daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions

Reply
 
Thread Tools
Old October 31st, 2008, 11:35 AM   #1
cheychai
Dont give up
 
Join Date: Sep 2005
Location: Bangkok
Posts: 550
Likes (Received): 2

Thailand Science and Technology News

ขอตั้งกระทู้นี้สำหรับ ข่าวด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสยามประเทศ นะครับ ไม่ทราบว่าซ้ำหรือเปล่า ถ้าซ้ำลบได้เลยนะครับ
cheychai no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old October 31st, 2008, 11:41 AM   #2
cheychai
Dont give up
 
Join Date: Sep 2005
Location: Bangkok
Posts: 550
Likes (Received): 2

Bioasia 2008

International Conference on Life Science 2008
25 -27 November 2008
Queen Sirikit National Convention Centre, Bangkok Thailand


See more detail at http://www.bioasiabangkok.com/index.html

Last edited by cheychai; October 31st, 2008 at 11:53 AM.
cheychai no está en línea   Reply With Quote
Old October 31st, 2008, 11:55 AM   #3
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

We have this thread already.

Thailand Science Park and Innovation Centre


http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=715360

............

Thai students win 3 gold medals in International Mathematics Competition


CHIANG MAI, Oct 30 (TNA) - Thai students won three gold medals in an International Mathematics Competition 2008 held between Oct 28-30 in the northern Thai city of Chiang Mai.

The Thai gold medalists were upper primary students Krittamet Lengrugsa from Bangkok Christian College and Jettapol Thepouyporn from Nakhon Ratchasima Primary School in the Northeast, and lower secondary student Uthaipol Tantipongpipat from Bangkok Christian College.

The three revealed that their keys to success are to pay attention to mathematics' principles and to practice a lot of mathematical problems, which they said is the most important thing.

In addition, other Thai participants received 26 silver medals and 18 bronze medals.

Meanwhile, a Taiwan upper primary student team and a Chinese lower secondary student team made the highest scores in the competition.

This year, over 500 youths from 25 countries participated in the annual competition. (TNA)

Last edited by napoleon; July 19th, 2009 at 11:36 AM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 2nd, 2008, 05:38 PM   #4
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

การศึกษาไทย มองเขมรแล้วย้อนดูตัว

วันที่ 02 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11194 มติชนรายวัน


โดย ภาวิช ทองโรจน์

ข้อเขียนคอลัมน์ "รู้แล้วบอกต่อ" โดย "ธันวา วิน" ที่ตีพิมพ์ใน "มติชน" รายวัน ฉบับวันที่ 13 ตุลาคม 2551 ได้กล่าวถึงรายงานข่าวจากกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของประเทศกัมพูชา เกี่ยวกับปัญหาด้านคุณภาพการศึกษาในประเทศกัมพูชาที่ตกต่ำ จนส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการพัฒนาประเทศ

รายงานข่าวดังกล่าวยังระบุถึงสถานการณ์ที่ประเทศนั้นมีสถาบันการศึกษาจำนวนมากเกินไป แต่เน้นแค่วุฒิการศึกษา และนักศึกษาเขมรเองก็ให้ความสำคัญเรื่องวุฒิการศึกษา โดยเห็นคุณภาพเป็นเรื่องรอง จนธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบี ได้ออกมาเตือนว่า การที่สถาบันการศึกษามีคุณภาพต่ำเช่นนี้ จะมีผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศกัมพูชาในระยะยาว

เมื่อหันย้อนมามองดูประเทศไทย เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ในวันที่ 6 ธันวาคม โครงการ PISA (Programme for International Student Assessment) ซึ่งเป็นโครงการสำรวจระดับการเรียนรู้ของนักเรียนในกลุ่มอายุ 15 ปี ในประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ ก็ได้ประกาศผลการสำรวจประจำปี ค.ศ.2006 ซึ่งรายงานถึงผลจากประเทศไทยไว้อย่างน่าสนใจ รวมทั้งน่าวิตกเป็นอันมาก โครงการดังกล่าวเป็นขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ หรือ OECD (Organization for Economic Co-operation and Development) ซึ่งสำรวจสถานภาพการศึกษาของประเทศในกลุ่มสมาชิกทั้งหมด 30 ประเทศ นอกจากนั้น ยังมีประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกขอเข้าร่วมโครงการด้วย จำนวน 27 ประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้มีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย โดยเป็นการดำเนินการร่วมกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ สสวท.

การประเมินในปี 2006 ได้เลือกทำใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาวิทยาศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์ และด้านการอ่าน ซึ่งในระดับนานาชาติยอมรับกันว่า มีความสำคัญต่อระบบการเรียนรู้ วิชาวิทยาศาสตร์ เป็นสาขาวิชาที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งเป็นปัจจัยของการดำรงชีวิตในโลกยุคใหม่ วิชาคณิตศาสตร์นั้น เป็นพื้นฐานของศาสตร์ต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบธุรกิจและเศรษฐกิจ รวมทั้งเป็นหลักสำคัญของตรรกวิทยา อันได้แก่ หลักการคิดและการตัดสินใจ ส่วนด้านการอ่านนั้น ก็นับว่าสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นเครื่องมือหลักสำหรับการศึกษาศาสตร์ต่างๆ ทุกสาขา รวมทั้งเป็นพื้นฐานของการสื่อสารระหว่างมนุษย์อีกด้วย

ผลการสำรวจสำหรับประเทศไทย ถ้าจะสรุปง่ายๆ ก็คงต้องบอกว่า สอบตกทั้งหมด โดยมีผลสรุป ดังนี้

ด้านวิทยาศาสตร์ โดยการประเมินความรู้ และการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน พบว่า คะแนนเฉลี่ยของประเทศกลุ่ม OECD มีค่า 500 แต่ประเทศไทยเราได้เพียง 421 ซึ่งต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยของ OECD ถึง 79 คะแนน หรือถ้าเปรียบเทียบเป็นอันดับจาก 57 ประเทศ ผลการประเมินโดยแยกรายละเอียดตามสาระต่างๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์ของเราจะอยู่ที่อันดับระหว่าง 44-47 ในรายละเอียดยังพบอีกด้วยว่า นักเรียนไทย 47% มีความรู้วิทยาศาสตร์ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนที่จะจัดได้ว่ามีความรู้วิทยาศาสตร์อยู่ในระดับสูง ก็มีเพียง 1% เท่านั้นเอง

วิชาคณิตศาสตร์ก็เช่นกัน ได้ค่าคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่า OECD และอยู่ในอันดับที่ 43-46 จากจำนวน 57 ประเทศ

ส่วนคะแนนด้านการอ่าน ซึ่งได้สำรวจในรายละเอียดถึงการเข้าใจความหมายของคำ การคิดวิเคราะห์ การตีความทำความเข้าใจกับสาระที่อ่าน เราก็ได้คะแนน 417 จากค่าเฉลี่ย 500 และอยู่ในอันดับที่ 41-42 จาก 57 ประเทศ ถ้าคิดจำแนกเป็นระดับจาก 1 ซึ่งถือว่าต่ำสุด ถึง 5 คือสูงสุด จะพบว่า ความสมารถในการอ่านโดยเฉลี่ยของนักเรียนชายไทย อยู่ที่ระดับ 1 และนักเรียนหญิงอยู่ที่ระดับ 2

โครงการ PISA ได้ดำเนินการสำรวจมาแล้ว 3 ครั้ง คือ PISA 2000, 2003 และครั้งล่าสุดคือ 2006 ในภาพรวม ประเทศที่ต้องถือว่าคุณภาพการศึกษาดีที่สุด คือประเทศ ฟินแลนด์ ซึ่งเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือโนเกีย และอุตสาหกรรมไฮเทคอื่นๆ เพราะผลการประเมินของ PISA พบว่าประเทศนี้ติดอันดับหนึ่งมาโดยตลอด ประโยชน์จากการประเมินเช่นนี้โดยตรงก็คือ การทำให้ประเทศต่างๆ มีการตื่นตัว พัฒนาระบบการศึกษาของตนอย่างเร่งรัด เพื่อให้ประเทศรุดหน้าไปได้ในโลกปัจจุบันที่ความรู้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมทั้งประเทศในเอเชียหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น จีน หรือเกาหลี จนบางประเทศเริ่มมีผลสัมฤทธิ์ที่เทียบกันได้กับประเทศชั้นนำอื่นๆ หรือแม้แต่เริ่มมีการแซงหน้า เช่น ผลของ PISA 2006 ด้านการอ่านได้ พบว่า เกาหลี แซงขึ้นไปเป็นอันดับหนึ่ง ปัดให้ฟินแลนด์ แชมป์เก่าตกมาอยู่ที่สอง

แต่สำหรับประเทศไทย สถานการณ์ที่พบกลับตรงกันข้าม เพราะนอกจากจะพบโดยภาพรวมว่านักเรียนประมาณ 50% หรือมากกว่า มีความรู้ และทักษะไม่ถึงระดับพื้นฐานแล้ว ยังพบอีกด้วยว่า คะแนนเฉลี่ยของเราลดลงอย่างต่อเนื่องในทุกวิชา เมื่อเทียบกับผลเมื่อปี PISA 2000

PISA เป็นเพียงดัชนีชี้วัดอันหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะวัดอย่างไรสักกี่ครั้ง โดยการวัดด้วยตัวเราเอง หรือให้หน่วยงานระดับนานาชาติมาวัดให้ เราก็จะพบภาพที่น่าหนักใจของการศึกษาไทยอยู่ทุกครั้ง เช่น การประเมินคุณภาพของสถานศึกษาที่ทำโดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. พบว่า มีโรงเรียนได้คุณภาพผ่านเกณฑ์ประเมินเพียง 35% จากโรงเรียนทั้งหมด 30,010 แห่ง หรือผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ที่เรียกว่า NT พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่สอบได้ต่ำกว่า 50% เกือบทุกวิชา เป็นต้น

นอกจากนั้น ยังปรากฏตัวเลขสถิติต่างๆ ที่แสดงถึงความล้าหลังของการศึกษาไทย ตัวอย่างของสถิติเหล่านี้ที่ปรากฏจากการประเมินต่างๆ ก็มี เช่น ระดับการติดต่อสื่อสารของไทยกับประชาคมโลกจัดอยู่ในลำดับที่ 49 จาก 64 ประเทศ (มาเลเซียอยู่ลำดับ 19) ไทยมีนักวิจัยเพียง 0.33 คนต่อประชากร 1,000 คน ซึ่งเป็นผลจากความอ่อนแอทางวิทยาศาสตร์ ขณะที่ญี่ปุ่นมี 7 ไต้หวันมี 5 และเกาหลีมี 3 คน (สิบเท่าของไทย) ตามลำดับ

สัดส่วนครูต่อนักเรียนของไทยอยู่ที่ครู 1 คนต่อนักเรียน 45 คน ขณะที่ไอร์แลนด์ (อีกประเทศหนึ่งที่ระบบการศึกษาดีมาก) มี 1 ต่อ 25 อังกฤษมี 1 ต่อ 23 (ชั้นประถม) และ 1 ต่อ 17 (ชั้นมัธยม) ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างสรรค์ ของเด็กไทยมีค่าถึงเกณฑ์มาตรฐานเพียง 10.1% ทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและการรักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มีค่าเพียง 26.5% คนไทยซื้อหนังสือเพียงคนละ 1.6 เล่มต่อปี มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศต่ำมาก คือมีเครื่องคอมพิวเตอร์เพียง 43 เครื่องต่อประชากร 1,000 คน ในขณะที่ญี่ปุ่น มี 477 เกาหลีไต้ 324 ไต้หวันมี 314 และมาเลเซียมี 137 เครื่อง ประชากรในชนบทมีอัตราการอ่านออกเขียนได้เพียง 54.6% ขณะที่ในเมืองมี 70.8% ฯลฯ

ไทยเราเคยเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ทางด้านการศึกษา และน่าจะถือได้ว่าเคยเป็นผู้นำทางด้านนี้ของประเทศในกลุ่มอาเซียนทั้งหมด เราเคยมีอดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียที่เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในประเทศไทย

ห้าสิบปีที่แล้ว เมื่อมีการก่อตั้งคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เราเคยมีคนจากทั่วอาเซียน ซึ่งรวมทั้ง สิงคโปร์ และมาเลเซีย มาศึกษาปริญญาเอกในเมืองไทย แต่ปัจจุบันเราจะเห็นว่า มหาวิทยาลัยในสิงคโปร์ติดอันดับต้นๆ ของโลก ในขณะนี้ใน 200 อันดับแรกของโลกนั้น หามหาวิทยาลัยไทยเกือบไม่ได้เลย ใครที่อ่านรายงานของ "ธันวา วิน" แล้วอาจจะอุ่นใจว่าอย่างน้อยเราก็ยังมีเพื่อนอยู่ใกล้ๆ บ้าน แต่ขณะเดียวก็เชื่อว่าคงต้องมีความประหวั่นอยู่ตลอดเวลาว่าประเทศที่อาจจะแซงเราประเทศต่อไปน่าจะเป็นเวียดนาม

คงเป็นที่ตระหนักกันดีว่า การศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพของคน ถ้าเรามีการศึกษาที่อ่อนแอ คุณภาพของทุนมนุษย์ของเราก็จะอ่อนด้อย ซึ่งบัดนี้ดูเหมือนประเทศไทยกำลังเผชิญสภาวะนี้อย่างเต็มประตู เรามีการพัฒนาประเทศ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมมาได้ระดับหนึ่ง แต่อยู่บนพื้นฐานที่ง่อนแง่นของทุนทางปัญญาและระบบการศึกษา

เราเป็นประเทศที่ขาดนวัตกรรมเพราะเราไม่มีการวิจัย และคิดค้นที่เพียงพอ พูดตรงๆ ก็คือเพราะความรู้เราไม่พอ เราจึงต้องนำเข้านวัตกรรมมาใช้ในระบบการผลิตที่คิดมูลค่าเพิ่มในภาพรวมได้แต่เพียงเล็กน้อย แต่เราก็ได้พัฒนาสังคมเรามาให้อยู่ในวัฒนธรรมของการบริโภคอย่างเต็มที่ ครั้นเมื่อโลกเปลี่ยนเข้าสู่ยุคใหม่ ซึ่งเป็นยุคที่ความรู้เป็นพลังอำนาจอย่างแท้จริง ความรู้ที่เป็นปัจจัยสำคัญของการผลิต เราก็จะเริ่มตกยุค

ประเทศไทยวันนี้ ถ้าจะเปรียบก็คงจะเหมือนกับคนที่โดนคลื่นสินามิซัดเข้าไปในตึกหลังหนึ่ง และระดับน้ำสูงขึ้นจนดันเราไปติดเพดานห้อง จะหนีตายขึ้นไปชั้นบนก็ทำไม่ได้เพราะหาช่องไม่เจอ และไม่มีปัญญาที่จะหา เนื่องจากเรามีทุนความรู้ไม่เพียงพอ ครั้นจะลงข้างล่างก็อาจจมน้ำตาย เพราะเราสูญเสียขีดความสามารถในการอยู่รอดในตลาดล่างมากขึ้นทุกที เนื่องมาจากค่าแรง และค่าปัจจัยการผลิตต่างๆ ที่สูงขึ้น เราจึงเริ่มพบปรากฏการณ์การสำลักน้ำ เช่น การปิดตัวของโรงงานสิ่งทอ และโรงงานอื่นๆ เกิดขึ้นอยู่เนืองๆ และจะค่อยๆ มากขึ้น เนื่องจากเราแข่งในตลาดนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะต้นทุนเราสูงขึ้น และเทคโนโลยีเราเริ่มล้าสมัย

แม้เราจะแก้การศึกษาของเราในวันนี้ก็จะเริ่มสายไปเสียแล้ว แต่หากไม่แก้เลยสังคมไทยจะดำเนินไปสู่จุดใดนั้น เป็นความน่าสะพรึงกลัวที่เราคงจะต้องช่วยกันคิดให้หนัก

หน้า 7
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 7th, 2008, 09:43 AM   #5
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

B12bn a year for nano research

Bangkokpost 7/11/2008


The Ministry of Science and Technology plans to invest more than 12 billion baht a year in research and development of nano technology.


Its target is for nano products to eventually contribute at least 1% of the gross domestic product.


Sirirurg Songsivilai, director of the ministry's National Nanotechnology Centre (Nanotec), said the aim is to use the technology to add value to products in fields such as food, medicine, energy and textiles.


''The country is only on the first rung of nano development, but I believe we can develop faster than other countries because of the strong attention from many sectors,'' Mr Sirirurg said on the sidelines of the NanoThailand Symposium in Bangkok yesterday.


He said Nanotec and nano-products manufacturers had already produced nano-goods on a commercial scale, and a number of items were being tested.


The symposium continues at the Queen Sirikit National Convention Centre until Sunday. About 80 organisations from private and state agencies are taking part, exchanging information on the progress of micro-particle technology.


Several nano products are on display, including waterproof textiles, nano cosmetics and a solar cell system.


The highlight is the introduction of the country's first bacteria-free ambulance developed by Chulalongkorn University's Centre of Innovation Nano Technology.


The centre's nano materials expert Sanong Ekasit said the ambulance is coated with silver nano particles.


''We covered the ambulance with 70 nanometre-sized silver particles. The particles help kill bacteria on the vehicle's body.


We can coat the ambulance with different sizes of silver nano to make it free of viruses and fungus as well,'' Mr Sanong said.


Nano technology can also be used in forensic science.


Joydeep Dutta, a team leader of nano study at the Asian Institute of Technology, said he was working on using nano technology to help detectives easily see unclear fingerprints at crime scenes.


''It is very simple,'' said the researcher. ''Spray gold and chitosan particles on an area and if there are any fingerprints they will pop up in from two to 30 minutes.''


Investigators often find it difficult to get clear copies of fingerprints if they are faint or old as the secretions evaporate.


''Sweat quickly disappears, but not the fatty acid which can remain for several days and these nano particles help us see the fingerprint,'' said Mr Dutta.


Nano solar cells are another material in the making.


Mr Sirirurg said Nanotec and its partners were developing solar cells that can generate electricity about 10% more efficiently than conventional solar cells.


''We can say that it is a very impressive level, which has been widely accepted among international institutes, but our aim is to increase electricity generating capacity by 12% in the next four years,'' said Mr Sirirurg.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 9th, 2008, 07:55 PM   #6
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

สถิติเด็กไทยติดอันดับเรียนหนักมากเป็นที่ 2ของโลก อ่อน "คณิต-วิทย์" ได้ต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยนานาชาติ

วันที่ 09 ธันวาคม พ.ศ. 2551 เวลา 21:39:32 น. มติชนออนไลน์


เด็กไทยอ่อนวิชาคณิต-วิทย์ ผลสัมฤทธิ์ต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยนานาชาติ อยู่ที่อันดับ 29 และ 21 จาก 59 ประเทศทั่วโลก ทั้งที่จัดเวลาเรียนมากเป็นที่ 2 ของโลก เผย 5 อันดับที่ได้คะแนนสูงสุดอยู่ในเอเชีย ทั้งสิงคโปร์-ไต้หวัน-เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น-ฮ่องกง "สสวท." ตั้งเป้า 10 ปี มหาวิทยาลัยเอกชน-ราชภัฏ-ราชมงคล พร้อมใจไม่ขึ้นค่าเล่าเรียน เลขาฯ กพฐ.สั่งกำชับ 370 โรงเรียนยอดนิยมลดเก็บค่าใช้จ่ายผู้ปกครองที่ไม่จำเป็น

เด็กนักเรียนไทยได้คะแนนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยนานาชาติ ทั้งที่จัดการเรียนการสอนมากเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยวิชาคณิตศาสตร์อยู่ในลำดับ 29 ส่วนวิชาวิทยาศาสตร์อยู่ในลำดับ 21 จากจำนวน 59 ประเทศ ทาง สสวท.ตั้งเป้าจะทำให้เด็กนักเรียนไทยได้คะแนนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยนานาชาติในอีก 10 ปีข้างหน้า


ทั้งนี้ นายปรีชาญ เดชศรี ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) แถลงที่กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ถึงผลการวิจัยโครงการศึกษาแนวโน้มการจัดการศึกษาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ร่วมกับนานาชาติ ปี 2550 (Trends in International Mathematics and Science Study 2007, TIMSS - 2007) ซึ่งดำเนินการภายใต้สมาคมการประเมินผลนานาชาติ IEA (The International Association for the Evaluation of Educational Achievement) ซึ่งได้จัดการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในช่วงปี 2547-2551 ซึ่งมี 59 ประเทศ 8 รัฐเข้าร่วม และมีการประเมินทุก 4 ปี


"ไทยได้เข้าร่วมโครงการและเก็บรวบรวมข้อมูลจากนักเรียนชั้น ม.2 ทั่วประเทศ จำนวน 5,412 คน จาก 150 โรงเรียน ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานการศึกษากรุงเทพมหานคร (สนศ.) สำนักบริหารการศึกษาท้องถิ่น (สศท.) และโรงเรียนสาธิตในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) พบว่า วิชาคณิตศาสตร์ ไทยอยู่ในอันดับที่ 29 โดยได้ 441 คะแนน ถือว่าต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยนานาชาติ ซึ่งอยู่ที่ 500 คะแนน ซึ่งประเทศที่ได้คะแนนสูงสุด 5 อันดับแรกอยู่ในทวีปเอเชียทั้งสิ้น ได้แก่ สิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และฮ่องกง ส่วนมาเลเซียอยู่อันดับที่ 20 ส่วนวิชาวิทยาศาสตร์ ไทยอยู่อันดับที่ 21 เท่ากับมาเลเซีย โดยได้ 471 คะแนน ต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยนานาชาติ ซึ่งอยู่ที่ 500 คะแนน ซึ่งประเทศที่ได้คะแนนสูงสุด 5 อันดับแรก 5 ได้แก่ สิงคโปร์ จีน-ไทเป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอังกฤษŽนายปรีชาญ กล่าว และว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทั้ง 2 วิชาของไทยนี้ ถือว่าลดต่ำลงกว่าช่วงปี 2542-2546 โดยครั้งที่แล้ว ไทยได้วิชาคณิตศาสตร์ 467 คะแนน และวิทยาศาสตร์ 482 คะแนน"


นายปรีชาญกล่าวว่า หากแยกผลการประเมินตามสังกัดจะพบว่า โรงเรียนสาธิตสังกัด สกอ.ได้คะแนนสูงที่สุด โดยวิชาคณิตศาสตร์ ได้ 600 คะแนน และวิทยาศาสตร์ ได้ 606 คะแนน รองลงมาคือโรงเรียนในสังกัด สช.โดยวิชาคณิตศาสตร์ ได้ 512 คะแนน วิทยาศาสตร์ ได้ 535 คะแนน ขณะที่โรงเรียนในสังกัด สนศ.และ สศท. วิชาคณิตศาสตร์ ได้ 447 คะแนน วิทยาศาสตร์ ได้ 479 คะแนน ส่วนโรงเรียนสังกัด สพฐ. วิชาคณิตศาสตร์ ได้ 435 คะแนน วิทยาศาสตร์ ได้ 465 คะแนน และเมื่อจำแนกตามขนาดโรงเรียนพบว่า โรงเรียนขนาดใหญ่มีคะแนนสูงที่สุด ส่วนโรงเรียนขนาดเล็กมีคะแนนต่ำสุด สอดคล้องกับการประเมินของหน่วยงานต่างๆ ที่ผ่านมาทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าโรงเรียนขนาดเล็กมีปัญหา ดังนั้น รัฐบาลควรทุ่มเททรัพยากรเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนกลุ่มนี้เป็นพิเศษ ไม่ใช่อุดหนุนเท่ากันทั้งหมด


นายปรีชาญกล่าวว่า สาเหตุที่ผลสัมฤทธิ์ทั้ง 2 วิชาต่ำกว่าการประเมิน เนื่องจากไทยขยายฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทำให้คะแนนเฉลี่ยภาพรวมของประเทศลดลง อย่างไรก็ตาม สสวท.มีแผนจะพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทั้ง 2 วิชา ให้ไทยมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยนานาชาติในอีก 10 ปี ข้างหน้า


นางพรพรรณ ไวทยางกูร รองผู้อำนวยการ สสวท.กล่าวว่า ไทยจัดเวลาเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก คือวิชาละ 35 คาบต่อสัปดาห์ แต่ผลประเมินกลับมีผลสัมฤทธิ์ต่ำกว่าครั้งที่ผ่านมา ซึ่งไม่น่าพอใจ สะท้อนว่าไทยไม่สามารถปรับตัว และเตรียมบุคลากรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยส่วนตัวมองว่าเกิดจากปัญหาขาดแคลนครู ที่เกิดจากนโยบายลดอัตรากำลังคนตามโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือเออร์ลี่ รีไทร์ รวมทั้งไม่มีมาตรการจูงใจให้คนเก่งมาเป็นครู


ส่วนกรณีที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ชะลอการขึ้นค่าเล่าเรียน ประจำปีการศึกษา 2552 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวนั้น คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ.ก็ตระหนักในเรื่องนี้ และได้กำชับโรงเรียนในสังกัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะโรงเรียนดี เด่น ดัง 370 แห่ง ให้ลดภาระคาใช้จ่ายของผู้ปกครองในเรื่องต่างๆ ที่ไม่จำเป็น ส่วนโรงเรียนทั่วไปหลายหมื่นโรงนั้น ปกติจะไม่มีการเก็บค่าใช้จายเพิ่มเติมจากนักเรียนอยู่แล้ว จึงไม่น่าเป็นห่วง


นายบำเรอ ภานุวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กล่าวว่า นโยบายขององค์การค้าฯ ในปี 2552 จะคงราคาแบบเรียนเอาไว้ตามเดิม แม้ต้นทุนกระดาษจะสูงขึ้น ส่วนปี 2553 ที่จะต้องจัดพิมพ์แบบเรียนใหม่เพื่อรองรับการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ปรับปรุงใหม่นั้น จะต้องหารือกันอีกครั้งว่าจะปรับเพิ่มราคาแบบเรียนหรือไม่ ทั้งนี้ องค์การค้าฯ ได้ประสานไปยังสำนักงบประมาณเป็นการภายใน เพื่อหารือเรื่องขอสนับสนุนงบประมาณที่จะนำมาใช้คงราคาแบบเรียนด้วย เนื่องจากการคงราคาแบบเรียนทำให้องค์การค้าฯ ต้องสูญเสียรายได้จำนวนมาก เพราะแบบเรียนบางรายการไม่มีกำไรเลย สำหรับอุปกรณ์การเรียนการสอน ทางองค์การค้าฯ จะตรึงราคาในส่วนของอุปกรณ์การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้ลิขสิทธิ์มาจัดจำหน่ายในประเทศไทย


นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กล่าวว่า สช.ได้กำชับไปยังโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศแล้ว โดยขอความร่วมมือไม่ให้ขึ้นค่าเล่าเรียนในปีการศึกษา 2552 อย่างไรก็ตาม สช.ไม่มีอำนาจบังคับโรงเรียนได้ เนื่องจากการขึ้นค่าเล่าเรียนเป็นอำนาจของโรงเรียนเอง
นายสว่าง ภู่พิพัฒน์วิบูล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) พิบูลสงคราม และประธาน ทปอ.มรภ.กล่าวว่า มรภ.ทั่วประเทศได้พูดคุยกันแล้วว่า จะไม่ขึ้นค่าหน่วยกิตในปีการศึกษา 2552 เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจไม่ดี อีกทั้ง มรภ.ไม่ได้ขึ้นค่าหน่วยกิตมา 4-5 ปีแล้ว


นายนำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี และประธานประธาน ทปอ.มทร.กล่าวว่า มทร.ธัญบุรีตั้งใจไม่ขึ้นค่าเล่าเรียนแน่นอน และมองว่าควรต้องปรับรูปแบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ แทนที่จะเพิ่มค่าหน่วยกิตในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งจะเป็นซ้ำเติมนักศึกษา และผลักดันให้จำนวนนักศึกษาลดลง เนื่องจากต้องออกจากมหาวิทยาลัยด้วย นอกจากนี้จะหยิบยกเรื่องนี้ไปขอความร่วมมือในที่ประชุม ทปอ.มทร. และเห็นว่านอกจากมหาวิทยาลัยไม่ควรขึ้นค่าเล่าเรียนแล้ว ควรต้องหาแนวทางช่วยเหลือนักศึกษาด้วย เช่น สร้างงานทั้งภายใน และนอกมหาวิทยาลัย โดยต้องเชื่อมโยงกับสถานประกอบการให้มากขึ้น


นายจีรเดช อู่สวัสดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) กล่าวว่า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยไม่ปรับขึ้นค่าหน่วยกิตแน่นอน เพราะเพิ่งปรับขึ้นเมื่อปีที่แล้ว แต่ยังไม่ได้หารือกับมหาวิทยาลัยเอกชนอื่นๆ แต่เชื่อว่าคงไม่ปรับขึ้นค่าหน่วยกิตในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม การประชุม สสอท.ในวันที่ 18 ธันวาคมนี้ จะนำเรื่องนี้เข้าหารือด้วย
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old July 19th, 2009, 10:47 AM   #7
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

Thai students shine at Physics Olympiad

Bangkokpost Published: 19/07/2009 at 12:00 AM


MERIDA, MEXICO : Thai high school students have highlighted the country's academic success on the international stage by winning one gold and four silver medals in the 2009 Physics Olympiad.

While the class of 2009 didn't manage to top last year's three gold medals, the passion for the subject among the five-member squad was just as intense, viewing physics as art crafted by universal facts and the logic of nature.

Gold medallist Thanapat Worasaran, of Mahidol Wittayanusorn school in Nakhon Pathom, said physics' principles "could be applicable to every case" of natural phenomena. The Institute for Promotion of Teaching Science and Technology (IPTST) took care of Thanapat and his teammates during the July 11-19 competition in Merida, Mexico.

The student dreams of further exploring advanced physics together with medical engineering.

His four teammates who were awarded silver medals are Jirawat Tangpanithanon and Isarapong Aeksinchon, from Mahidol Wittayanusorn school, Weerapat Pittayakanchit of Triem Udom Suksa school and Saronnop Tewapatikom of Chulalongkorn University Demonstration school, according to IPTST's acting director Naree Wongsirojkul.

The group has asked the government and teachers to do more to spark student interest and awaken them to physics.

Meanwhile, Saronnop wants the government to sponsor the establishment of good physics laboratories. Many schools still do not have them, and if they do, the labs are in poor condition.

"Students can't experience real experiments and the beauty of physics," Saronnop said. "With this situation, even capable teachers could not pluck students from boredom."
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old July 23rd, 2009, 06:20 AM   #8
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

Thai youths win gold, 5 silvers

Bangkokpost Published: 22/07/2009 at 12:00 AM


Thai students picked up gold and silver medals at the recently concluded International Mathematical Olympiad in Germany.

The team, made up of six secondary school students, won one gold and five silver medals at the annual event in Bremen.

Institute for the Promotion of Teaching Science and Technology (IPTST) acting director Naree Wongsirojkul yesterday said overall the team finished seventh among the 104 participating countries.

Suthee Rueangwiset from Bangkok's Triam Udom Suksa School was the lone gold medallist.

Winning silver were Thanart Khuruthat, Phongphak Phumiwat and Supphanat Khamtue from Triam Udom Suksa School; Phakhawut Jiradilok from Assumption Bangrak School; and Nipun Pitimana-aree from the Srinakharinwirot University Demonstration School.

The Institute will hold a reception for the team when they arrives at Suvarnabhumi airport around 1pm tomorrow.

China topped the medals table, followed by Japan and Russia respectively, Ms Naree said.

Gold medallist Suthee, 17, won silver medals at the two previous maths Olympiads - in Vietnam in 2007 and Spain in 2008.

Mr Suthee said he plans to study maths at an overseas university before returning home to use his knowledge to help Thailand's national development.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 4th, 2009, 07:13 PM   #9
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

Ministry wants greater focus on R&D

THE NATION Published on August 5, 2009


The Science and Technology Ministry today will request Cabinet approval for the establishment of a Public-Private Partnership on Science and Technology.

The move is a bid to upgrade Thailand as a research-and-development hub.

Amid tough competition in the business world, one of the main obstacles to developing the Kingdom is a shortage of its own R&D that can serve demand in the commercial market.

Science and Technology Minister Kalaya Sophonpanich said Thailand spent 0.25 per cent of gross domestic product (GDP) on R&D, excluding the private sector and military. That is considered low compared with developed countries like the United States, Japan, and Singapore.

She said a PPPST would attract more R&D investment and increase the state budget for it to 1 per cent of GDP, worth Bt100 billion in the next five to 10 years.

The PPPST would be chaired by the science and technology minister. Committees would consist of the permanent secretaries of relevant ministries, such as industry and commerce, and representatives from private organisations, including the Federation of Thai Industries, the Thai Chamber of Commerce, the Thai Bankers' Association, small and medium-sized enterprises (SMEs) and a network of university lecturers.

Meanwhile, the National Science and Technology Development Agency (NSTDA) yesterday launched an SME-assistance programme called "iTAP Big Impact".

The programme, developed by the NSTDA's Industrial Technology Assistance Programme (iTAP), is aimed at improving the profits and energy-efficiency of SMEs in three sectors: rice milling, poultry farming and rubber curing.

Chachanat Thebtaranonth, executive director of the NSTDA's Technology Management Centre, said the agency had developed a set of easy-to-implement improvements that could immediately |be applied to SMEs in those industries.

She said the improvements would help increase the profitability of an SME rice mill by 20 per cent and that Bt21 billion could be saved on electricity costs if all 43,000 rice mills nationwide participated.

iTAP director Sonthawan Supattaraprateep said the programme granted financial support to the SMEs via 12 banks that agreed to provide low-interest loans for them.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 6th, 2009, 08:28 PM   #10
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

National Science Day 2009, Bangkok


http://www.pantip.com/cafe/wahkor/to.../X8173116.html
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 12th, 2009, 07:34 PM   #11
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

Robots rule in Bangkok

The nation Published on August 13, 2009


Androids and 4D movies whisk visitors to the future at the annual science fair

Fans of the Transformer film franchise are coming face to face with one its heroes after an autobot stepped off the screen and into Bangkok.


The "Optra Bot" is towering six metres above dozens of other robots at the Thailand National Science and Technology Fair (NSTF) 2009.


"I never though I'd meet an Optra Bot in person," said Athithan Peerasawas, 21, a Phranakhon Rajabhat University student. "It's so cool."


The fair kicked off on Saturday at Impact Exhibition Centre, Muang Thong Thani, where till August 23 the Optra Bot model will be surrounded by working robots that do everything from interact with visitors to play soccer.

Precautions


National Science Museum president Pichai Sonchaeng expects the big-budget event (Bt180 million has been spent) to top the 1.25 million visitors it got last year. Precautions have been taken against the flu outbreak. "Measures include |thermal scans and alcohol |gel in front of every entrance," said Pichai, before suggesting a few must-see highlights.

Computerised bugs


The importance of nature's variety to scientific progress is on display at the Biodiversity Pavilion, where


giant grasshopper, tarantula and scorpion robots from Japan mimic the gestures of their real-life counterparts.


Nearby, a "4D" movie immerses viewers in a journey that shows how global warming is affecting the planet, then whisks them to the future for a peek at the disasters that await us if we don't change our present habits.

Inside global warming


"When I stood in the designated area to watch the movie, I felt like I was on an aircraft exploring the beginnings of a worldwide catastrophe. I saw polar ice melt and the oceans rise," said Wichayoot Noonil, |a-17-year-old from Ratthanakosinsomphod Bangkhunthian School.


"When it rained in the movie, it rained in the theatre; when it was sunny on screen, I felt the heat on my skin. I felt involved with the problems caused by global warming and concerned for what will happen in the future."

Anyone for a space mission?


Meanwhile, science moves beyond the Earth and into Outer Space at the Cosmology Pavilion. Here, visitors can |blast off with a 3D movie that takes them to the International Space Station and then on to Mars.


Pichai also recommends a visit to an exhibition displaying work of the founding fathers of Thai science and technology, King Mongkut and His Majesty King Bhumibol respectively.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 13th, 2009, 08:07 PM   #12
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/to.../X8195837.html

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 14th, 2009, 09:31 PM   #13
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

Vaccine R&D takes national priority Minister says Thais must not be left at risk

Bangkokpost Published: 14/08/2009


Vaccine research and development is being rushed on to the national agenda amid fears the absence of a vaccine against deadly diseases could affect national security.

Public Health Minister Witthaya Kaewparadai yesterday said vaccine R&D was vital as the lack of an effective response against health threats would put Thais at risk.

Investing in vaccine development was the cheapest and most effective way to ensure national health security, the minister said after a meeting of the national committee on vaccines.

The government should raise R&D spending from 0.2% of GDP to 1%, Mr Witthaya said.

"Our vaccine research and development began the same time as that of India and Indonesia," he said.

"Now both countries are self-dependent and in fact have become vaccine exporters while Thailand still has to import these products.

"Previous governments did not give priority to local vaccine research and development and thought it would be a waste of money."

The committee yesterday listed vaccines against five diseases in its vaccine research and development plan.

It wants to develop vaccines for flu, dengue fever and Japanese encephalitis.

It also wants a combined vaccine for diphtheria, pertussis, tetanus and hepatitis B; and to put more work into a vaccine for tuberculosis.

A National Vaccine Institute would also be created, to come under the Public Health Ministry. It would be the country's focal point on vaccine research and development.

Thailand is studying an H1N1 flu vaccine based on Russian live attenuated influenza vaccine technology, granted through the World Health Organisation.

It is seen as a promising tool for controlling the flu pandemic because it allowed for the production of 30 times more vaccine doses than the standard inactivated vaccine technology.

The Government Pharmaceutical Organisation, which would make the nasal spray vaccine, was expected to produce over 3 million doses of the vaccine every month, once the research and clinical trial process was complete.

Mr Witthaya said he would ask the Ministry of Science and Technology to join efforts to develop a vaccine based on inactivated technology for high-risk groups.

Earlier, academics and medical experts raised concerns about the safety of the nasal spray vaccine among risk groups including pregnant women, children aged under two, people with respiratory problems and people aged over 49 years old.

Charung Muangchana, director of the National Vaccine Committee Office, said the treatment of risk groups had not been determined.

In principle, health professionals and high-risk groups such as pregnant women and people with chronic health problems should get the vaccine first.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 18th, 2009, 09:45 AM   #14
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

มอนิเตอร์โทรทัศน์6ช่อง มีรายการวิทย์ไม่ถึง2%

Posttoday วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552


มีเดียมอนิเตอร์ ชี้จอตู้ทุกช่องเสนอรายการวิทยาศาสตร์ไม่ถึง 2%

โครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม (มีเดีย มอนิเตอร์) ได้เปิดเผยผลการศึกษารายการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ใน 6 ช่องสถานี พบว่า มีทั้งหมด 26 รายการ คิดเป็น 1,137 นาทีต่อสัปดาห์ คิดเป็นเพียง 1.94% ของเวลาออกอากาศ
นอกจากนี้ ยังพบอีกว่ารายการวิทยาศาสตร์จากต่างประเทศ ออกอากาศเพียง 8 รายการจากจำนวนทั้งหมด แต่ก็มีเวลาออกอากาศมากกว่ารายการที่ผลิตในประเทศไทย โดยช่องที่นำเสนอรายการวิทยาศาสตร์มากสุดคือ ทีวีไทย 8 รายการ หรือ 581 นาทีต่อสัปดาห์ รองลงมาช่อง 9 มี 7 รายการ หรือ 310 นาทีต่อสัปดาห์ เอ็นบีที 5 รายการ ส่วนช่อง 3, 5 และ 7 พบเพียงสถานีละ 2 รายการ

นอกจากนี้ จากการศึกษารายการโทรทัศน์ในช่วงเดือนพ.ค. 2552 พบอีกว่าส่วนใหญ่ยังขาดเบื้องหลังหลักการสร้าง วิธีการใช้ คุณประโยชน์ โทษ และผลกระทบ

ด้านนางกาญจนา จันทร์ประเสริฐ ครูวิทยาศาสตร์ดีเด่นประจำปี 2550 กล่าวว่า หากรัฐบาลต้องการให้สังคมไทยเป็นสังคมที่เรียนรู้ตลอดชีวิต ดังนั้นจำเป็นต้องเพิ่มรายการการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้มากยิ่งขึ้น เพราะรายการโทรทัศน์มีอิทธิพลต่อความคิดคนทั่วไปและเยาวชนสูงกว่าสื่ออื่นๆ
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 18th, 2009, 12:00 PM   #15
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

Small schools join satellite project Under-performers will operate as prototype

Bangkokpost Published: 18/08/2009 at 12:00 AM


The Education Ministry has chosen 4,050 small schools from around the country to join a satellite-based learning project aimed at improving students' academic standards.

The schools were selected from a pool of 9,179 public and private schools where a shortage of teachers is affecting academic standards.

Their poor performance was reflected in results for the National Tests and the Ordinary National Education Test (O-Net), Education Minister Jurin Laksanavisit said.

The National Tests evaluate students' academic performance in school and the O-Net tests their skills needed to enter university.

A large number of students at the selected schools scored below-average marks, the minister said.

The 4,050 schools will serve as a prototype in the School Distance Learning via Satellite Project in the second semester of this academic year.

It is hoped education standards will improve once students are taught through satellite broadcasting by capable teachers at the Klai Kangwon school in Prachuap Khiri Khan's Hua Hin district.

The scheme will begin in November.

Many of the schools have satellite dishes but, Mr Jurin said, "the equipment is not used according to the goal".

A recent survey by the Basic Education Commission found 3,964 schools which had joined the project had not used the dishes or the learning equipment supplied to them.

The satellite-based learning project was established 13 years ago and supervised by Khwankeo Vajarodaya, the grand chamberlain of the Royal Household Bureau and administrator of Klai Kangwon school.

The Education Ministry said earlier this month the project needed a revamp after it was found it was not run efficiently. Many schools rarely use the technology while teachers have failed to adjust to the new teaching methods.

Mr Jurin said he would ask permanent secretary for education Shinapat Pumrat to form a working group to help troubled schools plan their teaching schedules so they correspond with those of Klai Kangwon school.

Other necessary teaching equipment would be distributed to teachers, especially those in Prathom 3 to 6 (Grades 3 to 6) and Mathayom 3 to 6 (Grades 9 to 12).

The ministry also plans to distribute satellite dishes to another 5,129 schools to enable them to benefit from the project. Mr Jurin expected the schools to be ready for satellite-based learning in May next year.

Meanwhile, he said, the ministry was preparing to distribute guidelines on the new learning system to teachers and train them to better deal with the project.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 19th, 2009, 06:04 PM   #16
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

TISTR in deal to make gas from wood

Bangkokpost Published: 19/08/2009 at 12:00 AM


Thai and Japanese scientists are looking at collaborating to produce an alternative energy source to fossil fuels by creating gas from wood.

The Thailand Institute of Scientific and Technological Research (TISTR) signed a deal on Monday with Japanese energy firm Kansai Corporation to develop the "gasification" technology which produces gas from wood chips.

Wood chips emit methane when heated to between 400 and 1,200C, said Wirachai Soontornrangsi, the TISTR researcher heading the project.

"If we can operate a gasification plant on a commercial scale, we will have another renewable source of fuel for vehicles and electricity-generating systems," Mr Wirachai said.

"It could help the country save big money on oil purchases."

Thailand has plenty of materials, such as wood chips and biomass, that can be used to create methane via such a process, but it lacked technical skills.

The TISTR has studied the technology for four years and now aims to produce methane commercially.

Kansai's chief engineer, Hiroyuki Monobe, said the company had researched and developed gasification technology for many years.

The technology uses a catalyst to produce the high temperatures required to create the methane, which produces fewer greenhouse gas emissions than other energy sources.

"We have good technology but lack the materials," Mr Monobe said. "The Thai-Japanese cooperation is a perfect match for the gasification project, which is a promising source of energy to replace fossil fuels."
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 21st, 2009, 10:04 AM   #17
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

Scientists urge vaccine teamwork Poor collaboration hurt H1N1 effort

Bangkokpost Published: 21/08/2009 at 12:00 AM


Scientists have called for the government to gather all scientists with work related to vaccine production to join together to successfully produce an H1N1 vaccine, saying the first lot's failure came from a lack of collaboration.

Jongkol Lertiendumrong, a researcher from the International Health Policy Programme (IHPP), an advisory body on national health priorities, thinks it is time for a national body to oversee vaccine production and allocation.

"At present, the Public Heath Ministry is only looking into its responsibility, but the fact is that we need to get ideas from experts in various fields to make mass vaccine production work. The failure was not because local experts are not capable, but rather a lack of collaboration," said Mrs Jongkol.

Somchai Chauratcharin, a professor in the biotechnology department of Mahidol University, said the first lot had defective imported eggs that were cracked and infected with fungus. He added that the Government Pharmaceutical Organisation (GPO) should lead a brainstorming session to ensure successful production this time.

Local eggs suitable for vaccine production are available only at the Department of Livestock Development, but there is a limited supply as they are now being used for producing a vaccine for poultry.

Another option is to promote local producers such as CP or Saha Farm to produce eggs that pass Food and Drug Administration requirements for vaccine production.

"Vaccine production is a national issue. We need to start thinking about how to make a vaccine on an industrial level from locally reliable materials to ensure we can protect the people in this country," Mr Somchai said.

He suggests government agencies start thinking about long-term plans to handle vaccine production such as finding a laboratory with greater production capacity as well as locating experts in vaccine development.

Sit Thirapakpoomanunt, the GPO's influenza vaccine project manager, said the state enterprise would exercise better control for the next vaccine batch due out in two weeks.

"We followed the guidelines of production strictly and were aware of all the variables, but a lack of hands-on experience in live vaccine production may have led to the low yield," said Mr Sit.

He said it was possible the virus-cultivated eggs imported from Germany may have been damaged in shipment.

All variables will be strictly controlled in the future, from the condition of the eggs to the virus cultivation. "We hope for a better yield but how much better, we don't know," he said.

Thiravat Hemachudha, a professor of Neurology at Chulalongkorn University, also called for the state agency to be more proactive about vaccine production and educating the public.

"We need to note the limits from this vaccine we are producing, such as the limited age group of users or that certain health groups cannot use the vaccine. Also, how well does it control the spread of the virus?"

He said vaccine production was not the final solution because of side effects. Collaboration to disseminate information and figure out controlling measures needs to be discussed to limit a possible second outbreak.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 25th, 2009, 08:29 PM   #18
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

Flu vaccine testing makes ready for new pandemic

The Nation. Published on August 26, 2009


The Government Pharmaceutical Organisation (GPO) has its first samples of typeA (H1N1) influenza nasal spray vaccine and has begun tests with animals to study its safety and toxicity, GPO director Dr Vitthit Attavejchakul said yesterday.

" We have made the decision to step forward and produce the new vaccine. Nothing has changed the of vaccine's production procedure," he insisted.


The move comes after GPO scientists succeeded in culturing the virus in specific pathogen free eggs imported from Germany.


The German eggs have produced low yields of the vaccine but,Vitthit said,World Health Organisation experts had suggested GPO continue testing the vaccine in animals for 10 days to check safety and toxicity before trying it out on volunteers.


The GPO has already inoculated the virus seed vaccine into 1,500 specific pathogen free eggs and the results will be released soon. "I hope we'll have good news on this Friday," he said.


Because the German eggs had produced a low yield of the new flu vaccine, GPO decided to turn to other countries and placed orders for the same type of eggs from the Charles River company, a US supplier in Massachusetts.


But the first batch of these US eggs was damaged during transportation, resulting in a further delay to the vaccine testing process in Thailand. The next shipment of US eggs will arrive here on September 15, Vitthit said.


The eggs will be cultured for seven days, then another seven days are needed to test the vaccines in animals before being given to humans.


Based on the GPO's schedule, the first 20 million vaccine doses should be available in December when a second wave of the flu pandemic is likely in Thailand.


To date, only Silpakorn University's Faculty of Pharmacy is contracted to produce 10 million doses of the newflu vaccine, so the GPO is negotiating with other parties to supply the remaining volume.


Dr Thirawat Hemajutha of Chulalongkorn University cited a report from Mahidol University's

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 30th, 2009, 07:46 PM   #19
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

วางศิลาฤกษ์โรงปั๊มวัคซีน ตั้งเป้าผลิต2ล้านโดสต่อปี

Posttoday วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2552


นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วยผู้บริหารองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างอาคารผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ของอภ. ที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยตั้งเป้าหมายผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่เชื้อตาย อาทิ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล และกำหนดกำลังการผลิต 2 ล้านโดสต่อปี

นอกจากนี้ หากเกิดการระบาดใหญ่ อภ.จะใช้เทคโนโลยีผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่เชื้อเป็นชนิดพ่นทางปาก ซึ่งสามารถผลิตวัคซีนมากกว่าเชื้อตายถึง 30 เท่า ประมาณ 60 ล้านโดส ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติงบประมาณให้ 1,411.7 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 2550 และจะก่อสร้างเสร็จภายในปี 2556

นายวิทยา เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ยังพร้อมจู่โจมประชาชนได้ตลอดเวลา การระบาดในระลอก 2 อาจจะมีจำนวนผู้ป่วยมากกว่ารอบแรก เพราะประชาชนกว่า 60 ล้านคน ยังไม่มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ

ด้าน นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานกรรมการ อภ. กล่าวว่า หัวเชื้อไวรัสจากรัสเซียที่นำมาผลิตวัคซีนไม่ได้มีการกลายพันธุ์ตามที่นักวิชาการบางรายออกมาระบุ จึงถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

“แค่เห็นข้อมูลบางส่วนก็ไม่ตรวจสอบให้รอบคอบก่อน ซึ่งข้อมูลที่อยู่ในระหว่างการทดลองควรจะเก็บเป็นความลับ หากเอกชนเป็นผู้ดำเนินการคงเกิดการฟ้องร้องแล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลไม่ได้หลุดออกมาจากผู้วิจัยหรือผู้ดูแลเรื่องนี้ คงต้องตรวจสอบต่อไปว่าข้อมูลหลุดออกมาได้อย่างไร” นพ.วิชัย กล่าว n
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 2nd, 2009, 10:22 AM   #20
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,164
Likes (Received): 1482

นักวิจัยพ้อรัฐเมินวิศวกรรมเนื้อเยื่อ

วันที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11498 มติชนรายวัน


ผศ.นพ.ถนอม บรรณประเสริฐ ศูนย์นวัตกรรมเซลล์เนื้อเยื่อและอวัยวะสังเคราะห์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ทีมวิจัยประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผิวหนังสังเคราะห์ต้นแบบ เพื่อใช้ในผู้ป่วยแผลไฟไหม้ไฟลวกที่ไม่สามารถรักษาหรือสมานแผลตามปกติได้ ในปี 2551 จนถึงขณะนี้ผลงานดังกล่าวยังไม่สามารถนำมาใช้ได้จริง เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายอนุญาตให้ทำการทดลองวิจัยในมนุษย์ ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลให้งานวิจัยอีกหลายชิ้น อาทิ การวิจัยและพัฒนาเซลล์กระดูกเทียม เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน หรือผู้ที่มีปัญหากระดูกแตกหัก เป็นต้น ทำให้ผลงานทั้งหมดต้องขึ้นหิ้งมาโดยตลอด ทั้งๆ ที่ปัจจุบันทั่วโลกต่างหันมาให้ความสนใจเทคโนโลยีวิศวกรรมเนื้อเยื่อ หรือการสร้างอวัยวะเทียมจากวัสดุชีวภาพ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่อาจเป็นความหวังในการรักษาผู้ป่วยของคนทั่วโลก

"ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นวัสดุใดก็ตามที่นำมาใช้ในมนุษย์ หากพัฒนาโดยคนไทยจะไม่สามารถใช้ได้จริง เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่มีระบบรับรองการทดลองวัสดุดังกล่าวในมนุษย์ ขณะที่ต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกามีระบบการรับรองผลิตภัณฑ์เพื่อทดลองในมนุษย์ โดยจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อควบคุมการวิจัยแต่ละชิ้นงาน และแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ทดลองในอาสาสมัคร 10-20 คน ระยะที่ 2 ทดลองในอาสาสมัคร 100 คน และระยะที่ 3 ทดลอง 200-300 คน จากนั้นจึงจะอนุญาตให้นำมาใช้ได้จริง ซึ่งระบบนี้ทั่วโลกนำมาปฏิบัติตั้งแต่ปี 2503 แต่เหตุใด อย.ไม่นำระบบดังกล่าวมาใช้ในประเทศไทย" ผศ.นพ.ถนอมกล่าว และว่า ปัจจุบันหากจะนำผลงานดังกล่าวมาใช้ได้จริงคือ ต้องไปขอการรับรองจากต่างประเทศ และส่งกลับมาจำหน่ายในประเทศไทย

หน้า 10
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 12:37 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu