daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Architecture and Urban Facilities

Architecture and Urban Facilities Architectural wonders of Thailand and Special focussion on Urban Mobilities



Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old August 18th, 2009, 08:14 PM   #1
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

Bangkok | Paradise Park Srinakarin






MBK, Siam Piwat taking over Seri Center

Bangkokpost September 17, 2008


After attempting for 14 years to establish its presence in the capital's hotly contested retail market, the operator of Seri Centre has decided to sell the business for 975 million baht to MBK and Siam Piwat.

MBK, the operator of MBK Centre, and Siam Piwat, the operator of Siam Center and Siam Discovery, said in a joint statement yesterday that their boards had approved the investment in ordinary shares of Seri Center Management Co (SCM), owned by Premier Group, and that the transaction was completed on Monday.

MBK president Suvait Theeravachiraku said the SET-listed company bought 169,997 ordinary shares, or approximately 50%, in SCM at 2,867.28 baht each, costing 487.42 million baht.

Siam Piwat, an associate in which MBK holds a 30.72% stake, purchased 170,000 shares, or 50%, in SCM at the same price, totalling 487.43 million baht.


After the acquisition, MBK will directly and indirectly hold 65.36% in Seri Center Management, thus SCM will be its subsidiary.

''Our investment objective is to increase the revenues of the shopping centre business for MBK,'' Mr Suvait said.

Last year, income from retail businesses accounted for 30% of MBK's total revenues.

The hotel business _ the Pathumwan Princess, Sheraton Krabi Beach Resort and Royal Princess Ranong Hotel _ contributed 18% and the remaining 52% came from rice trading, property and other businesses.

Seri Centre, which covers 150,000 square metres, has been operated by SCM since 1994. The company last year reported a net profit of 17.09 million baht on total revenues of 466.59 million. Its assets were 1.89 billion baht and its liabilities 1.46 billion.

A market analyst said there was huge potential to expand the retail business in the Srinakarin area in the future because of the changes in demographics in the area since the opening in 2006 of Suvarnabhumi Airport.

Currently, there are about 100 property projects taking shape in nearby areas, bringing about 50,000 new families or 200,000 people into the area served by Seri Center.

With this in mind, many retail developers have expanded into the area. They include Central Retail Corporation's Market Park, which recently opened in the Udomsuk area, the analyst noted.

MBK shares closed yesterday at 68.50 baht, down 50 satang, in trade worth 375,000 baht.



Seri Centre, which covers 150,000 square metres, reported a net profit of 17.09 million baht last year. There is huge potential to expand the retail business in the Srinakarin area in the future because of the changes in demographics in the area since the opening of Suvarnabhumi Airport, notes an analyst.

Last edited by napoleon; September 12th, 2011 at 06:40 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old August 18th, 2009, 08:16 PM   #2
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

Web Site

http://www.paradisepark.co.th/






Last edited by napoleon; December 22nd, 2009 at 12:23 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 18th, 2009, 08:18 PM   #3
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

เอ็มบีเค-สยามเทกโอเวอร์เสรีเซ็นเตอร์

โดย ข่าวสด วัน พุธ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2551 08:50 น.


รายงานข่าวจากบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เจ้าของและผู้บริหารศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ เปิดเผยว่าได้ร่วมกันซื้อหุ้นสามัญ บริษัท เสรีเซ็นเตอร์ แมเนจเมนท์ จำกัด เจ้าของ และผู้บริหารศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์ ตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ซึ่งเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 26 มี.ค.37 ทั้ง 100% จากผู้ถือหุ้นเดิม คือ กลุ่มบริษัทพรีเมียร์ มีมูลค่าการซื้อขายหุ้นทั้งสิ้น 975 ล้านบาท โดยถือหุ้นในสัดส่วน 50:50 เท่ากัน
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 18th, 2009, 08:21 PM   #4
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

พลิกเสรี เซ็นเตอร์ งานช้าง เอ็ม บี เค +สยามพิวรรธน์

ที่มา Business Thai 26 กันยายน 2551


หลังการเข้าซื้อกิจการของเอ็มบีเค และสยามพิวรรธ์ เจ้าของใหม่ศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์ ต่างเห็นพ้องมองเห็นรายได้ที่เข้ามาตั้งแต่วันแรกที่ซื้อกิจการ แต่การปรับเปลี่ยนหรือพลิกฟื้นศูนย์ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด

ศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์ ซึ่งบริหารงานโดยบริษัท เสรีเซ็นเตอร์ แมเนจเมนท์ จำกัด หลังการเปิดให้บริการมากว่า 15 ปี แม้การตอบรับของลูกค้าอาจจะไม่หวือหวาเท่าที่ควร แต่ก็ยังมีกลุ่มลูกค้าประจำที่เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดเมื่อมีการขายหุ้นให้กับบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เจ้าของและผู้บริหารศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ได้ออกมาประกาศการร่วมกันซื้อหุ้นสามัญ ของศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์ เพื่อต่อยอดแผนการลงทุนศูนย์การค้าใหม่ของพวกเขา ซึ่งจะช่วยประหยัดงบ เมื่อเทียบกับการลงทุนสร้างศูนย์ใหม่เองทั้งหมด

เจ้าของใหม่ยันผู้บริหารชุดเดิม

นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ร่วมกับ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ซื้อหุ้นสามัญบริษัท เสรีเซ็นเตอร์ แมเนจเมนท์ จำกัด จำนวน 100% ซึ่งมีอายุสัญญาการเช่าที่ดินเหลืออยู่อีกประมาณ 15 ปี สิ้นสุดสัญญาวันที่ 30 กรกฎาคม 2566 ภายใต้การจัดการของทีมงานและบุคลากรเดิมของบริษัท เสรีเซ็นเตอร์ แมเนจเมนท์ จำกัด โดยการกำกับดูแลของคณะกรรมการชุดใหม่ ซึ่งเป็นผู้แทนร่วมของบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด(มหาชน) และบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ส่วนศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์ ยังคงดำเนินธุรกิจไปเช่นเดิม

“Business Thai” ได้สอบถามไปยัง นางสาวดารารัตน์ หอมรสสุคนธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุน บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ได้ความว่า ขณะนี้ทาง เอ็ม บี เค ได้เริ่มเข้าไปศึกษางานทั้งปัญหา อุปสรรค แล้วความเป็นไปได้ในการพัฒนาศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์ ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา เพื่อวิเคราะห์ข้อเท็จจริงในศูนย์ฯ ว่าการดำเนินการเป็นอย่างไรบ้าง และจะต้องปรับปรุงในส่วนใด คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนถึงจะมีความชัดเจนต่อไปว่าจะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงอย่างไร

“ปัจจุบันศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์มีผู้เช่าพื้นที่อยู่แล้ว การเข้าไปลงทุนในโครงการนี้จะทำให้ทางบริษัทมีกระแสเงินสดรับจากการลงทุนได้ตั้งแต่วันแรกของการลงทุน อีกทั้งโครงการยังมีศักยภาพในการพัฒนาให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นไปในอนาคต และขอยืนยันว่าจะทำธูรกิจศูนย์การค้าต่อไปอย่างแน่นอน”

แนะปั้นไอทีสร้างจุดต่าง

ดร.ฉัตรชัย ดวงรัตนพันธ์ กรรมการสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญธุรกิจค้าปลีก ให้ความเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของเสรีฯ ที่จะเกิดขึ้นกับ “ Busineesthai “ว่า ในอนาคตอันใกล้คงยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากการเข้าไปบริหารงานของผู้ถือหุ้นรายใหม่นั้นจะต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลเสียก่อน ประกอบกับมีคู่ค้าที่เป็นผู้เช่าพื้นที่ที่มีสัญญาผูกมัดอยู่แล้ว

ดังนั้นการจะเปลี่ยนเอาร้านใหม่ๆ เข้าในจะต้องรอให้ร้านเดิมหมดสัญญาก่อน ซึ่งหากร้านเดิมสามารถยอมรับเงื่อนไขการพัฒนา ปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงได้ ร้านเดิมอาจจะมีการต่อสัญญาและยอมรับ แต่หากยอมรับเงื่อนไขไม่ได้ก็อาจเป็นโอกาสในการปรับปรุงศูนย์ใหม่ ซึ่งเป็นไปได้ค่อนข้างยาก

นอกจากนี้การปรับรูปแบบของเสรีฯ จะต้องพยายามหาจุดแตกต่างจากคู่แข่งในละแวกใกล้เคียงอย่าง ซีคอนแสควร์ และเซ็นทรัล บางนา เนื่องจากทั้ง 2 แห่งมีจุดยืนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การพัฒนาศูนย์ของเสรีฯ จะต้องหาช่องว่างทางการตลาดเพื่อสร้างความแตกต่าง

“ส่วนตัวมองว่า สินค้าไอที ในเสรีฯ เป็นจุดที่สามารถสร้างจุดแตกต่างให้เกิดขึ้นได้ เนื่องจากชั้น 2-3 ของศูนย์ฯ เป็นศูนย์รวมไอทีที่เป็นที่ยอมรับของกลุ่มลูกค้าในละอวกนั้น ซึ่งจะพบว่าในพื้นท่าเดียวกันนั้นยังขาดในเรื่องของศูนย์ไอทีอยู่”

ในส่วนของเสรีฯ มีจุดขายและมีลูกค้าประจำอยู่บ้างแล้ว ยกตัวอย่างเช่น เสรี มาร์เก็ต ที่มีการจำหน่ายสินค้าเหมือนกับตลาด อตก. ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นให้เสรีฯ มีลูกค้าประจำ และยังเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังมีส่วนของไอที ที่ถือว่าเป็นช่องว่างของตลาดศูนย์การค้าพื้นที่นั้น

สำหรับการรีโนเวท ศูนย์นั้น น่าจะเห็นเป็นอันดับแรกในการเปลี่ยนแปลงของเสรีเซ็นเตอร์ เนื่องจากสามารถทำได้ง่ายกว่าส่วนอื่นๆ ส่วนในเรื่องของการปรับจุดยืนของห้างคงจะต้องอาศัยเวลาในการศึกษาและเปลี่ยนแปลง ซึ่งคาดว่าประมาณ 3-5 ปีถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน

ซีคอนใช้ความใหญ่เข้าข่ม

ด้านคู่แข่งที่เป็นเจ้าตลาดในพื้นที่อย่าง ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ นั้นนายจรัญ ผู้พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ สำนักสื่อสารการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท ซีคอน ดีเวล ลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) แสดงทรรศนะกับ “Busineethai”ว่า

จะทำให้การแข่งขันของศูนย์การค้าในย่านศรีนครินทร์คึกคักขึ้น เพราะก่อนหน้าเสรีเซ็นเตอร์ไม่ทำการทำการตลาดมากนัก มีเพียงซีคอนฯเท่านั้นที่พยายามดึงคนเข้ามาในพื้นที่ หากเสรีเซ็นเตอร์เพิ่มแม่เหล็กในการดึงคนเพิ่มขึ้นก็จะส่งผลให้มีกลุ่มลูกค้าเพิ่มเข้ามาในพื้นที่เพิ่มขึ้น

“ปัจจุบันการแข่งขันในพื้นที่ใกล้เคียงกับซีคอนฯ จะมีทั้งเดอะมอลล์ บางกะปิ , เซ็นทรัล บางนา และเสรีเซ็นเตอร์ แต่ละที่ต่างก็มีจุดยืนที่แตกต่างกันออกไป ซีคอนฯ ถือว่าได้เปรียบในเรื่องของพื้นที่ หากเปรียบเทียบกับเสรีเซ็นเตอร์ ที่ตั้งอยู่ใกล้กันแล้วพบว่า พื้นที่ของซีคอนฯ มีขนาดใหญ่กว่าถึง 3 เท่า ทำให้ซีคอนฯสามารถสร้างความได้เปรียบในเรื่องของการแข่งขันได้”

จรัญกล่าวต่อว่า กลุ่มลูกค้าในพื้นที่จะมีความหลากหลาย ตั้งแต่กลุ่ม ซี ไปจนถึงกลุ่มเอ ทำให้ความต้องการมีความหลากหลายมาก ซีคอนจึงพยายามบริหารพื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าที่มีสินค้าจำหน่ายตั้งแต่ระดับแมส ไปจนถึงพรีเมียม

จากการสำรวจล่าสุดของซีคอนฯ พบว่ากลุ่มลูกค้าระดับบนของศูนย์ฯ ได้เพิ่มจำนวนขึ้น ทางศูนย์จึงมีการเพิ่มร้านค้าที่เป็นแบรนด์เนมเพิ่มมากขึ้นจากเดิมกว่า 30% เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า จากพื้นที่ที่กว้างขวาง ทำให้ทางซีคอนฯ สามารถบริหารพื้นที่และจัดสรรร้านค้าได้ตรงกับความต้องการได้ทุกระดับ

ซีคอนฯ ได้วางแผนเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่จะรุนแรงขึ้น ด้วยการเพิ่มความเข้มข้นของการทำการตลาด รวมถึงการเพิ่มกิจกรรมและความน่าสนใจ การจัดหาร้านค้าตามความต้องการของลูกค้า และการพัฒนาศูนย์ฯ ให้มีความทันสมัยอย่างต่อเนื่อง

อนึ่ง เสรีเซ็นเตอร์ โดยตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่อาคาร (ไม่รวมที่จอดรถ) ประมาณ 150,000 ตารางเมตร เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2537 ประกอบด้วยอาคารศูนย์การค้าสูง 5 ชั้น กว้าง 87 เมตร ยาว 333 เมตร อาคารจอดรถสูง 10 ชั้น กว้าง 36 เมตร ยาว 333 เมตร จอดได้ 4,000 คัน ปัจจุบันมีร้านค้าจำนวนกว่า 500 ร้านค้า และมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเฉลี่ย 30,000 คนต่อวัน
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 18th, 2009, 08:23 PM   #5
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

MBK รุกค้าปลีกย่านศรีนครินทร์

ประชาชาติธุรกิจ ฉ.วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4046.


สัมภาษณ์

ได้รับความสนใจจากคนในวงการค้าปลีกไม่น้อย เมื่อ "เอ็มบีเค" ควงแขน "สยามพิวรรธน์" พร้อมกับทุ่มงบฯลงทุนใหม่อีกกว่า 975 ล้านบาท สำหรับการซื้อหุ้นใหญ่ของศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ล่าสุดในงานเปิดตัวธุรกิจประมูลรถยนต์ ออนไลน์ที่เป็นการร่วมทุนระหว่างเอ็มบีเคและแอ๊ปเปิล อินเตอร์เนชั่นแนล "สุเวทย์ ธีรวชิรกุล" กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้า ในการปลุกห้างเสรีเซ็นเตอร์ และการ เตรียมลงทุนในธุรกิจคอมมิวนิตี้มอลล์

- ถึงวันนี้การเข้าไปบริหารเสรี เซ็นเตอร์มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง

ตอนนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติม แต่มีแปลนไว้แล้วว่าจะทำอะไรบ้าง แต่เนื่องจากตารางสรุปยังไม่เสร็จจึงยังบอกไม่ได้ชัดเจน และสำหรับคอนเซ็ปต์โดยรวมเองก็ต้องดูแลให้เข้าที่ก่อนจึงจะเริ่มจัดงบฯสำหรับรีโนเวตได้ แต่คาดว่ากลุ่มเป้าหมายหลังการรีโนเวตน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันกับของห้างเสรีเซ็นเตอร์

- สาเหตุที่ตัดสินใจซื้อเสรีเซ็นเตอร์

หลักๆ เลยก็คำนึงถึงผลตอบแทน ผลลงทุนที่น่าพอใจ

- เสรีเซ็นเตอร์มีศักยภาพในเชิงธุรกิจในย่านนั้น

จากประสบการณ์การดำเนินธุรกิจของเราที่มีมาเกือบ 20 ปี ค่อนข้างมั่นใจว่าจะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ อย่างเรื่อง ผลประกอบการที่ไม่ค่อยดีก็ต้องค่อยๆ ทำต่อไป เราเองก็หวังว่าเมื่อเข้าไปแล้วเสรีเซ็นเตอร์น่าจะดีขึ้น เติบโตมากขึ้น

- ความท้าทายระหว่างทำศูนย์การค้าในแถบชานเมืองกับแหล่งช็อปปิ้งในกลางกรุงที่ เอ็มบีเคมีประสบการณ์มานาน

จริงๆ ก็ไม่เป็นชานเมืองมากนัก แต่มันก็คงใช้วิธีการบริหารจัดการที่ไม่เหมือนกันทีเดียวกับในกรุงเทพฯ ซึ่งก็ต้องรอให้คอนเซ็ปต์ต่างๆ เรียบร้อยเสียก่อน จึงจะบอกได้

ถามว่าตั้งแต่ตอนแรกที่ซื้อเสรีเซ็นเตอร์มา เรามีคอนเซ็ปต์ไว้ในใจหรือไม่ ก็ต้องบอกว่ามี เพียงแต่พอเข้าไปบริหารจริงๆ เราต้องดูทุกอย่างให้เหมาะสมจนมั่นใจว่าเราควรเดินต่อในทิศทางไหน

- ก่อนหน้านี้เอ็มบีเคซื้อที่ดินแถวพระรามที่ 9 ไว้ มีแผนจะพัฒนาใน รูปแบบไหน

ที่ดินแถวพระรามที่ 9 ตัดใหม่ เราซื้อมาสัก 1 ปีแล้ว ตั้งใจสร้างเป็นลักษณะเนเบอร์ฮูดมอลล์ หรือคอมมิวนิตี้มอลล์ แต่กว่าจะเสร็จก็คงใช้เวลาเป็นปี เพราะอย่างที่เสรีเซ็นเตอร์ อันนั้น เรามีห้างอยู่แล้ว แต่ที่นี่เป็น

พื้นที่เปล่า ก็น่าจะใช้เวลานานกว่า และ ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจและจังหวะด้วย

เบื้องต้นใช้งบฯซื้อที่ดินแล้ว 300 ล้านบาท พื้นที่ 16 ไร่ คาดว่าต้องใช้งบฯสำหรับโครงการนี้อีก 200 ล้านบาท เบ็ดเสร็จทั้งโปรเจ็กต์นี้จะใช้เงินประมาณ 500 ล้านบาท โดยจะแบ่งใช้เป็นคอมมิวนิตี้มอลล์ 10 ไร่ ส่วนอีก 6 ไร่อาจจะทำเป็นเฮาซิ่ง

- มองภาพการแข่งขันของคอมมิวนิตี้มอลล์ในเวลานี้อย่างไร

ความจริงคอมมิวนิตี้มอลล์ที่จะทำ จะไม่เหมือนของพวกค้าปลีกอื่นๆ เสียทีเดียว คืออาจจะทำคล้ายๆ กับเจ อเวนิว (ทองหล่อ) ซึ่งอินเทรนด์มากกว่าของห้างค้าปลีกทั่วไป และจะทำในลักษณะเปิดให้เช่าพื้นที่เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่อยู่ไม่ไกลมากนัก เป็นคอนเซ็ปต์ให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการถี่ๆ แวะมาเกือบทุกวันเพื่อมาทำธุระโน่นนี่ แต่อาจจะไม่ได้ซื้ออะไรเยอะๆ

สำหรับคอนเซ็ปต์ทั่วไปของคอมมิวนิตี้มอลล์ คือ การเน้นขายสินค้าจำเป็น มีซูเปอร์มาร์เก็ตให้ซื้อกับข้าว ผักสด หรือเนื้อ ตลอดจนร้านอาหาร ร้านกาแฟ สำหรับครอบครัวที่อยากออกมารับประทานอาหารนอกบ้าน แต่ไม่อยากเดินทางไกลๆ

หลักๆ ของคอมมิวนิตี้มอลล์ก็จะแข่งขันกันที่ทำเล ขึ้นอยู่กับชุมชนรอบๆ ว่ามีศักยภาพมากพอที่จะดึงให้คนมาใช้บริการได้มากพอหรือเปล่า

- การลงทุนและความคาดหวังในธุรกิจประมูลรถยนต์ออนไลน์

ธุรกิจนี้เป็นการร่วมทุนระหว่างเอ็มบีเคกับแอปเปิล ออโต ออกชั่น พันธมิตรจากญี่ปุ่น ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 90 ล้านบาท ล่าสุดได้ลงทุนแล้ว 70 ล้านบาท และอีก 20 ล้านบาทจะเป็นการลงทุนในส่วน ของพื้นที่ประมูลมอเตอร์ไซค์มือสองในบริเวณเดียวกัน 10 ล้านบาท รวมทั้งจะกระจายศูนย์ประมูลไปยังต่างจังหวัดครอบคลุมทุกภาค เบื้องต้นจะกระจายไปยัง 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น อุดรธานี นครปฐม และสุราษฎร์ธานี

ช่วงแรกตั้งเป้าหมายจัดประมูลรถยนต์ให้ได้เดือนละประมาณ 1,000 คัน ซึ่งจะทำให้มีรายได้ประมาณเดือนละ 6 ล้านบาท และรถมอเตอร์ไซค์เดือนละ 800-900 คัน

ที่น่าสนใจคือ ตลาดประมูลรถมือสองเป็นตลาดใหญ่ มีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท มีผู้ประกอบการรายใหญ่เพียง 4 ราย

- ตอนนี้จากปัญหานักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ลดส่งผลกระทบกับธุรกิจในเครืออย่างไรบ้าง

ต้องยอมรับว่าเราก็ได้รับผลกระทบนี้บ้าง โดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรม แต่ความจริงแล้วมันเกิดจากปัจจัยทางการเมือง ซึ่งเป็นปัจจัยภายในประเทศมากกว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาก็ยกเลิกไป แต่ก็หวังว่าจะเกิดในช่วงสั้นๆ เท่านั้น

ส่วนการปรับแผนเพื่อรองรับปัญหานี้ ตอนนี้ธุรกิจโรงแรมกำลังสรุปงบประมาณอยู่ เลยยังประเมินไม่ได้ว่าจะทำยังไงต่อไป แต่เชื่อว่าบ้านเราน่าจะฟื้นตัวเร็ว เพราะยังไงก็แล้วแต่เมื่อเทียบกับเศรษฐกิจโลก ค่าครองชีพในบ้านเราก็ยังถูกกว่าที่อื่น

- รายได้ที่ตั้งเป้าไว้ในปีนี้

รายได้รวมตลอดทั้งปีที่โชว์ในตลาดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน หากเทียบกับปี 2551 ที่เพิ่งปิดไป คิดว่าน่าจะเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมเล็กน้อย เพราะมีธุรกิจอื่นๆ ที่ขยายออกไป เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างบ้านขายก็กำลังจะโอนในปีบัญชีปัจจุบัน

ปีหน้าก็มีโอกาสขยายตัวได้อีก อย่างเสรีเซ็นเตอร์ที่เรากำลังจะทำก็จะเพิ่มรายได้ให้ส่วนหนึ่ง
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 18th, 2009, 08:26 PM   #6
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

สยามเตรียม5พันล. ซื้อ"ห้างเก่า-ที่ดิน"

Thaipost เศรษฐกิจ 19 สิงหาคม 2552


นางชฎาทิพย์ จูตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี่ เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมงบ 5,000 ล้านบาท ซื้อที่ดินและซื้อกิจการอาคารสำนักงาน โรงแรม และศูนย์การค้าเก่าในช่วง 3 ปีนับจากนี้ โดยกำลังเจรจาและสามารถซื้อโครงการได้ 2-3 โครงการ ส่วนโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวปลายปีนี้กำลังพิจารณาความเหมาะสมระหว่างการจับมือร่วมกับพันธมิตรหรือลงทุนเอง ซึ่งการลงทุนในช่วงเศรษฐกิจขาลงถือเป็นโอกาสทางธุรกิจเพราะราคาที่ดินและอาคารต่างๆ ลดลง 20-30% บางโครงการมีทำเลดีและเจ้าของโครงการเริ่มมีแนวคิดที่จะขายกิจการ

ล่าสุด บริษัทจับมือกับ บมจ.เอ็มบีเค พัฒนาโครงการพาราไดซ์ พาร์ค แทนเสรีเซ็นเตอร์เดิมภายใต้การบริหารงานของบริษัท เสรีเซ็นเตอร์ แมนเนจเมนท์ จำกัด สัดส่วนการลงทุน 50:50 งบปรับปรุง 1,025 ล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์การค้ารูปแบบใหม่คอนเซ็ปต์ "The Oasis of Srinakarin" เน้นการตกแต่งแบบธรรมชาติและนำแบรนด์ร้านค้าที่มีชื่อเสียงเข้ามาเปิดให้บริการเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายเอและบี คาดเปิดเดือน มี.ค.53 และมีลูกค้าในย่านศรีนครินทร์และย่านใกล้เคียงเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 90,000 คน จากเดิม 70,000 คน ส่วนค่าเช่าพื้นที่ 1,100-1,200 บาท/ตร.ม.จากเดิม 900 บาท/ตร.ม.และถึงจุดคุ้มทุน 5-7 ปี

โครงการที่จะจับมือร่วมกันต่อไป คือ พรีเมียร์ พระราม 9 งบลงทุน 800 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเป็นคอมมูนิตี้มอลล์.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 18th, 2009, 08:39 PM   #7
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

Siam Piwat has Bt5-billion war chest

THE NATION Published on August 19, 2009


Siam Piwat, operator of Siam Discovery and Siam Centre shopping malls, has budgeted Bt5 billion to invest in property projects over the next three years. \

The budget includes Bt2 billion for taking over and renovating the Seri Centre complex on Bangkok's Srinakarin Road, in partnership with MBK.

Renovations are under way and will be completed next March. A budget of Bt975 million has been set for the purchase of Seri Centre, while another Bt1.1 billion will be spent on refurbishment.

The shopping complex, occupying 90,000 square metres of retail space, officially changed its name to Paradise Park yesterday.

"We want to upgrade the place so that it's similar to [high-end] downtown shopping complexes," said CEO Chadatip Chutrakul.

The project will change the retail business environment and boost living standards in the Srinakarin area, as no new shopping malls have been opened there over the past 10 years, she said.

The Paradise Park shopping |complex is expected to see a 25-|per-cent rise in the number of |shoppers compared with Seri Centre traffic, to about 90,000 people a |day.

The investment will break even within five to seven years. About 70 per cent of the retail space has already been booked by tenants, she said.

Siam Piwat, in partnership with MBK, has also taken over the Premier Rama IX commercial complex, which will be redeveloped into a community mall.

The investment totals Bt800 million, including the price of the land. Siam Piwat and MBK will spend Bt400 million each on the community-mall project, which will be reopened by the middle of next |year.

"Siam Piwat is focusing on investing in promising commercial properties during the current economic situation. We're also interested in hotel, office and other retail properties in Bangkok," said Chadatip.

Another two new developments will be unveiled in the final quarter of this year, with one located downtown and the other in the suburbs of Bangkok.

"Prices for land and property rose sharply four or five years ago, particularly in prime locations. However, they are now more realistic and affordable," said Chadatip.

At good locations, prices have fallen by 20-30 per cent from last year, while competition in the retail industry is now less intense.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 19th, 2009, 08:02 AM   #8
JUmp*
RapidasH
 
JUmp*'s Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Location: VTBs - VTSF
Posts: 1,137
Likes (Received): 37

จะบอกว่าผมไม่เคยไปนี่ผิดมั๊ย
JUmp* no está en línea   Reply With Quote
Old August 19th, 2009, 08:21 AM   #9
ChAiNaRaI
Registered User
 
ChAiNaRaI's Avatar
 
Join Date: Jan 2007
Location: พระโขนง
Posts: 1,420
Likes (Received): 167

เมื่อก่อนไปทีไร เพื่อนผมชอบแซว เสรีห้างคนแก่เดินไปเดินซีคอนดีกว่า เหอะๆ
ChAiNaRaI no está en línea   Reply With Quote
Old August 19th, 2009, 11:20 AM   #10
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

สยามฯพลิกโฉมเสรีเซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าพรีเมี่ยมชานกรุง

วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4133 ประชาชาติธุรกิจ



แปลงโฉมเสรีเซ็นเตอร์หมดเปลือก ยกระดับสู่ศูนย์การค้าระดับพรีเมี่ยม "สยามพิวรรธน์" จับมือ "เอ็มบีเค" เปิดโมเดลธุรกิจใหม่ศูนย์การค้าชานเมือง ไม่ใช่ห้างเป็นจุดขาย "ชฎาทิพ จูตระกูล" ยอมรับสุดท้าทาย ยกการแข่งขันสู่ชานเมืองเป็นครั้งแรก ใจชื้นยอดขายพื้นที่ทะลุ 90%


หลังจากบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด ได้ร่วมกันทุ่มทุนเพื่อซื้อกิจการศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์ และบริหารร่วมกันภายใต้บริษัทเสรีเซ็นเตอร์ แมเนจเม้นท์ จำกัด เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีความชัดเจนว่า ทั้งคู่ได้ตกลงปรับรูปโฉมศูนย์การค้าแห่งแรกในย่านถนนศรีนครินทร์แห่งนี้ใหม่ เช่นเดียวกับการยกระดับให้เป็นศูนย์การค้าระดับพรีเมี่ยมในพื้นที่กรุงเทพตะวันออก

นางชฎาทิพ จูตระกูล รองประธานกรรมการ บริษัท เสรีเซ็นเตอร์ แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เสรีเซ็นเตอร์หรือในชื่อใหม่ว่า "พาราไดส์ ปาร์ค" จะมีความแตกต่างจากศูนย์การค้าทุกแห่งในย่านนี้เพราะไม่ได้ใช้ห้างสรรพสินค้าเป็นจุดขายหลัก (anchor tenants) แต่ได้นำ special anchor tenants ขนาดใหญ่หลากหลายประเภทมาบรรจุไว้แทน

ผู้บริหารคนสำคัญของสยามพิวรรธน์ฯยกตัวอย่าง special anchor tenants ที่จะมารวมกัน กลายเป็นแม่เหล็กสำคัญและสร้างความครบครันไม่แพ้กัน อาทิ การนำโซนแฟชั่นจากสยามสแควร์มาไว้บนพื้นที่ 6 พันตารางเมตร กูร์เม่ต์ มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมี่ยมของกลุ่มเดอะมอลล์และสยามพิวรรธน์ขนาด 5 พันตารางเมตร ล้อฟท์บนพื้นที่ 2 พันตารางเมตร ดิจิทัล เวิลด์ พื้นที่ 1.5 หมื่นตารางเมตร ร้านอาหารกว่า 100 ร้านบนพื้นที่ 1.5 หมื่นตารางเมตร ศูนย์สุขภาพ โรงภาพยนตร์ ฯลฯ

แนวทางดังกล่าวยังถือเป็นความถนัดของสยามพิวรรธน์โดยเฉพาะ เห็นได้จากสยามเซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี่ซึ่งประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่มีห้างสรรพสินค้าเป็นจุดขายก็ตาม

ขณะที่รูปโฉมใหม่ของพาราไดส์ปาร์คมีแรงบันดาลใจจากสวนหลวง ร.9 นำรูปแบบเส้นสายของต้นไม้ ใบหญ้า ดอกไม้ สายน้ำ วัสดุธรรมชาติ เป็นหลักในการออกแบบสถาปัตยกรรมทั้งภายนอกและภายในอาคาร เป็นการเปลี่ยนโฉมพื้นที่โครงการ 2.9 แสนตารางเมตร โดยเฉพาะการเปลี่ยนพื้นที่ 9 หมื่นตารางเมตรภายในใหม่ทั้งหมด ในคอนเซ็ปต์ของศูนย์การค้าที่ครบถ้วนที่สุดของกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก จะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคมปีหน้า

นางชฎาทิพกล่าวว่า ตลอด 10 กว่าปี ที่ผ่านมาไม่มีศูนย์การค้าเกิดใหม่ในย่านถนนศรีนครินทร์ มีแต่คู่แข่งรายเดิมคือซีคอนสแควร์และเซ็นทรัล บางนา ซึ่งมีสัญญากับผู้เซ้งพื้นที่ไม่สามารถปรับโฉมใหญ่ๆ ได้ ประกอบกับพื้นที่นี้เป็นสีส้ม ไม่สามารถสร้างอาคารที่มีพื้นที่เกิน 1 หมื่นตรางเมตร จึงเปิดได้แต่เนเบอร์ฮู้ด มอลล์ ทำให้ไม่มีคู่แข่งหน้าใหม่แต่อย่างใด

"หลังจากขายพื้นที่มา 3 เดือน ได้เซ็นสัญญาไปแล้ว 70% ของพื้นที่ อีก 20% รอการเซ็นสัญญา คงเหลือพื้นที่อีกไม่มากนัก แต่ก่อนคนแถวนี้เวลาจะดูหนังดีๆ ต้องไปสุขุมวิท หรือจะซื้ออาหารต้องวิ่งไปฟู้ดแลนด์ จะส่งลูกเรียนกวดวิชาต้องไปสยามฯ"

นางชฎาทิพชี้ว่า โจทย์สำคัญของการแปลงโฉมให้เป็นห้างแห่งใหม่ให้ทันสมัย กลายเป็นความท้าทายของการทำธุรกิจ เนื่องจากที่ผ่านมาแม้ว่าสยามพิวรรธน์จะอยู่ในวงการนี้มานานกว่า 38 ปี แต่ก็เป็นการแข่งขันที่อยู่ใจกลางเมือง ครั้งนี้จึงเป็นโจทย์ครั้งสำคัญและก้าวที่ยิ่งใหญ่มาก ทำให้ทุกขั้นตอนการตัดสินใจต้องใช้ความระมัดระวังและรอบคอบเพื่อให้ได้มาตรฐานของศูนย์การค้าที่สมบูรณ์แบบใจกลางเมืองยกออกไปตั้งที่นอกเมือง

อย่างไรก็ตามบริษัทมีความมั่นใจในกลุ่มลูกค้าและกำลังซื้อในย่านนี้ เพราะจากการสำรวจทั้งในรูปแบบของการเข้าไปดูด้วยตัวเองกว่า 20 รอบ ทำให้เห็นความโดดเด่นของศูนย์การค้าแห่งนี้ว่าไม่เหมือนที่อื่นๆ

"ถามว่า ทำไมเราถึงซื้อเสรีเซ็นเตอร์ คำตอบคือเสรีฯเป็นศูนย์การค้าที่เป็นตำนานของศรีนครินทร์ ถูกออกแบบไว้อย่างดีอยู่แล้ว เป็นศูนย์การค้าที่มีลูกค้าประจำอยู่แล้ว 7 หมื่นคน/วัน ในจำนวนนี้ 70% ใช้รถยนต์มาใช้บริการ เป็นศูนย์ที่ลูกค้ามีความรู้สึกผูกพันด้วยสูง"

นอกจากนี้จากการสำรวจผ่านบริษัทวิจัยที่ทำแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างที่พักอาศัยในย่านนี้หลายพันตัวอย่าง ตลอดระยะเวลา 1 ปี พบว่าการขยายตัวของลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในเขตพื้นที่โดยรอบ เป็นผลมาจากการเพิ่มจำนวนของโครงการหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ในระดับราคาปานกลาง-ราคาสูงกว่า 70 โครงการ และพบว่ารายได้ต่อครัวเรือนในพื้นที่ดังกล่าว 43% มีรายได้สูงกว่า 50,000 บาทต่อเดือน ขณะที่ครัวเรือนทั่วทั้งกรุงเทพฯมีเพียง 20% เท่านั้น และมีครอบครัวจำนวนถึง 28,000 ครอบครัวโดยรอบเสรีเซ็นเตอร์มีรายได้สูงกว่า 100,000 บาทต่อเดือน มั่นใจว่าหลังปรับโฉมเสร็จจำนวนลูกค้าจะเพิ่มเป็น 90,000 คน

"การลงทุน 2,000 ล้านบาทในครั้งนี้จะทำให้พาราไดส์ ปาร์ค ครบเครื่องและดีที่สุดในย่านกรุงเทพฯตะวันออก ระหว่างเอ็มบีเคและสยามพิวรรธน์เราจะแบ่งงานกัน โดยเอ็มบีเคจะดูแลด้านบัญชีและแบ็กอัพต่างๆ ส่วนเราจะเป็นฝ่ายบริหารจัดการ ดูแลร้านค้าปลีกต่างๆ และโอเปอเรชั่นต่างๆ"

นางชฎาทิพมั่นใจถึงความแตกต่างและเหนือกว่าคู่แข่งในย่านศรีนครินทร์นี้ด้วยการผนึกพันธมิตรในหลากหลายธุรกิจเพื่อร่วมกันขยายธุรกิจออกไปชานเมืองรองรับตลาดที่มีกำลังซื้อสูงครอบคลุมระดับเอ-บี กลุ่มครอบครัว วัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน จนถึงผู้สูงอายุในเขตพื้นที่ตะวันออกของกรุงเทพฯไปจนถึงชลบุรี รวมถึงกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ Expat ในละแวกถนนบางนา-ตราด และนิคมอุตสาหกรรมตะวันออก ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ ไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน และชาวยุโรป เป็นต้น

หน้า 1
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 19th, 2009, 06:44 PM   #11
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

Seri Center to get B1bn overhaul Mall to reopen as Paradise Park

Bangkokpost Published: 19/08/2009 at 12:00 AM


Seri Center, the first major shopping mall in the Srinakarin area, is undergoing a 1-billion-baht facelift to compete with its neighbouring rival Seacon Square in luxury, variety and feel.

Siam Piwat and MBK, which bought the property in September last year for 975 million baht, are investing because they feel Seri Center has lost out to Seacon Square and must be rejuvenated to meet a new challenge and shoppers' increased expectations.

The 1.02-billion-baht renovation of the 15-year-old complex is scheduled to be completed in March next year. The updated complex will be renamed Paradise Park.

"Paradise Park will be the new shopping paradise of Eastern Bangkok," said Chadatip Chutrakul, vice-president of Seri Center Management Co Ltd, a joint venture between Siam Piwat Co and MBK Plc.

With more than 30 years' experience in retailing, the partners are combining to promote Paradise Park not only to local shoppers from Bangkok and Chon Buri but also - in co-operation with tour agencies - to tourists returning to Suvarnabhumi Airport.

"It has a huge opportunity in this location because nobody has developed a new shopping centre from Sukhumvit Road to eastern Bangkok in the past decade. It has only two competitors - Central Bang Na and Seacon Square - in that area," she said.

According to the company's survey, the area's 28,000 families have an average household income of 134,712 baht per month. Monthly personal income is 58,316 baht and average expenditure per month is 28,742 baht.

The five-story Paradise Park will have a gross area of 290,000 square metres. Each floor will be divided into different concepts. The mall will have a 5,000-sq-m gourmet supermarket, a fashion avenue, a Loft department store, a Digital World, a HomePro and Sky - a pioneering outdoor rooftop Sunday market with more than 100 shops.

The complex is designed to meet demand from the area's shoppers for a variety of stores, convenient location and appealing image. The primary targets are upper- and middle-income consumers - individual shoppers, families and expatriates.

About 70% of space at the mall has been booked and the company expects the remaining space to be booked within the next one or two months.

The company expects to spend 50 million baht on the official opening and to allocate at least 250 million to promoting the complex.

"Our U-shaped shopping centre will be more unique than our competitors and will be the second home of shoppers," she said.

Shares of MBK closed yesterday on the SET at 57.25 baht, down 1.75 baht in trade worth 160,000 baht.



Mrs Chadatip and Suwet Theerawachirakul, president of Seri Center Management Co, show off the new look. PATTARACHAI PREECHAPANICH
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old August 26th, 2009, 10:42 PM   #12
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

สยามฯ+เอ็มบีเค ผุดพาราไดซ์ พาร์ค ระเบิดศึกค้าปลีกศรีนครินทร์

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 20 สิงหาคม 2552 15:56 น.


*ทำเลศรีนครินทร์เดือด เอ็มบีเค เกี่ยวก้อย สยามฯ รีแบรนด์ เสรีเซ็นเตอร์

* ผุด พาราไดซ์ พาร์ค ชูคอนเซ็ปต์ห้างกลางกรุงตอบโจทย์เศรษฐีชานเมือง

* ร้อนถึงซีคอน เร่งอัปเกรด ขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ระดับ B+ หลังพบบ้านหรูผุดใหม่เพียบ

* ขณะที่คอมมูนิตี้มอลล์ บนถนนศรีนครินทร์ ยาวไปถึงห้างเมืองชล เตรียมรับผลกระทบ

ถนนศรีนครินทร์เคยได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นทำเลทองเป็นถนนสายธุรกิจเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว แต่หลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจความเจริญต่างๆก็ชะลอลงไป มีเพียงศูนย์การค้าขนาดใหญ่ 2 แห่งที่ตั้งไม่ห่างไม่ไกลกันมากนักก็คือซีคอนสแควร์ และเสรีเซ็นเตอร์ และก็มีการเกิดขึ้นของที่พักอาศัยมากมาย ทำให้ถนนสายดังกล่าวมีความหนาแน่นของประชากรมาก รวมถึงมีโรงแรมเกิดขึ้น 2-3 แห่ง โดยหลังจากมีการย้ายสนามบินจากดอนเมืองไปยังสุวรรณภูมิแล้วทำให้ทำเลในย่านศรีนครินทร์กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง

ล่าสุดกลุ่มเอ็มบีเคและกลุ่มสยามพิวรรธน์ได้ทุ่มงบกว่า 2,000 ล้านบาท รีแบรนด์เสรีเซ็นเตอร์เป็น พาราไดซ์ พาร์ค โดยแบ่งเป็นงบซื้ออาคาร 975 ล้านบาท และงบปรับปรุงอาคารอีก 1,025 ล้านบาท ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Oasis of Srinakarin ซึ่งเน้นการดีไซน์บรรยากาศในศูนย์ฯให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยมุ่งเน้นการรักษาฐานลูกค้าเดิม ซึ่งมีลูกค้ามาใช้บริการ 70,000 คนต่อวัน โดย 75% ขับรถมาเอง พร้อมกันนี้ยังได้คัดสรรร้านค้าและสินค้าใหม่ๆ ที่ไม่เคยเปิดบนถนนศรีนครินทร์เพื่อให้เป็นศูนย์การค้าชานเมืองที่มีมาตรฐานทัดเทียมศูนย์การค้าชั้นนำใจกลางเมือง เพื่อดึงดูดความต้องการของกลุ่มลูกค้าใหม่ ที่ขยายเพิ่มขึ้นและมีกำลังซื้อสูงในย่านศรีนครินทร์ไปจนถึงชลบุรี

ความพิเศษของพาราไดซ์ พาร์ค คือ การมีฐานลูกค้าเดิมของเสรีเซ็นเตอร์ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อสูงและใช้เวลาภายในศูนย์ฯเฉลี่ยถึง 4-5 ชั่วโมงต่อวันโดยเฉพาะในวันธรรมดา

“ฐานลูกค้าของเสรีเดิมมาเพื่อคนอื่น มาซื้อของ มาส่งลูกเรียน เป็นกลุ่มซีเนียร์ซิติเซนหรือผู้สูงวัยค่อนข้างมาก แต่ก็เป็นกลุ่มที่ผูกพันกับห้างเสรี เนื่องจากที่จอดรถสะดวก และมีองค์ประกอบที่แตกต่างจากศูนย์การค้าสมัยใหม่คือลูกค้าที่นี่มาซื้ออาหาร ทานข้าว พูดคุยกับแม่ค้า เกิดเป็นบอนดิ้งแบบแปลกๆ โดยมี ตลาดสดเสรี ศูนย์ไอที และโรงเรียนสอนทักษะเด็ก เป็นแม่เหล็กในการดึงดูดลูกค้า ซึ่งสิ่งที่เราจะต้องทำต่อก็คือการขยายฐานไปสู่ผู้บริโภครุ่นใหม่ และทำให้ศูนย์ฯ พาราไดซ์ พาร์ค เป็นเหมือนบ้านที่ 2 ของผู้บริโภค” ชฎาทิพ จูตระกูล รองประธานกรรมการ เสรีเซ็นเตอร์ แมเนจเมนท์ และ กรรมการผู้จัดการ สยามพิวรรธน์ กล่าว

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของพาราไดซ์ พาร์ค เป็นกลุ่มลูกค้าระดับ B ถึงระดับ A เป็นหลัก ซึ่งเป็นครอบครัวคนไทย วัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน จนถึงผู้สูงอายุ ที่อาศัยในเขตพื้นที่ตะวันออกของกรุงเทพมหานครไปจนถึงชลบุรี นอกจากนี้ยังใช้บรรยากาศในการตกแต่งศูนย์ฯดึงดูดลูกค้ากลุ่ม C ให้มาเยี่ยมชม ตลอดจนกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ หรือ Expat ที่อาศัยและทำงานในย่านบางนา-ตราดและนิคมอุตสาหกรรมตะวันออก ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ ไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน และชาวยุโรป

นอกจากนี้สยามพิวรรธน์ยังใช้ประสบการณ์ในการทำสยามพารากอน ด้วยการ่วมกับพันธมิตรบริษัททัวร์ในการดึงตลาดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ให้มาแวะที่ พาราไดซ์ พาร์ค เพื่อเป็น Last Shopping Destination ก่อนการเดินทางกลับสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยจะจัดให้มีบริการรถ Shuttle Bus จากสนามบินสุวรรณภูมิ รับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประเภท Day Transit ที่มีเวลาว่าง 6 – 12 ชั่วโมงสำหรับรอต่อเครื่องบินไปยังประเทศอื่น ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะได้รับ Day Visa สามารถออกมาใช้เวลาจับจ่ายใช้สอยในประเทศ

พาราไดซ์ พาร์ค ตั้งอยู่บนที่ดิน 32 ไร่ เป็นอาคาร 5 ชั้น มีพื้นที่รวมทั้งโครงการกว่า 290,000 ตารางเมตร เป็นพื้นที่ให้เช่า 90,000 ตารางเมตร มีอาคารจอดรถ 10 ชั้น ซึ่งมีทางเชื่อมต่อเข้าสู่ศูนย์การค้าได้ทุกชั้น รองรับปริมาณรถกว่า 6,000 คันต่อวัน

พาราไดซ์ พาร์ค วางคอนเซ็ปต์ในแต่ละชั้นให้เป็นสวรรค์ต่างๆ โดยชั้น G เป็นสวรรค์ของนักชิม มีซูเปอร์มาร์เกต กรูเมต์ มาร์เกต ที่สยามพิวรรธน์ทำร่วมกับเดอะมอลล์ Seri Marche ตลาดนัดติดแอร์สไตล์ฝรั่งเศส Food Bazaar อาหาร Take Away และเบเกอรี่ ตลอดจนอาหารเพื่อสุขภาพ ชั้น 1 ประกอบด้วย Fashion Avenue รวบแบรนด์ดังจากย่านสยามเซ็นเตอร์ ร้าน SportsWorld และ ร้านลอฟท์ ซึ่งจะเป็นร้านที่เหมือนต้นฉบับจากญี่ปุ่น ชั้น 2 เป็น ศูนย์รวมไอที คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และธนาคารต่างๆ ชั้น 3 เป็น Dining Paradise รวมแหล่งร้านอาหารระดับภัตตาคาร พร้อมด้วย สถาบันการศึกษา โรงภาพยนตร์ และศูนย์บริการสุขภาพ ชั้น 4 เป็นทรูฟิตเนส The Sky - The First Outdoor Roof-top Sunday Market ยกตลาดนัด Weekend Market กว่า 100 ร้านค้า พร้อมประสบการณ์การชอปปิ้งแบบต่อรองได้ นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะพัฒนาพื้นที่ดาดฟ้าเพื่อรองรับเทศกาลลานเบียร์ในช่วงฤดูหนาว และรองรับกิจกรรมเคานต์ดาวน์ปีใหม่ซึ่งดึงดูดลูกค้าได้จำนวนมาก

“ศรีนครินทร์เป็นพื้นที่สีส้มที่ห้างขนาดใหญ่กว่า 10,000 ตารางเมตรไม่สามารถเกิดขึ้นได้อีก คู่แข่งใหม่ๆก็มีแต่เนเบอร์ฮู้ดมอลล์ ที่มีขนาดเล็ก ให้บริการได้ไม่ครอบคลุม ส่วนอิเกีย เราก็ไม่กลัว เพราะอะไรที่ใหญ่เกินไปมักจะคุม Theme ไม่ได้ พาราไดซ์ พาร์ค ของเรา 290,000 ตารางเมตร ลูกค้าสามารถเดินเจอทุกร้าน” ชฎาทิพ จูตระกูล กล่าว

เสรีเซ็นเตอร์ เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2537 โดยมุ่งจับตลาดระดับบน ทว่าไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมามีความพยายามในการปรับศูนย์ให้เป็นเอ็ดดูเคชั่นเซ็นเตอร์ ต่อมาก็ปรับเป็นศูนย์ไอที ซึ่งก็ไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้มาก อีกทั้งยังมีภาพของการเป็นห้างของผู้สูงอายุ โดยมีลานกิจกรรมและเป็นที่พบปะ ซึ่งผิดไปจากที่เสรีเซ็นเตอร์คาดการณ์ไว้ ประกอบกับในห้วงเวลาดังกล่าวการขยายตัวของเมืองยังไม่มากเท่าปัจจุบันที่บ้านโครงการหรูมากมายไปก่อสร้างในย่านศรีนครินทร์

ทั้งนี้จากการสำรวจตลาดทำให้สยามพิวรรธน์พบว่า ในย่านดังกล่าวมีการขยายตัวของลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ในเขตพื้นที่โดยรอบไม่ว่าจะเป็น เขตประเวศ พระโขนง บางนา สวนหลวง บางกะปิ สะพานสูง โดยมีปัจจัยมาจากการเพิ่มจำนวนของโครงการหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่และระดับปานกลางถึงราคาสูง ทั้งโครงการบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม และ อพาร์ตเมนต์ กว่า 70 โครงการ ที่อยู่รายล้อมเสรีเซ็นเตอร์ ตลอดจนการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งส่งผลให้อัตราการขยายตัวเมืองในโซนตะวันออกของกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

จากผลการวิจัยยังพบว่ารายได้ต่อครัวเรือนของประชากรในพื้นที่โดยรอบมีจำนวนครอบครัวที่มีรายได้สูงกว่า 50,000 บาทต่อเดือนมีสูงถึง 43% ของครอบครัวทั้งหมด ในขณะที่ทั่วทั้งกรุงเทพมหานครมีอัตราเพียง 20% เท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเป็นย่านที่มีการกระจุกตัวของผู้มีรายได้สูง โดยมีครอบครัวจำนวนกว่า 28,000 ครอบครัวในเขตพื้นที่โดยรอบเสรีเซ็นเตอร์มีรายได้สูงกว่า 100,000 บาทต่อเดือน จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้กลุ่มสยามพิวรรธน์และเอ็มบีเคตัดสินใจซื้อเสรีเซ็นเตอร์

ซีคอน อัปเกรด
ขยายฐานตลาดบน

ในขณะที่ซีคอนสแควร์พยามยามอัปเกรดศูนย์ฯโดยใช้งบกว่า 300 ล้านบาทในการปรับปรุงโซนต่างๆภายในศูนย์ฯทั้ง 5 โซน เพื่อรองรับฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เป็นตลาด B+ ที่เข้ามาสู่รัศมี 10 กิโลเมตรรอบๆซีคอนสแควร์ซึ่งมีกำลังซื้อสูง โดยในปีที่ผ่านมามีครัวเรือนย้ายที่พักเข้ามามากกว่า 50,000 ครัวเรือน ส่วนในปีนี้คาดว่าจะมีครัวเรือนใหม่ๆย้ายเข้ามามากถึง 60,000 ครัวเรือน อันเป็นผลมาจากการเปิดสนามบินสุวรรณภูมิเนื่องจากผู้ที่ประกอบอาชีพเกี่ยวกับธุรกิจการบินกว่า 20,000-30,000 คนเริ่มย้ายที่อยู่มาอาศัยในย่านศรีนครินทร์มากขึ้น

ประกอบกับมีโครงการหรูอย่างคอนโนมิเนียมหลักล้าน บ้านจัดสรรที่มีราคาตั้งแต่ 3 ล้านบาทไปถึง 20 ล้านบาท เกิดขึ้นหลายโครงการ ซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งจะทำให้โครงสร้างลูกค้าเปลี่ยนไปโดยซีคอนคาดว่าจะมีลูกค้าระดับบนเพิ่มขึ้น ทำให้ซีคอนฯต้องปรับรูปโฉมสาขาให้มีความทันสมัยเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพเหล่นี้ โดยทางศูนย์ฯจะลดพื้นที่ร้านค้าที่เป็นคีออสซึ่งกินพื้นที่ส่วนกลางออกไป 50% เพื่อให้ทางเดินกว้าง ดูโล่ง โปร่ง สบายตามากขึ้น

ปัจจุบันซีคอนสแควร์มีทราฟฟิกนับจากปริมาณรถยนต์ในลาดจอดรถเพิ่มขึ้น 2.8% คิดเป็นปริมาณรถ 6.1 ล้านคันต่อปี เฉลี่ย 510,000 คันต่อเดือน โดยปริมาณรถที่มาใช้บริการในช่วงวันหยุดมี 20,000-22,000 คันต่อวัน ส่วนวันธรรมดา 14,000-17,000 คันต่อวัน โดยในปีนี้ทางศูนย์ฯตั้งเป้าว่าจะสามารถเพิ่มปริมาณรถได้ 3% หรือคิดเป็นจำนวนรถยนต์ 6.3 ล้านคันต่อปี เฉลี่ยเดือนละ 525,000 คัน โดยมีรถหรูราคา 2 ล้านบาทขึ้นไปเข้ามาใช้บริการมากขึ้นจากสัดส่วน 19% ในปีที่ผ่านมาเพิ่มเป็น 26% ในปีนี้

ขณะที่สัดส่วนการใช้จ่ายของลูกค้าระดับบนก็เพิ่มขึ้นด้วย โดยสัดส่วนการใช้จ่าย 3,001-5,000 บาทต่อครั้ง เพิ่มจาก 7.6% เป็น 10% ส่วนการกลุ่มที่มีการใช้จ่ายมากกว่า 5,000 บาทต่อครั้ง มีสัดส่วนเพิ่มจาก 1.9% เป็น 5% สวนทางกลับลูกค้าระดับกลางที่มีสัดส่วนลดลง โดยกลุ่มที่มีการใช้จ่าย 501-1,000 บาทต่อครั้งมีสัดส่วนลดจาก 44% เหลือ 34% กลุ่มที่มีการใช้จ่าย 1,001-3,000 บาทต่อครั้ง มีสัดส่วนลดจาก 26% เหลือ 22% ซึ่งเป็นผลมาจากการโยกย้ายประชากรและทำให้สัดส่วนลูกค้าซีคอนสแควร์มีการเปลี่ยนแปลง

ในอดีตลูกค้ากลุ่มหลักของซีคอนสแควร์คือคนวัยเริ่มต้นทำงานวัย 24-30 ปีมีสัดส่วน 40% รองลงมาคือกลุ่มอายุ 31-40 ปี มี 24% วัยรุ่น 22% และคนที่มีอายุ 41 ปีขึ้นไป 14% แต่สัดส่วนลูกค้าปัจจุบันเทน้ำหนักไปที่ผู้ใหญ่ และคนมีครอบครัว มีหน้าที่การงานที่มั่นคง มีกำลังซื้อสูงกว่าคนวันเริ่มต้นทำงาน โดยลูกค้าวัย 41 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนสูงถึง 29% ลูกค้าอายุ 31-40 ปีมีสัดส่วน 27% ขณะที่ลูกค้าวัย 24-30 ปีมีสัดส่วนลดเหลือ 24% และวัยรุ่นเหลือ 20%

ซีคอนฯทุ่มงบ 50 ล้านบาท ในการทำการตลาด โดยชูแนวคิด 4’s E ประกอบด้วย Entertainment การทำให้ผู้บริโภคมีความสนุกเวลาที่อยู่ในศูนย์ฯ Excitement การสร้างความตื่นเต้นแปลกใหม่ทำให้ลูกค้าไม่เกิดความรู้สึกเบื่อ Enlargement การเพิ่มร้านค้าใหม่ๆ การเพิ่มระยะเวลาในการทำกิจกรรม และ Education การจัดกิจกรรมควบคู่กับความรู้ เช่น งานรถ งานตุ๊กตา ก็จะมีประวัติความเป็นมาของแต่ละโมเดล มีการจำลองคล้ายพิพิธภัณฑ์ให้ลูกค้าได้ดู

นอกจากนี้ยังมีการทำ CRM กับลูกค้าในระดับ B+ ขึ้นไปด้วยการทุ่มงบ 10 ล้านบาททำบัตรสมาชิกแพลทินัม โดยลูกค้าที่จะเป็นสมาชิกต้องถือบัตรแพลทินัมของสถาบันการเงินตามที่ทางศูนย์ฯกำหนด ซึ่งผู้ถือบัตรแพลทินัมของสถาบันการเงินต่างๆ ส่วนใหญ่มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 75,000 บาทต่อเดือน โดยทางศูนย์ฯนำเสนอสิทธิพิเศษให้กับลูกค้ากลุ่มนี้ เช่น การจัดพื้นที่จอดรถให้สมาชิก เลานจ์สำหรับพักผ่อน ส่วนลดร่วมกับร้านค้าในศูนย์ฯ และบริการอื่นๆที่จะอำนวยความสะดวกเพื่อดึงดูดให้ลูกค้ามาใช้บริการเป็นประจำ ซึ่งหลังจากเริ่มมีการทำบัตรสมาชิกในเดือนที่ผ่านมา ก็สามารถสร้างฐานสมาชิกได้ 4,500 ราย โดยศูนย์ฯตั้งเป้าสมาชิกแพลทินัมไว้เพียง 10,000 ราย เพื่อประสิทธิภาพในการให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้ากลุ่มครีมเหล่านี้

“ศูนย์การค้าย่านชานเมืองถือว่าปลอดภัยจากวิกฤตเศรษฐกิจ เพราะผู้บริโภคยังต้องกินต้องใช้ และเราก็มีราคาไม่แพงเหมือนศูนย์การค้ากลางกรุง นอกจากนี้ช่วงที่น้ำมันมีราคาสูงขึ้น ผู้บริโภคก็ออกต่างจังหวัดน้อยลง แต่ยังคงมาใช้บริการในศูนย์การค้าของเรา เพื่อเอนเตอร์เทน พักผ่อน ซึ่งมาแต่ละครั้งก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการกิน ซื้อของ ดูหนัง ไม่ต่ำกว่า 300-400 บาท อย่างไรก็ดีจากวิกฤตเศรษฐกิจ และการเมือง ที่กระหน่ำเข้ามาก็ส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายเฉลี่ยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ลดลงไปจากไตรมาสแรกของปีก่อน คือลดจาก 1,350 บาท เหลืออยู่ที่ 1,205 บาท แต่ทางศูนย์ฯก็เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบมากนัก” ตะติยะ ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการ ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ กล่าว

สำหรับผลประกอบการในปีที่ผ่านมา ซีคอนฯสามารถสร้างรายได้ที่ 1,150 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปี 2550 ขณะที่กำไรมีการเติบโต 13% จาก 308 ล้านบาทเป็น 350 ล้านบาท ส่วนในปีนี้บริษัทตั้งเป้าว่าจะสามารถปิดรายได้ที่ 1,177 ล้านบาท เติบโต 2.3% แต่บริษัทจะมีกำไรลดลงเหลือ 310 ล้านบาท จากการลงทุนปรับโฉมใหม่ทั้งในส่วนของพื้นที่ส่วนกลาง และร้านค้าต่างๆ ตลอดจนการเพิ่มเชนร้านค้าใหม่ๆที่มีระดับมากขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้า B+ เช่น ร้าน SUKISHI, CAWAI, BAPPLE, TMB, TISCO ฯลฯ ซึ่งในแต่ละปีจะมีพื้นที่ประมาณ 5% ที่หมดสัญญา หากรายใดบริหารร้านค้าไม่เต็มที่ก็จะหาร้านค้าใหม่มาลงแทน นอกจากนี้ทางศูนย์ฯยังมีการเจรจากับร้านค้าเซ้งอายุสัญญา 30 ปี คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 40% ของพื้นที่ขาย เนื่องจากร้านค้าบางร้านไม่กระตือรือร้น ปล่อยให้ร้านโทรม ไม่มีการปรับปรุง ทางศูนย์ฯก็จะเข้าไปเจรจาเช่าช่วงให้ผู้ค้ารายอื่นเพื่อปรับภาพลักษณ์ของศูนย์ฯให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า เช่น การใช้งบ 20 ล้านบาท พัฒนาพื้นที่ 12 ไร่ เป็นที่จอดรถใหม่ รองรับรถเพิ่มอีก 640 คัน การทำทางลัดสู่ถนนอ่อนนุชเพื่อลดความหนาแน่นของการจราจรบนถนนศรีนครินทร์ การทำสะพานลอย บันไดเลื่อน และรถรับส่งลูกค้า ซึ่งจะเปิดให้บริการในปลายปีนี้

ซีคอนฯ มีแม่เหล็กในการดึงดูดลูกค้ากลุ่มครอบครัวมากมาย ตั้งแต่ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ห้างเทสโก้ โลตัส สวนสนุกโยโย่แลนด์ โรงภาพยนตร์ ฟิตเนสเฟิร์ส นอกจากนี้ยังมีการทำโซนต่างๆเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคโดยอิงชื่อตลาดในเมืองที่ขึ้นชื่อไม่ว่าจะเป็น SIAM SEACON ที่เน้นสินค้าเทรนดี้เหมือนย่านสยามสแควร์ KLONGTOM SEACON จำลองตลาดคลองถมมาไว้ในห้าง นอกจากนี้ยังมี SEASON TREANDY MALL เน้นสินค้าแฟชั่นสำหรับเด็กวัยรุ่น ตลอดจนโรงเรียนติวเตอร์ และไอทีมาร์เกต ทั้งนี้เพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคชานเมืองใช้ชีวิตวันหยุดใกล้บ้าน ไม่ต้องฝ่าการจราจรที่ติดขัดเข้ามาใช้ชีวิตในเมือง

จุดเริ่มต้นของซีคอนสแควร์วางตลาดในระดับล่าง ซึ่งเดิมทีลานน้ำพุในศูนย์การค้าเคยมีการทำคีออสจำหน่ายส้มตำ หมูย่าง ซึ่งทางซีคอนฯเห็นว่าสามารถสร้างรายได้ให้กับศูนย์ฯเป็นอย่างดี แต่ทำให้ศูนย์ฯเสียภาพลักษณ์ไป ต่อมามีการขยายตัวของเมือง กลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงเริ่มกระจายสู่ย่านศรีนครินทร์ทำให้ซีคอนต้องเร่งปรับภาพลักษณ์ให้ดีขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าใหม่ๆที่มีอัตราการเติบโตที่สูง แต่ก็ยังคงทำตลาดตอบสนองฐานลูกค้าระดับกลางซึ่งถือเป็นฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ของทางศูนย์ฯ

ซีคอนฯใช้จุดแข็งในเรื่องของความหลากหลายของร้านค้าและบริการในการดึงดูดลูกค้า ซึ่งปัจจุบันมีการแข่งขันค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของคอมมูนิตี้มอลล์ในย่านศรีนครินทร์ อ่อนนุช อุดมสุข ซึ่งส่วนใหญ่โฟกัสไปที่ตลาดระดับกลาง-บนที่มีกำลังซื้อสูง นอกจากนี้การเกิดขึ้นของศูนย์การค้าเซ็นทรัลชลบุรีที่ทับซ้อนพื้นที่ให้บริการของซีคอนในจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี สมุทรปราการ ซึ่งซีคอนฯมองผลกระทบเพียง 1% ของฐานลูกค้าเนื่องจากลูกค้าที่อยู่ไกลไม่ได้มีความถี่ในการมาใช้บริการมากนัก

คอมมูนิตี้ มอลล์ ขึ้นเป็นดอกเห็ด
จ่อหน้าบ้าน เจาะตลาดโครงการหรู

นอกจากนี้ย่านศรีนครินทร์ยังมีศูนย์การค้าชุมชนหรือ Community mall เกิดขึ้นมากมาย โดยมียักษ์ใหญ่อย่างเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ที่ผุดโครงการ Tops Market @ Udomsuk ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้มอลล์โครงการแรกของเซ็นทรัล โดยใช้งบกว่า 150 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่ 4.5 ไร่ ถนนสุขุมวิท 103 หรือ อุดมสุข ห่างจากถนนศรีนครินทร์ไม่กี่ร้อยเมตร โดยพัฒนารูปแบบให้เป็น Lifestyle Community Mall เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกพื้นที่โดยเฉพาะรอบนอกหรือตามหมู่บ้านจัดสรรที่ต้องการความสะดวกสบายในการจับจ่ายสินค้า โดยไม่ต้องเผชิญการจราจรที่ติดขัดในช่วงเย็นหรือหลังเลิกงาน รวมถึงความไม่สะดวกในการหาที่จอดรถตามห้างใหญ่

Tops Market @ Udomsuk บนพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร โดยมี ท็อปส์ ซูเปอร์ เป็นแม่เหล็กในการดึงดูดลูกค้า ซึ่งมีพื้นที่ 1,500 ตารางเมตร พร้อมด้วยร้านค้าต่างๆกว่า 20 ร้าน โดยเชื่อว่าจะสามารถให้บริการครอบคลุมรัศมี 3-5 กิโลเมตร

กลุ่มเป้าหมายหลักคือคนทำงาน ครอบครัวใหม่ที่มีขนาดเล็ก-กลาง มีรายได้ปานกลาง-สูง ดังนั้นในหลายๆโครงการจะมองย่านที่มีบ้านจัดสรรจำนวนมากเช่นอุดมสุขมีโครงการใหญ่หลายโครงการที่มีกลุ่มเป้าหมายสอดคล้องกับที่เซ็นทรัลวางไว้ เช่น ลดาวัลย์, ณุศาศิริ, พลัส ซิตี้ พาร์ค

เหตุผลในการเข้าสู่ธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์นอกจากเพื่อให้การขยายธุรกิจเป็นไปได้ง่ายแล้วยังเป็นการตอบสนองความสะดวกให้กับผู้บริโภค อย่างไรก็ดีแม้จะมีคอนวีเนียนสโตร์ที่อำนวยความสะดวกด้วยบริการใกล้บ้าน ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ในกลุ่มของผู้บริโภคที่เป็น Daily Shopper ก็มีความแตกต่างกันคือตลาดระดับกลางลงล่างจะใช้บริการในคอนวีเนียนสโตร์ ซึ่งโดยมากจะอยู่ตามป้ายรถเมล์ เป็นจุดต่อรถ หรือแวะซื้อก่อนกลับบ้าน ในขณะที่ตลาดระดับกลางขึ้นบนจะแวะซื้อในคอมมูนิตี้มอลล์ซึ่งลูกค้าอาจเดิน, ขี่จักรยานหรือขับรถในรถมาซื้อเนื่องจากมีความคล่องตัวในเรื่องที่จอดรถ หรืออาจจะแวะซื้อในระหว่างการวิ่งออกกำลังกาย

“เดิมไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคจะเข้าห้างใหญ่ เป็นอาคารปิด ติดแอร์ มีที่จอดรถหลายชั้น แต่ปัจจุบันการเดินทางค่อนข้างลำบากเพราะนอกจากรถจะติดแล้ว ค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันก็สูงขึ้น ส่งผลให้ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเปลี่ยนไป คนที่เป็นพ่อบ้าน แม่บ้าน ก็ไม่นิยมไปชอปปิ้งไกลๆ เพราะรถติด คนเยอะ ต้องแย่งกันซื้อ เราจึงพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ที่อำนวยความสะดวกให้ลูกค้า จอดรถง่าย อยู่ใกล้บ้าน เดินหรือปั่นจักรยานมาก็สะดวก ทำให้คนมาซื้อได้บ่อยขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้รับประทานอาหารที่สดทุกวัน ไม่ต้องซื้อครั้งละมากๆมาแช่แข็งในตู้เย็น คล้ายๆสมัยก่อนที่แม่บ้านไปจ่ายตลาดทุกวัน ก็จะได้ของสด” ธนภณ ตังคณานันท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น กล่าว

นอกจากนี้การผุดคอมมูนิตี้ มอลล์ ของเครือเซ็นทรัล ยังทำให้กลุ่มธุรกิจอื่นๆในเครือสามารถขยายสาขาได้มากขึ้นไม่ว่าจะเป็น เพาเวอร์บาย บีทูเอส โฮมเวิร์ค ออฟฟิศดีโป้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับทำเลในพื้นที่และขนาดของคอมมูนิตี้ มอลล์ ด้วยว่ารองรับได้เพียงใด อีกทั้งยังทำให้บริษัทมีรายได้จากการเช่าพื้นที่ ซึ่งค่าเช่าโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 บาทต่อตารางเมตร โดยบริษัทคาดว่าจะต้องใช้เวลาในการคืนทุน 7-8 ปี เนื่องจากต้องใส่งบกิจกรรมเพื่อสร้างสีสันดึงดูดผู้บริโภคให้เข้ามาใช้บริการในคอมมูนิตี้ มอลล์ อย่างต่อเนื่อง โดยการเปิดตัวสาขาแรกนี้ทางบริษัทใช้งบจัดกิจกรรม 1 ล้านบาท และจะต้องเทงบอีก 3-4 ล้านบาทเพื่อทำกิจกรรมไปจนถึงสิ้นปี พร้อมกับตั้งเป้าว่าจะสามารถดึงดูดลูกค้าได้ 4,000 คนในวันธรรมดา และจะเพิ่มเป็น 2 เท่าในวันหยุด

“คนทำงานมากขึ้น มีเวลาเดินห้างน้อยลง รูปแบบ Open Mall ที่อยู่ใกล้บ้าน จะทำให้ผู้บริโภคใช้เวลาเดินทางน้อยลง และสามารถชอปปิ้งได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอดรถ” ธนภณ กล่าว

นอกจากนี้ยังมีที่ดินของกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาที่อยู่บริเวณถนนอ่อนนุช ตัด ถนนศรีนครินทร์ที่มีแผนจะพัฒนาเป็นคอมมูนิตี้มอลล์เช่นกัน ซึ่ง ชฎาทิพ เชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วผู้บริโภคจะเลือกไปใช้ศูนย์การค้าที่ดีที่สุด ครบครันที่สุด ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่รัศมี 10 กิโลเมตร ทว่ายังรวมไปถึงทางภาคตะวันออก และด้วยคอนเซ็ปต์ที่แตกต่าง เนื่องจาก พาราไดซ์ พาร์ค สามารถ ดึงร้านค้าแบรนด์ดังที่ไม่เคยออกมาตั้งสาขาในย่านชานเมืองให้มาตั้งในถนนศรีนครินทร์ได้ จึงเป็นเหมือนการนำห้างในเมืองมาตั้งในย่านชานเมือง ซึ่งต่างจากห้างชานเมืองทั่วไปที่ไม่มีแบรนด์พรีเมียมมาตั้งสาขา ทำให้พาราไดซ์ พาร์ค มองไกลไปถึงการดึงดูดผู้บริโภคจากภาคตะวันนออก ซึ่งจะกินรัศมีไปถึงศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนา และ ชลบุรี

“Category Mix ของเรามากกว่าเซ็นทรัล บางนา และชลบุรี ผู้บริโภคไปทุกที่ที่สะดวก ปลอดภัย ห้างไหนใหม่กว่าก็ไป แต่ห้างเก่าถ้าเขาสะดวกเขาก็ไปเช่นกัน ขณะที่คอมมูนิตี้มอลล์ในย่านนี้แม้จะมีมาก แต่ผู้บริโภคชอบอะไรที่สะดวกและครบครัน ศูนย์ฯที่ใหญ่กว่าน่าจะดึงดูดลูกค้าได้ดีกว่าศูนย์ฯเล็กๆ ที่สำคัญเราไม่มีแพตเทิร์นว่าทุกศูนย์ฯของเราจะต้องเป็นแบบเดียวกันหมด เดินไปสาขาไหนก็เหมือนๆกัน แต่เราพัฒนาศูนย์ฯแต่ละแห่งเพื่อตลาดในย่านนั้นโดยเฉพาะ ถ้าเรามีโลเกชั่นอื่นๆก็คงไม่ใช่รูปแบบพาราไดซ์ พาร์ค เพราะแต่ละทำเลมีความต้องการที่แตกต่างกัน ขณะเดียวกันก็สะดวกคู่ค้าด้วย เพราะห้างที่มีสาขาเยอะๆ เวลาใครจะไปเปิดสาขาก็มักถูกบังคับให้ลงอีกสาขาด้วยซึ่งอาจเป็นสาขาที่มีศักยภาพด้อยกว่า หรือเป็นสาขาที่มีกลุ่มลูกค้าไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ” ชฎาทิพ จูตระกูล


napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 10th, 2009, 10:41 PM   #13
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646






Last edited by napoleon; November 4th, 2009 at 12:11 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2009, 05:19 PM   #14
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

วัดกำลังค้าปลีก "ชานเมือง" ขาใหญ่เดินหน้า...ลงทุนไม่อั้น

วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4140 ประชาชาติธุรกิจ


คอลัมน์ จับกระแสตลาด

เม็ดเงินสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจและกระตุ้นกำลังซื้อใช่ว่าจะกระจุกตัวอยู่แต่กลางเมืองและย่านธุรกิจเท่านั้น ภาพเด่นชัดของการลงทุนศูนย์การค้าใหม่ๆ ขนาดใหญ่ตามแนวชานเมืองรอบนอกที่คึกคักและต่อเนื่องตลอดช่วง 1-2 ปีท่ามกลางภาวะการลงทุน ที่ซบเซาตามภาวะเศรษฐกิจโลกเป็นตัวสะท้อนถึงความไม่หยุดนิ่งของตลาดค้าปลีกได้เป็นอย่างดี

ทุกค่ายในวงการค้าปลีกต่างเคลื่อนทัพเข้าไปจับจองและลงทุนพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯแล้วทั้งนั้น อาทิ ไล่เรียงมาตั้งแต่แจ้งวัฒนะ งามวงศ์วาน ที่เป็นการประชันศึกศักดิ์ศรีของเดอะมอลล์เจ้าถิ่นและกลุ่มเซ็นทรัล ราชพฤกษ์ พระราม 5 มีโฮมโปรชนโฮมเวิร์ค, บางนาที่กลุ่มสยามฟิวเจอร์ลงทุนเตรียมเปิดโครงการขนาดใหญ่ "เมกะบางนา", ย่านรามอินทราที่มี 1 เดียวของศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ลงทุน 600 ล้านบาทปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบ 13 ปีตั้งแต่ทำธุรกิจมา

แต่ที่ขาดไม่ได้คือพื้นที่ย่านกรุงเทพฯตะวันออกตลอดเส้น "ศรีนครินทร์" ที่นักพัฒนาธุรกิจค้าปลีกแต่ละค่ายไม่ยอมตกขบวนด้วยถนนในรัศมี 10-15 กิโลเมตร

ตลอดเส้นถนนศรีนครินทร์กลายเป็นแหล่งรวมของพื้นที่ค้าปลีกแทบทุกค่าย นอกเหนือจากเจ้าถิ่นดั้งเดิมอย่างศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ แล้วยังมีบิ๊กซี, แม็คโคร, คาร์ฟูร์, เทสโก้ โลตัส, แม็กซ์แวลู (จัสโก้) และพาราไดส์ พาร์ค โครงการใหม่บนพื้นที่เสรีเซ็นเตอร์เดิมที่กลุ่มเอ็มบีเค-สยามพิวรรธน์ วางงบฯ 2,000 ล้านบาท



รวมทั้งกลุ่มเซ็นทรัลที่เตรียมเปิดรูปแบบคอมมิวนิตี้มอลล์โดยมีโฮมเวิร์คและกลุ่มบียูเซ็นทรัลรีเทลเป็นแม่เหล็ก ทั้งหมดล้วนต่างขยับตัวเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่เริ่มขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

แม้ตลอดทั้งปีนี้กลุ่มทุนค้าปลีกจะซึมซับถึงกำลังซื้อที่ลดลงได้เป็นอย่างดี แต่กลับยังคงเดินหน้าลงทุนโครงการใหม่-รีโนเวตปรับโฉมสาขาเดิมเพื่อรอตลาดในอนาคตที่ตั้งความหวังว่าอีก 1-3 ปีข้างหน้า...น่าจะดีขึ้น

ความน่าสนใจของทำเลแถบชานเมืองเริ่มขึ้นเมื่อกลุ่มลูกค้าหลักของค้าปลีกขยายตัวออกไปตามเมืองและชุมชนใหม่ที่ออกไปสู่รอบนอกต่อเนื่อง โซนกรุงเทพฯฝั่งตะวันออกตลอดช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาไม่มีศูนย์การค้าใหม่เกิดขึ้นมาเลยโดยเฉพาะในโครงการขนาดใหญ่พื้นที่ตั้งแต่ 1 หมื่น ตร.ม.ขึ้นไปนั้นมีเพียง 3 ค่ายหลัก คือ ซีคอนสแควร์, เซ็นทรัล และเสรีเซ็นเตอร์ ประกอบกับพื้นที่นี้ติดโซนสีส้ม ทำให้โครงการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้นั้นจึงมักอยู่ในรูปแบบคอมมิวนิตี้มอลล์

การก้าวเข้ามาลงทุนของกลุ่มสยามพิวรรธน์และเอ็มบีเคเพื่อเปิด "พาราไดส์ พาร์ค" จึงกลายเป็นโอกาส "ชฎาทิพ จูตระกูล" หนึ่งในผู้ถือหุ้นโครงการนี้ ชี้ว่า โจทย์สำคัญของการแปลงโฉมให้เป็นห้างแห่งใหม่ที่ทันสมัย เป็นความท้าทายของการทำธุรกิจ เนื่องจากที่ผ่านมาสยามพิวรรธน์แข่งขันอยู่ใจกลางเมืองเป็นหลัก ขั้นตอนตัดสินใจต้องรอบคอบเพื่อให้ได้มาตรฐานแบบศูนย์การค้าที่สมบูรณ์แบบใจกลางเมือง

ด้าน "เซ็นทรัล บางนา" ตั้งเป้าขยายลูกค้าฝ?˜งกรุงเทพฯตะวันออก ด‰วยการลงทุน 300 ล้านบาท ปรับใหญ่โดยตกแต่งภายใน ขยายพื้นที่เพิ่มแผนกและแบรนด์ใหมˆเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

การสำรวจผ่านบริษัทวิจัยที่ทำแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างที่พักอาศัยในย่านกรุงเทพฯตะวันออกในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่าการขยายตัวของลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผลจากการเพิ่มของจำนวนโครงการหมู่บ้านจัดสรรในระดับราคาปานกลาง-ราคาสูงกว่า 70 โครงการ

และพบว่ารายได้ต่อครัวเรือนในพื้นที่ ดังกล่าวกว่า 43% มีสูงกว่า 5 หมื่นบาทต่อเดือน ขณะที่ครัวเรือนทั่วทั้งกรุงเทพฯมีสัดส่วนเพียง 20% และมีครอบครัวถึง 2.8 หมื่นครอบครัว มีรายได้สูงกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน สอดคล้องกับพฤติกรรมการจับจ่ายที่ชี้ว่าอันดับแรกของพฤติกรรมลูกค้าตอนนี้ คือเลือกซื้อสินค้าอาหารเข้าบ้าน 2.ออกไปทานอาหารนอกบ้าน และ 3.ช็อปปิ้งเสื้อผ้า แฟชั่นและแอ็กเซสซอรี่ต่างๆ เป็นต้น

เช่นเดียวกับโซนกรุงเทพฯฝั่งตะวันตก ศูนย์การค้าไม่ได้ตั้งเป้าเพียงเพื่อเจาะทาร์เก็ตย่านแจ้งวัฒนะ-งามวงศ์วานเท่านั้น แต่ยังตั้งเป้ากินอาณาเขตไกลถึง นนทบุรี, ปทุมธานี, อยุธยา และสุพรรณบุรี

กลายเป็นทำเลทองหลังภาครัฐพัฒนาพื้นที่เป็นศูนย์ราชการ ซึ่งการขยายเมืองส่งผลให้เกิดชุมชนใหม่ๆ โดยเฉพาะหมู่บ้านเกรดเอกว่า 50 หมู่บ้าน อาทิ นิชาดา, Grand Cannel, ลัดดาวัลย์, เศรษฐสิริ โรงเรียนนานาชาติชั้นนำ เช่น ISB, Harrow, เซนต์ฟรังฯ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญของศูนย์การค้า

"ชำนาญ เมธปรีชากุล" ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส สายการตลาด เดอะมอลล์ กรุ๊ปชี้ว่า จำนวนหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม ระดับราคา 3 ล้านบาทขึ้นไปการเพิ่มขึ้นของประชากรไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคนในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

ขนานไปกับเส้น "ราชพฤกษ์-พระราม 5" เป็นอีกหนึ่งทำเลทองที่กลุ่มนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกจับจ้อง ความเคลื่อนไหวของค้าปลีกย่านนี้คือสงครามแย่งชิงกลุ่มลูกค้าที่มีเงินหนาและกำลังซื้อสูง โดยเซ็นทรัลเปิดตัวในรูปแบบสแตนด์อะโลน โดยมีโฮมเวิร์คพร้อมเพาเวอร์บาย-ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต เป็น แม่เหล็ก ห่างออกไปเพียง 1.5 ก.ม.เจ้าถิ่น"โฮมโปร" ได้ซื้อพื้นที่เพิ่มและยกระดับ ศูนย์เป็นคอมมิวนิตี้มอลล์ด้วยการดึง "วิลล่า มาร์เก็ท" ซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมี่ยมมาร่วม

ภาพความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนค้าปลีกที่เทน้ำหนักรุกลูกค้าชานเมืองรอบด้านล้วนเพื่อช่วงชิงกำลังซื้อลูกค้าของกลุ่มใหม่ระหว่างรอเศรษฐกิจมากระตุ‰นกำลังซื้อกลุ่มลูกค้าเดิมกลับมา เป็นตัวสะท้อนถึงความไม่หยุดนิ่งและไม่ยอมจำนนต่อปัจจัยลบของกลุ่มทุนค้าปลีกได้เป็นอย่างดี

หน้า 17

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 16th, 2009, 08:40 PM   #15
kitti
Registered User
 
kitti's Avatar
 
Join Date: Dec 2007
Location: @BKK
Posts: 2,516
Likes (Received): 82

อยู่ช่วงไหนของถนนเส้นนี้ครับ
kitti no está en línea   Reply With Quote
Old September 17th, 2009, 09:33 AM   #16
ChAiNaRaI
Registered User
 
ChAiNaRaI's Avatar
 
Join Date: Jan 2007
Location: พระโขนง
Posts: 1,420
Likes (Received): 167

อยู่ตรงทางเข้าสวนหลวง ร.9 ครับ
ChAiNaRaI no está en línea   Reply With Quote
Old November 4th, 2009, 12:05 PM   #17
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

เอ็ม บี เค เพิ่มทุนจดทะเบียนบจ.พาราไดซ์ พาร์ค

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 2 ตุลาคม 2552 11:09


บจ.พาราไดซ์ พาร์ค(บ.ย่อย) ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 34 ล้านบาท มาเป็น 100 ล้านบาท


บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ("MBK") ขอรายงานว่า บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด("PDP") ซึ่งมีฐานะเป็นบริษัทย่อยที่ MBK ถือหุ้นโดยตรงอยู่ 49.99% และถือหุ้นโดยอ้อมโดยบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ("SPW") อยู่ 15.36% รวมเป็น 65.35% ของทุนชำระแล้วได้มีมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2552 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552 ให้เพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 34,000,000 บาท เป็น 100,000,000 บาท ซึ่งเป็นการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 660,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท คิดเป็นมูลค่าหุ้นเพิ่มทุนรวม 66,000,000 บาท โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. MBK ได้ซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสัดส่วนที่ MBK ถือหุ้นอยู่จำนวน 329,994.18 หุ้น และตามสัดส่วนของ
ผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นอีก 3 ท่าน จำนวน 5.82 หุ้น รวมเป็น 330,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 100 บาท
รวมเป็นเงิน 33,000,000 บาท

ทั้งนี้ การที่ MBK ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วนของผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวน 3 รายของ PDP ถือว่าเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน เนื่องจากผู้ถือหุ้นรายย่อยดังกล่าวมีฐานะเป็นผู้บริหารของ MBK แต่รายการนี้มีขนาดของรายการไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องดำเนินการการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน พ.ศ. 2546 (ปรับปรุงเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552)

2. หลังจากการเพิ่มทุนจดทะเบียนดังกล่าวไม่ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นจำนวน 49.99% ของทุนชำระแล้วที่ MBK ถือหุ้นอยู่ใน PDP เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแต่อย่างใด โดย PDP ได้เรียกชำระค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งแรกจำนวน 25% คิดเป็นหุ้นละ 25 บาท รวมเป็นเงิน 16,500,000 บาท และจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนที่กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2552 ส่วนการเรียกชำระทุนจดทะเบียนส่วนที่เหลืออีก 75% คณะกรรมการ PDP จะเป็นผู้กำหนดภายหลัง

3. รายละเอียดของ PDP (หลังการเพิ่มทุน) :
3.1 ทุนจดทะเบียน : 100,000,000 บาท แบ่งออก
เป็นหุ้นสามัญ
จำนวน 1,000,000 หุ้น
มูลค่าหุ้นละ 100 บาท
3.2 ทุนเรียกชำระ : 50,500,000 บาท แบ่งออกเป็น
1) หุ้นสามัญเดิม
จำนวน 340,000 หุ้น
มูลค่าหุ้นละ 100 บาท
2) หุ้นสามัญเพิ่มทุน
จำนวน 660,000 หุ้น
มูลค่าหุ้นละ 100 บาท
เรียกชำระครั้งแรก
หุ้นละ 25 บาท คิดเป็น
จำนวนเงินรวม
16,500,000 บาท
3.3 โครงสร้างการถือหุ้น :
รายชื่อผู้ถือหุ้น หุ้นสามัญ (หุ้น) ทุนเรียกชำระ(บาท) %
1. MBK 499,997 25,249,700.00 49.9997%
2. SPW 500,000 25,250,000.00 50.0000%
3. ผู้ถือหุ้นรายย่อย 3 300.00 0.0003%
รวม 1,000,000 50,500,000.00 100.0000%
3.3 คณะกรรมการ :
1) นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล
2) นายเกษมสุข จงมั่นคง
3) นายศักดิ์ชัย เก่งกิจโกศล
4) นางชฏาทิพ จูตระกูล
5) นางสาวภาวิณี ศีตะจิตต์
6) นาวาเอกพิชัย อนุรักษ์บัณฑิต
7) นายวรพจน์ อาวะจินดา
3.4 ลักษณะการประกอบธุรกิจ : ธุรกิจศูนย์การค้า
4. วัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุน : เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจของ PDP
5. ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ : MBK จะได้รับผลตอบแทนในรูปเงินปันผล
6. แหล่งเงินทุนที่ใช้ : เงินทุนหมุนเวียนของ MBK
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 9th, 2009, 11:26 PM   #18
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

MBK on expansion drive

THE NATION Published on October 30, 2009


MBK Co plans to spend Bt2 billion to Bt3 billion a year between now and 2014 to take over potential property projects and develop hotels/resorts, shopping centres and residences.

The move is part of expansion efforts aimed at ensuring revenue growth.

The company operates MBK Centre, one of its main businesses, but leases the land from Chulalongkorn University. It expects its rent to increase with the new lease to be signed in 2014, president and CEO Suvait Theeravachirakul said yesterday.

He said shopping centres and residential projects were areas of potential expansion, because both enjoyed strong demand.

The company is now developing two shopping malls in Bangkok that will open at the end of next year: one called The Nine, on Rama IX Road; and Paradise Park on Srinakarin Road, the former Seri Centre.

The Nine was originally designed as a community mall, but MBK has decided to turn it into a mixed-used project by adding an office building with use space of 8,000 square metres. This will raise the cost of the project to Bt1.2 billion.

MBK also owns 400 rai of land in Pathum Thani province located close to a golf course and which is being developed as a residential project. It will be ready at year-end.


Another 150 rai on Koh Samui is being considered for a hotel or resort. Between 400 and 500 rai in Phuket has been earmarked for a mixed-used project containing both residences and a hospitality business. And 18 rai in Pattaya, on which a hotel now stands, will be renovated and turned into a mixed-use project after the hotel's lease expires in 2013.


MBK recently expressed interest in becoming more involved in the hotel business and has had several offers from hotel-owners.

"We may or may not invest. It depends on what kind of a deal we can make," Suvait said.


The company's top earners are shopping centres (35 per cent of revenue) and rice (32 per cent). Other core businesses are hotels and resorts, residential projects, golf courses and miscellaneous operations.

Due to the economic downturn that began last year, MBK expects combined revenue for the fiscal year ending next June 30 to grow only 1-2 per cent. Only one of the group's businesses - shopping centres - is expected to record revenue growth, because the company raised vendor rents 5-10 per cent, Suvait said.


Last edited by napoleon; November 9th, 2009 at 11:32 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 22nd, 2009, 07:47 PM   #19
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

"คาร์ฟูร์"ร่วมขบวน"พาราไดซ์พาร์ค"เจาะพรีเมี่ยม

วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4160 ประชาชาติธุรกิจ



"คาร์ฟูร์" จับมือสยามพิวรรธน์-เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ร่วมขบวนศูนย์การค้า "พาราไดซ์พาร์ค" เปิดซูเปอร์มาร์เก็ตเสียบแทน "กูเมต์ มาร์เก็ต" จากค่าย "เดอะมอลล์" ที่ขอถอนตัว วางคอนเซ็ปต์ระดับพรีเมี่ยม มัดใจ พร้อมเปิดตามแผนมีนาคมปีหน้า


หลังกลุ่มสยามพิวรรธน์และเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ เข้าไปซื้อศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์ และได้เริ่มแปลงโฉมเพื่อเปลี่ยนเป็น "พาราไดซ์พาร์ค" ศูนย์การค้าที่ดีที่สุดในย่านกรุงเทพฯตะวันออก ด้วยงบฯลงทุนก้อนโต 2,000 ล้านบาท และตามแผนจะแล้วเสร็จและเปิดในเดือนมีนาคมปีหน้า

ความเคลื่อนไหวล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในกลุ่มพื้นที่เช่าและพันธมิตรที่ได้ตกลงเช่าไปแล้วกว่า 70% ได้มีการปรับเปลี่ยนใหม่ในพื้นที่ชั้นกราวนด์ จากเดิมพื้นที่กว่า 5,000 ตร.ม. ได้วางให้เป็นซูเปอร์ มาร์เก็ตระดับพรีเมี่ยม ตามแผนได้เตรียมจะนำ "กูร์เมต์ มาร์เก็ต" ซูเปอร์มาร์เก็ตที่เปิด 2 สาขา ที่สยามพารากอน และ ดิ เอ็มโพเรียม และเตรียมจะเปิดอีก 1 แห่ง ปลายปีนี้ ที่คอมมิวนิตี้มอลล์ เค-วิลเลจ (สุขุมวิท 26) เข้ามาเปิดเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าระดับบน

ทั้งนี้ กูร์เมต์ มาร์เก็ต เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่มเดอะมอลล์และสยามพิวรรธน์ที่ถือหุ้นคนละครึ่ง แต่ล่าสุดรายงานข่าวระบุว่า กูร์เมต์ มาร์เก็ต ได้ถอนตัวออกไป และมีไฮเปอร์มาร์เก็ต คาร์ฟูร์ เข้ามาบริหารในพื้นที่ดังกล่าวแทน

นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็มบีเค จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท เสรีเซ็นเตอร์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ยอมรับว่า ได้คุยกับคาร์ฟูร์เพื่อทาบทามให้เข้ามาร่วมเปิดในศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค และบริหารพื้นที่ในส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตดังกล่าว ส่วนรายละเอียดการตกแต่งรวมทั้งคอนเซ็ปต์การวางสินค้าต้องไปถามทางคาร์ฟูร์ซึ่งจะตอบได้ชัดเจนมากกว่า

ก่อนหน้านี้ในงานเปิดตัวโครงการพาราไดซ์พาร์ค เพื่อชักชวนให้นักลงทุนค้าปลีกและซัพพลายเออร์คู่ค้าเข้ามาร่วมนั้น ศูนย์วางรูปแบบชั้นกราวนด์ให้เป็นสวรรค์ของ นักชิม ที่มีศูนย์อาหารและซูเปอร์มาร์เก็ต ระดับพรีเมี่ยม ด้วยการรวบรวมสินค้ากลุ่มอาหารสด โกรเซอรีส์ และอาหารนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าย่านศรีนครินทร์และพื้นที่ใกล้เคียง

โดยแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วน คือ 1.พื้นที่ 5,000 ตร.ม. สำหรับซูเปอร์มาร์เก็ต 2.เสรีมาร์เก็ต และฟู้ด คอร์ต ที่รวบรวมอาหารสดในรูปแบบตลาดนัดติดแอร์และร้านอาหารชื่อดังมารวมกันบนพื้นที่ 5,000 ตร.ม. และ 3.พื้นที่สำหรับฟู้ด บาซาร์ที่รวมร้านอาหารเทคโฮมและเบเกอรี่กว่า 100 ร้านค้า

ผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่องดังกล่าวไปยังคาร์ฟูร์ โดยผู้บริหารจากบริษัท เซ็นคาร์ จำกัด กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ในช่วงของการประชุมเพื่อสรุปแผนการขยายสาขาในปีหน้า เบื้องต้นโดยส่วนตัวยังไม่ทราบว่าจะมีการรวมแผนเรื่องการเปิดสาขาใหม่ที่ พาราไดซ์พาร์ค เข้าไปด้วยหรือไม่ คงต้องรอให้การเจรจาเสร็จสิ้นก่อน

ปัจจุบันการเปิดสาขาของคาร์ฟูร์มีทั้งหมด 4 รูปแบบ ได้แก่ ไฮเปอร์มาร์เก็ต พื้นที่เฉลี่ย 6,500 ตารางเมตร คอมแพ็กต์ 4,000 ตารางเมตร มินิคาร์ฟูร์ 2,000 ตารางเมตร รวม 38 สาขา และได้เริ่มทดลองเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อ คาร์ฟูร์ซิตี้ ขนาด 300 ตารางเมตร 1 แห่ง

ด้านแหล่งข่าวค้าปลีกรายหนึ่งให้เหตุผลถึงการที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต ถอนตัวออกจากโครงการพาราไดซ์ พาร์ค ว่าที่ผ่านมา คอนเซ็ปต์การเปิดกูร์เมต์ฯเพื่อดึงคนเข้ามาในห้างและจับจ่ายต่อเนื่องไปยังส่วนของดีพาร์ตเมนต์ แต่รูปแบบของพาราไดซ์ พาร์คเป็นศูนย์การค้าอย่างเดียว จึงไม่ตรงกับแนวทางการทำธุรกิจของกูร์เมต์ มาร์เก็ต ที่จะเปิดเดี่ยว ๆ แบบสแตนด์อะโลน

ล่าสุด นางชฎาทิพ จูตระกูล รองประธานกรรมการ บริษัท พาราไดซ์พาร์ค จำกัด ได้เซ็นสัญญากับ นางณัฐธยาน์ ปางพุฒิพงศ์ กรรมการ บริษัท ดาวคอฟฟี่บีนส์ จำกัด สำหรับการเช่าพื้นที่ชั้น 3 ของศูนย์ พาราไดซ์พาร์ค เพื่อเปิดร้านคอฟฟี่บีนส์ บายดาว (Coffee Beans By Dao) ร้านเบเกอรี่และอาหารในรูปแบบเอ็กซ์คลูซีฟแห่งแรก ด้วยงบฯลงทุน 15 ล้านบาท จับกลุ่มลูกค้าครอบครัวรุ่นใหม่ที่อาศัยในโซนกรุงเทพฯตะวันออก ซึ่งเป็นทาร์เก็ตระดับกลาง-บนที่มีกำลังซื้อสูง

หน้า 17
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 22nd, 2009, 09:25 AM   #20
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 55,049
Likes (Received): 1646

ลอฟต์เปิดสาขาห้างฯพาราไดซ์ฯ

Dailynews วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม 2552 เวลา 7:32 น


นายชาญชัย เชิดชูวงศ์ธนากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีไอเอชซี เทรดดิ้ง ในเครือสยามพิวรรธน์ ผู้บริหารร้านลอฟต์ จากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ในปีหน้าลอฟต์จะเปิดสาขาใหม่ที่ศูนย์การค้า พาราไดซ์ พาร์ต ศรีนครินทร์ ภายใต้งบลงทุนกว่า 30 ล้านบาท ซึ่งมีพื้นที่รวม 1,600 ตารางเมตร พร้อมเปิดให้บริการในเดือน มี.ค. 53 ทำให้ลอฟต์มีสาขาในไทยครบ 3 สาขา ได้แก่ สยามดิสคัฟเวอรี่ จามจุรีสแควร์ ต้องการเจาะตลาดกลุ่มลูกค้า ที่ต้องการสินค้ามีดีไซน์เอกลักษณ์โดดเด่นและส่วนใหญ่นำเข้าจากญี่ปุ่น

พร้อมกันนี้จะใช้งบ 22 ล้านบาท เพื่อรุกทำตลาดและแต่ละสาขาจะใช้กลยุทธ์ ทำตลาดแตกต่างกัน เริ่มจาก สาขาสยามดิสคัฟเวอรี่ ได้ขยายพื้นที่ใหม่ 60% เป็น 2,000 ตารางเมตร จากเดิมมีพื้นที่ 1,200 ตารางเมตร พร้อมกับจัดวางสินค้าใหม่ทั้งหมด คาดว่าจะปรับโฉมเสร็จในเดือน ม.ค.53 ส่วนสาขาที่จามจุรีสแควร์ จากเดิมเน้นกลุ่มนักศึกษาจะเพิ่มสินค้าที่เจาะกลุ่มคนทำงานในย่านดังกล่าวมากขึ้น เพราะเป็นพื้นที่มีคนทำงานจำนวนมาก.
napoleon no está en línea   Reply With Quote


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 12:14 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.8 Beta 1
Copyright ©2000 - 2014, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu