daily menu » rate the banner | guess the city | one on one

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum

Thai Forum Sawasdee! Welcome to the Land of Smile


Reply

 
Thread Tools Display Modes
Old September 2nd, 2008, 08:50 AM   #21
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,515
Likes (Received): 345

"ซัมซุง"หันซื้อชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ไทย

วันที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11133 มติชนรายวัน

นางกัญญรัตน์ วงศ์สกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ ประจำประเทศสิงคโปร์ เปิดเผยว่า บริษัทซัมซุงในประเทศสิงคโปร์ สำนักงานใหญ่ประจำอาเซียน ได้แสดงความสนใจผ่านสำนักงานว่าต้องการสั่งซื้อสินค้าชิ้นส่วนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จากไทย วงเงินประมาณ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ และทางซัมซุงแจงมีแผนเดินทางมาไทยปลายเดือนตุลาคมนี้ เพื่อร่วมงานซอสซิ่งแฟร์ (Sourcing Fair) ในไทย ถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทย เดิมมักสั่งซื้อจากจีน แต่ภายหลังมีการหมุนเวียนซื้อในประเทศอื่นๆ ด้วย และช่วยกระตุ้นการส่งออกสินค้าไทยในกลุ่มดังกล่าว

สำหรับ 6 เดือนแรกของปีนี้ ไทยส่งออกไปสิงคโปร์ 6.39 พันล้านเหรียญสหรัฐ ไทยนำเข้าจากสิงคโปร์ 3.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากเป้าหมายการส่งออกที่กำหนดไว้ 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือขยายตัว 7% จากปี 2550 ที่มีการส่งออก 9.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยยังเป็นฝ่ายได้ดุลการค้าสิงคโปร์อยู่ 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ

หน้า 17
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old September 3rd, 2008, 01:02 AM   #22
Munich dweller
Piling higher and Deeper
 
Munich dweller's Avatar
 
Join Date: Aug 2007
Location: Munich / Bangkok
Posts: 2,224
Likes (Received): 42

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
งานไอซียูส่อเค้าร้างต่างชาติเมินออกบูธ

Thaipost2 กันยายน 2551


งานไอทียูกร่อย ต่างชาติเมินออกบูธ-สัมมนา หลังเกาหลีใต้ตัดหน้า 2 อาทิตย์ ด้านผู้จัดแก้เกมแจกบูธฟรีก็ยังไม่มีใครมา

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสำรวจผู้ออกบูธงานเทเลคอม เอเชีย หรือ ไอทียู 2008 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 2-5 ก.ย. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี พบว่ามีบูธของผู้ให้บริการจากต่างประเทศน้อยมาก โดยมีเพียงเอ็นเอชเค สำนักข่าวของประเทศญี่ปุ่น และผู้ให้บริการโทรคมนาคมจากประเทศรัสเซียเท่านั้น

ส่วนที่เหลือเป็นบูธของผู้ให้บริการในประเทศ อาทิ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น บมจ.ทีโอที บมจ.กสท โทรคมนาคม สามารถ คอร์ปอเรชั่น บริษัท จัสเทล เน็ตเวิร์ค สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และบรรยากาศของงานเป็นไปอย่างเงียบเหงา และมีผู้เข้าร่วมงานค่อนข้างบางตา และได้ลดขนาดจากเดิมที่วางไว้ เป็นอาคารชาเลนเจอร์ 1-3 เหลือเพียงชาเลนเจอร์ 2 และ 3 เท่านั้น

แหล่งข่าวจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า สาเหตุที่มีผู้ออกบูธไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้นั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้เพียง 2 สัปดาห์ เพิ่งจะมีงานในลักษณะเดียวกันกับงานไอทียู ที่ประเทศเกาหลีใต้ และกลุ่มผู้ออกบูธก็เป็นกลุ่มเดียวกัน ทำให้หลายประเทศคิดว่าไม่จำเป็นต้องมาที่งานไอทียูอีก จึงตัดสินใจบอกยกเลิกการเข้าร่วมงานที่ประเทศไทย

แหล่งข่าวกล่าวว่า ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทางผู้จัดงานไอทียูต้องเชิญประเทศต่างๆ ให้มาร่วมออกบูธ โดยไม่คิดค่าเช่าแทนการเก็บค่าเช่าเหมือนผู้ให้บริการในประเทศ เพื่อให้มีบูธจากต่างประเทศบ้าง แต่ก็ยังมีบูธจากต่างประเทศน้อยมาก รวมทั้งการเข้าร่วมสัมมนาในฟอรั่มต่างๆ ก็ถูกหลายประเทศบอกเลิกการเข้าร่วมงานเช่นเดียวกัน

"การจัดงานครั้งนี้ได้รับการติติงจากผู้ใหญ่ระดับสูงของประเทศ ว่าเป็นการใช้เงินอย่างสิ้นเปลือง และประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับมาจากการจัดงานครั้งนี้" แหล่งข่าวกล่าว นายมั่น พัธโนทัย รมว.ไอซีที กล่าวว่า ตั้งเป้าจำนวนผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้ 2 หมื่นคน และนำรายได้เข้าประเทศ 3,000 ล้านบาท โดยเชื่อว่าความไม่สงบในประเทศไทยนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้เข้าร่วมงาน เพราะประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมงานไอทียูเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี.




แน่ใจหรือว่าคนต่างชาติเขาจะมาเข้าใจเรื่องราวในไทยหนะ

ขนาดผมคนไทยแท้ๆเองยังไม่เห็นเข้าใจเลยว่าคนไทยมันเผาบ้านเผาเมืองตัวเอง เป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร
Munich dweller no está en línea   Reply With Quote
Old September 3rd, 2008, 09:49 AM   #23
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 10,215
Likes (Received): 205

Quote:
Originally Posted by Munich dweller View Post
แน่ใจหรือว่าคนต่างชาติเขาจะมาเข้าใจเรื่องราวในไทยหนะ

ขนาดผมคนไทยแท้ๆเองยังไม่เห็นเข้าใจเลยว่าคนไทยมันเผาบ้านเผาเมืองตัวเอง เป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร

พึงจำข้อนี้ให้จงดี คนอยากได้อำนาจ หรือ อยากจะรักษาอำนาจไว้กะตน หนะ แม้จะต้องเผาประเทศของตนเองให้เปนขี้เถ้าก็ถือว่าเปนวิธีการอันเหมาะสมแล้วเพราะไม่มีวิธีอื่นกวาดล้างเสี้ยนหนามแผ่นดินที่คอยทิ่มตำตนได้ดีกว่านี้อีกแล้ว
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old September 3rd, 2008, 02:17 PM   #24
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,515
Likes (Received): 345

^
^
^

เผาพวกพันธมิตร และพวกคนใต้ปิดสนามบิน เป็นสิ่งที่ถูกต้อง

ฆ่าพวกกฎหมู่ไร้สติที่ทำเนียบ แค่หมื่นสองพันคน เป็นเรื่องยอมรับได้

ถ้าเทียบสัดส่วนกับประชากรประเทศนี้
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 3rd, 2008, 04:03 PM   #25
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,515
Likes (Received): 345

SAP plans big expansion in Thailand

Bangkokpost 3/09/2008


PATTAYA, CHON BURI : SAP Thailand will expand here based on its core ERP software, and in line with an offering of enterprise information management (EIM) technology, and aims to achieve triple its market share by 2010.

According to SAP Thailand and Philippines managing director Patara Yongvanich, enterprise application software has established a foundation for SAP, and this year the company will expand its infrastructure to enable customers to link to their legacy and other systems and have them use SAP for personal productivity, which will address the needs of the Thai market in terms of services, engineering and personal productivity.

"By 2010 SAP has the target to be first in every group with an attempt to expand the market," Patara said, pointing out this covered business-user solutions, SMEs, business process platforms and industry solutions.

He noted organisations' information comprised both structured and unstructured data, however the current approaches didn't work because they were outdated, unsecured, unavailable, out of context, proprietary, inflexible, incomplete and expensive.

EIM would take on a more and more important role, he said, noting that the EIM life cycle involved information creation, information management, distribution and collaboration, reports and analyses, as well as data archiving.

It is a combination of strategy, practices and open technologies for delivering trusted, integrated and timely information.

"We help customers perceive their EIM life cycle as a framework by using SAP technology co-working with Adobe, Microsoft, Business Objects (BO), Enterprise Search, and OpenText," the managing director noted, adding that Adobe interactive forms would replace paper and streamline complex processes.

The SAP Adobe interactive form would enable users to integrate interactive PDF documents into business processes, generating forms containing data from SAP systems, complete forms online or offline, submit data to SAP systems and allow users to print forms. Users can download active forms to complete and then upload the forms to the CRM system.

Another interface, called Duet, is a SAP and Microsoft project, with the objective of making every Microsoft Office users a SAP user by using Microsoft Outlook as an interface.

The acquisition of BO has made SAP not only number one in ERP, but also in business intelligence. "It is our strategy to purchase partners whose solutions complement SAP, and BO allows both of us to expand customer base," Patara said. He noted that after SAP delivered EIM for six months, the company's sales revenues worldwide increased by 81 per cent during the first quarter.

The company would also concentrate on spreading knowledge of SAP through collaboration with universities such as Chulalongkorn, Thammasat, the University of the Thai Chamber of Commerce and Dhurakijpundit University.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 3rd, 2008, 06:29 PM   #26
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,515
Likes (Received): 345

สหภาพฯ กสท.ขู่ตัดวงจรสื่อสารระหว่างปท.

Dailynews 3/09/2009


วันนี้ (3 ก.ย.) นายสมบูรณ์ ทรัพย์สาร ประธานสหภาพฯ บมจ.กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันนี้จะตัดสินใจว่า จะตัดวงจรระหว่างประเทศ (เกตเวย์) เชื่อมต่อระหว่างประเทศหรือไม่ หลังจากประเมินตัวเลขการหยุดงานของพนักงานช่วงเช้า ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนที่ว่า จะหยุดงานในช่วงแรก และหยุดการผลิตในช่วงถัดไป ตามมติของสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) เพื่อสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ

พร้อมระบุว่า การปิดเกตเวย์เชื่อมต่อระหว่างประเทศ จะกระทบต่อการสื่อสารข้ามประเทศ ทั้งอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ และระบบการเงินที่ใช้ระบบออนไลน์ ซึ่งยอมรับว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก ดังนั้น การดำเนินการจะต้องเป็นมติของคณะกรรมการของสหภาพ กสท. ส่วนจะตัดสินใจปิดเกตเวย์ ก็ต่อเมื่อเกิดวิกฤติขึ้นจริง ๆ เท่านั้น เช่น การบุกเข้าจับกุมแกนนำของกลุ่มพันธมิตรฯ

ทั้งนี้ จุดที่ปิดมี 2 ส่วน คือ เคเบิลใต้น้ำและศูนย์โทรคมนาคม จ.นนทบุรี โดยสหภาพฯ สามารถติดต่อกับ ผู้ปฏิบัติงานได้โดยตรง แต่ผู้บริหารได้แจ้งว่า ให้ดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพราะจะเกิดความเสียหาย

ด้าน นายพงษ์ฐิติ พงษ์ศิลามณี ประธานสหภาพฯ บมจ.ทีโอที กล่าวยืนยันว่า ทีโอทีไม่มีนโยบายตัดวงจรโทรศัพท์ เนื่องจากเป็นบริการที่มีคู่แข่ง จึงไม่มีประโยชน์ในการดำเนินการดังกล่าว แต่ถ้าหากพนักงานจะลางานตามสิทธิ์เพื่อไปร่วมชุมนุม ก็จะจัดรถไว้ให้.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 3rd, 2008, 07:26 PM   #27
thainotts
Registered User
 
thainotts's Avatar
 
Join Date: Jun 2006
Location: Bangkok-Nottingham
Posts: 2,966
Likes (Received): 3

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
^
^
^

เผาพวกพันธมิตร และพวกคนใต้ปิดสนามบิน เป็นสิ่งที่ถูกต้อง

ฆ่าพวกกฎหมู่ไร้สติที่ทำเนียบ แค่หมื่นสองพันคน เป็นเรื่องยอมรับได้

ถ้าเทียบสัดส่วนกับประชากรประเทศนี้
ยอมรับไม่ได้ครับ ถึงผมจะไม่เห็นด้วยกับพันธมิตรเท่าไร ผมก็ไม่คิดว่าเราควรจะฆ่าใครทั้งนั้น หากฆ่าสัตว์ยังบาป ฆ่าคนไม่ยิ่งบาปกว่าหรือ?

ถ้าเรายอมรับความเห็นที่แตกต่างไม่ได้ ถ้าเราไม่เคารพกฎหมาย ถ้าเราใช้แต่อารมณ์ตัดสินสถานการณ์ยอมโดนปลุกเร้า เราก็แย่เท่าๆ กับพันธมิตรแหละครับ

ผิดกับผิดไม่เป็นถูก

ด้วยจิตคารวะ
__________________
"สมบัติชาติ" ถ้าคนไทยบริหารแล้วห่วยลงๆ สู้ขายให้นายทุนฝรั่งมาบริหารยังจะดีกว่า เขาจะเอาออกนอกประเทศก็ไม่ได้ แถมการแข่งขันในตลาดเสรีก็ช่วยพัฒนา "สมบัติ" นั้นๆ อีกด้วย ....​ อย่าให้คนไทยกันเองดอง "สมบัติชาติ" จนมันเน่าเลยดีกว่า
thainotts no está en línea   Reply With Quote
Old September 4th, 2008, 12:39 AM   #28
atom
Registered User
 
atom's Avatar
 
Join Date: Dec 2003
Location: N/A
Posts: 3,144
Likes (Received): 103

Totally, agree with you. Violence can not solve with violence, it will become never ending story.
__________________
Thai Forum Thailand Info
The only real prison is fear,and the only real freedom is freedom from fear.
atom no está en línea   Reply With Quote
Old September 5th, 2008, 04:05 AM   #29
fridaynightlights
Registered User
 
fridaynightlights's Avatar
 
Join Date: Nov 2004
Posts: 3,580
Likes (Received): 16

ผมว่าปิดไปเลยก็ดีนะ Gateway กสท. เนี่ย จะทำให้มันเจ๊งไปตลอดกาลเลย เพราะผมไม่ชอบมันอยู่แล้ว :P
__________________
“A society that puts equality before freedom will get neither. A society that puts freedom before equality will get a high degree of both.” - Milton Friedman
fridaynightlights no está en línea   Reply With Quote
Old September 5th, 2008, 08:33 AM   #30
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,515
Likes (Received): 345

DTAC puts B5bn more toward 3G

Bangkokpost 5/09/2008


DTAC, the second-ranked mobile operator, has earmarked an additional investment of five billion baht for its third-generation (3G) mobile broadband plan early next year to further strengthen its competitive edge. The company had already slated five billion baht to increase network capacity and develop 3G content.


DTAC earlier planned to make 3G available nationwide by mid-2009 under a five-billion-baht investment scheme.


The company plans to introduce 3G services in three phases. The 1.2-billion-baht first phase will cover Bangkok in the first quarter of next year with 700 to 800 base stations. The second phase would cover Greater Bangkok as well as Chon Buri and Phuket, followed by the third phase covering the rest of the country.


The first phase would focus on wireless broadband services available to laptop computers. Services would be expanded nationwide in the second stage to 3G handsets.


CEO Sigve Brekke said an additional five billion baht is needed to ensure the company's competitive leadership in 3G services in areas of nationwide network coverage, high-speed mobile broadband and innovative content.


Mr Brekke said he was confident that DTAC will be the sole operator offering 3G service nationwide for at least one year, given its advantage of abundant analogue 850 megahertz frequency that provides wider coverage capacity.


He said DTAC was going ahead with the first phase of 3G development without any concern over political tensions.


''We expect to provide 3G services in Bangkok in the first quarter of next year and nationwide service by mid-2009 as scheduled,'' he said.


Mr Brekke admitted that its parent Telenor of Norway was closely monitoring the political situation in Thailand, but expressed no concern about it.


He also said that DTAC would not need to revise revenue and subscriber growth targets for a second time as he believed people still needed communications even if political conditions were to worsen.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 6th, 2008, 08:40 AM   #31
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,515
Likes (Received): 345

ไอทียูถอดใจวันสุดท้าย ให้เข้าฟรีเลิกเก็บ200บ.

มติชน 6/09/2008


นายพรศักดิ์ ศรีละมุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะประธานคณะทำงานจัดงานไอทียู เทเลคอม เอเชีย 2008 เปิดเผยว่า การจัดงานไอทียูเมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ทางกระทรวงไอซีที ได้ร่วมกับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมออกบู๊ธ เช่น บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน), บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นต้น จัดลงทะเบียนให้ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมชมภายในงานฟรี จากเดิมที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย 200 บาทต่อคน

ทั้งนี้ เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 2-4 กันยายน มีผู้เข้าร่วมงานน้อยมาก โดยเฉพาะผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศ ที่บางส่วนถอนตัวเนื่องจากไม่มั่นใจกับภาวะการเมืองภายในประเทศ

นายพรศักดิ์กล่าวว่า ส่งผลให้เป้าหมายที่คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน 20,000 คน สร้างรายได้กว่า 3,000 ล้านบาท ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

หน้า 7
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 7th, 2008, 08:18 PM   #32
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,515
Likes (Received): 345

แปลงสัมปทานเป็น"ภาษี"วุ่นไม่เลิก "ทีโอที"อ่วมงัดโฉนดที่ดินค้ำประกันหนี้สรรพากร

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4034


แปลงสัมปทานเป็นภาษีพ่นพิษไม่เลิก "ทีโอที-กสทฯ" อ่วม โดน "สรรพากร" ไล่เช็กบิลไม่เลิก เหตุหักภาษีสรรพสามิตจากส่วนแบ่งรายได้ก่อนคำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ฟาก "ทีโอที" โดนเบี้ยปรับกว่า 5,000 ล้านบาท เตรียมจำนองที่ดินยื่นค้ำประกันระหว่างรอ "ศาลภาษี" ตัดสิน แถมโดนประเมินภาษีนิติบุคคล ฟาก "กสทฯ" เผยส.ค.ที่ผ่านมาโดนเรียกชี้แจงข้อมูลเพิ่ม แต่ยังไม่มีข้อสรุป


มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 11 ก.พ.2546 ในสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และมี น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้มีมติให้เรียกเก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ อัตรา 10% และบริการโทรศัพท์พื้นฐาน 2% โดยให้เอกชนนำอัตราภาษีดังกล่าวไปหักออกจากส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องจ่ายให้ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม คู่สัญญาสัมปทานของตนเองได้

ต่อมาในรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2550 ที่ผ่านมา ครม.ได้มีมติให้ลดอัตราภาษี สรรพสามิตโทรคมนาคมเหลือ 0% ไปแล้วนั้น ล่าสุดเมื่อ 1 ก.ย.2551 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยังรับฟ้องคดีที่อัยการสูงสุดฟ้อง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ในกรณีดังกล่าวด้วย

แหล่งข่าวระดับสูงจาก บมจ.ทีโอที เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รับฟ้องคดีที่อัยการสูงสุดฟ้อง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร กรณี ครม. (11 ก.พ.2546) มีมติให้เอกชนคู่สัญญาหักภาษีสรรพสามิตจากส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และโทรศัพท์พื้นฐานได้นั้น ถือเป็นผลดีกับทีโอที เนื่องจากเมื่อต้นปีได้ฟ้องต่อศาลแพ่งเรียกคืนภาษีสรรพสามิตที่จ่ายแทน บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ไปกว่า 30,000 ล้านบาท หลัง ครม.มีมติ (23 ม.ค.2550) ให้ลดอัตราภาษีเหลือ 0%

"บอร์ดทีโอทีขณะนั้น มีพลเอกสพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นประธาน เห็นว่า เมื่อ ครม.ลดภาษีเป็น 0% ทีโอทีไม่เพียงไม่ควรต้องรับภาระยังควรได้เงินกลับมาเป็นรายได้ จึงฟ้องเอไอเอสเพื่อเรียกคืนภาษีทั้งหมด โดยเฉพาะภาษีในเดือน ก.พ.2550 ที่ เอไอเอสหักไว้ ซึ่งเป็นภายหลัง ครม.มีมติยกเลิกแล้ว คดีที่ฟ้องโอกาสชนะไม่มาก แต่ไม่เสียหายที่จะฟ้อง ถ้าชนะได้เงินคืนกว่า 30,000 ล้านบาท ฟื้นฟูกิจการได้มหาศาล ถ้าแพ้ก็เสียชื่อนิดหน่อย แต่อย่างน้อยน่าจะได้คืนในส่วนของเดือน ก.พ.2550"

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า การแปลงสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคม ส่งผลกระทบต่อทีโอทีอย่างมาก ทั้งต่อสถานะการเงินในขณะนั้น และในภายหลังที่มีปัญหากับกรมสรรพากรเกี่ยวกับการประเมินภาษี ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากมากจนถึงปัจจุบัน ล่าสุดทีโอทีต้อง เตรียมหาที่ดินเพื่อนำไปจำนองค้ำประกันกับกรมสรรพากร เพราะช่วงที่มีการเรียกเก็บภาษีสรรพสามิต เช่น เอไอเอส หักออกจากส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องนำส่งให้ทีโอทีนั้น ทีโอทีมีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากส่วนแบ่งรายได้ที่เอไอเอสส่งมาหลังหักภาษีสรรพสามิตไว้แล้ว

กล่าวคือ คิดจากเงินที่ทีโอทีได้รับจริง ไม่ได้คิดจากที่ควรได้จากส่วนแบ่งรายได้ทั้งหมดตามอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญาสัมปทาน ซึ่งที่ผ่านมากรมสรรพากรไม่เคยทักท้วง กระทั่งเมื่อต้นปี 2551 แจ้งมาว่า ทีโอทีคิดภาษีมูลค่าเพิ่มผิด และระบุว่าต้องคำนวณ VAT จากส่วนแบ่งรายได้ทั้งหมดตามอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา รวมแล้วมีเบี้ยปรับกว่า 5,000 ล้านบาท

"สรรพากรแจ้งว่าทีโอทีต้องจ่ายเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มอีก 1 เท่าของภาษีมูลค่าเพิ่มที่คิดผิด ซึ่งเราไม่เห็นด้วย และกำลังนำเรื่องให้ศาลภาษีพิจารณา แต่เนื่องจากต้องการหยุดเบี้ยปรับเงินเพิ่มไว้ เพราะแต่ละเดือนจะเพิ่มขึ้นเป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท จึงจะนำที่ดินไปจำนองเพื่อค้ำประกันหนี้ภาษีไว้ก่อนระหว่างรอศาลพิจารณา ในท้ายที่สุดถ้า ทีโอทีไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มก็นำที่ดินกลับมาได้ แต่ถ้าแพ้ก็ใช้ที่ดินจ่ายแทนเงินสด"

ขณะเดียวกัน กรณีภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมยังทำให้กรมสรรพากรประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลของทีโอทีใหม่ โดยมีการคำนวณภาษีนิติบุคคลจากฐานของภาษีมูลค่าเพิ่มอีกที เพราะถือเป็นเงินได้พึงประเมินจึงมีแนวโน้มว่าทีโอทีอาจต้องจ่ายภาษีนิติบุคคลเพิ่มขึ้นอีก

"เรื่องนี้อธิบดีกรมสรรพากรยังไม่ตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป อาจต้องนำปัญหานี้ให้ ครม.พิจารณา ตอนนี้เราทำได้เพียงทำเรื่องขอลดหย่อนไปก่อน เพราะไม่ได้ตั้งใจเบี้ยว เพียงแต่คิดจากเงินที่เข้ามาในมือจริงๆ ต้องยอมรับว่าปัญหานี้กระทบกับฐานะการเงินและการดำเนินงานของทีโอทีอย่างมาก"

ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจาก บมจ.กสท โทรคมนาคม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ด้วยเช่นกันว่า ตั้งแต่กลางปีที่แล้วกรมสรรพากรได้เรียกให้ กสทฯเข้าไปหารือเรื่องการคิดภาษีมูลค่าเพิ่มจากส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือในช่วงที่ ครม.มีมติให้เก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคม (ม.ค.2546-ม.ค.2550) พร้อมเรียกให้เข้าไปชี้แจง และส่งเอกสารข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเงินได้ และการคำนวณภาษีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นระยะๆ ล่าสุดได้ส่งเอกสารเพิ่มเติมให้กรมสรรพากรไปเมื่อเดือน ส.ค.2551 ที่ผ่านมา แต่ถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการแจ้งจากกรมสรรพากรว่าจะต้องจ่ายภาษีหรือเบี้ยปรับเพิ่มเติมแต่อย่างใด

"กรณีของเราสรรพากรยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ทั้งสิ้น เท่าที่ทราบไม่ใช่เฉพาะ กสทฯ และทีโอที ฟากเอกชนผู้รับสัมปทานก็โดนเรียกไปให้ข้อมูลด้วย ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่าเรื่องภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมเป็นเรื่องตั้งแต่ปี 2546 แล้ว แต่ทำไมเพิ่งเรียกให้ไปหารือเมื่อปีที่แล้ว"

อย่างไรก็ตาม หลักการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มของ บมจ.กสท โทรคมนาคม จากส่วนแบ่งรายได้ตามสัมปทานจะคิดจากเงินที่ได้รับจริง หลังเอกชนหักภาษีสรรพสามิตแล้ว ไม่ใช่ตามอัตราส่วนแบ่งรายได้ทั้งหมดตามสัญญา แต่อาจมีความแตกต่างเล็กน้อยตามรายละเอียดของสัญญาสัมปทานของแต่ละบริษัท ซึ่งวิธีการคำนวณภาษีดังกล่าวอาจแตกต่างจากวิธีคิดของกรมสรรพากรที่ต้องการให้คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจากส่วนแบ่งเต็มจำนวนก่อนหักภาษีสรรพสามิต

หน้า 32
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 8th, 2008, 12:06 PM   #33
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,515
Likes (Received): 345

ปิดฉากไอทียู...กวาดมาได้ 1.8 หมื่นคน

Bangkokbiznews 8/09/2008


:ไอซีที ชี้ยอดผู้ร่วมงานไอทียู เทเลคอม เอเชีย 2008 ครบ 4 วัน กว่า 18,000 คน วันสุดท้ายแจกบัตรเข้างาน แก้ปัญหาค่าเข้าชม 200 บาท คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านบาท

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายศราวุธ เพชรพนมพร เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า สรุปการจัดงาน ไอทียู เทเลคอม เอเชีย 2008 ระหว่างวันที่ 2 - 4 ก.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่เปิดให้เข้าชมได้เฉพาะนักธุรกิจ นักลงทุนนั้น เมื่อดูจากสถานการณ์ต่างๆ ในประเทศ ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ

ทั้งนี้ หากรวมจำนวนผู้เข้าชมวันที่ 5 ก.ย. ที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมงาน โดยประมาณการณ์มีผู้เข้างานกว่า 3,000 คน เมื่อรวมจำนวนผู้เข้าชมทั้งหมดประมาณ 18,000 คน แม้จะต่ำกว่าเป้า 20,000 คน แต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ

ส่วนเงินสะพัดจากการจัดงาน เนื่องจากไม่ใช่งานขายสินค้า แต่เน้นการเจรจาธุรกิจ จึงไม่สามารถประเมินได้ แต่คาดว่าเงินที่ได้รับจากการเข้าประเทศไทยจะไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านบาท จากเป้าที่วางไว้ 3 พันล้านบาท

บรรยากาศภายในงานวันสุดท้ายที่มียอดผู้ชมสูง ส่วนหนึ่งเพราะผู้สนับสนุนที่จัดนิทรรศการ คือ เอไอเอส ดีแทค ทรู ทีโอที กสท และกระทรวงไอซีที ต่างแจกบัตรเข้าชมงานฟรี

รายงานข่าวจากผู้จัดงาน ระบุว่า ในส่วนผู้ลงทะเบียนล่วงหน้ามีจำนวน 18,400 คน แต่เข้าชมงานจริง 11,585 คน ซึ่งยอดที่หายไปส่วนเป็นกลุ่มเอกชนผู้มาร่วมงาน (Trade Visitors) ลงทะเบียนไว้ 11,860 คน แต่มาจริง 5,378 คน

ด้านนายมั่น พัธโนทัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที กล่าวว่า การจัดงานผ่านไปด้วยดี และเป็นที่น่าพอใจ แม้จะมีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นบ้าง แต่ตัวงานก็ไม่ได้รับผลกระทบ ยังคงมีรัฐบาลต่างประเทศ, นักธุรกิจและนักลงทุนให้ความสนใจเข้าร่วมงาน ในการประชุมสัมมนากว่า 1,000 ห้อง มีการลงทะเบียนเข้าฟังเต็มทุกห้อง

“ช่วง 3 วันแรก งานอาจจะดูเงียบเหงาไปบ้าง แต่ก็จุดประสงค์อยู่ที่ผลที่จะตามมามากกว่า ส่วนวันสุดท้าย มีประชาชนที่สนใจเทคโนโลยีมาร่วมพอสมควร” นายมั่น กล่าว
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 10th, 2008, 07:30 AM   #34
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,515
Likes (Received): 345

ครม.อนุมัติ 3 จีเปิดเอกชนทำแทนทีโอที

Dailynews 10/09/2008


น.ส.วีรินทร์ทิรา นาทองบ่อจรัส รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดอุดรธานีได้เห็นชอบให้บมจ.ทีโอที ดำเนินโครงการสร้างเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 ในระบบ 3จี มูลค่าลงทุน 29,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ หรือไอซีทีเสนอ แต่กำหนดให้ดำเนินการตามความเห็นของ สำนักงานคณะกรรม การพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช.ที่ระบุว่า บมจ.ทีโอทีควรทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการเฉพาะโครงข่ายเท่านั้น แทนการเข้าไปทำตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่แข่งขันกับเอกชน รวมทั้งบมจ.ทีโอทีต้องมีบทบาทในการรับผิดชอบต่อสังคม เช่นการจำกัดของเสียอิเล็กทรอนิกส์ ด้วย

สำหรับวงเงินลงทุนทั้ง 29,000 ล้านบาท กำหนดให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ และจัดหาแหล่งเงินกู้ที่เหมาะสมต่อไป โดยให้พิจารณาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกู้เงินให้เป็นไปตามระเบียบที่ถูกต้อง ซึ่งจะใช้วงเงินกู้ทั้งสิ้น 26,600 ล้านบาท หรือ 92% ของเงินลงทุน และใช้เงินทุนของ บมจ.ทีโอที 2,400 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังจะเป็นผู้พิจารณาว่าการจัดโครงสร้างทางการเงินดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ ส่วนการจัดหาแหล่งเงินกู้เป็นหน้าที่ของทีโอที

รายงานข่าวจาก สศช.แจ้งว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการ สศช.เห็นว่า โทรศัพท์ยุค 3จี ของ บมจ.ทีโอที เป็นสิ่งที่ต้องเดินหน้า ในขณะที่โครงการนี้มีผลตอบแทนการลงทุนอยู่ที่ 20% และมีระยะเวลาคืนทุนภายใน 7 ปี 5 เดือน แต่บมจ.ทีโอที ควรทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายเท่านั้น แทนการเข้ามาทำตลาดแข่งขันกับภาคเอกชน เชื่อว่าเมื่อได้รับการเห็นชอบจาก ครม. แล้ว บมจ.ทีโอที จะเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุค 3จี ได้ในไตรมาสที่ 2 ปี 2552 โดยจะมีการสร้างสถานีส่งสัญญาณ 5,220 แห่งทั่วประเทศ.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 10th, 2008, 07:44 AM   #35
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,515
Likes (Received): 345

DTAC opens new call centre to gear up for 3G demand

Bangkokpost 10/09/2008


DTAC has opened its second call centre in Bangkok in preparation for new demand expected to come from third-generation (3G) data-based services and to reduce its customer churn rate. The 850-million-baht call centre is located in the Rangsit area with 1,000 staff. The country's second largest mobile operator now has 2,200 staff at three call centres _ two in Bangkok and one in Chiang Mai.


The company also plans to spend an additional 500 million baht this year to upgrade software to improve call-centre handling and service efficiency.


Tipayarat Kaewsringarm, chief customer officer, said the new call centre would help the company prepare for stiffer service competition, the introduction of number portability and 3G mobile data communications.


''Given the current saturated mobile-phone market and more sophisticated demand for 3G, customer service satisfaction and customer experience are part of our business strategy,'' she said.


DTAC call centres handled up to 100,000 lines a day with average talking time of three minutes per call. Most of the calls are from customers who seek information about new promotional tariff plans and billing payments.


''With our new advanced call-centre technology, we expect to increase our handling efficiency by up to 30% and reduce talking time by 30% at the same time,'' Miss Tipayarat said. ''We also aim to reduce our churn rate by 40%.''


The company provides services in Thai and five foreign languages: English, Japanese, Chinese, Lao and Burmese.


She said that up to one million Burmese people living in Thailand made calls through staffs with their native languages. DTAC currently has 17 million subscribers.


The company yesterday introduced a series of services including chat, a technology information centre, online services and voice recognition for elderly customers.


DTAC shares closed yesterday on the SET at 43.75 baht, up 50 satang, in trade worth 107.9 million baht.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 11th, 2008, 09:37 AM   #36
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,515
Likes (Received): 345

CAT deal provides multimedia on CDMA

Bangkokpost 11/09/2008


CAT Telecom has signed deals with two Korean content providers to provide multimedia services on its nationwide CDMA mobile network. CAT senior executive vice-president Jirayu Roongsrithong said that Insprit and Internet Protocol Network, an application developer representative in Thailand, would help develop and provide wireless broadband internet and video streaming services on CAT's CDMA network.

He said that three months after the signing of the deals, content from the Korean providers would be put on trial services on the network.

More than 20 local and international content application firms have approached the state telecom enterprise to bring content services to CAT subscribers, he said.

CAT did not set any conditions for any particular provider because it wanted an open market so that its customers would benefit from the content as much as possible.

CAT is stepping up efforts to develop its CDMA services on its own network and that of Hutchison in 25 central provinces where Hutchison has not invested further, he said.

He said CAT was negotiating to buy Hutchison's network to make its CDMA nationwide network complete.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 11th, 2008, 10:15 AM   #37
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,515
Likes (Received): 345

First WiMAX network to link hospitals, clinics in Chiang Rai

Bangkokpost 11/09/2008


The Crown Prince Hospital Foundation, which has over 20 hospitals throughout the country, will operate the first WiMAX network authorised in Thailand and, as of mid-November, providing streaming video and broadband data transfers.

The WiMAX network is being supplied by NEC Corporation and will help bridge the digital divide and link medical facilities located in Chiang Khong district of Chiang Rai on the Mekong River.

The services will operate at 2.5 GHz and provide broadband wireless communications over a range of five kilometres, including to three clinics and to a hospital across the border in Laos. It will expand communications beyond fixed analogue telephone lines to include new video and TV phone services that can assist with remote medical care.

This project follows licensed WiMAX trials issued to 12 telecommunications carriers in January this year and marks an expansion of broadband communications services to a remote area, where previously patients would have had to travel to a major hospital. Now they may be able to receive quality care from a local clinic.

The efficiency of local care will also be improved by granting doctors access to high-speed transmissions for high-capacity data, such as medical imaging files.

NEC senior executive vice president Botaro Hirosaki said in an interview at ITU Telecom Asia last week that healthcare was an application that was very well-suited to WiMAX, adding that "eventually we hope to expand the service to more than 100 sites."

He also stressed the advantages of WiMAX, being the ability to guarantee a quick rollout of the broadband wireless infrastructure and as a cost-effective technology. This minimised the investment needed to create specific applications to run on the broadband wireless environment, which was important, he added.

Hirosaki said: "In Thailand, you have much wider countryside (than Japan) and you have very specific requirements for modernised medical care; so in this environment you have this good reason to accellerate the deployment of WiMAX."

He noted that about one year ago, NEC had started with a WiMAX healthcare application in Taiwan which had provided some practical experience in the field, "so we will be able to bring the outcome of this experience to Thailand.

"I think we can have more sophisticated, up-to-date applications in Thailand, and if both Thailand and Taiwan are successful, then this result could be applied other countries all over the world," he added. Although work on the Taiwan project had begun earlier, the Crown Prince Hospital Foundation project here will be the first to be operational.

Hirosaki said that, in addition to being well-suited to medical applications, WiMAX was also good for education applications and for content distribution.

Two weeks ago, NEC announced that it had received WiMAX Forum's certified seal of approval for its base station and PC card for its 2.5GHz WiMAX portfolio, becoming one of the first to receive 2.5GHz certification.

NEC will monitor the success of Chiang Khong's remote medical care system very carefully in order to determine the best way to introduce new WiMAX services to other Foundation affiliates, an NEC press statement said.

Hirosaki, who oversees NEC's broadband infrastructure projects, also had some advice for operators who may be considering their options in moving to 3G networks.

Speaking during a panel discussion on the "networked generation," at ITU Telecom Asia 2008 he said that for mobile operators who had already invested in a 3G network or who had already obtained licences, an investment in "Super 3G" or Long-Term Evolution (LTE) technology would be "just right."

But for the remaining operators, including ISPs, WiMAX would be very quick and a high-speed solution to create a next-generation Internet application.

The NEC executive vice president offered guidance on how to discriminate or decide between WiMAX and LTE, that will be rolled out in Japan next year.

He said there were two aspects, the first being technical. WiMAX was now available to support bit rates of between 30 and 50 Mbits/sec, he said, which was much faster than today's 3G networks - while noting that anyone wanting 100 megabits or more must wait for true fourth generation technology, or until around 2015.

Hirosaki said that the bit rate for WiMAX, using 2.5 or 3.5 GHz frequency bands, was much higher than today's high-speed data applications on current 3G networks, enough to enjoy video streams from YouTube, for example.

This would stimulate a new business model, including multimedia, in a very quick way when compared with LTE, which would require a couple of years more to be developed, he said.

Taking a closer look at the investment structure, he said that for operators who had already invested in 3G licence fees or in 3G technology, it would be better to choose LTE "because you cannot duplicate your investment." But for those operators who had not yet invested in 3G, they could then choose WiMAX to quickly roll out "a very nice broadband application."

NEC began deploying WiMAX networks three years ago, and Hirosaki also praised Intel for its very strong interest in WiMAX and its investments in chipsets for computers.

At the ITU Telecom Asia exhibition, NEC was demonstrating its Next Generation Network solutions under the concept "to realise secure and reliable society by ubiquitous network," mobile WiMAX, LTE, IP-TV, its Virtual PC Centre, digital signage and UNIVERGE unified communication. Other technologies on display included biometrics and ePassport solutions.





NEC executive vice president Botaro Hirosaki

Last edited by napoleon; September 11th, 2008 at 10:26 AM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 14th, 2008, 12:19 PM   #38
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,515
Likes (Received): 345

Microsoft opens a Thai innovation center

ZDNet Asia 21.05.2008 13:07


Microsoft has opened an innovation centre here, the 110th such center worldwide, which it hopes will foster innovation, stimulate software development and promote investment in Thai software products.



The software giant created the center at Rangsit University's Sathorn Road campus in downtown Bangkok with the support of the National Science and Technology Development Agency (NSTDA), the Association of Thai Software Industry (ATSI) and the university.

Seen as a hub for local software development, activities at the Microsoft Innovation Centre (MIC) kick off Thursday with "Microsoft Innovation Day," which aims to educate local ISVs by sharing best practices and showcasing case studies.

Microsoft now has innovation centers in 36 countries, and this the MIC here located at Rangsit University's Sathorn Thani campus where developers, ISVs, investors and members of the local software industry are invited to create new software, transfer technology and enhance their skills for developing software innovations.

Technologies offered at the MIC already include RFID readers, fingerprint readers, Windows Mobile devices and Tablet PCs. The MIC also recognizes the important link between investors and software developers and provides a focal point where investors can meet new generation developers, while developers can meet Independent Software Vendors, according to a press statement.

Last edited by napoleon; September 21st, 2008 at 08:53 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 14th, 2008, 12:21 PM   #39
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,515
Likes (Received): 345

ซอฟต์แวร์ปาร์คดันภูเก็ตรุกธุรกิจซอฟต์แวร์

Bangkokbiznews 14/09/2008


ซอฟต์แวร์พาร์คไทยนั่งแท่นประธานซอฟต์แวร์พาร์คโลก ดันจัดซอฟต์แวร์พาร์คฟอรั่มลงภูเก็ตปีหน้า พร้อมจับมือเป็นพันธมิตรกับซิลิคอนวัลเล่ย์จีน ได้พื้นที่สำนักงานฟรี เป็นฐานให้ลุยตลาดทั่วโลก

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือซอฟต์แวร์พาร์ค เปิดเผยว่า จากการประชุมของซอฟต์แวร์พาร์คทั่วโลกประเทศจีน เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา มีมติให้ก่อตั้งองค์กรที่ชื่อว่า เอเชีย-โอเชียเนียซอฟต์แวร์พาร์คอัลไลแอนซ์ ขึ้นเพื่อเป็นหน่วยงานที่สร้างความร่วมมือระหว่างซอฟต์แวร์พาร์คในภูมิภาคเป็นครั้งแรก และการเร่งสร้างให้กลุ่มนี้เป็นช่องทางเปิดสู่โอกาสทางการตลาดในภูมิภาค

โดยเน้นให้บริษัทซอฟต์แวร์สามารถแลกเปลี่ยนความร่วมมือระดับพาร์ค และผ่านโลกไซเบอร์ด้วยการเชื่อมต่อผ่านเว็บไซต์ www.softwareparks.asia

นอกจากนั้นองค์กรจะมุ่งเน้นการจับคู่ธุรกิจ การแลกเปลี่ยนข้อมูลการตลาด เทคนิคที่เป็นประโยชน์ พร้อมทั้งสนับสนุนผู้ประกอบการในแต่ละประเทศให้เชื่อมโยงธุรกิจระหว่างกันได้อย่างเป็นรูปธรรม สำหรับเจ้าของพาร์คจะได้โอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จระหว่างกันเพื่อนำไปสู่การบริหารพาร์คที่ดีขึ้น

“ทุกอย่างจะเป็น virtual มากขึ้น เพราะจะนำเทคโนโลยี social networking อย่างเช่น facebook มาเป็นสื่อในการประชุม ทำให้การประชุมแบบที่ต้องเจอหน้าเหลือเพียงปีละครั้งเท่านั้น และต่อไปจะมี solution center จากบริษัทที่อยู่ในแต่ละพาร์คไปอยู่ในนั้น” นาวสุวิภากล่าว

โดยล่าสุดที่ประชุมได้มีมติเลือกให้ซอฟต์แวร์พาร์คประเทศไทยเป็นประธานคนแรก โดยมีรองประธานมาจากหลายประเทศเข้าร่วม และมีวาระในตำแหน่ง 1 ปี หนึ่งในหน้าที่หลักของประธานก็คือการจัดงานซอฟต์แวร์พาร์คฟอรั่มในปีถัดไป ซึ่งในปี 2009 นั้นที่ประชุมได้เลือกซอฟต์แวร์พาร์คภูเก็ตเป็นสถานที่จัดงาน

“ก่อนหน้านั้นในการประชุมครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ทางซอฟต์แวร์พาร์คประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพ และครั้งที่สองซอฟต์แวร์พาร์คเซี๊ยะเหมิน ของจีนเป็นผู้จัดงาน จากที่ประชุมล่าสุดในปีถัดไปทางซอฟต์แวร์พาร์คภูเก็ต ซึ่งเป็นองค์กรที่เป็นอิสระจากซอฟต์แวร์พาร์คประเทศไทยเป็นผู้ที่ถูกรับเลือก ซึ่งจะส่งผลดีอย่างมากต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ที่มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากในช่วงเวลาอันใกล้นี้” นางสุวิภากล่าว

คาดว่าการจัดงานซอฟต์แวร์พาร์คฟอรั่มครั้งที่ 3 ที่ภูเก็ตจะมีขึ้นประมาณเดือนตุลาคมปีหน้า โดยขณะนี้ทางซอฟต์แวร์พาร์คภูเก็ตได้นำเสนอแผนอย่างย่อเพื่อจะใช้งานนี้ยกระดับภูเก็ตให้เป็นเมืองไอทีเฉพาะทาง โดยเน้นสองจุดคือ การเป็นเมืองภูเก็ตพาราไดซ์ ที่เน้นการเป็นศูนย์วิจัยของโลก ตามแนวคิดของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือซิป้า กับการเป็นพาร์คที่เน้นไอทีสำหรับอุตสาหกรรมสุขภาพ การแพทย์ และท่องเที่ยว

การจัดงานครั้งนี้ทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที, ซิป้า และซอฟต์แวร์พาร์คประเทศไทย และซอฟต์แวร์พาร์คภูเก็ต จะร่วมกันสนับสนุนงบประมาณ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจากวงการซอฟต์แวร์ประมาณ 200 คน และจะมีกลุ่มธุรกิจใหม่คือ กลุ่มทุนที่ต้องการลงทุนในธุรกิจซอฟต์แวร์แนวใหม่ คาดว่าจะทำให้เป็นตัวเร่งให้ซอฟต์แวร์พาร์คภูเก็ตที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างดำเนินการได้เร็วขึ้นกว่าแผนเดิมที่กำหนดไว้

จากการประชุมครั้งล่าสุดนั้นทางซอฟต์แวร์พาร์คประเทศไทยได้นำองค์กรซอฟต์แวร์พาร์คระดับท้องถิ่นในไทยคือ ซอฟต์แวร์พาร์คภูเก็ต, ซอฟต์แวร์พาร์คเชียงใหม่, ซอฟต์แวร์พาร์คโคราช, ซอฟต์แวร์พาร์คอีสาน เข้าร่วมทำบันทึกข้อตกลงกับซอฟต์แวร์พาร์คเซี๊ยะเหมิน

ซอฟต์แวร์พาร์คฟูโจว, ซอฟต์แวร์พาร์คพม่า, ไซเบอร์วิวและไซเบอร์พอร์ตของมาเลเซีย, ซอฟต์แวร์พาร์คไต้หวัน และองค์การด้านไอทีจากฮ่องกง เนปาลและบรูไน เพื่อเป็นพันธมิตรในการร่วมมือกันส่งเสริมผู้ประกอบการร่วมกัน

นอกจากนั้นทางซอฟต์แวร์พาร์คประเทศไทยยังลงนามความร่วมมือเป็น Sister Park กับเซี๊ยะเหมิน ซอฟต์แวร์พาร์ค ซึ่งได้สร้างกลุ่มอาคารสำหรับธุรกิจซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่เหมือนเช่น ซิลิคอนวัลเล่ย์ ของอเมริกา รวม 90 อาคาร และได้เสนอพื้นที่อาคารให้บริษัทซอฟต์แวร์ไทยเข้าไปใช้พื้นที่โดยไม่คิดมูลค่า รวมทั้งช่วยเหลือในการจับคู่ธุรกิจ ทำให้การติดต่อธุรกิจด้านซอฟต์แวร์ หรือการเชื่อมโยงกับแหล่งทรัพยากรในประเทศจีนทำได้ง่ายขึ้น
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 14th, 2008, 07:35 PM   #40
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,515
Likes (Received): 345

National Single Window & E-logistics รัฐทุ่ม 300 ล้าน สานฝันเป็นจริง

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4036


พัฒนาการของระบบ single window เพื่อการเชื่อมโยงข้อมูลใบอนุญาตและใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการนำเข้าส่งออกในประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อ 6 ปีก่อน ด้วยเสียงเรียกร้องของผู้ประกอบการภาคเอกชนที่ขอให้ภาครัฐช่วยแก้ปัญหาด้านเอกสารเพื่อการนำเข้า-ส่งออก เนื่องจากมีหน่วยงานภาครัฐ-เอกชนที่เกี่ยวข้องในการนำเข้า- ส่งออกหลายแห่ง และต้องใช้เวลาหลายวันเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารจำนวนมาก

ขณะเดียวกันระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ของแต่ละหน่วยงานภาครัฐ ต่างฝ่ายต่างใช้ ไม่มีการบูรณาการในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อให้ระบบโลจิสติกส์ของเอกสารไหลลื่นไปกับสินค้า-การเงินที่ทำธุรกรรมกัน ทำให้ต้นทุนในการส่งออก-นำเข้าสูง ต้นทุนสู้คู่แข่งไม่ได้ และบ่อยครั้งสินค้าตกเรือส่งออกไม่ได้

ยูเอ็นชี้โลจิสติกส์เอกสารแย่

ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น 5-10%

ผศ.ดร.สมนึก คีรีโต ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ปรึกษากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในโครงการเพื่อการสร้างรายการข้อมูลมาตรฐานเพื่อการนำเข้า-ส่งออกสินค้า (data hamonization and standardization) เปิดเผยว่า จากการศึกษาของสถาบันนวัตกรรมฯถึงปัญหาด้านเอกสารในขั้นตอนโลจิสติกส์การนำเข้า- ส่งออกของไทย ยังไร้ประสิทธิภาพด้านข้อมูลเอกสารค่อนข้างมาก อีกทั้งการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 28 หน่วยงานภาครัฐ และ 8 กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ต่างฝ่ายต่างทำ โดยสถาบันพบว่ามีเอกสารถึง 40 แบบฟอร์มมีข้อมูลที่ต้องกรอก 200 รายการข้อมูล และมีข้อมูล 30 รายการต้องกรอกซ้ำ 30 ครั้ง ข้อมูลกว่า 60-70% ต้องกรอกซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้ง เอกสารส่วนใหญ่เป็นกระดาษ ระบบไอที ที่ใช้อยู่ก็ไม่เชื่อมโยงกัน ขาดมาตรฐานการแลกเปลี่ยนและบูรณาการข้อมูล เกิดความผิดพลาดง่าย ใช้เวลานาน ต้นทุนสูง ซึ่งปัญหาความล่าช้าเหล่านี้องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ชี้ว่า ทำให้ต้นทุนของสินค้าสูงขึ้น 5-10% หรือมากกว่า

ยกตัวอย่างกรณีการส่งออกกุ้งแช่แข็งไทยไปญี่ปุ่น มีจำนวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 15 แห่ง มีการใช้เอกสารถึง 30 ฉบับ 788 รายการข้อมูล ตั้งแต่ใบยืนยันการเสนอขาย ใบสั่งซื้อ คำร้องขอตรวจผลิตภัณฑ์ รายงานผลการวิเคราะห์ ฯลฯ ซึ่งกรณีนี้เริ่มมีการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์แล้ว 6 ฉบับ คือ ใบขนสินค้าขาออก บัญชีตู้สินค้าบรรทุกลงเรือ/รายการคอนเทนเนอร์บรรทุกลงเรือ ข้อมูลสินค้าสำหรับเรือ (manifest) บัญชีตู้สินค้าขาออก ใบคำขอหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า และหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า จึงเป็นโจทย์ที่ต้องดำเนินการต่อไป ในการลดรายการข้อมูลจาก 788 ลงมาเหลือ 200 รายการข้อมูล และควรส่งหน้าต่างเดียว (single window)

ในส่วนขั้นตอนการส่งออกกุ้งทางเรือไปญี่ปุ่นนั้น ผศ.ดร.สมนึกกล่าวว่า ใช้เวลา ทั้งสิ้น 30 วัน ใน 11 ขั้นตอน นับตั้งแต่รับใบคำสั่งซื้อจากต่างประเทศจนถึงขั้นตอนสุดท้ายจัดการทางการเงินเพื่อส่งสินค้าลงเรือ ปรากฏว่าเสียเวลาเกือบครึ่งหนึ่ง หรือใช้เวลา 14 วันในขั้นตอนตรวจรับรองคุณภาพกุ้งที่จะส่งออก อาทิ การสุ่มตรวจ การตรวจสอบหาแหล่งกำเนิดสินค้า ใบรับรองถิ่นกำเนิด ประกันภัยสินค้า

จากการสำรวจข้อมูลของธนาคารโลก เมื่อเดือนธันวาคม 2550 เปรียบเทียบประสิทธิภาพของขั้นตอนเอกสาร เวลาและค่าใช้จ่ายในการนำเข้า-ส่งออกสินค้ามาตรฐานทางเรือทุกประเภทโดยรวม พบว่าเดนมาร์ก เอสโตเนีย และสิงคโปร์ ใช้เวลาน้อยที่สุดเพียง 5 วัน ไทยใช้เวลา ลดลงเหลือเพียง 17 วันหลังกรมศุลกากรนำระบบศุลกากรไร้กระดาษ (E-custom) มาใช้ จากก่อนหน้านั้นที่ใช้ระบบ EDI ใช้เวลา 24 วัน ซึ่งเมื่อคิดความสูญเสียต่อ 1 วัน จะสูงถึง 0.5% ของราคาสินค้า

เปิด 5 แผนผลักดัน NSW

สำหรับความก้าวหน้าการดำเนินงานพัฒนาระบบ national single window (NSW) นั้น ดร.สมนึกกล่าวว่า มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 แผน


1.รัฐบาลได้สนับสนุน งบประมาณให้แก่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาต ใบขน และใบรับรองในการนำเข้า-ส่งออกสินค้า เพื่อพัฒนาระบบเชื่อมโยงและ Backend IT ให้กับ 12 หน่วยงานผ่านกระทรวงไอซีทีไปแล้ว มูลค่า 152.93 ล้านบาท อาทิ กรมปศุสัตว์ 16.2 ล้านบาท กรมวิชาการเกษตร 37.06 ล้านบาท กรมการขนส่งทางบก 5.8 ล้านบาท สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ 5.9 ล้านบาท กรมป่าไม้ 11.11 ล้านบาท กรมสรรพสามิต 11.99 ล้านบาท กรมประมง 36.41 ล้านบาท สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม 22.81 ล้านบาท เป็นต้น

2.การลดรูป สร้างความสอดคล้องและจัดทำมาตรฐานรายการข้อมูลและมาตรฐานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (data hamonization) โดยกรมศุลกากรซึ่งเป็นเจ้าภาพหรือเป็นหน่วยงานกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูล NSW ได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบตรวจสอบใบอนุญาต/ใบรับรอง ด้านกระทรวงคมนาคมกำลังดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับทุก โหมดการขนส่งจำนวน 59 เอกสาร (แบบฟอร์ม) ทั้งหมด 1,378 รายการข้อมูล ลดรูปแล้วเหลือเพียง 213 รายการข้อมูล ซึ่งปีงบประมาณ 2551-2552 สำนักงานปลัดกระทรวง กรมการขนส่งทางบก น้ำ และอากาศ กำลังพัฒนาระบบบางส่วนแล้ว

ทางด้านกระทรวงไอซีทีกำลังดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับใบรับรอง-ใบอนุญาตและเอกสารเพื่อส่งออกและนำเข้าสินค้าอื่นๆ อีกไม่ต่ำกว่า 190 เอกสาร

3.ทางด้านการจัดกิจกรรมสนับสนุนหน่วยงาน กระทรวงไอซีทีกำลังเริ่มต้นโครงการสนับสนุน ติดตาม ให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ มีกิจกรรมหลักๆ คือ การสร้างคุณค่าให้ภาครัฐและเอกชนตระหนักถึงความสำคัญและจำเป็น การฝึกอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งติดตามผลการนำงบประมาณไปใช้พัฒนาระบบ Backend IT และระบบเชื่อมโยงข้อมูล

4.จัดตั้งและพัฒนาระบบ national root certification authority ผู้ให้บริการออกใบรับรอง ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสนับสนุนให้มีการใช้ E-signnature ระหว่างผู้ให้บริการต่างรายในประเทศและแลกเปลี่ยนกับ E-signnature ที่ออกโดย ผู้ให้บริการ CA ในต่างประเทศได้ด้วย

5.กระทรวงไอซีทีได้เร่งศึกษารูปแบบธุรกิจของระบบ SWeL (single window & E-logistics) ไม่ว่าจะเป็นแนวทางของระบบกำกับดูแล แนวทางการลงทุนและ รูปแบบการดำเนินการ รวมทั้งวิธีการคิดราคาค่าบริการ

data hamonization กุญแจแห่งความสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม NSW จะสำเร็จได้หรือไม่ สิ่งที่สำคัญคือ การสร้างความสอดคล้องของรายการข้อมูลเพื่อสร้างมาตรฐานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ จึงได้มีการตั้งโครงการ data hamonization ซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับมีมากมาย ได้แก่ มาตรฐานร่วมกันสำหรับข้อมูลการนำเข้า ส่งออก และเคลื่อนย้ายสินค้า ลดความ ซ้ำซ้อนของข้อมูล อำนวยความสะดวกให้หน่วยงานภาครัฐสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพิ่มความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับในระดับภูมิภาคและในระดับนานาชาติต่อไป

ในปีงบประมาณ 2552 กรมศุลกากรในฐานะเจ้าภาพ NSW จะได้รับงบประมาณอีก 300 ล้านบาทมาพัฒนาระบบ NSW เพื่อแลกเปลี่ยนเชื่อมโยงข้อมูลกับ 28 หน่วยงานให้ไหลลื่นและมีความปลอดภัยแม้ในยามฉุกเฉิน

"ภาพโดยรวมการพัฒนา national single window & E-logistics ขั้นที่ 4 (พ.ศ.2551-2552) ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประสิทธิภาพทางการค้าและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศแล้ว กรมศุลกากรในฐานะเจ้าภาพกลางเริ่มนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในงานพิธีการ นำเข้า-ส่งออกที่ปราศจากการใช้กระดาษกับ ผู้ที่มาติดต่อรวมทั้งหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งใบอนุญาตและใบรับรอง ถิ่นกำเนิด ใบรับรองสุขภาพ

เหลือเพียงขั้นสุดท้าย (พ.ศ.2551-2558) ที่ไทยจะต้องนำระบบนี้ไปติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และกลุ่มประเทศสมาชิกเอเปก 21 ประเทศ" ผศ.ดร.สมนึกกล่าว

หน้า 10
napoleon no está en línea   Reply With Quote


Reply

Tags
ประมูล, ประมูล 3g, 3จี ประเทศไทย

Thread Tools
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 10:59 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2013, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.1.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2013 DragonByte Technologies Ltd.
vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2013 DragonByte Technologies Ltd. (Resources saved on this page: MySQL 25.00%)

SkyscraperCity - In Urbanity We Trust

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu