daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy (aug.2, 2013) | DMCA policy | flipboard magazine

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Urban Discussions

Closed Thread
 
Thread Tools
Old April 20th, 2010, 08:44 PM   #541
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,028
Likes (Received): 1645

กห.ดอดตกลงรัสเซียเซ็นซื้ออาวุธ แต่ก.พาณิชย์ยันให้รัสเซียชำระหนี้ก่อน

วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 22:34:53 น. มติชนออนไลน์


แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 เมษายน ได้มีการพิจารณาวาระเรื่องการหาข้อยุติการแก้ไขปัญหาเรื่องการค้างชำระค่าข้าวของรัสเซียที่ค้างชำระกับประเทศไทย ตามข้อเสนอของกระทรวงพาณิชย์ โดยกระทรวงพาณิชย์ต้องการให้รัสเซียจ่ายหนี้ทั้งในส่วนของเงินต้นและดอกเบี้ย รวมกว่า 41 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่รัสเซียยืนยันว่าพร้อมจะชำระหนี้ให้รัฐบาลไทยแต่มีเงื่อนไขว่าต้องมีการสั่งซื้อสินค้าในมูลค่าที่เท่ากัน ซึ่งปรากฏว่ากระทรวงกลาโหมได้ลงนามในสัญญาจัดซื้อสินค้ากับรัสเซียแล้ว คือเฮลิคอปเตอร์รุ่น MI17 V5 จำนวน 3 ลำ มูลค่ากว่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีการวางมัดจำแล้วบางส่วน รวมถึงรัสเซียได้ตั้งเงื่อนไขให้ถือการซื้อขายสินค้าดังกล่าวอยู่ในเงื่อนไขเรื่องการชำระหนี้ครั้งนี้ด้วย


แหล่งข่าวกล่าวว่า เบื้องต้นกระทรวงพาณิชย์ยังไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้ พร้อมยื่นข้อเสนอกลับไปว่าในข้อตกลงเรื่องการซื้อสินค้าจากรัสเซียดังกล่าวขอให้ทางการรัสเซียจ่ายเงินค่าข้าวให้กับบริษัทเอกชน เจ้าของสินค้า ซึ่งเป็นบริษัทในรัสเซียแทนทางการไทย ส่วนเงินที่เหลือขอให้จ่ายคืนมาให้ทางการไทยเพื่อนำเข้าคลังต่อไป กระทรวงพาณิชย์จึงจำเป็นที่จะต้องนำเสนอให้ ครม. พิจารณาหาทางออกให้ แต่ในการประชุมครั้งนี้ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ยืนยันต่อที่ประชุมว่าการจัดซื้อดังกล่าวกระทรวงกลาโหมต้องการใช้งบประมาณของกระทรวงกลาโหมมาดำเนินการ ไม่ควรนำเรื่องการค้างชำระค่าข้าวเข้ามาเกี่ยวข้อง เบื้องต้นที่ประชุมเห็นสมควรให้กระทรวงพาณิชย์ตกลงเรื่องนี้กับกระทรวงกลาโหมอีกครั้ง
napoleon no está en línea  

Sponsored Links
 
Old April 20th, 2010, 08:48 PM   #542
Goddess
Registered User
 
Goddess's Avatar
 
Join Date: Sep 2009
Location: Bangkok Metropolitan Area
Posts: 776
Likes (Received): 5

เพิ่มเติมข่าวคับ

“เรือประมงไทย” สุดซวย! โดน “สลัดโซมาเลีย” ยึดเรือ เหิมปล้นห่างฝั่ง “บัวแก้ว” เต้นขอรบ.เคนยาเร่งประสาน

โจรสลัดโซมาเลียยึด 3 เรือประมงไทย ลูกเรือเกือบร้อยถูกจับ แต่ยืนยันว่าปลอดภัยดี ถูกบังคับมุ่งหน้าเข้าฝั่งโซมาเลีย

เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 20 เม.ย. อ้างเจ้าหน้าที่กองทัพเรือของสหภาพยุโรปเปิดเผยว่า กลุ่มโจรสลัดในโซมาเลียได้จับเรือประมงสัญชาติไทยไว้ 3 ลำ ซึ่งมีลูกเรืออยู่ทั้งสิ้น 77 คน และยังขับเรือทั้งสามลำไปยังชายฝั่งของโซมาเลียแล้ว

จอห์น ฮาร์เบอร์ โฆษกของอียูนาฟเฟอร์ ซึ่งเป็นกองทัพเรือร่วมของอียู กล่าวว่า เรืองทั้งสามลำถูกโจรสลัดโจมตีขณะอยู่ห่างไปจากชายฝั่งโซมาเลียประมาณ 1,300 ไมล์ทะเล

“จุดที่พวกเขาถูกโจมตีค่อนไปทางทิศตะวันออก และเกิดการจับตัวกันขึ้น” ฮาร์เบอร์ กล่าว และลูกเรือทั้งหมดซึ่งเป็นคนไทยถูกจับตัวเอาไว้ทั้งหมดขณะเกิดเหตุ

เมื่อวันที่ 20 เมษายน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า โจรสลัดโซมาเลียปล้นเรือประมงไทย 3 ลำประกอบด้วยเรือ เอ็มวี พรานทะเล 11, 12 และ 14 พร้อมจับกุมลูกเรือ 77 คนตั้งแต่วันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา แต่กองทัพเรือสหภาพยุโรป(อียู)เพิ่งเปิดเผยเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 เมษายน โดยเหตุปล้นเรือประมงไทยครั้งนี้เกิดขึ้นหากจากชายฝั่งโซมาเลีย 1,930 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นการปล้นเรือที่ห่างจากฝั่งมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา และเกิดขึ้นนอกพื้นที่ที่กองทัพเรืออียูลาดตระเวนอยู่

น.ส.วิมล คิดชอบ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ได้ทราบข้อมูลจากผู้ประกอบการซึ่งประสบปัญหาแล้ว โดยกระทรวงได้ส่งข้อมูลต่างๆ ให้กับสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา เพื่อให้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ที่มา มติชนออนไลน์ 20 เมษายน 2553
__________________
It will never be perfect.
Goddess no está en línea  
Old April 21st, 2010, 04:41 AM   #543
shrekroma
TH
 
shrekroma's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Posts: 1,057
Likes (Received): 5

.. เฮ่อ ลูกเรือคนไทยทั้งหมด 6--s

ไม่กล้าคิด ถ้าไม่มีเงินจ่ายค่าไถ่ จะเป็นยังไง
shrekroma no está en línea  
Old April 21st, 2010, 08:24 AM   #544
trewut
Registered User
 
trewut's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Posts: 1,252
Likes (Received): 27

Royal Thai Army Tank's Fire Control System Repair Project

trewut no está en línea  
Old April 21st, 2010, 01:20 PM   #545
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,028
Likes (Received): 1645

เกาหลีใต้รวบ2นักฆ่าโสมเหนือ เดินทางผ่านไทย

วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7083 ข่าวสดรายวัน


เมื่อ 20 เม.ย. ยอนฮัปรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงของเกาหลีใต้จับกุมสายลับเกาหลีเหนือ 2 รายที่วางแผนลอบสังหารนาย ฮวาง จาง-ย็อป เจ้าหน้าที่ระดับสูงผู้เคยสอนนายคิม จองอิล ผู้นำเกาหลีเหนือ ก่อนแปรพักตร์มาอยู่เกาหลีใต้ ตั้งแต่ปี 2540 โดยเดินทางมาตั้งหลักในไทย ก่อนไปเกาหลีใต้

นายฮวาง อายุถึง 87 ปีแล้ว แปรพักตร์มาเกาหลีใต้ระหว่างเดินทางเยือนจีน เมื่อปี 2540 เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดของเกาหลีเหนือในบรรดาผู้ที่แปรพักตร์มาอยู่ในเกาหลีใต้ โดยมีเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้คอยคุ้มกันให้

หลังจากนายฮวางเดินทางไปเยือนสหรัฐและญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 5 เม.ย. เว็บไซต์ Uriminzokkiri ของเกาหลีเหนือ ตีพิมพ์บทความที่มีเนื้อหาเป็นเชิงข่มขู่เอาชีวิตนายฮวาง จากการที่นายฮวาง วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของเกาหลีเหนือ ด้วยข้อความว่า "เราต้องไม่ลืมว่า คนทรยศย่อมถูกเชือดด้วยมีด" นอกจากนั้นยังมีข้อความโจมตีนายฮวางมากมาย

จากการสอบสวนของอัยการเกาหลีใต้ สายลับทั้งสองคนที่ได้รับคำสั่งให้มาสังหารนายฮวาง เดินทางผ่านจีน เข้ามาไทยเมื่อเดือนธันวาคม จากนั้นจึงเดินทางเข้าเกาหลีใต้ คนแรกนามสกุลคิม อีกคนนามสกุลท็อง อายุ 36 ปีเท่ากัน เริ่มฝึกเป็นสายลับตั้งแต่ปี 2547

วันเดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลี เหนือและเกาหลีใต้ยังไม่มีวี่แววดีขึ้น นายยู เมียงฮวาน รมว.ต่างประเทศเกาหลีใต้ระบุถึงการเจรจา 6 ฝ่ายเพื่อแก้ปัญหานิวเคลียร์เกาหลี เหนือ ว่า อาจต้องชะงัก หากตรวจพบว่าเกาหลี เหนือมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเป็นสาเหตุของการอับปางลงของเรือรบเกาหลีใต้ที่ส่งผลให้ลูกเรือ กว่า 46 นายเสียชีวิต เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่ผ่านมา ด้านเกาหลีเหนือปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็น พร้อมกล่าวหาเกาหลีใต้ ว่า พยายามใส่ร้าย

หน้า 7
napoleon no está en línea  
Old April 22nd, 2010, 01:04 PM   #546
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,028
Likes (Received): 1645

เจรจาโซมาเลีย ช่วย77ชีวิต เรือพรานทะเล

Thairath 23/04/2010


ผู้บริหารบริษัทเตรียมบินไปดูไบเพื่อหาทางช่วยเหลือ 77 ลูกเรือประมงพรานทะเล ที่ถูกโจรสลัดโซมาเลียจับกุมไปเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา เผยมูลค่าความเสียหายลำละ 20 ล้าน รอการติดต่อเจรจาจากกลุ่มโจร

กรณีโจรสลัดในพื้นที่น่านน้ำโซมาเลียบุกยึดเรือประมงไทย 3 ลำ พร้อมลูกเรือรวม 77 คน จากพื้นที่ทำการประมงในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากชายฝั่งโซมาเลีย 1,200 ไมล์ทะเล หรือราว 2,222 กิโลเมตร โดยเรือประมงทั้ง 3 ลำ ประกอบด้วย "เอ็มวี พรานทะเล" หมายเลข 11, 12 และ 13 ของบริษัท พี.ที. อินเตอร์ฟิชเชอรีย์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 21 เม.ย. นายส่องแสง ปทะวานิช กรรมการผู้จัดการทั่วไป บริษัท พี.ที. อินเตอร์ฟิชเชอรี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบริษัท ยูเนี่ยนโฟรเซนโปรดักส์ จำกัด หรือ ยูเอฟพี (UFP) เจ้าของผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารทะเล “พรานทะเล” เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือลูกเรือที่ถูกโจรสลัดโซมาเลียจับตัวไปกับไทยรัฐออนไลน์ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อเจรจา หรือยื่นข้อเรียกร้องจากกลุ่มโจรสลัดโซมาเลีย เนื่องจากคาดว่าต้องใช้เวลาในการเดินเรือกลับเข้าฝั่งโซมาเลีย ประมาณ 3 วัน เพราะระยะทางระหว่างจุดเกิดเหตุกับชายฝั่งอยู่ไกลกันประมาณ 1,200 ไมล์ทะเล

อย่างไรก็ตาม นายส่องแสง เผยว่าได้รับการติดต่อจากผู้ช่วย กัปตันเรือเมื่อช่วงเวลา 06.00 น.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าขณะนี้เรือกำลังแล่นอยู่ที่ละติจูด 08.50 ลองติจูด 57.00 ลูกเรือทั้ง 77 คนปลอดภัยดี ไม่มีการรุกรานหรือทำร้ายจากกลุ่มโจรสลัด ขณะนี้ยังแล่นเรือตามเรือของกลุ่มโจรสลัด มุ่งหน้าไปยังชายฝั่งโซมาเลีย

"สำหรับความเสียหายนั้น ถ้าจะประเมิน ก็เสียหายลำละ 20 ล้าน สามลำก็ 60 ล้านบาท แต่เราไม่สนใจ เพราะความปลอดภัยของลูกเรือทั้ง 77 คนสำคัญกว่า"

ส่วนข้อเรียกร้องหรือค่าไถ่นั้น นายส่องแสง กล่าวว่า ต้องดูกันอีกทีว่ามีจำนวนมากน้อยแค่ไหน แต่เราก็ได้ประสานไปยังบริษัท ที่เป็นพาร์ทเนอร์ ที่ประเทศจีบูติ เพื่อติดต่อและเจรจากับพวกโจรสลัด อีกทางหนึ่ง และว่าในวันที่ 23 เม.ย. จะเดินทางไปดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อประชุมหารือทางออกเรื่องดังกล่าวด้วย

ด้านนายพรพจน์ งามวิริยะธรรม ผู้จัดการสมาคมผู้ประมงนอกน่านนำ้ไทย กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ว่า การเดินเรือประมงนั้นจะเดินไปได้ตามเขตข้อตกลง และส่วนใหญ่ที่เกิดปัญนั้นจะเกิดบริเวณทะเลหลวง ซึ่งอยู่นอกเหนืออาณาเขตการควบคุมดูแลจากประเทศต่างๆ อย่างไรก็ตาม การเดินเรือนั้นจะต้องระมัดระวัง เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้ตลอดเวลา จึงอยากขอเตือนชาวเดินเรือทัั้งหลายให้ระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายฝั่งโซมาเลีย ช่องแคบมะละกา หรือแม้กระทั่งชายฝั่งบริเวณอินโดนีเซีย เป็นต้น กรณีดังกล่าวทางสมาคมมีการประสานกับเจ้าของเรือพร้อมกับประสานการให้ความช่วยเหลือกับกระทรวงการต่างประเทศ.
napoleon no está en línea  
Old April 26th, 2010, 12:15 PM   #547
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,028
Likes (Received): 1645

ไขปม Range Rover กันกระสุน "มาร์ค-เทือก" ค่ายดังถูกหวย 20 คัน 122.8 ล้าน

วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 13:00:34 น. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


นาทีที่รัฐบาลประกาศต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย ผู้นำและแกนนำรัฐบาล ต้องเสี่ยงภัยตลอดเวลา "อภิสิทธิ์ -เทพเทือก" ต้องใช้บริการ ราบ 11 ที่ศูนย์บัญชาการ จะเดินทางไปไหน จะต้องมีขบวนรถคุ้มกันแน่นหนานับสิบคัน หนึ่งในรถยนตร์หุ้มเกราะที่ถูกเลือกใช้คือ LAND ROVER รุ่น Range Rover ถามว่า เทพเทือก ซื้อรถจากใคร เรามีคำตอบ ?

...ถ้าจำกันได้เมื่อช่วงสงกรานต์ ปี 2552 มีเหตุการณ์มุ่งเอาชีวิตนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่กระทรวงมหาดไทย และมีความพยายามปองร้ายนายกฯและบุคคลสำคัญหลายครั้ง


ประกอบกับการผสมโรงของ "ผู้ก่อการร้าย" มีแฝงตัวมาพร้อมกับการชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้ ทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคีย์แมนหลายคน อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ต้องหันมาใช้บริการรถยนต์หุ้มเกราะกันกระสุนกันเป็นทิวแถว


ครั้งหนึ่งเคยปรากฏเป็นข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ว่ารถยนตร์หุ้มเกราะ LAND ROVER รุ่น Range Rover ที่นายสุเทพโชว์ในทำเนียบรัฐบาลว่าเอกชนนำมาให้ทดลองขับใช้งาน หลังจากนั้นอีกไม่นานก็ปรากฏว่าสั่งซื้อกันไปเรียบร้อยแล้ว เพื่อใช้ในการประชุมสุดยอดอาเซียน
แต่ไม่มีใครรู้ว่าเอกชนรายนั้นเป็นดีลเลอร์รายใดกันที่เข้าวินแบบเงียบกริบ


ล่าสุด "ประชาชาติธุรกิจ" ตรวจสอบพบว่า รถหุ้มเกราะกันกระสุนดังกล่าวรัฐบาลได้จัดซื้อจากบริษัท ซิตี้ ออโต้โมบิล จำกัด (กลุ่มบริษัท มาสด้า ซิตี้ จำกัด) ผ่านศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) สังกัดกองบัญชาการทหารสูงสุด เมื่อเดือนสิงหาคม 2552 จำนวน 20 คัน ราคา 122.8 ล้านบาท


ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า บริษัท ซิตี้ ออโต้โมบิล จำกัด (ชื่อเดิมบริษัท กัววาอินเตอร์เนชั่นแนลประเทศไทย จำกัด) เป็นของกลุ่มทุนต่างชาติ จดทะเบียนเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2548 ทุนจดทะเบียน 40 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 283/74 อาคารโฮมเพลสออฟฟิศ บิลดิ้ง ชั้น 15 ซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ 13) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ราย


1.บริษัท คลิปเปอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (สัญญาชาติฮ่องกง) 49% 2.นายเควิน รอเบิร์ต วิทคร๊าฟท์ 25.5 % และ 3. นายธอมัส อาร์เตอร์ วิทคร๊าฟท์ 25.5 % รวม 400,000 หุ้น ๆ ละ 100 บาท โดยนายเควินรอเบิร์ต วิทคร๊าฟท์ นายธอมัส อาร์เตอร์ วิทคร๊าฟท์ และนายมาร์ค อิงเกิ้ล วิทคร๊าฟท์ เป็นกรรมการ
นักลงทุนกลุ่มนี้ทำธุรกิจหลายแห่ง อาทิ
บริษัท ทับละมุ รีสอร์ท ดีเวลลอปเม้นท์ส จำกัด ร่วมกับ ม.ร.ว. พีรานุพงศ์ ภาณุพันธ์ ,บริษัท อาร์เอ็มเอ ออโตโมทีฟ จำกัด (ส่งออก) ,บริษัท โกลบอล อาร์เมอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ,บริษัท แคล ไซด์ (ประเทศไทย) จำกัด ,บริษัท เดอะ นิวดอร์ จำกัด ,บริษัท เรือใบไทย จำกัด ,บริษัท สัตหีบ ดีเวลลอปเม้นท์ส จำกัด , บริษัท อาร์เอ็ม เอเซีย คอนซัลแตนท์ส จำกัด ,บริษัท นาคา ชิปปิ้ง ไลนส์ จำกัด ,บริษัท นาคา ฟิล์มส จำกัด ,บริษัท เปเปอร์ โพเอ็ทส์ จำกัด ,บริษัท พีเคซีอาร์ แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นต้น


ทั้งนี้ บริษัท ซิตี้ ออโต้โมบิล จำกัด ผลประกอบการปี 2551 รายได้ 134.6 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 7.1 ล้านบาท ส่วนบริษัท มาสด้า ซิตี้ จำกัด ก่อตั้งวันที่ 26 พฤศจิกายน 2544 ทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท ปี 2551 รายได้ 543.2 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3.7 ล้านบาท

การสั่งซื้อลอตเดียว 20 คันไม่ต่างจากถูกหวยเลยทีเดียว

napoleon no está en línea  
Old April 26th, 2010, 08:07 PM   #548
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,028
Likes (Received): 1645

โจรสลัดยิงประมงไทยขณะลอยเรือหาปลาอยู่นอกชายฝั่ง"มาเลย์"ดับ 1

วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 20:23:58 น. มติชนออนไลน์


สำนักข่าวเบอร์นามาของมาเลเซีย รายงานเมื่อวันที่ 26 เมษายน อ้างการเปิดเผยของนายฮัตตา โมฮัมหมัด ซิน ตำรวจน้ำมาเลเซียว่า เรือประมงไทยพร้อมลูกเรือ 5 คน ถูกเรือของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เชื่อว่าเป็นพวกโจรสลัดโจมตีขณะลอยเรือหาปลาอยู่นอกชายฝั่งเมืองเกอร์ตัก ซังกุล ของมาเลเซีย ออกไปราว 7 ไมล์ทะเล เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา เป็นผลให้นายอ่าง ศิริชัย ลูกเรือประมงไทย อายุ 24 ปี ชาว จ.ระนอง ถูกยิงเสียชีวิต


อย่างไรก็ตาม เมื่อกลุ่มคนร้ายข้ามไปยังเรือประมงไทยและเห็นว่ามีคนเจ็บจมกองเลือดอยู่ จึงกลับไปลงเรือของตนก่อนแล่นหลบหนีไป ตำรวจมาเลเซียเชื่อว่าคนร้ายกลุ่มนี้เป็นโจรสลัดที่ต้องการปล้นเอาทรัพย์สิน ขณะที่หนึ่งในลูกเรือประมงไทยตั้งข้อสังเกตว่าดูจากรูปพรรณสันฐาน คนร้ายน่าจะเป็นชาวอินโดนีเซีย
napoleon no está en línea  
Old May 3rd, 2010, 09:02 PM   #549
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,028
Likes (Received): 1645

จ้างบดสารเคมีทำโครงการฝนหลวง ส่อแววผูกขาดให้เอกชน ทั้งที่ควรใช้แรงงานท้องถิ่น

วันที่ 03 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 23:27:52 น. มติชนออนไลน์


เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าว "มติชน" รายงานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลการประกวดราคาจ้างเหมาเอกชนเข้ามาบด-ผสมโปรยสารเคมีฝนหลวง ซึ่งเป็นงานต่อเนื่องจากการจัดซื้อสารเคมี ส่อว่าจะมีปัญหาเรื่องการผูกขาด โดยประกวดราคาจ้างเหมางานมาแล้ว 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกปี 2552 และครั้งที่สอง ในปี 2553


สำหรับปฏิบัติงานตามหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงแทนการจ้างเหมาแรงงานท้องถิ่น หน่วยละ 10 คน ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2552-30 กันยายน 2552 จำนวน 7 รายการ วงเงินว่าจ้างแห่งละไม่เกิน 586,800 บาท คือ

1.หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบน จังหวัดเชียงใหม่
2.หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดพิษณุโลก
3.หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง จังหวัดนครสวรรค์
4.หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จังหวัดขอนแก่น
5.หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จังหวัดนครราชสีมา
6.หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก จังหวัดระยอง และ
7.หน่วยฝนหลวงหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์


ทั้งนี้ มีเอกชนมายื่นซองเสนอราคา 2 ราย คือ บริษัท ซัน พรีซิชั่น เวอร์ค จำกัด และบริษัท บูรพาเทคนิคอล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ผลการประกวดราคาปรากฏว่า บริษัทซันพรีซิชั่นฯเป็นผู้ชนะรายการที่ 3-7 รวม 5 รายการ เป็นเงิน 2,810,000 บาท ส่วนบริษัทบูรพาเทคนิคอลฯเป็นผู้ชนะรายการที่ 1 และ 2 เป็นเงิน 1,146,720 บาท


ส่วนการประกวดราคาในปี 2553 ว่าจ้างให้ดำเนินการระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2553-30 กันยายน 2553 รวม 5 เดือน จำนวนหน่วยปฏิบัติงาน 5 แห่ง ได้แก่ 1.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ 2.หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3.หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง 4.หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก และ 5.หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ แต่เพิ่มจำนวนแรงงานเป็นหน่วยละ 15 คน รวมราคาว่าจ้างแห่งละ 55,013 บาท


รายงานข่าวแจ้งว่า มีเอกชนยื่นซองเสนอราคา 3 ราย คือ บริษัทซันพรีซิชั่นฯ บริษัทบูรพาเทคนิคอลฯ และบริษัท ไออาร์อาร์ แมนเนจเม้นท์ จำกัด ผลการประกวดราคาปรากฏว่า บริษัทซันพรีซิชั่นฯเป็นผู้ชนะแห่งที่ 2 และ 4 เป็นเงิน 2,161,050 บาท ขณะที่บริษัท บูรพาเทคนิคอลฯชนะแห่งที่ 3 และ 5 เป็นเงิน 2,158,500 บาท ส่วนบริษัทไออาร์อาร์ฯผู้ชนะแห่งที่ 1 เป็นเงิน 1,080,250 บาท


แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผย "มติชน" ว่า การจัดประกวดราคาจ้างงานครั้งนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าอาจมีความไม่ชอบมาพากล เนื่องจากโดยปกติแล้วงานบดผสมและโปรยสารฝนหลวง จะมีการว่าจ้างแรงงานในพื้นที่ดำเนินการ แต่กลับเปลี่ยนให้มีการว่าจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการแทน
napoleon no está en línea  
Old May 4th, 2010, 04:50 PM   #550
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,028
Likes (Received): 1645

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
คำนูณ” ชี้ ปชป.ยุค “รบ.ชวน” เซ็น MOU ปี 43 ต้นเหตุไทยเสียดินแดนพระวิหารให้เขมร

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 ตุลาคม 2552 13:27 น.


ส.ว.สรรหาชี้ ปชป.ยุค “นายหัวชวน-สุขุมพันธุ์” เสียค่าโง่ครั้งที่ 2 ให้เขมร หลงลงนามเอ็มโอยู ปี 43 ต้นเหตุปัญหาปราสาทพระวิหาร ทำไทยเสียดินแดนให้เขมร เสนอตั้ง คกก.อิสระ ระดมสมองทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมแก้ปัญหา พร้อมยกระดับ คกก.ชายแดน เป็นปัญหาระดับชาติ เพิ่มประสิทธิภาพกรมสนธิสัญญา ก่อนสายเกินแก้ ด้าน“ปราโมทย์” เชื่อยังพอมีทางแก้ไข แนะยึดหลักก.ม.ระหว่างปท. อัดผู้นำปท.-ทหาร เขลา จนทำไทยเสียอธิปไตย

วันนี้ (11 ต.ค.) นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา นายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการ ได้ร่วมสนทนาในรายการ “สภาท่าพระอาทิตย์” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี-ทีวีของประชาชน โดยมี นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยมีการกล่าวรัฐบาลไทยยอมรับแผนที่ 1:2 แสน เรียบร้อยแล้ว อันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเขตแดนระหว่างไทย-กัมพูชาทั้งหมด ทั้งนี้เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2551 ในขณะนั้นมีการประชุมร่วมสมัยสามัญนิติบัญญัติของ ส.ส.และส.ว. เกี่ยวกับกรอบการเจรจาปักปันเขตแดน ก่อนที่รัฐบาลจะนำข้อตกลงไทย-กัมพูชา เข้าสู่สภาในวันที่ 14 ต.ค.นี้

นายคำนูณกล่าวว่า คำพิพากษาศาลโลกที่ทำให้ไทยเสียปราสาทเขาพระวิหารเมื่อปี 2505 มี2 ฉบับ คือสนธิสัญญา คศ.1904 และ 1907 ที่ฝรั่งเศสจัดทำขึ้น โดยแผนที่ของฝรั่งเศสแอนเน็กซ์วัน เป็นส่วนหนึ่งของแผนที่ 1:2 แสน ซึ่งเป็นการกำหนดเขตแดนเขาพระวิหาร ยึดสันปันน้ำตลอดแนวชายแดน โดยแผนที่ทั้งหมดมี 11 แผ่น แต่ในขณะนั้นไทยมีความรู้เรื่องแผนที่น้อยจึงเป็นจุดอ่อน ข้อบกพร่องของไทย ที่ไม่เคยเห็นปัญหาและไม่เคยทักท้วง ก่อนขึ้นศาลโลกเมื่อปี 2505 จนศาลโลกตัดสินให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา ซึ่งถือเป็นความเจ็บปวดของคนไทยทั้งชาติมาถึงทุกวันนี้

นายคำนูณกล่าวต่อว่า จากนั้นมาจึงเริ่มมีการเจรจาระหว่างไทยกับกัมพูชาอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ.2542 ในสมัยรัฐบาลของ นายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ โดยการเจรจามีการบรรลุข้อตกลง ที่เรียกว่า บักทึกความเข้าใจระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจจัดทำเขตแดนทางบกหรือMou ปี2000 มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการจัดทำเขตแดนทางบกร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC เพื่อพิสูจน์ซากเขตแดน ซึ่งทั้งหมด 73 หลัก ไม่รวมปราสาทพระวิหาร แต่เมื่อเหตุการณ์ตรึงเครียดมากขึ้นเมื่อปี 2550-2551 จึงมีการเสนอกรอบการเจรจาขึ้นมา 2 กรอบ โดยหนึ่งในกรอบนั้นมีแผนแม่บทหรือTOR ปี 2546 ซึ่งเป็นยุคของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี จนมาถึงรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และเรื่อยมาถึงรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช

“ผมคิดว่าทั้งหมดทั้งปวงต้นเหตุปัญหามาตั้งแต่ Mou ปี 2543 ยุคของนายชวน หลีกภัย เป็นรัฐบาล ที่ไปลงนาม Mou เรื่องนี้ผมได้สอบถามเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้ข้อมูล Mou ปี 43 คือแผนที่ 1:2 แสน รวมแผนที่แอนเน็กซ์วัน และรวมถึงแผนที่ปี 2505 ที่ฝรั่งเศสทำขึ้น ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจง เป็นมติ ครม.ปี 43 ยอมรับการใช้แผนที่ดังกล่าว โดยให้เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ จึงเป็นที่มาของกฎหมายปิดปากครั้งที่ 2 หรือเสียค่าโง่ครั้งที่ 2” นายคำนูณกล่าว

ส.ว.สรรหากล่าวต่อว่า 28 ต.ค.51 รัฐสภาได้มีการประชุมและได้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นการประชุมลับและมีการลงมติเห็นด้วย 409 เสียง ไม่เห็นด้วย 7 เสียง งดออกเสียง 1 ส่วนกรอบที่ 2 คือ แผนที่ 1:2 แสน มีมติเห็นด้วย 406 เสียง ไม่เห็นด้วย 8 และงดออกเสียง 2 เสียง ทั้งนี้ เสียงที่เห็นด้วย คือ รัฐบาลประชาธิปัตย์และนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ อย่างไรก็ตามเมื่อสภาอนุมัติคณะกรรมการร่วมไทย-กัมพูชา ได้มีการประชุม 3 ครั้ง พร้อมกับแนบร่างข้อตกลงชั่วคราวมาด้วย ซึ่งไม่ใช่ร่างจริง จึงมีเสียงคัดค้านกันมากรวมทั้งตน เกรงว่าจะไปตกลงตามนี้ จึงมีการเสนอให้ตั้งกรรมาธิการของสภาพิจารณา ยังไม่มีการลงมติในข้อตกลงนี้ แต่ขณะนี้ไปไกลกว่าข้อตกลงดังกล่าวที่ทำให้ไทยเสียดินแดนโดยไม่ชอบ

ดังนั้น ตนคิดว่าควรจะมีการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมา โดยนำทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาหารือกันเพื่อแก้ปัญหา รวมถึงยกระดับคณะกรรมการชายแดนขึ้นมาเป็นปัญหาระดับชาติ ให้พ้นมือกระทรวงการต่างประเทศ และเพิ่มประสิทธิภาพกรมสนธิสัญญา ยกระดับงานพระวิหารเป็นโต๊ะเจรจาขึ้นมา เพราะเรื่องนี้ตนเชื่อว่าจะเป็นปัญหาใหญ่มากในอนาคต ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็เชื่อว่ากัมพูชาจะต้องนำประเด็นเขตแดนพระวิหารเข้าสู่การเจรจาระดับพหุพาคี ของคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ ซึ่งอาจจนำกลับขึ้นไปสู่ศาลโลกอีกครั้ง จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไข

ด้าน นายปราโมทย์กล่าวว่า ตนคิดว่ายังมีทางแก้ไข โดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้รัฐสภาจะทำตามลำพังไม่ได้ ต้องให้ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม ขณะเดียวกัน ตนก็มีความเป็นห่วงข้อเสนอของ ส.ว.คำนูณ โดยเกรงว่ากว่าถั่วจะสุกงาก็จะไหม้ เพราะไม่ทราบว่ารัฐบาลจะทำตามที่เสนอหรือไม่ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความเขลาของผู้นำและกลไกรัฐ รวมถึงผู้นำทางทหาร ฝ่ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนนักธุรกิจการค้าที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ซึ่งเป็นการทำลายอธิปไตยของไทย




"วีระ"ลั่นนำทีมถอนหลักแดนเขตไทย-เขมร ปัดไม่เกี่ยวกับพธม.

วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 18:11:57 น. มติชนออนไลน์


นายวีระ สมความคิด ประธานคณะกรรมการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) กล่าวเมื่อวันที่ 15 เมษายนว่า วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ตนพร้อมกลุ่มผู้รักชาติซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) จะเดินทางไปรวมตัวที่ประสาทตาเมือนโต๊ด ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ จ.สุรินทร์ ในเวลา 11.00 น.

นายวีระ กล่าวด้วยว่า จากนั้นจะร่วมทำกิจกรรมในวันที่ 2-3 พฤษภาคม เพื่อถอนหลักเขตของประเทศกัมพูชา ที่ทำไทยต้องเสียดินแดนจากการทำข้อตกร่วมที่ผิดกฎหมายของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในยุคที่มีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2543 หลังจากก่อนหน้านี้ได้ไปยื่นหนังสือให้เลขานุการรัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศ ในช่วงการประชุมผู้นำลุ่มโขงที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และขอเรียนว่าคณะกรรมการร่วมชายไทย-กัมพูชาที่ตกลงเรื่องนี้ เป็นกรรมการเถื่อนทำหน้าที่โดยไม่ผ่านกลไกของรัฐสภา เหมือนกรณีนายนพดล ปัมมะ อดีตรัฐมนตรตรีว่าการกระทวงต่างประเทศที่ไปออกแถลงการร่วมกับกัมพูชา

กสม.เล็งเรียก อภิสิทธิ์-กษิต-กูเกิ้ล แจงแผนที่เขาพระวิหาร

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 20:13


คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนห่งชาติเล็งเรียก "อภิสิทธิ์-กษิต-กูเกิ้ล" แจงกรณีเปลี่ยนแปลงแผนที่เส้นเขตแดนไทย-กัมพูชา

นายปริญญา ศิริสารการ กรรมการสิทธิมนุษยชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการ สิทธิมนุษยชนห่งชาติด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ได้ประชุมร่วมกับกลุ่มภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาทเขาพระวิหาร กรณีร้องขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีผลกระทบต่อวัฒนธรรมเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง

ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ ตัวแทนกลุ่มภาคีฯ กล่าวว่า ทางกลุ่มยืนยันให้

1.รัฐบาลรีบยกเลิก MOU 2543 ระหว่างไทย-กัมพูชา ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2543 อ้างอิงแผนที่ 1:200,000 โดยสำคัญว่าเป็นแผนที่ซึ่งจัดทำขึ้นตามผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดน ระหว่างสยามกับอินโดจีน

2.ยกเลิกกรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ที่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2551 ซึ่งทำขึ้นตามผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีน

3.ร่างข้อตกลงชั่วคราวระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา ว่าด้วยปัญหาชายแดนในพื้นที่ปราสาทพระวิหาร เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2551

4.ยกเลิกคำแถลงการณ์ร่วมในโอกาสการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2544

นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบว่า บริษัทกูเกิ้ลได้เปลี่ยนแปลงแผนที่แสดงเส้นเขตแดนไทย-กัมพูชา บริเวณเขาพระวิหารและปราสาทตาเมือนธม โดยอ้างอิงแผนที่ 1:200,000 ซึ่งไม่ถูกต้อง และถ้าฝ่ายไทยไม่ดำเนินการอะไร ปล่อยให้บริษัทกูเกิ้ลเผยแพร่ไปทั่วโลก จะเท่ากับเป็นการยอมรับเส้นแบ่งเขตแดนดังกล่าว และย่อมส่งผลต่อประเทศไทยโดยตรง เพราะมีการใช้บริการข้อมูลของกูเกิ้ลอยู่ทั่วโลก อีกทั้งการที่รัฐบาลเพิกเฉยต่อปัญหาเรื่องเกี่ยวกับเส้นแบ่งเขตแดน ไทย-กัมพูชา ได้ส่งผลต่อวัฒนธรรม ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รวมทั้งอธิปไตยและดินแดน ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง นอกจากนี้เชื่อว่าสาเหตุที่ปัญหายืดเยื้อมายาวนานทุกรัฐบาล เพราะมีเรื่องผลประโยชน์ทางทะเลในอ่าวไทย และแร่ธาตุยูเรเนียม แอบแฝงอยู่

ด้านนายปริญญา กล่าวว่า จะประชุมอนุกรรมการทุกสัปดาห์ เพื่อให้ได้ข้อสรุปส่งให้รัฐบาลโดยเร็ว เพราะสถานการณ์การเมืองเวลานี้อาจมีผลต่ออายุของรัฐบาลชุดนี้ และทางอนุกรรมการจะเชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กรมแผนที่ทหาร และจะเชิญเจ้าหน้าที่ของกูเกิ้ล เข้ามาให้ข้อมูล โดยต้องดำเนินการอย่างเร็วที่สุด
napoleon no está en línea  
Old May 6th, 2010, 10:10 PM   #551
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,028
Likes (Received): 1645

Thailand orders more EADS warning systems

BANGKOK, April 30 (UPI) -- EADS Defense & Security has been ordered to equip three additional Thai air force helicopters with its helicopter laser radar obstacle warning system.

The EADS division Defense Electronics, part of its Defense & Security business, delivered three electro-optical HELLAS systems to the Thai air force in 2005 for fitting to Bell 412 helicopters.

The new order by the Thai air force for HELLAS systems are for fitting to Sikorsky S-92 helicopters.

Camera and optical sensors of the HELLAS are attached to the underside of a helicopter and ensures the detection of obstacles that are hidden from the pilots view such as such as high-voltage power lines, towers, masts and buildings.

Missions can then be carried out under difficult visibility conditions, EADS said.

"HELLAS enables pilots to detect and avoid the smallest of obstacles, even when visibility is bad, thus offering crucial protection against one of the main causes of helicopter accidents," Bernd Wenzler, chief executive officer of Defense Electronics, said.

The German-built HELLAS system, developed specifically for helicopters, has been used for many years in German police helicopters and in 14 civil defense helicopters.

HELLAS scans the airspace ahead of the helicopter using a laser pulse beam that poses no danger to the human eye. It detects even extremely thin wires with a high accuracy from distances of more than 3,000 feet.

On the HELLAS display in the cockpit, or in the visor of his flight helmet, the pilot sees a gray-scale, in-depth image of the landscape in front of the helicopter.

Obstacles that are critically near the helicopter are displayed in a red signal color to draw the attention of the crew and allow them to take immediate evasive action. In addition, acoustic warning signals are generated in order to ensure the crews attention in all flying conditions.

The first development contract was awarded by the German Federal Office of Defense Technology Procurement and subsequently HELLAS has been successfully tested on CH-53, UH-1D, BK 117 and EC 145 helicopters. It was type-certified in October 2003 following trials on a German Federal Border Guard EC 135.

EADS successfully tested the military version of HELLAS, the Military Obstacle Warning System, in flight in mid 2007. A MilOWS system was attached to an NH90 helicopter and various obstacle scenarios were flown, including low-level flights and spiraling at a roll angle of up to 45 degrees.

EADS announced in November that it will equip a Slovenian police forces Bell 412 helicopter with a HELLAS system.
napoleon no está en línea  
Old May 7th, 2010, 05:43 PM   #552
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,028
Likes (Received): 1645

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
[SIZE="4"]

สตง.ชี้ทัพบกซื้อฮ.แพงกว่าร้อยล้าน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 มีนาคม 2553 19:53 น.


ASTVผู้จัดการรายวัน – กรมการขนส่งทหารบกร้อนก้นเรียกประชุมถกปัญหาจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ส่อทุจริตสุดท้ายไร้ข้อสรุป กางผลสอบสตง.พบพิรุธอีกรวบรัดเปิดซองเทคนิคและซองราคาวันเดียวกันน่าจะไม่มีเวลาพิจารณารายละเอียดข้อเสนอของแต่ละบริษัทเพียงพอ ฟันซ้ำเปรียบเทียบราคาเฮลิคอปเตอร์แพงกว่าคู่แข่งอีกรายรวมกว่าร้อยล้าน ย้ำให้กลาโหมสั่งทบทวนกระบวนการจัดซื้อใหม่

ภายหลังจาก “ASTVผู้จัดการรายวัน” นำเสนอข่าวโครงการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ ขนาดเบา แบบที่ 2 จำนวน 16 ลำ มูลค่าประมาณ 1,100 ล้านบาท ของกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) กองทัพบก ว่าส่อไปในทางทุจริต พร้อมกับเปิดผลสอบของสำนักงานการตรวจเงินดิน (สตง.) ที่ชี้ว่า กระบวนการจัดซื้อไม่ชอบด้วยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนบางรายอันเป็นความผิดต่อการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐด้วย พร้อมกับขอให้กองทัพบกชี้แจงหรือทบทวนกระบวนการพิจารณาจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวใหม่ ให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุด มีรายงานข่าวจากกองทัพบกว่า ทางกรมการขนส่งทหารบก ได้ประชุมเป็นการภายในโดยการนัดหมายประชุมครั้งนี้ ทาง พล.ต.วุทธิ์ วิมุกตะลพ เจ้ากรมการขนส่งทหารบก จะเข้าร่วมประชุมด้วย แต่เมื่อมีการนำเสนอข่าวอื้อฉาวของโครงการนี้เผยแพร่สู่สาธารณะ ทางเจ้ากรมฯ ไม่ได้เข้าร่วม โดยปล่อยให้ลูกน้องประชุมกันไป ทำให้การปรึกษาหารือถึงทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ฯ ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ เนื่องจากจำนนด้วยหลักฐานที่มีการกระทำขัดต่อระเบียบและกฎหมายจริง

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งว่า ประเด็นชี้แจงต่างๆ ตามที่ สตง. มีข้อกังขาตามผลตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นการอนุญาตให้บริษัทที่เสนอราคา 3 ราคา เข้าสู่กระบวนการประมูลขั้นต่อไปได้โดยไม่ถูกตัดทิ้งไป หรือการผิดเงื่อนไขประมูลเรื่องเครื่องมือซ่อมบำรุง ฯลฯ ทางขส.ทบ. ได้จัดทำไว้ก่อนหน้านี้มาประมาณ 2 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีใครกล้าลงนาม ทำให้เรื่องยังค้างคาอยู่จนบัดนี้

สำหรับผลการตรวจสอบโครงการดังกล่าว ตามหนังสือที่ สตง.ส่งไปถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม ลงวันที่ 29 ม.ค. 2553 และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการกองทัพบก ลงวันที่ 18 ธ.ค. 2552 นอกจากจะมีประเด็นความไม่ถูกต้องเรื่องบริษัท Enstrom ที่เสนอราคา 3 ราคาแต่ไม่ถูกปรับตกไป อีกทั้งยังเสนอเครื่องมือซ่อมบำรุงผิดเงื่อนไขข้อกำหนด แต่กลับได้รับคัดเลือกเป็นผู้ชนะประมูล ตามข่าวที่เสนอไปก่อนหน้านี้นั้น

รายงานผลการตรวจสอบของ สตง. ที่ลงนามโดยนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าการ สตง. ยังตั้งข้อสังเกตว่า คณะกรรมการจัดซื้อฯ มีความเร่งรีบดำเนินการและพิจารณาคัดเลือกผู้ขายในการจัดซื้อครั้งนี้ โดยคณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการพิจารณาข้อเสนอทางเทคนิคของแต่ละบริษัท (จำนวน 4 บริษัท) และได้ทำการเปิดซองราคาของผู้เสนอราคาที่ได้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติทางเทคนิคในวันเดียวกันกับวันที่ยื่นข้อเสนอ ซึ่งน่าจะไม่มีเวลาเพียงพอที่จะอ่านและพิจารณารายละเอียดในข้อเสนอของแต่ละบริษัท เพื่อพิจารณาผู้เสนอราคาที่ให้ประโยชน์ต่อทางราชการสูงสุดได้

นอกจากนี้ สตง.ยังระบุว่า จากการเดินทางไปดูสายการผลิตและทดสอบการบริของกรรมการฯ ท่านหนึ่งที่โรงงานผู้ผลิตของบริษัท Enstrom ประเทศสหรัฐอเมริกา พบข้อบกพร่องของเฮลิคอปเตอร์ Enstrom 480B หลายประการ

ประกอบกับเมื่อเปรียบเทียบราคาระหว่างเฮลิคอปเตอร์ 333Mของบริษัท Schweizer และเฮลิคอปเตอร์ 480B ของบริษัทEnstrom พบว่า เฮลิคอปเตอร์ 480B ของบริษัทEnstrom มีราคาแพงกว่าเฮลิคอปเตอร์ 333Mของบริษัท Schweizer ถึงลำละ 235,875 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.548 ล้านบาท) หรือเป็นเงิน 3,774,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 120.768 ล้านบาท) ต่อ 16 ลำ

นอกจากนั้น เฮลิคอปเตอร์ 333Mของบริษัท Schweizer มีค่าใช้จ่ายในการใช้งานและค่าบำรุงรักษาต่ำกว่า เฮลิคอปเตอร์ 480B ของบริษัทEnstrom ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการและอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

จากการตรวจสอบข้อมูลการประมูลจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ฯ พบว่า คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษครั้งนี้ ประกอบด้วย พ.อ.พีระพันธุ์ พูนสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการ, พ.ท.นรุตม์ พนมมาศ และ พ.ท.คำผล โคตรนาแพง กรรมการฝ่ายจัดซื้อ ซึ่งทั้งสามเป็นผู้ลงลายมือชื่อในเอกสารข้อเสนอราคาของบริษัท Enstrom ที่เสนอราคา 3 ราคา ซึ่งเป็นการกระทำที่อาจเป็นความผิดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพราะเรื่องนี้คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) ได้เคยวินิจฉัยวางหลักไว้ว่า ผู้เสนอราคาต้องเสนอราคาเพียงราคาเดียว หากผู้เสนอราคารายใดยื่นข้อเสนอราคาไม่ถูกต้อง คณะกรรมการฯ ต้องไม่รับพิจารณาราคาของผู้เสนอราคารายนั้น

อนึ่ง โครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ขนาดเบาสำหรับฝึกรบ แบบที่ 2 จำนวน 16 ลำ แบบเหมารวม (Total Package) มูลค่าประมาณ 1,100ล้านบาท เปิดประมูลด้วยวิธีพิเศษ เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2552 ที่กรมการขนส่งทหารบก กองทัพบก โดยคณะกรรมการจัดซื้อฯ ได้พิจารณาข้อเสนอทางเทคนิคของบริษัทที่เข้าร่วมประมูล จำนวน 4 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทSchweizwer, บริษัท McDonald Dougles, บริษัท Enstrom และบริษัท Eurocopter ผลปรากฏว่าบริษัท Eurocopter ตกข้อเสนอด้านเทคนิค เหลือเพียง 3 บริษัท จากนั้น คณะกรรมการจัดหา ได้เปิดซองข้อเสนอราคาของผู้เสนอราคาที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติทางเทคนิคในวันเดียวกัน และพิจารณาตัดสินให้บริษัท Enstrom เป็นผู้ชนะการประมูลอย่างมีเงื่อนงำ

เปิดสัญญาทัพบกซื้อฮ.ฝึกรบขาดเรดาร์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มีนาคม 2553 18:38 น.

ASTVผู้จัดการออนไลน์ - เปิดข้อตกลงจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ฝึกรบของกองทัพบกที่เตรียมลงนามในสัญญากับบริษัทเอกชนผู้ชนะประมูล ยังขาดอุปกรณ์สำคัญ คือ เรดาห์ กองทัพบกใจดียืดเวลาให้เอกชนรวบยอดส่งมอบเรดาห์ในงวดสุดท้ายอีก 2 ปีข้างหน้า

การจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบก จำนวน 16 ลำ มูลค่ากว่าพันล้านบาท ที่บริษัทเอ็นสตรอม เฮลิคอปเตอร์ จำกัดได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการจัดซื้อ ที่มี พ.อ.พีระพันธุ์ พูนสวัสดิ์ เป็นประธานกรรมการ ได้มีการเจรจาทำข้อตกลงร่วมกันในการส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ พร้อมอุปกรณ์และชิ้นส่วนซ่อมบำรุง เครื่องมือซ่อมบำรุงและบริภัณฑ์ภาคพื้นสำหรับซ่อมบำรุงอากาศยานและเครื่องยนต์ จำนวน 16 เครื่อง ในระยะเวลา 2 ปี โดยข้อตกลงทั้งสองฝ่ายที่จัดทำขึ้นภายหลังการประชุมร่วมเมื่อวันที่ 13-14 สิงหาคม 2552 นั้น บริษัทได้ชี้แจงเรื่องเรดาร์ ที่จะติดตั้งในเฮลิคอปเตอร์ว่ายังไม่สามารถส่งมอบได้ตามสัญญางวดแรกที่กำหนดส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ในปีงบประมาณ 2553 เพราะเป็นยุทธภัณฑ์ทางทหารซึ่งต้องขออนุมัติจากกระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา เสียก่อน

ทางบริษัทเอ็นสตรอมฯ ได้ชี้แจงเรื่องเรดาร์ ในบันทึกข้อตกลงไว้ว่า เนื่องจากอุปกรณ์ในรายการ Radar Altimeter รุ่น APN-209 (Military Version) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Honeywell นั้น ทางบริษัทเอ็นสตรอมฯ ได้รับแจ้งจากผู้ผลิตว่า อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นยุทธภัณฑ์ทางทหารซึ่งต้องขออนุมัติ Export License จากสหรัฐอเมริกา และต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้นจะส่งมอบได้ประมาณ 12 เดือนหลังจากนั้น

ทางบริษัทเอ็นสตรอมฯ จึงขอให้ทางกองทัพบกลงนามรับรอง End User Certification ตามแบบฟอร์ม DSP-83 ของสหรัฐอเมริกา หลังจากลงนามในสัญญาแล้ว และบริษัทจะส่งมอบให้กับทางราชการได้หลังจากส่งมอบเฮลิคอปเตอร์แล้ว

ทั้งนี้ การอนุมัติ Export License จะเป็นไปตามการควบคุมของกระทรวงกลาโหม ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งบริษัททำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและไม่สามารถควบคุมหรือกำหนดการส่งมอบที่แน่นอนได้ ดังนั้น บริษัทจึงขอแยกส่งมอบรายการ Radar Altimeter ของบริษัท Honeywell ออกจากรายการปกติโดยจะทำการส่งมอบในงวดสุดท้ายของสัญญา

ข้อตกลงดังกล่าว ทำสัญญาส่งมอบเฮลิคอปเตอร์พร้อมอุปกรณ์รวมทั้งหมด 5 งวด โดยงวดแรก ส่งมอบภายในปีงบประมาณ 2553 โดยส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ 3 ลำพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ ยกเว้นเรดาร์ฯ พร้อมเทรนนิ่งนักบินจำนวน 11 นายและช่างอากาศยาน 14 นาย, งวดที่ 2 ภายในงบประมาณปี 2553 ส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ 3 ลำ พร้อมอุปกรณ์ ยกเว้นเรดาร์ฯ พร้อมเทรนนิ่งนักบินจำนวน 10 นาย และช่างอากาศยาน 14 นาย, งวดที่ 3 ภายในงบประมาณ 2554 ส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 4 ลำ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ ยกเว้นเรดาร์

และงวดที่ 5 ภายในงบประมาณปี 2555 ส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ลำ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ เรดาร์ฯ และส่งมอบอุปกรณ์เรดาร์ฯ จำนวน 14 ชุด โดยจะทำการติดตั้งในประเทศไทย

จากบันทึกข้อตกลงร่วมระหว่างกองทัพบกและบริษัทเอกชนผู้ชนะการประมูลครั้งนี้ หมายความว่า ทางกองทัพบก ยอมรับว่า เฮลิคอปเตอร์ ที่สั่งซื้อและส่งมอบจะยังไม่มีการติดตั้งเรดาร์ฯ โดยจะต้องใช้เวลารออีก 2 ปี กองทัพบก ถึงจะได้รับมอบอุปกรณ์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับการบิน

อนึ่ง เรดาร์ เป็นเครื่องมือในการระบุระยะ (range) , ความสูง (altitude) รวมถึงทิศทางหรือความเร็วในการเคลื่อนที่ของวัตถุ (ค้นหาข้อมูลเรื่องเรดาร์เพิ่มเติมได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Radar_altimeter และ http://www.honeywell.com)



กห.สั่งทบ.แจงพิรุธซื้อฮ.ฝึกบิน เอื้อประโยชน์-ค่าบินค่าซ่อมสูง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 เมษายน 2553 18:25 น.


ASTVผู้จัดการออนไลน์ – “บิ๊กป้อม” ตีกรรเชียงหนี “บิ๊กป๊อก” ลากเอามือซุกหีบ สั่งการกองทัพบกชี้แจงข้อพิรุธโครงการจัดซื้อฮ.ฝึกบิน 16 ลำ มูลค่าพันกว่าล้านด้วยวิธีพิเศษ เอื้อประโยชน์ให้บริษัทชนะประมูลโดยขัดหลักเกณฑ์เสนอราคาไม่ถูกต้องตามที่ สตง. มีหนังสือท้วงติงและให้ทบทวนกระบวนการจัดซื้อใหม่ พร้อมทั้งให้วิเคราะห์รายการค่าใช้จ่ายในการใช้งานและค่าซ่อมบำรุงสูงกว่าคู่แข่งขันหรือไม่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง

สถานการณ์ความยุ่งยากที่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.กำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ นอกเหนือจากภารกิจสำคัญในการควบคุมสถานการณ์ป่วนเมืองของกลุ่มนปช.ที่หนักหนาสาหัสแล้ว ยังมีกรณีโครงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพบกที่ไม่โปร่งใส ซึ่งลากยาวมาตั้งแต่จีที 200 จนถึงการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ฝึกบินที่ยังเป็นปัญหาถูกตรวจสอบจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ในเวลานี้อีกด้วย

รายงานข่าวความคืบหน้ากรณีการจัดซื้อจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพบก โครงการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ขนาดเบา แบบที่ 2 จำนวน 16 ลำ มูลค่าพันกว่าล้านบาท โดยวิธีพิเศษของกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) ในสังกัดกองทัพบก ซึ่งก่อนหน้านี้ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เข้ามาตรวจสอบโครงการดังกล่าวตามที่มีข้อร้องเรียน และตั้งข้อสังเกตว่า กระบวนการจัดซื้อขัดกับหลักการจัดหาพัสดุภาครัฐ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคารายใดรายหนึ่ง รวมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าค่าใช้จ่ายในการใช้งานและค่าบำรุงรักษาสูงกว่าคู่แข่งขัน จึงทำหนังสือไปยังพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กระทรวงกลาโหม และปลัดกระทรวงกลาโหม ขอให้ชี้แจงหรือทบทวนกระบวนการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าว

ต่อมา ทางกลาโหม ได้ให้กองทัพบก ชี้แจงในประเด็นต่างๆ ที่เป็นข้อสังเกตข้างต้น เพื่อรวบรวมข้อมูลชี้แจงต่อ สตง. ในลำดับต่อไป

ล่าสุด ทางกองทัพบก ได้ทำหนังสือชี้แจงข้อร้องเรียนและขอความเป็นธรรมของบริษัทสยามเทลเทค จำกัด ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2553 แต่อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงกลาโหม โดย พล.อ.รุ่งโรจน์ จำรัสโรมรัน หัวหน้าสำนักงานรมว.กระทรวงกลาโหม ได้ทำหนังสือถึงกองทัพบก เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2553 ว่า สำนักงานรมว.กลาโหม ได้พิจารณารายละเอียดข้อชี้แจงของกองทัพบกแล้ว เห็นว่า ยังมีความไม่ชัดเจนในบางประเด็น สรุปได้ดังนี้

1.กรณีข้อร้องเรียนว่าบริษัทเอ็นสตรอม (Enstrom) ยื่นเสนอ 3 ราคานั้น เมื่อพิจารณาใบเสนอราคาของบริษัทเอ็นสตรอม แล้ว สำนักงาน รมว. กระทรวงกลาโหม เห็นว่า มีข้อความซึ่งอาจทำให้เข้าใจได้ว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) ได้กำหนดไว้ตามหนังสือของกรมบัญชีกลาง ถึงแม้คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ จะชี้แจงว่า คณะกรรมการฯ สามารถทราบและเข้าใจว่า ราคาใดเป็นราคาที่เสนอครบถ้วนตามเงื่อนไขของทางราชการก็ตาม แต่เพื่อความชัดเจนจึงเห็นควรหารือไปยัง กวพ. หากได้รับคำตอบว่าใบเสนอราคาของบริษัทฯ ไม่ขัดต่อหลักเกณฑ์ดังกล่าว สำนักงาน รมว.กลาโหม จะได้นำไปอ้างอิงกับผู้ร้องเรียนและสตง. ต่อไป

2.กรณีคณะกรรมการจัดซื้อฯ ชี้แจงว่า ใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น (Total Package) โดยพิจารณาผู้ที่เสนอราคารวมต่ำสุด มิได้ใช้ราคาแต่ละรายการมาเปรียบเทียบหรือนำค่าใช้จ่ายในการใช้งานและค่าซ่อมบำรุงมาตัดสิน อีกทั้งความสิ้นเปลืองของ ชิ้นส่วนซ่อมบำรุง รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการใช้งานและค่าบำรุงรักษาย่อมขึ้นอยู่กับมาตรฐานตามคู่มือในการซ่อมบำรุงอากาศยานของผู้ผลิต และไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขการพิจารณานั้น เพื่อมิให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการใช้งานและค่าซ่อมบำรุงของบริษัทเอ็นสตรอม สูงกว่าบริษัทคู่แข่งขันตามที่มีการร้องเรียน ทางกองทัพบก โดย ขส.ทบ.ควรวิเคราะห์และตอบข้อร้องเรียน โดยแสดงเป็นรายการเปรียบเทียบแต่ละรายการให้เห็นว่าข้อมูลที่มีการร้องเรียนมาไม่เป็นความจริง

สำนักงาน รมว.กระทรวงกลาโหม เห็นว่า เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ากระบวนการดำเนินการในครั้งนี้ ไม่ขัดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ และเพื่อให้เกิดความโปร่งใสสามารถตอบข้อสงสัยของสาธารณชนและสตง.ได้ จึงให้กองทัพบก มีหนังสือหารือไปที่ กวพ. และชี้แจงรายละเอียดโดยเปรียบเทียบต้นทุนค่าใช้จ่ายและค่าซ่อมบำรุงเพิ่มเติมและชี้แจงผลการดำเนินงานและเหตุผลเพิ่มเติมกลับมาที่สำนักงานรมว.กระทรวงกลาโหม ด้วย

อนึ่ง จากการตรวจสอบของ สตง. ได้อ้างอิงข้อวินิจฉัยของคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) ที่วางหลักเกณฑ์ไว้ว่า “ผู้เสนอราคาต้องเสนอราคาเพียงราคาเดียว หากผู้เสนอราคารายใดยื่นเสนอราคาไม่ถูกต้อง คณะกรรมการฯ ต้องไม่รับพิจารณาราคาของผู้เสนอราคารายนั้น”

สำหรับโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ขนาดเบาสำหรับฝึกรบ แบบที่ 2 จำนวน 16 ลำ แบบเหมารวมมูลค่าประมาณ 1,100 ล้านบาท เปิดประมูลด้วยวิธีพิเศษ เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2552 ที่กรมการขนส่งทหารบก กองทัพบก โดยคณะกรรมการจัดซื้อฯ ได้พิจารณาข้อเสนอทางเทคนิคของบริษัทที่เข้าร่วมประมูล จำนวน 4 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทSchweizwer, บริษัท McDonald Dougles, บริษัท Enstrom และบริษัท Eurocopter

ผลปรากฏว่าบริษัท Eurocopter ตกข้อเสนอด้านเทคนิค เหลือเพียง 3 บริษัท จากนั้น คณะกรรมการจัดหา ได้เปิดซองข้อเสนอราคาของผู้เสนอราคาที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติทางเทคนิคในวันเดียวกัน และพิจารณาตัดสินให้บริษัทEnstrom เป็นผู้ชนะการประมูล

จากนั้น บริษัทเอ็นสตรอม และคณะกรรมการจัดซื้อฯ ที่มี พ.อ.พีระพันธุ์ พูนสวัสดิ์ เป็นประธานกรรมการ ได้เจรจาทำข้อตกลงร่วมกันในการส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ พร้อมอุปกรณ์และชิ้นส่วนซ่อมบำรุง เครื่องมือซ่อมบำรุงและบริภัณฑ์ภาคพื้นสำหรับซ่อมบำรุงอากาศยานและเครื่องยนต์ จำนวน 16 เครื่อง ในระยะเวลา 2 ปี โดยข้อตกลงทั้งสองฝ่ายที่จัดทำขึ้นภายหลังการประชุมร่วมเมื่อวันที่ 13-14 สิงหาคม 2552 นั้น บริษัทได้ชี้แจงเรื่อง Radar Altimeter ที่จะติดตั้งในเฮลิคอปเตอร์ว่ายังไม่สามารถส่งมอบได้ตามสัญญางวดแรกที่กำหนดส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ในปีงบประมาณ 2553 เพราะเป็นยุทธภัณฑ์ทางทหารซึ่งต้องขออนุมัติจากกระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา เสียก่อน

ข้อตกลงดังกล่าว ทั้งสองฝ่าย ทำสัญญาส่งมอบเฮลิคอปเตอร์พร้อมอุปกรณ์รวมทั้งหมด 5 งวด โดยงวดแรกและงวดที่สอง ส่งมอบงวดละ 3 ลำ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ยกเว้นเรดาร์ กำหนดส่งมอบภายในปีงบประมาณ 2553 งวดที่ 3 ภายในงบประมาณ 2554 จำนวน 4 ลำ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ ยกเว้นเรดาร์ และงวดที่ 5 ภายในงบประมาณปี 2555 ส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ลำ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ เรดาร์ฯ และส่งมอบอุปกรณ์เรดาร์ฯ จำนวน 14 ชุด โดยจะทำการติดตั้งในประเทศไทย

ทั้งนี้ ตามหนังสือของ ขส.ทบ. ขอเชิญเสนอราคาขายเฮลิคอปเตอร์ขนาดเบา แบบที่ 2 แบบเหมารวม (Total Package) โดยวิธีพิเศษ เมื่อวันที่ 31 ก.คง 2552 และฉบับเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2552 เรื่องแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการเสนอราคาขายเฮลิคอปเตอร์ฯ นั้น ข้อ 1.1ข) ของบัญชีรายการความต้องการอุปกรณ์แบบเหมารวมในการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ขนาดเบา แบบที่ 2 ต่อ 1ลำ กำหนดว่า ให้มีระบบ Radar Altimeter ติดตั้งกับเฮลิคอปเตอร์ 1 ชุด ต่อ 1 เพื่อใช้ประโยชน์ในการฝึกบิน โดย Radar Altimeter จะช่วยให้นักบินสามารถบินในเวลากลางคืน บินเหนือน้ำ บินในระหว่างสภาพทัศนวิสัยจำกัด และบินเกาะในระดับต่ำเหนือภูมิประเทศ โดย Radar Altimeter จะให้ข้อมูลสถานภาพความสูงของระดับเครื่องบิน การที่เฮลิคอปเตอร์ ไม่มีการติดตั้ง Radar Altimeter จะไม่สามารถทำการบินในลักษณะดังกล่าวข้างต้นได้ หรือถ้าหากบินก็จะมีความเสี่ยงสูงไม่ปลอดภัยในการบิน

กรณีข้อตกลงในการส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ฯ Enstrom รุ่น 480B ให้กองทัพบกของบริษัทเอ็นสตรอม ที่ยังไม่มีการติดตั้ง Radar Altimeter ซึ่ง Radar Altimeter ทั้งหมดจะมาพร้อมกับการส่งมอบเฮลิคอปเตอร์งวดสุดท้ายในปีงบประมาณ 2555 หมายความว่า เฮลิคอปเตอร์ฯ จะไม่สามารถฝึกบินในเวลากลางคืน บินเหนือน้ำ ฯลฯ ดังกล่าวข้างต้น จนกว่าจะมีการติดตั้ง Radar Altimeter และนักบินต้องกลับมาฝึกใหม่ ซึ่งการทำสัญญาลักษณะดังกล่าว เป็นการทำสัญญาที่กองทัพบกเสียเปรียบเอกชน และหากมีปัญหาเกิดขึ้นภายหลังใครจะรับผิดชอบเพราะกองทัพบกได้จ่ายเงินไปแล้ว
napoleon no está en línea  
Old May 11th, 2010, 04:42 PM   #553
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,028
Likes (Received): 1645

ครม.แจกงบฯ1.2พันล้านให้กอ.รมน.

วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 19:43:11 น. มติชนออนไลน์


รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.แจ้งว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 11 พฤษภาคม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้เสนอวาระจรให้ ครม.เห็นชอบการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 1,411 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ครม.ให้ความเห็นชอบค่าจ่ายตามภารกิจของ กอ.รมน. รวม 1,255 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.แก้ไขปัญหาความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงิน 467 ล้านบาท ใช้จัดหายุทโธปกรณ์ งานด้านการข่าว ซ่อมแซมอาคารที่พักกำลังพล 2.การรักษาความมั่นคงของรัฐ (ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ) วงเงิน 273 ล้านบาท นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติงบลับให้ กอ.รมน.ดำเนินการตามแผนการดำเนินงานเศรษฐกิจพอเพียงเพิ่มเติมอีก 515 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการ
napoleon no está en línea  
Old May 12th, 2010, 01:57 PM   #554
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,028
Likes (Received): 1645

NGOฉีกหน้าไทย ค้านร่วมมนตรี สิทธิมนุษยชนUN

Thairath 12/05/2010


องค์กรระหว่างประเทศคัดค้านไม่ให้ไทยกับอีก 4 ประเทศเข้าเป็นสมาชิกคณะมนตรีด้านสิทธิมนุษยชนของยูเอ็น โดยชี้ว่าทั้งหมดล้วนมีประวัติละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านต่างๆ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 12 พ.ค.ว่า องค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนคัดค้านการเสนอชื่อประเทศไทย มาเลเซีย ยูกานดา แองโกล่า และลิเบีย เข้าเป็นสมาชิกคณะมนตรีด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ โดยระบุว่าทั้ง 5 ประเทศขาดคุณสมบัติที่เหมาะสมจะเป็นตัวแทนยูเอ็นในการจัดการและแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนต่างๆ เนื่องจากล้วนมีประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ทั้งนี้ ตัวแทนองค์กรฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ (Human Rights Watch) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศขนาดใหญ่ที่เคลื่อนไหวด้านการปกป้องสิทธิมนุษยชน เป็นแกนนำยื่นเรื่องคัดค้านตัวแทนจาก 5 ประเทศดังกล่าวที่สำนักงานใหญ่คณะมนตรีด้านสิทธิมนุษยชนฯในนครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ และหวังว่าข้อเสนอดังกล่าวจะได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังจากกลุ่มประเทศสมาชิกยูเอ็น ก่อนถึงวันคัดเลือกอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีกำหนดเริ่มพิจารณาและลงมติเอกฉันท์ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค.นี้.
napoleon no está en línea  
Old May 12th, 2010, 07:54 PM   #555
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,028
Likes (Received): 1645

เผยอาวุธที่ถูกจับในไทยเตรียมส่งให้กลุ่มต้านยิว

Thairath 12/05/2010


รมว.ต่างประเทศอิสราเอล ระบุ เครื่องบินขนอาวุธหนักว่า 35 ตัน ที่ถูกจับที่ดอนเมืองนั้น มีปลายทาง คือ กองกำลังอิสลามิคฮามาส และ กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ เพื่อใช้ต่อสู้กับอิสราเอล...

นายอาวิคดอร์ ลีเบอร์แมน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล แถลงที่ประเทศญี่ปุ่น ระบุถึงกรณีทางการไทยจับกุมอาวุธสงครามน้ำหนัก มากกว่า 35 ตัน ถูกขนด้วยเครื่องบินเดินทางจากเกาหลีเหนือมาขอลงจอดฉุกเฉินในประเทศไทยเมื่อเดือน ธ.ค.2552 ที่ผ่านมา อาวุธเหล่านั้น ซึ่งมีทั้งจรวดและเครื่องยิงจรวดจำนวนมาก ถูกส่งไปให้กองกำลังอิสลามิคฮามาส และกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ใช้ต่อสู้กับอิสราเอล ขณะที่รัฐบาลไทยรายงานไปยังสหประชาชาติเมื่อเดือนม.ค.ระบุว่าอาวุธเหล่านั้น มุ่งหน้าไปสู่อิหร่าน พันธมิตรแนบแน่นกับซีเรีย
napoleon no está en línea  
Old May 13th, 2010, 06:14 PM   #556
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,028
Likes (Received): 1645

จับตามุสลิมเขมร แห่ลง3จ.ใต้ พบกว่า1.5พันคน

Thairath 13/05/2010


ทหารพรานสระแก้วพบพิรุธมุสลิมเขมรไม่กลัวตายแห่ทะลักลง 3 จว.ใต้ของไทย เผยตั้งแต่ต้นปีมีลงไปแล้วกว่า1,500 คน ไม่พบประวัติเดินทางกลับ ทั้งที่พาสปอร์ตอยู่ได้ 1 เดือน นอกจากนี้ยังไม่เคยเกิดเหตุร้ายกับกลุ่มคนเหล่านี้

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 13 พ.ค. ขณะ ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1206 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 132 กองกำลังบูรพา(ผบ.ร้อย ทพ.1206ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา) นำกำลังตั้งจุดตรวจค้นยาเสพติดบริเวณจุดตรวจหน้ากองร้อยทหารพรานคลองลึก หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ตรวจพบกลุ่มชาวเขมรมุสลิมจำนวนมาก เดินทางผ่านด่าน พรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว จากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้ามาในฝั่งไทย จึงเรียกตรวจ

ตรวจสอบทราบว่าเป็นชาวเขมรที่นับถือศาสนาอิสลาม (เขมรมุสลิม) จำนวน 41 คน เป็นชาย 20 คน หญิง 18 คน เด็กชาย 2 คน และเด็กหญิง 1คน เดินทางมาจาก จ.กัมปงจาม ประเทศกัมพูชา โดยทั้งหมดมีพาสปอร์ตเดินทางเข้ามาอย่างถูกต้อง เมื่อสอบถามอ้างว่าจะเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ ชายแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตพบว่าพาสปอร์ตที่ชาวเขมรมุสลิมนำมาแสดงเป็นพาสปอร์ตใหม่เดินทางมาครั้งแรกทุกคน อีกทั้งจะเดินทางไปยังชายแดนภาคใต้ของไทยซึ่งยังมีเหตุการณ์ความไม่สงบอยู่ โดยไม่มีความหวาดกลัวใดๆ จึงตัวมาตรวจค้นอย่างเข้มงวดที่ กองร้อยทหารพรานที่ 1206 ซึ่งจากการตรวจค้นภายในกระเป๋าเสื้อผ้าพบแต่ละคนมีการลักลอบนำยารักษาโรค ชนิดต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นยาปฏิชีวนะ และครีมลอกผิว ซึ่งเป็นของต้องห้ามนำเข้า จึงตรวจยึดไว้ จากนั้นได้ทำการบัณทึกภาพและทำประวัติไว้ก่อนจะอนุญาตให้เดินทางต่อไป

ร.อ.ชาญ เผยว่าจากการตรวจสอบพบว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 53 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มีชาวเขมรมุสลิมที่เดินทางไปจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนราธิวาสและปัตตานี แล้วจำนวน 1,572 คน รวมประมาณ 5 เดือนเฉลี่ยเดินทางไปเดือนละ 300 คน และเมื่อไปตรวจสอบกับ ด่าน ตม.อรัญประเทศ พบว่าไม่มีหลักฐานการเดินทางกลับของชาวเขมรมุสลิมเหล่านี้เลย ทำให้สงสัยว่าชาวเขมรมุสลิมเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหน เนื่องจากวีซ่าเข้าประเทศไทยอยู่ได้เพียง 1 เดือนเท่านั้น อีกทั้งความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเกิดเหตุร้ายอย่างต่อเนื่อง แต่ชาวเขมรมุสลิมเหล่านี้ ซึ่งเดินทางไปเป็นจำนวนมากนับพันคน กลับไม่เคยเกิดเหตุร้ายขึ้นแต่อย่างใด ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาท ทางกองร้อยทหารพรานที่ 1206ฯ จึงต้องเข้มงวดในการตรวจค้นและทำประวัติ เพราะเกรงว่าอาจจะมีการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายไปร่วมสนับสนุนกลุ่มโจรใต้ได้.


Last edited by napoleon; May 13th, 2010 at 06:20 PM.
napoleon no está en línea  
Old May 14th, 2010, 11:09 AM   #557
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,028
Likes (Received): 1645

เจาะคลังอาวุธในกองทัพ หน่วยไหนมี “ปืนสไนเปอร์” ?

วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 14:48:26 น. มติชนออนไลน์


ปืนสไนเปอร์ถูกกล่าวถึงอีกครั้ง หลัง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิ กองทัพ ในฐานะผู้ดูแลความปลอดภัยให้กลุ่มแนวร่วมขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ถูกลอบยิงในช่วงค่ำคืนวันที่ 13 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา


หลังจากอาวุธชนิดนี้ถูกพูดถึงหลายครั้ง ในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่อนุสรณ์สถานย่านดอนเมืองซึ่งพลทหารถูกยิงเสียชีวิต เมื่อไม่นานมานี้


ไม่มีหน่วยงานหรือกลุ่มบุคคลใด ออกมายอมรับว่ามีการใช้สไนเปอร์จริงหรือไม่?



กระนั้น จากการตรวจสอบพบว่า ในส่วนของกองทัพ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการร้ายสากล สังกัด กองบัญชาการกองทัพไทยเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีอาวุธชนิดนี้อยู่ด้วย โดยจัดซื้อครบชุดจาก บริษัท ยี.เอ็ช.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด วงเงิน 7.6 ล้านบาท เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2552 พร้อมมีเครื่องมือเครื่องใช้ รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท อาทิ



เครื่องมือเก็บกู้วัตถุระเบิด อุปกรณ์จัดเก็บและตรวจหาวัตถุระเบิดเครื่องมือสำหรับปฏิบัติการต่อต้านอาวุธเคมี- วชีวะ


ชุดจุดระเบิดโนแนล กล้องตรวจการณ์สำหรับโจมตี กล้องตรวจการณ์ระยะไกลกลางวัน-กลางคืน ระเบิดขว้างแสง-เสียง


นอกจากนี้ยังมี ปืนพก ,ปืนยาว ,ปืนลูกซอง ,เสื้อเกราะ, โล่ป้องกันกระสุน , กระสุนปืนซ้อมรบ,กระสุนปืนปฏิบัติการพิเศษ, อุปกรณ์โรยตัว, ,ระเบิดขว้างแสง-เสียง, อุปกรณ์สอดแนมสำหรับต่อต้านก่อการร้ายสากล , เครื่องตัดสัญญาณวิทยุและโทรศัพท์ ฯลฯ


บริษัท ยี.เอ็ช.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ก่อตั้งวันที่ 9 ตุลาคม 2517 ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 30 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ นายซารับยิตซิงห์ สัจจเทพ และ นายซัตวินเดอร์ซิงห์ สัจจเทพ ถือหุ้นใหญ่

นอกจากขายให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการร้ายสากล ยังค้าอาวุธให้หน่วยงานราชการอีกหลายแห่ง


กระนั้นก็ มิได้หมายความว่า สไนเปอร์ ในกองทัพ ถูกนำมาใช้กับความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา


เพราะไม่มีหลักฐานใดๆ ที่ยืนยัน ได้เช่นนั้น !
napoleon no está en línea  
Old May 18th, 2010, 11:23 AM   #558
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,028
Likes (Received): 1645

หากเขาสั่งให้ผมยิง ! โดย นักเรียนทหารไทยคนหนึ่งในเยอรมนี

วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 12:45:00 น. มติชนออนไลน์


หมายเหตุ บทความชิ้นนี้เขียนขึ้นโดย "นักเรียนทหารไทยคนหนึ่งในประเทศเยอรมนี" ในเว็บไซต์ http://www.biolawcom.de มติชนออนไลน์เห็นว่ามีเนื้อหาน่าสนใจ จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อดังนี้

เมื่อครั้งที่ผมมาฝึกทหารที่เยอรมันใหม่ ๆ ได้ไม่ถึงปี ผมมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนชาวเยอรมันชื่อ Anke ผู้สนใจในประเทศไทยเป็นพิเศษ ถึงขนาดเข้าเรียนในคณะ "ไทยศึกษา" ที่มหาวิทยาลัยฮัมบรูก ซึ่งมีเพียงสองที่ในเยอรมัน Anke ได้เคยถามคำถามที่ยากที่สุดคำถามหนึ่งต่อผม แม้สิ่งที่เธอถามจะผ่านมาแล้วสิบปีเต็ม แต่ผมก็จำคำถามนั้นได้ดี


"หากเธอได้รับคำสั่งให้ไปปราบผู้ชุมนุมในสมัยพฤษภาทมิฬ และผู้บังคับบัญชาสั่งให้เธอยิงประชาชน เธอจะยิงไหม ?"


ผมได้แต่นั่งอึ้งต่อคำถามของเธอ ตอบอะไรไม่ถูก อีกทั้งในตอนนั้น ผมเพิ่งผ่านระบบการฝึกทหารไทยมาใหม่ ๆ ทำให้ไม่มีอะไรที่เป็นหลักการไปตอบเธอได้เลย ผมได้แต่พูดติดตลกตอบเธอไปว่า


"ฉันเป็นทหารเรือ ไม่มีใครสั่งให้ฉันไปปราบม็อบหรอก !"


แต่คำถามนั้นก็อยู่ในใจผมเรื่อยมา ผมพยายามหาคำตอบให้กับตนเอง และได้แต่หวังว่าผมและเพื่อนร่วมอาชีพของผมคนอื่น ๆ จะไม่ต้องเจอกับสถานการณ์ ที่ตัดสินใจลำบากแสนลำบากอย่างนั้นอีก


เวลาผ่านไปสิบแปดปีเต็ม ไม่ขาดไม่เกิน แล้วสถานการณ์เช่นนั้นก็หวนกลับมาอีกรอบ ตอนนี้ผมให้คำตอบกับตัวเองได้แล้ว ...


ในระบบการฝึกทหารของเยอรมัน สิ่งแรก ๆ ที่ทหารต้องเรียนรู้พร้อม ๆ กับท่าซ้ายหัน ขวาหัน ก่อนจะไปจับปืน คือการเรียน "กฏหมายทหาร" เรียนเพื่อให้รู้ว่า เป็นทหารไปทำไม, ทหารมีสิทธิและไม่มีสิทธิอะไรบ้าง และที่สำคัญที่สุด ทหารจะปฏิบัติตามคำสั่งได้เมื่อไร ผมคงไม่สามารถแจกแจงรายละเอียดได้ทั้งหมด แต่โดยหลัก ๆ แล้ว ทหารจะปฏิบัติตามคำสั่งได้ก็ต่อเมื่อ


- คำสั่งนั้นถูกต้องด้วยกฏหมาย (ของเยอรมัน)


- คำสั่งนั้นไม่ผิดต่อหลักสิทธิมนุษยชน


- คำสั่งนั้นไม่ผิดต่อ กฏบัตร UN


ทหารนายใด ปฏิบัติคำสั่งที่ขัดต่อหลักการดังกล่าว ทหารนายนั้นถือว่ามีความผิด


ผมยังพูดแซวกับเพื่อนทหารชาวเยอรมันตอนเรียนเลยว่า เป็นทหารเยอรมันนี่ยากนะ สั่งอะไรมาต้องคิดดูก่อนว่าทำได้หรือเปล่า ไม่เหมือนทหารไทย สั่งไรมา กูทำหมด


และเมื่อทหารเห็นว่า คำสั่งนั้นผิดต่อหลักดังกล่าว สิ่งที่ทหารต้องทำคือ ห้ามปฏิบัติตามคำสั่ง และแจ้งผู้บังคับบัญชาที่สูงกว่าผู้สั่งให้ทราบ เพื่อดำเนินการกับผู้สั่งตามกฏหมายต่อไป


สาเหตุที่ระบบคำสั่งของทหารเยอรมันค่อนข้างซับซ้อน เพราะเขาได้ผ่านสงครามโลกครั้งที่สองมา มีความบอบช้ำจากสงครามมากมาย มีความรู้สึกผิดต่อผู้เสียหายจากสงครามที่เกิดขึ้น จนตั้งสัตย์ปฏิญาณกับตัวเองว่า "Never Again" และผลที่ตามมาคือระบบกฏหมายที่รัดกุม รวมไปถึงกฏหมายทหารข้างต้น ซึ่งเป็นการป้องกันความเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นได้ในระดับปฏิบัติการ


นั่นคือคำตอบทางกฏหมายที่ผมได้ หากผมเป็นทหารเยอรมัน ผมมีสิทธิทิ้งปืน เดินไปแจ้งความกับคนสั่ง และไม่ต้องมีความลำบากใจ ที่จะต้องมานั่งคิดว่า จะทำตามคำสั่งด้วยการยิงประชาชนดีหรือไม่


แต่คำตอบที่ผมได้รับ ไม่ได้ช่วยอะไรผมได้มากนัก เพราะผมเป็นทหารไทย ผมไม่มีอะไรอย่างนั้นรองรับ


แต่ความเป็นทหารบอกผมว่า ผมเป็นทหารเพื่อป้องกันประเทศชาติและประชาชนจากศัตรูภายนอก ผมไม่ได้เป็นทหารเพื่อรักษาอำนาจให้ผู้บังคับบัญชา ด้วยการฆ่าประชาชนที่ผมควรปกป้อง ความเป็นมนุษย์บอกผมว่า ผมไม่มีสิทธิคร่าชีวิตผู้อื่นที่ไม่มีทางต่อสู้ ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร ความเป็นมนุษย์บอกผมว่า ผมไม่มีสิทธิคร่าชีวิตผู้อื่น เพียงเพราะคนคนนั้นมีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างจากผม
napoleon no está en línea  
Old May 19th, 2010, 11:07 PM   #559
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,028
Likes (Received): 1645

ตร.ใต้โวยศชต.-ไม่ให้ย้ายไปตม. ทั้งสอบผ่านตามเกณฑ์-บิ๊กตร.อ้างต้องสับกำลัง

วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7112 ข่าวสดรายวัน


ปัตตานี - ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่ากลุ่มตำรวจจำนวนหนึ่งยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมจากศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ที่ไม่อนุมัติให้ข้าราชการตำรวจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สอบผ่านการทดสอบความรู้ภาษาต่างประเทศ เพื่อขึ้นบัญชีไว้ดำรงตำแหน่งในสังกัด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) จำนวน 21 นาย ซึ่งประกอบด้วยตำรวจจาก จ.ปัตตานี 10 นาย จ.ยะลา 4 นาย และ จ.นราธิวาส 7 นาย เพื่อขอรับทราบเหตุผลที่ไม่ยอมปล่อยตัวให้ไปรับตำแหน่งใหม่

เจ้าหน้าที่นายหนึ่ง เปิดเผยว่า หลังจากที่สตม.ประกาศรับสมัครข้าราชการตำรวจทดสอบความรู้ภาษาต่างประเทศ เพื่อขึ้นบัญชีไว้พิจารณาแต่งตั้งในสังกัดสตม. และประกาศผลการสอบเมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีตำรวจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สมัครกันเป็นจำนวนมาก แต่มีที่สอบผ่านเพียง 21 นาย แต่เมื่อทางสตม.ทำหนังสือแจ้งมายังศชต. กลับได้รับแจ้งจากนายตำรวจระดับสูงว่าไม่ขัดข้อง แต่ขอกำลังสับเปลี่ยนในคราวเดียวกัน ทำให้รู้สึกผิดหวังกับผู้บังคับบัญชาที่ไม่ยอมปล่อยตัวตำรวจที่สอบผ่าน ทั้งๆ ที่ก่อนจะสมัครสอบพวกตนได้ทำตามขั้นตอนขออนุญาตผู้บังคับบัญชาทุกอย่าง และมีคุณสมบัติทุกข้อที่กำหนด จึงขอให้ผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาทบทวนใหม่และปล่อยพวกตนไป เพื่อความเจริญก้าวหน้าในอาชีพต่อไป

นายตำรวจคนเดิม กล่าวอีกว่า กลุ่มตำรวจที่สอบผ่านทั้ง 21 นาย ไม่เข้าใจเหตุผลที่ทางศชต.ไม่ยอมปล่อยตัวพวกตน ทั้งๆ ที่ผ่านคุณสมบัติทุกอย่าง และเมื่อปีที่ผ่านมาผู้ที่สอบผ่านก็ได้รับอนุมัติให้โยกย้าย ไม่มีปัญหาอะไร แต่มาปีนี้มีปัญหา หากไม่ได้รับความเป็นธรรมพวกตนทั้งหมดจะได้หารือ เพื่อส่งหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

หน้า 28
napoleon no está en línea  
Old May 28th, 2010, 04:25 PM   #560
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,028
Likes (Received): 1645

เอกซเรย์งบกลาโหม 1.7 แสนล้าน จับตาตั้งงบปรองดอง-สกัดละเมิดสถาบัน

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 28/05/2010


การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 ตลอด 2 วันที่ผ่านมา

ปฏิเสธไม่ได้ว่างบประมาณที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถล่ม และโจมตีจากฝ่ายค้านมากที่สุดคือ "งบกระทรวงกลาโหม"

แม้จะเข้าใจได้ว่าเหตุผลหนึ่งคือ "เกมการเมือง" ที่ฝ่ายค้านมุ่งตีแสกหน้ารัฐบาลซึ่งเพิ่งผ่านการสลายการชุมนุมของ "กลุ่มคนเสื้อแดง" มาหมาดๆ โดยใช้ "กำลังทหาร" และ "กระสุนจริง" การเทงบให้กระทรวงกลาโหมเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา จึงตั้งคำถามได้ว่าเป็นการ "ต่างตอบแทน" หรือไม่

ประกอบกับเบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ มีข้อกล่าวหาเรื่องการแอบไปหารือลับใน "ค่ายทหาร" ทำให้ข้อสันนิษฐานเรื่อง "ต่างตอบแทน" ดูมีน้ำหนักมากขึ้น

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาจากเอกสารงบประมาณ เพื่อล้วงลึกถึง "ไส้ใน" ของ "งบทหาร" พบประเด็นมากมายที่น่าสนใจต่อการจัดงบของกระทรวงกลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ชำแหละงบกลาโหม-เหล่าทัพ

เริ่มจากงบกระทรวงกลาโหม ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2554 กระทรวงกลาโหมได้รับจัดสรรวงเงินงบประมาณจำนวน 170,285 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16,253 ล้านบาทเมื่อเทียบกับงบประมาณปี 2553 ที่ได้รับการจัดสรรจำนวน 154,032 ล้านบาท

พิจารณาในรายละเอียดจะพบว่า กรมราชองครักษ์ เป็นเพียงหน่วยงานเดียวในกระทรวงกลาโหมที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2554 น้อยกว่าในปีงบประมาณ 2553 โดยได้รับงบประมาณจำนวน 559.7 ล้านบาท ลดลง 71.6 ล้านบาท

ขณะที่ กองทัพบก (ทบ.) เป็นหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรมากที่สุดของกระทรวงกลาโหม กล่าวคือได้รับการจัดสรรจำนวน 83,508.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,644.6 ล้านบาทจากปีงบประมาณ 2553

รองลงมาเป็น กองทัพเรือ (ทร.) จำนวน 33,506.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,684.1 ล้านบาท ตามด้วยกองทัพอากาศ (ทร.) จำนวน 31,817.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,123.4 ล้านบาท

กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) หรือกองบัญชาการทหารสูงสุด (บก.สส.) เดิม ได้รับการจัดสรรจำนวน 13,676.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,006.8 ล้านบาท

แม้แต่ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.) ก็ยังได้รับการจัดสรรงบเพิ่มขึ้น โดยในปี 2554 ได้รับจำนวน 6,129.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 450.5 ล้านบาท และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) ได้รับการจัดสรรจำนวน 1,023.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 414.7 ล้านบาท

5 แผนหลักเน้นปรองดอง-ดับไฟใต้

เมื่อเจาะลงไปในรายละเอียดของโครงการที่ได้รับการจัดสรรในแต่ละหน่วยงาน จะพบว่า

สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม มีแผนงานและโครงการที่น่าสนใจดังนี้ 1.แผนงานสร้างค่านิยมในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ จำนวน 10.42 ล้านบาทเศษ 2.แผนงานรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ 64.5 ล้านบาทเศษ 3.แผนงานเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศ 6,052 ล้านบาทเศษ และ 4.แผนงานป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด 2.2 ล้านบาทเศษ

กองบัญชาการกองทัพไทย มีแผนงานและโครงการ ได้แก่ 1.แผนงานสร้างค่านิยมในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ 5 ล้านบาท 2.แผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 50 ล้านบาท 3.แผนงานรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ 257 ล้านบาท 4.แผนงานเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศ 13,321 ล้านบาทเศษ และ 5.แผนงานป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด 42 ล้านบาทเศษ

กองทัพบก มีแผนงานและโครงการ ประกอบด้วย 1.แผนงานสร้างค่านิยมในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ 30 ล้านบาท 2.แผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2,274 ล้านบาท 3.แผนงานรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ 320 ล้านบาท 4.แผนงานเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศ 80,705 ล้านบาทเศษ และ 5.แผนงานป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด 179 ล้านบาท

กองทัพเรือ มีแผนงานและโครงการ ประกอบด้วย 1.แผนงานสร้างค่านิยมในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ 10 ล้านบาท 2.แผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 858.8 ล้านบาท 3.แผนงานรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ 12.2 ล้านบาท 4.แผนงานเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศ 32,592 ล้านบาทเศษ และ 5.แผนงานป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด 33 ล้านบาทเศษ

กองทัพอากาศ มีแผนงานและโครงการ ประกอบด้วย 1.แผนงานด้านสร้างค่านิยมในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ 6 แสนบาท 2.แผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 502 ล้านบาทเศษ 3.แผนงานรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ 15.5 ล้านบาท 4.แผนงานเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศ 31,327 ล้านบาทเศษ และ 5.แผนงานป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด 25 ล้านบาทเศษ

กรมราชองครักษ์ มีงบประมาณสำหรับแผนงานรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ จำนวน 559.7 ล้านบาท

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ใช้สำหรับแผนงานเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศเต็มจำนวนคือ 1,032 ล้านบาทเศษ

ซ่อม-ซื้อยุทโธปกรณ์

เมื่อพิจารณาถึงภารกิจหลักของกองทัพ คือรักษาความมั่นคงของประเทศ จะพบว่ามีการตั้งงบรายจ่ายเพื่อการนี้ของแต่ละเหล่าทัพอย่างน่าสนใจ กล่าวคือ

กองบัญชาการกองทัพไทย มีค่าใช้จ่ายในการดำรงสภาพกำลังกองทัพ 1,332 ล้านบาทเศษ แยกเป็น ค่าใช้จ่ายในการฝึก ศึกษาทางการทหาร 169 ล้านบาทเศษ ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงหน่วย 235 ล้านบาทเศษ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและปรับปรุงยุทโธปกรณ์ 232 ล้านบาทเศษ ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุง และซ่อมบำรุง และผลิตเพื่อแจกจ่าย 695 ล้านบาทเศษ และโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ 348 ล้านบาทเศษ

กองทัพบก มีค่าใช้จ่ายในการดำรงสภาพกำลังกองทัพ 9,478 ล้านบาทเศษ แยกเป็น ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและศึกษาต่างประเทศ 70 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการฝึก ศึกษาทางการทหาร 2,437 ล้านบาทเศษ ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงหน่วย 222 ล้านบาทเศษ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและปรับปรุงยุทโธปกรณ์ 917 ล้านบาทเศษ ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุง และซ่อมบำรุง และผลิตเพื่อแจกจ่าย 4,182 ล้านบาทเศษ

นอกจากนั้นยังมีโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ 1,267 ล้านบาทเศษ

กองทัพเรือ มีค่าใช้จ่ายในการดำรงสภาพกำลังกองทัพ 5,899 ล้านบาทเศษ แยกเป็น ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและศึกษาต่างประเทศ 124 ล้านบาทเศษ ค่าใช้จ่ายในการฝึก ศึกษาทางการทหาร 1,303 ล้านบาทเศษ ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงหน่วย 491 ล้านบาทเศษ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและปรับปรุงยุทโธปกรณ์ 3,661 ล้านบาทเศษ และมีโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ 841 ล้านบาทเศษ

กองทัพอากาศ มีค่าใช้จ่ายในการดำรงสภาพกำลังกองทัพ 9,069 ล้านบาทเศษ แยกเป็น ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและศึกษา ณ ต่างประเทศ 149 ล้านบาทเศษ ค่าใช้จ่ายในการฝึก ศึกษาทางการทหาร 459 ล้านบาทเศษ ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงหน่วย 743 ล้านบาทเศษ และค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุง และซ่อมบำรุง และผลิตเพื่อแจกจ่าย 7,717 ล้านบาทเศษ

นอกจากนั้น ยังมีงบในโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ 1,256 ล้านบาทเศษด้วย

ตั้งงบตอบโต้ละเมิดสถาบัน 200 ล้าน

จากการพิจารณา "แผนงาน" การใช้งบประมาณกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพต่างๆ จะพบว่าทุกหน่วยมีแผนงาน 4-5 แผนงานคล้ายๆ กัน โดยแผนงานที่หลายฝ่ายให้ความสนใจท่ามกลางสถานการณ์การเมืองอันร้อนแรงในขณะนี้ คือ แผนงานสร้างค่านิยมในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ โดยมีผลผลิตที่ต้องการคือ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตย

แยกเป็น สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 10.4 ล้านบาท กองบัญชาการกองทัพไทย 5 ล้านบาท กองทัพบก 30 ล้านบาท กองทัพเรือ 10 ล้านบาท และกองทัพอากาศ 6 แสนบาท รวมงบประมาณสำหรับแผนงานนี้ทั้งสิ้น 56 ล้านบาท

นอกจากนั้นในแผนงานรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ยังมีการตั้งงบเพื่อเป้าหมาย (ผลผลิต) คล้ายคลึงกันคือ การเทิดทูน การป้องกัน รวมทั้งตอบโต้และทำความเข้าใจมิให้มีการล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์

แยกเป็น สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 64.5 ล้านบาท กองบัญชาการกองทัพไทย 17 ล้านบาทเศษ กองทัพบก 110 ล้านบาท กองทัพเรือ 6.8 ล้านบาท และกองทัพอากาศ 3 ล้านบาท รวมงบประมาณสำหรับแผนงานนี้ทั้งสิ้น 201.3 ล้านบาทเศษ

napoleon no está en línea  
Closed Thread

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 06:00 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu