New Proposals and Projects Thread. - Page 158 - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > New Highrise developments

New Highrise developments Come see whats on the rise in this capital


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old December 16th, 2019, 01:44 PM   #3141
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

“ที่ดินวาละล้าน” ระบาดทั่วกรุง ปัจจัยกดดันต้นทุนอสังหาฯ 2020

วันที่ 16 ธันวาคม 2562

“ที่ดินวาละล้าน” ระบาดทั่วกรุง ปัจจัยกดดันต้นทุนอสังหาฯ 2020

โค้งสุดท้ายของปี 2562 วงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีแรงกระเพื่อมเป็นอย่างสูงจากปัจจัยลบรอบด้าน ตัวหลักสุดยังคงเป็นเทรดวอร์จีน-สหรัฐที่ยืดเยื้อและมีความไม่แน่นอนสูง กระทบต่อจีดีพีโลกและจีดีพีไทย การส่งออกขาลงซ้ำเติมด้วยปัญหาค่าเงินบาทแข็ง เหลียวกลับมาดูหนี้ครัวเรือนก็ยังสูงที่ 78-79% ปัญหาหนี้เสีย NPL-non performing loan 3.3% ถือว่าสูงจนทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ควบคู่กับกำลังซื้อหดตัวรุนแรงจากปัจจัยมาตรการ LTV-loan to value บังคับเงินดาวน์ 20% ในการขอสินเชื่อซื้อบ้าน-คอนโดมิเนียมหลังที่ 2 เป็นต้นไป ยังไม่นับรวมสถิติยอดปฏิเสธสินเชื่อบ้านสูงเกิน 50% อีกต่างหาก

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้ต้นทุนพัฒนาโครงการลดลงแต่อย่างใด จุดโฟกัสอยู่ที่ “ราคาที่ดิน” ซึ่งมีการปรับตัวเป็นขาขึ้นมาตลอด กล่าวสำหรับเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นในอัตราก้าวกระโดดช่วง 5 ปีย้อนหลัง และแพงขึ้นไปอีกบนทำเลที่มีการแข่งขันแย่งกันซื้อเพื่อพัฒนาคอนโดฯตามเส้นทางแนวรถไฟฟ้าสายปัจจุบัน และสายใหม่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง

2562 ไม่มีการทำลายสถิตินิวไฮ

เป็นที่ทราบกันดีในวงการว่าราคาที่ดินแปลงแพงที่สุดของกรุงเทพฯ และประเทศไทย อยู่บนทำเลซอยหลังสวน ซื้อขายกันตารางวาละ 3.1 ล้านบาทเมื่อปี 2561 โดยผู้ซื้อคือ “ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์” ซีอีโอค่ายเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น หลังจากนั้น ประเด็นราคาที่ดินแพงที่พัฒนากลายเป็นแพงเว่อร์ กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ล่าสุด “จ๊อก-สุรเชษฐ กองชีพ” เอ็มดี ฟีนิกซ์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนซัลแทนซี่ ระบุว่า ดีลการซื้อขายราคาที่ดินปี 2562 ภาพความคึกคักลดน้อยถอยลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รวมทั้งไม่ได้เห็นดีลที่ซื้อขายเกินตารางวาละ 3 ล้านบาท แต่ถึงกระนั้น ดีลซื้อขายบางแปลงก็สามารถสร้างความฮือฮาได้อยู่ดี

“ที่ดินวาละล้าน” ระบาดทั่วกรุง ปัจจัยกดดันต้นทุนอสังหาฯ 2020
อาทิ กลุ่มโรงแรมแชงกรี-ลา ซื้อที่ดิน 657 ตารางวา หรือเกือบ 2 ไร่ ในซอยทองหล่อ สนนราคาจบกันที่ 2.86 ล้านบาท/ตารางวา แม้เป็นการซื้อขายที่ถูกกระพือข้อมูลตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ประกาศเป็นทางการมีในปี 2562 จึงถูกนับเป็นบันทึกของปีนี้

ถัดมา แปลงขนาด 3 ไร่ ในซอยนานา กลุ่มทุนไต้หวัน “เจแอลเค โฮลดิ้ง” จบการซื้อขายด้วยราคา 2.496 ล้านบาท/ตารางวา เท่ากับเป็นการคอนเฟิร์มว่าในยุคเศรษฐกิจตกต่ำกลายเป็นสวรรค์นักช็อป โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติที่ถือโอกาสเข้ามาป้วนเปี้ยนหาโอกาสลงทุนอสังหาฯในเมืองไทย

อีกดีลที่น่าสนใจเป็นของกลุ่มโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ที่มีการประกาศใช้งบฯลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ทั้งก่อสร้างเพิ่มเติมบนทำเลเดิมในซอยสุขุมวิท 1 และขยับไปซื้อแลนด์แบงก์ในซอยสุขุมวิท 4 หรือซอยนานา 849.4 ตารางวา ณ ราคาซื้อขาย 1.095 ล้านบาท/ตารางวา

2562 “วาละล้าน” ลามทั่วกรุง

ทั้งนี้ ทำเลที่มีราคาซื้อขายสูงที่สุดยังคงเป็นพื้นที่กรุงเทพฯชั้นใน ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าปัจจุบัน ประกอบด้วย รถไฟลอยฟ้า BTS สายสีเขียว กับรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน


โดยที่ดินในทำเลที่มีศักยภาพรวมไปถึงมีความน่าสนใจที่มีราคาซื้อขายสูงยังคงเป็นทำเลเดิม ๆ หรือทำเลที่เคยมีการซื้อขายมาในราคาสูงก่อนหน้านี้

“จ๊อก-สุรเชษฐ” ส่งสัญญาณด้วยว่าถึงแม้ไม่เห็นราคาที่ดินซื้อขายแบบทำลายสถิติ แต่ก็ได้เห็นการกระจายตัวของ “ที่ดินวาละ 1 ล้าน” ที่แผ่ขยายทำเลออกไป จากเดิมกระจุกเฉพาะในเขตกรุงเทพฯชั้นใน ล่าสุดแผ่ขยายทำเลเกาะรถไฟฟ้า BTS ตามแนวถนน “สุขุมวิท พญาไท พหลโยธิน” และพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดิน

โฟกัสให้ชัด ๆ เราจะเห็นทำเล “ถนนพญาไท” ต่อเนื่องถึง “ถนนพหลโยธิน” ขึ้นไปถึง “ห้าแยกลาดพร้าว” เจ้าของที่ดินบางแปลงบอกขายกันในราคา 1 ล้านบาท/ตารางวา

ย้อนกลับมาดูที่ดินรอบ “สถานีรถไฟฟ้าบางจาก” ต่อเนื่องจาก “สถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช” มีการบอกขายราคามากกว่า 1 ล้านบาท/ตารางวาเช่นกัน

แนวรถไฟฟ้าสายใหม่ขึ้นยกแผง

ทั้งนี้ทั้งนั้น สถานการณ์ราคาที่ดินปี 2562 ถึงแม้โซนกรุงเทพฯชั้นนอกยังไม่แตะหลักล้าน/ตารางวา แต่สิ่งที่กำลังเผชิญ คือ ราคาที่ดิน “ขึ้นยกแผง” จากเดิมมีการบอกขาย 200,000 บาท/ตารางวา

ปัจจุบันขยับราคาขั้นต่ำ 300,000 บาท/ตารางวา ไม่ว่าจะเป็นทำเลรอบสถานีรถไฟฟ้าเตาปูน ซึ่งบางแปลงบอกขายขั้นต่ำ 350,000 บาท/ตารางวา

ถัดมา โซนรอบสถานีรถไฟฟ้าบางหว้าเสนอขายเริ่มต้น 300,000 บาท/ตารางวา และแน่นอนว่ามีบางเจ้าของตั้งราคาขายไว้ที่ 400,000 บาท/ตารางวา

โฟกัสรถไฟฟ้าสีเขียวต่อขยายสายเหนือ “หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต” ในอดีตไม่นานมานี้เมื่อ 4-5 ปีก่อน ถามซื้อขาย 100,000 บาท/ตารางวา ตอนนี้อยากซื้อราคาขยับไม่ต่ำกว่า 500,000-600,000 บาท/ตารางวา สำหรับรถไฟฟ้าสายนี้ฟันธงแบบกำปั้นทุบดินได้เลยว่า ในอนาคตราคายังขึ้นได้อีกเมื่อเส้นทางรถไฟฟ้าเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2563

จับตา กม.ใหม่ Property Tax

เทรนด์ราคาที่ดินในปี 2020 หรือปี 2563 “สุรเชษฐ” มองว่ามีแนวโน้มทรงตัว เทียบกับปี 2562 บางแปลงบนทำเลแย่งกันซื้ออย่างแนวรถไฟฟ้าสายปัจจุบันอาจได้เห็นความผันผวน เพราะตั้งราคาแพงขึ้น 10-20% แต่เมื่อมองในค่าเฉลี่ยตลาดรวม พบว่าราคาที่ดินเพิ่มอยู่ที่ 8%

ในขณะที่คาดการณ์ปี 2020 มีปัจจัยใหม่มากระทบเจ้าของที่ดิน เพราะรัฐบาลบังคับจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กฎหมายใหม่ที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า property tax หรือจะเรียกสั้น ๆ ว่า ภาษีที่ดินฯก็ได้

สาระสำคัญ property tax เก็บภาษีแพงสุดจากแลนด์ลอร์ดที่ถือครองที่ดินเปล่า คำนวณตามมูลค่าราคาที่ดิน โดยภาษีเริ่มต้นล้านละ 3,000 บาท กรณีตัวอย่าง มีที่ดินเพียง 1 ไร่ แต่อยู่ในโซนแดงเดือด หมายถึงโซนที่มีราคาประเมินของทางราชการตารางวาละ 1 ล้านบาท แปลงที่ดิน 1 ไร่ มี 400 ตารางวา เท่ากับมีมูลค่า 400 ล้านบาท

ภาระจ่ายภาษีล้านละ 3,000 บาท เท่ากับมีภาระจ่ายภาษีปีละ 1.2 ล้านบาท ไม่รู้ว่ามากหรือน้อย แต่มีหลายทฤษฎี เช่น น่าจะทำให้เจ้าของที่ดินไม่อยากแบกภาระจ่ายภาษีไว้กับตัว หรือปีแรก (2020) เจ้าของที่ดินอยากรู้เหมือนกันว่าเป็นยังไง อาจยอมกอดที่ดินไว้กับตัวไม่ขายออกมา ถ้าไม่ได้ราคาที่ตั้งไว้

ตามทฤษฎีนี้ จะกลายเป็นตัวเร่งทำให้ราคาที่ดินแพงขึ้นไปอีกในอนาคต เพราะค่าใช้จ่ายภาษีที่ดินจะถูกบวกรวมเข้าไปในการซื้อขายนั่นเอง

เอพีจ้องทำเล “ลาดพร้าว”

มองต่างมุมจากวงการดีเวลอปเปอร์ คำถามถึงการเปลี่ยนแปลงราคาที่ดินปีนี้ และคาดการณ์ทำเลที่น่าจับตามองปีหน้า

“วิทการ จันทวิมล” รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ.เอพี ไทยแลนด์ ให้สัมภาษณ์ว่า ราคาที่ดินในกรุงเทพฯนับวันมีแต่จะสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำเลกรุงเทพฯชั้นใน เนื่องจากความจำกัดทั้งจำนวนที่ดินและความเหมาะสมในการพัฒนาคอนโดฯติดถนนใหญ่ใกล้แนวรถไฟฟ้าใจกลางเมือง นับวันยิ่งหายาก

หนึ่งในความท้าทายหลักของผู้ประกอบการ เนื่องจากเจ้าของที่ดินผืนงามเหล่านี้ไม่มีความจำเป็นต้องรีบขาย ทำให้ราคาต่อรองยังอยู่ในเกณฑ์ที่สูง

แนวโน้มทำเลที่น่าจับตามองในปี 2020 มองว่า หนึ่งในไฮไลต์เป็นโซนลาดพร้าว ที่จะเป็น hub ใหม่ล่าสุดของกรุงเทพฯ นอกจากครบครันด้วยความพร้อมของศักยภาพการเป็นศูนย์กลางออฟฟิศและไลฟ์สไตล์โซน Northern CBD เมืองกรุงแล้ว

การเปิดใช้เส้นทางเดินรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท ส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของระบบคมนาคมแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดของไทยที่สถานีบางซื่อ ยิ่งทวีความร้อนแรงให้กับโซนลาดพร้าวอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน ค่ายเอพี (ไทยแลนด์) เพิ่งเปิดตัวห้องชุดลักเซอรี่โครงการใหม่ “ริธึ่ม เจริญกรุง พาวิลเลี่ยน” บนต้นทุนที่ดินวาละไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ชูจุดขายวิวแม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่าโครงการ 4,700 ล้านบาท จำนวน 421 ยูนิต ออกแบบไซซ์เริ่มต้นแบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 35 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 5.39 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 160,000 บาท/ตารางเมตร

“เอพีมองว่าทำเลยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการตัดสินใจ แต่สิ่งที่ท้าทายมากขึ้น คือ การทำความเข้าใจลูกค้าในแต่ละทำเลอย่างลึกซึ้ง เราตีโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าในกลุ่มครอบครัวที่มีลูกเล็ก จนเป็นที่มาของการพลิกโฉมพื้นที่ส่วนกลางของคอนโดฯ ด้วยการดีไซน์ทุกตารางเมตรของพื้นที่ทับซ้อน บนพื้นฐานของความใส่ใจในมิติทั้งความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย รองรับทุกความต้องการที่แตกต่างของผู้อาศัยแต่ละวัย ทุก ๆ พื้นที่ภายในโครงการจะถูกใช้งานอย่างคุ้มค่ามากกว่ามูลค่าเม็ดเงินที่จ่ายไป สิ่งนี้คือคีย์สำคัญที่ทำให้การตอบรับจากลูกค้าในช่วงของการเปิดขายรอบพิเศษได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีต่อเนื่อง”

แสนสิริเฟ้นราคา+ทำเลจับต้องได้

ถัดมา เจ้าแห่งแบรนด์อสังหาริมทรัพย์เมืองไทยค่ายแสนสิริ ล่าสุดประกาศความสำเร็จในการโอนห้องชุด 100% จำนวน 639 ยูนิต ให้กับลูกค้าเรียลดีมานด์ทั้งคนไทยและต่างชาติ ในโครงการ “เดอะ เบส การ์เดน-พระราม 9” คอนโดฯสไตล์รีสอร์ตพร้อมสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ มูลค่าโครงการ 2,280 ล้านบาท

เป้าหมายต่อไป แสนสิริเตรียมทยอยโอนอีก 2 โครงการภายในปีนี้ ประกอบด้วย “เดอะ เบส สุขุมวิท 50” กับ “เดอะ เบส เพชรเกษม” ในขณะที่โครงการใหม่ที่เพิ่งเปิดพรีเซล “เดอะ เบส เพชรบุรี-ทองหล่อ” มียอดขายตอบรับมาแล้ว 60% ภายใน 2 เดือน

โดย THE BASE เป็นแบรนด์คอนโดมิเนียมที่พัฒนาภายใต้แนวคิด “You are where you live” เน้นตอบสนองชีวิตคนรุ่นใหม่ ทันสมัย มีความเป็นตัวเอง แต่ละโครงการเน้นออกแบบสะท้อนไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัยในทำเลนั้น ๆ

ปัจจุบันแบรนด์เดอะ เบส เปิดตัวครอบคลุมทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 16 โครงการ มูลค่ารวม 29,742 ล้านบาทจำนวนรวม 11,165 ยูนิต

“ช้าง-อุทัย อุทัยแสงสุข” ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บมจ.แสนสิริ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ต้นทุนที่ดินยังเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาโครงการใหม่ โดยแนวโน้มราคาที่ดินปีหน้าคาดว่าใกล้เคียงกับปีนี้ อย่างน้อยที่สุดคาดว่าราคาปรับขึ้น 3-5% โดยเฉลี่ย

เพราะฉะนั้น คอนโดฯในเครือแสนสิริที่จะเปิดตัวใหม่ เลือกใช้กลยุทธ์เปิดตัวอย่างระมัดระวัง เน้นกลุ่มราคาและทำเลที่จับต้องได้

https://www.prachachat.net/property/news-402005
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old December 19th, 2019, 03:43 AM   #3142
pop
(~--)~
 
pop's Avatar
 
Join Date: Apr 2005
Location: BKK-KKC
Posts: 1,353
Likes (Received): 441



'AWC' ท้าชน 'ไอคอนสยาม' จ่อผุด ตึกสูงสุด ริมเจ้าพระยา 19 ธันวาคม 2562 | โดย พรไพลิน จุลพันธ์

เมื่อ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ใต้ร่มเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ประกาศจับมือกับบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมระดับโลก“Adrian Smith + Gordon Gill Architecture” (AS+GG) เพื่อพัฒนามิกซ์ยูสอาคารใหม่ริมน้ำเจ้าพระยา ในโครงการ“เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์” หลังจาก “ไอคอนสยาม” เปิดให้บริการเมื่อเดือน พ.ย.2561ชิงความเป็นหนึ่งของแลนด์มาร์คกรุงเทพฯ

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่AWC เล่าว่า เตรียมพัฒนา “ตึกสูงระฟ้า” ระดับเวิลด์คลาส เป็นเมกะโปรเจคในพื้นที่โครงการเอเชียทีคฯ เฟสที่2.1ตรงบริเวณลานจอดรถปัจจุบัน ประกอบด้วยโรงแรมหรูระดับ5และ6ดาว จำนวน2แบรนด์ ว่าจ้างเครือแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลมาบริหาร เฉพาะระดับ5ดาวใช้แบรนด์แมริออท จำนวน800ห้องพัก,แบรนเด็ด เรสซิเดนส์ กำหนดเป็นที่พักอาศัยแบบเช่าสิทธิ์ระยะยาว (ลีสโฮลด์) ให้เครือแมริออทฯบริหารเช่นกัน,พื้นที่เชิงพาณิชย์ และจุดชมวิวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

“วันนี้เรากำลังจะเดินไปอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาโครงการเอเชียทีคฯ ต่อจิ๊กซอว์ด้วยการพัฒนาแต่ละเฟสให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเมกะโปรเจคตึกสูงระฟ้าดังกล่าว อยู่ระหว่างศึกษาความสูงของตึกไว้ที่ไม่ต่ำกว่า100ชั้น จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นตึกสูงที่สุดในไทย หลังจากจับมือกับบริษัทAS+GGซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบตึกสูงระดับโลก”
เพราะภาพใหญ่ที่อยากเห็น คือการเป็น“ไอคอนิก แลนด์มาร์ค” (Iconic Landmark)แห่งใหม่และหนึ่งในภาพจำของประเทศไทย คือเห็นตึกนี้แล้วต้องรู้เลยว่านี่คือกรุงเทพฯ
ถือเป็น “คุณค่าระยะยาว” ที่บริษัทฯต้องการสร้างให้กับเมืองและชุมชนโดยรอบ ผ่านการผนึกคุณค่าความเป็นไทยกับประสบการณ์ออกแบบตึกสูงจากทั่วโลกมารวมกัน

“จิตวิญญาณของเมกะโปรเจคนี้คือการตอบโจทย์เมือง และ Represent หรือแสดงความเป็นกรุงเทพฯแก่สายตาคนทั่วโลก คาดก่อสร้างแล้วเสร็จในอีก5ปีข้างหน้า หรือปี2568” วัลลภา ฉายภาพใหญ่

ด้านเอเดรียน สมิธ ผู้ก่อตั้งAdrian Smith + Gordon Gill Architecture (AS+GG)เล่าเสริมว่าAWCมีจุดมุ่งหมายที่สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ของเราที่มีต่อโครงการนี้ เชื่อมั่นว่าจะเป็นอาคารระดับโลกและประสบการณ์แบบโครงการมิกซ์ยูสที่มีความโดดเด่นที่สุดในกรุงเทพฯและภูมิภาคอาเซียน

ผ่านการสร้างสรรค์และดึงเอาจุดแข็งต่างๆ มาใช้ ทั้งเทคโนโลยีด้านอาคารสูงระฟ้า การออกแบบพื้นที่เชิงวัฒนธรรม พื้นที่ค้าปลีก และการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ภายใต้การทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับA49และUrban Architectsเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของโครงการระดับไอคอนที่เหนือกาลเวลา สอดคล้องกลมกลืนไปกับลักษณะเฉพาะตัวของทำเลของสถานที่ตั้งและพื้นที่โดยรอบ

ทั้งนี้เอเดรียน ถือเป็นสถาปนิกชื่อดังระดับโลกชาวอเมริกัน ผู้ออกแบบอาคารสถานที่สำคัญหลายแห่ง รวมถึงอาคารที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก อาทิ ตึกที่สูงที่สุดในโลกปัจจุบันBurj Khalifaในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์,Kingdom Towerในเมืองเจดดาห์ ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง, Zifeng Towerในหนานจิง,Jin Mao Towerในเซี่ยงไฮ้ และWuhan Greenland Centerในอู่ฮั่น จีน ซึ่งกำลังจะขึ้นแท่นเป็นอาคารที่สูงที่สุดอันดับ4ของโลกเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ
และในปี2563จะมีการเปิดให้บริการตึกใหม่ที่บริษัทฯเป็นผู้ออกแบบอีก3แห่ง ได้แก่Central Park Plazaนครนิวยอร์ก สหรัฐ,AL WASL PLAZAนครดูไบ สำหรับจัดงานเวิลด์เอ็กซ์โป2020ในเดือน ต.ค.ปีหน้าและJeddah Towerเมืองเจดดาห์ ซาอุดิอาระเบีย ว่าที่ตึกสูงที่สุดแห่งใหม่ของโลก ด้วยความสูงกว่า1กิโลเมตร

วัลลภา เล่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพรวมการพัฒนาเอเชียทีคฯทั้งโครงการด้วยว่า นอกเหนือจากเมกะโปรเจคในเฟส2.1แล้ว ยังเตรียมเปิดตัวเรือ “สิริมหรรณพ” ความยาว50เมตร จอดเทียบท่าเรือหน้าพื้นที่เฟสดังกล่าว ข้างในเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์และห้องอาหาร เริ่มให้บริการไตรมาส2ปี2563
ขณะที่เฟส2.2บนพื้นที่อีก19ไร่ เตรียมพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ ขนาด1แสนตารางเมตร ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์เชิงประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา และสวนสนุก พร้อมย้ายเอเชียทีค สกาย (ชิงช้าสวรรค์) จากพื้นที่เดิมบนเฟส2.1มาที่จุดนี้แทน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน3ปีนับจากนี้ ส่วนเฟส2.3พื้นที่กว่า30ไร่บนอีกฝั่งของ ถ.เจริญกรุง อาจจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ด้านเฟสที่1อาคารโกดังซึ่งเปิดเป็นพื้นที่รีเทล เตรียมรีโนเวตเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งวัน เหมือนClarke Quayที่สิงคโปร์ จากปัจจุบันเปิดเฉพาะกลางคืน มีคนเข้ามาใช้บริการกว่า5หมื่นคนต่อวัน โดยจะดึงพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มเติมเต็มความคึกคักของนักท่องเที่ยวในโครงการเอเชียทีคฯทั้ง2เฟส บนเนื้อที่รวมกว่า90ไร่ ในฐานะมิกซ์ยูสที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่สุดริมน้ำเจ้าพระยา!
__________________
pop no está en línea   Reply With Quote
Old December 19th, 2019, 06:18 AM   #3143
dida888
Registered User
 
Join Date: Apr 2007
Posts: 3,211
Likes (Received): 3980

319.99 เมตร 555
__________________
T O D A Y I S T H E B E T T E R D A Y
dida888 no está en línea   Reply With Quote
Old December 19th, 2019, 07:10 AM   #3144
Chad
Kickimus Gluteus Maximus
 
Chad's Avatar
 
Join Date: Oct 2002
Location: Bangkok
Posts: 37,939
Likes (Received): 4799

AWC snags world-class architects


AWC chief executive and president Wallapa Traisorat (centre) with AS+GG co-founder Adrian Smith (second left) at the signing ceremony.

SET-listed Asset World Corp (AWC), the property arm of billionaire Charoen Sirivadhanabhakdi's TCC Group, has joined forces with Adrian Smith + Gordon Gill Architecture (AS+GG) on further development of Asiatique The Riverfront.

Chief executive and president Wallapa Traisorat said the mixed-use project on the Chao Phraya riverside will be the new tourism benchmark for Bangkok and Thailand.

The development includes collaboration with both local architecture firms like A49 and Urban Architects, as well as the world-renowned AS+GG.

Mrs Wallapa said Asiatique's new skyline will consist of an 800-room five-star hotel under Marriott International and a six-star hotel and residential area under one of Marriott International's brands, plus retail and commercial space and a tower viewpoint.

She said the company is conducting research on a landmark tower that could possibly be the tallest building in Bangkok, boasting at least 100 storeys, thanks to partnerships with specialists like AS+GG.

Asiatique attracts more than 50,000 visitors on weekends.

The new tower and other development projects at Asiatique will require an investment budget of at least 30 billion baht. Mrs Wallapa voiced confidence that the projects would be a new magnet drawing more tourists to the site.

Adrian Smith, co-founder of AS+GG, said the practice's expertise in tall buildings will help it design and develop the project into a world destination, creating a building that represents Bangkok and Thai culture.

AS+GG has designed a number of landmark structures, including Central Park Tower in New York; Dubai's Al Wasl Plaza, which will host World Expo 2020; and skyscrapers in China such as Zifeng Tower in Nanjing, Jin Mao Tower in Shanghai and Wuhan Greenland Centre in Wuhan.

AS+GG's projects also include two of the world's tallest buildings, Burj Khalifa in Dubai and Jeddah Tower in Saudi Arabia.

https://www.bangkokpost.com/business...ass-architects
__________________
You have the right to remain silent, everything you say will be misquoted and used against you in the forum

-Imate pravo da ćutite, sve što budete rekli može i biće upotrebljeno protiv vas na forumu

You know you love me. XOXO.

dida888, wwc234 liked this post
Chad no está en línea   Reply With Quote
Old December 19th, 2019, 01:27 PM   #3145
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

โปรเจ็กต์ยักษ์! เอเชียทีค ดึงสถาปนิกระดับโลก สร้างตึก 100 ชั้น สูงสุดในไทย

วันที่ 19 ธันวาคม 2562

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือเอดับบลิวซี เปิดเผยถึงความคืบหน้าแผนพัฒนาโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เมกะโปรเจ็กต์ ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายในระยะ 2 บนพื้นที่รวมทั้งโครงการเกือบ 100 ไร่ บนถนนเจริญกรุง มูลค่าลงทุนไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาท

โดยล่าสุดได้เซ็นสัญญากับ Adrian Smith + Gordon Gill Architecture (AS+GG) ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านการออกแบบอาคารที่สูงระฟ้าระดับโลก อาทิ เบิร์จคาลิฟา ในนครดูไบ เซ็นทรัล พาร์ค ทาวเวอร์ สหรัฐอเมริกา, Jeddah Tower อาคารสูง 1 กิโลเมตร และ AL Wasl Plaza นครดูไบ สถานที่จัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โปร ในเดือนต.ค. 2563 เป็นต้น โดย AS+GG จะทำงานร่วมกับ บริษัท เอ 49 จํากัด และ บริษัท เออร์เบิ้น อาร์คิเต็คส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทสถาปนิกอันดับต้นๆ ของไทย



เบื้องต้นในโครงการจะประกอบด้วย อาคารมิกซ์ยูสสูงที่สุดในประเทศไทย หรือความสูง 100 ชั้น ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณลานจอดรถและที่ตั้งของชิงช้าสวรรค์ในปัจจุบัน ภายในอาคารประกอบด้วย โรงแรม 2 ส่วน คือ โรงแรมแมริออท ขนาด 800 ห้อง และโรงแรมระดับ 6 ดาว นอกจากนี้คาดว่าจะมีแบรนด์เดด เรสซิเดนซ์ ซึ่งจะขายในรูปแบบการเช่าระยะยาว แต่จะมีพื้นอาคารสำนักงานเป็นส่วนน้อย และพื้นที่ค้าปลีกระดับบน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

คาดว่าจะใช้เวลา 1 ปีครึ่งกว่าการออกแบบโครงการทั้งหมดจะแล้วเสร็จ พร้อมยื่นรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนจะเริ่มงานก่อสร้างได้ โดยคาดว่าทั้งหมดจะใช้ระยะเวลา 5 ปี กว่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้ นอกจากนี้บริเวณพื้นที่ด้านซ้ายของโครงการเอเชียทีคเดอะริเวอร์ฟร้อนท์ในปัจจุบัน แนวทางการพัฒนาโดยบริเวณติดถนนเจริญกรุงจะมีการก่อสร้างอาคารรูปทรงเจดีย์ สำหรับเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของที่ตั้งโครงการ ซึ่งเป็นจุดที่พบพระพุทธรูปทองคำที่ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดไตรมิตร

ถัดมาจะมีการพัฒนาเป็นพื้นที่ฟันพาร์ค ส่วนพื้นที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา จะก่อสร้างเป็นร้านสตาร์บัค ริมน้ำ ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมกันนี้จะมีการย้ายชิงช้าสวรรค์จากจุดเดิมมาตั้งบริเวณเดียวกัน ที่สำคัญจะมีร้านค้าปลีกที่เปิดให้บริการตลอดทั้งวัน จากปัจจุบันที่เปิดให้บริการในช่วงเวลาตั้งแต่ 17.00-23.00 น. ซึ่งการพัฒนาทั้งหมดจะใช้ระยะเวลา 3 ปี กว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการ สำหรับพื้นที่อีกเกือบ 40 ไร่ที่เหลือบริเวณฝั่งตรงข้ามถนนที่ปัจจุบันเป็นที่จอดรถบัสนักท่องเที่ยว จะมีการพัฒนาหลังสุด ซึ่งเบื้องต้นจะพัฒนาเป็นพื้นที่อาคารค้าปลีก

“คาดว่าเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ และการออกแบบสถาปัตยกรรมโดยรวมของโครงการเอเชียทีค เดอะริเวอร์ ฟร้อนท์ จะสะท้อนถึงเอกลักษณ์ไทยที่จะถูกบอกเล่าไปทั่วโลก และกลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สตไล์ระดับโลกที่ครบวงจร เป็นสุดยอดแม่เหล็กด้านการท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก” นางวัลลภา กล่าว

ทั้งนี้เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นแฟลกชิพในรูปแบบสถานที่ท่องเที่ยวแนวไลฟ์สไตล์ ที่เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คของประเทศไทย และเป็นแหล่งชอปปิงริมแม่น้ำที่มีสไตล์เฉพาะตัวเป็นแห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงผู้พักอาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 50,000 คนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และยังเป็นสถานที่สำหรับการจัดงานสำคัญและการแสดงโชว์ที่มีชื่อเสียงต่างๆ ด้วย

https://www.khaosod.co.th/economics/news_3215823
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 19th, 2019, 07:10 PM   #3146
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

บาทแข็ง+หยวนอ่อนทุบคอนโด ดันราคาแพงขึ้น20% ‘ลูกค้าจีน’หยุดซื้อ

วันที่ 18 ธันวาคม 2562

บาทแข็ง+หยวนอ่อนทุบคอนโด ดันราคาแพงขึ้น20% ‘ลูกค้าจีน’หยุดซื้อ

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯชี้ผลกระทบ “ค่าเงินบาทแข็ง+เงินหยวนอ่อน” กระทบบ้าน-คอนโดฯไทยแพงขึ้น 20% เอฟเฟ็กต์ลูกค้าจีนหายไปครึ่งหนึ่ง

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) เปิดเผยถึงสถานการณ์โอนกรรมสิทธิ์ของคนต่างด้าวพบว่า 9 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 9,427 ยูนิต เทียบกับปี 2561 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.8% แต่ในแง่มูลค่าพบว่า ลดลง 5.8% จากมูลค่าโอน 9 เดือนแรกปีที่ผ่านมา 38,214 ล้านบาท ช่วงปีนี้ลดลงเหลือ 35,987 ล้านบาท


บาทแข็ง+หยวนอ่อนทุบคอนโด ดันราคาแพงขึ้น20% ‘ลูกค้าจีน’หยุดซื้อ
ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC)
โดยสัดส่วนการโอนห้องชุดของคนต่างด้าวอยู่ในเขตกรุงเทพฯ 51% ที่เหลืออยู่ในต่างจังหวัด สำหรับพฤติกรรมการซื้อ พบว่า “ลูกค้าจีน” นิยมซื้อในอสังหาฯในกรุงเทพฯกับชลบุรีมากสุด, “รัสเซีย” ซื้อในชลบุรี ภูเก็ต โดยกรุงเทพฯมีสัดส่วนเล็กน้อย

ทั้งนี้ ในส่วนของจังหวัดภูเก็ต พบว่าจำนวนยูนิตการโอนเพียง 15% ของตลาดรวม แต่มูลค่าคิดเป็นสัดส่วน 30% ของตลาดรวม สะท้อนราคาต่อหน่วยแพงขึ้น

ขณะที่ภาคตะวันออกที่ต่างชาตินิยมซื้ออยู่ที่จังหวัดชลบุรี, ภาคกลางอยู่ที่ อยุธยา สระบุรี, ภาคอีสาน โคราช,
อุดรฯ, บุรีรัมย์, ภาคตะวันตกที่หัวหินกับชะอำ และภาคใต้ที่ภูเก็ต ซึ่งมีสัดส่วนถึง 91-92%

ดร.วิชัยกล่าวว่า กลุ่มลูกค้าจีนหายไปเยอะ ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ขณะที่ยังไม่มีกลุ่มลูกค้าชาติอื่นมาทดแทน เพราะผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็ง บวกค่าเงินหยวนอ่อน ทำให้ลูกค้าจีนต้องซื้ออสังหาฯไทยแพงขึ้น 20%

“แนวโน้มการโอนอสังหาฯของลูกค้าต่างชาติไตรมาส 4/62 คาดว่าจะไม่แตกต่างจากปีที่แล้ว และภาพรวมยอดโอนปีนี้ก็น่าจะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว เพราะจำนวนยูนิตที่สร้างเสร็จพร้อมโอนในภาพรวมมากกว่าปี’61 เพียง 200 ยูนิตเท่านั้น โดยเฉลี่ยคนต่างชาติซื้อปีละ 1.3 หมื่นหน่วย มูลค่าโอนรวม 5.5 หมื่นล้าน บวกลบ” ดร.วิชัยกล่าวและว่า

อย่างไรก็ตาม สถิติธุรกรรมเงินโอนของลูกค้าต่างชาติเพื่อซื้ออสังหาฯไทยของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ระบุว่า ปี 2560 มีเงินโอนข้ามประเทศ 70,000 ล้านบาท ปี 2561 เงินโอน 90,000 ล้านบาท เนื่องจากมีการนับรวมเงินดาวน์ 30% ด้วย ขณะที่ตัวเลข REIC นำมาจากการโอนกับกรมที่ดิน เพราะฉะนั้น ทิศทางสถิติจะใกล้เคียงกัน

https://www.prachachat.net/property/news-402575
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 19th, 2019, 07:11 PM   #3147
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

เช็กบิลคอนโด 9 แสนยูนิต บี้ภาษีย้อนหลังแจ้งเท็จปล่อยเช่า

วันที่ 19 ธันวาคม 2562

ภาษีที่ดินฉุดรายได้ท้องถิ่น 3 พันแห่งวูบ 1.3 หมื่นล้าน เหตุยกเว้นลดหย่อนสารพัด ดิ้นขอรัฐชดเชย ชี้ยืดชำระภาษีถึงสิ้น ส.ค. 63 พ่นพิษ “เศรษฐี กลุ่มทุน” สบช่องปรับที่ดินรกร้างทำเกษตร คอนโดฯ 9 แสนยูนิตวุ่น โดน กทม.ไล่เบี้ย ปล่อยเช่าแต่แจ้งเท็จเจอเช็กบิลย้อนหลัง

แม้กระทรวงมหาดไทยจะขยายเวลาให้ผู้ถือครองที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ยื่นชำระภาษีได้ถึงสิ้นเดือน ส.ค. 2563 จากเดิมต้องยื่นชำระภายใน 30 เม.ย. 2563 แต่แนวปฏิบัติในการบังคับใช้ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ที่ยังลักลั่นไม่ชัดเจน ทำให้ผู้ถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ไม่ว่าจะเป็น กรุงเทพมหานคร (กทม.) เมืองพัทยา เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สับสน เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่ อปท.ทั่วประเทศอยู่ระหว่างทยอยส่งแบบใบแจ้งรายการข้อมูลบัญชีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทางไปรษณีย์ถึงผู้ถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พร้อมแจ้งให้ไปยื่นคำร้องแก้ไขรายการที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนกับท้องถิ่นภายใน 15 วัน ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า การปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายยุ่งยาก

โดยเฉพาะเสียงสะท้อนจากผู้ถือครองคอนโดฯใน กทม. 9 แสนยูนิต ซึ่งเป็นกลุุ่มแรกที่ กทม.ส่งใบแจ้งรายการข้อมูลบัญชีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทางไปรษณีย์ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน จากที่ พ.ร.บ.ดังกล่าวมีมาตรการบรรเทาภาระภาษี ยกเว้นจัดเก็บภาษีที่ดินบางประเภท จะทำให้ช่วง 3 ปีจากนี้ไป อปท.กว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ 7,852 แห่ง มีรายได้จากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง น้อยกว่ารายได้จากการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน กับภาษีบำรุงท้องที่ปีละ 1.3 หมื่นล้านบาท ที่น่าจับตาคือ อปท.หลายแห่งเริ่มเจอปัญหาเจ้าของที่ดินรกร้างปรับสภาพที่ดินมาใช้ประโยชน์ เพื่อเลี่ยงจ่ายภาษีในอัตราที่สูง โดยอาศัยจังหวะช่วง 4 เดือนที่ภาครัฐประกาศขยายระยะเวลาให้ยื่นชำระภาษี

แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้รับรายงานจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่า แม้รัฐบาลประกาศเลื่อนระยะเวลาการยื่นชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไปอีก 4 เดือน เพื่อรอกฎหมายลำดับรอง แต่หน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศไม่ได้ชะลอแผนปฏิบัติงานที่ต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ โดย อปท.ทั้ง 7,852 แห่งอยู่ระหว่างเร่งส่งใบแจ้งรายการข้อมูลบัญชีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อให้ผู้อยู่ในข่ายต้องชำระภาษียื่นขอแก้ไขรายงานที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน

มหาดไทย-คลัง-กทม.ถกด่วน

และเพื่อให้แนวปฏิบัติแต่ละท้องถิ่นเป็นไปในทางเดียวกัน วันที่ 20 ธ.ค.นี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรมธนารักษ์ กรมที่ดิน อปท.ทั่วประเทศ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะจัดประชุมเพื่อซักซ้อมความเข้าใจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรับทราบปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการตามกฎหมายใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยจะหารือถึงขั้นตอนการปฏิบัติที่ได้รับร้องเรียนว่า ก่อให้เกิดปัญหาความยุ่งยากกับประชาชนเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด


ท้องถิ่นรายได้วูบ 1.3 หมื่นล้าน

ทั้งนี้ จากที่ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประเมินรายได้จากการจัดเก็บภาษีที่ดินฯ ปี 2563 ซึ่งเป็นปีแรกที่กฎหมายบังคับใช้ เบื้องต้นพบว่าจากจำนวน อปท.ทั่วประเทศ 7.8 พันแห่ง มี 1.4 พันแห่งจะมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกกว่า 3 พันแห่ง รายได้ลดน้อยลง ส่วน อปท.ที่เหลือกว่า 2 พันแห่งกลุ่มที่มีรายได้ลดน้อยลงจะมีจำนวนมากเช่นเดียวกัน โดยกลุ่มที่จะมีรายได้ลดน้อยลงนั้น มี กทม.กับพื้นที่ปริมณฑล อาทิ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรปราการ รวมอยู่ด้วย เบ็ดเสร็จคาดว่ารายได้จากภาษีที่ดินฯจะลดน้อยลงกว่าที่เคยจัดเก็บภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง กับภาษีบำรุงท้องที่ประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท จากปี 2560 ที่ผ่านมามีรายได้จากการจัดเก็บภาษีโรงเรือนฯ 32,953 ล้านบาท ภาษีบำรุงท้องที่ 1,086 ล้านบาท (ตามตาราง)

ลด-ยกเว้นภาษี 3 ปีฉุดรายได้หด

สาเหตุหลักมาจากช่วง 3 ปีแรก ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2563-31 ธ.ค. 2565 กฎหมายกำหนดให้มีมาตรการดูแลผลกระทบเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหลายกลุ่มอาทิ ยกเว้นจัดเก็บภาษีที่ดินเกษตรกรรม บ้านหลังหลัก ทรัพย์สินของรัฐ ทรัพย์ส่วนกลาง ศาสนสมบัติ องค์กรระหว่างประเทศ รวมทั้งทรัพย์สินของเอกชนที่ใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ การลดหย่อนภาษีให้กับสถานศึกษาเอกชน กิจการสาธารณะ เช่น กีฬา พิพิธภัณฑ์ บ้านมรดก ขณะเดียวกันก็มีมาตรการผ่อนปรน โดยช่วง 3 ปีแรกที่จัดเก็บภาษีที่ดินฯ ผู้ที่ต้องเสียภาษีมากขึ้นจากที่เคยเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน กับภาษีบำรุงท้องที่ จะได้รับการบรรเทาภาระภาษี โดยให้ทยอยเสียภาษีในส่วนที่ต้องเสียเพิ่มขึ้นปีแรก 25% ปีที่สอง 50% ปีที่สาม 75% จากนั้นในปีที่สี่ จึงจะให้ชำระภาษีส่วนที่เพิ่มขึ้นเต็ม 100%

ของบฯฉุกเฉิน 1.3 หมื่นล้าน

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในส่วนรายได้ท้องถิ่นกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศที่จะจัดเก็บรายได้ภาษีที่ดินฯได้น้อยลงกว่าเดิม 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งอาจส่งผลต่อวงเงินงบประมาณในการพัฒนาสาธารณูปโภค สาธารณูปการสร้างความเจริญภายในท้องถิ่น ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกระจายอำนาจที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา อาทิ ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นขออนุมัติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งงบฯเงินอุดหนุนชดเชย เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับท้องถิ่น ขออนุมัติงบฯกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน รวมทั้งประสานงานไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ขอกันเงินที่ปรับลดงบฯหน่วยงานราชการบางส่วนมาชดเชย เป็นต้น

สบช่องปรับใช้ที่ดินเลี่ยงภาษี

ขณะเดียวกันได้รับแจ้งจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่า อปท.ในพื้นที่หลายจังหวัดโดยเฉพาะแถบปริมณฑล อาทิ สมุทปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี ฯลฯ เริ่มพบปรากฏการณ์ที่ดินรกร้างว่างเปล่าถูกไถปรับสภาพหน้าดินใหม่ ปลูกไม้ยืนต้นอย่างมะม่วง หรือไม้ผลอื่น ๆ มากขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ อปท.เพิ่งส่งเจ้าหน้าที่ลงสำรวจพบว่าเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า พร้อมแจ้งรายการข้อมูลบัญชีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้ผู้ถือครองทราบแล้ว โดยจะแจ้งประเมินภาษีเป็นที่ดินประเภทรกร้างว่างเปล่า อย่างไรก็ตาม ผู้ถือครองที่ดินขอยื่นอุทธรณ์กับคณะกรรมการอุทธรณ์ภาษีระดับจังหวัด โดยแจ้งว่าเป็นที่ดินทำการเกษตร เพราะจะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าที่ดินรกร้างว่างเปล่า อย่างไรก็ตาม กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นเศรษฐี กลุ่มธุรกิจ หรือกลุ่มทุน อาศัยช่วงรัฐขยายเวลายื่นชำระภาษี 4 เดือน ปรับเปลี่ยนสภาพที่ดินเพื่อเลี่ยงภาษี

คอนโดฯ 9 แสนยูนิตแจ็กพอต

ด้านความเคลื่อนไหวในการเตรียมการจัดเก็บภาษีที่ดินฯของ กทม. นายธรรมรัตน์ มุกมีค่า ผู้อำนวยการสำนักการคลัง กทม. เปิดเผยว่า ในส่วนของ กทม.จากฐานข้อมูลในมือ แยกเป็นที่ดิน 2.08 ล้านแปลง บ้านตามทะเบียนราษฎรราว 2.89 ล้านหลัง และคอนโดฯกว่า 3,000 อาคาร หรือประมาณ 900,000 ยูนิต ขณะนี้ได้ให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตส่งหนังสือแจ้งไปยังเจ้าของห้องชุดแต่ละคอนโดฯแล้ว กลุ่มแรกประมาณ 600,000 ยูนิตก่อน จากนั้นจะทยอยดำเนินการในช่วง 4 เดือนนับจากนี้ ก่อนทำการแจ้งประเมินภาษีและส่งแบบภาษีให้กับประชาชนที่เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในเดือน มิ.ย. 2563 ว่าจะต้องเสียภาษีเท่าไหร่ เพื่อให้ชำระในเดือน ส.ค. 2563

“เริ่มที่คอนโดฯก่อน เพราะมีข้อมูลที่กรมที่ดินส่งมาให้ น่าจะตรงกับข้อเท็จจริงที่สุด แต่ที่ผ่านมากรมที่ดินก็ไม่ได้อัพเดตข้อมูล เพราะมีการซื้อขายเปลี่ยนแปลงบางส่วน ต้องประชุมร่วมกับกรมที่ดินเพื่อให้ได้ข้อมูลที่อัพเดตที่สุด ดังนั้นช่วงนี้เป็นการเก็บรายละเอียด จากข้อโต้แย้งที่ประชาชนมาแจ้งในแต่ละเขต เช่น เป็นบ้านหลังหลัก บ้านหลังที่ 2 หลังที่ 3 หรือให้เช่า จะมีการเสียภาษีตามอัตราที่กำหนด อย่างเช่น บ้านหลังรอง จะเสียล้านละ 200-300 บาท/ปี แต่ถ้าให้เช่าจะคิดในอัตราประเภทพาณิชยกรรมล้านละ 3,000 บาท/ปี”

จ้องรีดภาษีปล่อยเช่า

อย่างไรก็ตาม ยากที่จะตรวจสอบว่าคอนโดฯแต่ละห้องปล่อยเช่าหรืออยู่อาศัยเอง ทาง กทม.ต้องเก็บข้อมูลตามที่ประชาชนโต้แย้งมา แต่ช่วงระหว่าง 4 เดือนนี้ อาจขอความร่วมมือจากนิติบุคคลของโครงการ ขอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปสุ่มตรวจห้องชุด หรืออาจหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถบังคับให้นิติบุคคลของโครงการส่งข้อมูลให้ กทม.ตรวจสอบต่อไป หากพบว่ามีการปล่อยเช่าจริงและมาแจ้งเท็จ จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ที่ผ่านมา กทม.เคยสุ่มตรวจไปบ้าง โดยดูจากประกาศให้เช่าทางเว็บไซต์ แต่หลังทำหนังสือแจ้งให้เจ้าของคอนโดฯมาตรวจสอบข้อมูลในแต่ละเขต พบว่าทำให้มีการโอนย้ายทะเบียนบ้านกันจำนวนมาก เพื่อให้ได้สิทธิยกเว้นบ้านหลังหลัก ไม่เกิน 50 ล้านบาท เนื่องจากประชาชนมีข้อกังวลว่าในกรณีถูกจัดเป็นประเภทอื่น ๆ หากไม่มาโต้แย้งจะต้องเสียภาษีประเภทพาณิชยกรรม 0.3% ต่อปี รายได้ไม่ถึงเป้า 1.4 หมื่นล้าน

“กทม.ตั้งเป้าว่าจะเก็บรายได้จากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มาทดแทนภาษีโรงเรือนและที่ดินกับภาษีบำรุงท้องที่ ประมาณ 14,000 ล้านบาท แต่จากปัญหาและมาตรการผ่อนปรนต่าง ๆ คาดว่าอาจจะไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ ส่วนจะได้เท่าไหร่น่าจะประเมินได้ในเดือน ก.พ.-มี.ค. 2563 หลังจากที่ประชาชนได้ทำการโต้แย้งสิทธิ์ต่าง ๆ เสร็จสิ้นแล้วหากเก็บไม่ถึงเป้าจะต้องหารายได้จากส่วนอื่นมาทดแทน เพราะจะขออุดหนุนจากรัฐคงไม่ได้ อาจจะปรับบริหารโครงการลงทุนใหม่ ลด เลิกบางโครงการ เป็นต้น”

แห่โอน-ย้ายทะเบียนบ้านอุตลุด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลัง กทม.มีหนังสือแจ้งให้เจ้าของห้องชุดหรือคอนโดฯไปตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่แต่ละเขต พบว่ามีมาติดต่อที่สำนักงานเขตประมาณ 400 คน/วัน และมีการโอนเข้า-ออกทะเบียนบ้านจำนวนมาก เช่น เขตวัฒนา มีการมาโอนย้ายทะเบียนบ้านประมาณ 100-200 ราย/วัน ขณะที่สำนักงานที่ดินก็มีประชาชนมาโอนกรรมสิทธิ์กันจำนวนมาก โดยต้องโอนให้เสร็จภายในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ ก่อนถึงกำหนดเวลา พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ ให้เริ่มจัดเก็บภาษีตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563

https://www.prachachat.net/property/news-403061

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 19th, 2019, 11:42 PM   #3148
Codename B
Detective
 
Codename B's Avatar
 
Join Date: Feb 2011
Posts: 8,980
Likes (Received): 16872

Quote:
bang chak office development

ปากซอยสุขุมวิท 62/1 ....ห่างจาก bts บางจาก 350 เมตร กลุ่มนายเลิศ เตรียมเจียดที่ดินบางส่วนจากหลายแปลงที่มี มาทำโปรเจคอาคารสำนักงาน 22ชั้น ใช้ชื่อcode name ว่า "bang chak office development"
#condoman
และห่างโครงการ พรีเมียมทาวน์โฮม HEART 62/1 เพียง 270 เมตร
**ตอนนี้ที่แปลงนายเลิศ ออฟฟิศ เป็นปั๊มป์ ptt**




Quote:
Life ladprao chatuchak

New project !!!!
"Life ladprao chatuchak" 39 ชั้น 402 ยูนิต 2 ไร่
ขึ้นที่สำนักงานขาย the saint เก่า เพราะ AP ซื้อที่ต่อมาจาก st.john
#condoman






Quote:
KLIEN THONGLOR

NEW PROJECT !!!!
KLIEN THONGLOR by grand unity
คอนโด 52 ชั้น (new high) 466 ยูนิต ที่จอด 86%
#condoman
ติด tops thonglor โฉมใหม่ ,ติด HQ
ขอบคุณข้อมูลจากคุณ warrin ครับ








Quote:
สยามปทุมวัน ทาวเวอร์

ทุบแบบมีระเบียบ ทุบแบบมีแบบแผน ทุบแบบปลอดภัย ทุบแบบมีเทคโนโลยี ....ต้องที่ site ทุบตึกเก่า honda pathumwan เตรียมขึ้นตึก สยามปทุมวัน ทาวเวอร์
#condoman
ค่อยๆแยกส่วนอาคารทีละชิ้น มาทุบเอาเหล็กที่ด้านล่าง






https://www.facebook.com/propholic20...k*F&tn-str=k*F
__________________
-Noblesse Oblige-

wwc234, Appleich, knrOctober liked this post

Last edited by Codename B; December 19th, 2019 at 11:47 PM.
Codename B no está en línea   Reply With Quote
Old December 25th, 2019, 01:30 PM   #3149
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

คลังกลับลำ เลิกรีดภาษีปล่อยเช่าคอนโด เก็บเงินเท่าที่อยู่อาศัย ชี้ไม่ต้องแห่ไปเขตแล้ว!

วันที่ 25 ธันวาคม 2562

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้หารือกับกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประเด็นเรื่องที่อยู่อาศัยและมีการปล่อยให้ผู้อื่นเช่าอยู่ ต้องเสียภาษีในรูปแบบไหนในทางปฏิบัติได้เป็นที่เรียบร้อย


นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การเก็บภาษีในส่วนที่อยู่อาศัย บ้าน คอนโดมิเนียม บ้านเช่า อพาร์ตเมนต์ นั้น เจตนารมณ์ ภาษีต้องการให้เกิดการจัดเก็บภาษีให้ง่าย และลดการใช้ดุลพินิจ โดยจะดูเรื่องทางกายภาพเป็นหลัก

ดังนั้น ที่อยู่อาศัยแต่ละประเภท รวมทั้ง คอนโดมิเนียม ปล่อยเช่า จะเก็บภาษีในอัตราแบบที่อยู่อาศัย ถึงแม้ว่าจะมีการปล่อยให้ผู้อื่นเช่าก็ตาม เพราะถือว่าการเช่านั้นเพื่ออยู่อาศัย จะให้เช่ากี่หลังก็ได้ก็เก็บในอัตราภาษีที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยหมด

อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการนำที่อยู่อาศัยไปดัดแปลงเป็นร้านอาหารต้องเสียภาษีอื่นที่อัตราสูงกว่าที่อยู่อาศัย หรือ กรณีห้องแถว ชั้นล่างทำเป็นค้าขาย ข้างบนที่อยู่อาศัยก็คิดภาษีตามพื้นที่การใช้ประโยชน์


สำหรับ กรณีโฮมสเตย์ โรงแรม ถือเป็นธุรกิจ เสียภาษีในอัตราธุรกิจ ถ้าเห็นว่าบ้านหลังนั้นทำธุรกิจในลักษณะโรงแรม หรือโฮสเทล จะต้องเสียในอัตราธุรกิจ คิดอัตราภาษีตามจริง ซึ่งหากถ้าท้องถิ่นเห็นว่าสิ่งปลูกสร้างถูกนำไปทำในลักษณะโฮสเทล ก็ต้องเสียภาษีในเชิงธุรกิจ โฮมสเตย์จัดเป็นโรงแรมมากกว่าที่อยู่อาศัย

นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คลังได้หารือกับกระทรวงมหาดไทยแล้ว โดยทฤษฎีการเก็บภาษี หลักการคือต้องสะดวก ประหยัดต้นทุนทั้งผู้เสียและผู้เก็บ ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เป็นไปตามหลักการของกฎหมาย ถ้าเป็นคอนโดเช่า จะเสียภาษีในอัตราที่อยู่อาศัย คิดแบบนี้มาตั้งแต่แรก จะมีการออกประกาศร่วมระหว่างคลังและมหาดไทยเป็นกฎหมายลูกประกาศลงในราชกิจนุเบกษาต่อไป

สำหรับที่ดินเกษตรกรรมในเมืองที่มีราคาแพง นำไปปลูกมะนาวทำได้ มีเกณฑ์กำหนดจำนวนต้นในการปลูกต่อไร่ ก็เสียภาษีที่ดินเพื่อการเกษตรได้

“สำหรับประชาชนที่ได้รับจดหมายจากเขต เพื่อให้ยืนยันการใช้ที่ดินเพื่อการอะไรนั้น ไม่ต้องมาแสดงตัว ไม่ต้องไปที่เขตแล้ว คนที่ได้รับใบแจ้งมา ก็ไม่ต้องทำอะไร กระทรวงการคลังได้หารือกับกระทรวงมหาดไทยเรื่องนี้แล้ว” นายประสงค์ กล่าว

นายประสงค์กล่าวว่า ขณะนี้มีบุคคลที่สามพยายามปั่นเรื่องนี้ออกมาเรื่อยๆ อยากให้ติดตามข่าวข้อเท็จจริง ลดความปั่นป่วน ให้ประชาชนมีความสุขรับปีใหม่ เพราะก่อนหน้านี้มีความเข้าใจในสังคมว่า การเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สำหรับที่อยู่อาศัยเสียล้านละ 200 บาท แต่หากนำไปปล่อยให้เช่าต่อ ต้องเสียภาษีแบบพาณิชย์ หรือล้านละ 3,000 บาท

https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_3258609
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 26th, 2019, 07:04 PM   #3150
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

ไม่โมฆะ! กทม.โต้คลังยันให้แจ้งสถานะซื้อคอนโดฯปฏิบัติตามแนวทางกฎหมายภาษีที่ดินทุกประการ

วันที่ 26 ธันวาคม 2562

ไม่โมฆะ! กทม.โต้คลังยันให้แจ้งสถานะซื้อคอนโดฯปฏิบัติตามแนวทางกฎหมายภาษีที่ดินทุกประการ
สำนักการคลัง กทม.แจง หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ข้อยุติเกี่ยวกับประเภทการใช้ประโยชน์เพื่ออยู่อาศัย พร้อมแจ้งแนวทางให้ กทม.ทราบแล้ว กทม.สามารถแก้ไขประกาศและบัญชีรายการได้ โดยประชาชนไม่ต้องยื่นคำร้องขอแก้ไข ณ เขตพื้นที่

นายธรรมรัตน์ มุกมีค่า ผู้อำนวยการสำนักการคลัง กทม. เปิดเผยถึงกรณีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมออกประกาศยกเว้นแจ้งประเภทที่อยู่อาศัย และให้จดหมายการแจ้งบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากกรุงเทพฯ ซึ่งส่งไปยังประชาชนเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเป็นโมฆะ นั้น

ไม่โมฆะ! กทม.โต้คลังยันให้แจ้งสถานะซื้อคอนโดฯปฏิบัติตามแนวทางกฎหมายภาษีที่ดินทุกประการ

ขอเรียนชี้แจงว่า กทม.ได้ปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดไว้ในคู่มือปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ซึ่งได้จัดทำโดย กลุ่มงานนโยบายการคลังและพัฒนารายได้ สำนักบริหารการคลังท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำหรับกรณีประกาศบัญชีรายการที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด ที่กมม.ได้ประกาศ พร้อมทั้งแจ้งบัญชีรายการไปยังเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่ละรายทราบนั้น

กทม.ได้ดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ ย่อมมีผลผูกพันตามกฎหมายและไม่เป็นโมฆะแต่อย่างไร โดยในส่วนของประเภทการใช้ประโยชน์ประเภทที่อยู่อาศัยที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ หากประชาชนตรวจสอบบัญชีรายการแล้วพบว่า ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง สามารถยื่นคำร้องขอแก้ไขบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสามารถดำเนินการได้ 2 แนวทาง


ดังนี้ 1.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจสอบพบว่าบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง ผู้บริหารท้องถิ่นมีอำนาจสั่งแก้ไขบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ ตามมาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562

2.ผู้เสียภาษีตรวจสอบรายการข้อมูลที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของตนเองแล้วเห็นว่าไม่ถูกต้อง เช่น ขนาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือลักษณะการใช้ประโยชน์ ไม่ตรงตามความเป็นจริง ให้ยื่นคำร้องต่อผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อขอแก้ไขบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และให้ผู้บริหารท้องถิ่นดำเนินการ ดังนี้

1.มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสำรวจดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง ให้เจ้าพนักงานสำรวจรายงานให้ผู้บริหารท้องถิ่นทราบ 2.เจ้าพนักงานสำรวจแก้ไขเพิ่มเติมบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 3.แจ้งผลการดำเนินการให้ผู้เสียภาษีทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องจากผู้เสียภาษี

หากกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยได้ข้อยุติเกี่ยวกับประเภทการใช้ประโยชน์เพื่ออยู่อาศัย โดยเวียนแจ้งแนวทางปฏิบัติให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (รวมถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ) กทม.สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ในการแก้ไขประกาศและบัญชีรายการที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และห้องชุดได้ โดยประชาชนไม่ต้องยื่นคำร้องขอแก้ไข ณ สำนักงานเขต

ผู้อำนวยการสำนักการคลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้ดำเนินจัดส่งแบบแจ้งรายการห้องชุด (ภ.ด.ส.4) ไปยังเจ้าของห้องชุดในพื้นที่กรุงเทพฯแล้ว ขอให้เจ้าของห้องชุดที่ได้รับเอกสารแจ้งข้อมูลรายการห้องชุด ตรวจสอบข้อมูล เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ ชื่ออาคารชุด เลขที่ห้อง พื้นที่ และลักษณะการใช้ประโยชน์ เป็นต้น

หากพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง ขอให้เจ้าของห้องชุดยื่นคำร้องขอแก้ไขแบบรายการให้ถูกต้อง โดยสามารถติดต่อด้วยตนเองที่ฝ่ายรายได้ สำนักงานเขตพื้นที่ที่ห้องชุดนั้นตั้งอยู่ หรือหากไม่สะดวกมาติดต่อที่สำนักงานเขต สามารถสแกนคิวอาร์โค้ด (QR code) ด้านหลังซองจดหมายเพื่อทำการขอแก้ไขบัญชีรายการห้องชุด (ภ.ด.ส.4) อนึ่ง QR code ที่อยู่ด้านหลังของจดหมาย

จะไม่สามารถใช้ทำการแก้ไขบัญชีรายการข้ามเขตได้ หมายถึง หากบุคคลใดมีห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมมากกว่า 1 ห้องและอยู่ในหลายพื้นที่เขต ต้องใช้ QR code ของจดหมายเขตนั้นๆ ในการยื่นแก้ไขบัญชีรายการ หรือสามารถจัดส่งแบบคำร้องขอแก้ไขทางไปรษณีย์ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่ที่ห้องชุดนั้นตั้งอยู่

ทั้งนี้ การขอแก้ไขขอให้จัดส่งเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน เช่น สำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด สำเนาทะเบียนบ้าน เป็นต้น ตั้งแต่บัดนี้ถึงสิ้นเดือนมี.ค.63

ผู้อำนวยการสำนักการคลัง กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนดำเนินการเกี่ยวกับการสำรวจที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และห้องชุดในเขตกรุงเทพมหานคร และการจัดทำประกาศบัญชีรายการที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด พร้อมทั้งจัดส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียภาษีแต่ละรายทราบนั้น ที่ผ่านมา

กทม.มีขั้นตอนดำเนินการ ดังนี้ 1. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มีคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ 2146/2562 ลงวันที่ 2 ก.ย.62 เรื่อง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยภาษีดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยได้แต่งตั้งพนักงานสำรวจ พนักงานประเมิน และพนักงานเก็บภาษี ตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562

2. ได้ประกาศกำหนดระยะเวลาในการสำรวจที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด ในเขตกรุงเทพฯตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย.62 เป็นต้นไป ตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562

3. ภายหลังจากพนักงานสำรวจได้ดำเนินการสำรวจที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และห้องชุดแล้วเสร็จ กทม.ได้จัดทำบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ภ.ด.ส.3) และห้องชุด (ภ.ด.ส.4) พร้อมทั้งจัดส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียภาษีแต่ละรายทราบ ตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562

4. กทม.โดยสำนักการคลัง ได้จัดให้มีการสัมมนาเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกับเจ้าหน้าที่กองรายได้ สำนักการคลัง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ทุกสำนักงานเขต โดยแบ่งการสัมมนาออกเป็น 3 รุ่น ๆ ละ 200 คน ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และผู้แทนกรมธนารักษ์ มาถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการ ตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562

ซึ่งผู้แทนกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นได้ตอบข้อซักถามในที่ประชุมเกี่ยวกับการพิจารณาประเภทการใช้ประโยชน์ของเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดหลายห้องว่าควรเป็นประเภทใด และผู้แทนกรมส่งเสริมฯ ได้ตอบข้อซักถามโดยให้เหตุผลว่า เพื่อประโยชน์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีดังกล่าวเห็นควรกำหนดเป็นประเภทอื่นๆ ไปก่อน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบแล้ว นำเอกสารหลักฐานมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอแก้ไขบัญชีรายการที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ใช้เป็นแนวทางและถือปฏิบัติ

https://www.prachachat.net/property/news-405671
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 28th, 2019, 07:43 PM   #3151
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

ห้างหรู-โรงแรมดัง แจ๊กพอต ภาระภาษีที่ดินลดฮวบ 50%

ห้างหรู-โรงแรมดัง 4.5 หมื่นห้องทั่วกรุงอู้ฟู่ รายได้พุ่ง กลับเสียภาษีที่ดินลดลง 50% หวยออกตึก แถว คอนโดฯปล่อยเช่า ต่างชาติ คนจีนซื้อ ห้องชุดในไทยโดนกราวรูด

การนำภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบังคับใช้แทนภาษีโรงเรือนแม้จะเรียกเก็บรายได้แบบละเอียดยิบย่อย แต่ในทางปฏิบัติกลับมีเสียงโอดครวญจากท้องถิ่นโดยเฉพาะกรุงเทพ มหานคร ที่ระบุภาษีใหม่ จะฉุดรั้งให้การจัดเก็บรายได้ลดลงไม่ตํ่ากว่า 50% ทั้งนี้ รายได้แต่ละปีเฉลี่ยกว่า 40,000 ล้านบาท แต่เมื่อใช้กฎหมายใหม่รายได้จะลดลงเหลือ 20,000 ล้านบาท ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่ของกทม. มาจากห้างสรรพสินค้า โรงแรม จากเดิม เสียภาษี 12.5% คำนวณจากค่าเช่า แต่ปัจจุบันคำนวณตามขนาดพื้นที่คูณด้วยราคาประเมิน ในอัตราเชิงพาณิชย์ตํ่าสุด 0.3% (มูลค่าไม่เกิน 50 ล้าน)

สำหรับสัดส่วนพื้นที่ค้าปลีกช่วงไตรมาส 3 ของปี 2562 ในเขตกทม. จากข้อมูลอ้างอิงของบริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด หรือซีบีอาร์อีมีจำนวน 7.8 ล้านตารางเมตร ขณะโรงแรม มีจำนวน 4.5 หมื่นห้อง และอยู่ระหว่างก่อสร้างเปิดให้บริการ
ในอีก 3 ปีข้างหน้ากว่า 1,600 ห้อง ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมระดับลักชัวรี ซึ่งถือว่าเป็นตัวที่สูงขึ้นแต่การจัดเก็บรายได้นับจากนี้จะสวนทางกัน

ดังนั้น หวยจึงมาออกที่ตึกแถวอาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียมหลังที่ 2 คอนโดมิเนียมเพื่อลงทุนให้เช่า ซึ่งมีเกิดขึ้นมากมายในเมือง แนวเส้นทางรถไฟฟ้าและหัวเมืองใหญ่ อีกทั้ง คอนโดฯ ที่ชาวต่างชาติ อย่างจีน ฮ่องกง ซื้อไว้เพื่อเป็นบ้านหลังที่ 2 และลงทุนให้เช่าที่ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ เหมือนกับคนไทย

แหล่งข่าวจากสำนักงานเขตจตุจักร ยอมรับว่า เมื่อภาษีที่ดินบังคับใช้ รายได้จากการจัดเก็บภาษีจากห้างสรรพสินค้า โรงแรม ซึ่งเป็นรายได้หลักจะลดลง 50% สมมติว่า เคยเก็บภาษีจากห้างสรรพสินค้าดังแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน รายได้ปีละ 10 ล้านบาท แต่เมื่อใช้ภาษีที่ดิน ห้างแห่งนี้จะเสียภาษีเพียง 5 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายลดลง 50% ขณะรายได้จากการประกอบกิจการเพิ่มสูงขึ้น แต่กลุ่มที่เสียภาษีมากขึ้นจะเป็น ตึกแถว เปิดค้าขายโชวห่วยและคอนโดมิเนียมปล่อยเช่าแบบหลบเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยที่มีเจตนาปล่อยเช่าให้กับคนต่างชาติ ทั้งรายวัน รายเดือน รายปี ทำเลใจกลางเมือง แนวเส้นทางรถไฟฟ้าราคาต่อตารางเมตร 1 แสนบาทอัพขึ้นไป ซึ่งมูลค่า 1 ล้านบาท เสียภาษีประเภทอื่นๆ (พาณิชย์-ห้องว่าง) 0.3% หรือ 3,000 บาทต่อปี อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่ติดต่อยืนยันประเภทคอนโดมิเนียมหลายรายแจ้งกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นแบบตรงไปตรงมา ว่า ต้องการซื้อห้องเพื่อให้ชาวต่างชาติเช่า ซึ่งค่าเช่าต่อเดือนมากกว่า 10,000-20,000 บาท หากทั้งปีรายได้ 1.2-2.4 แสนบาท แม้จะมีภาระเพิ่ม แต่เชื่อว่าเจ้าของห้องเช่า จะยอมเสียภาษี

เช่นเดียวกับสำนักงานเขตห้วยขวาง ที่ยอมรับว่า การจัดเก็บภาษีลดลงแน่นอน แต่จะเรียกเก็บรายได้ทดแทนจาก
กลุ่มนักลงทุนซื้อคอนโดฯหลายหลังเพื่อปล่อยเช่า ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก เพราะเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ออกมาเพื่อสกัดนักเก็งกำไร และกลุ่มคนต่างชาติที่ซื้อคอนโด มิเนียมในไทยสำหรับคอนโดฯ ตามเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส
สายสีเขียว และเอ็มอาร์ทีสายสีนํ้าเงิน จะมีคนจีนซื้อทั้งใช้เป็นบ้านหลังที่ 2 และเพื่อลงทุนปล่อยเช่า ไม่สามารถหลบเลี่ยงภาษีที่ดินได้ ซึ่งส่วนใหญ่ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3-5 ล้านบาทขึ้นไป โดยการเรียกเก็บภาษีผ่านโบรกเกอร์ และการตรวจสอบจากสำนักงานที่ดิน ณ ที่ตั้งโครงการ

ทั้งนี้ นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บจก.โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ บริษัทประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน ระบุว่า ต่างชาติที่ซื้อคอนโดฯในไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนจะถูกเรียกเก็บภาษีที่ดินทดแทน กลุ่มห้างสรรพสินค้า โรงแรม ซึ่งทำเลที่ได้รับความสนใจอยู่แนวรถไฟฟ้าในเมือง เช่น รัชดาฯ, สุขุมวิท ขนาดห้องประมาณ 50-60 ตารางเมตร ราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป เมื่อดูตัวเลขทั้งที่โอนเงินผ่านระบบ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกลุ่มคนจีนที่ทำงานในไทยและซื้อคอนโดฯ เพื่ออยู่อาศัยและลงทุนโดยตรง มีมากถึง 2 แสนล้านบาท

คนต่างชาติ ซื้อคอนโดฯ ในไทย ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ เพราะอยู่ในข่ายบ้านหลังที่ 2 ซื้อเพื่อลงทุน หากไม่ชำระภาษี กฎหมายให้อำนาจยึดทรัพย์ และเชื่อว่า ภาษีที่ดินที่ออกมาค่าใช้จ่ายเล็กน้อยมากสำหรับพวกเขา

ด้านไนท์แฟรงค์ ประเทศ ไทยสะท้อนว่า ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ให้ใช้อัตราภาษี 0.3% มูลค่าเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 200 ล้านบาท ให้ใช้อัตราภาษี 0.4% มูลค่าเกิน 200 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ให้ใช้อัตราภาษี 0.5% มูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5,000 ล้านบาท ให้ใช้อัตราภาษี 0.6% มูลค่าเกิน 5,000 ล้านบาทขึ้นไป ให้ใช้อัตราภาษี 0.7%

ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่รกร้างว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ คิดอัตราภาษีเริ่มต้นที่ 0.3% และเก็บเพิ่ม 0.3% ทุกๆ 3 ปี

อย่างไรก็ตาม การประเมินภาษีตามโครงสร้างใหม่นั้น เจ้าของอาคารตึกแถวหรือบ้านที่ถูกนำมาเปิดร้านค้า ร้านข้าว ร้านอาหาร ตลาดสดในเมือง หรือแม่ค้าร้านค้าโชวห่วยเล็กๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านที่มีราคาที่ดินแพง
อย่าง สีลม ชิดลม สุขุมวิท ฯลฯ จะถูกประเมินว่าเป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่เพื่ออยู่อาศัยและต้องเสียภาษีในอัตรา 0.3% และสูงสุดไม่เกิน 0.7% ทันที

28/12/2562 https://www.thansettakij.com/content/property/417460
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 15th, 2020, 06:39 PM   #3152
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

ธนิยะ พลาซา รีโนเวทครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปี เติมสีสันและไลฟ์สไตล์ใหม่ให้ถนนสีลม

ข่าวเศรษฐกิจ 15 มกราคม พ.ศ. 2563

"ธนิยะ กรุ๊ป" ผู้นำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แถวหน้าของเมืองไทย เตรียมทุ่มงบกว่า 1,000 ล้านบาท ปรับโฉม "ธนิยะ พลาซา" อย่างยิ่งใหญ่ในรอบ 30 ปี ทั้งภายนอก ภายใน และถนนธนิยะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "The Future of Thaniya" เติมสีสันใหม่ตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์คแห่งถนนสีลม คงจุดขาย กอล์ฟเซ็นเตอร์ครบวงจร เติมแมกเนทร้านค้าและรีเทลด้านไลฟ์สไตล์ พร้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียว ขานรับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ของคนสีลมและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ คิกออฟรีโนเวทเฟสแรก เมษายนนี้ เสร็จสมบูรณ์ต้นปี 64 แต่ยังเปิดให้บริการตามปกติ

ธนิยะ พลาซา รีโนเวทครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปี เติมสีสันและไลฟ์สไตล์ใหม่ให้ถนนสีลม

นายแพทย์ทัศนวัต สมบุญธรรม กรรมการบริหาร ธนิยะ กรุ๊ป กล่าวว่า "ธนิยะ พลาซา เปิดให้บริการมายาวนานกว่า 30 ปี โดยเริ่มจากการพัฒนาที่ดินว่างเปล่า บนถนนสีลม ให้เป็นอาคารสำนักงาน และศูนย์การค้า เป็นอาคารสองหลังที่เชื่อมต่อกัน และเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศาลาแดง และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสีลม ธนิยะ กรุ๊ป ได้ริเริ่มนำเอาคอนเซ็ปต์ มิกซ์ยูส มาใช้เป็นรายแรกๆ ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการเพิ่มโซน รีเทล โพเดียม ชั้น 1 - 4 ที่เรียกเคยว่า ตึกหน้า (อาคารธนิยะ บีทีเอส วิง) และตึกใหญ่ (อาคารธนิยะ พลาซา) เพื่อให้เป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้าและบริการต่างๆ โดยกว่า 80% เป็นกลุ่มร้านค้าที่จำหน่ายอุปกรณ์กอล์ฟแบบครบวงจร ซึ่งจัดได้ว่าเป็น Golf Center ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะกล่าวได้ว่า กอล์ฟ เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงมาอย่างต่อเนื่อง และอีก 20% เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มผู้เช่าชาวญี่ปุ่นและผู้ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นในพื้นที่ใกล้เคียง และร้านจำหน่ายสินค้าประเภทต่างๆ เช่น ร้านขายอุปกรณ์กล้องฟิล์มที่หาได้ยากแล้วในปัจจุบัน


โดยตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ธนิยะ พลาซา ถือว่าประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในกลุ่มนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จนกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งหนึ่งบนถนน สีลม

เพื่อตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์คของถนนสีลม และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ของผู้บริโภคในอนาคต รวมถึงนโยบายของกรุงเทพมหานครและกลุ่มภาคีเครือข่ายภาคเอกชนย่านสีลม ที่ต้องการพัฒนาถนนสีลมให้มีความสะอาด สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัย มีความเจริญและทันสมัย ธนิยะ กรุ๊ป จึงพร้อมเป็นผู้นำในการริเริ่มการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของสีลม ด้วยการทุ่มงบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อรีโนเวท ธนิยะ พลาซา โซน Retail นี้ให้กลายเป็น "ไลฟ์สไตล์มอลล์" แห่งอนาคตที่เติมเต็มทุกความต้องการของลูกค้า และผสานให้อาคารทั้งสองให้กลายเป็นหนึ่งเดียวมากขึ้น ภายใต้ชื่อโครงการ ธนิยะ พลาซา (Thaiya Plaza) กับแนวคิด "The Future of Thaniya" ชูรูปแบบความทันสมัยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ยังมีการนำข้อมูลจากผลสำรวจ สิ่งที่อยากเห็นบนถนนสีลม ของประชาชนสีลมว่าต้องการพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น มาพัฒนาเป็นการออกแบบพื้นที่ในแบบ Modern and Green Design มีพื้นที่ Retail ทั้งหมด 4 ชั้น รวม 12,000 ตร.ม. แบ่งเป็น อาคาร A (Atrium) พื้นที่รวม 8,500 ตร.ม (บนถนนธนิยะ) และ อาคาร B (BTS) ติดถนนสีลม ขนาดพื้นที่รวม 3,500 ตร.ม. มีสะพานเดินเชื่อมถึงกันอย่างต่อเนื่อง ระหว่างอาคาร A และ B ในชั้น 3 และ ชั้น 4 ส่วนในชั้น G จะมีการจัดภูมิทัศน์ให้ร่มรื่น สวยงาม และเชื่อมต่อกัน

โซนร้านค้าอาคาร A ชั้น 1 - 2 ออกแบบให้เป็นโซน Golf Center เพื่อเป็นศูนย์รวมอุปกรณ์กอล์ฟและสปอร์ต ที่มีไฮไลท์เป็นห้องทดสอบอุปกรณ์กอล์ฟ (Golf Simulator) ขนาดใหญ่ รวมถึงอุปกรณ์กอล์ฟแบรนด์ชั้นนำระดับไฮเอน บริเวณพื้นที่ ชั้น 3 จะเป็น Lifestyle Shop แหล่งรวมร้านค้าและบริการตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล อาทิ คลินิกเสริมความงามและทันตกรรม บิวตี้สโตร์ ฯลฯ เป็นต้น ในโซนชั้น 4 จะเป็นโซน Food Hub รวบรวมร้านอาหารแบรนด์ดัง และร้านอาหารขึ้นชื่อของเมืองไทยหลากหลายสไตล์มาอยู่ในชั้นเดียวกัน ในส่วนของอาคาร B ซึ่งติดกับถนนสีลม และเชื่อมต่อกับสถานีบีทีเอสศาลาแดง แพลนว่าจะเปิดให้เป็น Flagship Store ของแบรนด์ชั้นนำ และร้านที่ให้บริการเพิ่มเติมอีกมากมาย

ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มผู้เช่ารายเดิมและกลุ่มผู้เช่าใหม่ให้การตอบรับมาร่วมเปิดให้บริการแล้ว อาทิ Mizuno, Kasco, Bridgestone Golf, Titleist, Callaway, PING, Adidas เป็นต้น อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้เจรจากับแบรนด์ดัง เพื่อมาเปิดให้บริการเพิ่มเติมอีกมากมาย ส่วนถนนธนิยะซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลในการดูแลของธนิยะ กรุ๊ป จะถูกปรับปรุงใหม่ด้วยเช่นกัน ให้กลายเป็นถนนสีเขียวและเพิ่มพื้นที่เพื่อการจัดกิจกรรมกลางแจ้ง (Outdoor Event) ในวันหยุดสุดสัปดาห์

แผนการดำเนินการรีโนเวท แบ่งออกเป็น 2 เฟส เฟสแรกจะเริ่มจากอาคาร A (Atrium) เริ่มต้นเดือนเมษายนไปจนถึงเดือนธันวาคมปี 2563 เฟสสอง รีโนเวทอาคาร B (BTS) คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งสองอาคารในไตรมาสแรกของปี 2564 ร้านค้าส่วนใหญ่จะถูกย้ายไปให้บริการชั่วคราวในอาคารที่ยังไม่ได้รีโนเวท เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับประกอบการค้าขายได้อย่างต่อเนื่อง

นายแพทย์ทัศนวัต ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า "ภายหลังจากการรีโนเวทเสร็จสมบูรณ์แล้ว ธนิยะ พลาซา โฉมใหม่ จะตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์คแห่งถนนสีลม พร้อมเติมเต็มทุกความต้องการของคนในพื้นที่สีลม คนกรุง กลุ่มนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว กลุ่มคนรักกอลฟ์ ที่มีไลฟ์สไตล์ต่างกันได้มาแชร์พื้นที่ความสุขแห่งนี้ร่วมกัน "ธนิยะกรุ๊ป" เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ธนิยะ พลาซา จะเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการทั้งด้านทราฟฟิคและโลเคชั่นที่เป็นศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพมหานคร ส่วนรูปแบบการให้บริการเช่าพื้นที่สำหรับผู้ประกอบการ บริษัทฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดรับกับการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน"

https://www.ryt9.com/s/prg/3085669
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Tags
condo, highrise, property, property investors, proposal, thailand

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 01:59 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2020, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us