Our Neighbour : Indonesia - Page 9 - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old April 7th, 2010, 01:22 AM   #161
Don KingKong
Asean citizen
 
Don KingKong's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Asean City
Posts: 376
Likes (Received): 7

http://www.naewna.com/news.asp?ID=204312

สหรัฐจ่อขยายการค้าอินโด แต่ชี้ต้องปฏิรูปเศรษฐกิจ

นายแกรี ล็อค รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐเผยว่า สหรัฐเล็งเห็นโอกาสมหาศาลที่จะขยายการค้ากับอินโดนีเซียในภาคพลังงาน แต่อินโดนีเซียจะต้องปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อดึงดูดให้ชาวอเมริกันเข้าไปลงทุน

วอชิงตัน ดีซี (เอพี) - นายล็อคกล่าวที่ศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษาในกรุงวอชิงตันว่า อินโดนีเซียกำลังจะเป็นตลาดใหญ่สำหรับเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพราะต้องรองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นมากขณะเดียวกันก็ต้องควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อน รัฐบาลสหรัฐเล็งเห็นความสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทอเมริกันเข้าไปมีบทบาทนำในเรื่องนี้ เขาจะนำบริษัทเทคโนโลยีสีเขียวของสหรัฐ 10-15 แห่งไปเยือนอินโดนีเซียในเดือนพฤษภาคม เพราะประเทศอื่น เช่น จีน ก็เล็งตลาดอินโดนีเซียเช่นกัน

อย่างไรก็ดี นายล็อคระบุว่า อินโดนีเซียจะต้องปฏิรูปเศรษฐกิจเพราะประเทศในภูมิภาคนี้ที่เล็กกว่าทำการค้ากับสหรัฐมากกว่าอินโดนีเซียซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของโลกแต่เป็นคู่ค้าอันดับที่ 30 ของสหรัฐ กระแสชาตินิยม ความไม่แน่นอนเรื่องกฎระเบียบ ข้อพิพาทการลงทุนที่ยังค้างคาและการขาดความโปร่งใสทำให้นักลงทุนอเมริกันชะงักการลงทุนในอินโดนีเซีย รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐเผยด้วยว่า ประธานาธิบดีโอบามาจะลงนามความเป็นหุ้นส่วนอย่างครอบคลุมกับอินโดนีเซียเพื่อขยายความร่วมมือทางการค้า การศึกษา และอีกหลายด้าน แต่นักวิเคราะห์หลายคนไม่คิดว่า ผู้นำสองประเทศจะหารือประเด็นเศรษฐกิจได้มากนักเพราะประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยุดโดโยโนของอินโดนีเซียกำลังถูกสมาชิกรัฐสภากดดันเรื่องช่วยธนาคารเซ็นจูรีแบงก์เมื่อปี 2551 ขณะที่ประธานาธิบดีโอบามาก็ถูกวุฒิสมาชิกเตะถ่วงการให้สัตยาบันข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับหลายประเทศ
__________________
Kota yang macet melahirkan generasi yang stress

Last edited by Don KingKong; April 7th, 2010 at 01:34 AM.
Don KingKong no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old April 7th, 2010, 03:23 AM   #162
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,028
Likes (Received): 3

แผ่นดินไหวอินโด ไทยผวาสึนามิ อันดามันเร่งอพยพ
เกิดแผ่นดินไหวระดับความรุนแรง 7.8 ริกเตอร์ ที่เกาะสุมาตราประเทศอินโดนีเซีย ไทยผวา เกิดสึนามิ อันดามันอพยพประชาชนอลหม่าน อย่างไรก็ดีล่าสุด ทั้งอินโดนีเซียและไทย ยกเลิกประกาศเตือนภัยแล้ว...
นายภูเวียง ประคำมินทร์ ผอ.ศูนย์วิจัยและประเมินผลแผ่นดินไหวและสึนามิ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยถึงผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว ระดับความรุนแรง 7.8 ริกเตอร์ ที่ บริเวณหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเวลา 05.15 น.ตามเวลาในประเทศไทย ว่า เบื้องต้นได้ประเมินเอาไว้ว่า น่าจะทำให้เกิดคลื่นสึนามิ แต่คงจะเป็นเพียงขนาดเล็ก ที่มีขนาดสูงไม่เกิน 20 เซนติเมตร อย่างไรก็ดี ทางเจ้าหน้าที่ยังคงต้องเฝ้าจับอยู่อย่างใกล้ชิด จนกว่าจะสามารถยืนยันได้ว่า จะไม่เกิดคลื่นสึนามิ ที่มีอันตรายต่อประชาชน ขณะที่ล่าสุด มีรายงานว่า อาฟเตอร์ช็อคระลอกแรกที่มีระดับความรุนแรง 5.2 ริกเตอร์ ได้เกิดขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซียแล้ว

ขณะที่บริเวณที่เกิดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวในครั้งนี้ อยู่ใกล้เคียงกับจุดที่เคยเกิดแผ่นดินไหวระดับความรุนแรง 9.1 ริกเตอร์ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2547 จนส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิ ขนาดใหญ่เข้าถล่ม 14 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย และฝั่งอันดามันของประเทศไทย จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันมากกว่า 200,000 คน

ด้าน นายสมิทธิ์ ธรรมสาโร ประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ยืนยัน เหตุแผ่นดินไหว ครั้งล่าสุดนี้ มีระดับความรุนแรง ต่างจากเมื่อครั้งถล่มประเทศไทยมาก และแม้หากเกิดจริงก็คงจะไม่รุนแรงเหมือนเมื่อครั้งแรก แน่นอน ส่วนจะมีกระทบต่อประเทศไทย หรือไม่ นั้น ต้องรอผลการตรวจที่แน่ชัด จากทุ่นเตือนภัยสึนามิ เสียก่อน

ทั้งนี้ในส่วนของศูนย์เตือนภัย พิบัติแห่งชาติ ได้ประกาศเตือนภัยสึนามิ และสั่งเฝ้าติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด โดยเฉพาะที่ อ.หาดกะรน หาดป่าตอง และเกาะพีพี บ้านท่าฉัตรชัย จ.ภูเก็ต บ้านทะเลนอก หาดประพาส แหลมพ่อตา ปากน้ำระนอง จ.ระนอง ในขณะที่จังหวัดอันดามัน ได้มีการเร่งอพยพประชาชน ไปอยู่ที่สูงเพื่อความปลอดภัยกันอย่างอลหม่าน

อย่างไรก็ดีล่าสุด เมื่อเวลา 07.30 น. ทางศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ประกาศยกเลิกเตือนภัยสึนามิ แล้ว หลัง อินโดนีเซีย ประกาศยกเลิกคำเตือนสึนามิแล้ว

ไทยรัฐออนไลน์ 7 เมษายน 2553, 08:04 น.
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old April 8th, 2010, 09:15 AM   #163
Don KingKong
Asean citizen
 
Don KingKong's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Asean City
Posts: 376
Likes (Received): 7

http://www.ryt9.com/s/iq03/874218

แบงก์ชาติอินโดนีเซียคาดเงินรูเปียห์แข็งค่า หลังเม็ดเงินไหลเข้าจากตปท.พุ่งสูง

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 31 มีนาคม 2553 16:14:04 น.
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางอินโดนีเซียหลายท่านเห็นตรงกันว่า เงินรูเปียห์จะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากขณะนี้อินโดนีเซียมีกระแสเงินไหลเข้าจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ขณะที่นักลงทุนต้องการถือครองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงของอินโดนีเซียเป็นจำนวนมาก

โดยสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงของอินโดนีเซียอยู่ในสถานะที่ดีขึ้น หลังหน่วยงานระหว่างประเทศได้ปรับเพิ่มอันดับเครดิตและปรับเพิ่มแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศ

หนังสือพิมพ์จาการ์ต้า โกล๊บ รายงานอ้างคำกล่าวของผู้อำนวยการฝ่ายตลาดปริวรรตเงินตราของธนาคารกลางอินโดนีเซียที่มองว่า "เงินรูเปียห์จะแข็งค่าขึ้นอีกในระยะนี้ เนื่องจากอินโดนีเซียยังมีเม็ดเงินจากต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง"

ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการฝ่ายการวิจัยด้านเศรษฐกิจและการเงินของธนาคารกล่าวว่า นักลงทุนต้องการถือครองสินทรัพย์ของอินโดนีเซีย โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มเข้ามาถือครองพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารกลาง (SBI) และพันธบัตรรัฐบาลอินโดนีเซียกันมากขึ้น

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จนถึงขณะนี้ มูลค่าการถือครองพันธบัตร SBI ของนักลงทุนต่างชาติพุ่งแตะ 67.9 ล้านล้านรูเปียห์ (7.46 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อเทียบกับระดับ 44.1 ล้านล้านรูเปียห์ (ประมาณ 4.86 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีที่ผ่านมา ส่วนมูลค่าการถือครองพันธบัตรรัฐบาลของนักลงทุนต่างชาติอยู่ที่ 131.2 ล้านล้านรูเปียห์ (1.445 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 106.3 ล้านล้านรูเปียห์ (ประมาณ 1.167 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในช่วงปลายปีที่แล้ว

ขณะเดียวกัน ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทุนสำรองเงินต่างประเทศของอินโดนีเซียขยายตัวขึ้นกว่า 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ อันเป็นผลสืบเนื่องจากกระแสเงินไหลเข้าที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ เงินรูเปียห์แข็งค่าขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 19 เดือนในวันนี้ หลังมีรายงานข่าวระบุถึงข้อมูลเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรปที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวขึ้น ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวช่วยกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ในภูมิภาคมากขึ้นตามไปด้วย

--อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย อรษา สงค์พูล/ปนัยดา โทร.02-2535000 ต่อ 323 อีเมล์: [email protected]--
__________________
Kota yang macet melahirkan generasi yang stress
Don KingKong no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old April 8th, 2010, 09:52 AM   #164
Don KingKong
Asean citizen
 
Don KingKong's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Asean City
Posts: 376
Likes (Received): 7

http://www.bangkokbiznews.com/home/d...%E0%B8%A5.html

ความฝันอันยาวไกล

เอเชียได้รับการกล่าวขานว่าเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด จากวิกฤติเศรษฐกิจโลกครั้งร้ายแรงสุดหลังยุคสงครามโลกครั้งที่สอง

และยังส่อเค้าเป็นผู้นำการฟื้นตัว ในขณะที่มหาอำนาจเศรษฐกิจอย่างสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ยังต้องดิ้นรนอย่างหนัก

เวียดนามเป็นประเทศล่าสุดในเอเชีย ที่รายงานความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจในเชิงบวก โดยตัวเลขจากสำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนาม ระบุว่า เศรษฐกิจไตรมาสแรกปีนี้ขยายตัว 5.83% และรัฐบาลฮานอยตั้งเป้าการเติบโตตลอดปีอยู่ที่ 6.5%

ก่อนหน้านั้น มาเลเซียเพิ่งปรับคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มเป็น 4.5-5.5% ในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 2-3% ผลจากความต้องการในประเทศแข็งแกร่งขึ้น และเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว

ส่วนญี่ปุ่นรายงานว่า การส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ขยายตัวรวดเร็วที่สุดในรอบ 30 ปี โดยเพิ่มขึ้น 45.3% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5.13 ล้านล้านเยน ขณะที่ผลผลิตอุตสาหกรรมของไต้หวันปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง 6 เดือนซ้อน โดยเพิ่มขึ้น 35.17% เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากได้รับใบสั่งซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น

ผลพวงจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่สดใส ทำให้สองประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เตรียมวาดฝันระยะยาว โดยมาเลเซียตั้งเป้ายกระดับตัวเองขึ้นเป็นประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2563 ขณะที่อินโดนีเซียหวังเทียบชั้นจีนและอินเดีย ในฐานะประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ที่มีจำนวนประชากรมากสุดอันดับสี่ของโลก แต่ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่แน่ชัด

ในการทำฝันให้เป็นจริง ผู้นำมาเลเซียกำหนดแผนแม่บทให้ภาคเอกชน เป็นผู้นำการเติบโตทางเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพแรงงาน ลดการพึ่งพาแรงงานต่างด้าว ทำให้เศรษฐกิจมีความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความแข็งแกร่งแก่ภาครัฐ โดยหวังให้การปฏิรูปเศรษฐกิจช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น

ทางด้านอินโดนีเซีย ภารกิจแรกสุดก่อนวัดรอยเท้าจีนและอินเดีย คือ การเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ในสายตาของต่างชาติ เนื่องจากประเทศแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของภัยธรรมชาติร้ายแรง ทั้งสึนามิ และแผ่นดินไหว อีกทั้งยังอยู่ในอันดับต้นๆ ของการฉ้อฉล

จุดขายของอินโดนีเซียในตอนนี้ อยู่ที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นรองเพียงจีนและอินเดียเท่านั้น ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจสำคัญ 20 ชาติ (จี 20) และอินโดนีเซียมีประชากรในกลุ่มชนชั้นกลางมากถึง 50 ล้านคน ซึ่งหมายถึง โอกาสทางการตลาดสำหรับธุรกิจต่างๆ อีกทั้งยังอุดมไปด้วยแรงงานราคาถูก และทรัพยากรธรรมชาติ ที่เป็นเครื่องดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ

หากไม่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงทางเศรษฐกิจ หรือการเมืองใดๆ การเดินตามฝันของประเทศทั้งสองก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องสุดเอื้อม แม้มีเสียงวิจารณ์ว่าแผนการของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ปราศจากรายละเอียดว่ารัฐบาลจะบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร และจะบังคับใช้แผนการปฏิรูปได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ อีกทั้งอาจประสบปัญหาในการระงับนโยบาย "ภูมิบุตรา" ที่เอื้อประโยชน์แก่คนเชื้อสายมาเลย์ ซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่ของประเทศ
__________________
Kota yang macet melahirkan generasi yang stress
Don KingKong no está en línea   Reply With Quote
Old April 8th, 2010, 10:08 AM   #165
Don KingKong
Asean citizen
 
Don KingKong's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Asean City
Posts: 376
Likes (Received): 7

Quote:
Originally Posted by sansano View Post
COLOR="Navy"]แผ่นดินไหวอินโด ไทยผวาสึนามิ อันดามันเร่งอพยพ[/COLOR]
โชคดีไม่มีสึนามิไม่มีคนอยู่
__________________
Kota yang macet melahirkan generasi yang stress
Don KingKong no está en línea   Reply With Quote
Old April 9th, 2010, 08:46 AM   #166
Don KingKong
Asean citizen
 
Don KingKong's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Asean City
Posts: 376
Likes (Received): 7

http://www.thejakartapost.com/news/2...mit-kicks.html

Indonesia to chair ASEAN as Hanoi summit kicks off

Sri Wahyuni and Lilian Budianto , The Jakarta Post , Hanoi/Jakarta | Fri, 04/09/2010 9:58 AM | Headlines

Indonesia will take over chairing ASEAN from Brunei and will host the group’s summit next year after Brunei agreed to hand over chairmanship to Jakarta during a meeting in Hanoi on Wednesday.
Jakarta was initially supposed to chair the group and host the summit in 2013.

Foreign Ministry spokesman Teuku Faizasyah said Brunei agreed to Indonesia’s proposal to host next year’s summit following lobbying by Indonesia.

“We decided to swap with Brunei because we will host the APEC meeting in 2013. Jakarta wants
to give full attention to both the APEC and ASEAN summits,” Faizasyah, who is in Hanoi, told The Jakarta Post via text message late Thursday.

He added, however, that “the matter will be decided by ASEAN leaders”.

Earlier, quoting an informed source, the Nation reported that ASEAN foreign ministers agreed last night to permit Indonesia to serve as the next ASEAN chair following Jakarta’s request due to future schedule conflicts.

An Indonesian official told the Post that Singapore was still undecided whether to agree to Indonesia’s chairing of the group for the next year.

The 16th ASEAN summit was officially opened Thursday in Hanoi with the absence of Thai Prime Minister Abhisit Vejjajiva due to domestic turmoil following protracted protests by anti-government demonstrators demanding fresh elections.

“We express our hope that the situation in Thailand can quickly return to normal,” Foreign Minister Marty Natalegawa said.

On Wednesday, ASEAN economic ministers agreed on the entry into force of the ASEAN trade in goods agreement next month and the comprehensive investment agreement in August this year.

Also on Wednesday, the summit saw the official inauguration of the ASEAN Commission on Promotion and Protection of the Rights of Women and Children, considered a milestone in the
evolution of ASEAN in terms of protecting the rights of women and children.

On Thursday, ASEAN foreign ministers signed a protocol to set up a dispute settlement mechanism (dsm), the details of which are to be hammered out at the ASEAN ministerial meeting in July.

Marty said the DSM was aimed at resolving disputes between ASEAN states and not necessarily
to resolve internal issues within a state.

Marty said, however, that Indonesia’s stance was clear. “We want Myanmar to fulfill its commitment to hold independent, trans-parent, democratic and inclusive elections.”

He added, however, that Indonesia had also been reminding fellow ASEAN member states that the group could not expect

a perfect elections in Myanmar instantly, saying that “otherwise we will even not be able to see
development”.

In his remarks at the opening ceremony, Vietnamese Prime Minister Nguyen Tan Dung said the
summit carried an important mandate of setting the directions and appropriate solutions to accelerate ASEAN integration and address regional issues and global challenges.
__________________
Kota yang macet melahirkan generasi yang stress
Don KingKong no está en línea   Reply With Quote
Old April 9th, 2010, 08:03 PM   #167
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,413
Likes (Received): 5861

เขียนเลขคศ.ผิด หนุ่มไทยซวย คุกอินโดฯฟรี3ปี

Thairath 9/04/2010


นักโทษชายไทยในอินโดนีเซีย นายกำจาย คงถาวร ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำให้เป็นอิสระแล้ว หลังจากที่ต้องติดคุกเพิ่มอีก 3 ปี เพราะเจ้าหน้าที่อินโดนีเซียพิมพ์ปีเข้าคุกปีแรกผิด

สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อ 9 เม.ย.ว่านายกำจาย คงถาวร วัย 53 ปี ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำของอินโดนีเซียแล้วเมื่อวันพฤหัส 8เม.ย. หลังต้องอยู่ในเรือนจำเพิ่มอีก 3 ปี เพียงเพราะความผิดพลาดในการพิมพ์เอกสารของเจ้าหน้าที่อินโดนีเซีย โดยตามกำหนด นายกำจาย ต้องได้รับการปล่อยตัวในปี 2550 หลังพ้นโทษจำคุก 20 ปี ข้อหาครอบครองยาเสพติดประเภทเฮโรอีน แต่ความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่เสมียนซึ่งพิมพ์ปีแรกที่เขาถูกจองจำในคุกเป็นปี 2533 แทนที่จะเป็นปี 2530

ก่อนได้รับอิสรภาพ นายกำจายได้แจ้งเรื่องดังกล่าวกับรมว.ยุติธรรมของอินโดฯระหว่างเดินทางมา ตรวจเยี่ยมเรือนจำที่เขาถูกจองจำในจังหวัดชะวากลาง ขณะที่นายซุทริสมาน พัศดีของเรือนจำ เผยว่าพวกเรารับรู้แล้วว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น ดังนั้น จึงปล่อยตัว นช.กำจาย อย่างไม่มีเงื่อนไขและส่งตัวเขาไปที่สถานทูตไทยในกรุงจาการ์ตาแล้ว
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old April 15th, 2010, 06:22 AM   #168
Don KingKong
Asean citizen
 
Don KingKong's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Asean City
Posts: 376
Likes (Received): 7

http://thaiintelligentnews.wordpress...land-directly/

Indonesia Coming-On Strong: Challenges Thailand Directly

One of my friend is a high-paid finance director, an Indonesian executive in Thailand, Troy. Well, OK, you may ask if I am making all of this up as I go along or not. Well, that is why many of our readers find Thai Intelligence News such a crack-up, because you can never really tell what we are up to.

But the Bangkok Post just ran a story that Indonesia is planning to be the food or kitchen or something like that to the globe. Well, off course, that is what Thailand is trying to do as well.

But is it possible that Indonesia will become the kitchen of the world? Well, Troy talked about it a great deal.

Troy aside for now, but if you know Thailand well, like inside out, you know that Thailand has a very long tradition in agricultural. In fact, many Thai agriculturist, are the best globally like just so real cutting edge.

Well, there has been a trickle of news coming out here in Thailand, where the press is just so nationalistic, they forget or not interested to report a few things that have literally scared some Thai planners “Shitless” and that is that many countries have been recruiting the best Thai agriculturist-to go and work in their country.

And so for a few years now, Indonesia have come to Thailand to recruit the best and most talented. The Indonesia formula is great big track of land rich in volcano soil, plus money from the country’s richest people, a government that is open and welcoming to commercialized farms, and off course Thai talents.

Why did those Thais left home, their farm, and hefty consulting income in Thailand? One such Thai individual that went to put in Indonesian biggest orange orchid, said it pretty simply that, “I want to be a part of something historic, to be a part of something that has very long-term implications, and I am treated with respect in Indonesia.”
But back to Troy, what he said to this blog is that Thailand was where Indonesia was a few years ago-where contact and connection-by the upper-crust rule, controlled Indonesia.

“That is now mostly gone from Indonesia and many new wealth are emerging freely under a more or less equal opportunity,” said Troy.

In fact, with many economist, Indonesia, with an economy about twice the size of Thailand-had marched pass Thailand in leaps and bound. About 20 years ago, before the Tom-Yum-Koong crisis, there were a great deal of talk in Bangkok’s financial circles that Thailand will edge ahead of Indonesia to be the largest economy in ASEAN.

In fact, that is what the Thai central bank governor, said to the Thai press-about 6 month before the Tom-Yum-Koong crisis hit.

Thailand is now again in a crisis. Many foreign investors are now fed-up with Thailand. Thailand’s best stock market analyst, Dr. Kongkiat Opaswonkarn, tole Thai Rath, a local press that he is not even thinking in terms of stock market anymore because it can always go up or down, but his worry is that “Global investors will just forget Thailand existed, all together.”

Indonesia move on agriculture, is just another country forging ahead. The former America head of the foreign chambers of commerce in Thailand, just put it pretty simply to the Bangkok Post’s rare cutting edge and frank report that, “Investors are heading to Vietnam.”

Then for some odd reasons, the Koreans are just totally in love with Cambodia. And you know how fashion conscious the Koreans are. Or Laos and the Australians. The Singapore relentlessness march to the point that the prime minister just came out to say to Singaporean business people, “The Island competitiveness can be improved by another 70%” or something like that.

Where is Thailand in all of that? Well how about a US$10-15 billion for a mass transit system so the rich people in Bangkok can have an easier life, and US$ billions more to pave litle used road under the “No Dust Road” plan.
__________________
Kota yang macet melahirkan generasi yang stress
Don KingKong no está en línea   Reply With Quote
Old April 16th, 2010, 01:02 AM   #169
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 22,029
Likes (Received): 3015

^
Need a special scrutiny on this since it seems to me that it come ONLY from that source instead of the REAL Indonesia source or correspondent who did coem to Indonesia just liek this new

http://lifeandstyle.independentminds...m/1318270.html
http://hybridfriends.com/alternative...ds-breadbasket

I wish it would not be just another spinning doctor though even though the SERIOUS current crisis in Thaialdn has caused me to think otherwise.
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old April 21st, 2010, 03:08 AM   #170
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,028
Likes (Received): 3

อิจฉาอินโดนีเซีย
ไพบูลย์ นลินทรางกูร
The Fundamental View ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. ทิสโก้
ผมเฝ้าดูสถานการณ์ทางการเมืองของบ้านเราแล้ว ทำให้อดคิดถึงประเทศที่อยู่ใกล้กับเราอย่าง อินโดนีเซีย ไม่ได้
ไม่ใช่เพราะประเทศเขาก็กำลังมีการชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลกัน อยู่ หรือมีการแบ่งประชาชนออกเป็นฝ่ายเหลือง ฝ่ายแดง ฝ่ายชมพู อย่างที่เรากำลังประสบอยู่ แต่เป็นเพราะ อินโดนีเซีย ซึ่งก็เคยมีเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองสารพัดรูปแบบเมื่อหลายปีก่อน และในบางครั้งดูจะรุนแรงไปกว่าที่เรากำลังเผชิญอยู่เสียด้วยซ้ำ


แต่มาในระยะหลังนี้ สถานการณ์ทางการเมืองของอินโดนีเซียดีขึ้น และมีเสถียรภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเพราะเหตุนี้เอง ตลาดทุนของอินโดนีเซีย ได้กลายเป็น Investment Destination (จุดหมายของการลงทุน) ที่เป็นที่หมายปองของนักลงทุนทั่วโลกไปแล้ว

ผิดกับของเราที่นับวัน มีแต่นักลงทุนจะคอยตีจากไป เม็ดเงินต่างชาติที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในตลาดหุ้นส่วนมาก จะเป็นเงินลงทุนของ กองทุน Hedge Funds หรือไม่ก็กองทุน ประเภท Index Funds ส่วนอีกกลุ่มก็เป็นพวก Opportunistic Funds ซึ่งจะเข้ามาลงทุนแบบเก็งกำไร เมื่อคิดว่าตลาดหุ้นจะเกิดการ Rebound ในช่วงสั้นๆ พอได้กำไรแล้วก็จะเทขายหุ้นออกทั้งหมด

เม็ดเงินจากนักลงทุนระยะยาวประเภท Long-Only Funds ในระยะ 3-4 ปีมานี้ ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยน้อยมาก เพราะปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองของเรา Long Funds ที่ยังเข้ามาอยู่ก็จะเป็น พวก Bottom Up (Stock Selection) หรือ พวกที่เน้นของถูกซะเป็นส่วนใหญ่ Long Funds พวกที่ใช้ Top-Down Approach ที่เน้นลงทุนในประเทศ ที่มี Macro Fundamentals ที่แข็งแกร่งนั้น แทบจะไม่เหลืออยู่ในตลาดไทยแล้ว ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายอย่างมาก เพราะนักลงทุนประเภทหลังนี้ เป็นกลุ่มที่มีเม็ดเงินภายใต้การบริหารมากที่สุด

ผมยังจำได้เมื่อช่วงวิกฤติเศรษฐกิจเอเชียปี 1997 เศรษฐกิจและตลาดหุ้นของไทยและอินโดนีเซียบอบช้ำไม่แพ้กัน ทั้ง 2 ประเทศต้องเผชิญกับวิกฤติสถาบันการเงินซึ่งลุกลามไปเป็นวิกฤติเศรษฐกิจในที่ สุด แต่ช่วงนั้นตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบมากกว่าอินโดนีเซียมาก SET INDEX ลดลงจากจุดสูงสุดเมื่อต้นปี 1994 ที่ 1,789 จุด มาเหลือเพียง 204 จุด เมื่อเดือนกันยายน ปี 1998 ขณะที่ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ปรับลดลงจากจุดสูงสุด (ณ เวลานั้น) ที่ 742 จุดมาอยู่ที่ 255 จุด
ที่ น่าเศร้าใจ ก็คือ มาถึงวันนี้ 12 ปีหลังจากที่ตลาดหุ้นไทย และอินโดนีเซียประสบชะตากรรมเดียว กัน ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่เพียง 726 จุด ซึ่งยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจุดสูงสุดช่วงก่อนปี 1997 เสียด้วยซ้ำ ขณะที่ ณ วันนี้ ดัชนีตลาดหุ้นอินโดนีเซีย อยู่สูงถึง 2,840 จุด หรือเกือบ 4 เท่าของจุดสูงสุดเดิม
เกิดอะไรขึ้นกับอินโดนีเซีย
ผมเชื่อว่า เหตุผลหลัก คือ สถานการณ์การเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา นำไปสู่การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ และมีความต่อเนื่อง บวกกับความพยายามที่จะ Reform โครงสร้างทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในหมู่นักลงทุนต่างประเทศว่า เศรษฐกิจอินโดนีเซียน่าจะสามารถขยายตัว ได้อย่างต่อเนื่องในระดับ 5-6% ต่อปีในอนาคต

มุมมองที่เป็นบวกของนักลงทุนต่างชาติ สะท้อนออกมาให้เห็นชัดเจนในตัวเลขการลงทุนในตลาดหุ้นของอินโดนีเซียช่วง 4 ปีที่ผ่านมา หรือตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองของอินโดนีเซียเริ่มดีขึ้น (ในสายตานักลงทุนต่างชาติ) เม็ดเงินลงทุนสุทธิ (NET BUY) ของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นอินโดนีเซียระหว่างปี 2006 ถึง 2009 มีจำนวนสูงถึงประมาณ 8,500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 280,000 ล้านบาท

ขณะที่เงินลงทุนของต่างชาติในตลาดหุ้นไทยในช่วงเวลาเดียวกัน มีแค่เพียง 14,348 ล้านบาท หรือน้อยกว่ากันถึงเกือบ 20 เท่า ทั้งที่ตลาดหลักทรัพย์ของทั้ง 2 ประเทศมีขนาดที่ใกล้เคียงกัน แม้กระทั่งในปี 2008 ที่เกิดวิกฤติสถาบันการเงินโลกและนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้น (Net Sell) ไทยออกถึง 162,347 ล้านบาท แต่กลับมีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าซื้อ (Net Buy) หุ้นในอินโดนีเซียถึงประมาณ 1,720 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 57,000 ล้านบาท

ทั้งที่จริงๆ แล้ว ผมเชื่อว่าพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย มีความแข็งแกร่งกว่าอินโดนีเซียมาก ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศของเรา โครงสร้างพื้นฐานที่ดีกว่า แรงงานที่มีคุณภาพ ภาคการผลิตและการส่งออกที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง ภาคการท่องเที่ยวและบริการที่จัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก เงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า แต่เพราะการเมืองที่ขาดเสถียรภาพ และมีความไม่แน่นอนสูง ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นที่นักลงทุนต่างชาติมีต่อประเทศไทย

สัดส่วนการลงทุนของต่างชาติในตลาดหุ้นไทย ลดลงเหลือเพียง 20% ของมูลค่าการซื้อขายจากประมาณ 35% เมื่อหลายปีก่อน ค่า P/E Ratio ของตลาดหุ้นไทยซึ่งเคยอยู่สูงกว่าอินโดนีเซียมาก เมื่อ 10 ปีที่แล้ว มาวันนี้ ค่า Forward P/E ของเราอยู่ที่ 11 เท่า ขณะที่ตลาดหุ้นอินโดนีเซียมีค่า Forward P/E สูงถึง 15 เท่า หรือแปลอีกความหมายหนึ่ง ก็คือ หุ้นในอินโดนีเซียมีราคาแพงกว่าหุ้นของ ไทยถึงเกือบ 30%

Fact (ความจริง) อีกประการหนึ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ ก็คือ ตลาดหุ้นไทยเป็นเพียงตลาดหุ้นเดียวในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ที่ดัชนีหุ้นยังไม่เคยกลับไปสู่ระดับสูงสุดในช่วงก่อนวิกฤติเศรษฐกิจเอเชีย เมื่อปี 1997

นี่เป็นเพียงบางส่วนของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับตลาดทุนของเรา จากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา จริงๆ แล้ว ยังมีผลทางลบที่เกิดขึ้นอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นในด้านของเม็ดเงินที่ระดมผ่านตลาดหุ้นไทย ก็มีจำนวนลดลงมาก จำนวน IPO ที่มีน้อย และปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นที่แทบจะไม่มีการขยายตัวในช่วงหลายปีที่ผ่าน มา

นอกจากนั้นแล้ว การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment) ก็มีทิศทางที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2007 ที่เม็ดเงินลงทุนโดยตรงลดลง 2% จากปีก่อนหน้า ปี 2008 ลดลง 30% ขณะที่ปี 2009 FDI ลดลงอีก 35% เหลือเพียง 5,324 ล้านดอลลาร์ จาก 10,479 ล้านดอลลาร์ เมื่อปี 2006

ถ้าเหตุการณ์บ้านเมืองยังเป็นอย่างนี้อยู่ ไม่แน่นะครับตลาดหุ้นไทยอาจจะถูกลดชั้นลงจากกลุ่ม Emerging Markets ไปอยู่ในกลุ่ม Frontier Markets ก็เป็นได้ ซึ่งตลาดหุ้นกลุ่มนี้ จะมีประเทศ อาทิเช่น ศรีลังกา ปากีสถาน เวียดนาม และ ในอนาคตอันใกล้นี้ ก็จะมี ลาว และ เขมร ตามมา

พบกันใหม่เดือนหน้าครับ สวัสดี


โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

วันที่ 21 เมษายน 2553 01:00
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old April 21st, 2010, 04:17 AM   #171
north11
Registered User
 
north11's Avatar
 
Join Date: Feb 2010
Location: chiangmai
Posts: 8,473
Likes (Received): 1794

คนไทยยังไม่ว่างหรอกตอนนี้ หุ้นมันจะขึ้นหรือจะตกหรือจะได้กำไรมากหรือน้อย เอาไว้ทีหลัง ตอนนี้ ตีกันก่อน เล่นกีฬาหลากสีกันก่อนให้มันรู้กันก่อนว่าสีไหนจะชนะ มันมันส์กว่ากันเยอะ 55555
เอวัง ประเทศไทย
north11 no está en línea   Reply With Quote
Old April 21st, 2010, 12:36 PM   #172
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,413
Likes (Received): 5861

งดนำเข้ากุ้งทะเลจากอินโดนีเซีย

วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4203 ประชาชาติธุรกิจ


ดร.สมหญิง เปี่ยมสมบูรณ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า สถานการณ์โรคระบาด IMN ที่อินโดนีเซียและบราซิลมีแนวโน้ม ทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างมากขึ้น จนไม่สามารถควบคุมได เพื่อป้องกันไม่ให้โรคดังกล่าวเข้ามาระบาดในไทย จึงงดออกหนังสืออนุญาตนำเข้ากุ้งทะเล 3 ชนิด ได้แก่ กุ้งขาว (Penaeus vannamei), กุ้งฟ้า (P.styliostris) และกุ้งกุลาดำ (P.monodon) จากอินโดนีเซียและบราซิลเข้ามายังประเทศไทย กรณีงดออกหนังสืออนุญาตดังกล่าว คงจะไม่มีผลกระทบ มากนัก เพราะไทยไม่มีการนำเข้ากุ้งทะเลจากบราซิล ส่วนกุ้งอินโดนีเซียมีการนำเข้าจากอินโดนีเซียเพื่อส่งออกในปี 2552 ประมาณ 100 ตันเศษ ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณกุ้งทะเลที่ไทยผลิต ดังนั้น เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมกุ้งไทยจึงขอให้ผู้ประกอบการที่นำเข้ากุ้งทะเลจากอินโดนีเซียมาผลิตเพื่อส่งออกได้เตรียมการรองรับผลกระทบดังกล่าวด้วย

หน้า 6
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old April 26th, 2010, 06:35 PM   #173
Don KingKong
Asean citizen
 
Don KingKong's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Asean City
Posts: 376
Likes (Received): 7

Quote:
Originally Posted by sansano View Post
อิจฉาอินโดนีเซีย
ไพบูลย์ นลินทรางกูร
The Fundamental View ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. ทิสโก้
ผมเฝ้าดูสถานการณ์ทางการเมืองของบ้านเราแล้ว ทำให้อดคิดถึงประเทศที่อยู่ใกล้กับเราอย่าง อินโดนีเซีย ไม่ได้
ไม่ใช่เพราะประเทศเขาก็กำลังมีการชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลกัน อยู่ หรือมีการแบ่งประชาชนออกเป็นฝ่ายเหลือง ฝ่ายแดง ฝ่ายชมพู อย่างที่เรากำลังประสบอยู่ แต่เป็นเพราะ อินโดนีเซีย ซึ่งก็เคยมีเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองสารพัดรูปแบบเมื่อหลายปีก่อน และในบางครั้งดูจะรุนแรงไปกว่าที่เรากำลังเผชิญอยู่เสียด้วยซ้ำ


แต่มาในระยะหลังนี้ สถานการณ์ทางการเมืองของอินโดนีเซียดีขึ้น และมีเสถียรภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเพราะเหตุนี้เอง ตลาดทุนของอินโดนีเซีย ได้กลายเป็น Investment Destination (จุดหมายของการลงทุน) ที่เป็นที่หมายปองของนักลงทุนทั่วโลกไปแล้ว

ผิดกับของเราที่นับวัน มีแต่นักลงทุนจะคอยตีจากไป เม็ดเงินต่างชาติที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในตลาดหุ้นส่วนมาก จะเป็นเงินลงทุนของ กองทุน Hedge Funds หรือไม่ก็กองทุน ประเภท Index Funds ส่วนอีกกลุ่มก็เป็นพวก Opportunistic Funds ซึ่งจะเข้ามาลงทุนแบบเก็งกำไร เมื่อคิดว่าตลาดหุ้นจะเกิดการ Rebound ในช่วงสั้นๆ พอได้กำไรแล้วก็จะเทขายหุ้นออกทั้งหมด

เม็ดเงินจากนักลงทุนระยะยาวประเภท Long-Only Funds ในระยะ 3-4 ปีมานี้ ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยน้อยมาก เพราะปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองของเรา Long Funds ที่ยังเข้ามาอยู่ก็จะเป็น พวก Bottom Up (Stock Selection) หรือ พวกที่เน้นของถูกซะเป็นส่วนใหญ่ Long Funds พวกที่ใช้ Top-Down Approach ที่เน้นลงทุนในประเทศ ที่มี Macro Fundamentals ที่แข็งแกร่งนั้น แทบจะไม่เหลืออยู่ในตลาดไทยแล้ว ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายอย่างมาก เพราะนักลงทุนประเภทหลังนี้ เป็นกลุ่มที่มีเม็ดเงินภายใต้การบริหารมากที่สุด

ผมยังจำได้เมื่อช่วงวิกฤติเศรษฐกิจเอเชียปี 1997 เศรษฐกิจและตลาดหุ้นของไทยและอินโดนีเซียบอบช้ำไม่แพ้กัน ทั้ง 2 ประเทศต้องเผชิญกับวิกฤติสถาบันการเงินซึ่งลุกลามไปเป็นวิกฤติเศรษฐกิจในที่ สุด แต่ช่วงนั้นตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบมากกว่าอินโดนีเซียมาก SET INDEX ลดลงจากจุดสูงสุดเมื่อต้นปี 1994 ที่ 1,789 จุด มาเหลือเพียง 204 จุด เมื่อเดือนกันยายน ปี 1998 ขณะที่ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ปรับลดลงจากจุดสูงสุด (ณ เวลานั้น) ที่ 742 จุดมาอยู่ที่ 255 จุด
ที่ น่าเศร้าใจ ก็คือ มาถึงวันนี้ 12 ปีหลังจากที่ตลาดหุ้นไทย และอินโดนีเซียประสบชะตากรรมเดียว กัน ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่เพียง 726 จุด ซึ่งยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจุดสูงสุดช่วงก่อนปี 1997 เสียด้วยซ้ำ ขณะที่ ณ วันนี้ ดัชนีตลาดหุ้นอินโดนีเซีย อยู่สูงถึง 2,840 จุด หรือเกือบ 4 เท่าของจุดสูงสุดเดิม
เกิดอะไรขึ้นกับอินโดนีเซีย
ผมเชื่อว่า เหตุผลหลัก คือ สถานการณ์การเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา นำไปสู่การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ และมีความต่อเนื่อง บวกกับความพยายามที่จะ Reform โครงสร้างทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในหมู่นักลงทุนต่างประเทศว่า เศรษฐกิจอินโดนีเซียน่าจะสามารถขยายตัว ได้อย่างต่อเนื่องในระดับ 5-6% ต่อปีในอนาคต

มุมมองที่เป็นบวกของนักลงทุนต่างชาติ สะท้อนออกมาให้เห็นชัดเจนในตัวเลขการลงทุนในตลาดหุ้นของอินโดนีเซียช่วง 4 ปีที่ผ่านมา หรือตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองของอินโดนีเซียเริ่มดีขึ้น (ในสายตานักลงทุนต่างชาติ) เม็ดเงินลงทุนสุทธิ (NET BUY) ของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นอินโดนีเซียระหว่างปี 2006 ถึง 2009 มีจำนวนสูงถึงประมาณ 8,500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 280,000 ล้านบาท

ขณะที่เงินลงทุนของต่างชาติในตลาดหุ้นไทยในช่วงเวลาเดียวกัน มีแค่เพียง 14,348 ล้านบาท หรือน้อยกว่ากันถึงเกือบ 20 เท่า ทั้งที่ตลาดหลักทรัพย์ของทั้ง 2 ประเทศมีขนาดที่ใกล้เคียงกัน แม้กระทั่งในปี 2008 ที่เกิดวิกฤติสถาบันการเงินโลกและนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้น (Net Sell) ไทยออกถึง 162,347 ล้านบาท แต่กลับมีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าซื้อ (Net Buy) หุ้นในอินโดนีเซียถึงประมาณ 1,720 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 57,000 ล้านบาท

ทั้งที่จริงๆ แล้ว ผมเชื่อว่าพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย มีความแข็งแกร่งกว่าอินโดนีเซียมาก ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศของเรา โครงสร้างพื้นฐานที่ดีกว่า แรงงานที่มีคุณภาพ ภาคการผลิตและการส่งออกที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง ภาคการท่องเที่ยวและบริการที่จัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก เงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า แต่เพราะการเมืองที่ขาดเสถียรภาพ และมีความไม่แน่นอนสูง ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นที่นักลงทุนต่างชาติมีต่อประเทศไทย

สัดส่วนการลงทุนของต่างชาติในตลาดหุ้นไทย ลดลงเหลือเพียง 20% ของมูลค่าการซื้อขายจากประมาณ 35% เมื่อหลายปีก่อน ค่า P/E Ratio ของตลาดหุ้นไทยซึ่งเคยอยู่สูงกว่าอินโดนีเซียมาก เมื่อ 10 ปีที่แล้ว มาวันนี้ ค่า Forward P/E ของเราอยู่ที่ 11 เท่า ขณะที่ตลาดหุ้นอินโดนีเซียมีค่า Forward P/E สูงถึง 15 เท่า หรือแปลอีกความหมายหนึ่ง ก็คือ หุ้นในอินโดนีเซียมีราคาแพงกว่าหุ้นของ ไทยถึงเกือบ 30%

Fact (ความจริง) อีกประการหนึ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ ก็คือ ตลาดหุ้นไทยเป็นเพียงตลาดหุ้นเดียวในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ที่ดัชนีหุ้นยังไม่เคยกลับไปสู่ระดับสูงสุดในช่วงก่อนวิกฤติเศรษฐกิจเอเชีย เมื่อปี 1997

นี่เป็นเพียงบางส่วนของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับตลาดทุนของเรา จากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา จริงๆ แล้ว ยังมีผลทางลบที่เกิดขึ้นอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นในด้านของเม็ดเงินที่ระดมผ่านตลาดหุ้นไทย ก็มีจำนวนลดลงมาก จำนวน IPO ที่มีน้อย และปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นที่แทบจะไม่มีการขยายตัวในช่วงหลายปีที่ผ่าน มา

นอกจากนั้นแล้ว การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment) ก็มีทิศทางที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2007 ที่เม็ดเงินลงทุนโดยตรงลดลง 2% จากปีก่อนหน้า ปี 2008 ลดลง 30% ขณะที่ปี 2009 FDI ลดลงอีก 35% เหลือเพียง 5,324 ล้านดอลลาร์ จาก 10,479 ล้านดอลลาร์ เมื่อปี 2006

ถ้าเหตุการณ์บ้านเมืองยังเป็นอย่างนี้อยู่ ไม่แน่นะครับตลาดหุ้นไทยอาจจะถูกลดชั้นลงจากกลุ่ม Emerging Markets ไปอยู่ในกลุ่ม Frontier Markets ก็เป็นได้ ซึ่งตลาดหุ้นกลุ่มนี้ จะมีประเทศ อาทิเช่น ศรีลังกา ปากีสถาน เวียดนาม และ ในอนาคตอันใกล้นี้ ก็จะมี ลาว และ เขมร ตามมา

พบกันใหม่เดือนหน้าครับ สวัสดี


โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

วันที่ 21 เมษายน 2553 01:00
ฉันจึงเศร้าเห็นวิกฤติในประเทศไทยตอนนี้ฉันหวังว่าวันหนึ่งเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
__________________
Kota yang macet melahirkan generasi yang stress
Don KingKong no está en línea   Reply With Quote
Old May 10th, 2010, 03:12 PM   #174
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,413
Likes (Received): 5861

ลิเบียเชิญนักลงทุนอินโดร่วมโครงการพัฒนาประเทศ

Thannews 10/05/2010


ลิเบียเชิญชวนนักลงทุนอินโดนีเซียเข้าไปร่วมพัฒนาธุรกิจในประเทศลิเบียซึ่งมีช่องทางการลงทุนเปิดกว้างเพราะลิเบียกำลังทำการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานและพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกประเภทอื่นๆ อีกอย่างมากมาย

คำเชิญชวนดังกล่าวมีขึ้นในการประชุมของตัวแทนบริษัทเนชั่นแนลออยล์แห่งลิเบีย (National Oil Corporation หรือ NOC ) ซึ่งมีประธาน โซกรี กาเนม เป็นหัวหน้าคณะ กับหอการค้าและอุตสาหกรรมอินโดนีเซียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ( 7 พ.ค.)

ประธาน กาเนมกล่าวว่าศักยภาพการลงทุนในลิเบียมีมูลค่าประมาณ 1.4 ล้านล้าน ดอลลาร์สหรัฐ และลิเบียยังมีเป้าหมายที่จะเพิ่มการผลิตน้ำมันให้เป็น 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งนั่นหมายความว่าลิเบียต้องการการลงทุนและแรงงานที่มีทักษะเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก ขณะที่อินโดนีเซียมีแรงงานที่มีทักษะทางเทคนิคจำนวนมากซึ่งเป็นสิ่งลิเบียต้องการ จึงสามารถที่จะเอื้อประโยชน์ให้กันและกันได้ สำหรับ NOC นั้น มีความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในโรงกลั่นน้ำมันที่ Balongan และ Bojanegara ซึ่ง บริษัทน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย PT Pertamina เป็นเจ้าของกิจการ นอกจากนี้ ทาง NOC ยังมีความพร้อมที่จะซัพพลายส์น้ำมันดิบให้แก่โรงกลั่นดังกล่าวในราคาสากล
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 11th, 2010, 04:33 PM   #175
Omegadestiny
 
Omegadestiny's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Somewhere on this internet
Posts: 851
Likes (Received): 310

ใช้เว็ปอะไร เเปลภาษาล่ะนั่น

ความพยายามสูงจริงเเหะ
Omegadestiny no está en línea   Reply With Quote
Old May 14th, 2010, 07:49 PM   #176
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,413
Likes (Received): 5861

แฉแผนนักรบอิเหนาลอบฆ่าปธน.

Thaipost เศรษฐกิจ15 พฤษภาคม 2553


ตำรวจอินโดนีเซียอวดผลงานการไล่ล่าปราบปรามนักรบอิสลามิสต์ เผยปฏิบัติการกวาดล้างแต่ต้นปี พบเบาะแสแผนก่อโจมตีครั้งใหญ่ ทั้งเลียนแบบวินาศกรรมมุมไบยึดโรงแรมฆ่าชาวต่างชาติ รวมถึงลอบฆ่าประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในวันชาติ แล้วก่อรัฐประหารตั้งรัฐอิสลาม หรือแม้แต่แผนใช้สไนเปอร์ลอบเด็ดชีพ "โอบามา" ขณะมาเยือนในปีนี้

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานวันที่ 14 พ.ค.ว่า ตำรวจอินโดนีเซียได้จับกุมและสังหารผู้ต้องสงสัยว่าเป็นนักรบญิฮาดแล้วหลายรายระหว่างปฏิบัติการบุกจู่โจมทั่วประเทศนับแต่เดือน ก.พ.ปีนี้เป็นต้นมา เมื่อเจ้าหน้าที่ค้นพบค่ายฝึกของพวกนักรบในจังหวัดอาเจะห์บนเกาะสุมาตรา

บัมบัง เฮนดาร์โซ ดานูรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงเมื่อวันศุกร์ว่า นักรบอิสลามิสต์จากอาเจะห์กลุ่มนี้ได้วางแผนจะโจมตีประธานาธิบดีสุสีโล บัมบัง ยุทโธโยโน, เหล่าบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐบาลและแขกเหรื่อของประเทศที่มาร่วมพิธีฉลองในวันประกาศเอกราชเดือน ส.ค.นี้ แล้วจากนั้นพวกเขาก็จะประกาศสถาปนาอินโดนีเซียเป็นรัฐอิสลามที่ปกครองโดยหลักกฎหมายชะรีอะห์

"พวกเขาวางแผนจะโจมตีและสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐในพิธีวันที่ 17 ส.ค. ที่งานนั้นเจ้าหน้าที่ของรัฐจะเป็นเป้าหมายการลอบสังหารของพวกเขา รวมถึงอาคันตุกะของประเทศที่มาร่วมในพิธีด้วย" ดานูรีกล่าว
แหล่งข่าวความมั่นคงรายหนึ่งที่ใกล้ชิดกับการสอบสวนกล่าวว่า พวกคนร้ายวางแผนจะบุกยึดทำเนียบประธานาธิบดีในวันฉลองเอกราชเพื่อก่อรัฐประหาร

พวกนักรบยังมีแผนจะโจมตีและยึดโรงแรมหลายแห่งที่คนบางกลุ่มซึ่งเข้าใจว่าน่าจะหมายถึงชาวต่างชาติเข้าพัก เลียนแบบการก่อวินาศกรรมยึดโรงแรมที่นครมุมไบของอินเดีย เป้าหมายทั้งหลายยังรวมถึงพลเมืองสหรัฐที่อยู่ในกรุงจาการ์ตาและบนเกาะชวา

ผู้บัญชาการตำรวจเผยว่า หลักฐานที่ยึดได้จากค่ายของพวกนักรบมีแผนที่ประเทศสิงคโปร์ปนอยู่ด้วย
ด้านซิดนีย์ โจนส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนักรบอิสลามิสต์ ให้ทัศนะว่า แผนการโจมตีในวันชาติ "ยืนยันว่าพวกนักรบให้ความสนใจกับการลอบสังหารเป้าหมายมากกว่าการวางระเบิดแล้ว" กระนั้นก็ยังถือเป็นเรื่องที่ทำให้สำเร็จยากมากๆ และไม่รู้ว่าปฏิบัติการของพวกเขาดำเนินไปถึงขั้นไหน

ในช่วงเกือบทศวรรษที่ผ่านมา กลุ่มนักรบญะมาอะห์อิสลามิยะห์ที่เคลื่อนไหวในภูมิภาคนี้และกลุ่มสาขาแยกย่อยได้วางระเบิดโจมตีสำเร็จมาแล้วหลายครั้งในอินโดนีเซีย แต่หน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของอินโดนีเซียได้กวาดล้างจับกุมนับรบได้แล้วนับพันราย แกนนำหลายรายและพวกมือทำระเบิดคนสำคัญได้ถูกสังหารและจับกุมด้วย ทำให้ศักยภาพของพวกนี้ด้อยลง อย่างไรก็ดี ข่าวกรองระยะหลังชี้ให้เห็นว่ากลุ่มต่างๆ กำลังผนึกกำลังกันใกล้ชิดขึ้นและได้ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่

วันเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญอีกรายกล่าวว่า ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดการจะเดินทางเยือนอินโดนีเซียเดือน มิ.ย.นี้ คือหนึ่งในเป้าหมายลอบสังหารของพวกนักรบด้วย

มาร์ดิกู โววี ปราซันตโย ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองที่มีความใกล้ชิดกับการสอบสวนของตำรวจ กล่าววว่า หนังสือและเอกสารต่างๆ ที่ยึดได้จากการบุกค้นชี้แนะว่า พวกนักรบมีแผนจะโจมตีผู้นำสหรัฐ โดยน่าจะเป็นระหว่างที่เขาเดินทางมาเยือน

"พวกเขาไม่ได้พูดชัด แต่มีหลักฐานปรากฏในหนังสือและเอกสารของพวกเขา ว่าผู้นำของอเมริกาคือศัตรูและควรถูกจัดการเมื่อใดก็ตามที่มีโอกาส" เขาให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับรอยเตอร์

โอบามาเคยใช้ชีวิตวัยเด็กช่วงหนึ่งในกรุงจาการ์ตาระหว่างที่ติดตามมารดามาใช้ชีวิตอยู่กับพ่อเลี้ยงชาวอินโดนีเซีย เดิมทีเขามีกำหนดจะมาเยือนที่นี่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ช่วงนั้นกฎหมายปฏิรูประบบประกันสุขภาพของสหรัฐอยู่ระหว่างการผลักดันผ่านสภา ทำให้เขาขอเลื่อนเป็นกลางเดือนมิถุนายน
ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองอีกรายเคยเผยกับข่าวรอยเตอร์เมื่อปีที่แล้วว่า พวกนักรบวางแผนจะใช้มือปืนซุ่มยิงโจมตีขบวนรถของโอบามาระหว่างการเยือนอินโดนีเซีย.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 20th, 2010, 09:17 AM   #177
Goddess
Registered User
 
Goddess's Avatar
 
Join Date: Sep 2009
Location: Bangkok Metropolitan Area
Posts: 785
Likes (Received): 16

สื่อ อิเหนาฟันธง ไทยย่อยยับ เศรษฐกิจฟื้นยาก

"จาการ์ตา โพสต์" สื่อดังในอินโดฯ ระบุ เหตุรุนแรงระลอกล่าสุด ทำลายความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจนย่อยยับ นักลงทุนทยอยถอนตัว แต่เป็นข่าวดีของชาติเพื่อนบ้านที่เป็นคู่แข่งเศรษฐกิจ..

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 20 พ.ค. ระบุเหตุรุนแรงในประเทศไทยระลอกล่าสุดที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง ระหว่างฝ่ายต่างๆ จนถึงขั้นเกิด "สงครามกลางเมือง" ขนาดย่อมๆ ได้ทำลายศักยภาพด้านการแข่งขันทางเศรษฐกิจของไทยจนหมดสิ้นแล้ว พร้อมกับชี้ว่านักลงทุนต่างชาติจำนวนไม่น้อยกำลัง "ทยอยถอนตัว" ออกจากไทย ไปตั้งฐานการผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไทยกำลังพ่ายแพ้คู่แข่งอย่าง "เวียดนาม" แบบหมดรูป

หนังสือพิมพ์จาการ์ตา โพสต์ ของอินโดนีเซียรายงานว่าเหตุปะทะนองเลือดที่เกิดขึ้นตามท้องถนนสายต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร ได้เปลี่ยนสภาพของการเป็น "เมืองท่องเที่ยวชั้นนำ" ของโลกแห่งนี้ ให้เป็นสมรภูมิของสงครามกลางเมืองไปแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติอย่าง ร้ายแรง และกำลังทำให้ประเทศไทยซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการเติบ โตทางเศรษฐกิจ "เร็วที่สุด" ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องประสบความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญต่อคู่แข่งอย่างเวียดนาม ซึ่งเป็นชาติทีไทย "ดูแคลน" มาตลอด

หนังสือพิมพ์รายวันฉบับภาษาอังกฤษที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซียยังระบุว่า เหตุรุนแรงทางการเมืองในไทยกำลังทำให้นักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะในกลุ่ม อุตสาหกรรม "การผลิตและภาคบริการ" เริ่มถอนตัวออกจากไทยแล้ว และคงยากยิ่งนักที่บรรดานักลงทุนเหล่านี้จะย้อนกลับเข้ามาลงทุนในไทยอีกใน อนาคตแม้วิกฤติทางการเมืองที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของไทย ครั้งนี้จะยุติลงได้ก็ตาม เนื่องจากภาพลักษณ์การเป็น "สวรรค์ของนักลงทุน " ของไทยได้ถูกทำลายจนย่อยยับไปแล้ว

ปัญหาทางการเมืองที่ "ยังจบไม่ลง" ในไทย กำลังกลายเป็น "ข่าวดี" สำหรับบรรดาประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ซึ่งเป็นคู่แข่งทางเศรษฐกิจกับไทย ทั้งอินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์,ไม่เว้นแม้แต่เวียดนาม ซึ่งเคยถูกดูแคลนจากไทยว่าเป็นชาติที่ "ล้าหลังและเต็มไปด้วยสงคราม" ไม่เพียงเท่านั้น จาการ์ตา โพสต์ ยังระบุว่า คงเป็นการยากยิ่งนักหากทางการไทยคิดจะหวังพึ่งภาคการท่องเที่ยวซึ่งทำรายได้ คิดเป็นสัดส่วนถึง "ร้อยละ 6" ของรายได้ทั้งหมดของประเทศ ให้ช่วยดึงดูดชาวต่างชาติกลับเข้าไทยอีกหลังเหตุรุนแรงทางการเมืองระลอกนี้ สงบลง เนื่องจากภาพของความรุนแรงในไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ "ถูกฉาย" ไปทั่วโลก จนยากที่นักท่องเที่ยวจะวางใจและกลับมาเยือนประเทศไทยอีก.

http://www.thairath.co.th/content/oversea/84140

ผมไม่แปลกใจหรอกว่าAsean communityคงไม่มีวันเกิดขึ้นได้แบบอียู(กรณีอุ้มกรีซ)เป็นแน่แท้ ต่างฝ่ายก็ต่างชกฉวยผลประโยชน์ยามเมื่ออีกฝ่ายมีปัญหาให้ได้มากที่สุดตลอด สุดท้ายมันก็ยังเป็นกลุ่มประเทศโลกที่3 รอรับเงินลงทุนอยู่อย่างเดียวนั่นแหละ
__________________
It will never be perfect.
Goddess no está en línea   Reply With Quote
Old May 20th, 2010, 12:56 PM   #178
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,413
Likes (Received): 5861

สื่ออิเหนาฟันธง ไทยย่อยยับ เศรษฐกิจฟื้นยาก

Thairath 20/05/2010


"จาการ์ตา โพสต์" สื่อดังในอินโดฯ ระบุ เหตุรุนแรงระลอกล่าสุด ทำลายความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจนย่อยยับ นักลงทุนทยอยถอนตัว แต่เป็นข่าวดีของชาติเพื่อนบ้านที่เป็นคู่แข่งเศรษฐกิจ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 20 พ.ค. ระบุเหตุรุนแรงในประเทศไทยระลอกล่าสุดที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างฝ่ายต่างๆ จนถึงขั้นเกิด "สงครามกลางเมือง" ขนาดย่อมๆ ได้ทำลายศักยภาพด้านการแข่งขันทางเศรษฐกิจของไทยจนหมดสิ้นแล้ว พร้อมกับชี้ว่านักลงทุนต่างชาติจำนวนไม่น้อยกำลัง "ทยอยถอนตัว" ออกจากไทย ไปตั้งฐานการผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไทยกำลังพ่ายแพ้คู่แข่งอย่าง "เวียดนาม" แบบหมดรูป

หนังสือพิมพ์จาการ์ตา โพสต์ ของอินโดนีเซียรายงานว่าเหตุปะทะนองเลือดที่เกิดขึ้นตามท้องถนนสายต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร ได้เปลี่ยนสภาพของการเป็น "เมืองท่องเที่ยวชั้นนำ" ของโลกแห่งนี้ ให้เป็นสมรภูมิของสงครามกลางเมืองไปแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติอย่างร้ายแรง และกำลังทำให้ประเทศไทยซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ "เร็วที่สุด" ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องประสบความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญต่อคู่แข่งอย่างเวียดนาม ซึ่งเป็นชาติทีไทย "ดูแคลน" มาตลอด

หนังสือพิมพ์รายวันฉบับภาษาอังกฤษที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซียยังระบุว่า เหตุรุนแรงทางการเมืองในไทยกำลังทำให้นักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม "การผลิตและภาคบริการ" เริ่มถอนตัวออกจากไทยแล้ว และคงยากยิ่งนักที่บรรดานักลงทุนเหล่านี้จะย้อนกลับเข้ามาลงทุนในไทยอีกในอนาคตแม้วิกฤติทางการเมืองที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของไทยครั้งนี้จะยุติลงได้ก็ตาม เนื่องจากภาพลักษณ์การเป็น "สวรรค์ของนักลงทุน " ของไทยได้ถูกทำลายจนย่อยยับไปแล้ว

ปัญหาทางการเมืองที่ "ยังจบไม่ลง" ในไทย กำลังกลายเป็น "ข่าวดี" สำหรับบรรดาประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ซึ่งเป็นคู่แข่งทางเศรษฐกิจกับไทย ทั้งอินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์,ไม่เว้นแม้แต่เวียดนาม ซึ่งเคยถูกดูแคลนจากไทยว่าเป็นชาติที่ "ล้าหลังและเต็มไปด้วยสงคราม" ไม่เพียงเท่านั้น จาการ์ตา โพสต์ ยังระบุว่า คงเป็นการยากยิ่งนักหากทางการไทยคิดจะหวังพึ่งภาคการท่องเที่ยวซึ่งทำรายได้คิดเป็นสัดส่วนถึง "ร้อยละ 6" ของรายได้ทั้งหมดของประเทศ ให้ช่วยดึงดูดชาวต่างชาติกลับเข้าไทยอีกหลังเหตุรุนแรงทางการเมืองระลอกนี้สงบลง เนื่องจากภาพของความรุนแรงในไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ "ถูกฉาย" ไปทั่วโลก จนยากที่นักท่องเที่ยวจะวางใจและกลับมาเยือนประเทศไทยอีก.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 21st, 2010, 03:30 AM   #179
knrOctober
Since 2552
 
knrOctober's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Location: 55000
Posts: 1,747
Likes (Received): 1246

ก็คงโทษใครไม่ได้ เพราะเราทำของเราเอง หวังว่าคนไทยจะตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เพื่อให้เป็นบทเรียนที่ต้องจำกันไปจนวันตาย และหวังว่าอินโดนีเซียจะจัดการกับคน 240 ล้านคนของตัวเองให้ดีด้วยเช่นกัน
knrOctober no está en línea   Reply With Quote
Old May 21st, 2010, 10:24 AM   #180
Don KingKong
Asean citizen
 
Don KingKong's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: Asean City
Posts: 376
Likes (Received): 7

Exports to Thailand not disturbed by riots

Jakarta (ANTARA News) - Trade Minister Mari Elka Pangestu said that Indonesia`s non-oil/non-gas exports to Thailand were not disturbed by the rioting over the past week in Bangkok.

"The rioting could have had an impact on tourism but other sectors are not affected," the trade minister said here on Thursday.

She said that most of Indonesia`s exports to Thailand were automotive products and components both for domestic consumption and for re-export.

She said what could be cause for concern was if the rioting led to a halt in the production processes of the country`s factories as such development would affect Indonesia`s exports.

"Up to now, no firms have stopped their production or investment. From the macro-economic viewpoint, Thailand is still relatively stable though it is expected to experience a decline in its economic growth by one percent," she said.

So far Thailand is the eighth biggest market destination for Indonesian exports within the ASEAN region.

In the first quarter of 2010, Indonesia`s exports to Thailand increased 18 percent.

"Our exports to Thailand grew at a lower rate than those to Malaysia which increased 40 percent in the first quarter of 2010," the trade minister said.

Central Bureau of Statistics (BPS) data showed that Indonesia`s non-oil/non-gas exports in the first quarter of 2009 stood at US$477.2 million. It increased to US$894.3 million in the first quarter of 2010.(*)
__________________
Kota yang macet melahirkan generasi yang stress

Last edited by Don KingKong; May 21st, 2010 at 10:53 AM.
Don KingKong no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 12:20 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2019, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us