหนดขึ้นตามลำดับ หากย้อนไปในอดีต 4,000 ปี ดาวศุกร์มีจุดโหนดอยู่ห่างไปทางทิศตะวันตกของจุดโหนดในปัจจุบัน สมัยนั้นดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์มีโอกาสเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมและพฤศจิกายน ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดเป็นคู่ๆ ห่างกัน 8 ปี เมื่อเกิดที่จุดโหนดขึ้นคู่หนึ่งแล้ว จะเว้นระยะไป 105.5 ปี จึงเกิดที่จุดโหนดลงอีกคู่หนึ่ง จากนั้นเว้นระยะไปอีก 121.5 ปี จึงกลับมาเกิดที่จุดโหนดขึ้น เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ แต่ไม่ตลอดไป จึงแบ่งเป็นชุดๆได้ในลักษณะเดียวกับซารอส(saros)ของอุปราคา ขั้นตอนของปรากฏการณ์ พื้นที่ที่เห็นปรากฏการณ์ได้ตลอดตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด คือ ประเทศทางด้านตะวันออกของเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ด้านตะวันออกของจีน มองโกเลีย ด้านตะวันออกของรัสเซีย ด้านตะวันออกของออสเตรเลีย เกือบทั้งหมดของนิวซีแลนด์ ฮาวาย ด้านตะวันตกของแคนาดา และรัฐอะแลสกาของสหรัฐอเมริกา ![]() ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ 6 มิถุนายน พ.ศ.2555 ส่วนพื้นที่ที่เริ่มเห็นได้ต่อเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น คือ ดาวศุกร์ได้เคลื่อนเข้ามาในดวงอาทิตย์แล้ว ได้แก่ เกือบทั้งหมดของยุโรป ตะวันออกกลาง ด้านตะวันออกของแอฟริกา ด้านตะวันตกของเอเชีย ด้านตะวันตกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(รวมทั้งประเทศไทย) และด้านตะวันตกของออสเตรเลีย พื้นที่ที่เห็นปรากฏการณ์นี้ได้ขณะดวงอาทิตย์ตก คือ ดวงอาทิตย์ตกขณะที่ดาวศุกร์ยังอยู่ในดวงอาทิตย์ ได้แก่ ส่วนใหญ่ของอเมริกาเหนือ และด้านตะวันตกเฉียงเหนือของอเมริกาใต้ ซึ่งพื้นที่นี้ยังเป็นวันที่ 5 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น ในประเทศไทยสามารถสังเกตดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ได้ในช่วงเวลาตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้น จนกระทั่งสิ้นสุดปรากฏการณ์ในเวลาประมาณ 11.50 น. โดยดาวศุกร์เริ่มผ่านหน้าดวงอาทิตย์ตั้งแต่ประมาณ 20 นาที ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นที่ประเทศไทย วันนั้นดาวศุกร์มีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์ประมาณ 33 เท่า ลำดับขั้นตอนของปรากฏการณ์ แบ่งออกได้เป็น 4 สัมผัส ได้แก่ - สัมผัสที่1 หรือ"เริ่มเข้า"(external ingress) เกิดขึ้นในจังหวะที่ขอบดาวศุกร์เริ่มแตะขอบดวงอาทิตย์ ดาวศุกร์จะเริ่มปรากฏเป็นส่วนโค้งสีดำเคลื่อนเข้าไปในดวงอาทิตย์ ประเทศไทยไม่สามารถสังเกตสัมผัสที่1ได้ เนื่องจากดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้น - สัมผัสที่2 หรือ"เข้าหมดทั้งดวง"(internal ingress) เป็นจังหวะที่ดาวศุกร์ทั้งดวงเคลื่อนเข้าไปอยู่ในวงดวงอาทิตย์เป็นครั้งแรก ขอบดาวศุกร์จะสัมผัสกับขอบด้านในของดวงอาทิตย์ ประเทศไทยไม่เห็นสัมผัสที่2 เนื่องจากดวงอาทิตย์ยังอยู่ใต้ขอบฟ้า หลังจากนั้นดาวศุกร์จะเคลื่อนที่อย่างช้าๆเข้าในดวงอาทิตย์ลึกมากขึ้นเรื่อยๆ ![]() ภาพจำลองดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ ตามผลการคำนวณเมื่อสังเกตจากกรุงเทพฯ(ด้านบนของภาพชี้ไปยังจุดเหนือศีรษะ) จังหวัดอื่นๆก็เห็นคล้ายกัน เพียงแต่เวลาต่างกันเล็กน้อย จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมองเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นก่อนภาคอื่นๆ บริเวณชายแดนที่ติดกับประเทศลาวจะเห็นดาวศุกร์อยู่ใกล้ขอบดวงอาทิตย์มากที่สุดขณะดวงอาทิตย์ขึ้น จากนั้นเวลาประมาณ 08.32-08.33 น. ดาวศุกร์จะเข้าในดวงอาทิตย์ลึกที่สุด นับเป็นกึ่งกลางของปรากฏการณ์ - สัมผัสที่3 หรือ"เริ่มออก"(internal egress) เกิดขึ้นเมื่อขอบดาวศุกร์สัมผัสกับขอบด้านในของดวงอาทิตย์ และกำลังจะออกจากดวงอาทิตย์ บริเวณกรุงเทพฯจะเกิดขึ้นในเวลา 11.32.28 น. ขอบดวงอาทิตย์จะแหว่งเว้าเนื่องจากดาวศุกร์เป็นเวลานานประมาณ 17 นาท - สัมผัสที่4 หรือ"ออกหมดทั้งดวง"(external egress) เป็นจังหวะที่ดาวศุกร์เคลื่อนออกจากดวงอาทิตย์อย่างสมบูรณ์ ขอบดาวศุกร์สัมผัสกับขอบด้านนอกของดวงอาทิตย์ นับเป็นการสิ้นสุดปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ บริเวณกรุงเทพฯจะเกิดขึ้นในเวลา 11.49.50 น. ดาวศุกร์อยู่ใกล้โลก ทำให้ผู้สังเกตในที่ต่างๆบนผิวโลกเห็นดาวศุกร์มีตำแหน่งต่างกันเล็กน้อยในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นผลจากแพรัลแลกซ์(parallax) เราอาจทำความเข้าใจการเกิดแพรัลแลกซ์ได้ง่ายๆโดยการยกนิ้วมือขึ้นมาข้างหน้า เหยียดแขนออกไป แล้วมองนิ้วของเราโดยการปิดตาทีละข้างสลับกัน จะเห็นได้ว่าตำแหน่งของนิ้วเมื่อเทียบกับผนังหรือทิวทัศน์ที่อยู่ไกลๆเปลี่ยนแปลงไปมา การวัดตำแหน่งดาวศุกร์จากสถานที่ที่ห่างกัน สามารถนำมาใช้วัดระยะห่างระหว่างโลกกับดาวศุกร์ได้ โดยอาศัยความรู้เรื่องตรีโกณมิติ เวลาของสัมผัสต่าง ๆ ปัจจุบันการคำนวณตำแหน่งดาวเคราะห์ในระบบสุริยะมีความแม่นยำสูง การพยากรณ์เวลาสัมผัสต่างๆ สามารถกระทำได้เมื่อทราบตำแหน่งของดวงอาทิตย์ ดาวศุกร์ โลก และผู้สังเกตบนผิวโลก การพยากรณ์เวลาดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์อาจแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ 1. ไม่คำนึงถึงผลจากชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ 2. คำนึงถึงผลจากชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ ซึ่งทำให้ดาวศุกร์มีขนาดใหญ่กว่ากรณีแรกราวร้อยละ1 ![]() ตารางต่อไปนี้แสดงรายละเอียดของปรากฏการณ์เมื่อสังเกตจากกรุงเทพฯ และอำเภอเมืองของบางจังหวัด โดยไม่คำนึงถึงผลจากชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์(หากคิดผลจากชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ เวลาสัมผัสที่3 จะเร็วขึ้น และสัมผัสที่4 จะช้าลง เป็นระยะเวลาประมาณ 4-5 วินาที) ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ : 6 มิถุนายน พ.ศ.2555 สถานที่ ดวงอาทิตย์ขึ้น เข้าในดวงอาทิตย์ลึกที่สุด สัมผัสที่3 สัมผัสที่4 กรุงเทพฯ 05.51 น. 08.32.25 น. 11.32.28 น. 11.49.50 น. ขอนแก่น 05.36 น. 08.32.13 น. 11.32.20 น. 11.49.41 น. จันทบุรี 05.46 น. 08.32.23 น. 11.32.15 น. 11.49.37 น. เชียงใหม่ 05.47 น. 08.32.18 น. 11.32.49 น. 11.50.10 น. นครราชสีมา 05.42 น. 08.32.18 น. 11.32.21 น. 11.49.53 น. ประจวบคีรีขันธ์ 05.57 น. 08.32.30 น. 11.32.28 น. 11.49.50 น. สงขลา 06.02 น. 08.32.36 น. 11.32.12 น. 11.49.35 น. อุบลราชธานี 05.30 น. 08.32.10 น. 11.32.04 น. 11.49.26 น. หากต้องการเวลาสัมผัสเมื่อสังเกตจากจังหวัดหรือสถานที่อื่นๆที่ไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ หรืออำเภอเมืองของจังหวัดในตารางฯ สามารถใช้เครื่องมือคำนวณด้านล่าง ซึ่งบางกรณีอาจคลาดเคลื่อนจากเวลาในตารางนี้ได้ราว 1-2 วินาที เนื่องจากข้อจำกัดของสมการที่นำมาใช้คำนวณซึ่งถูกลดขั้นตอนให้สั้นลงเพื่อให้คำนวณได้รวดเร็ว หมายเหตุ ปกติการระบุเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นจะหมายถึงเวลาที่ขอบด้านบนของดวงอาทิตย์แตะขอบฟ้า แต่ในตารางข้างล่างนี้ใช้เวลาเมื่อขอบด้านล่างของดวงอาทิตย์แตะขอบฟ้า(ดวงอาทิตย์ขึ้นมาอยู่เหนือขอบฟ้าทั้งดวง) ขณะดาวศุกร์เข้าในดวงอาทิตย์ลึกที่สุด ดวงอาทิตย์มีมุมเงยประมาณ 40° เมื่อสิ้นสุดปรากฏการณ์ในสัมผัสที่4 ดวงอาทิตย์มีมุมเงยประมาณ 80° ส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะเห็นดาวศุกร์เข้าในดวงอาทิตย์แล้วขณะดวงอาทิตย์ขึ้น และเห็นได้เฉพาะสัมผัสที่3 กับสัมผัสที่4 ซึ่งเป็นจังหวะที่ดาวศุกร์เคลื่อนออกจากดวงอาทิตย์ แต่อำเภอเมืองของ 4 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จ.นครพนม จ.บึงกาฬ จ.มุกดาหาร และ จ.สกลนคร(รวมทั้งพื้นที่บริเวณชายแดนด้านตะวันออกที่ติดกับประเทศลาว) มีโอกาสเห็นสัมผัสที่2 ซึ่งเป็นช่วงที่ดาวศุกร์เริ่มเคลื่อนเข้ามาในดวงอาทิตย์ โดยเกิดขณะดวงอาทิตย์ขึ้น หรือหลังดวงอาทิตย์ขึ้นไม่นาน อย่างไรก็ตามอาจสังเกตไม่ได้ เนื่องจากมีอุปสรรคจากเมฆหมอกที่อยู่ใกล้ขอบฟ้า การสังเกตการณ์ การสังเกตดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ใช้วิธีเดียวกับการสังเกตสุริยุปราคาบางส่วนและสุริยุปราคาวงแหวน ขณะดวงอาทิตย์เพิ่งขึ้นเหนือขอบฟ้า แสงอาทิตย์ยังอ่อนอยู่โดยเห็นเป็นสีแดงหรือส้ม จึงอาจมองดูด้วยตาเปล่าได้ แต่เมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนสูงขึ้นจนแสงอาทิตย์เริ่มสว่างจ้า ห้ามดูด้วยตาเปล่า ต้องใช้แผ่นกรองแสง หรือการสังเกตการณ์ทางอ้อม ![]() การฉายภาพผ่านกล้องโทรทรรศน์ โดยทั่วไปการดูดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่า ไม่ว่าในยามปกติหรือขณะเกิดสุริยุปราคาบางส่วน ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง เนื่องจากแสงอาทิตย์ที่สว่างเจิดจ้าสามารถทำอันตรายต่อดวงตาของเราได้ แต่เราอาจสังเกตดวงอาทิตย์ได้เป็นเวลาสั้นๆขณะที่ดวงอาทิตย์เพิ่งขึ้นเหนือขอบฟ้าหรือใกล้ตกลับขอบฟ้า ซึ่งเป็นช่วงที่แสงอาทิตย์ต้องเดินทางผ่านบรรยากาศเป็นระยะทางไกลกว่าเมื่ออยู่สูงบนท้องฟ้า แต่เมื่อดวงอาทิตย์ลอยสูงขึ้นจนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือขาว และมีความเข้มแสงมากขึ้น ให้ระมัดระวัง อย่าจ้องดูดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่า และอย่าดูผ่านกล้องที่ไม่มีแผ่นกรองแสงปิดหน้ากล้อง ควรใช้แผ่นกรองแสง เช่น แว่นสุริยะ หน้ากากหรือแว่นตาที่ช่างเชื่อมโลหะใช้(ต้องทึบมากพอ ดูแล้วสบายตา) เพื่อช่วยลดแสงของดวงอาทิตย์ ![]() การฉายภาพสะท้อนกระจก วัสดุกรองแสงที่ไม่ปลอดภัยและควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ กระจกรมควัน(เป็นวิธีหนึ่งที่แนะนำกันในอดีต แต่ในทางปฏิบัติ การรมควันอาจไม่สม่ำเสมอ หรือเสี่ยงต่อการแตก) แว่นกันแดด กระดาษห่อลูกอม แผ่นดิสเก็ตต์ ฟิล์มเอกซ์เรย์ ฟิล์มถ่ายรูป ฯลฯ แนะนำว่าอย่านำมาใช้ดูดวงอาทิตย์ แม้ว่าวัสดุเหล่านี้จะมีความสามารถในการกรองแสงย่านแสงขาว แต่รังสีอินฟราเรดสามารถทะลุผ่านได้ และไม่ปลอดภัยต่อดวงตา นอกจากการสังเกตทางตรง ยังมีวิธีสังเกตทางอ้อม คือ การให้แสงอาทิตย์ส่องผ่านกล้องโทรทรรศน์หรือกล้องสองตาไปตกที่ฉากรับภาพ หากไม่มีกล้องโทรทรรศน์ สามารถสังเกตได้ด้วยหลักการของกล้องรูเข็ม โดยนำกระดาษมาเจาะเป็นรูขนาด 1 เซนติเมตร แล้วเอาไปประกบกับกระจกเงาด้วยเทปกาว จากนั้นนำกระจกที่ปิดให้เหลือช่องขนาดเล็กนี้ไปรับแสงอาทิตย์ ให้แสงสะท้อนไปที่ผนัง ดวงกลมที่ปรากฏบนผนังคือภาพดวงอาทิตย์มีลักษณะแหว่งเว้าตามสุริยุปราคาที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้า ปรากฏการณ์หยดดำ นักดาราศาสตร์ในอดีตพยายามที่จะวัดเวลาขณะดาวศุกร์แตะขอบดวงอาทิตย์ที่สังเกตได้จากสถานที่ต่างกันของโลก เพื่อนำมาใช้หาระยะห่างระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรค คือ "ปรากฏการณ์หยดดำ"(black drop effect) ที่มีลักษณะเป็นแถบมืดเชื่อมต่อระหว่างดาวศุกร์กับขอบดวงอาทิตย์ ทำให้การวัดเวลาจังหวะที่ขอบดาวศุกร์กับขอบดวงอาทิตย์แตะกันทำได้ยาก และมีผลต่อความเที่ยงตรงของระยะทาง 1 หน่วยดาราศาสตร์ ในช่วงเวลานั้นนักดาราศาสตร์คาดว่าปรากฏการณ์หยดดำเกิดจากการเลี้ยวเบน(diffraction) หรือการหักเห(refraction)ของแสงผ่านบรรยากาศของดาวศุกร์ แต่การที่พบปรากฏการณ์หยดดำกับดาวพุธที่แทบจะไม่มีบรรยากาศด้วย ทำให้นักดาราศาสตร์เชื่อว่าอาจเกิดจากความปั่นป่วนในบรรยากาศของโลกเอง รวมทั้งเกิดจากทัศนูปกรณ์ ![]() ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ครั้งที่ผ่านมาเมื่อ 8 ปีก่อน มีรายงานว่าเมื่อสังเกตด้วยกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ ไม่พบปรากฏการณ์หยดดำหรือสังเกตเห็นได้น้อยมาก กำลังแยก(resolving power)ของกล้องโทรทรรศน์ที่ดีขึ้นอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มองเห็นขอบดาวศุกร์คมชัดกว่าในอดีต จึงมีแนวโน้มว่าปรากฏการณ์หยดดำน่าจะเกิดจากทัศนูปกรณ์มากกว่าผลจากบรรยากาศของดาวศุกร์หรือของโลก การสังเกตปรากฏการณ์ในปีนี้อาจช่วยยืนยันสมมุติฐานดังกล่าวก็ได้ ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์วงในอีกดวงหนึ่งที่มีโอกาสเคลื่อนผ่านหน้าดวงอาทิตย์เมื่อสังเกตจากโลก ดาวพุธเคลื่อนที่เร็วกว่า จึงมีโอกาสผ่านหน้าดวงอาทิตย์ได้บ่อยกว่าดาวศุกร์(ประมาณ 13-14 ครั้งต่อศตวรรษ) แต่การสังเกตดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์((Transit of Mercury))จำเป็นต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีแผ่นกรองแสงปิดหน้ากล้อง เนื่องจากดาวพุธมีขนาดเล็กมาก เล็กกว่าดาวศุกร์ขณะผ่านหน้าดวงอาทิตย์ประมาณ 5-6 เท่า ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ครั้งล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2549 ซึ่งเห็นได้ในประเทศไทยตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนถึงเวลา 07.11 น. ครั้งถัดไปจะเกิดขึ้นในวันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2559 ประเทศไทยสังเกตได้ขณะดวงอาทิตย์กำลังจะตกลับขอบฟ้า บริเวณกรุงเทพฯจะเห็นสัมผัสที่1 เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 18.10 น. ขณะนั้นดวงอาทิตย์มีมุมเงยเพียง 5° จากนั้นดวงอาทิตย์จะตกในเวลา 18.36 น. 2° นครพนม 18.30 น. 7° นครราชสีมา 18.37 น. 6° นราธิวาส 18.23 น. 9° ประจวบคีรีขันธ์ 18.41 น. 5° สงขลา 18.32 น. 7° สุโขทัย 18.50 น. 3° อุบลราชธานี 18.25 น. 8° |
|
|
|
|
|
#4719 | |
|
Registered User
Join Date: Aug 2011
Posts: 1,026
Likes (Received): 1
|
Quote:
สร้างไปได้เร็วเหมือนกันนะครับ.. |
|
|
|
|
|
|
#4720 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2011
Posts: 1,026
Likes (Received): 1
|
|
|
|
|
![]() |
| Tags |
| สกลนคร, sakon nakhon |
| Thread Tools | |
| Display Modes | |
|
|