PHUKET ISLAND " The Paradise of Andaman " - Page 130 - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old October 29th, 2018, 08:36 PM   #2581
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,369
Likes (Received): 5860

เซ็นทรัลแตกแบรนด์ใหม่ ‘ปอร์โต เดอ ภูเก็ต’ ทุ่มพันล้านปักธงภูเก็ต

วันที่ 29 October 2018 - 13:25 น.

ผู้สื่อข่าว’ประชาชาติธุรกิจ’ รายงานว่า กลุ่มเซ็นทรัลเปิดศูนย์การค้ารูปแบบใหม่ ที่ฉีกทุกกฏเกณฑ์เดิมๆบนพื้นที่กว่า 40,000 ตร.ม. ภายใต้แบรนด์ ‘ปอร์โต เดอ ภูเก็ต” (Porto de Phuket) ด้วยงบลงทุน 1,000 ล้านบาท เพื่อศูนย์การค้ารูปแบบใหม่แห่งแรกและแห่งเดียวที่ผสมผสานดีไซน์ ไลฟ์สไตล์และพื้นที่ธรรมชาติอย่างลงตัว ด้วยพื้นที่สีเขียวคิดเป็น 2 ใน 3

ทำเลของโครงการตั้งอยู่ใกล้ “ลากูน่า ภูเก็ต” แหล่งที่พักอาศัยระดับไฮเอนท์อันดับ 1 ของจังหวัดภูเก็ต ด้วยชู 7 จุดเด่น ตอบสนองทุกรูปแบบการใช้ชีวิตของคนทุกเพศ ทุกวัย ด้วยร้านอาหารชื่อดังจากทั้งในและต่างประเทศ, มัลติดีไซน์ เฮ้าส์ สนามเด็กเล่น, บิวตี้สปา, และพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง

เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวสไตล์ FIT (Free and Independent Traveler) , นักท่องเที่ยวจากชาติตะวันตกที่มีกำลังซื้อสูง (Western High Spenders) และประชากรที่อาศัยอยู่บริเวณศูนย์การค้าปอร์โต เดอ ภูเก็ต คาดยอดเงินสะพัดกว่า 4,500 ล้านบาท ต่อปี

https://www.prachachat.net/marketing/news-241525

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old January 11th, 2019, 07:47 PM   #2582
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,369
Likes (Received): 5860

แจ้งจับชาวบ้าน แห่ขนเบียร์ 8 หมื่นกระป๋อง กว่า 2 ล้านบาท หลังรถคว่ำเทกระจาดหน้าเซเว่น

วันที่ 11 มกราคม 2562 - 16:43 น.

จากกรณีเฟซบุ๊กเพจ “เหยี่ยวข่าว ภูเก็ต” ได้โพสต์คลิปจากสมาชิกเฟซบุ๊ก “มานะ สมบัติ” เป็นเหตุการณ์รถบรรทุกเบียร์แหกโค้งเสียหลักเฉี่ยวชนร้านค้าแล้วพลิกคว่ำ เทกระจาดเบียร์กระป๋องนับพันแพ็คเกลื่อนเต็มถนน บริเวณหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ปากซอยกิ่งแก้ว ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ปรากฎว่าได้มีชาวบ้านแห่ไปขนเบียร์กลับบ้านกันเป็นจำนวนมาก ทั้งที่มีคนตะโกนห้ามกลับไม่มีใครสนใจ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว รถบรรทุกเบียร์ คว่ำหน้าเซเว่นฯ ชาวบ้านแห่หอบเบียร์กระป๋องเป็นแพ็คๆกลับบ้าน


ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 11 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบภาพดังกล่าวทราบว่า รถเทรลเลอร์บรรทุกสินค้าของบริษัทศิริมงคล โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งมี นายสมพร พริ้มจรัส อายุ 58 ปี เป็นคนขับได้บรรทุกเบียร์กระป๋อง กว่า 3,600 แพ็ก หรือประมาณ 86,400 กระป๋อง เพื่อมาส่งให้กับบริษัทภูเก็ต สิวลี จำกัด ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 1 กม. โดยได้เกิดอุบัติเหตุเสียหลักขณะเข้าโค้ง ในช่วงเวลาประมาณ 05.20 น.ที่ผ่านมา จนถาดเบียร์ตกเกลื่อนถนน มีรถซาเล้งซึ่งจอดอยู่ริมถนนได้รับความเสียหาย 3 คัน รวมถึงป้ายต่างๆ ก่อนที่ในช่วงเช้าจะมีประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวมาเก็บ ถึงแม้จะมีบางส่วนห้ามปรามแต่ก็ยังมีการเก็บนำกลับบ้าน

จากการสอบถาม นางบังอร รัตนไพนิล อายุ 52 ปี เจ้าของร้านส้มตำไก่ย่าง ซึ่งอยู่ข้างร้านสะดวกซื้อ กล่าวว่า ตนไม่เห็นเหตุการณ์เพราะเดินทางมาในเวลา 08.00น.แล้วแต่ทราบว่า เกิดเหตุตั้งแต่เวลาประมาณ ตี 5 และตอนที่เดินทางมาถึงก็มีเพียงขยะที่กระจุยกระจาย ทั้งนี้ทรัพย์สินของตนก็ได้รับความเสียหายเล็กน้อย เป็นป้ายไวนิลโฆษณาเล็กๆ ของร้าน ส่วนเรื่องที่หลังเกิดเหตุมีการขนเบียร์ไปนั้น ตนไม่ขอแสดงความเห็นเนื่องจากไม่เห็นเหตุการณ์แต่คิดว่าไม่ควรทำ

ด้าน พ.ต.อ.สมพงษ์ ทิพย์อาภากุล ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวแยกเป็น 2 ส่วน คืออุบัติเหตุและลักทรัพย์ คดีอุบัติเหตุนั้นพนักงานสอบสวนคดีจราจรก็จะต้องสอบสวนความผิดตามกฏหมายเนื่องจากมีความเสียหายต่อทรัพย์สินคือรถซาเล้งของร้านค้า 3 คันที่เสียหาย อีกส่วนคือกลุ่มผู้ที่ไปเก็บกระป๋องเครื่องดื่ม ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องรอให้ผู้เสียหายเป็นบริษัทขนส่งมาแจ้งความดำเนินคดี หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนสืบสวน ซึ่งเป็นคดีที่ไม่ยากมีคลิปมีภาพมากพอสมควร


หากผู้ที่เอาไปประสงค์จะเอามาคืนก็ยังมีความผิดเนื่องจากเป็นความผิดสำเร็จ แต่อาจจะเป็นข้อลดหย่อนความผิดในชั้นศาลได้ ทั้งนี้อยากฝากถึงพี่น้องประชาชนกรณีเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่ควรไปเก็บทรัพย์สินเนื่องจากมีความผิดฐานลักทรัพย์ แต่หากเป็นกรณีที่เจ้าของมอบให้ หรือช่วยเก็บทรัพย์สินแล้วเขามอบให้เป็นน้ำใจนั้นจะดีกว่า แต่ไม่ควรเก็บไปโดยวิสาสะ

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจของบริษัท ศิริมงคล โลจิสติกส์ จำกัด และ นายสมพร คนขับเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สมพงษ์ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ภิญโญเทพประทาน สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา “ลักทรัพย์”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

นายสมพร กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.20 น.ได้ขับรถมาด้วยความเร็วประมาณ 40 กม./ ชม.ตามปกติ เมื่อมาถึงจุดดังกล่าว เป็นทางโค้ง ได้ชะลอความเร็วแต่ของบนรถได้เทน้ำหนักจนเชือกขาดและร่วงลงบนพื้น หลังเกิดเหตุได้พยายามห้ามปรามผู้คนไม่ให้เก็บกระป๋องเบียร์แต่ไม่มีใครสนใจจึงได้แต่ยืนดู ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้ง่วงหรือหลับใน เนื่องจากได้พักนอนหลับที่ จ.พังงา มาแล้ว

อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวเลขความเสียหายนั้น เบื้องต้นพบว่าบรรทุกทั้งหมด 3,600 แพ็ก หรือประมาณ 86,400 กระป๋อง เทกระจาดลงจากรถกว่า 3,300 ถาด หรือประมาณ 79,200 กระป๋อง เหลือบนรถ 300 ถาด หรือประมาณ 7,200 กระป๋อง แต่หลังจากที่มีประชาชนมาเก็บที่ตกหล่น และบางส่วนยังเก็บส่วนที่อยู่บนรถไปอีก ทำให้เหลืออยู่ประมาณ 200 กว่าถาด ประมาณ 4,800 กระป๋อง รวมสูญหายไปทั้งหมด 3,400 แพ็กหรือประมาณ 81,600 กระป๋อง รวมความเสียหายเบื้องต้นกว่า 2 ล้านบาท

https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_2074178
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 11th, 2019, 07:48 PM   #2583
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,369
Likes (Received): 5860

รฟม.เตรียมเปิดประมูล รถรางภูเก็ต 3 หมื่นล้าน! เคาะค่าโดยสารสูงสุด 137 บาท

วันที่ 11 มกราคม 2562 - 17:25 น.

นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยภายหลังเปิดงานสัมมนาการทดสอบความสนใจของภาคเอกช โครงการรถไฟฟ้ารางเบา(แทรม) ภูเก็ตวานนี้ (11ม.ค.) ว่ารัฐบาลเร่งรัดให้ รฟม.ดำเนินโครงการรถแทรมภูเก็ต เพื่อสนับสนุนและรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน โดยจะดำเนินการเฟส 1 ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต-ห้าแยกฉลองก่อน วงเงินลงทุน 34,827 ล้านบาท ระยะทาง 41.7กม

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างปรับแบบแนวเส้นทางร่วมกับกรมทางหลวง(ทล.)ซึ่งเป็นเจ้าของถนนเกาะกลาง เพื่อไม่ให้ส่งผลกับการจราจรบนถนนเพราะบางส่วนมีการใช้รางบนถนนร่วมกับรถยนต์ เบื้องต้นจะ รฟม.อาจจะปรับเส้นทางบนดิน ให้เป็นอุโมงค์ใต้ดิน เพิ่มอีก 2 จุดเพื่อรถผลกระทบจราจรบริเวณสี่แยกและจุดกลับรถบนถนนของกรมทางหลวง ส่งผลทำให้งบลงทุนเพิ่มขึ้น จากเดิมอีก1,000-1,600ล้านบาท ซึ่งจะทำให้วงเงินลงทุนภาพรวมเพิ่มขึ้นเป็น 35,821-36,427 ล้านบาท



นายธีรพันธ์ กล่าวถึงรูปแบบลงทุนว่าจะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐในรูปแบบพีพีพี สัมปทานระยะ 30 ปี โดยรัฐจะสนับสนุนค่างานโยธาและการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน รวมทั้งสิ้นประมาณ 19,318 ล้านบาท โดยเอกชนจะต้องรับภาระค่างานระบบรถไฟฟ้า จัดหาขบวนรถ และบริหารโครงการเอง คาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุน เนื่องจากมีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ(อีไออาร์อาร์)อยู่ที่ 12.5% คาดว่าจะนำเสนอโครงการให้ คณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติโครงการได้ช่วงกลางปีนี้ เปิดประมูลช่วงไตรมาส3ปีนี้ เริ่มก่อสร้างกลางปี 2563และเปิดให้บริการในปี 2566”

สำหรับค่าโดยสารนั้นจะจัดเก็บตามระยะทางและมีค่าแรกเข้า จากการศึกษาคาดว่าค่าโดยสารสูงสุดตลอดระยะทางจะอยู่ที่ 100-137บาท/คน/เที่ยว ระยะทางรวม 42 กม. ใช้ระยะเวลาในการเดินทางรวมประมาณ 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ภายหลังการเปิดให้บริการในปีแรกคาดว่าจะมีปริมาณผู้โดยสาร(ไป-กลับ)รวมประมาณ 33,190 คน /วัน คิดเป็นรายได้รวม 165 ล้านบาท และจะเพิ่มเป็นประมาณ120,420 คน/วัน ในปี 2596 โดยคาดว่าจะมีรายได้จากการเดินรถตลอดอายุสัมปทาน 30 ปี เท่ากับ 74,576ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีนักลงทุนสนใจเข้าร่วมลงทุน จำนวนมาก ทั้งนักลงทุนต่างประเทศและนักลงทุนไทย อาทิ ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น เยอรมันนี จีน ส่วนนักลงทุนไทยได้แก่กลุ่ม บีทีเอส, บีอีเอ็ม รวมทั้งบริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่เช่น กลุ่ม ช การช่าง ,อิตาเลียนไทย รวมถึงบริษัทท้องถิ่นคือบริษัทภูเก็ตพัฒนาเมืองจำกัดเป็นต้น

สำหรับแนวเส้นทางจะเริ่มจากสถานีท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตเป็นโครงสร้างยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 4031 จากนั้นลดระดับสู่ระดับดิน เพื่อเข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ต โดยจะมีแนวเสน้ทางลอดใต้ดิน5จุด บริเวณถนนที่เป็น4แยก หรือจุดกลับรถเพื่อลดปัญหาจราจร ผ่านเทศบาลเมืองภูเก็ต ข้ามสะพานเทพศรีสินธุ์ เข้าสู่ถนนเจ้าฟ้าตะวันออก และไปสิ้นสุดที่ห้าแยกท่าฉลอง มีสถานีรวมทั้งสิ้น 21 แห่ง

นายธีรพันธ์ กล่าวความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าเชียงใหม่ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจ้างที่ปรึกษาศึกษาออกแบบรายละเอียดคาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปี 2563 ส่วนรถไฟฟ้าโคราชภายใน 3 เดือน จะได้ตัวที่ปรึกษาศึกษาออกแบบ ส่วนรถไฟฟ้าพิษณุโลกคาดว่า จะเสนอให้ที่ประชุมบอร์ดรฟม. ในวันที่ 25ม.ค. พิจารณาอนุมัติให้ รฟม. มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินโครงการรถไฟฟ้า

https://www.khaosod.co.th/economics/news_2074410
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 17th, 2019, 06:52 AM   #2584
Oasis-Bangkok
From Zero to Hero !!
 
Oasis-Bangkok's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Location: Bangkok
Posts: 19,011
Likes (Received): 66102

Karon Beach, Phuket



Sunset sailing by Mike Leung, on Flickr
__________________

Magman liked this post
Oasis-Bangkok no está en línea   Reply With Quote
Old February 25th, 2019, 09:54 AM   #2585
Tom111
Registered User
 
Join Date: Feb 2012
Location: Phuket
Posts: 1,535
Likes (Received): 766

Major ไม่มาลงภูเก็ตเลย มีทุกตำบลทั่วประเทศและ ลงเล็กๆที่โลตัสก็ได้

SFครองหมด
Tom111 no está en línea   Reply With Quote
Old February 26th, 2019, 04:49 AM   #2586
Tom111
Registered User
 
Join Date: Feb 2012
Location: Phuket
Posts: 1,535
Likes (Received): 766

Luxury car showroom in Phuket


Rolls Royce

Aston Martin
Jaguar& Landrover
Audi
Tom111 no está en línea   Reply With Quote
Old March 6th, 2019, 11:15 AM   #2587
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,369
Likes (Received): 5860

โรงแรมภูเก็ต8พันห้องวิกฤตขาดน้ำ ซื้อน้ำดิบขุมเหมือง-ต่อท่อจากพังงา

วันที่ 6 March 2019 - 08:12 น.


โรงแรมภูเก็ต 8,000 ห้องวิกฤต “หาดกะตะ-หาดกะรน-หาดป่าตอง” ขาดน้ำกิน-น้ำใช้มากว่า 2 เดือนแล้ว “ผู้ว่าฯ-กปภ.” นั่งไม่ติด เหตุน้ำในอ่างเหลือน้อยไม่พอผลิตประปา งัดแผนระยะสั้น-ยาว ซื้อแหล่งน้ำดิบขุมเหมืองเอกชน ตั้งสถานีผลิตเพิ่ม 7 จุด ลงทุน 3 พันล้านต่อท่อส่งน้ำ 60 กม.จากพังงาเข้าภูเก็ต
นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ และเจ้าของโรงแรมเดอะวิจิตร รีสอร์ทภูเก็ต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ภัยแล้งเริ่มส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมหลายแห่ง น้ำประปาไม่ไหล และไหลอ่อน โรงแรมต้องซื้อน้ำจากเอกชน ทำให้ภาวะต้นทุนเพิ่มขึ้น และส่งผลให้การจราจรติดขัดมากขึ้น เพราะมีปริมาณรถขนน้ำบนถนนสายต่าง ๆ ทั่วจังหวัด

“ผมเป็นเจ้าของโรงแรมเดอะวิจิตร รีสอร์ทภูเก็ต โรงแรมระดับ 5 ดาว มีรถน้ำใช้เอง ซื้อที่ดินไว้ขุดบ่อน้ำขนน้ำใช้เอง วางแผนจัดการปัญหาขาดแคลนน้ำไว้หลายปีแล้ว ซึ่งเป็นปัญหาที่ทุกโรงแรมต้องวางแผนแก้ปัญหาเพื่อให้น้ำเพียงพอกับความต้องการใช้น้ำของแต่ละโรงแรม ปัจจุบันมีการซื้อน้ำเพิ่ม มีการสัมปทานบ่อน้ำของเอกชนอยู่แล้ว หากต้องมีบ่อเสริมค่าใช้จ่ายสูงกว่าราคาบ่อหลักถึง 2 เท่า”

ขณะนี้ทางภาครัฐได้เร่งบริหารจัดการขุมเหมืองจำนวน 8 ขุมเหมือง ซื้อน้ำเข้ามาใช้ในการประปาภูมิภาค ขณะที่กรมชลประทานได้แจ้งว่า ยังมีน้ำใช้ถึงเดือนพฤษภาคม 2562

นายก้องศักดิ์กล่าวว่า ต้องการให้ภาครัฐวางโครงการระยะยาว ในการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ เพราะปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยว และปริมาณโรงแรมเติบโตขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ภูเก็ตยังไม่มีโครงการขนาดใหญ่แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำปัจจุบันมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองกะทะ อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ และมีน้ำจากเขื่อนบางวาดที่ส่งเข้าทำน้ำประปา แต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำ 110 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี คาดว่าภายในปี 2575 ต้องการใช้น้ำถึง 150 ล้านลูกบาศก์เมตร ความจุของอ่างเก็บน้ำไม่เพียงพอ ควรดำเนินการต่อท่อส่งน้ำจากสุราษฎร์ธานี หรือส่งน้ำจากจังหวัดข้างเคียงเพื่อให้มีน้ำประปาใช้ในภูเก็ตได้แบบยั่งยืน

สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวของภูเก็ต และภาคใต้ ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ถือว่าดีมาก อัตราเข้าพักอยู่ที่ 90% แม้ไม่มากกว่าปีที่แล้ว ส่วนเดือนมีนาคม-เมษายนคาดว่าทรงตัว ถ้าลดลงไม่เกิน 5% อัตราเข้าพักจะอยู่ที่ 70-80% โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่จะมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น



หวั่น รร. 8 พันห้องวิกฤตน้ำ

นายบุญ ยงสกุล ประธานกรรมการ บริษัท โบ๊ทพัฒนา จำกัด และบริษัท โบ๊ท แอสเซท แมนเนจเมนท์ จำกัด ในเครือภูเก็ต โบ๊ท ลากูน ผู้ประกอบการธุรกิจมารีน่า โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ จ.ภูเก็ต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้พื้นที่ จ.ภูเก็ต เริ่มเข้าสู่ภาวะแล้งมาตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ เพราะฝนไม่ตก เทียบกับปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ขาดแคลนน้ำในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง เช่น บริเวณหาดป่าตอง อ.กะทู้, อ.ถลาง มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้

ขณะที่ปริมาณนักท่องเที่ยวเริ่มมียอดจองเข้ามาเต็มทุกเทศกาลที่ผ่านมาและปริมาณโรงแรมเพิ่มขึ้นมาก จาก 8,000 ห้อง เป็น 9,000 ห้องในปี 2563 เรื่องนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ หลายหน่วยราชการเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หลายแห่งต้องซื้อน้ำจากแหล่งน้ำของเอกชนไปให้บริการประชาชน ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีความพยายามให้ กปภ.เดินท่อส่งน้ำใหญ่เพื่อดึงน้ำจาก จ.พังงาเข้ามาใช้ คาดว่าจะใช้การได้ในหน้าแล้งปี 2563

กปภ.วางท่อดึงน้ำพังงามาใช้

แหล่งข่าวจากการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้ภูเก็ตเกิดวิกฤตภัยแล้งค่อนข้างมากตั้งแต่ช่วงต้นปี เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำบางวาด อ่างเก็บน้ำคลองบางเหนียวดำ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบมีปริมาณน้อย คาดว่าจะไม่เพียงพอจะมาผลิตน้ำประปาได้ ดังนั้นทาง กปภ.จำเป็นต้องเตรียมแผนรับมือ ด้วยแผนระยะสั้นเร่งซื้อน้ำดิบจากเอกชน และขุมเหมืองต่าง ๆ เพิ่มขึ้น

ส่วนแผนระยะกลาง ได้เตรียมแผนสำรองไว้ 2 ส่วน คือ จะตั้งสถานีผลิตน้ำของเอกชนเพิ่มขึ้นอีก 7 จุด เพื่อมาเสริมกำลังการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการ หากภาวะแล้งฝนทิ้งช่วงยาวไปถึงเดือนมิถุนายน ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับเอกชนที่จะนำแหล่งน้ำใน จ.พังงา เข้ามาผลิต และต้องการซื้อน้ำดิบเพิ่มจากบริษัทเอกชนอีก 7 ราย ที่วางท่อจากจ.พังงา เข้ามาเสริม เนื่องจากแผนการตั้งสถานีผลิตน้ำ 7 แห่ง ต้องใช้เวลาการจัดซื้อจัดจ้างและระยะเวลาก่อสร้างจะแล้วเสร็จเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะไม่ทันรองรับภาวะวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น

ทุ่ม 3 พันล้านต่อท่อ 60 กม.

ส่วนแผนระยะยาวได้เตรียมโครงการวางท่อส่งน้ำ ระยะทาง 60 กม. มูลค่า 3,000 ล้านบาท เพื่อจะดึงน้ำจากคลองพังงา อ.เมือง จ.พังงา เข้ามาที่สถานีเก็บน้ำบริเวณสะพานสารสิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ขณะนี้โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างประสานงานเรื่องที่ดินกับประชาชนที่ท่อจะพาดผ่าน และอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับการก่อสร้างจะแบ่งเป็น 2 เฟส คาดว่าปริมาณน้ำที่ได้จะเพียงพอใช้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ประมาณ 10-20 ปี โดยมีตัวเลขคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำ ปี 2570 ประมาณ 78 ล้าน ลบ.ม. และปี 2580 เพิ่มเป็น 101 ล้าน ลบ.ม. แต่ตามโครงการจะเริ่มก่อสร้างโครงการโดยใช้งบประมาณปี 2565

เตรียมแก้แล้งรับนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ภูเก็ตมีปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจาก 17 ล้านคน ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น แต่หลายปีที่ผ่านมา กปภ.ภูเก็ตไม่มีแหล่งน้ำดิบมาผลิตน้ำประปาให้บริการได้เพียงพอกับความต้องการใช้ ปี 2560 ความต้องการน้ำประมาณ 61 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อปี แต่ กปภ.ภูเก็ตผลิตน้ำได้ประมาณ 48,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือประมาณ 18 ล้าน ลบ.ม.ต่อปีเท่านั้น

ดังนั้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้ซื้อน้ำจาก 2 บริษัท คือ บริษัท REQ จำกัด ซึ่งนำน้ำมาจาก 2 แหล่ง คือ 1) น้ำทะเลมาผลิตเป็นน้ำ RO ประมาณ 12,000 ลบ.ม./วัน ราคา 50 บาท/คิว ราคาซื้อน้ำที่ กปภ.ต้องรับภาระประมาณ 120 ล้านบาทต่อปีเพื่อเสริมให้กับแหล่งท่องเที่ยวหาดกะตะหาดกะรน และหาดป่าตอง 2) จากแหล่งน้ำผิวดิน 16,000 ลบ.ม./วัน ราคา 14 บาทต่อคิว เพื่อเสริมให้กับแหล่งท่องเที่ยวบริเวณหาดป่าตอง อ.กะทู้ และ ต.ฉลอง รวมถึงการซื้อน้ำจากบริษัท อัลฟาโฟร์ จำกัด ซึ่งนำน้ำจากขุมเหมืองเจ้าฟ้ามาผลิตน้ำอีกประมาณ 3,000 คิว/วัน ทำให้ กปภ.ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเรื่องการซื้อน้ำดิบค่อนข้างมากมาต่อเนื่องหลายปีแล้ว

https://www.prachachat.net/local-economy/news-297656
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old March 6th, 2019, 11:48 AM   #2588
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,369
Likes (Received): 5860

ทต.ราไวย์ สั่งระงับก่อสร้างบ้านตากอากาศหรูเนินเขาอ่าวแสน แอบสร้างสระว่ายน้ำผิดแบบอนุญาต

เผยแพร่: 5 มี.ค. 2562 17:37 ปรับปรุง: 6 มี.ค. 2562 08:05 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวภูเก็ต - เทศบาลตำบลราไวย์ จ.ภูเก็ต สั่งระงับการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศหรู 4 หลัง บนเนินเขาริมทะเลทางไปอ่าวแสน ของนักธุรกิจกรุงเทพฯ หลังตรวจพบแอบก่อสร้างสระว่ายผิดกฎหมาย ขณะที่โครงการคืบหน้ากว่า 70% แล้ว

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "ชัชชนน ณ.ถลาง" ได้โพสต์รูปภาพการก่อสร้างบ้านพักหรูบนเนินเขาริมชายทะเลทางไปอ่าวเสน และแหลมกระทิง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ใกล้เสร็จเรียบร้อย ลงในกลุ่ม "กลุ่มเสียงประชาชน คนภูเก็ต กระบอกเสียงคนภูเก็ต" พร้อมกับระบุข้อความว่า "เรื่องดังก็ระงับการก่อสร้าง พอเรื่องเงียบก็สร้างใกล้เสร็จ” นั้น

โดยการก่อสร้างบ้านพักตาอาศหรูทั้ง 4 หลัง ของนักธุรกิจจากกรุงเทพฯนั้น ก่อนหน้านี้ได้มีการนำมาโพสต์และแชร์กันในโชเซียล พร้อมทั้งตั้งข้อสงสัยว่าเทศบาลตำบลราไวย์ อนุญาตให้ก่อสร้างได้อย่างไร จนกลายเป็นประเด็นร้อน กระทั่งเทศบาลตำบลราไวย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการอนุญาตก่อสร้าง และพบว่าการก่อสร้างผิดไปจากแบบที่อนุญาต จึงได้มีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างเป็นเวลา 30 วัน เพื่อให้ผู้ขออนุญาตได้ทำการปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามแบบที่อนุญาตก่อสร้าง

ปรากฏว่าที่จุดที่ก่อสร้างบ้านพักตาอากาศหรูดังกล่าว อยู่ในพื้นที่บริเวณที่ 1 ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต คือห่างจากน้ำทะเลขึ้นสูงสุด 20 เมตร สามารถสร้างได้เฉพาะบ้านเดี่ยวเท่านั้น และความสูงต้องไม่เกิน 6 เมตร เป็นส่วนใหญ่ มีบางจุดที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ 2 ห่างจากน้ำทะเลขึ้นสูงสุด 50 เมตร สร้างได้สูงไม่เกิน 12 เมตร และต้องเป็นบ้านเดี่ยวเท่านั้นเช่นกัน ซึ่งจากรายงานระบุว่าอาคารที่สร้างในขณะนั้นผิดไปจากที่กฎหมายกำหนดและผิดไปจากแบบที่เทศบาลตำบลราไวย์อนุญาต

บ้านหรู ริมอ่าวแสน ช่วงที่มีการตรวจสอบก่อนหน้านี้
บ้านหรู ริมอ่าวแสน ช่วงที่มีการตรวจสอบก่อนหน้านี้

ล่าสุดวันนี้ (5 มี.ค.) ผู้สื่อข่าว “ผู้จัดการรายวัน 360” ได้สอบถามไปยังนายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ ถึงข้อเท็จจริงและความคืบหน้าการก่อสร้างบ้านตากอากาศหรูทั้ง 4 หลัง พื้นที่ 16 ไร่ ว่า การก่อสร้างบ้านหรูทั้ง 4 หลังนั้น ทางเทศบาลตำบลราไวย์ได้อนุญาตให้ก่อสร้างภายหลังจากที่เจ้าของโครงการได้มายื่นขออนุญาตก่อสร้าง เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าแบบแปลนที่ยื่นนั้นเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และที่ดินมีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ถูกต้องตามกฎหมาย

แต่เมื่ออนุญาตไปแล้ว มีการร้องเรียนเข้ามาตั้งแต่ครั้งแรก ที่มีการโพสต์และแชร์กันในโซเชียล ทางเทศบาลได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ และพบว่ามีการก่อสร้างที่ผิดไปจากแบบที่อนุญาต จึงได้สั่งระงับการก่อสร้างเป็นเวลา 30 วัน และสั่งรื้อสิ่งก่อสร้างที่ดัดแปลงเพิ่มเติมออกไป ตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น หลังจากนั้นทางเจ้าของโครงการได้มีการแก้ไขให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดในเรื่องระยะถอยร่นจากน้ำทะเลท่วมถึง และระยะถอยร่นจากถนน

นายอรุณ กล่าวต่อว่า จนเวลาผ่านไปเป็นปี ได้มีการร้องเรียนเข้ามาอีก ทางเทศบาลได้สั่งระงับการก่อสร้างที่ผิดแบบ และทางเจ้าของโครงการก็ได้ยื่นขอแก้ไขแบบตามที่กฎหมายกำหนดและก่อสร้างมาเรื่อยๆ มีความคืบหน้าไปแล้วประมาณ 70-80% จนล่าสุดเมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ทางเทศบาลได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการก่อสร้างอีกครั้งหนึ่ง พบว่ามีการก่อสร้างผิดจากแบบอนุญาต บริเวณด้านหน้าโครงการด้านริมทะเล เป็นสระว่ายน้ำ ที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้อย่างสวยงาม

ทางเทศบาลจึงได้สั่งระงับการใช้อาคารเป็นเวลา 30 วัน เพื่อให้เจ้าของโครงการได้มายื่นเรื่องขอแก้ไขและดัดแปลงแบบให้เป็นไปตามที่ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และหากครบกำหนด 30 วัน ทางโครงการยังไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ทางเทศบาลมีอำนาจในการสั่งรื้อการก่อสร้างที่ผิดไปจากแบบที่อนุญาต พร้อมแจ้งความดำเนินคดีฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานได้

นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ กล่าวในตอนท้ายว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบล่าสุดของปลัดเทศบาลและกองช่าง เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่าในพื้นที่ก่อสร้างมีคนงานอยู่ 2-3 คน และได้กำชับให้หยุดการก่อสร้างจนกว่าจะมีการยื่นขอแก้ไขแบบให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และในวันนี้ตนพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างได้ลงพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง ปรากฏว่าไม่มีการก่อสร้างภายในโครงการแต่อย่างใด

https://mgronline.com/south/detail/9620000022453
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old March 6th, 2019, 11:49 AM   #2589
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,369
Likes (Received): 5860

สั่งรื้อแล้ว! ระเบียง-ทางเชื่อมสระว่ายน้ำบ้านพักตากอากาศหรูอ่าวแสน สร้างผิดแบบ

เผยแพร่: 6 มี.ค. 2562 15:34 ปรับปรุง: 6 มี.ค. 2562 16:23 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวภูเก็ต - รองผู้ว่าฯภูเก็ต พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศหรูริมทะเลอ่าวแสน กำชับเทศบาลราไวย์ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด สั่งรื้อแล้วระเบียง และทางเชื่อมสระว่ายน้ำสร้างผิดแบบ



นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการก่อสร้างโครงการบ้านพักตากอากาศหรู บนเนินเขาอ่าวแสน หมู่ที่ 1 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ของนักธุรกิจกรุงเทพฯ จำนวน 4 หลัง ซึ่งขณะนี้การก่อสร้างมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 70% หลังมีการร้องเรียนและตรวจสอบพบว่า มีการก่อสร้างผิดไปจากแบบที่ทางเทศบาลตำบลราไวย์อนุญาต และล่าสุด เมื่อต้นเดือน ก.พ.2562 ที่ผ่านมา ทางเทศบาลตำบลราไวย์ได้มีคำสั่งระงับการก่อสร้างไปแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนให้ทางเจ้าของโครงการยื่นขออนุญาตดัดแปลงการก่อสร้างให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง



เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา นายประกอบ วงศ์มณีรุ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.วิกรม จากที่ นายอำเภอเมืองภูเก็ต นายทวี หอมหวล โยธาธิการและผังเมืองภูเก็ต นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมภูเก็ต ปลัดเทศบาลตำบลราไวย์ ผอ.กองช่าง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่การก่อสร้างโครงการบ้านพักตากอากาศหรู ทางไปอ่าวแสน และหาดกระทิง เพื่อตรวจสอบการก่อสร้างดังกล่าวว่าเป็นไปตามคำสั่งของเทศบาลตำบลราไวย์ ได้มีการปรับปรุงแบบให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา หรือไม่

โดยทางเทศบาลได้มีคำสั่งให้ทางโครงการแก้ไขปรับปรุงในส่วนของการก่อสร้างอาคารที่การถอยร่นจากถนนจะต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด การเชื่อมตัวของตัวอาคารทั้ง 4 อาคารเข้าด้วยกัน เนื่องจากที่ดินดังกล่าวสามารถสร้างได้เฉพาะบ้านเดี่ยวเท่านั้น รวมไปถึงก่อสร้างอาคารจาก 3 ชั้น ให้เหลือ 2 ชั้น และจาก 2 ชั้น เหลือ 1 ชั้น ซึ่งจากการตรวจสอบปรากฏว่าได้มีการรื้อทุบทิ้งในส่วนที่ผิดกฎหมายจริง



แต่ทางโครงการได้มีการก่อสร้างที่ผิดไปจากแบบที่อนุญาตอีก จากการตรวจสอบเมื่อต้นเดือน ก.พ.2562 ที่ผ่านมา โดยตรวจพบว่า มีการก่อสร้างสระว่ายน้ำด้านหน้าโครงการที่ติดทะเลสามารถมองเห็นวิวทะเลได้อย่างสวยงาม รวมถึงระเบียง และทางเชื่อมต่อไปยังสระว่ายน้ำ ทั้งๆ ที่ในแบบที่เทศบาลอนุญาตไม่มีการก่อสร้างดังกล่าว ซึ่งทั้งหมดนี้เทศบาลได้มีคำสั่งให้หยุดการก่อสร้างไปแล้ว และให้ยื่นขอดัดแปลงการก่อสร้างให้เจ้าหน้าที่พิจารณาภายใน 30 วัน หากครบ 30 วัน ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ทางเทศบาลสามารถสั่งรื้อและแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน


อย่างไรก็ตาม ในส่วนของระเบียง และทางเชื่อมไปยังสระว่ายน้ำนั้น จะต้องรื้ออย่างแน่นอน และทางเทศบาลได้สั่งรื้อแล้ว ส่วนสระว่ายน้ำรอให้ครบ 30 วัน หากไม่ดำเนินการจะเข้ารื้อทันที


นายอรุณ กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการดังกล่าว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้ทางเทศบาลดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ซึ่งที่ผ่านมา ทางเทศบาลได้มีการตรวสอบ และหากพบว่ามีการก่อสร้างที่ผิดจากแบบที่อนุญาตก็ได้ดำเนินการสั่งระงับการก่อสร้างและให้ทางโครงการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดมาโดยตลอด

https://mgronline.com/south/detail/9620000022759
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old March 13th, 2019, 05:15 PM   #2590
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,369
Likes (Received): 5860

ศาลปกครองสูงสุดสั่งระงับคำสั่งทุเลาการบังคับตามประกาศของกรมอุทยานฯของศาลปกครองภูเก็ตไว้เป็นการชั่วคราว

วันที่ 13 March 2019 - 17:02 น.


ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งระงับคำสั่งของศาลปกครองภูเก็ต ที่มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามประกาศกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งอุทธรณ์ (กรณีการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน)



เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๒ ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งคำร้องที่ ๔๔/๒๕๖๒ ในคดีที่นายนิพนธ์ สมเหมาะ ฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชและอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ขอเพิกถอนประกาศลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๑ เรื่อง การกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันและประกาศลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๑ เรื่อง กำหนดอัตราค่าบริการสำหรับยานพาหนะประเภทเรือที่เข้าไปในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันและมีคำขอให้ศาลทุเลา การบังคับตามประกาศทั้งสองฉบับ ซึ่งศาลปกครองภูเก็ตได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับ ตามประกาศ ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๑ เรื่อง การกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตามคำขอของผู้ฟ้องคดี ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๒ จนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๒ ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดและมีคำขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งระงับคำสั่งของศาลปกครองภูเก็ตไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งอุทธรณ์

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ผู้ฟ้องคดีมิได้โต้แย้งว่าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันมีขีดความสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันตามประกาศพิพาท อีกทั้งยังยอมรับว่า มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีปัญหาอื่นที่เกิดจากกิจกรรมท่องเที่ยว จึงเป็นที่เห็นได้อย่างแน่ชัดว่าหากมิได้มีการกำหนดมาตรการป้องกันล่วงหน้าปล่อยให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามากขึ้น ย่อมเป็นการเกินขีดความสามารถที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันจะรองรับได้ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติ และสภาพธรรมชาติ ยากที่จะแก้ไขหรือฟื้นฟูให้กลับมีสภาพดีดังเดิมได้อีกในภายหลัง การที่ศาลปกครองภูเก็ตมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามประกาศจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประโยชน์สาธารณะ ตามข้อ ๑๑๕ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ จึงมีคำสั่งระงับคำสั่งทุเลาการบังคับตามประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๑ เรื่อง การกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๒ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๒ ของศาลปกครองภูเก็ต ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง

https://www.prachachat.net/general/news-301197
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old March 19th, 2019, 04:21 PM   #2591
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,369
Likes (Received): 5860

เปิดที่มาเอกสารสิทธิที่ดินคอนโดฯ หรู “เดอะ พีค เรสซิเด้นท์” รอศาลปกครองสูงสุดชี้ ถอนไม่ถอน น.ส.3 ก.

เผยแพร่: 19 มี.ค. 2562 11:31 ปรับปรุง: 19 มี.ค. 2562 12:19 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

กลายเป็นประเด็นร้อนอยู่ในขณะนี้ สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมหรู “เดอะ พีค เรสซิเด้นท์” ของบริษัท กะตะ บีช จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต จำนวน 444 ห้อง มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท โดยมีคนไทย 3 คน เป็นผู้ถือหุ้น ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท และมีนายมนัสนันท์ นรารัตนวี เป็นกรรมการผู้จัดการ ที่ขณะนี้สามารถปิดการขายได้ทั้งหมดของโครงการแล้ว และการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปกว่า 70% มีแผนจะส่งมอบและโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติในอีกปีครึ่งหลังจากนี้ ต้องมาสะดุดทั้งในเรื่องการก่อสร้าง และการขอออกโฉนดที่ดิน เพื่อขอจดทะเบียนเป็นอาคารคอนโดมิเนียม

เมื่อ นายสมบัติ อติเศรษฐ์ เจ้าของโรงแรมดังในเครือ “กะตะธานี” ประธานมูลนิธิรักษ์ท้องถิ่น รวมถึงผู้ประกอบการ และชาวบ้านหาดกะตะน้อย อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้รวมตัวกันออกมาคัดค้านการก่อสร้างโครงการ เดอะ พีค เรสซิเด้นท์ เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2562 ที่ผ่านมา ภายหลังจากเมื่อวันที่ 31 ส.ค.2560 ศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช มีคำพิพากษาเพิกถอนเอกสารสิทธิหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดิน หรือ น.ส.3 ก. เลขที่ 1863 เนื้อที่ 17 ไร่เศษ ที่ตั้งโครงการ เดอะ พีค เรสซิเด้นท์ โดยให้มีผลย้อนหลังนับจากวันออก น.ส.3 ก เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2555



กลุ่มผู้คัดค้าน ออกมาระบุว่า เมื่อศาลปกครองพิพากษาเพิกถอน น.ส.3 ก. ให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันออก น.ส.3 ก.แล้ว โครงการจะต้องหยุดการก่อสร้างและรื้อถอนเครื่องจักรออกจากพื้นที่ทั้งหมด รวมไปถึงโครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าต้นน้ำเขานาคเกิด การก่อสร้างจะส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำของผู้ประกอบการโรงแรมที่อยู่ด้านล่าง น้ำเสียจำนวนมหาศาลที่เกิดจากโครงการจะส่งผลกระทบต่อชุมชน และเรียกร้องให้เทศบาลตำบลกะรน สั่งระงับการก่อสร้างโครงการ



จากนั้นได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ปฏิบัติการที่ 4 กองอำนวยการความมั่นคงในราชอาณาจักร (ศปป.4 กอ.รมน.) ถึงปัญหาการออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก.และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากโครงการ แม้ว่าก่อนหน้านี้ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ทางนายสมบัติ และชาวบ้าน รวมถึงผู้ประกอบการได้ร้องเรียนการก่อสร้างโครงการผ่านมาทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และคัดค้านรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ก็ตาม



พล.ท.กิตติศักดิ์ บุญสุข รอง ศปป.4 กอ.รมน.พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จตามที่มีการร้องเรียน เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานที่ดิน ป่าไม้ พัฒนาที่ดิน เทศบาลตำบลกะรน อัยการ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เพื่อรับทราบความเป็นมาของ น.ส.3 ก.และโครงการ เดอะ พีค เรสซิเด้นท์ โดยเฉพาะในประเด็นการออก น.ส.3 ก. เลขที่ 1863 หมู่ที่ 2 ต.กะรน ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ ที่ศาลปกครองได้สั่งให้เพิกถอน ว่า ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อยู่ในเขตป่าไม้หรือไม่ การอนุญาตก่อสร้างถูกต้องตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ซื้อ หากในอนาคตศาลปกครองสูงสุดยืนตามคำพิพากษาศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งเพิกถอน น.ส.3 ก.ดังกล่าว พร้อมทั้งลงพื้นที่โครงการเดอะ พีคฯ และพื้นที่ที่ชาวบ้านหาดกะตะน้อยร้องเรียน



ป่าไม้จังหวัดยืนยันว่า ที่ตั้งของโครงการเดอะ พีค อยู่นอกเขตป่าถาวรเทือกเขานาคเกิด จากการตรวจจับค่าพิกัดตามอัตราส่วนของกรมป่าไม้ 1:50,000 และพัฒนาที่ดินยังระบุว่า จุดที่ตั้งของที่ดิน ที่ทางสำนักงานที่ดินส่งมาให้ตรวจสอบนั้น อยู่นอกเขตป่าไม้ถาวร ที่ดินส่วนใหญ่เป็นภูเขาและบางส่วนอยู่นอกพื้นที่ภูเขา ความลาดชันอยู่ที่ 35%



ในขณะที่เทศบาลตำบลกะรน เจ้าของพื้นที่ออกมายืนยันว่า การออกใบอนุญาตก่อสร้างเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดทุกประการ โดยโครงการเดอะ พีค ตั้งอยู่ในผังเมือง เขต พ.ร.บ.ควบคุมอาคารและประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ซึ่งในการยื่นขออนุญาตก่อสร้างนั้น ทางโครงการได้ยื่นเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก.เนื้อที่ 17 ไร่ เป็นอาคารเพื่ออยู่อาศัย จำนวน 444 ห้อง ทั้งหมด 11 อาคาร ตั้งแต่ 2-5 ชั้น เทศบาลกะรนได้ออกใบอนุญาตก่อสร้างและครบกำหนดเมื่อวันที่ 18 ก.พ.2562 และยื่นขอต่อใบอนุญาตอีกรอบ ทางเทศบาลได้ต่อใบอนุญาตเมื่อวันที่ 12 มี.ค.2562 พร้อมทั้งเงินมัดจำอีก 3 ล้านบาท สำหรับการรื้อถอนและปรับสภาพพื้นที่ให้เหมือนเดิมหากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้เพิกถอน น.ส.3 ก.เลขที่ 1863



โครงการ เดอะ พีค เรสซิเด้นท์ จะเดินหน้าโครงการต่อไปได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ว่าจะยืนตามคำสั่งศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่พิพากษาให้เพิกถอน น.ส.3 ก. เลขที่ 1863 หมู่ 2 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต เนื้อที่ 17 ไร่ 1 งาน 44 ตร.ว.หรือไม่



ทำไมศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช ถึงสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. เลขที่ 1863 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ เดอะ พีค เรสซิเด้นท์

ที่ดิน น.ส.3 ก.1863 ที่ตั้งโครงการ เดอะ พีค เรสซิเด้นท์ เริ่มจากเจ้าของที่ดินจำนวน 5 คน ซึ่งประกอบด้วย นายเกษม นางสายใจ ลักษณะมั่น นายประเสริฐ ชูภักดิ์ นายสุชาติ รักสงบ และนายยงยุทธ บุญทองคง ได้ยื่นคำขอรังวัดออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือ น.ส.3 ก.เมื่อปี 2536 โดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ในที่สุด (ส.ค.1) โดยไม่มีการแจ้งครอบครองที่ดิน (ไม่มี ส.ค.1) ต่อมา นายเกษม ได้มีหนังสือถึงสำนักงานที่ดิน เมื่อ พ.ค.2537 ขอเปลี่ยนแปลงชื่อผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินจากเดิม 5 คน เหลือแค่ 2 คน เป็นนายเกษม แสงสว่าง และนายกสิกรณ์ ภูมิกำจร เนื่องจากซื้อที่ดินระหว่างผู้มีสิทธิครอบครองจากรายอื่นๆ โดยนายเกษม ถือครองที่ดิน 18 ไร่ นายกสิกรณ์ 6 ไร่เศษ ต่อทางสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต หลังจากนั้นทางที่ดินภูเก็ตได้แจ้งว่าไม่สามารถออกเอกสารสิทธิที่ดิน น.ส.3 ก.ให้ได้ เนื่องจากเป็นที่เขา อันเป็นเขตหวงห้ามตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 27 มี.ค.2499 และวันที่ 21 พ.ค.2523 และจังหวัดภูเก็ตเป็นเกาะต้องห้ามไม่ให้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 43 (พ.ศ.2537)

นายเกษม จึงได้อุทธรณ์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และไม่เห็นด้วยที่ทางที่ดินจังหวัดภูเก็ตไม่ออก น.ส.3 ก.ให้ตามคำขอ จึงฟ้องต่อศาลปกครองขอให้เพิกถอนคำสั่งของที่ดินจังหวัดภูเก็ต ศาลปกครองจึงได้สั่งให้ที่ดินภูเก็ตออก น.ส.3 ก.ให้ตามคำยื่นขอ ต่อมา นายเกษม และนายกสิกรณ์ ได้ยื่นคำขอรวมสิทธิการรังวัดออก น.ส.3 ก.โดยไม่แจ้งการครอบครอง ปรากฏว่า นายสุชาติ นางสายใจ นางรัตนา ชูภักดิ์ คัดค้านคำขอรวมสิทธิดังกล่าว ที่ดินจังหวัดภูเก็ตจึงได้ให้กรมที่ดินแปลภาพถ่ายทางอากาศเพื่อหาร่องรอยการทำประโยชน์ในที่ดิน ก่อนประมวลกฎหมายที่ดินจะมีบังคับใช้หรือไม่ พบเป็นพื้นที่ป่าไม่ผลัดใบ หมายความว่า ไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์ ทางสำนักงานที่ดินจึงได้ยกเลิกคำขอดังกล่าว



ต่อมา นายสุชาติ รักสงบ 1 ใน 5 ของผู้ที่ยื่นคำขอรังวัดออก น.ส.3 ก.มาตั้งแต่ต้นเมื่อปี 2536 ได้ยื่นคำตรวจสอบการออก น.ส.3 ก.ที่ได้ยื่นขอเมื่อปี 2536 ทางที่ดินจังหวัดภูเก็ตได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิในที่ดินพิพาท และเห็นว่าที่ดินดังกล่าวออกเอกสารสิทธิได้ จึงได้เรียกบุคคลต่างๆ มาให้ถ้อยคำ และทางสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตได้ทำการรังวัดและพบว่าที่ดินบางส่วนอยู่ในที่ป่า จึงได้กันออกไป เหลือที่ดิน 17 ไร่ 1 งาน 44 ตร.ว.ไม่เป็นที่สาธารณะ และได้ครอบครองต่อเนื่องมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดินบังคับใช้ ทางสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตจึงได้ออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. เลขที่ 1863 ให้แก่ นายสุชาติ รักสงบ แต่เพียงผู้เดียว เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2555

หลังจากนั้นเพียงวันเดียว นายสุชาติ ได้ขายที่ดินให้แก่ นายบุญชู ดำรงกิจการวงศ์ และวันที่ 19 เม.ย.นายบุญชู ได้ขายต่อให้แก่ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ และนายทรงชัย อัจฉริยะหิรัญชัย



นายกสิกรณ์ ภูมิกำจร ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ครอบครองที่ดินแปลง น.ส.3 ก.เลขที่ 1863 ด้วย จำนวน 6 ไร่ 2 งาน โดยซื้อต่อมาจากนายเกษม แสงสว่าง เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2537 ได้ยื่นขออายัดที่ดินในเวลาต่อมา และได้ร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรี โดยเห็นว่าการที่สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ออก น.ส.3 ก.ที่ดินแปลงดังกล่าวให้นายสุชาติ แต่เพียงผู้เดียวโดยไม่มีชื่อของตนเองด้วยนั้นเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้มีคำสั่งเพิกถอนที่ดิน น.ส.3 ก.เลขที่ 1863 ซึ่งออกให้นายสุชาติ รักสงบ แต่เพียงผู้เดียว ต่อมา เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2560 ศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้พิพากษาเพิกถอน น.ส.3 ก.เลขที่ 1863 โดยให้มีผลย้อนหลังนับจากวันที่ออก น.ส.3 ก.

ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ทางสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมทั้งได้มีการระงับกระบวนการขอออกโฉนดที่ดินแปลงที่ตั้งของโครงการ เดอะ พีค เรสซิเด้นท์ จนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาจนถึงที่สุด

โครงการ “เดอะ พีค เรสซิเด้นท์” จะได้เดินหน้าก่อสร้างจนเสร็จตามแผนงานโครงการที่วางไว้ และออกโฉนดที่ดิน โอนเป็นห้องชุดคอนโดมิเนียมให้อก่ลูกค้าหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด

https://mgronline.com/south/detail/9620000027179
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 8th, 2019, 04:34 PM   #2592
Oasis-Bangkok
From Zero to Hero !!
 
Oasis-Bangkok's Avatar
 
Join Date: Apr 2009
Location: Bangkok
Posts: 19,011
Likes (Received): 66102

Kata and Karon by night by Vegard Hamar, on Flickr
__________________

gend0 liked this post
Oasis-Bangkok no está en línea   Reply With Quote
Old June 27th, 2019, 06:04 PM   #2593
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,369
Likes (Received): 5860

ธุรกิจท่องเที่ยวซบหนัก ภูเก็ต-พัทยาเร่ขายโรงแรม

วันที่ 27 June 2019 - 20:48 น.

อุตฯท่องเที่ยว “ภูเก็ต-พัทยา” ซบหนัก ! นักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งจีน-ยุโรปหายยาว สารพัดปัจจัยเสี่ยง แถมบาทแข็ง นักท่องเที่ยวใช้เงินน้อยลง วงในชี้ภูเก็ตซบยกแผงยันกระบี่-พังงา แอตต้าเผยนักท่องเที่ยว “กรุ๊ปทัวร์” ท็อป 10 ลดลงแทบทุกตลาด ทอท.เปิดตัวเลขเที่ยวบิน-ผู้โดยสารสนามบินภูเก็ตติดลบ โรงแรมแข่งตัดราคาแย่งลูกค้า รายกลาง-เล็กแบกต้นทุนไม่ไหว “ภูเก็ต-พัทยา” ประกาศขายโรงแรม-รีสอร์ตเกลื่อน

อุตฯท่องเที่ยวสะเทือน

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรายหนึ่งเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าปัจจุบันภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยตกอยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างหนัก โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างจังหวัดภูเก็ตและเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี สำหรับในพื้นที่ภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงชัดเจนตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เรือล่มช่วงกลางปี 2561 และยังส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึงขณะนี้ ที่สำคัญขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่ากลุ่มเครื่องบินเช่าเหมาลำ หรือชาร์เตอร์ไฟลต์ที่หยุดให้บริการไปเมื่อกลางปีที่แล้ว จะกลับมาให้บริการตามปกติเมื่อไหร่ โดยเฉพาะชาร์เตอร์ไฟลต์จากประเทศจีน

แหล่งข่าวยังประเมินว่า การชะลอตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวคาดว่าจะลากยาวและส่งผลกระทบถึงช่วงไฮซีซั่นปลายปีนี้ด้วย ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนและนักท่องเที่ยวฝั่งยุโรป และกลุ่มสแกนดิเนเวียซึ่งปกติจะเข้ามาพักเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1 เดือน

“ตอนนี้แทบจะไม่มีสัญญาณบวก ประกอบกับเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ยิ่งทำให้มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น” แหล่งข่าวกล่าว

ภูเก็ต-กระบี่-พังงาทรุดยกแผง

แหล่งข่าวกล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ ต่างประสบปัญหากันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมที่จำเป็นต้องมาเล่นกลยุทธ์ราคาอย่างหนัก โรงแรมระดับ 4 ดาวในภูเก็ตบางแห่งขายห้องพักเพียงคืนละ 800-1,000 บาท ขณะที่โรงแรม5 ดาว ก็ขยับราคาขายลงมาตีตลาด 4 ดาวอย่างหนัก และตอนนี้กระทบไปถึงกระบี่ พังงา

ซึ่งที่ผ่านมานักท่องเที่ยวต่างชาติล้นทะลักจากภูเก็ต และดันให้ตลาดกระบี่ พังงาและพื้นที่ใกล้เคียงขยายตัว แต่เมื่อนักท่องเที่ยวลดลงก็ทำให้ได้รับผลกระทบทั้งหมด นอกจากนี้ยังเห็นปรากฏการณ์ที่กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมติดป้ายขายกันมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการท้องถิ่นและรายเล็ก ๆ เนื่องจากแบกรับต้นทุนไม่ไหว


“ตลาดจีน” ซบทั้งระบบ

นายสุรวัช อัครวรมาศ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และอุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจีนปีนี้ชะลอตัวทั้งระบบ ซึ่งประเด็นหลักเป็นผลจากการหายไปของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็น “กรุ๊ปทัวร์” เนื่องจากสายการบินชาร์เตอร์ไฟลต์ที่เคยบินตรงเข้าภูเก็ตหยุดให้บริการตั้งแต่เมื่อกลางปีที่ผ่านมายังไม่กลับมา

“ปรากฏการณ์ของตลาดจีนวันนี้วิเคราะห์ยากพอสมควร เพราะมีปัจจัยหลาย ๆ อย่างเข้ามากระทบ ทั้งเรื่องสงครามการค้า การชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศจีน รวมถึงการหันมาโปรโมตการท่องเที่ยวภายในประเทศของจีนเอง” นายสุรวัชกล่าว

“กรุ๊ปทัวร์” ติดลบหนักมาก

ทั้งนี้ จากตัวเลขของสมาคมแอตต้า พบว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านสมาชิกของแอตต้า (กรุ๊ปทัวร์) ผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง ช่วงวันที่ 1 ม.ค.-20 มิ.ย.2562 พบว่าตลาดหลัก 10 อันดับแรกปรับตัวลดลงถึง 7 ประเทศ ประกอบด้วย จีน จำนวน 1.54 ล้านคน ติดลบ 15.16%, เกาหลีใต้ 1.12 แสนคน ติดลบ 15.08%, ญี่ปุ่น 8.36 หมื่นคน ติดลบ 8.32%, รัสเซีย 7.45 หมื่นคน ติดลบ 1.38%, อินโดนีเซีย 4.23 หมื่นคน ติดลบ 14.58%, สหราชอาณาจักร 3.54 หมื่นคน ติดลบ 23.54% และ เยอรมัน 2.78 หมื่นคน ติดลบ 6.70% ส่วนที่เพิ่มขึ้นมีแค่ 3 ประเทศคือ เวียดนาม 1.44 แสนคน เพิ่มขึ้น 2.57%, อินเดีย 1.34 แสนคน เพิ่มขึ้น 7.33% และไต้หวัน 4.91 หมื่นคน เพิ่มขึ้น 14.60%

สอดคล้องกับที่ ดร.สุมาลี ว่องเจริญกุล เลขาธิการแอตต้า ระบุว่า ช่วงวันที่ 1 ม.ค.-20 มิ.ย. 2562 มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองรวม 2.64 ล้านคน ลดลง 11.62%

“ไม่อยากให้ทุกฝ่ายตกใจ ตัวเลขของสมาคมแอตต้าเป็นการเก็บสถิติในส่วนที่เป็นกรุ๊ปทัวร์และผ่านแค่ 2 สนามบิน ขณะที่นักท่องเที่ยวปัจจุบันนิยมเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ และยังนิยมเดินทางไปยังสนามบินปลายทางโดยไม่ผ่านกรุงเทพฯ” ดร.สุมาลีกล่าว

เที่ยวบิน-ผู้โดยสารภูเก็ตหดตัว

ด้านนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561-พฤษภาคม 2562 ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งให้บริการเที่ยวบินจำนวน 606,891 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 3.67% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีผู้โดยสาร 97.23 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.78% เป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 57.06 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.72% และผู้โดยสารภายในประเทศ 40.17 ล้านคน ลดลง 0.85% (ข้อมูล ณ วันที่ 19 มิ.ย. 62)

หากโฟกัสเฉพาะท่าอากาศยานภูเก็ตพบว่าเที่ยวบินและผู้โดยสารปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน อยู่ที่ 50,188 เที่ยวบิน ลดลง 2.9% เที่ยวบินระหว่างประเทศ 28,018 เที่ยวบิน ลดลง 1.85% และภายในประเทศ 22,170 เที่ยวบิน ลดลง 4.2% โดยมีจำนวนผู้โดยสารทั้งสิ้น 8.167 ล้านคน ลดลง 4.42% ผู้โดยสารเส้นทางระหว่างประเทศ 4.838 ล้านคน ลดลง 3.14% และผู้โดยสารเส้นทางภายในประเทศ 3.329 ล้านคน ลดลง 6.23%

“เที่ยวบินที่ลดลงอย่างมีนัยยะในช่วงที่ผ่านมาคือจากตลาดยุโรปและจีน สำหรับตลาดจีนเริ่มเห็นทิศทางกลับมาบ้างแล้ว แต่ต้องรอการปรับตารางการบินสำหรับช่วงฤดูหน้าหนาวในเดือนตุลาคมนี้อีกครั้ง” นายนิตินัยกล่าว

พัทยา ทัวร์จีนหายกว่า 50%

ด้านนายจักรรัตน์ เรืองรัตนากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท รัตนากรแอสเซท จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมในจังหวัดชลบุรี ภูเก็ต กระบี่ เกาะสมุย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมธุรกิจโรงแรมปีนี้เหนื่อยมากกว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมืองพัทยาซึ่งพบว่าหลังจากเดือน ม.ค.เป็นต้นมาทัวร์จีนลดลงอย่างน่าใจหาย มากกว่า 50% ทั้งในแง่จำนวนและการใช้จ่ายต่อหัว

“ช่วงสงกรานต์หายไปครึ่งหนึ่ง มาช่วง พ.ค.หายไปอีกครึ่งหนึ่ง และแนวโน้มทัวร์จีนจะหายไปมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ยุโรปและสแกนดิเนเวียก็มาเที่ยวลดลง10-20% ทั้งใช้เวลาสั้นลง และค่าใช้จ่ายต่อหัวลดลง เพราะเศรษฐกิจโลกตกต่ำ ค่าเงินบาทแข็ง ประกอบกับที่ผ่านมาโรงแรมที่พัทยาเปิดขึ้นเยอะมาก ขณะที่คอนโดฯ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ก็มาปล่อยเช่ารายวันแข่ง ตอนนี้มีการแข่งขันตัดราคากันน่ากลัวมากถึง 50% ขณะที่ต้นทุนค่าใช้จ่ายทุกอย่างสูง ทำให้ตอนนี้มีผู้ประกอบการกว่า 10 รายประกาศขายกิจการ ” นายจักรรัตน์กล่าว

ภาพธุรกิจโรงแรมประกาศขายมากขึ้นเรื่อย ๆ ปีนี้จะหนักเป็นพิเศษ ในชลบุรีมีประกาศขายเป็น 10 แห่ง โดยเฉพาะศรีราชาและพัทยา ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมของคนไทยระดับ 3 ดาว และ 4 ดาว ตั้งแต่ขนาด 100-300 ห้อง บางแห่งกิจการพอไปได้แต่อยากได้กำไร บางแห่งติดภาระหนี้แบงก์จนชนเพดานต้องขาย ไม่ขายโดนยึด

“เรามีโรงแรมระดับ 3 และ 4 ดาว ในพัทยา รวมกัน 1,250 ห้อง ซึ่งช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ยอดขายลดลง 10% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และช่วง พ.ค.-มิ.ย. ลดลงไปเกือบ 50% ตอนนี้นักท่องเที่ยว walk in ก็มีแต่คนไทย ยุโรปก็ไม่มา ทัวร์จีนเงียบมาก แต่กลุ่มเรามีรายได้จากธุรกิจอื่นในเครือมาเสริม เราจึงเตรียมเงินสดไว้ เพื่อเป็นโอกาสทองในการซื้อทรัพย์”

ภูเก็ต-ชลบุรีแห่ขายโรงแรม

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในเว็บไซต์ DotProperty.co.th พบว่ามีการประกาศขายโรงแรม รีสอร์ต เกสต์เฮาส์ และวิลล่าในจังหวัดภูเก็ตและเมืองพัทยาค่อนข้างมาก โดยข้อมูล ณ วันที่ 24 มิ.ย. จังหวัดภูเก็ตมีการประกาศขาย 83 รายการ มีตั้งแต่ขนาดเล็กราคาไม่เกิน 25 ล้านบาท ไปจนถึงโรงแรม รีสอร์ต ขนาด 346 ยูนิต ราคา 5,800 ล้านบาท ทั้งยังมีรีสอร์ต 4 ดาวที่ระบุขาย 2,200 ล้านบาท บริเวณหาดสุรินทร์ เป็นต้น

โดยพื้นที่ที่มีการประกาศขายมากที่สุดคืออำเภอกะทู้ถึง 47 รายการ ขณะที่พื้นที่พัทยาพบว่ามีการประกาศขายโรงแรม รีสอร์ต เกสต์เฮาส์ และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ จำนวน 51 รายการ (กราฟิกประกอบ)

นายตรีวิท อภิมุขเจริญ รองนายกสมาคมท่องเที่ยวไทยจีนภูเก็ต กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการทัวร์จีนในภูเก็ตมีการปิดตัวไปหลายราย แต่ก็มีเปิดใหม่อีกหลายราย เป็นปกติของการทำธุรกิจ หวังว่ารัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวจะเข้ามาดูแลส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วยกันทำให้เกิดความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น

ดัชนีเชื่อมั่น Q3 ยังทรงตัว

นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 2/2562 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทยอยู่ที่ระดับ 100 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวค่อนข้างทรงตัวจากปลายปี 2561 และคาดว่าในไตรมาส 2 นี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 9.09 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.48% และเพิ่มเป็น 9.70 ล้านคน ขยายตัว 7% ในช่วงไตรมาส 3/62 และมีจำนวนนักท่องเที่ยวรวมทั้งปีที่ 40.06 ล้านคน หรือขยายตัว4.65% และสร้างรายได้รวมที่ราว 2.13 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 6.02%

ขณะที่ ดร.วัชรพงศ์ รติสุขพิมล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทยในไตรมาส 3/2562 จะอยู่ที่ระดับ 100 ซึ่งเท่ากับไตรมาส 2 ที่ผ่านมา

https://www.prachachat.net/tourism/news-343922

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old June 28th, 2019, 12:21 PM   #2594
dash8d5
Registered User
 
dash8d5's Avatar
 
Join Date: Dec 2010
Posts: 92
Likes (Received): 64

លើយន្តហោះហើរត្រង់ ភូកេត - ភ្នំពេញ

លើយន្តហោះហើរត្រង់ ភូកេត - ភ្នំពេញ ไฟล้ท์ตรงจากเพื่อนบ้าน ไม่ได้ไปภูเก็ตซะนานหอเขาขาดโทรมมาก หอเขารังมาใหม่ ในเมืองกว่า





__________________
WE JUMP HIGH
dash8d5 no está en línea   Reply With Quote
Old July 5th, 2019, 07:03 PM   #2595
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,369
Likes (Received): 5860

รุมต้านผังเมืองภูเก็ต บีบคอนโด สร้างที่จอดรถ 100%

05 Jul 2019

บิ๊กอสังหาฯ-5สมาคม อาทิ ท่องเที่ยว-โรงแรม หอการค้า อุตสาหกรรม รุมสับผังเมืองใหม่ภูเก็ต บีบสร้างที่จอดรถจำกัดความสูง พื้นที่รอบป่าตอง ถูกปรับลดจากพื้นที่สีเหลือง เป็น เกษตรกรรมสกัดการพัฒนา ขณะราคาที่ดินแพงโด่ง ไร่ละ 200-300 ล้าน

การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนเกาะภูเก็ตขยายตัวอย่างรวดเร็วตามการเติบโตของนักท่องเที่ยว ทั้งไทยและต่างชาติ แม้จะสร้างรายได้เข้าพื้นที่ แต่อีกด้านกลับสร้างผลกระทบ จากการรุกรานทรัพยากรทางธรรมชาติ ปัญหาการจราจรคับคั่ง ไร้ระเบียบ อีกทั้งปัญหาขยะ นํ้าเสีย สร้างผลกระทบตามมา จึงตั้งกฎระเบียบข้อบังคับมากมาย ทั้งประกาศจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กฎหมายควบคุมอาคาร ผังเมือง

ล่าสุด กรมโยธาธิการและผังเมือง ปรับปรุงผังเมือง รวมจังหวัดภูเก็ต ออกมา มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งแหล่งข่าวจาก หอการค้าจังหวัดภูเก็ตระบุว่า ผังเมืองรวมจังหวัดภูเก็ต ฉบับใหม่ มีข้อดี คือการยกระดับ ภูเก็ตให้เป็นสมาร์ทซิตี มีความเป็นระเบียบ สร้างตึกสูงได้ในทำเลเศรษฐกิจใจกลางเมือง 
เทียบชั้นประเทศสิงคโปร์ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวนักลงทุนเข้าพื้นที่ โดยเฉพาะการนำสัดส่วนพื้นที่ก่อสร้างอาคารต่อพื้นที่ดิน (Floor Area Ratio: FAR) และพื้นที่ว่าง เหมือนผังเมืองรวมกรุงเทพ มหานครมาใช้ ไม่ให้เกิดความหนาแน่น ป้องกันการขยายตัวของเมืองไปในทิศทางที่บิดเบี้ยว ไร้การควบคุม เบื้องต้นการสร้างที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ต้องจัดทำพื้นที่จอดรถ 100% จากที่ผ่านมา กำหนดให้ จัดพื้นที่จอดรถเพียง 30% จึงมีพื้นที่อีกมากที่จะซอยเป็นห้องขายเชิงพาณิชย์ ประเด็นนี้จึงมีบริษัทอสังหาฯรายใหญ่จากส่วนกลางรวมตัวกันคัดค้าน โดยอ้างว่าราคาที่ดินแพง จากราคาคอนโดมิเนียมที่ขายปัจจุบัน 1.3 ล้านบาทต่อหน่วย อนาคตราคาอาจขยับเป็น 2 ล้านบาทต่อหน่วย เนื่องจากต้องนำพื้นที่ขายไป
สร้างที่จอดรถ


บิ๊กอสังหาฯ-5สมาคม อาทิ ท่องเที่ยว-โรงแรม หอการค้า อุตสาหกรรม รุมสับผังเมืองใหม่ภูเก็ต บีบสร้างที่จอดรถจำกัดความสูง พื้นที่รอบป่าตอง ถูกปรับลดจากพื้นที่สีเหลือง เป็น เกษตรกรรมสกัดการพัฒนา ขณะราคาที่ดินแพงโด่ง ไร่ละ 200-300 ล้าน

การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนเกาะภูเก็ตขยายตัวอย่างรวดเร็วตามการเติบโตของนักท่องเที่ยว ทั้งไทยและต่างชาติ แม้จะสร้างรายได้เข้าพื้นที่ แต่อีกด้านกลับสร้างผลกระทบ จากการรุกรานทรัพยากรทางธรรมชาติ ปัญหาการจราจรคับคั่ง ไร้ระเบียบ อีกทั้งปัญหาขยะ นํ้าเสีย สร้างผลกระทบตามมา จึงตั้งกฎระเบียบข้อบังคับมากมาย ทั้งประกาศจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กฎหมายควบคุมอาคาร ผังเมือง ล่าสุด กรมโยธาธิการและผังเมือง ปรับปรุงผังเมือง รวมจังหวัดภูเก็ต ออกมา มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งแหล่งข่าวจาก หอการค้าจังหวัดภูเก็ตระบุว่า ผังเมืองรวมจังหวัดภูเก็ต ฉบับใหม่ มีข้อดี คือการยกระดับ ภูเก็ตให้เป็นสมาร์ทซิตี มีความเป็นระเบียบ สร้างตึกสูงได้ในทำเลเศรษฐกิจใจกลางเมือง 
เทียบชั้นประเทศสิงคโปร์ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวนักลงทุนเข้าพื้นที่ โดยเฉพาะการนำสัดส่วนพื้นที่ก่อสร้างอาคารต่อพื้นที่ดิน (Floor Area Ratio: FAR) และพื้นที่ว่าง เหมือนผังเมืองรวมกรุงเทพ มหานครมาใช้ ไม่ให้เกิดความหนาแน่น ป้องกันการขยายตัวของเมืองไปในทิศทางที่บิดเบี้ยว ไร้การควบคุม เบื้องต้นการสร้างที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ต้องจัดทำพื้นที่จอดรถ 100% จากที่ผ่านมา กำหนดให้ จัดพื้นที่จอดรถเพียง 30% จึงมีพื้นที่อีกมากที่จะซอยเป็นห้องขายเชิงพาณิชย์ ประเด็นนี้จึงมีบริษัทอสังหาฯรายใหญ่จากส่วนกลางรวมตัวกันคัดค้าน โดยอ้างว่าราคาที่ดินแพง จากราคาคอนโดมิเนียมที่ขายปัจจุบัน 1.3 ล้านบาทต่อหน่วย อนาคตราคาอาจขยับเป็น 2 ล้านบาทต่อหน่วย เนื่องจากต้องนำพื้นที่ขายไป
สร้างที่จอดรถ

“ยกตัวอย่าง คอนโดมิเนียม 400 ห้อง ต่อไปต้องจัดที่จอดรถ 400 คัน ทำให้พื้นที่ขายหายไปกลายเป็นที่จอดรถ ต่างจากผัง เมือง เดิม ที่กำหนดให้มีที่จอดรถเพียง 30% 400 ห้องมีที่จอดรถ เพียง 120 คัน จึงเกิดปัญหาการแย่งชิงพื้นที่ ทำให้ทุกวันนี้ไหล่ทางตามท้องถอนกลายเป็นที่จอดรถ

ขณะเดียวกัน ประกาศสิ่งแวดล้อมใหม่ กำหนดให้ทั้งเกาะสร้างสูงได้เพียง 23 เมตร หรือไม่เกิน 7-8 ชั้น แต่ต่อไป ภูเก็ต สามารถสร้างสูงได้ โดยเฉพาะย่านหนาแน่น ตามขนาดพื้นที่ และสัดส่วน FAR (สัดส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นที่ดิน) ทำให้ สามารถสร้างตึกได้สูง เฉลี่ย 45 เมตร กว่า 10 ชั้นมองเห็นวิวทะเล โดยเฉพาะโซนชุมชนหนาแน่น อย่างป่าตอง และตลอดแนวถนนเทพกระษัตรี ฯลฯ ขณะบางทำเลที่ ผู้ประกอบการไม่เห็นด้วย และต้องการขอปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินใหม่ นั้นคือพื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่สีเหลือง (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย) ซึ่งสามารถพัฒนา อาคารพาณิชย์ได้แต่กลับถูกปรับลดการใช้ที่ดินลงเป็นพื้นที่สีเขียวเกษตรกรรม (ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม) ทำให้คนที่ซื้อที่ดินมาในราคาแพงกลับไม่สามารถพัฒนาได้ แต่หากจะเร่งขออนุญาตก่อสร้างตามกฎหมายในปัจจุบัน เกรงว่าจะเกิดปัญหาล้นตลาด เพราะความรีบร้อน อาทิ พื้นที่รอบป่าตอง ทั้งที่ราคาที่ดินตกไร่ละ 200-300 ล้านบาท

ขณะ 5 สมาคม เอกชน ประกอบด้วย สมาคมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, สมาคมโรงแรม, สมาคมอุตสาหกรรม, สมาคมท่องเที่ยว และหอ การค้าจังหวัด รวมตัวคัดค้าน ผังเมืองภูเก็ต ที่กำหนดโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยระบุว่า จะสร้างผลกระทบต่อการลงทุน เนื่องจาก ที่ดินซึ่งเป็นต้นทุนหลัก มีราคาแพง โดยเฉพาะป่าตอง และเขตใจกลางเมืองภูเก็ต

นายบุญ ยงสกุล นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ต ยํ้าว่า ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก จาก ผังเมืองฉบับใหม่บังคับใช้เนื่องจากหลายพื้นที่ถูกปรับลดจากพื้นที่สีเหลืองเป็นพื้นที่สีเขียว เกษตรกรรมรอบเมือง ป่าตอง ทั้งที่เป็นย่านอยู่อาศัยมีนักท่องเที่ยวให้ความนิยม

แหล่งข่าวจาก เทศบาลเมืองภูเก็ตยอมรับว่า เอกชนไม่พอใจผังเมืองฉบับปรับปรุงใหม่ เนื่องจากย่านเศรษฐกิจใจกลางเมืองภูเก็ต บริเวณวงเวียนม้านํ้า ถูกจำกัดความสูงลงครึ่งหนึ่งจากเดิม ประกาศสวล.กำหนดให้สร้างได้ 60 เมตร แต่ผังเมืองใหม่ ซึ่งมีอำนาจมากกว่า ให้สร้างได้ไม่เกิน 30 เมตร และกำหนดสัดส่วนพื้นที่ว่างมากขึ้น

หน้า 25-26 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,484 วันที่ 4-6 กรกฎาคม 2562

http://www.thansettakij.com/content/404322

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old July 6th, 2019, 09:47 PM   #2596
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,369
Likes (Received): 5860

โรงแรมภูเก็ตซบหนักรอบ10ปี ดัมพ์ราคา5ดาวชน3ดาว

วันที่ 6 July 2019 - 08:41 น.


ท่องเที่ยวภูเก็ตซบหนัก ! โรงแรมทุกเซ็กเมนต์แห่ทุบราคา อัดกันแหลก กลุ่ม 5 ดาวเปิดฉากดัมพ์ราคาบี้ 3.5-4 ดาว นายกสมาคมโรงแรมภาคใต้เผยหนักสุดรอบ 10 ปี ทั้งอัตราการเข้าพัก-ราคาห้อง ยันหั่นราคาหนัก แต่กระตุ้นดีมานด์ไม่ขึ้น วงในโอด “ป่าตอง” ทำเลยอดฮิตยังนิ่งสนิท
แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการธุรกิจท่องเที่ยวรายหนึ่ง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-มิถุนายนที่ผ่านมา สถานการณ์การท่องเที่ยวในทุกภูมิภาคทั่วประเทศมีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ทำให้อัตราการเข้าพักโรงแรมลดลงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ต เนื่องจากกลุ่มนักท่องเที่ยว3 ตลาดหลัก คือ จีน ยุโรป และสแกนดิเนเวียชะลอการเดินทางเข้าภูเก็ตอย่างชัดเจน ส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงแรมหันมาเล่นสงครามราคาอย่างหนักในทุกเซ็กเมนต์ ตั้งแต่ระดับ 5-6 ดาวลงมาถึง 3 ดาว รวมถึงโรงแรมขนาดเล็ก

ทุบราคาทุกเซ็กเมนต์

แหล่งข่าวรายนี้ย้ำว่า ปกติในช่วงโลว์ซีซั่นโรงแรมทุกแห่งจะทำโปรโมชั่นกระตุ้นตลาดอยู่แล้ว แต่โลว์ซีซั่นปีนี้หนักกว่าปีที่ผ่านมามาก โรงแรม 5 ดาว บางแห่งทำราคาลงมาเท่ากับตลาด 4 ดาว 3.5 ดาว ขณะที่กลุ่มที่จับตลาด 3 ดาว ที่เดิมเป็นเซ็กเมนต์ที่มีการแข่งขันราคารุนแรงที่สุดก็ยิ่งเล่นราคาหนักขึ้นไปอีก ตอนนี้ขายกันไม่ถึง 1,000 บาท ทำให้ราคาเฉลี่ยของโรงแรมระดับ 3 ดาว ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 600-700 บาท/ห้อง/คืน ขณะที่โรงแรม 4 ดาว ราคาอยู่ที่ราว ๆ 1,500-1,800 บาท/ห้อง/คืน

“ส่วนโรงแรม 5 ดาว ตอนนี้ราคาเริ่มขยับลงมาอยู่ในระดับ 2,500-3,000 บาท/ห้อง/คืน และมีบางแห่งจะใช้กลยุทธ์อื่น ๆ เข้ามาเพิ่ม เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้า อาทิ ขายเฉพาะห้องพักไม่รวมอาหารเช้า, ขายห้องพักรวมอาหารเช้า, ขายห้องพักแถมนวดสปา หรือให้ส่วนลดร้านอาหารในโรงแรม รวมถึงให้วันพักเพิ่มสำหรับลูกค้าที่จองห้องพักตั้งแต่ 3 คืนขึ้นไป เป็นต้น”

“ภูเก็ต” ซบสุดในรอบ 10 ปี

นายศึกษิต สุวรรณดิษฐกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีวาน่า กรุ๊ป จำกัด เจ้าของธุรกิจโรงแรม-สปาในจังหวัดภูเก็ตและกระบี่ ในฐานะนายกสมาคมโรงแรมภาคใต้ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้บรรยากาศท่องเที่ยวของภูเก็ตเงียบมาก และอาจจะกล่าวได้ว่าเงียบที่สุดในรอบ 10 ปี กล่าวคือชะลอทั้งอัตราการเข้าพักและราคาห้องพัก โดยเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอมาตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.ที่ผ่านมา ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เข้าช่วงโลว์ซีซั่นดีนัก

และก็พบว่าอัตราการเข้าพักของโรงแรมในภูเก็ตโดยรวมปรับตัวลดลงถึง 15-20% ซึ่งเป็นการชะลอตัวที่มีนัยสำคัญมาก จากช่วงครึ่งปีแรกปีที่แล้วที่ภูเก็ตยังมีตัวเลขอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักที่ดีมาก

จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมภูเก็ตช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา อยู่ที่ราว 50-60% ขณะที่ช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ตัวเลขอยู่ที่ระดับ 70-75% ส่วนไตรมาส 3 นี้ที่เป็นช่วงโลว์ซีซั่นเต็มรูปแบบคาดว่าจะชะลอตัวต่อเนื่อง และยังไม่มีใครกล้าคาดการณ์ว่า ในช่วงไตรมาส 4 ที่เป็นไฮซีซั่นสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวแต่อย่างใด

“ราคา” ไม่ช่วยกระตุ้นดีมานด์

นายศึกษิตกล่าวด้วยว่า ปกติช่วงไตรมาส 3 ที่เป็นโลว์ซีซั่น โรงแรมทุกเซ็กเมนต์จะมีการทำราคาเพื่อกระตุ้นตลาดของตัวเองอยู่แล้ว แต่โลว์ซีซั่นปีนี้สถานการณ์หนักกว่าปีที่แล้วมาก จึงทำให้มีการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น โดยเฉพาะโรงแรมที่จับกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ที่ต้องการนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่วนโรงแรมที่โฟกัสกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเองยังพออยู่ได้ในระดับหนึ่ง และตอนนี้นักท่องเที่ยวไม่มา อัตราการเข้าพักไม่ขยับ การปรับราคาลงมาก ๆ ก็ไม่สามารถช่วยกระตุ้นดีมานด์ได้เนื่องจากภูเก็ตเป็นตลาดที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก

“ปัจจัยที่กระทบหลัก ๆ มาจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว จากผลกระทบของสงครามการค้า และค่าเงินบาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น บวกกับมีโรงแรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกปี ยิ่งทำให้ภาพรวมลดลงมากกว่าปกติ” นายศึกษิตกล่าวและว่า

สำหรับกลุ่มดีวาน่าที่มีโรงแรมที่หาดป่าตอง และลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่เดินทางด้วยตัวเอง ยังพอประคองอัตราการเข้าพักให้อยู่ในระดับ 60-70% ได้ แต่ก็ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ตัวเลขสูงถึง 70-75%

“ป่าตอง” หาดยอดฮิตเงียบสนิท

ขณะที่แหล่งข่าวจากโรงแรมในย่านหาดป่าตองอีกรายหนึ่งกล่าวในเรื่องนี้ว่า ตั้งแต่หลังช่วงสงกรานต์เป็นต้นมาบรรยากาศท่องเที่ยวของภูเก็ตเงียบมากโดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของหาดหลัก ๆ อย่างป่าตอง กะตะ กระรน ตัวเลขลดลงมาอยู่ที่ 50%

ขณะที่หาดอื่น ๆ เช่น หาดกมลา,หาดราไวย์, หาดในทอน, หาดในยาง, หาดบางเทา ฯลฯ แทบจะไม่นักท่องเที่ยวเลย ทำให้โรงแรมต่าง ๆ ต้องอัดแคมเปญราคากันหนักมาก แต่ก็ยังไม่สามารถกระตุ้นได้ เพราะโลว์ซีซั่นปีนี้นักท่องเที่ยวหายไปเยอะจริง ๆ บางแห่งที่ไม่เล่นราคาก็จะหันไปใช้วิธีการเพิ่มออปชั่นนำเสนอแถมบริการอื่น ๆ แทน เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาในการปรับขึ้นราคาในปีหน้าและที่ชัดเจนที่สุดคือรูปแบบการขายจะมีทั้งราคาหน้าบ้านและหลังบ้าน และมีการปรับขึ้นลงตลอดเวลาเพื่อให้สามารถรับมือกับคู่แข่งได้ โรงแรมไหนที่สามารถรักษาอัตราเข้าพักได้ที่ 30-40% ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีระดับหนึ่งแล้ว

ต่างชาติไม่มา-ซัพพลายล้น

นางสาวศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) กล่าวกับ”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ภาพรวมของธุรกิจโรงแรมตกลงจากปีที่ผ่านมา ประมาณ 10-15% โดยภาคที่นักท่องเที่ยวชะลอตัวมากที่สุด คือ ภาคใต้ โดยเฉพาะภูเก็ต ที่ปกติมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยจะอยู่ที่ราว 80-90% และช่วงโลว์ซีซั่นจะยังคงรักษาระดับอัตราการเข้าพักไว้ที่ 70-80% ได้

“เราเห็นภาพการชะลอตัวชัดเจนมากในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา จากช่วง 3-4 เดือนแรก ธุรกิจยังค่อนข้างดี ส่วนเดือนมิถุนายนน่าจะปรับขึ้นมาเล็กน้อย ขณะที่ตลาดกรุงเทพฯมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 70-75% เป็นตัวเลขที่ค่อนข้างดี เพราะกรุงเทพฯยังเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง ทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไป นักธุรกิจ กลุ่มจัดประชุมสัมมนา ฯลฯ”

นางสาวศุภวรรณกล่าวว่า สำหรับประเด็นเรื่องสงครามราคานั้น ส่วนตัวมองว่าจะเป็นกลยุทธ์การตลาดในช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อกระตุ้นอัตราการเข้าพักเป็นหลัก เนื่องจากระบบการขายของโรงแรมในปัจจุบันมีซอฟต์แวร์ที่สามารถเช็กราคาคู่แข่งในตลาดได้แบบเรียลไทม์ ในภาวะที่ตลอดชะลอตัวเช่นนี้จึงเห็นความเคลื่อนไหวของราคาเร็วมากซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวนอกจากจะเป็นเพราะนักท่องเที่ยวชะลอการเดินทางแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งคือ ตามเมืองท่องเที่ยวหลักยังมีโรงแรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้โอเวอร์ซัพพลาย เมื่อ 2 ปัจจัยนี้มารวมกัน ยิ่งทำให้ตลาดโดยรวมลดลงอย่างชัดเจน

ททท.อัดโปรฯเกาะสมุย

ด้านนายวัฒน์ เริงสมุทร นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ กล่าวในเรื่องนี้ว่า ปีนี้นักท่องเที่ยวจากยุโรปเข้ามาน้อยมาก และลดระยะเวลาเข้าพักจากเดิม 7 วัน เหลือ 3-4 วัน ผลจากเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา สำหรับหน้ากรีนซีซั่นนี้ โรงแรมที่พักในจังหวัดกระบี่จำนวนหนึ่งที่มีการลดราคา 30-50% หรือ 3 คืน ฟรี 1 คืน เป็นต้น

นางนงเยาว์ จิรันดร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเกาะสมุย ระบุว่า ขณะนี้ภาพรวมของการท่องเที่ยวยังคงทรงตัว การจองที่พักโรงแรมระดับ 5 ดาว อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีการลดหรือหั่นราคาเพราะมีกลุ่มลูกค้าเฉพาะ ขณะที่โรงแรมระดับกลางลงไปมีการปรับลดราคาลงบ้าง

โดยครึ่งปีแรกตัวเลขนักท่องเที่ยวลดลง 4% เป็นผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก และนักท่องเที่ยวมีทางเลือกใหม่ ๆ มากขึ้น เช่น เวียดนาม เมียนมา อย่างไรก็ตาม ททท.สำนักงานเกาะสมุยมีการเพิ่มโปรโมชั่นในช่วงโลซีซั่น และคาดว่าช่วงไฮซีซั่น (กรกฎาคม-สิงหาคม) จะดีขึ้น เพราะสมุยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว

https://www.prachachat.net/tourism/news-346148
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old July 7th, 2019, 05:19 PM   #2597
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,369
Likes (Received): 5860

ผู้ประกอบการโอด! ท่องเที่ยวภูเก็ตซบหนักสุดในรอบ 10 ปี

เผยแพร่: 7 ก.ค. 2562 15:50

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ผู้ประกอบการโอด! ท่องเที่ยวภูเก็ตซบหนักสุดรอบ 10 ปี กระทบจากโลว์ซีซัน การเมือง เศรษฐกิจ “ป่าตอง” ทำเลยอดฮิต ยังนิ่งสนิท ผู้ประกอบการสถานบันเทิงเลิกกิจการ ไม่ต่อสัญญาแล้ว 20-30%


เริ่มเห็นภาพชัดขึ้นกับสถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต หลังจากเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซัน เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาน้อยลง ตามแหลงท่องเที่ยว สถานประกอบการต่างๆ เริ่มเงียบเหงา อัตราการเข้าพักโรงแรมต่างๆ ก็เริ่มลดลงค่อนข้างมาก กลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดหลัก คือ จีน ยุโรป และสแกนดิเนเวีย ชะลอการเดินทางเข้าภูเก็ตอย่างชัดเจน



นายวิรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง กล่าวว่า ปกติในช่วงโลว์ซีซันทุกปีสถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามามีจำนวนลดน้อยลงอยู่แล้ว แต่โลว์ซีซันปีนี้หนักกว่าปีที่ผ่านมามาก และพบว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวปีนี้ซบหนักที่สุดในรอบ 10 ปี ผู้ประกอบการทั้งโรงแรม และสถานบันเทิงต่างก็ออกมาสะท้อนค่อนข้างเยอะ ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาลดน้อยลง ขณะที่คุณภาพก็ลดลงทำให้สถานการณ์การท่องเที่ยวไม่ดีเท่าที่ควร รวมถึงรายได้ก็ลดลงด้วย


สำหรับสาเหตุที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวลดลงเกิดมาจากหลายสาเหตุ ทั้งสถานการณ์โลว์ซีซัน การเมือง และภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มมีการขยับตัว โดยเฉพาะในส่วนของสถานบันเทิง รายไหนพอมีทุนก็สู้ต่อ แต่ถ้ารายไหนทุนน้อยก็ต้องหยุดกิจการ และไม่ต่อสัญญาเช่า ซึ่งขณะนี้พบว่ามีผู้ประกอบการสถานบันเทิงมากกว่า 30% ที่ต้องเลิกกิจการ ขายกิจการ และไม่ต่อสัญญาเช่าพื้นที่ เนื่องจากแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว



นายวิรวิชญ์ ยังได้กล่าวต่อไปว่า สำหรับการท่องเที่ยวในภาพรวมของภูเก็ตจะดีหรือแย่ดูได้จากการท่องเที่ยวป่าตอง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต ถ้าการท่องเที่ยวของป่าตองไม่ดี สถานการณ์การท่องเที่ยวของแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตก็คงไม่ต่างกันถ้าป่าตองแย่ที่อื่นก็คงไม่ต่างกัน


ขณะที่ นายปรีชาวุฒิ กี่สิ้น ประธานพิโซน่ากรุ๊ป ผู้ประกอบการโรงแรม และสถานบันเทิง ประธานมูลนิธิพัฒนาป่าตอง กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า จากการเก็บตัวเลขนักท่องเที่ยวในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า ปีนี้การท่องเที่ยวของภูเก็ตแย่ที่สุด ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ทั้งเรื่องของโลว์ซีซันที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาน้อย เรื่องของภาวะเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำ ปัญหาการกีดกันทางการค้า ปัญหาเรื่องเงินบาทที่แข็งขึ้น และเรื่องการเมืองภายในประเทศที่ยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ประกอบกับประเทศไทยมีคู่แข่งทางด้านการท่องเที่ยวเกิดขึ้นหลายเมือง ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา ลาว ที่หันมากระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง

เพราะฉะนั้น ถ้าเราอยากให้การท่องเที่ยวของภูเก็ตอยู่ได้ เราจะต้องมีความชัดเจนในเรื่องของการส่งเสริมทางด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งจะต้องมีความชัดเจนในเรื่องของมาตรการความปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว ถ้าเราไม่สามารถแก้ปัญหาและสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวได้ ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวเลือกไปเที่ยวที่อื่นแทนได้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องปรับตัวและรักษาภูเก็ตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกต่อไป


นายปรีชาวุฒิ ยังได้กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่า จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่น้อยลง รายได้จากการท่องเที่ยวน้อยลง แผนที่จะพัฒนาไปสู่ไฮซีซันของผู้ประกอบการก็ต้องชะงักไป เมื่อไม่สามารถเดินต่อไป ก็ต้องหยุด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ในส่วนของผู้ประกอบการร้านเช่าในกลุ่มสถานบันเทิงได้ยกเลิกสัญญาเช่าไปแล้วประมาณ 30% ในส่วนของร้านอาหารต่างๆ ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เมื่อเทียบกับหน้าไฮซีซันพบว่า รายได้หายไปประมาณ 30% เมื่อรายได้หายก็ส่งผลให้มีการเลิกกิจการไปจำนวนมากเช่นเดียวกัน


ขณะที่แหล่งข่าวจากโรงแรมในย่านหาดป่าตอง แห่งหนึ่งกล่าวว่า ตั้งแต่หลังช่วงสงกรานต์เป็นต้นมาบรรยากาศท่องเที่ยวของภูเก็ตเงียบมาก โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของหาดหลักๆ อย่างป่าตอง กะตะ กะรน ตัวเลขลดลงมาอยู่ที่ 50% ขณะที่หาดอื่นๆ เช่น หาดกมลา หาดราไวย์ หาดในทอน หาดในยาง หาดบางเทา แทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวเลย ทำให้โรงแรมต่างๆ ต้องอัดแคมเปญราคากันหนักมาก แต่ก็ยังไม่สามารถกระตุ้นได้ เพราะโลว์ซีซันปีนี้นักท่องเที่ยวหายไปเยอะจริงๆ

https://mgronline.com/south/detail/9620000064610
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old July 12th, 2019, 07:42 PM   #2598
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,369
Likes (Received): 5860

REIC เผยอสังหาฯภูเก็ตอ่วม บ้านจัดสรร-คอนโดฯเหลือขายอื้อ

วันที่ 12 July 2019 - 09:30 น.


ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยในงานจัดสัมมนาวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดภูเก็ต ปี 2562 ที่จังหวัดภูเก็ต พบว่า ประมาณการอุปทานเหลือขายที่อยู่อาศัยในตลาดจังหวัดภูเก็ตปี 2562 มีจำนวนหน่วยเหลือขาย ณ ปี 2562 ประมาณ 6,724 หน่วย บ้านจัดสรรมีประมาณ 3,260 หน่วย คิดเป็น 48.5% อาคารชุด มีประมาณ 3,464 หน่วย คิดเป็น 51.5% หน่วยที่มีมากที่สุด คือ อาคารชุด 51.5% รองลงมาเป็นทาวน์เฮาส์ 24.3% บ้านแฝด 13.5% บ้านเดี่ยว 9.8% ที่เหลือเป็นอาคารพาณิชย์

ขณะที่ผลการสำรวจอุปทานและอุปสงค์ของโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในช่วงครึ่งหลังปี 2561 ในจังหวัดภูเก็ต มีจำนวน 210 โครงการ มีหน่วยในผังของทุกโครงการรวมกัน 30,416 หน่วย มูลค่าโครงการรวม 176,366 ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 7,698 หน่วย (ร้อยละ 25.3 ของหน่วยในผังโครงการทั้งหมด) คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย 41,925 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการบ้านจัดสรร จำนวน 84 โครงการ มีจำนวนหน่วย 12,682 หน่วย มูลค่าโครงการรวม 56,417 ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 3,513 หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย 15,096 ล้านบาท


โครงการอาคารชุด จำนวน 87 โครงการ มีจำนวนหน่วย 17,025 หน่วย มูลค่าโครงการรวม 85,239 ล้านบาท มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 4,029 หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย 20,608 ล้านบาท และมีโครงการวิลล่า จำนวน 39 โครงการมีหน่วยในผังจำนวน 709 หน่วย มูลค่าโครงการรวม 34,710 ล้านบาท หน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 156 หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย 6,220 ล้านบาท

ทั้งนี้ หน่วยเหลือขายโครงการบ้านจัดสรรและอาคารชุด จำนวน 7,542 หน่วย เป็นอาคารชุดมากที่สุด ร้อยละ 53.4 ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 3-5 ล้านบาท รองลงมาเป็นทาวน์เฮาส์ ร้อยละ 21.5 ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 2-3 ล้านบาท เป็นบ้านแฝดร้อยละ 12.7 ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 3-5 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว ร้อยละ 10.7 ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 5-7.5 ล้านบาท ที่เหลือเป็นอาคารพาณิชย์และที่ดินเปล่าตามลำดับ

ทำเลบ้านจัดสรรในจังหวัดภูเก็ตที่ขายดีมากที่สุด 5 อันดับแรก โดยดูจากสัดส่วนที่ขายได้ต่อหน่วยทั้งหมดในโครงการ ได้แก่ 1.ทำเลฉลอง-วิชิต ขายได้ร้อยละ 89.3 มูลค่าขายได้ 10,865 ล้านบาท 2.ทำเลหาดบางเทา-หาดสุรินทร์ ขายได้ร้อยละ 89.3 มูลค่าที่ขายได้ 1,681 ล้านบาท 3.ทำเลตลาดใหญ่-ตลาดเหนือ ขายได้ร้อยละ 80.2 มูลค่าที่ขายได้ 481 ล้านบาท 4.ทำเลในเมืองกะทู้ ขายได้ร้อยละ 78.1 มูลค่าที่ขายได้ 3,415 ล้านบาท 5.ทำเลหาดกะรน-หาดกะตะ ขายได้ร้อยละ 75.0 มูลค่าที่ขายได้ 160 ล้านบาท

หลากปัจจัยลบชะลอลงทุน

ด้านนายพัทธนันท์ พิสุทธิ์วิมล นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต กล่าวว่า ปัจจุบันภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต โดยพื้นฐานของผู้ประกอบการท้องถิ่นยังมีศักยภาพประกอบธุรกิจ แต่ภาพที่เห็นอาจดูชะลอลงในช่วงนี้ เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้รับทราบข่าวที่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจ เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะเริ่มใช้ปีหน้า มาตรการกำหนดเพดานสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีผลกระทบการวางเงินดาวน์ของผู้ซื้อ การยกร่างผังเมืองรวมภูเก็ตฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการจะมีข้อกำหนดต่าง ๆ ออกมาควบคุม และสถานการณ์การท่องเที่ยวภูเก็ตที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง รวมถึงต้องพิจารณาความไม่แน่นอนทางการเมืองด้วย ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้มุมมองการลงทุนของผู้ประกอบการอสังหาฯชะลอการลงทุนลงเพื่อปรับตัววางแผนในอนาคต โดยเฉพาะผู้ประกอบการหลายรายที่ตั้งใจจะเปิดโครงการตั้งแต่ช่วงต้นปี 2562 อาจชะลอไปบ้าง แต่ในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะเห็นการขยับตัวมากขึ้น คาดหวังว่าน่าจะมีการเติบโต คงต้องลุ้นในช่วงปลายปีนี้

ขณะที่นักลงทุนอสังหาฯต่างชาติในภูเก็ต ส่วนมากยังคงเป็นชาวจีน แต่ปัจจุบันมีปัญหาการเข้มงวดในการนำเงินออกนอกมาลงทุน ประกอบกับค่าเงินหยวนอ่อนตัวลง ขณะที่เงินบาทแข็งค่า ทำให้ต้นทุนนักลงทุนจีนสูงขึ้น

“มีความเชื่อว่าผู้ประกอบการอสังหาฯ ภูเก็ตทุกคนมีภูมิต้านทานพอ เพราะว่าเจอคลื่นมาหลายระลอกมาก จึงพอรู้กันว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร อยากให้เน้นเรื่องกฎหมายที่ออกมาใหม่ และหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้นในเรื่องภาษี สัญญาต่าง ๆ ต้องทำให้รัดกุม อยากให้ทำให้ถูกต้อง เพราะยุคนี้ไม่ใช่ยุคหลบแล้ว เป็นยุคที่ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง อยากให้โครงการในภูเก็ตเป็นโครงการที่ดี มีคุณภาพ ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น”

https://www.prachachat.net/local-economy/news-348984

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 07:38 PM   #2599
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,369
Likes (Received): 5860

โคตรแพง! แชร์ว่อนนักท่องเที่ยวโร่แจ้งความ ค่ารถตู้จากสนามบินมากะรน 3 พันบาท

เผยแพร่: 17 ก.ค. 2562 22:04 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - โคตรแพง 2 นักท่องเที่ยวต่างชาติโร่แจ้งความที่ สภ.กะรน อ้างถูกรถตู้เรียกเก็บค่าโดยสาร 3 พันบาท หลังเรียกใช้บริการจากสนามบินภูเก็ต เพื่อเดินทางมายังโรงแรมที่พักในพื้นที่ตำบลกะรน





เมื่อช่วงค่ำวันนี้ (17 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความระบุว่า “มีนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย มาแจ้งความที่ สภ.กะรนครับ ว่า เมื่อคืนตนสองคนได้เรียกรถตู้จากสนามบินภูเก็ต และเข้าพักที่โรงแรมในพื้นที่ กะรน มาถึงโรงแรมคนขับเรียกเก็บเงินจากตน 3,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงมากซึ่งส่วนตัวผมก็ทำงานบริการนักท่องเที่ยว ขอเถอะครับไม่รวย คุณทำแบบนี้มีแต่จะทำลายการท่องเทียวภูเก็ต (รปภ.จดทะเบียนไว้ให้เรียบร้อยแต่ขอสงวนไว้) ที่ สถานีตำรวจภูธรกะรน จว.ภูเก็ต”

และมีการลงภาพนิ่งนักท่องเที่ยวหญิง 2 คนกำลังยืนถือเอกสารการลงบันทึกประจำวันอยู่ที่ สภ.กะรน หลังจากที่มีการโพสต์ข้อความดังกล่าวได้มีการกดถูกใจและแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บางรายระบุว่า ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ทำลายการท่องเที่ยว เป็นต้น

ล่าสุด จากการสอบถาม พ.ต.อ.ประวิทย์ สุทธิเรืองอรุณ ผกก.สภ.กะรน กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตให้ติดตามนักท่องเที่ยวมาสอบถามข้อมูลเพิ่ม พร้อมได้มีการตรวจสอบป้ายทะเบียนคันที่มาส่งนักท่องเที่ยวว่าเป็นของใคร เพื่อติดตามตัวมาสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ทราบตัวเจ้าของรถแล้ว กำลังอยู่ระหว่างการเชิญตัวมาพบกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้เสียหายมาพบกันที่สถานีตำรวจเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

https://mgronline.com/south/detail/9620000068114
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old Yesterday, 09:44 PM   #2600
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 96,369
Likes (Received): 5860

บล็อกตึกสูงเมืองภูเก็ต ท้องถิ่นชงปลดล็อกผังเมือง ผวาบิ๊กทุนหนี

17 Jul 2019

ผังเมืองใหม่ภูเก็ต บล็อกความสูง จาก 60 เมตรเหลือ 30 เมตร ในชุมชนเมืองเก่า เอกชน-ท้องถิ่นผวา เมืองร้าง นักลงทุนเบนเข็ม บุกชายทะเลการลงทุนในจังหวัดภูเก็ต ขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีการพัฒนาเชิงพาณิชย์ตึกสูงเกิดขึ้นจำนวนมาก ส่งผลให้ต้องมีการบูรณาการผังเมืองฉบับใหม่ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ลดความแออัดของเมือง

โดยใช้กลไกทางผังเมืองเข้ามาควบคุม เพราะหากปล่อย ปละละเลยให้ภูเก็ตเป็นเหมือนเช่นปัจจุบัน เชื่อว่าจะไม่หลงเหลือให้เป็นหัวเมืองท่องเที่ยวที่สวยงามอีกต่อไปทั้งนี้

แหล่งข่าวด้านผังเมืองกล่าวถึงความคืบหน้าการปรับปรุงผังเมืองของจังหวัดภูเก็ตว่า เมืองเก่ายังมีความสำคัญที่จะพัฒนาให้เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ หลังจากล่าสุดพบว่ามีการปรับลดความสูงของอาคารลงจาก 45 เมตร เหลือ 23 เมตรและ 17 เมตร ยิ่งเป็นแรงบีบให้นักลงทุนไม่สนใจลงทุนพัฒนาพื้นที่ใจกลางเมือง หันไปสนใจลงทุนในทำเลอื่นๆมากขึ้น

ประกอบกับแนวเส้นทางรถไฟพบว่าหดสิ้นสุดแค่สถานีขนส่งโดยไม่เชื่อมไปถึงใจกลางเมืองยิ่งทำให้พื้นที่ใจกลางเมืองขาดความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้นไปอีก

“ทราบว่าวันที่ 22 กรกฎาคมนี้จะมีการเปิดรับฟังสัมมนารายละเอียดเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองที่ป่าตองโดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักลงทุนในพื้นที่เพื่อนำความเห็นร่วมกันในครั้งนี้เสนอรัฐบาลพิจารณาเร่งผลักดันต่อไป”

ประการสำคัญคงต้องจับตาแผนการผลักดันโครงการอุโมงค์ กะทู้-ป่าตองและรถไฟฟ้ารางเบาเข้าไปยังพื้นที่เมืองป่าตอง โดยใช้ทางลอดอุโมงค์เป็นเส้นทางร่วมรถไฟฟ้าหรืออาจสิ้นสุดแค่ปากทางเข้าอุโมงค์ช่วงกะทู้แล้วใช้ระบบขนส่งมวลชนอย่างรถสมาร์ทบัสเชื่อมเข้าไปยังเมืองป่าตองระยะทางประมาณ 4-5 กม.ต่อไป

โดยหากมองอุปสรรคของการเร่งผลักดันรถไฟฟ้ารางเบาภูเก็ตที่เดิมจะใช้ขนคนเข้าไปในเมืองอาจต้องกลับมาทบทวน ใหม่ว่าปริมาณผู้โดยสารจะเป็นไปตามที่กำหนดไว้จริงหรือไม่ เนื่องจากผังเมืองไม่เอื้อต่อการพัฒนาเมืองเก่าภูเก็ต ขนาดประเภทอาคารที่จะเป็นแรงกระตุ้นการลงทุนก็มีข้อจำกัดในการปรับลดขนาดความสูงอาคารลงอีกจึงเป็นการสร้างอุปสรรคให้กับเมืองภูเก็ตมากขึ้น

“หากนักลงทุนไม่สนใจมาลงทุนในพื้นที่เทศบาลนครภูเก็ตแต่ไปลงทุนในทำเลอื่นๆจะส่งผลกระทบตามมาแน่ ในแง่ของการพัฒนารูปแบบเมืองแล้วตัวเมืองภูเก็ตควรจะมีตัวดึงดูดบ้างให้ภาคเอกชนสนใจเข้าไปลงทุนกันมากขึ้น หากอนุรักษ์เป็นเขตเมืองเก่าอย่างเดียวก็จะไม่เกิดความสนใจลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้

โดยเคยได้มีการกำหนดให้ถนนพังงาส่วนนอกเมืองต่อจากพื้นที่เขตเมืองเก่า และอีกหลายสายควรจะให้มีการพัฒนาอาคารขนาดใหญ่พิเศษขนาดพื้นที่มากกว่า 1 หมื่นตร.ม.ได้ ความสูงไม่ควรน้อยกว่า 60 เมตร พร้อมกับอนุญาตให้มีการประกอบการศูนย์ประชุม อาคารที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ หรือคอนโดมิเนียมได้อีกด้วย อีกทั้งกระตุ้นการลงทุนด้วยกิจกรรมเศรษฐกิจที่ต่อไปจะมีห้างหรือศูนย์การค้าเข้ามาลงทุนในพื้นที่”

หน้า 26 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3488 วันที่ 18-20 กรกฎาคม 2562

http://www.thansettakij.com/content/405183
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 05:12 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2019, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us