daily menu » rate the banner | guess the city | one on one

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Architecture and Urban Facilities

Architecture and Urban Facilities Architectural wonders of Thailand and Special focussion on Urban Mobilities


Global Announcement

SkyscraperCity needs your help to do some house cleaning! please click here for more info!



Reply

 
Thread Tools Display Modes
Old December 19th, 2009, 11:23 AM   #81
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,997
Likes (Received): 391

34 ปี สายสัมพันธ์ "ร.ฟ.ท.-เซ็นทรัล"

วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4168 ประชาชาติธุรกิจ


สายสัมพันธ์ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กับกลุ่มบริษัทเซ็นทรัลของตระกูลจิราธิวัฒน์มีมาอย่างยาวนาน จุดเริ่มต้นนับย้อนไปหาวันที่ 18 ธันวาคม 2521 จากการเช่าที่ดินบริเวณสามเหลี่ยมพหลโยธิน ขนาด 47.22 ไร่ หรือศูนย์การค้าเซ็นทรัล และโรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัล ลาดพร้าว ในปัจจุบัน

โดยคู่สัญญา "ร.ฟ.ท.-เซ็นทรัล" ขณะนั้นทำสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี บนผลตอบแทนกว่า 166 ล้านบาท เพิ่งหมดสัญญาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2551 และเซ็นทรัลได้ต่อสัญญาสัมปทานออกไปอีก 20 ปี เสนอผลตอบแทนให้ ร.ฟ.ท. วงเงิน 21,298 ล้านบาท

ว่ากันว่าการต่อสัญญากับ "เซ็นทรัล" กลายเป็นกรณีศึกษาที่ทำให้ ร.ฟ.ท. "ตระหนักรู้" ว่าองค์กรมีความสามารถหารายได้จากที่ดินที่มีอยู่ในมือมหาศาลกว่า 2 แสนไร่ได้จริง ๆ เพราะกาลเวลานำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง จากที่ดินที่เคยมีสภาพไม่ต่างจาก "ทุ่งนา" กลายเป็น "ทำเลทอง" ในปัจจุบันนี้

สายสัมพันธ์ "ร.ฟ.ท.-เซ็นทรัล" นำไปสู่การเป็นคู่พันธมิตรดีลที่ 2 เมื่อปี 2528 "กลุ่มเซ็นทรัล" จับมือกับกลุ่มธุรกิจโรงแรมในเครือแอคคอร์จากประเทศฝรั่งเศสเสนอตัวเป็นผู้บริหาร "โรงแรมรถไฟ" หรือโรงแรมเซ็นทรัล โซฟิเทล หัวหินในขณะนี้ รวมระยะเวลาสัญญา 30 ปี โดย ร.ฟ.ท.ได้ผลตอบแทน 160 ล้านบาท

น่าจับตาอีกเช่นกัน เพราะกำลังจะครบกำหนดสัญญาเช่าวันที่ 15 มกราคม 2559 และมีแนวโน้ม ร.ฟ.ท.จะต่อสัญญาสัมปทานให้ แต่บนเงื่อนไขผลประโยชน์ที่เปลี่ยนไป

ล่าสุดคือการเปิดหน้าดิน 46 ไร่ทำเลสวยแปลงใหญ่ใจกลางเมืองหัวหินอีกแปลงหนึ่ง ทาง "เซ็นทรัล" เองอาจประเมินแล้วว่าเป็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจโรงแรมในหัวหินเพราะทำเลห่างกันเพียง 1 กิโลเมตรเศษเท่านั้นเอง

หน้า 4
napoleon no está en línea   Reply With Quote

Sponsored Links
 
Old December 19th, 2009, 11:25 AM   #82
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,997
Likes (Received): 391

รุมทึ้งทำเลทองที่รถไฟ"หัวหิน"46ไร่ "เซ็นทรัล"ซุ่มเงียบหวังต่อยอดธุรกิจ

วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4168 ประชาชาติธุรกิจ


การรถไฟฯเตรียมเปิดหน้าดิน 13 สถานีทั่วประเทศบูมไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์-บูติคโฮเต็ล ดีเดย์ประมูลแปลงแรก 46 ไร่ทำเลใจกลางเมืองย่านสถานีรถไฟหัวหินในเดือนมกราคมปี"53 ที่ปรึกษาชงมูลค่าลงทุน 500 ล้านไม่ต้องเข้า พ.ร.บ.ร่วมทุนปี 2535 คาดเคาะราคาได้ภายใน 2 เดือน วงในเผย "เซ็นทรัล" สนใจประมูลหวังต่อยอดธุรกิจโรงแรม


แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้ ร.ฟ.ท.กำลังจัดทำร่างข้อกำหนดประกวดราคาหรือทีโออาร์เชิญชวนเอกชนที่สนใจเข้ามาลงทุนพัฒนาที่ดินย่านสถานีรถไฟหัวหิน ริมถนนพระปกเกล้าและติดกับสนามกอล์ฟหลวงหัวหินของ ร.ฟ.ท.ในปัจจุบัน ขนาดพื้นที่โดยรวมประมาณ 46 ไร่เศษ เป็นระยะเวลา 30 ปี

โดยคาดว่าจะออกประกาศเชิญชวนได้ประมาณปลายเดือนมกราคม 2553 ตามขั้นตอนคาดว่าจะได้เอกชนผู้ชนะการประมูลภายใน 2 เดือน เนื่องจากเป็นโครงการนำร่องนโยบาย

เร่งจัดหาผลประโยชน์จากที่ดินที่มีศักยภาพตามแผนปรับปรุงการรถไฟฯ ที่ได้ผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว จึงต้องเร่งดำเนินการ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับ ร.ฟ.ท.ในส่วนของการบริหารทรัพย์สินให้มีรายได้เฉลี่ย 1,500 ล้านบาท/ปี

สำหรับเอกชนที่สนใจ จะต้องยื่นข้อเสนอแข่งขันกัน ทั้งแบบก่อสร้างที่มีเงื่อนไขว่าจะต้องสอดคล้องกับสถาปัตยกรรมของสถานีหัวหิน ปรับปรุงการจราจรบริเวณสถานีให้คล่องตัว และผลตอบแทนที่จะให้ ร.ฟ.ท. ตลอดอายุสัญญาเช่า

"ประมูลที่ดินหัวหินคาดว่าจะทำได้เร็วกว่าแปลงอื่น ๆ เพราะมูลค่าการลงทุนไม่สูง บริษัทที่ปรึกษาประเมินไว้ 500 ล้านบาท จึงไม่ต้องเข้ากฎหมายร่วมทุนฯปี 2535"

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ในพื้นที่ทั้ง 46 ไร่เศษ ทางบริษัทที่ปรึกษาได้ออกแบบการพัฒนาเป็น 4 โซน 4 โครงการ รูปแบบการพัฒนาจะรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติคนไทยและคนในท้องถิ่น คือ 1.โซน A โครงการก่อสร้างบูติคสไตล์รีสอร์ต พื้นที่ 7.9 ไร่ รองรับนักท่องเที่ยวมาใช้บริการตลาดโต้รุ่งและสนามกอล์ฟ

2.โซน D โครงการก่อสร้าง Retail Walkway พื้นที่ 2.9 ไร่ 3.โซน F โครงการก่อสร้าง Golf Course Hotel พื้นที่ 32.6 ไร่ รองรับนักท่องเที่ยวและผู้มาใช้บริการสนามกอล์ฟ ซึ่งส่วนนี้เอกชนจะต้องสร้างอาคารพักอาศัยและสำนักงานการรถไฟฯ ชดเชยอาคารเดิมด้วย 4.โซน I โครงการก่อสร้างร้านขายอาหารและสินค้าที่ระลึก (Retail Shops) พื้นที่ 2.7 ไร่

ทั้ง 4 โครงการ จะใช้เงินลงทุนโครงการประมาณ 500 ล้านบาท ส่วนผลตอบแทนทางบริษัทที่ปรึกษาเสนอรูปแบบมูลค่าผลตอบแทน ณ ปัจจุบัน (NPV) โดย ร.ฟ.ท.ได้ค่าหน้าดินหรือค่าธรรมเนียมจัดประโยชน์ประมาณ 150 ล้านบาท ค่าเช่าที่ดิน (ค่าเช่าที่ดินเพื่อจัดหาประโยชน์) ซึ่งเอกชนจะจ่ายให้ในรูปแบบสัญญาเช่าที่ดิน 2 ฉบับ คือ สัญญาเช่าที่ดินเพื่อก่อสร้าง คิดเป็นเงินกว่า 11 ล้านบาท และสัญญาเช่าที่ดินเพื่อดำเนินการจัดหาประโยชน์ คิดเป็นเงินกว่า 500 ล้านบาท รวม 2 สัญญาวงเงิน 511 ล้านบาทเศษ รวมค่าเช่า ณ ปัจจุบันกับค่าธรรมเนียม ร.ฟ.ท.จะมีรายได้กว่า 600 ล้านบาท หลังจากครบสัญญาเช่า 30 ปีแล้ว ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของ ร.ฟ.ท.

"ที่ดินแปลงนี้ ที่ผ่านมามีเอกชน 2-3 ราย แสดงความสนใจเข้ามา ทั้งนักธุรกิจพัฒนาที่ดินในท้องที่ที่หัวหินเอง ซึ่งหนึ่งในนี้มีกลุ่มบริษัทเซ็นทรัลรวมอยู่ด้วย ต้องรอดูวันยื่นข้อเสนออีกที"

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับที่ดินสถานีหัวหิน เป็น 1 ใน 13 สถานีที่มีศักยภาพที่ทาง ร.ฟ.ท.ได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาโดยทำเป็นแผนแม่บทการพัฒนาที่ดิน โดยเกณฑ์ในการพิจารณามีทั้งรูปแบบมูลค่าปัจจุบันและค่าธรรมเนียมจัดประโยชน์ ให้เช่าระยะยาว 20-30 ปี

ทั้งนี้ นอกจากย่านสถานีหัวหิน ยังมีอีก 12 สถานี คาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนรวมกว่า 8,233 ล้านบาท โดย ร.ฟ.ท.จะได้ค่าธรรมเนียมจัดประโยชน์รวมกว่า 710 ล้านบาท และค่าเช่าที่ดินกว่า 2,446 ล้านบาท

รายละเอียดประกอบด้วย 1.สถานีกาญจนบุรี รวม 6 โครงการ เงินลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท มีโครงการก่อสร้างตลาดกลางค้าปลีก-ค้าส่ง 35 ไร่ โครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยให้เช่าระยะยาว 34.5 ไร่ โรงแรมระดับ 3-4 ดาว 9 ไร่ อพาร์ตเมนต์ 7 ไร่ มินิมอลล์ ร้านขายของที่ระลึกและศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 6 ไร่ และตลาดกลางทางการเกษตร 4.2 ไร่

2.สถานีฉะเชิงเทรา 3 โครงการ เงินลงทุนกว่า 457 ล้านบาท มีโครงการอพาร์ต เมนต์และสปอร์ตคอมเพล็กซ์ 12.7 ไร่ ช็อปปิ้งมอลล์ 5.2 ไร่ ศูนย์รวมธนาคาร 7.5 ไร่ 3.สถานีอรัญประเทศ-คลองลึก 3 โครงการ เงินลงทุนกว่า 855 ล้านบาท มีโครงการโรงแรมระดับ 2-3 ดาว ย่านอรัญประเทศ 13 ไร่ ก่อสร้างลานกองสินค้าทางรถไฟ 120 ไร่ และโรงแรมระดับ 2-3 ดาวย่านคลองลึก 16 ไร่

4.สถานีพิษณุโลก 4 โครงการ เงินลงทุนกว่า 617 ล้านบาท มีอพาร์ตเมนต์ 0.6 ไร่ โรงแรมระดับ 4-5 ดาว 10.5 ไร่ ศูนย์อบรมและสัมมนา 8.6 ไร่ เอ็นเตอร์เทน เมนต์เซ็นเตอร์ 6.7 ไร่ 5.สถานีอุตรดิตถ์ รวม 3 โครงการ เงินลงทุนกว่า 563 ล้านบาท มีโครงการดีพาร์ตเมนต์สโตร์ 20 ไร่ ช็อปปิ้งมอลล์ 2.6 ไร่ และอพาร์ตเมนต์ 8 ไร่

6.สถานีนครลำปาง 3 โครงการ เงินลงทุนกว่า 398 ล้านบาท มีโครงการโรงแรมระดับ 3 ดาว 9.2 ไร่ โมเดิร์นเฟรชมาร์เก็ต 6.4 ไร่ มาร์เก็ตเพลซและมินิมอลล์ 9.3 ไร่ 7.สถานีเชียงใหม่ 4 โครงการ เงินลงทุน กว่า 656 ล้านบาท มีโครงการเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ช็อปปิ้งมอลล์ 20.4 ไร่ อพาร์ตเมนต์ 10.3 ไร่ อาคารสำนักงานให้เช่า 14.6 ไร่ รีเทลช็อป 4.9 ไร่

8.สถานีนครราชสีมา 4 โครงการ เงินลงทุนกว่า 1,378 กว่าล้านบาท มีโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์เซ็นเตอร์ 10 ไร่ โครงการ Neighborhood Mall 35 ไร่ โรงเรียนนานาชาติ 40 ไร่ มินิมอลล์ 1.7 ไร่ 9.สถานีบุรีรัมย์ รวม 2 โครงการ เงินลงทุนกว่า 108 ล้านบาท มีโครงการก่อสร้างตลาดไนต์บาซาร์ 3.5 ไร่ โครงการ Edutainment Center 6.5 ไร่

10.สถานีศรีสะเกษ 3 โครงการ เงินลงทุนกว่า 99 ล้านบาท มีโครงการ Edutainment Center 1.9 ไร่ ตลาดโต้รุ่ง 3.3 ไร่ ตลาดไนต์บาซาร์ 5.6 ไร่ 11.สถานีขอนแก่น 3 โครงการ เงินลงทุนกว่า 737 ล้านบาท มีโครงการก่อสร้างตลาดค้าปลีก-ค้าส่งที่ทันสมัย 22.3 บูติคโฮเต็ล 4-5 ดาว 16.2 ไร่ อพาร์ตเมนต์ 17.8 ไร่ 12.สถานีหาดใหญ่ 2 โครงการ มีโครงการ Neighborhood Mall พื้นที่ 27.7 ไร่ และอาคารพาณิชย์ พื้นที่ 2.7 ไร่ รวมเงินลงทุนกว่า 858 ล้านบาท

หน้า 1
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 21st, 2009, 05:14 AM   #83
jobecob
BOILERMAKERS
 
Join Date: Feb 2007
Location: Bangkok, Carmel, IN
Posts: 533
Likes (Received): 16

ในที่สุดก็ได้เห็นโฉมหน้าโครงการซะที นีกว่าจะไม่เกิดซะแล้ว
ผมชอบการดำเนินการทางรัฐของหาดใหญ่และสงขลาดีนะ
ดูมีวิสัยทัศน์ ประสิทธิภาพ แต่ไม่เพ้อฝันดี
jobecob no está en línea   Reply With Quote
Old December 21st, 2009, 07:16 AM   #84
susuril
Registered User
 
Join Date: Oct 2009
Posts: 272
Likes (Received): 3

ตอนนี้ที่ สจล.

ที่บริเวณริมทางรถไฟก็พัฒนาเยอะมากครับ

ถ้าใครเคยไปในแถวๆ เกกี จากเมื่อก่อนเป็นเพิงหมาแหงน
ขายอาหาร

ตอนนี้กลายเป็นศูนย์อาหาร ดูดีขึ้นเยอะเลยครับ

แล้วได้ยินข่าวมาว่า การรถไฟเป็นคนทำแล้วเก็บค่าเช่าน่ะครับ

แต่ก็ยังเสียที่ระบบระบายน้ำ ถ้าใครมีรูปก็เอามาลงให้ดูกันมั่งนะครับ
susuril no está en línea   Reply With Quote
Old December 21st, 2009, 09:17 AM   #85
mikion01
Registered User
 
mikion01's Avatar
 
Join Date: May 2009
Location: Thailand
Posts: 1,172
Likes (Received): 0

ผลการศึกษา ล่าสุด สดๆร้อนๆ ของทางรถไฟ สตูล-สงขลา ของ สนข. สนข. ให้ชาวสงขลา เลือก 4 ทาง จะเอาทางไหน บอกมาๆๆ

โดยส่วนตัวคิดว่า แนวที่ 2 น่าจะมาวิน เพราะ ไม่ต้องเจาะอุโมง 8 กิโล!! ถามเจาะไม่ได้แน่ๆ กรมป่าไม้ไม่อนุญาติ ตรงนั้น ป่าสงวน

ตอนนี้ 1 กับ 2 สูสีกัน แต่ เส้นที่ 1 ไกลไปหน่อย

หาสร้างได้ หาดใหญ่ จะเป็น ชุมทางรถไฟ 6 เส้น!!

ลองเลือกกันดูจะเอาเส้นไหน

.......................................


รายงาน: สนข.เปิด 4 ทางเลือกรถไฟขนสินค้าแลนด์บริดจ์ และเสียงสะท้อนคนสงขลา-สตูล
Mon, 2009-12-21 02:38




แนวทางเลือกทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือน้ำลึกปากบารากับท่าเรือสงขลา 2

แนวเส้นทางที่ 1 : A - B - D - Ext - H
แนวเส้นทางที่ 2 : A - B - E - Ext - H
แนวเส้นทางที่ 3 : A - C - F
แนวเส้นทางที่ 4 : A - C – G

หมายเหตุ : Ext คือ แนวทางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย

รายละเอียดแนวเส้นทางเบื้องต้น (โดยประมาณ)
หน่วย : กิโลเมตร

แนวทางเลือก ระยะทาง
เขตทางรถไฟใหม่ ระยะทาง
เขตทางรถไฟเดิม ระยะทางของ
แนวอุโมงค์ ระยะทางรวม
แนวเส้นทางที่ 1 107.4 53.2 - 160.6
แนวเส้นทางที่ 2 112.6 26.5 - 139.1
แนวเส้นทางที่ 3 133.3 - 8
แนวเส้นทางที่ 4 131.9 - 8


ระหว่างวันที่ 17 – 18 ธันวาคม 2552 สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม จัดการประชุมปฐมนิเทศการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันที่จังหวัดสตูลและสงขลา โดยการประชุมที่จังหวัดสตูลจัดขึ้นที่โรงแรมสินเกียรติธานี อำเภอเมือง มีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน ส่วนการประชุมที่สงขลา จัดขึ้นที่โรงแรมหาดใหญ่พาราไดส์ อำเภอหาดใหญ่

ในการประชุมทั้ง 2 วัน นายสายันต์ อิ่มสม – สมบูรณ์ ผู้จัดการโครงการพร้อมคณะได้นำเสนอที่มาของโครงการและทางเลือกการก่อสร้างเส้นทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 กับท่าเรือน้ำลึกปากบารา จังหวัดสตูล ทั้งหมด 4 เส้นทาง มีความยาวตั้งแต่ 140 – 160 กิโลเมตร โดยจะมีจุดพักสินค้า หรือ ICD ด้วย โดยใช้เวลาศึกษา 12 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2552 สิ้นสุดเดือนกันยายน 2553

สำหรับทั้ง 4 แนวทางเลือกเส้นทางรถไฟดังกล่าว ประกอบด้วย (ดูแผนที่ประกอบ)

แนวเส้นทางเลือกที่ 1 : ปากบารา – รัตภูมิ – ควนเนียง – จะนะ โดยเป็นเขตทางรถไฟใหม่ที่ต้องมีการเวนคืนที่ดิน ระยะทาง 107.4 กิโลเมตร เขตทางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ระยะทาง 53.2 กิโลเมตร ระยะทางรวม 160.6 กิโลเมตร

แนวเส้นทางเลือกที่ 2 : ปากบารา – รัตภูมิ – หาดใหญ่ – จะนะ โดยเป็นเขตทางรถไฟใหม่ที่ต้องมีการเวนคืนที่ดิน ระยะทาง 112.6 กิโลเมตร เขตทางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ระยะทาง 26.5 กิโลเมตร ระยะทางรวม 139.1 กิโลเมตร

แนวเส้นทางเลือกที่ 3 : ปากบารา – ควนกาหลง – คลองหอยโข่ง - บ้านพรุ – จะนะ โดยเป็นเขตทางรถไฟใหม่ที่ต้องมีการเวนคืนที่ดินทั้งหมด ระยะทาง 133.3 กิโลเมตร แต่ต้องมีการขุดอุโมงค์ลอดเทือกเขาบรรทัด ระยะทาง 8 กิโลเมตร

แนวเส้นทางเลือกที่ 4 : ปากบารา – ควนกาหลง – สะเดา – จะนะ เป็นเขตทางรถไฟใหม่ที่ต้องมีการเวนคืนที่ดินทั้งหมดเช่นกัน ระยะทาง 131.9 กิโลเมตร แต่ต้องมีการขุดอุโมงค์ลอดเทือกเขาบรรทัด ระยะทาง 8 กิโลเมตร

นายธนากร ไชยธีระภิญโญ รองผู้จัดการโครงการ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการศึกษา คือศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม คัดเลือกแนวเส้นทาง และออกแบบเบื้องต้น ศึกษาผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ สังคม การเงิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และแนวทางการลงทุนที่เหมาะสมของโครงการ

โดยมี 4 ส่วนหลัก คือ งานสำรวจ รวบรวมข้อมูล ทบทวนผลการศึกษา และการดำเนินงานของโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง งานวิเคราะห์และศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ สังคม การเงิน และแนวทางการลงทุนที่เหมาะสม งานออกแบบเบื้องต้น (Preliminary Design) และงานจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม การประชาสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมของประชาชน


สำหรับการก่อสร้างทางรถไฟดังกล่าว จะก่อสร้างทางเดี่ยวก่อน แล้วเพิ่มเป็นทางคู่ โดยการตัดทางรถไฟสายใหม่จะมีเขตทาง 40 เมตร แต่ในเขตชุมชนจะมีเขตทาง 70 เมตร เพื่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟ ส่วนการก่อสร้างในเขตทางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นจะมีเขตทางสำหรับทางรถไฟในโครงการนั้น มีระยะ 40 เมตร นับจากแนวรางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับทางรถไฟเดิม

ส่วนการศึกษารูปแบบการลงทุน มี 4 ทางเลือก คือให้รัฐเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด กับให้เอกชนลงทุนบางส่วน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานระบบรถไฟ ตัวรถไฟ และการเดินรถและการบำรุงรักษา

ขณะที่นายสายันต์ กล่าวว่า ขณะที่ในการศึกษาโครงการขณะนี้ยังไม่ได้มีการประมาณการงบประมาณในการก่อสร้างแต่อย่างใด แต่เส้นทางที่คาดว่าจะใช้งบประมาณสูงมากคือเส้นทางที่ต้องมีการขุดเจาะอุโมงค์

ส่วนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้น นายกนก เข็มนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม หนึ่งในทีมศึกษาโครงการ กล่าวว่าจะทำการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ (EIA) สำหรับเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดที่ได้รับการคัดเลือกแล้ว เพื่อชี้ให้เห็นผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งบริเวณโครงการและพื้นที่โดยรอบ และจะเสนอมาตรการและแผนปฏิบัติการป้องกัน แก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมในรายละเอียด ทั้งในช่วงก่อสร้างและช่วงเดินรถ รวมทั้งมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม

ขณะที่การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน จะลงไปทั้ง 42 ตำบลของทั้ง 2 จังหวัดตามแนวทางเลือกทั้ง 4 เส้นทางเลือกดังกล่าว โดยจะเริ่มในเดือนมกราคม 2553

นายกีรติ กิจมานะวัฒนา ผู้เชียวชาญด้านโลจิสติกส์หนึ่งในคณะผู้ศึกษาโครงการ กล่าวว่า องค์ประกอบหลักของโครงการนี้คือ ท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ท่าเรือน้ำลึกและทางรถไฟขนส่งสินค้า ประกอบกันเป็นสะพานเศรษฐกิจ หรือ แลนด์บริดจ์สงขลา – สตูล โดยคณะผู้ศึกษาหวังว่า สะพานเศรษฐกิจนี้จะได้ส่วนแบ่งจากการขนส่งสินค้าในเส้นทางเดินเรือหลักคือช่องแคบมะละกาปีละ 1 ล้านตู้คอนเทนเนอร์ จากที่มีอยู่ทั้งหมด ปีละ 35 ล้านตู้รวมทั้งจากการส่งออกและนำสินค้าเข้าประเทศเข้าผ่านท่าเรือทั้ง 2 ฝั่งดังกล่าวด้วย

ขณะที่ผู้เข้าร่วมประชุมในเวทีที่จังหวัดสงขลาต่างแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย อย่างนายเฉลิม ทองพรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองเปียะ อำเภอจะนะ กล่าวว่า การศึกษาในเรื่องผลกระทบทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมาของโครงการยังไม่ชัดเจน และไม่ได้มีการนำเสนอแผนพัฒนาขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

นอกจากนี้ยังเกรงผลกระทบทางด้านสังคม เช่น เมื่อมีการสร้างทางรถไฟผ่านพื้นที่ชุมชนจะทำให้ชุมชนถูกแบ่งแยก การเดินทางติดต่อลำบากมากขึ้น ส่งผลให้มีการทำทางลักผ่านซึ่งอันตราย ขณะที่ที่ผ่านมาการรถไฟแห่งประเทศไทยต้องการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลงทุนสร้างเครื่องกั้นทางรถไฟซึ่งแพงมาก ขณะที่การจ้างคนดูแลเครื่องกั้นทางก็เป็นปัญหาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย

ส่วนการเวนคืนที่ดิน ซึ่งมักให้ค่าเวนคืนตามราคาตลาดโดยที่เจ้าของที่ดินแปลงน้อยไม่เต็มใจให้เวนคืน จึงเป็นการเอาเปรียบเจ้าของที่ดิน

การสร้างทางรถไฟไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนเลย เพราะก่อสร้างเพื่อใช้ขนส่งสินค้าจากท่าเรือน้ำลึก ดังนั้นต้องมีการศึกษาให้ละเอียด เพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมาอย่างกรณีโรงแยกก๊าซไทย – มาเลเซีย หรือโรงไฟฟ้าจะนะ ต้องมีทำความเข้าใจกันตั้งแต่ต้น ซึ่งกลุ่มคนที่คัดค้านโครงการก็ต้องการเข้าร่วมฟังในเวทีนี้ด้วย แต่พวกเขาไม่รู้

นายสมบัติ พัฒนยิ่งเจริญ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา กล่าวว่า ต้องการให้โครงการนี้เกิดขึ้นจริง เพราะจะเป็นประโยชน์กับประชาชน แต่เกรงว่าการสร้างทางรถไฟผ่านพื้นที่ชุมชนในอำเภอรัตภูมิในแนวทางเลือกที่ 1 และ 2 นั้นจะทำให้ให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบมาก

นายเรวัตร จันทรา จากสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สงขลา กรมป่าไม้ กล่าวว่า แนวทางเลือกที่ 4 เป็นแนวถนนเดิมที่กรมทางหลวงต้องการจะสร้างแต่ต้องตัดผ่านพื้นที่ป่าอนุรักษ์ซึ่งป่าไม้ไม่อนุญาต ดังนั้นการตัดทางรถไฟในแนวนี้จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ป่าต้นน้ำ

นายสมพร สิริโปรานานนท์ รองประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า แนวทางเลือกที่ 4 น่าจะดีที่สุด เนื่องจากอยู่ใกล้แนวเส้นทางใหม่ คือ บัตเตอร์เวิร์ธ – ประกอบ – จะนะ เนื่องจากในวันที่ 10 มกราคม 2553 จะมีการการเปิดด่านพรมแดนถาวรที่บ้านประกอบ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา แต่ขณะเดียวกันการขุดอุโมงค์ในแนวเส้นทางนี้อาจมีปัญหาในเรื่องความมั่นคง เมื่อเป็นเช่นนั้น แนวทางเลือกที่ 2 น่าจะเหมาะสม เพราะจะผ่านิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ที่ตำบลฉลุง อำเภอหาดใหญ่ แต่ถ้าในระยะ 7 – 8 ปีนี้ ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้หมดไป แนวทางเลือกที่ 4 จะดีที่สุด

นายกริยา มะสะอะ ปลักอำเภอจะนะ กล่าวว่า ในพื้นที่อำเภอจะนะ มีทั้งโรงแยกก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้า ส่วนการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ที่จะเกิดขึ้นที่ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ ผลกระทบจะมีน้อยที่สุด ส่วนกลุ่มที่คัดค้านก็มีพวกเดียวเท่านั้น คือเอ็นจีโอ(องค์กรพัฒนาเอกชน)กลุ่มเดียวกับที่คัดค้านโรงแยกก๊าซไทย-มาเลเซีย

ส่วนความเห็นอื่นๆเช่น การก่อสร้างทางรถไฟอาจทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมรุนแรงมากขึ้นเนื่องกีดขวางทางน้ำไหล เป็นต้น

นายสายันต์ กล่าวในช่องตอบคำถามด้วยว่า ทางรถไฟที่จะสร้างขึ้นไม่จำเป็นจะต้องผ่านพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ที่จะมีขึ้นในแนวสะพานเศรษฐกิจ ซึ่งอาจอยู่ที่ใดที่หนึ่งที่เชื่อมต่อกันได้

ด้านนายจุฬา สุขมานพ รองผู้อำนวยการ สนข. กล่าวปิดการประชุมว่า โครงการก่อสร้างทางรถไฟขนส่งสินค้าเชื่อมจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกทั้งสองฝั่ง โดยตนคิดว่าการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราน่าจะเกิดขึ้นก่อนท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ซึ่งหากท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ไม่เกิด สะพานเศรษฐกิจก็จะเปลี่ยนจากการเชื่อมชายฝั่งทะเลอันดามันกับอ่าวไทย เป็นสะพานเศรษฐกิจในแนวเหนือใต้ โดยการขนส่งสินค้าจากภาคกลางและภาคเหนือลงมาภาคใต้ผ่านท่าเรือน้ำลึกปากบาราแทน แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการหาเงินมาลงทุน

นายจุฬา กล่าวต่อว่า ส่วนนิคมอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นหลังจากมีการก่อสร้างท่าเรือนำลึกนั้น ไม่ใช่นิอคมอุตสาหกรรมปิดโตรเคมีอย่างที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง

ส่วนเวทีที่จังหวัดสตูล ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มีความเห็นที่หลากหลายเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการก่อสร้างทางรถไฟและท่าเรือน้ำลึกปากบารา เช่น ต้องการให้เป็นทางรถไฟโดยสารด้วย แทนที่จะใช้ขนส่งสินค้าอย่างเดียว โดยให้มีการก่อสร้างสถานีตามพื้นที่ชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงในเรื่องผลกระทบต่อชาวประมงจากการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา

หลังจากการประชุมที่จังหวัดสตูลแล้ว คณะของ สนข.และทีมที่ปรึกษาโครงการ ประกอบด้วย ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม ได้แก่ บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัดบริษัท พีซีบีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท โชติจินดา มูเชล คอนซัลแตนท์ จำกัด และ บริษัท พีทีแอล คอนซัลแทนส์ จำกัด ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม/ด้านการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้แก่ บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด ได้เดินทางลงพื้นที่ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เพื่อดูที่ตั้งของท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 และจุดเชื่อมทางรถไฟเข้าไปยังท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2


http://www.prachatai.com/journal/2009/12/27081
mikion01 no está en línea   Reply With Quote
Old December 21st, 2009, 09:21 AM   #86
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0


คมนาคมผลักดันโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่

กระทรวงคมนาคมเร่งระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ผลักดันโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่
นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังเปิดการประชุมระดมความคิดเห็น "เปิดทางคู่สู่อนาคต รถไฟไทย" โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นระบบรถไฟรางคู่ เพื่อการขนส่งและการจัดการโลจิสติกส์ ระยะที่ 1 โดยระดมความคิดจากนักการเมือง ภาคเอกชน นักวิชาการและภาคเอกชนว่า ระบบรถไฟรางคู่เป็น ส่วนหนึ่งในการปรับโครงการการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. จึงจำเป็นต้องระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพราะเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่เงินลงทุนถึง 100,000 ล้านบาท ซึ่งผลจากการเวทีดังกล่าว จะสรุปได้ว่าโครงการรถไฟรางคู่จะเริ่มต้นก่อสร้างได้ในเส้นทางใดก่อน ทั้งนี้ยังได้เสนอแนวคิดในเวทีดังกล่าวว่าการออกแบบก่อสร้างรถไฟรางคู่ควร จะออกแบบให้ใช้งานได้ทั้ง 2 ระบบ ทั้งกับรถไฟฟ้าความเร็วสูงใช้เวลาเดินทาง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกับหัวรถจักรดีเซลราง ที่สามารถวิ่งได้บนรางคู่ โดยหัวรถจักรจะใช้เพื่อการขนส่งสินค้า ส่วนรถไฟความเร็วสูงใช้ เพื่อการขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งขณะนี้มีหลายประเทศได้นำระบบดังกล่าวมาใช้ จึงเชื่อว่าจะช่วยลดต้นทุนได้

นายโสภณ กล่าวด้วยว่าโครงการดังกล่าวเป็นนโยบายที่ต้องผลักดันให้เดินหน้าภายในปี 2553 ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ทั้งการจัดสรรแหล่งเงินกู้ และการประกาศ TOR

ทั้งนี้การระดมความคิดเห็นในครั้งนี้ สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2552 ที่มีมติเห็นชอบโครงข่ายการพัฒนาทางคู่ ระยะเร่งด่วน 767 กิโลเมตร ใน 5 เส้นทาง วงเงินรวม 66,000 ล้านบาท ซึ่งการพัฒนาทั้ง 5 เส้นทาง จะมีผลทำให้เพิ่มโครงข่ายทางคู่เดิมที่มีอยู่ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างรวมประมาณ 461 กิโลเมตร เพิ่มขึ้นเป็น 1,228 กิโลเมตร ในปี 2558 ทำให้สัดส่วนการขนส่งทางรางจากปัจจุบันมีอยู่ 12 ล้านตันต่อปี เป็น 37 ล้านตันต่อปีในอีก 5 ข้างหน้า

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 21 ธันวาคม 2552 14:55
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old December 21st, 2009, 10:00 AM   #87
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,030
Likes (Received): 0

โสภณ ฝันเห็นโครงการรถไฟทางคู่เป็นรูปธรรมปี 53

ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 21 ธ.ค.52 -รมว.คมนาคมเชื่อเห็นความคืบหน้ารถไฟทางคู่ชัดเจนในปีหน้า พร้อมสั่ง สั่งศึกษาการใช้ระบบรถไฟรางคู่ สำหรับรถไฟฟ้าและรถจักรดีเซล เป็นการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ระบบรถไฟรางคู่ในอนาคต มั่นใจโครงการเป็นรูปธรรมภายในปีหน้า ขณะที่ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ชี้เส้นทางรถไฟรางคู่ที่จะเกิดเร็วที่สุดในปีหน้าคือส่วนต่อขยายรถไฟรางคู่ สายตะวันออกเฉียงเหนือ มาบกะเบา-นครราชสีมา

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดการประชุมระดมความคิดเห็นในหัวข้อ “เปิดทางคู่สู่อนาคต รถไฟไทย” ซึ่งเป็นโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นระบบรถไฟรางคู่ เพื่อการขนส่งและการจัดการ โลจิสติกส์ ระยะที่ 1 เพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบการศึกษาความเหมาะสมและการออกแบบรายละเอียดของโครงการ

สำหรับการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นระบบรถไฟรางคู่ เพื่อการขนส่งและการจัดการโลจิสติกส์ระยะที่ 1 เพื่อศึกษาเส้นทางรถไฟมีระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร โดยแนวเส้นทางที่คาดว่าจะพัฒนาเป็นรถไฟทางคู่ ได้แก่ 1.สายเหนือ จ.ลพบุรี-นครสวรรค์ ระยะทาง 113 กิโลเมตร 2.สายตะวันออกเฉียงเหนือ มาบกะเบา-นครราชสีมา ระยะทาง 129 กิโลเมตร 3.สายใต้ จ.นครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 165 กิโลเมตร เนื่องจากมีศักยภาพในการพัฒนาเพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า รวมถึงการเชื่อมโยงสู่การขนส่งระบบอื่นๆ เพื่อการพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศ ที่สำคัญมีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่เหมาะสม โดยคาดว่าปริมาณสินค้าที่ขนส่งทางรถไฟจะเพิ่มขึ้นจาก 12 ล้านตันต่อปี เป็น 37 ล้านตันต่อปี(ปี 58) และเป็น 63 ล้านตันต่อปีในปี 2563 ต้นทุนค่าขนส่งประหยัดลงได้ถึงร้อยละ 27 หรือประมาณ 94.56 ล้านบาทต่อปี

สัดส่วนของการขนส่งด้วยระบบรางจะเพิ่มจากร้อยละ 2.2 เป็นร้อยละ 10 ได้ในที่สุด ซึ่งจะช่วยพัฒนาการขนส่งระบบรางของประเทศไทยให้มีศักยภาพที่จะรองรับการเป็น ระบบหลักด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ เนื่องจากปัจจุบันรถไฟมีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมเพียง 47 จังหวัด และร้อยละ 93 ของทางรถไฟในประเทศเป็นระบบทางเดี่ยว ซึ่งส่งผลให้การเดินทางโดยสารและการขนส่งสินค้าไม่สะดวก ล่าช้า เพราะต้องรอสับหลีกระหว่างขบวน รวมถึงบางช่วงมีปริมาณการเดินทางและขนส่งเกินความจุที่ทางจะรับได้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ระบบราง คู่ เพื่อรองรับระบบรถไฟฟ้าและหัวรถจักรดีเซล โดยใช้รางเดียวกัน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการก่อสร้างโครงการ และใช้งบประมาณที่ได้รับกว่า 100,000 ล้านบาทได้อย่างคุ้มค่า ซึ่งเรื่องดังกล่าวกระทรวงคมนาคมจะเน้นเป็นนโยบายผลักดันให้เกิดในปีหน้า ซึ่งจะต้องเห็นความชัดเจนของโครงการ ทั้งแหล่งเงินทุนและเงื่อนไขการประกวดราคา -Lgisticnews.

Update news: 21-12-2552 13:12:48
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old December 21st, 2009, 01:43 PM   #88
b0ss32
BoZR
 
Join Date: Jul 2006
Location: Bangkok
Posts: 1,097
Likes (Received): 36

Quote:
Originally Posted by susuril View Post
ตอนนี้ที่ สจล.

ที่บริเวณริมทางรถไฟก็พัฒนาเยอะมากครับ

ถ้าใครเคยไปในแถวๆ เกกี จากเมื่อก่อนเป็นเพิงหมาแหงน
ขายอาหาร

ตอนนี้กลายเป็นศูนย์อาหาร ดูดีขึ้นเยอะเลยครับ

แล้วได้ยินข่าวมาว่า การรถไฟเป็นคนทำแล้วเก็บค่าเช่าน่ะครับ

แต่ก็ยังเสียที่ระบบระบายน้ำ ถ้าใครมีรูปก็เอามาลงให้ดูกันมั่งนะครับ
ผ่านทุกวันครับ ไว้จะเอารูปมาให้ดูละกันครับ
b0ss32 no está en línea   Reply With Quote
Old December 21st, 2009, 03:39 PM   #89
marut
The Train Photo Spotter
 
marut's Avatar
 
Join Date: Jan 2006
Location: Siamese Empire
Posts: 5,467
Likes (Received): 337

ทางรถไฟสายปากบารา-จะนะ ผมว่าสายที่ 2 น่าจะเหมาะที่สุดแล้วล่ะ เพราะรถไฟจากท่าเรือไม่ต้องวิ่งอ้อมขึ้นไปถึงควนเนียงให้เสียเวลาเปล่าๆ ส่วนบริเวณหาดใหญ่อาจจะทำทางเลี่ยงเมือง จากสายใหม่ไปเชื่อมสายหาดใหญ่-จะนะ เลย ไม่ต้องเข้าสถานีหาดใหญ่

แต่ถ้าจะเลือกสายที่ 1 ก็อยากเสนอว่า ช่วงควนเนียง-จะนะ แทนที่จะทำรางแยกออกมาอีกรางนึง น่าจะเปลี่ยนเป็นขยายรางเดิมเป็นทางคู่ ทางสาม ก็ว่าไปเลย จะได้ไม่ต้องเวนคืนขยายเขตทางออกไปอีก

แต่ถ้าจะให้เหมาะ น่าจะสร้างสายที่ 2 แล้วก็แถมสายที่ 1 ช่วงควนเนียง-รัตภูมิ ด้วย เพราะรถสินค้าจากทางเหนือ จะได้ไม่ต้องอ้อมเข้าไปหาดใหญ่ แล้วก็น่าจะเพิ่มทางแยกจากปากบาราไปสตูล หรือท่าเรือตัมลังด้วยก็ดี บริการรถโดยสารด้วย
__________________
พ ร ะ เ จ้ า อ ยู่ หั ว
W E T H E K I N G B H U M I B H O L

เพลงในหลวงของแผ่นดิน
-----------------
แผ่นดินนี้คือบ้าน คือแดนสวรรค์แสนสุขใจ... มีทุกอย่างที่ดีเพราะใคร ฉันจะไม่ลืม....
marut está en línea ahora   Reply With Quote
Old December 21st, 2009, 04:13 PM   #90
ncas
Vision Thailand
 
ncas's Avatar
 
Join Date: Jun 2007
Posts: 3,223
Likes (Received): 200

เรื่องทางรถไฟสายปากบารา-ท่าเรือสงขลานั้นผมว่าท้ายที่สุดทางไหนถูกสุด ทางนั้นก็ได้สร้างตามสไตล์ไทยๆ ยกเว้นจะเปลี่ยนแนวคิดกันใหม่ ซึ่งยากเพราะแนวคิดนี้รากงอกในสมองข้าราชการไทยนานหลายสิบปีแล้ว

ส่วนเรื่องรางคู่นั้นผมงงกับข้อเสอนที่ว่าขอให้ออกแบบให้วิ่งได้ทั้งรถไฟความเร็วสูง160 และดีเซล
ซึ่งถ้าทำอย่างนั้นเงิน1 แสนล้าน กับอีก5.6หมื่นล้านที่จะขอเพิ่ม
ยังไงก็ไม่พอทำหรอก เว้นแต่ที่เผื่อไว้จะเผือเฉพาะโครงสร้างทางทั้งหมดและราง และออกแบบกั้นรั้วไม่ให้มีจุดตัดทางเสมอระดับทั้งหมด ยังไงก็รีบๆศึกษาหน่อยแล้วกัน
จะได้รีบเซ็นสัญญาและก่อสร้างภายในครึ่งปีแรกของปี54
ncas no está en línea   Reply With Quote
Old December 22nd, 2009, 08:41 AM   #91
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 48,997
Likes (Received): 391

เร่งวางระบบราง รัฐเทงบแสนล้าน 5ปีสร้าง700กม.

Posttodat วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2552


ระดมสมองศึกษา สร้างทางรถไฟรางคู่ ระยะเร่งด่วน 5 ปี กว่า 700 กม. รองรับขนส่งทั้งคนและสินค้า หวังคืนทุนให้เร็ว

นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า การจัดระดมความคิดเห็นเปิดเส้นทางคู่สู่อนาคต... รถไฟไทย เพื่อการขนส่งและการจัดการโลจิสติกส์ เนื่องจากต้องการคัดเลือกเส้นทางสำคัญ ระยะเร่งด่วน 5 ปี จะมีระยะทาง 767 กม. ใน 5 เส้นทาง วงเงิน 6.6 หมื่นล้านบาท

สำหรับเส้นทางทั้งหมด ประกอบด้วย 1.สายเหนือ จากลพบุรี-นครสวรรค์ ระยะทาง 113 กม. ลงทุน 7,860 ล้านบาท 2.สายตะวันออกเฉียงเหนือ มาบกะเบา- นครราชสีมา (ชุมทางถนนจิระ) 132 กม. วงเงิน 11,640 ล้านบาท

3.สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น 185 กม. วงเงิน 13,010 ล้านบาท 4.สายใต้ นครปฐม-หนองปลาดุก-หัวหิน 165 กม. วงเงิน 1.66 หมื่นล้านบาท และ 5.สายใต้ ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร 167 กม. วงเงินลงทุน 1.7 หมื่นล้านบาท

ทั้ง 5 เส้นทางนี้ สนข.จะเลือกช่วงที่สำคัญที่สุดพัฒนาก่อน 3 เส้นทาง รวม 450 กม. จะก่อสร้างได้ภายในปี 2554 ส่วนการพัฒนาทั้ง 5 เส้นทางเต็มระบบ จะมีผลให้เพิ่มโครงข่ายทางคู่เดิมจาก 461 กม. เป็น 1,228 กม. ในปี 2558 เพิ่มขนส่ง ทางราง จากปัจจุบันมีอยู่ 12 ล้านตันต่อปี เป็น 37 ล้านตันต่อปีใน 5 ปีข้างหน้า

นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ได้เสนอความเห็นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ระบบทางคู่ เพื่อรองรับระบบรถไฟฟ้าและหัวรถจักรดีเซล ในการขนส่งคนและสินค้า โดยใช้รางเดียวจะช่วยลดต้นทุนก่อสร้าง และช่วยให้โครงการขนาดใหญ่คืนทุนได้เร็วขึ้น ภายใต้งบประมาณรวม 1 แสนล้านบาท ซึ่งหวังจะผลักดันให้โครงการเกิดในปีหน้า
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 22nd, 2009, 04:51 PM   #92
ncas
Vision Thailand
 
ncas's Avatar
 
Join Date: Jun 2007
Posts: 3,223
Likes (Received): 200

ทำไปทั้ง5สายเถอะถ้าจริงใจจะพัฒนาระบบรถไฟจริงๆ เพราะต่อให้เริ่มทำทั้ง5สายนี้ได้ภายในปี 2554จริงกว่าจะเสร็จก็ 2558อย่างเร็ว(สำหรับเมืองไทย) ถึงตอนนั้นโลกไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้
ncas no está en línea   Reply With Quote
Old December 22nd, 2009, 05:28 PM   #93
marut
The Train Photo Spotter
 
marut's Avatar
 
Join Date: Jan 2006
Location: Siamese Empire
Posts: 5,467
Likes (Received): 337

ถ้าจะเลือกช่วงที่สำคัญมาทำก่อน

ผมว่าช่วงประจวบ-ชุมพร น่าจะทำก่อน นครปฐม-หัวหิน

เพราะช่วงนครปฐม-หัวหิน มีขบวนรถหลีกน้อยกว่าประจวบ-ชุมพร (กลางคืนหลีกกันเป็นร้อยจุด)

แต่ถ้าจะทำช่วงนครปฐม-หัวหิน ก็น่าจะทำระบบไฟฟ้าไปด้วยเลย ไหนๆ ก็ทำรางให้วิ่งได้ตั้ง 160 แล้ว
__________________
พ ร ะ เ จ้ า อ ยู่ หั ว
W E T H E K I N G B H U M I B H O L

เพลงในหลวงของแผ่นดิน
-----------------
แผ่นดินนี้คือบ้าน คือแดนสวรรค์แสนสุขใจ... มีทุกอย่างที่ดีเพราะใคร ฉันจะไม่ลืม....
marut está en línea ahora   Reply With Quote
Old December 30th, 2009, 08:59 AM   #94
=Tep=
Registered User
 
=Tep='s Avatar
 
Join Date: Feb 2008
Posts: 556
Likes (Received): 0

เก็บกู้ทัน! คนร้ายลอบวางระเบิดรางรถไฟระแงะ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 ธันวาคม 2552 12:58 น.
พ.ต.ท.ชวาลย์ วงษ์รอด รองผู้กำกับการ สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยฝังอยู่กลางรางรถไฟ บริเวณถนนพาดเส้นทางรถไฟ บ้านทุ่งบ่อทอง หมู่ 13 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จึงประสานชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธร จังหวัดนราธิวาสเข้าตรวจสอบ เป็นระเบิดของจริงจึงได้ทำการปิดกั้นเส้นทางรถไฟ พร้อมกับประสานไปยังนายสถานีรถไฟตันหยงมัสให้ชะลอรถไฟทุกขบวนชั่วคราวเพื่อ เก็บกู้ระเบิด โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที จึงสามารถเก็บกู้ได้อย่างปลอดภัย
จากการตรวจสอบเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในกล่องเหล็กแบบเคโม น้ำหนัก 5 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ เจ้าหน้าที่จึงได้แยกชิ้นส่วนของระเบิดออกจากกล่องเหล็ก พบว่ามีโทรศัพท์มือถือ พร้อมซิมการ์ด เชื้อปะทดินระเบิดขยาย เศษเหล็กที่ตัดเป็นท่อนขนาด 2 นิ้ว ปุ๋ยยูเรีย จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

=Tep= no está en línea   Reply With Quote
Old December 30th, 2009, 09:49 AM   #95
karncc
Registered User
 
karncc's Avatar
 
Join Date: Jun 2009
Location: Bangkok
Posts: 623
Likes (Received): 10

"ซาเล้ง"หน้าบาน ปฏิรูปรถไฟฉลุย งบเพิ่ม 1.5 แสนล้าน
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 29 ธันวาคม 2552 23:55 น.

ASTV ผู้จัดการ - “โสภณ” หน้าบาน ครม.เห็นชอบแผนปฎิรูป ร.ฟ.ท. แถมได้งบเพิ่มจาก 1 แสนล้านบาทเป็น 1.5 แสนล้านบาท ตีตกความเห็น สศช.เสนอตั้งกรมรถไฟหลวง แยกงานโครงสร้างพื้นฐาน หวั่นทำแบบก้าวกระโดดปลุกสหภาพฯ ตื่น ระบุ ครม.สั่ง ร.ฟ.ท.ทำรายละเอียดแผนลงทุนแต่ละโครงการใน 45 วัน สบช่องสั่งเดินหน้าตั้งบริษัท ลูกแอร์พอร์ตลิ้งค์หลังปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (29 ธ.ค.) ว่า ที่ประชุม ครม.ได้รับทราบรายงานแผนแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการการถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยมีมติเห็นชอบตามมติที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2552 แต่ให้ปรับเพิ่มวงเงินการลงทุนจาก100,000 ล้านบาท เป็น 153,052 ล้านบาท โดยครม. ให้กระทรวงคมนาคมกลับไปจัดทำแผนรายละเอียดการดำเนินโครงการต่างๆ โดยจัดลำดับความสำคัญของการลงทุน และเสนอครม.พิจารณาอีกครั้งภายใน 45 วัน

ทั้งนี้ สศช.ได้เสนอความเห็นต่อที่ประชุมครม.ว่า แผนการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงาน ร.ฟ.ท.ควรใช้แนวทางการจัดตั้งเป็นกรมรถไฟหลวงเพื่อดูแลงานด้านโครงสร้างพื้น ฐาน และให้ร.ฟ.ท. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจทำหน้าที่ในการเดินรถอย่างเดียว ซึ่งได้ชี้แจงต่อครม. ว่า แนวทางดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งครม.เห็นด้วยกับแนวทางเดิมที่ให้ร.ฟ.ท.ดำเนินการจัดตั้ง 3 หน่วยธุรกิจ (Business Unit :BU) ประกอบด้วย หน่วยธุรกิจการเดินรถ, หน่วยธุรกิจทรัพย์สิน , หน่วยธุรกิจอำนวยการ ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ร.ฟ.ท. แต่แยกบัญชีรายรับรายจ่ายของตนเอง เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบเกี่ยวกับผลประกอบการ

และจัดตั้ง 1 บริษัทลูกเพื่อเดินรถโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง หรือแอร์พอร์ตเรลลิงค์ โดยร.ฟ.ท. ถือหุ้น 100% ซึ่งหลังจากครม.เห็นชอบแล้ว ร.ฟ.ท.ก็สามารถดำเนินการจัดตั้งบริษัทลูกแอร์พอร์ตลิ้งค์ได้ทันที โดยยืนยันกำหนดเปิดเดินรถเชิงพาณิชย์ในเดือนเม.ย.2552 เช่นเดิม

ทั้งนี้ ร.ฟ.ท.รายงานว่า จะสามารถจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทลูกแอร์พอร์ตลิ้งค์ได้ในเดือนม.ค.2553 ขณะนี้ที่ความคืบหน้าโครงการขั้นตอนอยู่ระหว่างการตรวจรับงาน ส่วนพนักงานนั้น ทางศศินทร์ดำเนินการคัดเลือกแล้ว 140 คน เหลืออีก 300 คนอยู่ระหว่างการคัดเลือก

“ผมยืนยันกับที่ประชุมครม.ว่า การแยกงานโครงสร้างพื้นฐานออกมาเป็นกรมรถไฟหลวงตามที่สศช.เสนอนั้น อาจะทำให้เกิดปัญหากับพนักงานและสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ร.ฟ.ท. เหมือนที่ผ่านมา เพราะยังไม่เข้าใจกัน และเป็นการดำเนินการที่ก้าวกระโดดเกินไป จึงยืนตามแผนเดิมที่มี” นายโสภณกล่าว

สำหรับแผนแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการ ร.ฟ.ท.ที่มติครม.เดิม เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2552 ให้ความเห็นชอบเป็นความเห็นชอบตามมติครม.เศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2552 โดยให้มีการปฏิรูประบบรถไฟเพื่อความปลอดภัยวงเงิน 100,000 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการในปี 2553-2557 (5 ปี) เช่น เสริมความแข็งแรงของรางรถไฟ ปรับปรุงระบบรางและอาณัติสัญญาณ การจัดหาหัวรถจักร รวมทั้งการก่อสร้างระบบรถไฟทางคู่ ระยะทาง 767 กิโลเมตร แต่ทั้งนี้จำนวนเงินงบประมาณดังกล่าวนั้น ไม่สามารถดำเนินการได้ครอบคลุมแผนงานทั้งหมด กระทรวงคมนาคมจึงได้จัดทำรายละเอียดวงเงินที่จะขอเพิ่มเติมใหม่ เสนอไปยังสศช.เห็นชอบ เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.พิจารณา

ทั้งนี้ วงเงินที่ปรับเพิ่มขึ้นดังกล่าวนั้น ประกอบด้วยแผนการลงทุน 2 ส่วน โดยส่วนแรก เป็นแผนงานการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานระยะเร่งด่วน ที่จะดำเนินการภายใน 5 ปี (2553-2557) มีวงเงิน 86,942 ล้านบาท ได้แก่ งานโยธาจำนวน 51,124 ล้านบาท ,งานอาญัติสัญญาณจำนวน 19,014 ล้านบาท และงานรถจักรและล้อเลื่อน 16,803 ล้านบาท

ส่วนที่ 2 เป็นงานพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ ระยะเร่งด่วน 767 กิโลเมตร จำนวน 5 เส้นทาง วงเงินรวม 66,110 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 118 กิโลเมตร วงเงิน 7,860 ล้านบาท 2.สายมาบกระเบา-นครราชสีมา ระยะทาง 132 กิโลเมตร วงเงิน 11,640 ล้านบาท 3.สายชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 185 กิโลเมตร วงเงิน 13,010 ล้านบาท 4.สายนครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 165 กิโลเมตร วงเงิน 16,600 ล้านบาท และสายประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 167 กิโลเมตร วงเงิน 17,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคม จะต้องดำเนินการเกี่ยวกับการออกระเบียบในการสร้างถนนข้ามทางรถไฟ เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหาการสร้างถนนทับทางรถไฟ โดยไม่มีเครื่องกัน ทำให้มีอุบัติเหตุ ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ดำเนินการตรวจสอบถนนที่เป็นจุดตัดกับทางรถไฟทั่วประเทศ พร้อมทั้งร่วมกันออกแบบเครื่องกันทางรถไฟเพื่อลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ บริเวณจุดตัดทางรถไฟด้วย

อย่างไรก็ตาม วานนี้ (29 ธ.ค.) ร.ฟ.ท.และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยโครงการความร่วมมือเพื่อก่อตั้งและพัฒนา สถาบันพัฒนาระบบรางภาคพื้นอาเซียน (ARSDI) เพื่อจัดหลักสูตรในระดับปริญญาตรีสำหรับพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อป้อน อุตสาหกรรมการขนส่งระบบราง
karncc no está en línea   Reply With Quote
Old December 30th, 2009, 10:10 AM   #96
ncas
Vision Thailand
 
ncas's Avatar
 
Join Date: Jun 2007
Posts: 3,223
Likes (Received): 200

ลองดูรายการย้อนหลังผ่านช่องNBTเมื่อคืนก็ได้ครับ
มีการเอารัฐมนตรีแต่ละกระทรวงมาพูดว่าแก้ปัญหาอะไรบ้างในช่วงปีที่ผ่านมาและจะทำอะไรต่อไป
รมว.โสภณ ออกมาพูดเวลาประมาณ21.30 แต่ผมกดดูในme.in.th เวลาดันมาอยู่ที่20.30
ncas no está en línea   Reply With Quote
Old December 30th, 2009, 04:53 PM   #97
b0ss32
BoZR
 
Join Date: Jul 2006
Location: Bangkok
Posts: 1,097
Likes (Received): 36

ทำไมต้องเป็น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในเมื่อมหาวิทยาลัยเดียวที่มีรถไฟผ่านกลางมหาวิทยาลัยคือ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
b0ss32 no está en línea   Reply With Quote
Old December 30th, 2009, 05:51 PM   #98
susuril
Registered User
 
Join Date: Oct 2009
Posts: 272
Likes (Received): 3

Quote:
Originally Posted by b0ss32 View Post
ทำไมต้องเป็น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในเมื่อมหาวิทยาลัยเดียวที่มีรถไฟผ่านกลางมหาวิทยาลัยคือ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
จริงครับ ดูจากการรถไฟ แต่ละที่ใช้แต่ มจธ. งานขนส่งมวลชนหาดใหญ่ ก็อีกงาน ทั้งๆที่ สจล.มีวิทยาเขตที่ ชุมพร ใกล้กว้าแท้ๆ

ผมล่ะแปลกใจ
susuril no está en línea   Reply With Quote
Old December 30th, 2009, 06:24 PM   #99
s4001541
Registered User
 
Join Date: Jun 2009
Posts: 372
Likes (Received): 11

ผมว่าน่าจะเพราะ มจธ. มีทั้งอาจารย์ นักวิจัยและห้องปฏิบัติการทั้งในสาขาวิศวกรรมขนส่ง(โยธา) สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ(logistic) สาขาวิศวกรรมขนถ่ายลำเลียง(ส่วนหนึ่งของวศ.เครื่องกล) และสาขาการจัดการlogistic อาจจะสามารถบูรณาการความรู้ได้ดีกว่านะครับ
s4001541 no está en línea   Reply With Quote
Old December 31st, 2009, 04:26 PM   #100
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 10,512
Likes (Received): 229

ลงถ้าเป็นแบบนี้ ก็ต้องปล่อยให้เทคโนบางมด นำร่องไปก่อนเพราะ พร้อมกว่า เทคโนเจ้าอื่น
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote


Reply

Thread Tools
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 06:18 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2013, vBulletin Solutions, Inc.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like v3.1.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2013 DragonByte Technologies Ltd.
vBulletin Optimisation provided by vB Optimise (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2013 DragonByte Technologies Ltd. (Resources saved on this page: MySQL 23.08%)

SkyscraperCity ☆ High there, what's up!

Hosted by Blacksun, dedicated to this site too!
Forum server management by DaiTengu