daily menu » rate the banner | guess the city | one on one

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum

Thai Forum Sawasdee! Welcome to the Land of Smile


Reply

 
Thread Tools Display Modes
Old October 5th, 2008, 07:21 PM   #81
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

ขึ้นปีที่ 7 ไอซีทีหวังใช้อุตสาหกรรมไอซีที ดันจีดีพีไทยพุ่ง 20%

Thairath [4 ต.ค. 51 - 05:29]


นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอทีซี กล่าวว่า งานต่อไปของกระทรวงไอซีที เป็นงานครบรอบการสถาปนากระทรวงไอซีที 6 ปี โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากระทรวงฯได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไปใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ผลสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของทุกหน่วยงานในกระทรวงฯ และจากนี้ต่อไป จะเร่งต่อยอดและพัฒนาอุตสาหกรรมไอซีที เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศให้มากขึ้น

“ก้าวต่อไปของกระทรวงฯจะเร่งยกระดับมาตรฐานไอซีที ของประเทศไทยไปสู่การเป็น Smart Thailand โดยการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาประเทศไทยให้เป็นสังคมอุดมปัญญา ด้วยการใช้ไอซีที ซึ่งกระทรวงฯจะผลักดันอุตสาหกรรมไอซีทีให้มีสัดส่วนมูลค่าเพิ่มต่อ จีดีพี ไม่น้อยกว่า 20% รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนอย่างน้อย 50% สามารถเข้าถึงและใช้ข้อมูลข่าวสารสารสนเทศได้ โดยมีโครงการที่จะมาเป็นแรงกระตุ้น เช่น โครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยไอซีที การพัฒนากฎหมายด้านไอซีที พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ” รมว.ไอซีที กล่าว

นายมั่น กล่าวต่อว่า สำหรับกรอบนโยบายหลักในปี 2552 ที่วางไว้จะมีเรื่องโครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม หรือUSO การจัดตั้งมหาวิทยาลัยไอซีที การผลักดันซอฟต์แวร์ไทยให้แข่งขันกับต่างประเทศได้ เรื่องความปลอดภัยในการใช้ซอฟต์แวร์ต่างๆ และจับมือกับกระทรวงศึกษาธิการดำเนินโครงการสถาบันไอซีที

รมว.ไอซีที กล่าวถึงการเปลี่ยนคณะกรรมการ หรือ บอร์ด ของหน่วยงานในสังกัด ได้แก่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ ทีโอที และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ว่า จะต้องหารือกับนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก่อนในฐานะที่กระทรวงคลังเป็นผู้ถือหุ้น 100 % ของ 2 หน่วยงาน โดยตนได้มีแนวคิดให้ทั้ง 2 หน่วยงานรวมเป็นองค์กรเดียวกัน เพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆได้ แต่เป็นเรื่องที่อ่อนไหว และหากพูดมากไปอาจมีผลกระทบกับทั้งพนักงาน และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจของทั้ง 2 หน่วยงาน

ด้านนายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวงฯได้จัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ 2) ของประเทศไทย พ.ศ.2552-2556 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และเตรียมที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในการประชุมครั้งหน้า และในปี 2552 จะมีการกำหนดกรอบนโยบายไอซีที 2020 (พ.ศ.2554-2563) เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทยในระยะเวลา 10 ปี ข้างหน้า โดยคาดว่าจะมุ่งเน้นการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดในการใช้บริการ

“ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา กระทรวงฯได้ผลักดันให้มีการดำเนินโครงการต่างๆเพื่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมหลายโครงการ โดยเน้นที่การพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ใน 5 ด้านคือ e-Society , e-Education , e-Industry , e-Commerce และ e-Government ที่ได้มีโครงการเกิดขึ้นอย่างมากมาย เช่น โครงการศูนย์การเรียนรู้ ไอซีที ชุมชน Government Contact Center การจัดงานนิทรรศการและการประชุมไอซีทีระดับนานชาติ หรือ ไอทียู พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 เครือข่ายสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ และบัตร สมาร์ทการ์ด เป็นต้น” ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าว
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old October 6th, 2008, 12:36 AM   #82
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

รู้จักกับผอ.ไฟแรง “ซิป้า” กับกลยุทธ์ผลักดันไทยสู่สากล

Thairath [4 ต.ค. 51 - 06:07]


หลังจากประสบความสำเร็จ และสร้างความเชื่อมั่นในตำแหน่งผู้บริหารด้านเทคโนโลยี จนเป็นที่รู้จักในประเทศไทยและต่างประเทศระดับหนึ่งแล้ว ล่าสุด ดร.รุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า ที่เพิ่งจะเข้านั่งเก้าอี้ได้ไม่นาน ก็ขับเคลื่อนโครงการด้านอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยให้รุดหน้าไม่น้อยกว่าต่างชาติ ทั้งเร่งสานต่อโครงการแผนงบประมาณที่มีอยู่เดิมในปี 2551 และผุดโครงการใหม่ในปี 2552 พร้อมกับอุปสรรคต่างๆ โดยเฉพาะพิษการเมือง และปัญหาอื่นๆ ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน


ขณะที่เบื้องหลังความสำเร็จ คือ การฉีกแนวของประเทศไทยออกมาเพื่อดึงจุดเด่นให้ต่างประเทศเข้ามาสนใจร่วมลงทุน ลองมาฟังความคิดเห็นจากผู้บริหารซิป้าคนใหม่ถึงกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในประเทศ ณ บัดนี้...

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

IT Exclusive: โครงการปี 2551 ที่สำเร็จ หลังจากผอ.เข้ามาดำรงตำแหน่ง?


ดร.รุ่งเรือง : พอเข้ามางบปี 51 ไม่ได้ทำอะไรเลย เคยทำอะไรมา ให้ทำไปอย่างนั้น เท่ากับไปเปลี่ยนไม่ได้ เพราะ1.เป็นกรอบปีงบประมาณ 2.ไม่พยายามเปลี่ยน เพราะจะทำให้สับสน แต่สิ่งที่พยายามทำ คือ กำหนดยุทธศาสตร์ ปี 52 ให้ชัดเจน แล้วก็ล้อกับแผนแม่บท ก่อนตั้งโครงการ ปี 52 ให้ชัดเจน ในปี 51 ใช้งบประมาณ 200 กว่าล้าน แต่มีโครงการ 86 โครงการ พอ ปี 52 ได้ งบเท่าเดิม แต่มีแค่ 10 โครงการ


การที่โครงการเยอะๆ แล้วทำงานอบรมอะไรหลายๆ อย่าง พยายามทำให้เป็นรูปแบบ มีแบบแผน มียุทธศาสตร์ มีความชัดเจน เพราะฉะนั้นในเรื่องหลักๆ ปี 51 ตามที่บอกตั้งแต่ต้น ต้องเป็นตามแผนปีงบประมาณ 51 ในหลักการ คือ ดูแลการทำงานการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งได้ตั้งคณะกรรมการเร่งรัดการใช้งบประมาณ 51 ให้เกิดประสิทธิภาพ โดยช่วงที่ผ่านมา สรุปออกมาว่า มีเงินเหลือ ประมาณ 69 ล้าน


IT Exclusive: โครงการปี 2552 ที่ซิป้าจะทำมีอะไรบ้าง?


ดร.รุ่งเรือง : เรื่องของการวัตถุประสงค์ พัฒนาบุคลากร ยกระดับมาตรฐาน ร่วมมือกับหน่วยงาน ที่เป็นเครือข่ายให้เกิดการบริการที่สมบูรณ์ และส่งเสรมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไปใช้ในสาขาต่างๆ รวมทั้งการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา งบประมาณปี 52 ซิป้า กำหนดเป็นยุทธศาสตร์ต่างๆ ไว้ 6 กลยุทธ์ ด้วยกัน คือ


กลยุทธ์ที่ 1การพัฒนาส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และดิจตอลคอนเทนท์ ของไทย โดยแยกอ 4 โครงการ ดังนี้ 1.1การจัดทำระบบบริการซอฟต์แวร์และข้อมูลอุตสาหกรมมกลางแห่งชาติ 1.2การพัฒนาผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทย 1.3 การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย และ 1.4 การคัดสรรผลิตภัณฑ์ดีเด่นแห่งชาติ เป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีการสร้างผลงานให้ได้ในระดับโลก และส่งไปแข่งขันในต่างประเทศ


กลยุทธ์ที่ 2 การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสิทธิประโยชน์ โดยได้ผ่านคณะกรรมการให้สามารถร่วมทุนกับภาคเอกชนได้


กลยุทธ์ที่ 3 การสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ผลิตบุคลากรซอฟต์แวร์ มี 2 โครงการหลัก คือ 3.1 การจัดตั้งสถาบันวิชาชีพด้านซอฟต์แวร์ โดยพยายามติดต่อสถาบันระดับโลกมาตั้งในเมืองไทย 3.2 การส่งเสริมความร่วมมือกับสถาบันศึกษาในการผลิตนักพัฒนาซอฟต์แวร์ จัดหาสถานที่ ประสานงานกับคนในภาคอุตสาหกรรม ให้มาเรียน แล้วได้งาน ทั้งนี้ปี 2552 ถ้าใครสอบผ่านมาตรฐานสากล ซิป้าการันตี โดยการหางานให้ เริ่มต้นโดยคนในภาคอุตสาหกรรมที่ทำกันมาแล้ว เพื่อช่วยยกฐานะและกระตุ้นระบบการศึกษาให้ตื่นตัว


กลยุทธ์ที่ 4 ผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง ไอซีทีของภูมิภาค มี 4 โครงการ คือ 4.1 ศูนย์กลางวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมไอซีที ระดับโลก 4.2ศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมดิจิตอล คอนเทนต์ แห่งประเทศไทย 4.3ศูนย์บ่มเพาะและพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และ 4.4 ศูนย์กลางรับงานอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์โลก


กลยุทธ์ที่ 5 พัฒนาศักยภาพการแข่งขันด้านไอทีของประเทศไทย มี 2 โครงการ คือ 5.1 ส่งเสริมการใช้และพัฒนาโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ 5.2ส่งเสริมการใช้ไอซีที สำหรับวิสาหกิจ และ


กลยุทธ์ที่ 6 การส่งเสริมและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มี โครงการส่งเสริมมาตรการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา


IT Exclusive: แนวทางในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ปี 2552


ดร.รุ่งเรือง : ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของกรรมาธิการพิจารณางบประมาณของรัฐสภา คิดว่าอีกไม่นาน คงผ่านออกมาตามขั้นตอน หลังจากผ่านแล้ว จะประชุมร่วมกัน ทั้ง ซิป้า ซอฟต์แวร์พาร์ค เนคเทค ได้คุยกับผู้อำนวยการของทั้งสองศูนย์เรียบร้อย โดยจะนำแผนงานปี 2552 มาเปิดเผย และเปลี่ยนเป็นการร่วมมือกัน เรียกได้ว่า เป็นครั้งแรก โดยได้งบประมาณ 300 กว่าล้าน ขณะที่ปี 2552 เนื่องจากแต่ละคนมีแผนงานของเดิมอยู่ ก็จะจัดไปเป็นของตนเอง แต่จะดึงมาร่วมกัน ในส่วนปี 2553 จะดึงมาเกี่ยวข้องกันทั้งประเทศ พยายามให้เป็นงานอันเดียวกัน อนาคต สำหรับนวัตกรรม ผลงาน รางวัล จะร่วมมือ 3 หน่วยงาน ร่วมกันทำ ทั้งหมดน่าจะเป็นแนวทางที่ดีในการทำงาน โดยเฉพาะในแผนแม่บทที่กำลังจะเข้าครม. ในยุทศาสตร์ที่ 5 และ 6 เป็นเรื่องของการพัฒนาผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ หรือไอที กับการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เข้มแข็ง ด้วยการใช้ไอที ซิป้าก็จะมีบทบาท มากกว่า 60 % ในสองยุทธศาสตร์หลักดังกล่าว


IT Exclusive: สองยุทธศาสตร์หลัก จะเริ่มดำเนินการเมื่อใด?


ดร.รุ่งเรือง : ความจริงในแนวทางได้เริ่มดำเนินงานแล้ว เพราะอยู่ในกรอบโครงการงบประมาณ 52 พร้อมยุทธศาสตร์ ที่ซิป้า ทำอยู่ ที่พูดอ้างอิง เพราะจะได้เห็นว่า ต่อไปนิงานทุกอย่างจะอยู่ในกรอบ ภาพใหญ่รวมกับแผนแม่บทรวมกัน ซิป้าก็จะไปช่วยในยุทธศาสตร์ 5-6 ดังกล่าว หน่วยงานอื่นก็จะไปช่วยในยุทธศาสตร์อื่น เพราะฉะนั้น ไม่ว่าเราจะทำอะไร ไปต่อจิ๊กซอ หรือไปร่วมมือกับใคร ขณะเดียวกัน ก็ทำให้เป็นรูปธรรมจริงๆ ตอนนี้สิ่งที่พยายามทำ คือร่วมกันทั้งแนวทางและแผนแม่บท ยุทธศาสตร์ กับวิชาการ กับการเป็นรูปธรรม ที่ง่ายที่สุดในส่วนราชการ คือ เอาแผนที่งบประมาณมาตั้งเอาไว้ ส่วนวิธีที่จะทำเป็นรูปธรรมง่ายๆ คือ เอาแผนของงบประมาณมาตั้งไว้ โดยได้งบจากงบประมาณแผ่นดิน 30 ล้าน เนคเทค จะทำในเรื่องนี้มั้ย หรือ ซอฟต์แวร์พาร์คจะทำในเรื่องนี้มั้ย หรือจะทำอะไร หรือที่ทำอยู่ มาร่วมกันในโครงการ หรือเนคเทค มีโครงการ จะชวนซิป้า ไปร่วมงานกัน ผมถึงบอกวิธีร่วมที่เป็นรูปธรรมที่สุด คือ เอาโครงการ และงบประมาณ ไปร่วมกัน หลังจากผ่านพ.ร.บ.งบประมาณ จะเรียกประชุมร่วมกับ 3 หน่วยงาน


IT Exclusive: ประเมินภาพรวมของซอฟต์แวร์ในประเทศไทยขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง


ดร.รุ่งเรือง : การพัฒนาคนต้องควบคู่ไปกับตลาด แยกเป็นส่วนๆ ไม่ได้ เพราะถ้าพัฒนาคนเสร็จแล้ว ไม่มีตลาด คนก็ออกมาไม่มีงาน ไปสัก2-3 ปี ก็ไปทำอาชีพอื่น ขณะเดียวกัน การไปทำตลาดก็ไม่มีคน เพราะฉะนั้นต้องมีวิธีทำที่คู่ขนานกัน จึงทำการสำรวจความต้องการด้านบุคลากร พบว่าทั้งตลาดขาดคนจำนวนมาก ขณะเดียวกัน คนที่มีอยู่มาก ก็ไม่ตรงกับความต้องการ ไม่มีคุณภาพสูงพอที่จะว่าจ้าง วิธีแก้ก็คือ ต้องไปทำให้มีคุณภาพเพียงพอ


IT Exclusive: ขณะนี้ตลาดอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทยต้องการคนอีกเท่าไร


ดร.รุ่งเรือง : ในตลาดซอฟต์แวร์ ต้องการมหาศาลเลย อย่างน้อยที่สุด 20,000 คน เพราะถ้าต่อไปประเทศไทยสามารถเอาท์ซอสซิ่งได้อีกเนี่ย ผมถึงบอกว่าพัฒนาคนให้มีคุณภาพเถอะ แล้วจะหางานให้ โดยเฉพาะงานวิชาชีพเป็นเรื่องๆ อย่างเช่นเรื่องดิจิตัลคอนเทนท์ หรือเรื่องเอาท์ซอสซิ่งในธุรกิจอีเซอร์วิสต่างๆ เช่น ที่จะเน้นในแผนแม่บทมีอยู่ 2 เรื่อง คือ เรื่องบริการ ทางด้านการพยาบาลและสุขภาพ และ บริการด้านการท่องเที่ยว


IT Exclusive: ช่วยอธิบายคำว่า เนชั่นแนลแฟลคชิฟ (National Flagship)?

ดร.รุ่งเรือง : คือการแข่งกับทุกประเทศในโลก คำถามง่ายๆ คือ จะแข่งชนะเขาได้อย่างไร อย่าลืม กับมาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลี เวียดนาม ทำอย่างไรจึงจะแข่งชนะได้ ถ้ามองในภาพรวมตัวเลข อันดับในการแข่งขันประเทศไทยแพ้ต่างชาติ จึงต้องหาจุดเด่น ที่จะเริ่มจูงใจประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้มาสนใจการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในประเทศไทย และนับเป็นโครงการยุทธศาสตร์เชิงรุกที่สำคัญ ในกลุ่มโครงการแห่งชาติอื่นๆ ที่มีความต่อเนื่องผูกพันกันอีก 3 โครงการ อันประกอบด้วย โครงการ Thailand Digital Content Centre ที่กรุงเทพฯ โครงการ Global Outsourcing Centre ที่เชียงใหม่ โครงการ National Incubation and Training Centre ที่ขอนแก่น ที่จะเป็นการสร้างอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย เพราะฉะนั้นถ้าจะตามแบบไม่ทันแน่นอน จึงต้องฉีกแนวออกไปนี่คือ เสน่ห์ของ เนชั่นแนลแฟ็ลคชิฟ ที่เกิดขึ้น


IT Exclusive: ถ้าได้เข้าไปพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษาจะพัฒนา โดยเริ่มระดับมัธยมปลาย หรืออุดมศึกษาก่อน


ดร.รุ่งเรือง : การเริ่มต้น ต้องมองว่า คนที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมแล้ว นักศึกษาที่กำลังจะจบ เพราะฉะนั้นจุดเริ่มต้น คือ ต้องมาเน้นที่กลุ่มนี้ก่อน ส่วนมัธยมปลาย มองถึงอนาคต โดยการสร้างสังคมการเรียนรู้ แต่ถ้าพูดถึงการพัฒนาคนเพื่อสนองอุตสาหกรรม ต้องเน้นที่คนที่จบทางภาคอุตสาหกรรมให้มีคุณภาพสูงขึ้น และคนใหม่ๆ ที่กำลังจะจบออกมาให้ตรงกับทิศทาง วิชาชีพ และแนวทางที่ตลาดต้องการ ดังนั้นจะเห็นว่า ระหว่างมัธยมและอุดมศึกษาจะคนละกรอบกัน ตอนนี้ผมถึงบอกเราร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา จัดหลักสูตรพิเศษ จัดสอบมาตรฐาน และการันตีงานให้อีก จึงน่าจะเป็นตัวกระตุ้น และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ


IT Exclusive: ถ้าการันตีแสดงว่าต้องมีบริษัท ที่รองรับอยู่แล้ว


ดร.รุ่งเรือง : ใช่ มีบริษัทที่ต้องการบุคลากร เล็งบริษัทข้ามชาติระดับใหญ่ที่จะมาขยายฐาน มีการคุยกันไว้แล้ว กับห้าบริษัทยักษ์ใหญ่ (Top 5) ได้แก่ ไมโครซอฟท์ ไอบีเอ็ม ออราเคิล ซิสโก้ เอสเอพี ต้องการประมาณ 4,000 กว่าคน และพยายามจูงใจบริษัทข้ามชาติให้ทำศูนย์การบริการในภูมิภาคในประเทศไทย เพราะถ้าเราเป็นศูนย์ภูมิภาคแล้ว ก็จะเกิดการสร้างงาน ก็จะเป็นโอกาสของคนไทยในการทำงาน

IT Exclusive: สภาวะทางการเมืองและเศรษฐกิจ มีผลต่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์อย่างไรบ้าง


ดร.รุ่งเรือง : ซิป้าเป็นหน่วยงานของรัฐอยู่แล้ว ไม่มีผลโดยตรง ต้องยอมรับว่าปัญหาและเรื่องราวทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยปัจจุบัน เป็นภาพที่ส่งผลเชิงลบ ต่อการลงทุนและการค้า และปฏิเสธไม่ได้ เพราะที่จริงเมื่อ 3 อาทิตย์ก่อน ไปพบผู้นำของหลายประเทศที่เมืองจีน การค้า การลงทุน สภาพทางการเมืองต้องเข้มแข็ง อย่างที่รู้กัน ทุกวันนี้หลายประเทศในโลกก็พยายามจูงใจการลงทุนและการค้า ขนาดจีนที่ว่ายิ่งใหญ่แล้ว ก็ยังต้องหวังการลงทุนจากประเทศให้การค้าให้ขยายต่อไปอีก กับปัญหาการเมืองปัจจุบัน ผมคิดว่ามีผลกระทบอยู่แล้ว คนที่จะลงทุนก็คงต้องคิดหนักว่าการลงทุนนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น คือ ความเสี่ยง ปัจจัยทางการเมืองไปสร้างให้ความเสี่ยงเกิดขึ้น กระทั่งมีผลต่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น จึงไปเพิ่มต้นทุนการลงทุนอีก โดยเฉพาะการลงทุนที่หวังผลตลาดภายในประเทศอีก ทำให้การบริโภคภายในประเทศน้อยลงอีกเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้น ปัญหาการเมือง ทำให้การลงทุนที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะต่างชาติ ผมคิดว่าหลายคนคงต้องชะลอ และคิดใหม่ ทบทวนใหม่


ดังนั้น แม้ว่าประเทศไทยจะมีโอกาสที่ดี มีสิ่งที่น่าสนใจ โอกาสเหล่านั้นก็อาจจะต้องถูกทบทวนจากนักลงทุนทั้งหลาย นอกจากนี้ ปัญหาการเมือง มีผลกระทบอยู่แล้ว ทำให้เกิดการแข่งขันมากยิ่งขึ้น ในด้านการลงทุนและการค้า ซึ่งประเทศไทย อาจจะเสียเปรียบ 2 ต่อ ทั้งสภาพเศรษฐกิจโลก ซึ่งกำลงัถดถอยและมีปัญหา บวกกับกับสภาวะการเมืองที่มีอยู่ จึงทำให้งานเรายากขึ้น แต่งานยากขึ้น เราต้องทำ


IT Exclusive: ซิป้า มีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร


พยายามชี้แจง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความจริงใจการลงทุนในประเทศไทยให้กลับคืนมา รวมทั้งสื่อต่างประเทศ ในภาพลบสุดๆ แต่ถ้าถามว่ากระทบต่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยมากหรือไม่ ผมเชื่อว่าการลงทุนมีผลอยู่แล้ว ส่วนการส่งออกซอฟต์แวร์ไทย เนื่องจากไทยไม่ได้ส่งออกมาก ไม่เหมือนประเทศอื่นๆ เช่น อินเดีย สิงคโปร์ มาเลเซีย เป็นต้น เพราะฉะนั้น ผลกระทบของเราจึงไม่ได้หนักหนาสาหัส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราก็ไม่ได้ทำซอฟต์แวร์ทางด้านธุรกิจการเงินในโลกตะวันตก เกือบจะไม่มีเลย เพราะฉะนั้นธุรกิจการเงินของเขาซึ่งมีผลกระทบ ก็ไม่ได้มีผลเสียหายกับเราโดยตรง


ในหลักการแล้ว ถ้าพูดถึงผลกระทบอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ทางด้านเศรษฐกิจ เกือบจะไม่มีเลย หรือมีน้อยมาก เพราะว่าเรากำลังจะมองขยายทางด้านสื่อ หรือ ดิจิตอลคอนเทนต์ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัญหาเศรษฐกิจโลกโดยตรงในปัจจุบัน ก็ถือว่าเป็นความโชคดี แต่ถ้าถามว่ามีผลหรือไม่ ทุกอย่างมีผล ถ้าระบบเศรษฐกิจเขาอ่อนแอลง การบริโภค สื่อก็อาจจะน้อยลงแต่ก็ไม่ได้มากเท่าไร เพราะคนต้องการมีชีวิตสุขสบาย ต้องการหาข้อมูล หาข่าวสาร ก็มีผลกระทบน้อยมาก สิ่งที่เราจะขยายต่อไป ผมเชื่อว่า ไม่มีผลทางลบมากเท่าไร เพียงแต่ทำให้จะทำอะไรต้องรอบคอบ ยาก และต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น


IT Exclusive: ผลเสียที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย ในเรื่องการลงทุนด้านซอฟต์แวร์ หรือมประเทศไหนบ้างที่ตอบตกลง แล้วถอนตัว หลังจากเจอสถานณ์การทางการเมือง


ดร.รุ่งเรือง : โชคดี ที่ไม่มี เพราะเราพยายามสร้างความมั่นใจ เดือนต.ค.51 ครม.ที่ชัดเจนแล้วจะได้กำหนด เซ็นเอ็มโอยู กับไอบีเอ็ม และไมโครซอฟต์ อยู่ที่ต้องอยู่ที่การพยายามทำความเข้าใจให้เห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเราสามารถบริหารจัดการได้ ทุกคนคิดอยู่แล้วว่ามีความเสี่ยง แต่จะอธิบายอย่างไรให้เข้าใจว่าความเสี่ยงน้อยลง หรือสร้างความมั่นใจ เพื่อช่วยในด้านการบริการอย่างไรให้เกิดขึ้น ถ้าจะพูดเรื่องผลกระทบโดยตรง ประเทศนั้นไม่มีมากนะ


IT Exclusive: อยากฝากถึงผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์บ้าง


ดร.รุ่งเรือง : อยากให้พยายามมั่นใจในความสามารถประเทศไทย จากที่ไปดูหลายประเทศ ไม่ว่า สิงคโปร์ จีน เวียดนาม ตรงนี้ เป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทย คนไทยจริงๆ ไม่แพ้ใคร แต่ผมว่าปัญหา คือ ไม่สามารถร่วมมือกันได้ อยากให้สามัคคีร่วมมือกัน ของที่ยากก็จะง่าย และถ้าทำได้จะมีรายได้ และมีโอกาสให้กับประเทศชาติมาก โดยเฉพาะก็รู้อยู่ว่าโอกาสทางการค้าอย่างอื่นก็ยากและน้อยลง แต่เรื่องซอฟต์แวร์ สื่อ ไอที มีแต่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น ที่สำคัญคือ เห็นว่าคนไทยมีความสามารถด้านนี้จริงๆ รับรองได้...


napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 6th, 2008, 08:07 AM   #83
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

3จี"ทีโอที"ส่อเค้าเกิดยาก

วันที่ 06 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11167 มติชนรายวัน


ต้นทุนบานแพงกว่าขอไลเซ่นส์ถึง4เท่า แถมมีดบ.รอจ่าย/กม.ไม่ชัดใครบริหาร

"ทีโอที"อาจฝันค้าง โครงการ 3 จีอุปสรรคเยอะ ต้องแบกต้นทุนหลังแอ่น 4 หมื่นล้าน แพงกว่าประมูลไลเซ่นส์จาก กทช.ถึง 4 เท่า กม.ไม่ชัดให้ทีโอทีหรือเอซีทีดำเนินการ "มั่น"ระบุแล้วแต่จะพิจารณา แต่หวังว่าจะไปรอด

แหล่งข่าวจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จี บนคลื่นความถี่ย่าน 1900 เมกะเฮิร์ตซ์ (โครงการไทยโมบายเดิม) ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ว่า ค่อนข้างมืดมน เนื่องจากทีโอทีต้องแบกรับต้นทุนสูงเกือบ 40,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุน 29,000 ล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ หนี้ค่าระบบบิลลิ่งและบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าที่บริษัทสามารถ ไอ-โมบาย ฟ้องร้องประมาณ 2,600 ล้านบาท หนี้การบริหารงานของไทยโมบาย ที่มีอยู่เดิม 4,900 ล้านบาท และมูลค่าที่ต้องซื้อหุ้นไทยโมบายจำนวน 42% คืนจากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) อีก 2,400 ล้านบาท

แหล่งข่าวกล่าวว่า หากจะทำโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จี ด้วยการประมูลใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) 3 จี จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งถูกกว่าการเข้าถึงกิจการของไทยโมบายถึง 4 เท่า นอกจากนี้ มติ ครม.ที่อนุมัติให้ทีโอที เป็นผู้ดำเนินการ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่า ทีโอที สามารถดำเนินการได้ทันทีหรือไม่ เนื่องจากการดำเนินการด้านโครงข่ายของไทยโมบายนั้นเป็นรูปแบบของ บริษัท เอซีที โมบาย ซึ่งเรื่องนี้ต้องส่งให้สำนักงานคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง "มูลค่าเริ่มต้นก็ทำไม่ได้แล้ว เพราะสูงมากหากเทียบกับค่าไลเซ่นส์ของ กทช. จึงไม่ต้องหวังว่า 3 จีของทีโอทีจะเกิดได้ ซึ่งจำนวนเงินทั้งหมดนี้ยังไม่รวมค่าดอกเบี้ยเงินกู้แบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) ที่จะต้องกู้อีก ส่งผลให้มูลค่าการลงทุน 3 จีนั้นสูงเกินที่จะเป็นไปได้"

แหล่งข่าวกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หากให้ทีโอทีดำเนินการ ยิ่งมีความเป็นไปได้น้อยมากที่โครงการนี้จะสำเร็จ เนื่องจากกฎระเบียบและขั้นตอนของทีโอทีใช้เวลานานถึง 2 ปี ขณะที่ถ้าดำเนินการภายใต้เอซีทีจะใช้เวลาเพียง 1 ปี และมีขั้นตอนที่ง่ายกว่า ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่จัดตั้งเอซีทีขึ้นเพื่อดำเนินการแทนกิจการร่วมค้าไทยโมบายที่ต้องตัดสินใจร่วมกันระหว่างทีโอที และ กสท

นายมั่น พัธโนทัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวว่า โครงการดังกล่าวขึ้นอยู่กับทีโอทีว่าจะดำเนินการในรูปแบบใด จะตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ หรือใช้เอซีทีดำเนินการ แต่คาดว่าจะไม่มีปัญหา รวมทั้งเรื่องการโอนสิทธิการบริหารจากเดิมที่ทำร่วมกันให้เป็นสิทธิของทีโอทีเพียงผู้เดียว ซึ่งได้หารือกับ พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธาน กทช. เรียบร้อยแล้ว (กรอบบ่าย)

หน้า 19
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 6th, 2008, 08:35 AM   #84
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

True plans to float B5bn bonds to refinance its debt

Bangkokpost 6/10/2008


True Corp is preparing to float five billion baht worth of bonds in the fourth quarter to help refinance its outstanding debt.


Chief financial officer Noppadol Dej-udom said the telecom conglomerate would issue the debt by the end of the year in the local market.


The company faces five billion baht in debt coming due in 2009 and another 10 billion the following year.


"Before 2010 we will refinance our obligations again. To be on the safe side, we are looking at our options starting now," Mr Noppadol said.


Restructuring short-term liabilities will help free up needed cash flow to finance capital investment and potentially reduce the company's interest burden, which stood at 1.8 billion baht in the second quarter alone.


True also faces a major financing burden in mid-2009, when a call option comes due from last year's rights offering to the CP Group.


Bitco, the holding company parent of the cellular operator TrueMove, raised three billion baht in the offering. True Corp has the right to repurchase the 23% Bitco stake at the offering price of 0.50 baht per share plus 12% carrying costs.


True has petitioned CP to extend the call option by another year from the due date in July 2009. Another option is for True to spin off a stake in TrueMove or in its cable subsidiary, TrueVisions, to raise funds for the buyback payment. True holds 99% in TrueVisions and 76% of TrueMove.


True is the only domestic operator with a fixed-line, mobile, cable and internet operations, a position that company executives say gives it a clear competitive advantage.


But the price of True's expansion strategy has not been cheap - the company's debt level at the end of June was a staggering 110 billion baht, and its financial performance has lagged significantly behind that of its two larger competitors, Advanced Info Service and DTAC.


Debt repayments totalled two billion baht in the first half, while free cash flows rose 55% to 3.3 billion. Net profits totalled 65.89 million baht in the first half, compared with a loss of 282 million the year before, as capital expenditures dropped 1.3 billion baht year-on-year to 3.7 billion for the first six months.


Earnings before interest, taxes, depreciation and amortisation also fell 7.2% year-on-year to 9.6 billion baht, attributed largely to the impact of interconnection charges on TrueMove operations.


Mr Noppadol said financing costs for the company's debt burden ranged from 6% for online operations, 8% for cable TV to a high 11% for TrueMove.


TrueMove's debt burden includes 29 billion baht in borrowings raised through the issue of zero-coupon bonds due in 2013. "Even so, our operating cash flow remains strong. While market sentiment has certainly been affected by the US 'hamburger crisis', liquidity in the system remains quite good," Mr Noppadol said.


He expressed confidence that the company could raise funds if needed, thanks in part to True's successes in positioning itself as a household brand.


Shares of True closed on Friday at 3.04 baht, up four satang, in trade worth 281.78 million baht. The stock is down 55% over the past 12 months, underperforming the 29.9% decline in the broad market index.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 6th, 2008, 08:39 AM   #85
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

Minister promotes 'Smart Thailand' policy

Bangkokpost 6/10/2008


Information and Communications Technology Minister Mun Patanotai has outlined a "Smart Thailand" campaign based on five policies he intends to pursue in his new cabinet term.


The policies are the access to information with speed and economy through broadband internet, improvement of IT personnel, development of software industry, education development, and enforcement of the Computer Crime Law to ensure safety and security of internet access.


He said these policies would help turn the country into a knowledge-based society.


He said that to achieve the goal, the third-generation (3G) network of TOT Plc would be a main driver.


He said the ICT ministry would try its best to drive the industry's value ratio to 20% of gross domestic product and also to promote initiatives to ensure that a greater portion the country's population has access to information technology.


The minister said the ministry would also promote the software industry.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 8th, 2008, 12:05 PM   #86
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

Nectec and Sipa support digitisation

Bangkokpost 8/10/2008


The Software Industry Promotion Agency (Sipa) has teamed up with the National Electronics and Computer Technology Centre (Nectec) to set up the Digital Content and Creation Centre to develop and promote Thailand's digital content.


Sipa president Dr Rungruang Limchoopatipa said Nectec would handle upstream content, while entrepreneurs would manage the downstream and Sipa would be a bridge between the two parties. The collaboration aimed to the boost the digital content industry which would help drive the overall software business to reach 100,000 million baht over next three years, he said.


He added that Nectec was responsible for R&D while Sipa would help the private sector in marketing.


Nectec director Dr Pansak Siriruchatapong said Thailand had a lot of digital content and someone should take care of it, making sure all content was up to the same standard.


Being responsible for upstream content, Nectec would encourage everyone to transform their raw content into digital formats. "We develop tools and create models as examples with a goal of making it eventually become a service," Dr Pansak said.


As an R&D organisation, Nectec has content management, digital archives, data mining, analysis, access and display technologies. Content in digital format, through a process of knowledge-based management, could be commercialised if the private sector did this by using terms of service, he said.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 8th, 2008, 12:08 PM   #87
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

Now Google AdSense 'speaks Thai'

Bangkokpost 8/10/2008


Google has announced the availability of Google AdSense for content in Thai, a programme that contextually targets ads to Thai-language web sites.


Google AdSense enables web site publishers to serve text and image-based Google AdWords ads precisely targeted to the specific content of their individual web pages. Google then pays the publishers for valid clicks and/or impressions made by site visitors to these ads.


Google AdWords advertisers can now choose to show their ads on Thai-language web sites to extend their reach to 14 million Thai Internet users, while Thai Internet users benefit from more relevant ads and a better web experience.


Publishers apply online and, once approved by Google for participation in the program, have instant access to over hundreds of thousands of advertisers worldwide in Google's ad network, ranging from large global brands to small local businesses. This depth and breadth of advertisers provides publishers with ads that are highly relevant to their web sites, even if they contain specialised content.


Thai Webmaster Association vice president Udom Prikaset said that being able to monetise web sites effectively through AdSense would encourage more Thais to come online and start their own web sites, knowing that they will be rewarded for creating quality content in Thai-language on the Internet.


"This then creates a virtuous cycle where better Thai content benefits Internet users, which drives more user traffic to sites that advertisers can reach. The revenues from AdSense for Content can help in offsetting publishers' costs and would especially benefit niche sites with specialized content, from individual blog sites to local small-and-medium business sites."


Strategic partner development manager for Google Thailand Pornthip Kongchun said Google AdSense for content in Thai would improve the overall web user experience by bringing relevant, unobtrusive, text ads to a diverse range of Thai-language web pages rather than disruptive, unrelated ads such as pop-ups and animations.


"By providing Thai web site publishers with an effective way to monetise content pages on their sites, Google AdSense strengthens the long-term financial viability of Thai-language content creation on the web," she added.


To apply online for the program, Thai web site publishers can visit http://www.google.co.th/adsense. Google's AdSense team will review each publisher application to ensure that the site meets program policies and webmaster quality guidelines.


To activate the service, publishers log into their accounts and cut and paste a small piece of HTML into their web pages or ad servers, after which relevant text-based AdWords ads start appearing. Once the program is up and running, publishers can monitor ad performance through detailed online reports. In addition, Google's AdSense team monitors each participating site in the program on an ongoing basis.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 8th, 2008, 08:10 PM   #88
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

ซิป้าเสนอตัวจัดซื้อ "ไมโครซอฟท์"

Bangkokbiznews 8/10/2008


:ซิป้า เสนอตัวเป็นนายหน้าจัดซื้อซอฟต์แวร์ภาครัฐ ทาบไมโครซอฟท์ อ้างช่วยราชการลดละเมิดลิขสิทธิ์ ด้านไมโครซอฟท์เปิดกว้างพร้อมเจรจา ระบุอียิปต์-เวียดนามใช้โมเดลนี้แล้ว

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายรุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า) กล่าวว่า ซิป้ากำลังเจรจากับบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่จะเป็นตัวกลางรวบรวมคำสั่งซื้อซอฟต์แวร์จากหน่วยงานรัฐเพื่อต่อรองราคาส่วนลดพิเศษ หากได้รับการตอบรับจะขยายผลสู่ภาคเอกชนรายอุตสาหกรรมโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี

"เรายังประสานไปยังกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มเติมเพื่อผลักดันแนวคิดนี้ โดยหวังที่จะเห็นการเคารพทรัพย์สินทางปัญญา ลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งราชการก็เป็นตลาดหลักผู้ใช้ที่สำคัญ ส่วนของโอเพ่นซอร์ส ซิป้าก็จะยังคงให้การสนับสนุนด้วยกว่า 30 ล้านบาท แต่จะเลือกกลุ่มอีเลิร์นนิ่งที่มีระบบเสถียร และการบำรุงรักษาที่เป็นรูปธรรม" นายรุ่งเรือง กล่าว

นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้เจรจากับซิป้าบางส่วนแล้ว ซึ่งโดยปกติก็จะเสนอราคาไลเซ่นสำหรับหน่วยงานภาครัฐ 1 ใน 3 ของราคาปลีกอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม หากซิป้าสนใจที่จะรวบรวมคำสั่งซื้อจากหน่วยงานรัฐหลายๆ แห่ง บริษัทก็พร้อมที่จะร่วมมือ ซึ่งรัฐบาลหลายประเทศ อย่างเวียดนามและอียิปต์ ก็ได้ใช้โมเดลเหล่านี้เพื่อให้พลังต่อรองราคามากขึ้น

เธอ ยอมรับว่าด้วยว่า ตลาดภาครัฐที่เคยเติบโตเมื่อปีงบประมาณที่ผ่านมาสูงถึง 30% เป็นประเทศที่โตมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่จากปัญหาการเมืองในประเทศทำให้เกิดภาวะชะลอตัว ไม่มีการประมูลโครงการใหม่ๆ มีเพียงการจัดซื้อโครงการต่อเนื่องเท่านั้น

"เชื่อว่าต้นปีหน้าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น หากสถานการณ์การเมืองนิ่งขึ้น และมีการใช้จ่ายงบประมาณ 2552 ออกมา โดยเฉพาะเมกะโปรเจคต่างๆ ที่จะมีส่วนของการใช้ระบบไอที" นางสาวปฐมา กล่าว

นายรุ่งเรือง กล่าวอีกว่า ปีงบ 2552 ได้ปรับแนวการส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เชิงรุก มุ่งเน้นโครงการยุทธศาสตร์จากปี 2551 จาก 200 เหลือ 86 โครงการด้วยงบลงทุน 200 ล้านบาทเท่ากัน

ทั้งนี้ จะมุ่งส่งเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ ซึ่งส่วนหนึ่งให้แก่โครงการเจเจ อินทิลิเจนท์ มาร์เก็ต กลุ่มเอสเอ็มอี, การส่งเสริมโครงการระดับชาติที่ภูเก็ต และงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 8th, 2008, 08:14 PM   #89
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

"แคทซีดีเอ็มเอ"เดินหน้าเปิด"พรีเพด"10ต.ค.

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 09 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4043


นายจิรายุ รุ่งศรีทอง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน บมจ.กสท โทรคมนาคม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า กสทฯเตรียมเปิดตัวบริการโทรศัพท์ มือถือ ซีดีเอ็มเอ CAT CDMA แบบเติมเงิน (พรีเพด) ภายในสิ้นเดือนนี้หรือไม่เกิน ต้นเดือนหน้า จากเดิมที่มีเฉพาะบริการแบบจ่ายรายเดือน (โพสต์เพด) ซึ่งปัจจุบัน มีผู้ใช้บริการใน 52 จังหวัดส่วนภูมิภาค ประมาณ 100,000 รายแล้ว มีอัตราเติบโตของฐานลูกค้าเฉลี่ยเดือนละประมาณ 20,000 ราย

"ARPU (รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย ต่อเดือน) ของแคทซีอีเอ็มเอมีประมาณ 200 บาท เมื่อเปิดให้บริการแบบเติมเงินแล้วเชื่อว่าจะทำให้จำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอีกมาก โดยเราจะเริ่มทดลองให้พนักงาน กสทฯใช้งานก่อนในวันที่ 10 ต.ค.นี้ จากนั้นประมาณสิ้นเดือนจะเริ่มเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป ซึ่งจะมีลูกค้าเพิ่มอีกเท่าไรต้องรอประเมินผลเมื่อให้บริการไปแล้วสักระยะหนึ่งก่อน"

โดยในเบื้องต้น กสทฯจะผลิตซิมพรีเพดออกมาประมาณ 50,000 ชุด มีบัตรเติมเงินราคา 50 บาท 100 บาท และ 300 บาท โดยมีเป้าการขยายลูกค้าในอีก 3 เดือนที่เหลืออีก 70,000 ราย หรือรวมฐานลูกค้าทั้งสิ้นภายในสิ้นปีนี้ที่ 180,000 ราย

"จุดขายของเรายังเน้นเรื่องราคาเป็นหลัก เพราะยังไม่พร้อมที่จะแข่งทางด้านเน็ตเวิร์ก หรือบริการเสริมอื่นๆ ที่ผ่านมา กลุ่มลูกค้าที่ใช้ CAT CDMA มี 2 กลุ่ม กลุ่มแรกซื้อเพื่อต่ออินเทอร์เน็ต อีกกลุ่มซื้อเพราะค่าโทร.ถูก และเป็นเครื่องเสริมรองจากบริการมือถือค่ายอื่นสลับกัน"

สำหรับระบบโครงข่ายซีดีเอ็มเอของ กสทฯ ในปัจจุบันสามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 2 ล้านราย โดยระบบบิลลิ่งที่ใช้กับบริการพรีเพดเป็นระบบที่มาพร้อม โครงข่ายซีดีเอ็มเออยู่แล้ว

ทั้งนี้ในแง่รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์ มือถือเทียบกับธุรกิจอื่นยังน้อยมาก แต่ถือว่าเป็นธุรกิจที่อยู่ในช่วงเติบโต ดังนั้นน่าจะเริ่มวัดผลในแง่ รายได้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป

หน้า 4
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 9th, 2008, 11:49 AM   #90
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

ทีโอทียอมจ่ายค่าโง่"สามารถ"1.5พันล. แลกถอนฟ้องเรียกค่าเสียหาย2.6พันล.

วันที่ 09 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11170 มติชนรายวัน


รายงานข่าวจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีบริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นฟ้องบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ถือหุ้นในกิจการร่วมค้าไทยโมบาย ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือระบบ 1900 เมกะเฮิร์ตซ์ เนื่องจากมีหนี้สินค้างชำระภายใต้สัญญาจ้างบริหารการให้บริการลูกค้าสัมพันธ์ และจัดทำระบบจัดเก็บเงิน (บิลลิ่ง) คิดเป็นมูลค่าเสียหาย 2,600 ล้านบาท ว่า ทีโอทีและบริษัทสามารถได้เจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อขอปรับลดภาระหนี้สินคงค้างและค่าเสียหายภายใต้สัญญาดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทีโอทียอมจ่ายค่าหนี้สินในวงเงินไม่เกิน 1,500 ล้านบาท ขณะที่บริษัทสามารถจะยื่นถอนฟ้องการดำเนินคดีกับทีโอทีหลังจากทีโอทีชำระเงินให้สามารถแล้ว

ข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่ทีโอทียอมจ่ายเพราะเห็นว่าโอกาสที่จะแพ้มีสูง เนื่องจากเมื่อดูรายละเอียดของสัญญามีการผูกมัดไว้แล้ว และหากแพ้คดีก็ต้องจ่ายค่าเสียหายถึง 2,600 ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้คณะกรรมการ (บอร์ด) ผู้บริหาร และพนักงานทีโอที ต้องร่วมรับผิดชอบ และต้องหาคนทำผิดมารับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เคยทำหนังสือถึงบอร์ดและผู้บริหารทีโอทีแล้ว แต่ถูกเพิกเฉยไม่ได้เร่งแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

หน้า 17
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 9th, 2008, 03:22 PM   #91
thainotts
Registered User
 
thainotts's Avatar
 
Join Date: Jun 2006
Location: Bangkok-Nottingham
Posts: 2,966
Likes (Received): 3

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
ซิป้าเสนอตัวจัดซื้อ "ไมโครซอฟท์"

Bangkokbiznews 8/10/2008


:ซิป้า เสนอตัวเป็นนายหน้าจัดซื้อซอฟต์แวร์ภาครัฐ ทาบไมโครซอฟท์ อ้างช่วยราชการลดละเมิดลิขสิทธิ์ ด้านไมโครซอฟท์เปิดกว้างพร้อมเจรจา ระบุอียิปต์-เวียดนามใช้โมเดลนี้แล้ว

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายรุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า) กล่าวว่า ซิป้ากำลังเจรจากับบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่จะเป็นตัวกลางรวบรวมคำสั่งซื้อซอฟต์แวร์จากหน่วยงานรัฐเพื่อต่อรองราคาส่วนลดพิเศษ หากได้รับการตอบรับจะขยายผลสู่ภาคเอกชนรายอุตสาหกรรมโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี

"เรายังประสานไปยังกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มเติมเพื่อผลักดันแนวคิดนี้ โดยหวังที่จะเห็นการเคารพทรัพย์สินทางปัญญา ลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งราชการก็เป็นตลาดหลักผู้ใช้ที่สำคัญ ส่วนของโอเพ่นซอร์ส ซิป้าก็จะยังคงให้การสนับสนุนด้วยกว่า 30 ล้านบาท แต่จะเลือกกลุ่มอีเลิร์นนิ่งที่มีระบบเสถียร และการบำรุงรักษาที่เป็นรูปธรรม" นายรุ่งเรือง กล่าว

นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้เจรจากับซิป้าบางส่วนแล้ว ซึ่งโดยปกติก็จะเสนอราคาไลเซ่นสำหรับหน่วยงานภาครัฐ 1 ใน 3 ของราคาปลีกอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม หากซิป้าสนใจที่จะรวบรวมคำสั่งซื้อจากหน่วยงานรัฐหลายๆ แห่ง บริษัทก็พร้อมที่จะร่วมมือ ซึ่งรัฐบาลหลายประเทศ อย่างเวียดนามและอียิปต์ ก็ได้ใช้โมเดลเหล่านี้เพื่อให้พลังต่อรองราคามากขึ้น

เธอ ยอมรับว่าด้วยว่า ตลาดภาครัฐที่เคยเติบโตเมื่อปีงบประมาณที่ผ่านมาสูงถึง 30% เป็นประเทศที่โตมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่จากปัญหาการเมืองในประเทศทำให้เกิดภาวะชะลอตัว ไม่มีการประมูลโครงการใหม่ๆ มีเพียงการจัดซื้อโครงการต่อเนื่องเท่านั้น

"เชื่อว่าต้นปีหน้าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น หากสถานการณ์การเมืองนิ่งขึ้น และมีการใช้จ่ายงบประมาณ 2552 ออกมา โดยเฉพาะเมกะโปรเจคต่างๆ ที่จะมีส่วนของการใช้ระบบไอที" นางสาวปฐมา กล่าว

นายรุ่งเรือง กล่าวอีกว่า ปีงบ 2552 ได้ปรับแนวการส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เชิงรุก มุ่งเน้นโครงการยุทธศาสตร์จากปี 2551 จาก 200 เหลือ 86 โครงการด้วยงบลงทุน 200 ล้านบาทเท่ากัน

ทั้งนี้ จะมุ่งส่งเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ ซึ่งส่วนหนึ่งให้แก่โครงการเจเจ อินทิลิเจนท์ มาร์เก็ต กลุ่มเอสเอ็มอี, การส่งเสริมโครงการระดับชาติที่ภูเก็ต และงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา
SIPA ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ห่วยๆ จากไมโครซอฟท์ แต่ควรพัฒนา open source software ในประเทศให้ดีๆ ฝึกข้าราชการให้ใช้ open source ไม่ต้องพึ่งไอ้บริษัทยักษ์เจ้าเล่ห์ตัวนี้ พร้อมเปิดโอกาสให้นักพัฒนาซอฟท์แวร์ไทย และนักบริการคอมพิวเตอร์ได้มีโอกาสทำงานเพื่อชาติ ไม่ใช่ให้บริษัทเลวๆ เช่นนี้คอยมาสูบเงินภาคราชการและเอกชน มิเช่นนั้น เราจะตกที่นั่งเดียวกับตอนที่บริษัทยายักษ์ใหญ่มาติงเรื่องลิขสิทธิ์ เราไม่ควรไปพึ่งพิงทรัพย์สินทางปัญญาของใครทั้งสิ้น
__________________
"สมบัติชาติ" ถ้าคนไทยบริหารแล้วห่วยลงๆ สู้ขายให้นายทุนฝรั่งมาบริหารยังจะดีกว่า เขาจะเอาออกนอกประเทศก็ไม่ได้ แถมการแข่งขันในตลาดเสรีก็ช่วยพัฒนา "สมบัติ" นั้นๆ อีกด้วย ....​ อย่าให้คนไทยกันเองดอง "สมบัติชาติ" จนมันเน่าเลยดีกว่า
thainotts no está en línea   Reply With Quote
Old October 10th, 2008, 05:21 PM   #92
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

TT&T puts B50bn 3G plan on hold

Bangkokpost 10/10/2008


TT&T Plc, the provincial fixed-line telephone provider, says it needs to temporarily suspend its 50-billion-baht third-generation (3G) investment plan in line with the industry-wide movement due to the global financial crisis.


Prasitchai: Funding now very difficult


The country's two largest mobile operators, AIS and DTAC, recently scaled back full-scale 3G network investments in light of the financial crisis.


Prasitchai Kritsanayunyong, executive vice-president of TT&T, said the company would have to indefinitely postpone its 3G and other new business projects that required high investments.


"Finding and obtaining funding sources now would be very difficult in the middle of the global financial crisis," he said.


TT&T, however, is moving forward with existing initial investment plans in fixed-line network maintenance with a combined value of around 800 million baht.


Mr Prasitchai said the company would still apply for a new 3G licence once the National Telecommunications Commission (NTC) issues them. It would continue to seek prospective foreign partners, likely in Asia.


Korawut Chiwaprecha, vice-president for the finance and budget department, said TT&T had a policy to use cash from business operations to fund new investment projects this year, eliminating the need for bank loans.


TT&T had sharply scaled down its investment plan this year from two billion baht to between 700 million and 800 million baht, after it filed a petition with the Central Bankruptcy Court in April to enter a business rehabilitation plan for debt restructuring.


The move is to comply with the rehabilitation process in which creditors are unwilling to let TT&T spend more.


TT&T owes 19 billion baht to more than 30 creditors. Foreign-currency debt totals US$250 million and the rest is in baht. Repayments are due every year at an average of two billion baht until 2018.


Mr Korawut said the company was waiting for the court to allow it to enter a rehabilitation plan as its creditors did not approve the company's earlier debt restructuring.


TT&T can now make repayments of 500 million to one billion baht a year, while its creditors want it to pay two billion baht.


Under the planned rehabilitation, TT&T would propose a combination of three options: rescheduling debts, swapping debt for equity and cutting interest costs.


TT&T expects to earn eight billion baht in revenue this year. It was likely to face loss for another year due to continuing decline in average revenue per fixed-line user and high concession costs, said Mr Korawut.


TT&T shares closed yesterday on the SET at 0.45 baht, up three satang, in trade worth 10.56 million baht.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 11th, 2008, 10:34 AM   #93
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

บอร์ดทีโอทีโละขาย4บริษัท150ล้าน

Thaipost 11 ตุลาคม 2551


บอร์ดทีโอทีเทขาย 4 กิจการขาดทุนไร้อนาคต หวังเงินก้อน 150 ล้าน ลุ้นผลประกอบการปีนี้ไม่ขาดทุน


นายระเฑียร ศรีมงคล โฆษกคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค.บอร์ดมีมติอนุมัติขายกิจการที่ทีโอทีถือหุ้น จำนวน 4 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท โมไบล์ คอมมิวนิเคชั่น เซอร์วิสเสส จำกัด ซึ่งทีโอทีถือหุ้น 3 ล้านหุ้น บริษัท เทลการ์ด จำกัด 1.3 ล้านหุ้น บริษัท ทรู มัลติมีเดีย จำกัด 18.52 ล้านหุ้น และบริษัท เทรดสยาม จำกัด 70,000 หุ้น คาดได้เงินจากการขายกิจการไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท

"บริษัทตัดสินใจขายทั้ง 4 บริษัทไป เนื่องจากประสบกับภาวะขาดทุน ไม่มีอนาคตในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรจากผู้ถือหุ้นและบริษัท" นายระเฑียรกล่าว

อย่างไรก็ตาม บอร์ดเชื่อว่า ปีนี้ทีโอทีจะไม่ประสบภาวะขาดทุนอย่างแน่นอน แม้การดำเนินงานตามแผนฟื้นฟู (Turn Around) ช้ากว่าที่ควรเป็น ซึ่งก็ยอมรับว่าส่วนแบ่งรายได้จากสัมปทานของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มีส่วนช่วย แต่ไม่ใช่ทีโอทีอยู่ได้เพราะส่วนแบ่งรายได้เอไอเอสเพียงอย่างเดียว เนื่องจากยังมีรายได้เอดีเอสแอลที่เติบโตสูง แม้ไม่เติบโตเร็วตามที่คาดหมายสิ้นปีนี้ที่ 1 ล้านพอร์ต แต่หากการติดตั้งโครงข่ายสมบูรณ์จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด

สำหรับภาพรวมการดำเนินงานตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา ทีโอทีมีรายได้เติบโตต่อเนื่องจากบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) เอดีเอสแอลเฉลี่ย 30,000 พอร์ตต่อเดือน แต่มีรายได้ลดลงจากบริการโทรศัพท์พื้นฐาน (ฟิกไลน์) ทั้งทีโอทีและสัญญาสัมปทานร่วมกับทรู และทีทีแอนด์ที โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือน (อาปู้) ลดลงต่ำกว่า 400 บาทต่อเดือน.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 13th, 2008, 11:25 AM   #94
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

ต่างชาติขยาดไม่กล้ามาเมืองไทย ไมโครซอฟต์ล้ม2งานระดับโลก

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2365 12 ต.ค. - 15 ต.ค. 2551


ไมโครซอฟท์ เผยการเมืองพ่นพิษ ต่างชาติผวามาไทย ส่งผลยกเลิกประชุมระดับโลก 2 งาน ยันเดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง ระบุตลาดไทยยังโต ด้านอินเทล-ซัน ระบุภาพที่ออกไปสู่สายตาต่างชาติค่อนข้างแรง แต่เดินหน้าสร้างความมั่นใจ


นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย)ฯ เปิดเผยว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น นับตั้งแต่การประกาศภาวะฉุกเฉินของรัฐบาลชุดที่แล้ว เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน ทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งยังส่งผลให้บริษัทต้องยกเลิกงานประชุมระดับโลก 2 งานใหญ่ ที่จะจัดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งงานแรกเป็นงานประชุม "เวิลด์ไวด์ อินโนเวชั่น ทิชเชอร์" ซึ่งเป็นการประชุมครูจากทั่วโลก โดยจะมีครูหลั่งไหลเข้ามาใช้จ่ายในเมืองไทยนับพันคน ซึ่งกำหนดการจัดการประชุมไว้ในเดือน พฤศจิกายน 2551 แต่สุดท้ายงานดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปจัดที่ฮ่องกงแทน เพราะครูจากทั่วโลกเกิดความไม่มั่นใจสถานการณ์ และไม่กล้าเดินทางมาเมืองไทย ส่วนอีกงานที่ยกเลิกไป เป็นงานประชุมคู่ค้าหรือพาร์ตเนอร์ของไมโครซอฟท์


สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของบริษัทท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และปัญหาทางการเมืองนั้น คือการช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยี และให้ลูกค้าได้มีโอกาสได้ทดลองใช้เทคโนโลยีของไมโครซอฟท์ ซึ่งเมื่อเศรษฐกิจ และปัญหาต่างๆคลี่คลายกลับมา ลูกค้าสามารถใช้งานเพื่อสร้างประโยชน์ในการทำธุรกิจได้ทันที ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัวเปิดตัวโครงการ ไมโครซอฟท์ คัสโตเมอร์ อคาเดมี่ ผ่านเว็บไซต์ www.thailandcustomeracademy.com เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถลงทุนทางด้านไอทีอย่างคุ้มค่า ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่การทำความเข้าใจในเรื่องเทคโนโลยี ไปจนถึงการพัฒนาธุรกิจให้มีศักยภาพทัดเทียมคู่แข่ง


นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนาและสนับสนุนคู่ค้า หรือ พาร์ตเนอร์ ในการขยายตลาดออกไปสู่ต่างจังหวัดมากขึ้นจากเดิมส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพฯ หรือส่วนกลางเป็นหลัก พร้อมกันนั้นในส่วนของการทำตลาดนั้นการลงทุนไม่ได้ลดลง โดยเฉพาะไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2552 (เริ่ม ก.ค.-ก.ย. 2551) บริษัทมียอดการเติบโต 26% แสดงให้เห็นว่าตลาดไทยยังมีศักยภาพ ยิ่งทำให้ไม่สามารถลดการลงทุนได้ แต่จะใช้แบบชาญฉลาดมากขึ้น โดยไมโครซอฟท์มีการลงทุนเทคโนโลยีธุรกิจอัจฉริยะ หรือ บีไอ เพื่อนำมาใช้วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และจัดกิจกรรมทางการแบบตลาดเจาะกลุ่มที่เป็นโอกาสทางการตลาด ไม่ได้ทำกิจกรรมแบบหว่านเหมือนที่ผ่านมา


นางสาวปฐมา กล่าวอีกว่าส่วนภาพรวมตลาดในไทยนั้นราชการโครงการต่างๆมีการชะลอตัวไป แต่ได้ตลาดภาคการศึกษามาทดแทน ส่วนองค์กรขนาดเล็กนั้นชะลอตัวลงไปเช่นเดียวกัน โดยคาดว่าในกลุ่มนี้จะเติบโตประมาณ 20% จากเดิมปีที่แล้วเติบโต 30% อย่างไรก็ตามก็จะได้ตลาดองค์กรขนาดใหญ่และกลางเข้ามาทดแทน โดยองค์กรขนาดใหญ่และกลางยังมีการลงทุนไอทีอย่างต่อเนื่อง โดยมองหาโซลูชันที่เข้ามาลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ อาทิ บริหารลูกค้าสัมพันธ์ซีอาร์เอ็ม , ระบบการสื่อสารแบบหลอมรวม หรือยูนิฟายด์ คอมมิวนิเคชัน, ระบบธุรกิจอัจฉริยะ หรือบีไอ ที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า, เทคโนโลยีไดนามิก ซีอาร์เอ็มที่ใช้วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เทคโนโลยีระบบแม่ข่ายเสมือนจริงหรือ เวอร์ชันไลเซชัน เซิร์ฟเวอร์ ที่ช่วยลดพลังงาน ค่าใช้จ่ายดูแลรักษา


ส่วนนายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าที่ผ่านมาตั้งแต่การประกาศภาวะฉุกเฉิน หรือเหตุการณ์สลายผู้ชุมนุมล่าสุด ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในสายตาต่างชาติ เพราะภาพที่ออกไปต่างประเทศนั้นค่อนข้างรุนแรง อย่างไรก็ตามได้พยายามอธิบายให้ต่างชาติ ที่มีแผนเดินทางเข้ามาประชุมระดับภูมิภาคในไทยเกิดความเข้าใจสถานการณ์มาตลอดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลเฉพาะจุด หรือบริเวณเท่านั้น ไม่ส่งผลต่อความปลอดภัย ทั้งนี้บริษัทยังคงเดินหน้าจัดงานประชุมระดับภูมิภาคต่อไป โดยถึงสิ้นปีนี้มีการประชุมระดับภูมิภาค 4 ครั้ง คือที่ภูเก็ต 2 งาน และที่กรุงเทพฯ 2 งาน


ด้านนางรัมภา มนูญศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันไมโครซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เหตุการณ์สลายผู้ชุมนุมที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตามบริษัทคิดว่าไม่มีผลต่อการประชุมภายในระดับภูมิภาค ที่กำลังจัดขึ้นประมาณปลายปี 2551 นี้ โดยมองว่าผู้บริหารในภูมิภาคเอเชีย มีความเข้าใจสถานการณ์ในเมืองไทย และที่ผ่านมาบริษัทได้มีการแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยมาตลอด


ขณะที่นายสุธรรม ชัยวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและการขายผ่านพันธมิตร บริษัท ซันไมโครซิสเต็มส์ฯ กล่าวว่า กลยุทธ์การทำตลาดของซันในช่วงที่ตลาดมีการชะลอการเติบโตคือการรักษาฐานตลาดเดิมเอาไว้ พร้อมขยายไปยังตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะทางด้านซอฟต์แวร์ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง


ล่าสุดได้เปิดให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญซอฟต์แวร์ 5 โซลูชันหลักที่คาดว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตสูงเข้ามาเป็นพันธมิตร หรือคู่ค้าช่วยขยายธุรกิจ ทั้งนี้ประกอบด้วย สถาปัตยกรรมเอสโอเอ ,ระบบบริหารจัดการความมีตัวตน หรือ ไอเดนดิตี้แมเนจเม้นท์ ,ระบบฐานข้อมูล มายเอสคิวแอล เทคโนโลยีระบบจัดเก็บข้อมูลแบบเปิดหรือ โอเพนสตอเรจ และเทคโนโลยีบริหารจัดการระบบไอทีเสมือนจริง (xVM)
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 14th, 2008, 09:10 AM   #95
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

Delta seeks buys

Bangkokpost 14/10/2008


ELECTRONICS Delta Electronics (Thailand) Plc is looking to buy electronics firms in the United States and Europe that are experiencing problems because of the global economic downturn, according to director Anusorn Muttaraid.

''If the global financial crisis drags on over the course of next year, we should reach some decision,'' he said. ''Any acquisition ... must add strength to our research and development as well as our market base. Our strategy is to own 100% of any acquired firm.''

Delta is Thailand's biggest listed electronics firm and is 24% owned by Taiwan-based Delta Electronics Inc. It has shifted to producing high-margin power supply equipment and exports mainly to the US and Japan.

Delta is debt-free and cash-rich, with about five billion baht in cash. It would look at acquisitions of less than dour billion baht, the amount it paid for Switzerland's Ascom Energy System in 2003, renaming it Delta Energy System (DES).
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 15th, 2008, 12:01 PM   #96
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

Thailand set to join Asia's online shopping explosion

Bangkokpost 15/10/2008


SINGAPORE : Thailand is among the countries expected to lead the growth of online shopping in Asia Pacific as internet penetration rates shoot up and income levels rise. According to MasterCard, while Thailand has one of the lowest internet penetration rates in the region _ only 13% of the population in 2007, compared with the highest rate of 75.9% in Australia _ the rate is expected to climb as internet use rises and infrastructure is developed.


Thailand's internet penetration rate is forecast to reach 27.9% by 2010, when the country's online shopping population _ only 3.6 million in 2007 _ is expected to rise to 10.5 million people.


China and India are predicted to lead the region's online shopping growth. China's online shopping population is forecast to leap to 480.4 million people in 2010, up from 147.1 million last year. India's online shoppers are set to soar to 203.1 million from 28.1 million.


This trend is likely to be supported by a huge increase in internet penetration in the two countries. Online shopping in emerging countries is also set to be propelled by rising incomes, rapidly growing upper-middle-income urban elites and an increase in domestic consumption due to sustained growth.


Garth Viegas, MasterCard Worldwide's senior business leader for marketing intelligence and planning, said regional online shopping growth over the next 20 to 25 years would be led by emerging markets like China, India and Thailand.


He added that China is expected to overtake the United States this year in its volume of internet transactions.


''Asia's e-commerce sales have an anticipated annual sales growth of 23.3%,'' said Mr Viegas.


Thailand's online shopping revenue is expected to rise from $5.9 billion in 2007 to $20.8 billion in 2010; China's from $297.8 billion to $1.416 trillion; India's from $70.8 billion to $734.3 billion.


Japan, currently the region's largest market with 62% of its online sales, is likely to lose its ranking as the emerging markets of China and India develop.


Online shopping rates in mature markets like Japan, Australia and Singapore are likely to rise only slightly. For instance, Japan's online shopping population is forecast to edge up from 72.7 million in 2007 to 75.1 million in 2010.


The MasterCard survey was conducted between Dec 18 and 28 2007 in eight countries on a sample of 4,157.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 15th, 2008, 12:58 PM   #97
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

ย้อน 6 ปี ความสำเร็จ ก.ไอซีที พร้อม เดินหน้าสู่ปีที่ 7 อย่างมั่นคง

Thairath [15 ต.ค. 51 - 06:16]


เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน ของคนเรามากขึ้นปัจจุบันคนไทยมีการใช้และพึ่งพาเทคโนโลยี เพื่อความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เห็นได้จากจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2550 มีคนไทย ร้อยละ 47.2 หรือ 28.3 ล้านคน ใช้โทรศัพท์มือถือ และ 9.3 ล้านคนที่ใช้อินเทอร์เน็ต (ที่มา จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) เด็กและเยาวชนไทยร้อยละ 23 มีโทรศัพท์มือถือ ร้อยละ 16 ส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือทุกวัน ร้อยละ 34 เล่นเกมคอมพิวเตอร์หรือเกมออนไลน์เป็นประจำทุกวัน ร้อยละ 56.0 เล่นอินเทอร์เน็ตทุกวัน เฉลี่ยวันละ 105 นาที (ที่มา จากากรสำรวจของโครงการ Child watch ปี2549)

นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอทีซี กล่าวในงานก้าวต่อไปของกระทรวงไอซีทีว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาครัฐ เอกชน และประชาชนนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไปใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่างไรก็ตามผลสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ และจากนี้ต่อไรกระทรวงฯจะเร่งต่อยอดและพัฒนาอุตสาหกรรมไอซีที เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศให้มากขึ้น

“ก้าวต่อไปของกระทรวงฯจะเร่งยกระดับมาตรฐานไอซีที ของประเทศไทยไปสู่การเป็น Smart Thailand โดยการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาประเทศไทยให้เป็นสังคมอุดมปัญญา ด้วยการใช้ไอซีที ซึ่งกระทรวงฯจะผลักดันอุตสาหกรรมไอซีทีให้มีสัดส่วนมูลค่าเพิ่มต่อ จีดีพี ไม่น้อยกว่า 20% รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนอย่างน้อย 50% สามารถเข้าถึงและใช้ข้อมูลข่าวสารสารสนเทศได้ โดยมีโครงการที่จะมาเป็นแรงกระตุ้น เช่น โครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยไอซีที การพัฒนากฎหมายด้านไอซีที พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ” รมว.ไอซีที กล่าว

สำหรับโครงการที่สำคัญ ในปีที่7 ของกระทรวงฯ ได้แก่ 1.การกำหนดกรอบนโยบาย ICT 2020 (พ.ศ.2554-2563) เนื่องจากกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระยะ พ.ศ.2544-2553 ของประเทศไทย (IT 2010) จะสิ้นสุดระยะเวลา ของกรอบนโยบายฯ ในปี 2553 กระทรวงฯ จึงได้จัดทำแนวคิด สำหรับจัดทำกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระยะ พ.ศ.2554-2563 ของประเทศไทย (IT2020) ขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบนโยบายฯ ในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย ในระยะเวลา 10 ปี ข้างหน้า

2.การจัดตั้งวิทยาลัย ICT เพื่อให้การพัฒนาบุคลากรด้าน ICT ในระดับภาพรวมของประเทศมีทิศทางที่แน่ชัด มีการบูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงาน และให้บุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมมีประสิทธิภาพ และมีจำนวนมากขึ้น ให้เพียงพอต่อการเข้าสู่ธุรกิจด้านไอที ดังนั้น จึงจัดทำโครงการพัฒนาบุคลากรด้าน ICT ของประเทศขึ้น เพื่อเป็นการศึกษารูปแบบแนวทางการพัฒนาบุคลากรด้าน ICT ในระดับประเทศ

3.การพัฒนากฎหมายด้าน ICT กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกฎหมาย เพื่อใช้กำกับควบคุมการเผยแพร่สิ่งที่ไม่เหมาะสม เป็นภัยบนอินเทอร์เน็ตมีเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยของสังคม โดยไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีงาม และเพื่อศึกษาวิเคราะห์เทียบกับกฎหมายของประเทศที่พัฒนาแล้ว มีแนวทางการกำหนดมาตรการทางกฎหมายเพื่อป้องกันปัญหาการเผยแพร่ สิ่งที่ไม่เหมาะสมอันเป็นภัยที่เกิดจากการใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อผลักดันให้มีการยกร่างกฎหมายที่มีเนื้อหาใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการ

ทั้งนี้ได้มีกฎหมายที่ได้ประกาศใช้ไปแล้ว จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ 1.พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 2.พระราชกฤษฎีกากำหนดประเภทธุรกรรมในทางแพ่งและพาณิชย์ที่ยกเว้น มิให้นำพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้บังคับ พ.ศ.2549 3.พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ พ.ศ.2549 และ4.พระราชบัญญัติสถิติ พ.ศ.2550

4.พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2543 เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นตามบทบัญญัติในมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 ที่ได้แยกการกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และการกำกับดูแลการประกอบกิจการโทรคมนาคมออกจากกัน คือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

นายมั่น กล่าวด้วยว่า กรอบนโยบายหลักในปี 2552 ที่วางไว้จะมีเรื่องโครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม หรือUSO การจัดตั้งมหาวิทยาลัยไอซีที การผลักดันซอฟต์แวร์ไทยให้แข่งขันกับต่างประเทศได้ เรื่องความปลอดภัยในการใช้ซอฟต์แวร์ต่างๆ และจับมือกับกระทรวงศึกษา ทำโครงการสถาบันไอซีที

ด้านนายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา กระทรวงฯได้ผลักดันให้มีการดำเนินโครงการต่างๆเพื่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมหลายโครงการ โดยเน้นที่การพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ใน 5 ด้านคือ 1.e-Society ประกอบด้วย 1.1พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 1.2โครงการ ICT House Keeper ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนและผู้ปกครองมีซอฟต์แวร์ที่เป็นเครื่องมือในการควบคุมดูแลการใช้งานอินเทอร์เน็ต และช่วยป้องกันการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมของเยาวชน 1.3โครงการศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน และ1.4โครงการร่วมสร้างดาวเทียมเอนกประสงค์ขนาดเล็ก (SMMS)

2.e-Education ได้จัดทำโครงการศูนย์กลางเรียนรู้แห่งชาติ เพื่อเป็นศูนย์กลางความรู้และเครือข่าย ในการจัดการความรู้ด้านต่างๆ ของประเทศไทย เพื่อพัฒนา จัดเก็บ เนื้อหาเกี่ยวกับภูมิปัญญาไทยและสาขาวิชาต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบดิจิตอล และเพื่อเผยแพร่ ความรู้ต่างๆ ของประเทศไทยผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้แพร่หลายและทั่วถึง พร้อมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและการเรียนรู้ในหมู่ประชาชนเพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้

3.e-Commerce ได้แก่การจัดทำ พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นการส่งเสริมการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้น่าเชื่อถือ และมีผลทางกฎหมาย อีกทั้งยังให้บริการธนาณัติออนไลน์ โดยบริษัทไปรษณีย์ จำกัด (ปณท) ได้ติดตั้งระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ออนไลน์ครบทุกที่ทำการไปรษณีย์ จำนวน 1,178 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมทั้งพัฒนาบริการธนาณัติให้ระบบออนไลน์ เป็นบริการส่งเงินที่รวดเร็ว ทัดเทียมหน่วยงานธรุกิจอื่นๆ โดยผู้ใช้บริการสามารถส่งเงินถึงปลายทางได้ภายใน 1วัน

4.e-Industry มีการสนับสนุนโครงการต่างๆได้แก่ 4.1โครงการพัฒนาตลาดซอฟต์แวร์ทั้งในและต่างประเทศ 4.2โครงการการพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจซอฟต์แวร์ไทย โดย SIPA 4.3โครงการการพัฒนาระบบโทรคมนาคม 3G กระทรวงไอซีที และ4.4โครงการส่งเสริมการพัฒนาระบบเคเบิลใต้น้ำใยแก้ว โดย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ร่วมกับภาคีสมาชิกรวม 10 ประเทศ โดยการจัดสร้างระบบเคเบิลใต้น้ำใยแก้วขนาดไม่ต่ำกว่า 640 Gbps เชื่อมโยงระหว่างประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศสหรัฐอเมริกา

5.e-Government ได้จัดทำโครงการต่างๆได้แก่ 5.1เครือข่ายสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ 5.2มาตรฐานข้อมูล Th e-Gif ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดทำกรอบแนวทางมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลแห่งชาติ 5.3 โครงการจัดทำบัตรประชาชนอเนกประสงค์ 5.4 โครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน

จาก 6 ปีที่ผ่านมาของการก่อกำเนิดกระทรวงไอซีที ทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้มากมายขึ้น แต่เราก็เชื่อว่า การพัฒนาของระบบต่างๆ จะก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเทคโนโลยี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ที่เป็นเรื่องเร่งด่วนในการดำเนินงานขณะนี้ เพื่อประกาศศักยภาพและยกระดับของอุตสาหกรรมไอซีที ในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จกในระดับสากล ตามกรอบดำเนินงานปีที่ 7...
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2008, 11:19 AM   #98
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

"พัธวณิช" ชี้อี-ออคชั่นปี"51แผ่ว แนะทางออกทะลวงงบฯภาครัฐ

วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11178 มติชนรายวัน



พ.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พัธวณิช จำกัด ผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์และบริการประมูลออนไลน์ (อี-ออคชั่น) ว่าจากปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 6 มาตรการ ซึ่งหนึ่งในมาตรการนั้นคือ เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2551 ที่ยังคงค้างท่ออยู่ รวมถึงงบประมาณปี 2552 บริษัทจึงขอเสนอ 4 แนวทาง ในการบริหารการใช้จ่ายงบฯภาครัฐเพื่ออัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ได้แก่

1.กระทรวงการคลังควรเร่งรัดและกำกับดูแลการโอนงบประมาณไปยังหน่วยงานเจ้าของงบฯโดยเร็ว
2.ภาครัฐควรเร่งรัดให้หน่วยงานเจ้าของงบฯดำเนินการใช้งบฯตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะงบฯลงทุน
3.กระทรวงการคลังควรติดตามอย่างใกล้ชิดให้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบราชการ เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม มุ่งเน้นตรวจสอบหน่วยงานที่ใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างแบบวิธีพิเศษ และดูแลไม่ควรให้ใช้วิธีดังกล่าวมากเกินไป เพราะอาจเปิดช่องให้เกิดการทุจริตได้ง่าย และ
4.ภาครัฐควรหามาตรการผ่อนปรนให้กับหน่วยงานเจ้าของงบฯกรณีที่ราคากลางต่ำกว่าราคาจริง จนไม่สามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ โดยอาจออกบทเฉพาะกาลหรือมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้หน่วยงานเจ้าของงบฯสามารถปรับราคากลางที่สะท้อนต้นทุนวัสดุที่เพิ่มขึ้นตามจริง

พ.อ.รังษีกล่าวว่า การประมูลระบบอี-ออคชั่น ในปี 2551 มีจำนวน 1.9-2 หมื่นงาน เท่ากับปี 2550 สะท้อนให้เห็นว่างบฯที่ผ่านการอี-ออคชั่นมีจำนวนน้อยลง ขณะที่งบฯลงทุนปี 2551 มากกว่าปี 2550 ประมาณ 6 พันล้านบาท ซึ่งจะน่ามีการอี-ออคชั่นได้ประมาณ 2.3-2.5 หมื่นบาท หากมีการเบิกจ่ายเงินเต็มที่ นอกจากนี้ ยังพบว่าการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษในปีนี้มีจำนวนสูงขึ้น ทั้งที่โดยหลักการแล้วไม่ควรจะเกิน 10% ของงบฯลงทุน หากสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ในปี 2552 เศรษฐกิจของประเทศอาจเจอปัญหารุนแรง ตลาดจะตึงตัวเพราะขาดสภาพคล่อง (กรอบบ่าย)

หน้า 6
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2008, 12:55 PM   #99
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

IBM has green PLM

Bangkokpost 17/10/2008


IBM's consulting arm is offering to help Thai manufacturers make their products more eco-friendly from development and manufacturing through delivery and use to end-of-life reclamation. Ranging across products as diverse as cars, tractors, televisions, electric shavers, food and clothing, IBM's Environmental Product Lifecycle Management (PLM) offering assists clients in analysing every phase of a product's existence and designing it to be environmentally friendly from the beginning.


This includes considering the materials used to make and package it, the energy needed to produce, transport and use it, and designing it to be refurbished or recycled when it is no longer usable.


''Governments, environmental advocacy groups, and most of all consumers are demanding that companies do better, and designing a product from the start to be eco-friendly throughout its lifetime is the most effective way to do that,'' according to IBM Global Business Services Thailand country manager Scott Russell.


''IBM offers Environmental Product Lifecycle Management to help clients address some of the environment's most complex problems with game-changing business and technology innovation,'' he said.


Increasing regulations require that companies think about the overall ecological impact of their products or face more penalties, while more customers were expressing a preference for ''greener'' products, he said. Both expect companies to plan for energy efficiency and proper disposal of products at end of life. In addition, rising costs of energy and materials associated with making, packaging and selling any product could have an impact on profitability, he added.




IBM says its Environmental PLM offering is relevant to all industries, but in particular to automotive, heavy equipment, electronics, and consumer products ranging from food to apparel.


Through this offering, IBM says it can help develop the following processes:


_ Design for compliance, ensuring products meet new regulatory requirements for energy usage, material safety;


_ Design for end-of-life management, designing a product so that it is easy to refurbish and reuse or disassemble and recycle;


_ Lifecycle assessment and carbon footprint reduction, reducing the environmental impact of producing the product, shipping it, use by the consumer, and reclamation and recycling, by evaluating carbon trade-offs through the manufacturing, distribution and transportation processes.


_ Material selection, choosing materials that are renewable, recyclable and non-toxic;


_ Packaging design, designing packaging to minimize waste and make it lighter and easier to recycle;


_ Project delivery acceleration, reducing the time to get eco-friendly products from the drawing board to market.


Environmental PLM joins a growing list of consulting offerings from IBM designed to help clients address CSR issues throughout their operations, including the Carbon Trade-off Modeler, the CSR Assessment and Benchmarking offerings and Green Sigma, IBM said in a press statement.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2008, 01:11 PM   #100
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,590
Likes (Received): 351

CA steps up presence with channel model

Bangkokpost 17/10/2008


After spending 11 months restructuring its operations here and in other Asian markets, CA last week announced the appointment of DataOne Asia (Thailand) as its value-added distributor in Thailand for its enterprise IT management solutions. Almost a year ago, CA announced a surprise restructuring of its operations in many Asian markets, saying that it would transition to a purely channel model in Thailand. That transformation is now complete here and DataOne Asia becomes CA's primary point of sales in Thailand, building on a relationship that spans almost 11 years.


In an interview last week, DataOne Asia CEO Adisorn Keawbucha said that the biggest change would be that DataOne would no longer sell directly to customers and fulfillment would be made by second tier partners.


These partners include AskMe Solutions and Consultants, Siemens, Fujitsu System Business, Samart Comtech, MFEC, Entiis, CDG Microsystems, Synnex and Ingram Micro. CA's regional channel sales director Karl Verhulst noted that the new structure was much more scalable, more efficient and more cost-effective.


CA still maintains an office in Bangkok with a staff of four, and also offers technical support in Thai from its call centres. Verhulst said CA believes that using the strengths of a second-tier partner channel would help CA target new industries outside its strengths which have been in the banking and finance sector here.


New areas with potential included healthcare, education, logistics and manufacturing, he added.


In the region, CA adopted this new channel model in Singapore in May, while the appointment of DataOne Asia here had been finalised in late August. Malaysia would be next, Verhulst said, in some three weeks' time, followed by Indonesia. The company still maintains a direct presence in Australia, Japan and India and in other regions of the world.


Admitting that operations had been low-key here since the restructuring had been announced last year, he said that customers would now be ''hearing more from us'' and various activities including customer events, seminars and training were planned.


Asked about the timing, with the world financial markets now in turmoil, he said that ''in hindsight you could say that such a restructuring was timely,'' since it reflected a ''rightsizing'' and reduced costs. But he pointed out that CA had enjoyed seven successive quarters of profit and was now gearing up for CA World, a major global customer conference being held in the US next month.


DataOne had 250 professionals and was ranked among the top ten IT service companies here, Verhulst said while CEO Adisorn noted that over 15 DataOne professionals would be focussed on CA's products and solutions.


Verhulst said that DataOne had been working closely with CA's customer portfolio team on renewing mainframe and maintenance business with strategic accounts such as the Bangkok Bank, Thai Military Bank and Siam Commercial Bank.


That served as ''testimony to the confidence and trust built between us over nearly 11 years,'' he said.
napoleon no está en línea   Reply With Quote


Reply

Tags
ประมูล, ประมูล 3g, 3จี ประเทศไทย

Thread Tools
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 07:22 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2013, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.1.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2013 DragonByte Technologies Ltd.
vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2013 DragonByte Technologies Ltd. (Resources saved on this page: MySQL 23.08%)

SkyscraperCity - In Urbanity We Trust

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu