daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Architecture and Urban Facilities

Architecture and Urban Facilities Architectural wonders of Thailand and Special focussion on Urban Mobilities



Reply

 
Thread Tools
Old June 15th, 2009, 10:50 PM   #1
BlueDragonExp
Registered User
 
BlueDragonExp's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,160
Likes (Received): 3

[BMTA] Bangkok Mass Transit Authority

ความเป็นมาของกิจการรถเมล์ในกรุงเทพมหานคร ตามประวัติกล่าวว่ารถเมล์โดยสารประจำทางในสมัยก่อนเรียก ว่ารถเมล์ เข้าใจว่าคงเรียกชื่อตามเรือเมล์ รถเมล์ประจำทางที่มีครั้งแรกนั้น ใช้กำลังม้าลากจูงแทน ไม่ต้องอาศัยน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นภาระเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบการ เช่นในปัจจุบัน ซึ่งพระยาภักดี นรเศรษฐ (นายเลิศ เศรษฐบุตร) เป็นผู้ริเริ่มกิจการรถเมล์เมื่อราวปี พ.ศ. 2450 วิ่งจากสะพานยศเส (กษัตริย์ศึก) ถึงประตูน้ำสระปทุม แต่เนื่องจาก ใช้ม้าลากจึงไม่รวดเร็วทันใจ และไม่สามารถให้ความสะดวกแก่ผู้โดยสารได้เพียงพอ ต่อมาในปี พ.ศ. 2456 พระยาภักดีฯ จึงได้ปรับปรุงกิจการใหม่ รวมทั้งเปลี่ยนแปลงวิธีการเดินรถ โดยนำรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ดมาวิ่งแทนรถเดิม ที่ใช้ม้าลาก และขยายเส้นทางให้ไกลขึ้น จากประตูน้ำสระปทุมถึงบางลำพู(ประตูใหม่ตลาดยอด)

รถยนต์ที่ใช้ เป็นรถโดยสารประจำทางครั้งแรกมี 3 ล้อ ขนาดเท่ากับ 1 ใน 3 ของรถโดยสารประจำทาง ในปัจจุบัน มีที่นั่ง 2 แถว ทาสีขาว มีกากบาทสีแดง นั่งได้ประมาณ 10 คน คนทั่วไปเรียกว่าอ้ายโกร่ง เพราะวิ่งไปตามถนนมีเสียงดังโกร่งกร่าง ประชาชนได้รับความสะดวกรวดเร็ว ในการเดินทางเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย รถเมล์จึงขยายตัวอย่างกว้างขวาง ออกไปทั่วกรุงเทพฯ ในนามของบริษัท นายเลิศ จำกัดหรือบริษัทรถเมล์ขาว การประกอบอาชีพการเดินรถ โดยสารประจำทางได้ขยายตัวขึ้น เมื่อรัฐบาลมีการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 150 ปี (พ.ศ. 2475) พร้อมทั้งได้สร้างสะพานพระพุทธยอดฟ้าฯ เพื่อเชื่อมการคมนาคมระหว่างฝั่งพระนคร และธนบุรี ต่อมาในปี พ.ศ. 2476 กิจการรถเมล์เริ่มเป็นปึกแผ่น ได้มีเศรษฐีชาวจีนเล็งเห็นว่า การประกอบการเดินรถโดยสารประจำทาง เป็นอาชีพที่มั่นคง และทำรายได้ดีอย่างหนึ่ง จึงได้ก่อตั้ง บริษัทเดินรถโดยสารประจำทาง ขึ้นชื่อบริษัท ธนนครขนส่ง เดินรถจากตลาดบางลำพู ถึงวงเวียนใหญ่ หลังจากนั้นได้มีผู้ลงทุน ตั้งบริษัทรถโดยสารประจำทาง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ รัฐวิสาหกิจและราชการ ก็ทำการเดินรถด้วย คือ เทศบาลนครกรุงเทพฯ เทศบาลนนทบุรี บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (รสพ.) และบริษัทเอกชนอีก 24 บริษัท รวมผู้ประกอบการเดินรถโดยสารประจำทาง ในกรุงเทพฯ ขณะนั้นมีถึง 28 ราย

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางราชการได้ขายรถบรรทุกให้เอกชน เป็นจำนวนมาก ซึ่งเอกชนได้นำรถบรรทุก มาดัดแปลงเป็นรถ โดยสารประจำทาง มีการเลือกเส้นทางเดินรถเอง โดยไม่ให้ซ้ำกับ เส้นทางที่มีรถรางวิ่งอย่างเสรี จึงก่อให้เกิดการแข่งขันกันขึ้น รัฐบาลจึงได้ออก พ.ร.บ. การขนส่ง ในปี พ.ศ. 2497 มาควบคุม โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการรถ โดยสารประจำทาง ต้องขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่งและ ในระยะหลังๆ การให้บริการรถเมล์ชักจะเกิดความสับสน มีการเดินรถทับเส้นทางกันบ้าง แก่งแย่งผู้โดยสารกันบ้าง การให้บริการของแต่ละ บริษัทก็ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ปล่อยให้มีการเดินรถอย่างเสรี ทำให้เกิดปัญหา ความคับคั่งของ การจราจร เนื่องจากจำนวนรถ ในท้องถนนมีมากกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งผลเสียทั้งหมดตกอยู่กับ ผู้ใช้บริการทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการ ได้ประสบปัญหา ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมัน ในตลาดโลกได้เพิ่มสูงขึ้น อย่างฉับพลัน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 เป็นต้นมา แต่ผู้ประกอบการ ไม่สามารถจะปรับอัตราค่าโดยสาร ให้เพิ่มขึ้นในอัตราสมดุลกับราคาน้ำมันได้ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นจึงเป็นผลให้ หลายบริษัทเริ่มประสบกับปัญหา การขาดทุน บางบริษัทก็มีฐานะทรุดลงจนไม่สามารถ จะรักษาระดับบริการที่ดี แก่ประชาชนต่อไปได้ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการรวมรถ โดยสารประจำทางต่างๆ ให้เหลือเพียงหน่วยงานเดียว

รั้นในเดือนกันยายน 2518 ในสมัยรัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้มีมติของคณะรัฐมนตรี ให้รวมรถโดยสารประจำทางในกรุงเทพมหานคร เป็นบริษัทเดียว เรียกว่า "บริษัทมหานครขนส่ง จำกัด เป็นรูปรัฐวิสาหกิจประเภทบริษัท จำกัด มีรัฐถือหุ้นอยู่ 51% และเอกชนถือหุ้น 49% แต่การรวมและการจัดตั้งเป็นบริษัทมหานครขนส่ง จำกัด ในขณะนั้นมีปัญหาบางประการ ในเรื่องของกฎหมายการ จัดตั้งในรูปแบบ ของการประกอบกิจการขนส่ง ดังนั้น ต่อมาในสมัยรัฐบาลของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช จึงได้ออกพระราชกฤษฎีกา การจัดตั้งเป็นองค์การขอรัฐให้ชื่อว่า "องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ" เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2519 โดยรวมกิจการรถโดยสารทั้งหมด จากบริษัทมหานครขนส่ง จำกัด มาขึ้นอยู่กับ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ประเภทกิจการสาธารณูปโภค สังกัดกระทรวงคมนาคม มีภารกิจ และขอบเขตความรับผิดชอบ ในการจัดบริการ รถโดยสารประจำทางวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสาร ในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง 5 จังหวัด คือ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม และนครปฐม มีผู้ใช้บริการ ประมาณกว่า 3 ล้านคนต่อวัน นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ ในด้านประกอบการอื่นๆ ที่เกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับ การประกอบการขนส่งบุคคล เนื่องจากกิจการเดินรถโดยสารประจำทาง จัดเป็นสาธารณูปโภค ชนิดหนึ่งของรัฐที่ให้บริการแก่ประชาชน ผู้มีรายได้น้อย และปานกลางเป็นหลัก การดำเนินการ จึงมุ่งสนองตอบนโยบายของรัฐบาลในด้านการให้ความช่วยเหลือ แก่ผู้มีรายได้น้อย โดยไม่หวังผลกำไร การจัดเก็บอัตราค่าโดยสาร จึงอยู่ในอัตราต่ำกว่าต้นทุน ตามที่รัฐบาลเป็นผู้กำหนดนโยบาย การให้บริการของ ขสมก. มุ่งในด้านความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ประหยัดค่าใช้จ่าย ในการเดินรถของ ผู้โดยสารเป็นหลัก

http://www.bmta.co.th/th/index.php
__________________
คนไทยรักกัน
BlueDragonExp no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old June 15th, 2009, 10:59 PM   #2
BlueDragonExp
Registered User
 
BlueDragonExp's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,160
Likes (Received): 3

แผลเน่า“ยูโร2”ผลงานสุดฉาวมือชงเช่ารถเมล์เอ็นจีวี4พันคัน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 มิถุนายน 2552 20:38 น.

ASTVผู้จัดการออนไลน์ - โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวีที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย ถูกนายกรัฐมนตรีสั่งเบรกจนหัวคะมำ แต่ความพยายามของพรรคร่วมยังไม่สิ้น ที่น่าจับตาก็คือ การโยนเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ซึ่งว่ากันว่า เลขาธิการสภาพัฒน์ “อำพน กิติอำพน” หรือ “ดร.กบ” นั้น เป็นหนึ่งใน “เครือข่ายเพื่อนเนวิน” ที่ข้ามห้วยจากกระทรวงเกษตรฯ มารั้งตำแหน่งเลขาฯ สภาพัฒน์ ชนิดหักปากกาเซียน

นอก จากนั้น คีย์แมนคนสำคัญที่ผลักดันโครงการดังกล่าว คือ ปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานบอร์ด ขสมก. นั้น อยู่ในขั้น “นายแน่มาก” เพราะมีผลงานพัวพันกับการทุจริตโครงการซื้อรถเมล์ยูโรทู 500 คัน มูลค่า 9 พันล้านบาทซึ่งทำให้รัฐฯเสียหายมากถึง 1.5 พันล้านบาทมาแล้ว แต่กลับลอยนวลอยู่รอดมาได้โดยไม่มีการเอาผิดทางแพ่งและทางวินัย

ขณะที่ทางอาญา ก็ไม่ปรากฏต่อสาธารณะว่ามีการดำเนินการใดๆ หลังจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2547 ทำให้นายปิยะพันธ์ เข้ามาทำหน้าที่ประธานบอร์ด ขสมก. ทำคลอดโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน มูลค่าล่าสุดประมาณ 6 หมื่นกว่าล้าน จากเดิมที่ตั้งไว้เป็นแสนล้าน

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ออกมาระบุว่า เรื่องนี้มีความไม่ชอบมาพากลในการใช้อำนาจในตำแหน่งในหน้าที่ จึงเตรียมยื่นให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตรวจสอบการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องที่ไม่ยอมลงโทษผู้กระทำ ผิดตามที่ สตง. ชี้มูล

นาย ชาญชัย ระบุว่า รูปแบบการทุจริตโครงการนี้มีลักษณะเหมือนกันมา 3 รุ่น ตั้งแต่การจัดซื้อรถเมล์ยูโร 1 จำนวน 700 คัน สมัย นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามด้วยโครงการรถเมล์ยูโร 2 จำนวน 500 คัน สมัยที่นายจองชัย เที่ยงธรรม เป็นรมช.กระทรวงคมนาคม

ทั้งนี้ เอกสารของ สตง.ระบุว่า นายจองชัย ได้อนุมัติโครงการโดยพลการ เพราะไม่ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ นายปิยะพันธ์ ก็ไม่ได้กำหนดราคากลาง แต่ทำไมจึงออกทีโออาร์และเปิดประมูลได้ ซึ่งผิดระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง

สต ง. แจ้งผลการตรวจสอบเรื่ององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพทุจริตโครงการจัดเช่าและ จ้างเหมาซ่อมบำรุงรักษารถโดยสารชั้นเดียวปรับอากาศ (ยูโรทู) ขนาด 12 เมตร จำนวน 500 คัน เพื่อให้ปลัดกระทรวงคมนาคม และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำเนินคดีอาญาและทางแพ่งกับผู้ที่ทำให้รัฐเสียหาย 1,591,491,250 บาท

โดย สตง. ได้ตรวจสอบโครงการจัดเช่าและจ้างเหมาซ่อมบำรุงรักษารถโดยสารชั้นเดียวปรับ อากาศ (ยูโรทู) ขนาด 12 เมตร จำนวน 500 คน ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กระทรวงคมนาคม แล้ว พบว่า คณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. ประกอบด้วย นายพงศกร เลาหวิเชียร ประธานกรรมการ, นายวันชัย ศารทูลทัต รองประธานกรรมการ คนที่ 1, พล.ต.ท.บุญเพ็ญ บำเพ็ญบุญ รองประธานกรรมการ คนที่ 2, นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ กรรมการ, นายเรืองนนท์ เรืองวุฒิ กรรมการ, นายสมบัติ ธรธรรม กรรมการ ร่วมประชุม พร้อมได้อภิปรายสนับสนุนผู้เสนอขออนุมัติ โดยไม่ได้มีการพิจารณาว่า คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาและต่อรองราคา ซึ่งมีนายปิยะพันธ์ จัมปาสุต เป็นประธาน ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ว่าด้วยการพัสดุหรือไม่

และจำนวนเงินที่ขออนุมัติสูงกว่าเงินตามโครงการตามที่เสนอขอความเห็น ชอบจากกระทรวงคมนาคมและขออนุมัติกระทรวงการคลังหรือไม่ ทั้งๆ ที่คณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. เป็นผู้อนุมัติโครงการ ในการประชุมครั้งที่ 7/2543 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2543 คณะกรรมการบริหารกิจการจึงไม่สามารถอนุมัติโครงการได้ เนื่องจากราคาที่อนุมัติเป็นจำนวนเงินที่สูงจากที่ขออนุมัติตามโครงการจำนวน 1,591,491,250 บาท ซึ่งต้องเสนอข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาเห็นชอบและ กระทรวงการคลังพิจารณาอนุมัติใหม่เสียก่อน

สตง. เห็นว่าคณะกรรมการฯ ดังกล่าวข้างต้นไม่ได้มีการพิจารณาให้มีความละเอียดรอบคอบต้องรับผิดชอบร่วม กับคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาด้วย
สำหรับนางสาวสุภา ปิยะจิตติ ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นกรรมการ ได้คัดค้านไม่ต้องรับผิดชอบ

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2543 นายพงศกร เลาหวิเชียร ประธานกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. บันทึกถึงนายพีระพงศ์ อิศรภักดี ผู้อำนวยการ ขสมก. ความว่า ในการพิจารณาผลการประกวดราคาการเช่าและจ้างซ่อมบำรุงรักษารถปรับอากาศฯ ของคณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. ครั้งที่ 15/2543 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2543 ยังไม่ได้พิจารณาผลกำไรขาดทุน หากมีการเช่ารถดังกล่าว ซึ่งนับเป็นประเด็นสำคัญจึงให้องค์การจัดทำข้อมูลรายละเอียดให้ชัดเจนเสนอ คณะกรรมการบริหารกิจการขององค์การฯ เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป ในชั้นนี้ให้รอการลงนามในสัญญาไว้ก่อน

นอกจากนี้ นายพีระพงศ์ ยังทราบดีว่าเงื่อนไขของกระทรวงการคลังให้คำนึงถึงมูลค่าปัจจุบันของค่าเช่า ทั้งสิ้นตลอดอายุสัญญาเช่า ซึ่งจะต้องไม่สูงกว่าราคารถโดยสารปรับอากาศหากซื้อด้วยเงินสด ซึ่งยอมรับว่าเป็นไปไม่ได้ ซึ่งถือว่าเป็นการฝ่าฝืนหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค.0209.2/29752 ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2543 และมติคณะรัฐมนตรี

แต่นายพีระพงศ์ อิศรภักดี ไม่ได้ปฏิบัติตาม โดยวันที่ 15 มกราคม 2544 ได้ลงนามสัญญาเช่าและสัญญาจ้างซ่อมและบำรุงรักษารถโดยสารปรับอากาศในนามของ องค์การฯ สูงกว่าวงเงินตามโครงการฯ ที่เสนอขออนุมัติทำให้รายจ่ายรวมสูงกว่าประมาณการผลการดำเนินงานของโครงการฯ ตามหนังสือที่กระทรวงคมนาคมขออนุมัติต่อกระทรวงการคลัง และรายการกำไรสุทธิต้องถูกปรับเปลี่ยนเป็นขาดทุน

ต่อมา เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2544 นายพีระพงศ์ ได้รายงานการทำสัญญาต่อคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การฯ ในการประชุมครั้งที่ 1/1544 โดยมิได้เสนอบันทึกสั่งการฉบับลงวันที่ 28 ธันวาคม 2543 ของประธานกรรมการบริหารกิจการขสมก. ให้คณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. ทราบในการประชุม ดังนี้

การปฏิบัติหน้าที่ของนายพีระพงศ์ อิศรภักดี ผู้อำนวยการ ขสมก. ถือว่าปฏิบัติมิชอบ กล่าวคือ จงใจฝ่าฝืนคำสั่งของนายพงศกร เลาหวิเชียร ประธานกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. และเงื่อนไขของกระทรวงการคลังที่ไม่ให้เช่าราคาสูงกว่าซื้อด้วยเงินสด โดยวันที่ 15 มกราคม 2544 ได้ลงนามสัญญาเช่าและจ้างซ่อมบำรุงรักษารถฯ ในนามของ ขสมก. จำนวน 6 สัญญา เป็นจำนวนเงินรวมเกินกว่าวงเงินโครงการตามที่ได้ขออนุมัติจากกระทรวงการคลัง จำนวน 1,591,491,250 บาท พฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นการทุจริตทำให้รัฐได้รับความเสียหาย

นอก จากนี้ ยังพบข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดเช่าและจ้างเหมาซ่อมบำรุงรักษารถโดยสารปรับ อากาศ (ยูโรทู) กล่าวคือ ตามพยานเอกสารค่าเช่าที่บริษัท ธนบุรีมอเตอร์เซลส์ จำกัด ชี้แจงแล้วซึ่งปรากฏว่าราคาเสนอขายสูงไป จำนวน 900,000 บาท และจากพยานผู้ที่จัดซื้อเครื่องยนต์ คัสซี และประกอบตัวถัง และแอร์รถโดยสารปรับอากาศ (ยูโรทู) ราคาคันละไม่เกิน 2,500,000 บาท และค่าเหมาซ่อมต่อคันต่อวัน ที่จัดซ่อมสูงกว่าบริษัท ขนส่ง จำกัด จำนวน 1,200.50 บาท

ซึ่ง ตามความเป็นจริงการเช่ารถโดยสารปรับอากาศ (ยูโรทู) ที่เป็นรถใหม่รายการค่าจ้างเหมาในปีแรกๆ ไม่มี แต่การจัดทำสัญญาจ้างซ่อมแซมบำรุงรักษารถโดยสารปรับอากาศดังกล่าว องค์การฯ ต้องจ่ายค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาวันที่เริ่มต้นเช่า

สต ง. พิจารณาแล้วเห็นว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จัดทำสัญญาเช่าและจ้างเหมาซ่อมบำรุงรักษารถโดยสารปรับอากาศชั้นเดียว (ยูโรทู) ขนาด 12 เมตร จำนวน 500 คัน ตลอดอายุสัญญา 10 ปี เป็นเงิน 9,041,232,500 บาท สูงกว่าวงเงินอนุมัติโครงการฯ ทำให้ทางการได้รับความเสียหายเป็นเงิน 1,591,491,250 บาท

พฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและให้เรียกเงินที่ทางราชการ จ่ายสูงกว่าโครงการที่ขออนุมัติ จำนวน 1,591,491,250 บาท จากผู้รับผิดชอบประกอบด้วยคณะกรรมการเปิดซองและเจรจาต่อรองราคา ตามคำสั่งที่ 366/2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติมที่ 472/2543 443/2543

โดย นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต กับพวกรวม 6 คน คณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. โดยนายพงศกร เลาหวิเชียร กับคณะกรรมการร่วม รวม 7 ท่าน ยกเว้นนางสาวสุภา ปิยะจิตติ ผู้อนุมัติโครงการ และนายพีระพงศ์ อิศรภักดี ผู้อำนวยการ ขสมก. ผู้ลงนามสัญญาจัดเช่าและจ้างเหมาซ่อมแซมบำรุงรักษาชดใช้คืนเงินกับทางราชการ และพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับ เรื่องที่ 1 และที่ 2 ที่ประเด็นการตรวจสอบมีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นการทุจริตได้ส่งสำเนา หนังสือถึง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลับมาก ด่วนมาก ที่ ตผ (คตพ.) 0002/ ลงวันที่ มกราคม 2547 เรื่องดังกล่าวข้างต้นมาเพื่อทราบ

http://www.manager.co.th/Home/ViewNe...=9520000067571
__________________
คนไทยรักกัน
BlueDragonExp no está en línea   Reply With Quote
Old June 15th, 2009, 11:02 PM   #3
BlueDragonExp
Registered User
 
BlueDragonExp's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,160
Likes (Received): 3

รัฐไฟเขียวขสมก.กู้เงิน4พันล.ล้างหนี้ค่าน้ำมัน

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

วันที่ 11 มีนาคม 2552 08:45

คณะรัฐมนตรีสั่ง "คมนาคม" เร่งเสนอแผนปฏิรูปและฟื้นฟู ขสมก. ภายใน 2 สัปดาห์ หลังจากพบว่ามีหนี้สินรุงรังกว่า 5.3 หมื่นล้านบาท

นาย พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.วานนี้ (10 มี.ค.) ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติให้ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) สามารถกู้เงิน เพื่อนำมาชำระหนี้ค่าน้ำมันพร้อมจ่ายดอกเบี้ย และหนี้ค่าเหมาซ่อมรถโดยสารพร้อมดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจริงในปีงบประมาณ 2551 วงเงินไม่เกิน 4,192 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ค่าน้ำมันพร้อมดอกเบี้ย วงเงินไม่เกิน 3,073 ล้านบาท และหนี้ค่าเหมาซ่อมพร้อมดอกเบี้ย วงเงินไม่เกิน 1,118 ล้านบาท โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ และกำหนดเงื่อนไขการกู้เงินดังกล่าว

ทั้งนี้ การกู้เงินดังกล่าวเพื่อชำระหนี้ค่าน้ำมันและซ่อมรถโดยสารดังกล่าว จะทำให้ ขสมก. มีหนี้ระยะยาวเพิ่มจาก 4.88 หมื่นล้านบาท เป็น 5.38 หมื่นล้านบาท ซึ่ง ครม. ได้สั่งให้กระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคมร่วมกันจัดทำแผนปฏิรูปและฟื้นฟู ฐานะของ ขสมก. โดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้ของ ขสมก.ซึ่งนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างจัดทำแผนปฏิรูป ขสมก.อยู่แล้ว ดังนั้น ครม.จึงสั่งให้กระทรวงคมนาคมเร่งนำแผนปฏิรูป ขสมก.ดังกล่าวมารายงานให้ที่ประชุม ครม.รับทราบภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า

นายพุทธิพงษ์กล่าวอีกว่า ขสมก.เป็น รัฐวิสาหกิจที่ประสบปัญหาการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง มาตั้งแต่ปี 2520 เนื่องจากไม่สามารถปรับราคาค่าโดยสารให้อยู่ในจุดที่คุ้มทุนได้ ทำให้ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2551 ขสมก.มีหนี้สินประมาณ 5.54 หมื่นล้านบาท และทำให้ ขสมก.เกิดปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน โดยปีงบประมาณ 2552 ประมาณการว่า ขสมก.จะ มีเงินสดขาดมือประมาณ 1.50 หมื่นล้านบาท ขณะที่รายได้ที่จัดเก็บได้ ต้องนำไปจ่าย เป็นค่าเงินเดือนบุคลากร 4,563 ล้านบาท และค่าดอกเบี้ยเงินกู้อื่นๆ อีกประมาณ 2,179 ล้านบาท ทำให้ไม่สามารถมีเงินมาชำระหนี้ทั้งค่าน้ำมันและค่าเหมาซ่อมรถโดยสารพร้อม ดอกเบี้ยที่ค้างชำระดังกล่าวได้

http://www.bangkokbiznews.com/home/d...%E0%B8%99.html
__________________
คนไทยรักกัน
BlueDragonExp no está en línea   Reply With Quote
Old June 17th, 2009, 06:18 PM   #4
nutnano
Registered User
 
nutnano's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 1,608
Likes (Received): 340

I have some photo of BMTA's bus for share to every one































nutnano no está en línea   Reply With Quote
Old June 17th, 2009, 06:20 PM   #5
nutnano
Registered User
 
nutnano's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 1,608
Likes (Received): 340

























nutnano no está en línea   Reply With Quote
Old June 17th, 2009, 06:24 PM   #6
nutnano
Registered User
 
nutnano's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 1,608
Likes (Received): 340

Private join bus









nutnano no está en línea   Reply With Quote
Old June 19th, 2009, 12:40 PM   #7
BlueDragonExp
Registered User
 
BlueDragonExp's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,160
Likes (Received): 3

ปิดตำนาน'ปิศาจเขียว'16 ส.ค.

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน 2552 เวลา 10:29 น

ว่าที่พันตรีฉัตรแก้ว โพธิ์ทองนาค ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ฝ่ายรถเอกชนร่วมบริการ เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ จะเป็นวันสิ้นสุดสัญญาเดินรถของรถมินิบัสทุกคันที่ออกวิ่งให้บริการอยู่ใน ขณะนี้ ซึ่งผู้ประกอบการรถมินิบัสรายใดที่ต้องการประกอบการเดินรถต่อ จะต้องปรับปรุงการให้บริการ ตามระเบียบข้อบังคับใหม่ เช่น ต้องใช้รถเครื่องยนต์ก๊าซเอ็นจีวี โดยจะเป็นรถใหม่หรือรถเก่าที่เปลี่ยนเครื่องยนต์และตัวถังใหม่ให้มีคุณภาพก็ ได้ พร้อมกับเปลี่ยนสีรถใหม่เป็น สีน้ำตาล หรือจะยุบรถมินิบัส 2 คัน เปลี่ยนเป็นรถปรับอากาศสีเหลือง 1 คันแทนก็ได้ จึงจะมีสิทธิเซ็นสัญญาเข้าร่วมเดินรถกับ ขสมก. ได้อีก ขณะนี้มีรถมินิบัสได้ปรับเปลี่ยนตามระเบียบการเดินรถใหม่แล้วประมาณ 40 คัน จากจำนวนรถมินิบัสทั้งหมดที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันกว่า 1,000 คัน ซึ่งถือว่าน้อยมาก ตนทำหนังสือแจ้งเตือนผู้ประกอบการมาแล้วอย่างต่อเนื่อง หากครบกำหนดรถคันใดยังไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ขสมก. จะทำเรื่องขอถอนรถออกจากระบบโดยจะไม่มีการต่อเวลาให้อีก และหากยังฝ่าฝืนออกวิ่งให้บริการจะถูกจับกุม เพราะถือเป็นรถผิดกฎหมาย หากรถมินิบัสบางส่วนถูกห้ามวิ่ง จะไม่ ส่งผลกระทบต่อการให้บริการ เนื่องจากเส้นทางของรถมินิบัสวิ่งทับเส้นทางของรถ ขสมก. ส่วนรถร่วมบริการขนาดใหญ่ ยังเหลือเวลาอีกประมาณ 3-5 ปีจะครบสัญญา ซึ่งแต่ละรายมีระยะเวลาไม่เท่ากัน ทั้งนี้เมื่อหมดสัญญาต้องปรับปรุงคุณภาพใหม่ จึงจะต่อสัญญาได้เช่นกัน.

http://www.dailynews.co.th/newstartp...contentID=4338
__________________
คนไทยรักกัน
BlueDragonExp no está en línea   Reply With Quote
Old June 19th, 2009, 01:35 PM   #8
NiShiiZ
iChon
 
NiShiiZ's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: Bangkok/Metz/Phanat Nikhom, Chonburi
Posts: 1,825
Likes (Received): 28

Quote:
Originally Posted by BlueDragonExp View Post
ปิดตำนาน'ปิศาจเขียว'16 ส.ค.

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน 2552 เวลา 10:29 น

ว่าที่พันตรีฉัตรแก้ว โพธิ์ทองนาค ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ฝ่ายรถเอกชนร่วมบริการ เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ จะเป็นวันสิ้นสุดสัญญาเดินรถของรถมินิบัสทุกคันที่ออกวิ่งให้บริการอยู่ใน ขณะนี้ ซึ่งผู้ประกอบการรถมินิบัสรายใดที่ต้องการประกอบการเดินรถต่อ จะต้องปรับปรุงการให้บริการ ตามระเบียบข้อบังคับใหม่ เช่น ต้องใช้รถเครื่องยนต์ก๊าซเอ็นจีวี โดยจะเป็นรถใหม่หรือรถเก่าที่เปลี่ยนเครื่องยนต์และตัวถังใหม่ให้มีคุณภาพก็ ได้ พร้อมกับเปลี่ยนสีรถใหม่เป็น สีน้ำตาล หรือจะยุบรถมินิบัส 2 คัน เปลี่ยนเป็นรถปรับอากาศสีเหลือง 1 คันแทนก็ได้ จึงจะมีสิทธิเซ็นสัญญาเข้าร่วมเดินรถกับ ขสมก. ได้อีก ขณะนี้มีรถมินิบัสได้ปรับเปลี่ยนตามระเบียบการเดินรถใหม่แล้วประมาณ 40 คัน จากจำนวนรถมินิบัสทั้งหมดที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันกว่า 1,000 คัน ซึ่งถือว่าน้อยมาก ตนทำหนังสือแจ้งเตือนผู้ประกอบการมาแล้วอย่างต่อเนื่อง หากครบกำหนดรถคันใดยังไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ขสมก. จะทำเรื่องขอถอนรถออกจากระบบโดยจะไม่มีการต่อเวลาให้อีก และหากยังฝ่าฝืนออกวิ่งให้บริการจะถูกจับกุม เพราะถือเป็นรถผิดกฎหมาย หากรถมินิบัสบางส่วนถูกห้ามวิ่ง จะไม่ ส่งผลกระทบต่อการให้บริการ เนื่องจากเส้นทางของรถมินิบัสวิ่งทับเส้นทางของรถ ขสมก. ส่วนรถร่วมบริการขนาดใหญ่ ยังเหลือเวลาอีกประมาณ 3-5 ปีจะครบสัญญา ซึ่งแต่ละรายมีระยะเวลาไม่เท่ากัน ทั้งนี้เมื่อหมดสัญญาต้องปรับปรุงคุณภาพใหม่ จึงจะต่อสัญญาได้เช่นกัน.

http://www.dailynews.co.th/newstartp...contentID=4338
เป็นเรื่องน่ายินดีครับ ถ้าทำได้
__________________
I ♥ Chonburi

แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง
NiShiiZ no está en línea   Reply With Quote
Old June 19th, 2009, 02:01 PM   #9
=Tep=
Registered User
 
=Tep='s Avatar
 
Join Date: Feb 2008
Posts: 556
Likes (Received): 0

ดีจังไปซะที ขับได้ห่วยแตกมาก
=Tep= no está en línea   Reply With Quote
Old June 19th, 2009, 03:29 PM   #10
TONG
Registered User
 
Join Date: Mar 2005
Location: Bangkok
Posts: 373
Likes (Received): 63

ไม่อยากมองโลกในแง่ร้าย

แต่ดูจากแนวโน้มแล้ว บอกได้เลยว่า จะต้องมีการเอารถมาจอดปิดถนน เพื่อขอเดินรถุต่อไปเรื่อยๆ แน่นอนที่สุดดดดดด
TONG no está en línea   Reply With Quote
Old June 19th, 2009, 06:13 PM   #11
BlueDragonExp
Registered User
 
BlueDragonExp's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,160
Likes (Received): 3

Quote:
Originally Posted by TONG View Post
ไม่อยากมองโลกในแง่ร้าย

แต่ดูจากแนวโน้มแล้ว บอกได้เลยว่า จะต้องมีการเอารถมาจอดปิดถนน เพื่อขอเดินรถุต่อไปเรื่อยๆ แน่นอนที่สุดดดดดด
อันนี้น่าเป้นห่วงครับ ยังไงเราก็ใช้กระทู้นี้ตามสถาณการเลยแล้วกัน
__________________
คนไทยรักกัน
BlueDragonExp no está en línea   Reply With Quote
Old June 20th, 2009, 07:10 AM   #12
one-la-view
Sa-was-dee Thailand!
 
one-la-view's Avatar
 
Join Date: Jan 2009
Location: Bangkok
Posts: 275
Likes (Received): 1

มันจะแค่เปลี่ยนคราบจาก ปีศาจเขียว เป็น ปีศาจ"เหลือง" อ่ะป่าวเนี่ย
one-la-view no está en línea   Reply With Quote
Old June 20th, 2009, 10:04 AM   #13
mbokudake
Valde Carus Meus Nichkhun
 
mbokudake's Avatar
 
Join Date: Mar 2008
Location: Hong Kong/ Pathum Thani/ Bangkok
Posts: 1,078
Likes (Received): 22

เคยมีฝรั่งในกรุงเทพฯบอกว่ามินิบัสเขียวคือ "ถังขยะวิ่งได้"
__________________
"NO.1にならなくてもいい
もともと特別なOnly one"

SMAP
"ไม่ต้องเป็นที่หนึ่ง แต่ขอให้แค่เป็นหนึ่งเดียว"
mbokudake no está en línea   Reply With Quote
Old June 21st, 2009, 07:13 PM   #14
kwangshika
Registered User
 
kwangshika's Avatar
 
Join Date: Aug 2007
Location: BanGKoK & HaTYaI @ ToKYo
Posts: 24
Likes (Received): 0

อยากให้ ขสมก ทำรถ euro 2 ให้สะอาดไม่ทึบนะครับ สังเกตุได้ว่ารถ euro 2 สีส้มนั่นสภาพมันก็ดีอยู่ครับแต่เสียดายข้างในมัน ดูทึบ ๆ ไม่โปรง ถ้าทำให้ข้างในดูโปร่ง ๆ สะอาด ๆ กว่านี้ จะดีมากเลยครับ
kwangshika no está en línea   Reply With Quote
Old June 23rd, 2009, 02:21 PM   #15
thepowermancity
Registered User
 
thepowermancity's Avatar
 
Join Date: Jul 2008
Posts: 518
Likes (Received): 8

ยูโร ทู ผมว่า ช่วงนี้ เริ่มให้ หลายๆ สาย ปะผุ ทำสีใหม่แล้ว

เช่น สาย ปอ.142 สาย 23 ทาสีแบบเดิมนั่นล่ะ สีส้ม แต่ ดูใหม่เชียว

ผมว่า ยูโรทูสีส้มบ้าน เรา โดยรวมดูดีนะ ภายในตัวรถ อาจดูทึบไปหน่อย

แต่ผมว่า สะอาด และน่ารัก แต่ที่น่าติคือ ตัวภายนอกรถ บางสาย บางคัน เก่า สีลอก

ผมว่า ถ้าเอาไปทำสีใหม่ แค่นี้ ก็ดูสวยแล้ว
thepowermancity no está en línea   Reply With Quote
Old June 23rd, 2009, 02:21 PM   #16
thepowermancity
Registered User
 
thepowermancity's Avatar
 
Join Date: Jul 2008
Posts: 518
Likes (Received): 8

ยูโร ทู ผมว่า ช่วงนี้ เริ่มให้ หลายๆ สาย ปะผุ ทำสีใหม่แล้ว

เช่น สาย ปอ.142 สาย 23 ทาสีแบบเดิมนั่นล่ะ สีส้ม แต่ ดูใหม่เชียว

ผมว่า ยูโรทูสีส้มบ้าน เรา โดยรวมดูดีนะ ภายในตัวรถ อาจดูทึบไปหน่อย

แต่ผมว่า สะอาด และน่ารัก แต่ที่น่าติคือ ตัวภายนอกรถ บางสาย บางคัน เก่า สีลอก

ผมว่า ถ้าเอาไปทำสีใหม่ แค่นี้ ก็ดูสวยแล้ว
thepowermancity no está en línea   Reply With Quote
Old June 23rd, 2009, 02:25 PM   #17
nutnano
Registered User
 
nutnano's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 1,608
Likes (Received): 340

Quote:
Originally Posted by thepowermancity View Post
ยูโร ทู ผมว่า ช่วงนี้ เริ่มให้ หลายๆ สาย ปะผุ ทำสีใหม่แล้ว

เช่น สาย ปอ.142 สาย 23 ทาสีแบบเดิมนั่นล่ะ สีส้ม แต่ ดูใหม่เชียว

ผมว่า ยูโรทูสีส้มบ้าน เรา โดยรวมดูดีนะ ภายในตัวรถ อาจดูทึบไปหน่อย

แต่ผมว่า สะอาด และน่ารัก แต่ที่น่าติคือ ตัวภายนอกรถ บางสาย บางคัน เก่า สีลอก

ผมว่า ถ้าเอาไปทำสีใหม่ แค่นี้ ก็ดูสวยแล้ว
เป็นแค่บางยี่ห้อนะครับที่ขยันทำสีบ่อย

คุณคงโชคดีที่ได้ขึ้นรถยูโรทู ยี่ห้อ Hino หรือ ISUZU
เพราะ 2 บริษัทที่รับผิดชอบดูแลบำรุงรักษารถ 2 ยี่ห้อนี่ ค่อนข้างที่จะรับผิดชอบงานครับ คอยบำรุงรักษารถให้ดูดีตลอด (โดยเฉพาะยี่ห้อ Hino ได้ยินข่าวมาจากวงในว่า ทำสีรถใหม่ทุกครั้งที่มีการลอกโฆษณาข้างรถออกครับ)

แต่ถ้าคุณไปเจอรถยูโรทูยี่ห้อ Benz หรือ Daewoo ณ ปัจจุบันนี้ สภาพมันไม่ต่างจากรถอิแต๋นเลยครับ เสียงเครื่องละใช่เลย แถมสภาพในรถก็โทรมตามไปด้วยครับ
nutnano no está en línea   Reply With Quote
Old June 25th, 2009, 05:32 AM   #18
sf_alpha
Registered User
 
Join Date: Aug 2005
Location: Bangkok/Chanthaburi
Posts: 2,957
Likes (Received): 92

เคยสังเกตมั้ยครับ

จะมี Euro II รุ่นนึง ตัวถัง Benz เครื่อง Hino หรือไงนี่แหละ

รถโคตรโทรมเลยครับ แต่ขอโทษ วิ่งขึ้นสะพานแขวนแซงรถเก๋งสบาย ๆ เครื่อง Hino ดีมาก
รุ่นนั้นผมว่าเป็นรุ่นที่เครื่องแรงที่สุดจริง ๆ แต่ ตัวรถนี่ไม่ค่อยไหว
sf_alpha no está en línea   Reply With Quote
Old June 25th, 2009, 06:39 AM   #19
trewut
Registered User
 
trewut's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Posts: 1,246
Likes (Received): 13

"เจ๊เกียว" บุกรังกระทุ้ง "ซาเล้ง" เลิกบีบ "มินิบัส" ใช้ก๊าซเอ็นจีวี

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 มิถุนายน 2552

"เจ๊เกียว" ควงตัวแทนมินิบัส 30 ราย บุกยื่นหนังสือ รมว.คมนาคม จี้ยกเลิกกฎเหล็กใหม่ ขสมก. บังคับมินิบัสเปลี่ยนเครื่องใหม่ เพื่อเปลี่ยนเชื้อเพลิงดีเซลเป็นเอ็นจีวี พร้อมเปลี่ยนสีรถ และต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล โดยมีทุน 10 ล้านบาท ภายใน 2 ปี ขีดเส้นตาย 16 ส.ค.นี้ ยันระเบียบใหม่ เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะใช้เงินลงทุนสูง แบงก์ไม่ปล่อยกู้ ขณะที่ปั๊มเอ็นจีวีก็มีน้อยมาก

มีรายงานข่าวว่า กลุ่มผู้ประกอบการรถมินิบัส นำโดยนางสุจินดา เชิดชัย ในฐานะประธาน ตัวแทนผู้ประกอบการรถมินิบัส จำนวนกว่า 30 คน ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคม ยกเลิกระเบียบและประกาศองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่ได้กำหนดให้ผู้ประกอบการรถมินิบัส จะต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ใหม่จากการใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงมาเป็นการใช้ก๊าชเอ็นจีวีแทน

นอกจากนี้ นางสุจินดา และกลุ่มมินิบัส ยังต้องการให้ยกเลิกข้อบังคับ ขสมก.ที่กำหนดให้รถมินิบัสต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาพรถ สีรถใหม่ และต้องมีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล โดยมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท ภายใน 2 ปี ซึ่งตามกำหนดข้อบังคับของ ขสมก. หากผู้ประกอบการรถมินิบัส ไม่ปฏิบัติตามภายใน 16 สิงหาคม 2552 ทาง ขสมก.จะถือว่าผู้ประกอบการรถมินิบัสไม่ประสงค์ที่จะเข้าร่วมเดินรถกับ ขสมก. และทาง ขสมก.จะยกเลิกสัญญาสัมปทานทันที และหาก ผู้ประกอบการรถมินิบัส ยังฝ่าฝืนนำรถมาวิ่งให้บริการจะถูกดำเนินคดีทันที

นางสุจินดา กล่าวว่า สาเหตุที่มายื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องให้กระทรวงยกเลิกระเบียบดังกล่าว เนื่องจากการปรับเปลี่ยนสภาพรถ และการใช้ก๊าชเอ็นจีวี ผู้ประกอบการต้องการงบประมาณในการดำเนินการ ใช้เงินลงทุนสูง ประกอบกับสถาบันการเงินธนาคารต่างๆ ไม่ปล่อยกู้ ซึ่งหากมีการปรับเปลี่ยนได้จริงผู้ประกอบการมองว่าไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน และเป็นการเพิ่มภาระกับผู้ประกอบการ

นอกจากนั้นในสภาพปัจจุบันสถานีที่ให้บริการก๊าชเอ็นจีวีมีไม่เพียงพอที่จะให้บริการกับผู้ประกอบการ ส่วนกรณีที่ตามระเบียบข้อบังคับกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลนั้น ผู้ประกอบการต้องมีทุนจดทะเบียนกว่า 10 ล้านบาท ถือว่าสูงมาก

นางสุจินดา กล่าวว่า ซึ่งจากเหตุผลต่างๆ นั้นทางกลุ่มผู้ประกอบการมินิบัสจะขอให้กระทรวงคมนาคมยกเลิกระเบียบ และหากยกเลิกได้ทางผู้ประกอบการรถมินิบัส พร้อมที่จะเปลี่ยนรถให้มีสภาพเป็นคันใหม่ แต่จะขอยังใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงต่อไป รวมถึงจะขอเวลาในการจัดหารถคันใหม่ภายใน 1 ปี นับตั้งแต่ 16 สิงหาคม 2552 และขอให้ในช่วงที่ยังจัดหาปรับเปลี่ยนสภาพรถนั้น ทางผู้ประกอบการจะขอนำรถคันเดิมมาวิ่งให้บริหารต่อไป

ด้านนายโอภาส เพชรมุณี รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า หากทางผู้ประกอบการรถมินิบัสจะขอเลื่อนระยะเวลาในการปรับเปลี่ยนรถใหม่ ทางผู้ประกอบการต้องทำหนังสือ และแผนที่จะดำเนินการอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพราะทาง ขสมก. ไม่สามารถแบกรับภาระค่าเสียหาย ค่าประกันของผู้ประกอบการรถมินิบัสได้

http://manager.co.th/StockMarket/Vie...=9520000071394
trewut no está en línea   Reply With Quote
Old June 25th, 2009, 07:41 PM   #20
BlueDragonExp
Registered User
 
BlueDragonExp's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,160
Likes (Received): 3

เจ๊แกมาเกี่ยวอะไรด้วยครับเนี่ย

เซ้งเจ๊แกจริงๆตั่งแต่ตอนขึ้นน้ำมันแล้วครับพี่น้อง เมื่อน้ำมันขึ้นเจ๊แกขอขึ้นราคา พวกเรายอมรับได้ พอน้ำมันลงเจีแกหายจ้อยยยยยย

แล้วถ้าจะให้เจ๊แกมานั่งรถเขียวแทนคนมีรายได้น้อยเจ๊แกจะทำไหมเซ็งจริงๆ

เจ๊แกนี่จุดชนวนให้กรุงเทพลุกเป็นไฟได้อีก

เราน่าจะบอยขอตไม่ใช้บริการเชิดชัยซะเลย

เซ็งกะนายทุนผู้หวังผลกำไรที่ไม่เคยเห็ํ็นหัวคนมีรายได้น้อย
__________________
คนไทยรักกัน
BlueDragonExp no está en línea   Reply With Quote


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 10:39 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu