daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation



Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old May 31st, 2009, 11:32 AM   #1
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,615
Likes (Received): 1567

SRT Light Red Lines

West, Bang Sue to Taling Chan 15 Kms


Source: กระทรวงคมนาคม

โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชัน

วัตถุประสงค์ :

เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพของระบบขนส่งทางรถไฟในกรุงเทพมหานคร
เชื่อมโยงกับระบบขนส่งอื่นๆ ให้เป็นโครงข่ายการขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในภาพรวม เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านการเดินรถ รถไฟทางไกล รถไฟชานเมือง รวมทั้งรถไฟฟ้าชานเมืองของการรถไฟฯ ลดปัญหาการจราจรติดขัดที่บริเวณทางตัดผ่านเสมอระดับ ช่วยประหยัดและลดต้นทุนด้านพลังงานของประเทศ และส่งเสริมการขนส่งด้วยระบบราง

เป้าหมาย : ก่อสร้างทางรถไฟขนาด 1.000 ม.(Meter Gauge) จำนวน 2 ทาง ตามแนวเส้นทางรถไฟเดิม ในทางสายใต้ ระยะทางประมาณ 15.26 กิโลเมตร พร้อมสถานีรายทาง รวม 3 สถานี ให้แล้วเสร็จภายในปี 2554

รายละเอียดของงาน :

1. ลักษณะและแนวเส้นทาง (รายละเอียดตามรูปที่ 1)
- แนวเส้นทางของโครงการฯ จะวางทางทิศเหนือของแนวเส้นทางรถไฟเดิม ลักษณะ
โครงสร้างยกระดับตั้งแต่สถานีบางซื่อ ผ่านสถานีบางซ่อนและข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ไปจนถึงสถานีบางบำหรุ ระยะทางประมาณ 7.56 กิโลเมตร โดยกำหนดระดับความสูงของสันรางไว้ที่ 12 เมตรจากระดับพื้น ส่วนในช่วงสถานีบางบำหรุถึงสถานีตลิ่งชัน ลักษณะโครงสร้างเป็นโครงสร้างเสมอระดับดินระยะทางประมาณ 7.70 กิโลเมตร
- มีสถานีรายทางรวม 3 สถานี ประกอบด้วย สถานียกระดับ 1 สถานี ได้แก่ สถานี
บางซ่อน และสถานีระดับพื้นดิน 2 สถานี ได้แก่ สถานีบางบำหรุและสถานีตลิ่งชัน
- มีรั้วกั้นตลอดสองข้างทาง รวมทั้งจัดให้มีสะพานลอยสำหรับเดินข้ามทางรถไฟเป็น
ระยะๆ และอุโมงค์ทางเดินลอดใต้ทางรถไฟที่สถานีตลิ่งชันและบางบำหรุ

2. จุดเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนทางอื่นตามสถานีต่างๆ
 สถานีบางซ่อนเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่ – บางซื่อ)
 สถานีบางบำหรุเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ที่จะก่อสร้างในอนาคต)

3. การก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟตลอดแนว 2 ข้างทางรถไฟ
ช่วงที่ 1 เริ่มต้นที่บริเวณถนนประชาชื่น วิ่งเลียบทางซ้ายของทางรถไฟ ปัจจุบันไปสิ้นสุด
ก่อนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่ถนนประชาราษฎร์สาย 1
ช่วงที่ 2 เริ่มต้นที่บริเวณถนนจรัลสนิทวงศ์ วิ่งเลียบสองข้างทางรถไฟผ่าน สถานี
บางบำหรุ สถานีตลิ่งชัน และไปสิ้นสุดบริเวณถนนสวนผัก ก่อนถึงสถานี
บ้านฉิมพลี

กรอบวงเงินที่ได้รับอนุมัติ : 13,133 ล้านบาท

แหล่งเงิน :รัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายในการลงทุน และให้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณพิจารณาจัดหาแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม

ปีที่ดำเนินการ : ปีงบประมาณ พ.ศ.2552 – พ.ศ. 2554 (ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี)

ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ :

1. ทางผ่านเสมอระดับซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างทางรถไฟและถนนจะหมดไป ซึ่งจะทำให้ปัญหาการ
เกิดอุบัติเหตุการจราจรติดขัด และขบวนรถไฟรอหลีกหายไปอย่างสิ้นเชิง
2. มีโครงสร้างทางใหม่ที่ทันสมัย ปลอดภัย สามารถรองรับการเดินรถไฟด้วยระบบรถไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงของประเทศได้อย่างมาก
3. มีระบบการขนส่งทางรถไฟที่สะดวกและทันสมัย จูงใจให้คนมาใช้บริการรถไฟมากขึ้น
ลดความแออัดทางถนนลงได้ โดยคาดว่าเมื่อเดินรถระบบไฟฟ้าในอนาคตจะสามารถรองรับปริมาณผู้โดยสาร
ไม่น้อยกว่า 35,000 คน/วัน ในปีที่เปิดดำเนินการ
4. เมื่อมีการต่อขยายเส้นทางถึงจังหวัดนครปฐม คาดว่าจะสามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารเพิ่มเป็น 65,000 คน/วัน การให้บริการจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมให้คนย้ายที่อยู่อาศัยไปอยู่ชานเมืองมากยิ่งขึ้น เพราะสามารถเดินทางไป-กลับกรุงเทพฯ ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัยมีประสิทธิภาพ อันเป็นการส่งเสริมนโยบาย Modal shift ของประเทศไทย
5. ใช้ประโยชน์จากสิ่งปลูกสร้างโครงสร้างโฮปเวลล์ที่มีอยู่เดิม
สถานะโครงการ (ณ วันที่ 15 มกราคม 2552) :

- การรถไฟฯ ได้ลงนามสัญญาว่าจ้างกิจการร่วมค้า Unique – Chun Wo Joint Venture เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชัน วงเงินจำนวน 8,748,399,000.- บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2551 ระยะเวลาดำเนินการ 1,100 วัน และกิจการร่วมค้า Unique – Chun Wo Joint Venture ได้เริ่มดำเนินการแล้วเมื่อ 15 มกราคม 2552

หน่วยงานที่รับผิดชอบ : ศูนย์บริหารโครงการพิเศษ 1 ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม


Pics by Napoleon, Skyscrpercity.com





รายละเอียดโครงการสายสีแดงช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน

30 สิงหาคม 2550 11:00 น.


http://www.railway.co.th/resultproje....asp?redline=2


รูปแบบโครงสร้าง

จำนวนสถานี 3 สถานี( บางซ่อน, บางบำหรุ และตลิ่งชัน)

จุดเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนทางอื่น
สถานีบางซื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
สถานีบางซ่อนเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง
สถานีบางบำหรุเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ที่จะสร้างในอนาคต)
ถนนเลียบทางรถไฟ ก่อสร้างตลอดแนว 2 ข้างทางรถไฟ แบ่งออกเป็น 2 ช่วง
ช่วงที่ 1 เริ่มต้นที่บริเวณถนนประชาชื่น วิ่งเลียบทางรถไฟไปทางทิศตะวันตก และสิ้นสุดก่อนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา
ช่วงที่ 2 เริ่มต้นที่บริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์วิ่งเลียบทางรถไฟไปทางทิศตะวันตก ผ่านสถานีบางบำหรุ ตลิ่งชัน ฉิมพลี และไปสิ้นสุดบริเวณทางตัดผ่านระหว่างทางรถไฟกับถนนวงแหวนรอบนอก
ทางข้ามเลียบทางรถไฟ 10 จุด แบ่งเป็น
สะพานข้ามทางรถไฟจำนวน 5 จุด ได้แก่ บริเวณถนนวงแหวนรอบนอก ถนนสวนผัก ถนนชัยพฤกษ์ บริเวณคลองบางกอกน้อย( 2 จุด )
สะพานข้ามทางรถไฟจำนวน 5 จุด ได้แก่ บริเวณซอยบางกรวย - ไทรน้อย( 2 จุด ) ถนนจรัญสนิทวงศ์ ถนนประชาราษฎร์( 2 จุด )



ผลประโยชน์ที่จะได้รับ
สามารถใช้ประโยชน์เพื่อการเดินรถไฟทางไกลสายใต้ผ่านสะพานพระราม 6 ซึ่งขณะนี้ อยู่ในสภาพชำรุดมาก โดยรองรับการเดินรถที่มี อยู่ในปัจจุบันจำนวนวันละ 46 ขบวน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ลดระยะเวลาการรอหลีก และการจราจรที่ติดขัดบริเวณทางรถไฟตัดกับถนนจำนวน 7 จุด
สามารถใช้ประโยชน์เพื่อการเดินรถระบบรถไฟชานเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อเดินรถระบบรถไฟฟ้าสามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารจากตลิ่งชันสู่บางซื่อที่คาดว่าจะมีไม่น้อยกว่า 35,000 คน/วัน ในปีที่ เปิดดำเนินการ
และเมื่อขยายโครงการไปถึงจังหวัดนครปฐมจะสามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารที่คาด ว่าจะมีประมาณ 65,000 คน/วัน

















Bang Son Station










รายละเอียดโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน

28 สิงหาคม 2552


แนวเส้นทางโครงการ

ก่อสร้างทางรถไฟเริ่มจากจุดเริ่มต้นโครงการ ทางเหนือของสถานีบางซื่อ 2 ประมาณ 800 เมตร วิ่งขนานกับแนวทางรถไฟสายใต้ในปัจจุบัน โดยเป็นทางยกระดับจากบางซื่อไปถึงบางบำหรุ และเริ่มลดระดับที่ กม.7+850 ลงสู่ระดับพื้นดิน จากสถานีบางบำหรุจนกระทั่งสิ้นสุดปลายทางบริเวณจุดตัดถนนสวนผักกาด ตลิ่งชัน

ระยะทาง 15.263 กิโลเมตร

ขนาดทาง 1.000 เมตร (Meter Gauge) เป็นทางคู่เชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟสายใต้ปัจจุบัน

รูปแบบโครงสร้าง

โครงสร้างระดับดินเริ่มต้นจากบริเวณจุดตัดทางรถไฟกับถนนสวนผัก ไปตามแนวเส้นทางรถไฟ สายใต้ผ่านถนนราชพฤกษ์ ข้ามคลองบางกอกน้อย ไปจนถึงซอยหมู่บ้านภาณุรังสี ระยะทางประมาณ 7.560 กม. โดยมีรั้วกั้นตลอดสองข้างทางเพื่อให้เกิดความสะดวก ในการเดินรถ และความปลอดภัยของผู้ใช้รถยนต์ โดยสามารถไปกลับรถได้ที่ทางกลับรถที่ได้สร้างไว้

จากนั้นจะเป็นโครงสร้างยกระดับ ข้ามถนนจรัลสนิทวงศ์ แม่น้ำเจ้าพระยา ถนนประชาราษฎร์สาย 1 ถนนกรุงเทพ - นนทบุรี ถนนประชาชื่น ข้ามคลองประปา สิ้นสุดที่จุดเชื่อมต่อกับโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ – รังสิต ระยะทางประมาณ 7.703 กม.

ถนนเลียบทางรถไฟ (Local Road)

ก่อสร้างตลอดแนว 2 ข้างทางรถไฟ แบ่งออกเป็น 2 ช่วง รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 21.76 กม.

ช่วงที่ 1 เริ่มต้นที่บริเวณถนนประชาชื่น วิ่งเลียบทางซ้ายของทางรถไฟปัจจุบันไปสิ้นสุดก่อนข้าม แม่น้ำเจ้าพระยาที่ถนนประชาราษฎร์สาย 1

ช่วงที่ 2 เริ่มต้นที่บริเวณถนนจรัลสนิทวงศ์ วิ่งเลียบสองข้างทางรถไฟผ่านสถานีบางบำหรุ สถานี ตลิ่งชันไปสิ้นสุดบริเวณถนนสวนผักก่อนถึงสถานีบ้านฉิมพลี

ทางกลับรถ (U-Turn) ประกอบด้วย

- สะพานกลับรถบริเวณถนนสวนผัก 1 จุด
- อุโมงค์กลับรถลอดใต้ทางรถไฟ บริเวณคลองบางกอกน้อย 2 จุด
- ทางกลับรถระดับดินบริเวณสถานีบางบำหรุ 2 จุด

วงเงินค่าก่อสร้าง 8,748.399 ล้านบาท

ระยะเวลาก่อสร้าง 1,100 วัน (มกราคม 2552 - 19 มกราคม 2555)

ผลประโยชน์ที่จะได้รับ

ปัญหาทางผ่านเสมอระดับซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างทางรถไฟกับถนนจะหมดไป ซึ่งจะทำให้ การเกิดอุบัติเหตุ การจราจรติดขัด และขบวนรถไฟรอหลีกหายไปอย่างสิ้นเชิง

มีโครงสร้างทางใหม่ ปลอดภัย สามารถรองรับการเดินรถไฟด้วยระบบรถไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงของประเทศได้อย่างมาก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

มีระบบการขนส่งทางรถไฟที่สะดวกและทันสมัย ตรงเวลา จูงใจให้คนหันมาใช้บริการรถไฟ มากขึ้น ลดความหนาแน่นของปริมาณการจราจรบนถนนลงได้ โดยคาดว่าเมื่อเดินรถระบบไฟฟ้าจะสามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารได้ไม่น้อยกว่า 35,000 คน/วัน ในปีที่เปิดดำเนินการ

เมื่อมีการต่อขยายเส้นทางถึงจังหวัดนครปฐม จะส่งผลให้การบริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งเสริมให้คนย้ายที่อยู่อาศัยไปอยู่ชานเมืองมากขึ้น เพราะสามารถเดินทางไป-กลับกรุงเทพฯ ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัยมีประสิทธิภาพ อันเป็นการส่งเสริมนโยบาย Modal shift ของประเทศไทย

โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชัน เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะรองรับขบวนรถไฟฟ้าชานเมือง ร่วมกับขบวนรถไฟทางไกล โดยขบวนรถไฟฟ้าชานเมืองจะจอดตามสถานีรายทาง ได้แก่ ตลิ่งชัน บางบำหรุ บางซ่อนและบางซื่อ ส่วนขบวนรถไฟทางไกล จะจอดเฉพาะที่สถานีบางบำหรุและบางซื่อเท่านั้น ทั้งนี้ การเดินขบวนรถไฟฟ้าชานเมืองจะเชื่อมต่อเป็นระบบเดียวกัน โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ – รังสิต โดยจะมีการจัดหาและติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ตลอดจนจัดหาตู้รถไฟฟ้าไปพร้อมกันทั้งสองโครงการ

Last edited by napoleon; December 5th, 2012 at 09:37 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old May 31st, 2009, 11:34 AM   #2
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,615
Likes (Received): 1567

SRT awards rail contract

Bangkokpost 30/09/2008


The SRT board also yesterday approved the selection of the Unique-Chun Wo joint venture as the contractor for the civil engineering of its 15km Red Line railway's from Bang Sue to Taling Chan.


Although the joint venture, which comprises SET-listed Unique Engineering and Construction Plc and Hong Kong's Chun Wo Construction & Engineering Co, was the only qualified contender, the SRT selected it because it would otherwise have to raise the median price by two billion baht in a fresh bidding contest, Mr Yuthana said. He expects the contract to be signed next month.


Earlier, a construction operator which was disqualified from bidding filed a petition with the SRT opposing the committee's selection of the Unique-Chun Wo joint venture since there was only a single bidder for the project.


In the meantime, the SRT board delayed consideration on the demand from Japan Bank for International Co-operation (JBIC) for the SRT to clear encroachments from the construction sites eyed for the Red Line's 26km section from Bang Sue to Rangsit before the construction commences.


Mr Yuthana said he would ask the Office of Transport and Traffic Policy and Planning and the Finance Ministry if the lending condition was acceptable.


The Japanese bank had never before raised such a condition, he added.

...

SRT signs contract to construct Red Line

Bangkokpost 15/12/2008


The State Railway of Thailand (SRT) has signed a contract for the construction of its Red Line route with a Thai-Hong Kong joint venture.

SRT governor Yutthana Thapcharoen said the 8.7-billion-baht contract was signed with the Uniq-Chunwo joint venture on Friday for the construction of the 15-kilometre Red Line from Bang Sue to Taling Chan.

Construction will start next year. The joint venture is made up of Uniq Engineering and Construction Plc and Hong Kong's Chunwo Construction & Engineering Co.

The SRT also signed a contract on Friday with Central Pattana Plc (CPN) to renew the lease for the agency's 47.22-rai plot at the intersection of Phahon Yothin and Vibhavadi Rangsit roads. The SRT will receive a total of 21.2 billion baht over the 20-year lease period from Central Group.

Meanwhile, applications for candidates to run in the election for governor of the Mass Rapid Transit Authority of Thailand (MRTA) will be accepted from today.

Soithip Traisut, the director-general of the Office of Transport and Traffic Policy and Planning and the chairperson of the selection committee, said the panel has finished setting the qualifications for the MRTA governor's position and will accept applications from today.

The position is open following the resignation of Prapat Chongsanguan, who quit his post to run in the election for Bangkok governor in October. However, he finished a distant second behind Apirak Kosayodhin, who resigned only weeks after securing his second term to fight corruption charges.

Last edited by napoleon; May 31st, 2009 at 01:56 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 31st, 2009, 11:37 AM   #3
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,615
Likes (Received): 1567

West Phase 3, Phayatai to Bang Sue 6 Kms




Quote:
Originally Posted by karncc View Post
ระหว่างที่ฝั่งตะวันตกกำลังสร้าง เรามาดูฝั่งตะวันออกกันมั่งดีกว่า


สนานีพญาไท (สีแดง), สนานีพญาไท (บีทีเอส), สนานีพญาไท (แอร์พอร์ตลิงก์)




Quote:
Originally Posted by karncc View Post

สถานีราชวิถี


สถานีสามเสน
Quote:
Originally Posted by karncc View Post
สถานีสามเสน เพิ่มเติม








"ธีระ"สั่งศึกษารถไฟฟ้าเชื่อมสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง


พลเรือเอกธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังประชุมรัฐวิสาหกิจในสังกัดว่า ได้เร่งรัดการใช้งบประมาณให้เป็นไปตามเป้า พร้อมกำชับรัฐวิสาหกิจที่มีผลขาดทุนเร่งผลักดันแผนฟื้นฟูกิจการ โดยเฉพาะการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต้องก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือแอร์พอร์ตลิงค์ และเดินหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน คาดว่าจะเปิดประกวดราคาเดือนมิถุนายน ช้ากว่าแผนเดิมเล็กน้อย เพราะต้องคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาให้ถูกต้องตามขั้นตอน โดยวิธีเปิดประกวดราคาทั่วไปแทนใช้วิธีตกลง

ทั้งนี้เนื่องจากโครงการแอร์พอร์ตลิงค์ยังไม่มีการเชื่อมการเดินทางระหว่างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง ตนจึงมอบให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปศึกษาแนวเส้นทาง เพื่อให้การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเชื่อมต่อท่าอากาศยานทั้ง 2 แห่ง

แนวเส้นทางเชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองไม่ได้กำหนดไว้ในแผนดำเนินโครงการรถไฟฟ้า แต่ผมต้องการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ต้องเดินทางระหว่าง 2 สนามบินจึงให้ศึกษาแผนไว้ หากรัฐบาลใหม่เข้ามาจะได้สะดวกและนำไปใช้ได้ทันที พลเรือเอกธีระ กล่าว


Bangkokbiznews 2 เมษายน 2550 เวลา 17:56:03


.....

คมนาคมปิ๊งไอเดียสร้างรถไฟฟ้าเส้นที่ 6 เชื่อมสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 2 เมษายน 2550 20:04 น.


รมว.คมนาคมเสนอแนวคิดสร้างรถไฟฟ้าเส้นที่ 6 เชื่อมตรงระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิกับสนามบินดอนเมืองโดยตรง แบบไม่แวะจอดรับผู้โดยสารที่สถานีใด มีสถานีชานชาลาอยู่ในสนามบิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการระหว่าง 2 สนามบิน พร้อมมอบหมายให้ สนข.ศึกษาความเป็นไปได้ รอรัฐบาลใหม่สานต่อ เผยหากไม่คุ้มทุนอาจล้มโครงการได้ ส่วนแอร์พอร์ต ลิงก์ ต้องเลื่อนเปิดบริการไปเป็นปีหน้า



พลเรือเอกธีระ ห้าวเจริญ


หลังเรียกประชุมหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดที่ใช้งบประมาณของรัฐ ประกอบด้วย การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย สถาบันการบินพลเรือน และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้มีแนวคิดในการสร้างรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ เพื่อเชื่อมโยงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง) โดยตรง แบบไม่แวะจอดรับผู้โดยสารที่สถานีใด มีสถานีชานชาลาอยู่ภายในสนามบิน หากก่อสร้างจริงจะถือเป็นเส้นทางใหม่ เส้นที่ 6 นอกเหนือจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า 5 เส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนใช้บริการในการเชื่อมต่อระหว่าง 2 สนามบิน และขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปศึกษาความเป็นไปได้ และสร้างในรัฐบาลชุดใหม่ เพราะไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้แน่นอน

พล.ร.อ.ธีระ กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่สร้างรถไฟฟ้าโดยเชื่อมต่อจากแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดง เนื่องจากเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดงจะมีสถานีตามรายทาง ทำให้ไม่รวดเร็วแบบการเชื่อมโยงเส้นทางตรงจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปท่าอากาศยานกรุงเทพ ส่วนประเด็นที่ว่า หากกระทรวงคมนาคมจะก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าใหม่จริง อาจต้องใช้เงินลงทุนสูงเกินกว่าประโยชน์ที่ประชาชนส่วนใหญ่จะได้รับนั้น หากผลการศึกษาสรุปว่าไม่คุ้มทุน ก็อาจจะเลิกล้มโครงการนี้ก็ได้ และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาเท่านั้น ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ

ขณะที่ความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต ลิงก์ เชื่อมสถานีมักกะสัน ไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น มีความชัดเจนว่า มีความล่าช้าเกิดขึ้นจากการส่งมอบพื้นที่ และปัญหาจากผู้รับเหมา ซึ่งต้องเลื่อนการเปิดให้บริการไปในปีหน้า

สำหรับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน การรถไฟแห่งประเทศไทยฯ รายงานว่า จะสามารถประกวดราคาได้ในเดือนมิถุนายน และจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อเปิดกว้างหาผู้รับเหมา แม้จะล่าช้าไปบ้าง แต่ต้องยอม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ ส่วนเงินกู้นั้น ขณะนี้กระทรวงการคลังจะเป็นผู้หาแหล่งเงินกู้ใหม่ สำหรับเส้นทางสีแดง จะใช้เงินกู้ภายในประเทศแน่นอน ส่วนเส้นทางอื่นจะใช้เงินกู้ภายนอกประเทศ

.....

Quote:
Originally Posted by Wisarut View Post
ขิงแก่ เตะเบรกงบ ร.ฟ.ท.9 พันล.สั่งศึกษาเพิ่มแอร์พอร์ตลิงก์

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 ตุลาคม 2550 17:52 น.


ที่ประชุม ครม.สั่งชะลอ ร.ฟ.ท.ของบเพิ่ม 9.94 พันล้าน สั่งศึกษาเพิ่มเติมโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ สายสุวรรณภูมิ-มักกะสัน-ดอนเมือง ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีแดง ฉลุย ครม.พร้อมทุ่มงบเพิ่มให้กว่า 8 พันล้าน รวมทั้งสายกว่า 5.9 หมื่นล้าน

วันนี้ (16 ต.ค.) นายไชยา ยิ้มวิไล โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.เห็นชอบอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กู้เงินจำนวน 18,978,282,700 บาท โดยกระทรวงการคลัง ค้ำประกันเพื่อชำระคืนให้กับผู้รับจ้างตามสัญญาก่อสร้างโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง (แอร์พอร์ตลิงก์) ที่จะแล้วเสร็จในวันที่ 8 พ.ย.ขณะที่กรณี ร.ฟ.ท.จะขอกู้เงินเพิ่มเติมในวงเงิน 9,940,322,000 บาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อนำมาดำเนินการก่อสร้างโครงการ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างส่วนที่เหลือจนกว่างานจะเสร็จจากที่ ครม.เห็นชอบในวิธีการจ้างเอกชนดำเนินการและจัดหาแหล่งเงินกู้ โดยรัฐบาลจะจ่างค่าก่อสร้างและค่าใช้จ่ายทางการเงินพร้อมดอกเบี้ยคืนทั้งหมดเมื่อครบกำหนดระยะเวลา 990 วัน ตามสัญญาก่อสร้าง ครม.ขอให้ชะลอการของบประมาณดังกล่าวไว้ก่อน

ครม.แสดงความเห็นอย่างมากในเรื่องการการขอกู้เงินเพิ่มเติม 9 พันล้านบาท แต่ขอให้ชะลอไว้ก่อน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี และ ครม.ได้เสนอเพิ่มเติมว่า หากดำเนินการได้เช่นนั้น น่าจะมีการศึกษาเพิ่มเติมในโครงการที่จะสร้างระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังสถานีมักกะสัน และจากสถานีมักกะสัน ไปยังสนามบินดอนเมือง ที่จะใช้เวลาเพียง 15 นาที จากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยตรงนี้ขอให้ทำการศึกษาเพิ่มเติม

นายไชยา กล่าวว่า สำหรับการขออนุมัติก่อสร้างโครงการระบบขนส่งมวลชนทางราง ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล โครงการรถไฟชายเมืองสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) ครม.ได้เห็นชอบในหลักการ หลังจากที่มีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นขออนุมัติก่อสร้างโครงการ 26 กิโลเมตร ภายใต้กรอบวงเงิน 52,220 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ยังอนุมัติในหลักการโครงการส่วนต่อขยายรถไฟสายสีแดง จากรังสิตไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต อีก 10 กิโลเมตร วงเงินเพิ่ม 7,668 ล้านบาท รวมตลอดโครงการ 59,888 ล้านบาท

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับกรณีที่ ร.ฟ.ท.จะขอให้ ครม.เห็นชอบให้รัฐบาลรับภาระโครงสร้างพื้นฐานและงานอุโมงค์ จำนวน 26,933,000,000 บาท แทน ร.ฟ.ท.โดยให้กระทรวงการคลัง ค้ำประกันในส่วนของสินทรัพย์ประกอบการ จำนวน 7,360,000,000 บาท โดย ร.ฟ.ท.เร่งรัดตั้งบริษัทลูกเพื่อดำเนินการ และยังอนุมัติวงเงินค่าดอกเบี้ยจ่าย จำนวน 1,500,000,000 บาท นั้น เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาควบคู่กันไปกับการปรับโครงสร้างตามแผนฟื้นฟูของกิจการ ร.ฟ.ท.กระทรวงคมนาคมได้ชะลอการนำพิจารณาจนกว่าแผนการปรับโครงสร้างจะมีความชัดเจน
...

คาดแบบสร้างรถไฟฟ้าสีแดงช่วงสุดท้ายเสร็จ ก.พ.ปีหน้า

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 23 พฤศจิกายน 2550 20:25 น.


ผู้อำนวยการ สนข.คาดแบบรายละเอียดโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน เสร็จภายในเดือนก.พ.ปีหน้าก่อนชงรัฐบาลชุดใหม่เห็นชอบ

นายประณต สุริยะ รอง ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า โครงการระบบรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักสันซึ่งจะเป็นช่วงที่ต่อกันระหว่างโครงการรถไฟฟ้า เชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือ แอร์พอร์ตลิงค์และสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต โดยช่วงดังกล่าว เป็นช่วงสุดท้ายที่ทำให้โครงข่ายของระบบรถไฟฟ้าสายสีแดงสมบูรณ์และเป็นช่วงที่ผ่านสถานีสำคัญ คือ สถานีรถไฟฟ้าจิตรลดา ซึ่งมีความสำคัญทางด้านโบราณสถานทั้งนี้คาดว่าแบบรายละเอียดโครงการจะแล้วเสร็จในปลายเดือน ก.พ.2551 โดย สนข.จะเตรียมเสนอรัฐบาลชุดใหม่เพื่อดำเนินการก่อสร้างต่อไป ส่วนการออกแบบจะให้เป็นรถไฟฟ้าใต้ระดับดิน เพราะต้องการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเพราะผ่านสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายจุด

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาความเหมาะสมของโครงการพบว่า มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่ากว่า 4.5 ล้านล้านบาทและคาดว่าในปี 2555 จะมีผู้โดยสารใช้บริการกว่า 1 แสนเที่ยวต่อวัน

....

เตรียมรื้อบ้านเรือน7ชุมชนกว่า300หลัง สร้างรถสายสีแดงบางซื่อ-มักกะสัน

Dailynews 26/11/2007

นายประณต สุริยะ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สนข.อยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียดโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน หรือสาย Missing Link ระยะทาง 14.5 กิโลเมตร มีทั้งหมด 5 สถานี คือ สถานียศเส สถานียมราช สถานีพญาไท สถานีราชวิถี และสถานีสามเสน ใช้งบออกแบบ 130 ล้านบาท จะแล้วเสร็จต้นเดือนมีนาคม 2551 เพื่อรองรับการเดินทางของรถไฟฟ้าสายเหนือและสายตะวัน ออก อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงของ 2 สนามบิน คือ สนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากที่ออกแบบเสร็จแล้ว จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติก่อสร้างต่อไป คาดว่าประมาณเดือน ก.ย. 2551 โดยก่อนที่จะเสนอ ครม.จะต้องทำผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ผ่านก่อน ซึ่งจะทำควบคู่ไปกับการออกแบบรายละเอียดเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี

นายประณต กล่าวต่อว่า สำหรับค่าก่อสร้างในเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 28,000 ล้านบาท เป็นงานโยธา 25,000 ล้านบาท และระบบรถไฟฟ้าอีก 3,000 ล้านบาท ด้านรูปแบบของโครงการ เนื่องจากเส้นทางจะผ่านสถานที่สำคัญ เช่น ผ่านหน้าสวนจิตรลดา ดังนั้นการออกแบบโครงสร้างจะเป็นลักษณะคล้ายอุโมงค์ ส่วนสถานีจะมีความทันสมัย ปลอดภัยและมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม ไม่บดบังอาคารสถานที่ใกล้เคียง การเวนคืนที่ดินจะไม่มี เพราะใช้เขตทางรถไฟ จะเป็นการรื้อย้ายชุมชนที่อยู่ตามเขตทางรถไฟ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 7 ชุมชน คือ ชุมชนโค้งรถไฟยมราช ชุมชนหลังกรมทางหลวง ชุมชนซอยแดงบุหงา ชุมชนสระแก้ว ชุมชนหลังบ้านมนังคศิลา ชุมชนริมทางรถไฟสายแปดริ้ว ชุมชนคลองส้มป่อยจะมีอยู่ประมาณ 300 กว่าหลังคาเรือน โดยยังไม่ได้กำหนดงบประมาณในการเวนคืน.

.....

ชุ่ย!เชื่อมสายสีแดงขาดครึ่งกม.

ฐานเศรษฐกิจ 20/12/2007

พิลึก! รัฐบาลขิงแก่ เร่งรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วง "บางซื่อ-ตลิ่งชัน" แต่ลืมเร่งสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ให้เสร็จต่อเนื่อง หวั่นระบบ-ให้บริการผู้โดยสารมีปัญหา เหตุมีจุดเชื่อมที่ขาดหายไป 500 เมตร แถมยังไร้สถานีกลางบางซื่อและสถานีจ่ายไฟฟ้า ด้าน "ไมตรี" ยอมรับรัฐบาลนี้ดันเกิดได้แค่ 2 โครงการจาก 5 โครงการ ส่วน 3 สายทาง ทั้ง"สีน้ำเงิน" ช่วง "หัวลำโพง-บางแค" สายสีเขียวช่วง "หมอชิต-สะพานใหม่" กับ "แบริ่ง-สมุทรปราการ" และสายสีแดงแดง "บางซื่อ-รังสิต" รอแจ้งเกิดรัฐบาลเลือกตั้ง


แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการรับเหมาก่อสร้าง เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า การที่รัฐบาลได้พยายามผลักดันแผนการดำเนินการ โครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จนสามารถเปิดประมูลโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ แต่ยังคงมีปมปัญหาที่อาจจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเปิดให้บริการ


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลยังไม่สามารถผลักดันให้โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ซึ่งเป็นโครงการเชื่อมต่อกันกับช่วง บางซื่อ-ตลิ่งชัน เปิดประมูลหาผู้รับจ้างก่อสร้างได้ โดยจุดนี้เองจะส่งผลกระทบต่อการเปิดให้บริการ เพราะปลายทางรถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ-ตลิ่งชัน จะมีส่วนที่ต้องต่อเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ในบริเวณใกล้ๆ กับสถานีบางซื่อ ดังนั้นหากแผนการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ช้าออกไปมาก เมื่อสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชันก่อสร้างแล้วเสร็จ ก็จะยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้อย่างสมบูรณ์เนื่องจากจุดไม่เชื่อมต่อสายทางซึ่งห่างจากสถานีบางซื่ออยู่ประมาณ 500 เมตร ส่งผลให้การเชื่อมต่อและการเดินทางไม่สะดวก


อย่างไรก็ดี ในช่วงบางซื่อ-รังสิต จะมีเนื้องานที่เป็นหัวใจสำคัญของโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ทั้ง 2 ช่วงอยู่ด้วยคือตัวสถานีกลางบางซื่อและสถานีจ่ายไฟฟ้าสำหรับรถไฟฟ้า ซึ่งหากในช่วงบางซื่อ-รังสิต ล่าช้าออกไปมาก และไม่สามารถก่อสร้างเสร็จทันการเปิดใช้บริการ ก็จะทำให้ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน มีปัญหาต่อการเดินรถไฟฟ้า อย่างแน่นอน


+++ครม.ขิงแก่ตัดสินใจพลาด


สำหรับสาเหตุที่ทำให้ล่าช้า นั้นเพราะมีการปรับเปลี่ยนแบบการก่อสร้างเพิ่มเติมในส่วนของช่วงบางซื่อ-รังสิต ซึ่งเดิมทีนั้น ม.ร.ว.ปริดียาธร เทวกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พิจารณาเห็นว่าสมควรที่จะเปิดประมูลก่อสร้างโครงการในช่วงบางซื่อ-รังสิต ก่อนเป็นลำดับแรก เพราะถือว่ามีเนื้องานที่เป็นความสำคัญต่อระบบการเดินรถไฟฟ้าอยู่ แต่ทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มีความเห็นแตกต่าง โดยขอนำมาปรับแบบรายละเอียดเพิ่ม พร้อมเติมสถานีรายทางเข้าไปอีก 4 สถานี จากที่กำหนดไว้ 5 สถานี โดยอ้างเพื่อให้รองรับประชาชนได้มากขึ้น และขอให้ดำเนินการประกวดราคาในส่วนช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชันก่อน


ด้วยเหตุนี้จึง ทำให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบตามแนวคิดที่สนข. และส่งผลให้การประกวดราคาก่อสร้างโครงการฯสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ล่าช้ามาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผิดพลาดในการตัดสินใจของรัฐบาล ที่เลือกผลักดันโครงการที่มีเนื้องานสำคัญน้อยเป็นลำดับแรกก่อนโครงการที่มีเนื้องานสำคัญสูง และอาจจะส่งผลต่อการเชื่อมต่อโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนโดยรวม รวมถึงการให้บริการประชาชนด้วย


+++บางซื่อ-รังสิต ไม่ทันรัฐบาลนี้แน่


ด้านนายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน รฟท. กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ในเรื่องเดียวกันว่าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต อยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียด ซึ่งยังเหลือในส่วนของการทำรายละเอียดแบบของย่านสถานี แต่จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2550 นี้อย่างแน่นอน


ในขณะเดียวกันก็ได้จัดส่งแบบรายละเอียดเพิ่มเติม ในส่วนของสถานีรายทางที่กำหนดขึ้นมาใหม่ 3 สถานี คือ สถานีจตุจักร สถานีทุ่งสองห้อง และสถานีการเคหะ ไปให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมพิจารณาแล้ว คาดว่าจะได้ข้อสรุปผลการพิจารณาเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเร็วๆ นี้


อย่างไรก็ตามถึงแม้โครงการนี้จะไม่สามารถเปิดประมูลหาผู้รับจ้างก่อสร้างได้ทันภายในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่การรถไฟฯ ตระหนักดีอยู่แล้ว เนื่องจากมีการปรับปรุงแบบรายละเอียดเพิ่มเติม ทำให้ล่าช้าออกไปจากกำหนดเดิม แต่ยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการเปิดให้บริการ ที่คาดว่าจะเปิดได้อย่างเป็นทางการช่วงประมาณปลายปี 2554 อย่างแน่นอน เนื่องจากว่า ในการประกวดราคาหาผู้รับจ้างก่อสร้างช่วงบางซื่อ-รังสิต จะกำหนดให้ผู้รับจ้างก่อสร้าง เร่งดำเนินการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ ให้แล้วเสร็จก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อให้สามารถใชระบบการจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ขบวนรถไฟฟ้า และเปิดให้มีสถานีรองรับผู้โดยสารได้


ทั้งนี้ดีคาดว่าการรถไฟฯ จะสามารถเปิดประกวดราคาได้ประมาณเดือนมิถุนายน 2551 ซึ่งจะเป็นไปตามเงื่อนไขการประกวดราคาของธนาคารเพื่อความร่วมมือแห่งประเทศญี่ปุ่น (JBIC : Japan Bank for International Cooperation) โดยในระหว่างนี้ก็ได้ส่งผลการเจรจาในเรื่องการขอกู้เงินกับเจบิคอยู่ด้วย ซึ่งในเบื้องต้นนี้เจบิค ยินดีที่จะให้กู้ทั้งหมด 100% ภายในระยะเวลา 30 ปี ปลอดเงินต้น 7 ปี ในอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 1.4%


+++สนข.เร่งเชื่อมจุดห่าง500เมตร


เช่นเดียวกัน นายไมตรี ศรีนราวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ก็ได้ยืนยันว่า จะไม่มีปัญหาในเรื่องของการให้บริการประชาชน และไม่ต้องมีแผนอะไรรองรับ เพราะในการประกวดราคานั้น จะแบ่งการประกวดราคาเป็นหลายสัญญา ซึ่งจะมีความพร้อมในเรื่องของแบบอยู่แล้ว ก็จะเร่งให้ผู้รับจ้างก่อสร้างในส่วนของสถานีกลางบางซื่อก่อน เพื่อให้แล้วเสร็จทันต่อการเปิดใช้ ซึ่งจะรวมถึงการก่อสร้างส่วนเชื่อมต่อทั้ง 2 โครงการที่จะมีจุดห่างกันอยู่ประมาณ 500 เมตรรวมอยู่ด้วยดังนั้นการประมูลโครงการในส่วนของสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ล่าช้าก็จะไม่เป็นปัญหาที่น่ากังวลแต่อย่างไร


อย่างไรก็ดีหากนับผลงานการผลักดันโครงการรถไฟฟ้าของรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ ถือได้ว่ามีโครงการที่เป็นไปตามแผนงานอยู่ 2 โครงการคือ โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่อยู่ระหว่างการเจรจากับเจบิค เพื่อสรุปความชัดเจนของการกู้เงิน และคาดว่าจะสามารถประกวดราคาได้ภายในเดือนธันวาคม 50 นี้ หรืออย่างช้าไม่เกินต้นเดือนมกราคม 2551


นอกจากนี้รัฐบาลชุดปัจจุบัน ยังสามารถผลักดันและเสนอเรื่องขอให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้รับสิทธิในการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ และช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ ซึ่งจะเสนอให้ครม. พิจารณาภายในวันที่ 18 ธันวาคมนี้


+++รัฐบาลหน้าชี้ชะตาสายสีน้ำเงิน


ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของ รฟม. เช่นกันนั้น ยอมรับว่าไม่สามารถดำเนินการได้ทันภายในรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากต้องรอให้แบบรายละเอียดแล้วเสร็จ และรอสรุปผลความชัดเจนของผลการศึกษาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งการที่จะต้องเลื่อนไปดำเนินการในช่วงเวลาของรัฐบาลชุดใหม่ ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร


ขณะที่ นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การดำเนินการประมูลก่อสร้างสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต คงไม่ทันภายในรัฐบาลชุดนี้ เพราะยังต้องรอขบวนการพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ในส่วนของแบบสถานีที่ออกแบบเพิ่มเติม แต่เชื่อว่าการดำเนินการจะทันต่อแผนการเปิดให้บริการของสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชันแน่นอน เพราะในการประกวดราคาก็จะมีการเร่งรัดให้ดำเนินการในส่วนสำคัญคือสถานีกลาง สถานีจ่ายไฟฟ้าสำหรับรถไฟฟ้าให้แล้วเสร็จก่อนเป็นอันดับแรก

....

เผยโฉมรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-พญาไท- มักกะสันมี 5 สถานี

Thairath [19 มี.ค. 51 - 03:58]

คลอดแบบรถไฟฟ้าสายบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน จัดสัมมนารับฟังความเห็น 19 มี.ค. ทั้งนี้ รายงานข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ตามที่ สนข.ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาออกแบบรายละเอียดโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน หรือสาย Missing Link ระยะทาง 14.5 กม. งบศึกษา 130 ล้านบาทนั้น ขณะนี้การศึกษาใกล้เสร็จเกือบ 100% แล้ว แนวเส้นทางจะอยู่ในแนวทางรถไฟเดิมมี 5 สถานี ประกอบด้วย 1. สถานียศเส เป็นสถานีระดับดิน อยู่ด้านทิศเหนือของสถานีรถไฟหัวลำโพง 2. สถานียมราช เป็นสถานีใต้ดินตั้งอยู่บริเวณถนนสวรรคโลกใกล้กับที่หยุดรถยมราชในปัจจุบัน 3. สถานีราชวิถี เป็นสถานีใต้ดินบนถนนสวรรคโลกใกล้กับแยกอุภัยเจษฎาทิศ 4. สถานีสามเสน เป็นสถานีใต้ดินบนถนนเทอดดำริใกล้กับสถานีรถไฟสามเสนปัจจุบัน และ 5. สถานีพญาไท เป็นสถานีใต้ดินอยู่ในแนวเส้นทางรถไฟสายตะวันออก ตั้งแต่บริเวณด้านทิศตะวันตกของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพญาไท โดยโครงสร้างใต้ดินจะมีลักษณะคล้ายกับคลองแห้ง คือเป็นอุโมงค์ที่ไม่ปิดด้านบน ทั้งนี้ ได้มีการเปลี่ยนชื่อสถานีในแนวสายทางใหม่ คือ สถานีราชวิถี เปลี่ยนเป็นสถานีรามาธิบดี เพราะอยู่ใกล้โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้บริการไม่สับสน

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับค่าก่อสร้างในเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 28,000 ล้านบาท เป็นงานโยธา 25,000 ล้านบาท และระบบรถไฟฟ้าอีก 3,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทที่ปรึกษาจะจัดทำเอกสารประกวดราคาออกเป็น 3 สัญญาหลัก ได้แก่ 1. สัญญาก่อสร้างโยธา สำหรับช่วงบางซื่อ-มักกะสัน และบางซื่อ-หัวลำโพง 2. สัญญาก่อสร้างงานโยธา สำหรับช่วงมักกะสัน-หัวหมาก และ 3. สัญญางานระบบไฟฟ้าและระบบราง เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามในวันที่ 19 มี.ค.นี้ จะมีการจัดรับฟังความเห็นประชาชนครั้งที่ 2 ที่โรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์ ถนนพระราม 6 ก่อนนำข้อเสนอมาสรุปอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติการก่อสร้างต่อไป ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี ซึ่งการก่อสร้างโครงการส่วนนี้จะช่วยรองรับการเดินทางของรถ ไฟฟ้าสายเหนือและสายตะวันออก อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงของ 2 สนามบิน คือ สนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิด้วย.

...

เปิดประมูลสายสีแดงบางซื่อ-มักกะสัน ต.ค.นี้

Dailynews 20/03/2008

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดสัมมนารับฟังความเห็นครั้งที่ 2 โครงการศึกษารูปแบบที่เหมาะสมของระบบรถไฟสายสีแดงผ่านบริเวณสถานีรถไฟจิตรลดาและการออกแบบรายละเอียดระบบรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน หรือ Missing Link โดยบริษัทที่ปรึกษานำเสนอรูปแบบโครงการในแนวเหนือ-ใต้เป็นโครงสร้างเริ่มจากระดับดินบริเวณสถานียศเสลอดใต้สะพานกษัตริย์ศึกข้ามคลองมหานาคในระดับดินแล้วเปลี่ยนเป็นโครงสร้างแบบคลองแห้งลอดถนนเพชรบุรี โดยยังคงสะพานข้ามทางแยกยมราชไว้ แล้วลอดถนนศรีอยุธยาถนนราชวิถี คลองสามเสน ถนนนครชัยศรี ถนนเศรษฐศิริ ถนนระนอง 1 แล้วยกระดับรางขึ้นเชื่อมกับทางรถไฟยกระดับช่วงรังสิต-บางซื่อ อีกเส้นทางหนึ่งในแนวตะวันออก-ตะวันตกเริ่มจากสถานีมักกะสันเป็นโครงสร้างยกระดับเชื่อมทางรถไฟยกระดับสายสีแดงช่วงหัวหมาก-มักกะสันลดระดับข้ามคลองมักกะสันเปลี่ยนเป็นโครงสร้างชนิดคลองแห้งลอดสะพานทางด่วนสายเฉลิมมหานครถนนราชปรารภ ถนนพญาไทบริเวณสถานีพญาไท ลอดถนนพระราม 6 ถนนศรีอยุธยา เชื่อมกับแนวเหนือ-ใต้ ระยะทาง 14.5 กม. มี 5 สถานี คือ สถานียศเสเป็นสถานีระดับดินเพียงสถานีเดียวที่เหลืออีก 4 สถานี ได้แก่ สถานียมราช สถานีพญาไท สถานีราชวิถีและสถานีสามเสน เป็นสถานีใต้ดิน งบก่อสร้าง 25,000 ล้านบาท

นายประณต สุริยะ รองผู้อำนวย สนข. เปิดเผยว่า โครงการนี้ถือเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมต่อการขนส่งทางรางเพราะเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างศูนย์คมนาคมพหลโยธินคือ สถานีบางซื่อ กับศูนย์มักกะสันขณะนี้ออกแบบรายละเอียดเกือบแล้วเสร็จ 100% คาดว่าจะเรียบร้อยภายในเดือน เม.ย. นี้หลังจากนั้นจะมอบให้กระทรวงคมนาคมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติก่อสร้างโครงการต่อไป คาดว่าจะเปิดประกวดราคาได้ประมาณเดือน ต.ค.-พ.ย. นี้ จะก่อสร้างได้ต้นปี 2552 ใช้เวลาในการก่อสร้าง 4 ปี ซึ่งระหว่างการก่อสร้างจะไม่มีผลกระทบต่อการเดินรถไฟในปัจจุบันอีกทั้งจะไม่ส่งผลกระทบต่อการจราจรบนถนนบริเวณจุดตัดทางรถไฟที่สำคัญเช่น แยกยมราช แยกเสาวณีย์ แยกอุภัยเจษฎทิศ เป็นต้น เพราะเป็นการก่อสร้างโครงสร้างใต้ดิน.

.....

วิบากกรรมรื้อชุมชนบุกรุก 1,023 หลัง สร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-มักกะสัน-หัวหมาก

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3986 (3186)


คอลัมน์ เวนคืนอัพเดต

ระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง "บางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก" ที่ต้องย้ำกันว่าเป็น "สายที่ 7" นับเป็นอีกหนึ่งโปรเจ็กต์เร่งด่วนในมือรัฐบาลสมัคร 1 ที่ตั้งเป้าจะเปิดประกวดราคาให้ได้ภายในปีนี้

สถานะล่าสุด สำนักงานโนบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียดตามแผนจะแล้วเสร็จเดือนเมษายนนี้ หลังจากนั้นจะส่งต่อให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เจ้าของโครงการ ตัวจริง เพื่อสานต่อเรื่องการเปิดประมูลก่อสร้าง

อย่างน้อยที่สุด คาดว่าจะเริ่มขั้นตอนการขายแบบได้ประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี (2552-2555)

สำหรับรูปแบบการก่อสร้าง มีทั้งเป็น "โครงสร้างต่ำกว่าระดับดิน" (open trech) "ระดับดิน" (at-grade) และ "ยกระดับ" (elevated) โดยแนวเส้นทางแบ่งเป็น 2 เส้นทาง คือ

เส้นทางที่ 1 เริ่มจากสถานีบางซื่อ ซึ่งเป็นสถานีร่วมระหว่างระบบขนส่งมวลชนสายต่างๆ (สถานีชุมทาง) จากนั้นจะวิ่งมาตามเส้นทางรถไฟ โดยเป็นโครงสร้างยกระดับ ไปผ่านถนนระนอง 1 ถนนเศรษฐศิริ ถนนนครไชยศรี คลองสามเสน ถนนราชวิถี แล้วลอดถนนศรีอยุธยา มุ่งหน้าไปแยกยมราช ลอดถนนเพชรบุรี ข้ามคลองมหานาคในระดับดินและลอดใต้สะพานยศเสไปทางสถานีหัวลำโพง

เส้นทางที่ 2 จะมีสถานีร่วมกับเส้นแรกที่สถานีราชวิถี จากนั้นมุงหน้าไปตามแนวเส้นทางรถไฟสายตะวันออก ลอดถนนพระรามที่ 6 ผ่านถนนพญาไท ถนนราชปรารภ จากนั้นแนวเส้นทางจะเปลี่ยนเป็นโครงสร้างอุโมงค์เปิดเพื่อลอดสะพานทางด่วนขั้นที่ 1 แล้วลดระดับข้ามคลองมักกะสัน ผ่านมักกะสัน รามคำแหง และไปสิ้นสุดที่หัวหมาก รวมระยะทาง 19 กิโลเมตร ค่าก่อสร้าง 37,000 ล้านบาท

ด้านจุดจอดสถานี ต่อจากสถานีบางซื่อ เป็น "สถานีสามเสน" ตั้งอยู่บริเวณสถานีรถไฟสามเสนเดิมของการรถไฟฯ "สถานีราชวิถี" ซึ่งจะเป็นสถานีร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางกะปิ-บางบำหรุ ที่ตั้งจะอยู่ภายในพื้นที่เขตทางรถไฟระหว่างถนน เทอดดำริและถนนกำแพงเพชร 5

ถัดไปเป็น "สถานียมราช" ตั้งอยู่ภายในพื้นที่เขตทางการรถไฟบริเวณใกล้แยกยมราช "สถานียศเส" อยู่ด้านหลังการรถไฟฯ "สถานีพญาไท" อยู่ใกล้ถนนพญาไท เป็นสถานีที่ต่อเชื่อมกับรถไฟฟ้า บีทีเอส สถานีพญาไท และรถไฟฟ้า แอร์พอร์ตเรลลิงก์ (พญาไท-มักกะสัน-สุวรรณภูมิ) จากนั้นเป็น "สถานีมักกะสัน" ถัดมาคือ "สถานีรามคำแหง" และ "สถานีหัวหมาก" ซึ่งเป็นจุดสถานีของ รถไฟที่มีอยู่แล้ว

ส่วนการให้บริการ จะมีทั้งรถไฟดีเซลรางและรถไฟชานเมือง ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับรถไฟฟ้า ข้อแตกต่างอยู่ตรงที่ "รถไฟชานเมือง" จะรับกระแสไฟฟ้าเหนือตัวรถ (overhead catenary) เพื่อให้ขับเคลื่อนรถไฟฟ้า

ในแง่การเดินรถ ในเบื้องต้นถ้าหากการรถไฟฯไม่มีเงินซื้อระบบรถไฟชานเมือง ก็สามารถนำ "รถไฟดีเซลราง" ที่วิ่งอยู่ในปัจจุบันเปิดใช้ไปก่อน แต่เมื่อถึงเวลาที่มีเงินทุนก็พร้อมจะพัฒนาเป็นระบบรถไฟชานเมืองต่อไป

สำหรับการเวนคืนที่ดินตลอดเส้นทาง จากการเก็บข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษา คาดว่า จะมีการเวนคืน 1 ราย ที่บริเวณพญาไท อย่างไรก็ตาม "เผือกร้อน" โครงการนี้คือ "การรื้อย้ายชุมชนบุกรุก" ซึ่งมียอดรื้อย้ายชุมชนที่บุกรุกตามเขตทางรถไฟทั้งหมดประมาณ 1,023 หลังคาเรือน ในพื้นที่ 7 ชุมชนที่อยู่ริมทางรถไฟ

แยกเป็น 5 กลุ่ม คือ 1.จากหัวลำโพง-คลองมหานาค ยอดผู้ถูกรื้อย้าย 29 หลังคาเรือน 2.คลองมหานาค-แยกยมราช จำนวน 238 หลังคาเรือน 3.แยกยมราช-ถนนพระรามที่ 6 จำนวน 375 หลังคาเรือน 4.ถนนพระรามที่ 6-พญาไท จำนวน 131 หลังคาเรือน 5.จากพญาไท-ราชปรารภ จำนวน 242 หลังคาเรือน เสนอใช้งบประมาณรื้อย้ายกว่า 100 ล้านบาท

....

สิ้นปีลุยสายสีแดง หัวหมาก-บางซื่อ

โพสต์ทูเดย์ 17/06/2008


สนข. สนองนโยบายสมัคร เร่งผลักดันรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-พญาไท- หัวหมาก มูลค่า 3.7 หมื่นล้านบาท มั่นใจสิ้นปีประกวดราคาได้

นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า โครงการรถไฟฟ้า ชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-พญาไท-หัวหมาก ซึ่งเป็นเส้นทางที่เพิ่มขึ้นตามนโยบายของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เพื่อทำให้ระบบรถไฟฟ้าเกิดการเชื่อมโยงกันมากขึ้น โดยมีระยะทาง 19 กม. มูลค่าการก่อสร้าง 3.7 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะสามารถประกวดราคาได้ในเดือน พ.ย. 2551


ขณะนี้ สนข.ได้ออกแบบรายละเอียดเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งได้จัดส่งรายละเอียดข้อมูลให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ตรวจสอบแบบร่วมกัน เมื่อดำเนินการเสร็จ ร.ฟ.ท.จะนำเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท. และกระทรวงคมนาคมเห็นชอบตามลำดับ ก่อนที่จะส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป


อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวยังคงติดอยู่ในเรื่องของแหล่งเงินลงทุน ซึ่งทาง สนข.และ ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เพื่อหาแหล่งเงินกู้ในประเทศ และหากโครงการเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย จะเริ่มทำการก่อสร้างได้ในปี 2552

.....

ออกแบบทำรถไฟฟ้าเชื่อม2สนามบิน

Dailynews 16/10/2008


นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานออกแบบรายละเอียดโครงการระบบขนส่งทางรถไฟ เชื่อมท่าอากาศยานกรุงเทพ-ท่าอากาศ ยานสุวรรณภูมิ ว่า

ตามที่ สนข.ว่าจ้างที่ปรึกษาดำเนินโครงการดังกล่าวตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้ที่ปรึกษามารายงานความคืบหน้าของการศึกษา ซึ่งมีความเห็นควรก่อสร้างเป็นแนวใหม่เชื่อมจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังสนามบินดอนเมือง โดยใช้รางคนละส่วนกับโครงการแอร์พอร์ตลิงค์ที่กำลังก่อสร้างอยู่ เนื่องจากมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานคนละแบบอาจใช้รางต่างขนาดกันจึงควรแยกรางกัน ให้สามารถวิ่งรวดเดียวได้

นอกจากนี้ยังได้มีการหารือจุดก่อสร้างสถานีดอนเมือง ว่าควรก่อสร้างด้านนอกเพื่อเป็นสถานีร่วมกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง หรือก่อสร้างภายในสนามบินดอนเมือง โดยทำเป็นอุโมงค์ลอดถนนวิภาวดีรังสิต อยู่ระหว่างอาคารผู้โดยสาร 1 และ 2 หรือสร้างทั้งสองจุด ที่ประชุมจึงให้ที่ปรึกษาไปศึกษาความเหมาะสมก่อนนำมาเสนอครั้งต่อไป

โครงการนี้ใช้งบในการจ้างที่ปรึกษา 91.7 ล้านบาท เพื่อให้เกิดความเชื่อมต่อการเดินทางระหว่าง 2 สนามบิน โดยใช้ระบบราง ซึ่งได้กลุ่ม บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาออกแบบ เริ่มต้นสัญญา ส.ค. 2551 ระยะเวลา สรุปผลการศึกษา พ.ค. 2552 ซึ่งที่ปรึกษาจะต้องประเมินผลการศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้น ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมประชาชน งานออกแบบรายละเอียด และจัดทำ เอกสารประกวดราคา.

...

สนข. เสนอสร้างรถไฟเชื่อมดอนเมือง-สุวรรณภูมิ มูลค่า 1.5 หมื่นล้าน

Bangkokbiznews 15/01/2009


นายประณต สุริยะ รองผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวหลังเป็นประธานประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชนครั้งที่ 1 งานออกแบบรายละเอียดโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานดอนเมือง-สุวรรณภูมิ ว่า โครงการนี้จะเชื่อมต่อจากโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง (แอร์พอร์ตเรลลิงค์) ช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 28 กม. ซึ่งจะทำให้การเดินทางระหว่าง 2 ท่าอากาศยานเร็วขึ้น และใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเท่านั้น

ทั้งนี้ผลศึกษาเบื้องต้น พบว่าโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานดอนเมือง-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 21 กม. โดยเริ่มจากพญาไท และมี แนวเส้นทางเรียบไปกับรถไฟสายสีแดง ผ่านสถานีรถไฟจิตรลดา บางซื่อ บางเขน หลักสี่ และดอนเมือง คาดใช้เงินก่อสร้างเฉพาะงานโยธา 1.5 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 4 ปี

ส่วนนโยบายบริหารท่าอากาศยานเดียว (SINGLE AIRPORT) นั้น ทำให้ปริมาณผู้โดยสารลดลงบ้าง แต่ในอนาคตเชื่อว่าระบบขนส่งทางรถไฟยังมีความจำเป็นต้องดำเนินการ เพราะท่าอากาศยานดอนเมืองต้องใช้ประโยชน์ในแง่รองรับเที่ยวบินเช่าเหมาลำ หรือกิจกรรมการบินอื่นๆ ดังนั้นการเดินทางเข้าออกท่าอากาศยานดอนเมืองยังคงมีอยู่

........

สนข.ยันต้องทำรถไฟฟ้าเชื่อม 2 สนามบิน

Dailynews 16/01/2009


เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่โรงแรมเซ็นจูรี่ ปาร์ค ถนนราชปรารภ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดสัมมนารับฟังความเห็นการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 1 งานออกแบบรายละเอียดโครงการระบบขนส่งทางรถไฟ เชื่อมท่าอากาศยานกรุงเทพ-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

เริ่มต้นโครงการที่สถานีพญาไท ก่อสร้างเป็นทางยกระดับไปตามแนวเขตทางรถไฟ ไปลงต่ำกว่าระดับดินตั้งแต่ถนนพระราม 6 ผ่านสถานีจิตรลดา คลองสามเสน แล้วยกระดับผ่านสถานีบางซื่อไปดอนเมือง ระยะทาง 21 กม. มี 5 สถานี ได้แก่

สถานีจิตรลดา
สถานีกลางบางซื่อ
สถานีบางเขน
สถานีหลักสี่
และสถานีดอนเมือง

มีการเดินรถ 2 รูปแบบ คือ

1.รถไฟด่วนเชื่อมท่าอากาศยาน (Airport Express) จอด 4 สถานี ได้แก่ สุวรรณภูมิ มักกะสัน บางซื่อ ดอนเมือง ใช้เวลาเดินทางตลอดเส้นทางเพียง 30 นาที

2.รถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน (Airport City Line) จอดทุกสถานีใช้เวลาเดินทางตลอดเส้นทาง 50 นาที


ทั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 200 คน ส่วนใหญ่กังวลในเรื่องการรื้อย้ายที่อยู่ ไม่สามารถประกอบได้เหมือนเดิม ส่วนการเวนคืนจะโดนบริเวณโค้งทางรถไฟยมราชที่เป็นชุมชน จุดตัดแถวถนนราชวิถีและถนนสามเสน งบโครงการนี้ 15,000 ล้านบาท คาดว่าอีก 4 ปี จะเปิดให้บริการได้ และยืนยันว่าโครงการนี้ยังมีความสำคัญที่ต้องก่อสร้าง เพราะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างสนามบิน ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีโครงการใช้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นสนามบินหลัก.

...

เวนคืน2จุด ยมราช-ราชวิถี สังเวยรถไฟฟ้า 'ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ'

Thannews 27/01/2009


สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานกรุงเทพ(ดอนเมือง)-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ครั้งที่ 1 โดย"ปณต สุริยะ "รองผู้อำนวยการสนข. ระบุว่า โครงการนี้มีแนวสายทางเริ่มจาก พญาไท-ดอนเมืองและเชื่อมต่อกับโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกับสถานีรับ-ส่ง ผู้โดยสารอากาศยานในเมือง ของโครงการรถไฟฟ้า (มักกะสัน-สุวรรณภูมิ) หรือแอร์พอร์ตลิงค์


อย่างไรก็ดีสถานีหลักๆ ได้แก่ สถานีท่าอากาศยานดอนเมือง สถานีหลักสี่ สถานีกลางบางซื่อ สถานีราชวิถี จากนั้นจะเชื่อมเข้ากับสถานี รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ บริเวณพญาไท ถนนราชปรารภ

โครงการนี้มีความจำเป็นแม้นโยบายของกระทรวงคมนาคม จะประกาศให้ย้าย 3สายการบิน ที่ให้บริการบริเวณสนามบินดอนเมืองกลับไปยังสนามบินสุวรรณภูมิก็ตาม แต่เนื่องจาก สนามบินดอนเมืองยังเปิดให้บริการ เที่ยวบิน "เช่าเหมาลำ " และจะมีการผลักดันให้สนามบินดอนเมืองเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน

นอกจากนี้เส้นทางรถไฟฟ้าสายนี้จะทำให้การเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อต่อเชื่อมเข้าสู่ใจกลางเมืองมีความสะดวกมากขึ้น โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการได้ หลังเปิดใช้"แอร์พอร์ตลิงค์" ในเดือนสิงหาคม นี้ ส่วนรูปแบบการก่อสร้างจะใช้รางขนาด 1.435 เมตร วงเงินก่อสร้างประมาณ 15,000 ล้านบาท ระยะทาง 20 กิโลเมตร ใช้เวลาก่อสร้างนาน 4 ปี

สำหรับการเวนคืนจะ มี 2 จุดใหญ่ ซึ่งประเมินว่า จะมีอาคารบ้านเรือนได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ บริเวณโค้งยมราชใกล้กับสนข. และ ใกล้กับกรมทางหลวงบริเวณถนนราชวิถี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์ รวม 20 กว่าหลังคาเรือน

...

รถไฟฟ้าเชื่อม 2 สนามบิน สนข.ยันไม่สูญเปล่าศึกษาเดินหน้าต่อรองรับรถไฟความเร็วสูงออกภูมิภาค

Dailynews 28/05/2009


นายชาญชัย สุวิสุทธะกุล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบการขนส่งและจราจร สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า สนข.ได้จัดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นงานออกแบบรายละเอียดโครงการระบบขนส่งรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานดอนเมือง-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งขณะนี้ที่ปรึกษาได้สรุปรายละเอียดทั้งเรื่องแนวเส้นทาง ตำแหน่งสถานี รูปแบบ ระบบรถไฟฟ้า และอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งยังมีปัญหาการกำหนดแนวเวนคืนในบางจุด ซึ่งทางที่ปรึกษาได้หาแนวทางที่จะลดผลกระทบในภาพรวมให้น้อยที่สุดโดยเขตทางส่วนใหญ่อยู่ในแนวเส้นทางรถไฟ ตั้งแต่สถานีพญาไท ไปตามทางรถไฟสายเหนือ ถึงบริเวณสถานีดอนเมือง เป็นระบบรถไฟฟ้าที่วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดได้ถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร ใช้กระแสไฟฟ้าที่รับไฟฟ้าเหนือตัวรถ

ซึ่งต่างจากรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ที่เป็นระบบรถไฟฟ้า ที่วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้รางขนาด 1 เมตรและรับกระแสไฟจากรางที่ 3 โดยทั้ง 2 โครงการไม่เป็นการซ้ำซ้อนเพราะมีวัตถุประสงค์ต่างกัน แม้ว่านโยบายของรัฐบาลขณะนี้จะกำหนดให้ใช้สนามบินเดียว แต่โครงการในเส้นทางนี้ยังมีความจำเป็นสำหรับผู้ที่อยู่ในเมืองที่จะเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งผลการสำรวจยังมีปริมาณผู้โดยสารที่อาศัยอยู่ในบริเวณดอนเมืองและพื้นที่ใกล้เคียงไปทำงานที่สุวรรณภูมิ นอกจากนี้ยังรองรับสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งจะเป็นศูนย์คมนาคมขนส่งทางรถไฟขนาดใหญ่ในอนาคต รวมทั้งสามารถรองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงของ รฟท. ไปยังจังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดนครราชสีมา โดยหลังจากนี้จะมีการรับฟังความเห็นอีก 1 ครั้งและสรุปผลการออกแบบรายละเอียด เพื่อเสนอให้ ครม. พิจารณาต่อไป

สำหรับโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานดอนเมือง-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีระยะทาง 22 กิโลเมตร มีลักษณะการเดินรถไฟฟ้าเหมือนโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ประกอบด้วย ระบบรถไฟฟ้าธรรมดา จอดทุกสถานี และระบบรถไฟฟ้าด่วน จอดเฉพาะสถานีดอนเมือง มักกะสันและบางซื่อ มูลค่าโครงการประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท.

Last edited by napoleon; February 2nd, 2010 at 05:30 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 31st, 2009, 11:39 AM   #4
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,615
Likes (Received): 1567

ข่าวเก่า เฉพาะสายตลิ่งชัน


ชงสายสีแดงบางซื่อ-ตลิ่งชันเข้าครม.

Delinews 12 Jan 2007

นายไมตรี ศรีนราวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะทำงานโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า 5 สาย ว่าได้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) หารือความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้ง 5 สาย เพื่อรวบรวมข้อมูลเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปลายเดือน ม.ค.นี้ โดยเรื่องที่จะนำเสนอประกอบด้วย

1.รายงานข้อสรุปผลการรับฟังความเห็นของประชาชนเรื่องการก่อสร้างที่ประชาชน 90% เห็นด้วยกับการก่อสร้าง รวมถึง แจ้งเหตุผลของผู้ที่คัดค้านการก่อสร้างด้วย

2.เสนอแผนการดำเนินการที่ชัดเจนรวดเร็ว ตามนโยบายของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ตามขั้นตอนที่ถูกต้องทางกฎหมาย และ

3.เสนอขออนุมัติประกวดราคางานโยธาก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วง บางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กม. ค่าก่อสร้างประมาณ 7,000 ล้านบาท หาก ครม.อนุมัติให้เปิดประกวดราคาประกาศประกวดราคาได้ในเดือน มี.ค.นี้ หลังจากนั้นจะใช้เวลาอีก 6 เดือน จะได้ตัวผู้รับเหมาก่อสร้างงานโยธา ส่วนการประกวดราคาหาผู้ติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและระบบไฟฟ้า จะรอประกวดราคาพร้อมกับสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต เพราะต้องการให้สายสีแดงทั้งเส้นใช้ระบบอาณัติสัญญาณเดียวกัน.

.........


'ธีระ'ดันรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้าครม.1-2เดือนข้างหน้า

Bangkokbiznews 17 มกราคม 2550 14:00 น.

'ธีระ'เล็งผลักดันโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ-ตลิ่งชัน เข้าครม.ภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบระบบอาณัติสัญญาณ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยหลังเกิดอุบัติเหตุรถไฟชน

พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวในการเดินทางตรวจเยี่ยมการรถไฟแห่งประเทศไทย( รฟท. ) ว่า ได้มอบนโยบายให้ผู้บริการ ในการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้า ที่อยู่ในการกำกับดูแลของ รฟท. เช่น รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ที่รัฐบาลจะก่อสร้างเป็นสายแรก โดยกระทรวงคมนาคม จะนำเข้าสู่การพิจารณาของครม.ภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า ขอให้ประชาชนที่อยู่ในเส้นทาง มั่นใจได้ว่าจะได้ใช้บริการแน่นอน

ส่วนโครงการรถไฟเชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือแอร์พอร์ตลิงก์ ขณะนี้ได้ให้นโยบายเร่งรัดการก่อสร้างกับคณะกรรมการ รฟท.ไปแล้ว ซึ่งเชื่อว่าหลังจากนี้งานจะคืบหน้ามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับการก่อสร้างแอร์พอร์ตลิงก์มีมานาน ทั้งปัญหาการเวนคืน ปัญหาการคอร์รัปชั่น ทำให้ต้องทยอยแก้ปัญหาเหล่านี้ไปด้วย

นอกจากนี้ได้ให้นโยบายสำคัญ โดยเฉพาะการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ หลังจากที่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถไฟชนกัน ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ให้ยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของพนักงาน ให้มีจิตสำนึกในด้านความปลอดภัยมากขึ้น ทังนี้การพัฒนาระบบความปลอดภัยของราง และระบบอาณัติสัญญาณนั้น ได้สั่งการให้ผู้บริหาร รฟท.สำรวจปัญหาทั่วประเทศว่ามีจุดใดบกพร่อง ชำรุดเสียหาย ที่ต้องซ่อมแซมเร่งด่วน โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนงบประมาณ สำหรับแผนปรับโครงสร้างกิจการของ รฟท. ได้มอบนโยบายผ่านนายศิวะ แสงมณี ประธานคณะกรรมการ รฟท.ไปแล้ว โดยขอให้เร่งรัดนำแผนฟื้นฟูเสนอให้รัฐบาลพิจารณาให้ได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยมีภารกิจสำคัญคือการลดผลขาดทุน โดยให้ รฟท.กลับไปพิจารณาเรื่องการปรับราคาทรัพย์สินที่ดินที่ให้เช่า แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในปัจจุบันให้มีการปรับราคาให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ รฟท.เป็นอย่างมาก

......

คมนาคมถกหอต่างชาติปมกม.นอมินี ย้ำพันเปอร์เซ็นต์ไม่กระทบ"รถไฟฟ้า"

วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3863 (3063)


บิ๊กคมนาคมมั่นใจแก้ พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจคนต่างด้าวไม่กระทบเมกะโปรเจ็กต์รถไฟฟ้า ชี้กฎ หมายเปิดช่องให้เข้ามาลงทุนเกิน 500 ล้านบาทได้อยู่แล้ว แถมคนไทยเป็นผู้รับเหมาหลัก เตรียมถกคลังสรุปรายละเอียดแหล่งเงินกู้ ก่อนชง ครม. ชี้ขาด 23 มกราคมนี้ เชิญหอการค้าต่างชาติรับฟังคำชี้แจงก่อนเปิดประมูลสายสีแดงเดือนมีนาคม

นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้กระทรวงกำลังศึกษารายละเอียดร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 2542 ว่า จะมีผลกระทบต่อการลงทุนก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 5 สาย มูลค่า 1.65 แสนล้านบาทหรือไม่ เนื่องจากเป็นเรื่องที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญ และมีผลต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

"คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาเพราะต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนโครงการในวงเงินเกิน 500 ล้านบาทได้อยู่แล้ว เรื่องนี้ทางกระทรวงคมนาคมเตรียมชี้แจงข้อมูลการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าให้หอการ ค้าต่างประเทศทราบรายละเอียดทั้งหมด ในวันที่ 24 มกราคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ท่านนายกฯเชิญมารับฟังคำชี้แจง"

นายสรรเสริญกล่าวว่า การหาแหล่งเงินลงทุนโครงการรถไฟฟ้าเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลัง จากการประเมินความพร้อมแล้วแนวโน้มโครงการรถไฟฟ้าสายแรกที่จะเปิดประมูลได้ก่อน คือ สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน เพราะมีแบบรายละเอียดอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังเป็นโครงการที่ใช้พื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เอง จึงน่าจะดำเนินการได้เร็วกว่าสายอื่นๆ

"วันที่ 22 มกราคมนี้ รมว.คลังจะประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปผลการดำเนินการทั้งหมด ถ้าได้ข้อสรุปชัดเจนก็จะเสนอ ครม. พิจารณาได‰ในวันที่ 23 มกราคม แต่ถ้ายังไม่ได้ข้อสรุปก็อาจจะเลื่อนเป็นปลายเดือน หรือต้นเดือนกุมภาพันธ์"

นายไมตรี ศรีนราวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า กฎหมายการประกอบธุรกิจต่างด้าวไม่น่าจะเกี่ยวกับการลงทุนโครงการรถไฟฟ้า เพราะเป“นลักษณะร่วมทุนระหว่างผู้รับเหมาต่างชาติและผู้รับเหมาไทย ซึ่งจะมีสัดส่วนการลงทุนที่ชัดเจน และโดยหลักผู้รับเหมาไทยจะเป็นผู้รับเหมาหลักอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังเป็นการรวมกันเฉพาะกิจ เมื่อเสร็จงานก่อสร้างแล้วก็เลิกรากันไป จึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา

ส่วนความคืบหน้าการสรุปรายละเอียดโครง การเสนอให้ ครม.พิจารณานั้น จะสรุปหลังจากประชุมร่วมกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในวันที่ 22 มกราคมนี้ โดยจะพิจารณารายละเอียดหลักๆ ที่จะรายงานให้ ครม.ทราบ

สำหรับผลสรุปการจัดทำการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนต่อโครงการรถไฟฟ้า 5 สายทาง ส่วนใหญ่เห็นด้วยเฉลี่ยแล้วกว่า 90% ทั้งจากแบบสอบถาม และการรับฟังความคิดเห็น มีเพียง 2-3 กลุ่มที่ไม่เห็นด้วย คือ กลุ่มเตาปูน และกลุ่มวัดมังกร

นอกจากนี้จะนำเสนอแผนการดำเนินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การรถไฟฯ และกรุงเทพ มหานคร (กทม.) ถึงความคืบหน้าของโครงการแต่ละสายทาง และขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2535 เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่เน้นความโปร่งใส เพื่อเร่งดำเนินการตามความต้องการของประชาชน

"ถ้าไม่มีปัญหา จะเสนอ ครม.อนุมัติเปิดประมูลก่อสร้างงานโยธา สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กิโลเมตรก่อน วงเงินประมาณ 7,000 ล้านบาท เป็นสัญญาเดียว คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในเดือนมีนาคมนี้ จากนั้นอีก 6 เดือนจะก่อสร้างได้ ส่วนงานระบบอาณัติสัญญาณและระบบรถไฟฟ้า จะเปิดประมูลภายหลัง พร้อมกับช่วงบางซื่อ-รังสิต เพื่อจะได้ใช้ระบบเดียวกัน"

นายไมตรีกล่าวต่อว่า ด้านแหล่งเงินเพื่อนำมาลงทุนก่อสร้างสายสีแดง คาดว่าจะใช้เงินกู้ภายในประเทศ โดยออกพันธบัตร ซึ่งกระทรวงการคลังจะเป็นผู้สรุป หลังจากมีการหารือร่วมกับ ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา

หน้า 12

....

เปิดหวูดรถไฟสายสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน ไม่ง่าย...อย่างที่คิด

ประชาชาติธุรกิจ 25-27 มกราคม 2550


ความตั้งใจของรัฐบาลชั่วคราว ที่จะ ประเดิมเปิดประกวดราคาเมกะ โปรเจ็กต์รถไฟฟ้าสีแดง เส้นทางบางซื่อ-ตลิ่งชัน เป็นสายแรกในเดือนมีนาคม 2550 นี้ เพื่อให้ผลงานปรากฏต่อสายตาประชาชน แต่ทว่าประเมินแล้วได้แต่บอกว่า ...ยากยิ่งนัก ที่จะเป็นไปได้

ข้อมูลจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) หน่วยงานต้นสังกัดที่ศึกษาลงลึกรายละเอียด พบว่าไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ คำถามคือ อะไรคืออุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายสีแดงได้ในกรอบเวลาที่รัฐบาลกำหนด

ยิ่งผล ยิ่งดูห่างไกลความเป็นจริง น่าจะไม่ทันกำหนดกรอบเวลาที่รัฐบาลวางไว้

บอร์ดสั่งทบทวนใหม่

มติคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟฯครั้งล่าสุด ประชุมเมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา "ตีกลับ" หรือสั่งทบทวนรายละเอียดทั้งหมดที่การรถไฟฯเสนอ โดยให้คณะกรรมการบริหารโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของการรถไฟฯ ซึ่งมี "สมเจตน์ ทิณพงษ์" ที่ปรึกษาบอร์ดการรถไฟฯ เป็นประธาน พิจารณาในรายละเอียดทั้งหมด ก่อนที่จะนำเสนอกลับมาให้บอร์ดพิจารณาอีกครั้ง

ประเด็นที่บอร์ดต้องการความชัดเจน คือ 1.ความชัดเจนทางด้านกฎหมาย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติการเข้าร่วมการงานของภาครัฐและเอกชน พ.ศ.2535 2.แหล่งเงินลงทุนในโครงการ 3.ด้านสิ่งแวดล้อม และ 4.ผลประโยชน์ของโครงการและความจำเป็นเร่งด่วน

"ผมเข้าใจว่าโครงการเร่งด่วน แต่ต้องดูรายละเอียดอย่างรอบคอบ ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ไว้เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2549 ปัญหาคือเปเปอร์ที่การรถไฟฯเสนอขึ้นมาให้นั้น รายละเอียดยังไม่ครบถ้วน ซึ่งก็ได้สั่งตั้งกรรมการชุดใหญ่ขึ้นมาดูแลเป็นพิเศษแล้ว ผมได้มอบนโยบายด้วยว่าพยายามทำงานให้ทันต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้" คำอธิบายของ "ศิวะ แสงมณี" ประธานบอร์ดการรถไฟฯ กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ"

ขั้นตอนคือ เมื่อ "คณะกรรมการบริหารโครงการลงทุนขนาดใหญ่" ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ชุดที่มี "สมเจตน์ ทิณพงษ์" นั่งหัวโต๊ะ เสนอเปเปอร์รายละเอียดโครงการขึ้นมาใหม่ หากบอร์ดการรถไฟฯเห็นชอบก็จะได้นำเสนอต่อไปยังกระทรวงคมนาคม และถ้าราบรื่นก็จะไปจบที่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเป็นด่านสุดท้ายในระดับนโยบาย

รายละเอียดขาดเพียบ

จากการตรวจสอบข้อมูลเอกสารประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ปรากฏว่ายังมีขอบเขตงานสำคัญบางรายการข้อมูลยังไม่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น "จุดสิ้นสุด" โครงการ ที่ยังไม่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับสถานีบางซื่อใหม่ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น การเชื่อมต่อนี้จะเป็นงานส่วนหนึ่งของรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ซึ่งจะเปิดประกวดราคาไม่พร้อมกัน

ประเด็นของ "กรอบวงเงินลงทุน" ตามมติ ครม.วันที่ 7 พฤศจิกายน 2549 อนุมัติวงเงินลงทุน 11,868 ล้านบาท โดยรายละเอียดงานประกอบด้วย งานโยธาและโครงสร้างทางวิ่ง งานระบบรถไฟฟ้า

กรอบการลงทุนยังไม่ได้รวมค่าตัวรถไฟฟ้า กับยังไม่รวมการก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟ เนื่องจากตลอดเส้นทางของโครงการออกแบบการก่อสร้างเป็น 2 ส่วน คือ ทางยกระดับประมาณ 7.2 กิโลเมตร และทางระดับเสมอพื้นดินอีก 7.8 กิโลเมตร ผลลัพธ์คือ ประชาชนที่อยู่อาศัยตลอดแนวรถไฟฟ้าจะไม่สามารถสัญจรข้ามทางรถไฟได้ เนื่องจากไม่มีการสร้างสะพานถนนข้ามทางรถไฟ

นอกจากนี้ ยังไม่มีแบบรายละเอียดของศูนย์ซ่อมบำรุงสำหรับระบบรถไฟฟ้าหรือเดโป้ ศูนย์ควบคุมการเดินรถและสถานีจ่ายไฟฟ้าย่อย และไม่มีแม้แต่รายละเอียดจำนวนตู้รถไฟฟ้าสำหรับการเดินรถ

ยังไม่ตอกเสาเข็ม...งบฯโป่งพันล้าน

ประเด็นที่น่าเสียวสันหลังยิ่งกว่าข้อมูลไม่ครบถ้วนคือ เรื่องของ "งบฯบานปลาย" เพราะข้อมูลชุดแรกที่ถูกตีกลับมานั้น บอร์ดพบว่างบฯก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 1 พันล้านบาท จาก 11,868 ล้านบาท เพิ่มเป็น 12,806 ล้านบาท เหตุผลมาจากมี "เนื้องาน" เพิ่มขึ้น คือ บวกค่าก่อสร้างทางโลคอลโรดด้านข้างทั้ง 2 ข้าง

"การรถไฟฯกำลังดูว่าจำเป็นต้องเป็นผู้ลงทุนเองหรือไม่ หรือจะมอบให้ กทม.เป็นผู้ลงทุน เพราะตอนนี้ทาง กทม.ก็ก่อสร้างอยู่แล้วบางส่วน" แหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท.กล่าว

ตามข้อมูลพบด้วยว่า วงเงินใหม่ 12,806 ล้านบาท ไม่รวมงานระบบรถไฟฟ้า ประกอบด้วย ค่ารื้อย้าย 1,758 ล้านบาท ค่าควบคุมงาน ก่อสร้าง 269 ล้านบาท งานโยธาและโครงสร้างทางวิ่ง 7,274 ล้านบาท มี 3 สถานี คือ บางซ่อน บางบำหรุ และตลิ่งชัน งานระบบราง 1,397 ล้านบาท และงานถนนเลียบทางรถไฟ 2,108 ล้านบาท

ด้านแหล่งเงินทุน การรถไฟฯเสนอให้สำนัก งบประมาณจัดสรรงบประมาณรายปีให้ กรณีจัดหางบฯไม่ได้ การรถไฟฯจะกู้เงินเอง โดยกระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินกู้ที่เหมาะสม และค้ำประกันเงินกู้ให้ แน่นอนว่ารัฐบาลต้องเป็นผู้รับภาระดอกเบี้ยและเงินต้นทั้งหมด รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายในการกู้เงิน ในขณะที่สำนักงบประมาณจะต้องจัดสรรงบประมาณให้การรถไฟฯเป็นรายปี เพื่อชำระภาระหนี้ทั้งหมด

"ตอนนี้ทางคลังกำลังดูแหล่งเงินกู้ให้อยู่ แต่ปีงบประมาณ 2549 เราได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้วสำหรับดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต จำนวน 1,102 ล้านบาท และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน จำนวน 503 ล้านบาท รวมทั้งได้รับอนุมัติให้กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีถึงเดือนมีนาคม 2550 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุดการรถไฟฯเสนอขอเปลี่ยนแปลงการใช้งบประมาณ โดยโยกงบฯช่วงบางซื่อ-รังสิต ที่อยู่ระหว่างออกแบบมาใช้ก่อสร้างช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชันไปก่อน" แหล่งข่าวกล่าว

สำหรับปัญหาในการเชื่อมต่อระบบและการใช้สถานีบางซื่อใหม่ร่วมกับช่วงบางซื่อ-รังสิตนั้น เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหา การรถไฟฯมีแนวคิดจะเปิดประกวดราคาช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน เฉพาะงานโยธาและระบบรางก่อน ส่วนงานระบบเครื่องกล ไฟฟ้า เช่น ระบบจ่ายกำลังขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบโทรคมนาคม ระบบควบคุมปฏิบัติการเดินรถและระบบจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ จะนำไปรวมกับช่วงบางซื่อ-รังสิต เพื่อให้เป็นระบบเดียวกันทั้ง 2 ช่วง

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดยังไม่ใช่บทสรุปสุดท้าย เพราะบอร์ดยังไม่ได้ "เซย์เยส" ไปกับแนวทางข้อเสนอของการรถไฟฯ

หวั่นสะดุดตอ "ปัญหาชุมชนบุกรุก"

นอกจากเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ที่ยังเป็นปัญหาอยู่ ยังมีอุปสรรคทะมึนขวางหน้าก็คือเรื่องของการ "เวนคืน-รื้อย้าย" โดยการรถไฟฯต้องรื้อย้ายชุมชนบุกรุกที่ดินลอดแนวเส้นทางโครงการรถไฟฟ้า ระยะทาง 15 กิโลเมตร เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง เคสแบบนี้การรถไฟฯได้รับบทเรียนมาแล้วจากโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ว่ายากเย็นแสนเข็ญแค่ไหน

"รถไฟฟ้าสายสีแดงนี้คงต้องเคลียร์พื้นที่ให้เสร็จก่อนถึงจะส่งมอบให้ผู้รับเหมาเข้าไปก่อสร้างได้ เท่าที่ประเมินดูแล้วคงจะเป็นปัญหาใหญ่ เพราะมีชุมชนใหญ่ๆ ที่ต้องเข้าไปบริหารจัดการ เช่น ช่วงบางซ่อน มีคนอาศัยอยู่จำนวนมาก การรถไฟฯยังไม่มั่นใจว่าจะเคลียร์ได้หรือเปล่า อาจจะต้องเสียเวลาถ้าหากชาวบ้านไม่ยอมรับค่าชดเชยที่เราเสนอไป" แหล่งข่าวกล่าว

สารพัดสารพันปัญหาขนาดนี้ ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะปรับแผนและวิธีการยังไง เพื่อให้ทุกอย่างรวดเร็วและเป็นไปตามกรอบเวลาที่ตั้งธงไว้


.....


Quote:
Originally Posted by totomaru View Post
รฟท.เตรียมถกแผนสร้างรถไฟฟ้าสาย บางซื่อ - ตลิ่งชัน วันนี้

นายศิวะ แสงมณี ในฐานะประธานคณะกรรมการ ( บอร์ด ) การรถไฟแห่งประเทศไทย ( ร.ฟ.ท. ) กล่าววานนี้ ( 6 ก.พ. ) ว่า ในวันนี้ ( 7 ก.พ. ) จะมีการหารือกับนายถวิล สามนคร รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ถึงแนวทางดำเนินการเพื่อวางขั้นตอนการทำงาน ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ – ตลิ่งชัน เป็นสายแรก ซึ่งในส่วนของ ร.ฟ.ม.ได้มีการวางแผนเบื้องต้น พร้อมเชื่อว่า การเวนคืนที่ดินเพื่อการก่อสร้างจะไม่มีปัญหา เพราะที่ดินเป็นของ ร.ฟ.ท.ทั้งหมด จะมีแต่ปัญหาผู้บุกรุกที่ดินของ ร.ฟ.ท.เท่านั้น ทั้งนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสำรวจพื้นที่ และเจรจาควบคู่กันไปด้วย เพื่อป้องกันปัญหาที่สร้างความล่าช้าในการก่อสร้าง

“เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควรมีการจัดหาเอกชนจัดทำระบบการเดินรถควบคู่กับการก่อสร้างให้เกิดความสัมพันธ์กัน” ประธานบอร์ด ร.ฟ.ท. กล่าว

ด้านนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงแหล่งเงินลงทุนที่จะใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานจำนวนกว่า 160,000 ล้านบาทว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการเจรจากับหลายฝ่าย ทั้งธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือ เจบิก และแหล่งเงินกู้อื่นๆ รวมถึงการออกพันธบัตรในประเทศด้วย อย่างไรก็ตามยืนยันว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทไม่ได้ส่งผลกระทบกับการตัดสินใจของเจบิก ในการให้เงินกู้แต่อย่างใด

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
วันที่ : 7 กุมภาพันธ์ 2550
เวลา : 01:20 น.

Last edited by napoleon; May 31st, 2009 at 12:01 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 31st, 2009, 11:45 AM   #5
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,615
Likes (Received): 1567

รับลูกรถไฟฟ้าสายสีแดงอัดงบฯสร้างถนนเชื่อมต่อโครงข่าย


ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3870


ร.ฟ.ท.-สนข.รับลูกรถไฟฟ้าสายสีแดง เร่งทำรายละเอียดเสนอเจ้ากระทรวงคมนาคม และ ครม.อนุมัติประกวดราคาให้ทันภายในเดือนเมษายนปีนี้ เริ่มสร้างแน่ตุลาคม แล้วเสร็จใน 3 ปี คาดดึงคนใช้บริการเพิ่มไม่ต่ำกว่าครึ่งแสนคนต่อวัน ยันไม่มีการเวนคืนและใช้ระบบเดินรถไฟฟ้า เหมือนบีทีเอส เตรียมของบฯเพิ่มสร้างทางคู่ขนานเชื่อมโครงข่ายอื่น

นายนคร จันทศร รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบกรอบการลงทุนโครงการรถไฟสายสีแดงบางซื่อ-ตลิ่งชันแล้ว ล่าสุด ร.ฟ.ท.กำลังเร่งทำรายละเอียดเสนอให้ พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณาก่อนนำเสนอ ครม.อนุมัติประ กวดราคาให้ทันภายในเดือนเมษายนนี้

เมื่อมีการปรับเปลี่ยนระบบ จัดผังการเดินรถและเพิ่มขบวนรถไฟแล้ว คาดว่าคนจะหันมาใช้บริการมากขึ้นประมาณ 54,000 คนต่อวัน หากครบทั้งระบบคาดว่าจะมีผู้โดยสารไม่ต่ำกว่า 200,000 คนต่อวัน

แนวเส้นทางโครงการแรกที่รัฐจะลงทุนนั้นเป็นเส้นทางรถไฟสายใต้ เริ่มที่สถานีบางซื่อ สิ้นสุดที่สถานีตลิ่งชัน รวมระยะทาง 15 ก.ม. ตลอดแนวมี 3 สถานีคือ สถานีบางซ่อน บางบำหรุ และตลิ่งชัน โดยใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี เริ่มตั้งแต่ตุลาคม 2550-มีนาคม 2553

"รูปแบบก่อสร้างจะเป็นทางรถไฟขนาด meter gauge หรือ 1 เมตร เป็นระบบรางคู่ วิ่งสวนไปกลับได้เหมือนกับรถไฟฟ้าบีทีเอส ทำให้การเดินทางรวดเร็วขึ้น ซึ่งระบบรางนี้จะวิ่งได้ทั้งรถไฟดีเซลรางและรถไฟฟ้า"

นายนครกล่าวอีกว่า การที่ใช้รางไฟฟ้าด้วยเนื่องจากในเบื้องต้นหลังจากที่ก่อสร้างเสร็จแล้วในเฟสแรกจะนำรถไฟไทยเครื่องยนต์ดีเซลที่การรถไฟฯใช้วิ่งอยู่ในปัจจุบันนี้มาวิ่งไปก่อน โดยจะมีทั้งรถไฟด่วนพิเศษและรถไฟธรรมดาที่จอดทุกสถานี วิ่งปะปนกันไป เพราะ ครม.อนุมัติงบประมาณสำหรับงานโยธา และโครงสร้างทางวิ่ง งานระบบรถไฟฟ้า ไม่รวมค่าตัวรถไฟฟ้า

ส่วนจะเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าวิ่งได้เมื่อไรนั้น จะเป็นเฟสต่อไป ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาลใน การอนุมัติงบประมาณในการจัดซื้อรถไฟฟ้า ซึ่งวงเงินยังไม่มีการประเมินกันว่าต้องเพิ่มเท่าไร ขึ้นอยู่กับจำนวนขบวนรถไฟฟ้าที่จะนำมาวิ่งด้วย

อย่างไรก็ตาม การรถไฟฯได้มีผลการศึกษาเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองไว้แล้ว ซึ่งจะครอบคลุมทุกภาค อย่างเช่น ภาคเหนือจากรังสิต-ภาชี ภาคใต้จากตลิ่งชัน-นครปฐม ภาคตะวันออกไปถึงฉะเชิงเทรา และภาคใต้ของ กทม.ไปถึงมหาชัยและปากท่อ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะให้การรถไฟฯทำหรือไม่

"ส่วนโครงสร้างของบางซื่อ-ตลิ่งชันจะมีทั้งยกระดับและระดับพื้นดิน โดยยกระดับมีระยะทาง 7.2 กิโลเมตร ตั้งแต่สถานีบางซื่อ-สะพานพระราม 6 ก่อนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนเจ้าพระยาจะสร้างใหม่คู่ขนานไปกับสะพานพระราม 6"

ส่วนระดับเสมอพื้นดินมีระยะทาง 7.8 กิโล เมตร จากช่วงแม่น้ำเจ้าพระยา-ชุมทางสถานีตลิ่งชัน ส่วนรูปแบบสถานีจะก่อสร้างแบบผสมผสานระหว่างรถไฟทางไกลและชานเมือง สถานีจะเป็นแบบเปิดโล่งเหมือนกับของบีทีเอส และทุกสถานีจะมีการทำที่จอดรถหรือปาร์กแอนด์ไรด์ให้กับผู้มาใช้บริการด้วย

"เราต้องของบประมาณเพิ่ม เพราะต้องสร้างถนนเลียบทางรถไฟให้เชื่อมต่อกับโครงข่ายอื่นๆ"

สำหรับอัตราค่าโดยสารจะยังคงอัตราเดิมที่การรถไฟฯจัดเก็บอยู่ในปัจจุบันไปก่อนจนกว่าจะมีการเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าวิ่ง หลังจากนั้นถึงจะมาพิจารณากำหนดราคาค่าโดยสารกันใหม่

ส่วนการเวนคืนที่ดินจะไม่มีการเวนคืน เนื่อง จากโครงการก่อสร้างอยู่แนวเขตทางรถไฟ แต่ การรถไฟฯจะต้องรื้อย้ายชุมชนผู้บุกรุกพื้นที่ของการรถไฟฯ ซึ่งตลอดเส้นทาง 15 กิโลเมตรที่จะต้องรื้อย้ายมีทั้งหมด 15 ชุมชนคือ ชุมชนบ่อฝรั่งพัฒนา ชุมชนโชติวัฒน์ ชุมชนสุขสันต์ ชุมชนสะพานดำ (บางซื่อ) ชุมชนสุดซอยสมถวิล ชุมชนสีน้ำเงิน 3 ชุมชนซอยยิ้มประยูรพัฒนา ชุมชนพระราม 6 ชุมชนริมทางรถไฟ (บางอ้อ) ชุมชนวัดเพลง ชุมชนสะพานดำ (ตลิ่งชัน) ชุมชนริมทางรถไฟชัยพฤกษ์ 1 ชุมชนริมทางรถไฟชัยพฤกษ์ 2 ชุมชนริมทางรถไฟ (บางกรวย) และชุมชนริมทางรถไฟ 2 (บางกรวย) รวมทั้งหมด 2,093 หลัง คาเรือน ซึ่งทางคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีมติเห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2549 ที่ผ่านมา

นายไมตรี ศรีนราวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า สนข.อยู่ระหว่างลีสรายชื่อบริษัทที่ปรึกษามาเสนอราคาจ้างออกแบบรายละเอียดสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 26 กิโลเมตร วงเงิน 100 ล้านบาท ช่วงบางซื่อ-มักกะสัน วงเงิน 150 ล้านบาท สายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ วงเงิน 250 ล้านบาท และช่วงแบริ่ง-สำโรง-สมุทรปราการ วงเงิน 220 ล้านบาท คาดว่าจะได้ตัวบริษัทที่ปรึกษาเร็วๆ นี้เพื่อให้ทันกับกรอบเวลาที่ ครม.อนุมัติ

หน้า 16

.....

เจาะแนวรถไฟฟ้า "บางซื่อ-ตลิ่งชัน" พลิกโฉม"ฝั่งธนฯ-เมืองนนท์"

คอลัมน์ เล็งทำเล

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3870

พลันที่รัฐบาลขิงแก่ภายใต้การนำของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ประกาศอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกว่า จะนำร่องก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน เป็นเส้นทางแรกในเดือนเมษายน 2550 นี้ แม้สาธารณชนบางส่วนไม่ค่อยมั่นใจว่าเมกะโปรเจ็กต์ที่ภาครัฐกำลังผลักดันจะเป็นจริงมากน้อยเพียงใด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแอบเชียร์อยู่ลึกๆ ในใจ เพราะถึงวันนี้รถไฟฟ้าอาจจะเป็นเพียงความหวังเดียวที่จะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรและช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางให้กับคนกรุงเทพฯ

รูปร่างหน้าตาของโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงเป็นอย่างไร แนวเส้นทางตัดผ่านพื้นที่บริเวณไหนบ้าง จะช่วยเอื้อประโยชน์ในการเดินทางอย่างไร รูปแบบการก่อสร้าง วงเงินลงทุน แหล่งเงินกู้ ตลอดจนหน่วยงานไหนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ ล้วนเป็นคำถามที่บางเรื่องอาจยังต้องรอฟังคำตอบที่ชัดเจนอีกครั้ง ขณะที่ข้อมูลหลายส่วนที่ออกมาก็พอทำให้มองเห็นภาพโครงการนี้ได้รางๆ

โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงที่ในอนาคตจะมีการปรับเปลี่ยนเป็นระบบรถไฟฟ้า ปัจจุบันอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) แนวเส้นทางแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ บางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 ก.ม. บางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 26 ก.ม. และบางซื่อ-มักกะสัน-หัวหมาก ระยะทาง 19 ก.ม. รูปแบบโครงการจะก่อสร้างเป็นทางรถไฟยกระดับบนแนวทางรถไฟสายใต้และสายเหนือ 2 ช่วงแรกวงเงินก่อสร้างรวม 53,985 ล้านบาท

สำหรับช่วงแรกที่จะเริ่มดำเนินการก่อนคือช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน แนวเส้นทางจะเป็นทางยกระดับเหนือทางรถไฟสายใต้ เริ่มจากสถานีบางซื่อผ่านจุดจอดบางซ่อน ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณใกล้สะพานพระราม 6 ข้ามถนนจรัญสนิทวงศ์ ไปทางบางกรวย ผ่านสถานีบางบำหรุ ไปสิ้นสุดที่สถานีตลิ่งชัน มีสถานีรวม 3 สถานี ได้แก่ บางซ่อน บางบำหรุ ตลิ่งชัน


ตามแผนจะเปิดประมูลก่อสร้างในเดือนเมษายน 2550 จากนั้นจะลงมือก่อสร้างในเดือนตุลาคม 2550 ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี จะแล้วเสร็จประมาณปี 2553 ช่วงแรกจะใช้เป็นเส้นทางสำหรับเดินรถไฟชานเมือง จากนั้นเมื่อมีความพร้อมด้านการลงทุนก็จะลงทุนเพิ่มโดยจะนำระบบรถไฟฟ้ามาใช้เดินรถเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางในอนาคต

เพื่อให้เห็นสภาพพื้นที่โครงการ แนวเส้นทาง รวมทั้งสภาพของชุมชนตามแนวเส้นทางรถไฟสายสีแดง ที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทีมข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" ได้ลงสำรวจพื้นที่โครงการ โดยออกสตาร์ตจากจุดเริ่มต้นที่สถานีรถไฟบางซื่อ ไปตามแนวเส้นทางรถไฟจนถึงปลายทางคือสถานีตลิ่งชัน จึงขอนำข้อมูลมาถ่ายทอดเผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านที่กำลังติดตามความคืบหน้าของโครงการนี้

เส้นทางรถไฟสายใต้ที่จะใช้เป็นแนวก่อสร้างเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงแรกจาก สถานีบางซื่อถึงสถานีบางซ่อน สภาพพื้นที่นอกจากที่ว่างริมเขตทางรถไฟแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นย่านชุมชน มีอาคารสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก ขณะที่ที่ดินว่างเปล่ามีน้อย แนวเส้นทางจะตัดผ่านถนนประชาชื่น ก่อนถึงจุดจอดบริเวณบางซ่อน ผ่านถนนประชาราษฎร์ 2 และถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี จากนั้นจะข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระ รามที่ 6 อ้อมเข้าบางกรวย ผ่านสถานีบางบำหรุ ต่อไปยังถนนราชพฤกษ์ เข้าถนนสวนผัก ไปทะลุที่สถานีจุดหมายปลายชุมทางสถานีตลิ่งชัน

สภาพพื้นที่โดยรวมช่วงบางกรวย บางบำหรุ จนถึงตลิ่งชัน ตลอดแนวเส้นทางปัจจุบันเป็นสวนสลับเป็นระยะๆ กับชุมชนทั้งใหม่และเก่า มีทั้งโครงการจัดสรร บ้านก่อสร้างเอง คอนโดฯ อพาร์ตเมนต์ อย่างไรก็ตามพื้นที่บางจุดยังเป็นที่ว่าง สวนผลไม้ ซึ่งในอนาคตน่าจะนำมาพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าของที่ดินได้

ที่น่าสังเกตคือพื้นที่บริเวณที่แนวเส้นทางรถไฟตัดผ่าน แม้จะมีชุมชนค่อนข้างหนาแน่น มีผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก แต่ปรากฏว่ามีชาวบ้านเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ใช้บริการรถไฟ สาเหตุหลักมาจากความไม่สะดวกในการเดินทางจากบ้านหรือชุมชนไปยังสถานีรถไฟที่มีอยู่เพียงแค่ไม่กี่สถานี

นอกจากนี้ทั้งสถานีบางบำหรุ สถานีตลิ่งชัน ปัจจุบันมีรถไฟไม่กี่ขบวนเท่านั้นที่แวะจอดรับส่งผู้โดยสาร ขณะเดียวกันความตรงต่อเวลาก็ยังเป็นปัญหา ทำให้การเดินทางโดยทางรถไฟไม่เป็นที่นิยมไปโดยปริยาย

อย่างไรก็ตามหากมีการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายสีแดงเป็นเส้นทางยกระดับเพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัด และทำให้รถไฟสามารถเดินรถได้ตรงเวลา และสามารถประหยัดเวลาในการเดินทางได้มากขึ้น ในอนาคตน่าจะมีผู้หันมาเดินทางโดยทางรถไฟมากขึ้น

แน่นอนว่าจะมีการพัฒนาอีกหลายด้านตามมา อาจพลิกโฉมสภาพพื้นที่ตามแนวเส้นรถไฟและบริเวณใกล้เคียงจากหน้ามือเป็นหลังมือ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณสถานี อย่างสถานีบางบำหรุ ตลิ่งชัน ที่ปัจจุบันยังมีที่วางรอการพัฒนาอยู่บางส่วน ทั้งที่ดินของการรถไฟฯและที่ดินของชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

นอกนั้นจุดอื่นๆ ที่น่าจะมีศักยภาพ อาทิ ย่านบางกรวย ที่ส่วนใหญ่เป็นชุมชน และโครงการหมู่บ้านจัดสรรขนาดเล็กหลายสิบโครงการ กระจัดกระจายตามแนวเส้นทางรถยนต์สายบางกรวย-ไทรน้อย และเส้นทางเชื่อมต่อตามจุดต่างๆ มีพื้นที่ว่างทั้งแปลงเล็กแปลงใหญ่ซึ่งบางแปลงก็อยู่ระหว่างประกาศขาย

ที่น่าสนใจอีกจุดคือบริเวณถนนสวนผัก ที่ปัจจุบันเป็นย่านที่อยู่อาศัยชั้นดี เนื่องจากอยู่ในพื้นที่สีเขียวลายตามผังเมือง กทม.ฉบับใหม่ ถนนสวนผักจึงมีทั้งบ้านของชาวบ้านในพื้นที่ และโครงการบ้านจัดสรรระดับราคาแพง

แม้ว่าโครงการนี้จะมีระยะทางเพียงแค่ 15 กิโลเมตร และมีสถานี 3 สถานี แต่แนวเส้นทางสามารถเชื่อมโยงกับระบบขนส่งระบบอื่นได้อย่างสะดวกสบาย เช่น สถานีบางซื่อสามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้าใต้ดินสายหัวลำโพง-บางซื่อ หรือรถไฟฟ้าบีทีเอสได้ที่สถานีจตุจักร

นอกจากนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ยังมีแผนจะสร้างถนนโลคอลโรด บริเวณด้านข้างเส้นทางรถไฟสายสีแดงควบคู่กันไปด้วย ซึ่งจะทำให้การเข้า-ออกสะดวกสบายมากขึ้น แถมยังเชื่อมกับสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ และถนนสายหลักมากมาย เช่น ถนนราชพฤกษ์ ถนนบรมราชชนนี ถนนบางกอกน้อย-ตลิ่งชัน ถนนสิรินธร ถนนกาญจนาภิเษก เป็นต้น

ในด้านความเคลื่อนไหวของราคาที่ดิน หลังจากที่มีการปรับราคารอบใหม่เมื่อปี 2547 รับกับการตัดถนนใหม่ราชพฤกษ์แล้ว ปัจจุบันยังไม่ค่อยเคลื่อนไหวปรับสูงขึ้นมากนัก เพราะยังไม่มีแรงจูงใจ

"แคล้ว ทองสม" ผู้อำนวยการสำนักประเมินราคาทรัพย์สิน (ปท.) กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ตอนนี้ราคาซื้อขายในย่านนั้น ยังไม่มีการเคลื่อนไหว ราคายังอยู่ที่ 15,000-20,000 บาท/ตารางวา เพราะนโยบายของรัฐบาลยังไม่แน่นอน แต่ถ้ามีการก่อสร้างรถไฟสายสีแดงจริงๆ ราคาที่ดินคงปรับขึ้นอีก ถึงตอนนั้นคงจะต้องเข้าไปประเมินราคาที่ดินใหม่อีกรอบ

"แต่ราคาคงปรับขึ้นไม่มาก เพราะส่วนใหญ่เป็นที่ดินเปล่าขนาดไม่ใหญ่ แค่ 80-100 ตารางวา เวลาขายจะได้ราคาไม่สูง แต่ถ้าเป็นผืนใหญ่จะมีการเปลี่ยนแปลงมาก นอกจากนี้ที่ดินตามแนวเส้นทางรถไฟส่วนใหญ่จะเป็นสวน และที่ดินตาบอด ราคาซื้อขายจึงขึ้นอยู่กับผังเมืองด้วยว่าจะเปิดให้พัฒนาได้มากน้อยแค่ไหน" นายแคล้วกล่าว

....

Quote:
Originally Posted by totomaru View Post
ฟื้นถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ รับรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วง "พระราม 7-พุทธมณฑลสาย 2"

คอลัมน์ เวนคืนอัพเดต



ถ้าหากรัฐบาลไม่จุดพลุโครงการก่อสร้างรถไฟ สายสีแดง ช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน หลายคนอาจจะลืมโครงการก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ไปแล้ว

ตามแผนที่วางไว้โครงการนี้ถือเป็นถนนตัดใหม่ จากมติที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก ( คจร. ) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2540 สมัยที่ "สมัคร สุนทรเวช" นั่งอยู่ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และเป็นประธานในที่ประชุม คจร. ซึ่งที่ประชุมได้มีมติอนุมัติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการโครงการเร่งรัดการแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

และมอบหมายให้กรุงเทพมหานคร ( กทม. ) รับผิดชอบโครงการก่อสร้างถนนเลียนทางรถไฟสายใต้ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นถนนจรัญสนิทวงศ์ บริเวณสะพานราม 7 ไปบรรจบถนนธรรมสพน์ บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 2 ระยะทาง 17.8 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 727 ล้านบาท โดยให้กรมทหารช่าง กองทัพบก ทำการก่อสร้างถนนตลอดแนวเส้นทาง

แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ

ช่วงที่ 1 จากถนนจรัญสนิทวงศ์ บริเวณสะพานพระราม 7 ถึงถนนสวนผัก ระยะทาง 9.6 กิโลเมตร
ช่วงที่ 2 จากถนนสวนผักถึงถนนพุทธมณฑลสาย 2 ระยะทาง 4 กิโลเมตร
ช่วงที่ 3 จากถนนจรัญสนิทวงศ์ บริเวณบางขุนนนท์ เชื่อมกับช่วงที่ 1 บริเวณสถานีรถไฟชุมทางตลิ่งชัน ระยะทาง 4 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติปรากฏว่ามีการก่อสร้างโครงการเฉพาะช่วงที่ 3 จากถนนจรัญสนิทวงศ์ บริเวณบางขุนนนท์ ตัดผ่านถนนฉิมพลี ถนนบรมราชชนนี และบริเวณทางกลับรถใต้สะพานข้ามทางรถไฟ ใกล้ชุมทางตลิ่งชัน ระยะทาง 4 กิโลเมตรเท่านั้น งบฯก่อสร้าง เบ็ดเสร็จ 200 ล้านบาท

ส่วนเส้นทางที่เหลือถูกชะลอโครงการไว้ เนื่องจากต่อมาสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ( สนข. ) มีนโยบายให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ( กทพ. ) ก่อสร้างระบบทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก หรือที่เรียกกันติดปากว่าทางด่วนพระราม 6

ทั้งๆ ที่ กทม.ได้ออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินครอบคลุมพื้นที่ทั้งโครงการไปแล้ว เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2547 และมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 2 เมษายน 2551 โดยแนวเวนคืนมีความกว้างประมาณ 100-200 เมตร ตามแนวเขตทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย ( ร.ฟ.ท. ) ที่ปัจจุบันมีผู้บุกรุกเข้าไปอยู่อาศัยจำนวนมาก ซึ่งจะต้องรื้อย้ายใหญ่เมื่อจะลงมือก่อสร้าง

ปัจจุบันเวลาล่วงเลยมา 2 ปีเศษแล้ว งานก่อสร้างโครงการนี้คืบหน้าเพียงแค่ 50% เพราะบางช่วงไม่สามารถทำการก่อสร้างได้ เนื่องจากประสบปัญหาการเวนคืนที่ดิน กทม.ยังไม่สามารถเวนคืนได้ทั้งหมด โดยเฉพาะบริเวณเครือข่ายสลัมรถไฟ 4 ภาค ทำให้ทหารช่างซึ่งรับหน้าเสื่อก่อสร้างเข้าพื้นที่ไม่ได้ และยังคาราคาซังจนถึงขณะนี้ ไม่ต่างไปจากโครงการก่อสร้างรถไฟแอร์พอร์ต เรลลิงก์เท่าใดนัก

"ยังไม่รู้ว่าจะสร้างโครงการนี้แล้วเสร็จเมื่อไหร่ เพราะมีบางช่วงเวนคืนที่ดินไม่ได้ ทำให้โครงการล่าช้าจากแผนงานมาก ตอนแรกเข้าใจว่าการรถไฟฯ ให้ที่ดินมาก่อสร้าง น่าจะดำเนินการได้รวดเร็ว ไม่คิดว่าจะมีปัญหามาก แต่เรากำลังเร่งมืออยู่" แหล่งข่าวจาก กทม.กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ"

เมื่อรัฐบาลจะสร้างเส้นทางรถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กิโลเมตร จะทำให้ถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ส่วนที่ถูกชะลอไว้อาจต้องนำกลับเข้ามาบรรจุในแผนก่อสร้างอีกครั้ง

เนื่องจากการก่อสร้างรถไฟสายสีแดง สภาพพื้นที่ของสถานีแต่ละจุดยังไม่สามารถเชื่อมโยงกับโครงข่ายอื่นๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งทางเข้าและออก การรถไฟจึงต้องก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟคู่ขนานไปกับเส้นทางรถไฟด้วย

เป้าหมายเพื่อเปิดทางเข้า - ออก ให้ประชาชนสัญจรไปมาได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีผู้มาใช้บริการรถไฟมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังสามารถใช้เส้นทางนี้เชื่อมโยงกับถนนสายหลักที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้ง่ายขึ้น

ตามแผนงาน การรถไฟฯจะใช้งบฯก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟสายใต้อีก 2 ช่วงที่เหลือ วงเงิน 2,108 ล้านบาท แต่อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะให้ กทม.เป็นผู้ก่อสร้างหรือการรถไฟฯจะก่อสร้างเอง

หน้า 15

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน
วันที่ : 15 กุมภาพันธ์ 2550
.....

รฟท.ไม่แน่ใจรถไฟฟ้าสีแดงทันกำหนด รอรมว.คลังใหม่ตัดสินเงินทุน


คมชัดลึก 2 March 2007 13:09 น.


นายศิวะ แสงมณี ประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่แน่ใจว่าการก่อสร้างรถไฟฟ้า สายสีแดงจะล่าช้าออกไปหรือไม่ ซึ่งคงต้องขึ้นกับรมว.คลังคนใหม่ว่าจะมีแนวทางการหาเงินทุนมาใช้ในการก่อสร้างอย่างไร จากเดิมที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังจะระดมทุนในประเทศมาใช้ไปก่อนในช่วงเริ่มต้น

"ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะยังประมูลได้เหมือนเดิมหรือเปล่า เพระเราต้องรอให้แน่ใจเรื่องแนวทางการหาเงินมาใช้ในโครงการก่อน ซึ่งก็ต้องรอ รมว.คลังคนใหม่ ไม่รู้ว่าจะใช้แนวทางเหมือนเดิมหรือไม่"นายศิวะ กล่าวกับ"อินโฟเควสท์"

ทั้งนี้ รฟท.ได้ทำกำหนดเปิดขายซองประมูลรถไฟฟ้า สายสีแดง(บางซื่อ-ตลิ่งชัน) ราว เม.ย.-พ.ค.นี้ และคาดว่าจะได้ผู้รับเหมาประมาณเดือนส.ค. แต่หากรมว.คลังคนใหม่เปลี่ยนแปลงแนวทางการใช้เงิน หรือ รอเงินกู้จากธนาคารเพื่อความร่วมมือแห่งประเทศญี่ปุ่น (เจบิค) กำหนดการดังกล่าวก็คงต้องล่าช้าออกไป

ขณะเดียวกัน เห็นว่า รฟท.ควรจะเปิดประมูลในเส้นทางรังสิต-บางซื่อระยะทาง 22 กม.ไปพร้อมกับเส้นทางบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 14.9 กม.ไปทีเดียวเนื่องจากเป็นสายสีแดงเหมือนกัน และได้ออกแบบทำเรียบร้อยแล้ว

.....

คมนาคมชงแผนลงทุนรถไฟฟ้าสีแดงเข้า ครม.ปลายเดือนนี้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 มีนาคม 2550 19:13 น.


“ธีระ ห้าวเจริญ” เตรียมนำแผนการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงเส้นแรก (ตลิ่งชัน-บางซื่อ) เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ปลาย มี.ค.นี้ ส่วนโครงการในเฟสที่ 2 (บางซื่อ-รังสิต) จะมีการปรับแบบเพิ่มสถานีอีก 5 แห่ง เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ในเส้นทางได้ประโยชน์มากขึ้น


พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า 5 เส้นทาง ว่า สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสีแดงเส้นแรก ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ซึ่งขณะนี้มีแบบก่อสร้างสมบูรณ์แล้ว ดังนั้น กระทรวงคมนาคม เตรียมจะนำโครงการ เข้าขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในปลายเดือนมีนาคมนี้ ก่อนจะมีการประกาศขายแบบก่อสร้างภายในเดือนเมษายนนี้

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงในเฟสต่อไป คือ ช่วงรังสิต-บางซื่อ นั้น ขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้แจ้งให้ทราบว่า จะมีการปรับแบบเส้นทางอีกเล็กน้อย เพื่อเพิ่มสถานีอีก 5 แห่ง ซึ่งจะทำให้ประชาชนที่อยู่ในเส้นทางได้ประโยชน์มากขึ้น

ทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้า ช่วงรังสิต-บางซื่อ ตามแผนการก่อสร้างเดิม จะประกอบไปด้วยสถานี รังสิต ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน บางซื่อ และการแก้ไขแบบจะมีการเพิ่มสถานี หลักหก การเคหะ ทุ่งสองห้อง วัดเสมียนนารี และสถานีหมอชิต โดย สนข.มั่นใจว่า การปรับเพิ่มสถานีจะไม่ทำให้ต้นทุนก่อสร้างสูงขึ้นมากนัก
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 31st, 2009, 11:50 AM   #6
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,615
Likes (Received): 1567

Quote:
Originally Posted by Wisarut View Post
รฟท.คาดเลื่อนประมูลรถไฟสายสีแดงล่าช้าออกไป
Nation Hot News12:46 น.

การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)คาดว่า จะเลื่อนการเปิดประมูลโครงการรถไฟสายสีแดง(รถไฟชานเมือง)เส้นทางแรกบางซื่อ-ตลิ่งชันออกไป จากเดิมที่มีแผนจะเปิดประมูลในเดือนเม.ย.นี้ หลังต้องมีการปรับวิธีคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษา

ขณะที่คาดว่า การเปิดประมูลรถไฟสายสีแดงในปีนี้จะทำได้ 2 เส้นทาง จากเดิมที่จะเปิดประมูล 3 เส้นทาง

"การประกวดราคาสายสีแดงบางซื่อ-ตลิ่งชันอาจต้องล่าช้าออกไป เพราะการประกวดราคาต้องจ้างบริษัทที่ปรึกษาใหม่ เดิมที่จะจ้างที่ปรึกษาด้วยวิธีตกลง แต่บอร์ด(รฟท.)ต้องการให้เปลี่ยนเป็นวิธีคัดเลือก" แหล่งข่าว รฟท.กล่าวกับ"รอยเตอร์"

เขากล่าวว่า การเปลี่ยนวิธีการจ้างที่ปรึกษามาเป็นแบบคัดเลือก ต้องใช้เวลาอีก 3 เดือนกว่าจะเลือกเสร็จ และเมื่อได้ที่ปรึกษาแล้ว ก็ต้องใช้เวลาในการทำงานอีก1 เดือน รวมแล้วต้องใช้เวลาถึง 4 เดือน จึงอาจส่งผลทำให้การเปิดประมูลต้องเลื่อนออกไป

ทั้งนี้ การที่บอร์ดรฟท.เปลี่ยนวิธีเลือกบริษัทที่ปรึกษา จะทำให้มีบริษัทที่ปรึกษาเสนอตัวเข้ารับการคัดเลือกราว 5-6 ราย ซึ่งจะทำให้เกิดความโปร่งใส โดยจะมีการเสนอเรื่องการเปลี่ยนวิธีเลือกที่ปรึกษาเข้าที่ประชุมบอร์ดรฟท.ในวันที่ 22 มี.ค.นี้

เขาเชื่อว่า การเปิดประมูลโครงการรถไฟสายสีแดงจะทำได้ในปีนี้ 2 เส้นทางคือ
เส้นทางบางซื่อ-ตลิ่งชัน และ
เส้นทางบางซื่อ-รังสิต

ส่วนอีก 1 เส้นทางคือ บางซื่อ-มักกะสัน-หัวหมาก น่าจะเปิดประมูลได้ในปีหน้า
....

Quote:
Originally Posted by Wisarut View Post
ขุนคลังรื้องบขาดดุลปี51เลื่อนประมูลรถไฟสีแดง

โดย ผู้จัดการรายวัน 13 มีนาคม 2550 11:43 น.


ผู้จัดการรายวัน - “ฉลองภพ” เคลียร์ "ธีระ” ปัญหาคาใจรถไฟฟ้า 2 สาย 5 สาย อ้างเข้าใจตรงกันแล้ว คงมติ ครม.สร้าง 5 เส้นทาง แต่เปิดประมูลและก่อสร้างในรัฐบาลขิงแก่ 2 สาย รมช.คมนาคมเผยรถไฟฟ้าสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชันต้องเลื่อนประมูลออกไปอีก 2 เดือนจากแผนกำหนด เม.ย.นี้ เพื่อความโปร่งใส ขุนคลังเผยงบขาดดุล 1.2 แสนล้านในปีงบ 51 ต้องทบทวนใหม่ตามภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่นายกฯ ลงนามแต่งตั้งบอร์ดขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้ว

นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังจากเข้าหารือร่วมกับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีและทีมเศรษฐกิจที่บ้านพิษณุโลกวานนี้ (12 มี.ค.) ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับ พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับโครงการลงทุนระบบขนส่งมวลชนระบบรางหรือรถไฟฟ้า โดยมีความเข้าใจตรงกันแล้วว่ากระทรวงการคลังจะยังคงให้มีการก่อสร้างตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 5 เส้นทางเช่นเดิม แต่เมื่อพิจารณาจากอายุของรัฐบาลชุดนี้ซึ่งเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจและมีอายุการทำงานเหลืออยู่เพียง 7 เดือนเท่านั้นจึงเห็นว่าการก่อสร้างใน 1-2 เส้นทางในอายุของรัฐบาลที่เหลือจึงเป็นวิสัยที่รัฐบาลน่าจะทำได้ในระยะเวลาอันเหมาะสม โดยน่าจะเสร็จสิ้นในขั้นตอนการประมูลและเริ่มต้นก่อสร้างได้ภายในปีนี้และกระทรวงการคลังพร้อมสนับสนุนการจัดหาแหล่งเงินทุนอย่างเต็มที่

"ผมมีโอกาสคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคมนาคม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อทำความเข้าใจตรงกันในสิ่งที่ผมพูดที่หมายความว่า แผนลงทุนรถไฟฟ้า 5 สายยังมีอยู่เหมือนเดิมตามที่ครม.มีมติก่อนหน้านี้ แต่ปีนี้เราจะทำได้มากน้อยแค่ไหนผมเห็นว่าจะทำได้ จนถึงขั้นประประมูลมีแค่ 2 สาย ผมก็ยินดีช่วยเต็มที่ และกระทรวงคมนาคมก็เห็นข้อจำกัดในการจะเร่งดำเนินการโดยเร็ว" นายฉลองภพกล่าวและยอมรับว่า ขณะที่ความเชื่อมั่นของนักธุรกิจยังมีปัญหา เนื่องจากที่ผ่านมานักธุรกิจช็อคกับปัญหาเศรษฐกิจ ดังนั้นเรื่องนี้ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลต้องหารือร่วมกับเพื่อแก้ปัญหาต่อไป

เลื่อนประมูลสีแดงบางซื่อ-ตลิ่งชัน

นายสรรเสริญ วงศ์ชอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้มีการทำความเข้าใจและเห็นตรงกันแล้ว ส่วนการหาแหล่งเงินกู้ นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้เดินทางไปเจรจากับทางเจบิกและบางส่วนที่ใช้เงินงบประมาณจะต้องมีการออกพันธบัตร โดยกระทรวงการคลังจะต้องเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางการเงินและความพร้อมของแต่ละโครงการเป็นสำคัญ

นายสรรเสริญกล่าวว่า ได้รับรายงานจากคณะกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ว่า การดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ซึ่งตามแผนเดิมกำหนดจะมีการเปิดประมูลภายในเดือน เม.ย.นี้ คาดว่าจะต้องเลื่อนออกไปอีก 2 เดือน เนื่องจากทางร.ฟ.ท.จะมีการเปิดประมูลว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเข้าประเมินราคาการลงทุนและจัดทำร่างประกาศเชิญชวนเอกชนซึ่งจะทำให้กระบวนการดำเนินโครงการนี้มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ปัญหาเกิดจากความเห็นส่วนตัวของนายฉลองภพที่เป็นห่วงและกังวลเรื่องผลกระทบต่อภาพรวมทางด้านฐานะการเงินและเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น

พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยอมรับว่า แผนการดำเนินโครงการรถไฟฟ้านั้นขึ้นจะขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงินการคลังหรือเงินกู้ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ดำเนินการหาให้กระทรวงคมนาคมหากจำเป็นจะต้องมีการปรับลดเส้นทางลดก็ไม่ขัดข้องพร้อมที่จะดำเนินการแต่ก็น่าเสียดายเพราะเป็นโครงการที่เป็นความคาดหวังของประชาชนและจะทำให้ศักยภาพในการใช้รถไฟฟ้าได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร

คลังเตรียมรื้องบขาดดุลปี 51

นายฉลองภพกล่าวว่า นอกจากนี้กระทรวงการคลังยังได้เตรียมทบทวนการจัดทำร่างพระราชบัญญั (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2551 จากเดิมกำหนดกรอบงบประมาณรายจ่ายไว้ที่ 1.635 ล้านล้านบาท ประมาณการรายได้ที่ 1.515 ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณขาดดุล 120,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้ต้องประเมินตัวเลขใหม่อีกครั้ง

นอกจากนี้อัตราเงินเฟ้อได้ปรับลดลงจนส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ดังนั้นการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุล ยังสามารถดำเนินการได้ ภายใต้จังหวะเวลาที่เหมาะสมและไม่กระทบเสถียรภาพทางการคลัง

"เรามีการตั้งงบขาดดุลไว้ที่ 1.2 แสนล้านบาท แต่จะเพียงพอหรือไม่ต้องขอพิจารณาอีกครั้ง เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะฉะนั้นตัวเลขที่เราทำมาต้องมีการทบทวนและต้องเข้าใจว่าปีนี้ เงินเฟ้อลดลงเยอะ และทำให้รายได้ภาษีลดลง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ผิดปกติ การขาดดุลสามารถทำได้ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม หากไม่มีผลกระทบต่อเสถียรภาพการคลังมากนัก ส่วนตอนนี้เหมาะสมหรือไม่คงต้องไปพิจารณาดูตัวเลขให้ชัดก่อน" นายฉลองภพกล่าว

รมว.คลังกล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลง แม้ส่งผลให้การจัดเก็บภาษีลดลงด้วย แต่เป็นผลดีที่ทำให้รัฐบาลใช้นโยบายการเงินกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้น รวมถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่ไม่มีแรงกดดันด้านราคาน้ำมันเหมือนที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลมีช่องทางกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้นเช่นกัน แต่ในขณะนี้ คงไม่สามารถพูดอะไรได้มาก
....

รถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ-ตลิ่งชัน'ตกราง' เลื่อนคิวประมูลอ้างเหตุไม่โปร่งใส

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2200 15 มี.ค. - 17 มี.ค. 2550


"ศิวะ" ประกาศล้มจ้างที่ปรึกษาคัดเลือกผู้รับเหมาสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน อ้างเหตุใช้วิธีพิเศษไม่โปร่งใส ต้องอีออคชั่นเท่านั้น สั่งการรถไฟฯ เร่งทำแผนใหม่ด่วน พร้อมรับกระทบการประมูลก่อสร้าง ต้องเลื่อนจากเม.ย.50 ไปอีก 3-4 เดือน ขณะที่ "สรรเสริญ" ยันเปลี่ยนแผนกระทบงานช้า แต่ดีกว่าเดิมก็สมควรแก่เหตุแล้ว

นายศิวะ แสงมณี ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้บอร์ดการรถไฟฯ ได้มีคำสั่งมติให้การรถไฟฯ ยกเลิกการดำเนินการคัดเลือกที่ปรึกษา เพื่อดำเนินการคัดเลือกผู้รับจ้างก่อสร้างในโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กิโลเมตร มูลค่ารวม 12,000 ล้านบาทแล้ว โดยบอร์ดได้มีมติให้การรถไฟฯ ปรับเปลี่ยนวิธีการคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษา จากเดิมที่ใช้วิธีการพิเศษ มาใช้วิธีการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีออคชั่นแทน


โดยประธานบอร์ดการรถไฟฯ กล่าวยอมรับว่า การปรับเปลี่ยนวิธีการคักเลือกบริษัทที่ปรึกษานี้ฯ จะส่งผลให้การดำเนินโครงการมีความล่าช้าออกไปอีกประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ไม่สามารถประกาศประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้างได้ทันภายในเดือน เม.ย.50 ตามแผนงานเดิมที่วางไว้อย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส และเป็นธรรม ตามแนวนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องเลื่อนออกไป


ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่งจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวถึงสาเหตุที่มีการปรับเปลี่ยนวิธีการคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาว่า เป็นผลจากการที่ พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มาตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานของการรถไฟฯ เมื่อวันที่ 7 มี.ค.50 ที่ผ่านมา พร้อมกับได้มีการกล่าวถึงการดำเนินการคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาฯ ที่ใช้วิธีการพิเศษว่าไม่เหมาะสม ควรหลีกเลี่ยง เพื่อไม่ให้ถูกครหาในแง่ความไม่โปร่งใส


ทั้งนี้ เดิมนั้น การรถไฟฯ ได้เรียกบริษัท ทีมคอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ที่ทำการออกแบบรายละเอียดของรถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ-ตลิ่งชัน มาตกลงราคา เพื่อให้มาดำเนินการในการเตรียมการประกาศประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้าง ภายใต้กรอบวงเงินว่าจ้างประมาณ 6 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่าเป็นผู้ที่ทำการออกแบบอยู่เดิม หากให้มาเตรียมข้อมูลในการจ้างผู้รับเหมาก่อสร้าง น่าจะเข้าใจรายละเอียด และสามารถกำหนดกรอบในการทำงานได้เป็นอย่างดี และเห็นว่าไม่ทำให้เสียเวลาด้วย


ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งที่การรถไฟฯ เลือกใช้วิธีจ้างที่ปรึกษาฯ แบบพิเศษ ก็เพราะดำเนินการตามนโยบายของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งมีการเร่งรัดให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สามารถประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้างได้ทันภายในปี 50 นี้ แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวอธิบาย


ขณะที่ นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้รับรายงานจากบอร์ดร.ฟ.ท.แล้วว่าจะทำการปรับเปลี่ยนวิธีการคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจการตัดสินใจของบอร์ด ที่หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเหมาะสมก็ดำเนินการได้ อีกทั้งก็เป็นไปตามนโยบายที่มอบหมายไปว่าต้องการให้หลีกเลี่ยงวิธีการคัดเลือกด้วยวิธีพิเศษ เนื่องจากเห็นว่าไม่เหมาะสม ซึ่งแม้จะทำโครงการจะล่าช้าออกไปบ้าง แต่หากช้าแล้วเกิดความเหมาะสมช้าแล้วเกิดความโปร่งใส เป็นธรรม และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศแล้ว ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 31st, 2009, 11:53 AM   #7
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,615
Likes (Received): 1567

รฟท.ติดเครื่องสร้างสายสีแดง เล็งชงครม.ขออนุมัติพ.ค.นี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2215 06 พ.ค. - 09 พ.ค. 2550


บอร์ดการรถไฟฯ ไฟเขียวจ้างที่ปรึกษาประมูลสายสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน ค่า 1.3 หมื่นล้าน ด้วยวิธีพิเศษ ด้าน "สรรเสริญ" สั่งเร่งมือชงเรื่องเข้าครม.ขออนุมัติก่อสร้างให้ได้ภายในเดือนนี้ ก่อนประมูลจริง ส.ค.50 พร้อมชงครม.จี้สนข.เร่งแผนโครงการสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต คู่ขนาน หวั่นเส้นทางขาดตอนประชาชนไม่สะดวกใช้ ขณะที่ "แอร์พอร์ตลิงค์" ได้ข้อสรุปขยายเวลา 398 วัน เตรียมตั้งกรรมการต่อรองเวลา-เงินชัดอีกรอบ


นายบัญชา คงนคร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ ในฐานะรักษาการ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าจากการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) เมื่อวันที่ 27 เม.ย.50 ที่ผ่านมา บอร์ดได้มีมติเห็นชอบให้การรถไฟฯ ดำเนินการคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษา เพื่อดำเนินการคัดเลือกผู้รับจ้างก่อสร้างในโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กิโลเมตร มูลค่ารวม 13,000 ล้านบาทด้วยวิธีพิเศษแล้ว โดยหลังจากนี้จะเร่งเซ็นสัญญากับบริษัท ทีมคอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ที่ทำการออกแบบรายละเอียดของรถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ-ตลิ่งชัน มาดำเนินการในการเตรียมการประกาศประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้าง ภายใต้กรอบวงเงินว่าจ้างประมาณ 6 ล้านบาท ทั้งนี้เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการประกวดราคาได้ทันตามกำหนดเวลาที่นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์รองนายกรัฐมนตรีกำหนดไว้ในช่วงเดือน ส.ค.50 นี้อย่างแน่นอน


ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่งจากการรถไฟฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเร่งจัดทำรายละเอียดของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ทั้งด้านแผนการประกวดราคา แผนการก่อสร้าง และแผนการเงิน เพื่อเตรียมเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งจะเร่งทำให้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค.50 นี้ ตามที่นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้นโยบายเร่งรัดลงมาด้วย สำหรับการก่อสร้างนั้นจะมีเพียง 1 สัญญาเท่านั้น โดยเนื้องานที่ผู้รับจ้างก่อสร้างจะต้องทำนั้นประกอบด้วยการก่อสร้างโครงสร้างทางวิ่ง การวางราง และการก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟ (Local Road) โดยจะเร่งเสนอเข้าครม.ให้ได้ภายในเดือน พ.ค.50 นี้ แหล่งข่าวกล่าว


อย่างไรก็ดี นอกจากจะขออนุมัติดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน แล้ว จะเสนอขอให้ครม. พิจารณาเร่งรัดแผนดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ที่ขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กำลังเตรียมการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กำลังเตรียมการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษามาทำการปรับปรุงแบบ ให้เร็วขึ้นด้วย


ทั้งนี้เป็นเพราะว่าปลายทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ-ตลิ่งชัน จะมีส่วนที่ต้องต่อเชื่อมกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ในบริเวณใกล้ๆ กับสถานีบางซื่อ ดังนั้นหากแผนการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ช้าออกไปมาก เมื่อสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ก่อสร้างเสร็จก่อน จะทำยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้อย่างสมบูรณ์เนื่องจากจะทำให้มีจุดห่างจากสถานีบางซื่ออยู่ประมาณ 500 เมตร ทำให้การเดินทางไม่สะดวก จึงต้องการให้ครม.เร่งรัดแผนงานอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ทั้ง 2 โครงการก่อสร้างได้ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน แหล่งข่าวกล่าว


นอกจากนั้นแล้ว แหล่งข่าวรายเดิมยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาการขยายเวลาการก่อสร้าง โครงการระบบขนส่งทางรถไฟ เชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง (Suvarnabhumi Airport Rail Link And City Air Terminal Project) หรือแอร์พอร์ตลิงค์ ว่าขณะนี้บริษัทที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง ได้สรุปแล้วว่าจะขยายเวลาให้แก่ผู้รับจ้างก่อสร้าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 398วัน จากที่ผู้รับจ้างก่อสร้างเสนอขอมากว่า 500 วัน ซึ่งเป็นผลจากการที่รฟท.ส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างได้ช้ากว่ากำหนด โดยในระหว่างนี้ การรถไฟฯ และผู้รับจ้างก่อสร้างอยู่ระหว่างการเจรจาเพือรับฟังเหตุผลของทั้งฝ่ายผู้จ้างและฝ่ายผู้รับจ้าง เพื่อตกลงจำนวนวันกันให้ชัดเจนเป็นที่พอใจกันทั้ง 2 ฝ่ายอีกครั้ง


สำหรับขั้นตอนจากนี้ไป การรถไฟฯ จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด โดยจะเชิญตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงการคลัง สำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงคมนาคม เพื่อร่วมกันพิจารณาการขยายเวลาการก่อสร้าง รวมถึงเรื่องของเงินค่าก่อสร้างที่จะต้องใช้ระหว่างการก่อสร้างที่ขยายเพิ่มขึ้นด้วย ว่าทางผู้รับจ้างจะเป็นผู้รับหน้าที่เจรจากับแหล่งเงินกู้รายเดิมเพื่อขอขยายวงเงินกู้ได้หรือไม่ หรือจะต้องเป็นการรถไฟฯ ไปเจรจา หรืออาจจะต้องให้มีคนกลางมาเจรจา ซึ่งจะเร่งพิจารณาหาข้อสรุปให้ได้โดยเร็ว

....

ร.ฟ.ท.มั่นใจรถไฟฟ้าสีแดงช่วงแรกลงนาม ก.ย.นี้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 พฤษภาคม 2550 18:23 น.


ร.ฟ.ท.เตรียมดันโครงการรถไฟฟ้าสีแดง 2 ช่วงแรก (บางซื่อ-ตลิ่งชัน และรังสิต-บางซื่อ) ชงกระทรวงคมนาคม เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติพร้อมกันรวดเดียว มูลค่ากว่า 18,000 ล้านบาท มั่นใจเร่งรัดช่วงแรก บางซื่อ-ตลิ่งชัน ลงนามผู้รับเหมาก่อสร้างเดือนกันยายนนี้

วันนี้ (7 พ.ค.) นายบัญชา คงนคร รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า สำหรับการเร่งรัดก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสีแดง ตามนโยบายของรัฐบาลนั้น ร.ฟ.ท.ได้มีความเห็นเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา นำเข้าขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ทั้ง 2 ช่วง คือ ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ส่วนต่อขยายทางทิศเหนือช่วงรังสิต-บางซื่อ พร้อมกันในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ โดยมูลค่าโครงการเส้นแรกในส่วนของงานโยธา ช่วงตลิ่งชัน-บางซื่อ อยู่ที่ 13,000 ล้านบาท และช่วงรังสิต-บางซื่อ อีกประมาณ 5,000 ล้านบาท

โดยหลังจาก ครม.อนุมัติ ร.ฟ.ท.จะมีการเตรียมเอกสารประกวดราคาทันที โดยช่วงแรกตลิ่งชัน-บางซื่อ ที่มีความพร้อมมากที่สุด จะมีการขายซองประกวดราคาในเดือนมิถุนายนนี้ และ ร.ฟ.ท.มั่นใจว่า จะสามารถลงนามกับผู้รับเหมา เริ่มก่อสร้างโครงการได้ในเดือนกันยายนนี้ ขณะที่โครงการช่วงรังสิต-บางซื่อ กระบวนการขายซองและประกวดราคาก็จะเริ่มตามมา

สำหรับรายละเอียดของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน จะเป็นโครงการรถไฟฟ้ายกระดับ โดย ร.ฟ.ท.จะไม่มีการก่อสร้างสถานีเพิ่ม แต่จะใช้สถานีรถไฟเดิมที่อยู่แนวเขตเดินรถไฟให้บริการผู้โดยสาร ขณะที่โครงการช่วงรังสิต-บางซื่อ จะมีการก่อสร้างสถานีเพิ่มเติม โดยจะมีการก่อสร้างปรับสถานีบางซื่อ เป็นสถานีปลายทางขนาดใหญ่ เนื่องจากเป็นสถานีที่สามารถบรรจบกับโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินในปัจจุบันได้ โดยสถานีบางซื่อจะเป็นสถานีปลายทางที่ใหญ่กว่าสถานีหัวลำโพง 2 เท่า

ทั้งนี้ โครงการรถไฟสายสีแดงแรก สามารถเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาได้เร็ว เนื่องจากไม่ต้องผ่านกระบวนการ พ.ร.บ.ร่วมการงานระหว่างภาครัฐและเอกชน พ.ศ.2535 เนื่องจาก ร.ฟ.ท.จะดำเนินการเดินรถเอง รวมทั้งไม่ติดในเรื่องของการเวนคืนที่ดินด้วย

..

คมนาคมเตรียมชงครม.สร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง

Bangkokbiznews 9 พฤษภาคม 2550 เวลา 16:58:08

นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเดินหน้าก่อสร้างรถไฟฟ้า ซึ่งได้วางกรอบเบื้องต้น ในส่วนรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ที่มีความพร้อมมากที่สุด จะเสนอ ครม.พิจารณา วันที่ 22 พฤษภาคมนี้ ระยะทาง 14 กิโลเมตร เงินลงทุน 13,000 ล้านบาท ด้วยการกู้เงินภายในประเทศ 11,000 ล้านบาท และอีก 2,000 ล้านบาท เงินงบประมาณของรัฐบาล โดยกระทรวงการคลังจะค้ำประกันเงินกู้ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ระยะเวลา 4 ปี

สำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ซึ่ง รฟท. เป็นผู้ดูแล จะสามารถเสนอ ครม.พิจารณาในเดือนกรกฎาคมและทำการประกวดราคาในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ สายสีเขียว ซึ่ง กทม. เป็นผู้รับผิดชอบก่อสร้างช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ จะเสนอ ครม.ภายในเดือนมิถุนายนนี้ สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต กำลังปรับแบบก่อสร้างเพิ่มเติม เมื่อแล้วเสร็จจะเร่งเสนอ ครม. ด้วยเช่นกัน ส่วนสีน้ำเงินจะเข้า ครม.ในช่วงเดือนกรกฎาคม หรือสิงหาคม 2550

..

แบงก์ออมสินขอร่วมลงให้กู้รถไฟฟ้าสายสีแดง

Dailynews 11 May 2007

นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส เปิดเผยว่า ธนาคารออมสิน อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียด เพื่อเข้าร่วมประมูลพันธบัตรของรัฐบาลที่เตรียมระดมเงินทุนอีก 13,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในโครงการรถไฟฟ้าสีแดง ระยะแรก (บางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กม.) ซึ่งกระทรวงการคลังได้วางแผนให้เงินกู้ในประเทศ ประมาณ 13,000 ล้านบาท โดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็น ผู้กู้โดยการออกพันธบัตรโดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่าการเข้าไปลงทุนในตลาดตราสารหนี้โดยเฉพาะพันธบัตรของ รัฐบาลไม่มีความเสี่ยงแน่นอน เพราะสภาพคล่องของธนาคารออมสินยังมีเพียงพอที่จะเข้าร่วมประมูลได้ และธนาคารออมสินจะเข้าร่วมประมูล พันธบัตรในโครงการขนาดใหญ่ทุกโครงการที่มีศักยภาพ ซึ่งในปี 50 ได้วาง แผนลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลประมาณ 20,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ธนาคารออมสินยังยืนยันที่จะตั้งสำรองสินเชื่อตามเกณฑ์มาตรฐานบัญชีใหม่ ฉบับที่ 39 (ไอเอเอส 39) ตามเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดไว้คือสำรองให้ครบ 100% ภายในสิ้น ปี 50 นี้ เพราะเชื่อว่ายังมีความสามารถที่จะตั้งสำรองได้ ซึ่งในปี 49 ธนาคารออมสินได้ตั้งสำรองหนี้เสียไปแล้วจำนวน 4,000 ล้านบาท และใน ปี 50 นี้มีภาระต้องกันสำรองประมาณ 2,400 ล้านบาท.

....

Quote:
Originally Posted by Wisarut View Post
ชงครม.สายสีแดงเป็นรถไฟลอยฟ้า

จ้างบ.ผู้รับเหมาสร้างทางยกระดับ ร.ฟ.ท.นำรถไฟเครื่องดีเซลมาวิ่งเอง
มติชน วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10656


เปิดแผนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ขออนุมัติ ครม.22 พ.ค.นี้ จ้างบริษัทรับเหมาสร้างส่วนงานโยธาเฉพาะทางยกระดับ แต่ให้ ร.ฟ.ท.นำรถเครื่องดีเซลมาวิ่งให้บริการช่วงแรก ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นระบบไฟฟ้าในอนาคต เหตุเงินลงทุนสูง ไม่คุ้มทุน จึงให้เป็นเรื่องของรัฐบาล ต้องการแก้ปัญหาด้านจราจร

นายประณต สุริยะ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ จะเป็นโครงการที่จะก่อสร้างทางรถไฟยกระดับจากบางซื่อมาถึงตลิ่งชัน ระยะทางประมาณ 14.7 กิโลเมตร จะเป็นการขออนุมัติเพื่อให้มีการเปิดประมูลหาผู้รับเหมาในส่วนของงานโยธา คาดว่า ร.ฟ.ท.น่าจะเปิดประมูลได้ในเดือนมิถุนายน เมื่อโครงสร้างงานโยธาแล้วเสร็จ ทาง ร.ฟ.ท.จะจัดหาขบวนรถไฟปกติที่ใช้เครื่องดีเซลมาวิ่งบนรางดังกล่าวในช่วงแรก หลังจากนั้นเมื่อมีความพร้อมในภายหลัง จึงจะมีการปรับเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า

นายประณตกล่าวว่า ในส่วนของงานโยธาจะมีการออกแบบสำหรับปรับเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าในภายหลัง ทั้งนี้ โครงการสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน หากเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าในช่วงแรกของการดำเนินการ จะใช้เงินลงทุนที่สูงและไม่มีความคุ้มทุน ดังนั้น การดำเนินการในช่วงแรก จึงเป็นเรื่องของรัฐบาลและ ร.ฟ.ท. โดยเอกชนเป็นเพียงผู้รับเหมาก่อสร้างในส่วนของงานโยธาเท่านั้น

"โครงการสายสีแดง ทั้งในช่วงของบางซื่อ-ตลิ่งชันที่จะเปิดประมูลหาผู้รับเหมาในเดือนมิถุนายน และช่วงรังสิต-บางซื่อที่ยังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงแบบ ในช่วงแรกจะใช้รถไฟธรรมดาวิ่งบนรางทั้งหมด โดยการรถไฟฯจะเป็นผู้จัดหาขบวนรถและเป็นผู้ให้บริการโดยที่ไม่มีเอกชนมาเกี่ยวข้อง โครงการดังกล่าวจะมีวัตถุประสงค์หลักในการแก้ไขปัญหาจราจร หลังจากนั้นในช่วงต่อไปที่มีความเหมาะสม จึงจะมีการปรับเปลี่ยนเป็นระบบรถไฟฟ้าในภายหลัง" นายประณตกล่าว

อนึ่ง นอกจากสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ที่จะเสนอ ครม.ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ และประกาศประกวดราคาประมาณเดือนมิถุนายน ยังมีสายสีม่วงช่วงบางใหญ่-บางซื่อ จะเสนอ ครม.เพื่อขออนุมัติดำเนินโครงการประมาณกลางเดือนกรกฎาคมนี้ และจะประกาศประกวดราคาปลายเดือนสิงหาคม ส่วนสายสีน้ำเงินคาดว่าจะเสนอ ครม.ในช่วงใกล้เคียงกับสายสีม่วง ขณะที่สายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่) จะเสนอ ครม.ประมาณเดือนมิถุนายน หลังจากผ่านความเห็นชอบจากสภา กทม.แล้ว ทั้งนี้ การดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทุกเส้นทางจะต้องผ่าน พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ พ.ศ.2535 ทั้งหมด

สำหรับเงินลงทุน นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) ระยะทาง 14.75 กิโลเมตร จะมีวงเงินก่อสร้างโครงสร้างด้านโยธาซึ่งรัฐบาลจะเป็นผู้สนับสนุนเงินลงทุน จำนวน 13,000 ล้านบาท โดยใช้เงินงบประมาณ 2,000 ล้านบาท ที่เหลือ 11,000 ล้านบาท จะใช้เงินกู้ในประเทศ โดย ร.ฟ.ท.จะเป็นผู้กู้และรัฐบาลจะเป็นผู้ค้ำประกัน ส่วนเส้นทางสายสีม่วง สายสีน้ำเงินช่วงบางซื่อ-ท่าพระและหัวลำโพง-บางแค และสายสีแดงช่วงรังสิต-บางซื่อ คาดว่าจะใช้เงินกู้จากธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิค)
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 31st, 2009, 11:57 AM   #8
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,615
Likes (Received): 1567

Quote:
Originally Posted by Yappofloyd View Post
I know that articles on this silly diesel idea have been posted but here is one from The Nation yesterday

Red Line trains to be driven by diesel Published on May 14, 2007 Watcharapong Thongrung The Nation

The Red Line mass-transit route, to be proposed to the Cabinet on May 22, will change from the originally planned electric rail system to a diesel-fuelled system, the Office of Policy and Planning for Transport and Traffic said late last week. Meanwhile, the Purple Line from Bang Yai to Bang Sue is still to be an electric route.

Pranot Suriya, deputy director-general of the office, said approval would be sought from the Cabinet to open the bidding for contractors to do the civil engineering work on the Red Line's 14.7-kilometre Taling Chan-Bang Sue section. "It's expected that the State Railway of Thailand [SRT] will be open for bids in June," he said, adding that the Red Line would also be elevated. "The SRT will initially arrange for trains using diesel as fuel to run on the completed track. When the time is right the government will change the diesel-fuelled system to an electric system." He said at this stage, if an electric system is adopted for the Red Line it would not be worth the investment. Such an operation would be costly.

The government and the SRT therefore opted for a diesel system for the first stage of the Red Line and the state will procure the rail carriages and operate the route. The private sector will be involved only in the construction of the line. Pranot said the Red Line's Rangsit-Bang Sue section will also be constructed as a diesel system. Designs are now being considered.

For the Purple Line's Bang Yai-Bang Sue section, he said civil engineering works and the concession for the route operation for an electric system would be open for bidding. However, both contracts, which are under the Public/Private Joint Venture Act, might take time. Deputy Transport Minister Sansern Wongcha-um and Deputy Finance Minister Sommai Phasee previously had a clear time frame for proposing an electric mass-transit rail system to the Cabinet.

Under that plan, the Red Line's Taling Chan-Bang Sue section was scheduled to go to the Cabinet on May 22, while the Purple Line was expected to be proposed by the Mass Rapid Transit Authority in mid-July and open for bidding at the end of August. The Blue Line is expected to be proposed at the same time as the Purple Line, while the Green Line linking Mor Chit to Saphan Mai, after being approved by the Council of the Bangkok Metropolitan Administration, will be proposed to the Cabinet in June. The Red Line's Taling
Chan-Bang Sue section, which will be the first line constructed, will be supported by the government for civil engineering works with a Bt13-billion investment. Of this, about Bt2 billion will be from the government budget and the rest will be domestic bank loans. The other electric-rail route projects will be financed by the Japan Bank for International Cooperation, to the tune of Bt92 billion.
......


รฟท.ใช้รถไฟดีเซลวิ่งสายสีแดงบางซื่อ-ตลิ่งชัน

รักษาการผู้ว่า รฟท. เผย โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ต้องใช้รถไฟดีเซลในช่วงแรกเพื่อรอให้ก่อสร้างช่วงบางซื่อ-รังสิต-หัวลำโพงแล้วเสร็จ หวั่นไม่คุ้มทุน
นายบัญชา คงนคร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ 1 รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือรฟท.เปิดเผยว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กิโลเมตรนั้น หากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จคงให้รถไฟดีเซลธรรมดาวิ่งก่อนช่วงแรก เพื่อรอให้มีการก่อสร้างช่วงรังสิต-บางซื่อ-หัวลำโพงแล้วเสร็จ จึงจะมีการเปลี่ยนมาเป็นระบบรถไฟฟ้า เพราะหากเปิดให้บริการวิ่งรถในทันทีคงจะไม่คุ้มทุน นอกจากนี้ต้องมีการเพิ่มโครงสร้างให้มีความถี่ของสถานีรถไฟฟ้าให้เพิ่มมากขึ้นด้วย เพื่อให้ประชาชนใช้บริการเพิ่มมากขึ้น
นายบัญชายังกล่าวถึงการสร้างบริษัทลูกเพื่อมาดูแลการเดินรถไฟฟ้านั้น ได้มีการจ้างพนักงานจำนวน 6 คน โดยได้ส่งไปอบรมกับบริษัทผู้ผลิตรถ และจะให้เจ้าหน้าที่ดังกล่าว มาดูแลบริหารบริษัทลูกต่อไป ส่วนการตั้งบริษัทลูกนั้นจะเป็นไปในลักษณะใดก็ต้องมีการหารือร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง

ที่มา: ไอ.เอ็น.เอ็น. (14 พ.ค. 50, 18:25)

......

Quote:
Originally Posted by atom View Post
(Update)ครม.อนุมัติรถไฟฟ้าสายสีแดง ตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต เปิดซองประกวดราคาในเดือนก.ค.นี้ พร้อมอนุมัติรถไฟรางคู่สายฉะเชิงเทรา-ศรีราชา-แหลมฉบัง งบรวม 7.08 หมื่นล้านบาท

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายไมตรี ศรีนราวัฒน์ ผู้อำนวยการ สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่าคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบโครงการรถไฟสายสีแดง เส้นทางบางซื่อ-ตลิ่งชัน และเส้นทางบางซื่อ-รังสิต พร้อมกับโครงการรถไฟทางคู่ฉะเชิงเทรา-แหลมฉบัง มูลค่ารวมทั้งสิ้น7.08 หมื่นล้านบาท

เงินลงทุนโครงการรถไฟสายสีแดง เส้นทางบางซื่อ-ตลิ่งชัน มีมูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเปิดขายซองประกวดราคาในต้นกรกฎาคมนี้ และคาดจะเปิดประมูลได้ในราวสิงหาคม-กันยายนนี้

ส่วนรถไฟสายสีแดงเส้นทางบางซื่อ-รังสิต มีมูลค่า 5.2 หมื่นล้านบาท และโครงการรถไฟทางคู่ฉะเชิงเทรา-ศรีราชา-แหลมฉบัง มีมูลค่า 5.8 พันล้านบาท

www.bangkokbiznews.com
22/05/50
....

Quote:
Originally Posted by atom View Post
(Update)ครม.อนุมัติรถไฟฟ้าสายสีแดง ตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต เปิดซองประกวดราคาในเดือนก.ค.นี้ พร้อมอนุมัติรถไฟรางคู่สายฉะเชิงเทรา-ศรีราชา-แหลมฉบัง งบรวม 7.08 หมื่นล้านบาท

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายไมตรี ศรีนราวัฒน์ ผู้อำนวยการ สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่าคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบโครงการรถไฟสายสีแดง เส้นทางบางซื่อ-ตลิ่งชัน และเส้นทางบางซื่อ-รังสิต พร้อมกับโครงการรถไฟทางคู่ฉะเชิงเทรา-แหลมฉบัง มูลค่ารวมทั้งสิ้น7.08 หมื่นล้านบาท

เงินลงทุนโครงการรถไฟสายสีแดง เส้นทางบางซื่อ-ตลิ่งชัน มีมูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเปิดขายซองประกวดราคาในต้นกรกฎาคมนี้ และคาดจะเปิดประมูลได้ในราวสิงหาคม-กันยายนนี้

ส่วนรถไฟสายสีแดงเส้นทางบางซื่อ-รังสิต มีมูลค่า 5.2 หมื่นล้านบาท และโครงการรถไฟทางคู่ฉะเชิงเทรา-ศรีราชา-แหลมฉบัง มีมูลค่า 5.8 พันล้านบาท

www.bangkokbiznews.com
22/05/50

......


รมว.คค.แจงงบฯ ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 22 พฤษภาคม 2550 15:19 น.


พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการก่อสร้างรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ตั้งแต่บางซื่อ-ตลิ่งชัน และบางซื่อ-รังสิต โดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งในส่วนของสายบางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 26 กิโลเมตร จะใช้วงเงินงบประมาณ 52,220 ล้านบาท ส่วนบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กิโลเมตร ใช้วงเงินงบประมาณ 13,133 ล้านบาท โดยรัฐบาลจะรับภาระค่าใช้จ่ายการก่อสร้างสายบางซื่อ-ตลิ่งชัน โดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทยกู้เงินส่วนหนึ่ง และกระทรวงการคลังจะมีการออกพันธบัตร และค้ำประกันเงินกู้ โดยจะเป็นการกู้ครั้งเดียวทั้งหมดทั้ง 13133 ล้านบาท และจะมีการนำงบประมาณปี 2549 จำนวน 1,102 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายบางซื่อ-รังสิต มาดำเนินการในการก่อสร้างสายบางซื่อ-ตลิ่งชันไปก่อน เนื่องจากสายบางซื่อ-รังสิต ต้องพิจารณาเรื่องการปรับแบบให้เหมาะสม ซึ่งจะมีการสร้างสถานีเพิ่มอีก 4 สถานี รวมทั้งหมด 11 สถานี

....

สายสีแดง5.2หมื่นล้านผ่านครม.ฤกษ์ประมูล บางซื่อ-ตลิ่งชันก.ค.นี้

Thairath [23 พ.ค. 50 - 04:20]

พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบโครงการรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงรังสิต-บางซื่อ-ตลิ่งชัน ประกอบด้วยช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 26 กม. ภายใต้กรอบวงเงิน 52,220 ล้านบาท และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กม. วงเงิน 13,133 ล้านบาท ให้ รัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งสิ้น โดยช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินการประกวดราคางานโยธาภายในเดือน ก.ค.นี้ ส่วนงานวางราง งานรื้อย้าย และงานก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟ ซึ่งรวมงานถนน งานสะพานกลับรถ และสะพานลอยคนเดินข้าม ให้ประมูลได้ในทันที

ส่วนช่วงบางซื่อ-รังสิต เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาหาแหล่งเงิน กู้ต่างประเทศ และอยู่ระหว่างปรับแบบรายละเอียด เช่น การเพิ่มสถานี และปรับรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมจึงจะเสนอ ครม.อีกครั้ง ทั้งนี้ การลงทุนช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน จัดสรรงบประมาณดังนี้ ค่าย้ายสิ่งกีดขวางและสาธารณูปโภค 1,758 ล้านบาท จ้างที่ปรึกษาประกวดราคา 7 ล้านบาท ที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง 214 ล้านบาท งานโยธาและโครงสร้างทางวิ่ง 7,637 ล้านบาท ระบบราง 1,443 ล้านบาท ถนนเลียบทางรถไฟ 2,074 ล้านบาท ดำเนินการปี 2550-2553 รวม 4 ปี โดยให้แปลงงบประมาณปี 2549 โครงการรถไฟสายสีแดงบางซื่อ-รังสิต 1,102 ล้านบาท ของ รฟท.มาดำเนินการในโครงการรถไฟสายสีแดงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ต่อไป

ครม.ยังอนุมัติโครงการรถไฟรางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-ศรีราชา-แหลมฉบัง ระยะทางรวม 78 กม.โดยเพิ่มเงินงบประมาณอีก 615 ล้านบาท เป็นวงเงินก่อสร้างรวม 5,850 ล้านบาท และเวลาก่อสร้างอีก 3 ปี ตั้งแต่ปี 2547-2553 รวม 7 ปี เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและรองรับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้ ใช้เวลาในการดำเนินการ 28 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอนุมัติเส้นทางดังกล่าวเป็นการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานเอาไว้ก่อน แต่ยังไม่มีรถไฟฟ้ามาวิ่ง โดยเบื้องต้นจะนำระบบรถไฟดีเซลธรรมดามาวิ่งก่อน และในอนาคตจะตัดเพื่อเปลี่ยนเป็นเดินระบบรถไฟฟ้า โดยช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน จะเป็นทางรถไฟเสมอระดับพื้นดินจากสถานีตลิ่งชันถึงบางบำหรุ และเป็นทางรถไฟยกระดับไปสิ้นสุดที่บริเวณก่อนเข้าสถานีชุมทางบางซื่อรวม 3 สถานี คือ สถานีตลิ่งชัน บางบำหรุและบางซ่อน คาดว่าจะมีผู้โดยสารจากตลิ่งชันเข้าสู่บางซื่อไม่น้อยกว่า 35,000 คนต่อวัน ณ ปีที่เปิดดำเนินการและเมื่อเชื่อมต่อกับ จ.นครปฐม จะมีผู้โดยสาร 65,000 คนต่อวัน.

...

Quote:
Originally Posted by Wisarut View Post
รฟท.แจงทำรถไฟชานเมืองช่วงแรก เพื่อความคุ้มทุนการเดินรถ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 23 พฤษภาคม 2550 14:07 น.


นายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน และจะนำหัวรถจักรดีเซลมาวิ่งให้บริการในช่วงแรก เป็นลักษณะของรถไฟชานเมือง ว่า เนื่องจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงในช่วงแรก บางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กิโลเมตร วงเงิน 13,133 ล้านบาท มีระยะห่างของสถานีมาก โดยจะมีสถานีรวมทั้งหมด 12 สถานี ไม่เหมือนโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน ที่จะมีสถานีทุก 2 กิโลเมตร หากมีการนำระบบรถไฟฟ้ามาให้บริการ จะมีต้นทุนสูง การนำหัวรถจักรดีเซลมาวิ่งจะคุ้มทุนมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากมีผู้ใช้บริการมากจนมีการเพิ่มความถี่ของสถานี รวมถึงมีการสร้างส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีแดง ไปเชื่อมโยงกับมักกะสัน-หัวหมาก และจากบางซื่อ-หัวลำโพง ซึ่งเป็นเส้นทางที่วิ่งผ่านเมืองชั้นใน รวมทั้งต้องมีการจอดสถานีหลายสถานีมากขึ้นเพื่อรับคน ถึงช่วงนั้นคงมีความจำเป็นต้องนำระบบรถไฟฟ้ามาใช้ ซึ่งจะทำให้การเดินรถมีความความคุ้มค่าต่อต้นทุนดำเนินงาน
ส่วนข้อสงสัยว่า เมื่อมีการนำระบบรถไฟฟ้ามาวิ่ง จะต้องมีการดัดแปลงรถหรือลงทุนเพิ่มหรือไม่ นายอารักษ์ ยืนยันว่า การก่อสร้างระบบงานโยธาในครั้งนี้จะมีการติดตั้งระบบไฟฟ้าและอาณัติสัญญาณไว้เลย ขณะที่รางซึ่งจะมีการก่อสร้าง ก็จะเป็นระบบรางมีเตอร์ เกจ หรือขนาดความห่าง 1 เมตร ซึ่งเป็นระบบทั่วไปที่รถไฟของไทยใช้อยู่ และเป็นระบบขนาดรางรถไฟฟ้าที่ใช้งานในประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน (จริงๆ แล้วญี่ปุ่นใช้ราง 3 ฟุต 6 นิ้ว [1.067 เมตร] หรือ ที่เรียกกันว่า Cape gauge เพราะนิยมใช้กันมากที่อัฟริกาใต้แม้คนต้นคิดเเป็นประเทศแถบสแกนดิเนเวีย - กรณีแปลง ล้อจาก 1.067 เมตร เป็น 1 เมตรหนะ ง่ายเหมือนปอกกล้วเข้าปากน่อ)

ดังนั้น เมื่อในอนาคตจะเอารถไฟฟ้ามาวิ่งบนโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางรถไฟฟ้าสีแดงที่สร้างไว้ ก็สามารถทำได้ทันที โดยไม่ต้องดัดแปลงราง หรือลงทุนเพิ่มแต่อย่างใด
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 31st, 2009, 12:00 PM   #9
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,615
Likes (Received): 1567

รฟท.ยืมรางไฟฟ้าให้รถดีเซลวิ่ง เหตุสถานีน้อย-คุ้มทุนการเดินรถ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 23 พฤษภาคม 2550 14:51 น.


หน.จนท.การเงิน รฟท.ชี้แจงกรณีคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน โดยในช่วงแรก จะใช้หัวรถจักรดีเซลวิ่งให้บริการในลักษณะของรถไฟชานเมือง เพราะว่ามีสถานีน้อย และคุ้มต้นทุนเดินรถมากกว่า แต่งานโยธาเตรียมพร้อมรองรับเป็นรถไฟฟ้าได้ในอนาคต หากมีผู้ใช้บริการมากขึ้น และมีสถานีเดินรถมากขึ้น ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ทันที

นายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน และจะนำหัวรถจักรดีเซลมาวิ่งให้บริการในช่วงแรก เป็นลักษณะของรถไฟชานเมืองว่า เนื่องจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงในช่วงแรก บางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กิโลเมตร วงเงิน 13,133 ล้านบาท มีระยะห่างของสถานีมาก โดยจะมีสถานีรวมทั้งหมด 12 สถานี ไม่เหมือนโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน ที่จะมีสถานีทุก 2 กิโลเมตร หากมีการนำระบบรถไฟฟ้ามาให้บริการ จะมีต้นทุนสูง การนำหัวรถจักรดีเซลมาวิ่งจะคุ้มทุนมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากมีผู้ใช้บริการมาก จนมีการเพิ่มความถี่ของสถานี รวมถึงมีการสร้างส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีแดง ไปเชื่อมโยงกับมักกะสัน-หัวหมาก และจากบางซื่อ-หัวลำโพง ซึ่งเป็นเส้นทางที่วิ่งผ่านเมืองชั้นใน รวมทั้งต้องมีการจอดสถานีหลายสถานีมากขึ้นเพื่อรับคน ถึงช่วงนั้นคงมีความจำเป็นต้องนำระบบรถไฟฟ้ามาใช้ ซึ่งจะทำให้การเดินรถมีความความคุ้มค่าต่อต้นทุนดำเนินงาน

ส่วนข้อสงสัยว่า เมื่อมีการนำระบบรถไฟฟ้ามาวิ่ง จะต้องมีการดัดแปลงรถ หรือลงทุนเพิ่มหรือไม่ นายอารักษ์ ยืนยันว่า การก่อสร้างระบบงานโยธาในครั้งนี้ จะมีการติดตั้งระบบไฟฟ้าและอาณัติสัญญาณไว้เลย ขณะที่รางซึ่งจะมีการก่อสร้าง ก็จะเป็นระบบรางมีเตอร์ เกจ หรือขนาดความห่าง 1 เมตร ซึ่งเป็นระบบทั่วไปที่รถไฟของไทยใช้อยู่ และเป็นระบบขนาดรางรถไฟฟ้าที่ใช้งานในประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน ดังนั้น เมื่อในอนาคตจะเอารถไฟฟ้ามาวิ่งบนโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางรถไฟฟ้าสีแดงที่สร้างไว้ ก็สามารถทำได้ทันที โดยไม่ต้องดัดแปลงราง หรือลงทุนเพิ่มแต่อย่างใด

....

รับเหมารุมทึ้งรถไฟฟ้าสายสีแดง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2220 24 พ.ค. - 26 พ.ค. 2550

ครม.ขิงแก่คลอดแล้ว ไฟฟ้าสายสีแดงช่วง "บางซื่อ-ตลิ่งชัน" ระยะทาง 15 กม. ค่า 13,133 ล้าน ส่วนช่วง "รังสิต-บางซื่อ อีก21กม. จี้ทบทวนแบบและรายละเอียดก่อนเสนอครม.อนุมัติ ด้านการรถไฟฯรับลูก คาดเซ็นสัญญาได้เดือน ต้นปีหน้า "ซิโน-ไทย/ช.การช่าง/อิตาเลียนไทย/เนาวรัตน์พัฒนาการ/แอสคอน /พรึบร่วมชิงดำ


จากกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2550 ที่ผ่านมา ได้อนุมัติในหลักการให้การรถไฟฯ ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กิโลเมตร มูลค่า 13,133 ล้านบาท และช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 26 กิโลเมตร มูลค่ากว่า 52,000 ล้านบาท โดยเร่งรัดให้ทำการประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้างช่วง บางซื่อ-ตลิ่งชัน เป็นระยะแรกก่อนนั้น


++ร่างทีโออาร์คัดเลือกผู้รับเหมา


นายนคร จันทศร รองผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าการประกาศประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชันนั้น คาดว่าจะสามารถประกาศได้ภายในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ถึงช่วงต้นเดือน กรกฎาคม 2550นี้อย่างแน่นอน ส่วนช่วงบางซื่อ-รังสิต มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กลับไปทบทวนแบบรายละเอียดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว จากนั้นนำเข้าครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติประกวดราคาอีกครั้งหนึ่ง


แหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่งจากการรถไฟฯ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังร่างกรอบข้อกำหนด (ทีโออาร์) ในการประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้างอยู่ โดยเนื้องานที่จะต้องทำนั้นประกอบด้วย งานก่อสร้างโครงสร้างทางวิ่ง การวางรางรถไฟ และการก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟ (Local Road) โดยขณะนี้ได้กำหนดเกณฑ์เบื้องต้นไว้บ้างแล้วว่าจะพิจารณาคุณสมบัติจาก ทุนจดทะเบียนที่คาดว่าจะกำหนดไว้ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท พิจารณาจากประสบการณ์ และผลงานที่ผ่านมา โดยจะพิจารณาเป็นพิเศษในรายที่มีผลงานด้านการก่อสร้างสะพาน ทางยกระดับ และทางต่างระดับ รวมถึงจะพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิค แต่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอาณัติสัญญาณร่วมอยู่ด้วย


ส่วนข้อกำหนดพิเศษนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะให้ผู้รับเหมาเสนอเทคนิคพิเศษในส่วนของการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำมาให้พิจารณาด้วยหรือไม่ เนื่องจากเป็นงานที่มีความยากในการก่อสร้าง อย่างไรก็ดีจะเร่งพิจารณากำหนดราละเอียดให้ชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จทันตามกำหนดการประกาศร่างทีโออาร์อย่างแน่นอน


สำหรับกรอบเวลาในการประกวดราคานั้น ภายหลังจากการประกาศประกวดราคาเป็นทางการแล้ว จะให้เวลาในการเตรียมเอกสาร 2 เดือนเพื่อยื่นข้อเสนอ จากนั้นจะใช้เวลาประมาณ เดือนในการพิจารณาตรวจสอบคุณมับติ และคัดเลือกผู้รับเหมา ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน และคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนธันวาคม 2550 จากนั้นจะสามารถลงนามในสัญญาก่อสร้างประมาณเดือน มกราคม 2551

++เตรียมการรื้อสิ่งปลูกสร้าง/ชุมนุม

แหล่งข่าวรายเดิมยังระบุอีกว่า นอกจากนี้ การรถไฟฯ ยังได้เร่งดำเนินการเตรีมการรื้อย้ายอาคาร สิ่งปลุกสร้าง และชุมชนที่อยู่ในแนวเขตโครงการด้วย โดยขณะอยู่ระหว่างเตรียมการการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา คือ บริษัท เทสโก้ จำกัด (มหาชน) ภายใต้กรอบวงเงิน 1.9 ล้านบาท ให้เข้าสำรวจพื้นที่ชัดเจนอีกครั้ง หลังจากเคยสำรวจไว้เมื่อช่วงปี 2547-2548 นั้นพบว่ามีผู้ที่จะต้องถูกรื้อย้ายประมาณ 3 ,000 ราย


ขณะที่ พล.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า สำหรับแหล่งเงินทุนนั้น ได้ให้สำนักงบประมาณ ไปจัดสรรวงเงินงบประมาณ และให้กระทรวงการคลัง หาแหล่งเงินกู้ และค้ำประกันค่าใช้จ่ายต่างๆ นอกจากนี้ให้เปลี่ยนแปลงงบประมาณสายสีแดง ช่วง บางซื่อ-รังสิต วงเงิน 1,102 ล้านบาท ที่ รฟท. ได้จัดสรรงบไว้ปี 2549 ให้โยกงบมาทำในช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชันก่อน


นอกจากนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังได้อนุมัติ ขยายวงเงินลงทุนและขยายเวลาก่อหนี้ผูกพันงบประมาณ ในการสร้างรถไฟฟ้ารางคู่สายตะวันออก จากฉะเชิงเทรา- ศรีราชา ไปแหลมฉบัง ระยะทาง 78 กิโลเมตร ให้ขยายวงเงินและระยะเวลาการก่อหนี้จากวงเงิน 5,235 ล้านบาท ระยะเวลาจากเดิม พ.ศ.2547-2550 ไปเป็นวงเงิน 5,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 615 ล้าน ขยายเวลาดำเนินการจากปี 2547 ถึง 2553 รวมเวลา 7 ปี ซึ่งเดิมดำเนินการเพียง 4 ปี


++อิตาเลี่ยน/ช.การช่าง/ชิโนไทยร่วมชิงดำ

สำหรับความเคลื่อนไหวในวงการรับเหมากก่อสร้าง หลังจากการอนุมัติแผนการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ของคณะรัฐมนตรี พบว่าเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง โดยแหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่ง จากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีความสนใจที่จะเข้าร่วมการประกวดราคาในโครงการดังกล่าวอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ดีจะขอรอดูความชัดเจนของทีโออาร์ก่อนว่าจะมีข้อกำหนดออกมาเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งในเรื่องของรูปแบบการลงทุนก่อสร้าง ลักษณะการก่อสร้าง เนื้องานที่จะต้องทำ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงจะมาประชุมกันภายในเพื่อสรุกความชัดเจน พร้อมทั้งเจรจากันพันธมิตรอีกครั้งหนึ่ง


ส่วนนายอนุกูล ตันติมาสน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรมนุษย์ และบริหารทั่วไป บริษัท ช.การช่าง จำกัด กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า บริษัท มีความสนใจที่จะเข้าร่วมประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ด้วยอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้จะต้องรอดูความชัดเจนจากกรอบเงื่อนไขการประมูลของรัฐบาลก่อนว่าจะมีหลักเกณฑ์ย่างไรบ้าง ซึ่งจากที่ดูเนื้องานที่จะต้องทำในเบื้องต้นนี้ มีความเห็นว่าบริษัทอาจจะเข้าประกวดราคาด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีพันธมิตรร่วมด้วยก็เป็นได้ เนื่องจากอยู่ในของเขตงานที่ทำมาตลอดอยู่แล้ว


ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่งจาก บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีความสนใจที่จะเข้าร่วมประมูลด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งบริษัทก็ได้คุยกับพันธมิตรอยู่ด้วย แต่ยังไม่สรุปความชัดเจน เนื่องจากจะต้องรอดูข้อกำหนดของรัฐบาลก่อนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร และต้องดูด้วยว่าการประกาศประกวดราคาครั้งนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามหากดูจากงานที่กำหนดไว้เบื้องต้นแล้ว ที่จะมีเพียงแค่การก่อสร้างทางวิ่ง และวางราง และก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟ (Local Road) แล้ว บริษัทอาจจะเช้าประมูลด้วยตัวเองโดยไม่ต้องหาพันธมิตรมาร่วมด้วย เนื่องจากบริษัทมีประสบการณ์แล้ว และเชื่อว่าสามารถดำเนินการได้เอง


ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายวัลลภ รุ่งกิจวรเสถียร กรรมการผู้จัดการ บมจ.ซิโน-ไทย เคยกล่าวว่า แม้จะมีบทเรียนจากการก่อสร้างโครงการแอร์พอร์ตลิงค์แล้ว แต่ก็ยังคงมีความสนใจที่จะเข้าร่วมประกวดราคาอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าในการประมูลจะต้องรอบคอบ และพิจารณาทีโออาร์ให้ถ้วนถี่มากขึ้น


++ซินเท็ค/เนาวรัตน์/หมอบุญร่วมวง


ด้านนายคุณสมชาย ศิริเลิศพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มีความสนใจที่จะเข้าร่วมประกวดราคาด้วย แต่ต้องดูเงื่อนไขทีโออาร์ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งเท่าที่ดูเนื้องานแล้วมีความมั่นใจว่าบริษัทสามารถที่จะดำเนินการได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามนอกจากจะรอดูทีโออาร์แล้ว ก็ต้องรอดุด้วยว่ารัฐบาลจะประกาศประกวดราคาได้จริงหรือไม่ แม้ในขณะนี้จะมีการอนุมัติจากครม. มาแล้ว แต่ก็ต้องรอดูความชัดเจนในการประกวดราคาอีกครั้ง เนื่องจากยังไม่มั่นใจนักว่าจะสามารถประกวดราคาให้จบได้ภายในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่


ส่วนนายวัชรภัธ วัชราภัย ผู้จัดการทั่วไปแผนกธุรกิจใหม่และวางแผนกลยุทธ์ บริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่ามีความสนใจเข้าร่วมประกวดราคาเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ในระหว่างการเจรจากับพันธมิตร ที่มีทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ซึ่งจะรอดูเงื่อนไขทีโออาร์ที่ชัดเจนก่อนแล้วจึงจะสรุปในเรื่องของพันธมิตร และแนวทางการเข้าร่วมประกวดราคาอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม แม้ในขณะนี้ระยะเวลาจะกระชั้นชิดมากแต่ก็เชื่อว่าผู้รับเหมาแต่ละรายที่สนใจจะรับมือได้ และจะสามารถประกวดเนื่องจากโครงการรถไฟฟ้าเป็นโครงการที่ทำการศึกษาและเตรียมพร้อมมาเป็นเวลานานแล้ว


ขณะที่นายพัฒนพงษ์ ตนุมัธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีความสนใจที่จะเข้าร่วมประกวดราคา 100% ซึ่งพันธมิตรที่จะเข้าร่วมประกวดราคาโครงการดังกล่าวในครั้งนี้ด้วยคือบริษัท สตราบัก เอส อี (STRABAG SE) ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างรายใหญ่ชั้นนำของยุโรป ส่วนพันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่นนั้น จะรอโอกาสในการประกวดราคาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้สายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิตเป็นลำดับต่อไป


ส่วนนายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ราชธานีบ้านและที่ดินจำกัด และ เจ้าของโรงพยาบาลปิยะเวทกล่าว ว่า บริษัทสนใจแข่งขันประมูลงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงแน่นอน โดยประมูลในนาม บริษัท ราชธานีบ้านและที่ดินจำกัด ร่วมกับ บริษัท คริสเตียเนีย นิลเส็น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท จากประเทศจีนคือ บริษัท ไซน่าเสท เรนเวย์ อย่างไรก็ดี บริษัทฯจากจีนได้เปรียบเนื่องจากต้นทุนก่อสร้างถูกกว่าประเทศอื่น นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายประมูลรถไฟฟ้าสายสีม่วง และสายสีน้ำเงินอีกไม่ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาท

....

ผู้แทนรัฐบาลญี่ปุ่นปลื้มการวางระบบรถไฟฟ้าของไทย

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 พฤษภาคม 2550 20:16 น.


ผู้แทนรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งเดินทางเข้ามาช่วยออกแบบและวางระบบโครงข่ายรถไฟฟ้าในไทย แสดงความพอใจผลความคืบหน้าการออกแบบ และเตรียมแผนก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าของไทย ชี้ การเร่งรัดโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงรังสิต-ตลิ่งชัน เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเป็นการขนส่งผู้โดยสารภายในเมือง การขนถ่ายผู้โดยสารจากนอกเมืองเข้าสู่เมือง รวมถึงประโยชน์ในการขนส่งสินค้า พร้อมแนะควรปรับแบบลดขนาดสถานีบางซื่อให้เล็กลง เพราะทำให้วงเงินก่อสร้างสูงโดยไม่จำเป็น

นายเทตซฮิสะ โคบายาชิ ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) ซึ่งเป็นผู้แทนรัฐบาลญี่ปุ่น เข้าช่วยออกแบบ และวางระบบโครงข่ายรถไฟฟ้าในไทย กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าในการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าขณะนี้ เบื้องต้นรู้สึกพอใจการดำเนินการด้านต่างๆ ทั้งการออกแบบ และเตรียมแผนการก่อสร้าง แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะเกิดปัญหาสะดุดล่าช้าไปบ้าง แต่ในภาพรวมถือว่าโครงการเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ส่วนการก่อสร้างจะเริ่มขึ้นเมื่อใด ขึ้นอยู่กับการที่รัฐบาลไทยจะสามารถตกลงเงื่อนไขเงินกู้กับประเทศญี่ปุ่นเป็นผลสำเร็จ

โดยในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าในเส้นทางต่างๆ เห็นว่า การเร่งรัดโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงรังสิต-ตลิ่งชัน ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นเส้นทางสำคัญที่เปรียบเสมือน “กระดูกสันหลัง” ของเมือง เช่น กรุงเทพมหานคร ซึ่งการออกแบบก่อสร้างต้องคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ 3 ด้าน คือ การขนส่งผู้โดยสารภายในเมือง การขนถ่ายผู้โดยสารจากนอกเมืองเข้าสู่เมือง รวมถึงประโยชน์ในการขนส่งสินค้า (Logistics) ซึ่งจะทำให้การลงทุนระบบขนส่งมวลชนเกิดความคุ้มค่า

นอกจากนี้ การออกแบบรายละเอียดเพื่อการก่อสร้างครั้งแรกของระบบรถไฟฟ้าจะมีความสำคัญมาก โดยจากประสบการณ์พัฒนาระบบรถไฟฟ้าในญี่ปุ่น ซึ่งมีมายาวนาน บางเส้นทางเมื่อการก่อสร้างและเปิดใช้งาน ก็พบมีปัญหาเกิดขึ้น ซึ่งในส่วนของ JICA ต้องการเข้ามาวางระบบให้สมบูรณ์ และใช้บทเรียนที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นมาแก้ไขไม่ให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นกับระบบรถไฟฟ้าของไทยในอนาคต

“รายละเอียดในการออกแบบก่อสร้างรถไฟฟ้า โดยเฉพาะสายสีแดง ภาพรวมการออกแบบเส้นทางค่อนข้างดี แม้จะมีปัญหาบางจุด เช่น การออกแบบที่สถานีบางซื่อ ซึ่งมีการออกแบบสถานีใหญ่เกินไป คือ 2 เท่าของหัวลำโพง ทำให้ต้องใช้เงินลงทุนมากโดยไม่จำเป็น แต่หากเล็กไปก็จะทำให้พื้นที่ใช้งานไม่พอ ซึ่งต้องดูใน 2 ส่วนนี้ให้เกิดความพอดี” ผู้เชี่ยวชาญจาก JICA กล่าว

สำหรับปัญหาด้านการเมือง ที่หลายคนมองว่าเป็นอุปสรรคของการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้านั้น นายโคบายาชิ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังถือว่ามีความมั่นคงและเสถียรภาพ และคนไทยก็เป็นคนที่มีอัธยาศัยดี มีความสุข ทำให้คนต่างชาติชอบเข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งหวังว่าจะเป็นเช่นนั้นต่อไป

........

“รฟท.” ผวาเร่งชี้แจงรถไฟฟ้า หวั่นรถไฟดีเซล ชานเมืองพ่นพิษ

Thairath [24 พ.ค. 50 - 04:52]

นายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติในโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กิโลเมตร วงเงิน 13,133 ล้านบาท และจะมีการนำหัวรถจักรดีเซลมาวิ่งให้บริการในช่วงแรก เป็นลักษณะของรถไฟชานเมือง ซึ่งได้สร้างความสับสนและประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าการอนุมัติการก่อสร้างดังกล่าวเป็นรถไฟฟ้านั้น ยอมรับว่าโครงการนี้จะไม่เหมือนรถไฟฟ้าสายอื่นๆ

“สาเหตุที่ต้องให้บริการเป็นรถไฟชานเมืองก่อน เนื่องจากโครงการมีระยะห่างของสถานีจำนวนมากโดยจะมีสถานีรวมทั้งหมด 12 สถานี ไม่เหมือนโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินที่จะมีสถานีทุก 2 กิโลเมตร หากมีการนำระบบรถไฟฟ้ามาให้บริการจะมีต้นทุนสูง ดังนั้น ในช่วงแรกหากมีการนำหัวรถจักรดีเซลมาวิ่งให้ บริการ รฟท.จะคุ้มทุนมากกว่า”

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากมีผู้ใช้บริการมากจนมีการเพิ่มความถี่ของสถานี รวมถึงมีการสร้างส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีแดงไปเชื่อมโยงกับสถานีรถไฟมักกะสัน-หัวหมาก และจากสถานีบางซื่อ-หัวลำโพง ซึ่งเป็นเส้นทางที่วิ่งผ่านเมืองชั้นในแล้ว และมีการจอดสถานีหลายสถานีมากขึ้นเพื่อรับส่งคนนั้น รฟท.ก็จะนำระบบรถไฟฟ้ามาใช้ในเส้นทางช่วงนั้น ส่วนรางจะก่อสร้างเป็นระบบรางมีเตอร์เกจ หรือ ขนาดความกว้างของรางที่ 1 เมตร หากในอนาคตจะเอารถไฟฟ้ามาวิ่งบนก็ทำได้ทันทีไม่ต้องดัดแปลงราง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ รฟท.อ้างว่า สามารถจะก่อสร้างรางรถไฟฟ้าเพื่อให้บริการรถไฟชานเมืองก่อนปรับนำเอารถไฟฟ้าเข้ามาให้บริการนั้น แม้ในทางเทคนิคจะทำได้ แต่ต้องลงทุนสูง ทั้งระบบอาณัติสัญญาณและเซ็นเซอร์ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาในการต่อเชื่อมกับระบบรถไฟฟ้าอื่นๆ ที่เป็นรางแบบสแตนดาร์ดเกจ ขนาด 1.43 เมตร.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 31st, 2009, 12:05 PM   #10
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,615
Likes (Received): 1567

งงรถไฟสายสีแดงเป็นแค่ดีเซลราง +ร.ฟ.ท.อ้างไม่มีเงิน-ผู้ใช้บริการน้อย ผู้ประกอบการโวย-สับสน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2222 31 พ.ค. - 02 มิ.ย. 2550


ทุนจัดสรรมึนตึบ ! รัฐบาลขิงแก่ แปลงร่างรถไฟฟ้าสายสี่แดงช่วง "บางซื่อ-ตลิ่งชัน" เป็นได้แค่รถดีเซลรางยกระดับ สวดยับรัฐบาลคิดอะไร ด้านการรถไฟฯแจง เหตุโครงข่ายยังไม่สมบูรณ์ อ้างขอแบ่งเฟสการลงทุน หวั่นอ้างระยะแรกไม่มีผู้ใช้บริการ สถานีไม่มาก ทำให้ไม่คุ้มที่จะซื้อรถไฟฟ้า ยันแม้จะใช้ดีเซลวิ่งให้บริการชั่วคราว แต่ก็เป็นดีเซลชั้นดี ย้ำชัดในอนาคตพัฒนาเป็นรถไฟฟ้าแน่





จากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การนำของ พล.อ.สุรยุทธิ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล คือ โครงการระบบรถไฟชานเมือง สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 22 พ.ค.50 ที่ผ่านมา พร้อมกับได้มีการเร่งรัดให้การรถไฟฯ เร่งดำดเนินการประกวดราคางานโยธา งานวางราง งานรื้อย้าย และงานก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟ (Local Road) ซึ่งรวมถึงงานก่อสร้างสะพานกลับรถ และสะพานลอยคนเดินข้าม ในส่วนของช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 15 กิโลเมตร มูลค่า 13,133 ล้านบาทเป็นระยะแรกนั้น


พร้อมกับที่ได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดรัฐบาลจึงได้อนุมัติโครงการดังกล่าวเป็นรถไฟชานเมือง และจะนำรถไฟดีเซลรางมาวิ่งให้บริการประชาชนในระยะแรกก่อน ทำให้เกิดความสงสัยจากหลายฝ่ายว่าทำไมจึงไม่นำรถไฟฟ้ามาให้บริการเช่นเดียวกับโครงการบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดิน


เอกชนมึนสายสีแดงกลายเป็นดีเซลราง/ชายนิดไม่เชื่อมติค.ร.ม.


ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวในเรื่องดังกล่าวว่า ไม่รู้ว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันคิดอะไรอยู่ เหมือนคนไม่มีสมอง ถึงได้เปลี่ยนตัวระบบจากรถไฟฟ้ากลายเป็นระบบดีเซลราง น่าจะเป็นเพราะรัฐบาลไม่มีเงิน ส่วนผลกระทบที่จะเกิดต่อความน่าสนใจของโครงการบ้านจัดสรรของเพอร์เฟคที่มีอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าดังกล่าวมีอยู่บ้างแต่เร็วไปที่จะตอบว่าจะมีการปรับแผนธุรกิจหรือไม่ ในส่วนตัวแล้วยังคิดว่าหากรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาน่าจะมีการเปลี่ยนเป็นระบบรถไฟฟ้าอีกครั้ง เพราะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะมีประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่ารัฐบาลชุดขิงแก่ เพราะคนที่เข้ามาทำงานใหม่จะต้องมีความรู้ความสามารถมากกว่ารัฐบาลชุดปัจจุบัน


ขณะที่นายชายนิด โง้วศิริมณี กรรมการผู้จัดการ กล่าวโดยไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะมีการเปลี่ยนแปลงจากระบบรถไฟฟ้าเป็นระบบดีเซลราง โดยปฎิเสธที่ให้ความคิดเห็นเนื่องจากอ้างว่ายังไม่เห็นรายละเอียด แต่ถ้าหากเป็นจริงก็เหมือนกับรัฐบาลหลอกลวงประชาชนและต้องชี้แจงเจบิคผู้ที่จะสนับสนุนเรื่องเงินกู้ ส่วนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโครงการบ้านจัดสรรของเฟอร์เฟคในแนวรถไฟฟ้าดังกล่าว นายชายนิดกล่าวว่าไม่ได้รับผลกระทบมากนักเพราะมีโครงการอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าดังกล่าวแค่ 2 โครงการและเหลือจำนวนยูนิตขายไม่มากเพราะโครงการสามารถขายได้ด้วยตัวเอง โดนมากแล้วโครงการของเพอร์เฟคจะอยู่ในแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงมากกว่าเกือบ 1,000 ไร่ และแอร์พอร์ตลิงค์ประมาณ 400-500 ไร่


ส่วนนายโอกาส ศรีพยัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตนทราบมาตั้งแต่แรกแล้วว่าน่าจะเป็นระบบดีเซลรางเนื่องจากดูโครงสร้างของระบบแล้วเป็นเช่นนั้น แต่ในส่วนของแอล.พี.เอ็น.มองว่าระบบขนส่งมวลชนจะเป็นอะไรก็ได้ที่สามารถขนส่งคนได้เป็นจำนวนมาก ไม่อยากให้มองภาพรถไฟว่าหากเป็นดีเซลรางแล้วจะมีภาพลักษณ์เหมือนรถไฟชานเมืองที่วิ่งในปัจจุบัน ส่วนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อโครงการบ้านจัดสรรตามแนวรถไฟเส้นสีแดงดังกล่าว ย่อมกระทบแน่นอนหากราคาที่ดินที่ซื้อมามีมูลค่าสูงแต่ศักยภาพของโครงการด้อยมูลค่าลง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นควรจะรอให้โครงการมีความชัดเจนก่อนจึงค่อยลงทุน


ด้านนายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชี้แจงกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงกรณีดังกล่าวว่า การที่มีกระแสข่าวว่าการรถไฟฯ จะนำรถไฟดีเซลรางมาวิ่งให้บริการประชาชนในส่วนของเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชันนั้น ยอมรับว่าเป็นแนวคิดที่มีขึ้นในขณะนี้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่เคยร่วมหารือกับม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่เห็นว่าในระยะแรกของการก่อสร้าง เส้นทางสายสีแดงจะยังมีโครงข่ายไม่ครบสมบูรณ์ ทำให้ยอดผู้ใช้บริการไม่มากพอ จึงเห็นว่าการลงทุนจัดซื้อรถไฟฟ้าในระยะแรกไม่คุ้มค่า


อย่างไรก็ดีทำให้มีแนวคิดที่จะแบ่งระยะการลงทุน โดยให้เริ่มก่อสร้างทางในส่วนของช่วงสายสีแดงบางซื่อ-ตลิ่งชันก่อน แล้วค่อยเพิ่มเติมส่วนต่อขยายเส้นทางอื่นๆ และเมื่อมีโครงข่ายที่สมบูรณ์ หรือมีสถานีในการให้บริการมากพอ รองรับประชาชนได้เป็นจำนวนมากแล้วจึงค่อยจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้ามาให้บริการ ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้เห็นว่าเป็นการลงทุนที่ไม่ต้องซ้ำซ้อน และคุ้มค่าอย่างแน่นอน


ทั้งนี้การรถไฟฯ ได้ชี้แจงต่อรัฐบาลแล้วด้วยว่า การรถไฟฯ มีแนวคิดที่จะนำรถไฟดีเซลรางมาวิ่งให้บริการประชาชนนั้น เนื่องจากเห็นว่าในระยะแรกจะมีการลงทุนก่อสร้างเพียงแค่เส้นทางสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน และบางซื่อรังสิต ซึ่งยังเป็นช่วงการให้บริการที่สั้น มีสถานีในการให้บริการน้อย และจำนวนผู้โดยสารยังไม่มากพอ จึงเห็นว่าในระยะแรกที่มีการลงทุนเพียงแค่ 2 ช่วงนั้นยังไม่ควรที่จะลงทุนจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้ามาให้บริการ จึงชะลอแผนการจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้าในระยะแรกไว้ก่อน


จากนั้นเมื่อแผนการก่อสร้าง ในส่วนของสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ที่ขณะนี้ สำนักงาน


นโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กำลังปรับแบก่อสร้างด้วยการเพิ่มสถานีเข้าไปอีก 4 สถานี แล้วเสร็จและคาดว่าจะเริ่มประกวดราคาได้ในช่วงปลายปี 50 นี้ เริ่มขบวนการขึ้น การรถไฟฯ ก็สามารถที่จะพิจารณาจัดซื้อขบวนรถควบคู่ไปกับการก่อสร้างได้ เนื่องจากมีส่วนของบางซื่อ-รังสิตมาเป็นส่วนเสริมให้เส้นทางยาวขึ้นก็จะมีสถานีการให้บริการที่มากขึ้น หรืออาจจะจัดซื้อพร้อมกับแผนการลงทุนก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงระยะที่ 2 คือช่วงบางซื่อ-หัวหมาก และช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง ชัดเจนแล้วก็เป็นได้ โดยจะมอบหมายให้บริษัทลูกที่ดูแลด้านการเดินรถไฟฟ้ามาทำหน้าที่ในการจัดซื้อ


นายอารักษ์ กล่าวยืนยันว่า การที่ขณะนี้มีการกล่าวกันว่าจะนำรถไฟดีเซลรางมาวิ่งให้บริการก่อนนั้น ยังไม่ถือว่าเป็นผลสรุป 100% เนื่องจากต้องดูแผนงานภาพรวมการต่อขยายโครงข่ายด้วย ซึ่งหากโครงข่ายมีแผนการก่อสร้างที่ต่อเนื่องกันใก้เกิดมีความสมบูรณ์ การรถไฟฯ ก็จะลงทุนจัดซื้อรถไฟฟ้าไปพร้อมกัน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้มีการลงทุนยหลายครั้งซึ่ง และเกิดความไม่คุ้มค่าขึ้น


ทั้งนี้ยืนยันว่าแม้จะมีการจัดซื้อรถไฟฟ้ามาให้บริการในภายหลัง ก็จะไม่มีผลกระทบและไม่ต้องลงทุนปรับเพิ่มโครงสร้างใหม่แต่อย่างใด โดยในการก่อสรเงโคงสร้างทางวิ่งและวางรางในช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชันนี้จะมีการวางระบบไฟฟ้าไปรองรับสำหรับการติดตั้งระบบอาณัติสัญญาและรถไฟฟ้าในอนาคตไว้อยู่แล้ว และแม้ในขณะที่เป็นการนำรถไฟดีเซลมาวิ่งให้บริการไปก่อน ก็ยืนยันว่าไม่ใช่ดีเซลรางรุ่นเก่า แต่จะเป็นลักษณะเดียวกับรถไฟขบวนพิเศษที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน


ส่วนดร.คำรบลักขิ์ สุรัสวดี อดีตรองปลัดกระทรวงคมนาคม และผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวคิดที่ กระทรวงคมนาคม ได้เสนอให้คณะรัฐมนตรี อนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง 2 ช่วง (รังสิต-บางซื่อ และ บางซื่อ-ตลิ่งชัน) เปลี่ยนจากการนำระบบรถไฟฟ้ามาใช้หัวรถจักดีเซลวิ่งแทน เนื่องจากเห็นว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง มีความแตกต่างจากโครงการรถไฟฟ้าสายอื่น เป็นระบบขนส่งหนัก ที่ขนคนเข้าออกระหว่างเมืองบริวาร เข้าสู่เมืองหลวง (Commuter) ซึ่งจะทำให้ลงทุนสูงมาก หากมีการลงทุนระบบผลิตกระแสไฟฟ้า ในโครงสร้างพื้นฐาน หรือระบบไฟที่สัมผัสจากราง เช่น โครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน และบีทีเอสในปัจจุบัน หรือเรียกว่า (Electrication) ซึ่งมีการจอดระหว่างสถานีห่างไม่เกิน 1.5-2 กิโลเมตร เพราะเป็นรถที่วิ่งในเมือง


อย่างไรก็ดี ระบบรถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งมีระยะห่างระหว่างสถานีมาก ควรนำระบบรถที่ใช้พลังงานดีเซล ปั่นผลิตกระแสไฟฟ้าในตัวรถ เป็นพลังงานในการขับเคลื่อน ซึ่งวิธีดังดล่าวถูกนำมาใช้ในระบบรถไฟฟ้า Commuter ในต่างประเทศ หรือใช้วิธีผสมผสาน คือ เมื่อออกนอกเมืองก็ใช้ระบบ ดีเซลผลิตไฟฟ้า และเมื่อเข้าสู่เขตเมือง ก็จะใช้ระบบ Electrication ซึ่งการใช้วิธีดังกล่าวตอบโจทย์ในเรื่องการใช้พลังงาน และลดต้นทุนการก่อสร้าง ซึ่ง ซึ่งจะช่วยลดเงินลงทุนในโครงการได้ 10-15 % นายคำรบลักขิ์กล่าว

...

เปิดหน้าดินใหม่'บางซื่อ-ตลิ่งชัน' +ตลอดแนวรถไฟสายสีแดง คาดราคาที่ดินขยับรับ 30-100%/อนาคตกลายเป็นทำเลทองที่อยู่อาศัย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2223 03 มิ.ย. - 06 มิ.ย. 2550


เปิดหน้าดินใหม่ ตัดถนนเลียบทางรถไฟสายบางซื่อ-ตลิ่งชัน สร้างพร้อมรถไฟสายสีแดง ยาวกว่า 20 กม.ชนถนนวงแหวนรอบนอก เจ้าของที่ดินเฮ ที่ดินตาบอดกลายเป็นทำเลทองในพริบตา พุ่ง 30-100% จากหลัก 5-7 พันกลายเป็น 2-3 หมื่นต่อตารางวา เชื่ออนาคตเป็นทำเลที่อยู่อาศัยทำเลใหม่


หลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค.50 ที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนทางราง ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล โดยเร่งรัดให้การรถไฟฯ เร่งประกวดราคาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กิโลเมตร มูลค่ารวม 13,133 ล้านบาท พร้อมทั้งให้ก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟ (Local Road) ไปพร้อมกันด้วยนั้น


แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า ในส่วนของงานก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟนั้น คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 2,074 ล้านบาท ซึ่งแนวเส้นทางจะเป็นแนวที่คู่ขนานไปกับแนวเส้นทางของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ทั้ง 2 ด้าน โดยแต่ละด้านจะมีระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร แต่ละด้านจะมีขนาด 2 ช่องจราจร ซึ่งแนวเส้นทางด้านฝั่งกรุงเทพฯ จะเริ่มที่บริเวณบางซื่อจนถึงสะพานพระราม 6 ส่วนด้านฝั่งธนบุรีจะเริ่มจากถนนจรัญสนิทวงศ์ไปจนถึงถนนกาญจนาภิเษก


อย่างไรก็ดี แนวเส้นทางดังกล่าวได้ทำการศึกษารายละเอียดควบคู่ไปกับการศึกษาแนวเส้นทางของสายสีแดงบางซื่อ-ตลิ่งชัน และโครงการระบบทางด่วนทดแทนโครงการทางด่วนสายพญาไท-พุทธมณฑล บนเขตทางรถไฟแห่งประเทศไทย สายบางซื่อ-พระราม 6 เชื่อมโยงกับถนนบรมราชชนนี ที่ทำแล้วเสร็จตั้งแต่ช่วงปี 48 ที่ผ่านมา ทำให้ในขณะนี้ กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา คือ บริษัททีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำหน้าที่ในการเตรียมการประกวดราคา ได้ทำการสำรวจสภาพของพื้นที่อีกครั้ง เพื่อดูสภาพในปัจจุบัน และดูอุปสรรคและปัญหาต่างๆ เพื่อปรับรูปแบบให้เหมาะสมเพื่อเตรียมการประกวดราคาภายในช่วงปลายเดือน มิ.ย. ถึงต้นเดือน ก.ค.50 นี้


ด้านนายชวลิต อาสนสุวรรณ์ เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางกอกน้อย เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ถึงศักยภาพราคาที่ดินที่อยู่ในแนวระบบรถไฟชานเมือง (สีแดง ) ช่วง บางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กิโลเมตร และแนวถนนโลคัลโรด หรือ ถนนท้องถิ่นเลียบทางรถไฟ ว่าราคาที่ดินมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้น แต่ต้องรอให้มีการก่อสร้างที่ชัดเจนหรือมีการตอกเสาเข็มก่อน ราคาน่าจะขยับขึ้น แต่ไม่สูงมากนักเฉลี่ยจะอยู่ที่ 30 % ซึ่งบริเวณติดแนวถนนสายหลักราคาค่อนข้างสูงอาทิ พุทธมลฑล 40,000-50,000บาท/ตารางวา แต่บริเวณถัดเข้าไปข้างใน ที่จะมีแนวสายทางดังกล่าวราคาที่ดินยังไม่สูงมาก เฉลี่ย 7,000-10,000บาท/ตารางวา


อย่างไร เนื่องจาก ช่วงนี้เศรษฐกิจซบเซา ที่สำคัญทำเลย่านตลิ่งชัน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สีเขียวที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม และที่ดินประเภทเขียวทะแยงขาว หรือที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมพัฒนาได้เฉพาะบ้านเดี่ยวขนาด 100 ตารางวา ดังนั้นที่ดินจะไม่บูมเท่ากับที่ดินในเมืองเกาะแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดิน


แหล่งข่าวจากสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครสาขาดอนเมืองกล่าวว่า ที่ดินในย่านเขตดอนเมือง หลักสี่แจ้งวัฒนะ ส่วนใหญ่จะถูกจับจองและพัฒนาเต็มพื้นที่แล้ว ทั้งบ้านจัดสรร อาคารชุด อาคารสำนักงาน นอกจากนี้ ราคาที่ดินทำเลนี้ค่อนข้างสูง แต่จะมี ประเภทอาคารชุดขนาดเล็กๆเกิดขึ้น ในช่วงนี้เช่นกันอย่างไรก็ดี คาดว่าหากมีการตอกเสาเข็มหรือมีการคัดเลือกผู้รับเหมา เชื่อว่าราคาที่ดินจะขยับขึ้นอย่างแน่นอน 10-20 % ซึ่ง ขณะนี้ บริเวณติดถนน วิภาวดีรังสิตราคาสูงมากเฉลี่ย 70,000บาท/ตารางวา หากขยับมากกว่านี้คงไม่สามารถซื้อ-ขายกันได้ แต่มีบริเวณด้านในซอยลึก ราคา เฉลี่ย 20,000-30,000บาท/ตารางวา และจะกลายเป็นทำเลที่อยู่อษสํยแห่งใหม่ในอนาคต


ส่วนนายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเจนซี ฟอร์เรียลเอสเตท แอสแฟร์ เปิดเผยว่า ที่ดินดิบที่เป็นทั้งที่ดินตาบอด พื้นที่เกษตรกรรม จะได้อนิสงค์จากรถไฟสายสีแดง และ โรคัลโรดที่ตัดเป็นแนวขนานไปกับเส้นทางรถไฟดังกล่าว ได้แก่ บริเวณ ตลิ่งชัน บางบำหรุที่ยัง มีพื้นที่ว่างอยู่ด้านในซอย หรือที่ดินตาบอดอยู่จำนวนมาก อีกโซน จะเป็น รังสิต บริเวณ หน้าหมู่บ้านเมืองเอก บริเวณ ธรรมศาสตร์ ฯลฯ โซนดังกล่าว เฉลี่ยราคาที่ดินดิบยังถูกไร่ละ 2-3ล้านบาท หรือ ตารางวาละ 5,000-7,000 บาท ซึ่งหาก มีแนวถนนตัดผ่านสามารถขยับได้อีกหลายเท่าตัวคือ 20,000-30,000บาท/ตารางวา ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตจะมีผู้ประกอบการดักซื้อไว้รอการพัฒนา และขายเป็นบ้านพร้อมที่ดินได้ในราคาเฉลี่ย ตารางวาละ 40,000-45,000 บาท/ตารางวา ส่วนทำเลวิภาวดีรังสิตราคาซื้อ-ขายปัจจุบันสูงเฉลี่ย 50,000-เกือบ100,000 บาท ต่อตารางวา หากจะขยับขึ้นได้เพียง 5% หรือเพิ่ม เฉลี่ย 10,000 บาท/ตารางวา เนื่องจากทำเลย่านดอนเมือง วิภาวดี ซึ่งขณะนี้ มีผู้ประกอบการซื้อไว้เป็นแปลงขนาดเล็ก เฉลี่ย 2-5 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นซิตี้คอนโดมิเนียม

...

Quote:
Originally Posted by Wisarut View Post
แจงชื่อโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง
Matichon - June 2, 2007


นายนคร จันทศร รองผู้ว่าการด้านระบบโครงการขนส่งรถไฟฟ้า การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต บางซื่อ-ตลิ่งชัน ถือเป็นโครงการรถไฟฟ้า ไม่ใช่โครงการรถไฟดีเซลตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ โดยโครงการดังกล่าวจะมีทั้งสิ้น 3 ราง แบ่งเป็นทางสำหรับรถไฟที่วิ่งปกติในปัจจุบัน 1 ราง และเป็นรางสำหรับรถไฟฟ้าอีก 2 ราง "รถไฟฟ้าสายสีแดงจะเรียกเป็นรถไฟฟ้าหรือรถไฟชานเมืองสายสีแดงตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมาก็ได้ เพราะเป็นหลักการเดียวกัน เพียงแต่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลขณะนั้น ให้ความเห็นว่าในเมื่อทางรถไฟดังกล่าวสามารถวิ่งร่วมกันได้ทั้งรถไฟฟ้าและรถไฟปกติ ก็ควรจะใช้ชื่อรถไฟชานเมือง เพื่อให้ครอบคลุมทั้งสองระบบ"
....

ประมูลรถไฟฟ้าสีแดง1.3หมื่นล. เปิดอีออกชั่นกลางเดือนสิงหาคม

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3905

รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน เลื่อนเปิดประมูลออกไปอีก 1 เดือน จากกำหนดเดิมสิ้นมิถุนายนเป็นกลางสิงหาคม เผยต้องลงประกาศ ทีโออาร์ในเว็บไซต์ เพื่อรับฟังความคิดเห็น พร้อมเสนอบอร์ดอนุมัติอีกครั้งก่อนถึงจะลงมือเคาะราคาได้ ด้วยวิธีอีออกชั่นแบบสัญญาเดียว ด้านผู้รับเหมาเฮได้งานชิ้นโต มูลค่า 13,000 ล้านบาท ร.ฟ.ท.เตรียมรื้อ 15 ชุมชนริมทางรถไฟ กว่า 2,000 หลังคาเรือน ก่อนเริ่มตอกเสาเข็มต้นปี"51

นายนคร จันทศร รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การเปิดประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กิโลเมตร ค่าก่อสร้าง 13,000 ล้านบาท อาจจะต้องเลื่อนการเปิดประมูลออกไป จากกำหนดเดิม ที่จะเปิดประมูลภายในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมนี้เป็นกลางเดือนสิงหาคมแทน เนื่องจากยังมีกระบวนการที่จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ อีกหลายขั้นตอน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการก่อสร้างจะเริ่มก่อสร้างได้ตั้งแต่ต้นปี 2551 เป็นต้นไป

"การรถไฟฯรับปากรัฐบาลว่าจะเร่งเปิดประมูลให้เร็วที่สุด ภายในเดือนมิถุนายน หรือเดือนกรกฎาคมนี้ แต่เมื่อถึงเวลาดำเนินการในราย ละเอียดจริงๆ แล้ว เวลาที่กำหนดไว้ก็คงต้องเลื่อนออกไป แต่คาดว่าคงจะเลื่อนออกไปไม่มาก เพราะต้องทำตามขั้นตอนของการเปิดประมูลให้ครบถ้วนเหมือนกับโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ฉะเชิงเทรา-แหลมฉบัง"

นายนครกล่าวว่า สำหรับขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการเพิ่มเติมคือ จะมีการประกาศร่างทีโออาร์ในเว็บไซต์เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วไป ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จากนั้นจะต้องนำผลสรุปความคิดเห็นเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟฯ เมื่อบอร์ดอนุมัติจึงจะประกวดราคาด้วยระบบอีออกชั่นได้

"สำหรับทีโออาร์จะกำหนดเหมือนกับการเปิดประมูลก่อสร้างทั่วไป คือมีการกำหนดวงเงินผลงาน ทุนจดทะเบียน ฯลฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการร่างรายละเอียด ส่วนการเปิดประมูลจะเปิดประมูลสัญญาเดียววงเงิน 13,000 ล้านบาท จะไม่ซอยย่อย เพื่อให้ได้ผู้รับเหมารายเดียว ซึ่งจะทำให้งานได้มาตรฐานเดียวกัน ส่วนระยะเวลาในการก่อสร้างจะใช้เวลา 3 ปี"

นายนครกล่าวต่อว่า ในการประกวดราคาของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน วงเงิน 13,000 ล้านบาท จะประกอบด้วยงานโยธา งานระบบราง งานรื้อย้ายและงานก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟ ซึ่งจะรวมงานถนน งานสะพานกลับรถ และสะพานลอยคนเดินข้าม ส่วนงานระบบเครื่องกลและไฟฟ้าจะต้องรอเปิดประมูลพร้อมกับช่วงบางซื่อ-รังสิต ที่ทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียดอยู่เพื่อให้เป็นระบบเดียวกัน

สำหรับรายละเอียดของโครงการตลอดระยะทาง 15 กิโลเมตร จะมีทั้งหมด 3 สถานี คือ สถานีบางซ่อน สถานีบางบำหรุ และสถานีตลิ่งชัน ลักษณะของโครงสร้างจะก่อสร้างเป็นทางยกระดับประมาณ 7.2 กิโลเมตร จากบางซื่อก่อนถึงสถานีบางบำหรุ ส่วนระยะทางที่เหลืออีก 7.8 กิโลเมตร จะก่อสร้างระดับพื้นดิน การให้บริการในเบื้องต้นจะเป็นรถไฟดีเซลราง ให้บริการทั้งรถไฟทางไกลและรถไฟชานเมือง

ส่วนงบฯก่อสร้าง 13,000 ล้านบาท แยกเป็นค่ารื้อย้ายวงเงิน 1,758 ล้านบาท ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 269 ล้านบาท ค่างานโยธาและโครงสร้างทางวิ่งวงเงิน 7,274 ล้านบาท ค่างานระบบรางวงเงิน 1,397 ล้านบาท และค่างานก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟ 2,108 ล้านบาท

ด้านการรื้อย้าย ตลอดแนวเส้นทางมีชุมชน ผู้บุกรุกพื้นที่ของการรถไฟฯจะต้องรื้อย้ายทั้งหมด 15 ชุมชน จำนวน 2,093 หลังคาเรือน ได้แก่ ชุมชนบ่อฝรั่งพัฒนา ชุมชนโชติวัฒน์ ชุมชนสุขสันต์ ชุมชนสะพานดำบริเวณบางซื่อ ชุมชนสุดซอยสมถวิล ชุมชนสีน้ำเงิน 3 ชุมชนซอยยิ้มประยูรพัฒนา ชุมชนพระราม 6 ชุมชนริมทางรถไฟบางอ้อ ชุมชนวัดเพลง ชุมชนสะพานดำตลิ่งชัน ชุมชนริมทางรถไฟชัยพฤกษ์ 1 ชุมชนริมทางรถไฟชัยพฤกษ์ 2 ชุมชนริมทางรถไฟบางกรวย และชุมชนริมทางรถไฟ 2 บริเวณบางกรวย

หน้า 14

..

ที่ดินติดแนวรถไฟสีแดงเดือด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2226 14 มิ.ย. - 16 มิ.ย. 2550

ขาใหญ่สั่งนายหน้ากว้านที่ดินประเคน เจ้าของที่ตาบอดตลอดแนวรถไฟสีแดง-โลคัลโลด บางซื่อ-บางบำหรุ –ตลิ่งชัน เฮลั่นราคาพุ่งกระฉูด ดีเวล็อปเปอร์รายใหญ่ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ / แสนสิริ /เอเชียน/ศุภาลัย /มั่นคง ฯ เตรียมปักป้ายผุดบ้านจัดสรร/อาคารชุด รับลูกค้า เจ้าของที่ดินรู้ทันโก่งราคาตารางว่ากว่าครึ่งแสน

จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท) เร่งก่อสร้างระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ –บางบำหรุ –ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กิโลเมตร และ ถนนท้องถิ่นเลียบทางรถไฟ (โลคัลโรด ) ขนานไปตลอดแนวสายทาง นั้น เป็นที่จับตาของนักพัฒนาที่ดินรายใหญ่ของไทย จ้องเข้าครอบครองเพื่อเนรมิตรเป็นทำเลทองอสังหาริมทรัพย์อีกย่านหนึ่ง

***ที่ดินอยู่ในมือเอกชนหมดแล้ว


แหล่งข่าวจากสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขา บางกอกน้อย เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ขณะนื้ที่ดินตลอดแนวรถไฟสายสีแดง โดยเฉพาะโซนตลิ่งชัน บางบำหรุ บางกอกน้อย บางพลัด ส่วนใหญ่จะอยู่ในมือของผู้ประกอบการจัดสรรหมดแล้ว ซึ่งจะมีทั้งรายใหญ่กระทั่งรายเล็ก และทยอยพัฒนาโครงการต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีระยะนี้ยังไม่มี การซื้อ-ขายเปลี่ยนมือเพิ่มขึ้น เข้าใจว่า อาจเป็นเพราะ มีการจับจองเป็นเจ้าของรอการพัฒนาแล้วข้างต้น หรือไม่ก็รอดูท่าที่ให้โครงการเดินหน้าก่อน ส่วนราคาที่ดิน ทำเลดังกล่าวแพงอยู่แล้ว ซึ่งติดถนน บรมราชชนนี บางกอกน้อย ราคาประเมินที่ดิน ของกรมธนารักษ์ อยู่ที่ 50,000-55000 บาท/ตารางวา ส่วนราคาซื้อ-ขายตลาดน่าจะสูงกว่านี้แต่ไม่ถึงกลับสูงกว่าราคาประเมินมากนัก สอดคล้องกับความเห็นของเจ้าหน้าที่ สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า บริเวณพื้นที่ย่านบางซื่อ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ ส่วนใหญ่จะเป็นชุมชนค่อนข้างหนาแน่น และเป็นที่ดินของการรถไฟ ฯ

***นายหน้าตีพลิกรวมที่ให้บิ๊กจัดสรร


ขณะที่ นาย ต้อ บุญจันทร์ นายหน้า ค้าที่ดิน ย่าน จรัญสนิทวงศ์ บางพลัด กล่าวว่า ขณะนี้มีนายหน้า ในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 10-20 ราย วิ่งเต้นรวบรวมที่ดินเสนอบริษัทพัฒนาที่ดินจำนวนมาก และ โดยส่วนตัวแล้ว ได้ รวบรวม ที่ดินตามแนวรถไฟสายสีแดง ให้กับ บริษัทพัฒนาที่ดินรายใหญ่ 5-6 ราย ได้แก่ บริษัทแลนแอนด์เฮ้าส์ จำกัด( มหาชน) บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด(มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย กำจัด (มหาชน) บริษัท สัมมากร จำกัด(มหาชน) และ บริษัท เอเชียน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ( มหาชน) ตลอดจนบริษัท พัฒนาที่ดินรายกลาง-รายเล็กในพื้นที่ที่ต้องการที่ดิน ฯลฯ



ทั้งนี้ที่ดินที่ผู้ประกอบการต้องการจะอยู่ตามแนวสถานีรัศมี ไม่เกิน 500เมตร จนถึง เข้าซอย ไม่เกิน 1 กิโลเมตร ขนาด ตั้งแต่ 2-100ไร่ ซึ่ง ทำเลบริเวณถนน จรัญสนิทวงศ์ เขตบางพลัด ผู้ประกอบการให้ความสนใจไม่แพ้ทำเลย่านตลิ่งชัน อย่างไรก็ดี กลุ่มผู้ประกอบการดังกล่าว มีความต้องการที่ดินพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะรายใหญ่ แต่ติดปัญหาว่าที่ดินมีน้อย และราคาค่อนข้างสูง และเมื่อไม่นานมานี้ บริษัท ศุภาลัย ฯ ได้ซื้อที่ดิน จำนวน 3-4แปลง รัศมีใกล้กับรถไฟสายสีแดง และสีน้ำเงิน ได้แก่ ที่ดิน บริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์ 95 เนื้อที่ 16 ไร่ ซึ่ง จะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม นอกจากนี้ยังได้ซื้อที่ดินจำนวน 13-14 ไร่ ตกไร่ ละ 6 ล้านบาท บริเวณด้านหลังกระทรวงสาธารณะสุข และล่าสุดได้ตกลงใจซื้อที่ดินจำนวน 2 แปลงทำเลย่านตลิ่งชัน จำนวน 130 ไร่ เพื่อพัฒนาบ้านเดี่ยวและ ทาวน์เฮ้าส์ แปลงที่ดิน ห่างจากรัศมี รถไฟฯประมาณ 4 กิโลเมตร และใกล้กับแนวถนนพระราม5 และถนนนครอินทร์ ซึ่ง ราคาเฉลี่ย 20,000 -30,000บาท/ตารางวา อย่างไรก็ดีราคาที่ดินย่านตลิ่งชันค่อนข้างแพง ติดถนนราคา 50,000-60,000 บาท/ตารางวา


ส่วน นาย ประชา สุทธิศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 ตำบลตลิ่งชัน อำเภอตลิ่งชัน กล่าวว่า ขณะนี้มีนายหน้า ไม่ต่ำกว่า 20 ราย ได้รวบรวมที่ดินจากชาวบ้าน วิ่งเต้นเสนอขายให้กับ บริษัทพัฒนาที่ดิน ซึ่งขณะนี้ หลายรายซื้อไว้แล้วและอีกหลายรายกำลังเจรจาอยู่ ซึ่ง ที่ดินส่วนใหญ่เป็นสวนผลไม้ ไม่มีทางเข้า-ออก ราคาเฉลี่ย 10,000 บาท/ไร่ แต่ติดถนนค่อนข้างแพง ราคาไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท/ไร่

*** บริษัทพัฒนาที่ดินตีปีก

ด้าน นาย อธิป พีชานนท์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้สนใจซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมเกือบทุกพื้นที่ อย่างไรก็ดี ยอมรับว่า ได้ซื้อที่ดินไว้ บริษัทจรัญสนิทวงศ์ เพื่อพัฒนาโครงการ ซึ่ง จะใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมากกว่า แต่ก็ถือว่า ใกล้กับรถไฟสายสีแดง ซึ่งสามารถเดินทางได้สะดวกทั้งสองสายทาง นอกจากนี้แล้วยังได้ซื้อที่ดินจำนวน 100 กว่าไร่ บริเวณ ถนนตลิ่งชัน –สุพรรณบุรีตัดแยกถนนพระราม 5 วัดนครอินทร์ เพื่อพัฒนาบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ ในราคา 10,000 บาท/ตารางวา ซึ่งราคาที่ดินจะถูกกว่าโซนพระราม 5 และการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนดีกว่า


ขณะที่ นาย อนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า บริษัทสนใจทำเลเกาะแนวรถไฟฟ้า ส่วนรถไฟสายสีแดง บริษัทได้ให้ความสนใจเช่นกันแต่จะไม่เข้าไปซื้อที่ดินเพื่อพัฒนา ซึ่งจะซื้อต่อเมืองรถไฟฟ้าเส้นนี้ ลงมือก่อสร้าง แล้วเท่านั้น


นายธำรงปัญญา สกุลวงศ์ ประธานบริหาร บริษัท นิรันเรสซิเด้นท์ จำกัด กล่าว มีบริษัทนายหน้าหลายราย ได้เสนอขายที่ดินหลายจุดบริเวณแนวรถไฟฟ้า แต่ขณะนี้ต้องพิจารณาก่อนเพราะ ไม่แน่ใจว่าลงก่อสร้างจริงหรือไม่


***ราชพฤกษ์-พระราม5ได้อานิสงส์





สำหรับ นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอเจนซี่ฟอร์เรียลเอสเตทแอสแฟร์ เปิดเผยว่า ที่ดินโดยรอบแนวรถไฟสายสีแดง ขณะนี้อยู่ในมือของกลุ่มนักพัฒนาที่ดินเป็นส่วนใหญ่ และพื้นที่ที่ได้อนิสงส์จากรถไฟสายสีแดง และโลคัลโรดก็คือ ถนนราชพฤกษ์ ถนนวัดนครอินทร์ ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ถนนบรมราชชนนี ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการเข้าไปกว้านซื้อมากขึ้น ซึ่งราคาที่ดินเชื่อว่าจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างแน่นอน


***ชาวบ้านสนใจขายที่หากให้ราคาสูง


จากการสำรวจที่ดินตลอดแนวรถไฟสายสีแดงและ แนวถนนโรคัลโลด ช่วงสถานีบางซื่อ บางบำหรุ และตลิ่งชัน ของ"ฐานเศรษฐกิจ " พบว่า บริเวณบางซื่อจะมีความเจริญและที่ดินว่างเปล่าค่อนข้างหายาก นอกจากนี้ที่ดินบริเวณ บางกอกน้อย บางพลัด จรัญสนิทวงศ์ บางบำหรุ ตลิ่งชัน ส่วนใหญ่พื้นที่ยังคงเป็นสวนผลไม้ สวนไม้ประดับและที่ดินว่างเปล่าอยู่จำนวนมาก จากการสอบถาม นายวันชาติ พุ่มเฟือง อายุ 64 ปี เจ้าของสวนผลไม้และไม้กิ่งตอน ซึ่งอยู่ใกล้สถานีบางบำหรุ กล่าวว่า ที่ดินตลอดแนวที่เป็นสวน ในระแวก นี้ มีไม่ต่ำกว่า 10 ไร่ ซึ่งบางบ้านก็สนใจขายบางบ้านก็ไม่ขาย เนื่องจากเป็นที่ดินมรดกตกทอด ซึ่งเชื่อว่าจะมีความเจริญเข้ามาสู่พื้นที่ซึ่งราคาที่ดิน ขณะนี้ราคา ไม่ต่ำกว่าตารางวาละ 30,000 บาท อย่างไรก็ดีหากเอกชนสนใจก็จะขายแต่ต้องอยู่ในราคา 50,000-60,000 บาท /ตารางวา




.....

จี้เลิกดั้นเมฆดีเซลรางลอยฟ้า สป.ชี้มีแต่สูญ มหาศาลด้านรัฐยังหวังอ้อนเจบิค

Thairath [16 มิ.ย. 50 - 04:26]

นายโอกาส เตพละกุล ประธานคณะทำงานโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมและพลังงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) เปิดเผยว่า สป.เตรียมทำหนังสือให้ ครม.พิจารณาทบทวนแนวทางดำเนินโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงรังสิต-บางซื่อ-ตลิ่งชันวงเงิน 65,000 ล้านบาทใหม่ เพื่อเปลี่ยนเป็นระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนตามวัตถุประสงค์เดิม เนื่องจากมติ ครม.ที่ให้การรถไฟก่อสร้างระบบรถไฟชานเมืองโดยจะนำรถไฟดีเซลรางมาวิ่งให้บริการก่อนแล้วค่อยปรับเปลี่ยนเป็นระบบรถไฟฟ้าในภายหลังนั้นจะทำให้รัฐบาลต้องใช้จ่ายงบประมาณอีกมหาศาล

ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาให้รอบคอบเกี่ยวกับความคุ้มค่าการลงทุน เพราะใช้ภาษีประชาชนไปกว่า 65,000 ล้านบาท ในการก่อสร้างระบบรถไฟชานเมือง แต่ในอนาคตจะต้องจ่ายอีกมหาศาลจะไม่เกิดความคุ้มค่าเลย ดังนั้นควรให้ความสำคัญเร่งด่วนกับการประหยัดพลังงาน แก้ปัญหาจราจร และลดค่าใช้จ่ายของประชากรด้านการเดินทางก่อน ซึ่งระบบมวลชนตามเจตนารมณ์เดิมที่เคยสัญญากับคนกรุงเทพฯ ดีอยู่แล้ว

นอกจากนี้ การเปลี่ยนนโยบายเป็นรถไฟชานเมืองโดยเป็นทางรถไฟยกระดับเชื่อมต่อกับรถไฟเดิม ซึ่งใช้รางขนาด 1 เมตร จะมีปัญหากับการเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าอื่นๆที่มีความกว้างมาตรฐาน 1.453 เมตร ทำให้โครงข่ายไม่มีความสมบูรณ์ ไม่สามารถจะช่วยประหยัดพลังงานหรือลดต้นทุนให้กับประชาชนได้ “ประชากรกรุงเทพฯส่วนใหญ่ผิดหวังกับนโยบายรัฐบาลมากเพราะระบบรถไฟชานเมือง เป็นการขนส่งคนเข้ามาในกรุงเทพฯแต่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาจราจร ลดรายจ่ายค่าโดยสารและค่าพลังงานของคนในพื้นที่ได้เลย”

นายสมหมาย ภาษี รมช.คลัง เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับนายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รมช.คมนาคม เพื่อติดตามสถานภาพการดำเนินงานในโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางว่า ที่ประชุมได้มีการกำหนดแผนการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าใหม่โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องในการใช้เงินกู้ของธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิค) ที่อาจจะพิจารณาให้เงินกู้แก่รัฐบาลไทยไม่ทันในเดือนสิงหาคม 2550 นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางใหญ่-บางซื่อของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และสายสีแดงช่วงรังสิต-บางซื่อของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานยืนยันว่าสามารถดำเนินงานในส่วนที่สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นจะขอทางเจบิคว่าเราจะขอดำเนินการตาม พ.ร.บ.ร่วมการงานระหว่างเอกชนกับรัฐ พ.ศ.2535 ก่อน เพื่อให้เกิดความชัดเจนตามที่เจบิคต้องการภายในเดือนสิงหาคมนี้ รวมทั้งการเตรียมเอกสารการประกวดราคาซึ่งตามหลักแล้วจะต้องได้รับความเห็นชอบจากเจบิคก่อน “ในกรณีนี้จะต้องไปขอร้องกับทางรัฐบาลญี่ปุ่นว่าเราจะดำเนินการเบื้องต้นตามที่กำหนด ขณะที่ยังไม่ได้มีการลงนามในสัญญาเงินกู้ ผมคิดว่าทางญี่ปุ่นคงไม่น่ามีปัญหา ส่วนที่มีการออกมาระบุว่าที่รัฐบาลญี่ปุ่นไม่ให้รัฐบาลไทยกู้นั้น เนื่องจากเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยนั้น ทางญี่ปุ่นไม่เคยอ้างในเรื่องนี้เลย แต่หากไม่ให้จริงๆ เราก็ยังมีทางเลือกอื่นๆ เช่นกองทุนน้ำมันหรือเงินกู้ภายในประเทศ”

ด้านนายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รมช.คมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการโครงการ โดยในส่วนของสายสีม่วงที่คาดว่าจะเสนอ ครม.อนุมัติการก่อสร้างได้กลางเดือนสิงหาคม 2550 ประกาศประกวดราคาต้นเดือนกันยายน ยื่นซองประกวดราคากลางเดือนธันวาคมและนำเสนอเข้า ครม.อีกครั้งเพื่อเซ็นสัญญาประมาณเดือนเมษายน 2551 และจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้เลย คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนเมษายน 2554

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากที่แผนการก่อสร้างรถไฟฟ้าดังกล่าวจะได้รับความเห็นชอบจากเจบิค เนื่องจากเป็นการดำเนินการเบ็ดเสร็จโดยรัฐบาลไทยเพียงฝ่ายเดียวโดยที่เจบิคไม่มีส่วนเข้ามาตรวจสอบความโปร่งใสและขั้นตอนการประมูลอันเป็นเงื่อนไขสำคัญของการปล่อยกู้ที่เจบิคกำหนดไว้ ซึ่งจะต้องมีการส่งแผนการประมูล หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกให้เจบิคตรวจสอบทุกระยะก่อนอนุมัติเงินกู้ นอกจากนี้ ในแผนก่อสร้างข้างต้นยังเป็นที่น่าสังเกตว่าแม้เป็นช่วงรัฐบาลรักษาการที่คาดจะมีการเลือกตั้งในเดือนธันวาคมและปรับเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการทบทวนโครงการหรือไม่ แต่กระทรวงคมนาคมกลับยังคงวางกำหนดการไปตามเดิม.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 31st, 2009, 12:23 PM   #11
JUmp*
RapidasH
 
JUmp*'s Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Location: VTBs - VTSF
Posts: 1,137
Likes (Received): 37




อยากเห็นสะพานที่เป็นเอกลักษณ์มากกว่านี้ อยากได้พวกสะพานโค้ง หรือสะพานขึงแบบแปลกๆมากกว่า

แต่ก็เหอะ แค่ข้ามแม่น้ำก็โอหละ
JUmp* no está en línea   Reply With Quote
Old May 31st, 2009, 12:56 PM   #12
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 54,615
Likes (Received): 1567

2,351หลังสังเวยเวนคืนสายสีแดง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2227 17 มิ.ย. - 20 มิ.ย. 2550


เปิดโผชุมชนริมเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดงตลอดแนว 15 กิโลเมตร มีจุดที่ได้รับผลกระทบ 38 จุด สถานประกอบการ 72 ราย ที่พักอาศัย/สถานประกอบการ 81 ราย ส่วนชุมชนที่ได้รับผลกระทบ มีทั้งสิ้น 15 ชุมชน รวมเป็นจำนวน 2,351 หลังคาเรือน และหน่วยราชการ 21 แห่ง ด้านการรถไฟฯ เร่งจ้าง "เทสโก้" ให้เวลา1เดือนลงพื้นที่สำรวจจำนวนและจุดที่ได้รับผลกระทบ พร้อมตั้งคณะกรรมกำกับการรื้อย้าย-จ่ายค่าชดเชย เร่งส่งหนังสือถึงคู่สัญญารัฐ-เอกชน กว่า 70 สัญญาบอกเลิกสิทธิการเช่าเพื่อเคลียร์พื้นที่แล้ว





แหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่งจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" เกี่ยวกับผลการศึกษาความเหมาะสมของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กิโลเมตร ที่ได้จัดทำไว้ในช่วงปี 47-48 ที่ผ่านมา ว่าแนวเส้นทางโครงการนั้นจะเริ่มต้นจากสถานีชุมทางบางซื่อ เป็นทางแยกออกจากเส้นทางสายเหนือ ซึ่งจะเป็นทางคู่ วิ่งข้ามคลองประปา และตัดทางรถยนต์เสมอระดับถ.ประชาชื่น ไปจนถึงสถานีบางซ่อน ซึ่งในช่วงนี้ บริเวณโดยรอบจะเป็นบริเวณที่พักอาศัยและการพาณิชย์ขนาดเล็ก เป็นอาคารไม่สูงมากนัก


++กระทบชาวบ้าน2,351ครัวเรือน


จากนั้นแนวเส้นทางรถไฟจะวิ่งออกจากสถานีบางซ่อน ตัดผ่าน ถ.ประชาราษฎร์ (กรุงเทพ-นนทบุรี) แล้ววิ่งข้าม ถ. ประชาราษฎร์สาย 1 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะพานพระรามหก ข้าม ถ.จรัญสนิทวงศ์ และถ.บางกรวย-ไทรน้อย จากนั้นจะลดระดับทางรถไฟเข้าสู่สถานีบางบำหรุ ซึ่งตามแนวที่ผ่านจะมีอาคารพักอาศัยและพาณิชย์ค่อนข้างน้อย


เมื่อเข้าสู่ย่านสถานีบางบำหรุแล้ว ทางรถไฟก็จะวิ่งข้ามตัดทางผ่านเสมอระดับถนนเทอดพระเกียรติ ข้ามคลองบางกอกน้อยและตัดผ่าน ถ.บางกอกน้อย-ตลิ่งชัน ซึ่งแนวเส้นทางรถไฟจะขนานไปกับ ถ.ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ไปตัดกับ ถ.เชื่อมต่อ ถ.เพชรเกษม-ถ.รัตนาธิเบศร์ (แนวเหนือ-ใต้) ของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ก่อนเข้าสู่สถานีชุมทางตลิ่งชัน ซึ่งจะมีทางรถไฟแยกไปสถานีบางกอกน้อย/ธนบุรี อยู่ทางด้านซ้ายมือ โดยบริเวณสถานีชุมทางตลิ่งชันนี้ จะมีอาคารบ้านพักอาศัยไม่ค่อยหนาแน่น และเป็นชุมชนชนบทเป็นส่วนมาก


แหล่งข่าวรายเดิมให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า จากผลการศึกษาที่จัดทำไว้ก่อนหน้านี้ ได้มีการสำรวจจำนวนชุมชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการนี้ไว้ด้วย ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ริมทางรถไฟ โดยตลอดแนวจะมีจุดที่ได้รับผลกระทบ 38 จุด สถานประกอบการ 72 ราย ที่พักอาศัย/สถานประกอบการ 81 ราย ด้านชุมชนที่ได้รับผลกระทบ มีทั้งสิ้น 15 ชุมชน รวมเป็นจำนวน 2,351 หลังคาเรือน และยังมีที่ทำการราชการ 21 แห่ง บ้านพักราชการ 1 แห่ง สถานที่สำคัญทางศาสนา 5 แห่ง สถานีคมนาคม 3 แห่ง สนามกอล์ฟ 1 แห่ง และสวนสาธารณะอีก 3 แห่งด้วย


++5ศาลโดนชนกระเจิงแน่


โดยรายละเอียดที่สำรวจ นั้นได้แบ่งช่วงออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 บริเวณถนนกาญจนาภิเษก (ทางหลวงหมายเลข 9-คลองบางกอกน้อย) เป็นพื้นที่เขตตลิ่งชัน แขวงฉิมพลี มีบริเวณที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย บริเวณซอยฉิมพลี 12 หมู่ที่ 3 มีครัวเรือนทั่วไปได้รับผลกระทบ 2 หลังคาเรือน และสวนสาธารณะสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา, ซอยฉิมพลี 14 มีครัวเรือนทั่วไปได้รับผลกระทบ 5 หลังคาเรือน, ซอยฉิมพลี 14 หมู่ที่ 4 มีครัวเรือนทั่วไปได้รับผลกระทบ 1 หลังคาเรือน, บริเวณถนนเลียบทางรถไฟไปสถานีบ้านฉิมพลี หมู่ที่ 5 มี ครัวเรือนทั่วไปได้รับผลกระทบ 3 หลังคาเรือนและมีสถานที่ราชการอยู่ในแนวเส้นทาง คือ ศาลแขวงตลิ่งชัน ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ศาลแรงงานกลาง ศาลล้มละลายกลาง ศาลแพ่งอาญาธนบุรีเหนือ, บริเวณถนนเลียบทางรถไฟไปสถานีบ้านฉิมพลี หมู่ที่ 6 ซึ่งจะมีบ้านพักพนักงานรถไฟบ้านฉิมพลี และสถานีรถไฟบ้านฉิมพลีอยู่ และ บริเวณถนนเลียบทางรถไฟไปสถานีบ้านฉิมพลี หมู่ที่ มีสถานประกอบการ 1 รายที่ได้รับผลกระทบ


+++เช็คดวงหมู่บ้านดังตะลิ่งชัน


ส่วนพื้นที่บริเวณแขวงและเขตตลิ่งชัน จะมีผู้ที่ได้รับผลกระทบ คือบริเวณถนนชัยพฤกษ์ หมู่ที่ 3 ชุมชนสะพานดำ จำนวน 32 หลังคาเรือน, ถนนชัยพฤกษ์ หมู่ที่ 6 ชุมชนสะพานดำ จำนวน 23 หลังคาเรือน, ถนนชัยพฤกษ์ หมู่ที่ 7 ชุมชนริมทางรถไฟชัยพฤกษ์ 1 จำนวน 120 หลังคาเรือน, ชุมชนริมทางรถไฟชัยพฤกษ์ 2 จำนวน 250 หลังคาเรือน, ขณะที่บริเวณถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี จะมีสนามกอล์ฟเสรีกอล์ฟ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ


นอกจากนั้นยังมี ที่บริเวณ ถนนเข้าหมู่บ้านร่มรื่น หมู่ที่ 9 จำนวน 8 หลังคาเรือน, ถนนเข้าหมู่บ้านร่มรื่น หมู่ที่ 13 จำนวน 6 หลังคาเรือน, บริเวณถนนเพชรเกษม-รัตนาธิเบศร์ จำนวน 13 หลังคาเรือน, ซอยสวนผัก 29 จำนวน 4 หลังคาเรือน, บริเวณซอยฉิมพลี 12 จะมีบ้านพักพนักงานรถไฟชุมทางตลิ่งชัน สถานีรถไฟชุมทางตลิ่งชัน และสวนสิงหามหาราชินี, ถนนสวนผัก หมู่ที่ 11 มีร้านค้าไม้ 1 ราย ครัวเรือนทั่วไป 3 หลังคาเรือน, ถนนสวนผัก หมู่ที่ 12 จำนวน 18 หลังคาเรือน และบริเวณ ถนนเพชรเกษม-รัตนาธิเบศร์ หมู่ที่ 14 มีครัวเรือนทั่วไป จำนวน 16 หลังคาเรือน


++จรัลฯ-บางพลัดอย่ากระพริบตา


สำหรับช่วงที่ 2 ของการสำรวจ คือ ช่วง คลองบางกอกน้อย-แม่น้ำเจ้าพระยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจะอยู่ในย่านพื้นที่เขตบางพลัด แขวงบางอ้อ ได้แก่ บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 98 (ซอยวัดวิมุตยาราม) ผู้ได้รับผลกระทบคือ ที่จอดรถของภัตตาคารเรือเงิน 95 บ้านพักพนักงานพิเชษฐ์การท่องเที่ยว, บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 97 (ซอยอิ่มทิพย์) มีที่พักอาศัยชุมชนริมทางรถไฟ 24 หลังคาเรือน, ซอยจรัญสนิทวงศ์ 95/1 มีที่พักอาศัยชุมชนริมทางรถไฟ จำนวน 123 หลังคาเรือน, ซอยจรัญสนิทวงศ์ 89 มีชุมชนริงทางรถไฟ จำนวน 10 หลังคาเรือน บ้านพักพนักงานรถไฟบางซ่อน และบริเวณซอยจริญสนิทวงศ์ 75 (ซอยสกุลชัย 6) มีชุมชนริมทางรถไฟ 6 หลังคาเรือน


อีกทั้งยังมี ย่านพื้นที่เขตและแขวงบางพลัด ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบ คือ บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 75 (ซ.สกุลชัย) มีชุมชนวัดเพลง 47 หลังคาเรือน, ซอยจรัญสนิทวงศ์ 75/6 (ซ.สกุลชัย 6) มีชุมชนริมทางรถไฟ 6 หลังคาเรือน, ซอยจรัญสนิทวงศ์ 67 มีชุมชนริมทางรถไฟ 11 หลังคาเรือน, ส่วนบริเวณถนนสิรินธร จะมีอู่ซ่อมรถ 2 ร้าน ร้านค้าอิฐมอญ บ้านพักพนักงานรถไฟสถานีรถไฟบางบำหรุ จำนวน 6 หลัง และสถานีรถไฟบางบำหรุ, บริเวณถนนรุ่งประชา จะมีร้านอาหารไผ่ถาวร 3 ร้าน ชุมชนริมทางรถไฟจำนวน 25 หลังคาเรือน และซุ้มกันทางรถไฟบางบำหรุ รวมถึงศาสนาสถานหลวงพ่อใหญ่ ด้วย


+++บางกรวย-ไทน้อยกว่า150ครัวเรือน


แหล่งข่าวรายเดิมระบุเพิ่มอีกว่า ในช่วงที่ 2 ที่ได้ศึกษาไว้ ยังมีบริเวณที่เป็นจุดได้รับผลกระทบอีก คือย่านพื้นที่แขวงและเขตบางกรวย คือ บริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์ หมู่ที่ 1 ผู้ได้รับผลกระทบ ได้แก่ บริษัทนวกิจการโยธา จำกัด และประตูระบายน้ำคลองบางกรวย, บริเวณบางกรวย-ไทรน้อย ซอย 1 (ศรีวาด) มีชุมชนริมทางรถไฟ (ชุมชนสะพานดำ) จำนวน 40 หลังคาเรือน, บริเวณบางกรวย-ไทรน้อย ซอย 3 (มงคลสุข) มีชุมชนริมทางรถไฟ (ชุมชนซอยอเมซอลและชุมชนซอยมงคลสุข) รวมเป็นจำนวน 140 หลังคาเรือน, บริเวณถนนทางหลวงชนบท หมู่ที่ 5 (สายโรงหล่อ) มีจำนวนครัวเรือนทั่วไป 9 หลังคาเรือน, บริเวณ บางกรวย-ไทรน้อย 15 หมู่ที่ 7 (ซอยหมู่บ้านครูเซนต์คาเบรียล) มีครัวเรือนทั่วไป 2 หลังคาเรือน,และบริเวณบางกรวย-ไทรน้อย 17 หมู่ที่ 9 (ซอยภาณุรังษี) มีครัวเรือนทั่วไปจำนวน 3 หลังคาเรือน


นอกจากนั้นยังมีในบริเวณ เขตบางกรวย แขวงวัดชะลอด้วย คือ บริเวณ ถนนเทอดพระเกียรติ หมู่ที่ 4 มีจำนวนครัวเรือนทั่วไป 11 หลังคาเรือน สถานที่ราชการ บ้านพักรถไฟโรงกุลีหลังเก่า บ้านพักนายสถานีและผู้ช่วย ห้องเครื่องยนต์ หอสัญญาณเก่า, บริเวณถนนเทอดพระเกียรติ หมู่ที่ 6 ซึ่งจะมีร้านขายอาหาร 14 ร้าน ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ 1 ร้าน อู่ซ่อมรถ 1 ร้าน โชว์รูมรถยนต์มือสอง 1 ร้าน และมีครัวเรือนทั่วไป 17 หลังคาเรือน


ส่วนช่วงที่ 3 คือ ช่วงจากแม่น้ำเจ้าพระยา-คลองเปรมประชากร ซึ่งจุดที่ได้รับผลกระทบจะมีที่เขตจตุจักร คือ บริเวณซอยเสริมสุข ซึ่งชุมชนบ้านบ่อฝรั่งพัฒนา จำนวน 32 หลังคาเรือน และที่บริเวณถนนริมคลองประปา ซึ่งมีสวนสาธารณะประชาชื่นใจ 1 แห่งด้วย





รวมถึงยังมีจุดได้รับผลกระทบที่อยู่ในย่านพื้นที่เขตและแขวงบางซื่อ คือ บริเวณ ซอยโชติวัฒน์ มีชุมชนโชติวัฒน์ จำนวน 42 หลังคาเรือน, ถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี มีสถานประกอบการ ได้แก่ร้านขายต้นไม้ ซุ้มเบียร์ ซุ้มขายโค้ก สำนักงานการค้าชุมชนในบางซ่อน โรงเรียนสอนขับรถยนต์ ร้านรับซ่อมคอมพิวเตอร์ ร้านขายอุปกรณ์มือถือ ร้านรับทำกุญแจ, มีที่พักอาศัย/สถานประกอบการ จำนวน 5 ราย และสถานที่ราชการคือซุ้มประชาราษฎร์


++กรุงเทพฯ-นนท์กว่า500หลังคาเรือน


อีกทั้งยังมีที่ บริเวณซ.กรุงเทพฯ-นนทบุรี 27 (บริเวณตลาดสดกรุงเทพฯ นนท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ บางซ่อน) มีร้านขายยา ร้านขายรองเท้า ร้านเกมส์ ร้านเสริมสวย ร้านขายอาหาร ร้านขายของชำ โกดังเก็บข้าวสาร ร้านขายอาหารสัตว์เลี้ยง และยังมีที่พักอาศัย/สถานประกอบการ จำนวน 36 ราย ที่พักอาศัยคือชุมชนสุขสันต์ จำนวน 60 หลังคาเรือน และชุมชนสะพานดำ จำนวน 250 หลังคาเรือน และมีศาลสมเด็จปู่พระรามพระลักษ์ด้วย


ส่วนที่บริเวณถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี มีสถานประกอบการ บ.แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทไฮ-ทัช อินเตอร์เทรด จำกัด ENGLISH CLUB บริษัท อี.โค.ซิสเต็ม จำกัด บริษัท คี.เอส.พริ้นติ้ง จำกัด LEGO DACTA บริษัท สินพัฒนา จำกัด,บริเวณถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี มีตลาดสดคงอุดม ที่พักอาศัย/สถานประกอบการ 4 ราย สถานที่ราชการบ้านพักพนักงานรถไฟซุ้มประชาราษฎร์, ถนนประชาชื่น ที่พักอาศัย 3 ราย ซุ้มและบ้านพักพนักงานรถไฟประชาชื่น,ซอยกรุงเทพฯ-นนทบุรี 37 (ซอยสมถวิล) มีชุมชน ซอยสมถวิล 222 หลังคาเรือน, ซอยสีน้ำเงิน มีที่ทำการนายตรวจทางบางซ่อนเดิม บ้านพักนายสถานีบางซ่อนที่พระราม 6 และที่เก็บค่าขนถ่ายสินค้า


ด้านบริเวณ ประชาราษฎร์สาย 1 ซอย 38/1 มีสถานประกอบการ น้ำใสใจจริงค้าไม้ โกดังของบริษัทพินิจ กรีไทย จำกัด โกดังถ่าน หจก.ย่งเฮงเส็งค้าวัตถุอุตสาหกรรม บลูไดมอนฟิชชี่งปาร์ค และยังมีชุมชนสีน้ำเงิน 3 จำนวน 370 หลังคาเรือน ศาลเจ้าพ่อพระรามหก (เดิม) ศาลเจ้าพ่อพระรามหก (ใหม่) และวัดพระแม่มารี


ขณะที่บริเวณ ประชาราษฎร์สาย 1 นั้นมีครัวเรือนทั่วไป 180 หลังคาเรือน, ถนนประชาราษฏร์สาย 1 มีชุมชนพระราม 6 จำนวน 210 หลังคาเรือน สถานีสูบน้ำคลองส้มป่อย และซอยวงศ์สว่าง 4 (ซอยยิ้มประยูร) มีชุมชนซอยยิ้มประยูรพัฒนา จำนวน 50 หลังคาเรือน


++รฟท.ใช้งบ1,758ล้านเคลียร์


ด้านแหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่งจาก การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวถึงความเคลื่อนไหว ในการเตรียมการรื้อย้ายสิ่งกีดขวางและระบบสาธารณูปโภค ในแนวเขตเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ภายใต้กรอบวงเงิน 1,758 ล้านบาท นั้น ขณะนี้การรถไฟฯ ได้ตั้งกรรมการขึ้นมาดูแลในเรื่องดังกล่าว 2 ชุด โดยชุดแรกคือคณะกรรมการว่าจ้างเอกชนเข้าสำรวจพื้นที่ เพื่อสำรวจจำนวนชุมชนในแนวเขตทางที่จะได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งกำหนดจุดให้ชัดเจน โดยใช้ข้อมูลอ้างอิงจากผลการศึกษารายละเอียดโครงการที่จัดทำไว้ตั้งแต่ปี 47-48 ที่ผ่านมา ซึ่งจะทำการลงนามในสัญญาว่าจ้าง บริษัท เทสโก้ จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 12 มิ.ย.50 ทั้งนี้ บริษัทเทสโก้ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จใน 1 เดือน มิฉะนั้นการรถไฟฯ จะทำการขึ้นแบล็กลิสต์ เนื่องจากเห็นว่ามีข้อมูลอยู่แล้ว เวลาเพียง 1 เดือนจึงน่าที่จะเพียงพอในการจัดทำข้อมูลทั้งหมด


ส่วนคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง คือ คณะกรรมการกำกับดูแลการรื้อย้าย และจ่ายค่าชดเชย โดยจะนำข้อมูลที่ได้จากผู้ทำการสำรวจพื้นที่ มาพิจารณาแล้วดำเนินการคำนวณว่าจะต้องจ่ายค่าชดเชยเท่าไร พร้อมทั้งช่วยหาแนวทางแก้ไขให้ประชาชนในกรณีที่ยังหาที่อยู่ใหม่ไม่ได้ เช่น เจรจาร่วมกับการเคหะแห่งชาติ หน่วยงานอื่น หรือจัดหาที่ดินการรถไฟฯ ที่ยังว่างอยู่ จัดเป็นที่อยู่อาศัยให้ประชาชนด้วย นอกจากนั้นแล้วการรถไฟฯ ก็จะมีแผนการในการดูแลผลกระทบด้านเสียง ด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ประชาชนที่อยู่ในระยะ 100 เมตร และ 500 เมตร ตลอดแนวเขตทางตามที่ได้ระบุไว้ในผลการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมด้วย


+++รถไฟเลิกทุกสัญญาก่อนกำหนด


แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวต่ออีกว่า นอกจากสำรวจจำนวนชุมชนแล้ว การรถไฟฯ ยังได้เร่งทำหนังสือส่งไปยังคู่สัญญาเช่าที่ดินทั้งที่เป็นเอกชน และหน่วยงานราชการที่อยู่ตามแนวเส้นทาง เพื่อแจ้งให้ทราบว่าต้องบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนด เพื่อขอนำพื้นที่ไปใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งอยู่ระหว่างเร่งทำหนังสือแจ้งไปยังคู่สัญญาต่างๆ ให้ทราบ พร้อมทั้งเรียกมาเจรจาทำข้อตกลง ซึ่งคาดว่าการรถไฟฯ จะต้องรับผิดชอบด้วยการจ่ายค่าชดเชยให้คู่สัญญาด้วยเป็นบางส่วน เนื่องจากเป็นการบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนดเวลา ส่วนจะจ่ายเป็นเงินเท่าไรนั้นต้องเจรจาในรายละเอียดให้จบก่อนจึงจะสรุปได้แน่ชัด สำหรับสัญญาที่จะต้องบอกเลิกนั้นมีประมาณ 70 สัญญาเศษ โดยในบริเวณย่านสถานีบางบำหรุและตลิ่งชันนั้น มีอยู่ประมาณ 4-5 สัญญา ส่วนที่บริเวณสถานีบางซ่อนจะมามากที่สุด คือประมาณ 64 สัญญา แบ่งเป็นสัญญาเช่าตึกแถวประมาณ 63 สัญญา และสัญญาเช่าของตลาดบางซ่อนอีก 1 สัญญา

..

ร.ฟ.ท.ยันไม่ได้แหกตาคนกรุงเทพฯ เหตุนำรถดีเซลวิ่งสายสีแดงเพราะทางยังไม่สมบูรณ์

[สยามธุรกิจ ฉบับที่ 800 ประจำวันที่ 9-6-2007 ถึง 12-6-2007]


ผู้บริหารรถไฟฯ ยันไม่ได้แหกตาประชาชน เหตุที่รถไฟฟ้าสายสีแดงเฟสแรก (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) ต้องเอารถไฟดีเซลมาวิ่ง เพราะทางยังไม่สมบูรณ์ ระบุหลังสร้างเสร็จครบ ได้นั่งรถไฟฟ้าแน่นอน “นคร” แจงรางสายสีแดง ไม่ต้องใช้ถึง 1.435 เมตรเหมือนบีทีเอสและรฟม.เพราะเชื่อมกันไม่ได้อยู่แล้ว ชี้แม้เป็นรถไฟดีเซลแต่รับรองปลอดภัย

นายนคร จันทศร รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ด้านบริหารโครงการระบบรถไฟฟ้า เปิดเผยว่า แนวทางการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง คือ แนวเส้นทางโครงการโฮปเวลล์เดิม ซึ่งได้ออกแบบเพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟทางไกล โดยจะทำหน้าที่ขนส่งผู้โดยสารระยะไกล และชานเมืองเข้ามาส่งย่านใจกลางเมือง โดยสายเหนือเริ่มจากรังสิต-บางซื่อ-หัวลำโพง สายใต้จากมหาชัย-หัวลำโพง สายตะวันออกจากหัวหมาก-หัวลำโพง และสายตะวันตกจากตลิ่งชัน-บางซื่อ-หัวลำโพง โดยเส้นทางดังกล่าว ปัจจุบันเป็นทางระดับดิน มีจุดตัดกับถนนจำนวนมาก ซึ่งสร้างปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ อย่างมาก ดังนั้น จึงต้องทำเป็นโครงสร้างเป็นรถไฟฟ้ายกระดับ โดยในระยะแรกจะนำรถไฟเครื่องยนต์ดีเซลวิ่งก่อนในเส้น ทาง คือ บางซื่อ-ตลิ่งชัน และหลังจากสร้างสายสีแดงเสร็จครบทุกเส้นทางปี 2554 จึงจะนำรถไฟฟ้ามาวิ่งบริการให้เป็นโครงข่ายที่ส