daily menu » rate the banner | guess the city | one on oneforums map | privacy policy | DMCA | news magazine

Retroceder   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation



Respuesta

 
Herramientas
Antiguo 31-08-2009, 11:28:33   #1
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
Avatar de napoleon
 
Fecha de Ingreso: Apr 2006
Mensajes: 54.249
Likes (Received): 1492

Chiang Mai | National Observatory

http://www.narit.or.th/en/



Thailand: Chiang Mai City




The National Observatory is the main facility of the National Astronomical Research Institute of Thailand, located at the very top of the highest mountain (Doi Inthanon) in the Province of Chiang Mai, which is also renowned for the superb climate and tourist attraction. At 2,457 meters above the mean sea level, the observatory has superb seeing conditions suitable for advanced research in Astronomy and Astrophysics. The Observatory houses a 2.4-meter reflecting telescope with an alt-azimuth drive system. This system has been synchronized with automatic control of the dome structure. The observatory will therefore play a significant role in supporting cutting edge research and international collaboration. .

The Observatory is now under construction and expected to be completed in 2011.



Optical Telescopes and Detectors Available

1.A 2.4 –meter RC automatic Telescope (2009)

2.A 0.5-meter Schmidt-Cassegrain Robotic Telescope (2009)

3.A 2kx2k CCD Photometer with BVRI filter system (2009)

4.A 4kx4k CCD Photometer with BVRI filter system (2009)

5.A high Resolution Echelle Spectrograph (2010)


Provincial Observatory

In addition to the main National Observatory at Doi Inthanon, NARIT has been committed to establish 5 more provincial observatories scattered through the five geographical zones of the country. These observatories, though modest in scale comparing to the main National Observatory, will allow the public in the areas and nearby districts to gain better access to information in astronomy and space technology. Consequently, this will strengthen the infrastructure of the nation’s capacity in astronomy and space technology and will contribute to capacity building in education and even research in the field in the long run. It is speculated that through these provincial observatories, collaboration and cooperation between the well established in big cities and the rural ones will substantialize.

The five provincial observatories will be situated in Nakorn Ratchasima, Khon Kaen, Chachoengsao, Pitsanuloke and Songkla, representing the lower north eastern, the upper north eastern, the eastern, the lower northern and the southern parts of Thailand respectively. Each of the so-mentioned observatory is equipped with a 0.5 meter telescope, a CCD camera, a spectrograph. Most of them are expected to operate in their full form not later than 2015.

The already existing observatory in the North, Sirindhorn Observatory, became a network of NARIT observatories in early 2009.




Chachoengsao | Eastern Regional Observatory http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=958018

Nakhon Ratchasima | Northeastern Regional Observatory http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=958014

Khonkaen | Northeastern Regional Observatory http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?p=50715211

Phitsanulok | Lower Northern Regional Observatory http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?p=85342239

Songkhla | Southern Regional Observatory http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?p=50714547

Última edición por napoleon fecha: 03-03-2014 a las 11:19:59
napoleon no está en línea   Responder Con Cita

Sponsored Links
 
Antiguo 31-08-2009, 11:32:35   #2
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
Avatar de napoleon
 
Fecha de Ingreso: Apr 2006
Mensajes: 54.249
Likes (Received): 1492

New Model 2010










National Astronomical Research Institute of Thailand (NARIT)


http://www.narit.or.th/


National Observatory

Location: Doi Intanon, Amphur Jom Thong, Chingmai Province.
Latitude 18 ํ 35' 17" N
Longitude 98 ํ 29' 57" E
Altitude 2,550 meters above sea level


The National Observatory is located at the highest spot in Thailand. As 2,550 meters above the mean sea level, the observatory has superb seeing conditions suitable for advanced research in Astronomy and Astrophysics. The automated telescope with 2.4 meters clear aperture, single mirror type, will be one of the largest and most advanced telescopes located within Asia. Together with robotic capability as well as a range of state – of – the – art instruments, the observatory will therefore play a significant role in supporting cutting edge research and international collaborations.

Information Technology and Training Centre

The information technology and training centre is located at the Headquaters of Doi Intanon National Park. The centre will provide information and a learning experience in astronomy for the public, the facilities for the remote operations of the National Observatory, a telescope maintenance workshop and accommodation for astronomers.


















กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผย เตรียมหาพื้นที่ตั้งหอดูดาวแห่งชาติใหม่ เล็งพท.ทีโอที มั่นใจไม่กระทบสิ่งแวดล้อม

ที่มา : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ (21/4/2008)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผย เตรียมหาพื้นที่ตั้งหอดูดาวแห่งชาติใหม่ ระบุ พื้นที่ของบริษัททีโอทีมีความเหมาะสม มั่นใจไม่กระทบสิ่งแวดล้อม


นายบุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติ ที่หน่วยพิทักษ์ยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ภายหลังจากที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งให้ทบทวนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของสถานที่ดังกล่าว รวมถึงมีกระแสต่อต้านจำนวนมาก ดังนั้น คณะกรรมการบริหารโครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติได้มีมติจัดหาสถานที่ตั้งหอดูดาวแห่งชาติใหม่ โดยเลือกที่บริเวณสถานีทวนสัญญาณของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เนื่องจากเป็นสถานที่ที่เหมาะสม ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นพื้นที่ที่นำมาใช้ประโยชน์ด้านเครือข่ายโทรศัพท์อยู่แล้ว ทั้งนี้ สถานที่ดังกล่าวยังอยู่ในพื้นที่ดอยอินทนนท์ ห่างจากสถานที่ตั้งเดิมเพียง 2 กิโลเมตร และมีระดับความสูงจากน้ำทะเล 2,400 เมตร ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานสากล นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบว่าจะไม่มีคลื่นสัญญาณจากเครือข่ายโทรศัพท์รบกวนการสังเกตการณ์ด้านดาราศาสตร์อย่างแน่นอน แต่หากมีคลื่นรบกวนจริงก็ได้มีระบบป้องกันสัญญาณอยู่แล้ว

ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานกับบริษัท ทีโอที เพื่อขออนุญาตใช้สถานที่ร่วมกัน ก่อนประสานกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อขอใช้สถานที่ดังกล่าวพร้อมยื่นขอยกเลิกการใช้สถานที่ตั้งเดิมกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และจะจัดทำรายงานอีไอเอฉบับใหม่ต่อไป ทั้งนี้ เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา และคาดว่าการติดตั้งหอดูดาวจะแล้วเสร็จ พร้อมใช้งานภายในปี 2552

Última edición por napoleon fecha: 25-11-2011 a las 15:19:53
napoleon no está en línea   Responder Con Cita
Antiguo 31-08-2009, 11:39:13   #3
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
Avatar de napoleon
 
Fecha de Ingreso: Apr 2006
Mensajes: 54.249
Likes (Received): 1492

National Observatory Training Centre


Location: Doi Intanon, Amphur Jom Thong, Chingmai Province.

http://www.narit.or.th/index.php?opt...273&Itemid=681


ศูนย์บริการข้อมูลสารสนเทศและฝึกอบรมทางดาราศาสตร์


1.ความเป็นมา

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2547 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีให้จัดตั้งสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาท สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในโอกาสฉลอง 200 ปีแห่งการพระราชสมภพในปี 2547 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในวโรกาสเจริญพระชนมายุครบปีพระราชสมภพ 80 พรรษาในปี พ.ศ.2550

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติมีภารกิจสำคัญอันหนึ่ง คือ การจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลสารสนเทศและฝึกอบรมทางดาราศาสตร์ เพื่อให้บริการนักดาราศาสตร์ได้ทำวิจัย และให้บริการวิชาการแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมหรือบุคคลทั่วไปที่สนใจ รวมถึงการจัดค่ายและฝึกอบรมทางดาราศาสตร์

ในปี พ.ศ.2549 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ใช้พื้นที่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ หลักกิโลเมตรที่ 31 (กม.31) ถนนจอมทอง-อินทนนท์ ในการก่อสร้างอาคารศูนย์บริการข้อมูลสารสนเทศและฝึกอบรมทางดาราศาสตร์ รวมถึงอาคารบ้านพักของนักดาราศาสตร์

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2550 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติได้ดำเนินการสร้างอาคารศูนย์บริการข้อมูลสารสนเทศและฝึกอบรมทางดาราศาสตร์ รวมถึงอาคารบ้านพักของนักดาราศาสตร์ และสร้างเสร็จทั้งหมดเมื่อเดือนกันยายน 2551 ใช้งบในการก่อสร้างจากเงินงบประมาณแผ่นดินจำนวน 14,926,400 บาท




2.สถานที่ตั้ง

ปัจจุบันศูนย์บริการข้อมูลสารสนเทศและฝึกอบรมทางดาราศาสตร์ และอาคารบ้านพักของนักดาราศาสตร์ตั้งอยู่ ณ บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ หลักกิโลเมตรที่ 31 (กม.31) ถนนจอมทอง-อินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่




3.ส่วนประกอบของอาคาร

3.1) อาคารศูนย์บริการข้อมูลสารสนเทศและฝึกอบรมทางดาราศาสตร์ มีทั้งหมด 3 ชั้น พื้นที่รวมทั้งอาคาร คือ 942 ตารางเมตร โดยชั้นที่ 1 และ 2 เป็นลักษณะสำนักงาน ประกอบด้วยห้องทำงาน ห้องของนักวิจัย ห้องรับรอง ห้องประชุม ห้องควบคุมกล้องโทรทรรศน์ ห้องเก็บของ ห้องเตรียมอาหาร และห้องน้ำ ส่วนชั้นบนสุดเป็นดาดฟ้าใช้สำหรับจัดกิจกรรมดูดาว

3.2) อาคารบ้านพัก มีทั้งหมด 2 ชั้น พื้นที่รวมทั้งอาคาร คือ 425 ตารางเมตร ประกอบด้วยห้องนอน 10 ห้อง ห้องพักผ่อน 2 ห้อง และห้องนอนยาม 1 ห้อง




4.บทบาทของศูนย์บริการข้อมูลสารสนเทศและฝึกอบรมดาราศาสตร์ (กม.31)

4.1)เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการให้บริการข้อมูลสารสนเทศทางดาราศาสตร์สำหรับประชาชน เนื่องจากในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาท่องเที่ยวธรรมชาติ ตั้งแคมป์พักแรม และทำกิจกรรมดูนก จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้บริการความรู้ทางดาราศาสตร์แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางดาราศาสตร์ได้อีกด้วย

4.2)เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการจัดค่ายฝึกอบรมทางดาราศาสตร์ เนื่องจากศูนย์บริการข้อมูลสารสนเทศและฝึกอบรมดาราศาสตร์ (กม.31) ตั้งอยู่บนดอยอินทนนท์ในตำแหน่งที่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก ทำให้มีบรรยากาศเบาบางลง ฝุ่นละออง หมอกควันและความชื้นในอากาศก็ลดปริมาณลงไป ประกอบกับที่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองใหญ่ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีสภาพท้องฟ้ามืดสนิทไม่มีแสงรบกวน ช่วยให้สังเกตการณ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น จึงเหมาะที่จะใช้เป็นสถานที่ในการจัดค่ายฝึกอบรมทางดาราศาสตร์สำรับครูอาจารย์และเยาวชนทั่วไปที่สนใจ

4.3)เพื่อใช้เป็นห้องควบคุมการทำงานของกล้องโทรทรรศน์ระยะไกล เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้สามารถควบคุมกล้องดูดาวให้หาวัตถุท้องฟ้า ถ่ายภาพ และระบบต่างๆทั้งหมดได้จากคอมพิวเตอร์ในระยะไกล ป็นการอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่เทคนิคฝ่ายควบคุมกล้อง และนักดาราศาสตร์ โดยไม่ต้องเดินทางขึ้นไปถึงหอดูดาว

4.4)เพื่อใช้เป็นโรงซ่อมบำรุงรักษากล้องโทรทรรศน์ เนื่องจากกล้องโทรทรรศน์ของหอดูดาวแห่งชาติ ประกอบด้วยหลายส่วน เช่น ระบบกระจก-เลนส์ ระบบกลไก-ไฟฟ้าต่างๆ ซึ่งระบบอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นชิ้นส่วนขนาดใหญ่ และมีโอกาสเสียหรือชำรุดได้บ่อยครั้ง จึงจำเป็นต้องมีโรงซ่อมบำรุงรักษากล้องโทรทรรศน์โดยเฉพาะ

4.5)เพื่อใช้เป็นที่พักของนักดาราศาสตร์ที่มาดำเนินการวิจัยเป็นการอำนวยความสะดวกแก่นักดาราศาสตร์ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศที่เดินทางมาทำงานวิจัยทางดาราศาสตร์ ณ ดอยอินทนนท์









Última edición por napoleon fecha: 31-08-2009 a las 11:49:42
napoleon no está en línea   Responder Con Cita
Antiguo 31-08-2009, 11:45:04   #4
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
Avatar de napoleon
 
Fecha de Ingreso: Apr 2006
Mensajes: 54.249
Likes (Received): 1492

More new 5 Regional Observatory






ครม.อนุมัติงบ460ล้าน ผุด5หอดูดาวภูมิภาค

วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2552 เวลา 16:57:33 น. มติชนออนไลน์


ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศุภรักษ์ ควรหา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติงบประมาณจำนวน 460 ล้านบาทเพื่อดำเนินโครงการหอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชน ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอมา โดยวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการประชาชนที่สนใจด้านดาราศาสตร์ ฝึกอบรมเทคนิคทางดาราศาสตร์ ให้บริการสารสนเทศด้านดาราศาสตร์แก่ผู้สนใจ ฯลฯ


ทั้งนี้ การก่อสร้างหอดูดาวภูมิภาคจะเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2552-2555 โดยก่อสร้าง 5 แห่ง ได้แก่ ภาคกลางและภาคตะวันออก ก่อสร้างที่จ.ฉะเชิงเทรา ภาคอีสานตอนใต้ก่อสร้างที่จ.นครราชสีมา ภาคใต้ก่อสร้างที่จ.สงขลา ภาคอีสานตอนบนก่อสร้างที่จ.ขอนแก่น และภาคเหนือก่อสร้างที่จ.พิษณุโลก


Chachoengsao City Observatory Project










ข้อมูลและรูปภาพ จาก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

ที่มา http://www.narit.or.th/index.php?opt...236&Itemid=659


.............


Korat City Observatory Project


สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ สร้างหอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนเป็นแห่งแรกของประเทศที่โคราช

กรมประชาสัมพันธ์ : 02 มิถุนายน 2552

สถาบัน วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ สร้างหอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนเป็นแห่งแรกของประเทศที่โคราช หวังให้เยาวชนเข้าถึงปรากฏการณ์ดาราศาสตร์บนท้องฟ้า

รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวภายหลังจากที่ได้รับอนุมัติงบประมาณจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ก่อสร้างหอดูดาวภูมิภาคจำนวน 5 จังหวัดภายใต้ งบประมาณ 460 ล้านบาท ว่า สดร. ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จัดตั้งหอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนศูนย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้พื้นที่ก่อสร้าง 25 ไร่ งบประมาณ 90 กว่าล้านบาท ซึ่งถือเป็นหอดูดาวภูมิภาคที่จะดำเนินการเสร็จเป็นแห่งแรกในประเทศ เพื่อเป็นอุทยานการเรียนรู้ให้เยาวชนในภูมิภาคเข้าถึงปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ บนท้องฟ้าได้ทั่วถึง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างออกแบบหอดูดาว การติดตั้งกล้องดูดาวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 50 เซนติเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนกรกฎาคม 2553 ทั้งนี้ ภายในหอดูดาวแห่งนี้จะเปรียบเสมือนท้องฟ้าจำลองขนาดเล็ก ซึ่งจะมีการจำลองปรากฏการณ์บนท้องฟ้า อาทิ จันทรุปราคา สุริยุปราคา การสังเกตดาวหางและดวงดาวต่างๆ อีกทั้ง ยังมีกิจกรรมวิชาการค่ายดาราศาสตร์ และที่สำคัญหอดูดาวภูมิภาคยังเชื่อมต่อเครือข่ายกับหอดูดาวแห่งชาติที่ดอย อินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร โดยจะเชื่อมโยงข้อมูลการดูดาวในระบบสุริยะ หรือการศึกษาด้านดาราศาสตร์เชิงลึกมายังหอดูดาวแห่งนี้

นอกจากนี้ ในปีนี้ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติยังเตรียมก่อสร้างหอดูดาวภูมิภาค ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ซึ่งจะเป็นพื้นที่ให้ชาวกรุงเทพฯ เข้าไปใช้บริการได้ใกล้ที่สุด ภายใต้พื้นที่ก่อสร้าง 35 ไร่ บริเวณวัดวังเย็น คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2553 ก่อนที่จะดำเนินการก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติภูมิภาค ที่จังหวัดสงขลา ขอนแก่น และพิษณุโลกต่อไป




ภาพโดย Orchid @ koratfarang.com


บ้านใหม่อบจ.โคราชสะดุด สมาชิกดึงดันให้ย้ายกลับที่เดิม

koratdaily 01 June, 2009 05:29:00




บ้านใหม่อบจ.โคราชสะดุด สมาชิกดึงดันให้ย้ายกลับที่เดิม

หลังออกแบบแล้วเสร็จ ที่ทำการใหม่ 'อบจ.โคราช' ตั้งใกล้สนามกีฬาซีเกมส์ กลุ่มส.จ. ที่ใช้สิทธิ์กรรมาธิการการที่ดินเพิ่งตื่น เสนอย้ายไปทำเลใหม่ ๑๖๐ ไร่ของสถาบันการเงิน อ้างคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และอนาคตหากขยับขยายต้องสูญงบประมาณมากขึ้น ยันบาทเดียวไม่ได้เก็งกำไร กว้านซื้อที่ดินสร้างบ้านจัดสรรรองรับความเจริญ

จาก แผนการก่อสร้างที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) นครราชสีมาแห่งใหม่ เนื่องจากที่ทำการในปัจจุบันมีความแออัดและคับแคบ ผู้บริหารชุดเดิม ที่มีนายวิทูร ชาติปฏิมาพงษ์ หรือแก้วด๊ะดาด เป็นนายกอบจ.นครราชสีมา ขณะนั้น จึงเห็นชอบให้จัดหาสถานที่ก่อสร้าง และ เลือกทำเลตำบลไชยมงคล เนื้อที่ ๖๐ ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของกรมทางหลวง ที่อนุญาตให้ใช้ที่ดินใกล้กับสวนสัตว์นครราชสีมา และพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินฯ บ้านโกรกเดือนห้า ซึ่งจะมีถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา ตอน ๑ ตัดผ่านพอดี แต่มีข้อแม้ว่าต้องดำเนินการก่อสร้างภายใน ๓ ปี ไม่ เช่นนั้นจะขอที่ดินบริเวณนี้คืน (ครบสัญญาในปี ๒๕๕๒) โดยมอบหมายให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.) เป็นผู้ออกแบบโครงสร้างอาคารทั้ง หมดเรียบร้อยแล้ว ด้วยค่าจ้าง ๕-๗ ล้านบาท


กระทั่งมาถึงสมัยการบริหารของ นพ.สำเริง แหยงกระโทก นายกอบจ.นครราชสีมาคนปัจจุบัน ก็ได้สานต่อนโยบายดังกล่าว แต่ก็เปลี่ยนจากทำเลเดิมมาที่ทำเลใหม่ คือบริเวณใกล้กับสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา(เคยใช้เป็นสถานที่เปิด-ปิด และแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ ๒๘ ที่จ.นครราชสีมา เป็นเจ้าภาพ) ด้านที่ติดกับถนนมิตร ภาพ ซึ่งอยู่ตรงด้านหลังสวนพฤกษชาติ ติดกับสนามกีฬาฟุตบอลเฉลิมพระเกียรติฯ มีพื้นที่ประมาณ ๕๗ ไร่ ๓ งาน ๒๐ ตารางวา และเป็นที่ดินของราชพัสดุ กรมธนารักษ์ ซึ่งได้ทำประชาพิจารณ์จากบุคลากรของอบจ.นครราชสีมา ๕๐๓ คน ด้วยวิธีส่งแบบสอบถามถึงความชอบและความตั้งใจว่า ต้องการให้อบจ.นครราชสีมาตั้งอยู่ที่ไหน ผลปรากฏว่า ร้อยละ ๗๔ ต้องการให้มีการ ก่อสร้างที่บริเวณใกล้สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ และร้อยละ ๒๕ ต้องการให้ก่อสร้างในทำเลเดิม

โดยทำเลใหม่ดังกล่าว ขณะนี้ได้รับการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินจากกรมธนารักษ์เรียบ ร้อยแล้ว และมีความคืบหน้ากล่าวคือ ขั้นตอนการออกแบบซึ่งว่าจ้างส่วนอาคารสถานที่ของมทส. ด้วยงบประมาณ ๑.๓ ล้านบาท (เป็นงบประมาณที่เสียค่าใช้จ่ายในการออกแบบเพิ่มเติม จากเดิมที่ว่าจ้างมทส.ออกแบบไว้แล้ว) เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยกำหนดเป็นอาคาร ๕ ชั้น รวมขนาดพื้นที่ใช้ สอยประมาณ ๑๓,๐๐๐ ตารางเมตร ด้วยรูปแบบ สถาปัตยกรรมทรงไทยประยุกต์ ที่สะท้อนความเป็นโคราชมากขึ้น แบ่งเป็น ชั้น ๑ พื้นที่บริการประชาชนทั่วไป หอจดหมายเหตุ อินเทอร์เน็ตชุมชน โถงจัดนิทรรศการ ประชาสัมพันธ์ และที่พักสำหรับผู้สื่อมวลชน, ชั้น ๒ สภา สำนักงานกิจการสภาที่ประชุมสภา และกรรมาธิการต่างๆ ของ สภา, ชั้น ๓-๔ สำนักงานของกองต่างๆ และชั้น ๕ ส่วนสำนักงานฝ่ายบริหาร ซึ่งเป็นทั้งห้องทำงานของนายกฯ รองนายกฯ และที่ปรึกษานายกฯ รวม ทั้งห้องประชุมขนาดใหญ่จุได้ประมาณ ๑๐๐ คน ตามที่ “โคราชรายวัน คนอีสาน” นำเสนอรายละเอียดต่อเนื่องไปแล้วนั้น

ที่ทำการอบจ.ใหม่สะดุดอีก


แต่ ก่อนที่จะนำโครงการนี้เสนอให้ฝ่ายนิติ บัญญัติในสภาอนุมัติงบประมาณการก่อสร้าง ๒๘๐ ล้านบาท ที่จะมาจาก ๑. เงินกู้กองทุนสะสมองค์การบริหารส่วนจังหวัด(กอส.) ที่มีเงินฝากปัจจุบัน ๖๗ ล้านบาท ซึ่งจะขอกู้ได้ ๖๗ ล้านบาท โดยไม่เสียดอกเบี้ย ตามอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารกรุงไทย ณ ปัจจุบันบวก ๕๐ สตางค์ ประมาณ ๑.๕ บาทต่อปี ซึ่งรวมเงินกู้จากกลุ่มนี้แล้วประมาณ ๑๒๔ ล้านบาท และ ๒. เงินกู้จากสถาบันการเงินของรัฐบาล โดยยึดระเบียบองค์การบริหารส่วนจังหวัด ตามที่ได้เชิญธนาคารของรัฐมาเสนอเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๐ โดยมีกองต่างๆ เข้าร่วมพิจารณา ด้วยเงื่อนไขเปรียบเทียบทุกธนาคาร ซึ่งที่ประชุมมีมติเลือกเงินกู้จากธนาคารออมสิน จำนวนเงินกู้แรก ๘๐ ล้านบาท ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีเงินฝากกับธนาคารออมสิน โดยต้องเสียดอกเบี้ย ๒.๑๕ บาทต่อปี และส่วนที่เกินอีกประมาณ ๕๗ ล้านบาท ต้อง เสียดอกเบี้ย ๒.๙๐ บาทต่อปี ทั้งนี้ แผน การกู้เงินดังกล่าวประมาณ ๒๗๐ ล้านบาท กำหนดระยะเวลาส่งคืนภายใน ๑๕ ปี โดยส่งคืนปีละประมาณ ๒๐-๒๕ ล้านบาท


ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า ฝ่ายสมาชิกสภาส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วย ให้มีการก่อสร้างที่ทำการแห่งใหม่ บริเวณสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ และพยายามผลักดันให้สร้างในทำเลซึ่งใกล้กับที่ตั้งของสวนสัตว์นครราชสีมา โดยนายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล ส.อบจ.อำเภอวังน้ำเขียว กำลังรวบรวมที่ดินบริเวณนี้เพื่อเก็งกำไร รวมทั้งมีรายงานข่าวด้วยว่า จะมีโครงการบ้านจัดสรรรองรับบุคลากรของอบจ. และความเจริญ หากที่ทำการแห่งใหม่ย้ายมาตั้ง

อ้างสวล.เสนอทำเลใหม่

“โคราช รายวัน คนอีสาน” สอบถามไปยัง นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล ส.อบจ. เขตอำเภอวังน้ำเขียว ได้รับการชี้แจงว่า คณะกรรมาธิการการที่ดิน พิจารณาในเรื่องความเหมาะสม ความสะดวก และสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ จึงเสนอที่ดินแปลงใหม่ข้างสวนสัตว์นครราชสีมา สำหรับก่อสร้างที่ทำการอบจ.นครราชสีมาแห่งใหม่ รวมทั้งอยากให้ส่วนงานต่างๆ เช่น ศูนย์อบจ., ศูนย์การช่าง และศูนย์การศึกษาอยู่พื้นที่เดียวกัน บนเนื้อที่ประมาณ ๑๐๐ ไร่ขึ้นไป ที่สำคัญคือที่ดินบริเวณใกล้กับสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ นอกจากจะไม่ใช่ที่ดินที่อบจ.นครราชสีมาเป็นเจ้าของแล้ว ส่วนหนึ่งของพื้นที่ต้องขออนุญาตจากกรมป่าไม้ด้วย รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นเสียงขึ้น-ลงของเครื่องบินเอฟ ๑๖ และกลัวว่าจะมีปัญหาเรื่องการย้ายต้นไม้ออกขณะทำการก่อสร้าง

ต่อ ข้อซักถามว่า เหตุไรจึงเพิ่งมานำเสนอที่ดินแปลงใหม่ซึ่งมีระยะทางค่อนข้างไกล ในขณะที่ดำเนินไปถึงขั้นตอนการออกแบบให้เหมาะสมกับที่ดินในบริเวณใกล้กับ สนามกีฬาเฉลิมพระ เกียรติฯ นายชุณห์ ตอบว่า จะใกล้หรือไกลไม่สำคัญเท่ากับปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่สำคัญที่มีความสะดวกในการขยับขยายพื้นที่ใช้สอย มาก กว่าที่ดินบริเวณใกล้กับสนามกีฬาเฉลิมพระ เกียรติฯ และขณะนี้คณะกรรมาธิการการที่ดินได้ลงไปดูพื้นที่แล้ว โดยสำรวจประมาณ ๓-๔ แปลงๆ ละประมาณ ๑๐๐ กว่าไร่ ซึ่งมีหลายคนเป็นเจ้า ของกรรมสิทธิ์ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดมากกว่านี้ เพราะกลัวในเรื่องการประเมินราคา ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการที่ดินได้วิเคราะห์กันแล้วว่า หน้าตาอบจ.นครราชสีมา ถ้าไปอาศัยที่ดินของราชพัสดุ และกรมป่าไม้ จะลำบากในการขยับ ขยายหรือการก่อสร้างในอนาคต ซึ่งจะทำให้ต้องสูญเสียงบประมาณเพิ่มมากขึ้น

ไม่ได้เก็งกำไรแม้แต่บาทเดียว

ส่วน กระแสข่าวที่ว่า มีผู้ต้องการผลักดันให้ย้ายสร้างในที่ดินแปลงใหม่ เพราะกำลังกว้านซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไร รวมทั้งการจะได้ประโยชน์กับโครงการบ้านจัดสรรนั้น นายชุณห์ในฐานะประธานกรรมาธิการการที่ดิน กล่าวว่า ไม่ขอพูดถึงบุคคลที่กล่าวหา และขอยืนยันว่า ตนไม่ได้ผลักดันเพื่อมาหากำไรแม้แต่บาทเดียว แต่มูลค่าของสิ่งแวดล้อมสำคัญกว่า

สถาบันการเงินเป็นเจ้าของ ๑๖๐ ไร่

ขณะ ที่นายธวัชชัย พยุงสุวรรณ หรือทนายแขก ในฐานะที่ปรึกษานายกอบจ.นครราชสีมา ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นคณะทำงานโครงการนี้ กล่าวว่า หลังจากที่นำแผนการดำเนินงานก่อสร้างที่ทำการอบจ.นครราชสีมาแห่งใหม่ เสนอให้กับที่ประชุมสภารับทราบแล้ว เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายนที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการที่ดิน สภาอบจ.นคร ราชสีมา ที่มีส.จ.ชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล เป็นประธาน ได้มีความเห็นให้ฝ่ายบริหารพิจารณาที่ดินอีกแปลงหนึ่งที่กำลังประกาศขาย บริเวณตำบลไชยมงคล ใกล้กับสวนสัตว์นครราชสีมา ติดถนนมิตร ภาพ เนื้อที่ประมาณ ๑๖๐ ไร่ ซึ่งเป็นของสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง และถัดจากที่ดินเดิม ๑ กิโลเมตร ในสมัยที่นายวิทูร ชาติปฏิมาพงษ์ อดีตนายกอบจ. นครราชสีมา ได้ลงนาม MOU กับกรมทาง หลวงไว้ และมาถึงสมัยนายกฯ สำเริง (แหยงกระโทก) ที่ดินบริเวณนี้ก็กำลังจะหมดสัญญา จึงได้ขอขยาย MOU ออกไปอีก ๑ ปี ซึ่งจะครบกำหนดในเดือนมีนาคม ๒๕๕๓ แต่ภายหลังปรากฏว่า ถนนวง แหวนรอบเมืองนครราชสีมา ตอน ๑ ตัดผ่าน และ กินพื้นที่เป็นจำนวนมาก ระหว่างนั้นนายกฯ สำเริง จำเป็นต้องสรรหาพื้นที่ใหม่ และมาได้ที่ดินบริเวณใกล้กับสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ จึงทำการประชาพิจารณ์กับบุคลากรของอบจ.นครราชสีมา กระทั่งเสียงส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ควรก่อสร้างในพื้นที่ที่ใกล้กับสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่ง ขณะนี้เรื่องที่ดินซึ่งเป็นของราชพัสดุ มีหนังสืออนุญาตเป็นโฉนดให้ใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณนี้อย่างถูกต้องแล้ว

ชูศักยภาพสนามกีฬาซีเกมส์

“แต่ คณะกรรมาธิการการที่ดินมองว่า ที่ดินแปลงแรกประมาณ ๖๐ ไร่ ซึ่งได้ลงนาม MOU ขอ ใช้ประโยชน์กับกรมทางหลวง มีปัญหาตามที่กล่าวมาแล้ว และที่ดินแปลงที่สองประมาณ ๕๗ ไร่ ๓ งาน ๒๐ ตารางวา ก็ไม่ใช่ของอบจ.นครราชสีมา จึงอยากเสนอให้อบจ.นครราชสีมา ซื้อที่ดินแปลงใหม่ดังกล่าวเป็นของอบจ.นครราชสีมาเอง ซึ่งฝ่ายบริหารก็รับฟัง และชั่งน้ำหนักถึงความเหมาะสม แต่อย่าลืมว่า ที่ดินแปลงที่สองได้ผ่านการทำประชาพิจารณ์จากบุคลากรกว่า ๕๐๐ คนไปแล้ว และที่สำคัญคือมีระยะทางห่างจากศาลากลางจังหวัดนครราชสีมาประมาณ ๘ กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งผมมองว่า การก่อสร้างที่ทำการแห่งใหม่ บน ที่ดินซึ่งใกล้กับสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ มีผลดีหลายประการคือ ๑. ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อที่ดิน และ ๒. โดยศักยภาพที่ใกล้กับสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ จะทำให้บุคลากร และประชาชนที่มาติดต่อราชการ เดินทางไป-มาสะดวก และมีความปลอดภัยในการเดินทางสำหรับบุคลากรที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์มาทำงาน รวมถึงนักเรียนทั้ง ๕๘ โรงเรียนในสังกัดอบจ.นครราชสีมา จะได้ใช้ประโยชน์ทางการกีฬากับสนามกีฬาเฉลิมพระ เกียรติฯ โดยเฉพาะนายกฯ สำเริง เป็นนายกสมาคมกีฬาจังหวัดนครราชสีมา และให้เงินสนับสนุนสมาคมฯ ปีละเกือบ ๑๐ ล้านบาท ยิ่งเป็นความเหมาะสมอย่างยิ่ง” นายธวัชชัยย้ำ

โผล่ต้องขออนุญาตกรมป่าไม้

ส่วน เรื่องที่คณะกรรมาธิการการที่ดิน ให้ ฝ่ายบริหารชี้แจงเรื่องการขออนุญาตกรมป่าไม้เพื่อขอใช้ประโยชน์ที่ดินด้วย นั้น นายธวัชชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า ในวันที่ ๒๘ พฤษภาคมนี้ ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมาธิการการที่ดิน ฝ่ายบริหารจะชี้แจงเรื่องการขออนุญาตกรมป่าไม้ เพราะที่ดินดังกล่าว นอกจากจะเป็นที่ดินของราชพัสดุแล้ว ยัง คาบเกี่ยวกับสวนพฤกษชาติของกรมป่าไม้ด้วย ซึ่ง ทางฝ่ายบริหารได้ดำเนินการ ยื่นเรื่องขออนุญาตใช้ประโยชน์กับจังหวัดเรียบร้อยแล้ว เพื่อส่งเรื่องไปที่กรมป่าไม้ คาดว่าในเร็วๆ นี้จะมีความชัดเจนในเรื่องนี้ เพราะเป็นการให้ความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานราชการกับหน่วยงานราชการ และขอยืนยันว่าไม่มีใครได้ประโยชน์แต่อย่างใด

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ “โคราชรายวัน คนอีสาน” จะติดตามนำมารายงานต่อไป.
napoleon no está en línea   Responder Con Cita
Antiguo 31-08-2009, 11:50:26   #5
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
Avatar de napoleon
 
Fecha de Ingreso: Apr 2006
Mensajes: 54.249
Likes (Received): 1492

World Observatory


http://www.thai2learn.com/doi/index.htm














napoleon no está en línea   Responder Con Cita
Antiguo 31-08-2009, 11:53:11   #6
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
Avatar de napoleon
 
Fecha de Ingreso: Apr 2006
Mensajes: 54.249
Likes (Received): 1492

Update !! หอดูดาวแห่งชาติ (National Observatory)

http://www.narit.or.th/index.php?opt...sk=view&id=233



ที่ตั้ง บริเวณสถานีทวนสัญญาณ ทีโอที (กม.44) ยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

ละติจูด 18 ํ 34' 21" เหนือ (N)

ลองจิจูด 98 ํ 29' 7 " ตะวันออก (E)

ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,457 เมตร



หอดูดาวแห่งชาติเป็นที่ตั้งของกล้องโทรทรรศน์ชนิดสะท้อนแสงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร พร้อมระบบฐาน แบบอัลต – อาซิมุท และระบบขับเคลื่อนกล้องอัตโนมัติ มีระบบโดมเคลื่อนที่อัตโนมัติอย่างสอดคล้องกับการเคลื่อนที่ของกล้องโทรทรรศน์ ซึ่งจะทำให้การสังเกตการณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ










napoleon no está en línea   Responder Con Cita
Antiguo 31-08-2009, 11:55:00   #7
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
Avatar de napoleon
 
Fecha de Ingreso: Apr 2006
Mensajes: 54.249
Likes (Received): 1492

เมื่อยอดดอยอินทนนท์มี"หอดูดาวแห่งชาติ"

18 มกราคม 2551

เรื่องโดย : อรรถพงษ์ ศักดิ์สงวนมนูญ สำนักข่าวประชาธรรม


เมื่อได้ยินโครงการของกระทรวงวิทยาศาสตร์ที่มีแนวคิดสร้างหอดูดาวแห่งชาติขึ้นบริเวณยอดดอยอินทนนท์ ณ จุดที่สูงที่สุดในประเทศไทยในระดับความสูง 2,500 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณป่าดิบเขาสูงหรือป่าเมฆแห่งเดียวในประเทศไทยแถบนี้กำลังเสื่อมสภาพลงทุกทีแล้ว โดยที่ไม่ต้องเหยียบยืนอยู่บริเวณจุดที่สูงที่สุดในประเทศตรงจุดนั้น ก็เหมือนสายลมได้พัดเอาแว่วเสียงของคำถามแห่งยุคสมัยหวนกลับมาอีกครั้ง

โครงการจัดสร้าง หอดูดาวแห่งชาติ กำเนิดขึ้นจากที่ประชุมคณบดีวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2545 โดยมีมติให้เสนอโครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ โดยมีภารกิจหลักคือการก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติที่ยอดดอยอินทนนท์ ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดำเนินการ

ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2547 เห็นชอบในหลักการ โดยในวันที่ 25 ก.ค.2549 สถาบันฯ ได้เซ็นสัญญากับบริษัท EOS Space System Ply Limited ประเทศออสเตรเลีย ทั้งนี้โครงการจัดตั้งหอดูดาวแห่งชาติ กำหนดสถานที่ตั้งบนพื้นที่ 240 ตารางเมตรของหน่วยพิทักษ์ยอดดอย อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตัวอาคารหอดูดาวมีความสูงจากพื้นดิน 11 เมตร กว้าง 9 เมตร และใช้งบประมาณทั้งสิ้น 312 ล้านบาทจากรัฐบาลในปี 2548-2549 งบประมาณจำนวนนี้จะถูกนำไปใช้ในการซื้อกล้องดูดาวที่มีมูลค่ากว่า 242 ล้านบาทจากประเทศออสเตรเลีย รวมไปถึงการก่อสร้างอาคารสาระสนเทศกระจายความรู้ และฝึกอบรมทางด้านดาราศาสตร์ ที่ปัจจุบันก่อสร้างเกือบจะแล้วเสร็จสมบูรณ์บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ และส่วนสุดท้ายเป็นการก่อสร้างตัวอาคารหอดูดาวที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันในเรื่องสถานที่ก่อสร้างกันอยู่ในเวลานี้

รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ความเป็นมาของโครงการการก่อสร้างหอดูดาวแห่งนี้ สืบเนื่องมาจากการประชุมของคณบดีคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยทั่วประเทศจำนวน 25 คน ในปี 2545 ต่อมาได้มีการเสนอโครงการไปที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาบริหารโดยมีโครงการ 2 โครงการก็คือ การก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติ และศูนย์บริการสารสนเทศอบรมในเรื่องดาราศาสตร์ซึ่งทั้ง 2 แห่งนี้จะก่อสร้างที่ยอดดอยอินทนนท์

รศ.บุญรักษา กล่าวต่อว่า วัตถุประสงค์ก็คือสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นศูนย์วิจัยทางดาราศาสตร์ ซึ่งตอนนี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมีคุณภาพที่ค่อนข้างต่ำ เราต้องการงานวิจัยเพื่อที่จะสร้างความยอมรับจากนานาประเทศ เพื่อดึงให้เยาวชนให้ความสนใจในศาสตร์นี้มากขึ้น และให้มีความตื่นตัวในแวดวงวิทยาศาสตร์ เพราะปัจจุบันปัญหาที่สำคัญของประเทศอย่างหนึ่งก็คือเยาวชน และบุคคลต่าง ๆ ให้ความสนใจในวิทยาศาสตร์น้อยมาก ฉะนั้นการสร้างความตื่นตัวทางดาราศาสตร์ก็จะไปทำให้ผู้คนที่สนใจวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้นนั้นเอง

สถานที่ที่จะก่อสร้างนั้นโดยหลักการแล้วพื้นที่นั้นจะต้องอยู่เหนือระดับเมฆ และเราได้ไปประเมินคุณภาพท้องฟ้าบนดอยอินทนนท์ผลออกมาคือเป็นที่ที่ดีมากๆ ส่วนสถานที่ที่เลือกบนยอดดอยนั้นก็เพราะว่าหอดูดาวจำเป็นที่จะตั้งอยู่บนที่สูง และบังเอิญว่าที่ที่ดีที่สุดในประเทศไทยที่จะก่อสร้างหอดูดาวนั้น กับตรงกับที่ที่ดีที่สุดทางสภาวะแวดล้อมของประเทศไทยเช่นเดียวกัน และบนยอดดอยอินทนนท์นั้นมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่จำเป็นอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว เราจึงเลือกที่จะมาก่อสร้างที่นี่ ถนนหนทาง สาธารณูปโภค ส่วนเหตุผลที่เราไม่เลือกดอยผ้าห่มปกเป็นสถานที่ในการก่อสร้างก็เพราะว่าเราต้องไปทำลายทรัพยากรธรรมชาติอีกมากมาย ต้องตัดต้นไม้อีกเยอะ ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าว

ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รอง ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ กล่าวยืนยันว่า ยอดดอยอินทนนท์ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 2,500 เมตร มีความเหมาะสมที่สุดในประเทศไทยที่จะใช้เพื่อการวิจัยและวิชาการทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจากมีสภาพอากาศเบาบาง และอยู่สูงกว่าฟ้าหลัวซึ่งเกิดขึ้นโดยทั่วไปในช่วงฤดูแล้งของพื้นที่ภาคเหนือตอนบน นอกจากนี้ยังปราศจากฝุ่นละอองและการรบกวนจากแสงจากชุมชน

ดร.ศรัณย์กล่าวต่อว่า สังคมได้ตั้งคำถามอย่างมากมายโดยเฉพาะผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ทางสถาบันฯ จึงคัดสรรระบบโดมและกล้องดูดาวที่มีความเหมาะสม ทั้งนี้อาคารหอดูดาวแห่งชาติ จะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 9 เมตร สูง 11 เมตร โดยตัวกล้องจะใช้การทำงาน และเคลื่อนที่ด้วยมอเตอร์ และระบบลูกปืนแทนระบบไฮโดรลิกซึ่งอาจมีการปนเปื้อนของคราบน้ำมัน ซึ่งขณะทำงานและเคลื่อนที่จะเกิดเสียงประมาณพัดลม 1 ตัวเท่านั้น จึงไม่รบกวนนกและสัตว์ป่าอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังได้วางมาตรการในการก่อสร้าง โดยมีแผนการขนส่งน้ำจากแหล่งน้ำแห่งอื่นไปใช้ในระหว่างก่อสร้าง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แม้พิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการก่อสร้างที่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านวิชาการในแวดวงดาราศาสตร์ รวมทั้งให้เกิดการตื่นตัวในการศึกษาของเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุนและส่งเสริม แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่ากรณีการกำหนดสถานที่ก่อสร้างบนยอดดอยอินทนนท์ ที่ระดับความสูงกว่า 2,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีลักษณะเป็นป่าเมฆแห่งเดียวของประเทศไทย ซึ่งอยู่ในสภาวะที่ใกล้ล้มละลายทางธรรมชาติเต็มที พืชพันธุ์หลายชนิดได้รับความเสียหาย ขณะที่ฝอยลมที่นักวิทยาศาสตร์ขนานนามว่าเป็นพืชตำรวจตรวจวัดสภาพความสะอาดเลือนหายไปจากพื้นที่ แหล่งน้ำธรรมชาติอย่างอ่างกาซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญที่เป็นตัวหล่อเลี้ยงชาว อ.จอมทอง และพื้นใกล้เคียงก็อยู่ในสภาพที่เสื่อมโทรมเต็มที แน่นอนว่าประเด็นเหล่านี้นำมาซึ่งการทักท้วงขององค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

นพ.รังสฤษดิ์ กาญจนวนิชย์ ประธานชมรมอนุรักษ์นกล้านนา กล่าวว่า บนยอดดอยอินททนนท์นั้นมีสภาพป่าที่เรียกว่าเป็นป่าเมฆ เป็นป่าที่มีระดับความสูงตั้งแต่ 2,500 เมตรจากระดับน้ำทะเลขึ้นไป ซึ่งตรงบริเวณนั้นเป็นระบบนิเวศน์ที่มีแห่งเดียวในประเทศไทย พืชพันธุ์ส่วนใหญ่บนยอดดอยอินทนนท์นั้นมีลักษณะเดียวกับเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งตอนนี้สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าฝอยลมที่เคยปรากฏยู่บนยอดดอยอินทนนท์ไม่มีอีกแล้ว ต้องไปหาดูในบริเวณหลังดอยที่ไกล ๆ สิ่งมีชีวิตตัวนี้เองที่เป็นตัวชี้วัดความสะอาดของอากาศบนยอดดอย มีความหลากหลายของระบบชีวภาพ นกบางชนิดไม่มีที่อื่นเลยปรากฏเห็นเฉพาะที่ดอยอินทนนท์ที่เดียว กลุ่มสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำบนยอดดอนก็มีลักษณะที่พิเศษมาก แมลงหลายชนิดก็มีปรากฏที่บริเวณนี้ที่เดียว

นพ.รังสฤษดิ์ กล่าวต่อว่า แม้โครงการนี้ระบุว่าในการก่อสร้างจะไม่มีการดำเนินการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อพิจารณาจากแบบแปลนในการก่อสร้างแล้ว จริงหรือเปล่าที่ไม่ต้องไปตัดไม้ใหญ่ เพราะว่าในพื้นที่นั้นจริงๆ แล้วต้นไม้ใหญ่ขึ้นเต็มไปหมด ทิวไม้ใหญ่ขึ้นบดบังบริเวณที่จะมีการก่อสร้าง และสำหรับข้อที่บอกว่าเมื่อสร้างไปแล้วนั้นจะใช้พื้นที่เพียงนิดเดียวแต่ว่าเมื่อเทียบกับพื้นที่แบบนี้ที่มีอยู่ทั้งประเทศในจำนวนน้อยมากแล้วนั้นมันเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ที่มีจำนวนน้อยอยู่แล้ว เท่าไหร่เพราะป่าที่อยู่สูงเกินกว่าระดับ 2,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลเช่นนี้มีอยู่ที่เดียวในประเทศไทย

พื้นที่อื่น ๆ ใกล้ ๆ และอยู่ต่ำลงไปกว่าบริเวณนี้นั้นก็มีความเหมาะสมที่จะทำการก่อสร้าง เช่น บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ที่จะอยู่ต่ำลงไป หรือว่าตรงบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงกับบริเวณพระเจดีย์ หรือแม้แต่ตรงบริเวณกิโลเมตรที่ 40 นพ.รังสฤษดิ์ กล่าว

นพ.รังสฤษดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในเวลานี้ป่าบนยอดดอยอินทนนท์กำลังป่วยหนัก คำถามก็คือเกิดอะไรขึ้นกับบนยอดดอยนั้น มอส เฟิร์นแห้งตายคาต้น มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดอย่างชัดเจน พื้นที่ต้นไม้แห้งตายคาต้นขยายวงกว้าง การขยายตัวของการใช้ที่ดินเป็นส่วนหนึ่งของการทำลายยอดดอย บนนั้นเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวมาก ป่าเมฆรับรู้การเปลี่ยนแปลงของสภาพบรรยากาศได้ก่อนที่อื่น ๆ ถ้าความร้อนสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย ฐานการก่อตัวของเมฆก็จะลอยสูงขึ้น เวลาร้อนขึ้นก็ขยับไปอีกอุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้น้ำในดินสูญเสีย การคายน้ำเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้นเราต้องหาทางชะลออาการป่วยของดอยอินทนนท์ไว้ทุกทาง

รศ.ดร.อุทิศ กุฎอินทร์ อดีตคณะบดีคณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวว่า จุดเด่นบนดอยอินทนนท์นั้นมีแห่งเดียว ไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นมากี่พันปีแล้วและเราก็ไม่มีทางที่จะสร้างให้มันเกิดขึ้นได้อีกครั้ง ในเมืองไทยไม่มีป่าแบบนี้หลงเหลืออยู่อีกแล้ว ป่าที่มีพันธุ์ไม้หลากหลายมีลักษณะพิเศษ เสียดายถ้าหากว่าจะถูกทำลายไป ดังนั้นคิดว่าถ้าหากหลีกเลี่ยงการก่อสร้างในบริเวณพื้นที่ตรงนั้นได้ก็จะเป็นการดี ปล่อยให้มันเป็นจุดเด่นของประเทศเราต่อไป

รศ.ดร.อุทิศ กล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมาสิ่งก่อสร้างที่เกิดขึ้นบนยอดดอยทำให้เราสูญเสียนกเงือกแดงที่เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ชี้วัดระดับความอุดมสมบูรณ์ไปแล้ว สัตว์ป่าบนดอยหายไปหมดแล้ว ช้างไม่มีสักตัว อีกทั้งบนยอดดอยนั้นพื้นที่รับน้ำนั้นมีน้อยมาก ซึ่งในพื้นที่ที่เป็นของทหารที่อยู่บนยอดดอยนั้นคิดว่าอีกไม่นานก็จะเจอกับปัญหาเรื่องน้ำเหมือน ๆ กัน เพราะว่าพื้นที่ที่เคยมีไว้สำหรับการรองรับน้ำกลายมาเป็นลานจอดรถ เป็นพื้นคอนกรีต เป็นค่ายทหารตรงนี้เราสูญเสียไปมากแล้วยิ่งถ้าเราไปสร้างเพิ่มเติมเสริมเข้าไปอีก สภาพธรรมชาติก็พัง และเมื่อมีการสร้างหอดูดาวก็จะมีคนเข้าไปเป็นจำนวนมาก มีการใช้พื้นที่ที่ดิน ใช้น้ำเพิ่มมากขึ้นเพราะปัจจุบันก็ใช้กันมากอยู่แล้ว

ในเรื่องพื้นที่ที่มีการก่อสร้าง ถ้าหากไปก่อสร้างตรงนั้นผมคิดว่าอย่างไรก็ตามจะต้องมีการสร้างอะไรต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ต้องมีการปรับปรุงกล้องให้ใหญ่ขึ้นและในเวลานั้นก็จะเป็นการทำลายพื้นที่ธรรมชาติเพิ่มขึ้นไปอีก ส่วนกระบวนการก่อสร้างที่จะเกิดขึ้น คิดว่าจะมีปัญหาเพราะต้องตอกเสาเข็มลงไปลึกถึง 21 เมตร คิดว่ายังไงบนยอดนั้นก็จะต้องเจอกับหินแน่ ๆ และถ้าหากมีการตอกลงไปในหิน แหล่งน้ำที่อ่างกาซึ่งเป็นบริเวณชุ่มน้ำที่สำคัญก็จะแห้งเหือดที่นี้ก็เดือดร้อนกันทั้งหมด อดีตคณะบดีคณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าท้ายที่สุดแล้วโครงการนี้จะออกมาในรูปใด เรายังคงมุ่งมั่นสร้างความเป็นเลิศด้านดาราศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์โดยไม่จำเป็นต้องแยแสกับทรัพยากรธรรมชาติ หรือจะเลือกสร้างความเจริญรุดหน้าควบคู่ไปกับการเคารพ พึ่งพาเกื้อกูลสิ่งแวดล้อมระบบนิเวศน์ตามข้อเสนอให้โครงการไปเลือกทำเลการก่อสร้างใหม่...ประชาชนทุกคนเท่านั้นคือผู้กำหนด.








บริเวณพื้นที่ที่จะมีการก่อสร้างบริเวณยอดดอยอินทนนท์





อุปกรณ์ทดลองความเหมาะสมการก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติบนยอดดอยอินทนนท์
napoleon no está en línea   Responder Con Cita
Antiguo 31-08-2009, 12:00:05   #8
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
Avatar de napoleon
 
Fecha de Ingreso: Apr 2006
Mensajes: 54.249
Likes (Received): 1492

พร้อมหาที่ใหม่หาก "หอดูดาวแห่งชาติ" กระทบสิ่งแวดล้อมดอยอินทนนท์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 มกราคม 2551 10:53 น.


จากกระแสคัดค้านการสร้าง "หอดูดาวแห่งชาติ" บนยอดดอยอินทนนท์ เนื่องจากวิตกว่าจะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตประจำถิ่นในป่าเมฆที่อาจได้รับความเสียหายอันเนื่องจำนวนคนที่จะขึ้นไปเยือนมากขึ้น ผอ.สถาบันดาราศาสตร์เผยหากการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมไม่ผ่านพร้อมย้ายที่ตั้ง

รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ซึ่งอยู่ในฐานะผู้รับผิดชอบการก่อสร้างหอดูดาว กล่าวว่าสถานที่ตั้งหอดูดาวเป็นมติของคณะรัฐมนตรีซึ่งทางสถาบันเพียงแต่ดำเนินการตามติ หากแต่ก็มีความจำเป็นที่ต้องสร้างหอดูดาวบนที่มีความสูงอย่างยอดดอยอินทนนท์ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 2,500 เมตรและเป็นความสูงเหนือระดับเมฆที่สูงเฉลี่ย 2,000 เมตร และเมืองไทยก็มีพื้นที่สูงระดับดังกล่าวจำกัด ทั้งนี้คาดว่าสภาพอากาศจะดียาวนาน 7-8 เดือนทำให้มีเวลาศึกษาท้องฟ้าได้มากขึ้น

นับแต่เริ่มโครงการสร้างหอดูดาว รศ.บุญรักษากล่าวว่าได้ทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอดและปัจจุบันสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำลังศึกษาผลกระทบและความเหมาะสมของสถานที่ตั้ง หากมีผลกระทบจริงๆ ก็คงต้องขยับสถานที่ตั้งไปยังสถานที่อื่นๆ โดยบริเวณกิ่วแม่ปานบนดอยอินทนนท์ซึ่งอยู่ใกล้ๆ บริเวณพระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล-นภพลภูมิสิริ เป็นอีกทางเลือกในการตั้งหอดูดาว แต่ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ชัดเจนว่าจะเป็นที่ไหน พร้อมระบุว่าเมื่อหอดูดาวพร้อมทำงานแล้วจะมีคนประจำอยู่แค่ 2-3 คน หากแต่เจ้าหน้าที่จำนวนมากจะอยู่บริเวณของสำนักงานที่ กม.31

ด้าน วิภู รุโจปการ นักศึกษาปริญญาเอกด้านดาราศาสตร์ฟิสิกส์อยู่ที่หอดูดาวสตีวาร์ด ภาควิชาดาราศาสตร์ มหาวิทยาลัยอริโซนา สหรัฐอเมริกา กล่าวถึงความกังวลว่าหากก่อสร้างหอดูดาวแล้วจะเป็นการดึงดูดให้มีคนขึ้นไปบนดอยอินทนนท์มากขึ้นทั้งการทัศนศึกษาของนักเรียนและนักดาราศาสตร์นั้น แท้จริงแล้วหอดูดาวไม่สามารถรองรับคนได้มากขนาดนั้น โดยใช้เจ้าหน้าที่เพียงไม่กี่คนประจำหอดูดาวและส่งข้อมูลผ่านสัญญาณไร้สายไปยังที่ต่างๆ ซึ่งหอดูดาวใหญ่ๆ ทั่วโลกก็เป็นเช่นนี้

ส่วนครูภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านดาราศาสตร์ จ.ฉะเชิงเทราอย่างนายวรวิทย์ ตันวุฒิบัณฑิต กรรมการบริหารสมาคมดาราศาสตร์ไทยกล่าวถึงความจำเป็นของหอดูดาวใหม่ว่าจะเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์และอวกาศสำหรับเยาวชนซึ่งเป็นวิชาบังคับเหมือนวิชาวิทยาศาสตร์อื่นๆ แล้ว ทั้งนี้ต่างประเทศเห็นเป็นเรื่องสำคัญมากและจัดเป็นสุดยอดวิชา และยังเชื่อว่าการก่อสร้างหอดูดาวครั้งนี้จะช่วยให้คนไทยลดความเชื่อที่งมงายต่อปรากฏการณ์บนท้องฟ้าได้ด้วย

ส่วนจำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีกล้องดูดาวเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5 เมตรที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย นายวรวิทย์กล่าวว่าควรสร้างขนาดใหญ่เลยเพื่อให้คุ้มค่าแก่การลงทุน อีกทั้งโอกาสก่อสร้างหอดูดาวก็เป็นเรื่องยาก ดังที่ ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการ สดร.ต้องผลักดันการสร้างหอดูดาวนานถึง 7-8 ปี และโดยส่วนตัวเชื่อว่าหอดูดาวจะไม่ทำให้เกิดเสียงดังจนนกแตกตื่นเพราะการดูดาวจำเป็นต้องใช้ทั้งความเงียบและความมืดเป็นทุนอยู่แล้ว

"ถ้าเราไม่สร้างในที่สูงสุดแล้วก็เสียตังค์เปล่า ซึ่งนาซา (องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ) ส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลออกไปนอกโลกก็เพราะเหตุผลนี้ เราต้องการเลี่ยงบรรยากาศโลกที่มีเมฆหมอกและลมมารบกวน ดร.ศรัณย์ ก็ได้ดูมาหลายรอบแล้ว มีการตรวจสอบ ไม่ใช่ว่าผมกับดร.ศรัณย์เป็นเพื่อนกันแล้วมาช่วยหรือมาปกป้องกันแต่เป็นเรื่องที่เราเป็นนักดาราศาสตร์ เราทำกันด้วยใจ" นายวรวิทย์กล่าว
napoleon no está en línea   Responder Con Cita
Antiguo 31-08-2009, 12:02:25   #9
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
Avatar de napoleon
 
Fecha de Ingreso: Apr 2006
Mensajes: 54.249
Likes (Received): 1492

ถามจริยธรรมนักวิชาการตัดต่อ EIA โครงการหอดูดาวเผชิญปัญหาใหม่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 มกราคม 2551 17:50 น.


ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ – โครงการหอดูดาวแห่งชาติ เผชิญกับปมใหม่ EIA ฉบับสมบูรณ์ที่ส่งให้ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม สผ.พิจารณา ตัดต่อข้อมูลอ้างอิง โดยตัดส่วนที่ไม่เป็นประโยชน์กับตัวเองออกไปซึ่งเป็นปัญหาคาบเกี่ยวกับจริยธรรมทางวิชาการ ขณะที่บริษัทที่ปรึกษาแจง เป็นข้อมูลที่ทางสถาบันฯ จัดส่งมาให้ ระบุ สผ.ตีกลับหลายประเด็น ต้องรื้อใหม่ ให้รอดู EIA ฉบับใหม่ก่อนจะโต้แย้ง เชื่อเป็นโครงการมีประโยชน์ผลกระทบไม่มาก

โครงการก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งกำหนดจะสร้างขึ้นที่ยอดดอยอินทนนท์ บริเวณหน่วยพิทักษ์ยอดดอย ซึ่งจะมีการติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.4 เมตร เพื่อประโยชน์ทางด้านการศึกษาวิจัยด้านดาราศาสตร์ของชาติ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA โดยได้จัดทำ EIA ฉบับสมบูรณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2550 ไปให้ คณะกรรมการผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม และอยู่ระหว่างการแก้ไขรายงานที่ถูกตีกลับมา 19 ประเด็น

ประเด็นปัญหาที่โครงการดังกล่าวถูกคัดค้านจากนักอนุรักษ์ เช่น ชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา และ ภาคีคนฮักเจียงใหม่ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ 1 เอ. อยู่บนจุดที่สูงที่สุดของดอยอินทนน์ซึ่งเริ่มมีความเสื่อมโทรมและอาจเกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยรวม นอกจากนั้นโครงการนี้ต้องผ่านด่านเงื่อนไขข้อกฎหมาย ที่ระบุว่า ต้องผ่านการพิจารณา EIA เสียก่อนเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำ 1 เอ ซึ่งได้มีข้อถกเถียงในทางวิชาการถึงประเด็นข้อดีข้อเสียอยู่ในเวลานี้

ล่าสุด “ผู้จัดการรายวัน” ได้ตรวจสอบพบประเด็นใหม่ จากเอกสารรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ฉบับสมบูรณ์ (พฤศจิกายน 2550) ซึ่งเป็นรายงานที่จัดส่งไปให้ คณะกรรมการผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมพิจารณา โดยพบว่า มีความบกพร่องของเอกสารตัวอย่างการติดตั้งกล้องทั่วทุกประเทศในโลก ในภาคผนวก ก-4 ชื่อเอกสารต้นฉบับ The World Largest Optical Telescope อ้างอิงมาจาก เว็บไซต์ http://astro.nineplanets.org/bigeyes.html

โดยพบว่า ข้อมูลการนำเสนอกล้องโทรทัศน์ขนาดใหญ่ของโลกดังกล่าว ไม่ตรงกับต้นฉบับโดยได้ตัดส่วนนำเสนอหอดูดาวซึ่งมีพิกัดความสูงต่ำกว่า 2,400 เมตรออกไปทั้งหมด เพราะรายงานการศึกษาพยายามชี้ว่า การสร้างหอดูดาวควรสูงกว่า 2,400 เมตร ซึ่งมีเพียงจุดเดียวเท่านั้นคือที่ดอยอินทนนท์

เมื่อพิจารณาจากรายงานการศึกษา บทที่ 1 เรื่องความเหมาะสมด้านกายภาพ (หน้า 1-4) ที่ระบุอย่างชัดเจน ว่า “การตรวจสอบหอดูดาวของทั่วทุกประเทศในโลก พบว่า จะดำเนินการติดตั้งหอดูดาวที่ระดับความสูงไม่น้อยกว่า 2,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล (ม.รทก.) และในประเทศไทยมีเพียงยอดดอยอินทนนท์ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 2,565 เมตร ทำให้การติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ที่ระดับความสูง 2,565 ม.รทก.ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของประเทศไทยมีความจำเป็นและเหมาะสมที่สุด ทั้งนี้ ได้แนบเอกสารการติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ของทั่วทุกประเทศในโลกดังแสดงไว้ในภาคผนวก ก.”

ถ้อยความดังกล่าวที่ปรากฏในเอกสาร EIA ได้อ้างถึงสถิติเปรียบเทียบของหอดูดาวระดับโลก เพื่อโน้มน้าวและสร้างความเชื่อว่าเป็นเหตุผลในทางวิชาการด้านดาราศาสตร์ที่ต้องเลือกจุดตั้งยอดดอยอินทนนท์ เพราะเมื่อพิจารณาจุดที่มีความสูงรองลงมาเป็นอันดับสองของประเทศไทย คือ ดอยผ้าห่มปก มีระดับความสูงเพียง 2,285 เมตรเท่านั้น จึงมีจุดเหมาะสมเพียงจุดเดียวที่เลี่ยงไม่ได้

ซึ่งเมื่อ “ผู้จัดการรายวัน” ตรวจสอบไปยังต้นตอข้อมูลเอกสาร ที่ http://astro.nineplanets.org/bigeyes.html พบว่า มีข้อมูลของกล้องและหอดูดาว ที่ไม่ปรากฏใน EIA ถึง 27 แห่ง และทั้งหมด เป็นหอดูดาวซึ่งตั้งอยู่ในพิกัดความสูงต่ำกว่า 2,400 เมตร จากระดับน้ำทะเลทั้งสิ้น โดยส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในระยะความสูงประมาณ 1,700-2,300 เมตรโดยประมาณ

รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ชี้แจงเรื่อง ว่า ตนแทบไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำ EIA สำหรับข้อสังเกตเรื่อง เอกสารอ้างอิงในภาคผนวก ก. เรื่องกล้องดูดาวจากทั่วโลกนั้น ตนเองก็ไม่ได้ทราบเรื่อง เข้าใจว่า เป็นเอกสารที่ เจ้าหน้าที่ในสำนักงานดำเนินการ

ทั้งนี้ รศ.บุญรักษา ยืนยันว่า จะพยายามดำเนินการทุกอย่างโดยระมัดระวังเพราะตนและทีมงานทั้งหมดห่วงใยในสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน นี่เป็นเงื่อนไขตามมติ ครม.ที่ให้ทำรายงาน EIA ซึ่งจะเป็นกระบวนการศึกษาที่ทำให้ทุกฝ่ายสบายใจ หากไม่ผ่านความเห็นชอบก็พร้อมจะปรับเปลี่ยน ขอให้เชื่อใจว่า โครงการนี้เป็นประโยชน์ทางวิชาการและออกแบบอย่างรอบคอบที่สุด

“ผู้จัดการรายวัน” สอบถามทางโทรศัพท์ไปยัง บริษัท ธารา คอนซัลแตนท์ จำกัด ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาจัดทำรายงาน EIA ผู้ที่ชี้แจงเรื่องไม่ประสงค์จะออกนาม ได้อธิบายต่อกรณีดังกล่าวว่า เป็นเอกสารที่ได้มาจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งจัดส่งมาจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์

ทั้งนี้ ทางบริษัทกำลังเร่งทำรายงาน EIA ฉบับแก้ไขจากการที่ คณะผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม ได้ตีกลับให้ศึกษาทบทวนใหม่หลายประเด็น ซึ่งจะมีรายละเอียดที่แตกต่างไปจากฉบับเดิมจนแทบจำเค้าไม่ได้ เช่น เรื่องการศึกษารายละเอียดด้านสัตว์ และ พืช ตนอยากให้ผู้เกี่ยวข้องไปดูสถานที่จริงและดูข้อเท็จจริงว่า ตัวอาคารนั้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางแค่ 9 เมตร สูง 11 เมตร แทบจะไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อสภาพแวดล้อมเลย เมื่อเทียบกับกิจกรรมของมนุษย์ที่มีอยู่เดิมแล้วยิ่งจะเห็นความแตกต่าง เพราะปัจจุบันก็มีร้านค้า ร้านกาแฟ และห้องสุขาตรงจุดนั้น เมื่อโครงการจัดตั้งจะปรับปรุงห้องสุขาเดิมและร้านค้ามาเป็นห้องนิทรรศการ ไม่ได้ก่อสร้างใหม่แต่อย่างใด

รายงานแจ้งว่า กลุ่มอนุรักษ์ที่ติดตามโครงการนี้ได้หารือร่วมกันเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมประเด็นข้อสงสัยต่อรายงาน EIA และเตรียมจัดส่งให้กับ สำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมต่อไป มีรายงานว่า ในระหว่างการประชุมมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า รายงาน EIA ดังกล่าวมีลักษณะเป็นการ “ตัดต่อพันธุกรรมข้อมูล” ซึ่งหากไม่สังเกตลงลึกจะไม่พบสิ่งผิดปกติ และหากเป็นเช่นนั้นจริงมีเรื่องที่ต้องพิจารณาเพิ่มขึ้นในประเด็น “จริยธรรมทางวิชาการ” ของผู้จัดทำรายงาน EIA ด้วย

ข้อมูลหอดูดาวจากเอกสารต้นฉบับส่วนที่ถูกตัดออก
ที่มา http://astro.nineplanets.org/bigeyes.html เปรียบเทียบกับ เอกสารที่อ้างอิงในรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการหอดูดาวแห่งชาติ
1.Gran Telescopio Canarias ประเทศสเปน ความสูง 2,400 ม.
2.SALT ประเทศแอฟริกาใต้ ความสูง 1,759 ม.
3.Hobby-Eberly เทกซัส อเมริกา ความสูง 2,072 ม.
4.Walter Baade ประเทศชิลี ความสูง 2,282 ม.
5.Bolshoi Teleskop Azimutalnyi ประเทศรัสเซีย ความสูง 2,070 ม.
6.LZT ประเทศแคนาดา ความสูง 395 ม.
7.Hale แคลิฟอร์เนีย อเมริกา ความสูง 1,900 ม.
8.Victor Blanco ประเทศชิลี ความสูง 2,200 ม.
9.Anglo-Australian ประเทศออสเตรเลีย ไม่ระบุพิกัด
10.Mayall อริโซนา อเมริกา ความสูง 2,100 ม.
11.Telescopio Nazionale Galileo ประเทศสเปน ความสูง 2,387 ม.
12.MPI-CAHA ประเทศสเปน ความสูง 2,200 ม.
13.WIYN อริโซนา อเมริกา ความสูง 2,100 ม.
14.Starfire ประเทศเม็กซิโก ความสูง 1,900 ม.
15.Shane แคลิฟอร์เนีย อเมริกา ความสูง 1,300 ม.
16.Harlan Smith เท็กซัส อเมริกา ความสูง 2,100 ม.
17.BAO ประเทศอาร์เมเนีย ความสูง 1,405 ม.
18.Shajn ประเทศยูเครน ความสูง 600 ม.
19.Hooker แคลิฟอร์เนีย อเมริกา ความสูง 1,700 ม.
20.du Pont ประเทศชิลี ความสูง 2,282 ม.
21.CHARA แคลิฟอร์เนีย อเมริกา ความสูง 1,700 ม.
22.Hiltner อริโซนา อเมริกา ความสูง 2,100 ม.
23.ANU ประเทศออสเตรเลีย ไม่ระบุพิกัด
24.Bok อริโซนา อเมริกา ความสูง 2,100 ม.
25.Vainu Bappu ประเทศอินเดีย ความสูง 700 ม.
26.ESO-MPI ประเทศ ชิลี ความสูง 2335 ม.
27.MPI-CAHA ประเทศสเปน ความสูง 2,200 ม.
napoleon no está en línea   Responder Con Cita
Antiguo 31-08-2009, 12:07:55   #10
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
Avatar de napoleon
 
Fecha de Ingreso: Apr 2006
Mensajes: 54.249
Likes (Received): 1492

ยัน “ดอยอินทนนท์” เหมาะสุดตั้งหอดูดาวแห่งชาติ-ปัดไม่เคยตัดต่อ EIA

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 กุมภาพันธ์ 2551 17:38 น.


ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ – ผู้บริหารสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติยันการเลือก “ยอดดอยอินทนนท์” เป็นที่ตั้งหอดูดาวแห่งชาติ ตั้งอยู่บนพื้นฐานและยึดหลักวิชาการ ตั้งเป้าผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านดาราศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชี้เป็นจุดที่เหมาะสมและสามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ย้ำชัดจะใช้พื้นที่เดิมโดยไม่มีการเปิดพื้นที่ใหม่ พร้อมปัดไม่ได้ตัดต่ออีไอเอ ขณะเดียวกันหากผลการศึกษาพบว่า หอดูดาวก่อผลกระทบต่อระบบนิเวศ ก็พร้อมพิจารณาสถานที่อื่นเป็นทางเลือก

รองศาสตราจารย์บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) เปิดเผยความคืบหน้าการก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างที่บริษัทที่ปรึกษาดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ศึกษาจัดทำรายงานเสร็จ และส่งให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)พิจารณาไปแล้ว แต่ให้นำกลับมาปรับปรุงเพิ่มเติมในรายละเอียด

ทั้งนี้ หากผลการศึกษาออกมาว่า พื้นที่บนยอดดอยอินทนนท์ จะได้รับผลกระทบมากจากการสร้างหอดูดาวก็พร้อมที่จะพิจารณาสถานที่อื่นเป็นทางเลือก ซึ่งก็ได้มีการพิจารณาไว้แล้ว และพร้อมที่จะศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมใหม่ด้วย โดยทุกอย่างน่าจะชัดเจนภายในกลางปีนี้

อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้เห็นว่าพื้นที่บริเวณยอดดอยอินทนนท์ ยังคงเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมที่สุด ที่จะใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติ เพราะจะเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ยืนยันว่าการตัดสินใจเลือกยอดดอยอินทนนท์ เป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานและหลักวิชาการทั้งสิ้น แต่หากก่อให้เกิดความขัดแย้ง ก็พร้อมที่จะหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

ส่วนกรณีที่กลุ่มนักอนุรักษ์มีความเป็นห่วงว่า กิจกรรมของหอดูดาวแห่งชาติ จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ของดอยอินทนนท์ รองศาสตราจารย์บุญรักษา ชี้แจงว่า พื้นที่ที่ใช้ก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติ เป็นพื้นที่เดิมที่มีการใช้งานอยู่แล้ว ซึ่งหากมีการก่อสร้างที่จุดดังกล่าวก็จะมีการใช้พื้นที่ ทั้งตัวอาคาร สำหรับติดตั้งกล้องดูดาวและห้องควบคุมรวมทั้งสิ้นประมาณ 250 ตารางเมตร เท่านั้น โดยยืนยันว่าจะไม่มีการเปิดพื้นที่ใหม่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ กิจกรรมของหอดูดาวแห่งชาติที่ไปตั้งอยู่ตรงจุดนั้น ก็จะมีกิจกรรมน้อยมาก เพราะใช้เป็นเพียงจุดติดตั้งกล้องดูดาวและมีห้องปฏิบัติการควบคุม ใช้เจ้าหน้าที่เพียง 2-3 คนเท่านั้น แล้วใช้การเชื่อมสัญญาณลงไปศูนย์บริการข้อมูลสารสนเทศและฝึกอบรมดาราศาสตร์ ซึ่งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

“ขอยืนยันว่า การจะก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติ เราคำนึงและให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อเรื่องผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา ซึ่งก็พยายามที่จะไม่ให้เกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นน้อยที่สุด โดยเฉพาะผลกระทบต่อระบบนิเวศ ที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก”รองศาสตราจารย์บุญรักษา กล่าวและว่า

ในเชิงวิชาการแล้วมีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาพื้นที่ที่ก่อเกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้งานกล้องดูดาวที่จะนำมาติดตั้ง ซึ่งจากการพิจารณาแล้วก็พบว่าบริเวณยอดดอยอินทนนท์ เป็นจุดที่เหมาะสมที่สุดแล้วในประเทศไทย สำหรับจะใช้เป็นที่ตั้งของหอดูดาวแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม หากในที่สุดแล้วมีการศึกษาอย่างละเอียดพบว่า มันจะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงและก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นก็คงจะไม่ดื้อดึงใดๆ ซึ่งคงจะต้องมีการพิจารณาจุดอื่นที่มีความเหมาะสมรองลงไป แต่ทุกอย่างคงจะต้องมีข้อสรุปที่ชัดเจนภายในกลางปีนี้ เพราะกล้องดูดาวที่สั่งทำใกล้เสร็จแล้ว

สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดทำรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมการก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติ ว่ามีความจงใจที่จะไม่นำเสนอข้อมูลประกอบเกี่ยวกับหอดูดาวทั่วโลกที่ตั้งอยู่ในจุดที่มีความสูงต่ำกว่า 2,400 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เพื่อชี้ให้เห็นว่ายอดดอยอินทนนท์ เป็นเพียงจุดเดียวในประเทศไทยที่มีความเหมาะสมในการตั้งหอดูดาวแห่งชาตินั้น

รองศาสตราจารย์บุญรักษา ชี้แจงว่า เหตุผลที่ไม่ได้ส่งข้อมูลประกอบเกี่ยวกับหอดูดาว ที่ตั้งอยู่ในจุดที่มีความสูงต่ำกว่า 2,400 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เพราะหอดูดาวเหล่านั้น ตั้งอยู่ในประเทศที่มีภูมิประเทศแตกต่างจากประเทศไทย คือไม่มีสภาพภูมิประเทศที่มีภูเขาสูงหรือเป็นพื้นที่ราบ ซึ่งไม่มีจุดที่มีความสูงเหมือนในประเทศไทย ทำให้การตั้งหอดูดาวในประเทศเหล่านั้นต้องตั้งอยู่ในจุดที่มีความสูงต่ำกว่า 2,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

ขณะเดียวกันผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เพิ่มเติมว่า การก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติ เป็นความพยายามส่วนหนึ่งในการที่จะผลักดันให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางของการศึกษาด้านดาราศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนจะได้มีการพัฒนาความร่วมมือในเชิงวิชาการร่วมกับสถาบันการศึกษา และนักวิชาการด้านดาราศาสตร์จากทั่วโลก ซึ่งจะเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการศึกษาและพัฒนาด้านดาราศาสตร์ของประเทศ ไทยรวมทั้งจะเป็นผลดีต่อจังหวัดเชียงใหม่ด้วย

ด้าน ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เคยชี้แจงถึงเหตุผลที่ยอดดอยอินทนนท์เป็นจุดเหมาะสมที่สุด ในการเป็นที่ตั้งของหอดูดาวแห่งชาติว่า เป็นเพราะที่จุดดังกล่าวมีความสูงกว่า 2,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งสูงพ้นจากระดับฟ้าหลัวแล้ว ทำให้จะไม่มีหมอกควันมาเป็นตัวบดบังทัศนวิสัย จึงจะสามารถใช้งานกล้องดูดาวได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด โดยหากไปตั้งอยู่ในจุดที่ต่ำกว่า 2,500 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลก็อาจจะมีปัญหาจากฟ้าหลัวและทำให้ไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่

ขณะเดียวกันที่ความสูงระดับดังกล่าว ยังมีความหนาแน่นของอากาศน้อยกว่าพื้นราบประมาณ 30% ด้วย ซึ่งเป็นผลดี เพราะอากาศที่เป็นตัวดูดแสงมีปริมาณลดน้อยลงและเป็นผลดีต่อการใช้งานกล้องดูดาว

ทั้งนี้ แม้ยอดดอยอินทนนท์จะเป็นจุดที่เหมาะสมที่สุดแต่ก็ยังใช้งานกล้องดูดาวได้เพียงปีละประมาณ 8 เดือนเท่านั้น เนื่องจากในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายนของทุกปีเป็นช่วงที่ไม่สามารถใช้งานได้อยู่แล้วเพราะมีฝนตก
napoleon no está en línea   Responder Con Cita
Antiguo 31-08-2009, 12:10:16   #11
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
Avatar de napoleon
 
Fecha de Ingreso: Apr 2006
Mensajes: 54.249
Likes (Received): 1492

สผ.ระบุหาก "หอดูดาว" บิดเบือนอีไอเอ.ต้องลงโทษ เผยล่าช้าเพราะทำไม่ถูกขั้นตอน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 กุมภาพันธ์ 2551 08:19 น.


สผ. ระบุ โครงการหอดูดาวแห่งชาติที่ดอยอินทนนท์ ยังไม่ส่ง อีไอเอ.ฉบับแก้ไขกลับมา เผยเคยมีการตีกลับมาก่อนหน้าเพราะทำไม่ถูกขั้นตอน ส่วนกรณีมีข่าวผู้จัดทำบิดเบือนข้อมูลประกอบอีไอเอ.นั้น ยังไม่ได้ตรวจสอบ หากผู้เสียหายร้องเรียนเข้ามาจะตั้งเรื่องสอบส่วนจะลงโทษหนักเบาขึ้นกับประเด็น ด้านอดีตประธานมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ชี้หากจงใจโน้มน้าวด้วยการตกแต่งข้อมูลเป็นการไม่เหมาะสม

นาย สันติ บุญประคับ ผู้อำนวยการสำนักวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กล่าวว่า ล่าสุดทาง สผ. ยังไม่ได้รับรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ. ศึกษาโครงการก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งกำหนดจะสร้างขึ้นที่ยอดดอยอินทนนท์ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการตรวจสอบขอข้อมูลรายงานผลกระทบดังกล่าวควรติดต่อโดยตรงที่หน่วยงานต้นเรื่อง ตาม พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ เพราะในส่วนของ สผ.นั้นจะเปิดเผยรายงานดังกล่าวหลังจากที่คณะผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อมพิจารณาอนุมัติผ่านแล้วเท่านั้น

ทั้งนี้ รายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของโครงการดังกล่าวสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้ว่าจ้างให้ บริษัท ธารา คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นบริษัทที่ปรึกษาจัดทำรายงาน โดยได้จัดทำ EIA ฉบับสมบูรณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2550 ไปให้ คณะกรรมการผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม และอยู่ระหว่างการแก้ไขรายงานที่ถูกตีกลับมา 19 ประเด็น

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ นาย สันติ ระบุ พบว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รายงานอีไอเอ.ฉบับนี้ถูกตีกลับ เพราะก่อนหน้านี้ ทางสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เคยเสนอรายงานขึ้นไปแต่ผิดขั้นตอนจึงถูกตีกลับ

“ปัญหาของโครงการนี้คือ ไม่ได้ใช้ผู้ได้รับอนุญาตมาทำรายงานการศึกษา อีไอเอ. ฉบับที่เคยส่งมาก่อนหน้าเขาใช้หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ซึ่งไม่ได้เป็นผู้รับอนุญาต จึงต้องเปลี่ยนมาเป็นบริษัทเอกชนที่ได้รับอนุญาตแทน”

ต่อข้อถามที่ว่า มีการพบว่ารายงาน อีไอเอ.ฉบับสมบูรณ์ (พ.ย.2550) ที่ส่งให้ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อมพิจารณา มีการตัดต่อข้อมูลวิชาการอ้างอิง ซึ่งส่อว่าเพื่อโน้มน้าวให้เข้าใจว่า หอดูดาวสำคัญทั่วโลกล้วนแต่ตั้งบนพิกัดความสูงเกิน 2,400 เมตรทั้งสิ้น โดยได้ตัดส่วนที่ตั้งอยู่บนความสูงต่ำลงมาออกไปทั้งหมดเกือบ 30 แห่ง

นาย สันติ ตอบว่า ทาง สผ. ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม หากมีการจงใจบิดเบือนข้อมูลวิชาการจริง ผู้ดำเนินการต้องได้รับบทลงโทษซึ่งหนักเบาต้องพิจารณาจากการกระทำ ทั้งนี้จะต้องมีผู้ร้องเข้ามา เช่น หากหน่วยงานเจ้าของเรื่องคือ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ เห็นว่า บริษัทที่ปรึกษาทำข้อมูลไม่ตรง เกิดความเสียหาย ก็ร้องเข้ามาได้

ต่อกรณีเดียวกัน ผู้บริหารของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ ได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันกับ ผู้สื่อข่าวผู้จัดการประจำศูนย์ข่าวเชียงใหม่ ว่า เป็นเหตุผลทางวิชาการที่ตัดรายชื่อหอดูดาวที่มีพิกัดความสูงต่ำกว่า 2,400 เมตรออกไปจากรายงาน

โดย รศ. บุญรักษา สุนทรธรรม ผ.อ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ อธิบายว่า “เหตุผลที่ไม่ได้ส่งข้อมูลประกอบเกี่ยวกับหอดูดาว ที่ตั้งอยู่ในจุดที่มีความสูงต่ำกว่า 2,400 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เพราะหอดูดาวเหล่านั้น ตั้งอยู่ในประเทศที่มีภูมิประเทศแตกต่างจากประเทศไทย คือไม่มีสภาพภูมิประเทศที่มีภูเขาสูงหรือเป็นพื้นที่ราบ ซึ่งไม่มีจุดที่มีความสูงเหมือนในประเทศไทย ทำให้การตั้งหอดูดาวในประเทศเหล่านั้นต้องตั้งอยู่ในจุดที่มีความสูงต่ำกว่า 2,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล”

ศ. ดร. ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ให้ความเห็นในนามของอดีตประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (ทีอีไอ.) ว่า กรณีโครงการสร้างหอดูดาวแห่งชาติ ที่ยอดดอยอินทนนท์นั้น สังคมควรให้ความสำคัญกับกระบวนการของการถกเถียงด้วยข้อเท็จจริงทางวิชาการที่รอบด้าน เพราะก่อนหน้านี้หลาย ๆ โครงการมีทั้งพวกที่หนุนและค้านซึ่งต่างมีชุดข้อมูลที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ประเด็นการถกเถียงในเว็บบอร์ดเฉพาะกลุ่มที่ผ่านมาเป็นสัญญาณและตัวอย่างที่ดีให้กับสังคม ที่มีการเถียงกันโดยเหตุผล ข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์และด้วยท่วงทำนองของปัญญาชน และเป็นกระบวนการที่เรียกว่า “Technical hearing” ซึ่งประเทศไทยน่าจะมีกระบวนการนี้อย่างเป็นทางการ
napoleon no está en línea   Responder Con Cita
Antiguo 31-08-2009, 12:12:41   #12
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
Avatar de napoleon
 
Fecha de Ingreso: Apr 2006
Mensajes: 54.249
Likes (Received): 1492

เสนอทางเลือกอื่นตั้ง "หอดูดาวแห่งชาติ" ใช้พื้นที่ "ทีโอที" อินทนนท์ลงต่ำจากยอดดอย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 มีนาคม 2551 10:01 น.


ผอ.สดร.เสนอทางเลือกใหม่นอกเหนือจาก "ยอดดอยอินทนนท์" เพื่อตั้ง "หอดูดาวแห่งชาติ" พิจารณาพื้นที่ "ทีโอที" อีกหนึ่งทาง ระบุไม่อยากรบกวนธรรมชาติและอยากให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด แจงเลือกที่ตั้งบนดอยอินทนนท์ที่ระดับความสูง 2,000 เมตรขึ้นไปทั้งหมด หากแต่ยังไม่ฟันธงที่ใดชัด ชี้ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ใน ก.วิทย์

รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายวุฒิพงศ์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้สนับสนุนพระราชบัญญัติจัดตั้ง สดร.เป็นองค์การมหาชนในเช้าวันที่ 5 มี.ค.51 ว่า เขาได้รายงานถึงการดำเนินงานต่างๆ ของสถาบัน ทั้งนี้รวมถึงกรณีก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติบนยอดดอยอินทนนท์ที่กำลังถูกต่อต้านและมีปัญหาในการทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอด้วย

กรณีหอดูดาวนั้น ผอ.สดร.ระบุว่าได้เสนอที่ตั้งอื่นๆ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับหอดูดาวแห่งชาตินอกไปจากบนยอดดอยอินทนนท์และกำลังพิจารณาอยู่หลายพื้นที่ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,000 เมตรในบริเวณอุทยานแห่งชาติดอยอินทนน์ โดยพื้นที่ดำเนินกิจการของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งตั้งอยู่บนดอยอินทนนท์ก็เป็นอีกทางหนึ่งด้วย ส่วนจะเลือกที่ตั้งใดนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ใหญ่ในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ

"ก็ดูอยู่หลายที่แต่ยังไม่ฟันธง เราต้องการสร้างความสมดุลระหว่างวิชาการกับสิ่งแวดล้อม บนยอดดอยมีปัญหาอยู่หลายเรื่อง เราก็พยายามให้ความร่วมมือ ไม่อยากไปรบกวนธรรมชาติ เราจะเลือกสถานที่ใช้ประโยชน์อยู่แล้วและไม่ต้องไปตัดต้นไม้เพิ่ม ซึ่งการย้ายหอดูดาวไปที่อื่นก็เสียบ้างแต่ก็ต้องให้เกิดความสมดุลทั้ง 2 อย่างคือวิชาการไม่เสียและเกิดผลกระทบน้อยที่สุด"

รศ.บุญรักษากล่าวพร้อมกันระบุว่าสถานที่ตั้งซึ่งเป็นทางเลือกใหม่นั้นต้องมีความสูงไม่ต่ำกว่า 2,000 เมตร เพราะหากต่ำกว่านั้นจะไม่สามารถใช้งานกล้องโทรทรรศน์ได้ อย่างกรณีที่เกาหลีสร้างหอดูดาวบนยอดเขาที่ความสูงประมาณ 1,000 เมตร ปรากฏว่าไม่สามารถทำงานวิจัยบางอย่างได้

"สำหรับอีไอเอก็ยังต้องทำต่อไป ทั้งนี้หากเลือกสถานที่ใหม่ก็คงเพิ่มเติมข้อมูลบางส่วนและอาศัยข้อมูลเดิมด้วย เพราะทางเลือกในการสร้างหอดูดาวทั้งหมดอยู่บนดอยอินทนนท์ที่บางส่วนใช้ข้อมูลเดียวกันได้" รศ.บุญรักษากล่าวและเปิดใจหลังให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงเหน็ดเหนื่อยว่าอยากให้เรื่องดังกล่าวจบลงเสียที

สถานที่ตั้งของทีโอทีบนดอยอินทนนท์นั้นอยู่เลยขึ้นไปจากทางแยกเข้าสู่บริเวณพระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล-นภพลภูมิสิริไปเล็กน้อยและอยู่ใกล้ๆ กับบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานที่อยู่สูงประมาณ 2,200 เมตร

ส่วนเหตุผลที่นักวิชาการเลือกยอดดอยอินทนนท์เป็นสถานที่ตั้งของหอดูดาวแห่งชาตินั้น แหล่งข่าววงในซึ่งร่วมผลักดันการสร้างหอดูดาวกล่าวว่า เหตุผลสำคัญคือยอดดอยอินทนนท์นั้นมีอากาศเบาบางและมีเกณฑ์ค่าการมองเห็นทางดาราศาสตร์ (Astronomer seeing) ยอดเยี่ยม คือประมาณ 0.7-0.8 ฟิลิปดา (arc second) โดยค่าดังกล่าวยิ่งต่ำกว่า 1 ยิ่งดีต่อการศึกษาทางดาราศาสตร์และประสิทธิภาพของกล้องก็ขึ้นกับค่าดังกล่าวด้วย

อีกเหตุผลคือยอดดอยอินทนนท์อยู่สูงกว่าระดับ "เฮซ" (Haze) หรือเมฆหมอกซึ่งเป็นฝุ่นที่เกิดจากการระเหยของสารอินทรีย์และสะท้อนแสงไปรบกวนการศึกษาท้องฟ้า นอกจากนี้ในแง่ของโครงสร้างพื้นฐานแล้วดอยอินทนนท์มีถนนตัดผ่านขึ้นไปถึงยอดดอยและมีเส้นใยแก้วนำแสงที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการส่งข้อมูลจากหอดูดาวด้วย ซึ่งแหล่งข่าวคนเดิมกล่าวว่าไม่มียอดดอยไหนในเมืองไทยที่มีความพร้อมเท่านี้อีกแล้ว.
napoleon no está en línea   Responder Con Cita
Antiguo 31-08-2009, 12:14:29   #13
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
Avatar de napoleon
 
Fecha de Ingreso: Apr 2006
Mensajes: 54.249
Likes (Received): 1492

ขึ้นดอยอินทนนท์ไปดู "หอดูดาวแห่งชาติ" บนพื้นที่ "ทีโอที"

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 ตุลาคม 2551 07:33 น.


หลังจากถูกต่อต้านไปพอสมควรสำหรับ "หอดูดาวแห่งชาติ" ซึ่งเดิม กำหนดก่อตั้งบนยอดดอยอินทนนท์ ที่สุดตำแหน่งที่ตั้งของหอดูดาว จึงต้องลดระดับลงมาอยู่ในพื้นที่ของ "ทีโอที" ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก แต่ก็ไม่มีเสียงคัดค้าน โอกาสที่ "ผู้จัดการวิทยาศาสตร์" ได้ไปเยือนที่ตั้งใหม่นี้ จึงเก็บภาพบรรยากาศโดยรอบมาฝาก

เดิมทีหอดูดาวแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบการก่อสร้างโดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แหงชาติ (สดร.) มีกำหนดก่อตั้งบนยอดดอยอินทนนท์ บริเวณจุดบริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 2,565 เมตร แต่ก็เกิดกระแสต่อต้าน เนื่องจากหวั่นเกรงว่า การก่อสร้างจะกระทบกระเทือนต่อสภาพแวดล้อม อันอ่อนไหวของป่าเมฆบนยอดดอย พร้อมกับข้อเสนอให้ย้ายตำแหน่งที่ตั้งของหอดูดาว ที่สุดได้ข้อสรุปว่าที่ตั้งใหม่ของหอดูดาวอยู่บริเวณพื้นที่ตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์ของ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 2,450 เมตร

ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ พร้อมสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปเยี่ยมการดำเนินงานของหน่วยงานภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเดือน ก.ย.51 ที่ผ่านมา และมีโอกาสเดินทางไปชมสถานที่ตั้งแห่งใหม่ของหอดูดาวแห่งชาติ โดยมี ดร.ศรันย์ โปษยะจินดา รอง ผอ.สดร., นายประพนธ์ อิสสริยะกุล วิศวกรอาวุโส สดร. และ นายศุฤกษ์ คฤหานนท์ เจ้าหน้าที่สำรวจสถานที่ตั้งหอดูดาวแห่งชาติ ร่วมนำทาง

ทั้งนี้ พื้นที่ตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์ของทีโอทีอยู่ไม่ไกลจากทางหลวงมากนัก แต่ต้นไม้สองข้างทางและเมฆหมอกที่ปกคลุมตลอดเกือบเวลาบดบังสิ่งก่อสร้างออกไปหมด เมื่อเข้าไปในบริเวณพื้นที่ใช้สอยของทีโอที พบอาคารร้างเล็กๆ กับเสาสัญญาณต้นใหญ่ 1 ต้น และมีพื้นว่างสำหรับตั้งอาคารหอดูดาว ซึ่ง ดร.ศรันย์ระบุว่าใช้พื้นที่ทั้งหมด 100 ตารางเมตร โดยหอดูดาวสูง 17 เมตร และตอกเสาเข็มลึกลงไป 20 เมตร

นายประพนธ์ วิศวกรอสาวุโส สดร.อธิบายกับผู้จัดการวิทยาศาสตร์ว่า การตอกเสาเข็มนี้เพื่อให้ฐานของหอดูดาวแข็งแรง และป้องกันการสั่นสะเทือน ส่วนความสูงของหอดูดาวนั้นเดิมกำหนดไว้ 11 เมตร แต่เมื่อย้ายที่ตั้งก็สามารถเพิ่มความสูงของหอดูดาวได้โดยไม่รบกวนสัญญาณเรดาร์ของทหารอากาศซึ่งตั้งสถานีอยู่บนยอดดอย

การควบคุมกล้องโทรทรรศน์ของหอดูดาว ดร.ศรันย์ ระบุว่าสามารถควบคุมระยะไกลได้ แม้กระทั่งควบคุมจากกรุงเทพฯ โดยสัญญาณจากกล้องโทรทรรศน์จะส่งตรงผ่านสายสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของทีโอทีไปยังศูนย์บริการข้อมูลสารสนเทศและฝึกอบรมทางดาราศาสตร์ ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกับที่ทำการของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กิโลเมตร 31 และตอนนี้พร้อมสำหรับการฝึกอบรมแล้ว แต่ยังไม่พร้อมสำหรับการให้บริการข้อมูลดาราศาสตร์ และจะทำการส่งมอบในวันที่ 30 ต.ค.51 นี้

สำหรับการก่อสร้างหอดูดาวจะเริ่มได้เมื่อรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA) ผ่านการอนุมัติ โดยจะส่งอีไอเอให้กับสำนักงานนโยบายและแผนพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ซึ่งเมื่อพิจารณาผ่านแล้วจะส่งต่อให้กับอุทยานแห่งชาติ ทั้งนี้ ดร.ศรันย์คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาและช่วงเดือน ธ.ค. อีไอเอน่าจะผ่านการพิจารณา จากนั้นน่าจะเริ่มก่อสร้างหอดูดาวในช่วงต้นปี 2552


นายประพนธ์ อิสสริยะกุล วิศวกรอาวุโส สดร. แสดงแบบสำหรับก่อสร้างหอดูดาว
napoleon no está en línea   Responder Con Cita
Antiguo 31-08-2009, 12:17:09   #14
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
Avatar de napoleon
 
Fecha de Ingreso: Apr 2006
Mensajes: 54.249
Likes (Received): 1492

สมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดศูนย์บริการสารสนเทศดาราศาสตร์บนดอยอินทนนท์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 มกราคม 2552 17:50 น.


สมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดศูนย์บริการสารสนเทศดาราศาสตร์ ของสถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ บนดอยอินทนนท์ และเสด็จทอดพระเนตรสถานที่ตั้งหอดูดาวแห่งชาติ ในพื้นที่ของทีโอที ด้านผู้บริหาร สดร.ระบุจากนี้เปิดใช้งานศูนย์เพื่อบริการข้อมูลวิจัยและดาราศาสตร์ได้ 60% และสมบูรณ์เต็มที่ มี.ค.53

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคาร "ศูนย์บริการสารสนเทศและฝึกอบรมทางดาราศาสตร์” เมื่อบ่ายวันที่ 20 ม.ค.52 ณ บริเวณสำนักงานอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โดย ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.), รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) พร้อมคณะ เฝ้าฯ รับเสด็จ

ทั้งนี้ ดร.คุณหญิงกัลยา ได้กราบบังคมทูลรายงาน ความเป็นมาของศูนย์บริการสารสนเทศฯ ว่า การจัดตั้งศูนย์บริการสารสนเทศและฝึกอบรมทางดาราศาสตร์ เป็นภารกิจสำคัญภารกิจหนึ่งของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์ควบคุมและรับข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร ของหอดูดาวแห่งชาติที่กำลังจะดำเนินการก่อสร้าง ณ บริเวณสถานีถ่ายทอดสัญญาณ ทีโอที กิโลเมตรที่ 44 อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

ทั้งนี้ ในส่วนของหอดูดาวแห่งชาตินั้น คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จพร้อมติดตั้งกล้องโทรทรรศน์เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตรได้ในปลายปี 2552 และให้บริการงานวิจัยและวิชาการแก่ชุมชนได้ในต้นปี 2553

จากนั้นสมเด็จพระเทพฯ เสด็จทรงเปิดแพรคลุมป้าย "อาคารบริการสารสนเทศและฝึกอบรมทางดาราศาสตร์” และทรงพระราชทานของที่ระลึก แก่ผู้มีรายชื่อตามรายงานกราบบังคมทูลโดย รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผอ.สดร. แล้วเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการภายในอาคารศูนย์บริการสารสนเทศฯ

เมื่อฉายพระรูปร่วมกับผู้บริหารและบุคลากรของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ และทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึกแล้ว สมเด็จพระเทพฯ ได้เสด็จฯ ประทับรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังสถานีทวนสัญญาณ ทีโอที ดอยอินทนนท์ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 44 ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติ

ทั้งนี้ ดร.ศรันย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้กราบบังคมทูลรายงาน เรื่องสภาพท้องฟ้าบริเวณสถานีทวนสัญญาณ ทีโอที และความเหมาะสมของพื้นที่ ในการก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติ จากนั้นได้ทอดพระเนตรนิทรรศการความก้าวหน้าของการก่อสร้างหอดูดาวแห่งชาติ และทรงปลูกต้นกุหลาบพันปี แล้วเสด็จฯ ประทับรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังดอยอ่างกา อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

ระหว่างนั้น รศ.บุญรักษา ได้ให้สัมภาษณ์แก่ทีมข่าววิทยาศาสตร์ "ASTV-ผู้จัดการออนไลน์" ว่า เป็นวันสำคัญต่อสถาบันอย่างยิ่งในโอกาสที่สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ทรงเปิดศูนย์บริการสารสนเทศฯ

รศ.บุญรักษากล่าวว่า แม้หอดูดาวแห่งชาติจะยังไม่แล้วเสร็จ แต่ก็สามารถใช้งานอาคารสารสนเทศได้ประมาณ 60% เพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลดาราศาสตร์และการให้บริการทางด้านวิชาการ โดยสถาบันกำลังดำเนินการติดต่อข้อใช้ข้อมูลดาราศาสตร์จากหอดูดาวใหญ่ๆ ทั่วโลก และที่ประสานงานแล้วคือมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ (Leicester University) สหราชอาณาจักร ซึ่งมีฐานข้อมูลทางด้านดาราศาสตร์ขนาดใหญ่ และต่อไปอาจจะได้ประสานกับทางองค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ด้วย

“ตอนนี้ทั้งกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และบริษัท ทีโอที จำกัด อนุญาตให้เราใช้พื้นที่ได้แล้ว แต่ยังต้องรอให้รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมผ่านเสียก่อน ทั้งจะใช้งานศูนย์สารสนเทศควบคู่ไปกับหอดูดาวแห่งชาติได้สมบูรณ์เต็มที่ มี.ค.53 โดยจะติดตั้งหอดูดาวในปลายปีนี้” รศ.บุญรักษากล่าว

ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ฯ ระบุว่า จะเผยแพร่ข้อมูลจากหอดูดาวผ่านระบบใยแก้วนำแสง ไปยังสถาบันการศึกษา 24 แห่งที่มีความตกลงร่วมมือกัน และหอดูดาวภูมิภาคซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาในการก่อตั้ง รวมถึงส่งตรงถึงศูนย์สารสนเทศ ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ข้อมูลของหอดูดาวแห่งชาติต่อไป

“ปีนี้ซึ่งเป็นปีดาราศาสตร์สากลนั้น นับเป็นปีที่มีความสำคัญต่อสถาบันดาราศาสตร์อย่างยิ่ง เพราะเมื่อวันที่ 1 ม.ค.52 ที่ผ่านมา เราได้รับการแต่งตั้งเป็นองค์การมหาชน ซึ่งจะทำให้เราสามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มรูปแบบ และยังมีการเปิดศูนย์สารสนเทศ ซึ่งจะเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลดาราศาสตร์ของประเทศ และเป็นศูนย์ฝึกอบรมครู เป็นค่ายให้กับนักเรียน และเป็นศูนย์เชื่อมโยงหอดูดาวแห่งชาติที่ กม.44 เพื่อเผยแพร่ข้อมูลไปทั่วประเทศ" รศ.บุญรักษากล่าว

ในส่วนของ ดร.คุณหญิงกัลยา ยังได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมแก่ทีมข่าววิทยาศาสตร์ "ASTV-ผู้จัดการออนไลน์” ว่า หอดูดาวแห่งชาติซึ่งจะก่อสร้างในสิ้นปี 2552 นี้ จะเป็นหอดูดาวที่มีกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย และอาคารสารสนเทศที่เริ่มเปิดใช้งานแล้วนี้ จะเป็นศูนย์ที่สามารถรับ-ส่งข้อมูลดาราศาสตร์ได้ทั่วโลก อีกทั้งยังจะเป็นจุดเด่นที่จะชูเรื่องการท่องเที่ยวบนดอยอินทนนท์ต่อไปได้

ส่วนเรื่องความกังวลทางด้านสิ่งแวดล้อมนั้น รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ แจงว่า ทางสถาบันได้ศึกษาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมก่อนก่อตั้ง และการก่อสร้างหอดูดาวก็ใช้พื้นที่เพียง 3 ไร่ โดยไม่มีการตัดต้นไม้เพิ่ม ทั้งนี้เนื่องจากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ A1 ซึ่งไม่ควรก่อสร้างโดยไม่จำเป็น และคนที่จะขึ้นไปดูดาวก็อยู่ที่บริเวณ กม.31 ซึ่งเป็นพื้นที่ให้บริการนักท่องเที่ยวของอุทยานฯ อยู่แล้ว

สำหรับศูนย์บริการสารสนเทศฯ ได้รับการอนุญาตก่อสร้างบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กิโลเมตรที่ 31 จากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และดำเนิการแล้วเสร็จเมื่อเดือน ก.ย.51 ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะเป็นศูนย์การควบคุมและรับข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตรของหอดูดาวแห่งชาติที่จะก่อสร้างปลายปีนี้ และเป็นศูนย์บริการการวิจัยแก่นักดาราศาสตร์ ศูนย์บริการข้อมูลดาราศาสตร์แก่ประชาชน และเป็นศูนย์ฝึกอบรมดาราศาสตร์แก่ครู นักเรียน นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไป



สมเด็จพระเทพ เสด็จทอดพระเนตรสถานที่ตั้งหอดูดาวแห่งชาติ ณ สถานีทวนสัญญาณทีโอที กม.44 อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โดยมี ดร.ศรันย์ โปษยะจินดา ถวายรายงานเรื่องสภาพท้องฟ้าและความเหมาะสมของพื้นที่ก่อสร้างหอดูดาวแห่ง ชาติ โดย สดร.ได้ปักหลักแสดงพื้นที่ก่อสร้างหอดูดาว

Última edición por napoleon fecha: 31-08-2009 a las 12:25:56
napoleon no está en línea   Responder Con Cita
Antiguo 31-08-2009, 12:19:57   #15
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
Avatar de napoleon
 
Fecha de Ingreso: Apr 2006
Mensajes: 54.249
Likes (Received): 1492

ทัศนวิสัยดอยอินทนนท์ เหมาะตั้งหอดูดาวเป็นระดับ 2 ของโลก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 สิงหาคม 2552 11:51 น.


เจ้าหน้าที่ สดร.เผยผลสำรวจสภาพท้องฟ้าทางดาราศาสตร์บนดอยอินทนนท์ มีค่าทัศวิสัยดีเป็นระดับ 2 ของโลก รองจากยอดเขาในฮาวาย ส่วนความชื้นสัมพัทธ์ซึ่งรบกวนความคมชัดของกล้องดูดาว ต่ำสุดแค่ 6% ระบุต้องเก็บข้อมูลสภาพท้องฟ้าทุกวัน เพื่อเตรียมความพร้อมอุปกรณ์ที่จะใช้ร่วมกับกล้องดูดาว

ระหว่างการบรรยายในหัวข้อ "ดาราศาสตร์เรื่องใกล้ตัว" เมื่อวันที่ 30 ส.ค.52 ภายในงานการนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ (Thailand Reseach Expo 2009) ณ ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ นายธงชัย สถาพร เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ฝ่ายพัฒนาเครื่องมือวิทยาศาสตร์ สำนักปฏิบัติการและพัฒนาหอดูดาว สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) เผยถึงการตรวจสอบสภาพท้องฟ้าในทางดาราศาสตร์ในสถานที่ตั้งหอดูดาวแห่งชาติว่า มีค่าทัศนวิสัย (seeing) ประมาณ 0.8 ซึ่งค่าดังกล่าวยิ่งต่ำยิ่งทำให้สังเกตทางดาราศาสตร์ยิ่งดี

ทั้งนี้ นายธงชัยได้เล่ากับทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์เพิ่มเติมว่า ได้เริ่มสำรวจสภาพท้องฟ้าบนยอดดอยอินทนนท์ตั้งแต่ มี.ค.49 ซึ่งช่วงเวลาที่สำรวจได้คือเดือน ต.ค.-พ.ค. ส่วนช่วงหน้าฝนจะงดสำรวจเนื่องจากฟ้าปิด

ในการสำรวจมีทีมทั้งหมด 4 คนที่ผลัดเวรขึ้นดอยไปสำรวจทีมละ 2 คน และผลัดเวรทีมละ 1 สัปดาห์ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ประจำสถานีบนยอดดอยเพื่อเก็บข้อมูลทุกวันตลอดช่วงเวลาสำรวจ และเก็บข้อมูลสภาพท้องฟ้าในช่วง 20.00 น.-05.00 น.ของทุกคืนอย่างตรงเวลา เพื่อได้ข้อมูลที่นำมาคำนวณได้

การวัดสภาพท้องฟ้าทางดาราศาสตร์เป็นเรื่องปกติและจำเป็นสำหรับหอดูดาว ซึ่งหอดูดาวต่างๆ ต้องมีรายงานสภาพท้องฟ้าประจำวัน และการวัดสภาพท้องฟ้า ถือเป็นภารกิจระยะยาว หอดูดาวขนาดใหญ่บางแห่งที่มีกล้องดูดาวขนาดใหญ่กว่า 5 เมตร ใช้เวลาเก็บข้อมูลสภาพท้องฟ้าถึง 10 ปีก่อนที่หอดูดาวจะสร้างเสร็จ เนื่องจากต้องการความละเอียดสูงในการถ่ายภาพดาราศาสตร์

และข้อมูลที่ได้จะนำไปใช้อ้างอิงเพื่อเตรียมความพร้อมอุปกรณ์ที่จะใช้กับกล้องดูดาว ซึ่งหากใช้อุปกรณ์ที่มีความละเอียดสูง แต่ค่าทัศนวิสัยของสภาพท้องฟ้าไม่ดี ทำให้ใช้อุปกรณ์ได้ไม่เต็มที่ และอุปกรณ์ยิ่งมีความละเอียดสูงก็ยิ่งมีราคาแพงมาก

อุปกรณ์ที่จำเป็นในการสำรวจสภาพท้องฟ้าคือ กล้องโทรทรรศน์ ซึ่งทีมสำรวจใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาด 10 และ 14 นิ้ว กล้องซีซีดี (CCD) ที่สามารถคำนวณค่าทัศนวิสัยได้ สถานีตรวจวัดสภาพอากาศ และคอมพิวเตอร์สำหรับเก็บข้อมูล ซึ่งในการทดสอบค่าทัศนวิสัยท้องฟ้าจะเลือกดาวนำร่อง (guide star) ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแสงเพื่อเป็นจุดอ้างอิงสำหรับสภาพท้องฟ้า และในแต่ละคืนจะใช้ดาวนำร่องทั้งหมด 4 ดวง

นายธงชัยกล่าวว่า สำหรับสภาพอากาศบนยอดดอยอินทนนท์ค่อนข้างเอื้อต่อการตั้งหอดูดาว เนื่องจากมีค่าทัศนวิสัยที่ดีมาก โดยเป็นระดับ 2 ของโลก ซึ่งมีค่าทัศนวิสัยของท้องฟ้าอยู่ในช่วง 0.6-1.0 และมีหลายแห่งในโลกที่มีทัศนวิสัยสภาพท้องฟ้าเป็นระดับสอง

ส่วนระดับ 1 นั้นมีค่าทัศนวิสัยอยู่ในช่วงต่ำกว่า 0.6 โดยยอดเขาในมัวนาคี มลรัฐฮาวาย สหรัฐฯ ซึ่งมีหอดูดาวอยู่จำนวนมากมีค่าทัศนวิสัยดีอยู่ในช่วงระดับ 1 ของโลก สำหรับค่าทัศนวิสัยนั้นคำนวณจากหลายองค์ประกอบ อาทิ ความเร็วลม ความกดอากาศ อุณหภูมิ ความชื้นและทิศทางลม ซึ่งตลอดการเก็บข้อมูลกว่า 3 ปี ค่าทัศนวิสัยแย่ที่สุดอยู่ในช่วงปี 2551 เนื่องจากมีความชื้นสูง

พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาเครื่องมือวิทยาศาสตร์ สดร.ยังบอกถึงอุปสรรคของการตรวจวัดสภาพอากาศว่า อย่างแรกคืออุปกรณ์ไม่พร้อม และหาบุคลากรขึ้นดอยไปเก็บข้อมูลได้ยาก เนื่องจากสภาพที่อยู่ค่อนข้างลำบาก บางครั้งไม่มีนำใช้และมีอากาศที่หนาวเย็น ซึ่งเคยประสบช่วงที่อุณภูมิต่ำสุดถึง -5 องศาเซลเซียส อีกทั้งบางครั้งความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศต่ำมากจนผิวแตกและมีเลือดซึมจากผิวหนัง ต้องทาปิโตรเลียมเจลหนาเพื่อป้องกัน โดยสภาพความชื้นต่ำที่สุดที่เคยวัดได้คือ 6%
napoleon no está en línea   Responder Con Cita
Antiguo 31-08-2009, 12:28:16   #16
Pastel
Casual User
 
Avatar de Pastel
 
Fecha de Ingreso: Sep 2008
Ubicación: ChiangMai || Bangkok
Mensajes: 761
Likes (Received): 1

Chiangmai or Chiangrai !? งงเลยครับ

Última edición por Pastel fecha: 31-08-2009 a las 15:51:09
Pastel no está en línea   Responder Con Cita
Antiguo 31-08-2009, 13:05:10   #17
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
Avatar de napoleon
 
Fecha de Ingreso: Apr 2006
Mensajes: 54.249
Likes (Received): 1492

บอก Chad และกำลังแก้
napoleon no está en línea   Responder Con Cita
Antiguo 31-08-2009, 15:51:51   #18
Pastel
Casual User
 
Avatar de Pastel
 
Fecha de Ingreso: Sep 2008
Ubicación: ChiangMai || Bangkok
Mensajes: 761
Likes (Received): 1


รับทราบครับผม
Pastel no está en línea   Responder Con Cita
Antiguo 01-09-2009, 02:47:14   #19
Munich dweller
Piling higher and Deeper
 
Avatar de Munich dweller
 
Fecha de Ingreso: Aug 2007
Ubicación: Munich / Bangkok
Mensajes: 2.226
Likes (Received): 55

ขอให้ได้สร้างจนสำเร็จนะ ฝ่าด่าน NGO ไปให้ได้ละกัน
Munich dweller no está en línea   Responder Con Cita
Antiguo 01-09-2009, 09:49:51   #20
kenos
Registered User
 
Avatar de kenos
 
Fecha de Ingreso: Mar 2009
Ubicación: Chiang Mai
Mensajes: 7.748
Likes (Received): 486

Cita:
Empezado por Munich dweller Ver Mensaje
ขอให้ได้สร้างจนสำเร็จนะ ฝ่าด่าน NGO ไปให้ได้ละกัน
ตอนแรกก็เห็นคัดค้านกันอยู่นะครับแต่หลังๆมานี้เงียบหายเข้ากลีบเมฆไปละครับจะว่าไปช่วงนี้ NGO ทั้งหลายเงียบหายไปจากเชียงใหม่นานมากๆแล้วนะครับแต่เห็นเป็น กลุ่มรักบ้านรักเมือง มาแทนที่ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นสาขาย่อยรึเปล่า
kenos no está en línea   Responder Con Cita


Respuesta

Herramientas

Normas de Publicación
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is habilitado
Las caritas están habilitado
Código [IMG] está habilitado
Código HTML está deshabilitado



La franja horaria es GMT +2. Ahora son las 08:13:57.


Powered by: vBulletin, Versión 3.8.8 Beta 1
Derechos de Autor ©2000 - 2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.2.5 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2014 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us | privacy policy | DMCA policy

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu