|
|
| daily menu » rate the banner | guess the city | one on one |
|
|||||||
| Architecture and Urban Facilities Architectural wonders of Thailand and Special focussion on Urban Mobilities |
![]() |
|
|
Thread Tools | Display Modes |
|
|
#2121 |
|
Registered User
Join Date: Nov 2006
Location: Bangkok
Posts: 749
Likes (Received): 19
|
ชินละ
__________________
อยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง ตามที่พ่อพร่ำสอน ดีกว่าหวังลมๆแล้งๆ และรอเศษเงินจากนักการเมืองโลภ |
|
|
|
|
|
#2122 |
|
Registered User
Join Date: May 2009
Location: Thailand
Posts: 1,172
Likes (Received): 0
|
ขั้นตอนก่อนจะไปถึง MOU นี้แหละ โหดและยากที่สุดแล้ว ที่ สว. ตั้งคำถามก็ถูกแล้ว ว่าทำไมต้องล๊อคสเปกเฉพาะจีน ถ้าการตอบคำถามของรมต. พรุ่งนี้ดีพอ เชื่อว่า สถาก็ยกมือให้
แต่ถ้าหากเราได้รถไฟความเร็วสูงมา 1 เส้น แต่ต้องแลกมากับความคิดที่ว่า "สร้างๆไปเหอะ ให้เสร็จไวๆ โกงนิดโกงหน่อย ล๊อดสเป๊กนิดหน่อยไม่เป็นไร" ผมไม่เอาด้วยนะ ความคิดแบบนี้ เพราะ การคอรัปชั่น มันจะเริ่มลามจากข้อความคำแบบนี้แหละ มันจะเพิ่มปริมาณไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกที่ก็แก้การคอรัปชั่นไม่ได้แล้ว ดังนั้น โครงการต่างๆ ก็เอาให้มันชัดเจนกันไปเลย เราในฐานนะประชาชนต้องช่วยๆกันดูด้วย ตัวของโครงการนะดี ไม่มีใครเถียง ใครๆก็อยากได้ แต่กรุณาทำให้ถูกต้อง |
|
|
|
|
|
#2123 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,516
Likes (Received): 345
|
ถ้าวันนี้ยกมือกัน ก็กลายเป็นสภาขายชาติเต็มตัวแล้วสิ
|
|
|
|
|
|
#2124 |
|
Registered User
Join Date: Oct 2003
Posts: 10,226
Likes (Received): 206
|
^ที่อดกังวลไม่หายก็คือ รางเหล็กและ ตะเฆ่ (รางตรงประแจ) ที่จีนแดงผลิ้ตนั้นคุณภาพอาจไม่ดีเท่าของฝรั่ง เพราะ ชั้นแต่ราง 100 ปอนด์ที่ วางช่วง นครราชสีมา - อุบล ที่แบ่งเป็น 2 ส่วนตามการประมูล ปรากฏว่า รางออสเตรเลียทั้งๆที่วางก่อนรางจีนแดงแต่ มีการสึกหรอหรือมีรอยรางแตกรางหักน้อยกว่ารางจีนแดง ที่วางทีหลัง อย่างเห็นได้ชัด ตอนหลังได้ยินข่าวแว่วๆว่ารางประแจของจีนแดง สำหรับรางเหล็กขนาด UIC60 สำหรับ Airport Link มีการแตกหัก ทำให้ต้องหยุดการเดินรถแล้วเอาชุดรางประแจ ใหม่มาแทนที่ ของเก่า
__________________
BKK Mass Transit Expert |
|
|
|
|
|
#2125 |
|
Registered User
Join Date: Oct 2010
Posts: 239
Likes (Received): 3
|
จีนเขาจะขายรางทำไม เขามีรถไฟฟ้าและพวกระบบต่างๆนะครับ และ อิตัลไทยก็ทำรางได้ คุณรู้หรือเปล่า
รอง นคร จันทศร เคยบอกว่า จีน เกาหลี พวกนี้ มันลงทุนเทคโนโลยีมาก มันต้องเอามาขยาย เพราะที่ประเทศ มันก็จะเต็มแล้ว และผมเคยบอกไปแล้วว่า เกาหลีอยากมา เพราะมี โรเทม แต่ เอ่อ ไม่มีตัง เยอรมัน แพง และ ไกล ญี่ปุ่น แพง แคนาดาอย่ามาเลย (เดี๋ยวก็ฟ้อง ทนายมันเก่ง) ฝรั่งเศส ไม่น่าคบ ทำไมต้อง จีน-ไทย เพราะ จีนมันทำมาถึงลาวแล้ว พอเข้าไทย จะไม่ใช่จีนก็ประหลาดครับ ระบบรถมันไม่ใช่เปิดแบบeuro staqndard ที่ถึงกำหนดให้มี ระบบของซีเมนส์ก็เข้ากับของอัลสตรอมไม่ได้ ผมถามหน่อย สมัยก่อนๆนี่ สภาจะอนุมัติอะไร คุณรู้หรือไม่ สนามบิน ลดเสป๊กทำเท่ๆ เหลือสามหมื่นกว่าล้าน แต่สุดท้ายค่าก่อสร้างบาน แสนกว่าล้าน(เป้นงานเพิ่มแบบไม่ต้องประมูลแข่งกว่า8หมื่นล้าน) ยังไม่เห็นมีใครว่าอะไร Last edited by MassTransit; October 26th, 2010 at 02:03 AM. Reason: typo |
|
|
|
|
|
#2126 |
|
Vision Thailand
Join Date: Jun 2007
Posts: 3,190
Likes (Received): 172
|
มามุกใหม่อีกแล้ว
|
|
|
|
|
|
#2127 |
|
Registered User
Join Date: Mar 2009
Posts: 1,365
Likes (Received): 106
|
|
|
|
|
|
|
#2128 |
|
Registered User
Join Date: Oct 2010
Posts: 239
Likes (Received): 3
|
ผมรู้แค่ว่า รางโดยเฉพาะประแจที่ติดตั้งใหม่ๆนี่มาจาก วิหารแดง
Last edited by MassTransit; October 26th, 2010 at 08:26 AM. Reason: เพิ่มประแจ |
|
|
|
|
|
#2129 |
|
Registered User
Join Date: Jun 2010
Location: 東京~名古屋
Posts: 119
Likes (Received): 0
|
สภาผ่านแล้วครับ
มติรัฐสภา 295 ต่อ 10 เห็นชอบร่างกรอบเจรจาพัฒนารถไฟ-ไทย-จีน มติที่ประชุมร่วม 2 สภา เห็นชอบ 295 ต่อ 10 งดออกเสียง 61 ไม่ลงคะแนน 21 เสียง ผ่านร่างกรอบการเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน “ซาเล้ง” ยันไม่มีผลผูกมัดไทย แค่คุยกันเฉยๆ เรื่องเส้นทาง ไม่เกี่ยวเงินกู้ วันนี้ (26 ต.ค.) ที่รัฐสภา ที่ประชุมร่วมรัฐสภาได้มีมติให้ความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 295 ต่อ 10 งดออกเสียง 61 และไม่ลงคะแนนเสียง 21 เสียง ในร่างกรอบการเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ ครม.เป็นผู้เสนอ โดยมีสาระสำคัญ คือ รัฐบาลจะได้ไปเจรจาในกรอบของเส้นทางการรถไฟ 5 เส้นทางคือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-สุดเขตแดนภาคใต้ของประเทศไทย กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี กรุงเทพฯ-หนองคาย และกรุงเทพฯ-ระยอง ส่วนการดำเนินการจะได้มีความร่วมมือกันในการก่อสร้างทางเดินรถไฟ การบริหารจัดการ ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกในการใช้เทคโนโลยีและทรัพยากรของแต่ละประเทศร่วมกันอย่างเหมาะสม รวมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ในการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างประเทศไทยและประเทศจีนร่วมกัน เสนอให้รัฐสภาได้พิจารณาเพื่อให้ความเห็นชอบแก่รัฐบาลในการเจรจาสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างไทยกับจีนต่อไป โดย นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้การเจรจาจะไม่มีผลผูกมัดประเทศไทยแต่อย่างใด เพียงแต่เราไปเจรจาตามหัวข้อที่เรากำหนดไว้เท่าไหน หากรัฐสภาอนุมัติในวันนี้เราก็จะได้ไปเจรจา ซึ่งก็อาจจะมีรายละเอียดบางเรื่องที่ต้องไปคุยกันบนโต๊ะเจรจา ทั้งนี้ การเจรจาในครั้งนี้จะไม่มีเรื่องตัวเลขงบประมาณแต่อย่างใด เรื่อง 8 แสนล้านบาทเป็นข้อมูลของการเอาหน่วยกิโลเมตรไปคูณตามเส้นทาง เราไม่ได้ไปเจรจาเรื่องจะไปกู้เงินเอาเงินอย่างไร แต่ไปเจรจาว่าจะร่วมกันสร้างเส้นทางไหนอย่างไร ดังนั้นจึงไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน 8 แสนล้านบาท ซึ่งหลังจากเจรจาแล้วจะนำรายละเอียดทั้งหมดที่ไปเจรจามารายงานต่อรัฐสภา จากนั้นหากรัฐสภาให้ความเห็นชอบจึงจะไปเซ็นเอ็มโอยูต่อไป นายโสภณกล่าวว่า ตนยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่มีใครไปเจรจาเรื่องนี้ เพราะหากมีใครไปเจรจาถือว่าทำผิดรัฐธรรมนูญ นอกเหนือจากการมาเยือนของผู้นำประเทศก็อาจมีการหารือการพัฒนาร่วมกันบ้าง ซึ่งประเทศจีนก็ได้ตกลงแล้ว ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตุว่าทำไมถึงต้องเป็นประเทศจีนนั้น เราคิดว่าหากประเทศอื่นมีข้อเสนอดีๆ เราก็จะเอาข้อเสนออย่างนี้ไปคุยด้วยเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม การพัฒนารถไฟครั้งนี้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพ โดยตนเสนอกับนายกฯ ว่าให้เป็นวาระแห่งชาติ นอกจากนี้ เราจะพัฒนาการรถไฟในประเทศไทยกว่า 1.7 แสนล้านบาท ซึ่งในปี 2557 รถไฟในประเทศจะต้องใช้ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งตนได้เสนอครม.ให้อนุมัติในหลักการเบื้องต้นแล้ว โดยจะทำควบคู่กับรถไฟความเร็วสูง จาก http://www.manager.co.th/Politics/Vi...=9530000150715
__________________
" การงานสิ่งใดของเขาที่ดี ควรจะเรียนร่ำเอาไว้ ก็เอาอย่างเขา แต่อย่าให้นับถือเลื่อมใสไปเสียทีเดียว " พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว |
|
|
|
|
|
#2130 |
|
Vision Thailand
Join Date: Jun 2007
Posts: 3,190
Likes (Received): 172
|
ไม่ผ่านก็แสดงว่า2พรรคใหญ่เกาเหลากันชัดเจนยิ่งขึ้นแต่ในเมื่อกรอบนี้ผ่านคงยืดเวลาได้ต่อไป |
|
|
|
|
|
#2131 |
|
Registered User
Join Date: Aug 2005
Location: Bangkok/Chanthaburi
Posts: 2,916
Likes (Received): 77
|
ของจีนมีทั้งดีและไม่ดี คงหวังให้ดีได้ไม่ทั้งหมด ...
แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี ไม่เกิดเลย (มั้งนะ) แต่สายตะวันออกและสายอื่นนี่น่าจะเปิดเลย ประเทศไหนมาแข่งกัน
__________________
จงใช้ สติ ปัญญา เหตุผล ... อย่าใช้อคติ |
|
|
|
|
|
#2132 |
|
Registered User
Join Date: Sep 2010
Location: เกาะแก้วพิสดาร
Posts: 2,972
Likes (Received): 343
|
![]() นั่นสิสายตะวันออกผมอยากนั่งแบบโนโซมิ ![]()
|
|
|
|
|
|
#2133 |
|
Registered User
Join Date: Oct 2009
Posts: 350
Likes (Received): 9
|
สภาฯเห็นชอบร่างรถไฟไทย-จีน
วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2010 เวลา 16:58:39 น. ที่มา:ข่าวหุ้นธุรกิจ โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันนี้ (26 ต.ค.) ที่ประชุมรัฐสภามีมติเห็นชอบร่างกรอบการเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ด้วยเสียง 295 ต่อ 10 เสียง งดออกเสียง 61 เสียง และไม่ลงคะแนน 21 เสียง รวมแล้ว 316 เสียงซึ่งถือว่าครบองค์ประชุม จากนี้กระทรวงคมนาคมจะมอบหมายให้คณะกรรมการความร่วมมือไทย-จีน ที่มีนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน ไปเจรจากับประเทศจีน ขณะเดียวกันเชื่อว่ารัฐบาลจีนจะส่งตัวแทนเข้ามาติดตามความคืบหน้าในเร็วๆนี้ เพราะที่ผ่านมาทราบว่า จีนอยากมาเจรจาอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องรอความเห็นชอบจากรัฐสภาไทยก่อน ส่วนกระทรวงการคลังจะรับผิดชอบศึกษารูปแบบการลงทุน นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมจะจัดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนให้มากขึ้น พร้อมทั้งเชิญตัวแทนจากภาค เอกชนและสถาบันทางวิชาการมาเสนอแนะข้อมูล โดยถือว่าโครงการดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องร่วมมือดำเนินการ เชื่อว่าประมาณกลางปีหน้าการเจรจาทั้งหมดจะได้ข้อยุติ สำหรับรูปแบบการเจรจาจะแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ การประชุมระดับรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่าย และการประชุมระดับเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณาด้านเทคนิคและการดำเนินการ โดยสาระสำคัญของกรอบการเจรจาประกอบด้วย ความร่วมมือในการพัฒนากิจการรถไฟเส้นทางหลัก 5 เส้น ทาง คือ กรุงเทพฯ-หนองคาย , กรุงเทพฯ-ระยอง , กรุงเทพฯ-สุดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย (ปาดังเบซาร์) , กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี และกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ด้วยการให้ความร่วมมือเรื่องการก่อสร้างเส้นทาง และการบริหารกิจการรถไฟในเส้นทางดังกล่าว รวมทั้งการอำนวยความสะดวกในการใช้เทคโนโลยี การถ่ายทอดเทคโนโลยี และทรัพยากรของแต่ละประเทศอย่างเหมาะสม นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคมในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า จีนให้ความสนใจที่จะลงทุนรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หนองคายเป็นเส้นทางแรก เพราะสามารถเชื่อมต่อกับเส้นทางคุนหมิง-เวียงจันทร์ (ลาว) ที่จีน-ลาวกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ โดยเส้นทางรถไฟคุนหมิง-ลาว มีระยะทาง 400 กิโลเมตร ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี ส่วนที่อยู่ในประเทศลาวมีระยะทาง 420 กม. จะเริ่มก่อสร้างในปี 2554 ส่วนเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2555 โดยมีระยะทางประมาณ 580 กิโลเมตร จากเดิมที่มีระยะทาง 615 กิโลเมตร เนื่องจากมีการปรับเส้นทางบางช่วง โดยจากหนองคาย-กรุงเทพมี 56 สถานี แต่รถไฟความเร็วสูงจะจอดเพียง 16 สถานี การก่อสร้างจะพยายามใช้แนวเส้นทางเดิมให้มากสุด ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปีครึ่ง นอกจากนี้จีนยังให้ความสนใจเส้นทาง กรุงเทพฯ-ระยอง ซึ่งจะเชื่อมต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบังเป็นเส้นทางต่อไป เพื่อใช้ขนส่งสินค้าจากมณฑลยูนานออกสู่ทะเล จะส่งผลถึงโครงการก่อสร้างท่าเรือปากบารา จ.สตูล และท่าเรือสงขลา 2 มีความชัดเจนขึ้นด้วย |
|
|
|
|
|
#2134 |
|
Registered User
Join Date: Apr 2007
Location: Bangkok
Posts: 1,156
Likes (Received): 1
|
รถไฟไทย-จีน What took you so long !อ., ต.ค. 26, 2010
ผ่านสภาแล้วครับ กรอบการเจรจารถไฟไทย จีน ที่ประชุมของสภาร่วมได้ให้ความเห็นชอบแล้ว ระหว่างการอภิปรายมีคำถามและข้อท้วงติงมากมาย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาตามรูปแบบของรัฐสภาไทย และแน่นอนว่าที่ขาดไม่ได้ของการอภิปราย คือข้อกล่าวหาการรับสินบนมูลค่า ๕๐๐ ล้านบาท เสมือนกับว่า ถ้าไม่ได้พูดเรื่องอย่างนี้ การอภิปรายจะดูว่าจืดชืดเกินไป ไม่ต้องสนกันล่ะว่าใครจะเสียหายมากน้อยแค่ไหน เมื่อรัฐบาลมีกรอบการเจรจาอยู่ในมือ งานต่อไปคือเดินหน้าเจรจากับประเทศจีน ต้องคุยกันถึงขั้นตกลงกันให้ได้ว่าประเทศไทย ประเทศจีน จะร่วมมือกันอย่างไรในการพัฒนาระบบการเดินรถไฟของไทยให้ทันสมัย เมื่อได้พูดจาจนเกิดความเข้าใจที่ตรงกันแล้ว ต้องทำข้อตกลงที่เป็นลายลักษณ์อักษร ถือเป็นบันทึกกันลืมที่เราเรียกกันว่า MOU (Memorandum Of Understanding) ครับ รัฐธรรมนูญใหม่ของเราเคร่งครัดในเรื่องนี้ ก่อนที่รัฐบาลจะเริ่มเจรจาความกับประเทศใด ต้องนำกรอบการเจรจาให้สภาเห็นชอบก่อน แล้วถึงเริ่มเจรจาได้ เมื่อตกลงเป็นที่เรียบร้อย จะลงนามใน MOU ทันทีไม่ได้ ต้องนำร่าง MOU ส่งให้สภาดูอีกครั้ง สภาจะพิจารณาว่าฝ่ายบริหารได้เจรจานอกกรอบจากที่มอบให้หรือไม่ หรือ เจรจาแล้วดูท่าว่าประเทศอาจเสียเปรียบ สภามีสิทธิ์ไม่เห็นด้วยและไม่ให้ความเห็นชอบ MOU ก็ย่อมได้ ถ้าเกิดเหตุอย่างนั้น ฝ่ายบริหารต้องนำประเด็นกลับไปเจรจาใหม่ครับ สภาจะปิดประชุมสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ และจะเปิดอีกครั้งปลายเดือนมกราคมปีหน้า รัฐบาลคงจะเจรจาแล้วนำ MOU กลับมาให้สภาพิจารณาไม่ทันในสมัยประชุมครั้งนี้ ต้องรอต้นปีหน้า ถ้ามีการยุบสภา รัฐบาลใหม่ก็ต้องรับลูกต่อไป การเจรจาเพื่อให้ได้ MOU จะใช้เวลานานหรือไม่อย่างไร ตอบได้ว่าถ้ารัฐบาลมีความพร้อมและเตรียมตัวไว้ดี การเจรจาก็เป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินไปนัก ก่อนการเจรจารัฐบาลต้องทำความเข้าใจคู่เจรจาคือ จีน เหมือนกันว่าจีนคิดอะไรในใจ อาจเริ่มต้นโดยดูจากข้อตกลงที่จีนได้ลงนาม MOU ไว้แล้วกับลาวก็ได้ครับ ประเด็นสำคัญของข้อตกลง MOU ลาว จีน คือความร่วมมือในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ทั้งสองฝ่ายตกลงถือหุ้นฝ่ายละ ๕๐% ลาวใช้ที่ดินบนเส้นทางเดินรถไฟตีเป็นมูลค่าหุ้น ส่วนจีนรับผิดชอบส่วนที่เหลือ ขาดทุนหรือกำไร จากการบริหารโดยบริษัทร่วมทุน ผู้ถือหุ้นแบ่งตามสัดส่วนของการลงทุน ในกรณีนี้คือฝ่ายละครึ่ง ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ MOU ระหว่างไทยและจีน คงจะไม่เหมือน MOU ลาว จีน เพราะฐานะทางเศรษฐกิจของไทยและลาวต่างกันพอสมควร ในเบื้องต้นผมเชื่อว่าการตั้งบริษัทร่วมทุนเป็นแนวทางที่น่าสนใจ เป็นการมีข้อผูกพันที่ชัดเจน ผมอยากเห็นไทยถือหุ้นมากกว่าจีนเล็กน้อย ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล ส่วนเงินลงทุนค่าหุ้นน่าจะเป็นเงินสดด้วยกันทั้งสองฝ่าย มีความคล่องตัว ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องเสียเวลาประเมินทรัพย์สิน ประเด็นอื่นๆที่ต้องเจรจามีอีกมากครับ แต่เร็วเกินไปที่จะมาพูดคุยให้ฟังในขณะนี้ หลักคิดในการเจรจาคือต้องเป็นหุ้นส่วนกันอย่างแท้จริง ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ คู่เจรจาต้องไม่คิดว่าจะเจรจาให้ได้เปรียบ แต่ต้องยึดหลักว่าถ้างานนี้สำเร็จ ถ้าได้ก็ได้ด้วยกันและถ้าเสียหาย โครงการขาดทุนก็ช่วยกันแบ่งรับภาระ การเจรจากรอบความร่วมมือในครั้งนี้จะเน้นไปในเรื่องของรูปแบบการลงทุนเพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนไทย-จีน หลังจากนั้นจะเป็นเรื่องของที่มาของแหล่งเงินทุน และเงินที่ต้องกู้มาเพื่อใช้ในการบริหารและการก่อสร้าง รวมถึงเรื่องของสิทธิในการเดินรถไฟและระยะเวลา เรื่องของเส้นทางคงจะต้องนำผลการศึกษาเบื้องต้น ( Feasibility Study ) ซึงจะมีการดำเนินการทันที มาประกอบในการพิจารณา แต่เชื่อว่าระยะแรกหนีไม่พ้น หนองคาย-กทม. ความสำคัญของการรถไฟไทย การมีส่วนร่วมโดยเฉพาะการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัทไทย-จีนใหม่ไปยังการรถไฟไทย รวมทั้งแนวคิดของการให้บริการที่เสริมประโยชน์ของกันและกันในทางธุรกิจ เป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้เป็นอันขาด ผู้ที่ควรมีส่วนเกี่ยวข้องในการเจรจาครั้งนี้คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงต่างประเทศ และฝ่ายความมั่นคง งานนี้เกี่ยวข้องหลายกระทรวง ไม่ใช่เพียงกระทรวงหนึ่งกระทรวงใด ดูแล้วการเจรจาครั้งนี้คงไม่ใช่เรื่องง่ายนักแต่ไม่น่าจะเกินความสามารถของรัฐบาล เรื่องการเจรจาคงจะคุยให้ฟังในเบื้องต้นได้เท่านี้ครับ อยากจะเล่าที่มาที่ไปของโครงการรถไฟไทย จีน ซักเล็กน้อย มีหลายท่านที่สงสัยว่าอยู่ดีๆโครงการนี้โผล่มาได้อย่างไร ขอเริ่มจากช่วงที่ผมรับผิดชอบงานเป็นรองนายกฯดูแลเรื่องเศรษฐกิจ ผมเดินทางไปเมืองจีนกับท่านนายกฯกลางปี ๒๕๕๒ ได้พบและได้หารือราชการกับรัฐมนตรีรถไฟของจีน วันนั้นผมทำหน้าที่แทนท่านรองฯสุเทพ (ท่านรองฯสุเทพคุมกระทรวงคมนาคม) ได้หารือกันหลายเรื่องแต่ไม่ปรากฏว่ามีการสานต่อที่ชัดเจน ผมเองก็เปลี่ยนหน้าที่ความรับผิดชอบมาเป็นเลขาธิการนายกฯ ช่วงกลางปีที่ผ่านมาทราบว่าท่านรองนายกฯสุเทพจะไปจีน จะไปคุยเรื่องรถไฟต่อจากที่ผมคุยไว้ (ผ่านมาเกือบปี) ผมจึงเรียนท่านรองฯสุเทพให้ลองเจรจาเรื่องการต่อเชื่อมเส้นทางที่จีนกำลังจะสร้างจากคุนหมิงมาถึงเวียงจันทน์ ว่าจีนสนใจไหมถ้าเราพร้อมให้มีการต่อเชื่อมลงไปถึงประเทศมาเลเซีย ท่านรองนายกฯถูกอกถูกใจและบอกว่าจะพยายามเจรจาอย่างเต็มที่ ท่านรองนายกฯสุเทพกลับจากจีน รีบนำเรื่องเข้าครม. รายงานความสำเร็จของการเจรจาและขอให้เป็นมติครม. มอบให้ผมเป็นประธานคณะกรรมการเพื่อเจรจากับประเทศจีน ผมตั้งตัวไม่ติดเหมือนกัน แต่ก็รับปากว่าจะรับทำหน้าที่เฉพาะช่วงของการเจรจาความร่วมมือเท่านั้น ฝ่ายของรัฐบาลจีนพอทราบว่าคณะรัฐมนตรีของท่านนายกอภิสิทธิ์ได้ให้ความเห็นชอบในแนวความคิด ได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่มาไทยในทันที เป็นทีมเดียวกับที่ได้เจรจากับประเทศลาวครับ หลังจากนั้นได้มีการหารือกับคณะของผมสามครั้ง ทั้งที่เป็นทางการและอย่างไม่เป็นทางการ การพูดคุยเบื้องต้นทำให้ได้กรอบการเจรจานำเข้าสภาแบบที่ทราบกันอยู่แล้ว แนวทางการพัฒนาประเทศของจีนน่าสนใจครับ ถ้าวิเคราะห์ให้ดีแล้วจะเห็นว่าจีนคิดและทำงานอย่างเป็นระบบ คงจะต้องหมุนเทปม้วนนี้กลับไปเริ่มในปีที่จีนเข้าครอบครองเกาะฮ่องกง วันนั้นโลกเริ่มเข้าใจในแนวความคิดของจีนมากขึ้นว่า จีนพร้อมที่จะเดินหน้าระบอบการเมืองของจีนให้สามารถอยู่ร่วมกับระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมได้ จีนทุ่มเงินเพื่อพัฒนาประเทศเป็นขั้นเป็นตอน สร้างถนน สร้างเมือง สร้างระบบขนส่งแบบราง เริ่มดำเนินการเป็นระยะๆ ทุก ๑๐-๑๕ ปี เป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายความเจริญออกไปสู่ชนบท จีนเริ่มต้นด้วยการสร้างเส้นทางคมนาคมส่วนที่เป็นถนน จำได้ว่าในขณะนั้นนักวิเคราะห์หลายสำนักพูดเยาะเย้ยว่า จีนสร้างถนนใหญ่โตสำหรับแค่ให้รถจักรยานวิ่ง วันนี้ถนนที่ว่าใหญ่โตดูว่าจะไม่พอรองรับจำนวนรถที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิดมาก่อน ต่อมาจีนเริ่มสร้างเมืองครับ เปรียบกันไปไกลและไม่ผิดนักที่จะบอกว่า ประเทศจีนมีเมืองขนาดใหญ่เท่าชิคาโกของสหรัฐเกิดขึ้นในประเทศจีนเดือนละ ๑ เมือง อีกครั้งที่คนเริ่มนินทาว่าอีกไม่นานเมืองเหล่านี้จะเป็นเมืองร้าง คงต้องรอดูกันต่อไป ช่วงนี้จีนสร้างทางรถไฟครับ ครอบคลุมทั้งประเทศ จีนต้องการนำความเจริญจากเมืองใหญ่ไปสู่ชนบทและไม่มีวิธีไหนจะดีไปกว่าการคมนาคมโดยระบบราง รถไฟของจีนเป็นรถไฟที่ทันสมัย ใช้หัวรถขบวนเป็นระบบไฟฟ้า สอาดและประหยัดพลังงาน ถ้าขนส่งสินค้าก็จะวิ่งด้วยความเร็ว ๑๒๐ กม/ชม ขนส่งผู้โดยสารความเร็วจะได้ถึง ๒๐๐ กม/ชม ส่วนรถไฟที่มีหัวขบวนคล้ายหัวจรวดที่เรียกว่า bullet train นั้น วิ่งเร็วเกินกว่า ๓๐๐ กม/ชม การขนส่งทางรางระบบแบบนี้แหละครับที่รัฐบาลไทยจะเริ่มเจรจาและนำมาใช้ในประเทศเรา หนองคายผ่านกรุงเทพฯถึงปะดังเบซาร์จะเป็นระบบรางแบบความเร็วสูงปกติคือ ๒๐๐ กม/ชม ส่วนเส้นกทม.- ระยอง คุ้มค่าที่จะเป็น bullet train ก็น่าทำ แต่ถ้าคิดว่าวิ่งแค่ ๒๐๐ กม/ชม พอแล้ว ค่าโดยสารจะได้ถูก เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องตัดสินใจต่อไป พอจะมองภาพออกแล้วนะครับ เส้นทางรถไฟจากคุนหมิง มาเวียงจันทร์ ข้ามสะพานแม่น้ำโขง สถานีแรก หนองคาย-อุดรธานี-ขอนแก่น-โคราช-กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ไปจบที่สิงค์โปร์ ประเทศไทยจะได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะขบวนรถไฟขบวนนี้วิ่งผ่านพื้นที่ของเรากว่า ๑,๖๐๐ กม. นักท่องเที่ยวผู้โดยสารแวะลงสถานีไหน จังหวัดไหน สร้างงานสร้างรายได้ให้จังหวัดนั้นๆ อย่างแน่นอน ขบวนสินค้าวิ่งผ่านจังหวัดใดสินค้าของจังหวัดนั้นจะมีช่องทางระบายออกสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมถึงออกอาการทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ที่อาจทำให้โครงการนี้ล่าช้าออกไป เสียดายโอกาสของประเทศครับ http://www.korbsak.com/2010/10/%e0%b...8%b5%e0%b8%99/
__________________
คนไทยรักกัน |
|
|
|
|
|
#2135 |
|
Registered User
Join Date: Sep 2010
Location: เกาะแก้วพิสดาร
Posts: 2,972
Likes (Received): 343
|
![]() น่าสงสารประเทศไทย |
|
|
|
|
|
#2136 |
|
Registered User
Join Date: Jan 2009
Posts: 354
Likes (Received): 4
|
![]() สภาฯเห็นชอบร่างรถไฟไทย-จีน แบบนี้โอกาสที่โครงการจะเป็นจริง 100 % อะป่าว ผมหละคนนึงที่อยากเห็นโครงการนี้เกิดขึ้นโดยเร็ว (แต่ต้องโปร่งใสด้วยนะ)กลัวอย่างเดียว นักการเมืองทั้งในและนอกสภา สส. สว. บางตัว !!!! นี่แหละจะทำให้โครงการล่มซะก่อน |
|
|
|
|
|
#2137 |
|
Registered User
Join Date: Jan 2010
Location: Nonthaburi
Posts: 273
Likes (Received): 13
|
อ่านที่คุณกอร์ปศักดิ์เขียนในบล๊อกก็เข้าใจมากขึ้นครับ
ความเห็นผมมองว่า การพัฒนาขนส่งระบบรางบ้านเราจะหวังพึ่ง รฟท. แต่เพียงอย่างเดียวก็คงลำบาก ถ้าได้จีนเข้ามาช่วยมันก็ดี กลัวเสียแต่ว่ารางมาตรฐานถ้าพัฒนาในเส้นทางเดิมมันจะทับซ้อนกับระบบราง 1 เมตรที่เรามีอยู่แล้ว ซึ่งด้วยเส้นทางเดิม ระบบรางอันนี้จะสามารถวิ่งได้ความเร็วสูงมากๆ ได้จริงๆ หรือเปล่าผมก็ยังสงสัยอยู่ ถ้ามันออกมาแบบความเร็วกลางๆ สุดท้ายไม่แน่ว่า ราง 1 เมตรเดิมของเราอาจจะถูกทดแทนด้วยรางมาตราฐานทั้งหมด เพราะมันแทบจะแข่งไม่ได้เลยในระยะยาว วิ่งก็วิ่งเส้นทางเดียวกัน เข้าสถานีที่อยู่ติดๆ กัน ความเร็วก็น้อยกว่า (อาจจะนิดหน่อย) เชื่อมต่อไปจีนก็ไม่ได้ ผมเลยเดาว่านี่อาจจะเป็น hidden agenda ของจีนก็ได้ที่จะพยายามทดแทนระบบราง 1 เมตรในแถบนี้ให้หมด เพื่อตนจะได้ส่งออกเทคโนโลยีระบบรถไฟต่างๆ ได้ระบายสินค้าได้คลอบคลุมขึ้น รวมถึงขยายขอบเขตธุรกิจขนส่งของตนด้วย แต่ถ้าจะเป็นประโยชน์กับเรามากที่สุด ความเห็นผม น่าจะเป็นระบบรางมาตรฐานที่แยกมาจากเส้นทางเดิม เพื่อที่จะพัฒนาให้เป็นรถไฟความเร็วสูงจริงๆ ต่อไป ซึ่งสุดท้ายเราก็จะมีระบบรางสองระบบคือราง 1 เมตรเป็นรถไฟธรรมดาเน้นขนสินค้าเป็นหลัก และราง 1.4 เป็นระบบ high-speed จริงๆ ที่เน้นไปที่ผู้โดยสารเป็นหลัก ถ้ามาแนวนี้จีนอาจจะได้ประโยชน์น้อยลง โดยเราอาจจะต้องลงทุนเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สัดส่วนบริหารในบริษัทร่วมทุนยังคงได้อยู่ แต่ก็นั่นแหละ ด้วยงบประมาณและข้อจำกัดต่างๆ น่าจะเกิดได้ยาก |
|
|
|
|
|
#2138 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,516
Likes (Received): 345
|
วันนี้ขายชาติเรียบร้อย
สมัยก่อนกอบสากเป็นหนึงในพวกค้านไม่ให้สร้างรถไฟจากเชียงราย ไปทะลุจีน บอกจะทำให้สินค้าจีนทะลักเข้าไทย |
|
|
|
|
|
#2139 |
|
Liberty, Equality, Frate
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,516
Likes (Received): 345
|
Parliament okays basis for rail talks
THE NATION Published on October 27, 2010 The framework on Thailand-China negotiations over the development of the joint train system was approved in Parliament yesterday. Transport Minister Sophon Saram said 295 parliamentarians voted for the framework, 10 were against it, 61 abstained and 21 did not cast their vote. The ministry will have the committee overseeing the project talk to China about the matter. The Finance Ministry will also do an investment study and hold a public hearing on the project. Sophon said the negotiations should be wrapped up by the middle of next year. He said the talks would focus first on which routes should be set up before they go into investment details, which would definitely be on a government-to-government basis. The two countries need to talk about how much is contributed by each side and the sources of the funds. Sophon said China was expected to send representatives to talk with the Thai side soon. Negotiations will take place at both ministerial and staff levels and focus on the joint development of five routes: Bangkok-Nong Khai, Bangkok-Rayong, Bangkok-Padang Besar, Bangkok-Ubon Ratchathani and Bangkok-Chiang Mai. In August, Sophon and the ministry's management team visited China to study the train systems in Beijing and Kunming. It was at that time that the ministry's permanent secretary Suphoth Sublom said China was interested in investing in a high-speed train for the Bangkok-Nong Khai route, which could be connected to the Kunming-Vientiane route. Kunming is the capital of Yunnan province, which borders Laos. Construction of the 400-kilometre Kunming-Vientiane route will begin next year and should be completed in four years, while work on the 580km Bangkok-Nong Khai route should begin in 2012 and be ready in four and a half years. |
|
|
|
|
|
#2140 |
|
Vision Thailand
Join Date: Jun 2007
Posts: 3,190
Likes (Received): 172
|
-ที่ออกมาจากสภาแค่กรอบการเจรจาครับ แล้วต่อให้เจรจากันลงตัวถ้ายังไม่ได้สร้างก็เท่านั้นครับ
-ถ้ารถของจีนมันHighspeedจริงๆ สร้างบนเขตทางรถไฟไม่มีปัญหาหรอกครับ เขตทางรถไฟค่อนข้างกว้าง ประมาณ80เมตร ทำทางคู่Highspeedได้สบายๆ ทุกวันนี้รถไฟทางคู่ก็ใช้กันแค่สิบกว่าเมตรเอง -ประเด็นที่ผมหวังคือถ้าจะทำจริงๆควรจะให้ฝั่งไทยถือหุ้นเกินร้อยละ51 ไม่เช่นนั้นอาจจะลำบากในภายหลัง -ในกรณีที่ทำจริงๆไม่ขายฝัน 8แสนล้าน กับระยะทาง3,133กิโลเมตรตกกิโลละไม่ถึง300ล้าน ยังไงไม่มีทางพอ ราคาปกติที่ผมเห็นตั้งกันทั้งเวียดนามและที่อื่นเกินกิโลละ500ล้านทั้งนั้น อีกทั้งทางรถไฟในหลายๆเมืองต้องทำทางยกระดับ ระยะทางยาว เช่นขอนแก่น ที่ทางรถไฟค่อนข้างใกล้กับถนนมิตรภาพ ทำให้ถนนที่เข้าเมืองขอนแก่นที่ตัดกับทางรถไฟไม่สามารถทางทางข้ามทางรถไฟได้ ก็จะทำให้แพงขึ้นไปอีก ยังมีกรณีแบบนี้อีกหลายเมือง ทั้งเมืองระดับจังหวัดและอำเภอ อีกทั้งยังต้องเจาะอุโมงค์อีกมาก ส่วนที่บอกว่าจะทำsingle trackลืมไปได้เลย ยังไม่มีใครตอบผมได้ว่ามีที่ไหนวิ่งHSTด้วยsingle trackได้ -ถ้าจะมีHSTแล้ว ควรจะเพิ่มงบปรับปรุงราง1เมตรให้มากกว่า1.7แสนล้าน โดยเพิ่มงบไปRehabราง1เมตร ให้เป็นราง100-120ปอนด์ทั่วประเทศ มีHSTแล้วไม่จำเป็นต้องทางทำงคู่ทั่วประเทศ แต่ทำช่วงที่เห็นว่าจำเป็นให้เสร็จ ส่วนทางเดี่ยวที่เหลือควรใช้วิธีสร้างทางคู่แบบLong loopเป็นระยะ เพื่อให้สามารถเดินรถท้องถิ่นได้สะดวก เป็นการเชื่อมสถานีท้องถิ่น กับสถานีหลักของHSTได้อย่างสะดวก สุดท้ายนี้หวังว่าโครงการดังกล่าวจะไม่เงียบหายไปเฉยๆ |
|
|
|
![]() |
| Tags |
| high speed, railway, t-rex, thailand highspeed trains, thailand railway express, train, transport |
| Thread Tools | |
| Display Modes | |
|
|