daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions

Reply
 
Thread Tools
Old August 12th, 2009, 09:18 AM   #61
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,273
Likes (Received): 1497

ดันแท็กซี่ไทยไปอินเตอร์

Thairath 12/08/2009


กรมการขนส่งทางบกเตรียมออกกฎให้แท็กซี่มิเตอร์ ออกใบเสร็จ ให้ผู้โดยสาร เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ หากเกิดอุบัติเหตุ หรือกรณีฉุกเฉิน

นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ในต้นปี 2553 กรมการขนส่งทางบก เตรียมออกประกาศกฎกระทรวง บังคับให้ผู้ประกอบการรถแท็กซี่สาธารณะที่มาจดทะเบียนรถกับกรมนับแต่วันที่ 1 ม.ค.53 ต้องติดตั้งเครื่องออกใบเสร็จให้กับผู้โดยสาร เนื่องจากในปัจจุบันผู้โดยสารรถแท็กซี่ ไม่ค่อยได้รับความเป็นธรรมจากการบริการ ประกอบกับหากเกิดกรณีฉุกเฉินหรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น กรม จะสามารถตรวจสอบได้ว่ามีใครเป็นคนขับ เพราะใบเสร็จจะระบุว่าผู้โดยสารมีใครเป็นคนขับ ชื่ออู่ และเวลาที่ขึ้น-ลง

ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีแท็กซี่สาธารณะจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกรวมทั้งสิ้น 70,000 คัน และในแต่ละปีมีรถแท็กซี่มาจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเฉลี่ยประมาณปีละ 4,000-5,000 คัน การติดตั้งเครื่องคิดใบเสร็จจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000-2,000 บาท จากเดิมแต่ละคันมีต้นทุนในการติดมิเตอร์อยู่แล้ว 2,000-4,000 บาท/คัน ส่วนใบเสร็จ 1 ใบ จะทำให้รถแท็กซี่มีต้นทุน 10 สตางค์-15 สตางค์/ใบเสร็จเท่านั้น "จะต้องหาวิธีทำป้ายหรือสัญลักษณ์ที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า รถแท็กซี่คันไหนออกใบเสร็จรับเงินได้ เพื่อให้ผู้ใช้บริการเลือกใช้บริการได้"

ด้านนายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานสหกรณ์แท็กซี่สยาม กล่าวว่า ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการได้ แต่จะมีผลบังคับได้เฉพาะแท็กซี่รายใหม่ ส่วนแท็กซี่รายเก่าจะสนใจหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้ บริโภคเป็นหลัก เพราะต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่ที่เป็นปัญหาคือ กระดาษคาร์บอนที่ใช้พิมพ์ใบเสร็จ ผู้ขับขี่หรือเจ้าของอู่จะเป็นผู้รับภาระในส่วนนี้ "ขณะนี้มีผู้ที่ติดตั้งเครื่องออกใบเสร็จไม่กี่ราย เพราะยัง ไม่มีกฎหมายบังคับใช้ ทำให้ต้นทุนในการติดตั้งยังสูงอยู่ แต่เชื่อว่าหากมีการประกาศบังคับใช้ จะส่งผลให้ต้นทุนในส่วนนี้ลดลงได้ ส่วนข้อดีของแท็กซี่ที่มีระบบออกใบเสร็จนั้น ถือเป็นการยกระดับและพัฒนาแท็กซี่ของไทยให้เป็นไปตามหลักสากลในหลายๆประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นได้ทางหนึ่ง".

Last edited by napoleon; August 12th, 2009 at 09:24 AM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old August 12th, 2009, 03:28 PM   #62
cjl
Registered User
 
Join Date: Jul 2009
Posts: 88
Likes (Received): 0

Receipt is one thing but where is taxi ethics? It is very upset me why taxi rejects passenger on friday night. Anyone has the same problem?
__________________
"If there are two ways to do something, and one of those ways will result in disaster, he'll do it that way"
cjl no está en línea   Reply With Quote
Old August 12th, 2009, 04:43 PM   #63
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 13,912
Likes (Received): 658

Quote:
Originally Posted by cjl View Post
Receipt is one thing but where is taxi ethics? It is very upset me why taxi rejects passenger on friday night. Anyone has the same problem?
Running out of NGV is the main reason why they have to reject the passengers.
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old August 12th, 2009, 05:12 PM   #64
WDii
WDii - Keep Discovering
 
WDii's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Dubai, Bangkok
Posts: 4
Likes (Received): 0

may i added / correct some pix na krub

#7 ISUZU d-max ( Thairung version )

#14 mazda ---> it's TOYOTA corolla krub

#17 1st pic toyota wish, 2nd pic toyota fortuner and 3rd pic is toyota innova

#19 daewoo and NISSAN SENTRA

#48 mitsubishi lancer CEDIA

....

thanks for pix krub nice to see those cars

#26 mitsubishi LANCER
WDii no está en línea   Reply With Quote
Old August 12th, 2009, 06:58 PM   #65
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,273
Likes (Received): 1497

Quote:
Originally Posted by WDii View Post
may i added / correct some pix na krub

#7 ISUZU d-max ( Thairung version )

#14 mazda ---> it's TOYOTA corolla krub

#17 1st pic toyota wish, 2nd pic toyota fortuner and 3rd pic is toyota innova

#19 daewoo and NISSAN SENTRA

#48 mitsubishi lancer CEDIA

....

thanks for pix krub nice to see those cars

#26 mitsubishi LANCER

Oh, thanks.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 13th, 2009, 09:20 AM   #66
thainotts
Registered User
 
thainotts's Avatar
 
Join Date: Jun 2006
Location: Bangkok-Nottingham
Posts: 2,969
Likes (Received): 4

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
ดันแท็กซี่ไทยไปอินเตอร์

Thairath 12/08/2009


กรมการขนส่งทางบกเตรียมออกกฎให้แท็กซี่มิเตอร์ ออกใบเสร็จ ให้ผู้โดยสาร เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ หากเกิดอุบัติเหตุ หรือกรณีฉุกเฉิน

นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ในต้นปี 2553 กรมการขนส่งทางบก เตรียมออกประกาศกฎกระทรวง บังคับให้ผู้ประกอบการรถแท็กซี่สาธารณะที่มาจดทะเบียนรถกับกรมนับแต่วันที่ 1 ม.ค.53 ต้องติดตั้งเครื่องออกใบเสร็จให้กับผู้โดยสาร เนื่องจากในปัจจุบันผู้โดยสารรถแท็กซี่ ไม่ค่อยได้รับความเป็นธรรมจากการบริการ ประกอบกับหากเกิดกรณีฉุกเฉินหรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น กรม จะสามารถตรวจสอบได้ว่ามีใครเป็นคนขับ เพราะใบเสร็จจะระบุว่าผู้โดยสารมีใครเป็นคนขับ ชื่ออู่ และเวลาที่ขึ้น-ลง

ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีแท็กซี่สาธารณะจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกรวมทั้งสิ้น 70,000 คัน และในแต่ละปีมีรถแท็กซี่มาจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเฉลี่ยประมาณปีละ 4,000-5,000 คัน การติดตั้งเครื่องคิดใบเสร็จจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000-2,000 บาท จากเดิมแต่ละคันมีต้นทุนในการติดมิเตอร์อยู่แล้ว 2,000-4,000 บาท/คัน ส่วนใบเสร็จ 1 ใบ จะทำให้รถแท็กซี่มีต้นทุน 10 สตางค์-15 สตางค์/ใบเสร็จเท่านั้น "จะต้องหาวิธีทำป้ายหรือสัญลักษณ์ที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า รถแท็กซี่คันไหนออกใบเสร็จรับเงินได้ เพื่อให้ผู้ใช้บริการเลือกใช้บริการได้"

ด้านนายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานสหกรณ์แท็กซี่สยาม กล่าวว่า ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการได้ แต่จะมีผลบังคับได้เฉพาะแท็กซี่รายใหม่ ส่วนแท็กซี่รายเก่าจะสนใจหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้ บริโภคเป็นหลัก เพราะต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่ที่เป็นปัญหาคือ กระดาษคาร์บอนที่ใช้พิมพ์ใบเสร็จ ผู้ขับขี่หรือเจ้าของอู่จะเป็นผู้รับภาระในส่วนนี้ "ขณะนี้มีผู้ที่ติดตั้งเครื่องออกใบเสร็จไม่กี่ราย เพราะยัง ไม่มีกฎหมายบังคับใช้ ทำให้ต้นทุนในการติดตั้งยังสูงอยู่ แต่เชื่อว่าหากมีการประกาศบังคับใช้ จะส่งผลให้ต้นทุนในส่วนนี้ลดลงได้ ส่วนข้อดีของแท็กซี่ที่มีระบบออกใบเสร็จนั้น ถือเป็นการยกระดับและพัฒนาแท็กซี่ของไทยให้เป็นไปตามหลักสากลในหลายๆประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นได้ทางหนึ่ง".
ขอปรบมือให้ผู้ที่คิดไอเดียนี้ ขอให้งานเป็นชิ้นเป็นอันและเราจะได้ปราศจากการโกงนักท่องเที่ยว เพื่อประเทศเราจะคงความน่าเที่ยวอยู่ต่อไป
__________________
"สมบัติชาติ" ถ้าคนไทยบริหารแล้วห่วยลงๆ สู้ขายให้นายทุนฝรั่งมาบริหารยังจะดีกว่า เขาจะเอาออกนอกประเทศก็ไม่ได้ แถมการแข่งขันในตลาดเสรีก็ช่วยพัฒนา "สมบัติ" นั้นๆ อีกด้วย ....​ อย่าให้คนไทยกันเองดอง "สมบัติชาติ" จนมันเน่าเลยดีกว่า
thainotts no está en línea   Reply With Quote
Old August 14th, 2009, 04:30 PM   #67
one-la-view
Sa-was-dee Thailand!
 
one-la-view's Avatar
 
Join Date: Jan 2009
Location: Bangkok
Posts: 275
Likes (Received): 1

พักหลังนี้ แท๊กซี่มักไม่ค่อยทอนตังค์เลยอ่ะ จ่ายแบงค์ไป ต้องทอน 3 บาทมั่ง 5 บาทมั่ง มักเงียบ ไม่ทอน ถือเป็นทิปไปโดยปริยาย ทั้งที่ยังไม่ทันพูดเลยว่า "ไม่ต้องทอนนะน้า" สงสัยเป็นวัฒนธรรมไปแล้วรึเปล่า หรือว่าผมตามกรุงเทพฯไม่ทัน?
one-la-view no está en línea   Reply With Quote
Old August 14th, 2009, 05:05 PM   #68
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 13,912
Likes (Received): 658

^
เป็นวัฒนธรรมไปแล้ว
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old August 16th, 2009, 07:00 PM   #69
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,273
Likes (Received): 1497

แท็กซี่เฮ ขส.ยอมให้ใช้มือถือ แทนวิทยุสื่อสาร

Thairath 16/08/2009


ภายหลังยื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธานสภาฯ เหตุไม่พอใจการประกาศกฎกระทรวงคมนาคม ที่บังคับให้แท็กซี่ทุกคันติดตั้งวิทยุสื่อสาร ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเครื่องละ 20,000 - 30,000 บาท...

นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ได้อนุโลมให้รถแท็กซี่มิเตอร์ที่จดทะเบียนในนามบุคคลธรรมดา ในเขตกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 51 เป็นต้นไปให้ใช้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนแทนวิทยุสื่อสารได้ เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีสื่อสารได้เปลี่ยนไปจากที่ผ่านมารถแท็กซี่มิเตอร์ที่จดทะเบียนใหม่ทุกคัน จะต้องติดตั้งวิทยุสื่อสารเพื่อความสะดวกในการให้บริการแก่ผู้โดยสาร รวมทั้งใช้เป็นเครื่องมือตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ขับรถ โดยผู้ขับรถที่ใช้โทรศัพท์รับเคลื่อนที่ทุกราย ต้องใช้อุปกรณ์เสริม ขณะติดต่อกับผู้โดยสาร หรือหยุดรถเพื่อรับสาย เพื่อความปลอดภัยและไม่ผิดกฎหมาย

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยอีกว่า สำหรับรถแท็กซี่มิเตอร์ส่วนบุคคลที่จดทะเบียนใหม่ ที่ต้องการใช้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนแทนวิทยุสื่อสารในรถแท็กซี่ จะต้องแจ้งหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งเปิดใช้บริการในนามของตนเองหรือผู้เช่าซื้อต่อนายทะเบียนพร้อมเอกสารการ จดทะเบียนรถ และให้แสดงหมายเลขโทรศัพท์บริเวณประตูหลังด้านนอกทั้ง 2 ด้าน ให้ประชาชนเห็นอย่างชัดเจน และหากแก้ไขเปลี่ยนแปลงหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะต้องแจ้งต่อนายทะเบียนและแก้ไขรายการให้ถูกต้องภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง

รายงานข่าวเปิดเผยด้วยว่า ที่ผ่านมากลุ่มผู้ขับขี่รถแท็กซี่สาธารณะส่วนบุคคลเขียว-เหลือง ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากไม่พอใจการประกาศกฎกระทรวงคมนาคม ที่บังคับให้แท็กซี่ทุกคันติดตั้งวิทยุสื่อสาร ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเครื่องละ 20,000 - 30,000 บาท และเสียเงินรายเดือนให้กับบริษัทเอกชน 300 บาทต่อเดือน ทำให้ผู้ขับขี่แท็กซี่ได้รับความเดือดร้อน ต้องเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น เนื่องจากแท็กซี่บุคคล ไม่จำเป็นต้องใช้บริการวิทยุสื่อสาร เช่นเดียวกับแท็กซี่กลุ่มสหกรณ์ ที่ต้องติดต่อกับกลุ่มสหกรณ์.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 17th, 2009, 09:03 AM   #70
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,273
Likes (Received): 1497

ลืมอัญมณี 3แสน-แท็กซี่นำดีเก็บคืน ผู้โดยสาร ชาวพม่า ซาบซึ้งใจ ควัก1พัน "ขอบคุณ"

วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6836 ข่าวสดรายวัน


โชเฟอร์แท็กซี่ใจดี เก็บเครื่องประดับแหวนสร้อยคอ รวมมูลค่ากว่า 3 แสน จากนักท่องเที่ยวชาวพม่าถือหนังสือเดินทางอังกฤษ ที่ทำลืมไว้ในกระโปรงหลังรถ ติดต่อผ่านรายการวิทยุ สวพ.91 ช่วยติดตาม จนกระทั่งเจอตัว และนำของมาคืนในที่สุด เผยรับผู้โดยสารจากถนนประชาสง เคราะห์ ให้ไปส่งที่โรงแรมใกล้ไปรษณีย์บางรัก พอลงรถผู้โดยสารลืมกระเป๋าเดินทางไว้ ข้างในมีแต่ของมีค่า จึงรีบนำมาคืน หลังได้ของคืนเจ้าของทองควักเงินให้ 1 พันบาทพร้อมคำขอบคุณ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 ส.ค. ร.ต.ท.รณวิทย์ ชูช่วย พงส.(สบ1) สน.บางรัก เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากนายสลิม ราชิด อายุ 39 ปี นักท่องเที่ยวชาวพม่า ถือหนังสือเดินทางของประเทศอังกฤษ พักอยู่ที่เซ็นทอร์อินท์ หรือเซ็นจูรี่ โฮเตล ซอยเจริญกรุง 47 ถนนสุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ ว่าลืมกระเป๋าสัมภาระพร้อมทรัพย์สินมีค่าบนรถแท็กซี่มิเตอร์ สีชมพู จำรายละเอียดทะเบียนรถได้เพียง 6596 กรุงเทพ

ภายหลังการสอบสวน ทราบว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายนี้ ได้เรียกใช้บริการรถแท็กซี่คันดังกล่าวจากถนนประชาสงเคราะห์ให้ไปส่งโรงแรมที่พัก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับไปรษณีย์บางรัก และขณะลงจากรถลืมกระเป๋าสัมภาระ พร้อมทรัพย์สินมีค่าจำนวน 3 ใบไว้ที่กระโปรงท้ายรถ สำหรับทรัพย์สินมีค่าที่นายสลิมระบุว่าบรรจุอยู่ภายในกระเป๋า เป็นประเภทอัญมณี เครื่องประดับ สร้อยคอ แหวน มูลค่ารวม 300,000 บาท ทั้งหมดเป็นของมีค่าจากประเทศจีน

ร.ต.ท.รณวิทย์ กว่าต่อว่า ภายหลังลงบันทึกประจำวันเรียบร้อย ได้ประสานงานเข้ามายังสถานีวิทยุ สวพ.91 เพื่อประชาสัมพันธ์ ติดตามหาผู้ขับขี่รถแท็กซี่คันดังกล่าว เพราะทราบว่านายสลิม มีกำหนดเดินทางกลับประเทศอังกฤษในวันจันทร์ที่ 17 ส.ค. ซึ่งต่อมาทางสวพ.91 ได้รับการติดต่อจากนายบุญช่วย พันธ์ยักษ์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1346/5 ซอยพหลโยธิน 32 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุง เทพฯ ซึ่งเป็นผู้ที่ขับรถแท็กซี่ หมายเลขทะเบียน ทว 6595 กทม. คันดังกล่าว เล่ารายละเอียดว่า เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 15 ส.ค. นายบุญช่วย ได้รับผู้โดยสารชาวต่างชาติ จากถนนประชา สงเคราะห์ ใกล้ซอยทางลัดมหาวิทยาลัยหอการ ค้าไทย ไปส่งที่ถนนเจริญกรุง ใกล้กับไปรษณีย์บางรัก และเมื่อขับรถมาถึงจุดหมาย ก็ได้เปิดกระโปรงท้ายเพื่อให้นักท่องเที่ยวขนกระเป๋าสัมภาระลงจากรถ หลังจากนั้นจึงได้ขับรถกลับที่พัก ระหว่างที่เปิดกระโปรงท้ายรถเพื่อทำ ความสะอาด พบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ จำนวน 2 ใบ และใบเล็ก 1 ใบวางอยู่ เชื่อว่าน่าจะเป็นของนักท่องเที่ยวรายสุดท้ายที่ไปส่งย่านบางรัก จึงได้ติดต่อผ่านทางรายการวิทยุ สวพ. 91 ซึ่งทางราย การก็ได้ประสานเจ้าของและมีการนำของมาคืนในที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การคืนเครื่องประดับครั้งนี้ นายสลิม ได้มอบเงินสด 1,000 บาท เป็นสินน้ำใจให้กับนายบุญช่วย แทนคำขอบคุณโชเฟอร์แท็กซี่ใจดี





น้ำใจงาม - นายบุญช่วย พันธ์ยักษ์ อายุ 42 ปี โชเฟอร์แท็กซี่มิเตอร์ทะเบียน ทว 6595 กทม. เก็บกล่องอัญมณีมูลค่า 3 แสนบาท คืนให้กับนายสลิม ราชิด นักท่องเที่ยวชาวพม่า ซึ่งลืมทิ้งไว้ที่เบาะหลังรถ เมื่อวันที่ 16 ส.ค.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 26th, 2009, 11:21 AM   #71
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,273
Likes (Received): 1497

แท๊กซี่วิ่งวุ่นยื่นหนังสือกลัวติดเอ็นจีวีไม่ได้มาตรฐาน

Thairath 26/08/2009


หลังมีข่าวจากกรมธุรกิจพลังงานล็อกสเปคเปลี่ยนแอลพีจีเป็นเอ็นจีวี ด้านอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานงงยังไมร่างทีโออาร์ข่าวล็อคสเปกเกิดได้ไงลั่นพร้อมเรียกผู้ประกอบการ20รายเข้าร่วมประมูลหมด

วันนี้ (26 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มรถแท็กซี่หลายสิบคันได้ชุมนุมที่กระทรวงพลังงานและหน้าทำเนียบรัฐบาล โดยยื่นข้อเสนอว่า จะเป็นผู้ขอรับงบประมาณจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 4 หมื่นบาทต่อคัน เพื่อเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากแอลพีจีเป็นเอ็นจีวี เนื่องจากไม่มั่นใจว่า เงื่อนไขการประกาศทีโออาร์เพื่อเปิดให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนเชื้อเพลิงจะมี การล็อกสเปกหรือไม่ เพราะมีข่าวจากกรมธุรกิจพลังงานอาจมีการล็อกสเปกแก่ผู้ประกอบการ 3 ราย จึงไม่มั่นใจในมาตรฐาน โดยนายณอคุณ สิทธิพงษ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ได้รับเรื่องและได้นัดหารือกับกลุ่มผู้ประกอบการในวันพรุ่งนี้ (26 ส.ค.) เพื่อหาทางกำหนดรายละเอียดร่วมกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า งบประมาณกองทุนน้ำมันฯ ในการเปลี่ยนเชื้อเพลิงแท็กซี่จากแอลพีจีเป็นเอ็นจีวี 3 หมื่นคัน อยู่ที่ประมาณ 1.2 พันล้านบาาท โดยจะเปลี่ยนเชื้อเพลิงให้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.นี้ ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวออกมาเพื่อลดการใช้แอลพีจีในรถยนต์ที่เป็นปัญหาสำคัญที่ ทำให้ไทยต้องนำเข้าแอลพีจีหลายหมื่นตันต่อเดือน โดยคาดว่าหากแท็กซี่เปลี่ยนได้หมดจะลดการนำเข้าได้ 3 หมื่นตันต่อเดือน

นายพีรพล สาครินทร์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า การดำเนินการเพื่อเปลี่ยนเชื้อเพลิงแท็กซี่ในขณะนี้ยังไม่ได้ร่างทีโออาร์ แต่อย่างใด โดยคณะทำงานซึ่งมีนายณอคุณ เป็นประธานยังไม่ได้เรียกประชุม จึงรู้สึกแปลกใจว่า ทำไมมีข่าวเรื่องล็อกสเปก โดยปัจจุบันมีผู้ที่ได้ใบอนุญาตปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ 20 ราย จะเปิดทีโออาร์ให้เข้ามาแข่งขัน ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่ใช่รายเดียวที่จะชนะประมูล เพราะคาดว่าคงจะดำเนินการไม่ทันกำหนด ซึ่งแนวทางการเปลี่ยนเครื่องยนต์นั้นจะต้องดูถึงมาตรฐานของอุปกรณ์ ราคา รวมถึงเมื่อเปลี่ยนเชื้อเพลิงแล้วอุปกรณ์แอลพีจีทั้งหมดจะต้องนำไปทำลาย เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายที่ไม่ส่งเสริมให้นำแอลพีจีมาใช้ในรถยนต์อีก ซึ่งกระทรวงพลังงานกำลังพิจารณาว่า การประมูลจะแยกออกเป็นการติดตั้งเครื่องยนต์และการทำลายอุปกรณ์แอลพีจีหรือ ให้ผู้ชนะประมูลติดตั้งทำลายอุปกรณ์แอลพีจีไปด้วย
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 28th, 2009, 08:19 PM   #72
berdnerd
In the brig
 
Join Date: Feb 2009
Location: Bangkok
Posts: 316
Likes (Received): 1

ไม่ทอน ผมก็ไม่ลงครับ เหอะๆๆ....บาทสองบาท ไม่เป็นไร คราวก่อนเป็นสิบบาท...ถึงจะแค่10 แต่อย่ามาโกงให้ยาก...ขี้โกงตั้งแต่ลูกน้องยันลูกพี่กันเลยทีเดียวพวกนี้ เหอะๆๆ
berdnerd no está en línea   Reply With Quote
Old August 30th, 2009, 05:35 AM   #73
HomesickAlienn
WE F*** YOU
 
HomesickAlienn's Avatar
 
Join Date: Aug 2007
Location: M A H A S A R A K H A M
Posts: 1,467
Likes (Received): 3

เหอๆ เป็นเหมือนกัน เรื่องทอนตัง แต่ไม่อะไรมาก
รำคาญแต่ taxi บางรายที่ชอบเหวี่ยงลูกค้าเนี่ย บางครั้งก็งงๆว่าสรุปกุต้องพะเน้าพะนอต้อวง้อให้เมิงขับพากุไปใช่มั๊ยย
เหอๆๆ
HomesickAlienn no está en línea   Reply With Quote
Old August 30th, 2009, 11:19 AM   #74
cjl
Registered User
 
Join Date: Jul 2009
Posts: 88
Likes (Received): 0

เพื่อนเล่าให้ฟังว่าแม่เค้าพูดใส่แท๊กซี่ไปเลยว่า ไอ้นี้ก็ไม่ไปไอ้โน่นก็ไม่ไปแล้วมึงจะไปไหน!

สะใจครับ ให้เจอของจริงซะบ้างจะได้สำนึกซักเล็กน้อยก็ยังดี
__________________
"If there are two ways to do something, and one of those ways will result in disaster, he'll do it that way"
cjl no está en línea   Reply With Quote
Old August 31st, 2009, 04:22 AM   #75
tangoll
Registered User
 
Join Date: Mar 2006
Posts: 43
Likes (Received): 0

Hate having to ask taxi is will go to...?

I just hate it when pax have to ask taxi driver if taxi will to go...wherever, and then taxi driver refuses to go for whatever reason, out of his way, traffic (lottit), or he just doesn't want to have to deal with a non-Thai person. Within BKK metropolitan area, of course.

In HK, no taxi can refuse a pax once the taxi has his free fare light on. If the taxi refuses and takes off, the pax can complain to police, and if police can identify the taxi, the driver is fined.

BKK should have the same regulation. Or does it already, and we just don't know how to complain?

If a taxi driver doesn't want to take on any passenger, then he should get out of the taxi business.
tangoll no está en línea   Reply With Quote
Old August 31st, 2009, 01:42 PM   #76
fridaynightlights
Registered User
 
Join Date: Nov 2004
Posts: 3,707
Likes (Received): 96

ผมว่า Taxi ไทยเพิ่มเงินทีละ 5 บาทไปเลยดีกว่า แต่ต้องไม่แพงขึ้นไปกว่านี้ (แต่เปลี่ยนเลขให้เป็นเพิ่มขึ้นทีละ 5) บางครั้งผมก็สงสารนะ ไกลก็ไกล ได้เงินแค่นั้น วัน ๆ ไม่ต้องคิดไปเดินพารากอนเลย (เฮ้อให้กับ Income Gap)

Taxi ดีก็มี แต่ไอ้ไม่ดีมันเริ่มเยอะจนดี ๆ เริ่มหาตัวไม่เจอแล้ว หวังว่าใบเสร็จคงทำให้จบเรื่องจบราวซะที (ขอชมคนคิดไอเดียนี้)
__________________
“A society that puts equality before freedom will get neither. A society that puts freedom before equality will get a high degree of both.” - Milton Friedman
fridaynightlights no está en línea   Reply With Quote
Old September 1st, 2009, 05:47 AM   #77
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 13,912
Likes (Received): 658

Quote:
Originally Posted by tangoll View Post
I just hate it when pax have to ask taxi driver if taxi will to go...wherever, and then taxi driver refuses to go for whatever reason, out of his way, traffic (lottit), or he just doesn't want to have to deal with a non-Thai person. Within BKK metropolitan area, of course.

In HK, no taxi can refuse a pax once the taxi has his free fare light on. If the taxi refuses and takes off, the pax can complain to police, and if police can identify the taxi, the driver is fined.

BKK should have the same regulation. Or does it already, and we just don't know how to complain?

If a taxi driver doesn't want to take on any passenger, then he should get out of the taxi business.
There are several circumstances that compell the taxi cabs in BKK NOT to accept the passengers which you SHOULD bear in your mind at the first place -> SERIOUSLY!

1. Tha DAMNING old and dilapidated taxi cabs aroudn the suburbs outside BMA area which would be caught the sight of Police to pick up thos taxi cabs and extract the fine for daily allowance.

2. The taxi which is about to run out of NGV & LPG - without the interchangable fule system ... they have to go to the nearest NGV or LPG stations to refuel the cabs ... NGV & LPG stations are harder to find than the petrol stations

3. The taxi (NOT the gree-yellow ones) need to come back to the station cab station since their shift is about at the end. Many of them do not make all-day & all-night runnign to pick up the passengers as those Green-Yello cabs.

4. The distance is too long for meter - swo they refuse to accept the passengers unless the passengers accept the rip-off rates set up by themselves ... This generally happen if you ask to cabs to go from SUvannabhum Airportr all the way to Pathum Thani (Crossing Bangkok Border TWICE) and so on.

I just curious know if your case who being rejected by Taxi cabs in BKK are one of these 4 situations?
__________________
BKK Mass Transit Expert

Last edited by Wisarut; September 1st, 2009 at 05:51 AM. Reason: addendum
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old September 6th, 2009, 05:00 PM   #78
tangoll
Registered User
 
Join Date: Mar 2006
Posts: 43
Likes (Received): 0

Wisarut, the cases you mention are the exceptions, they maybe happen one time each shift. What I am referring is that almost every taxi who stops in front of a passenger flagging down the taxi, whether the passenger is a Thai or non-That, the passenger almost always has to ask the driver if the driver will go to the destination. Every time, every instance.

The taxis can't be running out of fuel or about to end the shift in every instance.
tangoll no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 12:42 PM   #79
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,273
Likes (Received): 1497

NEPC endorses Bt1.2 bn for taxi engine conversion

By The Nation 24/09/2009


The National Energy Policy Committee on Thursday approved the Bt1.2 billion budget to convert taxis, now driven by liquified petroleum gas (LPG), to natural gas for vehicle (NGV).
The taxi conversion would be completed in 9 months.


At the meeting, it also approved the widening of the prices of gasohol E85 and E10, from 30 per cent to 40 per cent to further promote the alternative energy. Meanwhile, the Oil Fund would also increase the subsidy for the higher ethanol content fuel from Bt7.13 per litre to Bt10.30.


"While this would encourage more consumers to use E85, retailers would be encouraged to sell the product due to the higher marketing margin," said Energy Minister Wannarat Charnnukul who chaired the meeting.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 24th, 2009, 08:23 PM   #80
stefanguti
Registered User
 
stefanguti's Avatar
 
Join Date: Oct 2007
Location: VIENNA - AT
Posts: 8,237
Likes (Received): 749

So good memories when I see those photos!
__________________
Vienna - Heart of Europe
WARNING! Enjoying this gallery may cause desire to come and experience this city!

Vienna Public Transport Thread

Austrian Subforum
stefanguti no está en línea   Reply With Quote
Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 12:35 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu