|
|
| daily menu » rate the banner | guess the city | one on one |
|
|
#161 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,532
Likes (Received): 346
|
ไอซีที เตรียมจัดตั้ง"สภาไอซีที" พัฒนาอุตสาหกรรมไทย
วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 เวลา 12:57:43 น. มติชนออนไลน์ นายอาจิน จิรชีพพัฒนา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนว่า กระทรวงฯ ได้มีดำริผลักดันให้มีการจัดตั้ง "สภาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย" ขึ้น เพื่อทำหน้าที่ประสานนโยบายและการดำเนินงาน ระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน พร้อมทั้งเสนอแนะแนวนโยบายสำคัญ ๆ ที่ส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ ตลอดจนเสริมสร้างมาตรฐาน และจรรยาบรรณของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้อยู่ในระดับสากล และยืนหยัดในเวทีโลกได้อย่างมั่นคง นายอาจิณ กล่าวว่า ในอนาคตเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จะกลายเป็นสาธารณูปโภคที่มีความสำคัญของประเทศ ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้ก้าวหน้านั้น จะเป็นหน้าที่ของภาคเอกชน ขณะที่กระทรวงไอซีทีจะทำหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน วางนโยบายด้านไอซีทีของประเทศ ดังนั้น การมีสภาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย หรือ สภาไอซีที เปรียบเสมือนมีแกนกลางในการประสานระหว่างนโยบายและการดำเนินงาน หรือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนนั่นเอง โดยสภาไอซีทีนี้ จะมีอิสระในการแสดงความคิดเห็น ให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะต่างๆ ในการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่เกี่ยวข้องกับด้านไอซีทีให้แก่รัฐบาล รวมทั้งส่งเสริมพัฒนา แก้ปัญหาอุตสาหกรรมไอซีที พัฒนาบุคลากรด้านไอซีที สนับสนุนการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ ทดสอบ ทดลอง อบรมเผยแพร่วิชาการและเทคโนโลยี ตลอดจนเสริมสร้างจริยธรรม จรรยาบรรณแก่สมาชิก รวมถึงส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไอซีทีกับสถาบันการศึกษาต่างๆ เป็นต้น ส่วนการบริหารจัดการองค์กรของสภาไอซีทีจะดำเนินการโดยสภาที่ปรึกษา สภาบริหาร และสภาปฏิบัติการที่ได้รับคัดเลือกจากสมาชิก ซึ่งสมาชิกนั้นจะมีทั้งสมาชิกสามัญ คือ นิติบุคคลไทย นิติบุคคลสากล และสมาชิกวิสามัญ คือ บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และบุคคลธรรมดาที่เป็นชาวต่างชาติ รวมทั้งยังมีสมาชิกกิตติมศักดิ์ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากสภาไอซีทีด้วย นายอาจิณ กล่าวว่า การจัดตั้งสภาไอซีทีนั้น จะต้องมีการร่างกฎหมายออกมารองรับหน่วยงานดังกล่าว โดยปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายสภาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทยขึ้น เพื่อดำเนินการ ร่าง กฎหมายสภาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย พร้อมทั้งเสนอแนะการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่อาจมีขึ้นในระหว่างการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ ร่างกฎหมายสภาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทยนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2552 ก่อนจะนำไปผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์ และกระบวนการตราพระราชบัญญัติ ซึ่งประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนของฝ่ายบริหาร โดยรัฐมนตรีจะนำร่างกฎหมายฯ เสนอต่อนายกรัฐมนตรี แล้วจึงนำเข้าสู่คณะรัฐมนตรีพิจารณา ก่อนจะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยส่งให้คณะกรรมาธิการสภา สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาพิจารณา และเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย คือ ขั้นตอนการทูลเกล้าถวาย เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยทั้ง 3 ขั้นตอนจะใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 7-10 ปี จึงสามารถออกกฎหมาย และจัดตั้งเป็นสภาไอซีทีได้” นายอาจิน กล่าว
__________________
Thailand Ayutthaya World Expo 2020 Thailand Gateway Of ASEAN (South East Asia Hub) BOI Thailand Board of Investment Tourism Thailand MICE Thailand Convention and Exhibition Bureau Thailand Trade Department Last edited by napoleon; November 28th, 2008 at 08:57 AM. |
|
|
|
|
|
#162 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,532
Likes (Received): 346
|
"ดีเอสไอ-ศาล"จี้แก้กฎหมายคอมพ์ ชำแหละปัญหาการบังคับใช้ยุบยับ-จนท.ไม่เข้าใจ
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4058 ชำแหละการบังคับใช้ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เต็มไปด้วยปัญหาการตีความ เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องยังสับสน-ขาดความเข้าใจ ดีเอสไอ-ศาลจี้เร่งแก้กฎหมาย เพิ่มนิยามศัพท์และระบุขั้นตอนการจับให้ชัดเจนว่า คดีใดต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คอมฯ ระหว่างรอแนวการตีความจากคำพิพากษาศาลฎีกา ในงานเสวนา "กฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ทำให้สับสนหรือใช้ได้จริง" จัดโดยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนไทย 9 หน่วยงาน พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ปัจจุบันการใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ยังมีปัญหาเรื่องการตีความของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแตกต่างกัน ทั้งการตีความว่าการกระทำใดเป็นความผิด รวมถึงกระบวนการเข้าจับกุม ซึ่งเป็นประเด็นที่มีปัญหามาก เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องยังไม่มีความเข้าใจที่ชัดเจนว่า คดีแบบใดที่ตำรวจใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) ในการเข้าตรวจค้นยึดของกลาง คดีแบบใดต้องใช้กระบวนการตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จึงควรแก้ไข พ.ร.บ. เพื่อระบุให้ชัดเจนว่าถ้าเป็นความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จะต้องใช้กระบวนการตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นายสุเจตน์ จันทรังษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร กล่าวเสริมว่า การยึดหรืออายัดตามมาตรา 18 และ 19 ของ พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.เท่านั้นที่มีอำนาจเข้าไปยึดอายัด และจะยึดได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ปัญหาที่พบคือที่ผ่านมาตำรวจ โดยใช้วิธีการตาม ป.วิอาญา เข้าตรวจค้นหาหลักฐาน ซึ่งสามารถยึดหลักฐานไว้ได้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ซึ่งทำให้ผู้เสียหายได้รับผลกระทบเกินสมควร ไม่สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและกระทบต่อสิทธิของประชาชน นอกจากนี้ ปัญหาในทางปฏิบัติที่สำคัญของ พ.ร.บ.นี้ คือถ้าไม่มีผู้เสียหายร้องทุกข์ ความผิดที่เกิดขึ้นก็จะไม่เข้าสู่กระบวนตามกฎหมาย ทั้งๆ ที่ความเสียหายเกิดขึ้น ด้านนายดล บุนนาค ผู้พิพากษาชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา สำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรม กล่าวว่า หากพนักงานเจ้าหน้าที่และตำรวจเข้าใจหลักของกฎหมายก็จะไม่มีปัญหานี้ เพราะมีหลักอยู่แล้วว่า หากมีความผิดที่กฎหมายเฉพาะระบุไว้ ต้องใช้วิธีปฏิบัติตามกฎหมายเฉพาะ ไม่ใช่เอากฎหมายทั่วไปมาใช้ กรณีนี้เมื่อมี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยมีพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบก็ต้องปฏิบัติตาม ไม่ไปใช้วิธีตามกฎหมายทั่วไป ป.วิอาญา มิฉะนั้นหลักฐานที่ได้มาจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลไม่สามารถนำมาใช้ในการพิจารณาคดีได้ ปัญหาการตีความเป็นปัญหาปกติของกฎหมายทุกฉบับ การที่แต่ละกลุ่มตีความกฎหมายต่างกันจะไม่กระทบกับประชาชน ถ้าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าใจกฎหมายจริงๆ และการตีความที่จะเป็นบรรทัดฐานคือคำ พิพากษาของศาล ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกระยะ เพราะปัจจุบันคดีส่วนใหญ่ยังไม่ขึ้นสู่ชั้นศาล "ขณะเดียวกัน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นกฎหมายเทคนิคเยอะ แต่ไม่มีการนิยามศัพท์ที่ครบถ้วน เช่น การดักรับข้อมูล หมายความถึงแค่ไหน เท่ากับโยนให้ศาลตีความเอาเอง หรือนิยามที่มีอยู่ก็ไม่ชัดเจน อย่างมาตรา 20 ที่เกี่ยวกับการบล็อกเว็บไซต์ ที่ระบุว่าสามารถขอให้ศาลระงับไม่ให้มีการเผยแพร่ ซึ่งกินความหมายกว้างมากกว่าคำว่าบล็อกเว็บไซต์ ถามว่าศาลจะสามารถสั่งเป็นอย่างอื่น เพื่อไม่ให้เกิดการเผยแพร่เว็บไซต์ได้หรือไม่ เพราะการทำลายระบบที่ใช้เผยแพร่ หรือจับคนที่สร้างเว็บไซต์ ก็เป็นการระงับการเผยแพร่ได้เหมือนกัน" พันโทนราวิทย์ เปาอินทร์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ต้องเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประสานงานทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันควรมีการปรับปรุงกฎหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย และตำรวจสามารถเข้าไปตรวจสอบและค้นหาหลักฐานในการกระทำผิดได้รวดเร็วกว่านี้ เพราะความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีเป็นคดีที่เกิดขึ้นเร็วและทำลายหลักฐานได้เร็ว แต่ปัจจุบันต้องใช้เวลาขอให้ศาลออกหมายค้น หน้า 31 |
|
|
|
|
|
#163 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,532
Likes (Received): 346
|
"กสท"ทุ่ม2.8หมื่นล้าน ลงทุนมือถือ/ผนึก"เชฟรอน"วางเคเบิล
แนวหน้า 1/12/2008 นายพิศาล จอโภชาอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2552 นี้ กสท ได้วางงบลงทุนในปี 2552 รวมทั้งสิ้น 28,000 ล้านบาท โดยจะเน้นในการด้านการลงทุนขยายโทรศัพท์เคลี่อนที่ระบบซีดีเอ็มเอในต่างจังหวัด เป็นหลัก "กสท.เป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจที่ถือได้ว่ามีฐานะการเงินค่อนข้างจะเข้มแข็ง สามารถดำเนินการธุรกิจได้ด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นที่จะต้องกู้เงินจากแหล่งเงินทุน ซึ่งการทำธุรกิจของกสท.มีช่องทางอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ซีดีเอ็มเอ ธุรกิจอินเตอร์เนตความเร็วสูง(บรอดแบนด์)" นายพิศาล กล่าว นอกจากนั้นนายพิศาล กล่าวอีกว่า กสท มีแผนที่จะร่วมกับ บริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสำรวจ และผลิต ปิโตรเลียม ในโครงการเดินสายเคเบิลใต้น้ำ โดยจะเดินสายไปตามแท่นขุดเจาะน้ำมัน บริเวณอ่าวไทย ซึ่ง กสท จะเป็นผู้ลงทุนโครงข่าย มูลค่า 1,000 ล้านบาท ขณะที่ เชฟรอนเป็นผู้เข้ามาเช่าโครงข่ายใยแก้วนำแสง "เราได้พูดคุยกับทาง เชฟรอน หลายเดือนแล้วกับโครงการนี้ซึ่งทาง เชฟรอน ก็มีความสนใจเกี่ยวกับโครงการเดินสายเคเบิลใต้น้ำเช่นกัน โดยเรามองว่า จะต้องเป็นการลงทุนในระยะยาว" นายพิศาล กล่าว ส่วนแผนในระยะยาว ตั้งแต่2552-2554 กสท มีแผนติดตั้งโครงการ "ไฟเบอร์ ทู เดอะ เอ็กซ์ " รองรับการให้บริการรอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง โดยเริ่มต้นเจาะกลุ่มอาคารขนาดสูง ทั้งในกรุงเทพมหานคร(กทม.) ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ โดยจะนำเสนอจุดเด่นการบริการที่มีคุณภาพด้วยความเร็ว 100-1,000 เมกะบิตต่อวินาที "ปัจจุบันเทคโนโลยีที่กล่าวมานั้น ค่อนข้างจะไปทางนี้เยอะ คาดว่าธุรกิจ ไฟ เบอร์ ทู เดอะ เอ็กซ์ นี้ จะเป็นตัวที่จะนำมาเพิ่มรายได้ให้แก่ กสทได้" นายพิศาล กล่าว |
|
|
|
|
|
#164 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,532
Likes (Received): 346
|
ค่ายฮาร์ดดิสก์ปรับช่องทางขนส่งโดยรถ
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 1/12/2008 :โรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ ปรับช่องทางขนส่งอาศัยรถยนต์เป็นหลักก่อนต่อเครื่องที่ต่างประเทศ เพิ่มค่าใช้จ่าย 20-30% ทั้งเล็งหยุดเทศกาลปีใหม่ยาวขึ้น เริ่ม 26 ธ.ค. หากยอดสั่งซื้อสินค้าชะงัก นายนคร ตั้งสุจริตพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหาร บริษัท ฮิตาชิ โกลบอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากปัญหาการขนส่งทางอากาศที่หยุดชะงัก ทำให้วัตถุดิบเข้ามาไม่ได้ เพราะการสำรองวัตถุดิบจะทำประมาณ 1 วันครึ่งถึง 2 วัน บริษัทจึงสั่งหยุดการทำงานล่วงเวลาตั้งแต่วันอังคารที่ 25 พ.ย. แต่ช่วงเวลาปกติยังทำงานเช่นเดิม โดยมีวัตถุดิบสำรองพอจะทำงานได้ถึงวันศุกร์ที่ผ่านมา วันเสาร์-อาทิตย์ปิดโรงงาน "วัตถุดิบล็อตใหม่กำหนดเข้าวันอาทิตย์ และวันนี้ (1 ธ.ค.) จะเริ่มทำงานตามปกติ ส่วนการทำโอทีต้องพิจารณาถึงออร์เดอร์ที่จะเข้ามาหลังเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า หากยังมีต่อเนื่องก็จะเปิดทำ และอาจจะเลื่อนวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ไป จากที่วางแผนไว้ว่า ถ้าออร์เดอร์ไม่เข้า หรือถูกยกเลิกไปจะเริ่มหยุดยาวโดยเปิดให้พักร้อนตั้งแต่ 26 ธ.ค.2551-1 ม.ค.2552 ใครไม่มีวันหยุดเหลือก็ให้ขอยืมของปีหน้ามาใช้ได้" นายนคร กล่าว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าไฟฟ้าวันละเป็นหลักร้อยล้านบาท ค่ารถรับส่งพนักงานวันละ 2 แสนกว่าบาท จากปีที่ผ่านๆ มาบริษัทมักต้องทำงานกันจนถึงวันสุดท้าย รวมถึงทำงานล่วงเวลาด้วย ได้หยุดเพียงวันที่ 30 ธ.ค. และ 1 ม.ค. เพราะออร์เดอร์ที่เข้ามาจำนวนมาก ส่วนการขนส่งสินค้าออกซึ่งปกติส่งทางอากาศเป็นหลัก บริษัทได้ปรับเป็นขนส่งทางบก แล้วไปต่อเครื่องบินที่ต่างประเทศแทน ซึ่งต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายประมาณ 20-30% และใช้เวลาเพิ่มขึ้น 2-3 วัน ขณะนี้บริษัทกำลังศึกษาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ หากออร์เดอร์หายไป เพราะผู้ซื้อที่แม้จะวางแผนสั่งซื้อล่วงหน้านาน แต่สามารถยกเลิกได้ทันที และยังไม่ได้ประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นแน่ชัด หากคาดว่าวันละเป็นหลักร้อยล้านบาท "ผลกระทบคงไม่เกิดขึ้นทันที จะต้องดูปลายปีอีกที ที่แน่ๆ คือไตรมาส 4 คงไม่ได้ตามเป้า จาก 3 ไตรมาสแรกทำได้อย่างดีมาโดยตลอด พนักงานมีความหวังจะได้โบนัสที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปกติโรงงานจะจ่ายโบนัสตายตัวเดือนธ.ค. จำนวน 1 เดือนเต็ม และนำผลประกอบการของบริษัทกับผลการทำงานของพนักงานมาประเมินเพื่อจ่ายโบนัสเพิ่มขึ้นเดือนมี.ค. ก็ต้องทำความเข้าใจกับพนักงานที่มีอยู่" นายนคร กล่าว พร้อมกันนี้ เขากล่าวด้วยว่า เรื่องออร์เดอร์น่าจะเป็นผลกระทบทั้งจากเศรษฐกิจโลก และความเชื่อมั่นต่อการส่งออกสินค้าได้ทันตามกำหนด ฉะนั้น ขณะนี้จึงยังไม่สามารถระบุว่าจะต้องลดกำลังการผลิตระดับใด ฮิตาชิ มีพนักงานรวม 15,000 คนทั้งที่โรงงานศรีราชา และปราจีนบุรี มีรายได้ประมาณ 2,600 ล้านดอลลาร์ หรือ 91,000 ล้านบาทต่อปี แหล่งข่าวจากบริษัทซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทคงได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับโรงงานอื่นๆ และได้ปรับเปลี่ยนวิธีการขนส่งเช่นเดียวกัน ก็ต้องยอมรับไปตามสภาพ ปัจจุบัน ซีเกทจ้างแรงงานทั้งที่เทพารักษ์และนครราชสีมารวม 13,000 คน มีรายได้จากการส่งออกปีปิดงบประมาณ 2551 สิ้นสุด มิ.ย.ที่ผ่านมา 113,000 ล้านบาท |
|
|
|
|
|
#165 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,532
Likes (Received): 346
|
อุตสาหกรรมไอซีทีไทยเสียโอกาส "การเมืองวุ่น-ปิดสนามบิน"
Bangkokbiznews 3/12/2008 :ปิดสนามบินยืดเยื้อ กระทบอุตสาหกรรมด้านไอทีและสื่อสารไทย "สะดุด" โอกาส เวทีสัมมนาอินเตอร์หลายงานล้ม ลุ้นสามารถกลับมาจัดได้ในต้นปีหน้า แต่ยอมรับต้องใช้เวลาฟื้นความมั่นใจ ด้านบริษัทในไทย แห่เลื่อนจัดงาน-เปิดสินค้าใหม่ กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : สถานการณ์การเมืองตลอดช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ ส่งผลให้บริษัทกลุ่มสื่อสารและไอที ต่างก็ต้องเร่งปรับแผนกิจกรรมทางธุรกิจและการตลาดในไทย เพื่อรับมือความวุ่นวายทางการเมือง ที่ได้ลามมาถึงเรื่องการปิดสนามบิน จนกระทบความมั่นใจของบริษัทแม่ บริษัทที่เป็นคู่ค้า และบริษัทใหม่ๆ ที่มีแผนขยายการลงทุนเข้ามายังไทย นายทวี อุดมกิจโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอ-โมบาย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้ตัดสินใจเลื่อนการจัดงานประชุมดิสทริบิวเตอร์ประจำปี ของไอ-โมบายจากทุกประเทศ เนื่องจากแขกรับเชิญจากต่างประเทศไม่สามารถบินเข้าประเทศได้ โดยจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งต้นเดือนมกราคม ปีหน้า ทั้งนี้ แม้การเลื่อนจัดงาน จะยังไม่มีความเสียหายในแง่ยอดส่งออก แต่มีผลทำให้การ "ปิดการขาย" ล่าช้าออกไปไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ เนื่องจากงานดังกล่าว เป็นการเชิญดิสทริบิวเตอร์มาชมนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม สินค้าที่นำเข้าจากโรงงานในต่างประเทศ ตลอดจนต้องส่งสินค้าออก ก็ยังติดชะงักอยู่ที่คลังสินค้าของสนามบิน หรือรอส่งออก ซึ่งได้พยายามแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนเครื่อง (transit) ในบางเส้นทาง ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าว ระบุว่า ช่วงสิ้นปีนี้เดิมจะมีงานสัมมนาใหญ่ด้านสื่อสาร 2 งาน กำหนดจัดโดยสมาคมโทรคมนาคมแห่งชาติ ร่วมกับสถานทูตแคนาดา ต้นเดือน ธ.ค. นี้ และอีกงานจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ประมาณกลางเดือนเดียวกัน แต่ท้ายที่สุดต้องยกเลิกไป เพราะนักธุรกิจและวิทยากร ที่ต้องเดินทางมาจากต่างประเทศ ไม่มั่นใจสถานการณ์ในไทย รายงานข่าวจากสถานทูตแคนาดา ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ผลกระทบจากปัญหาการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มนักธุรกิจด้านไอทีและการสื่อสาร (ไอซีที) ของประเทศแคนาดา ต้องยกเลิกการเดินทางมาร่วมสัมนา และพบปะบริษัทและหน่วยงานด้านสื่อสารของไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ประเทศของการเยือนเอเชีย นอกเหนือจาก เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ ทั้งนี้ ตามกำหนดการของงาน "Ontario Telecom Business Partnering Forum" เดิมกำหนดไว้วันที่ 1 ธ.ค. 2551 โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูง ของหน่วยงานที่ดูแลด้านการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ แห่งออนตาริโอ ประเทศแคนาดา นำทีมนักธุรกิจด้านไอซีทีจาก 7 บริษัท จำนวนผู้ร่วมเดินทางกว่า 90 คน มาศึกษาโอกาสทางธุรกิจในประเทศไทย รวมทั้งมีกำหนดพบปะกับบริษัทในไทยไว้ล่วงหน้าแล้ว 13-14 ราย ครอบคลุมทั้ง ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ผู้ให้บริการสื่อสาร ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และวอยซ์โอเวอร์ไอพี รวมทั้ง บมจ. ทีโอที และ บมจ. กสท โทรคมนาคม "บริษัทแคนาดาเหล่านี้ ต่างก็รู้สึกเสียดายโอกาสที่จะได้พบปะกับผู้ให้บริการในไทย โดยต่างก็รอจนถึงที่สุด จึงได้ตัดสินใจโทรมาแจ้งขอยกเลิกเมื่อเย็นวันพฤหัสบดีที่แล้ว และเนื่องจากไทย จะเป็นประเทศแรกของการเดินทางในทริปนี้ ดังนั้นหากต้องเปลี่ยนแปลงหรือติดขัด ก็จะกระทบไปถึงกำหนดการในประเทศอื่นๆ อีก 3 แห่งที่วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจบินข้ามไปมาเลเซียเลย" แหล่งข่าวกล่าว อย่างไรก็ตาม ทางหน่วยงานที่ทำหน้าที่ประสานงาน กำลังรอดูว่าจะมีโอกาสกลับมาจัดอีกครั้งช่วงเดือน ก.พ. ปีหน้าหรือไม่ แหล่งข่าว กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นความน่าเสียดายสำหรับประเทศไทย เพราะถือเป็นครั้งแรกที่มีการรวมกลุ่มนักธุรกิจด้านไอซีที จากแคนาดา เพื่อเดินทางมาดูลู่ทางขยายตลาดที่นี่ จากที่ผ่านมาจะมองแต่เฉพาะตลาดขนาดใหญ่ เช่น จีน หรือสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้บางรายเห็นแล้วว่า ประเทศไทยมีโอกาสอีกมากสำหรับธุรกิจด้านไอซีที นายสุธรรม อยู่ในธรรม กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า กทช. ได้ยืนยันการเลื่อนจัดงานสัมมนาใหญ่เชิงวิชาการด้านโทรคมนาคม ซึ่งได้เชิญวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศจำนวนมาก ที่มีกำหนดการเดิมกลางเดือน ธ.ค. ออกไปแบบไม่มีกำหนด เช่นเดียวกับการเลื่อนจัดงาน อาเซียน ซัมมิต ของรัฐบาล ส่วนหนึ่งของการเลื่อนงานออกไป เพราะสถานการณ์ภายในประเทศไม่สงบเรียบร้อย โดยเฉพาะการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้วิทยากรรับเชิญ ปฏิเสธที่จะเดินทางมาร่วมงานในเวลาดังกล่าว เพราะถือเป็นช่วงเวลาที่กระชั้นเกินไป แต่ กทช. จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมอีกครั้ง เพื่อวางแผนการจัดงานต่อไป ทั้งนี้ การเลื่อนสัมมนาออกไป ยังไม่มีการประเมินผลความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบกับการออกหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตและจัดสรรคลื่นความถี่ สำหรับให้บริการ 3จี และ ไวแมกซ์ เพราะเป็นหน้าที่ของ กทช. ในการดำเนินการอยู่แล้ว ขณะที่การลงทุนนั้น ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการเอกชนแต่ละราย แหล่งข่าวใน กทช. กล่าวว่า วิทยากรจากต่างประเทศ ได้ขอยกเลิกเดินทางมาประเทศไทย เพราะกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะยังไม่มีความรุนแรงมากนัก แต่ก็ไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้ ทั้งนี้ แม้งานดังกล่าว เป็นงานสัมมนาเชิงวิชาการเป็นหลัก ไม่น่าจะมีผลเสียหายในทางตรงมากนัก แต่อาจกระทบถึงการเจรจาความร่วมมือด้านการลงทุนในอนาคต ที่จะชะลอออกไป ด้านนายปราโมทย์ สุดจิตพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทได้ยกเลิกแผนร่วมงานเปิดตัวสำนักงานใหม่ในมาเลเซีย รวมถึงการเปิดให้บริการเกมเพิ่มอีก 2 เกมในวันที่ 1-2 ธ.ค. นี้ เพราะไม่สามารถใช้สนามบินได้ตามปกติ ส่งผลให้ผู้บริหารและทีมงานไม่สามารถเดินทางไปเปิดงาน ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าแถลงข่าวที่มาเลเซียตามกำหนดการเดิม เนื่องจากได้วางแผนมาระยะหนึ่งแล้ว ประกอบกับการบริหารงานดำเนินการโดยพนักงานท้องถิ่นเป็นหลัก ฟากรายงานข่าวจากบริษัท ไซแมนเทค ซึ่งล่าสุดได้เลื่อนงานเผยผลสำรวจเศรษฐกิจใต้ดิน ตลาดมืดสำหรับสแปมเมอร์ และนักฉ้อฉล ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นวานนี้ (2 ธ.ค.) เป็น 8 ธ.ค. 2551 เนื่องจากผู้บริหารไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทแม่ในสิงคโปร์ ยังคงปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดแผนการรับมือต่อสถานการณ์ดังกล่าว |
|
|
|
|
|
#166 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,532
Likes (Received): 346
|
ไอซีทีตั้งคก.ยกร่างพ.ร.บ.ดาวเทียม ใช้เป็นกรอบให้ไทยเจรจากับเวทีโลก
วันที่ 06 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11228 มติชนรายวัน นายภูวเดช อินทวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า กระทรวงได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อยกร่าง พ.ร.บ.การสื่อสารระบบดาวเทียมและเคเบิลใต้น้ำ โดยมีนายดิเรก เจริญผล เป็นประธาน และคณะกรรมการที่มาจากภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิชาการอีก 9 ราย วัตถุประสงค์ในการยกร่างดังกล่าว กระทรวงคาดหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการเจรจาการค้าที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดาวเทียมและเคเบิลใต้น้ำในเวทีสากลอย่างมาก หลังจากที่ผ่านมาไทยเสียเปรียบและเสียโอกาสในการเจรจา เนื่องจากไม่มีกรอบ นโยบายในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดดังกล่าว ประกอบด้วยการจัดทำแผนพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับกิจการดาวเทียมและเคเบิลใต้น้ำของประเทศไทย การศึกษา ตรวจสอบกฎหมายต่างๆ ตลอดจนการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการ เป็นต้น นายภูวเดชกล่าวว่า สำหรับภาวะช่วงสุญญากาศทางการเมือง ภายหลังคำตัดสินยุบ 3 พรรคการเมืองนั้น จะไม่ส่งผลต่อแผนงานของกระทรวง ตลอดจน 3 รัฐวิสาหกิจในสังกัด ได้แก่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เนื่องจากโครงการต่างๆ สามารถดำเนินการไปได้ตามขั้นตอน แม้ว่าจะอยู่ในช่วงของรัฐบาลรักษาการก็ตาม ยกเว้นการเสนอโครงการใหม่ๆ ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ "เวลานี้รัฐบาลรักษาการยังคงรักษาเสถียรภาพทางการเมืองต่อไปได้ แต่สิ่งที่ภาคเอกชนจะเป็นกังวลมากกว่าคือรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหาร และเป็นรัฐบาลจริงนั้นจะมีเสถียรภาพมากน้อยเพียงใด ซึ่งก็ต้องรอดูอีกครั้ง" นายภูวเดชกล่าว หน้า 6 |
|
|
|
|
|
#167 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,532
Likes (Received): 346
|
ชงคลื่น2.3GHzเปิด"ไวแมกซ์"ทั่วปท.
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 08 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4060 คณะทำงานเสนอจัดสรรความถี่ 2.3 GHz แจกไลเซนส์ "ไวแมกซ์" ระบุเหมาะสมใช้งานโทรคมนาคมโดยตรง และมีแบนด์วิดท์เหลือกว่า 100 MHz แบ่งขั้นต่ำ 15MHz พร้อมทำได้หมดทั้งแบ่งรายพื้นที่ และครอบคลุมทั่วประเทศ ชง "กทช." ตัดสินใจ เชื่อภายในไตรมาสแรกปีหน้า เปิดเวทีประชาพิจารณ์ร่างหลักเกณฑ์ออกใบอนุญาต "ไวแมกซ์" พร้อมมือถือ "3G" ฟากยักษ์มือถือ "เอไอเอส-ดีแทค" หนุนทำคลอดไลเซนส์ใหม่ปลุกการลงทุนในประเทศ ชูตั้งกฎใช้ทรัพยากรร่วมกันลดต้นทุน แหล่งข่าวจากคณะกรรมการประเมินผลการทดลองหรือทดสอบ Wi-Max เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้คณะกรรมการได้สรุปผลการทดสอบ Wi-Max ของผู้ให้บริการรายต่างๆ และจัดทำข้อเสนอแนะให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) นำไปพิจารณาใช้ในการออกใบอนุญาตแล้ว จากการทดสอบพบว่า Wi-Max รับส่งข้อมูลได้เร็วเฉลี่ย 6-10 Mbps ในรัศมี 2-6 ก.ม.จากสถานีฐาน และใช้แอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้ดี ยกเว้นการใช้งานแบบเคลื่อนที่ที่ยังไม่มี ผู้ประกอบการรายใดทดสอบการใช้งานในการเคลื่อนที่เกินกว่า 60 ก.ม./ชั่วโมง ซึ่งเป็นการใช้งานแบบ full mobility เลย โดยสรุปคือคณะกรรมการเห็นว่า เทคโนโลยี Wi-Max มีความพร้อมที่จะนำมาใช้ในประเทศไทยเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ของเทคโนโลยี จำนวนผู้ประกอบการที่พร้อมลงทุน และผู้ผลิตอุปกรณ์โครงข่ายที่มีหลายราย ไม่ผูกขาดแค่รายใดรายหนึ่ง และได้เสนอประเด็นสำหรับพิจารณาทั้งหมด 3 ประเด็น ประกอบด้วย 1.เสนอให้ กทช.เลือกช่วงความถี่วิทยุ 2.3 GHz มาจัดสรรสำหรับใช้งานเป็นอันดับแรก เทียบกับความถี่ย่าน 2.5 GHz เนื่องจาก 2.3 GHz เป็นคลื่นที่กำหนดให้ใช้งานสำหรับกิจการโทรคมนาคมเป็นหลัก ขณะที่ 2.5 GHz ใช้ร่วมกันระหว่างโทรคมนาคมและกิจการวิทยุโทรทัศน์ อีกทั้งในทางเทคนิค ย่านความถี่ 2.3 GHz มีความกว้างแถบคลื่นที่นำมาจัดสรรได้ 100 MHz ส่วน 2.5 GHz มีเหลือจัดสรรได้โดยไม่ทับซ้อนกับกิจการโทรทัศน์กระจายเสียงเพียง 40 MHz เท่านั้น ประเด็นที่ 2.แบนด์วิดท์ที่เหมาะสมในการให้บริการ ไม่ควรต่ำกว่า 5 MHz/sector ซึ่งจะรองรับความเร็วการรับส่งข้อมูลได้ 10 Mbps เนื่องจากสถานีฐานโดยทั่วไปจะออกแบบไว้ที่ 3 sector/สถานี ดังนั้นแถบความกว้างความถี่ที่เหมาะสมในการให้บริการจึงไม่ควรต่ำกว่า 15 MHz ประเด็นสุดท้าย ขอบเขตพื้นที่ให้บริการโดยเทคโนโลยีและการออกแบบโครงข่ายทำได้ทั้งในลักษณะทั่วประเทศ และรายพื้นที่ จึงขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมและนโยบายของ กทช.ว่า จะเลือกรูปแบบของใบอนุญาตแบบใด หากเลือกออกใบอนุญาตเป็นรายพื้นที่จะทำให้มีความซ้ำซ้อนในการวางแผนใช้งานความถี่ของผู้ประกอบการแต่ละรายมากขึ้น "นอกจากนี้ยังมีข้อควรระวัง คือ การใช้งาน Wi-Max ในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง หรือมีตึกบังระหว่างเครื่องส่งสัญญาณกับเครื่องรับสัญญาณจะเกิดการลดทอนสัญญาณทำให้คุณภาพบริการลดลง หากนำไปให้บริการในเขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่น และมีสิ่งกีดขวางมาก อาจทำให้คุณภาพบริการลดลง" นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการสำนักงาน กทช. กล่าวว่า กทช.ได้รับทราบผลสรุปการทดลอง Wi-Max แล้ว แต่จะใช้เวลาอ่านผลการศึกษาก่อนตัดสินใจเชิงนโยบายในสัปดาห์ต่อไป ในประเด็นเกี่ยวกับย่านความถี่ที่จะใช้งาน ปริมาณแบนด์วิดท์ จำนวนใบอนุญาต และรูปแบบใบอนุญาต ว่าจะเป็นรายพื้นที่หรือทั่วประเทศ เมื่อมีข้อสรุปแล้ว สำนักงาน กทช.จะได้ดำเนินการจัดทำร่างหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาต และจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อไป คาดว่าจะดำเนินการได้ในไตรมาสแรกปีหน้า เช่นเดียวกับการจัดทำหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตการให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G ขณะนี้สำนักงาน กทช.ได้เสนอรายงานและผลการวิเคราะห์ด้านต่างๆ ให้ กทช.ใช้ในการตัดสินใจแล้ว คาดว่าจะเสนอให้ กทช.พิจารณาสัปดาห์ถัดไป หลังพิจารณาเรื่อง Wi-Max เสร็จแล้ว โดยน่าจะนำร่างหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาต 3G ออกรับฟังความคิดเห็นสาธารณะได้ในไตรมาส 1 ปีหน้าเช่นกัน ด้านนายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเกชั่น (ดีแทค) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าในเชิงเทคโนโลยีไวแมกซ์เป็นของใหม่มาก การพัฒนาอาจไม่นิ่งเท่าที่ควร ถ้าจะให้แน่นอนจริงๆ อาจต้องรออีก 1-2 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะการใช้งานแบบเคลื่อนที่ แต่หาก กทช.สามารถออกไลเซนส์ได้ในปีหน้าน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะกระบวนการ ต่างๆ ระหว่างทางจนถึงเปิดให้บริการได้ต้องใช้เวลาอีกร่วมปีเช่นกัน สำหรับกรณีการออกไลเซนส์ 3G บนคลื่น 2.1 GHz ตนมองว่า ภายในปีหน้า กทช.มีโอกาสที่จะผลักดันให้เกิดการประมูลคลื่นได้มากพอๆ กับที่มีโอกาสสะดุดหยุดลง เพราะเหตุขัดข้องอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่น แต่ถ้าถามว่าถ้ามีได้ภายในปีหน้าจะดีกับประเทศไหม ดีแน่นอน ไม่ต้องเป็นกังวลหรือเป็นห่วงเลยว่าเอกชนจะมีเงินลงทุนไหม และลงทุนแล้วจะเจ๊งหรือไม่ "ทั้งไวแมกซ์ และ 3G ถ้าผลักดันให้ออกไลเซนส์ได้ในปีหน้าดีกับประเทศแน่ เพราะกระตุ้นการลงทุน แต่ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ และจากประสบการณ์ของเทเลนอร์ในอินเดีย พบว่าถ้ามีกฎหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการติดตั้งเสาสัญญาณ เช่น ให้ใช้สถานีฐานร่วมกัน ก็จะช่วยเรื่องลดต้นทุนได้มาก ทั้งในแง่ทัศนียภาพก็ดีกว่าด้วย ไม่จำเป็นต้องมีเสาเพิ่ม 5 ต้น สำหรับผู้ประกอบการ 5 ราย เป็นต้น" ขณะที่นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตนเชื่อว่าภายในปีหน้าไลเซนส์ 3G น่าจะออกมาได้ ถ้าทำได้จริงก็จะกระตุ้นการลงทุนภายในประเทศได้มาก เพราะต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก ทั้งเป็น ไลเซนส์ที่ผู้ให้บริการทุกรายให้ความสนใจในแง่เทคโนโลยีพัฒนามานานจนไม่มีอะไรต้องกังวลอีก ส่วนไวแมกซ์หากเกิดขึ้นจะทำให้ ผู้บริโภคมีโอกาสเข้าถึงการใช้อินเทอร์เน็ตได้ง่ายและเร็วขึ้นมาก เนื่องจากไม่ต้องเดินสาย แต่ในแง่ผู้ให้บริการยังมีคำถามว่า คุ้มค่าในเชิงธุรกิจแค่ไหน โดยส่วนตัวมองว่าเหมาะที่จะเป็นบริการเสริมคู่ไปกับบริการหลักอย่าง 3G เป็นต้น "ผมมองว่าไวแมกซ์ก็เหมือนไว-ไฟ คือทำไว-ไฟอย่างเดียวในทางธุรกิจไม่รอด ทุกวันนี้ไฮสปีดเน็ตแบบมีสายที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันราคาถูกมากๆ ถ้าเก็บแพงใครจะใช้ ไวแมกซ์ก็คงไม่ต่างกัน" หน้า 28 |
|
|
|
|
|
#168 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,532
Likes (Received): 346
|
Daikin and Hana to invest another B2bn in Thailand
Bangkokpost 8/12/2008 Even though prospects for the global economy look dim, Thailand's electrical and electronics industry remains attractive as Japan's Daikin Industries and the Hana group are committing investments of almost two billion baht to the country. Daikin Industries (Thailand) will spend 1.4 billion baht to expand its production capacity of air-conditioners by an additional 634,400 units a year, the Board of Investment (BoI) said. The expansion of Daikin's factory in Amata Nakorn industrial estate, Chon Buri, is for exports to clients in Japan, Australia, and Europe. The company is planning to hire 668 more staff. Daikin expects to source 4.67 billion baht worth of local materials a year such as compressors and aluminium, the BoI said in its statement. ''This is a part of Daikin's ongoing investment programme in Thailand. As part of Japan's Daikin, the company already invested in five projects in Thailand for production of air-conditioners and compressors to serve the group's affiliates in Japan, Europe and China,'' it added. Hana Semiconductor, meanwhile, will spend 522.4 million baht to raise the capacity of integrated circuits (IC) and integrated circuit testing equipment used in communication and portable devices such as mobile phones, notebook computers and MP3 players. The company _ a joint venture of Dutch, Australian and US investors and affiliated with SET-listed Hana Microelectronics _ has also developed five projects in Thailand. Hana aims to secure local parts such as wafers, disks, and packaging of about 2.3 million baht annually and create employment for 282 people. The BoI said 175 projects applied for privileges in the first 10 months of 2008 with total outlays of 69.3 billion baht for products such as hard-disk drives, ICs, wafers for solar cells and light-emitting-diode (LED) lamps. |
|
|
|
|
|
#169 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,532
Likes (Received): 346
|
บริการ3จีเลื่อนยาว รอผ่านพรบ.ร่วมทุน
Posttoday วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551 เอชเอสพีเอ ล้มทั้งกระดาน หลังทีโอที ฟันธงต้องผ่านมาตรา 22 กฎหมายร่วมทุน ตามกสทฯ คาดลากยาวถึงปีหน้า นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า ทีโอทีจะต้องนำเรื่องการให้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่เก่า หรือเอชเอสพีเอ ของคู่สัญญา คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส เข้าสู่ขั้นตอนตามมาตรา 22 ซึ่งให้เป็นไปตามพ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกับกสท โทรคมนาคม ที่ดำเนินการกับคู่สัญญาคือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค และบริษัท ทรูมูฟ ขณะที่ขั้นตอนการผ่านมาตรา 22 ตามพ.ร.บ. ร่วมทุนฯ นั้น จะใช้ระยะเวลาพิจารณาประมาณ 6 เดือน ซึ่งส่งผลให้บริการเอชเอสพีเอเชิงพาณิชย์ที่ผู้ให้บริการทุกรายวางแผนไว้ ไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ทำได้เพียงการทดลองให้บริการในบางพื้นที่เท่านั้น ก่อนหน้านี้ ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่าสัญญาสัมปทานระหว่างเอกชนทั้ง 3 ราย ที่ทำกับทีโอที และกสทฯ นั้น ไม่ได้ผ่านมาตรา 22 สำหรับเอไอเอส และดีแทค และมาตรา 13 สำหรับทรูมูฟ ซึ่งทำให้ขณะนี้ต้องตั้ง คณะกรรมการเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอน นายพิศาล จอโภชาอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่กสทฯ กล่าวว่า การที่ให้บริการเอสเอชพีเอต้องผ่านขั้นตอนตามพ.ร.บ. ร่วมทุน เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ถือเป็นการดำเนินการอย่างรอบคอบในระหว่างที่รอคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ว่าควรจะต้องดำเนินการอย่างไร นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการ ผู้อำนวยการ เอไอเอส กล่าวว่า การเปิดให้บริการของเอไอเอสที่เชียงใหม่ และที่จะเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ และชลบุรี ปีหน้านั้น เป็นเพียงการทดลองไม่กี่สถานี คาดว่าจะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่สำหรับการให้บริการในจังหวัดอื่นๆ นั้น อาจต้องชะลอออกไปเพื่อรอขั้นตอนตามพ.ร.บ.ร่วมทุน “จะไม่ส่งผลกระทบต่อเอไอเอส เนื่องจากบริการเอชเอสพีเอนั้นเป็น เพียงการสร้างสีสันให้กับตลาดระหว่างรอใบอนุญาตให้บริการ 3จี เท่านั้น หาก เอชเอสพีเอไม่สามารถให้บริการได้ เท่ากับว่าเอไอเอสไม่ต้องลงทุนเพิ่มภายใต้สัญญาเดิมอีก” นายวิเชียร กล่าว |
|
|
|
|
|
#170 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,532
Likes (Received): 346
|
AIS steps up focus on mobile data
Bangkokpost 15/12/2008 Advanced Info Service (AIS) is shifting its non-voice business model to mobile data communications with a focus on services in an effort to achieve the revenue target of 13 billion baht next year. The strategy is expected to offset an expected decline in international roaming revenue as tourism drops off in the wake of the recent Bangkok airport shutdowns by anti-government protesters. Prattana Leelapanang, assistant vice-president for wireless business marketing, said AIS believed the protests would inevitably affect its international roaming service next year, which contributed 10% of total non-voice revenue. AIS has six million inbound roaming customers plus one million outbound users. Inbound roaming services generated up to 85% of total international roaming revenue. "We are closely monitoring the situation this month during the tourist high season," he said. However, Mr Prattana said the shift in the business model should help AIS achieve its 25% non-voice revenue growth next year, from 11 billion baht to 13 billion baht. The company is stepping up efforts to develop more efficient and faster mobile internet services, some tailored to customers facing job losses and seeking new opportunities. "We are working with some job recruitment companies for our customers to access matchmaking job websites," he said. Mr Prattana said the overall mobile internet market in Thailand expanded by 50% in terms of usage volume and value in the first half of this year. AIS alone more than doubled its internet usage, with customers in Bangkok accounting for 40%. "The number of our mobile internet users via Edge (up to 90% of total users) and GPRS is expected to reach 4.5 million by the end of this year, up from 3.2 million last year. The figure is expected to top six million users in 2009." The company currently has 26 million customers in all. Mobile internet revenue would double to four billion baht next year, helped by an expected doubling of usage, said Mr Prattana. AIS shares (ADVANC) closed on Friday on the SET at 74 baht, up one baht, in trade worth 347 million baht. |
|
|
|
|
|
#171 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,532
Likes (Received): 346
|
Regulator reports steady progress on 3G
Bangkokpost 15/12/2008 The National Telecommunications Commission (NTC) says it has finishing drafting 3G terms and conditions, paving the way for it to start fixing policies and hold public hearings prior to issuing licences in mid-2009. The board of the telecom regulator is expected to debate the draft regulations for third-generation communication services early next year, said Suranant Wongwittayakamchorn, the secretary-general of the NTC. The main policy decisions, he said, would relate to licensing 3G on 45 Megahertz of the 2.1 GHz spectrum. In addition, he said, the board would establish how to award licences - whether through a "beauty contest" based on technical capabilities or an auction, on a first-come first-served basis, or through a hybrid process. Mr Suranant said that once the main policies were agreed, public hearings would follow, and by mid-2009 the NTC should be ready to invite interested operators to apply for licences. He said that 3G policy had been stalled for nearly two years because of political disagreements that had held back the passing of the frequency allocation bill. The law would empower a new regulator or the NTC to allocate frequencies and issue telecom and broadcasting licences. Mr Suranant said that if the House of Representatives could debate and pass the bill by the time the NTC was ready to issue licences, the NTC board would suspend licensing and pass on the work to the new regulator immediately. However, he was uncertain if the bill could be passed by the middle of next year or if the new regulator could be formed. In that case, he said, the NTC would not wait but would go ahead with the 3G licensing by itself. |
|
|
|
|
|
#172 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,532
Likes (Received): 346
|
THAICOM wins 10-year DLTV contract
By The Nation 17/12/2008 THAICOM Plc, Asia's leading commercial satellite operator and the operator of the IPSTAR satellite broadband system, has signed a renewal 10-year contract with the Distance Learning Education via Satellite Foundation of Thailand (DLF) to broadcast DLTV channels. Established in 1996, DLTV presently broadcasts a total of 15 educational channels from Kraikangwon Palace School, at Hua-Hin district, Prachuapkeereekhan province. It broadcasts via the Ku-band beam on the THAICOM 5 satellite to more than 17,000 schools across the country and also to other viewers. These subscribers include schools mostly in the remote areas where there is a lack of teachers. Nongluck Phinitisart, president of THAICOM, said "We are greatly honored that Distance Learning Education via Satellite Foundation (DLF) has continued trust in our services which began in 1996. As everyone is well aware, DLTV provides tremendous educational benefits and equal opportunities to Thai students nationwide and is significant in enhancing the development of Thai society, especially in the remote and far-reaching areas of the country. The lack of teachers is still a major challenge in our educational system, even in parts of the greater Bangkok area. THAICOM, as a vehicle to deliver DLTV channels to students and viewers throughout Thailand, is therefore very grateful to be able to support such beneficial projects. We are also proud to be a part of their 13 years of continued success." |
|
|
|
|
|
#173 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,532
Likes (Received): 346
|
กทช.เห็นชอบWiMAXบริการปี 2552ตั้งพิพิธภัณฑ์โทรคมฯ
วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551 เวลา 00:07:04 น. มติชนออนไลน์ ในการประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม มีพลเอกชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธาน กทช.เป็นประธาน เปิดเผยถึงรายงานการศึกษาวิเคราะห์ผลการทดลองให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย( WiMAX)ที่มีผู้ประกอบการทดลองรวม 16 บริษัทว่า คณะคณะกรรมการประเมินผลการทดลอง หรือทดสอบ WiMAX 3 คณะซึ่งได้สรุปภาพรวมว่า ผลการทดลองโดยเฉพาะในย่านความถี่ 2.3 และ2.4 กิกะเฮิร์ซท์ สามารถให้บริการในรูปแบบต่างๆได้อย่างมีคุณภาพพอสมควรโดยไม่มีการรบกวนจึงเห็นว่าเป็นย่านความถี่ที่เหมาะสมที่จะนำมาเปิดให้บริการ WiMAX ส่วนผลการทดลองในย่าความถี่ 2.5-2.6 กิกะเฮิร์ซท์ได้พบว่ายังมีการรบกวนของสัญญาณอยู่ ที่จะต้องพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งซึ่งที่ประชุม ได้มีมติรับทราบ และมอบหมายให้สำนักงาน กทช.รับไปจัดทำแผนการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับการให้บริการ WiMAX เฉพาะในย่าน 2.3 -2.4 กิกะเฮิร์ซท์ไปก่อน โดยเร่งด่วน แล้วนำเสนอ กทช.พิจารณาภายในเดือน มกราคม 2552 และคาดหมายว่าภายในปี 2552การให้บริการ WiMAX จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน และให้สำนักงานกทช.เพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจต่อประชาชนทั่วประเทศต่อไปด้วย พล.อ.ชูชาติ กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณามีมติในเรื่องสำคัญต่างๆดังนี้ ให้ความเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์เรื่องสิทธิแห่งทาง(ร่างสุดท้าย)หลังจากที่ กทช. ได้ใช้ความพยายามผลักดันมาตลอด และยาวนานเพื่อให้เกิดหลักเกณฑ์ในการใช้ทรัพยากรโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคหรือด้านโทรคมนาคมร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเข้าใช้พื้นที่ของภาคเอกชนและค่าตอบแทนการวางเสา เดินสาย หรือวางท่อต่างๆ โดยได้เพิ่มหลักการให้มีคณะกรรมการพิจารณาสิทธิแห่งทาง(กพท.) ขึ้นทำหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนและการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมร่วมกันทั้ง เสาอากาศ สถานที่ แหล่งจ่ายไฟสิ่งอำนวยความสะดวกและอื่นๆ รวมถึงการใช้ที่ดินในเขตสงวนและคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและพื้นที่ประชากรหนาแน่นแออัด ตลอดจนให้คำแนะนำข้อวินิจฉัยคำร้องต่างๆ และมอบหมายให้สำนักงานกทช. เร่งดำเนินการนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป พล.อ.ชูชาติ กล่าวด้วยว่า มีมติให้ความเห็นชอบร่างสัญญาที่เกี่ยวเนื่องกับการให้บริการโทรคมนาคมของผู้ประกอบการไทยที่ทำกับต่างประเทศองค์การระหว่างประเทศ หรือบุคคลในต่างประเทศ ของ บมจ. TOT กับ Softbank Telecom Corp. สิงคโปร์, บริษัท อินเตอร์เนชั่นเนล คอมมิวนิเคชั่นจำกัดของไทย กับ บริษัทสปรินท์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด สหรัฐอเมริกาและของ บมจ. กสท โทรคมนาคม กับ บริษัท PCCW และ HKT Telephone Limited ฮ่องกง รวม 3 ฉบับ โดยที่ประชุมยังคลยืนยันหลักการให้ทุกสัญญาต้องยึดถือและอยู่ภายใต้การบังคับของกฎหมายไทยเป็นหลักและเห็นว่าเรื่องนี้จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการบริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศตลอดจนจัดให้เกิดการพัฒนาการให้บริการใหม่ๆและการลงทุนที่จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศต่อไป นอกจากนี้ มีมติอนุมัติให้สำนักงานกทช. ร่วมเป็นเจ้าภาพกับสถาบัน บัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์(นิด้า) และสถาบันการค้าโลกและมหาวิทยาลัย Fribourqe ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ในการจัดประชุมวิชาการนานาชาติเรื่อง" การค้าและการลงทุนในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซี่ยน) : เศรษฐกิจและความท้าทายทางด้านนโยบายและการค้า การลงทุนและกฎข้อบังคับในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการสื่อสาร"ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 8-9 มกราคม 2552 ในประเทศไทย โดย ที่ประชุมเห็นว่า เพื่อเป็นการช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ชาวต่างประเทศในการเดินทางเข้ามาและลงทุนในประเทศไทยภายใต้ภาวะวิกฤตปัจจุบัน พล.อ.ชูชาติ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังได้มีมติอนุมัติในหลักการโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์โทรคมนาคมเพื่อให้เป็นสถานที่สำหรับการศึกษาค้นคว้ากิจการโทรคมนาคมทั่วโลกและกิจการโทรคมนาคมไทยรวมทั้งเป็นการบ่มเพาะความอยากรู้อยากเห็น ติดตามความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีโทรคมนาคมของคนไทยอย่างต่อเนื่อง |
|
|
|
|
|
#174 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,532
Likes (Received): 346
|
กสท.ลงทุน อีก4พันล้าน ลุยซีดีเอ็มเอ
โพสต์ทูเดย์ วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551 กสทฯ ลุยลงทุนซีดีเอ็มเอเฟส 3 กว่า 4,000 ล้านบาท หวังแต้มต่ออีวิดีโอ ดันยอดลูกค้าเพิ่มอีก 3 แสนราย ปีหน้า นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า บริษัทจะใช้งบลงทุนบริการซีดีเอ็มเอ ภายใต้แบรนด์ แคท ซีดีเอ็มเอ ระยะที่ 3 (ปี 2552-2553) อีกประมาณ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการขยายสถานีฐาน 3,000 ล้านบาท และการขยายความสามารถในการรองรับการใช้งานประมาณ 1,000 ล้านบาท หลังจากที่ผ่านมาลงทุนไปแล้วกว่า 1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อรองรับกับการทำตลาดแคท ซีดีเอ็มเอ อย่างต่อเนื่อง หลังจากเริ่มทำตลาดอย่างจริงจังเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันซีดีเอ็มเอมีฐานลูกค้ารวมกว่า 2 แสนราย แบ่งเป็นลูกค้าระบบจดทะเบียน (โพสต์เพด) 1.3 แสนราย และแบบเติมเงิน (พรีเพด) 7 หมื่นราย สำหรับแผนการตลาดปีหน้า จะเน้นการนำบริการของกสทฯ ที่มีอยู่เดิมให้กับลูกค้าแคท ซีดีเอ็มเอมากขึ้น พร้อมกับการทำโปรโมชันค่าโทร.อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีลูกค้าปีหน้าเพิ่มขึ้นเป็น 5 แสนราย และมีรายได้เพิ่มเป็น 2,500 ล้านบาท จากสิ้นปีนี้คาดรายได้จะอยู่ที่ 600 ล้านบาท ไม่รวมส่วนแบ่งรายได้จากฮัทช์อีกประมาณปีละ 5,000 ล้านบาท “แม้แคท ซีดีเอ็มเอจะเป็นรายใหม่แต่มีจุดได้เปรียบตรงที่เทคโนโลยีอีวิดีโอ เป็นเทคโนโลยี 3จี ซึ่งกสทฯ ได้ลงทุนไปแล้ว 51 จังหวัด ขณะที่รายอื่นๆ ยังต้องรอใบอนุญาตให้บริการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)” นาย จิรายุทธ กล่าว ด้านความร่วมมือกับบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย ผู้ให้บริการภายใต้แบรนด์ฮัทช์ ในการทำตลาดร่วมกันนั้น ยังอยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องการซื้อ ขายหุ้น แต่ขณะนี้จะโรมมิงการให้บริการทั้งเสียงและดาต้าให้สามารถเชื่อมโยงกันได้ ได้ภายใน 2 สัปดาห์นี้ |
|
|
|
|
|
#175 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,532
Likes (Received): 346
|
ฮาร์ดไดรฟ์มะกันรัดเข็มขัดโรงงานในไทยเจอหางเลข
โพสต์ทูเดย์ วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551 บริษัทผลิตฮาร์ดไดรฟ์ดังของสหรัฐในไทย สั่งปิดโรงงาน 1 ใน 3 แห่ง รัดเข็มขัด เอพี รายงานเมื่อวานนี้ เวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์ป (ดับเบิลยูดีซี) ผู้ผลิตฮาร์ดไดรฟ์รายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ประกาศเตรียมสั่งปิดโรงงานผลิต 1 ใน 3 ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย รวมไปถึงการยุติกิจการ หรือขายโรงงานผลิต 1 ใน 2 แห่ง ในประเทศมาเลเซีย ทั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการหยุดการผลิตในโรงงานผลิตทั่วโลกชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. ไป ถึงวันที่ 1 ม.ค. ปีหน้า และลดชั่วโมงการทำงานลงอีก 20% จอห์น โคย์เน ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของดับเบิลยูดีซี ระบุในแถลงการณ์ว่า บริษัทยังมีแผนที่จะปรับลดพนักงานอีก 2,500 อัตรา หรือราว 5% จากพนักงานทั้งหมดที่มีอยู่ทั่วโลก รวมไปถึงการปรับลดเงินค่าตอบแทนให้กับบรรดาซีอีโอของบริษัทลง เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการสินค้าที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลพวงมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ซบเซา นอกจากนั้น บริษัทยังได้ปรับลดการคาดการณ์มูลค่ายอดขายสินค้าในไตรมาส 2 ของปีหน้า ลงมาอยู่ที่ 1,700-1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.95-6.30 หมื่นล้านบาท) เท่านั้น และเตรียมลดการใช้จ่ายด้านการลงทุนลงในปีหน้าถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.75 หมื่นล้านบาท) จอร์น กล่าวอีกว่า มาตรการดังกล่าวของดับเบิลยูดีซีครั้งล่าสุด เชื่อว่าจะบรรลุผลได้ภายในสิ้นเดือนมี.ค. 2552 นี้ จะทำให้บริษัทสามารถประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ถึง 150 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5,250 ล้านบาท) ต่อปี |
|
|
|
|
|
#176 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,532
Likes (Received): 346
|
Thailand Post takes on top courier firms EMS World will stress lower costs
Bangkokpost Published: 22/12/2008 at 12:00 AM Thailand Post has introduced a new international postal service, EMS World, with an aim to meet its revenue target this year of 16 billion baht. Anusara Jitmitraparp, senior vice-president of the state enterprise, said the new service would provide international delivery to more than 90 countries, on par with private couriers such as DHL and Fedex. ''We want to strengthen our EMS service and inform customers about our ability to expedite mail,'' Ms Anusara said. ''In the past, customers tended to prefer international postal services of private foreign companies, even though our service is 5% to 20% cheaper. We also provide pickup services and tracking systems through both the internet and our call centre.'' EMS World is expected to expand the use of EMS and help Thailand Post achieve its revenue target of 16 billion baht. EMS is still a relatively small part of its operations, with revenues of 70 to 80 million baht per month. The past two months have taken a big toll on postal operations due to the global economic crisis and the recent eight-day closure of Suvarnabhumi and Don Mueang airports by protesters. Thailand Post is also gearing up for even slower economic growth in 2009, as demand for mail and courier services falls with the slowing economy and cost cutbacks by local firms. Increased use of e-mail and document transmission services also will affect demand for postal services. For 2008, Thailand Post projects net profits of 1.5 billion baht on revenues of 16 billion. Revenues have risen strongly this year from 13 billion last year. ''But revenue in 2009 won't grow as fast as before,'' Ms Anusara said. Thailand Post next year plans to use eight service cars to broaden its postal service in tourist destinations or places with no postal access. It also aims to add 75 postal counters, its franchise business, under the name Thailand Post Shop, bringing the total numbers to 100 next year. Thailand Post currently has 3,700 service locations nationwide, including 1,200 delivery offices and shops. The company next year plans to strengthen logistics co-operation with the Chinese postal service after China asked to use a Thailand route that connects to Yunnan province in China. The co-operation is expected to improve international delivery within the region, particularly for shipments to Laos, Vietnam, Malaysia and Singapore. |
|
|
|
|
|
#177 |
|
Piling higher and Deeper
Join Date: Aug 2007
Location: Munich / Bangkok
Posts: 2,224
Likes (Received): 42
|
เห็นข่าว 3G licensing ของไทยแต่ละข่าวแล้วเบื่อจริงๆ
เลื่อนแล้วเลื่อนอีก เลื่อนได้เลื่อนดี เลื่อนมันเข้าไป ติดกฏหมาย ติดพิจารณา เห็นชอบ ตั้ง กทช พรบ ร่วมทุน ดึงไปดึงมา ตีกลับ เห็นชอบ ตั้งเป้าใหม่ พลาดเป้าอีก วนไปวนมา มัวแต่อืดอาดกันจนแมร่ง ไอ้ HSPA ที่ว่าจะทำกันหนะมันจะตกยุคอยู่ละ กว่าจะออก license ได้ กว่าจะวาง network เสร็จ พอดี LTE ออกมาต่อ ตกยุคต่อ ไม่ทันกินเขาทั้งปีทั้งชาติประเทศไทย ทำไมรู้สึกว่าราชการไทยมันกลับมาอืดอาดๆ ยืดยาดๆ งี่เง่าๆแบบเมื่อก่อนอีกแล้วนะ คิดว่าเดี่ยวนี้มันดีขึ้น เร็วขึ้นแล้วซะอีก เห็นปล่อยข่าวอยู่นั่นละ ว่า 3G license จะออกแน่ๆ ปลายปีนี้ ปีหน้าได้ใช้ บลาๆ ๆ ๆ ได้ยินแบบนี้มาสามปีละ สงสัยมีความสุขที่ wireless high-speed internet มันไปต่าง จว ไม่ถึงซะที คนต่าง จว. จะได้โง่ๆ เข้าไม่ถึงข้อมูลเท่า"ผู้มีการศึกษาสูง"ในเมืองหลวงกันต่อไปละมั้ง |
|
|
|
|
|
#178 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,532
Likes (Received): 346
|
WD determined to preserve jobs
Bangkokpost 26/12/2008 at 12:00 AM US-based Western Digital (WD), the world's second largest hard-disk drive (HDD) manufacturer, has vowed to keep the majority of its current 20,000 workers in Thailand despite the closure of one of its two factories in Ayutthaya. The Thai unit of WD would shed 500 to 600 staff on a voluntary basis after the US parent decided to permanently close one factory in Navanakorn Industrial Estate amid the global market slump, according to Rajisr Bunya-ananta,WD's vice-president for HDD operations. WD on MOnday halted all manufacturing activities in Thailand for two weeks. From Jan 2, the Bang Pa-in plant and one factory in Navanakorn will resume operations. ''The majority of the workforce of the permanently closed factory would be transferred to another factory at the same location in Navanakorn and to the Bang Pa-in plant,'' Mr Rajisr said. ''We will keep majority of the existing 20,000 people even though the market next year looks tough, especially in the first half.'' WD, which ranks second after Seagate Technology globally, announced last week that it would cut 2,500 jobs or 5% of its global workforce, in the face of slowing orders. It has lowered its sales estimate in the current quarter to US$1.8 billion from $2.03 billion projected in October Apart from the Thai factory, the company has also shut down a plant in Malaysia, where WD operates a smaller production base compared to Thailand. Mr Rajisr said that only 2% of the Thai workforce were affected by the group's job reductions worldwide. He said the world HDD market had maintained positive growth of about 10% year-on-year but slower than the 20-30% annual rates seen in the past. ''While other sectors such as the automobile market contract globally, the HDD market has still been expanding with positive growth,'' he said. Nonetheless, WD has decided to scale down its multi-billion-baht capacity expansion programme already approved by the Board of Investment (BoI). The expansion plan would be temporarily delayed while the company monitors how the global HDD industry develops next year. ''WD will definitely not increase capacity here in the first two quarters of next year but we still don't know what the market situation will be in the latter half,'' said Mr Rajisr. He declined to say how much the global decline would affect exports of WD in Thailand but said sales in the first half of 2009 would definitely be lower than in the same period this year. Western Digital's profit from worldwide operations more than tripled in the last quarter, topping analysts' estimates as consumers snapped up portable storage for preserving photos and video. The earnings suggested the company was better positioned than larger competitor Seagate Technology, whose profit fell 83%. |
|
|
|
|
|
#179 |
|
Registered User
Join Date: Nov 2004
Posts: 3,580
Likes (Received): 16
|
News Flash
True Move now sells iPhone 3G! AIS and DTAC in negotiations Number Portability promised to launch latest at the end of 2008 is still nowhere True Visions is testing HDTV, expected to launch some channels in HD by 2009 AIS is launching 900MHz 3G in Chonburi and Bangkok, more coverage in Chiang Mai
__________________
“A society that puts equality before freedom will get neither. A society that puts freedom before equality will get a high degree of both.” - Milton Friedman |
|
|
|
|
|
#180 |
|
Registered User
Join Date: Nov 2004
Posts: 3,580
Likes (Received): 16
|
ส.ว.จี้3จีละเมิดสิทธิ ทำเยาวชนติดแชต ทำลายสมอง
นางรสนา โตสิตระกูล ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา กล่าวในงานเวทีผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ปี 2551 จัดโดยสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ว่า ปัจจุบันมีการส่งเสริมการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่กันอย่างแพร่หลายมาก อายุของผู้ใช้ลดน้อยลงเรื่อยๆ ขณะที่วัฒนธรรมไทยเป็นวัฒนธรรมแบบส่งต่อความรู้ด้วยการบอกเล่า ไม่ชอบการเขียน โทรศัพท์เคลื่อนที่จึงเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมพื้นฐานนี้ของไทย กิจการโทรคมนาคมไม่ได้มีเพื่อการส่งเสริมการทำธุรกิจเหมือนอดีต แต่เป็นการสนับสนุนให้เกิดการบริโภค คนไทยเสพติดการใช้โทรศัพท์มากขึ้น เยาวชนในวัยเรียน ติดโทรศํพท์ ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการแชต สิ่งเหล่านี้เป็นการทำลายมันสมองของชาติ ในต่างประเทศ โทษของการใช้โทรศัพท์ในรถเท่ากับการดื่มสุราขณะขับรถ เพราะการใช้โทรศํพท์ทำให้ ผู้ใช้ขาดสติเหมือนการดื่มสุรา เช่นในต่างประเทศ มีกรณีผู้ใช้โทรศํพท์ขณะกำลังข้ามทางรถไฟและถูกรถไฟชนเสียชีวิต การใช้บริการโทรคมนาคมจะมองแต่ความทันสมัยอย่างเดียวไม่ได้ เพราะการให้บริการโทรคมนาคมกำลังจะกลายเป็นสิ่งเสพติดอย่างใหม่ในสังคม ยังไม่รวมถึง การถ่ายคลิปโป๊ การพนัน การก่ออาชญากรรม และปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม ประเด็นเรื่องการละเมิดสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม นางรสนากล่าวว่า จากสถิติเรื่องร้องเรียนของ สบท. สะท้อนว่าผู้บริโภคไทยยังกังวลในเรื่องของการคิดค่าบริการผิดพลาด หรือคุณภาพของการเชื่อมต่อสัญญาณดีพอหรือไม่ แต่ยังไม่ได้คำนึกถึงปัญหาที่ลึกซึ้งไปกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรม การถูกละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว โดยถูกนำเบอร์ไปให้ธุรกิจอื่นมารบกวนเรา ซึ่งถ้าเรานำโทรศัพท์ของเราติดตัวไปต่างประเทศและมีเอสเอ็มเอสจากประเทศไทยเข้าเครื่องเราก็ต้องเสียเงินด้วย รวมทั้งประเด็นเรื่องความปลอดภัย และประเด็นเรื่องการตลาดไร้ขอบเขตที่ส่งผลชี้นำวัฒนธรรมทางลบของสังคมในภาพใหญ่สำหรับประเทศไทยที่น่าเป็นห่วงก็คือ ความซับซ้อนและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะไปเร็วกว่ากฎเกณฑ์ที่จะมาคุ้มครองผู้บริโภค
__________________
“A society that puts equality before freedom will get neither. A society that puts freedom before equality will get a high degree of both.” - Milton Friedman |
|
|
|
![]() |
| Tags |
| ประมูล, ประมูล 3g, 3จี ประเทศไทย |
| Thread Tools | |
| Display Modes | |
|
|