Our Neighbour : Singapore - Page 37 - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old September 23rd, 2019, 07:11 PM   #721
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,196
Likes (Received): 6355

ทุนจีนหลั่งไหลซื้ออพาร์ทเมนต์หรูในสิงคโปร์ ยอดขายสูงสุดใน 11 ปี

เผยแพร่: 23 ก.ย. 2562 10:45 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

กลุ่มสื่อจีนรายงาน (21 ก.ย.) ชาวจีนแห่ซื้ออพาร์ทเมนต์หรูในสิงคโปร์ หนีสงครามารค้าและสถานการณ์ความวุ่นวายในฮ่องกง

รายงานระบุว่า ยอดจำหน่ายอพาร์ตเมนต์หรูราคาตั้งแต่ 10 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (7.3 ล้านดอลลาร์) สูงที่สุดในรอบ 11 ปี โดยเป็นผลจากกำลังซื้อของนักลงทุนชาวจีนที่ประสงค์ลงทุนในทรัพย์สินที่ปลอดภัย

ในห้วงเดือน ม.ค. - ส.ค. 2562 สิงคโปร์จำหน่ายอพาร์ทเมนต์หรูมากกว่า 68 ยูนิต ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 และเป็นอัตราการเติบโตที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2544

“ออร์เรนจ์ ที แอนด์ ไท” (OrangeTee & Tie) บริษัทนักวิเคราะห์สิงคโปร์เปิดเผยว่า นักลงทุนจีนมองสิงคโปร์ว่ามีเสถียรภาพที่ดึงดูดเศรษฐีจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีนแผ่นดินใหญ่

นักวิเคราะห์ประเมินว่า นักลงทุนชาวจีนหันมาลงทุนในสิงคโปร์เนื่องจากต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากสงครามการค้า ซึ่งทำให้เงินหยวนอ่อนค่าลง และสถานการณ์ความไม่สงบในฮ่องกงที่อาจส่งกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงในอนาคต

https://mgronline.com/china/detail/9620000091292
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old September 26th, 2019, 09:12 PM   #722
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,196
Likes (Received): 6355

สิงคโปร์เตรียมเปิดให้เซ็นเอกสารด้วยระบบล็อกอินกลางของรัฐบาล ชี้ระบบยืนยันตัวตนคือหัวใจของรัฐบาลดิจิตอล

25 September 2019

ที่งาน AWS Public Sector Summit ที่สิงคโปร์ Tan Kok Yam รองเลขาธิการสำนักงานโครงการ Smart Nation และรัฐบาลดิจิตอลของสิงคโปร์ บรรยายถึงการใช้งานคลาวด์เพื่อสร้างบริการให้กับผู้ใช้ซึ่งมีทั้งประชาชนและบริษัท พร้อมกับเปิดเผยแผนการเปิดบริการใหม่ภายในปี 2020

Tan ระบุว่าแนวทางของสิงคโปร์ คือการวางรากฐานของรัฐบาลดิจิตอลด้วยระบบยืนยันตัวตนประชาชนออนไลน์เป็นอย่างแรก โดยระบบล็อกอินกลางของรัฐบาลสิงคโปร์ที่ชื่อว่า SingPass นั้นเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2003 และมีการอัพเกรดอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โดยปี 2015 เริ่มใช้การล็อกอินสองขั้นตอน, ปี 2016 เปิดบริการแชร์ข้อมูลพื้นฐาน MyInfo และบริการล็อกอินสำหรับองค์กร CorpPass, ปี 2018 ก็รองรับการล็อกอินบนโทรศัพท์มือถือ, และปีหน้าจะเปิดให้ภาคเอกชนสามารถขอล็อกอินผู้ใช้ด้วย SingPass ได้ ทำให้บริการกลายเป็นโครงสร้างยืนยันตัวตนของชาติ (National Digital ID - NDI) เต็มรูปแบบ


เขาระบุว่ารัฐบาลต้องทำหน้าที่เป็นจุดยืนยันตัวตนที่น่าเชื่อถือ แล้วจึงเปิดให้เอกชนเข้ามาเชื่อมต่อได้ โดยตอนนี้ NDI มีบริการเพิ่มเติมหลายอย่าง ได้แก่

ระบบแชร์ข้อมูล MyInfo เปิดทางให้ประชาชนลงทะเบียนบริการด้วยคลิกด้วย จากการแชร์ข้อมูลจากรัฐบาลที่เชื่อถือได้

ล็อกอินจากโทรศัพท์โดยไม่ต้องพิมพ์ แต่ใช้การสแกน QR แทน
ใช้ SingPass ยืนยันตัวตนแทนบัตรประชาชนเพื่อพิสูจน์ตัวตน
เปิดทางรัฐบาลแจ้งข่าวที่เกี่ยวข้องไปยังประชาชนได้ทางแอป SingPass Mobile
บริการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า เพื่อยืนยันว่าได้ไปแสดงตัว (proof of presence) จะเปิดบริการในปีนี้
บริการเซ็นเอกสาร ทำให้สามารถลงนามไร้กระดาษโดยมีความน่าเชื่อถือสูง ทั้งการยืนยันตัวตนผู้ลงนามและความถูกต้องของเอกสาร จะเปิดตัวในกลางปี 2020
บริการมอบอำนาจ ทำให้ประชาชนที่ไม่สะดวกทำธุรกรรมบางอย่าง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปทำแทนได้ จะเปิดตัวในกลางปี 2020
เน้นความจำเป็นของ "ผู้ใช้" ก่อน


หลังจากสามารถยืนยันตัวตนประชาชนในช่องทางดิจิตอลได้แล้ว รัฐบาลสิงคโปร์พยายามลดความจำเป็นที่ประชาชนต้องเดินทางไปยังหน่วยงานต่างๆ ด้วยตัวเอง เช่นเดิมเมื่อเด็กคนหนึ่งเกิดมา ผู้ปกครองต้องติดต่อ 4 หน่วยงาน เพื่อแจ้งเกิด, แจ้งขอสิทธิประโยชน์การมีบุตร, ฉีดวัคซีน, ไปจนถึงการหาสถานรับเลี้ยงเด็ก บริการเหล่านี้สามารถทำได้ทั้งกระบวนการผ่านทางแอป Moment of Life (MOL)

ทางฝั่งบริษัทเองบริการทั้งหมดทางรัฐบาลก็พยายามทำให้เป็นบริการออนไลน์ ตั้งแต่การตั้งบริษัท เช่น การลงทะเบียน, จดหมายเลขผู้เสียภาษี, แจ้งหาคนทำงาน, ยื่นขอใบอนุญาต ไปจนถึงการดำเนินกิจการ เช่น การขอใบอนุญาตทำงาน, การยื่นภาษี ไปจนถึงการเลิกกิจการ

ลดภาระนักพัฒนา เน้นพัฒนาบริการแทนการจัดการโครงสร้าง

ช่วงท้ายของการบรรยาย Tan ระบุถึงแนวทางการพัฒนาที่มีรอบการพัฒนาที่เร็วขึ้นมาก และแทนที่นักพัฒนาจะต้องสนใจกับโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก เขาอยากให้นักพัฒนาทุ่มเวลากับการพัฒนาบริการมากกว่า โดยตอนนี้โครงการ NDI ใช้บริการของ AWS ได้แก่ EC2, KMS, EKS สำหรับจัดการคอนเทนเนอร์, ELB กระจายโหลด, Shield Advance สำหรับป้องกัน DDoS, CloudTrail สำหรับเก็บล็อกเพื่อการตรวจสอบ, และ CloudWatch/GuardDuty เพื่อการมอนิเตอร์ระบบ

https://www.blognone.com/node/112151
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 2nd, 2019, 07:05 PM   #723
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,196
Likes (Received): 6355

“กม.ต้านเฟกนิวส์” สิงคโปร์มีผลวันนี้ นักสิทธิห่วงปิดกั้น “เสรีความเห็น”

วันที่ 2 October 2019

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า “สิงคโปร์” เริ่มบังคับใช้ “กฎหมายต่อต้านข่าวปลอม” หรือ “เฟกนิวส์” แล้วในวันนี้ (2 ต.ค.) ท่ามกลางการความกังวลว่า กฎหมายกังกล่าวจะปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของพลเมืองมากขึ้น จากเดิมที่มีการควบคุมเข้มงวดอยู่แล้ว

ภายใต้ “กฎหมายป้องกันข้อความเท็จและการบงการออนไลน์” หรือ “the Protection from Online Falsehoods and Manipulation Bill” ครอบคลุมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกพิจารณาว่าไม่ถูกต้องหรือมีอคติ ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของสิงคโปร์ ความปลอดภัยและความสงบของสาธารณะ รวมถึงกระทบความสัมพันธ์อันดีระหว่างสิงคโปร์กับประเทศต่าง ๆ

เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการสั่งให้ลบหรือแก้ไขเฟกนิวส์ให้ถูกต้องได้ รวมทั้งยังสามารถสั่งให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง “เฟซบุ๊ก” และ “กูเกิล” ดำเนินการบล็อกบัญชีผู้ใช้งานหรือเว็บไซต์ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ผู้เผยแพร่ข่าวปลอมต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ในกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวปลอมผ่านบัญชีที่ไม่ผ่านการตรวจสอบหรือควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติหรือ “บอท” โทษจะสูงขึ้น โดยจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนบริษัทเทคโนโลยีที่ถูกตรวจสอบและพิจารณาตัดสินว่ามีความผิดฐานเผยแพร่เฟกนิวส์ จะมีโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

ก่อนหน้านี้ บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั้ง กูเกิล เฟสบุ๊ก และทวิตเตอร์ได้พยายามคัดค้านการผ่านร่างกฎหมายนี้มาโดยตลอด แต่รัฐสภาสิคโปร์ยังคงเดินหน้าผ่านกฎหมายนี้อย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลระบุว่า ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ามีความผิดฐานเผยแพร่ข่าวปลอมสามารถยื่นอุทธรณ์ได้โดยเร็ว โดยมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่ไม่สูงนัก

“เค. แชนมูกัม” รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรมของสิงคโปร์รับรองว่า การสั่งลบหรือแก้ไขเนื้อหาไม่สามารถดำเนินการลบโดยพลการได้ คณะรัฐมนตรีจะต้องชี้แจ้งว่าเนื้อหาในส่วนใดที่เป็นเท็จ

อย่างไรก็ตาม นักสิทธิมนุษยชนยังคงมองว่า กฎหมายดังกล่าวอาจปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน โดยการจัดอันดับด้าน “เสรีภาพสื่อ” ล่าสุดของ Watchdog Reporter Without Borders (RSF) ชี้ว่าเสรีภาพสื่อของสิงคโปร์อยู่ในอันดับที่ 151 จาก 180 ประเทศทั่วโลก โดยบางส่วนวิจารณ์ว่า การเร่งรีบออกกฎหมายนี้ก่อนการเลือกตั้งของสิงคโปร์ที่จะมีขึ้นในปีหน้า ทำให้กฎหมายนี้อาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

https://www.prachachat.net/aseanaec/news-377006
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old October 2nd, 2019, 09:53 PM   #724
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,196
Likes (Received): 6355

รัฐบาลสิงคโปร์เปิดโครงการรายงานช่องโหว่และปัญหา ในทุกบริการของรัฐบาล

2 October 2019

HackerOne ประกาศความร่วมมือกับ Government Technology Agency (GovTech) ของรัฐบาลสิงคโปร์ เปิดตัวโครงการ Vulnerability Disclosure Programme (VDP) โครงการที่เปิดให้แจ้งบั๊คและช่องโหว่ในทุกบริการของรัฐบาลไม่ว่าจะเว็บหรือแอปพลิเคชัน หลังจากก่อนหน้าคือ HackerOne เคยร่วมมือกับรัฐบาลทำ Government Bug Bounty Programme (BBP) มาแล้ว

โครงการ VDP เป็นเพียงโครงการที่เปิดให้คนทั่วไปรายงานปัญหาต่าง ๆ คนรายงานจะไม่ได้รับค่าตอบแทน แตกต่างจากโครงการ Bug Bounty ที่แฮกเกอร์จะได้เงินค่าตอบแทนตามความร้ายแรงของช่องโหว่ โดย HackerOne และ GovTech จะจัด Government BBP ครั้งที่ 3 ในเดือนพฤศจิกายนนี้

ส่วน Government BBP ครั้งที่ 2 ที่ผ่านมาที่จัดในเดือนกรกฎาคม มีแฮกเกอร์เข้าร่วมราว 300 คน เจอช่องโหว่ทั้งหมด 31 ช่องโหว่ จากบริการหรือระบบภาครัฐทั้งหมด 9 ระบบ/บริการ มี 4 ช่องโหว่อยู่ในระดับร้ายแรงและอีก 27 ช่องโหว่ร้ายแรงระดับกลาง/ไม่ร้ายแรง รวมจ่ายเงินรางวัลไปกว่า 25,950 เหรียญสหรัฐ

https://www.blognone.com/node/112301
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 6th, 2019, 08:18 PM   #725
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,196
Likes (Received): 6355



ท่าเรือใหม่ของสิงค์โปร์ ที่น่าสนใจคือ ใช้ระบบอัตโนมัติ (Automated)
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 9th, 2019, 08:57 PM   #726
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,196
Likes (Received): 6355

สิงคโปร์แซงหน้าอเมริกา ขึ้นแท่นประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก

9/10/2019

สิงคโปร์ขึ้นที่ 1 ของโลก ส่วนไทยตกจากอันดับที่ 38 มาสู่อันดับที่ 40 ของโลก

World Economic Forum จัดอันดับประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจใน Global Competitiveness Report 2019 ระบุว่า ในปีนี้ประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลกคือ “สิงคโปร์” โค่น “สหรัฐอเมริกา” แชมป์เก่าไปเรียบร้อย

เหตุผลที่ทำให้สิงคโปร์ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ของโลกมาจากความสามารถในหลากหลายด้านดังนี้

โครงสร้างพื้นฐานที่ดี ตั้งแต่คุณภาพของถนนในประเทศ ไปจนถึงประสิทธิภาพของท่าเรือที่ใช้ขนส่งสินค้า และสนามบินที่มีประสิทธิภาพสูงเช่นกัน

ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและระบบการเงินที่เข้มแข็งของสิงคโปร์

ส่วนอีกเรื่องคือ ความพร้อมในการก้าวขึ้นมาเป็น “ศูนย์กลางด้านนวัตกรรมระดับโลก” แต่อย่างไรก็ดี ในรายงานระบุว่า สิงคโปร์ยังจำเป็นต้องสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศ และต้องพัฒนาคุณภาพทักษะของฐานแรงงานในประเทศอีกจำนวนมาก

ด้านของ “สหรัฐอเมริกา” ที่ถูกโค่นจากสิงคโปร์ในครั้งนี้ หลักๆ เป็นเพราะผลกระทบจากสงครามการค้ากับจีน และสภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว

ส่วน “ไทย” ในปีนี้ ถูกลดอันดับจาก 38 มาอยู่ที่ 40 ของโลก เช่นเดียวกันกับประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในแถบเอเชียแปซิฟิกอย่าง “อินเดีย” และ “อินโดนีเซีย” ที่ตกอันดับเช่นกัน โดยอินเดียตกจากอันดับที่ 58 มาอยู่ที่ 68 ส่วนอินโดนีเซียตกจากอันดับที่ 45 มาอยู่ที่อันดับ 50 ของโลก

https://brandinside.asia/singapore-g...ss-report-2019

https://www.cnbc.com/2019/10/08/sing...-wef-says.html
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 12th, 2019, 10:22 AM   #727
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 30,118
Likes (Received): 6906

“ลี เซียน หลุง”ชี้ประท้วงฮ่องกงไม่ดีต่อสิงคโปร์
12 ตุลาคม 2562
“ลี เซียน หลุง”เปิดใจประท้วงฮ่องกงไม่ดีต่อสิงคโปร์ ยืนยันฮ่องกงมีเสถียรภาพการเมืองและการเงินแกร่งส่งผลดีต่อสิงคโปร์มากกว่า


ลี เซียน หลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ให้สัมภาษณ์ในโอกาสร่วมสัมนาจัดโดยสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่นในสิงคโปร์ ระบุว่า การชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อในฮ่องกง จนทำให้สถานการณ์การเมืองในฮ่องกงไม่มีเสถียรภาพเป็นเรื่องที่เลวร้ายต่อสิงคโปร์และส่งผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชียโดยรวม และสถานการณ์ในฮ่องกงขณะนี้ถือว่า“วิกฤติ”เพราะมีความแตกแยกกันอย่างมากในสังคมและทัศนคติของประชาชน

ฮ่องกง และสิงคโปร์ มักถูกเปรียบเทียบในหลายๆด้าน ไล่ตั้งแต่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาคเอเชีย เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งระดับภูมิภาค และการมีมาตรฐานด้านการศึกษาสูงที่สุดในภูมิภาค แต่นายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ มีความเห็นว่า การที่ฮ่องกงมีเศรษฐกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและการเมืองมีเสถียรภาพจะส่งผลดีต่อสิงคโปร์มากกว่าสถานการณ์เลวร้ายที่ฮ่องกงกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

“เราร่วมมือกับฮ่องกง ขณะเดียวกัน เราก็แข่งขันกับฮ่องกง ฮ่องกงทำธุรกิจกับเราและเราก็ทำธุรกิจกับฮ่องกงและกับจีน ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองในฮ่องกง ส่งผลกระทบต่อทั้งภูมิภาคและการที่นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นจะส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆทั่วทั้งภูมิภาค”นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม การประท้วงในฮ่องกง ทำให้บรรดานักลงทุนโยกเงินลงทุนออกจากฮ่องกงเข้าไปไว้ที่สิงคโปร์ ที่ถือเป็นศูนย์กลางการเงินอีกแห่งของเอเชีย โดยนักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์ บอกว่า มีเงินไหลออกจากฮ่องกงมากถึง 4,000 ล้านดอลลาร์เพราะการชุมนุมปรัท้วงที่ยืดเยื้อ

กูร์พรีท ซิง ซาฮี และเหยิง เซียง กั๊วะ 2นักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า มีเงินไหลออกจากฮ่องกงช่วง 3เดือนล่าสุดมูลค่าประมาณ 3,000-4,000 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งในช่วงเดือนส.ค. ยอดเงินฝากสกุลเงินท้องถิ่นของฮ่องกงลดลงประมาณ 1.6% ถือเป็นการปรับตัวลดลงมากที่สุดในรอบปีนี้ ตอกย้ำผลกระทบจากการชุมนุประท้วงที่มีต่อตลาดเงิน

รายงานของโกลด์แมน แซคส์ ชิ้นนี้ ระบุด้วยว่า มีแนวโน้มที่จะเกิดกระแสเงินทุนไหลออกอย่างต่อเนื่อง และการชุมนุมประท้วงยังทำให้ตลาดหุ้นอยู่ในภาวะผันผวนครั้งใหญ่ นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา ดัชนีในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ร่วงลงมาแล้ว 17.9%

ขณะนี้ บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินการลงทุนต่างชาติบางราย เริ่มประเมินผลกระทบและวางแผนเตรียมย้ายบริษัทไปสิงคโปร์ หากได้รับผลกระทบมากขึ้น โดยให้เหตุผลว่า สิงคโปร์ มีประสิทธิภาพในการพิจารณาคดี และรัฐบาลมีความซื่อตรงมากกว่า เมื่อเทียบกับฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น และจีน ขณะที่บริษัทต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของการลงทุนของลูกค้า

บรรดานักวิเคราะห์ในฮ่องกง กังวลว่า การประท้วงต่อต้านจะลากยาวไปอีกหลายปี เพราะคณะกรรมการบริหารสูงสุดในฮ่องกง ควบคุมปัญหาเพียงระงับการพิจารณาร่างกฎหมายออกไปก่อน และไม่มีคำมั่นว่าจะถอดถอนตามความต้องการของประชาชน อีกทั้งผู้นำยังไม่มีท่าทีจะยอมลงจากตำแหน่งง่าย ๆ

นอกจากนี้ ความกังวลในฮ่องกงยังครอบคลุมไปถึงเรื่องข้อตกลงระหว่างจีนกับอังกฤษภายใต้กรอบ “1 ประเทศ 2 ระบบ” โดยจีนให้อังกฤษเช่าพื้นที่ส่วนเหลือของเกาะฮ่องกงเป็นเวลา 99 ปี เรียกว่าเป็นเขตดินแดนใหม่ (new territories) โดยจะหมดสัญญาในปี 2047

ปัจจัยที่สร้างความวิตกเหล่านี้ ไม่ได้เกิดแค่กลุ่มธุรกิจการเงิน แต่ภาคธุรกิจอื่นก็เริ่มสั่นคลอนจากสถานะของฮ่องกงที่จะตกไปเป็นของจีนแบบ 100%

ที่ผ่านมา ฮ่องกงถูกจัดอันดับให้เป็นศูนย์กลางการเงินและการลงทุนที่มีการค้าอย่างเสรี ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของอังกฤษ แต่ช่วง 2- 3 ปีที่ผ่านมา ฮ่องกง ได้สูญเสียตำแหน่งดังกล่าวให้กับสิงคโปร์ไป

แบบสำรวจจากเทรด พับลิเคชัน เอเชียน ไพรเวท แบงเกอร์ ระบุว่า 58%ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า สิงคโปร์เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเป็นศูนย์กลางของการจัดตั้งบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน เนื่องจากกฎระเบียบ ข้อกฎหมายต่างๆ ของสิงคโปร์นั้นเอื้ออำนวยกว่า และยังมีความเกี่ยวโยงกับจีนแผ่นดินใหญ่น้อยกว่าฮ่องกง ทั้งในเรื่องการเมืองและการเงินรวมไปถึงข้อบังคับต่างด้วยเช่นกัน

ขณะที่นักวิเคราะห์ทางการเงินบางราย กล่าวว่า หากสถานการณ์ในฮ่องกงยังคงดำเนินต่อไปแบบนี้ สิงคโปร์จะเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับประโยชน์จากนักลงทุนฮ่องกงและผู้ที่ต้องการย้ายทรัพย์สินออกจากฮ่องกง

ทั้งนี้ ฮ่องกง เป็นเอกราชจากอังกฤษเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ปี2540 และจะยังคงสถานะ 1 ประเทศ 2 ระบบ ไปอีีก 50 ปี ตามข้อตกลงระหว่างจีนและอังกฤษที่ทำขึ้นในช่วงทศวรรษ 2513 จนถึงปี 2590


https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/850644
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old October 14th, 2019, 09:01 PM   #728
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,196
Likes (Received): 6355

'สิงคโปร์' ผ่อนนโยบายการเงิน 'กดค่าเงินอ่อน' ดิ้นสู้เศรษฐกิจโตไม่ถึง 1%

Oct 14, 2019

'สิงคโปร์' ประกาศผ่อนคลายนโยบายการเงิน ด้วยการปรับลดค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์ให้อ่อนลงครั้งแรกในรอบ 3 ปีครึ่ง แก้ปัญหาผลกระทบสงครามการค้าจีน-สหรัฐ กดเศรษฐกิจสิงคโปร์โตไม่ถึงร้อยละ 1
ธนาคารกลางสิงคโปร์ในฐานะองค์การเงินตราแห่งประเทศออกมาประกาศผ่อนปรนนโยบายการเงินครั้งแรกในรอบ 3 ปีครึ่ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากปัญหาสงครามการค้าที่ยืดยื้อระหว่างจีนและสหรัฐฯ

ในฐานะประเทศขนาดเล็ก เศรษฐกิจสิงคโปร์พึ่งพิงการค้าเป็นหลัก ส่งผลให้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามการค้าจากการขึ้นภาษีนำเข้าระหว่างประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจทั้งสอง ล่าสุดภาคการส่งออกของสิงคโปร์ติดลบเป็นเลข 2 หลัก เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจดังกล่าว ธนาคารกลางสิงคโปร์จึงออกแถลงการณ์ปรับลดอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์สิงคโปร์เทียบดอลลาร์สหรัฐลงเพื่อให้ค่าเงินท้องถิ่นอ่อนค่าลง

ในคำแถลงของธนาคารกลางสิงคโปร์ ระบุว่า "เริ่มมีสัญญาณว่า การชะลอตัวของ (เศรษฐกิจโลก) กระจายไปยังอุปสงค์ท้องถิ่นของประเทศคู่ค้าของสิงคโปร์บางแห่งในไตรมาสข้างหน้า และสถานการณ์นโยบายเศรษฐกิจมหภาคของประเทศเหล่านี้ยังมุ่งหน้าเข้าสู่ภาวะอ่อนลงเช่นเดียวกัน "

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และอินเดีย ซึ่งประเทศเหล่านี้ล้วนปรับลดความเข้มงวดของนโยบายการเงินลงด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

ขณะที่ ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ของสิงคโปร์ในช่วงไตรมาสที่ 3 (ก.ค.-ก.ย. 2562) เติบโตเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งไม่ได้โตขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2/2562 นอกจากนี้ ตัวเลขในภาคการผลิตยังลดลงร้อยละ 3.5 จากผลผลิตในภาคอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมพรีซิชั่น และวิศวกรรมการขนส่งที่ลดลง


ทั้งนี้ ตามข้อมูลจากธนาคารโลก ระบุว่าตัวเลขภาคการส่งออกของสิงคโปร์มีสัดส่วนสูงถึง 1.76 เท่าของจีดีพีสิงคโปร์ ในปี 2561 ดังนั้นการหดตัวใหภาคการผลิตจึงส่งผลกระทบมหาศาลต่อเศรษฐกิจโดยรวมทั้งประเทศ

ดังนั้น รัฐบาลจึงออกมาปรับตัวเลขประมาณการจีดีพีในปี 2562 ลงเหลือเพียงร้อยละ 0 - 1 จากเดิมที่มองไว้ที่ร้อยละ 1.5 - 2.5 แล้วนอกจากเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวจะส่งผลกับสภาวะโดยรวมแล้ว ยังอาจส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไปของสิงคโปร์ที่จะมีขึ้นในเดือนเม.ย. 2563 ด้วยเช่นกัน

https://www.voicetv.co.th/read/Up5zkXAsM
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2019, 01:09 PM   #729
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 30,118
Likes (Received): 6906




นายกฯสิงคโปร์ไม่หนุนม็อบฮ่องกง ชี้เป็นไปไม่ได้มีประชาธิปไตยเต็มใบ
เผยแพร่: 17 ต.ค. 2562 22:07 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์/รอยเตอร์ - ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เมื่อวันพุธ(16ต.ค.) แสดงจุดยืนไม่หนุนม็อบฮ่องกง ระบุข้อเรียกร้องหลัก 5 ข้อของผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลมีความตั้งใจดูหมิ่นผู้บริหารเมืองและมีเจตนาแฝงคือการโค่นล้มรัฐบาล

ในความเห็นที่แข็งกร้าวที่สุดเท่าที่เคยมีมาจากสิงคโปร์ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีคนเชื้อสายจีนเป็นชนกลุ่มใหญ่และมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับจีน นายกรัฐมนตรีลีบอกว่าข้อเรียกร้องต่างๆของผู้ประท้วงไม่ได้มอบทางออกของสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกาะกุมฮ่องกงมานานหลายเดือนและบ่อยครั้งได้เลี้ยวเข้าสู่ความรุนแรง

"พวกผู้ชุมนุมบอกว่าพวกเขามีข้อเรียกร้องหลัก 5 ข้อและไม่สามารถประนีประนอมได้แม้แต่ข้อเดียว แต่ข้อเรียกร้องเหล่านี้ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆของฮ่องกงอย่างแท้จริง ข้อเรียกร้องเหล่านี้มีเจตนาดูหมิ่นและโค่นล้มรัฐบาล" ลี กล่าวที่เวทีสัมมนาทางเศรษฐกิจหนึ่งในสิงคโปร์

ในข้อเรียกร้องเหล่านั้น รวมถึงการมีประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์และและดำเนินการสืบสวนอิสระในสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของตำรวจในการควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบ "ไม่มีทางออกง่ายๆหรอก ที่จะบอกว่าเราต้องการสิทธิออกเสียงเลือกตั้งอย่างเป็นสากล แต่ฮ่องกงไม่ใช่ประเทศ ฮ่องกงคือเขตบริหารพิเศษ"

ลี บอกว่าการปฏิรูปกฎหมายบางอย่างหรือนโยบายพิเศษต่างๆอาจช่วยคืนความสงบเรียบร้อยของเมือง แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย พร้อมระบุสถานการณ์ความไม่สงบในฮ่องกงได้ก่อแรงกระเพื่อมไปทั่วภูมิภาค "เมื่อฮ่องกงมีปัญหา เมื่อมีการชุมนุมหรือจลาจล เมื่อผู้บริหารสูงสุดถูกโห่ในสภานิติบัญญัติ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องแย่สำหรับฮ่องกงและเป็นเรื่องแย่สำหรับภูมิภาค"

สิงคโปร์ ซึ่งเป็นคู่แข่งของฮ่องกงในด้านความเป็นศูนย์กลางทางการเงิน ถูกมมองว่าอาจผู้ได้ประโยชน์จากการเคลื่อนย้ายทางธุรกิจและทางการเงินสืบเนื่องจากการประท้วงในฮ่องกง อย่างไรก็ตามพวกสมาชิกสภาของสิงคโปร์พยายามลดความสำคัญเกี่ยวกับผลพลอยได้ในทางบวกใดๆ

พวกผู้ประท้วงฮ่องกงแสดงความโกรธกริ้วต่อสิ่งที่พวกเขาเล็งเห็นว่าเป็นการกระชับอำนาจของปักกิ่งในการควบคุมฮ่องกง ซึ่งไดรับประกันเสรีภาพเป็นเวลา 50 ปีภายใต้สูตร "1ประเทศ 2ระบบ" เมื่อครั้งที่อังกฤษส่งมอบเกาะแห่งนี้คืนแก่จีนในปี 1997

ในการแถลงข่าว แคร์รี ลัม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกงปฏิเสธ 2 ข้อเรียกร้องจากทั้งหมด 5 ข้อของผู้ชุมนุม ได้แก่นิรโทษกรรมบุคคลที่ถูกต้องข้อหาและขอมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งอย่างเป็นสากล โดยระบุว่าประเด็นแรกนั้นผิดกฎหมาย ส่วนประเด็นที่สองนั้นอยู่เกินขอบเขตอำนาจของผู้บริหารสูงสุด

https://mgronline.com/around/detail/9620000100178

Last edited by wwc234; October 17th, 2019 at 06:31 PM.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old October 17th, 2019, 07:33 PM   #730
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,196
Likes (Received): 6355

เครื่องดื่มสิงคโปร์สะเทือน ยกระดับต้านหวาน ห้ามโฆษณา

วันที่ 17 October 2019

การลดการบริโภคน้ำตาลยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงทั้งในวงการสุขภาพและธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม หลังจากหน่วยงานรัฐในหลายประเทศต่างพากันออกมาตรการอย่าง การเก็บภาษี หรือติดคำเตือน หวังสกัดการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงของประชาชนในประเทศของตน

ล่าสุด สิงคโปร์ได้ออกมาตรการพิเศษ เพื่อลดการดื่มเครื่องดื่มน้ำตาลสูงของชาวสิงคโปร์เช่นกัน และดูเหมือนว่า มาตรการของสิงคโปร์ จะมีความเข้มข้นและแข็งกร้าวมากกว่าประเทศอื่น ๆ มาก โดยมีทั้งการห้ามโฆษณา และการกำหนดให้ติดฉลากเตือนบนตัวสินค้า โดยมีกำหนดใช้อย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มว่ารัฐบาลสิงคโปร์จะมีมาตรการทางภาษี และการห้ามขายเด็ดขาด ตามออกมาในอนาคตอีกด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ประกาศมาตรการจัดเกรดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง อาทิ น้ำอัดลม, เครื่องดื่มชูกำลัง, น้ำผลไม้, เครื่องดื่มมอลต์, นมปรุงแต่งรสและนมเปรี้ยว เป็นต้น ตามส่วนผสมที่ส่งผลกระทบกับสุขภาพ เช่น ปริมาณน้ำตาล ไขมัน ไขมันอิ่มตัวและอื่น ๆ


โดยแบรนด์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพสูงและมีสารอาหารน้อยจะถูกจัดอยู่ในระดับต่ำสุด และจะถูกห้ามโฆษณาในทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็น ทีวี วิทยุ สิ่งพิมพ์ สื่อนอกบ้าน รวมถึงสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ขณะเดียวกันยังกำหนดให้สินค้าเหล่านี้ต้องติดฉลากพิเศษที่ระบุระดับเกรดของตัวเองให้เห็นเด่นชัด

“เอ็ดวิน ถัง” รัฐมนตรีอาวุโส ประจำกระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ อธิบายว่า การจัดเกรดและติดฉลากจะช่วยให้ผู้บริโภคแยกแยะเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงได้ง่าย และการห้ามโฆษณาจะช่วยลดการรับรู้แบรนด์ต่อสาธารณะ พร้อมบีบให้บรรดาผู้ผลิตต้องปรับสูตรสินค้าของตนให้เป็นมิตรกับสุขภาพมากยิ่งขึ้น

หลังจากนี้จะระดมความเห็นแบบรอบด้านจากทั้งกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภค ผู้ผลิตสินค้า และเอเยนซี่โฆษณา เพื่อออกแบบฉลากระบุเกรด และการนำมาตรการทั้ง 2 ไปใช้จริง คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในครึ่งแรกของปี 2563 พร้อมกับศึกษาความเป็นไปได้ที่ใช้การเก็บภาษีความหวาน รวมถึงการห้ามจำหน่ายเด็ดขาด

ปัจจุบันชาวสิงคโปร์บริโภคน้ำตาลเฉลี่ย 12 ช้อนชาต่อวัน โดย 64% มาจากเครื่องดื่มแบบพร้อมดื่ม ซึ่งเฉลี่ยแต่ละแบรนด์มีน้ำตาลผสมอยู่ถึง 5 ช้อนชาต่อ 250 มล.

ด้าน “แดเนียล เต๋า” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของพอคคา อินเตอร์เนชั่น ผู้ผลิตเครื่องดื่มแบรนด์ “พอคคา” กล่าวว่า บริษัทไม่กังวลกับมาตรการนี้ เนื่องจากปัจจุบันสินค้า 50% ของพอร์ตได้รับฉลากทางเลือกสุขภาพ (healthier choice) แล้ว และส่วนสินค้าอีก 50% อยู่ระหว่างการพัฒนาสูตร จึงมั่นใจว่าจะไม่มีตัวใดถูกจัดอยู่ในกลุ่มต่ำสุดจนถูกห้ามโฆษณาแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาความเคลื่อนไหวของผู้ผลิตเครื่องดื่มรายอื่น ๆ ในสิงคโปร์ว่าจะรับมือความท้าทายครั้งนี้อย่างไร

รวมถึงรอดูว่ามาตรการนี้จะสามารถลดการบริโภคเครื่องดื่มน้ำตาลสูงของชาวสิงคโปร์ได้ตามที่รัฐบาลหวังไว้หรือไม่

https://www.prachachat.net/marketing/news-381856
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 21st, 2019, 09:46 PM   #731
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,196
Likes (Received): 6355

“ฟินเทค” สิงคโปร์ร้อนแรง เงินทุนทะลักลุย “ฮับ” สตาร์ตอัพภูมิภาค

วันที่ 19 October 2019

“ฟินเทค” หรือเทคโนโลยีทางการเงิน แทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนในปัจจุบัน ด้วยความสามารถที่ทำให้การใช้จ่ายและทำธุรกรรมทางการเงินง่ายดายเพียงปลายนิ้วมือ ส่งผลให้ภาคธนาคาร รวมถึงผู้ให้บริการสินเชื่ออื่น ๆ และธุรกิจประกัน ต่างหันมาทุ่มทุนส่งเสริมการพัฒนาฟินเทคเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้บริการในช่วง 3-4 ปีก่อน อุตสาหกรรมธนาคารหวั่นเกรงว่า “สตาร์ตอัพฟินเทค” จะเข้ามาดิสรัปต์เป็นแจ็กล้มยักษ์ แต่เมื่อต่างฝ่ายต่างเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทำให้วันนี้ “ฟินเทค” เปลี่ยนจากภาพของคู่แข่ง กลายเป็นฝ่ายสนับสนุนที่ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับอุตสาหกรรมธนาคาร สู่ยุคโมบายแบงกิ้งหรือธนาคารดิจิทัลรูปแบบต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

“สิงคโปร์” ในฐานะศูนย์กลางทางการเงินแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี อุตสาหกรรมฟินเทคมีการพัฒนาไปอย่างคึกคัก ทั้งในแง่เม็ดเงินลงทุนที่เข้ามาจำนวนมาก รวมทั้งการสนับสนุนจากรัฐบาลของสิงคโปร์ ที่ผลักดันให้บริษัทสตาร์ตอัพจำนวนมากสามารถตั้งตัวได้สำเร็จ และพัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ผ่านมา

สเตรตส์ไทมส์รายงานผลสำรวจของ “แอคเซนเจอร์” บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจระดับโลกระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ เม็ดเงินลงทุนในสตาร์ตอัพด้านฟินเทคของสิงคโปร์เพิ่มขึ้นถึง 69% หรือราว 735 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 435 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

โดยที่กลุ่มผู้ลงทุนเน้นการลงทุนในสตาร์ตอัพที่เติบโตและค่อนข้างมีเสถียรภาพทางธุรกิจระดับหนึ่งแล้ว มากกว่าสตาร์ตอัพในระยะเริ่มต้น


โดยพบว่าเม็ดเงินลงทุนในสตาร์ตอัพระยะตั้งไข่ลดลงถึง 56% โดยเม็ดเงินลงทุนอยู่ที่ 54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สวนทางกับการลงทุนในบริษัทกำลังเติบโตที่มีเม็ดเงินลงทุนแบบต่อเนื่องอยู่ที่ 442 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นถึง 66% ในช่วงเวลาเดียวกัน

“ดิฟยิช วิทลานี” หัวหน้าฝ่ายบริการทางการเงินภูมิภาคอาเซียนของแอคเซนเจอร์ อธิบายว่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัจจุบันธุรกิจธนาคารและผู้ให้บริการทางการเงินรายใหญ่หันไปเน้นลงทุนในฟินเทคที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพแล้ว เพราะต้องการเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการทางการเงินของตนเองโดยเร็วและหลากหลายมากขึ้น และยังแสดงให้เห็นว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตของอุตสาหกรรมฟินเทคในสิงคโปร์

ทั้งนี้ ฟินเทคสิงคโปร์ที่ได้รับเม็ดเงินลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นในปีนี้ อย่างเช่น “เดสเครา” (Deskera) ผู้ให้บริการคลาวด์-เบสแพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี ช่วยในการบริหารจัดการ

ระบบบัญชีและการเงิน ที่มีเม็ดเงินลงทุนสูงขึ้นถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือน พ.ค. เช่นเดียวกับ “โกแบร์” (GoBear) ผู้ให้บริการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นประกันภัย บัตรเครดิต สินเชื่อ ไปจนถึงดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร โดยปัจจุบันให้บริการใน 7 ประเทศ มีผู้เข้าใช้งานกว่า 40 ล้านราย ได้เงินทุนเพิ่มขึ้นถึง 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ยังมี “ช็อปแบ็ก” (ShopBack) ผู้ให้บริการระบบแคชแบ็กสำหรับผู้ค้าออนไลน์ ก็มียอดลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือน เม.ย. 2019

นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังมีสตาร์ตอัพที่มีมูลค่าธุรกิจมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเรียกว่า “ยูนิคอร์น” อยู่ 2 ราย คือ “แกร็บ” (Grab) ซูเปอร์แอปที่ให้บริการขนส่งและระบบชำระเงิน และ “แทร็กซ์” (Trax) บริษัทผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ด้านการจับภาพและวิเคราะห์ภาพสินค้าสำหรับค้าปลีก ช่วยให้ตัวแทนจำหน่ายรับทราบรายละเอียดสินค้าได้ทันทีด้วยการสแกนภาพสินค้า

วิทลานีระบุด้วยว่า แผนของธนาคารกลางประเทศสิงคโปร์ (เอ็มเอเอส) ที่จะออกใบอนุญาตจัดตั้ง “ธนาคารดิจิทัล” ให้กับธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินในปี 2020 ยังจะช่วยเพิ่มโอกาสให้สตาร์ตอัพฟินเทค และภาคการธนาคารแบบดั้งเดิม สามารถทำงานร่วมกันได้มากขึ้น

ผลสำรวจของแอคเซนเจอร์ยังชี้ว่า สตาร์ตอัพฟินเทคด้านการชำระเงิน ด้านสินเชื่อ และประกันภัย (อินชัวร์เทค) เป็นธุรกิจที่นักลงทุนให้ความสนใจเป็นอันดับต้น ๆ โดยที่ฟินเทคด้าน

การชำระเงินมียอดลงทุนมากถึง 251 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใน 9 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 113% จากช่วงเดียวกันของปี 2018

ขณะที่ฟินเทคด้านสินเชื่อเพิ่มขึ้น 51% จาก 96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ 145 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนอินชัวร์เทคเริ่มเป็นที่จับตามองมากขึ้น โดยยอดการลงทุนพุ่งจาก 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีที่ผ่านมา เป็น 145 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2019 หรือคิดเป็น 2.7 เท่า

“โซปเนนดู โมฮันที” หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายฟินเทคของเอ็มเอเอส ระบุว่า เม็ดเงินการลงทุนในฟินเทคที่ทำสถิติเข้าใกล้ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น เป็นสัญญาณว่านักลงทุนเชื่อมั่นในศักยภาพของระบบนิเวศฟินเทคในสิงคโปร์ ทั้งเป็นแนวโน้มที่ดีของการให้บริการธุรกรรมการเงินในระบบดิจิทัล ซึ่งทิศทางดังกล่าวไม่ใช่แค่ในสิงคโปร์เท่านั้น แต่รวมทั้งในภูมิภาคอาเซียน

“เม็ดเงินลงทุนในฟินเทคของสิงคโปร์เพิ่มขึ้นเกือบ 6 เท่าตัวจากปี 2015 สร้างแรงผลักดันให้ธุรกิจสตาร์ตอัพท้องถิ่นของสิงคโปร์เติบโตในระดับโลก ขณะเดียวกัน บริษัทฟินเทคระดับโลกหลายแห่งที่ได้มาตั้งสำนักงานภูมิภาคที่สิงคโปร์ ก็เพิ่งมีการระดมทุนจำนวนมากเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอาเซียน” โมฮันทีระบุ

“สิงคโปร์” ในฐานะศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค กำลังพัฒนาอุตสาหกรรมฟินเทคอย่างก้าวกระโดด โดยในวันที่ 11-15 พ.ย.นี้ ประเทศสิงคโปร์จะมีการจัดงาน “Singapore FinTech Festival 2019” เพื่อส่งเสริมการลงทุนและการพัฒนาของฟินเทคจากทั่วโลก เป็นการตอกย้ำศูนย์กลางทางเทคโนโลยีการเงินอีกแห่งหนึ่งของภูมิภาคและของโลก

https://www.prachachat.net/aseanaec/news-382436
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 29th, 2019, 09:43 PM   #732
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,196
Likes (Received): 6355

สิงคโปร์แจกเงินประชาชนครบรอบ 50 ปีก่อตั้งประเทศ

รัฐบาลสิงคโปร์จะแจกเงินประชาชนจำนวน 1.4 ล้านคนในโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการก่อตั้งประเทศในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยการแจกเงินจะครอบคลุมการจ่ายคืนเงินสดภายใต้โครงการบัตรกำนัลภาษีสินค้าและบริการ (GST Voucher Scheme) การเติมเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Central Provident Fund) และแจกโบนัสสำหรับแรงงานรายได้ต่ำ

ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระหว่างการพิจารณางบประมาณประจำปี 2562 รัฐบาลได้ประกาศแพกเกจโบนัสวงเงิน 1.1 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์สำหรับการเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 50 ปีการก่อตั้งประเทศ

ประชาชนจำนวน 1.4 ล้านคนที่มีอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ในปีนี้และที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไป มีรายได้พึงประเมิน 28,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2018 จะได้รับคืนเงินสดจากภาษี GST ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งมีตั้งแต่ 150-300 ดอลลาร์สิงคโปร์ขึ้นอยู่กับมูลค่าบ้าน

จากการเปิดเผยของนาย เฮง สวี เคียต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แรงงานจำนวน 400,000 คนที่มีคุณสมบัติตามระบบสวัสดิการ (Workfare Income Supplement – WIS) จะได้รับโบนัส (Workfare Bicentennial Bonus) ในสิ้นเดือนตุลาคม และยังได้รายได้เพิ่มอีก 10% ของรายได้ 2018 ทั้งปี หรือขั้นต่ำ 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อให้นำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

สำหรับผู้พิการทุพพลภาพที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี ในปี 2018 และผู้ที่มีคุณสมบัติตาม WIS จะได้รับเงินตั้งแต่ 100-150 ดอลลาร์สิงคโปร์จากฐานรายได้ในปีที่แล้ว



ประชาชนที่มีคุณสมบัติที่จะได้รับภาษีคืนและโบนัส รวมทั้งผู้ที่ได้ลงทะเบียนโทรศัพท์มือถือไว้กับ SingPass จะได้รับ SMS แจ้งภายในสิ้นเดือนนี้ และรัฐบาลจะส่งจดหมายแจ้งไปยังผู้ที่มีคุณสมบัติทุกราย

สำหรับผู้ที่จะได้รับการเติมเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีจำนวน 300,000 คน ซึ่งจะได้รับจดหมายแจ้งและการเติมเงินในเดือนพฤศจิกายน

ประชาชนที่มีอายุระหว่าง 50-64 ปีจะได้รับเงิน 300-1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ขึ้นอยู่กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเงินสวัสดิการผู้สูงอายุ (Special Account หรือ Retirement Account) รวมกัน

ผู้ที่มีสิทธิจะได้การเติมเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต้องมีรายได้พึงประเมินปี 2018 ไม่เกิน 28,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ มีบ้านที่มีมูลค่าที่ประเมินในแต่ละปี ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2018 ไม่เกิน 21,000 ดอลลาร์ และจะต้องมีบ้านไม่เกิน 1 หลัง

ส่วนการแจกโบนัสครบรอบ 50 ปีแห่งการก่อตั้งประเทศ รัฐบาลได้แจกไปแล้วใน 2-3 เดือนที่ผ่านมา

การเติมเงินเข้าบัญชีเพื่อการศึกษา (Edusave Accounts) และบัญชีเพื่อการศึกษาหลังมัธยมศึกษา (Post-Secondary Education Accounts – PSEA) ได้ดำเนินการไปแล้วในเดือน มิถุนายน ซึ่งมีนักเรียนจำนวน 570,000 คนได้รับประโยชน์ โดยนักเรียนประถมและมัธยมได้รับในบัญชี Edusave คนละ 150 ดอลลาร์สิงคโปร์ ส่วนนักเรียนที่มีอายุ 17-20 ปีได้รับเงิน 500 ดอลลาร์สิงคโปร์ใน PSEA

ผู้ที่เสียภาษีจะได้รับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (personal income tax rebate) คืน 50% หรือไม่เกิน 200 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อคน โดยจะได้ในปีประเมินภาษี 2019

นาย เฮง สวี เคียต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลจะแบ่งปันส่วนเกินงบประมาณให้กับประชาชนเป็นระยะๆ และจะช่วยเหลือกลุ่มที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ และหวังว่าการจ่ายเงินโบนัสครั้งนี้ ชาวสิงคโปร์ทุกคนไม่ว่าอยู่ในวัยไหนจะร่วมกันเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญของประวัติศาสตร์สิงคโปร์

26/10/2562 https://thaipublica.org/2019/10/asea...ly-roundup-10/
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 2nd, 2019, 09:21 PM   #733
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,196
Likes (Received): 6355

สิงคโปร์เปิดโครงการรับรองวิศวกรปัญญาประดิษฐ์ วางแรงงาน 4 ระดับจากวิศวกรเริ่มต้น จนถึงคนวางสถาปัตยกรรม

29 October 2019

โครงการปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติสิงคโปร์ (AI Singapore - AISG) ประกาศเพิ่มโครงการรับรองวิศวกรเพื่อทำงานในอุตสาหกรรมที่ต้องการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ โดยวางระดับใบรับรองเป็น 4 ระดับ ได้แก่

วิศวกรสมทบ (AI Associate Engineer): มีความสามารถในการใช้เฟรมเวิร์คพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ โดยผ่านการอบรมเทียบเท่าการเรียน 180 ชั่วโมง และผ่านทดสอบของ AISG

วิศวกรระดับ 1 (AI Certified Engineer Level 1): ความสามารถระดับตีพิมพ์งานวิจัยปัญญาประดิษฐ์ วางระบบปัญญาประดิษฐ์ในโครงการตั้งแต่ต้นจนจบ โดยผ่านการทำงานที่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ 1 ปี, มีประสบการณ์ในโครงการที่มูลค่ามากกว่า 500,000 ดอลลาร์สิงคโปร์

วิศวกรระดับ 2 (AI Certified Engineer Level 2): มีความสามารถทำซ้ำงานวิจัย วางระบบปัญญาประดิษฐ์ในระดับโปรดักชั่น โดยต้องผ่านการทำงานที่เกี่ยวข้อง 3 ปีขึ้นไป มีประสบการณ์ในโครงการมูลค่าเกิน 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

วิศวกรระดับ 3 (AI Certified Engineer Level 3): สามารถวางสถาปัตยกรรมของระบบที่ซับซ้อนสูง และจัดการระบบจำนวนมาก โดยต้องผ่านการทำงานที่เกี่ยวข้อง 6 ปีขึ้นไป และมีประสบการณ์ในโครงการมูลค่าเกิน 5 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

โครงการทั้งหมดนี้เหลื่อมกับโครงการพัฒนาความรู้ปัญญาประดิษฐ์ระดับชาติเมื่อปีที่แล้ว โดยผู้ร่วมโครงการ AI4I ที่อบรมนักพัฒนา สามารถเรียนต่ออีก 12 เดือนเพื่อสอบในระดับวิศวกรสมทบได้

คาดว่าวิศวกรที่ได้รับการรับรองชุดแรกจะเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงานต้นปี 2020

https://www.blognone.com/node/112815




Last edited by napoleon; November 23rd, 2019 at 09:30 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 5th, 2019, 06:45 PM   #734
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,196
Likes (Received): 6355

สิงคโปร์แอร์ไลน์เผยกำไรพุ่ง 68% ในไตรมาส 2 แม้ต้นทุนน้ำมันแพงขึ้น

TCIJ: 5 พ.ย. 2562

Singapore Airlines สายการบินแห่งชาติของสิงคโปร์รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2019 ว่ามีผลประกอบการเพิ่มขึ้น 68% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยเพิ่มขึ้นจาก 56 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เป็น 94 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ แม้ว่ากำไรจากการดำเนินการจะลดลง 8.6% อยู่ที่ 213 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ แต่รายได้จากผู้โดยสารก็โตขึ้น 7.5% อย่างไรก็ตามมีค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เชื้อเพลิง (non-fuel expenditure) เพิ่มขึ้น 6% ส่วนต้นทุนที่เป็นเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันที่ 1.7%

โดยการพุ่งขึ้นของกำไรดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการที่สายการบินไทเกอร์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือแต่ไม่ได้ประสบภาวะขาดทุนในช่วงดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามสายการบินสิงคโปร์ มีค่าใช้จ่ายด้านเชื่อเพลิงเพื่มขึ้นในไตรมาส 2 สู่ระดับ 1.43 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เทียบกับ 1.21 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

https://www.tcijthai.com/news/2019/11/asean/9556
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 16th, 2019, 06:30 PM   #735
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,196
Likes (Received): 6355

“กูเกิลเพย์” ผนึกแบงก์ ลุย e-Payment สิงคโปร์

วันที่ 16 November 2019

ความสำเร็จของ “กูเกิลเพย์” (Google pay) ในอินเดียและอีกราว 30 ประเทศทั่วโลก ทำให้แพลตฟอร์มชำระเงินออนไลน์ของ “กูเกิล” ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีมองหาลู่ทางใหม่ ในการพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) โดยเฉพาะการบุกตลาดที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินแห่งหนึ่งของโลกอย่าง “สิงคโปร์”

“แพทริค ทีโอ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมของกูเกิลเพย์ กล่าวในงาน Singapore FinTech Festival 2019 (SFF) ว่า สิงคโปร์เป็นฐานการพัฒนาแพลตฟอร์มกูเกิลเพย์ในภูมิภาคเอเชียอยู่แล้ว และยังมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่จะรองรับการก้าวสู่ “สังคมไร้เงินสด” ทำให้กูเกิลมองเห็นโอกาสในการพัฒนากูเกิลเพย์เต็มรูปแบบที่สิงคโปร์ภายในปี 2020


เดอะสเตรตส์ไทมส์ รายงานว่า กูเกิลได้จับมือกับ “เพย์นาว” (PayNow) ซึ่งเป็นบริการโอนเงินผ่านช่องทางออนไลน์ของธนาคาร 9 แห่งในสิงคโปร์ อย่างดีบีเอส(DBS) และโอซีบีซี (OCBC) ซึ่งผู้บริโภคสามารถโอนเงินระหว่างธนาคารได้โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์ หรือหมายเลขบัตรประชาชน เหมือน “พร้อมเพย์” ของไทย

ปัจจุบันกูเกิลเพย์ให้บริการชำระเงินออนไลน์ในสิงคโปร์ 2 รูปแบบ คือผู้ใช้บริการสามารถชำระเงินผ่านอุปกรณ์ “คอนแทคเลส” ที่เชื่อมต่อกับแอปกูเกิลเพย์เพื่อซื้อสินค้าในร้านค้าทั่วไป และการชำระเงินซื้อสินค้าออนไลน์ อย่างไรก็ตามบริการของกูเกิลเพย์ยังต้องมีกระเป๋าเงินออนไลน์ (e-Wallet) และผู้ใช้งานต้องมีบัตรเครดิตเพื่อยืนยันตัวตน ลักษณะเดียวกันแอปเปิลเพย์และซัมซุงเพย์

แต่การร่วมมือกันระหว่างกูเกิลและเพย์นาวจะทำให้ผู้มีบัญชีธนาคารสามารถชำระเงินผ่านกูเกิลเพย์ในร้านค้าราว 8 หมื่นร้านทั่วสิงคโปร์ โดยไม่ต้องมีบัตรเครดิตยืนยันตัวตน เนื่องจากบริการใหม่นี้จะตัดยอดชำระจากบัญชีธนาคารโดยตรง โดยจะเริ่มทดลองให้บริการลูกค้าของธนาคารดีบีเอสและโอซีบีซีครั้งแรกในเดือน ม.ค. 2020 บริการใหม่ที่จะเปิดตัวในปี 2020 จะออกแบบให้มีข้อมูลของบัญชีผู้ใช้งานคล้ายกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อรองรับการใช้จ่ายรายย่อย ทั้งในร้านค้าทั่วไปและระหว่างบุคคล ซึ่งจะเหมือนกับการแชตกันในกลุ่มเพื่อนและโอนเงินได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังจะมีการพัฒนาให้รองรับระบบโทเคนดิจิทัล (Token) อีกด้วย

นอกจากนี้ยังจะมีการเปิดตัวแพลตฟอร์ม “สปอต” (Spot) ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับคิวอาร์โค้ด แต่พัฒนามาเพื่อรองรับร้านค้าที่ร่วมกับกูเกิลเพย์เท่านั้น โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลของสินค้าและบริการ รวมทั้งชำระเงินได้ทันทีจากการสแกน หรือใช้อุปกรณ์ของกูเกิลไปสัมผัสกับสปอต

“ฉิง เว่ยหง” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของธนาคารโอซีบีซีระบุว่า การผูกบัญชีแบบใหม่จะลดความยุ่งยากให้กับลูกค้าในการเข้าถึงบัญชีธนาคารนับเป็นความพยายามล่าสุดของสถาบันการเงินสิงคโปร์ ที่ร่วมผลักดัน ให้การใช้จ่ายแบบโมบายเพย์เมนต์สะดวกมากยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลาย ไม่ยุ่งยาก สอดคล้องกับเทรนด์หลักของงาน SFF ปีนี้ ที่ฟินเทคต่างเน้นไปที่การออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับการใช้จ่ายกับโลกยุคดิจิทัล

https://www.prachachat.net/world-news/news-392290
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 23rd, 2019, 11:29 AM   #736
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,196
Likes (Received): 6355

จำคุกร่วม 3 ปี 'นักธุรกิจสิงคโปร์' แอบส่งสินค้าฟุ่มเฟือยเข้าเกาหลีเหนือ

เผยแพร่: 23 พ.ย. 2562 13:10 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เอเอฟพี – นักธุรกิจชาวสิงคโปร์ถูกศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลาเกือบ 3 ปีวานนี้ (22 พ.ย.) ในความผิดฐานลักลอบส่งสินค้าฟุ่มเฟือยไปยังเกาหลีเหนือ ซึ่งถือว่าละเมิดคำสั่งคว่ำบาตรขององค์การสหประชาชาติ

อึ้ง เค็ง วาห์ (Ng Kheng Wah) วัย 56 ปี ถูกศาลตัดสินจำคุก 34 เดือนจากการลักลอบส่งออกไวน์, สุรา และน้ำหอม ผ่านเมืองต้าเหลียนของจีนเข้าไปยังเกาหลีเหนือเป็นระยะเวลาถึง 6 ปี

บริษัท T Specialists ของ อึ้ง ได้จัดส่งข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ คิดเป็นมูลค่าราว 6 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ให้กับเครือห้างสรรพสินค้าในเกาหลีเหนือ รวมถึงพวกเครื่องสำอาง, เครื่องดนตรี, นาฬิกา และเครื่องประดับเพชรพลอย

“มาตรการคว่ำบาตรจะได้ผลก็ต่อเมื่อสมาชิกยูเอ็นทุกประเทศ รวมถึงสิงคโปร์ มีความพยายามบังคับใช้อย่างเต็มที่” ผู้พิพากษา บาลา เร็ดดี้ ระบุ “การค้าที่ผิดกฎหมายเช่นนี้จะทำลายชื่อเสียงของสิงคโปร์ในเวทีโลก และอาจก่อให้เกิดคำถามว่าเรามุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามคำสั่งคว่ำบาตรหรือไม่”

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติลงมติคว่ำบาตรเปียงยางมาแล้วหลายครั้งเพื่อตอบโต้การทดสอบขีปนาวุธและระเบิดนิวเคลียร์ ในขณะที่สิงคโปร์เองก็ออกกฎหมายเพื่อบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว และระงับความสัมพันธ์ทางการค้ากับเกาหลีเหนือมาตั้งแต่ปี 2017

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมายังคงมีบริษัทและพลเมืองสิงคโปร์ที่ถูกดำเนินคดีฐานลักลอบส่งสินค้าให้เกาหลีเหนือ




เมื่อเดือน ส.ค. บริษัทสิงคโปร์รายหนึ่งถูกกล่าวหาว่าลักลอบส่งออกไวน์และเหล้าสปิริตมูลค่า 665,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ไปยังรัฐโสมแดง และเมื่อปีที่แล้วก็มีชาวสิงคโปร์ 2 คนถูกจับฐานลักลอบส่งสินค้าฟุ่มเฟือยจำพวกนาฬิกาและเครื่องประดับไปยังเปียงยาง

ในปี 2016 บริษัทขนส่งสินค้าของสิงคโปร์ถูกศาลสั่งปรับจากความพยายามส่งอาวุธและเครื่องบินขับไล่ยุคโซเวียตจากคิวบาเข้าไปยังเกาหลีเหนือ

https://mgronline.com/around/detail/9620000112461
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 23rd, 2019, 09:22 PM   #737
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,196
Likes (Received): 6355

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
สิงคโปร์เปิดโครงการรับรองวิศวกรปัญญาประดิษฐ์ วางแรงงาน 4 ระดับจากวิศวกรเริ่มต้น จนถึงคนวางสถาปัตยกรรม

29 October 2019

https://www.blognone.com/node/112815



Huawei ลุยสิงคโปร์ เปิด AI แล็บแห่งแรก ปั้นวิศวกรปัญญาประดิษฐ์

Huawei ทุ่ม 300 ล้านบาท ตั้งศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์ ในสิงคโปร์ หวังสร้างวิศวกร AI 100 คนต่อปี

สเตรทไทมส์รายงานว่า Huawei ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของจีน ประกาศทุ่มเงินลงทุนกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 300 ล้านบาท เปิดแล็บวิจัยด้าน AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์โดยเฉพาะ โดยในเบื้องต้น หัวเว่ยตั้งเป้าผลิตนักพัฒนา AI จำนวน 100 คน จากนั้นจะขยายผลิตวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ให้ได้ 1,000 คน ภายใน 3 ปีข้างหน้า

AI แล็บแห่งใหม่ของ Huawei นี้ จะนับเป็นการสร้างห้องปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐแห่งแรกของหัวเว่ยในสิงคโปร์ซึ่งจะร่วมถึงพัฒนา AI เพื่อให้สอดรับการเทคโนโลยี 5G ในอนาคตด้วย โดยห้องปฏิบัติการแห่งนี้จะเปิดกว้างต่อทั้งหน่วยงานรัฐบาล สถาบันการศึกษาระดับสูง รวมถึงองค์กรขนาดเล็ก และขนาดกลางที่ต้องการพัฒนาความสามารถและทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งจะเป็นทักษะสำคัญแห่งอนาคต

23/11/2562 https://www.straitstimes.com/tech/hu...-ai-developers

Last edited by napoleon; November 23rd, 2019 at 09:27 PM.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 29th, 2019, 07:41 PM   #738
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,196
Likes (Received): 6355

“ไทยเบฟ” จ่อ IPO ธุรกิจเบียร์ คาดอาจมีมูลค่าสูงถึง 1 หมื่นล้านเหรียญ

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า “ไทยเบฟ” เตรียมแยกธุรกิจเบียร์ทำ IPO ในปีหน้า ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึง 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

โดยอ้างอิงจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ว่า ไทยเบฟ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเบียร์ขนาดใหญ่ทั้งในไทยและเวียดนาม ได้มีการหารือกับกลุ่มธนาคาร ทั้ง Bank of America, Citigroup, DBS, HSBC and Morgan Stanleyเพื่อนำหน่วยธุรกิจดังกล่าวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เพื่อเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ภายในช่วงกลางปีหน้า


ซึ่งจะถือว่าเป็นการทำ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ปี 2011 ที่ผ่านมาหลังจากกองทุนทรัสของฮัทชินสันเข้าตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ทั้งนี้หากระดมทุนได้ถึง 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐจะถือเป็นหุ้นใหญ่ ระดับเอเชียที่มีมูลค่าเท่าชิงเต่าของจีน แต่ยังตามหลัง AB inbev บริษัทเบียร์อันดับ 1 ของโลก

https://www.prachachat.net/marketing/news-396823
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 3rd, 2019, 09:09 PM   #739
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,196
Likes (Received): 6355

ตลาดนัดจตุจักรบุกสิงคโปร์จัด 'Chatuchak SG' ในปี 2020

กองบรรณาธิการ TCIJ: 3 ธ.ค. 2562

สิงคโปร์ยกพื้นที่กว่า 40,000 ตารางฟุต (3,717 ตารางเมตร) จัด Night Market ในลักษณะเดียวกับตลาดนัดจตุจักร โดยจะเชิญพ่อค้าแม่ค้าจากประเทศไทยบินข้ามประเทศมาขายของกว่า 50 เจ้าในแต่ละสัปดาห์ ตั้งแต่ 4 กุมภาพันธ์ จนถึง 3 พฤษภาคมปีหน้า โดยตลาดจตุจักรสิงคโปร์ จะตั้งอยู่ที่ The grandstand บนถนน Turf Club ในเขต Bukit Timah

ผู้จัดชาวสิงคโปร์ เผยว่าภายในตลาดจะมีร้านค้าทั้งหมด 272 ร้าน ผสมกันทั้งผู้ขายจากประเทศไทยและเจ้าบ้านอย่างสิงคโปร์ ซึ่งนอกจากสินค้าแล้วยังจะมีสตรีทฟู้ดให้บริการ รวมถึงที่จอดรถ และบริการรถรับส่งในพื้นที่

แม้จะเทียบกับขนาดของตลาดจตุจักรในประเทศไทย ที่กินพื้นที่กว่าแสนตารางเมตรไม่ได้ แต่ผู้จัดชาวไทยที่เป็นพาร์ทเนอร์กับผู้จัดชาวสิงคโปร์ เผยว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้นำความเป็นตลาดจตุจักรออกนอกพื้นที่ประเทศไทย

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการนำไอเดียตลาดขนาดใหญ่มาไว้ที่สิงคโปร์ เพราะก่อนหน้านี้เคยมีตลาด Artbox ที่ไปจัดที่สิงคโปร์เป็นประจำทุกปีนับตั้งแต่ปี 2017 ที่ The Grounds ซึ่งมีร้านกว่า 300 บูธ บนพื้นที่ 200,000 ตารางฟุต

3/12/2019 https://www.tcijthai.com/news/2019/12/asean/9630
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 9th, 2019, 08:07 AM   #740
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 30,118
Likes (Received): 6906

wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 06:46 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2020, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us