daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions

Reply
 
Thread Tools
Old January 6th, 2016, 03:59 PM   #1
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 60,841
Likes (Received): 2546

Thailand in the World Economic & Overseas Projects News 2016

2015 http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=1791335
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old January 6th, 2016, 04:00 PM   #2
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 60,841
Likes (Received): 2546

ครม.ไฟเขียวฟื้นบอร์ด กนศ. กำหนดยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ

โดย MGR Online

5 มกราคม 2559 17:46 น. (แก้ไขล่าสุด 5 มกราคม 2559 18:22 น.)

ครม.ไฟเขียวฟื้นบอร์ด กนศ.เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศของไทย “อภิรดี” เผยจะทำให้ทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะ กนศ.จะเป็นผู้กำหนดยุทธศาสตร์ และ พกค.เป็นหน่วยแก้ปัญหาและผลักดันส่งออก

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งจะทำให้การกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ไทยกำลังจะมีการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ในกรอบต่างๆ เป็นจำนวนมาก ทั้งการเจรจา FTA กับคู่เจรจา การเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) รวมถึงท่าทีในการเจรจาการค้ากับประเทศต่างๆ

ทั้งนี้ การมี กนศ.จะทำให้ครบทั้ง 2 ขา ทั้งด้านการกำหนดยุทธศาสตร์ และการผลักดันการส่งออก เพราะขาหนึ่ง กนศ. จะเป็นผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศว่าจะเป็นไปอย่างไร ไทยจะมีท่าทีอย่างไร ขณะที่อีกขา คือ คณะกรรมการพัฒนาการค้าระหว่างประเทศ (พกค.) จะทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาและผลักดันการส่งออก ซึ่งจะไม่ทำงานซ้ำซ้อนกัน แต่จะทำงานเสริมกัน

นอจากนี้ ครม.ยังได้มีมติให้ยกเลิกคณะทำงานยุทธศาสตร์การเจรจาการค้าของประเทศ ที่ตั้งขึ้นตามมติ ครม.วันที่ 20 เม.ย. 2558 และให้ใช้ กนศ.ในการกำหนดนโยบายด้านการค้าระหว่างประเทศแทน

สำหรับคณะกรรมการ กนศ.ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจเป็นรองประธาน กรรมการประกอบด้วย รมว.พาณิชย์, คลัง, ต่างประเทศ, เกษตรและสหกรณ์, ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, แรงงาน, อุตสาหกรรม, สาธารณสุข, เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน โดยมีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นกรรมการและเลขานุการ มีผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

http://manager.co.th/iBizChannel/Vie...=9590000001347
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 10th, 2016, 10:09 AM   #3
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 60,841
Likes (Received): 2546

ฟื้นนโยบายศก.ระหว่างประเทศ "นายกฯตู่"นั่งหัวโต๊ะนัดแรกถกข้อตกลงTPP

updated: 08 ม.ค. 2559 เวลา 20:57:48 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ครม.ไฟเขียวตั้ง กนศ. "นายกฯตู่นั่งหัวโต๊ะ" พาณิชย์ชงผลศึกษา TPP เข้าร่วมที่ประชุมนัดแรก ก.พ.นี้ พร้อมเดินเครื่องผลักดันการค้าระหว่างประเทศปี′59 โต 5% เตรียมเรียกประชุมทูตพาณิชย์ประเมินสถานการณ์ส่งออก

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติตั้งคณะกรรมการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและมีรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจเป็นรองประธาน และมีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นฝ่ายเลขานุการ พร้อมด้วยกรรมการจากกระทรวงเศรษฐกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกร่วม 10 คน และเตรียมจัดประชุมนัดแรก เพื่อเสนอผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าร่วมการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ซึ่งทางกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้ให้สถาบันปัญญาภิวัฒน์ศึกษา คาดว่าจะเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2559

กนศ.จะทำหน้าที่กำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รวมถึงนโยบายเกี่ยวกับการเจรจาการค้าและการลงทุน ระหว่างประเทศ รวมถึงกำหนดยุทธศาสตร์ภาพรวม ซึ่งจะมีบทบาทที่แตกต่างจากคณะกรรมการพัฒนาการค้าระหว่างประเทศ (พกค.) ที่จะดูแลด้านการผลักดันการผลิต การส่งออกสินค้า บริการระหว่างประเทศ การนำเข้าปัจจัยการผลิต การหาตลาด รวมถึงการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคทางการค้า

สำหรับแผนผลักดันการส่งออกในปี 2559 กระทรวงพาณิชย์จะผลักดันการส่งออกบริการให้มากขึ้น จากที่ตั้งเป้าหมายผลักดันการส่งออกให้ได้ 5% โดยในวันที่ 20 มกราคมนี้ จะมีการเรียกประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ทั่วโลก เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดมาตรการและแผนผลักดันการส่งออกต่อไป

ด้านนายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษา TPP ภายใต้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวว่า หลังจากศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าร่วม TPP มา 2 เดือน เบื้องต้นเอกชนส่วนใหญ่เห็นด้วยที่ต้องเข้าร่วม TPP มีเพียงกลุ่มปศุสัตว์ยังคงกังวล และได้มอบให้แต่ละองค์กรกลับไปฟังความคิดเห็นภายในกลุ่ม และสรุปให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมกราคมนี้

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1452254443
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 11th, 2016, 07:13 PM   #4
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 60,841
Likes (Received): 2546

คณะทำงานส่งเสริมส่งออกฯถกนัดแรก เสียงแตก เอกชนชี้โอกาสโตแค่ 2%

วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559 เวลา 22:45:55 น.

ที่กระทรวงพาณิชย์ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะทำงานส่งเสริมการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศ รวมกับภาคเอกชน ว่า ถือเป็นการประชุมครั้งแรกของคณะทำงานฯ เพื่อภาครัฐและเอกชนร่วมกันหารือแนวทางการผลักดันการส่งออก ด้านสินค้า การบริการ และการลงทุนในต่างประเทศ สาระสำคัญคือ ให้เอกชนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อเป้าหมายการขยายตัวส่งออกไทยปี 2559 เติบโต 5% ว่าตลาดไหนจะเป็นจุดแข็งของไทย และจะผลักดันตลาดจีนที่ชะลอตัวอย่างไร และผลักดันส่งออกได้ตามเป้าหมายรัฐบาลกำหนดไว้ 5% โดยเอกชนเสนอแนะให้ภาครัฐช่วยปลดล็อก ด้านกฎระเบียบภายในและภายนอกประเทศ เพื่อลดอุปสรรคการส่งออก

“ภายใน 3 เดือนจากนี้ จะสามารถนำสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน โดยเฉพาะการปลดล็อคอุปสรรคต่างๆ ในการส่งออก จากนี้คณะทำงานจะหารือเดือนละ 1 ครั้ง โดยรัฐบาลจะช่วยปลดล็อคปัญหาอุปสรรค ทั้งการส่งออกและการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา พม่า ลาว และเวียดนาม เช่น ปัญหาตามด่านชายแดน การขนส่ง แก้ไขปัญหาภาษีซ้ำซ้อน เพื่อให้ส่งออกปีนี้โตได้ 5% หรือมีมูลค่า 2.25 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ " นางอภิรดี กล่าว

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการบริษัท ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) และรองประธานหอการค้าไทย ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการผลักดันการส่งออกทั้งปี 2559 ให้ได้ตามเป้าหมาย 5% แต่อย่างไรก็ตาม เอกชนยังมองว่าการส่งออกคงไม่ต่ำกว่า 2% โดยตลาดที่จะต้องให้ความสำคัญอย่างมาก คือ ซีแอลเอ็มวี และผลักดันให้เอกชนภาคบริการ เช่น โลจิสติกส์ โรงแรม เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานในรูปแบบของคณะทำงานย่อยด้วย จากเดิมที่ไม่มี การทำงานจากนี้ จะต้องมีการกำหนดตัวชี้วัดโดยเฉพาะการลงทุน ที่ต้องชัดเจนว่าจะไปลงทุนที่ประเทศไหน จำนวนกี่ราย และใช้ทุนเท่าไหร่ และให้นำรายได้จากการลงทุนของเอกชนของเอกชนไทยในต่างประเทศมารวมกับรายได้จากการส่งออกด้วย

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนมองการขยายตัวส่งออกไทยปี 2559 น่าจะได้ 2% เพราะปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจจีน ภัยแล้ง ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และราคาน้ำมันที่ลดลง แต่ภาครัฐตั้งเป้าไว้ที่ 5% ซึ่งไม่สอดคล้องกัน ต้องมาหารือร่วมกันและหาทางผลักดันการส่งออกให้ได้มากกว่า 2% จากนี้ควรเน้นการส่งออกและค้าชายแดน ซึ่งเห็นว่าตลาดซีแอลเอ็มวี เป็นเพียงตลาดเดียวที่มีการขยายตัวที่ดี และเน้นส่งออกไปตลาดเกิดใหม่ด้วย สำหรับสินค้าเด่นที่ช่วยการส่งออกไทยปีนี้ คือกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นสัดส่วน37% ของมูลค่าการส่งออกรวม และสินค้าเกษตรแปรรูป

http://www.matichon.co.th/news_detai...sid=1452512888
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 15th, 2016, 06:02 PM   #5
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 60,841
Likes (Received): 2546

ฟื้นเอฟทีเอไทย-อียู!

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ม.ค. 2559 06:40

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายรอลฟ ดีเตอร์ ดาเนียล นายกสมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ เกี่ยวกับการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-สหภาพยุโรป (อียู) ที่หยุดชะงักไปหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา โดยทางสมาคมการค้ายูโรเปียนฯเสนอตัวให้ข้อมูลให้กับประเทศสมาชิกอียู เข้าใจสถานการณ์ด้านต่างๆในประเทศไทย และช่วยผลักดันการเดินหน้าเอฟทีเอไทย-อียู ที่หยุดชะงักไปให้กลับมาเดินหน้าอีกครั้งเพื่อประโยชน์ทางการค้าของทั้งสองฝ่าย ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นในหลายเรื่อง เช่น การต่อต้านคอร์รัปชัน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย รวมทั้งการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู) และการแก้ปัญหามาตรฐานควบคุมและตรวจสอบการบินที่สำนักงาน บริหารการบินแห่งชาติของสหภาพยุโรป (เอียซ่า) เข้ามาตรวจสอบและมองว่าไทยสามารถแก้ปัญหาได้ดี

“ทางสมาคมการค้ายูโรเปียนฯยินดีกับการแก้ไขปัญหาต่างๆของไทยในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่รัฐบาลนี้เข้ามาแก้ไข เพราะไม่อย่างนั้นปัญหาหลายอย่างที่เดิมหมักหมมอยู่ คงจะหาทางแก้ไขได้ยาก ซึ่งรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ไม่มีผลประโยชน์จากการเลือกตั้ง จึงเชื่อว่าการทำเรื่องต่างๆ จะทำได้ง่ายขึ้น พร้อมกันนี้ ได้ขอให้ไทยช่วยเหลือเรื่องของการอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ ที่เป็นปัญหาต่อการดำเนินธุรกิจ เช่น การออกฉลากผลิตภัณฑ์ ควรเพิ่มบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการตรวจสอบรับรองให้มากขึ้น รวมไปถึงเรื่องของการลงทุน”.

http://www.thairath.co.th/content/562965
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 29th, 2016, 08:51 PM   #6
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 60,841
Likes (Received): 2546

พณ. เผยผลศึกษา ชี้ข้อดี ไทยร่วม 'ทีพีพี' ดันเศรษฐกิจไทยโต 0.77%

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ม.ค. 2559 16:58

พณ. เปิดผลศึกษาปัญญาภิวัฒน์ หนุนไทยร่วม “ทีพีพี” ดันเศรษฐกิจไทยโต 0.77% ยกระดับผลิตสินค้า-บริการ แต่ผลเสีย เจอแข่งขันรุนแรง เข้มคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา จ่อนำผลสรุป-ฟังความเห็นทุกภาคส่วน ชง รบ. ตัดสินใจปลาย ก.พ....

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. น.ส.ศิรินารถ ใจมั่น อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้ว่าจ้างสถาบันปัญญาภิวัฒน์ และสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา ให้ศึกษาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) โดยขณะนี้ได้สรุปผลศึกษาในเบื้องต้นแล้ว มีข้อเสนอให้ไทยเข้าร่วมทีพีพี เพราะจะเกิดผลดีกับไทยมากกว่าผลกระทบ และยังจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เพิ่มขึ้นอีก 0.77% แต่ถ้าไทย และสมาชิกอาเซียนอื่น คือ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เข้าร่วมด้วย จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้นเป็น 1.06%

สำหรับผลดีคือ จะช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าและบริการของประเทศให้สูงขึ้น เพราะมีมาตรฐานสูงครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและแรงงาน ซึ่งจะมีความสำคัญต่อการยกระดับการพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืน และยังช่วยให้ภาคการผลิตที่สำคัญของไทย ทั้งยานยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของโลก (ห่วงโซ่อุปทาน) และจะช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องอื่นๆ ที่รัฐบาลต้องการส่งเสริมด้วย

ขณะเดียวกัน จะช่วยสร้างโอกาสในการออกไปลงทุน และแสวงหาวัตถุดิบในต่างประเทศ ช่วยให้ภาคการผลิตและภาคบริการของไทยมีการพัฒนาเพิ่มขึ้น และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มงวด ถือเป็นการผลักดันให้เกิดการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันของไทยสูงขึ้น

ส่วนผลกระทบ จะทำให้ตลาดสินค้าและบริการมีการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มงวด จะส่งผลกระทบด้านสาธารณสุข และทำให้รัฐต้องใช้งบประมาณสูงขึ้นในการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ อีกทั้งไทยต้องปรับแก้กฎระเบียบภายในมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลง

“กรมฯ จะนำผลศึกษาดังกล่าว ไปพิจารณาร่วมกับผลการรับฟังความคิดเห็นที่กรมฯ ได้หารือร่วมกับทุกภาคส่วนไปแล้ว ทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ ประชาสังคม วิชาการ และภาคเกษตร ก่อนนำเสนอให้คณะอนุกรรมการศึกษาความพร้อมของไทยต่อการเข้าร่วมทีพีพี ที่มีนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์เป็นประธานพิจารณา จากนั้นจะนำเสนอรัฐบาลพิจารณาว่าจะตัดสินใจอย่างไรปลายเดือน ก.พ.นี้” น.ส.ศิรินารถกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้ กรมฯ มีแผนที่จะหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และประสบการณ์เกี่ยวกับการเข้าร่วมความตกลงทีพีพีกับประเทศสมาชิก โดยจะหารือกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม (เมติ) ซึ่งจะหารือกับเจโทรก่อนในวันที่ 5 ก.พ. 59 เพื่อสอบถามว่า มีการทำความเข้าใจ และชี้แจงกับประชาชนอย่างไร หลังจากที่ญี่ปุ่นได้เข้าร่วมทีพีพี เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการชี้แจงของไทย

นอกจากนี้ ยังมีแผนหารือกับประเทศสมาชิกทีพีพีอื่น เช่น เวียดนาม น่าจะเป็นช่วงเดือนมี.ค. 59, สหรัฐฯ วันที่ 20-22 เม.ย. 59 ในช่วงการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุน ไทย-สหรัฐฯ ที่สหรัฐฯ และนิวซีแลนด์ ประมาณเดือนพ.ค. 59 ที่นิวซีแลนด์.

http://www.thairath.co.th/content/569527
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 2nd, 2016, 05:39 PM   #7
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 60,841
Likes (Received): 2546

ไทยเตรียมร่วมวง “ทีพีพี”

รัฐบาลยันไทยเข้า “ทีพีพี” แน่ พร้อมดึงเงินเอกชนตั้งกองทุนฯ เยียวยากลุ่มผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 16:45 น.

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งศึกษาผลกระทบและแนวทางเข้าร่วมภาคีความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) มั่นใจว่าภายใน 1-2 เดือนนี้ จะได้ข้อมูลครบถ้วน หลังจากนั้นจะเสนอให้นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เพื่อเตรียมนำเสนอให้รัฐบาลพิจารณากำหนดท่าทีต่อไป เบื้องต้นมีแนวความคิดว่า ให้บริษัทเอกชนที่ได้ประโยชน์จากข้อตกลงทีพีพีร่วมลงขันก่อตั้งกองทุน เพื่อใช้สำหรับเยียวยากลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากการที่ไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกทีพีพี เพื่อสร้างความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

“ประเด็นไม่ได้อยู่ว่า ไทยต้องเข้าร่วมทีพีพีหรือไม่ เพราะชัดเจนแล้วว่า ไทยจำเป็นต้องเข้าร่วมทีพีพี ไม่ควรปล่อยให้โครงสร้างการค้าการลงทุนของประเทศไทยที่มีช่องโหว่ มาเป็นอุปสรรคต่อการค้า การลงทุน ระหว่างไทยกับประเทศคู่ค้าในอาเซียน ที่ร่วมวงทีพีพีแล้ว ทั้งยังไม่เอื้อต่อให้การเคลื่อนไหวของเงินทุนให้คล่องตัวเท่าที่ควร เพียงเพราะไทยไม่ได้เป็นสมาชิกทีพีพี สุดท้ายจะทำให้ไทยไม่ได้อยู่ในห่วงโซ่อุปทานการผลิตของภูมิภาคและโลก โดยเบื้องต้นสมาชิกทีพีพีกลุ่มแรกจะลงนามภายในสัปดาห์นี้ และไทยจะมีเวลาพิจารณาภายใน 1-2 ปีข้างหน้า ช่วงนี้จึงเป็นเวลาให้ไทยเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าร่วมสมาชิกทีพีพีด้วย”

นอกจากนี้ ไทยต้องปรับแนวคิดว่าไทยเป็นเนื้อเดียวกันกับกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ทำให้กลายเป็นกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีทีที่มีตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน ส่วนการปรับโครงสร้างสินค้าเกษตรต้องมีการเปลี่ยนจากการผลิตที่เน้นปริมาณจำนวนมาก โดยไม่ได้คำนึงถึงความต้องการของตลาดมาสู่การใช้ข้อมูลวิเคราะห์ความต้องการของตลาดเป็นตัวกำหนดการผลิตสินค้าเกษตร 4 รายการสำคัญ ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์มน้ำมัน

“คนที่เสียประโยชน์จะร้องเสียงดัง ขณะที่คนที่ได้ประโยชน์จะปิดปากเงียบแล้วปล่อยให้รัฐบาลโดนอยู่ฝ่ายเดียว ทั้งที่ข้อตกลงทางการค้าต่าง ๆ จะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ได้มาฟรี ๆ เพราะมีได้ก็ต้องมีเสีย แต่เราจะยอมแลกกับอะไร และไทยจะเข้าร่วมอย่างไร เราจะได้อะไรและต้องเสียอะไรต้องศึกษาให้รอบคอบ”

นายอะคิโอะ มิมุระ ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (เจซีซีไอ) กล่าวว่า บริษัทเอกชนของญี่ปุ่นมีความสนใจและเตรียมแผนเข้ามาลงทุนในไทยทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ ค้าปลีกค้าส่ง และสถาบันการเงิน เนื่องจากไทยเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียนที่ได้ร่วมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และคาดหวังว่าไทยจะร่วมเป็นสมาชิกทีพีพีในเร็ว ๆ นี้ อีกทั้งไทยยังมีความคืบหน้าในการเจรจาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย (อาเซป) ซึ่งจะทำให้ความร่วมมือในภูมิภาคมีความแน่นแฟ้นมากขึ้น สร้างความน่าสนใจและดึงดูดให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น

http://www.dailynews.co.th/economic/377083
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 2nd, 2016, 07:37 PM   #8
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 60,841
Likes (Received): 2546

ไทยยูเนี่ยนซื้อหุ้นใหญ่ 51%ของ ’รูเก้น ฟิช’ ตั้งเป้าครองตลาดผู้นำอาหารทะเลกระป๋องในเยอรมนี

updated: 02 ก.พ. 2559 เวลา 17:44:36 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

รายงานข่าวจากบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TU) ผู้ผลิตและแปรรูปปลาทูน่ากระป๋องรายใหญ่ของโลก และเจ้าของแบรนด์อาหารทะเลชั้นนำทั่วโลก ได้แจ้งว่า ทางบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่จำนวน 51% ของบริษัท รูเก้น ฟิช (Rügen Fisch AG) ในประเทศเยอรมนีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยบริษัท รูเก้น ฟิช เป็นผู้นำตลาดอาหารทะเลกระป๋องในประเทศเยอรมนี โดยมีผลิตภัณฑ์หลักคือปลาเฮอร์ริ่ง ปลาแม็คเคอเรล และ ปลาแซลมอน ทั้งแบบสดและแช่เย็น จัดจำหน่ายไปยังห้างค้าปลีกชั้นนำทั่วประเทศเยอรมนีภายใต้แบรนด์หลักอย่างรูเก้น ฟิช (Rügen Fisch) ฮาเวสต้า (Hawesta) อ็อสต์เซย์ฟิช (Ostsee Fisch) ไลเซลล์ (Lysell) และแบรนด์โออีเอ็มอีกมากมาย

มีสำนักงานใหญ่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเยอรมนี ซึ่งล่าสุดมีผลประกอบการสูงกว่า 140 ล้านยูโร หรือประมาณกว่า 5,600 ล้านบาท

การเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ในครั้งนี้ผ่านเกณฑ์ข้อกำหนดทั้งหมด และได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานป้องกันการผูกขาดทางการค้าทั้งในประเทศเยอรมนี และ สหภาพยุโรป อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม สำนักงานใหญ่ของบริษัท รูเก้น ฟิช จะยังคงตั้งอยู่ในเยอรมนีเหมือนเดิม ภายหลังจากการเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่เสร็จสิ้นแล้ว ทางไทยยูเนี่ยน มีความยินดีที่ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่พร้อมด้วยพนักงานกว่า 850 คน ในโรงงานที่ทันสมัยทั้งสี่แห่งทั้งในประเทศเยอรมนีและลิธัวเนีย

ด้านนายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วันนี้นับเป็นก้าวที่สำคัญอีกก้าวหนึ่งของไทยยูเนี่ยน เราพร้อมแล้วที่จะสร้างความประทับใจและชนะใจผู้บริโภค ด้วยผลิตภัณฑ์อาหารทะเลคุณภาพระดับ พรีเมี่ยมที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการในตลาดประเทศเยอรมนี

นายแอนดริว เบิร์กมานน์ (Andrew Bergmann) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทรูเก้น ฟิช กล่าวเสริมว่า มีความยินดีที่การเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งการผนึกกำลังในครั้งนี้ จะช่วยให้สามารถดำเนินการตามกลยุทธ์การเติบโต และสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานของบริษัททั่วทั้งเยอรมนี ด้วยการเพิ่มขีดความ
สามารถในการให้มูลค่าเพิ่มแก่ลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัท

http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1454409936
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 3rd, 2016, 05:58 PM   #9
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 60,841
Likes (Received): 2546

ผู้นำธุรกิจญี่ปุ่นกล่อมรัฐบาลไทยเข้าร่วมข้อตกลงการค้าเสรี TPP

โดย MGR Online

3 กุมภาพันธ์ 2559 08:09 น.


ผู้นำกลุ่มธุรกิจของญี่ปุ่นเข้าพบนายกรัฐมนตรีไทย โดยหวังให้ไทยเข้าร่วมในข้อตกลงการค้าเสรี หรือ TPP ที่สหรัฐฯ เป็นผู้ริรเริ่ม และมีญี่ปุ่นและประเทศอื่นรวม 12 ประเทศเข้าร่วม

สถานีโทรทัศน์ NHK รายงานว่า นายอะกิโอะ มิมุระ ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่นพร้อมผู้บริหารธุรกิจญี่ปุ่นเกือบ 80 คนได้เข้าพบพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย เมื่อวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ โดยผู้นำธุรกิจญี่ปุ่นได้ขอให้รัฐบาลไทยพิจารณาเข้าร่วมในข้อตกลงการค้าเสรีความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ TPP

ผู้นำธุรกิจญี่ปุ่นกล่าวกับนายกฯไทยว่า ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของบริษัทญี่ปุ่น และการร่วมมือกันในการผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศสมาชิก TPP จะส่งผลดีต่อทั้งไทยและญี่ปุ่น

นายมิมุระชี้ว่าเวียดนามและมาเลเซียต่างก็เป็นสมาชิก TPP แล้ว ถ้าหากไทยไม่เข้าเป็นสมาชิก TPP ไทยอาจตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในกรณีที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นและบริษัทอื่นๆ พยายามเพิ่มกำลังการผลิตในเอเชีย

พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่าการเข้าร่วม TPP เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ขณะนี้ประเทศไทยมีเรื่องภายในประเทศที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยเสียก่อน

ผู้นำธุรกิจญี่ปุ่นกล่อมรัฐบาลไทยเข้าร่วมข้อตกลงการค้าเสรี TPP

ในวันเดียวกัน คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้อนุมัติเนื้อหาของข้อตกลง TPP แล้ว และตัวแทนจากบรรดาประเทศสมาชิกจะเข้าร่วมในพิธีลงนามที่เมืองโอกแลนด์ของนิวซีแลนด์ในวันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์

เนื้อหาของข้อตกลง TPP ระบุว่าญี่ปุ่นจะปรับลดอัตราภาษีศุลกากรลงอย่างมีนัยสำคัญสำหรับเนื้อวัวและเนื้อหมู และในบันทึกอย่างเป็นทางการซึ่งจะแลกเปลี่ยนกับสหรัฐ ญี่ปุ่นจะกำหนดโควตาใหม่ เพิ่มการนำเข้าข้าวสหรัฐอีกปีละ 70,000 ตัน

ข้อตกลง TPP ริเริ่มโดยสหรัฐ และมีประเทศที่เข้าร่วม ได้แก่ แคนาดา เม็กซิโก เปรู ชิลี นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน เวียดนาม และญี่ปุ่น ซึ่งถูกมองว่าเป็นการกีดกันและลดอิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีนโดยตรง

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นหวังว่าข้อตกลงการค้า TPP จะช่วยขยายการค้าและเปิดทางการลงทุนในภูมิภาคเอเชียมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเวียดนาม ที่บริษัทญี่ปุ่นหวังจะขยายการลงทุนด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอและชิ้นส่วนรถยนต์ รวมทั้งธุรกิจค้าปลีกของญี่ปุ่น เช่นร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต.

http://manager.co.th/Japan/ViewNews....=9590000011880
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 3rd, 2016, 06:35 PM   #10
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 60,841
Likes (Received): 2546

ยกระดับFTA อาเซียน-จีน สินค้าไทยเฮ

Thursday, February 4, 2016

สนช.ไฟเขียวอัพเกรดข้อตกลง FTA อาเซียน-จีน คาดสินค้าไทยกว่า 3,000 รายการ ส่งออกไปจีนได้เพิ่มขึ้น

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ให้ความเห็นชอบในพิธีสารเพื่อแก้ไขกรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความตกลงในส่วนที่เกี่ยวข้องระหว่างอาเซียน-จีนแล้ว หลังจากที่กระทรวงได้ขอแก้ไขปรับปรุง เพื่อยกระดับความตกลงการค้าเสรี (FTA) อาเซียน-จีน ทั้งในด้านการค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุน ตามที่ผู้นำอาเซียน-จีน ได้เห็นชอบให้มีการปรับปรุงในช่วงการประชุมเมื่อช่วงปลายปี 2558 ที่มาเลเซีย

ทั้งนี้ ขั้นตอนหลังจากนี้ ไทยจะดำเนินการให้สัตยาบัน และพิธีสารฉบับนี้ กำหนดให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 พ.ค.2559 หรือภายใน 60 วัน หลังจากวันที่แจ้งการให้สัตยาบัน

สำหรับการอัพเกรดข้อตกลง FTA อาเซียน-จีน จะทำให้สินค้าไทยกว่า 3,000 รายการ ส่งออกไปยังจีนได้มากขึ้น เพราะมีการปรับปรุงเกณฑ์การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าที่มีความยืดหยุ่น โดยสินค้าที่จะได้ประโยชน์ เช่น กลุ่มเคมีภัณฑ์ เครื่องหนัง ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ ผ้าทอชนิดพิเศษ เครื่องนุ่งห่ม และของทำด้วยเหล็กและเหล็กกล้า เป็นต้น

ส่วนด้านการค้าบริการ อาเซียนกับจีนปรับปรุงข้อผูกพันการเปิดตลาดการค้าบริการเป็นครั้งที่ 3 โดยจีนจะเปิดตลาดให้ไทยกับอาเซียนเพิ่มขึ้นในธุรกิจบริการต่างๆ ขณะที่ด้านการลงทุน อาเซียนและจีนปรับปรุงเรื่องการลงทุน โดยให้เพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนระหว่างกัน และมีการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนมากขึ้น.

http://www.thaipost.net/?q=%E0%B8%A2...B9%80%E0%B8%AE
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 3rd, 2016, 06:52 PM   #11
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 60,841
Likes (Received): 2546

“สมคิด”เยือนอิหร่าน ขายข้าวได้แล้ว 3 แสนตัน 4.3 พันล้าน บรรลุข้อตกลงความร่วมมือ 7 ฉบับ

วันที่: 3 ก.พ. 59 เวลา: 18:37 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่านว่า ในการเยือนประเทศอิหร่านของรัฐบาลไทย นำทีมโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มีโอกาสได้พบปะหารือกับนายโมฮัมเหม็ด ชาเรียตมาดารี รองประธานาธิบดีอิหร่านฝ่ายบริหาร

นายสมคิด ให้สัมภาษณ์ว่า การหารือกับรองประธานาธิบดีอิหร่าน ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า อิหร่านเป็นแหล่งพลังงานที่มั่นคง ขณะที่ไทยสมบูรณ์ด้านอาหาร ซึ่งจะเสริมกันได้ รวมถึงอิหร่านเป็นประตู่สู่กลุ่มประเทศ CIS (กลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช) และไทยเป็นประตูสู่อาเซียน ซึ่งโลกยุคหน้าจะเชื่อมระดับศูนย์กลางภูมิภาค(ฮับรีเจอนัล) ซึ่งจะเชื่อมโยงกันทั้งการค้า ลงทุน การท่องเที่ยว โดยฝ่ายอิหร่านได้ขอให้การบินไทยเพิ่มเที่ยวบินมาอิหร่านด้วย

“การเยือนครั้งนี้ ถือเป็นจังหวะที่ถูกต้อง เพราะอิหร่านกำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก ก่อนหน้านี้จีนได้นำคณะรัฐบาลจีนและเอกชนเดินทางมาอิหร่าน 600 คน ขณะที่ไทยนำมา 100 คน และในเดือนมีนาคมนี้ญี่ปุ่นจะนำคณะรัฐบาลราว 400 คนมาเยือนอิหร่าน ดังนั้น การมาเยือนครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จ และหวังว่าจะส่งผลดีต่อการทำการค้าในระยะยาวต่อไป เป็นประเทศหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ”

นายสมคิด กล่าวอีกว่า การมาเยือนครั้งนี้มีการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจระหว่างไทยกับอิหร่านด้วย และบรรลุข้อตกลงพิธีลงนามระหว่างกันรวม 7 ฉบับ อาทิ 1.ความตกลงทางการค้าระหว่างราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลสาธารณะรัฐอิสลามอิหร่าน 2.หนังสือแสดงเจตจำนงความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนความรู้และบุคลากรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาชีววัตถุและวัคซีน ระหว่างศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับสถาบันพาสเตอร์แห่งประเทศอิหร่าน 3.ความตกลงความร่วมมือด้านนาโนเทคโนโลยี ระหว่างศูนย์นาโนเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับสภาพัฒนานาโนเทคโนโลยีแห่งชาติอิหร่าน 4.หนังสือแสดงเจตจำนงความร่วมมือระหว่างบริษัทซินนาเจนแห่งสาธาณรัฐอิสลามอิหร่าน และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ราชอาณาจักรไทย 5.หนังสือแสดงเจตจำนงแสดงความร่วมมือด้านมาตราฐานระหว่างสถาบันวิจัย เพื่อการมาตราฐานแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและสำนักงานมาตรฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมคิดและคณะได้ร่วมงานบิสซิเนสฟอร์รั่ม โดยนายสมคิดได้กล่าวกับนักธุรกิจไทยและอิหร่านราว 300 คนที่เข้าร่วมงานว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะขยายตัวได้ 3.5% ดีกว่าปีก่อนที่ขยายตัวเพียง 2.9% ซึ่งไทยกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางด้านการขนส่งไปยังประเทศในอาเซียนที่จะเชื่อมต่อไปยังจีนและอินเดียได้ โดยตลาดกลุ่มประเทศเหล่านี้มีมูลค่าสูง ทางอิหร่านจึงมองไทยเป็นประตูสู่อาเซียน ขณะที่อิหร่านเป็นประตูการค้าของกลุ่มประเทศ CIS ที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคน ที่ไทยสามารถกระจายสินค้าไปยังประเทศเหล่านี้ได้เช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันอิหร่านกับไทยยังสนใจที่จะแลกเปลี่ยนสินค้าพลังงานและอาหารระหว่างกัน ทำให้เชื่อว่า หลังจากนี้ไปการค้าไทยกับอิหร่านจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าตัว หรือมีมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจุบันที่มีมูลค่าเพียง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 5 ปี

และวันเดียวกัน (2 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น) มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ซื้อข้าวไทยรวม 4 ฉบับ ปริมาณ 3 แสนตันระหว่างบริษัทเอกชนไทยและบริษัทเอกชนของอิหร่าน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4,300 ล้านบาท หรือประมาณ 119.4 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยนายสมคิดเป็นสันขีพยานการลงนามดังกล่าว ซึ่งแบ่งเป็น เอ็มโอยูฉบับที่ 1 การตกลงซื้อขายข้าวขาว 100% เกรดบี ข้าวหอมมะลิ และข้าวขาว ระหว่างบริษัทพงษ์ลาภ และบริษัท TOSE-EH Farda Investment Management Company รวม 1 แสนตัน ฉบับที่ 2 การตกลงซื้อขายข้าวขาว 100% เกรดบี ระหว่างบริษัทแคปปิตัล ซีเรียลส และบริษัท Parnian Imen Tejarat Giti จํานวน 1 แสนตัน

ฉบับที่ 3 การตกลงซื้อขายข้าวขาว 100% เกรดบี ระหว่างบริษัทเอเชียโกลเด้นไรซ์ และบริษัท Para Tejarat Pyamid (PTP) จํานวน 5 หมื่นตัน ฉบับที่ 4 การตกลงซื้อขายข้าวขาว 100% และยางพาราธรรมชาติ จำนวน 1 ฉบับ รวมมูลค่า 144.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์มีมูลค่าการสั่งซื้อสินค้าไทยการจับคู่เจรจาไม่ต่ำกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1000 ล้านบาท จากปัจจุบันไทยและอิหร่านมีมูลค่าการค้ารวมกันอยู่ที่ 309 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกได้ 217.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่านำเข้า 92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยได้ดุลการค้ามูลค่า 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีไทย-อิหร่าน ได้ตกลงความร่วมมือการค้าระหว่างประเทศ โดยจะจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเจรจาการค้า และจะร่วมประชุมครั้งแรกในไทย นอกจากนี้ อิหร่านพิจารณานำเข้าไก่และผลไม้สดจากไทย เช่น กล้วย และเอกชนได้ตกลงจะซื้อขายข้าวระหว่างกัน 3 แสนตัน และยางอีก 2 หมื่นตัน มูลค่ารวม 5,200 ล้านบาท

นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า อิหร่านสนใจจะเข้ามาลงทุนใน 10 คลัสเตอร์เป้าหมายอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพ และจับคู่ธุรกิจการค้าระหว่างเอสเอ็มอีไทยและอิหร่าน รวมทั้งสนใจการแลกเปลี่ยนวัตถุดิบเหมืองแร่และทองคำ การผลิตเครื่องประดับและความร่วมมือด้านมาตรฐานอุตสาหกรรม และร่วมทุนในสินค้าฮาลาล

http://www.matichon.co.th/news/24562
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 8th, 2016, 11:50 AM   #12
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 60,841
Likes (Received): 2546

“พาณิชย์” เผย 9 เดือนไทยลงทุนนอกเพิ่ม 143% เล็งดันออกไปอีก พร้อมจัดตลาดนัดด่านชายแดนเพิ่มยอดค้าขาย

โดย MGR Online

8 กุมภาพันธ์ 2559 15:14 น. (แก้ไขล่าสุด 8 กุมภาพันธ์ 2559 16:33 น.)

“พาณิชย์” เผยคนไทยขนเงินไปลงทุนเมืองนอก 9 เดือน 6.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 143% อินโดนีเซียสูงสุด ตามต่อด้วยกัมพูชา เล็งเข็นออกไปอีก เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศอีกทาง เตรียมจัดตลาดนัดที่ด่านชายแดน หวังเพิ่มยอดการค้า

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ในฐานะรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถิติการลงทุนในต่างประเทศของคนไทยเฉพาะการลงทุนโดยตรง (FDI) ช่วง 9 เดือนของปี 2558 มีมูลค่า 6,817 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143% ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนรูปแบบการเข้าไปซื้อกิจการในต่างประเทศ โดยแหล่งลงทุนสูงสุดอยู่ที่อินโดนีเซีย เพราะเป็นแหล่งวัตถุดิบและเป็นตลาดรองรับขนาดใหญ่ รองลงมา คือ กัมพูชา ที่มีการเข้าไปลงทุนเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ และยังมีการลงทุนใน สปป.ลาว พม่า และเวียดนาม รวมทั้งในยุโรปและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

ทั้งนี้ การออกไปลงทุนดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องการผลักดันให้คนไทยมีการออกไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งเบื้องต้นมีเป้าหมายในตลาด CLMV ที่เป็นโอกาสสำหรับธุรกิจของไทย เพราะไทยจะพึ่งพารายได้จากการส่งออกเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องออกไปลงทุนเพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศอีกทางด้วย

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะรองโฆษกกระทรวงฯ กล่าวว่า ในปี 2558 ที่ผ่านมา มูลค่าการค้าชายแดน การค้าผ่านแดนและการค้าเมืองหน้าด่าน มีมูลค่ารวม 1.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.48% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.5 ล้านล้านบาท เป็นได้ตั้งเป้าเอาไว้สูงมาก และมีการย้ายฐานการลงทุนจากไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้การนำเข้าตามแนวชายแดนลดลง แต่ถือว่ายังขยายตัวได้ดี และเชื่อว่าปีนี้ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อไปอีก เพราะกระทรวงฯ มีแผนที่จะผลักดันและเพิ่มยอดมูลค่าการค้าชายแดนให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยในเร็วๆ นี้ กระทรวงฯ จะจัดงานเปิดตัวเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ในวันที่ 29 ก.พ. 2559 เพื่อแสดงให้เห็นว่าไทยมีความพร้อมในการเป็นฮับการลงทุนในภูมิภาค หากมีการเข้าไปลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มมากขึ้นก็จะส่งผลให้การค้าชายแดนขยายตัวสูงขึ้น ซึ่งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่มีความพร้อมมาก ก็คือ สระแก้ว และแม่สอด

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังมีแผนที่จะพัฒนาตลาดตามแนวชายแดน นำร่องที่ด่านบ้านแหลม โดยนำสินค้าจากผู้ประกอบการไทยไปจำหน่าย แล้วเชิญให้คนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาซื้อสินค้า ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการค้าชายแดนอีกทางหนึ่ง รวมทั้งจะจัดตลาดในลักษณะเดียวกันที่ด่านชายแดนอื่นๆ ด้วย

http://manager.co.th/iBizChannel/Vie...=9590000013971
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 9th, 2016, 04:20 PM   #13
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 60,841
Likes (Received): 2546

“กกร.” มีมติหนุนไทยเข้าร่วม TPP ดัน GDP โต 1.06%

โดย MGR Online

9 กุมภาพันธ์ 2559 15:06 น. (แก้ไขล่าสุด 9 กุมภาพันธ์ 2559 16:43 น.)

“กกร.” มีมติหนุนรัฐบาลไทยเจรจาเข้าร่วม TPP ชี้ประโยชน์มากกว่าเสียหากร่วมดัน GDPโต 0.77-1.06% นักลงทุนต่างจับตาหากไม่ร่วมลงทุนใหม่อาจไม่มา แนะผลกระทบบางอุตสาหกรรมต้องหามาตรการเยียวยา พร้อมเห็นชอบตั้งคณะทำงานอาเซียนฮับดันไทยเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน บริการ ใช้โมเดลฮ่องกง-สิงคโปร์เป็นตัวอย่าง

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า มีมติสนับสนุนให้รัฐบาลไทยเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ TPP เนื่องจากผลการศึกษาพบว่าสมาชิก กกร. 80-90% เห็นด้วย ส่วนบางอุตสาหกรรมที่อาจได้รับผลกระทบและมีการคัดค้าน เช่น ปศุสัตว์ พันธุ์พืช สิทธิบัตรยา ฯลฯ ก็จะต้องหารือถึงมาตรการเยียวยาโดยจะต้องมีการศึกษาในรายละเอียดเพื่อเจรจาต่อไป


“รัฐบาลสามารถเจรจาเป็นรายประเทศได้และหากมีปัญหาก็ต้องมีมาตรการเยียวยา ปัจจุบันเองกรณีการเจรจาเขตการค้าเสรี หรือ FTA กับประเทศต่างๆ รัฐได้ตั้งกองทุน FTA เข้ามาดูแลอุตสาหกรรที่ได้รับผลกระทบขณะนี้เงินก็ยังเหลืออยู่”อย่างไรก็ตามหากไทยไม่เข้าร่วม TPP จะต้องมองประโยชน์ภาพรวมที่เราจะเสียมากกว่าได้ซึ่งนักลงทุนเองก็ติดตามอยู่หากไม่เข้าร่วมอาจกระทบต่อการลงทุนใหม่ แต่การย้ายฐานหนีจากไทยคงไม่ง่ายนัก” นายสุพันธุ์กล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบจัดตั้งคณะทำงานอาเซียนฮับ เพื่อศึกษาการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และการบริการ โดยให้ต้วแทนแต่ละสถาบันส่งมาเข้าร่วมเพื่อที่จะศึกษาว่าไทยจะเป็นศูนย์กลางได้อย่างไรในการให้ 10 ประเทศในอาเซียนยอมรับไทย เช่น กรณีฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นฮับด้านการเงิน โมเดลนี้ก็จะใช้มาศึกษากับไทยด้วย โดยเรื่องดังกล่าวจะเร่งดำเนินการศึกษาโดยเร็วเพื่อให้สอดรับกับนโยบายรัฐบาลปัจจุบันที่ต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุนและบริการ

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ประชุม กกร.ได้มีการเปิดเผยผลการศึกษาเบื้องต้นที่ย้ำให้เห็นว่าหากไทยเขาร่วม TPP จะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ขยายตัวได้อีก 0.77% และหากฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียเข้าร่วมด้วยแล้วจะทำให้การค้าขายเชื่อมโยงกันมากขึ้น และทำให้ GDP ของไทยโตขึ้นอีก 1.06% ดังนั้นไทยจะต้องพิจารณาผลประโยชน์และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับบางกลุ่ม

“กรณีภาคการเกษตรบางตัวจะมีผลกระทบจำเป็นจะต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง และจะช่วยกันอย่างไร ทั้งนี้ กังวลว่าหากไทยไม่เข้าร่วมไทยจะเสียประโยชน์มากกว่า สำหรับภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบอาจช่วยพัฒนาลักษณะโมเดิร์นฟาร์ม” นายอิสระกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการรวบรวมความคิดเห็นของกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีต่อ TPP จากสมาชิก ส.อ.ท.38 กลุ่มอุตสาหกรรมพบว่ามีจำนวน 23 กลุ่มที่เห็นด้วยในการเข้าร่วมเช่น ปิโตรเคมี สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า เหล็ก อัญมณีและเครื่องประดับ น้ำตาล ผลิตภัณฑ์ยาง หล่อโลหะ เป็นต้น ส่วนอุตสาหกรรมที่ไม่เห็นควรเข้าร่วมมี 5 กลุ่มได้แก่ พลังงานทดแทน เยื่อและกระดาษ เครื่องจักรกลและโลหการ อาหาร (ปศุสัตว์) และแกรนิตหินอ่อน ส่วน 12 กลุ่มยังไม่มีความเห็นว่าจะเข้าร่วมหรือไม่เพราะยังไม่ชัดเจนว่าจะมีผลดีหรือเสียแน่ ขณะที่สภาหอการค้าสนับสนุนโดยเฉพาะอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายดิบจะมีโอกาสขยายตลาด ส่วนข้าวหากอินโดนีเซียและฟิลิปินส์เข้าร่วมยิ่งทำให้ไทยต้องเข้าร่วมด้วย แป้งมันสำปะหลัง ไทยจะเสียเปรียบหากไม่เข้าร่วมเป็นต้น

http://manager.co.th/iBizChannel/Vie...=9590000014376
__________________

To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.


To view links or images in signatures your post count must be 10 or greater. You currently have 0 posts.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 06:29 AM. • styleid: 14


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2016, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2016 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2016 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu