daily menu » rate the banner | guess the city | one on one

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Architecture and Urban Facilities

Architecture and Urban Facilities Architectural wonders of Thailand and Special focussion on Urban Mobilities


Reply

 
Thread Tools Display Modes
Old November 15th, 2009, 07:09 PM   #101
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

B2bn in government aid for Map Ta Phut

Bangkokpost Published: 14/11/2009 at 12:00 AM


The government expects to allocate two billion baht to help people in the heavily industrialised Map Ta Phut area, according to Deputy Prime Minister Korbsak Sabhavasu.

The budget would fund a plan to design Map Ta Phut as a pollution-control area, expected to require around 1 billion baht. As well, the Public Health Ministry will expand hospital services to 200 beds from the existing 80, with a mobile medical service also planned.

The Provincial Waterworks Authority will also expand pipelines to cover all communities in the area, while the Natural Resources and Environment Ministry will build 10 weather stations to measure pollution in the area.

Mr Korbsak said the government also expected to spend 200 million baht to build a waste treatment facility to handle about 300,000 tonnes per year.

A new committee chaired by former prime minister Anand Panyarachun was formed this week to seek short- and long-term solutions for Map Ta Phut, where a court has suspended 76 industrial projects pending environmental reviews.
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old November 16th, 2009, 10:14 AM   #102
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

ปตท.สผ.ลุยเขมรสำรวจน้ำมันต่อ แปลงกัมพูชาBพท.250ก.ม.ต้องเจาะเพิ่มอีก1หลุม

วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4158 ประชาชาติธุรกิจ



ปตท.สผ.เตรียมขุดหลุมสำรวจเพิ่มแปลง "กัมพูชา B" ตามสัญญา แม้ยังมองไม่เห็นศักยภาพ ส่วนโครงการในพื้นที่ ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ถึงยกเลิก MOU ก็ไม่กระทบบริษัท เพราะยังไม่ได้ลงทุนในพื้นที่นี้ ส่วนช่วง 9 เดือนของปี 2552 ปตท.สผ.ค้นพบปิโตรเลียมจากแหล่งสำรวจ 14 หลุม คาดในไตรมาส 4 นี้จะผลิตก๊าซเพิ่มจากแหล่งก๊าซมูด้าและเจงก้าได้แน่นอน ส่วนแหล่งก๊าซบงกชใต้จ่อผลิตเพิ่มเช่นกันกลางปี 2555


นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ปตท.สผ. ในพื้นที่แปลงสัมปทานปิโตรเลียมในประเทศกัมพูชา ในแปลง "กัมพูชา B" ที่มีพื้นที่รวมประมาณ 250 กิโลเมตร ซึ่งโครงการนี้ บริษัท ปตท.สผ.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ ปตท.สผ.อ. เป็นบริษัทในเครือของ ปตท.สผ. ถือหุ้นร้อยละ 30 ได้เข้าไปพัฒนาในพื้นที่แปลงสัมปทานดังกล่าวนั้น

ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในกัมพูชาส่งผลให้ในปี 2553 บริษัทยังคงแผนที่จะเข้าไปสำรวจขุดเจาะหลุมในพื้นที่สัมปทานดังกล่าวเพิ่มเติม ตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขสัญญากับประเทศกัมพูชาและเงื่อนไขที่มีไว้กับผู้ร่วมทุนทั้งหมด คือ บริษัท Resourceful Petroleum Limited (RPL) (ถือหุ้น 30%), บริษัท SPC Cambodia Ltd. (SPC) (ถือหุ้น 30%) และบริษัท CE Cambodia B Ltd. (CEL) (ถือหุ้น 10%)

ทั้งนี้ บริษัท ปตท.สผ.อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เข้าไปพัฒนาแปลงกัมพูชา B มาตั้งแต่ปี 2548 โดยในช่วง 3 ปีแรกได้เข้าไปประเมินด้านธรณีวิทยาเบื้องต้นและมีการสำรวจวัดคลื่นไหวสะเทือน กับได้ขุดเจาะไว้เพียง 1 หลุมเท่านั้น เบื้องต้นไม่พบทั้งก๊าซธรรมชาติหรือน้ำมันแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามในปี 2553 นี้ยังคงต้องเข้าไปขุดเจาะหลุมเพิ่มเติมตามแผนการลงทุนที่วางไว้

"แม้ว่าเรายังมองศักยภาพของแหล่งนี้ไม่ค่อยออก แต่ปีหน้าก็จะเจาะหลุมเพิ่มเพื่อดูว่าจะพบอะไรหรือไม่ แต่ความจริงตอนนี้ค่อนข้างหนักใจนะ เพราะว่าขุดเริ่มต้นมันไม่พบอะไร และต้องใช้เงินเข้าไปลงทุน แต่ในช่วงขุดเจาะจะยังใช้เงินไม่มาก ทั้งนี้เราจะต้องทำตามเงื่อนไขที่วางไว้ เพราะมันเป็นเรื่องของการลงทุนในเขตน่านน้ำของเขา หากไม่ทำตามแผนอาจจะผิดสัญญา"

นายอนนต์กล่าวถึงพื้นที่สัมปทานในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชาว่า สำหรับแปลงสัมปทานดังกล่าวเบื้องต้นยังเป็นแค่ข้อตกลงร่วมว่าจะมีการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวร่วมกัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาเพิ่มเติมว่าจะมีการแบ่งเขตพื้นที่อย่างไร ซึ่งหากแม้ว่ามีการยกเลิกก็ไม่ส่งผลกระทบอย่างใด และที่สำคัญยังไม่มีการลงทุนในพื้นที่สัมปทานดังกล่าวแต่อย่างใด

บริษัท ปตท.สผ.รายงานการสำรวจในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ค้นพบปิโตรเลียม ทั้งสิ้น 14 หลุม จากหลุมสำรวจและหลุมประเมินทั้งสิ้น 21 หลุม หรือมีอัตราส่วนความสำเร็จที่ 14 : 21 เฉพาะในช่วงไตรมาส 3 ค้นพบปิโตรเลียม 2 หลุม จากการสำรวจทั้งสิ้น 6 หลุม ด้านการผลิตในโครงการ พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย B17 ได้ดำเนินการติดตั้งแท่นผลิตกลาง แท่นที่พักอาศัย แท่นปล่องเผาก๊าซ ท่อส่งก๊าซระหว่างแท่นหลุมผลิตและแท่นผลิตกลาง และเรือกักเก็บปิโตรเลียมแล้วเสร็จ คาดว่าจะเริ่มผลิตก๊าซจากพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ในแหล่งก๊าซมูด้าและเจงก้าในไตรมาส 4

นอกจากนี้ในแหล่งบงกชใต้ที่ ปตท.สผ. จะเริ่มผลิตได้ประมาณกลางปี 2555 ถึงกลางปี 2556 ล่าสุดได้ลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติจากแหล่งดังกล่าวกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้รับซื้อแล้วประมาณ 320 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน รวมปริมาณการซื้อขายจากโครงการบงกชทั้งหมดอยู่ที่ 870 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ทำให้ ปตท.สผ.สามารถขยายฐานการผลิตเพื่อลดสัดส่วนการนำเข้าปิโตรเลียม

สำหรับมีปริมาณการจำหน่ายในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาของ ปตท.สผ.อยู่ที่ 228,314 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ถือว่าเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่จำหน่ายที่ 218,716 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ

หน้า 6
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 16th, 2009, 01:16 PM   #103
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

Egat aims to be solar-power innovator

Bangkokpost Published: 16/11/2009 at 12:00 AM


The Electricity Generating Authority of Thailand (Egat) plans to spend 222 million baht to build a pilot solar power project to showcase its own innovative technology, according to Paskorn Dangsmak, assistant director for policy and planning.


Technology developed by Egat tracks sun rays and adjusts the panel angle.
The pilot project, located in the Sirindhorn hydropower plant in Ubon Ratchathani, will have a capacity of one megawatt.

Its solar cells will use Egat's patented technology consisting of a tracking system to control the movement of panels in the direction of sun rays, instead of old technology that needs motors or manual controls to make panels move.

"We developed the system for tracking the direction of the sun rays by itself, and solar power will also be increased automatically to make it move. Current technology works by using battery-run motors, and needs humans to set its direction too," Mr Paskorn explained.

The Sirindhorn solar power plant will use locally made equipment from suppliers including Bangkok Solar Ltd and RCR Ltd.

With the new technology, which Egat began developing in 2003, the solar cells can produce 10-20% more power than ones using conventional technology.

The solar cells are expected to generate power that would save the equivalent of 348,000 litres per year of fossil fuels.

Egat plans to open the pilot project next month and hopes to develop the site into a learning centre on renewable energy for local communities.

The Egat solar power plant would be the third in Thailand that focuses on new developments, following a 100-MW solar cell plant by Bangchak Petroleum and a 6-MW installation by Bangkok Solar Ltd.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 16th, 2009, 06:12 PM   #104
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

เลือกสร้าง"โรงไฟฟ้านิวเคลียร์"เหลือ 4 จว. คาดปีหน้าเคาะได้ ศึกษาเทคโนฯ เครื่องปฏิกรณ์ถึงขั้นสุดท้าย

วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 21:10:47 น. มติชนออนไลน์


เลือกพื้นที่สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เริ่มงวด ก.พลังงานเฟ้นจาก 14 แห่ง เหลือแค่ 5 แห่งใน 4 จังหวัด สุราษฏร์ฯ นครศรีธรรมราช ตราด นครสวรรค์ คาดปีหน้ารู้ผล ด้านเทคโนฯ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ศึกษาขั้นสุดท้ายแล้ว


รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน แจ้งเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนว่า ขณะนี้การศึกษาความเหมาะสมในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์สำเร็จไปแล้วร้อยละ 62% โดยในส่วนของการคัดเลือกพื้นที่สำหรับตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้น ปัจจุบันเข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 คือ การคัดเลือกพื้นที่จาก 14 แห่ง เหลือเพียง 4 จังหวัด รวม 5 แห่ง ได้แก่ 1.พื้นที่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี 2 แห่ง 2.จังหวัดนครศรีธรรมราช 1 แห่ง 3.จังหวัดตราด 1 แห่ง และ 4.จังหวัดนครสวรรค์ 1 แห่ง ขั้นตอนต่อจากนี้เจ้าหน้าที่จากบริษัท เบิร์นแอนด์โลว์ บริษัทที่ปรึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะต้องลงพื้นที่ขุดเจาะชั้นหินในระดับความลึก 100 เมตร ของพื้นที่ทั้ง 5 แห่ง เพื่อศึกษาทางธรณีวิทยาสำหรับเลือกพื้นที่ให้เหลือเพียง 3 แห่ง ที่จะใช้ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ คาดว่าปี 2553 จะคัดเลือกพื้นที่สำเร็จ


นอกจากนี้ ในส่วนของเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์นั้น อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลขั้นตอนสุดท้าย โดยเบื้องต้นได้เชิญบริษัทจากประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และสหรัฐ มาหารือ โดยไทยขอให้ส่งข้อมูลเบื้องลึกด้านเทคโนโลยีเพื่อพิจารณาคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับนำมาใช้ในไทย อย่างไรก็ตาม ตัวแทนบริษัทดังกล่าวได้ขอให้ไทยลงนามรักษาความลับก่อนจึงจะสามารถเปิดเผยข้อมูลได้ ซึ่งไทยจะพิจารณาร่วมกันต่อไป


ทั้งนี้ ผลการศึกษาทั้งเรื่องสถานที่ก่อสร้างและเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์นั้นจะทำการศึกษาให้เสร็จภายในปี 2553 และรายงานผลต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จากนั้นจะให้รัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจว่าไทยจะเดินหน้าตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือไม่ ซึ่งคาดว่ารัฐบาลจะดำเนินการตัดสินใจได้ช่วงต้นปี 2554


ขณะที่นายสมบัติ ศานติจารี ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า กฟผ.ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับบริษัท ไชน่า กวางตง นิวเคลียร์ พาวเวอร์ กรุ๊ป (CGNPC) และบริษัท ซีแอลพี กรุ๊ป ในวันเดียวกันนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ระหว่างกัน การลงนามเอ็มโอยูครั้งนี้จะครอบคลุมเวลา 3 ปี


"กฟผ.ได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากรเพื่อรองรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในอนาคต ซึ่งเป็นไปตามแผนกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) 2007 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 ที่กำหนดให้มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ปริมาณ 2,000 เมกะวัตต์ สำหรับแผนพีดีพีฉบับใหม่ 2010 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณานั้นคาดว่าจะต้องมีการกำหนดให้มีการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เช่นกัน" นายสมบัติกล่าว
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 16th, 2009, 08:04 PM   #105
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

Thai specialists sent for nuclear studies in China

The Nation Published on November 17, 2009


The Electricity Generating Authority of Thailand will send specialists to study nuclear engineering in China under a three-year knowledge exchange programme with China Guangdong Nuclear Power Holding and CLP Group.

Egat governor Sombat Santijaree said yesterday the two Chinese companies have experience in constructing eight nuclear plants in China, of which two have begun operation.


Egat was open to signing similar agreements with other countries, which would cover only technical collaboration, not nuclear technology selection, he said.


Egat has also prepared human resources for its plan to build a nuclear power plant in the future according to the second version of the 2007 national power development plan.


The plan calls for building one nuclear power plant with a two-gigawatt capacity as an alternative energy source to ensure national energy security.


An Energy Ministry source said 62 per cent of Egat's feasibility study on the nuclear power plant was completed and five locations out of 14 for its site have been short-listed. Two are in Surat Thani and the others in Nakhon Si Thammarat, Trat and Nakhon Sawan.


Burns and Roe Asia, which was hired by Egat to study the location, technology and size of the plant, will conduct a geological survey of the five locations and will weed them down to three and then the final location.


Egat has reached the final stage of studying what should be the best nuclear technology for Thailand. It has asked some companies from China, Japan, South Korea and the US to present detailed information on nuclear technologies for Thailand to select the most suitable one.


The companies have asked Thailand to sign a confidentiality agreement before they send the information.


Egat is expected to finalise both the location and type of plant next year and will present the results for the government to give the go-ahead or thumbs down on setting up the nuclear power plant.


The government is expected to make that final decision in 2011.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 17th, 2009, 07:11 PM   #106
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

ระยองแบ่งเค้ก เงินกองทุนรอบโรงไฟฟ้ากว่า 300 ล้านบาท ไม่ลงตัว ถกกันวุ่น

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 พฤศจิกายน 2552 20:21 น.


ระยอง - จังหวัดระยอง แบ่งเค้ก เงินกองทุนรอบโรงไฟฟ้ากว่า 300 ล้านบาท ไม่ลงตัว ถกกันวุ่น

วันนี้ (17 พ.ย.) ที่ห้องประชุมศรีสมุทรโภคไชย ชั้น 4 ศูนย์ราชการ จ.ระยอง นายสยุมพร ลิ่มไทย ผวจ.ระยอง ประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้านิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมืองระยอง ในรัศมี 5 กิโลเมตร ครั้งที่ 2 โดยมี นายมงคล สกุลรุจินันท์ พลังงานจังหวัดระยอง นายวิรัต รัตนวิจิตร นายอำเภอเมืองระยอง ประธานชุมชน และผู้แทนชุมชน มาบตาพุด 31 ชุมชน และผู้แทนชุมชน ต.มาบข่า ต.ทับมา ต.เนินพระ และ ต.บ้านฉาง รวมทั้งสิ้น 35 ชุม ผู้แทนจากโรงไฟฟ้า ฯลฯ เข้าร่วมประชุม

นายสยุมพร กล่าวว่าเงินกองทุนรอบโรงไฟฟ้า กำหนดให้มีการจัดทำระเบียบในการบริหารงบประมาณกองทุนไฟฟ้าให้เป็นไปตามกฎหมาย ที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานยังไม่ได้ออกระเบียบในการบริหารงบประมาณ ที่ผ่านมาได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินกองทุน จากนั้นให้จังหวัดต่างๆ ไปออกระเบียบในแต่ละจังหวัด ในการบริหารงบประมาณไปก่อน ที่ผ่านมา จ.ระยองอาศัยระเบียบของจังหวัดบริหารงบประมาณกองทุนไฟฟ้าว่าด้วยการจัดสรรเงินตามสัดส่วน และมีมติเห็นชอบว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2551 จนกว่าจะมีระเบียบใหม่ขึ้นมา คือ

1.ด้านพัฒนาชุมชน ร้อยละ 65 ของวงเงินกองทุนโรงไฟฟ้าที่ได้รับ 2.ปัญหาเร่งด่วนของจังหวัดร้อยละ 20 3.ด้านการบริหารจัดการกองทุนร้อยละ 10 4.ด้านการสำรองภาษีร้อยละ 5 ในปีหน้ากระทรวงพลังงานจะออกระเบียบว่าด้วยงบประมาณกองทุนไฟฟ้าเพื่อที่จะใช้เป็นระเบียบทุกจังหวัดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จังหวัดระยอง จะจัดระดมความคิดเห็นผู้แทนกรรมการกองทุนไฟฟ้าร่วมกับจังหวัดอื่นในวันที่ 21-22 พฤศจิกายนนี้

นายสยุมพร กล่าวว่าก่อนหน้านี้ การจัดสรรเงินกองทุนไฟฟ้าของ 31 ชุมชนมาบตาพุด มีการประชุมลงมติและเสนอผู้ว่า ให้จัดสรรเงินกองทุนเท่าๆ กันทั้ง 31 ชุมชนมาบตาพุด ชุมชนละ 6,579,300 บาท ที่เหลืออีก 4 ชุมชน คือ ชุมชน ต.มาบข่า ชุมชน ต.ทับมา ชุมชน ต.เนินพระ และ ชุมชน ต.บ้านฉาง ให้เสนอความคิดเห็น

นายสุทธา เหมสถล ผู้แทนชุมชน ต.บ้านฉาง กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาเงินกองทุนไฟฟ้าจัดสรรให้ชุมชนละ 2,500,000 บาทเท่ากัน จากจำนวนเงินกองทุนโรงไฟฟ้า 100 ล้านบาทเศษ สำหรับในปีนี้มียอดเงินกองทุน 2 กองทุน คือ 1.กองทุนโรงไฟฟ้ามาบตาพุด จำนวนเงิน 327,751,680 บาท 2. กองทุนผลิตไฟฟ้าระยอง จำนวน 26,520,270 บาท รวมยอดเงินกองทุนไฟฟ้าทั้ง 2 กองทุน 354,271,950 บาท ทั้ง 31 ชุมชนมาบตาพุด ลงมติจัดสรรเงินกองทุนชุมชนละ 6,579,300 บาท สำหรับชุมชน ต.บ้านฉาง ชุมชน ต.ทับมา ชุมชน ต.เนินพระ และชุมชน ต.มาบข่า ก็ได้รับการจัดสรร 6,579,300 บาทเช่นกัน

นายสุทธา กล่าวว่า ชุมชน ต.บ้านฉาง มีจำนวนประชากรประมาณ 11,000 คน มากกว่า 31 ชุมชนมาบตาพุดที่อยู่รอบโรงไฟฟ้า เพราะฉะนั้นน่าจะจัดสรรให้ชุมชน ต.บ้านฉาง มากกว่า 3 เท่า หลังกล่าวจบผู้แทนชุมชนซอยร่วมพัฒนาออกมาโต้แย้งทันที จนเกือบจะเกิดการปะทะคารมกัน ผู้ว่าฯจึงออกมาปรามอย่าให้เกิดการทะเลาะกัน เพราะเรื่องเงินกองทุน มันเป็นเรื่องที่น่าอับอาย พอมีเงินกองทุนเข้ามาทำให้เกิดการทะเลาะกัน ในที่สุดมีผู้เสนอให้ผู้ว่าฯ นำเงินด้านการบริหารจัดการกองทุนร้อยละ 10 และด้านการสำรองภาษีร้อยละ 5 รวมเป็น ร้อยละ 15 มาแบ่งให้ 4 ชุมชน โดยไม่แตะเงินด้านปัญหาเร่งด่วนของจังหวัดร้อยละ 20 แต่อย่างใด นายสยุมพร รับไปพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งเป็นที่พอใจของ 4 ชุมชน ที่จะนำเม็ดเงินกองทุนรอบโรงไฟฟ้าไปบริหารพัฒนาชุมชนให้มีความเจริญสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนต่อไป
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 17th, 2009, 07:43 PM   #107
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

PTT consolidation on hold until Map Ta Phut ruling

The Nation Published on November 18, 2009


PTT Group's consolidation is set to be delayed until the Supreme Administrative Court rules on the fate of 76 industrial projects in Map Ta Phut and nearby areas that have been suspended.


"The court proceedings have affected the evaluation of each company's assets and investment plans," said Chainoi Puankosoom, president and CEO of PTT Aromatics and Refining (PTTAR). "Hence, we have to wait for the verdict before making any decision. Right now, we expect to conclude our M&A plan next month and take 4-6 months for all the procedures."


He added that the M&A was earlier scheduled to be concluded in October, but it had been delayed because of prolonged problems in Map Ta Phut.


"If the court orders the suspension of the 76 projects, we [PTT and its subsidiaries] have planned to swap our products and export the surplus instead of using as feedstock for the new plants [which are suspended]. Under the synergy and business adjustment, our business performance should not be strongly impacted," he said.


Although PTTAR's Euro IV upgrading project, worth US$220 million (Bt7.3 billion), is also one of the 76 projects suspended, it remains on track to complete it by the end of 2011 as the new Euro IV oil standard will be implemented in 2012. So far, this project has already signed a construction contract and ordered the machines.


Chainoi emphasised that this project would not impact negatively on the environment, and on the contrary it would minimise the impact because of lower sulphur in the oil refining process.


"All of our projects have already passed the environmental impact assessment [EIA], which included health impact assessment [HIA], in the procedure. However, we are willing to follow the new environment act once the government implements it," he said.


Chainoi added that the company would give full support to make the related laws and regulations clear because that would restore investor confidence and improve the country's investment climate.


PTTAR plans to spend $330 million over the next five years, starting from 2010 to 2014. Of that, the Euro IV project is the largest project and the balance $110 million will be used to improve its production efficiency and other maintenance costs.


Chainoi said the gross integrated margin (GIM) in this quarter would be around $5.5 to $6 per barrel, which makes the average of GIM in 2009 higher than $5 per barrel.


Chainoi said the GIM in 2010 would not be much different from this year because of slow recovery of the global economy.


Although new plants in China and the Middle East will start up in this quarter, the margin will not be much lower because oil refineries in the United States and Japan have shut down and cut their capacity following lower demand globally.


As a result, the price of aromatic products will vary in line with the changing oil price. He said it would rather be concerned about the insufficient feedstock to make aromatic products.


PTTAR's revenue this year may not reach its target of Bt270 billion but it will not affect the profitability. Yesterday, it won a Bt3-billion loan contract from the Export-Import Bank of Thailand to finance PTTAR'S expansion plan as well as productivity enhancement, manufacturing process improvement and environmental preservation in both upstream petrochemical and petroleum refining industries.


"We gained the profit of Bt3.3 billion by hedging 20 per cent of our refining capacity this year. We are considering our hedging plan in the coming year, when we are allowed to hedge up to 50 per cent of our production capacity, if it generates the satisfying margin," he said.


PTT has assumed oil price at $68 to $74 per barrel this year and $72 per barrel in 2010, he added.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 18th, 2009, 02:53 AM   #108
sf_alpha
Registered User
 
Join Date: Aug 2005
Location: Bangkok/Chanthaburi
Posts: 2,916
Likes (Received): 77

น่าไปสร้างติดชายแดนเขมร ตรงคลองใหญ่ มันจะได้กระทบน้อยหน่อย :P
sf_alpha no está en línea   Reply With Quote
Old November 18th, 2009, 11:32 AM   #109
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

เอกชน เสนอให้ นำระบบอนุญาโตตุลาการ กลับมาใช้ ขยาดคำสั่งกรณีมาบตาพุด "มาร์ค"หวั่นค่าโง่ -ไม่รับปาก

วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 16:16:41 น. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


ภาคเอกชนขยาดคำสั่งศาลปกครอง 76 คดีมาบตาพุด ขอทางเลือกสู้ในระบบอนุญาโตตุลาการ “มาร์ค” ยืนยันไม่จำเป็นต้องทำทุกคู่สัญญา ยกตัวอย่างค่าโง่ มวยล้มในเวทีอนุญาโตตุลาการซ้ำซาก

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 52 ว่า ที่ประชุมมีการพิจารณาข้อเสนอภาคเอกชน ที่ขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2552 เรื่องการทำสัญญาระหว่างรัฐกับเอกชน ที่กำหนดว่าหน่วยงานรัฐไม่ควรผูกมัดกับการแก้ไขปัญหาด้วยการใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการชี้ขาดกับเอกชน ทั้งที่วิธีการอนุญาโตตุลาการ เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทในระดับสากล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของนักลงทุน เนื่องจากมองว่า มติครม. ที่ออกมา ส่งผลให้การพิจารณาคดีระหว่างหน่วยงานรัฐกับเอกชน จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลเพียงอย่างเดียว


นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ข้อเสนอของเอกชนที่ยื่นมาให้พิจารณาครั้งนี้ คือ การขอให้รัฐบาลทบทวนมติครม. ให้ออกมาในลักษณะที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐ-รัฐวิสาหกิจ สามารถพิจารณาระบุในสัญญากับเอกชนให้ใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการ เพื่อระงับข้อพิพาทได้ตามความจำเป็นและสมควรต่อสถานการณ์


อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายคน มีความเห็นว่า ในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำสัญญาของรัฐกับเอกชน มีลักษณะของการเปิดกว้าง เรื่องการใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการ ไว้แล้ว โดยกำหนดเรื่องการให้หน่วยงานของรัฐที่มีคู่สัญญากับเอกชน นำเสนอเรื่องให้ ครม.พิจารณาเป็นรายโครงการไป ซึ่งในการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าบางสาย ก็มีการระบุเงื่อนไขเรื่องการใช้วิธีการอนุญาโตตุลการไปแล้ว จึงไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอที่จะให้มีการทบทวนมติ ครม.ดังกล่าวแต่อย่างใด


นายพุทธิพงษ์ อธิบายว่า ภายหลังรับฟังคำชี้แจงดังกล่าว ตัวแทนจากภาคเอกชน ก็มีความเข้าใจมากขึ้น แต่ก็ยืนยัน ที่จะให้รัฐบาลแสดงความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อที่จะได้สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนมากขึ้น ที่ประชุมจึงเห็นชอบที่จะเร่งรัดให้หน่วยงานของรัฐ-รัฐวิสาหกิจ ที่มีคู่สัญญาเป็นเอกชน ได้ชี้แจงกับภาคเอกชนให้เข้าใจรายละเอียด มติ ครม. เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2552 ว่าไม่ได้เป็นข้อห้ามต่อหน่วยงานของภาครัฐในการใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการเพื่อระงับข้อพิพาท และมอบหมายให้ประธานผู้แทนการค้าไทย ประมวลเรื่องการใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการเพื่อระงับข้อพิพาท และนำเสนอให้ครม.รับทราบต่อไป


แหล่งข่าวจากที่ประชุม กรอ. เปิดเผยว่า เหตุผลที่ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลทบทวนมติ ครม. เรื่องการกำหนดข้อห้ามการใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการระงับข้อพิพาท ระหว่างหน่วยงานรัฐกับเอกชน เป็นเพราะมีความกังวลว่า หากใช้วิธีการระงับข้อพิพาทตามกระบวนการของศาล อาจจะต้องใช้ระยะเวลายาวนาน นอกจากนี้ ภาคเอกชน ยังจะต้องแสดงข้อมูลการดำเนินงานโครงการทั้งหมดให้ศาลรับทราบ ซึ่งอาจจะมีเอกชนบางรายที่ไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินธุรกิจบางส่วนให้สาธารณะชนได้รับทราบ นอกจากนี้ ภาคเอกชนก็ยังรู้สึกว่าการใช้วิธีอนุญาโตตุลาการในการระงับข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานรัฐ ก็มีแนวโน้มที่จะชนะคดีสูงมากกว่าการพิจารณาคดีตามกระบวนศาลปกติ


นอกจากนี้แหล่งข่าวยังอ้างคำพูดนายกรัฐมนตรีด้วยว่า ต้องการให้กลไกอนุญาโตตุลาการมีความเข้มแข็ง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า นักกฎหมายของรัฐนั้นส่วนใหญ่เก่ง แต่พอไปต่อสู้ในอนุญาโตตุลาการทีไรก็แพ้ เหมือนนักมวยชกเก่ง แต่พอขึ้นเวที ก็ทำเหมือนไม่มีแรง ชกแพ้ เป็นมวยล้มทุกที


แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกเหนือจากความกังวลเรื่องความได้เปรียบในการหาข้อพิพาทระงับคดีกับหน่วยงานของรัฐ โดยใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการ แล้ว มีการวิเคราะห์ในกลุ่มตัวแทนของหน่วยงานรัฐที่เข้าร่วมประชุม กรอ.ครั้งนี้ ว่า ความกังวล เกี่ยวกับปัญหาเรื่องที่ศาลปกครอง มีคำสั่งระงับการดำเนินงาน 76 โครงการในเขตนิคมอตุสาหกรรมมาบตาพุด ก็เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้เอกชน ต้องการที่จะหาทางออกกรณีเกิดปัญหาข้อพิพาทด้วยวิธีการอื่น นอกเหนือจากการให้เรื่องเข้าสู่ช่องทางการพิจารณาคดีของศาลปกครอง


นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนเห็นว่าการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้แนวทางว่า งานของรัฐที่จะต้องมีการเซ็นสัญญาอะไรก็ตาม หากมีข้อตกลงกันไม่ได้จะไม่ใช้อนุญาโตตุลาการซึ่งเป็นข้อยกเว้นในบางกรณี โดยหากเกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจโดยตรงแล้ว อาจจะทำไม่ได้ อาจจะทำให้นักลงทุนเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะความ จริงแล้วเป็นมติคณะรัฐมนตรีเดิมที่รัฐบาลได้ออกมา และก็มีข้อยกเว้นให้อยู่แล้ว


ทั้งนี้ รัฐบาลจะไปสร้างความเข้าใจให้กับกระทรวงต่างๆ และนักลงทุน จะได้มีความเข้าใจว่า เราเป็นการทำธุรกิจปกติ เหมือนนานาประเทศ ไม่ใช่ว่าทุกโครงการจะไม่มีการใช้อนุญาโตตุลาการ โครงการไหนที่มีความจำเป็นมีข้อสัญญาผูกมัด และมีความจำเป็นที่จะต้องใช้อนุญาโตตุลาการก็สามารถใช้ได้ อันไหนที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องใช้ เชื่อว่านักลงทุนจะมั่นใจในเรื่องของการทำงานมากขึ้น
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 18th, 2009, 04:22 PM   #110
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

นลท.ญี่ปุ่นหวั่นปัญหามาบตาพุด กระทบระบบซัพพลายเชน

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 18/11/2009


อุตฯ เผยนักลงทุนญี่ปุ่นติดตามความคืบหน้าแก้ปัญหามาบตาพุด หวั่นกระทบระบบซัพพลายเชน แต่เชื่อปัญหามาบตาพุดไม่กระทบความเชื่อมั่นการลงทุนในไทย

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังนายซาโตะ โอตาคะ อัคราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยเข้าพบเพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหามาบตาพุด เนื่องจากนักลงทุนญี่ปุ่นกังวลว่าปัญหาดังกล่าวจะบานปลายกระทบห่วงโซ่อุปทาน หรือ ซัพพลายเชนของบริษัทผู้ผลิตญี่ปุ่น ซึ่งมีอยู่ใน 76 โครงการลงทุน ที่ถูกระงับในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดตามคำสั่งศาลปกครอง

ในโอกาสนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังได้ยืนยันกับอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ว่า รัฐบาลไทยได้ตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายขึ้นมาแก้ปัญหามาบตาพุด ประกอบด้วยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิและด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีนายอนันต์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ขณะที่ภาคเอกชนยืนยันจะเดินหน้าอุตสาหกรรมควบคู่กับการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

นายซาโตะ โอตาคะ อัคราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวว่า นักลงทุนญี่ปุ่นยังเชื่อมั่นและมุ่งมั่นที่จะลงทุนในประเทศไทย พร้อมกับคาดหวังว่ารัฐบาลจะสามารถหาทางออกให้กับปัญหานี้ได้โดยเร็วและเชื่อว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำตัดสินในทางบวก
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 19th, 2009, 07:48 AM   #111
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

ตราดเล็งต้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11576 มติชนรายวัน


นักอนุรักษ์ผวา"กัมมันตรังสี"รั่ว หวั่น"ทรัพยากร-แหล่งเที่ยว"พัง

นายสมเกียรติ สมรรถการ นายกสมาคมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ตราด ให้ความเห็นกรณีกระทรวงพลังงาน เตรียมแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ.2552-2564 โดยล่าสุดกำหนดโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาด 1,000 เมกะวัตต์ จำนวน 2 โรง และสำรวจหาพื้นที่เหมาะสมจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ 1.พื้นที่ใน จ.สุราษฎร์ธานี 2 แห่ง 2.จ.นครศรีธรรมราช 1 แห่ง 3.ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด 1 แห่ง และ 4.จ.นครสวรรค์ 1 แห่งเพื่อคัดเลือกเหลือเพียง 3 แห่ง นำเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ ว่า หากมีการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ในพื้นที่ จ.ตราด จะเกิดปัญหาหลายด้านโดยเฉพาะปัญหาสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก จ.ตราด มีทรัพยากรธรรมชาติสวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ อีกทั้ง ต.ไม้รูดเป็นแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติ มีทรายแก้วมหาศาล มีป่าชายเลนที่สมบูรณ์

"ผมไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้แน่นอน แม้จะมีเทคโนโลยีระดับไหน แต่ไว้วางใจได้แค่ไหนว่าไม่มีสารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกมา โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องใช้น้ำเป็นตัวควบคุม น้ำจากทะเลตราดจะไม่สกปรกหรือ หากรั่วไหลออกมาจะสามารถป้องกันได้ทันท่วงทีหรือไม่ ผมว่าตราด ไม่เหมาะสมกับการตั้งโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์" นายสมเกียรติกล่าว

นายสนธยา กล่อมสังข์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เปิดเผยว่า ต.ไม้รูดมีประชากรไม่มากแต่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ทั้งทรายแก้ว ป่าชายเลน และสัตว์ทะเล หากมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทำให้เกิดความเสียหาย ทาง อบต.ไม้รูด และประชาชนคงไม่ยินยอมแน่นอน

นายเสน่ห์ กุฎีรักษ์ รักษาการพลังงงาน จ.ตราด กล่าวว่า ทางสำนักงานพลังงาน จ.ตราด ยังไม่ได้เตรียมการใด ๆ ในเรื่องนี้ เพราะขั้นตอนยังอยู่อีกไกล ต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ต้องมาสำรวจ ตรวจสอบสภาพพื้นที่และสำรวจพื้นที่ทางธุรกิจธรณีวิทยา ดังนั้นทางกระทรวงยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ในขณะนี้ แต่สิ่งที่ต้องทำก็คือ ทางจังหวัดต้องตั้งคณะทำงานในเรื่องนี้มาเพื่อรองรับกับสิ่งที่ทางกระทรวงพลังงานที่จะดำเนินการต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามแผนกระทรวงพลังงานคัดเลือกพื้นที่เหมาะสมในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เสนอให้รัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจในเดือนพฤษภาคม 2553

สำหรับการศึกษาความเหมาะสมถูกกำหนดไว้ 5 หัวข้อ 1.การเลือกเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 2.การเลือกสถานที่ตั้ง 3.การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น 4.การศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์พลังงานและการเงิน 5. การวางแผนพัฒนาบุคลากร

ส่วนปัจจัยหลักในการพิจารณาเลือกสถานที่ตั้งโครงการมี 3 ประเด็นหลักคือ 1.ด้านความปลอดภัย 2.ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 3.ความเหมาะสมทางเศรษฐศาสตร์ (กรอบบ่าย)

หน้า 9
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 19th, 2009, 07:57 AM   #112
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

ปตท.ขยายลงทุนเหมืองถ่านหินอินโดนีเซีย

Posttoday วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552


ปตท.สยายปีก ลงทุนเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียเพิ่มปีหน้า ขยายตลาดส่งออก

นายจิตรพงษ์ กว้างสุขสถิตย์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.อินเตอร์เนชั่นแนล เทรดดิ้ง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการร่วมลงทุนธุรกิจเหมืองถ่านหินในประเทศอินโดนีเซียว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจหาแหล่งถ่านหินใหม่เพิ่มเติมอีก 1 แห่งเพื่อขยายธุรกิจให้มีความต่อเนื่อง

ขณะที่การลงทุนในเหมืองถ่านหินเดิม ปีนี้มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 9 ล้านตัน คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 500-600 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ในปี 2553 จะมีกำลังผลิตเพิ่มเป็น 11-12 ล้านตัน และภายใน 5 ปีข้างหน้าจะมีกำลังผลิตได้ถึง 20 ล้านตัน ซึ่งจากการประเมินศักยภาพเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียพบว่าจะมีปริมาณถ่านหินได้ถึง 50-60 ล้านตัน

“การลงทุนเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียก้าวหน้าตามลำดับ จึงพยายามหาแหล่งใหม่เข้ามาเพิ่ม ถ่านหินที่ผลิตได้จะส่งออกไปยังญี่ปุ่น ฮ่องกง และจีน แต่ไม่ส่งกลับมายังไทย ซึ่งการขยายธุรกิจก็เพื่อกระจายความเสี่ยง เพิ่มโอกาสในการเติบโตของปตท. ในระยะยาว โดยประเมินรายได้จากการทำเหมืองถ่านหินน่าจะอยู่ที่ 500-600 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งปตท. ถือหุ้นอยู่ 60%” นายจิตรพงษ์ กล่าว

ด้านนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. กล่าวถึงการจัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการ เทคโนโลยีด้านปิโตรเลียมแห่งภูมิภาคอาเซียนครั้งที่ 9 ว่า การประชุมหารือครั้งนี้มีแนวคิดระหว่างผู้บริหารบริษัทปิโตรเลียมในกลุ่มอาเซียน จะสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดมาตรฐานร่วมกันในการถอนฐานขุดเจาะปิโตรเลียม ในขณะที่จับมือร่วมกันในหลายประเทศเพื่อร่วมลงทุนในการขุดเจาะแหล่งปิโตรเลียมมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนแล้ว คือ แอสโคป คอร์ปอเรชั่น ส่วนปตท. อยู่ระหว่างการหาพันธมิตรบริษัทต่างชาติมาร่วมมือเช่นกัน

นอกจากนี้ จะเป็นช่องทางหนึ่งที่ไทยจะเสนอวิสัยทัศน์ในการผลักดันให้เกิดพลังงานอย่างหยั่งยืน ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน การแสวงหาพลังงาน และพลังงานทางเลือก ควบคู่ไปกับการใส่ใจและให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อม
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 19th, 2009, 08:10 AM   #113
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

ไทยนำเข้าแอลพีจีแตะแสนตันต่อเดือน

Thannews 19/11/2009


ราคาน้ำมันพุ่ง ไทยนำเข้าแอลพีจีแตะแสนตันต่อเดือนแล้ว ด้านกระทรวงพลังงานเตรียมแผนรองรับเพื่อความมั่นคงทั้งระบบ รวมไปถึงกรณีก๊าซจากพม่าหยุดส่งชั่วคราว เป็นเวลา 20 วันอีกด้วย

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน ยอมรับว่า จากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ทำให้มีการใช้ก๊าซหุงต้มเป็นพลังงานทดแทนมากขึ้น ประกอบกับการที่โรงแยกก๊าซธรรมชาติโรงที่ 6 ของ ปตท. ที่ยังไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ เพราะติดปัญหาการฟ้องร้องเรื่องมาบตาพุด จึงทำให้การใช้ก๊าซหุงต้มสูงเกินคาดการณ์

ล่าสุด เดือนตุลาคมนำเข้ากว่า 1 แสนตัน และคาดว่าหากโรงแยกก๊าซยังติดปัญหา ก็อาจทำให้การนำเข้าสูงในระดับนี้ตลอดปีหน้า ซึ่งจะเป็นภาระของประเทศที่ต้องมีมูลค่านำเข้าสูงขึ้น ในขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็ต้องมีภาระรายจ่ายส่วนต่างนำเข้าที่ ปตท.ต้องนำเข้าก๊าซหุงต้มสูงขึ้นเช่นกัน โดย กระทรวงกำลังพิจารณาจะเพิ่มเพดานส่วนต่างการนำเข้าเพิ่มจาก 500 เป็น 800 หรือ 1,000 ล้านบาทต่อเดือน ในขณะเดียวกัน ปตท.ได้ลงทุนรับแอลพีจีจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นในลักษณะคลังลอยน้ำอีกด้วย

ส่วนกรณีที่พม่าได้แจ้งจะหยุดส่งก๊าซ 500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เป็นเวลา 20 วัน ในช่วงปลายปีนี้ ทางกระทรวงพลังงานได้ประชุมรับมือ โดยจะมีการสั่งให้โรงไฟฟ้าถ่านหิน ทั้งบีแอลซีพี และเม่เมาะ ผลิตเพิ่มขึ้น หากไม่เพียงพอก็จะผลิตจากน้ำและน้ำมัน โดยจะไม่ให้กระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน

ในวันนี้ กระทรวงพลังงานยังร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามความร่วมมือโครงการวัด-มัสยิด...ประหยัดไฟ...รวมใจสมานฉันท์ ด้วยการนำนักศึกษาอาชีวศึกษาทั่วประเทศ เปลี่ยนหลอดประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ในศาสนสถาน 600 แห่งทั่วประเทศ คาดว่าจะสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้กว่า 35 ล้านหน่วยต่อปี หรือปีละ 106 ล้านบาท พร้อมลดคาร์บอนไดออกไซด์ กว่า 17,800 ตันต่อปี
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 19th, 2009, 10:26 AM   #114
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

PTT wants Borneo mine Coal a part of diversification plan

Bangkokpost Published: 19/11/2009 at 12:00 AM


PTT International Co, a wholly owned unit of the majority state-owned oil company PTT Plc, is looking to acquire coal assets in Indonesia to diversify its energy business overseas.

The company is in talks to buy 100% of the shares of a coal mine in Kalimantan, Borneo. The negotiations should be finished within six months, said Chitrapongse Kwangsukstith, acting president, CEO and chairman of PTT International.

The move would follow PTT's investment in the Sebuku Jambayan coal mine, where the company bought a production licence from the local operator earlier this year. The group first diversified into the coal business late last year.

Once the negotiations are finalised, the coal mine would start production immediately, said Mr Chitrapongse.

This project is part of PTT's investment plan that aims to lift overseas investment to 50% of the total budget by 2014 from 20-30% at present.

The company's first Indonesian coal mine is projected to generate $500 million from the annual production of nine million tonnes this year. The output is expected to increase to 11-12 million tonnes next year and 20 million tonnes by 2014.

PTT spent $335 million buying an Australia-based miner, Straits Resources Co. The sub-bituminous grade coal is sold to power plants in China, India, Japan and Korea.

"Diversifying into other fields besides our core oil and gas operations is for integration. Thus, we have moved to coal, biofuels and liquefied natural gas (LNG)," said Mr Chitrapongse.

Last year, PTT acquired a palm oil plantation from the Kalimantan palm oil producer PT Mitra Aneka Rezeki through the wholly owned company PTT Green Energy Co (PTTGE).

The project covers 87,500 rai, of which 19,375 rai would be used for commercial palm oil production, 31,250 rai for plantations and the final 36,875 rai for future expansion.

He said the Indonesian subsidiary was preparing to construct a new crude palm oil refinery, expected to be completed in 2011 or 2012.

PTT is keen on crude palm oil because of growing concerns over global warming and soaring fuel prices.

PTT is also investing in LNG and floating LNG (FLNG) abroad. PTT International will join with PTT Exploration and Production Plc to develop the Cash & Maple offshore project in Australia.

They expect to begin FLNG production from the field by 2013-14, added Mr Chitrapongse.

Prasert Bunsumpun, the president and chief executive of PTT, yesterday called on national oil companies in Southeast Asia to step up their activities related to biofuels to cope with the impact of oil price fluctuations.

"Oil resources are being depleted and energy demand will return to positive growth of 1-2% when the global economy recovers, so we need sustainable development," he said at the opening of the ninth Asean Council on Petroleum Conference and Exhibition (Ascope) in Bangkok.

Shares of PTT closed yesterday on the SET at 239 baht, unchanged, in trade worth 857 million.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 19th, 2009, 05:13 PM   #115
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

สาวใหญ่หัวใจล้มเหลว ไม่ได้ตายจากฝนกรด

Nation 19 พย. 2552 21:30 น.


นายแพทย์ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ สาธารณสุขจังหวัดระยอง เผยว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 52 นางสุรินทร์ ขมหงษ์ อายุ 59 ปี เสียชีวิตที่บ้านพัก ชาวบ้านในชุมชนมาบข่าเข้าใจว่านางสุรินทร์ เสียชีวิตเพราะได้รับมลพิษจากฝนกรด ผิวหนังลอกทั้งตัว

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ตรวจสอบข้อมูลของผู้เสียชีวิตแล้ว จากการวินิจฉัยพบว่าผู้เสียชีวิตป่วยด้วยโรคเรื้อรังหลายโรค ได้แก่ โรคภูมิแพ้ตัวเอง โรคหนังแข็ง และ โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย ต่อมามีอาการแทรกซ้อนคือภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง เข้ารับการรักษาตัวที่ ร.พ.ระยอง ตั้งแต่พ.ศ. 2546 และเข้า-ออก ร.พ.ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 52 รวม 43 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายผู้ป่วยมารักษาด้วยอาการอ่อนเพลีย แพทย์ได้ให้การรักษาจนอาการทุเลาและกลับบ้าน ต่อมาเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ได้เสียชีวิต คณะแพทย์ผู้เกี่ยวข้องได้ประชุมลงความเห็นว่า ผู้ป่วยรายนี้น่าจะเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน อันมีสาเหตุมาจากโรคเดิมที่ผู้เสียชีวิตเป็นอยู่
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 19th, 2009, 05:18 PM   #116
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

"เมืองคอน"ไม่เหมาะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร ์ พื้นไม่แข็งแรงพอ

วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 20:03:16 น. มติชนออนไลน์


นายอุทัย ภูริพงศธร พลังงานจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 19พฤศจิกายน ว่า ตามที่มีข่าวกระทรวงพลังงานส่งเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจพื้นที่เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ โดยพื้นที่ อ.ขนอม และ อ.สิชล เป็นพื้นที่เป้าหมาย 1 ใน 5 นั้น เท่าที่รับทราบเบื้องต้นผลการสำรวจความแข็งแรงของพื้นที่ พบว่า สภาพพื้นหิน 2 อำเภอดังกล่าว ไม่มีความแข็งแรงเพียงพอที่จะรองรับน้ำหนักการก่อสร้างได้ จึงมีความเป็นไปได้ว่าไม่เหมาะสมสำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ซึ่งทางหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการก่อสร้างจะนำผลการสำรวจมาพิจารณาร่วมกันหาความเหมาะสมต่อไป


"การสำรวจของกระทรวงพลังงานในครั้งนี้ใช่ว่าจะต้องก่อสร้างเสมอไป ต้องดูในรายละเอียดว่าพื้นที่เป้าหมายอยู่บนพื้นฐานการยอมรับของประชาชนในพื้นที่หรือไม่ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด" นายอุทัยกล่าว
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 20th, 2009, 08:52 AM   #117
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

สั่งสำรองผลิตไฟรับก๊าซขาด

Posttoday วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552


โพสต์ทูเดย์ - เตรียมแผนสำรองเชื้อเพลิงหลังก๊าซแหล่งพม่าประกาศหยุดจ่าย 2 สัปดาห์ ซ่อมเครื่องประจำปี ห่วงกระทบต้นทุนไฟฟ้า

นายณอคุณ สิทธิพงศ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามการบริหารเชื้อเพลิง เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานจะดูแลการจัดสรร เชื้อเพลิงเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศอย่างเหมาะสม ซึ่งแผนหยุดซ่อมประจำปีของแหล่งก๊าซยาดานาและเยตากุนของพม่า 20 วัน แม้จะทำให้ปริมาณก๊าซธรรมชาติหายไปจากระบบ 500 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าหรือสร้างภาระต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่ม

นายสมบัติ ศานติจารี ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า การหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติครั้งนี้ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า จึงไม่น่าเป็นห่วง โดยแหล่งเชื้อเพลิงที่จะมาทดแทนปริมาณก๊าซธรรมชาติที่หายไปจะมาจากการเพิ่มกำลังผลิตของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่แม่เมาะ และโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีที่ จ.ระยอง รวมทั้งเพิ่มสำรองน้ำมันเตาและดีเซลไว้รองรับ หากไม่เพียงพอจะเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำเข้ามาเสริม

“ถ้ามีการแจ้งล่วงหน้าแผนหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจะไม่มีปัญหาต่อการผลิตไฟฟ้า ไม่เหมือนกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินครั้งที่แล้ว ปริมาณก๊าซธรรมชาติหายไปจากระบบ ทำให้ต้องปรับแผนการผลิตไฟฟ้าแบบเร่งด่วนเพื่อไม่ให้มีปัญหาไฟฟ้าดับ ซึ่งยืนยันว่าหากมีต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นจากแผนหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจะไม่ผลักภาระให้กับประชาชน โดยปตท. เองก็มีแผนจัดสรรนำก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอื่นมาชดเชยให้ด้วย ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นห่วงในเรื่องดังกล่าว” นายสมบัติ กล่าว

ด้าน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน กล่าวถึงปริมาณการนำเข้าก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ในเดือนพ.ย. ที่สูงขึ้นมากว่า 1 แสนตัน ว่า เป็นผลมาจากระดับราคาน้ำมันที่เริ่มขยับตามราคาตลาดโลก โดยมอบหมายให้ปตท. บริหารปริมาณแอลพีจีให้เพียงพอกับความต้องการใช้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลน ที่ผ่านมาปริมาณแอลพีจีนำเข้าที่สูงขึ้น จะใช้วิธีการจัดเก็บสำรอง โดยวิธีบรรทุกในเรือลอยลำอยู่กลางทะเล รวมทั้งสั่งให้ผู้ค้าก๊าซเพิ่มปริมาณสำรองจาก 0.5% เป็น 1%

สำหรับภาระนำเข้าแอลพีจีต้องจ่ายคืนให้ปตท. แยกเป็น 2 ประเภท คือ ภาระนำเข้าแอลพีจีปี 2551 มียอดสะสม 4,500 ล้านบาท ทยอยจ่ายคืนรายเดือนไม่เกิน 500 ล้านบาท/เดือน และภาระนำเข้าปีนี้กว่า 1,000 ล้านบาท ทยอยจ่ายตามจริงในแต่ละเดือน ซึ่งสถานการณ์นำเข้าที่สูงขึ้นช่วง 2-3 เดือน และราคาที่ระดับ 660 เหรียญสหรัฐ/ตัน ทำให้ต้องขยายเพดานชำระหนี้ จากไม่เกิน 500 ล้านบาท/เดือน เป็นไม่เกิน 800-1,000 ล้านบาท/เดือน
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 20th, 2009, 09:20 AM   #118
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

Govt delays amending environment act; waits for panel resolution on Map Ta Phut


BANGKOK, Nov 20 (TNA) - Prime Minister Abhisit Vejjajiva said on Thursday that the government had decided to delay the amendment of the 1992 Environment Promotion and Preservation Act, waiting for a result from the four party panel set up to resolve the Map Ta Phut Industrial Estate’s problems.

Meanwhile, former prime minister Anand Panyarachun, chairman of the panel, told reporters after its first meeting Thursday that it will try to settle the problem overall within 4-5 months and expects to have urgent short- term measures in 4-5 weeks.

Comprised of representatives of four parties, the committee includes government, private, and public sectors and specialised experts with four representatives each.

Mr Anand said that the panel would not indicate which parties are right or wrong in the controversies, but its main task is to focus on the facts mission and have the parties exchange opinions. The panel seeks a solution allowing coexistence and ending the conflict between local communities and factories, not to identify winners or losers.

The panel chair said he expected to determine short-term measures to help 76 industrial projects impacted by the court ruling within 4-5 weeks and find an overall long term solution to help other projects in industrial estates which may face similar environmental legal action.

The committee agreed to meet twice weekly, on Mondays and Wednesdays.

Members will visit Map Ta Phut on December 5-6 to register more information. The panel will meet at the site on December 6.

Mr Abhisit said the government did not want to be seen as rushing to amend the act so it moved to hold the plan until the next session of Parliament in order to wait for the four-party committee come up with its solutions.

The draft amendment establishing an independent agency to scrutinise investment projects was approved by the Cabinet on October 13. The House of Representatives is due to deliberate the legislation on Wednesday.

The Central Administrative Court in September ordered 76 industrial projects in the Map Ta Phut industrial estate in the eastern seaboard province of Rayong to temporarily halt operations amid continuing concern about critical environmental and health impacts.

The court’s decision came after the Stop Global Warming Association and 43 local residents living near the estate filed suit with the court in August seeking an emergency hearing and an injunction to suspend all projects at Map Ta Phut.

The local residents claimed that the license approval for the industrial projects were not in accord with Article 67 of Thailand’s Constitution and that it will benefit investors doing business in the pollution control zone, 250km southeast of Bangkok. (TNA)
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 20th, 2009, 07:17 PM   #119
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

PTT exports lubricants to China

By The Nation 21/11/2009


PTT Plc has penetrated China's lubricant market, expecting to sell 2 million litres of the product in the market in the first year.

Prajya Phinyawat, COO for downstream petrochemical business, recently represented the company in signing the distribution contract with Topship Chemical Co Ltd. After the contract ends in 2011, the company expects to sell 5 million liltres per annum in the market.


PTT has so far exported the product to the Philippines, Laos, Cambodia, Vietnam, Greece, Pakistan, Nigeria, New Zealand, Taiwan and Burma.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 23rd, 2009, 10:44 AM   #120
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,528
Likes (Received): 346

RATCH to shop closer to home after Australian bid

Bangkokpost Published: 23/11/2009


Ratchaburi Electricity Generating Holding Plc (RATCH), Thailand's largest private power producer, has begun exploring acquisition opportunities in neighbouring countries in addition to its ongoing bid to acquire Australian power plants, says senior vice-president Prachuab Ujin.

The SET-listed power producer is conducting a feasibility study to acquire hydropower units in Indonesia and Vietnam where the owners have approached overseas investors. One reason is that the opportunities to set up new plants locally are limited, said Mr Prachuab.

Perusahaan Listrik Negara (PLN), Indonesia's state-owned utility, has shouldered huge losses from subsidising electricity bills, forcing it to offload its existing assets.

"We are interested in the hydro units because the cost is cheaper (than other types of power plants) which are up for sale because they will give us attractive returns," said Mr Prachuab. "We are aiming for double-digit return on investments for every project we spend money on."

Ratchaburi has cash on hand of about 7 billion baht to expand overseas. However, additional bank loans will be sought to pursue investments, he added.

Mr Prachuab said the company was also bidding to acquire three coal-fired and combined-cycle power plants in western and eastern parts of Australia. The Australian owner is in financial trouble and wants to sell 11 plants with combined generating capacity of 1,000 gigawatts.

"We have chosen only units that will give us reasonable returns. These have a capacity of around 200-300 megawatts each. We are also looking at more power units owned by separate owners," he said.

Ratchaburi has developed four power plants in Laos and is now negotiating tariffs with the Electricity Generating Authority of Thailand. They are expected to be operational between 2013 and 2016.

The company also holds equal shares with Banpu Plc, Asean's top coal miner, in the Hongsa Lignite coal-fired power plant in Laos.
napoleon no está en línea   Reply With Quote


Reply

Thread Tools
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 01:40 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2013, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.1.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2013 DragonByte Technologies Ltd.
vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2013 DragonByte Technologies Ltd. (Resources saved on this page: MySQL 25.00%)

SkyscraperCity - In Urbanity We Trust

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu