MRT Bangkok Mass Rapid Transit part 4 - Page 18 - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old September 20th, 2019, 01:33 PM   #341
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 22,214
Likes (Received): 3079

13 Museums along 4 subway stations in Rattanakosin Island area
1. Wat Mungkorn
1.1. Charoenchai Urban community at House No. 32 at Charoengkrung Soi 23 (Charoenchai Alley) - the house for Chinese opera troupe

1.2 Traimitr Temple Museum - Yaowaraj Historical Center at the second floor of Traimitr Temple Parvillion

1.3 Krung Thai Art Gallery at the old HQ of Krung Thai Bank, Yaowaraj Soi 23

1.4 Berlin Phamacy Museum - the old yellow building where Charoen Krung road intersects with Suea Pa road with Neoclassic architecture - used to be Berlin Phamacy and Clinic in 1932 run by Moh Chai Chaiyanuwat who graduated from German University in Shanghai (now Tongji University)

2. Sam Yod station
2.1 The Correction Dept Museum at Rommaneenart Park (the Old Gaol) on Mahachai Road
2.2 Sunthornphu Museum at Wat Thepthidaram
2.3 Moh Wan House of Thai Medicines at Soi Thesa on Bumrung Mueang road

3. Sanam Chai Station
3.1 Museum Siam at Gate No. 1 of Sanam Chai station
3.2 National Museum next to Thammsart University - Tha Phrachan campus
3.3 the old Cannon Museum in front of Ministry of Defense
3.4 Old General Post Office at Memorial bridge - opened in 2009 to replace the old General Post Office which had been demolished in 1982 for the construction of Phra Pokklao Bridge

4. Issaraphab station
4.1 Kudeejin Village Museum at Soi Kudeejin 3 - the old Catholic community on Thonburi side of BKK
4.2 Ekkanak House (Thonburi Study Center) - at Rajabhat Institute of Ban Somdej Chaophraya on Issaraphab road - used to be the house of Phraya Prasongsapphakarn (Yuang Ekkanak) - deputy Police Chief
https://www.siam2nite.com/th/magazin...r-4-newest-mrt
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old September 20th, 2019, 05:34 PM   #342
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 100,901
Likes (Received): 6164

เช็กชื่อฉลุย 44 เมกะโปรเจ็กต์ 1.9 ล้านล้าน ครม.เศรษฐกิจเร่งสปีดรถไฟฟ้าทุกสาย

วันที่ 20 September 2019

วันที่ 20 กันยายน 2562 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ แถลงผลการประชุมครม.เศรษฐกิจ ว่า ที่ประชุมครม.เศรษฐกิจรับทราบผลการดำเนินโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Project) ของกระทรวงคมนาคม จำนวน 44 โครงการ วงเงินรวม 1,947,310 ล้านบาท


แบ่งออกเป็น งบประมาณแผ่นดิน 259,791 ล้านบาท เงินกู้ 1,201,056 ล้านล้านบาท เอกชนร่วมลงทุนรัฐ (PPP) 338,810 ล้านบาท และรายได้/กองทุน 147,654 ล้านบาท ส่วนความคืบหน้าในการเบิกจ่ายตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ-ปี 61 เบิกจ่ายแล้ว 210,788 ล้านบาท ปี 62 เบิกจ่ายแล้ว 90,254 ล้านบาท ปี 63 มีแผนเบิกจ่าย 206,040 ล้านบาท และปี 64 – ระยะต่อไป มีแผนเบิกจ่าย 1,392,972 ล้านบาท

44 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการที่ครม.อนุมัติแล้วและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 17 โครงการ วงเงิน 782,329 ล้านบาท ได้แก่ 1.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอร์เตอร์เวย์) 3 เส้นทาง ดังนี้ สายพัทยา-มาบตาพุด เปิดให้บริการ ก.ค.63 สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา เปิดให้บริการปี 65 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี คืบหน้าร้อยละ 22 ล้าช้ากว่าแผน 2 ปี ปัญหาค่ากรรมสิทธิ์ที่ดินสูงขึ้นต้องขออนุมัติปรับกรอบวงเงินเพิ่มเติมจากครม.

2.โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 1 จำนวน 7 สายทาง ระยะทางรวม 993 กิโลเมตร ดังนี้ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ก่อสร้างแล้วเสร็จ อีก 6 โครงการอยู่ระหว่างก่อสร้าง 3.โครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา แบ่งงานโยธาออกเป็น 14 สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้าง 2 สัญญา เตรียมดำเนินการ 12 สัญญา


4.โครงการก่อสร้างรถไฟชานเมืองสายสีแดง 2 สายทาง คือ ช่วงบางซื่อ-รังสิต และ ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน เปิดบริการปี 64 พร้อมสถานีกลางบางซื่อ 5.โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี-สุวินทวงศ์ส่วนตะวันออก เปิดบริการปี 66 6.โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย – มีนบุรี เปิดบริการปี 64 7.โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง เปิดบริการปี 64

8.โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายคลังขนส่งสินค้าเชียงของ จ.เชียงราย อยู่ระหว่างก่อสร้าง ส่วนการบริหารจัดการโครงการ ยังไม่สามารถเสนอขออนุมัติครม.เรื่องรูปแบบการลงทุน PPP ได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องค่าตอบแทนการใช้ที่ดินสปก.

แหล่งที่มาของงบประมาณ งบประมาณแผ่นดิน 169,176 ล้านบาท เงินกู้ 475,268 ล้านบาท PPP 126,037 ล้านบาท และรายได้/กองทุน 11,848 ล้านบาท

2.โครงการที่ครม.อนุมัติแล้วและอยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการ 12 โครงการ วงเงิน 412,739 ล้านบาท ได้แก่ 1.โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง ช่วงวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯด้านตะวันตก ใช้เงินกองทุน TFF ได้ผู้ชนะการประกวดราคาแล้ว 4 สัญญา แต่ยังลงนามสัญญาเพราะมีปัญหาข้อร้องเรียนของผู้เสนอราคา 3.โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน-ราษบูรณะ อยู่ระหว่างออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินและเตรียมการประกวดราคา

4.โครงการก่อสร้างเส้นทางสายใหม่ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ อยู่ระหว่างขอจัดสรรงบประมาณปี 63 เพื่อจ้างที่ปรึกษาจัดการประกวดราคาและเวนคืนที่ดิน 5.โครงการก่อสร้างเส้นทางสายใหม่ช่วงบางไผ่-มุกดาหาร-นครพนม อยู่ระหว่างขอรับจัดสรรงบประมาณปี 63 เพื่อจ้างที่ปรึกษาจัดการประกวดราคาและเวนคืนที่ดิน

6.โครงการศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม อยู่ระหว่างจัดหาที่ดิน ส่วนการบริหารจัดการโครงการ คาดว่าจะประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนต้นปี 63 7.โครงการก่อสร้างรถไฟชานเมืองสายสีแดง 3 สายทาง ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา และช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช เปิดบริการปี 66

8.โครงการก่อสร้างทางวิ่ง (รันเวย์) ช่วงที่ 3 สนามบินสุวรรณภูมิ อยู่ระหว่างทำ EHIA กำหนดเสร็จปี 65 9.โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 อยู่ระหว่างคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน 10.โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) คาดว่าจะลงนามในสัญญาร่วมลงทุนระหว่างบริษัทการบินไทยกับบริษัทแอร์บัส ภายใน ธ.ค.62 11.โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน อยู่ระหว่างเตรียมการลงนามในสัญญา

แหล่งที่มาของงบประมาณ งบประมาณแผ่นดิน 43,085 ล้านบาท เงินกู้ 286,432 ล้านบาท PPP 23,679 ล้านบาท รายได้/กองทุน 59,543 ล้านบาท

3.โครงการที่คณะกรรมการ PPP เห็นชอบแล้วและเสนอ สคร. เตรียมเสนอครม. 2 โครงการ วงเงิน 201,073 ล้านบาท ได้แก่ 1.โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี-สุวินทวงศ์ อยู่ระหว่างเสนอครม. อนุมัติงานโยธา 2.ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม ปรับรูปแบบการเดินรถตลอดสาย 2.มอร์เตอร์เวย์สายนครปฐม-ชะอำ อยู่ระหว่างออกกฎกระทรวงที่พักริมทาง และ สคร.จะเสนอครม.

แหล่งที่มาของงบประมาณ งบประมาณแผ่นดิน 32,960 ล้านบาท เงินกู้ 168,095 ล้านบาท รายได้/กองทุน 19 ล้านบาท

4.โครงการที่จะนำเสนอครม.ในระยะต่อไป 13 โครงการ วงเงิน 551,170 ล้านบาท ได้แก่ 1.โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง และ ช่วงบางซื่อ-หัวหมาก ระยะทาง 25.19 กิโลเมตร 2.โครงการก่อสร่างรถไฟทางคู่ ระยะที่สอง 7 สายทาง ระยะทางรวม 1,483 กิโลเมตร

3.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว 4.โครงการจัดหาเครื่องบิน ปี 62-69 จำนวน 38 ลำของบริษัทการบินไทย 5.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่สาม 6.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่หนึ่ง 7.โครงการศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินและอวกาศอู่ตะเภา

แหล่งที่มาของงบประมาณ งบประมาณแผ่นดิน 14,569 ล้านบาท เงินกู้ 439,356 ล้านบาท รายได้/กองทุน 76,245 ล้านบาท

https://www.prachachat.net/politics/news-373597
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 20th, 2019, 09:05 PM   #343
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 100,901
Likes (Received): 6164

คลอดเกณฑ์ออก “ใบขับขี่รถไฟ”

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
20 ก.ย. 2562 08:38 น.


เงินเดือนหลักแสน!รองรับระบบรางประเทศ
“คมนาคม” ตั้งคณะทำงานคลอดหลักเกณฑ์ออก “ใบขับขี่รถไฟ” หนุนโครงการรถไฟความเร็วสูง หรือไฮสปีดเทรน และการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสีต่างๆรอบกรุง รวมทั้งการเปิดให้เอกชนลงทุนขนส่งสินค้าทางรางแบบพีพีพี เชื่ออีก 6 เดือนสรุปหลักเกณฑ์และมาตรฐานได้ “กรมราง” โวอาชีพขับไฮสปีดเทรนน่าสนใจ เงินเดือน 1 แสนอัป

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยหลังการประชุมคณะทำงานจัดทำหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตขับรถไฟ ว่า กระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะทำงานชุดนี้ ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนกระทรวงคมนาคม, กรมการขนส่งทางราง, ผู้ให้บริการรถไฟทุกระบบ และมีสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เป็นที่ปรึกษา เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์และออกมาตรฐานการออกใบขับขี่รถไฟ

ทั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยอยู่ระหว่างผลักดันโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง 2 เส้นทาง ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา และรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ซึ่งการขับขี่รถไฟความเร็วสูงต้องมีหลักเกณฑ์และทักษะพิเศษกว่ารถไฟทั่วไป

ประกอบกับก่อนหน้านี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม มีนโยบายส่งเสริมให้เอกชนเข้ามาลงทุนขนส่งสินค้าทางราง โดยจ่ายค่าตอบแทนให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) แต่เอกชนหลายราย เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พบว่า การลงทุนซื้อหัวรถจักรและแคร่มีปัญหาในขั้นตอนการประกันภัย เพราะบริษัทประกันภัยถามหาหลักเกณฑ์หรือมาตรฐานของผู้ขับขี่รถไฟ ดังนั้น กระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางรางจึงเห็นว่า ควรเร่งจัดทำมาตรฐานผู้ขับขี่เป็นการเร่งด่วน เพื่อสร้างความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึงการส่งเสริมกิจการขนส่งทางรางของประเทศไทย

นายสรพงศ์กล่าวต่อว่า สำหรับการประชุมคณะทำงานครั้งแรกในครั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่าควรแบ่งหลักเกณฑ์การออกใบขับขี่รถไฟเป็น 4 ประเภท ได้แก่

1.รถไฟฟ้าที่ให้บริการภายในเมือง (Metro)

2.รถไฟทางไกล (Intercity) ที่ให้บริการขนส่งสินค้า

3.รถไฟทางไกลที่ให้บริการขนส่งผู้โดยสาร และ

4.รถไฟทางไกลที่ใช้ความเร็วสูง

โดยหลังจากนี้ คณะทำงานจะเร่งสรุปรายละเอียดและเงื่อนไขการออกใบขับขี่ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลภายใน 6 เดือน จากนั้นจะมีการออก “ใบรับรองการขับขี่” ให้กับผู้ปฏิบัติงาน ต่อมาเมื่อ พ.ร.บ.การขนส่ง

ทางรางเริ่มมีผลบังคับใช้ กรมการขนส่งทางรางก็จะมอบ “ใบขับขี่รถไฟ” ให้ผู้ปฏิบัติงานที่มีใบรับรองโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางรางจะประกาศหลักเกณฑ์และมาตรฐานผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งต่างๆของระบบราง รวมถึงผู้ขับขี่รถไฟ โดยจะมอบอำนาจให้หน่วยงานต่างๆดำเนินการจัดตั้งศูนย์สอบใบขับขี่ ฝึกอบรม และคุมมาตรฐานด้วยตัวเอง ส่วนกรมจะกำกับดูแลมาตรฐานและคุณภาพในภาพรวมเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและประกาศของกระทรวงคมนาคม

สำหรับผู้ขับขี่รถไฟความเร็วสูงนั้นจะมีมาตรฐานและหลักเกณฑ์เข้มงวดมากกว่าปกติ ซึ่งจะเทียบเท่ากับผู้ขับเครื่องบิน เพราะการขับรถไฟความเร็วสูงจะมีความเครียดมากกว่าปกติและต้องรับผิดชอบชีวิตคนจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน ผู้ขับขี่รถไฟความเร็วสูงก็จะมีรายได้สูงตามไปด้วย เช่น ในประเทศจีนจะมีรายได้ตั้งแต่ 30,000 หยวน หรือมากกว่า 150,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ส่วนในประเทศไทยก็น่าจะมีรายได้ในหลักแสนบาทต่อเดือนใกล้เคียงกัน แต่พนักงานขับรถไฟไทยในปัจจุบันก็มีรายได้ไม่น้อย ประมาณ 50,000-80,000 บาทต่อเดือน

“เรื่องนี้ต้องเร่งทำ เพื่อประโยชน์ของการรถไฟฯเอง เพราะการรถไฟฯจะได้ประโยชน์จากค่าเช่าใช้ทางจากการส่งเสริมให้เอกชนเข้ามามีบทบาท อันนี้เป็นไปตามนโยบายของ รมว.ศักดิ์สยาม ขณะเดียวกัน พอมีระบบรถไฟความเร็วสูงและมีมาตรฐาน วางหลักเกณฑ์เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าวิชาชีพการขับขี่รถไฟจะเป็นวิชาชีพที่ได้รับความสนใจอย่างยิ่งสำหรับประชาชนคนไทย เพราะมีรายได้สูง” นายสรพงศ์กล่าว

นายสุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยว่า ในต่างประเทศจะกำหนดให้มีการสอบใบขับขี่รถไฟความเร็วสูงใหม่ทุกๆ 5-10 ปี แล้วแต่ประเทศ ส่วนผู้ให้บริการรถไฟในประเทศไทย เช่น รถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟฟ้า MRT ก็จะมีการทบทวนและทดสอบความรู้ใหม่ทุกๆปีอยู่แล้ว แต่เมื่อประเทศไทยจะออกใบขับขี่รถไฟ ก็ต้องมาพิจารณาหลักเกณฑ์ด้วยว่าจะต้องมีการสอบใบขับขี่ใหม่ทุกๆกี่ปี

สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันมีผู้ขับรถไฟทั้งหมดราว 1,800-2,000 คน แบ่งเป็นรถไฟฟ้าในเมือง 700-800 คน และรถไฟทางไกล 1,100-1,200 คน แต่ในอนาคตปริมาณผู้ขับขี่ก็จะต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เฉพาะรถไฟฟ้าในเมือง คาดว่าความ ต้องการผู้ขับขี่จะเพิ่มจาก 800 คน เป็น 6,000 คน ภายใน 7-10 ปีข้างหน้า

เพราะรถไฟฟ้ากำลังทยอยเปิดเส้นทางใหม่ๆ เช่น รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินหรือสายสีเขียวส่วนต่อขยาย รถไฟฟ้าสายสีส้ม เป็นต้น และมีการเพิ่มขบวนใหม่เฉลี่ย 10% ต่อปี ส่วนรถไฟความเร็วสูงก็คาดว่าจะต้องการผู้ขับขี่ประมาณ 100 คนต่อเส้นทาง.

https://www.thairath.co.th/news/busi...siness/1664781
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 20th, 2019, 09:09 PM   #344
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 100,901
Likes (Received): 6164

ชูตั๋วเดือน-ลดบางเวลา-ข้าราชการเบิกได้ รัฐจัดให้ “ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า”

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
20 ก.ย. 2562 08:46 น.


ขนส่งทางราง ยันลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าทั้งระบบมาแน่! ชูแนวทางลดราคา “ออกตั๋วเดือน–เพิ่มโปรโมชันช่วงเวลาคนไม่นิยมเดินทาง–ข้าราชการเบิกค่ารถไฟฟ้าได้–ใช้ค่าโดยสารหักลดหย่อนภาษี” จ่อเสนอ “ศักดิ์สยาม” เห็นชอบแนวทางก่อนเสนอ ครม. ด้านขยายรถไฟฟ้าสถานีตากสิน อนุมัติเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้

นายสรพงษ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างอัตราค่าโดยสารระบบขนส่งทางรางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลว่า โดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการปรับลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าทั้งระบบ เพื่อดำเนินการตามมาตรการลดค่าครองชีพให้ประชาชนตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ซึ่งขณะนี้ ได้ข้อสรุปร่วมกันกับผู้ให้บริการขนส่งทางรางทั้งหมดแล้ว ว่าจะมีการปรับลดราคาค่าโดยสารของรถไฟฟ้าทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดของการปรับลดราคาค่าโดยสารได้

เนื่องจากทาง ขร.จะต้องนำผลการประชุมเสนอต่อ รมว.คมนาคม เพื่อพิจารณาก่อนที่จะเสนอ ต่อ ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบแนวทางการปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าต่อไป

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการกำหนดมาตรการลดค่าครองชีพให้กับประชาชนออกมาเป็นมาตรการระยะสั้น และมาตรการระยะยาว โดยมาตรการระยะสั้น จะแบ่งเป็นระยะเร่งด่วน ที่ ขร.จะสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานที่ให้บริการรถไฟฟ้าทั้ง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วง, บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้า กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน, บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ออกตั๋วเดือน

นอกจากนั้น ยังได้เห็นชอบให้ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าทุกสายทุกสีลดราคาค่าโดยสารในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน เพื่อกระตุ้นให้ผู้โดยสารหันมาใช้บริการในช่วงดังกล่าวมากขึ้น ซึ่งนอกเวลาเร่งด่วนจะมี 3 ช่วง คือ ช่วงตั้งแต่เปิดให้บริการ-07.00 น., ช่วง 10.00-16.00 น. และ ช่วง 20.00 น.-ปิดให้บริการ โดยในช่วงนอกเวลาเร่งด่วนนี้จะมีเวลารวมประมาณ 13 ชม. ที่จะมีผู้โดยสารเดินทางเพียง 45% เท่านั้น จึงขอให้ผู้ให้บริการของรถไฟฟ้าแต่ละสายทางไปกำหนดแผนการตลาด หรือโปรโมชัน ดึงดูดการซื้อ กระตุ้นยอดขายให้คนหันมาเดินทางมากขึ้น

ส่วนมาตรการระยะยาวนั้น จะให้ทำโปรโมชันเพื่อดึงดูดการขายแล้วสามารถนำค่าตั๋วโดยสารมาลดหย่อนภาษีได้ นอกจากนั้น จะเสนอให้หน่วยงานราชการสามารถซื้อตั๋วโดยสารรถไฟฟ้าแล้วนำมาเบิกเป็นค่าเดินทางได้ทันที จากเดิมจะสามารถเบิกค่าเดินทางได้ เมื่อกรณีที่ไม่สามารถใช้รถหลวงเดินทางได้ก่อน

ด้านนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการสะพานตากสิน (S6) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการรูปแบบโครงสร้างทางวิศวกรรมโครงการปรับปรุงสะพานตากสินและขยายสถานี รถไฟฟ้าสถานีสะพานตากสิน (S6) เพื่อแก้ปัญหาจราจรที่เป็นคอขวด รวมทั้งเตรียมการรองรับปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยจะปรับปรุงเปลี่ยนทางเดินรถจากช่องทางเดี่ยวบนสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินเป็นช่องทางคู่ เพิ่มชานชาลา และทางวิ่งเดี่ยวเป็นทางวิ่งคู่ เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานรถไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้น

โดยต้องทำการเจาะช่องผิวจราจรด้านในสะพานเพื่อขยายรางรถไฟฟ้าข้างละ 1.80 เมตร และขยายบริเวณด้านนอกทดแทนเป็นระยะทาง 2.30 เมตร ปรับปรุงอาคารพักโดยสารและทางเชื่อมต่อสถานี บีทีเอสจะเป็นผู้ก่อสร้าง ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำว่าในช่วงก่อสร้างจะต้องไม่ให้มีผลกระทบต่อการใช้งานปกติ ก่อนที่จะทุบของเดิมต้องก่อสร้างของใหม่ให้เสร็จก่อน เพื่อให้สามารถสัญจรไปมาได้

โดยขณะนี้ กทม.ได้ส่งผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการ (อีไอเอ) ให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.)พิจารณาแล้ว คาดจะเริ่มต้นก่อสร้างได้ปลายปีนี้ใช้ระยะเวลา 40 เดือน.

https://www.thairath.co.th/news/busi...siness/1664755
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 22nd, 2019, 10:31 PM   #345
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 100,901
Likes (Received): 6164

จีนตั้งเป้าสร้าง ‘ระบบขนส่งทันสมัยครอบคลุม’ ภายในปี 2035

เอกสารระบุว่าโครงข่ายการขนส่งความเร็วสูงจะอำนวยความสะดวกให้การส่งสินค้าภายในประเทศจำกัดอยู่ที่เวลาเพียง 1 วัน การขนส่งยังประเทศเพื่อนบ้านใช้เวลา 2 วัน และการขนส่งไปยังเมืองหลักๆ ทั่วโลกใช้เวลาเพียง 3 วัน

20/9/2562 https://www.xinhuathai.com/china/จีน...3586;_20190920
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old September 30th, 2019, 04:30 AM   #347
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 28,295
Likes (Received): 6607

ดันแจ้งเกิดรถไฟฟ้าสายสีเทา-สีน้ำตาลแก้รถติด จ่อชงคจร.จำกัดสิบล้อวิ่งผ่านเมือง ต.ค.นี้
วันที่ 30 ก.ย. 2562 เวลา 07:30 น.

สนข.เร่งสรุปแผนแม่บทพัฒนารถไฟฟ้าฯ หนุน 2 โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทารามอินทรา-พระราม9 สายสีน้ำเทา แคราย-บึงกุ่ม เคลียร์ เตรียมเสนอคจร.เคาะแผนสารพัดแผนแก้รถติดเมืองหลวง พ่วงนโยบายความเร็ว 120 และห้ามรถบรรทุกวิ่งเดือน ต.ค.นี้

นายชยธรรม์ พรหมศร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยถึง ความคืบหน้าการศึกษาแผนแม่บทพัฒนารถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระยะที่ 2 (M-MAP 2)ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อเฟ้นหาเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่นำไปสู่การลงทุนในรัฐบาลชุดนี้ เบื้องต้นพบว่าโครงการที่น่าลงทุนเพื่อแก้รถติดและมีความสมเหตุสมผลด้านปริมาณผู้โดยสาร ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทาเฟสแรกช่วงรามอินทรา-พระราม 9 และโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลช่วงแคราย-บึงกุ่ม วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท นั้นจะเป็นฟีดเดอร์เชื่อมต่อเส้นทางรถไฟฟ้าสายอื่นทั้งสายสีน้ำตาลสายสีเหลืองและสายสีเขียว อย่างไรก็ตามสำหรับสายสีเทานั้น กทม. จะเป็นผู้ผลักดันการลงทุน ขณะที่สายสีน้ำตาลนั้นกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้ผลักดัน

สำหรับเส้นทางที่บีทีเอสสนใจลงทุน และพร้อมร่วมประมูลในปี 2563 คือรถไฟฟ้าช่วงบางนา-สุวรรณภูมิ นั้น ยังไม่มีการผลักดันแผนพัฒนาเพราะยังไม่มีความคุ้มค่าด้านปริมาณผู้โดยสาร ถือว่าเป็นเส้นทางที่จะเป็นประโยชน์ในอนาคตแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ดังนั้นตอนนี้กระทรวงคมนาคมจะโฟกัสไปที่การพัฒนารถไฟฟ้าเฟสแรกให้ครบ 10 เส้นทางก่อนเริ่มกระบวนการผลักดันเส้นทางใหม่ต่อไป ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบฟีดเดอร์รถไฟฟ้าให้ประชาชนเข้าถึงรถไฟฟ้าสายใหม่ได้อย่างสะดวกทั้งทางรถเมล์และทางการขนส่งทางน้ำ ต้องเชื่อมได้ทั้งระบบ


อย่างไรก็ตามขณะนี้เฟสแรกยังเหลืออีกสองเส้นทางที่ครม.อนุมัติแล้วต้องเร่งผลักดันก่อสร้างคือ รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ และรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนท์

การประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) จะมีขึ้นในเดือนต.ค.นี้ ทางสนข.เตรียมเสนอแผนแก้รถติดกรุงเทพมหานครและแก้รถติดตามแนวที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าอาทิ ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งมีจุดตัดและแยกมากถึง 28 แห่งปัจจุบันทำไปได้เพียง 18 แห่ง และยังเหลืออยู่10 แห่งที่ต้องเร่งพัฒนาทั้งแบบสะพานข้ามแยกและอุโมงค์ข้ามแยกส่วนเส้นทางรถติดตามแนวก่อสร้างรถไฟฟ้านั้น อาทิ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง รถไฟฟ้าสายสีส้ม และรถไฟฟ้าสายสีชมพู

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมระบุว่าสำหรับแผนที่จะเสนอคจร.นั้นได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล และนโยบายจำกัดเวลารถบรรทุกนั้นยืนยันว่าจะบังคับใช้มาตรการควบคุมเวลาขนส่งให้อยู่แค่ 4 ชั่วโมงต่อวันหรือตั้งแต่ 00.00 น.-04.00 น. เพียงเท่านั้นในเขตเมืองกรุงเทพชั้นใน ควบคู่ไปกับการให้พิจารณาว่าจะลดขนาดของรถบรรทุกจาก 10 ล้อ เป็นรถบรรทุก 6 ล้อได้หรือไม่ เพื่อแก้ปัญหารถติดในเมืองชั้นในได้เพราะสามารถลดปริมาณรถบรรทุกที่มีอยู่ถึง 50,000 คันในช่วงกลางวัน


นอกจากนี้ยังเตรียมเสนอคจร.เรื่องนโยบายแก้กฎกระทรวงคมนาคมเพื่อขยายอัตราจำกัดความเร็วบนถนน 4 ช่องจราจรทั่วประเทศ เป็นห้ามเกิน 120 กม./ชม. โดยกำหนดให้ 2 ช่องจราจรด้านซ้ายใช้ความเร็ว 40-80 กม./ชม. และอีก 2 ช่องด้านขวาความเร็ว 80-120 กม./ชม. ควบคู่ไปกับการเข้มงวดกล้องจับความเร็วเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น


https://www.posttoday.com/economy/news/602153

สนข.รถไฟฟ้าสายสีเทา-น้ำตาลแก้รถติดเมืองหลวง พร้อมพ่วงคุมความเร็วรถ

30 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 09:36 น.

30 ก.ย.2562 นายชยธรรม์ พรหมศร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่าความคืบหน้าการศึกษาแผนแม่บทพัฒนารถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระยะที่ 2 (M-MAP 2) ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อเฟ้นหาเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่นำไปสู่การลงทุนในรัฐบาลชุดนี้ เบื้องต้นพบว่าโครงการที่น่าลงทุนเพื่อแก้รถติดและมีความสมเหตุสมผลด้านปริมาณผู้โดยสาร ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสาย สีเทาเฟสแรกช่วงรามอินทรา-พระราม 9 และโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลช่วงแคราย-บึงกุ่ม วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท นั้นจะเป็นฟีดเดอร์เชื่อมต่อเส้นทางรถไฟฟ้าสายอื่นทั้งสายสีน้ำตาลสายสีเหลืองและสายสีเขียว อย่างไรก็ตามสำหรับสายสีเทานั้น กทม. จะเป็นผู้ผลักดันการลงทุน ขณะที่สายสีน้ำตาลนั้นกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้ผลักดัน

สำหรับเส้นทางที่บีทีเอสสนใจลงทุนโดยที่พร้อมจะร่วมประมูลปีหน้า คือรถไฟฟ้าช่วงบางนา-สุวรรณภูมิ นั้นคงยังไม่มีการผลักดันพัฒนาเพราะยังไม่มีความคุ้มค่าด้านปริมาณผู้โดยสาร ถือว่าเป็นเส้นทางที่จะเป็นประโยชน์ในอนาคตแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ดังนั้นตอนนี้กระทรวงคมนาคมจะโฟกัสไปที่การพัฒนารถไฟฟ้าเฟสแรกให้ครบ 10 เส้นทางก่อนเริ่มกระบวนการผลักดันเส้นทางใหม่ต่อไป ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบฟีดเดอร์รถไฟฟ้าให้ประชาชนเข้าถึงรถไฟฟ้าสายใหม่ได้อย่างสะดวกทั้งทางรถเมล์และทางการขนส่งทางน้ำ ต้องเชื่อมได้ทั้งระบบ อย่างไรก็ตามขณะนี้เฟสแรกยังเหลืออีกสองเส้นทางที่ครม.อนุมัติแล้วต้องเร่งผลักดันก่อสร้างคือ รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ และรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์

นายชยธรรม์ กล่าวอีกว่า การประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) จะมีขึ้นในเดือนต.ค.นี้ ซึ่ง สนข.เตรียมเสนอแผนแก้รถติดกรุงเทพมหานครและแก้รถติดตามแนวที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าอาทิ ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งมีจุดตัดและแยกมากถึง 28 แห่งปัจจุบันทำไปได้เพียง 18 แห่ง และยังเหลืออยู่10 แห่งที่ต้องเร่งพัฒนาทั้งแบบสะพานข้ามแยกและอุโมงค์ข้ามแยกส่วนเส้นทางรถติดตามแนวก่อสร้างรถไฟฟ้านั้น อาทิ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง รถไฟฟ้าสายสีส้ม และรถไฟฟ้าสายสีชมพู

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมระบุว่าสำหรับแผนที่จะเสนอคจร.นั้นได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล และนโยบายจำกัดเวลารถบรรทุกนั้นยืนยันว่าจะบังคับใช้มาตรการควบคุมเวลาขนส่งให้อยู่แค่ 4 ชั่วโมงต่อวันหรือตั้งแต่00.00 น.-04.00 น. เพียงเท่านั้นในเขตเมืองกรุงเทพชั้นใน ควบคู่ไปกับการให้พิจารณาว่าจะลดขนาดของรถบรรทุกจาก 10 ล้อ เป็นรถบรรทุก 6 ล้อได้หรือไม่ เพื่อแก้ปัญหารถติดในเมืองชั้นในได้เพราะสามารถลดปริมาณรถบรรทุกที่มีอยู่ถึง 50,000 คันในช่วงกลางวัน

นอกจากนี้ยังเตรียมเสนอคจร.เรื่องนโยบายแก้กฎกระทรวงคมนาคมเพื่อขยายอัตราจำกัดความเร็วบนถนน 4 ช่องจราจรทั่วประเทศ เป็นห้ามเกิน 120 กม./ชม. โดยกำหนดให้ 2 ช่องจราจรด้านซ้ายใช้ความเร็ว 40-80 กม./ชม. และอีก 2 ช่องด้านขวาความเร็ว 80-120 กม./ชม. ควบคู่ไปกับการเข้มงวดกล้องจับความเร็วเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น


https://www.thaipost.net/main/detail/46914

สนข.ดันรถไฟฟ้า ช่วงรามอินทรา-พระราม9/เบรกสายบางนา
วันจันทร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายชยธรรม์ พรหมศร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยความคืบหน้าการศึกษาแผนแม่บทพัฒนารถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระยะที่ 2 (M-MAP 2) ว่า ในเบื้องต้นพบว่าโครงการที่น่าลงทุนเพื่อแก้รถติดและมีความสมเหตุสมผลด้านปริมาณผู้โดยสาร ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทาระยะแรกช่วงรามอินทรา-พระราม 9

ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลช่วงแคราย-บึงกุ่ม วงเงิน 50,000 ล้านบาท นั้นจะใช้เป็นระบบขนส่งสายรองเพื่อเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟฟ้าหลักสายอื่นทั้งสายสีน้ำตาล สายสีเหลืองและสายสีเขียวโดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทานั้นทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะเป็นผู้ผลักดันการลงทุน ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลนั้นกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้ผลักดัน

นายชยธรรม์กล่าวว่า ส่วนโครงการรถไฟฟ้าช่วงบางนา-สุวรรณภูมิ ทางกลุ่ม BTS ยังให้ความสนใจที่จะลงทุนมีความพร้อมในการเข้าร่วมประมูล แต่ขณะนี้คงยังไม่มีการผลักดันพัฒนา เพราะยังไม่มีความคุ้มค่าด้านปริมาณผู้โดยสารแต่ถือว่าเป็นเส้นทางที่จะเป็นประโยชน์ในอนาคตแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ทางกระทรวงคมนาคมจะเน้นไปที่การพัฒนารถไฟฟ้าระยะแรกให้ครบ 10 เส้นทาง ก่อนเริ่มกระบวนการผลักดันเส้นทางใหม่ต่อไปควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบขนส่งรองรถไฟฟ้าให้ประชาชนเข้าถึงรถไฟฟ้าสายใหม่ได้อย่างสะดวกและต้องเชื่อมได้ทั้งระบบ

อย่างไรก็ดี ขณะนี้เฟสแรกยังเหลืออีกสองเส้นทางที่ ครม.อนุมัติแล้วต้องเร่งผลักดันก่อสร้างคือ รถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะและรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนท์

สำหรับการประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) จะมีขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งสนข.เตรียมเสนอแผนแก้รถติดกรุงเทพมหานคร และแก้รถติดตามแนวที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าอาทิ ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งมีจุดตัดและแยกมากถึง 28 แห่ง ปัจจุบันทำไปได้เพียง 18 แห่ง และยังเหลืออยู่ 10 แห่งที่ต้องเร่งพัฒนาทั้งแบบสะพานข้ามแยกและอุโมงค์ข้ามแยกส่วนเส้นทางรถติดตามแนวก่อสร้างรถไฟฟ้านั้น รถไฟฟ้าสายสีเหลือง รถไฟฟ้าสายสีส้ม และรถไฟฟ้าสายสีชมพู

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)ว่า คณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)ที่มีนายกุลิศ สมบัติศิริ เป็นประธานจะลาออกทั้งชุด โดยวันที่ 30 กันยายนกรรมการจะยื่นใบลาออกกับนายกุลิศ ก่อนจะรวบรวมและยื่นใบลาออกต่อนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ทั้งนี้ ประเด็นการลาออกของบอร์ดร.ฟ.ท.มีกระแสข่าวอย่างต่อเนื่องท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองที่กระทรวงคมนาคมต้องการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการที่มีการแต่งตั้งแต่รัฐบาลที่ผ่านมา

https://www.naewna.com/business/443982


สนข.รถไฟฟ้าสายสีเทา-น้ำตาลแก้รถติดเมืองหลวง พร้อมพ่วงคุมความเร็วรถ

30 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 09:36 น.

30 ก.ย.2562 นายชยธรรม์ พรหมศร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่าความคืบหน้าการศึกษาแผนแม่บทพัฒนารถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระยะที่ 2 (M-MAP 2) ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อเฟ้นหาเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่นำไปสู่การลงทุนในรัฐบาลชุดนี้ เบื้องต้นพบว่าโครงการที่น่าลงทุนเพื่อแก้รถติดและมีความสมเหตุสมผลด้านปริมาณผู้โดยสาร ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสาย สีเทาเฟสแรกช่วงรามอินทรา-พระราม 9 และโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลช่วงแคราย-บึงกุ่ม วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท นั้นจะเป็นฟีดเดอร์เชื่อมต่อเส้นทางรถไฟฟ้าสายอื่นทั้งสายสีน้ำตาลสายสีเหลืองและสายสีเขียว อย่างไรก็ตามสำหรับสายสีเทานั้น กทม. จะเป็นผู้ผลักดันการลงทุน ขณะที่สายสีน้ำตาลนั้นกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้ผลักดัน

สำหรับเส้นทางที่บีทีเอสสนใจลงทุนโดยที่พร้อมจะร่วมประมูลปีหน้า คือรถไฟฟ้าช่วงบางนา-สุวรรณภูมิ นั้นคงยังไม่มีการผลักดันพัฒนาเพราะยังไม่มีความคุ้มค่าด้านปริมาณผู้โดยสาร ถือว่าเป็นเส้นทางที่จะเป็นประโยชน์ในอนาคตแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ดังนั้นตอนนี้กระทรวงคมนาคมจะโฟกัสไปที่การพัฒนารถไฟฟ้าเฟสแรกให้ครบ 10 เส้นทางก่อนเริ่มกระบวนการผลักดันเส้นทางใหม่ต่อไป ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบฟีดเดอร์รถไฟฟ้าให้ประชาชนเข้าถึงรถไฟฟ้าสายใหม่ได้อย่างสะดวกทั้งทางรถเมล์และทางการขนส่งทางน้ำ ต้องเชื่อมได้ทั้งระบบ อย่างไรก็ตามขณะนี้เฟสแรกยังเหลืออีกสองเส้นทางที่ครม.อนุมัติแล้วต้องเร่งผลักดันก่อสร้างคือ รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ และรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์

นายชยธรรม์ กล่าวอีกว่า การประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) จะมีขึ้นในเดือนต.ค.นี้ ซึ่ง สนข.เตรียมเสนอแผนแก้รถติดกรุงเทพมหานครและแก้รถติดตามแนวที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าอาทิ ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งมีจุดตัดและแยกมากถึง 28 แห่งปัจจุบันทำไปได้เพียง 18 แห่ง และยังเหลืออยู่10 แห่งที่ต้องเร่งพัฒนาทั้งแบบสะพานข้ามแยกและอุโมงค์ข้ามแยกส่วนเส้นทางรถติดตามแนวก่อสร้างรถไฟฟ้านั้น อาทิ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง รถไฟฟ้าสายสีส้ม และรถไฟฟ้าสายสีชมพู

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมระบุว่าสำหรับแผนที่จะเสนอคจร.นั้นได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล และนโยบายจำกัดเวลารถบรรทุกนั้นยืนยันว่าจะบังคับใช้มาตรการควบคุมเวลาขนส่งให้อยู่แค่ 4 ชั่วโมงต่อวันหรือตั้งแต่00.00 น.-04.00 น. เพียงเท่านั้นในเขตเมืองกรุงเทพชั้นใน ควบคู่ไปกับการให้พิจารณาว่าจะลดขนาดของรถบรรทุกจาก 10 ล้อ เป็นรถบรรทุก 6 ล้อได้หรือไม่ เพื่อแก้ปัญหารถติดในเมืองชั้นในได้เพราะสามารถลดปริมาณรถบรรทุกที่มีอยู่ถึง 50,000 คันในช่วงกลางวัน

นอกจากนี้ยังเตรียมเสนอคจร.เรื่องนโยบายแก้กฎกระทรวงคมนาคมเพื่อขยายอัตราจำกัดความเร็วบนถนน 4 ช่องจราจรทั่วประเทศ เป็นห้ามเกิน 120 กม./ชม. โดยกำหนดให้ 2 ช่องจราจรด้านซ้ายใช้ความเร็ว 40-80 กม./ชม. และอีก 2 ช่องด้านขวาความเร็ว 80-120 กม./ชม. ควบคู่ไปกับการเข้มงวดกล้องจับความเร็วเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น

https://www.thaipost.net/main/detail...VhPp9KlnSeQAdk

Last edited by wwc234; September 30th, 2019 at 11:37 AM.
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old September 30th, 2019, 04:21 PM   #348
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 28,295
Likes (Received): 6607

รฟม.ลดค่าครองชีพรถไฟฟ้าม่วงเก็บ 20 บาทตลอดสายช่วงออฟพีกเฉพาะสถานีที่ 3 เป็นต้นไป
วันที่ 30 กันยายน 2562 - 20:23 น.
รฟม. ลดค่าครองชีพรถไฟฟ้าม่วง เก็บ 20 บาทตลอดสาย ช่วงออฟพีก เฉพาะสถานีที่ 3 เป็นต้นไป – ผุดตั๋วเที่ยว สีม่วงพ่วงน้ำเงินลดราคา 33% ทดลอง 6 เดือน
รฟม.ลดค่าครองชีพรถไฟฟ้าม่วง – นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ รฟม. ได้สรุปมาตรการลดภาระค่าครองชีพตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมแล้ว อยู่ระหว่างรอเสนอให้บอร์ด รฟม. พิจารณาอนุมัติเร็วๆ นี้ เบื้องต้นจะทดลองใช้มาตรการดังกล่าวเป็นเวลา 6 เดือนเพื่อรอดูผลตอบรับของผู้โดยสารก่อน

เบื้องต้นแบ่งออกเป็น 2 มาตรการ คือ 1. มาตรการลดค่าโดยสารสำหรับตั๋วเที่ยวหรือตั๋วที่จะมีการกำหนดวันในการใช้งาน ซึ่งจะได้รับสิทธิ์เฉพาะการเดินทางร่วมรถไฟฟ้า 2 สาย คือรถไฟฟ้าสีม่วง ช่วงเตาปูน-บางใหญ่ และสีน้ำเงิน ช่วง เตาปูน-หลัก 2 เท่านั้น โดยจะลดราคาตั๋วโดยสาร เฉลี่ย 33% โดยมีรายละเอียดดังนี้ ตั๋ว 15 เที่ยว ราคา 780 บาท, ตั๋ว 25 เที่ยว ราคา 1,250 บาท, ตั๋ว 40 เที่ยว ราคา 1,920 บาท, ตั๋ว 50 เที่ยว ราคา 2,350 บาท

2. มาตรการลดค่าโดยสารในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off Peak) ระหว่าง 9.00-15.30 น. และช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ให้สิทธิ์เฉพาะ รถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งปัจจุบันคิดค่าโดยสาร 14-42 บาท/เที่ยว สำหรับอัตราค่าโดยสารพิเศษมีรายละเอียดดังนี้ เดินทางเข้า-ออกระบบในสถานีแรก ภายในเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง เก็บค่าโดยสาร 14 บาทเท่าเดิม, สถานีที่ 2 เก็บค่าโดยสาร 17 บาทเท่าเดิม และสถานีที่ 3 เป็นต้นไป เก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย

นายภคพงศ์กล่าวต่อว่า มาตรการลดค่าโดยสาร จะไม่กระทบต่อรายได้ของรฟม. เพราะรถไฟฟ้าสีม่วงมีผู้โดยสารน้อยในช่วงกลางวัน ขณะที่รฟม. ต้องจ่ายเงินจ้างบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงในวงเงิน 2,100 ล้านบาทต่อปีและให้บริการด้วยความถี่ 10 นาทีต่อขบวนอยู่แล้ว คาดว่ามาตรการลดค่าโดยสารจะช่วยกระตุ้นให้คน มาใช้บริการสายสีม่วงเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 1 หมื่นคน จากปัจจุบันมียอดผู้ใช้บริการวันละ 7 หมื่นคน

https://www.khaosod.co.th/economics/news_2934309



รฟม.จัดให้! ตั๋วเที่ยวรถไฟฟ้า ”สีน้ำเงินต่อสีม่วง”ลดถึง 33% - สีม่วงจัดโปรฯ 20บ.ตลอดสาย
เผยแพร่: 30 ก.ย. 2562 18:01 ปรับปรุง: 1 ต.ค. 2562 08:42 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

รฟม.เตรียมจัดโปรโมชั่นลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดค่าครองชีพประชาชนตามนโยบาย”ศักดิ์สยาม” จ่อออกตั๋วเที่ยวให้เลือก ตั้งแต่ 15 เที่ยว -40 เที่ยว กรณีเดินทางสีน้ำเงินร่วมกับสีม่วง ได้ส่วนลดถึง 33% ส่วนสายสีม่วงคลอดราคา 20 บ.ตลาดสาย

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า จากที่ รฟม. และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้มีการทดลองการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง – บางแค ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. 2562 และมีการเดินรถเสมือนจริง ตั้งแต่เวลา 05.00 น. – 24.00 น. ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. 2562 เดินรถต่อเนื่องโดยผู้โดยสารไม่ต้องลงเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีหัวลำโพง ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นตามลำดับ

โดยตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. ที่มีการทดลองการเดินรถ โดยไม่เก็บค่าโดยสารหรือประมาณ 60 วัน มีผู้โดยสารใช้บริการ สายสีน้ำเงินต่อขยายช่วงหัวลำโพง – บางแค สะสม ประมาณ 2.5 ล้านคน-เที่ยว หรือเฉลี่ย 5 หมื่นคนต่อวัน ขณะที่ในช่วงเทศกาลกินเจ มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมาก เฉลี่ยประมาณ 1.2 แสนคนต่อวัน

โดยคาดว่า เมื่อสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย เปิดครบวงกลม (บางซื่อ- ท่าพระ และ หัวลำโพง – บางแค) ผู้โดยสารจะเพิ่มเป็นประมาณ 4 แสนคนต่อวัน และทำให้ สายสีน้ำเงินเดิม ช่วง หัวลำโพง-บางซื่อ ซึ่งปัจจุบันมีผู้โดยสารประมาณ 3.8 แสนคนต่อวัน เพิ่มเป็น 4 แสนคนต่อวัน โดยคาดว่าสายสีน้ำเงินจะมีผู้โดยสารรวม 8 แสนคนต่อวันราวปลายปี2563

@ เตรียมออกโปรฯตั๋วเที่ยว 4 แบบ ลด33% -สีม่วงเก็บ 20 บ.ตลาดสายช่วงกลางวัน

สำหรับมาตรการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า เพื่อลดค่าครองชีพประชาชน ตามนโยบายนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนั้น นายภคพงศ์ กล่าวว่า รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนั้น รฟม.ได้หารือกับ BEM ผู้รับสัมปทานเดินรถแล้ว ได้ข้อสรุปว่า จะมีการจัดทำตั๋วเที่ยว ซึ่งเป็นโปรโมชั่นสำหรับผู้เดินทางต่อเชื่อมระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกับสายสีม่วง จากปัจจุบันราคาสูงสุด 70 บาท ซึ่งปรับลดค่าโดยสารลงถึง 33%

โดยมีตั๋วเที่ยวโดยสารรวม 4 ประเภท ได้แก่ 1. ตั๋ว 15 เที่ยว (ราคาจำหน่าย 780 บาท) อัตราค่าโดยสารเฉลี่ย 52 บาทต่อเที่ยว

2. ตั๋ว 25 เที่ยว (ราคาจำหน่าย 1,250 บาท) อัตราค่าโดยสารเฉลี่ย 50 บาทต่อเที่ยว
3. ตั๋วแบบ 40 เที่ยว (ราคาจำหน่าย 1,920 บาท) อัตราค่าโดยสารเฉลี่ย 48 บาทต่อเที่ยว
4. ตั๋วแบบ 50 เที่ยว (ราคาจำหน่าย 2,350 บาท) อัตราค่าโดยสารเฉลี่ย 47 บาทต่อเที่ยว

ส่วนสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่นั้น รฟม. ได้พิจารณาแนวทางในการปรับลดค่าโดยสารในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off Peak Hours) ตั้งแต่ 09.30 น.-15.30 น. โดยกำหนดอัตราค่าโดยสารแบบโปรโมชั่น 3 แบบ

คือ 1. อัตรา 14 บาท (ค่าแรกเข้าเริ่มต้น) ค่าโดยสารสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเข้า และออกที่สถานีเดิม โดยไม่ออกจากระบบรถไฟฟ้า จำกัดเวลาภายใน 1 ชั่วโมง เป็นประเภท นั่งรถไฟฟ้าเที่ยว 2. อัตรา 17 บาท สำหรับผู้โดยสารที่เดินทาง 1 สถานี 3. อัตรา 20 บาทตลอดสาย สำหรับผู้โดยสารมากกว่า 1 สถานี

ทั้งนี้ จะเสนอคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟม. ขออนุมัติการทำโปรโมชั่น เป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งทาง BEM ให้ความร่วมมือในการจัดทำตั๋วเที่ยวสำหรับการใช้บริการสายสีน้ำเงินต่อเนื่องสายสีม่วง โดยไม่คิดค่าชดเชยใดๆ ส่วน สายสีม่วงนั้น รฟม.เป็นผู้บริหารการเดินรถเอง โดยปัจจุบันผู้โดยสารสายสีม่วง มีผู้โดยสารประมาณ เกือบ 7 หมื่นคนต่อวัน โดยส่วนใหญ่ใช้บริการช่วงเช้าและเย็นกว่า 6 หมื่นคน มีใช้บริการช่วงกลางประมาณ 1 หมื่นคนต่อวันเท่านั้น ซึ่ง คาดว่าการลดค่าโดยสารจะช่วยจูงใจให้มาใช้บริการในช่วงกลางวันเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1หมื่นคนต่อวัน

นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ BEM กล่าวว่า การเปิดทดลองเดินรถสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วง หัวลำโพง-หลักสอง มีผู้โดยสารใช้บริการในระบบรถไฟฟ้าค่อนข้างมาก และคาดว่าผู้โดยสารจะเพิ่มเฉลี่ย 60,000 - 100,000 คนต่อวัน และเห็นภายในสัปดาห์นี้ และหากรวมกับผู้โดยสารในระบบสายสีน้ำเงินที่มี 3.5 แสนคนต่อวัน และคาดว่าผู้โดยสารรวมในปี 2563 น่าจะมากกว่า 4 แสนคนต่อวัน หรืออาจจะถึง 5 แสนคนก็ได้ เนื่องจาก ในเดือนมี.ค. 2563 จะเปิดเดินรถช่วงเตาปูน-ท่าพระ ซึ่งจะเร่งรัดเปิดทดลองฟรีในเดือนธ.ค. 2562 นี้

สำหรับภาพรวมผู้โดยสารปี 2562 โต 3-5 % แต่การเปิดส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินต่อขยาย มีผู้โดยสารเพิ่มอีกกว่า 60,000 คนต่อวัน หรือประมาณ 20% แต่ไม่ได้มาทั้ง 12 เดือน มาแค่ช่วงไตรมาสที่ 4 โดยจะทำให้ผู้โดยสารทั้งปี โตกว่าปีก่อนประมาณ 7-8% สูงกว่าที่คาดหมายไว้


https://mgronline.com/business/detail/9620000094242

Last edited by wwc234; October 1st, 2019 at 08:21 AM.
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old September 30th, 2019, 09:22 PM   #349
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 100,901
Likes (Received): 6164

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 2nd, 2019, 03:10 PM   #350
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 28,295
Likes (Received): 6607

ส่องทำเลแนวรถไฟฟ้า สายสีส้มมาแรงสุด 02 Oct 2019อ่าน 739 ครั้ง
36


คอนโดฯแห่เกาะแนวรถไฟฟ้าสายที่กำลังก่อสร้าง สีน้ำเงิน-เขียวเหนือ-เขียวใต้ ทำเลยอดฮิต พบปีนี้บิ๊กเนมปักหมุดสายสีส้มมากที่สุด

แผนกวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ศึกษาตลาดคอนโดมิเนียมช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ มีโครงการเปิดขายใหม่ประมาณ 11,059 ยูนิตเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกันปี 2561 ลดลงถึง 51% แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าของปีนี้ ประมาณ 1,424 ยูนิต หรือประมาณ 14.78% การเพิ่มขึ้นของคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่นั้นเป็นเพราะว่าผู้ประกอบการทุกรายต้องการเปิดขายและทำกิจกรรมทางการตลาดในช่วงไตรมาสที่ 3 แทนที่จะรอเปิดขายในไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งอาจจะส่งผลให้แผนการพัฒนาโครงการในภาพรวมทั้งปีไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม โครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดขายส่วนใหญ่ ในไตรมาส 3 ปีนี้หลายโครงการเป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่มียูนิตขายมากกว่า 1,000 ยูนิต ตั้งอยู่ในพื้นที่รอบนอก ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยเฉพาะแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงพระราม 9 รามคำแหง พบว่าในช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์เข้าไปพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมบนทำเลนี้เป็นจำนวนมาก และยังมีผู้ประกอบการอีกหลายรายที่อยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบโครงการสำหรับการพัฒนาโครงการใหม่บนทำเลดังกล่าวในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ทำเลแนวรถไฟฟ้ายังคงเป็นทำเลยอดนิยมของผู้ประกอบการ โดยมีสายสีน้ำเงินเป็นแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างที่ผู้ประกอบการพัฒนาคอนโดมิเนียมมากที่สุดในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งพัฒนาแล้วกว่า 37,197 ยูนิต คิดเป็น 25.7% ซึ่งตามแผนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินหลังจากที่เริ่มทดลองใช้ในช่วงหัวลำโพง – หลัก 2 ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และเปิดใช้อย่างเป็นทางการแล้วในปัจจุบัน ส่วนแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงถนนจรัญสนิทวงศ์ จะมีการเปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 2563 พบว่า แนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินยังคงมีผู้ประกอบการรายใหญ่อีกเป็นจำนวนมากที่เตรียมแผนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสำน้ำเงินในปีนี้ถึงแม้ว่าซับพลายคงค้างในตลาดบนแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายนี่จะยังคงมีอีกเป็นจำนวนมากก็ตาม

อีกทำเลแนวรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างต่อขยายที่ได้รับความนิยมอย่างสูงก็คือ สายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-คูคต พัฒนาไปแล้วเฉียด 25,000 ยูนิต และสายสีเขียวใต้ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ พัฒนาไปแล้วกว่า 20,000 หน่วย และสายสีส้ม ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน


https://www.thansettakij.com/content/411157
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old October 4th, 2019, 01:27 PM   #351
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 100,901
Likes (Received): 6164

บิ๊กโปรเจ็กต์1.6ล้านล.สะดุด ติดล็อกการเมือง-รัฐวิสาหกิจไร้บอร์ด

วันที่ 4 October 2019

ฝันค้างเมกะโปรเจ็กต์ปลุกเศรษฐกิจ สารพัดปัญหา ปมเวนคืนติดล็อกกฎหมาย ป่วนลงทุนรัฐวิสาหกิจ 1.6 ล้านล้าน การเมืองรื้อบอร์ด ปลดผู้บริหาร ทำโครงการใหญ่สะดุด คมนาคมแป้กทั้งรถไฟฟ้า-ด่วนพระราม 3 -เทอร์มินอล 2 สุวรรณภูมิ เร่งอีอีซีสุดฤทธิ์ “มาบตาพุดเฟส 3-ไฮสปีด3 สนามบิน อู่ตะเภา-เมืองการบิน” เซ็นสัญญา ต.ค.นี้
แผนลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐซึ่งถูกตั้งความหวังให้ช่วยปลุกเศรษฐกิจ เพิ่มความเชื่อมั่นในระยะยาว อาจไม่เป็นไปตามที่คาด

44 โปรเจ็กต์คมนาคมสะดุด

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า โครงการลงทุนขนาดใหญ่ของกระทรวงคมนาคม จำนวน 44 โครงการ มูลค่ากว่า 1.94 ล้านล้านบาท เป็นอีก 1 ฟันเฟืองที่รัฐบาลจะใช้ในการขับเคลื่อนการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจยังไม่สามารถผลักดันลงทุนออกมาได้ เนื่องจากบางหน่วยงานยังไม่มีผู้บริหารสูงสุด และคณะกรรมการ (บอร์ด) มาช่วยผลักดัน ขณะที่บางโครงการติดระเบียบขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ และปมร้องเรียนการประมูล เมื่อคิดเป็นมูลค่าแล้วอยู่ที่กว่า 1.6 ล้านล้านบาท

โครงการใหญ่ค้างเพียบ

โดยโครงการที่มีแนวโน้มว่าจะไม่สามารถลงทุนได้ตามแผนหรือล่าช้า ประกอบด้วย โครงการของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) มูลค่าลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท ต้องรออนุมัติเวนคืนและเปิดประมูล และสายสีส้มตะวันตก (บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม) กว่า 1.22 แสนล้านบาท ยังต้องหาข้อสรุปใหม่จะ PPP ทั้งก่อสร้างและเดินรถ หรือจะแยกประมูลคนละสัญญาตามนโยบาย รมว.คมนาคม

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีโครงการรออนุมัติ เช่น ผลประมูลทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนตะวันตก จำนวน 4 สัญญา วงเงิน 29,154 ล้านบาท เนื่องจากมีข้อร้องเรียนขั้นตอนประมูล ล่าสุดบอร์ดอนุมัติแล้ว 2 สัญญา เหลือ 2 สัญญารอความชัดเจนจากกรมบัญชีกลาง ซึ่งต้องเร่งเซ็นสัญญาโดยเร็วเพราะใช้เงินกองทุน TFF หากล่าช้าจะมีต้นทุนดอกเบี้ย และทำให้การเบิกจ่ายงบฯลงทุนล่าช้าด้วย นอกจากนี้มีสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2 ที่จะขยายอายุให้ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) 30 ปี แลกกับการยุติข้อพาททั้งหมด ทางด่วนกะทู้-ป่าตอง และทางด่วน N2

เร่งดิวตี้ฟรีดอนเมือง-รื้อบินไทย

ขณะที่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) มีโครงการเทอร์มินอล 2 และรันเวย์ที่ 3 สนามบินสุวรรณภูมิ ขยายสนามบินดอนเมือง เฟส 3 และประมูลดิวตี้ฟรีสนามบินดอนเมือง ซึ่งคิง เพาเวอร์จะสิ้นสุดสัญญาในเดือน ก.ย. 2565 โดย ทอท.เตรียมขายทีโออาร์ประมูลเดือน ต.ค.นี้ สำหรับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) หลังการเมืองเปลี่ยนจะทบทวนแผนฟื้นฟูใหม่ เช่น การจัดหารถใหม่ 2,188 คัน วงเงิน 1.9 หมื่นล้าน ล่าสุดจะเปลี่ยนเป็นจ้างเอกชนเดินรถแทนเพื่อลดต้นทุน

ด้าน บมจ.การบินไทยที่กำลังเร่งรัด คือ แผนฟื้นฟูกิจการและจัดหาฝูงบินใหม่ 38 ลำ กว่า 1.56 แสนล้านบาท บอร์ดได้สั่งทบทวนใหม่ ทั้งในส่วนของสมมติฐานในโครงการจัดหาเครื่องบิน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการบินที่เปลี่ยนแปลงเร็ว และทบทวนแหล่งเงินทุนให้สอดคล้องเหมาะสม

ขณะที่การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) มีโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 มูลค่ากว่า 8.4 หมื่นล้าน ที่กำลังเร่งผลักดัน เพราะเป็น 1 ใน 5 โครงสร้างพื้นฐานคมนาคม ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) รวมถึงการปรับปรุงท่าเรือคลองเตยด้วย

3 เมกะโปรเจ็กต์อีอีซีเซ็น ต.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่อีอีซี 5 โครงการ วงเงินลงทุน 652,559 ล้านบาท ที่เปิดให้เอกชนร่วม PPP ยังติดฟ้องอุทธรณ์บางโครงการ จาก 5 โครงการ คาดว่าจะเซ็นสัญญาได้ในเดือน ต.ค.นี้ 3 โครงการ มูลค่า 569,944 ล้านบาท

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เปิดเผยว่า จะมีการลงนามสัญญาท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 วงเงิน 55,400 ล้านบาท กับกลุ่มกิจการร่วมค้ากัลฟ์ฯ และพีทีที แทงค์ วันที่ 1 ต.ค. เป็นโครงการแรกในอีอีซี 2.พัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินตะวันออก มูลค่า 290,000 ล้านบาท อยู่ระหว่างพิจารณาซองคุณสมบัติที่ 2 เทคนิค ของ 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มกิจการร่วมค้า BBS และ 2.กลุ่มแกรนด์คอร์โซเตียม คาดว่าจะได้ตัวเอกชนเซ็นสัญญาเดือน ต.ค.นี้

3.รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. วงเงิน 224,544 ล้านบาท มีกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ผ่านการคัดเลือก จะเชิญเอกชนมาหารือส่งมอบพื้นที่ให้เสร็จก่อนลงนามวันที่ 15 ต.ค. เวลา 13.00-16.30 น.

สำหรับท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเทียบเรือ F มูลค่า 84,361 ล้านบาท ของการท่าเรือฯ หลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวกลุ่มกิจการร่วมค้า NPC ให้กลับเข้าร่วมประมูลโครงการได้ กพอ.และ กทท.กำลังพิจารณาจะอุทธรณ์คำสั่งภายใน 30 วัน โดยหยุดพิจารณาซองคุณสมบัติไว้ก่อน

“ศักดิ์สยาม” เร่งตั้งบอร์ด

ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ตนเข้าใจทุกภาคส่วนดีว่ามีความหวังจะให้โครงการลงทุนของคมนาคมช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจประเทศ ซึ่นพยายามแก้ปัญหาและเร่งรัดทุกโครงการให้ประมูลก่อสร้างได้ตามเป้า แต่เนื่องจากเป็นโครงการใหญ่ใช้เงินลงทุนสูงจะติดปัญหาเรื่องงบประมาณ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง และระเบียบขั้นตอนการประมูลที่มีการร้องเรียนเกิดขึ้น ทำให้บางโครงการล่าช้า

สำหรับปัญหาเรื่องบอร์ดรัฐวิสาหกิจได้เห็นชอบรายชื่อผู้ที่จะไปนั่งประธานบอร์ดรัฐวิสาหกิจที่ลาออกให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) อนุมัติแล้ว มีการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ส่วนบอร์ดการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ยังไม่ได้แต่งตั้ง เนื่องจากต้องการให้สางงานเก่าที่ค้างอยู่ให้เสร็จเรียบร้อย

“กทพ.ยังเจรจาสัมปทานทางด่วนค้างกับ BEM ที่ผมให้พิจารณาทางเลือกเพิ่ม ส่วน ทอท.บอร์ดก็ทำผลกำไรดี แต่อยากให้เร่งเทอร์มินอล 2 สนามบินสุวรรณภูมิให้เสร็จก่อน ด้านบอร์ดการบินไทยใครที่อายุเกินก็หมดวาระ และแต่งตั้งใหม่ ส่วนบอร์ดการรถไฟฯได้รับรายงานแล้วว่าลาออก จะรีบตั้งโดยเร็วที่สุด”

ลงทุนรัฐวิสาหกิจติดล็อก

ด้านแหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า การเร่งรัดโครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจเกิดปัญหาความล่าช้า เนื่องจากหลังเปลี่ยนแปลงผู้บริหารฝ่ายการเมือง แต่ละกระทรวงจะมีการปรับเปลี่ยนตัวผู้บริหารและกรรมการรัฐวิสาหกิจหน่วยงานในสังกัด มีทั้งปลดและการส่งสัญญาณให้ลาออก อย่างกระทรวงคมนาคม ก่อนหน้านี้มีการปลดผู้ว่าการ กทพ., บอร์ด รฟม. ส่วนบอร์ด กทท.ถูกให้ลาออกยกชุด และบอร์ด ร.ฟ.ท.ก็ลาออกยกชุดด้วย สำหรับบอร์ด บมจ.การบินไทย มีกระแสข่าวว่าฝ่ายการเมืองก็ต้องการปรับเปลี่ยน ส่วนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สังกัดกระทรวงพลังงาน ขณะนี้ยังไม่มีประธานบอร์ด

รฟม.-กฟผ.ลุ้น ปธ.บอร์ดคนใหม่

ปัจจุบันการแต่งตั้งบอรด์ต้องมีการสรรหา ต้องแต่งตั้งบุคคลตามความเชี่ยวชาญเฉพาะ (skill matrix) และการแต่งตั้งกรรมการอื่นที่ไม่ใช่กรรมการโดยตำแหน่งในบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ก็ต้องเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญการทำงานในภาคธุรกิจไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการอื่น ที่สำคัญ หากรัฐวิสาหกิจไหนกำหนดว่าต้องแต่งตั้งจากบัญชีรายชื่อกรรมการรัฐวิสาหกิจ (ไดเร็กเตอร์พูล) ก็ต้องเลือกจากบัญชีดังกล่าว ซึ่งต้องมีการเสนอรายชื่อ 2 เท่าของตำแหน่งที่ขาด ส่งให้อนุกรรมการกลั่นกรองกรรมการรัฐวิสาหกิจ ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯเป็นประธานคัดเลือก

“ตอนนี้โครงการลงทุนรัฐวิสาหกิจหลายแห่งเกิดการติดขัด บางส่วนทำไม่ได้ เพราะจะมีปัญหาในการประชุมบอร์ด เช่น ถ้าไม่มีประธานบอร์ด ก็ไม่ครบองค์ประกอบ”

นายจุมพล ริมสาคร รองปลัดกระทรวงการคลัง กำกับดูแลภารกิจด้านทรัพย์สิน กล่าวว่า การตั้งกรรมการรัฐวิสาหกิจที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ปัจจุบันต้องเลือกจากบัญชีรายชื่อกรรมการรัฐวิสาหกิจ หรือไดเร็กเตอร์พูล ที่จะมีผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ อยู่ โดยกระทรวงเจ้าสังกัดของรัฐวิสาหกิจต้องเลือกแต่งตั้งจากรายชื่อที่มีอยู่ในบัญชี ขณะนี้ในบัญชีรายชื่อ บางสาขาก็ขาดคน ซึ่งจะประกาศรับสมัครผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขาเข้ามาอยู่ในไดเร็กเตอร์พูลในต้นเดือน พ.ย.นี้

สภาพัฒน์แก้กฎหมายใหม่

แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้งบฯ ลงทุนของรัฐวิสาหกิจในปีงบประมาณ 2563 ล่าช้าออกไปราว 1 เดือน เนื่องจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อยู่ในช่วงรอยต่อปรับปรุงแก้ไขกฎหมายสภาพัฒน์ ทำให้ช่วงที่ผ่านมาไม่สามารถพิจารณาอนุมัติงบฯลงทุนรัฐวิสาหกิจปีงบฯ 2563 และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติได้ทันก่อนสิ้น ก.ย.

https://www.prachachat.net/property/news-377547

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 5th, 2019, 05:35 PM   #352
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 100,901
Likes (Received): 6164

เปิดโรดแมปรัฐวิสาหกิจ กู้ 2 แสน ล.ลุยรถไฟไทย-จีน เร่ง ปตท. ลงทุน

วันที่ 5 October 2019

ตามที่งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 (ต.ค. 2562-ก.ย. 2563) จะมีผลบังคับใช้ น่าจะราวปลายเดือน ม.ค. 2563 สะท้อนว่า ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ (ต.ค.-ธ.ค. 2562) “โครงการลงทุนใหม่ ๆ” จะยังไม่เกิดขึ้น เนื่องจากต้องรอกฎหมายงบประมาณบังคับใช้ก่อน

ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลคาดหวัง คือ การเบิกจ่ายงบฯลงทุนของรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะ “โครงการต่อเนื่อง” เพื่ออัดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งแผนบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2563 ได้กำหนดวงเงินก่อหนี้ใหม่ไว้ทั้งสิ้น 894,005.65 ล้านบาท

แบ่งเป็น “รัฐบาลกู้” เพื่อบริหารสภาพคล่องของเงินคงคลัง วงเงิน 90,000 ล้านบาท ที่กู้มาใช้โดยตรงอีก 573,522 ล้านบาท และส่วนของรัฐบาลที่กู้มาแล้วให้รัฐวิสาหกิจกู้ต่อ โดยเน้นลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ วงเงินรวม 85,357.11 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 13 แห่ง ที่ได้กู้เอง 145,126.54 ล้านบาท

วงเงินกู้ 2.25 แสนล้าน

“ธีรัชย์ อัตนวานิช” ที่ปรึกษาด้านตลาดตราสารหนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการกู้เงินเพื่อลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ในปีงบประมาณ 2563 จะอยู่ที่ 225,000 ล้านบาท


เฉพาะส่วนลงทุนโครงการเมกะโปรเจ็กต์จะอยู่ที่ 85,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ทั้งโครงการต่อเนื่องและโครงการใหม่ ๆ

“เมกะโปรเจ็กต์ที่จะกู้เงินปีหน้า ส่วนใหญ่เป็นของ ร.ฟ.ท. กับ รฟม. ซึ่งรัฐวิสาหกิจเป็นผู้กู้ต่อจากรัฐบาล โดย ร.ฟ.ท.กู้มาลงทุนในโครงการรถไฟไทย-จีน 3 หมื่นล้านบาท เพราะกู้ไม่ทันในปีงบประมาณก่อน จึงมากู้เหลื่อมในงบประมาณปีหน้า ล่าสุด ร.ฟ.ท.แจ้งว่า ได้ผู้รับจ้างแล้วในบางสายทาง” นายธีรัชย์กล่าว

คลังจี้ ร.ฟ.ท.เร่งแผนบริหารสินทรัพย์สร้างรายได้

ทั้งนี้ ในส่วนของ รฟม.มีแผนกู้เงินรวม 5 โครงการ วงเงินทั้งสิ้น 20,131.49 ล้านบาท ขณะที่ ร.ฟ.ท.มีแผนกู้ 9 โครงการ วงเงิน 65,225.62 ล้านบาท แบ่งเป็น ส่วนโครงการลงทุนต่อเนื่อง
6 โครงการ รวม 62,800.95 ล้านบาท และแผนลงทุนโครงการใหม่ ๆ ในงบประมาณปีหน้าอีก 3 โครงการ วงเงิน 2,424.67 ล้านบาท (ดูกราฟิก)

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า รัฐวิสาหกิจทั้งสองมีสัดส่วนความสามารถในการหารายได้ เทียบกับภาระหนี้ของกิจการ (DSCR) ต่ำกว่า 1 เท่า ทำให้ต้องรอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ

ในส่วน รฟม.นั้น คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะที่มี นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เสนอความเห็นว่า เนื่องจากเป็นการลงทุนโครงการระบบรถไฟฟ้าในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรัฐบาลรับภาระการลงทุนทั้งหมด แต่ควรกระจายภาระหนี้ให้สอดคล้องกับการจัดหารายได้ และความสามารถในการจัดสรรงบประมาณชำระหนี้ในแต่ละปี

ส่วน ร.ฟ.ท.มีข้อเสนอว่า ควรให้ ร.ฟ.ท.ขอชดเชยผลขาดทุนตามที่เกิดขึ้นจริง และเร่งรัดแผนการแก้ไขปัญหาองค์กรให้สำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยเร่งดำเนินการตามแผนบริหารทรัพย์สินที่ต้องพิจารณาอัตราค่าเช่าให้เหมาะสม และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ให้เกิดประโยชน์กับรัฐสูงสุด

สคร.เร่งแก้อุปสรรค

“ประภาศ คงเอียด” ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งการให้ สคร.เร่งติดตามการเบิกจ่ายงบฯลงทุนของรัฐวิสาหกิจอย่างใกล้ชิด โดยประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ให้ลุล่วงโดยเร็ว

เป้าหมาย เพื่อให้การเบิกจ่ายงบฯลงทุนของรัฐวิสาหกิจอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งภาพรวมการเบิกจ่ายงบฯลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2562 มีจำนวน 169,883 ล้านบาท คิดเป็น 80% ของแผนเบิกจ่ายสะสม

ขณะที่ “ชาญวิทย์ นาคบุรี” รองผู้อำนวยการ สคร. กล่าวว่า สิ้นเดือน ส.ค. 2562 พบว่า โครงการขนาดใหญ่ที่เบิกจ่ายได้ตามแผน ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ของ รฟม., โครงการลงทุนโครงข่ายระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติของ บมจ.ปตท., การปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และงานก่อสร้างขยายระบบประปาของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.)

ขณะที่โครงการขนาดใหญ่ของรัฐวิสาหกิจที่เบิกจ่ายไม่ได้ตามแผนนั้น คือ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ของ ร.ฟ.ท., โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย และโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)

ทำให้ สคร.ต้องทำงานใกล้ชิดกับรัฐวิสาหกิจให้มากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เบิกจ่ายล่าช้า เพราะมีผลต่อระบบสภาพคล่องเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งประสานงานกับรัฐวิสาหกิจที่มีแผนเบิกจ่ายสูงอย่าง บมจ.ปตท. ให้เร่งเบิกใช้ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้โดยเร็ว

จากนี้คงต้องติดตามการเบิกจ่ายงบฯลงทุนของรัฐวิสาหกิจว่าจะทำได้ตามแผนหรือไม่ เพราะเม็ดเงินมหาศาล ล้วนจะมีผลต่อการ “พยุงเศรษฐกิจ” ในยุคที่กลัวการเผาจริง

https://www.prachachat.net/property/news-378229

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 6th, 2019, 01:25 AM   #353
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 28,295
Likes (Received): 6607

เปิดใช้แล้วรถไฟฟ้า 142 กิโล ดัมพ์ค่าตั๋ว ดึงคนเข้าระบบ05 Oct 2019
447
อย่างที่ทราบกันดีในเรื่องการคมนาคมโดยเฉพาะในกรุงเทพ มหานคร จากข้อมูลของ INRIX Global Traffic Scorecard ได้เผยผลสำรวจออกมาว่า กรุงเทพฯ ครองอันดับ 8 ของโลก และอันดับ 2 ของอาเซียนสำหรับการเป็นเมืองรถติด หรือคิดเป็น 64 ชั่วโมงต่อปีในการเสียเวลาบนท้องถนน และหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญ คือ ระบบโครงสร้างพื้นฐานยังไม่ตอบโจทย์การเดินทางภายในเมืองทำให้ทุกคนแห่กันซื้อรถและนำออกมาใช้เพิ่มขึ้นในทุกวัน หรือประมาณ 9.8 ล้านคัน โดยเกินพื้นที่ถนนรองรับได้ 4.4 เท่านั้นเอง

ความสำคัญดังกล่าว ทาง ออกที่สมดุลที่สุด คือ การหันมาพัฒนาระบบรางและตลอด 1 ทศวรรษที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้หันมายกระดับในด้านการขนส่งทาง รางอย่างต่อเนื่อง มีการจัดตั้ง กรมการขนส่งทางรางขึ้นมาในปีนี้เพื่อกำกับดูแลระบบขนส่งทางรางทั่วประเทศให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงการเสนอแนะนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงานการกำกับดูแลกิจการขนส่งทางรางให้เป็นมาตรฐาน อีกทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางรางของประเทศให้สามารถแข่งขันและเชื่อมต่อการขนส่งรูปแบบอื่นและประเทศเพื่อนบ้านได้

14 เส้นทาง 557กม.ระบบรถไฟฟ้าที่เราเห็นในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล (M-Map) ระยะ 20 ปี (2553-2572) โดยจะมี 14 เส้นทาง ในระยะทาง 557.56 กม.จาก 351 สถานี และ 56 สถานีเชื่อมต่อ โดยเมื่อแล้วเสร็จจะก้าวสู่การเป็น อันดับ 3 ของโลกในฐานะมหานครระบบราง โดยมีระยะทางที่ให้บริการที่มากกว่า กรุงลอนดอน นครนิวยอร์กและโตเกียวด้วยซํ้า



เปิดใช้แล้ว141.8กม.ทั้งนี้ปี 2562 ที่ผ่านมา มีโครงข่ายรถไฟฟ้าที่ให้บริการไปแล้วรวมระยะทาง 141.8 กม. ได้แก่ สายสีเขียวในช่วงหมอชิต-ห้าแยกลาดพร้าว สายสีนํ้าเงินในช่วงหัวลำโพง - บางแค (หลักสอง) ที่เปิดให้บริการไปแล้วเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา และในช่วงปลายปีน่าจะมีการเปิดให้บริการของสายสีเขียวช่วงห้าแยกลาดพร้าว-ม.เกษตรศาสตร์ ส่วนในปี 2563 โครงข่ายรถไฟฟ้าที่น่าสนใจ คือ การเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงิน ช่วงเตาปูน-ท่าพระ รวมทั้งสายสีเขียวช่วง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์-คูคต และสายสีทองช่วงกรุงธน-คลองสาน จะทำให้ปีหน้าเรามีระยะทางโครงข่ายรถไฟฟ้ารวมเป็น 170.38 กม. ดึงคนเข้าระบบสิ่งที่น่าจับตาคือจำนวนการผู้ใช้บริการจะสอดรับกับการขยายตัวของโครงข่ายหรือไม่ โดยมีปัจจัยหลักมาจาก ค่าโดยสาร โดยล่าสุดวานนี้ในการเปิดรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงินส่วนต่อขยาย หัวลำโพง-บางแค ทางการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ได้แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน ซึ่งยังคงราคาเริ่มต้นที่ 16 บาทและสูงสุดไม่เกิน 42 บาท กรณีผู้โดยสารเดินทางข้ามระบบจากสายสีนํ้าเงินไปสายสีม่วง (ตั้งแต่สถานีคลองบางไผ่-สถานีหลักสอง) จะมีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 16 บาทเช่นเดิมและสูงสุดไม่เกิน 70 บาท ขณะที่รถไฟฟ้า BTS มีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 16 บาทและสูงสุดไม่เกิน 59 บาท ขณะที่ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 15 บาท และไม่เกิน 45 บาท

คนเพิ่ม 10%อย่างไรก็ตามการปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ที่จะออกมาเป็นรูปธรรม นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมการขนส่งทางราง(ขร.) เปิดเผยว่า เตรียมเสนอแนวทางการลดค่ารถไฟฟ้า 2 รูปแบบ คือ การลดค่ารถไฟฟ้าในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off-peak) และการลดค่าบัตรรายเดือน หรือลดค่าโดยสารลง 5 บาท ซึ่งทางอธิบดีเชื่อมันว่า จะกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้รถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 10% โดยหากผ่านความเห็นชอบจะนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้อนุมัติการบังคับใช้ทันทีลองมาดูกันว่า ราคา กับ ระบบราง ที่เดินคู่กันแบบคู่ขนาน จะกระตุ้นให้ผู้คนหันมาใช้บริการได้เพิ่มขึ้นจริงหรือไม่

หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3510 ระหว่างวันที่ 3-5 ตุลาคม 2562


https://www.thansettakij.com/content/411138
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old October 8th, 2019, 02:05 AM   #354
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 28,295
Likes (Received): 6607

หน้าแรก / อสังหาริมทรัพย์ / เปิดทำเลทอง 5 รถไฟฟ้าใหม่ บิ๊กเนมเตือนซํ้ารอย สายสีม่วง

เปิดทำเลทอง 5 รถไฟฟ้าใหม่ บิ๊กเนมเตือนซํ้ารอย สายสีม่วง08 Oct 2019อ่าน 1 ครั้ง
เปิดหน้าดินเส้นทางรถไฟฟ้า 5 สาย บูมคอนโดฯ ดันความเจริญแผ่ขยายรอบกรุง ราคาที่ดินพุ่ง ไล่ตั้งแต่ รังสิต-ธัญบุรี-รามอินทรา-ลำลูกกา-บางนา-สถานีแม่นํ้า บิ๊กเนมเตือนระวังซํ้ารอยสายสีม่วง ยัน บีทีเอส-เอ็มอาร์ที ขุมทองตัวจริงสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจรจาจร (สนข.) เปิดเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ตาม M-MAP 2 ระยะทาง 131 กิโลเมตร 5 โครงการใหม่ซึ่งเป็นระบบรองเสมือนต่อแขน -ขาให้ยื่นออกไปรับคน ในแถบปริมณฑลเชื่อมเข้าระบบ รถไฟฟ้าเส้นทางหลัก ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง และเปิดให้บริการ ประเมินว่าจะช่วยร่นการเดินทางแก้ปัญหาจราจรแต่หัวใจสำคัญการขยายโครงข่ายจะช่วยเปิดหน้าดินในพื้นที่ให้กลายเป็นทำเลทองบ้านจัดสรรคอนโดมิเนียมตลอดจนศูนย์การค้าขนาดใหญ่หรือแม้กระทั่งมิกซ์ยูส ส่งผลให้ราคาที่ดินขยับ เกิดการจับจองพื้นที่ขึ้นโครงการดักหน้าไล่ตั้งแต่ทำเลเชื่อมต่อจาก สายสีแดงธรรมศาสตร์-รังสิต- บางซื่อ ซึ่งมีแผนเชื่อมรถไฟฟ้าระบบรอง ลากจาก รังสิต ไปยังอำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ระยะทาง 12 กิโลเมตร ทำเลนี้ราคาที่ดินไม่สูงมาก ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการนิยมพัฒนาแนวราบ แต่ย่านชุมชน เมืองรังสิต เป็นชุมชนใหญ่ ทั้งเมืองมหาวิทยาลัย และแหล่งงาน สำหรับผู้มีรายได้ น้อย ส่งผลให้ราคาที่ดินขยับสูง อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้เกิดจากข้อเรียกร้องของประชาชนในพื้นที่ เพราะถนนเส้นนครนายก จราจรหนาแน่น ไม่สามารถสร้างยกระดับลอยฟ้าได้



ขณะเส้นทางจากรามอินทราไปลำลูกกา แผนเดิมมีรถไฟฟ้าสายสีเทาวิ่งจากถนนวัชรพลไปย่านทองหล่อต่อไปถึงถนนพระราม 3 ซึ่งจะมาทดแทนรถเมล์บีอาร์ทีแต่มองว่าอนาคตน่าจะรองรับปริมาณจราจรไม่เพียงพอแต่พอสรุปได้ว่าเส้นทางนี้จะวิ่งจากวัชรพลมุ่งตรงไปตามแนวทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ มุ่งหน้าไปยังลำลูกกา ส่งผลให้คนที่อยู่บริเวณเขตชานเมืองสามารถเข้าสู่เขตเมืองได้สะดวกรวดเร็ว

อีกเส้นทางสำคัญ จากบางหว้า บีทีเอส สายสีเขียว เชื่อมบางกะปิ บริเวณนี้จะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง แต่บางโซนเป็นจุดบอดไม่มีรถไฟฟ้าผ่าน โดยจะรวม สายสีนํ้าตาล จากวงศ์สว่าง ผ่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บริเวณนี้จะเป็นอีกหนึ่งวงแหวนถัดจากรถไฟฟ้าสายสีชมพู (วงแหวนสายที่ 2) เป็นการเชื่อมเมืองระหว่าง ตะวันออกกับตะวันตก ซึ่งปกติจะมีสายที่วิ่งพาดผ่านคือสายสีส้ม ตะวันตก-ตะวันออก จาก ศิริราช วิ่งสู่สุวินทวงศ์ เส้นนี้จะเป็นทางเลือกอีกเส้นอีกทำเลที่น่าสนใจคือ สายหลักสี่ เชื่อมสถานีรถโดยสารที่ถนนบรมราชชนนี ซึ่งรูปแบบเป็นได้ทั้งบนดินหรือใต้ดิน สถานีแม่นํ้า เส้นทางรถไฟสายแรกของประเทศไทย หรือทางรถไฟสมุทรปราการ เส้นนี้จะใช้แนวเดิมของการรถไฟฯ เชื่อมต่อฟาร์มแท็งก์ของเชลล์ ที่วันนี้ยกเลิกสัญญาไปแล้ว พาดผ่านเมืองออกมา วิ่งผ่านบางนาไปตามแนวบางนา ตราดขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษา ซึ่งประเมินว่าเพียงแค่เชื่อมบางนาไม่นาจะพอต้องเชื่อมต่อไปยังสถานีแม่นํ้าอีกด้วย

มุมสะท้อนนายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมียม บริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน) ระบุว่า ต้องการให้รัฐเร่งโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 10 สายให้แล้วเสร็จก่อน รวมถึงการปรับค่าโดยสารราคาถูก แต่ทั้งนี้รถไฟฟ้าที่เป็นสายหลัก ขุมทองนักลงทุน มีเพียง 2 สาย คือ บีทีเอส สายสีเขียว เส้นผ่านใจกลางเมือง และ สายสีนํ้าเงิน วิ่งเป็นวงแหวนเชื่อมพื้นที่กรุงเทพฯ กับฝั่งธน ทำให้ราคาที่ดินขยับไปไกล ไม่สามารถซื้อขึ้นโครงการในราคาระดับกลาง-ล่าง เข้าถึงได้ ส่วนรถไฟฟ้าที่เหลือเป็นเพียงฟีดเดอร์ อย่างไรก็ตาม การขยายโครงการใหม่ๆ ต่อจากรถไฟฟ้า 10 สาย อยากให้ผู้ประกอบการระมัดระวัง ไม่ให้ซํ้ารอยรถไฟฟ้าสายสีม่วง

หน้า 25-26 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,511 วันที่ 6-9 ตุลาคม 2562


https://www.thansettakij.com/content/411275
wwc234 está en línea ahora   Reply With Quote
Old October 8th, 2019, 06:52 PM   #355
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 100,901
Likes (Received): 6164

ฉีกแนวอาเซียน …PPP ฉบับไทยแลนด์ “ศักดิ์สยาม” ชี้เอกชนต้องรับความเสี่ยงเองทั้งหมด

วันที่ 8 ตุลาคม 2562

บรรยากาศความน่าลงทุน เป็นสิ่งที่ประเทศต่าง ๆ พยายามสร้างเพื่อให้ประเทศนั้น ๆ สามารถดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ เข้ามาทำธุรกิจได้ กฎระเบียบต่าง ๆ จึงถูกลด ละ เลิก เพื่อหวังว่าการลงทุนจะย้ายจากประเทศหนึ่งมายังอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งทุกประเทศเห็นกำลังของภาคเอกชน ในการนำความสามารถมาช่วยภาครัฐทำโครงการสำคัญ ๆ ของประเทศ แต่ดูเหมือนประเทศไทยจะอยู่ในอาการเกร็ง เพราะไม่มีใครกล้าใช้อำนาจในการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ให้ทะลุท่อ ต่างจาก PPP ในประเทศอื่น ๆ ล่าสุด นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ออกมาประกาศชัดรื้อการเจรจาทั้งหมด กลับไปเริ่มต้นนับ 1ใหม่ อ้าง RFP พร้อมขู่แบล็คลิสต์เอกชน และยึดเงินประกัน สร้างเอกลักษณ์ให้ PPP ไทย ต่างจากต่างประเทศอย่างไร ลองไปดูกัน

สิงคโปร์ เน้นการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในรูปแบบ PPP มานานแล้ว โดยมี Public Private Partnership Handbook Version 2 (2012) ที่ให้ความสำคัญกับการยืดหยุ่นทางกฎหมายและข้อเสนอ ทำให้เอกชนได้ประโยชน์สูงสุด เพื่อดึงดูดการลงทุน แข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ที่แย่งเม็ดเงินลงทุนต่างประเทศ รวมถึงข้อเสนอพิเศษที่เปิดโอกาสให้เอกชนในการเข้ามาลงทุน และการนำความรู้และความสามารถในการแข่งขันของเอกชนในประเทศสิงคโปร์ รวมทั้งการบริหารจัดการการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ มาใช้กับโครงการภาครัฐ โดยกระทรวงการคลัง (MOF) ได้ตั้ง PPP Advisory ให้เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ PPP กำหนดกรอบนโยบายในการดำเนินโครงการต่าง ๆ และประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการนั้น ๆ

ทั้งนี้ GPE6 ของหน่วยงานเจ้าของโครงการจะทำงานร่วมกับ PPP Advisory ในการดำเนินโครงการให้สอดคล้องกับแนวทางที่กำหนด และ GPE จะสามารถดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ ได้ อนุมัติเงื่อนไขต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่จำเป็นต้องขออนุมัติจากรัฐบาลสิงคโปร์ก่อน ตัวอย่างโครงการ PPP ได้แก่ โครงการ Singapore Sports Hub สนามกีฬาแห่งชาติของสิงคโปร์และพื้นที่โดยรอบ รวม 350,000 ตารางเมตร งบประมาณการก่อสร้างประมาณ 1.3 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ (ประมาณ 1.03 พันล้านเหรียญสหรัฐ) สัญญาระยะเวลา 25 ปี

อินโดนีเซีย เน้นการดึงดูดการลงทุนในระดับภูมิภาคเช่นเดียวกัน โดยมีกฎระเบียบ PPP โดยเฉพาะ สำหรับให้สิทธิประโยชน์ ผ่อนปรนระเบียบ คือ Presidential Regulations No.13 (2010), No. 56 (2011) และ No.66 (2013) เป็นระเบียบที่ออกมาปรับปรุง Presidential Regulations No.67 (2005) มีหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบคือ กระทรวงการวางแผนพัฒนาแห่งชาติ โครงการที่ผ่านการพิจารณาและเริ่มกระบวนการจัดจ้างแล้ว 42 โครงการ โดยอินโดนีเซียมีโครงการ PPP ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา 27 โครงการ มูลค่าประมาณ 47,337.98 ล้านเหรียญสหรัฐ

มาเลเซีย ประกาศมุ่งเน้น PPP เช่นเดียวกัน แนวทางการดำเนินโครงการ คือ PPP Guideline (2009) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประโยชน์สูงสุดกับเอกชนที่มาลงทุนในมาเลเซีย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานโครงสร้างพื้นฐาน ตัวอย่างโครงการ PPP เช่น โครงการ West Coast Expressway (WCE) เป็นทางด่วนที่เชื่อมต่อเมือง Banting รัฐ Selangor กับเมือง Taiping รัฐ Perak ระยะทางรวม 273 ก.ม. มูลค่าประมาณ 1.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ ใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี โดยมี Kumpulan Europlus Bhd เป็นผู้ได้รับสัญญาระยะเวลารวม 60 ปี (สัญญา 50 ปีและขยายได้ 10 ปี) ซึ่งดึงเอกชนจากต่างประเทศมาลงทุน

ลาว ยังไม่มีกฎระเบียบ PPP โดยเฉพาะ แต่มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ Investment Promotion Law (2009) ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาว่าทำอย่างไรให้รัฐได้ประโยชน์สูงสุด

เมียนมา ยังไม่มีกฎระเบียบ PPP โดยเฉพาะ แต่มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ Foreign Investment Law (2012) ตัวอย่างโครงการ PPP ได้แก่ โครงการสร้างท่าอากาศยานนานาชาติหงสาวดี ซึ่งเป็นท่าอากาศยานนานาชาติแห่งที่ 3

ฟิลิปปินส์ มีกฎระเบียบ PPP โดยเฉพาะ คือ Republic Act No.7718 (1994) และ Implementing Rules & Regulations (IRR) (2012) มีหลักการที่ให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และกำลังปรับปรุงเพื่อให้ประโยชน์ต่อภาคเอกชนเพียงพอที่จะดึงการลงทุนจากต่างประเทศ

ประเทศไทยเองก็กำลังลุ้นกับการประมูลรถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน ในรูปแบบ PPP ที่กำลังรอลุ้นการเจรจาโค้งสุดท้าย แต่หากไทยยังติดกับคำว่า รัฐต้องได้ประโยชน์สูงสุด แทนที่จะเป็นการเสนอเงื่อนไขที่ดีที่สุดในภูมิภาค เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เห็นทีจะยากที่ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ล่าสุด

https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_2955770
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 10:09 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2019, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us