daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand



Reply

 
Thread Tools
Old March 1st, 2011, 06:41 PM   #1021
ball25836
Registered User
 
ball25836's Avatar
 
Join Date: Dec 2010
Location: Lampang
Posts: 64
Likes (Received): 0

Quote:
Originally Posted by nitiwat View Post
ไม่ใช่ครับ ด้านซ้ายอ่าครับ เห็นกำลังก่อสร้างเลย ด้านหน้าเฉียงมาทางหลักกิโลยักษ์

เหมือนว่าจะสร้างเทศบาลใหม่อ่าครับ(ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ ผู้รู้ให้คำตอบทีครับ)
ball25836 no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old March 1st, 2011, 06:54 PM   #1022
Thott
Registered User
 
Thott's Avatar
 
Join Date: Aug 2010
Location: Bangkok - Lampang
Posts: 617
Likes (Received): 0

Quote:
Originally Posted by ball25836 View Post
เหมือนว่าจะสร้างเทศบาลใหม่อ่าครับ(ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ ผู้รู้ให้คำตอบทีครับ)
อันนี้รึเปล่าครับ...

เผยแบบเทศบาลเขลางค์



เทศบาลเมืองเขลางค์นครเปิดโหวตแบบสำนักงานใหม่ ด้านคณะกรรมการเร่งจัดหาแหล่งเงินทุนก่อสร้างกว่า 130 ล้าน ขณะที่ประชาชนขานรับชื่นชอบแบบสำนักงานและอยากให้สร้างโดยเร็ว

หลังจากที่เทศบาลเมืองเขลางค์นครได้ดำเนินการจัดซื้อที่ดินในการก่อสร้าง สำนักงานเทศบาลเมืองเขลางค์นครแห่งใหม่ บริเวณถนนเลี่ยงเมืองห่างจากแยกภาคเหนือประมาณ 600 เมตร บนเนื้อที่ 51 ไร่ 1 งาน 34 ตารางวา ในราคา 65 ล้านบาทเศษได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้ดำเนินการออกแบบสำนักงานใหม่ ในรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนาอย่างสวยงาม ซึ่งขณะนี้ได้ออกแบบเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการจัดหาแหล่งเงินทุนที่จะนำมาเป็นงบประมาณในการก่อสร้าง ที่จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากถึง 130 ล้านบาท

สำหรับความคืบ หน้าในการจัดสร้างสำนักงานเทศบาลเมืองเขลางค์นครลำปาง นายไพฑูรย์ โพธิ์ทอง นายกเทศมนตรีเมืองเขลางค์นคร เปิดเผยว่า ขณะนี้แบบการก่อสร้างอาคารสำนักงานเทศบาลเมืองเขลางค์นครแห่งใหม่ รูปแบบเป็นอาคารล้านนาขนาด 4 ชั้น ได้ดำเนินการ เสร็จแล้ว แต่เพื่อให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น จึงเปิดโอกาสให้ประชาชนที่อยู่ในเขตเทศบาลเมืองเขลางค์นครได้ร่วมกันแสดง ความคิดเห็นต่อแบบของอาคารสำนักงาน เพื่อที่จะนำข้อมูลมาปรับปรุงแบบแปลนให้สมบูรณ์แบบ และเกิดความพึงพอใจสูงสุดแก่ประชาชน โดยในเบื้องต้นได้เปิดให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซด์ของ เทศบาลเมืองเขลางค์ www.kelangnakorn.go.th และในระหว่างที่เปิดให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น ทางเทศบาลก็ได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้น เพื่อดำเนินการในเรื่องการจัดหาแหล่งเงินทุนในการการก่อสร้างสำนักงาน ในเบื้องต้นได้ตั้งงบประมาณไว้ที่ 130 -150 ล้านบาท หลังจากที่คณะกรรมการจัดหาแหล่งเงินทุนได้ ก็จะต้องนำเรื่องเสนอเข้าในที่ประชุมสภาเทศบาลนครลำปาง เพื่อขออนุมัติให้การกู้เงิน เนื่องจากเป็นเงินจำนวนมาก ซึ่งในช่วงต้นปี 2554 คาดว่าจะดำเนินการในเรื่องการจัดหาแหล่งเงินทุนได้ และในช่วงปลายปี 2554 จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ และจะพยายามก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี

จึงขอเชิญชวนประชาชนที่อยู่ในเขตเทศบาลเมืองเขลางค์นคร และผู้สนใจได้ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อแบบของอาคารสำนักงาน โดยสามารถร่วมโหวตผ่านทางหน้าเว็บไซต์ www.kelangnakorn.go.th เพื่อประโยชน์ของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองเขลางค์นคร นายไพฑูรย์ กล่าว

สำ หรับเว็บบอร์ดที่ทางเทศบาลเมืองเขลางค์นคร เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นนั้น ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2553 ได้มีผู้แสดงความคิดเห็นรวม 35 คน เห็นด้วย 33 คน และไม่เห็นด้วย 2 คน นอกจากนั้นยังได้มีการแสดงความคิดเห็นว่า การออกแบบสวยงามเหมาะสมกับลำปาง น่าเข้ามาใช้บริการ ขอให้รีบดำเนินการอย่างเร่งด่วน.
Thott no está en línea   Reply With Quote
Old March 1st, 2011, 07:03 PM   #1023
Thott
Registered User
 
Thott's Avatar
 
Join Date: Aug 2010
Location: Bangkok - Lampang
Posts: 617
Likes (Received): 0

Retail โปรเจคของกลุ่ม49(สถาปนิก49) ที่ทำทั้งของ CTW
เซ็นทรัลของแก่น เชียงราย สุราษฏร์ธานี
ไม่แน่ว่าอาจจะมีโครงการของเซ็นทรัลลำปางรวมอยู่ในนั้นด้วย...ก็ได้

http://www.49group.com/en/prjct/prjct.aspx
Thott no está en línea   Reply With Quote
Old March 1st, 2011, 07:05 PM   #1024
Thott
Registered User
 
Thott's Avatar
 
Join Date: Aug 2010
Location: Bangkok - Lampang
Posts: 617
Likes (Received): 0

:: คนลำปางพร้อมใจลงนามถวายพระพรในหลวงบนผืนผ้า 999 เมตร
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 มีนาคม 2554 10:53 น.



ลำปาง - ชาวลำปางพร้อมใจร่วมลงนามบนผืนผ้าสีเหลืองความยาว 22 เมตร กว้าง 44 เมตร ถวายพระพรในหลวง ก่อนส่งเย็บต่อกับผืนผ้าถวายพระพรทุกจังหวัด จนครบ 999 เมตร

รายงานข่าวจากจังหวัดลำปาง แจ้งว่า นายอธิคม สุพรรณพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานในพิธีลงนามถวายพระพร บนผืนผ้าสีเหลือง ความยาว 22 เมตร กว้าง 44 นิ้ว ที่ห้องโถง ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดลำปาง โดยมีข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร สมาชิกเหล่ากาชาด พร้อมด้วยนักเรียน นักศึกษา และประชาชนชาวลำปางทุกหมู่เหล่า ร่วมลงนามถวายพระพร ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยพร้อมเพรียงกัน

ทั้งนี้ การลงนามถวายพระพรดังกล่าวจัดขึ้นตามกิจกรรมยุวชนประชาธิปไตย โครงการพัฒนาประชาธิปไตย สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ตลอดจนเพื่อเสริมสร้างและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา สร้างจิตสำนึกให้เยาวชนรุ่นใหม่มีวิสัยทัศน์ วิถีความคิด วิถีชีวิต คุณธรรม จิตสำนึกและยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

โดยทุกจังหวัดทั่วประเทศพร้อมใจกันจัดกิจกรรมลงนามถวายพระพร บนผืนผ้าสีเหลือง เมื่อดำเนินการครบ 76 จังหวัดแล้ว จะนำไปเย็บต่อกันทุกจังหวัด ซึ่งจะมีความยาวรวม 999 เมตร

Link : http://www.manager.co.th/Local/ViewN...c5%d3%bb%d2%a7
Thott no está en línea   Reply With Quote
Old March 1st, 2011, 07:06 PM   #1025
nitiwat
Registered User
 
nitiwat's Avatar
 
Join Date: Oct 2010
Location: Lampang
Posts: 235
Likes (Received): 0

ผมว่าไม่น่าใช่เทศบาลเมืองเขลางค์นะครับ หน้าตาไม่เหมือนเลย รอผมกลับลำปางจะถ่ายรูปมาให้ดูนะครับ
nitiwat no está en línea   Reply With Quote
Old March 2nd, 2011, 06:45 AM   #1026
Kamonpetch
Registered User
 
Join Date: Oct 2009
Location: Bangkok/Lampang
Posts: 938
Likes (Received): 14

[img]http://******************/i/755/1298615006866.jpg[/img]

ภายใต้แนวคิดของ ดร. นิมิตร จิวะสันติการ นายกเทศมนตรีนครลำปาง ซึ่งมีนโยบายในการบริหารราชการ และการบริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมสนับสนุนการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการองค์กร ด้วยการวางโครงสร้างด้านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ให้ทุกอาคารสำนักงานสามารถติดต่อสื่อสารกันอย่างทั่วถึง สนับสนุนการพัฒนาระบบสารสนเทศ เพื่อใช้ปฏิบัติงาน และให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่การทำงานบนวัฒนธรรมอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้การบริหารงานมีความกระชับ สะดวก รวดเร็ว และทันสมัย
ในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ เทศบาลนครลำปาง จึงได้ดำเนิน โครงการวางระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงในเขตเทศบาลนครลำปาง Wireless Fidelity City (Wi-Fi City) โดยร่วมมือกับบริษัท Triple T Broadband จำกัด (3BB) ดำเนินการติดตั้งระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง Wireless Fidelity City (Wi-Fi City) ในพื้นที่สาธารณะของเทศบาลนครลำปาง จำนวน ๑๐ แห่ง ได้แก่ ข่วงนคร สวนสาธารณะห้าแยกหอนาฬิกา หน่วยบริการประชาชนห้าแยกหอนาฬิกา ห้องสมุดประชาชนเทศบาลนครลำปาง สวนสาธารณะเขลางค์นคร สถานีขนส่งจังหวัดลำปาง สถานีรถไฟนครลำปาง กาดกองต้า ถนนสายวัฒนธรรม(ถนนวังเหนือ) และสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ (เขื่อนยาง) เพื่อให้บริการแก่บุคคลทั่วไป ในพื้นที่สาธารณะเขตเทศบาลนครลำปาง อันเป็นการส่งเสริมให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ได้เข้าถึงแหล่งเรียนรู้อย่างกว้างขวาง หลากหลายช่องทาง รวมถึง นักธุรกิจก็จะสามารถทำงานตามสถานที่สาธารณะที่มีบริการ Wi-Fi ในเขตเทศบาลนครลำปางได้ทุกเวลา เสมือนเป็นสำนักงานเคลื่อนที่
เทศบาลนครลำปาง กำหนดที่จะทำพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการวางระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงในเขตเทศบาลนครลำปาง Wireless Fidelity City (Wi-Fi City) กับบริษัท Triple T Broadband จำกัด (3BB) ในวันเสาร์ที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๔ นี้ ณ บริเวณข่วงนคร เวลา ๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป
กิจกรรมภายในงาน เน้นให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการเรียนรู้ด้วยความเร็ววงจรอินเตอร์เน็ต ๖ Mb. ซึ่งประชาชนสามารถใช้บริการอินเตอร์เน็ตไร้สายได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายไม่เกิน ๒๐ นาที/ ครั้ง/ เลขหมาย/วัน รวมถึงสามารถใช้บริการเว็บไซต์เทศบาลนครลำปางผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สายของ 3BB โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
นอกจากนี้ ยังมีการกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ ที่น่าสนใจ รวมถึงการออกร้านจำหน่ายอุปกรณ์ IT ของห้างร้านต่างๆ มากมาย จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมกิจกรรม ตามวัน และเวลาดังกล่าว เพื่อก้าวไปสู่ Wi-Fi City อย่างมีส่วนร่วม ต่อไป.
Kamonpetch no está en línea   Reply With Quote
Old March 2nd, 2011, 07:13 AM   #1027
OnlyMax
I Love Thailiad
 
OnlyMax's Avatar
 
Join Date: Sep 2009
Location: Bangkok
Posts: 2,482
Likes (Received): 46

รูปใหญ่มากกกกก
OnlyMax no está en línea   Reply With Quote
Old March 2nd, 2011, 08:03 AM   #1028
Kwanphayao
Registered User
 
Kwanphayao's Avatar
 
Join Date: Jul 2010
Posts: 516
Likes (Received): 45

หัวเมืองใหญ่ๆ เชียงราย ลำปาง เปิ้นพัฒนากั๋นไปไกลล่ะเนอะ พะเยาคงอีกหลายปีจะมีการพัฒนาแบบนี้
Kwanphayao no está en línea   Reply With Quote
Old March 2nd, 2011, 08:29 AM   #1029
Thott
Registered User
 
Thott's Avatar
 
Join Date: Aug 2010
Location: Bangkok - Lampang
Posts: 617
Likes (Received): 0

^ รูปหย่ายมากด้วยคน....นนน 55+
Thott no está en línea   Reply With Quote
Old March 2nd, 2011, 01:46 PM   #1030
donutpig312
Registered User
 
donutpig312's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Location: CHIANG MAI - LAMPANG
Posts: 810
Likes (Received): 33

รูปแบบว่า จะเห็นสิวนางแบบแล้ว ฮ่าๆ
donutpig312 no está en línea   Reply With Quote
Old March 2nd, 2011, 04:21 PM   #1031
Kamonpetch
Registered User
 
Join Date: Oct 2009
Location: Bangkok/Lampang
Posts: 938
Likes (Received): 14

แฮะๆ ๆ ลืมย่อไฟล์ครับ ขออภัย - -"
Kamonpetch no está en línea   Reply With Quote
Old March 2nd, 2011, 04:41 PM   #1032
nitiwat
Registered User
 
nitiwat's Avatar
 
Join Date: Oct 2010
Location: Lampang
Posts: 235
Likes (Received): 0

ตั้งแต่มีนายกมาเห็นคนนี้แหล่ะที่พัฒนาอย่างเห็นได้ชัด ลำปางเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ
nitiwat no está en línea   Reply With Quote
Old March 3rd, 2011, 09:13 AM   #1033
timberlandz
Registered User
 
Join Date: Dec 2010
Posts: 37
Likes (Received): 0

‘ลำพูน’ เมืองสบาย สบาย เมืองในฝันของกระทรวงวัฒนธรรม




ความช้า’ ในบริบทโลกศตวรรษที่ 21 เหมือนจะเป็นความแปลกปลอม มันไปกันไม่ได้เลยกับการแข่งขัน ผลกำไร
หรือผลิตภาพ วิถีชีวิตที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถส่งเราข้ามโลกได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่เวลา 24 ชั่วโมง
กลับสั้นลงจนน่าใจหาย

อีกด้าน ‘ความช้า’ กลายเป็นกระแสคัดง้าง ‘ความเร็ว’ ขึ้นหลายแห่งทั่วโลก ‘Slow Movement’ เน้นความช้า
ความเรียบง่าย และความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม มีตั้งแต่ กินช้าๆ (Slow Food) เดินทางช้าๆ (Slow
Travel) ใช้ชีวิตช้าๆ (Slow Life) ฯลฯ แม้จะเป็นแรงขัดขืนกระแสโลกที่น่าสนใจ แต่ถ้าให้พูดกันแรงๆ ก็ต้องบอก
ว่า ส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงวิถีการบริโภคอีกรูปแบบหนึ่งที่เสกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองจริตชนชั้นกลางที่ชอบความแตกต่าง

เมืองไทย-เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นำโดย นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้คัดเลือกลำพูนเป็นจังหวัดนำ
ร่องตามนโยบาย เมืองสบาย สบาย (Slow town) หรือเมืองที่มีวิถีชีวิตทางวัฒนธรรมเรียบง่ายและมีเอกลักษณ์
โดดเด่น เพราะมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นรากฐานสำคัญในการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน, เป็นพื้นที่ชุมชนที่
มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ปรากฏในงานสถาปัตยกรรม ศิลปกรรมต่างๆ, มีรูปแบบ
วัฒนธรรมที่สะท้อนการมีจิตสำนึกร่วมกันอย่างเรียบง่าย สงบสุขและมีคุณค่า, มีการรวมตัวเป็นชุมชนของกลุ่ม
ชาติพันธุ์ และมีโครงสร้างความสัมพันธ์ในชุมชนอย่างสมดุลของคนและธรรมชาติ

แนวคิดฟังแล้วดูดี แต่รากฐานความคิดและการปฏิบัติยังต้องพิสูจน์อีกมาก เพราะการจะให้เมืองทั้งเมืองเคลื่อน
ไหวเชื่องช้าไม่ใช่จะทำกันได้ง่ายดาย

[1]

แน่นอน แนวคิดเมืองช้าๆ วธ. ไม่ใช่ต้นคิด แต่เป็นขบวนการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในอิตาลีมาตั้งแต่ตุลาคม ปี
2542 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากองค์การสโลว์ ฟูด (Slow Food) ขบวนการเมืองช้าๆ นี้มีชื่อว่า Cittaslow

เมืองช้าๆ ในความหมายของ Cittaslow ไม่ใช่เมืองที่มีรถยนต์น้อย ผู้คนไม่ใช่อินเทอร์เน็ต มีแต่บ้านเก่าๆ แต่
จุดมุ่งหมายของ Cittaslow เพื่อต้องการส่งเสริมชุมชนที่ดำรงตนอยู่โดยไม่โอนเอนตามกระแสโลก คัดง้างการกลืน
ให้เหมือนๆ กันไปหมดของโลกาภิวัตน์ ดำรงและส่งเสริมความหลากหลายทางอัตลักษณ์ วัฒนธรรมประเพณี และสิ่ง
แวดล้อมของเมืองหรือชุมชนไว้ได้อย่างสอดคล้องกลมกลืน และจะต้องมีประชากรไม่เกินกว่า 50,000 คน

เมืองที่ผ่านการประเมินตามมาตรฐานจะสามารถนำโลโก้ ของ Cittaslow ไปใช้ได้เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าเป็นเมืองช้าๆ

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องหมายเหตุไว้ด้วยว่า แนวคิดและมุมมองต่อความเป็นเมืองช้าๆ ดังกล่าวก็เป็นมุมมองแบบตะวัน
ตกที่นิยมการจัดประเภทและทำตัวเป็นผู้กำหนดให้ผู้อื่นให้ทำตาม

สุนีรัตน์ ไม้ทิม บรรณาธิการบริหารนิตยสาร ‘Simply Living’ กล่าวถึงความหมายของ สโลว์ ทาวน์ ในเชิง
อุดมคติว่าเป็นเมืองที่มีวิถีแบบเนิบช้า เป็นลักษณะของการใช้ชีวิตอย่างสบายไม่เร่งรีบ มีเวลาสร้างความสุขจากสิ่ง
รอบตัว และดำเนินด้วยวิถีแห่งท้องถิ่น เธอยกตัวอย่างว่า

“ที่นิวซีแลนด์ ชาวบ้านแถวทะเลสาบเทคาโป เขาทำเขตอนุรักษ์แสงดาว ถึงเวลา 2 ทุ่มเขาปิดไฟหมดทั้งเมือง
เพื่อให้ดาวได้ส่องแสง คือชุมชนแถบนั้นเขายังพึงพอใจกับวิถีชีวิตดั่งเดิม เมื่อก่อนผู้คนจะใช้ชีวิตอย่างพื้นถิ่น เลี้ยงสัตว์กัน”

[2]

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เจ้าของโครงการอธิบายว่า โครงการดังกล่าว
ถูกคิดค้นและเตรียมการมาปีกว่าแล้ว ซึ่งในประเทศแถบยุโรปเขาก็มีเหมือนกันที่เน้นเรื่องมรดกทางวัฒนธรรม เช่น
อิตาลี มีกรุงโรม เวนิส และเมืองเล็กๆ อีกหลายเมืองที่รองรับนักท่องเที่ยวไม่ได้มาก อย่างเมืองเซียนน่า ก็นำเรื่อง
แข่งม้ามาเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ก็ไม่ได้หวังว่านักท่องเที่ยวจะมาอย่างล้นหลาม เพราะไม่ต้องการให้เกิดภาวะ
สำลักนักท่องเที่ยว ซึ่งนี่ก็เป็นที่มาของ สโลว์ ทาวน์

ส่วนในเรื่องแนวคิดทางปรัชญาในภาวะปัจจุบันก็ทราบอยู่แล้วว่าเรื่องฟาสต์ฟูด การใช้ชีวิตที่รีบเร่งในมหานคร
เป็นอย่างไร คนก็พยายามแสวงหาสิ่งที่ช้าลง สบายขึ้น และแสวงหาอดีตมากขึ้น

การยกให้ลำพูนเป็นจังหวัดนำร่อง ทาง วธ. ไม่ได้มีการเข้าไปควบคุมสิ่งต่างๆ เพราะปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไป
ตามแบบแผนของตัวเอง และไม่ได้รีบเร่งทำให้เกิดขึ้น

“เราก็มีการไปคุยกับเครือข่ายชุมชน สภาวัฒนธรรมจังหวัดลำพูนก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีนะ หากเราไปโปรโมตเมืองใด
เมืองหนึ่งจนเกินไปก็ไม่ดี คนก็เฮกันไป เช่น ปายหรือน่าน เราต้องให้ความรู้เขาว่าต้องปรับตัวเองด้วย ไม่ใช่มาแล้ว
ถามหาร้านสะดวกซื้อ หรือร้านกาแฟชื่อดัง เมืองนั้นเขาอาจจะไม่มี ผู้ที่ไปเยือนต้องศึกษาสถานะความเป็นอยู่และ
คาราวะชุมชนนั้นด้วย”

ส่วนคำนิยามของสโลว์ ทาวน์ ศ.ดร.อภินันท์ บอกว่า คือ เน้นเรื่องของการเข้าใจพื้นที่เหล่านั้น และปล่อยให้
เติบโตไปแบบสบายๆ ตามวิถีของตัวเอง ซึ่งทาง วธ. จะไม่เข้าไปจัดการอะไร

“ไม่เลย เราจะไม่เข้าไปทำอะไรกับเมืองเขา ให้เขาเป็นไปตามธรรมชาติ อย่างลานหน้าพระธาตุหริภุญไชย เขา
มีกิจกรรมอยู่แล้ว เราก็จะไปสนับสนุน เช่น มีพิพิธภัณฑ์ชุมชน เขาก็มีอยู่แล้ว เราจะไม่ไปบอกเขาว่าต้องทำอะไรเพื่อ
ให้เป็นเมืองสบายๆ เพราะเขาสบายอยู่แล้ว มันต้องใช้ความละเอียดอ่อน”

ส่วนการควบคุมการก่อสร้างอาคารนั้น ศ.ดร.อภินันท์ บอกว่า ควรดูตัวอย่างจากเมืองหลวงพระบางที่แม้จะมีนัก
ท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปมาก แต่ก็ไม่มีอาคารสูง ในกรณีลำพูนก็เช่นกันเพราะชุมชนเขาเป็นแบบนั้น และนักท่องเที่ยว
เองก็ต้องปรับตัว

“การควบคุมก็ต้องเป็นการร่วมมือของหลายฝ่าย ผู้ว่าฯ ตัวแทนชุมชน มีแรงต้าน ความสมดุล ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป
ไม่ใช่ว่านักท่องเที่ยวมาเยอะแล้วต้องสร้างโรงแรมหรูสูงๆ”

[3]

การจะสร้างให้เมืองเมืองหนึ่งเป็นเมืองช้าๆ (ถ้ามันสร้างกันได้) ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการดำรงอยู่ของเมืองมิใช่
แค่ตึกรามบ้านช่อง ถนนรนแคม สภาพเศรษฐกิจ แต่ส่วนผสมสำคัญคือ ‘วิถีวัฒนธรรม’ และ ‘คน’ ที่อาศัยอยู่ในเมือง
ว่าเกื้อกูลต่อความช้าหรือไม่

ในมุมของ ปฐมา หรุ่นรักวิทย์ สถาปนิกเจ้าของรางวัลศิลปาธร ปี 2553 มองแนวคิดเรื่องเมืองสบาย สบาย
ของกระทรวงวัฒนธรรมว่า ยังไม่มีความชัดเจนและไม่น่าจะมีประโยชน์ เพราะการที่เมืองใดเมืองหนึ่งจะเป็น Slow
City ได้หรือไม่ ย่อมมีองค์ประกอบที่ต้องพิจารณาหลายอย่าง แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ 'คน'

"ทุกวันนี้รู้สึกว่าลำพูนเชื่อมต่อกับเชียงใหม่จนเหมือนเป็นเมืองเดียวกันจนน่าตกใจ ดังนั้น คำว่า Slow จะเป็น
ไปได้แค่ไหนคงตอบลำบาก แต่จะว่าไปแล้วเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับคน ถ้าคนเปลี่ยน เมืองก็ไปตามคน ยิ่งมีอะไรให้ใช้ไว
ไว ก็ยิ่งไวขึ้นเรื่อยๆ"

เพราะฉะนั้นการที่จะไปบอกว่า เมืองนี้ต้องเป็นแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะความเป็นไปของเมือง
เป็นเรื่องที่ฝืนไม่ได้ อย่างเมืองไทยเองก็ต้องยอมรับว่า เป็นประเทศที่มีวิถีการดำเนินชีวิตที่ช้าแห่งหนึ่งก็ว่าได้ แต่ด้วย
ความที่เราไม่ใช่ประเทศเดียวในโลก พอกระแสโลกมันผลักให้เร็ว สุดท้ายก็ปฏิเสธไม่ได้ และต้องเร็วตามวิถีที่เปลี่ยนไป

หรือเบื้องต้นที่สุด การที่ วธ. จะกำหนดให้ลำพูนเป็นเมืองสบาย สบาย ได้ถามคนลำพูนมากน้อยแค่ไหน

“จริงๆ แล้ว การทำอะไรกับชุมชนควรจะมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการพัฒนาเมืองนะ คนลำพูนในภาค
ส่วนต่างๆ ต้องรับรู้ ไม่ใช่จู่ๆ จะมีใครมากำหนดว่าจะให้มันเติบโตไปอย่างไร นี่คนลำพูนส่วนมากเองยังไม่รู้เลยว่า
สโลว์ ทาวน์ที่ว่า มันจะเป็นอย่างไร”

เคารพ พินิจนาม นักวิจัยอิสระที่ทำงานในภาคประชาชนและเป็นผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในจังหวัดลำพูนมาหลายสิบปี
กล่าวถึงประเด็นเรื่องการมีส่วนร่วมของชุมชน ที่ดูเหมือนทางภาครัฐจะละเลยไป เนื่องจากที่ผ่านมาวันร้ายคืนร้าย
นิคมอุตสาหกรรมก็ผุดขึ้น จากเมืองที่อยู่กับธรรมชาติเปลี่ยนเป็นเมืองอุตสาหกรรมแบบไม่ตั้งตัว

จึงออกจะเป็นสภาพที่ขัดแย้งไม่น้อยว่าเมืองอุตสาหกรรมจะเป็นเมืองสบาย สบาย เมืองช้าในรูปแบบไหน

[4]

"การเป็นเมืองๆ หนึ่ง มันไม่ใช่แค่ตั้งเมืองแล้วจบ แต่มีเงื่อนไขมากมายที่จะทำให้เมืองมันดันไปทางไหนและ
ไปในรูปแบบไหน และต่อให้เมืองที่มีการวางผังหรือออกแบบมาแล้ว สุดท้ายมันก็ตามผู้ออกแบบ เป็นแบบนี้เหมือน
กันทุกเมือง เพราะการวางผังก็เป็นแค่การมองในเชิงกายภาพ แต่การมองเมือง มันต้องมองไปที่วิถีคนหรือมองให้ลึก
กว่านั้น ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่ามีเงื่อนไขเยอะ การทำให้มันสโลว์จึงเป็นเรื่องยาก” ปฐมาแสดงความเห็น

ส่วนสุนีรัตน์มองว่า ปัจจัยที่จะทำให้เมืองเมืองหนึ่งกลายเป็นสโลว์ ทาวน์ ต้องมีความชัดเจนด้านนโยบาย การ
ปฏิบัติที่เข้มงวด ต้องมีการวางแผนการเจริญเติบโตให้เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับวิถีชีวิตดั้งเดิม

ในมุมของคนลำพูนอย่างเคารพ เขาบอกว่า

“ทางออกมันมีอยู่ทางเดียวคือ ในการกำหนดกรอบการพัฒนามันต้องมองรากฐานจากความเป็นจริง ไม่ใช่
มองจากข้างบน เพราะปัญหาของลำพูนในเรื่องอื่นๆ มีอยู่หลายด้าน ต้องดูก่อนว่าลำพูนมีอะไรที่เป็นทุนอยู่แล้วบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางวัฒนธรรม ทรัพยากร แต่ที่สำคัญก็ต้องมาดูกันก่อนว่าคนที่นี่มีความพร้อมแค่ไหนและต้องการ
อะไรกันแน่”

สมมติเล่นๆ ว่า ลำพูนได้เป็นเมืองสบาย สบาย จริงตามนโยบายของ วธ. ฝูงนักท่องเที่ยวคงจะแห่มารุมทึ้งดังที่
เกิดกับปายหรือเชียงคาน มันจึงไม่ได้จบแค่การเป็นเมืองสบาย สบาย แต่ยังต้องคิดถึงอนาคตอีกว่า จะปกป้องความ
สบายนี้ให้รอดพ้นจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้อย่างไร

>>>>>>>>>>

เรื่อง : ทีมข่าว CLICK


---------------------------------------------------------------------------------

เนี่ยก็เป็นอีกผลงานหนึ่งของผู้อยู่เบื้องหลังในการผลักดันโครง "ผู้ว่าดิเรก" ที่เคยอยู่ลำปาง
แล้วโดนคนลำปางขับไล่ ตอนนี้เค้าย้ายไปอยู่ ลำพูน พัฒนาลำพูน จากเมืองลูกเมียน้อย (อะไรก็เชียงใหม่หมด)
เมืองที่เคยถูกลืม เมืองแห่งมลพิษ กลายเป็นเมืองที่คึกคัก เมืองที่น่าอยู่


ไม่ได้มีแต่ "ผู้วาดิเรก" เท่านั้นที่เสียดาย "ผู้ว่าสามารถ ลอยฟ้า"(อดีตรองผู้ว่าลำปาง) อีกคนที่น่าเสียดาย

"ผู้ว่าสามารถ ลอยฟ้า" ย้ายไปอยู่จังหวัดตาก ก็พัฒนา จังหวัดให้เจริญ ให้มีชื่อเสียงดังขึ้น พัฒนานู้นนี่



ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง คนปัจจุบัน ณ ตอนนี้ให้ผมนึกชื่อ ยังนึกไม่ออกเลยว่าชื่ออะไร ?????
timberlandz no está en línea   Reply With Quote
Old March 3rd, 2011, 10:52 AM   #1034
Thott
Registered User
 
Thott's Avatar
 
Join Date: Aug 2010
Location: Bangkok - Lampang
Posts: 617
Likes (Received): 0

Quote:
Originally Posted by timberlandz View Post
‘ลำพูน’ เมืองสบาย สบาย เมืองในฝันของกระทรวงวัฒนธรรม




ความช้า’ ในบริบทโลกศตวรรษที่ 21 เหมือนจะเป็นความแปลกปลอม มันไปกันไม่ได้เลยกับการแข่งขัน ผลกำไร
หรือผลิตภาพ วิถีชีวิตที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถส่งเราข้ามโลกได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่เวลา 24 ชั่วโมง
กลับสั้นลงจนน่าใจหาย

อีกด้าน ‘ความช้า’ กลายเป็นกระแสคัดง้าง ‘ความเร็ว’ ขึ้นหลายแห่งทั่วโลก ‘Slow Movement’ เน้นความช้า
ความเรียบง่าย และความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม มีตั้งแต่ กินช้าๆ (Slow Food) เดินทางช้าๆ (Slow
Travel) ใช้ชีวิตช้าๆ (Slow Life) ฯลฯ แม้จะเป็นแรงขัดขืนกระแสโลกที่น่าสนใจ แต่ถ้าให้พูดกันแรงๆ ก็ต้องบอก
ว่า ส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงวิถีการบริโภคอีกรูปแบบหนึ่งที่เสกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองจริตชนชั้นกลางที่ชอบความแตกต่าง

เมืองไทย-เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นำโดย นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้คัดเลือกลำพูนเป็นจังหวัดนำ
ร่องตามนโยบาย เมืองสบาย สบาย (Slow town) หรือเมืองที่มีวิถีชีวิตทางวัฒนธรรมเรียบง่ายและมีเอกลักษณ์
โดดเด่น เพราะมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นรากฐานสำคัญในการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน, เป็นพื้นที่ชุมชนที่
มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ปรากฏในงานสถาปัตยกรรม ศิลปกรรมต่างๆ, มีรูปแบบ
วัฒนธรรมที่สะท้อนการมีจิตสำนึกร่วมกันอย่างเรียบง่าย สงบสุขและมีคุณค่า, มีการรวมตัวเป็นชุมชนของกลุ่ม
ชาติพันธุ์ และมีโครงสร้างความสัมพันธ์ในชุมชนอย่างสมดุลของคนและธรรมชาติ

แนวคิดฟังแล้วดูดี แต่รากฐานความคิดและการปฏิบัติยังต้องพิสูจน์อีกมาก เพราะการจะให้เมืองทั้งเมืองเคลื่อน
ไหวเชื่องช้าไม่ใช่จะทำกันได้ง่ายดาย

[1]

แน่นอน แนวคิดเมืองช้าๆ วธ. ไม่ใช่ต้นคิด แต่เป็นขบวนการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในอิตาลีมาตั้งแต่ตุลาคม ปี
2542 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากองค์การสโลว์ ฟูด (Slow Food) ขบวนการเมืองช้าๆ นี้มีชื่อว่า Cittaslow

เมืองช้าๆ ในความหมายของ Cittaslow ไม่ใช่เมืองที่มีรถยนต์น้อย ผู้คนไม่ใช่อินเทอร์เน็ต มีแต่บ้านเก่าๆ แต่
จุดมุ่งหมายของ Cittaslow เพื่อต้องการส่งเสริมชุมชนที่ดำรงตนอยู่โดยไม่โอนเอนตามกระแสโลก คัดง้างการกลืน
ให้เหมือนๆ กันไปหมดของโลกาภิวัตน์ ดำรงและส่งเสริมความหลากหลายทางอัตลักษณ์ วัฒนธรรมประเพณี และสิ่ง
แวดล้อมของเมืองหรือชุมชนไว้ได้อย่างสอดคล้องกลมกลืน และจะต้องมีประชากรไม่เกินกว่า 50,000 คน

เมืองที่ผ่านการประเมินตามมาตรฐานจะสามารถนำโลโก้ ของ Cittaslow ไปใช้ได้เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าเป็นเมืองช้าๆ

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องหมายเหตุไว้ด้วยว่า แนวคิดและมุมมองต่อความเป็นเมืองช้าๆ ดังกล่าวก็เป็นมุมมองแบบตะวัน
ตกที่นิยมการจัดประเภทและทำตัวเป็นผู้กำหนดให้ผู้อื่นให้ทำตาม

สุนีรัตน์ ไม้ทิม บรรณาธิการบริหารนิตยสาร ‘Simply Living’ กล่าวถึงความหมายของ สโลว์ ทาวน์ ในเชิง
อุดมคติว่าเป็นเมืองที่มีวิถีแบบเนิบช้า เป็นลักษณะของการใช้ชีวิตอย่างสบายไม่เร่งรีบ มีเวลาสร้างความสุขจากสิ่ง
รอบตัว และดำเนินด้วยวิถีแห่งท้องถิ่น เธอยกตัวอย่างว่า

“ที่นิวซีแลนด์ ชาวบ้านแถวทะเลสาบเทคาโป เขาทำเขตอนุรักษ์แสงดาว ถึงเวลา 2 ทุ่มเขาปิดไฟหมดทั้งเมือง
เพื่อให้ดาวได้ส่องแสง คือชุมชนแถบนั้นเขายังพึงพอใจกับวิถีชีวิตดั่งเดิม เมื่อก่อนผู้คนจะใช้ชีวิตอย่างพื้นถิ่น เลี้ยงสัตว์กัน”

[2]

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เจ้าของโครงการอธิบายว่า โครงการดังกล่าว
ถูกคิดค้นและเตรียมการมาปีกว่าแล้ว ซึ่งในประเทศแถบยุโรปเขาก็มีเหมือนกันที่เน้นเรื่องมรดกทางวัฒนธรรม เช่น
อิตาลี มีกรุงโรม เวนิส และเมืองเล็กๆ อีกหลายเมืองที่รองรับนักท่องเที่ยวไม่ได้มาก อย่างเมืองเซียนน่า ก็นำเรื่อง
แข่งม้ามาเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ก็ไม่ได้หวังว่านักท่องเที่ยวจะมาอย่างล้นหลาม เพราะไม่ต้องการให้เกิดภาวะ
สำลักนักท่องเที่ยว ซึ่งนี่ก็เป็นที่มาของ สโลว์ ทาวน์

ส่วนในเรื่องแนวคิดทางปรัชญาในภาวะปัจจุบันก็ทราบอยู่แล้วว่าเรื่องฟาสต์ฟูด การใช้ชีวิตที่รีบเร่งในมหานคร
เป็นอย่างไร คนก็พยายามแสวงหาสิ่งที่ช้าลง สบายขึ้น และแสวงหาอดีตมากขึ้น

การยกให้ลำพูนเป็นจังหวัดนำร่อง ทาง วธ. ไม่ได้มีการเข้าไปควบคุมสิ่งต่างๆ เพราะปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไป
ตามแบบแผนของตัวเอง และไม่ได้รีบเร่งทำให้เกิดขึ้น

“เราก็มีการไปคุยกับเครือข่ายชุมชน สภาวัฒนธรรมจังหวัดลำพูนก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีนะ หากเราไปโปรโมตเมืองใด
เมืองหนึ่งจนเกินไปก็ไม่ดี คนก็เฮกันไป เช่น ปายหรือน่าน เราต้องให้ความรู้เขาว่าต้องปรับตัวเองด้วย ไม่ใช่มาแล้ว
ถามหาร้านสะดวกซื้อ หรือร้านกาแฟชื่อดัง เมืองนั้นเขาอาจจะไม่มี ผู้ที่ไปเยือนต้องศึกษาสถานะความเป็นอยู่และ
คาราวะชุมชนนั้นด้วย”

ส่วนคำนิยามของสโลว์ ทาวน์ ศ.ดร.อภินันท์ บอกว่า คือ เน้นเรื่องของการเข้าใจพื้นที่เหล่านั้น และปล่อยให้
เติบโตไปแบบสบายๆ ตามวิถีของตัวเอง ซึ่งทาง วธ. จะไม่เข้าไปจัดการอะไร

“ไม่เลย เราจะไม่เข้าไปทำอะไรกับเมืองเขา ให้เขาเป็นไปตามธรรมชาติ อย่างลานหน้าพระธาตุหริภุญไชย เขา
มีกิจกรรมอยู่แล้ว เราก็จะไปสนับสนุน เช่น มีพิพิธภัณฑ์ชุมชน เขาก็มีอยู่แล้ว เราจะไม่ไปบอกเขาว่าต้องทำอะไรเพื่อ
ให้เป็นเมืองสบายๆ เพราะเขาสบายอยู่แล้ว มันต้องใช้ความละเอียดอ่อน”

ส่วนการควบคุมการก่อสร้างอาคารนั้น ศ.ดร.อภินันท์ บอกว่า ควรดูตัวอย่างจากเมืองหลวงพระบางที่แม้จะมีนัก
ท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปมาก แต่ก็ไม่มีอาคารสูง ในกรณีลำพูนก็เช่นกันเพราะชุมชนเขาเป็นแบบนั้น และนักท่องเที่ยว
เองก็ต้องปรับตัว

“การควบคุมก็ต้องเป็นการร่วมมือของหลายฝ่าย ผู้ว่าฯ ตัวแทนชุมชน มีแรงต้าน ความสมดุล ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป
ไม่ใช่ว่านักท่องเที่ยวมาเยอะแล้วต้องสร้างโรงแรมหรูสูงๆ”

[3]

การจะสร้างให้เมืองเมืองหนึ่งเป็นเมืองช้าๆ (ถ้ามันสร้างกันได้) ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการดำรงอยู่ของเมืองมิใช่
แค่ตึกรามบ้านช่อง ถนนรนแคม สภาพเศรษฐกิจ แต่ส่วนผสมสำคัญคือ ‘วิถีวัฒนธรรม’ และ ‘คน’ ที่อาศัยอยู่ในเมือง
ว่าเกื้อกูลต่อความช้าหรือไม่

ในมุมของ ปฐมา หรุ่นรักวิทย์ สถาปนิกเจ้าของรางวัลศิลปาธร ปี 2553 มองแนวคิดเรื่องเมืองสบาย สบาย
ของกระทรวงวัฒนธรรมว่า ยังไม่มีความชัดเจนและไม่น่าจะมีประโยชน์ เพราะการที่เมืองใดเมืองหนึ่งจะเป็น Slow
City ได้หรือไม่ ย่อมมีองค์ประกอบที่ต้องพิจารณาหลายอย่าง แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ 'คน'

"ทุกวันนี้รู้สึกว่าลำพูนเชื่อมต่อกับเชียงใหม่จนเหมือนเป็นเมืองเดียวกันจนน่าตกใจ ดังนั้น คำว่า Slow จะเป็น
ไปได้แค่ไหนคงตอบลำบาก แต่จะว่าไปแล้วเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับคน ถ้าคนเปลี่ยน เมืองก็ไปตามคน ยิ่งมีอะไรให้ใช้ไว
ไว ก็ยิ่งไวขึ้นเรื่อยๆ"

เพราะฉะนั้นการที่จะไปบอกว่า เมืองนี้ต้องเป็นแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะความเป็นไปของเมือง
เป็นเรื่องที่ฝืนไม่ได้ อย่างเมืองไทยเองก็ต้องยอมรับว่า เป็นประเทศที่มีวิถีการดำเนินชีวิตที่ช้าแห่งหนึ่งก็ว่าได้ แต่ด้วย
ความที่เราไม่ใช่ประเทศเดียวในโลก พอกระแสโลกมันผลักให้เร็ว สุดท้ายก็ปฏิเสธไม่ได้ และต้องเร็วตามวิถีที่เปลี่ยนไป

หรือเบื้องต้นที่สุด การที่ วธ. จะกำหนดให้ลำพูนเป็นเมืองสบาย สบาย ได้ถามคนลำพูนมากน้อยแค่ไหน

“จริงๆ แล้ว การทำอะไรกับชุมชนควรจะมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการพัฒนาเมืองนะ คนลำพูนในภาค
ส่วนต่างๆ ต้องรับรู้ ไม่ใช่จู่ๆ จะมีใครมากำหนดว่าจะให้มันเติบโตไปอย่างไร นี่คนลำพูนส่วนมากเองยังไม่รู้เลยว่า
สโลว์ ทาวน์ที่ว่า มันจะเป็นอย่างไร”

เคารพ พินิจนาม นักวิจัยอิสระที่ทำงานในภาคประชาชนและเป็นผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในจังหวัดลำพูนมาหลายสิบปี
กล่าวถึงประเด็นเรื่องการมีส่วนร่วมของชุมชน ที่ดูเหมือนทางภาครัฐจะละเลยไป เนื่องจากที่ผ่านมาวันร้ายคืนร้าย
นิคมอุตสาหกรรมก็ผุดขึ้น จากเมืองที่อยู่กับธรรมชาติเปลี่ยนเป็นเมืองอุตสาหกรรมแบบไม่ตั้งตัว

จึงออกจะเป็นสภาพที่ขัดแย้งไม่น้อยว่าเมืองอุตสาหกรรมจะเป็นเมืองสบาย สบาย เมืองช้าในรูปแบบไหน

[4]

"การเป็นเมืองๆ หนึ่ง มันไม่ใช่แค่ตั้งเมืองแล้วจบ แต่มีเงื่อนไขมากมายที่จะทำให้เมืองมันดันไปทางไหนและ
ไปในรูปแบบไหน และต่อให้เมืองที่มีการวางผังหรือออกแบบมาแล้ว สุดท้ายมันก็ตามผู้ออกแบบ เป็นแบบนี้เหมือน
กันทุกเมือง เพราะการวางผังก็เป็นแค่การมองในเชิงกายภาพ แต่การมองเมือง มันต้องมองไปที่วิถีคนหรือมองให้ลึก
กว่านั้น ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่ามีเงื่อนไขเยอะ การทำให้มันสโลว์จึงเป็นเรื่องยาก” ปฐมาแสดงความเห็น

ส่วนสุนีรัตน์มองว่า ปัจจัยที่จะทำให้เมืองเมืองหนึ่งกลายเป็นสโลว์ ทาวน์ ต้องมีความชัดเจนด้านนโยบาย การ
ปฏิบัติที่เข้มงวด ต้องมีการวางแผนการเจริญเติบโตให้เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับวิถีชีวิตดั้งเดิม

ในมุมของคนลำพูนอย่างเคารพ เขาบอกว่า

“ทางออกมันมีอยู่ทางเดียวคือ ในการกำหนดกรอบการพัฒนามันต้องมองรากฐานจากความเป็นจริง ไม่ใช่
มองจากข้างบน เพราะปัญหาของลำพูนในเรื่องอื่นๆ มีอยู่หลายด้าน ต้องดูก่อนว่าลำพูนมีอะไรที่เป็นทุนอยู่แล้วบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางวัฒนธรรม ทรัพยากร แต่ที่สำคัญก็ต้องมาดูกันก่อนว่าคนที่นี่มีความพร้อมแค่ไหนและต้องการ
อะไรกันแน่”

สมมติเล่นๆ ว่า ลำพูนได้เป็นเมืองสบาย สบาย จริงตามนโยบายของ วธ. ฝูงนักท่องเที่ยวคงจะแห่มารุมทึ้งดังที่
เกิดกับปายหรือเชียงคาน มันจึงไม่ได้จบแค่การเป็นเมืองสบาย สบาย แต่ยังต้องคิดถึงอนาคตอีกว่า จะปกป้องความ
สบายนี้ให้รอดพ้นจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้อย่างไร

>>>>>>>>>>

เรื่อง : ทีมข่าว CLICK


---------------------------------------------------------------------------------

เนี่ยก็เป็นอีกผลงานหนึ่งของผู้อยู่เบื้องหลังในการผลักดันโครง "ผู้ว่าดิเรก" ที่เคยอยู่ลำปาง
แล้วโดนคนลำปางขับไล่ ตอนนี้เค้าย้ายไปอยู่ ลำพูน พัฒนาลำพูน จากเมืองลูกเมียน้อย (อะไรก็เชียงใหม่หมด)
เมืองที่เคยถูกลืม เมืองแห่งมลพิษ กลายเป็นเมืองที่คึกคัก เมืองที่น่าอยู่


ไม่ได้มีแต่ "ผู้วาดิเรก" เท่านั้นที่เสียดาย "ผู้ว่าสามารถ ลอยฟ้า"(อดีตรองผู้ว่าลำปาง) อีกคนที่น่าเสียดาย

"ผู้ว่าสามารถ ลอยฟ้า" ย้ายไปอยู่จังหวัดตาก ก็พัฒนา จังหวัดให้เจริญ ให้มีชื่อเสียงดังขึ้น พัฒนานู้นนี่



ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง คนปัจจุบัน ณ ตอนนี้ให้ผมนึกชื่อ ยังนึกไม่ออกเลยว่าชื่ออะไร ?????
"ผู้ว่าสามารถ ลอยฟ้า" ท่านดังตั้งแต่เป็นนายอำเภอเมืองปานบ้านผมแระ
ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง คนปัจจุบัน ไม่รู้จักเหมือนกันครับ...
Thott no está en línea   Reply With Quote
Old March 3rd, 2011, 07:55 PM   #1035
mango16010
Registered User
 
Join Date: Oct 2010
Posts: 99
Likes (Received): 0

เห็นด้วยครับ อยากให้ท่านอยู่ลำปางตลอดเลย
mango16010 no está en línea   Reply With Quote
Old March 3rd, 2011, 07:59 PM   #1036
mango16010
Registered User
 
Join Date: Oct 2010
Posts: 99
Likes (Received): 0

กลุ่มเหนือตอนบน1 เริ่มการทำงานบูรณาการเศรษฐกิจ เชียงใหม่เป็นประธานกลุ่ม




กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปางและแม่ฮ่องสอน ได้บูรณาการความเหมือนด้านวัฒนธรรมล้านนาภายใต้วิสัยทัศน์ “ศูนย์กลางการค้าการลงทุน การท่องเที่ยวสู่สากล โดดเด่นวัฒนธรรมล้านนา สังคมน่าอยู่ทุกถิ่นที่” เพื่อส่งเสริมให้เกิดความอยู่ดีมีสุขด้วยการสร้างอาชีพที่ยั่งยืนแก่ประชาชน แต่ทั้งนี้ก็ยังมีอุปสรรคในการพัฒนาร่วมกัน เนื่องจากแต่ละจังหวัดต่างก็มีอัตลักษณ์ของตนเอง ซึ่งมีทั้งความเหมือนและความแตกต่างมาเป็นสิ่งดึงดูดด้านเศรษฐกิจ ทั้งการค้า การลงทุนและโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว



สำหรับจังหวัดเชียงใหม่นั้น มีการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวระดับประเทศจนถึงระดับนานาชาติมาเป็นเวลายาวนาน จากการที่มีแหล่งท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรมและความสวยงามทางธรรมชาติ แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามานับล้านคน มีรายได้ปีละหลายหมื่นล้านบาท

จากสถิติพบว่า เชียงใหม่มีรายได้ด้านการท่องเที่ยวสูงเป็นลำดับที่ 4 ของประเทศ แม้บางครั้งอาจประสบปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ทำให้กระแสการท่องเที่ยวเชียงใหม่ตกลงไปบ้างแต่ไม่นานการท่องเที่ยวเชียงใหม่ก็จะกลับมาคึกคักอีก นอกจากนั้นเชียงใหม่ยังมีความพร้อมในด้านการค้าการลงทุน ทั้งในระดับชาติ ระดับอนุภูมิภาคและระดับนานาชาติ ทำให้เกิดกระแสหมุนเวียนทางเศรษฐกิจสูง การเป็นความเหลื่อมล้ำกับจังหวัดอื่นภายในกลุ่มอย่างเห็นได้ชัด แต่พื้นที่ใกล้เคียงย่อมได้รับผลดีตามไปด้วย แม้ว่าจะไม่มากเท่าเท่าที่ควรก็ตาม



ในขณะที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งถูกมองว่าเป็นเมืองที่อยู่ห่างไกล การเดินทางติดต่อกับพื้นที่ภายนอกเป็นไปค่อนข้างลำบาก แต่ในความยากลำบากนี้กลับเป็นจุดขายแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ต่างก็อยากเดินทางเข้ามาผจญภัยกับความท้าทายของเส้นทางที่มีความคดเคี้ยวขึ้นลงเขาชัน ประกอบกับความสวยงามทางธรรมชาติที่ยังมีกลิ่นอายของความบริสุทธิ์ ผู้คนที่หลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ นับเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจ สำหรับผู้มาเยือน ส่วนด้านการค้าการลงทุน ปัจจุบันมีนักลงทุนให้ความสนใจเดินทางเข้ามาประกอบกิจการมากขึ้น โดยเฉพาะการค้าขายตามแนวชายแดนที่นับวันจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ การเดินทางเข้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนต้องผ่านลำปาง ลำพูนและเชียงใหม่ ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมเกิดการกระจายรายได้และต้องได้รับการสนับสนุนเป็นการเกื้อกูลกันกับพื้นที่เหล่านั้น



ล่องมาทิศใต้เล็กน้อยจากเชียงใหม่ก็จะถึงจังหวัดลำพูน ลำพูนเป็นจังหวัดเก่าแก่มีอายุยาวนานถึง 1,348 ปี มากกว่าทุกจังหวัดและเป็นพื้นที่ต้นแบบของล้านนา ได้มีการสั่งสมภูมิปัญญาพร้อมทั้งถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลังมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภูมิปัญญาเชิงช่างหรือศิลปหัตถกรรม เช่น การทอผ้ายกดอก

ซึ่งเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ผ้าระดับแนวหน้าของประเทศ การแกะสลักไม้และศิลปะปูนปั้น นอกจากนั้นลำพูนยังขึ้นชื่อในเรื่องลำไย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะการเป็นผลไม้รสหวานอร่อยเท่านั้น ปัจจุบันลำพูนได้มีการเพิ่มมูลค่าลำไยคือการอบแห้งและอบแห้งสีทอง นอกจากนั้นยังมีการแปรรูปเป็นทั้งขนม อาหารและสมุนไพรที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าทั่วทุกสารทิศ ส่วนแหล่งท่องเที่ยว ลำพูนก็ยังมีศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมล้ำค่าให้นักท่องเที่ยวได้แวะเข้ามาสักการะและเยี่ยมชมก่อนจะเดินทางต่อไปยังจังหวัดอื่นหรือก่อนเดินทางกลับหลังท่องเที่ยวเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน ลำพูนจึงมีทั้งส่วนสนับสนุนและพึ่งพาที่จะร่วมกันพัฒนากับจังหวัดในกลุ่มได้เป็นอย่างดี



ทางด้านจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นศูนย์กลางหรือศูนย์รวมทางด้านการคมนาคมของภาคเหนือตอนบน นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปและกลับจากลำพูน เชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน รวมทั้งจังหวัดพะเยาและเชียงรายต้องผ่านจังหวัดลำปาง ซึ่งนับเป็นภูมิศาสตร์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว ลำปางจึงเป็นพื้นที่ที่ได้รับทั้งผลประโยชน์และช่วยสนับสนุนการค้า การลงทุน รวมทั้งการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดลำปางมีสินค้าที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วประเทศมาอย่างยาวนานคือ ชามตราไก่ ซึ่งปัจจุบันได้ขยายผลการผลิตเป็นสินค้าเซรามิกที่สามารถส่งออกไปขายทั้งในยุโรปและเอเชีย

นอกจากนั้น ศิลปะการแกะสลักไม้ที่บ้านหลุก อำเภอแม่ทะ การตีมีดโบราณและซามูไรที่บ้านขามแดง อำเภอห้างฉัตรก็เป็นสุดยอดศิลปหัตกรรมที่สวยงามเป็นสินค้าส่งออกระดับนานาชาติ ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวลำปางเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ยังมีการใช้รถม้าเป็นพาหนะที่นักท่องเที่ยวต้องมาใช้บริการ มีศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยสำหรับดูแลและฝึกลูกช้าง ซึ่งแม้จะเป็นทางผ่านแต่ลำปางก็เป็นส่วนสำคัญในการบูรณาการด้านการพัฒนาในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เช่นกัน

การดำเนินการใดคงไม่มีใครเก่งหรือโดดเด่นแต่เพียงผู้เดียว การพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ให้มีความสุข อยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืน ต้องประกอบด้วยบริบทหลายอย่าง บางอย่างหาได้ในพื้นที่หรือใกล้เคียง แต่หากจะให้มีการต่อยอดเพื่อการเติมเต็ม จำเป็นต้องมีความร่วมมือประสานสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่องแบบไม่จำกัดพรมแดน

ซึ่งกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เชียงใหม่ ลำพูน ลำปางและแม่ฮ่องสอน ต้องร่วมกันบูรณาการความเหมือนที่แตกต่างของล้านนา เพื่อดึงดูดการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว นำไปสู่ความเจริญในระดับพื้นที่ และเมื่อประสบความสำเร็จ นั่นหมายถึงจะสามารถขยายพื้นที่ความร่วมมือให้กว้างขวางต่อไปถึงระดับภาค ระดับภูมิภาค ระดับชาติหรือระดับนานาชาติ และผลดีก็จะเกิดขึ้นกับประชาชนของทุกพื้นที่นั่นเอง
__________________
Chiang Mai Creative City >>>> www.creativechiangmai.com <<<<
mango16010 no está en línea   Reply With Quote
Old March 3rd, 2011, 08:09 PM   #1037
mango16010
Registered User
 
Join Date: Oct 2010
Posts: 99
Likes (Received): 0

ทุ่มงบกว่า 8 ล้าน ปรับภูมิทัศน์หลักกิโลยักษ์



แขวงการทางลำปางเล็งปรับภูมิทัศน์หลักกิโลยักษ์ มอบภูมิสถาปัตย์ออกแบบ ประมาณการงบ 8 ล้าน เตรียมเสนออธิบดีกรมทางหลวง เพื่อขออนุมัติ


เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2553 ที่ผ่านมา ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ จ.ลำปาง (กรอ.จ.ลำปาง) ครั้งที่ 5/2553 นายสังวร พรหมศร รองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ แขวงการทางลำปาง ได้กล่าวถึงโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณหลักกิโลเมตรยักษ์(สี่แยกภาคเหนือ) ต่อที่ประชุมว่า จากการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ จ.ลำปาง ครั้งที่ 4/2553 เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณหลักกิโลเมตรยักษ์ พร้อมทั้งได้มีมติรับทราบและเห็นควรให้ทางแขวงการทางซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าว พิจารณาว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ โดยที่ผ่านมาทราบว่าทางจังหวัดได้มีแนวคิดที่จะปรับปรุงภูมิทัศน์แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากทางแขวงการทางมีแผนงานก่อสร้างทางยกระดับบริเวณสี่แยกดังกล่าว จึงได้นำมติในที่ประชุมไปรายงานให้ทางผู้อำนวยการแขวงการทางได้รับทราบ เพื่อพิจารณาตามมติในที่ประชุม ดังนั้น แขวงการทางลำปางเห็นด้วยที่จะจัดให้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณหลักกิโลเมตรยักษ์ และได้มอบหมายให้สำนักภูมิสถาปัตย์ออกแบบ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ สำนักภูมิสถาปัตย์ได้ประมาณการงบประมาณในการปรับปรุงภูมิทัศน์ไว้ ประมาณ 8 ล้านบาท โดยแขวงการทางจะของบประมาณจากกรมทางหลวงมาดำเนินการเอง เมื่อทางสำนักภูมิสถาปัตย์ออกแบบเสร็จเรียบร้อย ก็จะนำเสนอโครงการปรับภูมิทัศน์พร้อมแบบ ให้อธิบดีกรมทางหลวงเพื่อพิจารณาสนับสนุนงบประมาณ

ทั้งนี้ นายอธิคม สุพรรณพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้สอบถามถึงการก่อสร้างหลักกิโลเมตรยักษ์ว่าถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากเป็นห่วงว่า หากมีการของบประมาณมาปรับภูมิทัศน์บริเวณดังกล่าวอีกจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบตามมา รวมทั้งโครงการก่อสร้างทางยกระดับของแขวงการทางที่จะดำเนินการในอนาคตจะมีปัญหากับพื้นที่ตรงนี้หรือไม่

รองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ กล่าวว่า เหตุผลที่แขวงการทางได้มีการออกแบบและเสนอของบประมาณในการปรับปรุงภูมิทัศน์ เนื่องจากเห็นว่าหลักกิโลเมตรยักษ์เป็นสิ่งท้องถิ่นต้องการ และกลายเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดลำปางอีกสิ่งหนึ่ง เมื่อถามถึงความถูกต้องในการก่อสร้างนั้น ยอมรับว่าไม่ถูกต้องเพราะหลักกิโลเมตรยักษ์ก่อสร้างก่อนที่จะได้รับอนุญาตจากกรมทางหลวง แต่เมื่อได้มีการก่อสร้างไปแล้วและเป็นที่ยอมรับของประชาชนและนักท่องเที่ยว ก็คงจะไปทุบทิ้งไม่ได้ ประกอบกับได้มีคนสอบถามเข้ามาที่แขวงการทางว่าจะมีการปรับปรุงหรือไม่ จึงคิดว่าน่าจะมีการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการปรับปรุงตรงนี้ไม่ได้มีการปลูกสร้างสิ่งอื่นเพิ่มเติมแต่อย่างใด แต่รูปแบบจะเป็นสวนหย่อม ปลูกต้นไม้ ให้นักท่องเที่ยวได้แวะพักและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกได้

ส่วนโครงการก่อสร้างทางยกระดับนั้น ทางแขวงการทางได้หารือกับทางฝ่ายออกแบบแล้วว่ายังเป็นโครงการในอนาคต และเป็นโครงการใหญ่ รวมทั้งต้องเสนอโครงการขอกู้เงินจากต่างประเทศ คงต้องใช้เวลานาน 3-4 ปี หากว่ากรมทางหลวงต้องการจะใช้พื้นที่สร้างทางยกระดับในอนาคต ก็สามารถรื้อถอนได้ สำหรับที่จอดรถคงต้องจอดหลบทางริมฟุตบาท ซึ่งนักท่องเที่ยวอาจจะลำบากไปบ้าง แต่ความลำบากกับความประทับใจย่อมมาด้วยกันเสมอ นายสังวร กล่าว

นายสังวร กล่าวทิ้งท้ายว่า โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณหลักกิโลเมตรยักษ์ งบประมาณ 8 ล้านบาทนี้ อาจจะได้รับการอนุมัติจากอธิบดีกรมทางหลวง หรืออาจจะไม่ได้รับการอนุมัติก็เป็นได้ แต่ทางแขวงการทางได้มีการนำเสนอจุดเด่นและประโยชน์ของโครงการไว้จำนวนมาก ซึ่งเชื่อว่ามีเปอร์เซ็นต์ที่จะได้รับการอนุมัติงบประมาณอย่างแน่นอน
mango16010 no está en línea   Reply With Quote
Old March 3rd, 2011, 08:14 PM   #1038
Thott
Registered User
 
Thott's Avatar
 
Join Date: Aug 2010
Location: Bangkok - Lampang
Posts: 617
Likes (Received): 0

Quote:
Originally Posted by mango16010 View Post
กลุ่มเหนือตอนบน1 เริ่มการทำงานบูรณาการเศรษฐกิจ เชียงใหม่เป็นประธานกลุ่ม




กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปางและแม่ฮ่องสอน ได้บูรณาการความเหมือนด้านวัฒนธรรมล้านนาภายใต้วิสัยทัศน์ “ศูนย์กลางการค้าการลงทุน การท่องเที่ยวสู่สากล โดดเด่นวัฒนธรรมล้านนา สังคมน่าอยู่ทุกถิ่นที่” เพื่อส่งเสริมให้เกิดความอยู่ดีมีสุขด้วยการสร้างอาชีพที่ยั่งยืนแก่ประชาชน แต่ทั้งนี้ก็ยังมีอุปสรรคในการพัฒนาร่วมกัน เนื่องจากแต่ละจังหวัดต่างก็มีอัตลักษณ์ของตนเอง ซึ่งมีทั้งความเหมือนและความแตกต่างมาเป็นสิ่งดึงดูดด้านเศรษฐกิจ ทั้งการค้า การลงทุนและโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว



สำหรับจังหวัดเชียงใหม่นั้น มีการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวระดับประเทศจนถึงระดับนานาชาติมาเป็นเวลายาวนาน จากการที่มีแหล่งท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรมและความสวยงามทางธรรมชาติ แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามานับล้านคน มีรายได้ปีละหลายหมื่นล้านบาท

จากสถิติพบว่า เชียงใหม่มีรายได้ด้านการท่องเที่ยวสูงเป็นลำดับที่ 4 ของประเทศ แม้บางครั้งอาจประสบปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ทำให้กระแสการท่องเที่ยวเชียงใหม่ตกลงไปบ้างแต่ไม่นานการท่องเที่ยวเชียงใหม่ก็จะกลับมาคึกคักอีก นอกจากนั้นเชียงใหม่ยังมีความพร้อมในด้านการค้าการลงทุน ทั้งในระดับชาติ ระดับอนุภูมิภาคและระดับนานาชาติ ทำให้เกิดกระแสหมุนเวียนทางเศรษฐกิจสูง การเป็นความเหลื่อมล้ำกับจังหวัดอื่นภายในกลุ่มอย่างเห็นได้ชัด แต่พื้นที่ใกล้เคียงย่อมได้รับผลดีตามไปด้วย แม้ว่าจะไม่มากเท่าเท่าที่ควรก็ตาม



ในขณะที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งถูกมองว่าเป็นเมืองที่อยู่ห่างไกล การเดินทางติดต่อกับพื้นที่ภายนอกเป็นไปค่อนข้างลำบาก แต่ในความยากลำบากนี้กลับเป็นจุดขายแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ต่างก็อยากเดินทางเข้ามาผจญภัยกับความท้าทายของเส้นทางที่มีความคดเคี้ยวขึ้นลงเขาชัน ประกอบกับความสวยงามทางธรรมชาติที่ยังมีกลิ่นอายของความบริสุทธิ์ ผู้คนที่หลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ นับเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจ สำหรับผู้มาเยือน ส่วนด้านการค้าการลงทุน ปัจจุบันมีนักลงทุนให้ความสนใจเดินทางเข้ามาประกอบกิจการมากขึ้น โดยเฉพาะการค้าขายตามแนวชายแดนที่นับวันจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ การเดินทางเข้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนต้องผ่านลำปาง ลำพูนและเชียงใหม่ ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมเกิดการกระจายรายได้และต้องได้รับการสนับสนุนเป็นการเกื้อกูลกันกับพื้นที่เหล่านั้น



ล่องมาทิศใต้เล็กน้อยจากเชียงใหม่ก็จะถึงจังหวัดลำพูน ลำพูนเป็นจังหวัดเก่าแก่มีอายุยาวนานถึง 1,348 ปี มากกว่าทุกจังหวัดและเป็นพื้นที่ต้นแบบของล้านนา ได้มีการสั่งสมภูมิปัญญาพร้อมทั้งถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลังมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภูมิปัญญาเชิงช่างหรือศิลปหัตถกรรม เช่น การทอผ้ายกดอก

ซึ่งเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ผ้าระดับแนวหน้าของประเทศ การแกะสลักไม้และศิลปะปูนปั้น นอกจากนั้นลำพูนยังขึ้นชื่อในเรื่องลำไย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะการเป็นผลไม้รสหวานอร่อยเท่านั้น ปัจจุบันลำพูนได้มีการเพิ่มมูลค่าลำไยคือการอบแห้งและอบแห้งสีทอง นอกจากนั้นยังมีการแปรรูปเป็นทั้งขนม อาหารและสมุนไพรที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าทั่วทุกสารทิศ ส่วนแหล่งท่องเที่ยว ลำพูนก็ยังมีศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมล้ำค่าให้นักท่องเที่ยวได้แวะเข้ามาสักการะและเยี่ยมชมก่อนจะเดินทางต่อไปยังจังหวัดอื่นหรือก่อนเดินทางกลับหลังท่องเที่ยวเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน ลำพูนจึงมีทั้งส่วนสนับสนุนและพึ่งพาที่จะร่วมกันพัฒนากับจังหวัดในกลุ่มได้เป็นอย่างดี



ทางด้านจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นศูนย์กลางหรือศูนย์รวมทางด้านการคมนาคมของภาคเหนือตอนบน นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปและกลับจากลำพูน เชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน รวมทั้งจังหวัดพะเยาและเชียงรายต้องผ่านจังหวัดลำปาง ซึ่งนับเป็นภูมิศาสตร์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว ลำปางจึงเป็นพื้นที่ที่ได้รับทั้งผลประโยชน์และช่วยสนับสนุนการค้า การลงทุน รวมทั้งการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดลำปางมีสินค้าที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วประเทศมาอย่างยาวนานคือ ชามตราไก่ ซึ่งปัจจุบันได้ขยายผลการผลิตเป็นสินค้าเซรามิกที่สามารถส่งออกไปขายทั้งในยุโรปและเอเชีย

นอกจากนั้น ศิลปะการแกะสลักไม้ที่บ้านหลุก อำเภอแม่ทะ การตีมีดโบราณและซามูไรที่บ้านขามแดง อำเภอห้างฉัตรก็เป็นสุดยอดศิลปหัตกรรมที่สวยงามเป็นสินค้าส่งออกระดับนานาชาติ ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวลำปางเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ยังมีการใช้รถม้าเป็นพาหนะที่นักท่องเที่ยวต้องมาใช้บริการ มีศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยสำหรับดูแลและฝึกลูกช้าง ซึ่งแม้จะเป็นทางผ่านแต่ลำปางก็เป็นส่วนสำคัญในการบูรณาการด้านการพัฒนาในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เช่นกัน

การดำเนินการใดคงไม่มีใครเก่งหรือโดดเด่นแต่เพียงผู้เดียว การพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ให้มีความสุข อยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืน ต้องประกอบด้วยบริบทหลายอย่าง บางอย่างหาได้ในพื้นที่หรือใกล้เคียง แต่หากจะให้มีการต่อยอดเพื่อการเติมเต็ม จำเป็นต้องมีความร่วมมือประสานสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่องแบบไม่จำกัดพรมแดน

ซึ่งกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เชียงใหม่ ลำพูน ลำปางและแม่ฮ่องสอน ต้องร่วมกันบูรณาการความเหมือนที่แตกต่างของล้านนา เพื่อดึงดูดการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว นำไปสู่ความเจริญในระดับพื้นที่ และเมื่อประสบความสำเร็จ นั่นหมายถึงจะสามารถขยายพื้นที่ความร่วมมือให้กว้างขวางต่อไปถึงระดับภาค ระดับภูมิภาค ระดับชาติหรือระดับนานาชาติ และผลดีก็จะเกิดขึ้นกับประชาชนของทุกพื้นที่นั่นเอง
__________________
Chiang Mai Creative City >>>> www.creativechiangmai.com <<<<
เห็นด้วยคร้าบบบ
Thott no está en línea   Reply With Quote
Old March 3rd, 2011, 09:31 PM   #1039
Thott
Registered User
 
Thott's Avatar
 
Join Date: Aug 2010
Location: Bangkok - Lampang
Posts: 617
Likes (Received): 0

na

Last edited by Thott; March 4th, 2011 at 07:22 AM.
Thott no está en línea   Reply With Quote
Old March 3rd, 2011, 09:31 PM   #1040
Thott
Registered User
 
Thott's Avatar
 
Join Date: Aug 2010
Location: Bangkok - Lampang
Posts: 617
Likes (Received): 0

ม.เนชั่น วิทยาเขตโยนก เตรียมบุกภาคเหนือ

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

ม.เนชั่น วิทยาเขตโยนก เตรียมบุกภาคเหนือ ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย และ นครสวรรค์ ในช่วงปลายเดือนมีนาคม

มหาวิทยาลัยเนชั่น วิทยาเขตโยนก -นายทันฉลอง รุ่งวิทู รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเนชั่น วิทยาเขตโยนก แถลงข่าวว่า หลังมหาวิทยาลัยโยนกได้บรรลุข้อตกลงที่จะมีความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษา ร่วมกับบริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ โดยจะเริ่มดำเนินการจัดการศึกษาในนามของมหาวิทยาลัยเนชั่น วิทยาเขตโยนกนับตั้งแต่ปีการศึกษา 2554 เป็นต้นไป ซึ่งมหาวิทยาลัยโยนก จะเป็นจุดกำเนิดของมหาวิทยาลัยเนชั่น โดยเริ่มจากการมีวิทยาเขตโยนกเพื่อการพัฒนาบัณฑิตและมหาบัณฑิตที่มีคุณภาพใน ภาคเหนือ และอยู่ระหว่างการเตรียมการเปิดหลักสูตรที่กรุงเทพฯ และเตรียมแผนการที่จะเปิดวิทยาเขตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ต่อไป

นายทันฉลอง กล่าวว่า ตามที่ได้หารือกับนายธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ้ป จำกัด (มหาชน) และนายสุทธิชัย หยุ่น บรรณาธิการอำนวยการว่า จุดเด่นของมหาวิทยาลัยเนชั่น คือการ "เรียนกับมืออาชีพ" โดยนักศึกษาจะได้มีโอกาสพัฒนาทักษะและประสบการณ์นอกเหนือจากภาคทฤษฎี ทางเนชั่นจะได้ส่งเชิญมืออาชีพในสายงานต่างๆ ทั้งในภาคธุรกิจ ภาคหนังสือพิมพ์ และคอลัมนิสต์ต่าง ๆ ที่เป็นที่ยอมรับมาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยเน ชั่น วิทยาเขตโยนก ทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท

มหาวิทยาลัยเนชั่นจะมุ่งเน้นให้นักศึกษาทุกคนมีความสามารถทางการสื่อสารโดย เฉพาะการสื่อสารในยุคดิจิตอลซึ่งจะต้องมีความรู้ในด้าน New Media และ Social Media ตลอดจนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่จะนำเสนอความคิดใหม่ ๆต่อสังคม โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ปีการศึกษา2554 นักศึกษาจะได้เรียนวิชาเกี่ยวกับ New Media การพัฒนาบุคลิกภาพ และมีกิจกรรมเพื่อการพัฒนากระบวนการคิดด้วยกิจกรรม Innovative Thinking และจะอาศัยเครือข่ายที่มีอยู่ของเครือเนชั่นในการส่งเสริมให้นักศึกษาได้ฝึก งานตามโครงการสหกิจศึกษาด้วย

ในด้านกิจกรรมการรับนักศึกษานี้ มหาวิทยาลัยเนชั่นได้เตรียมแผนที่จะออกไปแนะนำมหาวิทยาลัยในจังหวัดต่าง ๆ ทางภาคเหนือ ได้แก่ ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย และ นครสวรรค์ ในช่วงปลายเดือนมีนาคม และจัดงานใหญ่ U-Expo ที่กรุงเทพฯในต้นเดือนเมษายน และยังจะเปิดโอกาสให้นักเรียนที่สนใจสมัครเข้าศึกษาที่วิทยาเขตโยนกได้เข้า ร่วมกิจกรรมกับมืออาชีพจากเนชั่น

ในโครงการ Nation U Camp on Campus เป็นเวลา 5 วัน ในระหว่างวันที่ 25 -29 เมษายน 2554 และได้เตรียมกิจกรรมปฐมนิเทศ Orientation Camp สำหรับนักศึกษาใหม่ในระหว่างวันที่ 13 - 15 มิถุนายน 2554

รักษาการอธิการบดีฯ กล่าวถึงทุนการศึกษาสำหรับผู้ที่สมัครและชำระค่าลงทะเบียนภายในเดือนมีนาคม 2554ว่า นักศึกษาระดับปริญญาตรี จะได้รับทุนการศึกษาตลอดหลักสูตรคนละ 5,000 - 10,000 บาท นักศึกษาหลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์จะชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาเพียงภาคเรียนละ 19,000 บาท หลักสูตร BBA ภาคภาษาอังกฤษ ชำระค่าธรรมเนียมภาคเรียนละ 24,000 บาท และนักศึกษาหลักสูตรอื่น ๆ หลังรับทุนการศึกษาแล้วจะชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาเพียงภาคเรียนละ 14,000 บาท โดยไม่มีเงื่อนไขการยกเลิกทุน ทั้งนี้ยังจะมีทุนการศึกษาพิเศษสำหรับผู้มีผลการเรียนดีมากและผู้นำกิจกรรม ซึ่งจะได้ประกาศการรับสมัครนักศึกษาทุนเร็วๆ นี้

สำหรับหลักสูตรปริญญาโทจะได้รับทุนการศึกษาตลอดหลักสูตร 25,000 บาท โดยจากค่าธรรมเนียมการศึกษา 120,000 บาท จะชำระเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาเพียง 95,000 บาท และยังให้สิทธิพิเศษสำหรับศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยโยนกที่จะได้รับทุนการศึกษา เพิ่มเติมอีก 5,000 บาท มหาวิทยาลัยเนชั่น วิทยาเขตโยนก จังหวัดลำปางเปิดรับสมัครนักศึกษารุ่นที่ 1 แล้วในสาขาวิชาต่าง ๆ ได้แก่ บริหารธุรกิจ BBA บัญชี นิเทศศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ ภาษาอังกฤษธุรกิจ การท่องเที่ยว วิทยาการคอมพิวเตอร์ และสาธารณสุขศาสตร์ สำหรับหลักสูตรปริญญาโทเปิดรับสมัครใน 3 หลักสูตร ได้แก่ บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (M.Ed.) และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (MPA)
Thott no está en línea   Reply With Quote


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 07:21 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu