Welcome to www.skyscrapercity.com
Can we continue to use your data to tailor ads for you?

Our partners will collect data and use cookies for ad personalization and measurement.

Learn more about how we use cookies

SkyscraperCity
Sign-up now! It's free and easy. Registration ►

::Thailand Tourism News::

07:24 PM October 21st, 2018
#2141
napoleon
“แอตต้า” แจงเหตุปัญหากรุ๊ปทัวร์สุวรรณภูมิ

วันที่ 21 October 2018 - 13:00 น.


ต้นเหตุ - บริเวณที่จอดรถบัสนำเที่ยวของสมาชิกแอตต้า ที่ถูกลดจำนวนช่องจอดลงไปครึ่งหนึ่ง ทำให้มีปริมานไม่เพียงพอกับการให้บริการนักท่องเที่ยวในเวลาที่เหมาะสมได้ ซึ่งขณะนี้ได้ทยอยจัดการแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้นตามลำดับ

“แอตต้า” แจงยิบเหตุปัญหากรุ๊ปทัวร์ทะลักพื้นที่บริเวณรอรถบัสสนามบินสุวรรณภูมิ-แค่รอรถบัสใช้เวลานานนับชั่วโมง เผยเกิดจากพื้นที่จอดรถบัสรอรับนักท่องเที่ยวไม่เพียงพอ จึงส่งผลกระทบต่อมู้ดนักท่องเที่ยวจริง ยันทุกฝ่ายพร้อมช่วยแก้ปัญหาแล้ว

จากปัญหาความไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ที่เกิดขึ้นที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เนื่องจากความแออัดในพื้นที่บริเวณจุดรอรถบัสนำเที่ยวเข้ามารับนักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่บริเวณชั้น 1 ที่ต้องใช้เวลานานนับเป็นชั่วโมง และส่งผลกระทบต่ออารมณ์และบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น





ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สอบถามไปยังส่วนงานต่าง ๆ ของสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิพบว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าวอยู่ภายใต้การจัดการของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือแอตต้า ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เข้ามาช่วยจัดการนักท่องเที่ยวกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ให้กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. มาตั้งแต่เปิดให้บริการสนามบินนานาชาติแห่งนี้ ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องของระบบการบริหารจัดการของสมาคมแอตต้า

ด้านนายสุรวัช อัครวรมาศ อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ในฐานะหน่วยงานที่จัดการพื้นที่บริเวณดังกล่าว กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงประเด็นปัญหานี้ว่า ในหลักการจัดการและการปฏิบัตินั้น การที่นักท่องเที่ยวใช้เวลารอรถบัสนำเที่ยวมารับเป็นเวลาประมาณ 30 นาทีนั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ล่าช้าเกินไป และสนามบินในหลาย ๆ ประเทศที่ไม่อนุญาตให้รถบัสนำเที่ยววนมารับนักท่องเที่ยวได้ นักท่องเที่ยวก็ต้องใช้เวลาเดินไปขึ้นรถบัสในบริเวณพื้นที่ลานจอดรถประมาณ 30 นาทีเช่นกัน

สำหรับประเด็นปัญหา ณ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิในขณะนี้นั้น นายสุรวัชกล่าวยอมรับว่าเกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ เป็นผลจากการออกแบบของสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้มีปัญหาในด้านการจัดสรรพื้นที่จอดรถ และส่งผลกระทบต่อการจัดการรถบัสนำเที่ยวที่จะเข้ามารับนักท่องเที่ยวจนเกิดความล่าช้าขึ้น นอกจากนี้ พื้นที่บริการนักท่องเที่ยว ณ จุดขึ้นรถบัสนำเที่ยวก็ไม่เพียงพออีกด้วย

ทั้งนี้ การจัดการพื้นที่จุดจอดรถในอดีตนั้นเริ่มต้นจากมี 28 ช่องจอด แต่ปัจจุบันช่องจอดดังกล่าวนี้มีจำนวนลดลงไปครึ่งหนึ่ง เนื่องจากต้องจัดสรรให้กับหน่วยงานบริการต่าง ๆ ของสนามบิน รวมถึงรถโดยสารสาธารณะและรถแท็กซี่ ทำให้รถบัสนำเที่ยวต้องใช้เวลาสำหรับวนมารับนักท่องเที่ยวต้องใช้เวลามากขึ้น และส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักท่องเที่ยว

“ยอมรับว่าก่อนหน้านี้การจัดการพื้นที่ค่อนข้างมีปัญหา แต่มองว่าในสถานการณ์ปัจจุบันทางสมาคมแอตต้ายังสามารถบริหารได้ แต่ในอนาคตข้างหน้ามองว่าน่าจะเป็นปัญหาใหญ่แน่นอน เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี” นายสุรวัชกล่าวและว่า

อย่างไรก็ตาม นับเป็นเรื่องที่ดีที่สมาคมแอตต้าได้รับการดูแลช่วยเหลือจากส่วนงานต่าง ๆ ของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย และสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และร่วมกันแก้ไขจัดการในประเด็นที่เป็นปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากทั่วโลก และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย

https://www.prachachat.net/tourism/news-237641
09:54 AM October 22nd, 2018
#2142
wwc234
“สมคิด” เทหมดหน้าตักอุ้มท่องเที่ยว งัดฟรีวีซ่า 21 ชาติปลุกตัวเลขไฮซีซั่น
วันที่ 22 October 2018 - 12:02 น.

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยปี 2561 นี้อาจไม่เป็นไปตามเป้าที่วาดหวังไว้ เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้รวมในเดือนกันยายนที่ผ่านมาเริ่มชะลอตัวมากขึ้น โดยขยายตัวเฉลี่ยเพียง 2.13% และ 2.43% เท่านั้น

จากที่ก่อนหน้านี้ตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้สูงสุดครองอันดับ 1 มาหลายปี ได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จากเหตุเรือนักท่องเที่ยวล่มที่ภูเก็ต และประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่ตามมาเป็นระยะ และพบว่าในเดือนกันยายนที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังคงลดลงในสัดส่วน 14.89% ขณะที่รายได้ลดลง 11.49%

“สมคิด” ส่งสัญญาณหนุนสุดตัว

จากสัญญาณที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาลและผู้ประกอบการเอกชนต้องรีบหามาตรการมากระตุ้น อย่างแรง เพราะต้องพยุงให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ที่สร้างรายได้เข้าประเทศคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของจีดีพี ไม่ให้ทรุดลงไปกว่าที่เป็นอยู่

ล่าสุด “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวจีน เพื่อผลักดันรายได้ปีนี้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย พร้อมเปิดทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณานำมาตรการเรื่องยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ควบคู่กับการให้ความสำคัญเรื่องดูแลรักษาความปลอดภัย ทั้งระบบและแคมเปญการตลาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยใช้มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียม Visa on Arrival (VOA) หรือวีซ่าที่ลงตรา ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของท่องเที่ยวไทย (ปกติจัดเก็บ 2,000 บาทต่อคน)

ททท.เด้งรับ-ชงฟรีค่าธรรมเนียม VOA 21 ปท.



“ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า ททท.เตรียมนำเสนอมาตรการกระตุ้นภาคธุรกิจท่องเที่ยว 2 รูปแบบ ประกอบด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียม VOA ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 21 ประเทศ (รวมจีน) ในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ เป็นการใช้ยาแรงแก้ปัญหาที่ธุรกิจท่องเที่ยวกำลังเผชิญอยู่ โดย ททท.จะเร่งดำเนินการและเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้เร็วที่สุด คาดว่าน่าจะเริ่มใช้ได้วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561-15 มกราคม 2562หากดำเนินการได้เร็วก็จะสามารถกระตุ้นความเชื่อมั่นในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนไปได้จนถึงช่วงตรุษจีนปีหน้า ที่สำคัญยังคาดหวังว่าจะเป็นมาตรการที่ช่วยหนุนให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยปีหน้าปรับตัวดีขึ้นได้ตั้งแต่ต้นปีอีกด้วย

“คาดว่าหาก ครม.เห็นชอบและดำเนินการได้ทันตามแผนที่วางไว้ จะทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนขยับขึ้นมาถึง 12 ล้านคนในปีนี้ จากเดิมที่คาดไว้ที่ราว 10.5 ล้านคน”

ปลุกรายได้จีน 2 เดือนโค้งท้าย 7.5 หมื่นล้าน

ผู้ว่าการ ททท.ยังระบุด้วยว่า ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเหลือวันละประมาณ 2 หมื่นคน ขณะที่ช่วงพีกสุดคือช่วงตรุษจีนที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาถึง 5 หมื่นคนต่อวัน หรือประมาณ 1 ล้านคนต่อเดือน แต่ขณะนี้พบว่าเหลือเพียงแค่ประมาณ 6 แสนคนต่อเดือนเท่านั้น โดยส่วนที่ลดลงมากที่สุด คือ กลุ่มกรุ๊ปทัวร์ โดยเฉพาะกรุ๊ปทัวร์จากเมืองรองของจีน ซึ่งก็สร้างความกังวลให้กับกลุ่มผู้ประกอบการภาคเอกชนเป็นอย่างมาก ว่าหากช่วงตรุษจีนปีหน้านักท่องเที่ยวจีนยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ อาจเป็นการสูญเสียนักท่องเที่ยวจีนในระยะยาวได้

“ประเทศอาจสูญเสียรายได้จากมาตรการฟรีค่าธรรมเนียม VOA ไปสักประมาณ 3 พันล้านบาทในช่วง 2 เดือน แต่รายได้ที่จะเกิดจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนจำนวนราว 1.5 ล้านคนที่น่าจะเข้ามาในช่วง 2 เดือนที่ใช้มาตรการนี้จะมีมูลค่าที่ราว 7.5 หมื่นล้านบาท”

นอกจากนี้ สิ่งที่ประเทศไทยจะต้องทำควบคู่กันไปด้วย คือ การวางกรอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจว่านักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทยจะได้รับการดูแลที่ดี ขณะที่ภาคเอกชนก็ต้องร่วมแรงกันดูแลนักท่องเที่ยวด้วย

ขณะเดียวกัน ททท.ยังได้เสนอให้นำมาตรการวีซ่าแบบดับเบิลเอนทรี่วีซ่า (double entry visa) แก่นักท่องเที่ยวจีน โดยนักท่องเที่ยวสามารถจ่ายค่าวีซ่าสำหรับเดินทางเข้าไทย 1 ครั้ง ในอัตรา 1,000 บาทต่อคน สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ 2 ครั้ง ภายใน 180 วัน อีกรูปแบบหนึ่งด้วย

ที่ผ่านมา ททท.ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไปแล้วว่า นับจากนี้เป็นต้นไปการเติบโตของนักท่องเที่ยวจีนอาจจะอยู่ในระดับปีละ 10% ไม่หวือหวาเหมือนที่ผ่าน ๆ มาที่โต 20-30% เนื่องจากข้อจำกัดในด้านการรองรับของประเทศไทยเอง โดยเฉพาะเรื่องของสนามบินซึ่งปัจจุบันสนามบินหลายแห่งก็รองรับผู้โดยสารเกินกว่าศักยภาพแล้ว อย่างไรก็ตาม การขยายตัวในสัดส่วนที่ลดลงก็มีข้อดีอย่างหนึ่ง คือ จะทำให้ประเทศไทยปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืนขึ้น

ขณะที่ “วิชิต ประกอบโกศล” นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ระบุว่า เชื่อว่าตอนนี้ตลาดจีนยังไม่ไหลลงถึงจุดต่ำสุด แต่ในอีก 2 เดือนที่เหลืออยู่อาจลดลงต่ำกว่า 15%

ถ้ายังไม่มีมาตรการอะไรมาแก้ไข และอาจจะลามไปถึงไตรมาสแรกของปีหน้า ซึ่งจะลดลงหนักกว่านี้ นอกจากนี้ ยังมองว่าหากรัฐบาลประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียม VOA จะได้ประโยชน์ไปถึงตลาดใหญ่อย่างอินเดียด้วย

“วีระศักดิ์” ยันสถานการณ์ไม่ได้เลวร้าย

“วีระศักดิ์ โควสุรัตน์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามองว่า จากตัวเลขนักท่องเที่ยวรวมในขณะนี้ถือว่าสถานการณ์ยังไม่เลวร้ายอย่างที่คิด แม้ว่าสถิติกราฟตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ แต่ก็ยังเป็นจุดที่สูงกว่าสถิติของหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ดังนั้น จึงยังขอไม่ตอบคำถามในประเด็นยกเว้นค่าธรรมเนียม VOA ว่าเห็นด้วยหรือไม่ หรือจะนำมาใช้ทันในช่วงเวลาที่เหลืออีก 2 เดือนของปีนี้หรือไม่ และอยากให้ทุกส่วนมาตั้งสติคุยกันและร่วมกันแก้ไข

“เท่าที่เห็นตอนนี้กราฟแสดงตัวเลขของนักท่องเที่ยวจีนก็ยังสูงอยู่ แม้จะลดลงแต่ก็ไม่ได้ลดต่ำขนาดนั้น แม้แต่เว็บไซต์ของจีน เช่น ซีทริป จะยังระบุว่าไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวจีน จึงมีคำถามกลับว่าเราควรจะเทหน้าตักหรือยัง ที่ถามแบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะปิดข้อเสนอนี้ เพียงแต่ยังไม่ขอตอบในเวลานี้เท่านั้น”

พร้อมกันนี้วีระศักดิ์ยังให้ข้อมูลว่า กรณีการออกมาสนับสนุนฟรีค่าธรรมเนียม VOA ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีนั้น มองว่าการทำงานเพื่อบ้านเมืองนั้นต้องพูดคุยกันด้วยข้อมูลมากกว่า และคิดว่าท่านรองนายกฯยังไม่เห็นกราฟที่ทางกระทรวงเสนอตัวเลข แล้วใคร ๆ ก็ไปกวนใจท่าน รอให้ข้อมูลชุดนี้ไหลไปถึงฝ่ายต่าง ๆ ที่เข้าไปรบกวนท่านก่อนแล้วค่อยสรุปกันอีกครั้ง

ที่สำคัญอยู่ที่การทำงานของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยมากกว่า เพราะขณะนี้ฤดูการท่องเที่ยวของกลุ่มคนจีนได้ผ่านไปแล้ว และจะกลับมาอีกครั้งคือช่วงตรุษจีนปีหน้า นั่นแปลว่า…ช่วงนี้ไม่สำคัญ

และย้ำว่า เรื่องของการคืนความเชื่อมั่นนั้นขึ้นอยู่กับวิธีการสื่อสาร ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องทำให้เห็นว่าความเป็นเจ้าบ้านที่มีความรับผิดชอบสูงนั้นเราดำเนินการแล้ว ส่วนจะช้าหรือเร็วเราคงไปกำหนดจิตใจเขาไม่ได้

https://www.prachachat.net/tourism/news-237929
11:45 AM October 22nd, 2018
#2143
wwc234
เริ่มแล้ว! ญี่ปุ่นแจกส่วนลดห้องพักฮอกไกโดหวังกระตุ้นการท่องเที่ยว
22 ต.ค. 2018 / 15:33 น.

รัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มต้นการมอบส่วนลดที่พักให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติที่ไปเยือนฮอกไกโด หลังตัวเลขนักท่องเที่ยวลดลงอย่างหนักจากการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อเดือนที่แล้ว
รัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มมอบส่วนลดให้แก่นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนฮอกไกโดแล้ว ในโครงการ “ส่วนลดเพื่อฟื้นฟูฮอกไกโด” และจะดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคมปีหน้า (พ.ศ.2561) เนื่องจากตัวเลขนักท่องเที่ยวลดลงอย่างมากจากการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อเดือนที่แล้ว โดยส่วนลดดังกล่าวจะมอบให้กับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่เงื่อนไขจะแตกต่างกันออกไป


สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น รัฐบาลจะช่วยเหลือค่าที่พักถึง 70 เปอร์เซ็นต์ต่อหนึ่งคืน สูงสุดไม่เกิน 5 คืน ส่วนนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นนั้น รัฐบาลจะให้ส่วนลด 50 เปอร์เซ็นต์สำหรับที่พักหนึ่งคืน สูงสุดไม่เกิน 180 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5,760 บาท แต่ถ้านักท่องเที่ยวเลือกเข้าพักโรงแรมสองแห่ง จะได้รับเงินช่วยเหลือค่าที่พักถึง 60 เปอร์เซ็นต์ต่อหนึ่งคืน สูงสุดไม่เกิน 270 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8,640 บาท และถ้านักท่องเที่ยวเลือกพักถึง 3 โรงแรม จะได้เงินช่วยเหลือค่าที่พักมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ต่อหนึ่งคืน สูงสุดไม่เกิน 310 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 9,920 บาท

รายงานระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในฮอกไกโดเคยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้าที่จะเกิดแผ่นดินไหว โดยรัฐบาลหวังว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวบนเกาะดังกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ร่วมมือกับบริษัททัวร์ของจีนและเกาหลีใต้เพื่อจัดแพคเกจทัวร์มายังฮอกไกโดอีกด้วย ซึ่งแพคเกจทัวร์ดังกล่าวเริ่มวางจำหน่ายแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และมีรายงานว่า ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักท่องเที่ยว

https://www.springnews.co.th/view/369609
11:57 AM October 22nd, 2018
#2144
wwc234
ททท.ดึงตลาดเวียดนามเที่ยวภูเก็ต
วันที่ 22 October 2018 - 15:40 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดภูเก็ตว่า วันนี้ (22 ต.ค.61) นางนภสร ค้าขาย ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานโฮจิมินห์ นายมนตรี มานะต่อ รองผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานภูเก็ต นางกัลยรัตน์ สุทธิพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต และผู้แทนจากสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ให้การต้อนรับ คณะตัวแทนบริษัทขายยาจากประเทศเวียดนาม จำนวน 472 คน เดินทางมาด้วยสายการบิน Vietjet เที่ยวบินที่ VJ 809 ที่ บริเวณลานด้านหน้า อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต


นางนภสร ค้าขาย ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานโฮจิมินห์ กล่าวว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานโฮจิมินห์ ร่วมกับ World Travel นำคณะตัวแทนบริษัทขายยาทั่วประเทศเวียดนาม จำนวน 472 คน มาท่องเที่ยวภูเก็ต ระหว่างวันที่ 21-25 ตุลาคม 2561



ทั้งนี้ กลุ่ม Incentive ในตลาดเวียดนามเติบโตดี มีการลงทุนจากต่างชาติ ทำให้มีภาคการผลิตขนาดใหญ่จำนวนมาก อาทิ โรงงานผลิตสินค้าอุปโภค บริโภค อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมด้านการเกษตร บริษัท ห้างร้านขนาดใหญ่ ฯลฯ โดยปีนี้ประเทศไทยได้ต้อนรับกลุ่ม Incentive มาแล้ว 1 คณะใหญ่ ประมาณ 1,400 คนที่เดินทางจากกรุงเทพฯ-พัทยา


“เวียดนามเป็นตลาดใหญ่ใกล้เมืองไทย ประชากร 96 ล้านคน กลุ่มชนชั้นกลางมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างดี ทำให้มีกำลังซื้อสูง และนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทยยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ในปีที่ผ่านมาชาวเวียดนามเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ จำนวน 7 ล้านคน และประเทศไทยอยู่ในลำดับแรกที่ชาวเวียดนามเดินทางมามากที่สุด จำนวน 970,000 คน คาดว่าประเทศไทยจะได้ต้อนรับชาวเวียดนามคนที่ 1 ล้านคนภายในปีนี้ แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวเวียดนาม คือ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต ขึ้นกับการมึเที่ยวบินตรงไปยังแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ และการบินเวียดเจ็ทมีเปิดบินตรง โฮจิมินห์ ฮานอย ไปเชียงใหม่ และ โฮจิมินห์ มาภูเก็ต ภายในปลายปีนี้จะเปิดเที่ยวบินตรงฮานอย-ภูเก็ต ซึ่งจะเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของชาวเวียดนามในอนาคต”

ด้าน ททท.สำนักงานโฮจิมินห์ ทำการตลาดเชิงรุกตั้งแต่ยังไม่มีเที่ยวบินตรง ได้เชิญสื่อตัวแทนบริษัทนำเที่ยวมาเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และพยายามให้เห็นว่า พื้นที่อันดามันเหมาะกับนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ ซึ่งตลาดเวียดนามมีกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง คนที่รวยก็รวยจริงๆ ทางททท.จะให้เชียงใหม่และภูเก็ต เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพแก่กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงของเวียดนาม นอกจากนี้ต้นปีหน้าจะนำกลุ่มเซเลปฯ กลุ่มที่เป็นผู้นำทางสื่อออนไลน์มาท่องเที่ยวภูเก็ต พังงา กระบี่ เพื่อเติมเต็มให้ภูเก็ตในการดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพจากเวียดนามเข้ามาท่องเที่ยวภูเก็ต



ด้าน นายมนตรี มานะต่อ รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า ในเวียดนามผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม บริษัททัวร์ ให้ความสนใจตลาดนี้เป็นอย่างมาก

“ทางภาคเอกชน ธุรกิจการท่องเที่ยวได้พยายามเปิดตลาดท่องเที่ยวในเส้นทางนี้จำนวนมาก คาดว่า ในอนาคต จะมีสายการบินอื่นทำการเปิดเส้นทางบินตรง จากโฮจิมินห์มากขึ้น เพราะว่าเป็นนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ มีค่าใช้จ่ายสูง บางกลุ่มเป็นครอบครัวมีจำนวนมาก และเป็นการแชร์ตลาดกับตลาดจีน ยุโรป ซึ่ง เวียดนาม สามารถแชร์ตลาดได้ในส่วนนี้ สร้างรายได้ในช่วงโลว์ซีซั่นและไฮซีซั่นในส่วนนี้ได้ด้วย” นายมนตรี กล่าว

ปัจจุบัน ตลาดเวียดนามที่เข้ามาภูเก็ตยังไม่อยู่ติด 1 ใน 10 ประเทศไทย แต่จำนวนบวกมากมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากมีสายการบินทำการบินตรงเข้าภูเก็ต ส่วนตลาดจีนทางภาครัฐพยายามเร่งกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมากขึ้น



https://www.prachachat.net/local-economy/news-238128
05:53 PM October 22nd, 2018
#2146
wwc234
06:29 PM October 23rd, 2018
#2147
napoleon
ท็อป 10 ชาติขอวีซ่าลองสเตย์

วันที่ 23 October 2018 - 12:32 น.


ในภาวะที่ประเทศไทยกำลังพะวักพะวนอยู่กับปัญหานักท่องเที่ยวจีนลดน้อยลง จนกังวลว่ากระทบต่อรายได้ประเทศจะถดถอยลง



มุมมองของภาคอสังหาริมทรัพย์ บ้านเราเป็นที่หมายปอง (destination) ในการพักอาศัยระยะยาวมากขึ้น โดยเฉพาะเป็นบ้านของคนวัยเกษียณจากทั่วโลก

สถิติในรอบ 10 ปี ระหว่างปี 2551-2561 (ประมาณการ) โดย “ตม.-สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง” พบว่า มีประชาชน 10 ประเทศที่ขอวีซ่าเข้าใช้ชีวิตบั้นปลาย ดังนี้

อันดับ 1 อังกฤษ รองลงมาคือ อเมริกัน เยอรมัน จีน สวิส ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น นอร์เวย์ และฮอลแลนด์

โดยเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านสำหรับตลาดลองสเตย์ พบว่ามีทั้งไทย มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ทั้งนั้น คะแนนรวมของประเทศไทยเป็นรองเพียง “มาเลเซีย” ประเทศเดียว

เจาะลึกลงรายละเอียดด้านที่ไทยเสียเปรียบ คือ วีซ่าเพื่อการอยู่อาศัย, ค่าเช่า, ด้านสุขภาพ และด้านการกำกับดูแล ในขณะที่ไทยได้เปรียบมี 2 ปัจจัยหลัก คือ ด้านต้นทุนกับค่าใช้จ่ายการอยู่อาศัย

ล่าสุด “วสันต์ คงจันทร์” เอ็มดีค่ายโมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ ระบุว่า ตลาดโครงการที่อยู่อาศัยผู้สูงวัยในประเทศไทยในปี 2561 สิริรวมกันแล้วมีมูลค่าเกิน 1 แสนล้านบาทไปเรียบร้อยแล้ว แบ่งเป็น โครงการเต็มรูปแบบที่ต้องมีบริการทางการแพทย์ร่วมกับการบริการสุขภาวะผู้สูงวัย มูลค่า 40,000 ล้านบาท มีสัดส่วนลูกค้า 10%

ในขณะที่ผู้สูงวัยคนไทยมีพฤติกรรมชอบพักอาศัยอยู่กับลูกหลาน-ครอบครัว-ญาติพี่น้อง ทำให้โครงการที่อยู่อาศัยทั่วไปที่อาศัยจังหวะของการปรับดีไซน์+ฟังก์ชั่นให้รองรับการใช้ชีวิตของผู้สูงวัย มีมูลค่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนลูกค้า 90% ของตลาดผู้สูงวัยในภาพรวม

https://www.prachachat.net/property/news-238518

08:34 PM October 23rd, 2018
#2148
wwc234
การท่องเที่ยวฯ ยัน ไม่ใช้นโยบายลดราคา ดึง นทท.จีน

ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยัน ไม่ใช้นโยบายปรับลดค่าธรรมเนียมวีซ่า ให้กับนักท่องเที่ยวจีน หลังผู้ประกอบการโวย นักท่องเที่ยวจีนหายเกินครึ่ง เชื่อสาเหตุหลักที่นักท่องเที่ยวจีนลดลงมาจากปัญหาเศรษฐกิจระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา

วันที่ 23 ต.ค. 61 นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยกับทีมข่าวเวิร์คพอยท์ ถึงกรณีผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ร้องเรียนว่ากำลังประสบปัญหานักท่องเที่ยวจีนลดจำนวนลงว่ามาจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา

ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ช่วงต้นปีพบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนไหลเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมาก เฉลี่ยเดือนละกว่า 3 แสนคน แสดงให้เห็นถึงความนิยมของนักท่องเที่ยวจีนที่ต้องการมาประเทศไทย แต่เริ่มลดลงในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งสถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนลดลงนี้เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น

แต่ยอมรับว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะเหตุการณ์เรือฟีนิกซ์ล่มกลางทะเล จ.ภูเก็ต เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ประกอบกับเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่สนามบินดอนเมืองทำร้ายผู้โดยสารชาวจีน และกระแสข่าวด้านลบต่างๆ ก็ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวไม่น้อย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงมีมาตรการเรียกความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวโดยยึดหลัก 3 ประการ คือ สะอาด สะดวก ปลอดภัย เพื่อให้นักท่องเที่ยวอุ่นใจว่า เมื่อเดินทางมาที่ประเทศไทยแล้ว จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

พร้อมยืนยันว่าจะไม่ใช้นโยบายหรือมาตราการลดราคา ด้วยการนำภาษีไปช่วยเหลือผู้ประกอบการให้ลดราคา หรือการลดค่าธรรมเนียมวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีน ตามที่มีกระแสข่าวแน่นอน เพราะถือว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด

ซึ่งการปล่อยข่าวเรื่องการลดราคานี้ นายพงษ์ภาณุ เชื่อว่ายังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเกิดความสับสน จนเกิดการเลื่อนช่วงเวลาเดินทางเพื่อรอเที่ยวในช่วงที่ราคาถูกลง

ส่วนสถานการณ์จะกลับมาสู่ภาวะปกติในปลายปีนี้หรือไม่ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บอกว่ายังไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่เชื่อว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวของไทยในปัจจับันยังถือว่าทรงตัว ไม่ได้เลวร้าย

https://workpointnews.com/2018/10/23...Sj_Mao7tV6MyIw
06:30 AM October 24th, 2018
#2149
wwc234
"วีระศักดิ์"ย้ำกู้เรือฟีนิกส์เสร็จ ต.ค.นี้เคลียร์นักท่องเที่ยวจีน-หนุนจัดระเบียบสิมิลัน
เผยแพร่: 24 ต.ค. 2561 11:02 ปรับปรุง: 24 ต.ค. 2561 11:10 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

รมว.ท่องเที่ยวเผยเร่งกู้ซากเรือฟีนิกส์ล่มในทะเลภูเก็ตได้สิ้นเดือนต.ค.นี้เพื่อตรวจหาข้อสรุปและมีคำอธิบายที่ชัดเจน หลังนักท่องเที่ยวจีนกังวลอยากรู้สาเหตุ ขณะเดียวกันหนุนจัดระเบียบหมู่เกาะสิมิลัน-สุรินทร์เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติก่อน แนะภาคเอกชนปรับตัวรับ

วันนี้(24 ตค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงความคืบหน้าการกู้ซากเรือฟีนิกส์ที่ถูกคลื่นซัดล่มในทะเลจนทำให้นักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิต 47 คน ว่า คาดว่าจะสามารถกู้เรือได้ภายในเดือน ต.ค.นี้ โดยเราต้องให้ความสำคัญกับการหาสาเหตุเรือล่มในครั้งนี้ เพราะสำคัญต่อการสื่อสาร เนื่องจากขณะนี้นักท่องเที่ยวจีนมีความกังวลเพราะต้องการทราบสาเหตุ โดยตนได้ให้ความสำคัญที่สุดในเรื่องความปลอดภัยว่าเหตุการณ์เรือล่มเกิดจากอะไร ถ้าเรายังกู้ซากเรือไม่ได้เราจะตอบเรื่องนี้ไม่ได้ ซึ่งขณะนี้เรือเริ่มลอยขึ้นมาจากก้นทะเลแล้ว

นายวีระศักดิ์ กล่าวต่อถึงมาตรการดูแลท่องเที่ยวว่า จากการสื่อสารอย่างต่อเนื่องในช่วง2-3 เดือนที่ผ่านต้องขอบคุณภาคเอกชนที่เห็นความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวมากขึ้น เช่น จะไม่ใช้เรือที่ไม่ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัย เป็นต้น

นายวีระศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีชมรมเรือท่องเที่ยวหมู่เกาะสิมิลัน-สุรินทร์ เรียกร้องให้รัฐบาล ทบทวนมาตรการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ว่า ตนคิดว่าทุกฝ่ายเห็นด้วยว่าต้องดูแลรักษาธรรมชาติก่อน และเราควรต้องทำ ส่วนเรื่องรายละเอียดว่าผู้ประกอบการที่จดทะเบียนไว้กับกรมอุทยานฯ จะได้รับโควตาในการนำนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังหมู่เกาะสิมิลันหรือไม่นั้น เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะเจ้าของพื้นที่ ตนไม่มีสิทธิไปกำหนด

อย่างไรก็ตาม ตนเห็นด้วยกับการคุ้มครองธรรมชาติ เพราะเขาไม่สามารถส่งเสียงได้ ส่วนผู้ประกอบการนั้น สามารถต่อรองและเรียกร้องได้ เพื่อให้เกิดการปรับระบบ เป็นธรรมดาที่การเข้าระบบครั้งแรกจะมีความขรุขระบ้าง ยืนยันไม่ถอยเดินหน้าต่อไป

เมื่อถามถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า ความเดือดร้อนมีกันทั่ว แต่ขณะนี้ความเดือดร้อนที่มาก่อนคือความเดือดร้อนของธรรมชาติ และตนก็ได้พูดคุยกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ถึงหลักการและทิศทางมาโดยตลอดว่าขอให้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ขณะที่การศึกษาผลกระทบนั้น ยิ่งดึงคนมาร่วมเท่าใดยิ่งดี การทำงานจะได้ราบรื่น

“ถ้าเราต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรต้องเอาเป้าหมายหลักเป็นที่ตั้ง แต่ก็เห็นใจผู้ประกอบการ เพราะไม่ใช่ความผิดของเขา และที่ผ่านมาเราไม่เคยมีการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวมีเท่าใดก็ปล่อยเข้าไปหมด เชื่อว่าผู้ประกอบการคงเห็นด้วยกับมาตรการนี้ ว่าถ้าเราไปเที่ยวตามชายหาด หรืออุทยานฯแล้วเห็นแต่ศีรษะคนไม่เห็นธรรมชาติคงไม่ใช่เป้าหมายแน่ๆดังนั้นต้องยึดธรรมชาติก่อน ถ้าไม่ทำตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำตอนไหนและคงน่าเสียดาย” นายวีระศักดิ์ กล่าว

https://mgronline.com/politics/detail/9610000106132


'วีระศักดิ์'เร่งกู้ซากเรือฟีนิกซ์ล่มไขข้อข้องใจนักท่องเที่ยวจีน

24 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10:23 น.
24 ต.ค.61-นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงความคืบหน้าการกู้ซากเรือฟีนิกซ์ว่า คาดจะสามารถกู้เรือได้ภายในเดือน ต.ค.นี้ โดยเราต้องให้ความสำคัญกับการหาสาเหตุเรือล่มในครั้งนี้ เพราะสำคัญต่อการสื่อสาร เนื่องจากขณะนี้นักท่องเที่ยวจีนมีความกังวลเพราะต้องการทราบสาเหตุ ตนได้ให้ความสำคัญที่สุดในเรื่องความปลอดภัยว่าเหตุการณ์เรือล่มเกิดจากอะไร ถ้าเรายังกู้ซากเรือไม่ได้ เราจะตอบเรื่องนี้ไม่ได้ ขณะนี้เรือเริ่มลอยขึ้นมาจากก้นทะเลแล้ว

นายวีระศักดิ์ ยังกล่าวถึงมาตรการดูแลท่องเที่ยวว่า จากการสื่อสารอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาต้องขอบคุณภาคเอกชนที่เห็นความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวมากขึ้น เช่น จะไม่ใช้เรือที่ไม่ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัย เป็นต้น

https://www.thaipost.net/main/detail/20583
https://www.naewna.com/local/372257
08:48 AM October 24th, 2018
#2150
wwc234
07:20 PM October 24th, 2018
#2151
wwc234
07:21 PM October 24th, 2018
#2152
napoleon
'วีระศักดิ์' คาดกู้ซาก "เรือฟินิกซ์" ได้สิ้นเดือน ต.ค. นี้ หลัง นทท.จีน กังวลอยากรู้สาเหตุ

24 October 2018


เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2561 เวลา 08.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงความคืบหน้าการกู้ซากเรือฟีนิกส์ ว่า คาดว่าจะสามารถกู้เรือได้ภายในเดือน ต.ค. นี้ โดยเราต้องให้ความสำคัญกับการหาสาเหตุเรือล่มในครั้งนี้ เพราะสำคัญต่อการสื่อสาร เนื่องจากขณะนี้นักท่องเที่ยวจีนมีความกังวล เพราะต้องการทราบสาเหตุ โดยตนได้ให้ความสำคัญที่สุดในเรื่องความปลอดภัย ว่า เหตุการณ์เรือล่มเกิดจากอะไร ถ้าเรายังกู้ซากเรือไม่ได้ เราจะตอบเรื่องนี้ไม่ได้ ซึ่งขณะนี้เรือเริ่มลอยขึ้นมาจากก้นทะเลแล้ว

นายวีระศักดิ์ กล่าวต่อถึงมาตรการดูแลท่องเที่ยวว่า จากการสื่อสารอย่างต่อเนื่องในช่วง2-3 เดือนที่ผ่านมา ต้องขอบคุณภาคเอกชนที่เห็นความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวมากขึ้น เช่น จะไม่ใช้เรือที่ไม่ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัย เป็นต้น

http://www.thansettakij.com/content/337194
09:16 AM October 25th, 2018
#2153
wwc234
เคาะลดค่าธรรมเนียมวีซ่าศุกร์นี้ “สมคิด-วีระศักดิ์” แก้ทัวร์จีนหด
Share:
“ททท.”หวั่นหยุดชะงักถึงตรุษจีน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ เตรียมเข้าหารือร่วมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการด้านวีซ่าเพื่อกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังจาก ททท.และภาคเอกชนท่องเที่ยวมีแนวคิดเสนอให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือ Visa on Arrival (VOA) แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ 21 ประเทศรวมถึงประเทศจีนด้วย เป็นระยะเวลาสั้นๆ ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ โดยคาดว่า จะเห็นความชัดเจนมากขึ้นจากการหารือร่วมกันในครั้งนี้

โดยในมุมของ ททท.มองว่ามาตรการด้านวีซ่าไม่ได้เป็นเรื่องของการลดแลกแจกแถม แต่เป็นเรื่องของน้ำใจที่สามารถมอบให้นักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และน่าจะทำให้สถานการณ์ตลาดจีนเลือดหยุดไหลได้ หลังแนวโน้มนักท่องเที่ยวจีนในช่วงไตรมาส 4 ตั้งแต่ ต.ค.-ธ.ค.นี้ คาดอยู่ที่เดือนละ 500,000 คน ลดลงจากปกติที่ควรได้ 900,000 ถึง 1 ล้านคนต่อเดือน โดยตลาดที่ได้รับผลกระทบหนักคือกรุ๊ปทัวร์ ขณะที่ตลอดปีนี้ ททท.คาดการณ์ว่า จะมีนักท่องเที่ยวจีนมาไทย 10.5 ล้านคน ยังสูงว่าสถิติปีที่แล้วซึ่งปิดไปที่ 9.8 ล้านคน

“จากการที่ผมได้ประชุมร่วมกับสำนักงาน ททท.ทั้ง 5 แห่งในจีน พบว่าตลาดนักท่องเที่ยวจีนไม่ใช่แค่ชะลอการเดินทาง แต่มีการหดตัวอย่างรุนแรง จำเป็นต้องเฟ้นหามาตรการเร่งด่วนช่วยกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวจีนให้เดินทางมาไทยในช่วงปลายปีไปจนถึงช่วงเทศกาลตรุษจีนต้นเดือน ก.พ.ปีหน้า เพราะหากถึงช่วงตรุษจีนแล้วนักท่องเที่ยวจีนยังไม่มา คาดว่าอาจหลุดยาวไปจนถึงเดือน มิ.ย.ปีหน้า”

นอกจากนี้ยังได้ติดตามสถานการณ์การท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการ พบว่าปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในเมืองท่องเที่ยวหลักทั้งกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่ลดลง โดยสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) รายงานว่าโรงแรมบางแห่งที่รับตลาดจีนเป็นหลัก อัตราเข้าพักเหลือเพียง 10% เท่านั้น จึงอยากให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือ ขณะที่ชาวจีนเองก็ยังมีความรู้สึกเกี่ยวกับเหตุการณ์เรือล่มที่ จ.ภูเก็ต อยู่ ซึ่งเป็นจุดที่ต้องเร่งแก้ไขโดยเร็ว.

https://www.thairath.co.th/content/1402952




“รุ่งโรจน์”ยันหลักฐานเพียงพอเอาผิดคดีเรือฟินิกซ์ล่ม
"พล.ต.อ.รุ่งโรจน์" ยัน มีหลักฐานเพียงพอเอาผิดผู้ต้องหาคดีเรือฟินิกซ์ล่ม ย้ำ ไร้ปัญหา ชี้ ทุกภาคส่วนเร่งกู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยว
25 ตุลาคม 2018 - 12:22

พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย ความคืบหน้าคดีเรือฟินิกส์ล่ม จังหวัดภูเก็ต นักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ว่า ในส่วนของการกู้เรือนั้นเป็นหน้าที่ของทางกรมเจ้าท่าที่จะต้องดำเนินการ ส่วนในทางคดี มีการดำเนินคดีกับ บุคคลธรรมดา 4 คน นิติบุคล 1 คน เป็นบุคคลต่างด้าว 1 คน ซึ่งได้สรุปสำนวนให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหาไปแล้ว โดยยืนยัน มีพยานหลักฐานเพียงพอเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด พร้อมระบุการทำคดีไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคใด เพียงแต่ขั้นตอนและหลักฐานบางอย่างต้องใช้เวลาโดยเฉพาะการกู้ซากเรือขึ้นมาตรวจสอบ ซึ่งต้องให้ทางผู้เชียวชาญมาร่วมตรวจสอบด้วย

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าในส่วนของการจัดระเบียบนักท่องเที่ยวให้ถูกกฏหมายนั้น ทุกภาคส่วนมีการดำเนินการอยู่แล้ว โดยเฉพาะการกู้ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวนั้นเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็ให้ความสำคัญ และมีการบูรณาการทำงานร่วมกัน ภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่ต้องการยกระดับการท่องเที่ยวของไทย

https://www.innnews.co.th/crime/news_224460/
02:45 PM October 25th, 2018
#2154
wwc234
“สมคิด” สั่งคลังร่วมทำแพกเกจกระตุ้นท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน
เผยแพร่: 25 ต.ค. 2561 16:30 ปรับปรุง: 25 ต.ค. 2561 16:45 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“สมคิด” มอบหมาย “คลัง-ททท.-การบินไทย” ร่วมจัดทำมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน กำหนดแล้วเสร็จไม่เกินปลาย พ.ย.นี้ เพื่อเสนอ ครม.อนุมัติ พร้อมกำชับให้หาวิธีรับมือผลกระทบสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ไม่ให้กระทบการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ และภาพรวมเศรษฐกิจ เตรียมเพิ่มเงินกองทุนประชารัฐจาก 4 หมื่นล้าน เป็น 1 แสนล้านบาท รองรับมาตรการเพิ่มสวัสดิการคนสูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ที่มีฐานะยากจน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการดำเนินงานแก่ผู้บริหารกระทรวงการคลังว่า กระทรวงการคลัง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI จะร่วมกันจัดทำมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางมายังประเทศไทย ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะต้องดำเนินการให้ทันภายในช่วงกลางเดือน พ.ย. หรือปลายเดือน พ.ย.61 เนื่องจากจำเป็นต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติให้มีผลบังคับใช้ได้จนถึงปลายเดือน ธ.ค.61 เพื่อนักท่องเที่ยวจะได้มีเวลาวางแผนการท่องเที่ยวในประเทศไทยได้

ส่วนประเด็นภาพรวมทางเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันที่อยู่ในภาวะตึงตัว จากแรงกดดันสงครามการค้า (Trade War) ระหว่างประเทศสหรัฐฯ และจีนนั้น นายสมคิด กล่าวว่าต้องการให้คลังไปคิดหาวิธีที่จะวางแผนรับมือเป็นการล่วงหน้า เพราะเป็นสถานการณ์ที่สำคัญ โดยสิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการ คือ การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งจะต้องไม่เลื่อนระยะเวลาในการลงทุนต่อไปอีก

“โครงการขนาดใหญ่หลายโครงการที่จะผลักดันออกมาในปลายปี 61 ต้องถูกเลื่อนออกไปเป็นไตรมาส 1 ปี 62 ดังนั้น จะต้องผลักดันการลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจไทยได้ ซึ่งการเร่งรัดการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ จะทำให้เศรษฐกิจไทยเดินได้อย่างราบรื่น และไม่สะดุด โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเลือกตั้ง จนถึงจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะมีช่วงระยะเวลาที่นานประมาณ 1 ไตรมาส” นายสมคิด กล่าว

ส่วนผลการจองกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF) กองที่สองที่เตรียมจะออกมาว่าน่าจะเป็นการลงทุนในตัวโครงการที่ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งทำให้อาจมีความเสี่ยงบาง (Greenfield) มาเป็นโครงการที่หนุนหลังตราสารทุนได้ แต่อาจจะต้องพิจารณาในแง่กฎหมายในประเด็นการรับประกันความเสี่ยงจากการลงทุนให้แก่นักลงทุนรายย่อยว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง

นายสมคิด กล่าวเพิ่มเติมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อเศรษฐกิจไทยว่า นักลงทุนต่างชาติยังมองเศรษฐกิจไทยค่อนข้างดี รวมถึงกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ที่ได้ยกระดับเศรษฐกิจไทย และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีความปลอดภัยสำหรับนักลงทุน ส่วนเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสุทธิ (FDI Net Inflow) ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 40% จากผลของสงครามการค้าทำให้มีการย้ายเงินทุนเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น

พร้อมกันนี้ นายสมคิด ยังได้กล่าวถึงการเตรียมการผลักดันมาตรการเพิ่มสวัสดิการให้แก่ผู้ที่มีฐานะยากจนอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปว่า รัฐบาลได้เตรียมงบประมาณเพื่อจัดสรรในกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ที่ถูกจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย โดยจะเพิ่มเงินในกองทุนฯ ให้เป็น 1 แสนล้านบาท จากปัจจุบันมีประมาณ 4 หมื่นล้านบาท เพื่อนำเงินจากกองทุนนี้มาดูแลผู้สูงอายุ ขณะที่ในส่วนของกฎหมายภาษีที่มีความสำคัญที่กระทรวงการคลัง ที่ต้องผลักดัน คือ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และกฎหมายภาษี e-Bussiness ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกา กำลังพิจารณา แต่อาจต้องขอให้คณะกรรมการกฤษฎีกา เร่งพิจารณากฎหมายฉบับนี้


https://mgronline.com/stockmarket/detail/9610000106729

“สมคิด” สั่งคลัง-ททท.เร่งออกมาตรการกระตุ้นนทท. เดินทางมาไทยช่วงไฮซีซั่น
วันที่ 25 October 2018 - 16:14 น.

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังประชุมมอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงการคลังว่า กล่าวว่า นอกจากนี้ให้กระทรวงการคลังไปประสานงานกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สายการบินไทย เพื่อกระตุ้นเกิดให้เกิดการเดินทางมาท่องเที่ยวของไทยปลายปีนี้ ซึ่งเป็นช่วง ไฮซีซั่น โดยขณะนี้ททท.กำลังสรุปแนวทาง มีหลายประเด็นให้ไปถามนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการททท.ถึงรายละเอียด โดยเบื้องต้นมาตรการที่ออกมาจะเป็นความร่วมมือ เอกชน การท่องเที่ยว กระทรวงการคลัง และสายการบินเพื่อเชื่อมให้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทยมากขึ้น คาดว่าจะสามารถเข้าครม.เร็วๆ นี้ เพื่อให้มาตรการมีผลช่วงกลางพฤศจิกายน-เดือนธันวาคมนี้ โดยต้องเร่งให้มาตรการออกมาก่อนเพื่อให้ต่างประเทศวางแผนเรื่องเข้ามาเที่ยวไทย

นายสมคิดกล่าวว่า อยากให้สื่อช่วยมองในมุมมอง เพราะการไปลงข่าวเรื่องนักท่องเที่ยวจนทำให้เชื่อมั่นหายหมด อยากให้ อยากให้เปลี่ยนมุมมองพูดถึงสิ่งที่เรามั่นใจ ขณะนี้ตำรวจกำลังไปเร่งรัดด้านความปลอดภัย ส่วนเรื่องมาตรการน่าจะชัดเจนเร็วๆ นี้ พร้อมกับการกระตุ้นท่องเที่ยวปลายปี มาตรการที่ออกมาเพื่อให้เกิดการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวกับประเทศในแถบนี้


https://www.prachachat.net/tourism/news-239732
05:39 PM October 25th, 2018
#2155
napoleon
ตลาดจีนระส่ำยอดจองสินค้าท่องเที่ยวหด คาด 2 ไตรมาส สูญรายได้กว่า 5 หมื่นล้าน

วันที่ 25 ตุลาคม 2561 - 16:26 น.

ตลาดจีนระส่ำยอดจองสินค้าท่องเที่ยวหด คาด ‘ไตรมาส 4 – ไตรมาส 1 ปี’62’ สูญรายได้กว่า 5 หมื่นล้าน วอนรัฐหนุนฟรีวีซ่า
นักท่องเที่ยวจีนหายเกลี้ยง – นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า แอตต้าคาดว่า 2 เดือนสุดท้ายของปี 2561 นักท่องเที่ยวจีนจะหายไปประมาณ 3-4 แสนคน หรือลดลงไม่ต่ำกว่า 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดสูญรายได้กว่า 2 หมื่นล้านบาท และถ้ารวม 6 เดือนตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้จนถึงไตรมาส 1 ปีหน้า นักท่องเที่ยวจีนจะหาย 1-1.1 ล้านคน สูญรายได้กว่า 5 หมื่นล้านบาท จึงต้องการให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการด้านวีซ่าโดยเร็ว เพื่อกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงไตรมาส 4 นี้

ล่าสุดแอตต้าได้เสนอไป 2 แพ็กเกจ ได้แก่ 1. มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือ Visa on Arrival (VOA) จากปกติจัดเก็บอัตรา 2,000 บาทต่อคน ระยะสั้น 2 เดือน ซึ่งถือเป็นมาตรการยาแรงที่ภาคเอกชนท่องเที่ยวต้องการ 2. มาตรการวีซ่าแบบดับเบิล เอนทรี่ วีซ่า (Double Entry Visa) แก่นักท่องเที่ยวจีน โดยจ่ายค่าวีซ่าสำหรับเดินทางเข้าไทย 1 ครั้ง ในอัตรา 1,000 บาทต่อคน แต่สามารถเดินทางเข้าไทยได้ 2 ครั้ง ภายในระยะเวลา 180 วัน ควบคู่กับมาตรการลดค่าธรรมเนียม VOA เหลือ 1,000 บาทต่อคน เป็นระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งถ้ารัฐบาลเห็นชอบแพ็กเกจหลังนี้ ก็ยังถือว่าเป็นยาดีมาช่วยกระตุ้นตลาด

“สถานการณ์ตลาดจีนในตอนนี้ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤต ถ้ารัฐบาลจะช่วย ต้องช่วยให้เร็ว เพราะหากตัดสินใจช่วยแต่ประกาศบังคับใช้มาตรการด้านวีซ่าช้าหลังจบไตรมาส 4 ก็ไม่มีประโยชน์ ไม่เอื้อต่อการทำตลาดของเอกชนในต้นปีหน้า เพราะการขายสินค้าท่องเที่ยวต้องใช้เวลา และอาจทำให้นักท่องเที่ยวจีนหายทั้งไตรมาส 4 นี้ ลากยาวไปถึงไตรมาส 1 ปีหน้า กลับมาอีกทีก็อาจจะเป็นไตรมาส 2 เลย แต่ถ้าประกาศใช้ทันในไตรมาส 4 นี้ นักท่องเที่ยวจีนจะยังกลับมาบางส่วนในช่วงปลายปี และทำให้ไม่หายไปในไตรมาส 1 ปีหน้า”


นายวิชิต กล่าวว่า ขณะที่สถานการณ์การจองสินค้าท่องเที่ยวจากตลาดจีนแทบไม่เข้าเลย ทั้งโรงแรมและร้านค้าต่างๆ โดนกดราคา ด้านคู่ค้าผู้ประกอบการท่องเที่ยวฝั่งจีนที่ช่วยขายแพ็กเกจท่องเที่ยวมาไทยนานเป็น 10 ปี บอกว่าหมดกำลังใจ เพราะฝั่งไทยไม่มีมาตรการช่วยเพื่อให้สามารถทำธุรกิจได้ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซัน) ซึ่งเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการท่องเที่ยว ส่วนเป้าหมายเดิมแอตต้า คาดมีนักท่องเที่ยวจีนมาไทย 12 ล้านคน แต่เมื่อดูแนวโน้มตลาด อาจหายไปมากถึง 1.5 ล้านคน จบปีนี้ได้ 10.5 ล้านคนก็ถือว่าดีแล้ว หลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากตลาดกรุ๊ปทัวร์ซึ่งในช่วงไตรมาส 3 หดตัวกว่า 30-40%

“แม้ในช่วงครึ่งปีแรก ภาคท่องเที่ยวไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเติบโตดี แต่พอดูครึ่งปีหลัง ตัวเลขมันตกทุกเดือนเป็นกราฟหัวทิ่ม ทำให้ผู้ประกอบการบางรายถึงขั้นขาดทุนแล้ว เพราะตั้งแต่เดือนส.ค.ที่ผ่านมา มีเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) หยุดบินไปแล้ว 300 เที่ยวบินต่อเดือน หรือคิดเป็นจำนวนที่นั่งมากกว่า 6 หมื่นต่อเดือน เพื่อรอดูสถานการณ์”

https://www.khaosod.co.th/economics/news_1735826
05:47 PM October 25th, 2018
#2156
wwc234

02:56 PM October 26th, 2018
#2157
wwc234
พงษ์ภาณุเผยสถานการณ์ท่องเที่ยวเริ่มกระเตื้อง แย้มอาจใช้มาตรการด้านตลาดกระตุ้นปลายปีแทนมาตรการภาษี

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 26 ตุลาคม 2561 18:09:43 น.
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของปียังไปด้วยดีขณะนี้นักท่องเที่ยวจีนที่เคยมีแนวโน้มลดลงในช่วงที่ผ่านมาก็เริ่มทรงตัว โดยตัวเลขเดือน ต.ค.61 ล่าวุดจนถึงวันที่ 24 ต.ค.ติดลบน้อยลงเหลือ 4% จากเดือน ก.ย.ที่ติดลบถึง 15%

สำหรับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้ หากจะนำมาใช้คงเน้นมาตรการทางการตลาด ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ได้จัดสรรงบประมาณที่จะเข้าไปทำเรื่องแรงจูงใจให้กับสายการบินที่เป็นเช่าเหมาลำ (Charter Flight) โดยอาจยกเว้นค่าธรรมเนียม landing fee แต่ในเรื่องความปลอดภัย ความสะดวก ความสะอาด เป็นเรื่องที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ต้องประสานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว

"ไม่อยากใช้คำว่ากระตุ้นเพราะเหมือนเรากำลังจะตาย ปล่อยไปตามธรรมชาติ แต่เราไม่เน้นปริมาณมากเหมือนเดิม น่าจะเน้นเรื่องคุณภาพของการท่องเที่ยว เพราะขณะนี้หลายอุทยานปิด เกาะบางเกาะ ปิดเพราะนักท่องเที่ยวเข้ามามากเกินไป.. ดูเรื่อง Demand และSupply ให้สมดุลกัน ทรัพยากรธรรมชาติไม่ถูกทำลายไป การใช้จ่ายเงินก็เริ่มยกระดับไปสู่ไฮเอนด์มากขึ้น จากที่พักโรงแรม 3 ดาวก็เปลี่ยนไปพัก 5 ดาวกันหมดแล้ว"นายพงษ์ภาณุ กล่าว

ส่วนการใช้มาตรการทางภาษีมาดึงดูดนักท่องเที่ยวนั้น ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า "ถ้าไปลดให้จีน คนไทยก็ต้องรับภาระมากขึ้น ปัจจุบันจีนมาเที่ยวไทยสบายจะตาย ใช้ของถูก ปะการังเสียหายเยอะแยะยังต้องเอาเงินไปจ่ายเค้าอีกเหรอ"

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq03/2905743
https://www.brighttv.co.th/bright-news/293593
07:11 AM October 28th, 2018
#2158
wwc234
ททท.ประชุมภูมิภาคภาคใต้สัญจรที่สตูล เชื่อนักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาในเวลาอันใกล้
วันที่ 27 October 2018 - 18:19 น.

ททท.ประชุมภูมิภาคภาคใต้สัญจรที่สตูล รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศเผย คอนเซ็ปการท่องเที่ยวภาคใต้ปี 62 คือภาคใต้ไม่ได้มีแค่ทะเลแต่มีแหล่งท่องเที่ยวทางบก โดยเฉพาะสตูลยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีโลกที่จะทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวมากขึ้น ส่วนกรณีนักท่องเที่ยวจีนลดลงนั่น ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งทางส่วนกลางและรัฐบาลเองพยายามแก้ปัญหาที่จะดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาแต่ช่วงนี้ต้องเน้นในคนไทยเที่ยวไทยเพื่อรักษาพื้นที่ไว้ก่อน

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2561 เวลา 13.00 น. ที่อาคารศูนย์ข้อมูลสารสนเทศการท่องเที่ยวจ.สตูล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้จัดการประชุมภูมิภาตภาคใต้สัญจรและประชุมหารือแนวทางการบูรณาการด้านการท่องเที่ยวสตูล โดยมีนายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานการประชุม


ในโอกาสเดียวกันนายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวทิศทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวภาคใต้ ในปีงบประมาณ 2562 ว่า การท่องเที่ยวภาคใต้เรามองว่ามีมากกว่าทะเล ซึ่งณปัจจุบันคนส่วนใหญ่นิยมท่องเที่ยวทะเลเป็นหลัก ถ้าทึกคนแออัดท่องเที่ยวทาวทะเลมันไม่เกิดการกระจายตัวและไม่เกิดการกระจายรายได้ ซึ่งรัฐบาลต้องการให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือหนึ่งในการ ลดความเหลื่อมล้ำในมติของเศรษฐกิจ

ภาคใต้ไม่ได้มีแต่ทะเลที่ใช้ในการพัฒนาส่วนเสริมการท่องเที่ยวพื้นที่ภาคใต้ในปีงบประมาณรี้(2562) โดยเฉพาะจังหวัดสตูลมีมากกว่าทะเลจริงๆ นั้นหมายความว่าเรามีอุทยานทางธรณีที่ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานธรณีโลกแล้วและก็จะเป็นตัวหนึ่งที่เสริมช่วยให้จ.สตูลเป็นที่รู้จักและทำให้ดึงนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากขึ้น ซึ่งตรงนี้จะเกิดการกระจายรายได้ เพิ่มอัตราเข้าห้องพักโรงแรมที่พักในพื้นที่ จ.สตูลเป็นหนึ่งในจังหวัดที่จะขายการท่องเที่ยวเชื่อมตรัง สตูล หาดใหญ่ เพื่อให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยว

ต่อข้อถามสำหรับที่มองว่าสตูลน่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักมากกว่าเมืองรองนั้น นายนพดล กล่าวว่า จริงๆต้องเรียนว่าคำว่าเมืองรอง นั้นมีนัยยะแค่จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวน้อยกว่า 4 ล้านคนต่อปีก็จะเป็นเมืองเมืองรอง จริงๆโดยนัยยะความสำคัญไม่ได้หมายความว่าเป็นรองใคร คอนเซ็ปที่เรามีต่อนิดหนึ่งสำหรับเมืองรองด้วย คือเป็นเมืองรองที่ต้องลอง เป็นเมืองรองที่ทุกคนต้องมาเที่ยว มาสัมผัส ลืมหลับดูประสบการณ์ต่างๆในพื้นที่ท่องเที่ยวเมืองรอง

ส่วนกรณีที่บอกว่านักท่องเที่ยวจีนลดลงในขณะนี้นั้น นายนพดล กล่าวว่า ตอนนี้เป็นเรื่องของการแก้ปัญหาจำนวนลดลง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งทางส่วนกลาง รัฐบาลเอง พยายามปรับปรุงในเรื่องนี้อยู่ ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้นักท่องเที่ยวจีนคงจะกลับมา ในสภาวะตรงนี้นอกเหนือจากกระบวนการที่จะทำให้นักท่องเที่ยวจีนกลับมา ยังมีแผนงานที่ให้คนไทยเที่ยวไทยด้วยในส่วนหนึ่งเป็นตัวรักษาคงสภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่ไว้ก่อน


https://www.prachachat.net/tourism/news-240920
05:24 PM October 28th, 2018
#2159
wwc234
ททท. เร่งแก้โจทย์ตลาดจีน อัดมาตรการ “ระยะสั้น” ปลุกปลายปี
วันที่ 28 October 2018 - 16:41 น.

ยังคงเป็น “โจทย์ใหญ่” ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไขสำหรับปัญหาของนักท่องเที่ยวตลาดจีนที่ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่น่าจะเป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจสำหรับปีนี้แน่นอน

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสร่วมสัมภาษณ์ “ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถึงแนวทางในการรับมือกับภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยในช่วงปลายปีนี้ โดยเฉพาะตลาดจีนที่กำลังประสบปัญหานักท่องเที่ยวลดลงอย่างหนักไว้ดังนี้

Q : สถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวจีนตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

ทีมบริหารภูมิภาคเอเชียตะวันออกของ ททท. เพิ่งกลับจากการพูดคุยกับสำนักงานทั้ง 5 แห่งในประเทศจีน ประเมินตัวเลขสถานการณ์ตลาดท่องเที่ยวจีนยังไม่ดีขึ้น ไม่ได้แค่ชะลอ แต่อยู่ในสภาวะหดตัวอย่างรุนแรง

โดย ททท.ได้ติดตามผ่านผู้ประกอบการ ทางสมาคมโรงแรมแจ้งว่าโรงแรมที่ปกติมีนักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก ปัจจุบันอัตราเข้าพักเหลืออยู่เพียงแค่ 10% ผู้ประกอบการจึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ และประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการเป็นกังวล คือ สถานการณ์จะส่งผลถึงสถานการณ์ปีหน้าอย่างไรบ้าง

Q : สาเหตุของสภาวะหดตัวอย่างรุนแรงของตลาดท่องเที่ยวจีนอย่างไร

สภาวะหดตัวของตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทย มาจาก 2 สาเหตุใหญ่ 1.คือความรู้สึกของนักท่องเที่ยวจีนตั้งแต่เหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต 2.เศรษฐกิจจีนเองก็อยู่ในสภาวะหดตัว การเดินทางออกนอกประเทศก็มีต้นทุนที่สูงขึ้น

ขณะที่ทางการจีนกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น เช่น การลดภาษีสินค้าแบรนด์เนม การลดราคาค่าเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว ทำให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น


อย่างไรก็ตาม ถ้าหากย้อนกลับไปดูตัวเลขเก่าจะพบว่า นักท่องเที่ยวจีนเดินทางออกนอกประเทศปีละไม่ต่ำกว่า 100 ล้านคน หากไทยยังมองว่านักท่องเที่ยวจีนเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50,000 บาทต่อทริปต่อคน ก็อาจจำเป็นที่จะมีมาตรการหยุดการหดตัวลงไปเพื่อแก้ปัญหา ทั้งนี้ อาจจะต้องพิจารณามาตรการว่าจะต้องอยู่ในระดับใด

Q : ททท.มีมาตรการดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาอย่างไรบ้าง

ททท.มีทั้งมาตรการระยะสั้น กลาง และยาว แต่ตอนนี้อยากให้โฟกัสนโยบายระยะสั้นก่อน เพราะไทยกำลังอยู่ในสถานการณ์พิเศษที่ตลาดจีนหดตัว และตลาดอื่น ๆ ก็ไม่ได้มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากนัก

โดยมาตรการระยะสั้น จะต้องมุ่งแก้ปัญหาเรื่องความรู้สึกของนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ แม้เราจะเน้นตลาดคุณภาพ แต่ตอนนี้ไทยจำเป็นที่จะต้องดึงจำนวนนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามา ทั้งตลาดจีนและตลาดอื่น ๆ โดยเน้นไปที่ตลาดระยะสั้นที่ใช้เวลาเดินทางไม่มาก เพื่อที่จะได้สามารถเข้ามาเติมตัวเลขที่หายไปได้อย่างรวดเร็ว

Q : แผนเร่งด่วนระยะสั้นเป็นอย่างไร

อย่างแรก คือ ททท.มุ่งที่จะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางในประเทศด้วยนโยบายเมืองรอง และนโยบายลดหย่อนภาษี ควบคู่ไปกับอย่างที่ 2 คือ การกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือว่าเดินทางใกล้ โดยใช้มาตรการด้านการตลาดทั้งในตลาดอาเซียนและตลาดจีน ด้วยเทคนิคอลแคมเปญต่าง ๆ ร่วมกับการจัดอเมซิ่งไทยแลนด์โรดโชว์ในจีนช่วง 2 เดือนที่เหลือ เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีให้นักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทยอีกครั้ง

อีกมาตรการที่ทำควบคู่กันไป คือ มาตรการด้านความปลอดภัยที่เราได้ทำการพูดคุยกับภาคเอกชน เนื่องจากการปรับปรุงมาตรฐานโดยผู้ประกอบการเองเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ทันทีด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอการออกกฎหมายที่จะใช้เวลายาวนาน

โดยการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยจะครอบคลุมตลอดทั้งโปรแกรมทัวร์ ตั้งแต่ขึ้นเครื่องบินเดินทางมาจนกลับถึงประเทศ

นอกจากนั้น ระหว่างกลางเดือนพฤศจิกายน-กลางเดือนธันวาคมนี้ ททท.วางแผนที่จะจัดงาน Passport Sale ร่วมกับสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เพื่อให้ห้างสรรพสินค้าที่อยู่ระหว่างช่วงเซลปลายปี ลดเพิ่มอีก 7-10% เมื่อนักท่องเที่ยวชูพาสปอร์ต เป็น double tax refund 7+7 ซึ่งอยู่ระหว่างการพูดคุยกับกรมสรรพากรในรายละเอียด

รวมถึงการพูดคุยกับสินค้ากลุ่มลักเซอรี่แบรนด์ให้นำสินค้าประเภทที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบมาลดจัดหนัก พร้อมทั้งวางแผนที่จะจัดงาน Top Thai Brand Sale เพื่อนำแบรนด์ไทยที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว อาทิ นารายา จิม ทอมป์สัน วาโก้ สเนลไวท์ ฯลฯ มาจัดงานลดราคาอีกด้วย

Q : แล้วมาตรการระยะกลางและยาวเป็นอย่างไร

เรื่องกฎหมายการควบคุมต่าง ๆ รวมถึงเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการพูดคุยทำข้อตกลงจะอยู่ในมาตรการระยะกลางและยาว ขณะนี้ ททท.มีการพูดคุยกับกองทัพเรือ เพื่อจัดทำ MOU ในการตรวจสอบและการดูแลทางน้ำตลอดชายฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ด้วยความพร้อมของกองทัพเรือที่มีทั้งเรือลาดตระเวน เรือพยาบาล และศูนย์รองรับตลอด 24 ชม.

นอกจากนั้น ยังได้มีการพูดคุยกับกรมอุตุนิยมวิทยา และอาลีบาบา เรื่องการแจ้งเตือนสภาพอากาศให้กับนักท่องเที่ยวจีน และพูดคุยกับ travel agent อื่น ๆ ถึงความเป็นไปได้ในการดูแลนักท่องเที่ยวเพิ่มเติม

ส่วนมาตรการระยะยาวด้านการตลาดนั้น อาจจะต้องมาดูเรื่องของการกระจายตลาดในระยะยาวมากขึ้น ทำตลาดอื่น ๆ ให้หลากหลายยิ่งขึ้นด้วย เพราะหลังจากนี้ ตลาดจีนคงไม่สามารถขยายตัวได้มากเท่าเดิม เนื่องจากขีดความสามารถในการรองรับที่มีไม่เพียงพอแล้ว ต่อไปในการท่องเที่ยวไทยอาจจะค่อย ๆ เห็นการเติบโตอย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

Q : มาตรการ VOA ยังคงมีความเป็นไปได้อยู่หรือไม่

ททท.อยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องต้นทุนที่รัฐจะต้องสูญเสียรายได้ และผลประโยชน์ที่รัฐจะได้รับ หากมีมาตรการ VOA ออกมาจริง แต่ยืนยันว่าถ้ามีการใช้จริงก็จะเป็นการใช้เพียงช่วงสั้น ๆ ในระยะเวลาที่จำกัด คาดว่าความชัดเจนน่าจะสรุปได้เร็ว ๆ นี้

Q : วางเป้าตลาดจีนในช่วง 2 เดือนสุดท้ายปีนี้อย่างไร

ถ้าหากมองแค่ในส่วนของ ททท.อย่างเดียว คาดการณ์ว่าน่าจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวประเทศไทยได้ราว 5 แสนคน ในระยะเวลา 2-3 เดือนที่เหลือของปี โดยยังไม่รวมมาตรการ VOA ที่ยังไม่ทราบผลแน่นอน แต่ถ้าหากมีมาตรการอื่น ๆ นอกเหนือจากมาตรการด้านการตลาดของ ททท. ในการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวก็อาจจะช่วยให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยมากขึ้น

ทั้งนี้ ททท.คาดว่าจากปี 2560 ที่มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาเที่ยวไทย 9.8 ล้านคน ปีนี้น่าจะอยู่ที่ 10.5 ล้านคน จากเป้าเดิมที่คาดว่าปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 12 ล้านคน เนื่องจากตัวเลขช่วงต้นปีเติบโตค่อนข้างดี มาหายไปค่อนข้างมากเป็นกลุ่มกรุ๊ปทัวร์หลังเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต

อย่างไรก็ตาม คาดว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนในอีก 2 ดือนที่เหลือของปีนี้ น่าจะอยู่ที่ราว 5 แสนคนต่อเดือน

Q : ในช่วงไฮซีซั่นปลายปีนี้พอจะมองเห็นปัจจัยบวกบ้างหรือไม่

ปีนี้หนาวเร็ว น่าจะช่วยกระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศได้มากขึ้น โดย ททท.ได้วางแผนจะจัดกิจกรรมเต็มที่ทั้งลอยกระทงและปีใหม่ ซึ่งขณะนี้มีแผนเคานต์ดาวน์เมืองรอง 5 เมือง ได้แก่ ลำพูน นครพนม จันทบุรี สตูล และราชบุรี

โดยคาดการณ์ว่าไทยเที่ยวไทยปีนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยว 160 ล้านคนต่อครั้ง รายได้โต 10% รวมมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ได้

https://www.prachachat.net/tourism/news-241173
09:27 PM October 29th, 2018
#2160
napoleon
กรุ๊ปทัวร์จีนเที่ยวภูเก็ตหายเกลี้ยง

29 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10:20 น.


สถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนในภูเก็ตยังไม่ฟื้น ยอดจองห้องพักหายเกลี้ยง ด้านโรงแรมเครือถาวร ย้ำไม่ได้รับกระทบเนื่องจากปรับแผนรองรับมาตลอด ลุยเดินหน้าสร้างรายได้ทะลุ 600 ล้านในสามปี

นายเลิศ ถาวรว่องวงศ์ กรรมการบริหาร โรงแรมในเครือถาวร โฮเทล แลนด์ รีสอร์ท เปิดเผยว่า สถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนในจังหวัดภูเก็ตในขณะนี้ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากยอดจองห้องจากเอเยนต์หรือกรุ๊ปทัวร์ลดลงไปอย่างมาก จนถึงตอนนี้แทบจะไม่มียอดจองใหม่เข้ามา ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมหลายแห่งในจังหวัดภูเก็ต ต้องเจอปัญหาการเข้าพักที่ลดลง

“ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีน ที่ททท. ประกาศออกมาว่า ลดลง 5%นั้น ยังไม่สะท้อนข้อมูลที่แท้จริง เพราะตัวเลขดังกล่าวเป็นการคิดเฉลียตั้งแต่ต้นปี ซึ่งยังมีนักท่องเที่ยวจีน เข้ามาสูงมาก แต่เชื่อว่า พอถึงสิ้นปีจะทราบชัดเจนว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนลดลงไปเท่าไหร่ แต่จากข้อมูลที่ทราบมา ในตลาดภูเก็ตนั้นหายไปกว่า 20% ”นายเลิศ กล่าว

อย่างไรก็ดีในส่วนของโรงแรมในเครือถาวร นั้นไม่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมาโรงแรมมีสัดส่วนะลูกค้ากรุ๊ปทัวร์ไม่ถึง 15% ซึ่งโรงแรมจะเน้นทำตลาดกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาด้วยตัวเอง และเน้นการทำโปรโมชั่นในออนไลน์ รวมถึงใช้กลยุทธ์ทางด้านราคา เข้าแข่งขัน ทำให้อัตราการเข้าพักของโรงแรมยังไม่ได้รับผลกระทบ โดยในปัจจุบันยอดการเข้าพักก็ยังอยู่ในระดับเกิน 90%
โดยกลุ่มลูกค้าหลักยังคงเป็นจีน รัสเซีย อิตาลี อังกฤษ ออสเตรเลีย และเยอรมัน รวมถึงคนไทยด้วย ซึ่งอัตราการเข้าพักจนถึงสิ้นปี ก็น่าจะยังคงเกิน 90% อย่างแน่นอน

“ประมาณการตัวเลขรายได้ในปีนี้ไว้ที่ 525 ล้านบาท และคาดาการณ์กำไรไว้ที่ 62 ล้านบาท นับเป็นการทำกำไรติดต่อกัน เป็นปีที่สาม และทางบริษัทเองก็มีความตั้งใจที่จะเดินหน้าทำยอดขายแตะ 600 ล้านบาท ภายใน1-2 ปีข้างหน้า” นายเลิศ กล่าว

สำหรับกลยุทธ์ในการผลักดันรายได้ให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็จะมีการทำโปรโมชั่นผ่านช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง และมองการขยายตลาดไปที่กลุ่มลูกค้าสัมมนาและสันทนาการ(Mice) โดยเฉพาะการประชุมระดับกลาง และเล็ก ของหน่วยราชการ รวมถึง การเจาะตลาดแพคเกจแต่งงาน เพราะด้วยสถานที่และโลเรชั่นของโรงแรมที่มีชายหาดส่วนตัว ทำให้เหมาะกับการจัดงานแต่งงาน ซึ่งปีนี้ก็มีการจัดงานแต่งงานไปแล้วกว่า 100คู่

นอกจากนี้แผนการในระยะ 3-5ปี ก็จะมีการลงทุนเพิ่มห้องพักและปรับภูมิทัศน์โรงแรมให้ดีขึ้น โดยเฉพาะในถาวร บีท วิลเลจ รีสอร์ท ที่ยังมีพื้นที่เหลือในการพัฒนาอีกจำนวนมาก

https://www.thaipost.net/main/detail/20909