Our Neighbour : Singapore - Page 4 - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old September 18th, 2010, 01:38 AM   #61
Imperfect Ending
Or is it?
 
Imperfect Ending's Avatar
 
Join Date: Apr 2003
Location: Portland, Oregon
Posts: 10,767
Likes (Received): 477

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
[COLOR="Red"][SIZE="5"]

They all look alike
__________________

Imperfect Ending no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old September 21st, 2010, 01:10 PM   #62
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

มาเลย์-สิงคโปรค์ตกลงแลกเปลี่ยนดินแดน ยุติข้อขัดแย้งหลายทศวรรษ

วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553 เวลา 12:02:16 น. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

มาเลเซียและสิงคโปร์ตกลงแลกเปลี่ยนดินแดนที่เป็นชนวนความขัดแย้งมาตั้งแต่ 2 ชาติแยกออกจากกันเมื่อ 45 ปีก่อน


เอพีรายงานว่า ข้อตกลงดังกล่าวได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการโดยนายกรัฐมนตรีของทั้ง 2 ประเทศ โดยแดนเสือเหลืองยอมยกเลิกสถานีรถไฟของตนที่ตั้งอยู่ใกล้ย่านใจกลางเมืองของสิงคโปร์ เพื่อแลกกับการรับที่ดิน 6 แปลงของสิงคโปร์จะมาอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท เอ็ม-เอส ซึ่งถือหุ้น 60% โดยคาซานาห์เนชั่นแนล กองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐบาลมาเลเซีย และอีก 40% เป็นของเทมาเส็กโฮลดิ้งจากสิงคโปร์


แดนเสือเหลืองยึดสถานีรถไฟดังกล่าวไว้ตั้งแต่ขับสิงคโปร์ออกจากการเป็นส่วนหนึ่งของสมาพันธรัฐที่รวมทั้งสองเป็นชาติเดียวกันช่วงสั้นๆ เมื่อทศวรรษ 1960 การเจรจาหาข้อยุติในประเด็นนี้กินเวลายาวนานหลายสิบปี


นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก กล่าวว่า "เราทั้งสองต่างยินดีและโล่งใจที่สามารถทิ้งความขัดแย้งนี้ไว้เบื้องหลังได้ มันสมเหตุสมผลทั้งในแง่การเมืองและเศรษฐกิจ" ด้านลี เซียน ลุง ผู้นำของสิงคโปร์ก็ให้คำมั่นว่า รัฐบาลของเขาจะให้การสนับสนุนโครงการสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อระหว่าง 2 ชาติอย่างเต็มที่


อย่างไรก็ตามทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่อาจหาข้อยุติเรื่องการเก็บภาษีได้ จึงตกลงที่จะยื่นเรื่องนี้ให้ศาลระหว่างประเทศที่กรุงเฮกเป็นผู้ชี้ขาด นาจิบชี้ว่า "เราไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องกันในทุกเรื่อง แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่เราสามารถยุติความขัดแย้งระหว่างกันได้อย่างฉันท์มิตร"
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 7th, 2010, 12:24 PM   #63
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

สิงค์โปร์ชูแหล่งเที่ยวใหม่ชิงตลาดจากไทย

Posttoday 06 ตุลาคม 2553 เวลา 17:02 น.


การท่องเที่ยวสิงคโปร์ไม่สนไทยหั่นราคาดึงนักท่องเที่ยว ชูจุดแข็งแหล่งท่องเที่ยวเปิดใหม่ต่อเนื่อง ดันเมืองลอดช่องเป็นศูนย์กลางไมซ์ระดับโลก เผยตั้งเป้าปี 2558 นักท่องเที่ยวทะลุ 17 ล้านคน

นายโอลิเวอร์ ซอง วี เม็ง ผู้อำนวยการฝ่ายการประชุมและสัมมนา การท่องเที่ยวสิงคโปร์ เปิดเผยว่า แผนกลยุทธ์กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวช่วงครึ่งปีหลัง การท่องเที่ยวฯ เตรียมนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ โดยจะทยอยเปิดอย่างต่อเนื่องช่วง 3-5 ปีนี้ เช่น ริเวอร์ ซาฟารี การ์เด้นท์ บาย เดอะ เบย์ กำหนดเปิดให้บริการปี 2554

ทั้งนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวสิงคโปร์ได้ปรับราคาค่าแพ็กเกจทัวร์ขึ้นตามฤดูกาลท่องเที่ยว มากกว่าการใช้กลยุทธ์การลดราคาเหมือนประเทศไทย เพราะเชื่อว่าการลงทุนสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ทุก 3-5 ปี จะเป็นจุดขายและสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งให้กับสิงคโปร์ และผลักดันให้การท่องเที่ยวได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

นอกจากนี้การท่องเที่ยวได้ปรับกลยุทธ์ โดยเจาะกลุ่มตลาดการประชุมและสัมมนา(ไมซ์) เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน โดยตั้งเป้าเพิ่มส่วนเป็น 30% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด โดยร่วมมือกับพันธมิตรทางการท่องเที่ยว จัดการส่งเสริมในส่วนดังกล่าว เพื่อผลักดันให้ประเทศสิงคโปร์เป็นศูนย์กลาง(ฮับ) การจัดไมซ์ระดับโลก เนื่องจากปัจจุบันสิงคโปร์เป็นสถานที่การจัดงานใหญ่ระดับโลกหลายรายการ เช่น ด้านการแพทย์ ทางการเงิน ฯลฯ

“สิงคโปร์ได้ปรับภาพลักษณ์แบรนด์การท่องเที่ยวสิงคโปร์ ภายใต้ชื่อ YourSingapore ตั้งแต่เดือนส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้ภาพการท่องเที่ยวมีความสดใหม่ จากการเปิดแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมาหลายโครงการ โครงสร้างพื้นฐานที่ดีมีคุณภาพ เชื่อว่าจะเป็นจุดขายให้กับสิงคโปร์” นายซอง วี เม็ง กล่าว

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย ไม่กระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยไปยังสิงคโปร์ โดยระหว่างเดือนม.ค.-ส.ค.ที่ผ่านมา คนไทยเดินทางเที่ยวสิงคโปร์ ราว 2.72 แสนคน ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 31% เทียบกับปี 2552 จำนวนนักท่องเที่ยว 3.1 แสนคน รายได้ 1.1หมื่นล้านบาท ซึ่งตลาดคนไทยเป็นตลาดอันดับ 10 ของสิงคโปร์

นายซอง วี เม็ง กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสิงคโปร์ ราว 11.5 ล้านคน รายได้เติบโต 40% เทียบกับรายได้ปีที่ผ่านมา 4.1 แสนล้านบาท โดยคาดว่าในปี 2558 สิงคโปร์จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 17 ล้านคน มีรายได้ 6 แสนล้านบาท
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old October 11th, 2010, 10:26 PM   #64
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

จับตา"สิงคโปร์"เปิดเกมรุก ขับเคลื่อนประเทศสู่ยุค"ไอซีที"

วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7257 ข่าวสดรายวัน


"สิงคโปร์" เป็นประเทศเกาะเล็กๆ ทางตอนใต้ของคาบสมุทรมาเลย์ มีประชากรเพียง 5 ล้านคน อาศัยอยู่บนพื้นที่พอๆ กับเกาะภูเก็ต

แต่ความก้าวหน้าทางเทคโน โลยีการสื่อสารปัจจุบันไปไกลกว่าประเทศใหญ่ๆ บางประเทศเสียอีก เพราะสิงคโปร์ตั้งเป้าให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีการสื่อสารในภูมิภาคนี้

ปัจจุบัน ชาวสิงคโปร์มีคอมพิวเตอร์ใช้ตามบ้านเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์และเข้าถึงบรอดแบนด์ หรือ อินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง ถึงร้อยละ 80 เพิ่มจากปี 2548 ที่มีร้อยละ 54 และมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเทคโน โลยีด้านการสื่อสารอย่างไม่หยุดยั้ง

จึงเป็นโอกาสอันดีที่ผู้แทนจากคณะสื่อมวลชนไทยชั้นนำได้รับเชิญจากกระทรวงสารนิเทศ การสื่อสารและศิลปะ (เอ็มไอซีเอ) ให้เข้าร่วมในโครงการแลกเปลี่ยนสื่อมวลชนระหว่างไทย-สิงคโปร์ (เจอีพี) ครั้งที่ 7 เพื่อไปศึกษาดูงานด้านสารนิเทศและการสื่อสารของเมืองลอดช่อง

สิงคโปร์โชว์จุดขายด้านอุตสาหกรรมการสื่อสารสารสนเทศ พร้อมตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางอินเตอร์เน็ตในภูมิภาค โดยมีแผนหลัก คือ iN2015 ซึ่งองค์การพัฒนาการสื่อสารและสารสนเทศแห่งสิงคโปร์ ของเอ็มไอซีเอ ดำเนินการระหว่างปี 2549-2558 ต่อยอดจากการส่งเสริมให้ประชาชนมีคอมพิวเตอร์ใช้ตามบ้าน

ต่อมานำเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) มาใช้เพื่อลดกระบวนการทำงาน และทำงานได้รวดเร็วขึ้นเพื่อเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-government) และจะก้าวสู่การเป็น "ชาติแห่งภูมิปัญญา โลกาภิวัตน์นคร" โดยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร หรือ "อินโฟคอมม์" ภายใน 5 ปีข้างหน้า

กุญแจสำคัญที่จะทำให้สิงคโปร์ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร (ไอซีที) ของ โลกนั้น เอ็มไอซีเอวางนโยบายไว้ว่า

ประการแรก คือ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยใช้บรอดแบนด์และไร้สาย (wieless) ซึ่งจะเพิ่มความเร็วเป็น 1 Gbps และขยายพื้นที่ให้บริการ "ไว-ไฟ" ฟรีในที่สาธารณะเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวสิงคโปร์เองและนักท่องเที่ยว

ประการที่สอง จัดโครงการที่เหมาะสมกับผู้ใช้ในภาคส่วนต่างๆ เช่น ภาคอุตสาหกรรม ร้านค้าและบุคคลทั่วไป พร้อมทั้งดึงดูดผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีเข้าประเทศ

ประการที่สาม พัฒนาบุคลากร โดยภาครัฐสนับสนุน เช่น จัดหลักสูตรในระดับมัธยมและมหาวิทยาลัย ก่อตั้งชมรมไอที พร้อมให้ทุนการศึกษา

ประการที่สี่ ภาคเศรษฐกิจ สิงคโปร์เล็งเป็นศูนย์กลางการขนส่ง เพราะสิงคโปร์มีหน่วยงานเกี่ยวกับการขนส่งมาก แต่ยังขาดศูนย์กลางข้อมูลซึ่งไอซีทีจะช่วยได้ อีกทั้งยังนำอินโฟคอมม์มาใช้ในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)
1.กระทรวงสารนิเทศการสื่อสารและศิลปะ (เอ็มไอซีเอ)
2.การแพทย์ล้ำยุค
3.-4.ANIMATION
5.บรรยากาศการถ่ายทำเทคนิคบลู สกรีน
6.ANIMATIONน่ารักๆ


และสุดท้าย คือ ภาคประชาชน โดยให้ทุกคนเข้าถึงไอซีที รวมทั้งผู้พิการและผู้สูงอายุโดยให้เด็กๆ เป็นคนสอนคนในครอบครัวให้มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อลดช่องว่างทางความรู้ด้านอินเตอร์เน็ต

นอกจากรับฟังนโยบายที่เอ็มไอซีเอแล้ว คณะสื่อมวลชนไทยยังมีโอกาสชมนิทรรศการ "ไอเอ็กซ์พีเรียนซ์" ซึ่งจัดแสดงให้ประชาชนเข้าใจและเห็นภาพชัดเจน ว่า

ในอนาคต ไอซีทีจะมีบทบาทอย่างไรกับสังคมเมืองลอดช่อง โดยรัฐบาลเตรียมติดตั้งสายไฟเบอร์อ๊อปติกให้ครบทุกครัวเรือนฟรี บ้านละ 10 เมตร และเพิ่มความเร็วอินเตอร์เน็ตเป็น 1 Gbps ในปี 2555

อีกไม่นาน นักเรียนสิงคโปร์จึงจะไม่ต้องหอบหนังสือไปเรียนอีกแล้วและไม่จำเป็นต้องมีกระดานดำ

แต่จะใช้คอมพิวเตอร์แบบสัมผัสหน้าจอ พร้อมคีย์บอร์ดเป็นทั้งโต๊ะเรียนและหนังสือเรียน มีครูเป็นผู้ควบคุมเนื้อหาและมองเห็นหน้าจอของนักเรียนทุกคนได้ ถ้านักเรียนแอบเล่นเกมหรือขีดเขียนอะไรไร้สาระ ครูจะส่งข้อความเตือน "กรุณาตั้งใจเรียน" ไปที่หน้าจอของเด็กคนนั้นได้ทันที

นักเรียนสามารถโต้ตอบและขีดเขียน ลากเส้นบนหน้าจอได้ เด็กที่ ลาป่วยอยู่บ้านก็ไม่ต้องขาดเรียนเพราะเรียนจากที่บ้านก็ได้ ซึ่งล่าสุดทดลอง ใช้ระบบนี้แล้วกับโรงเรียนมัธยมต้นแห่งหนึ่งตั้งแต่เมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา และยังมีโรงเรียนอีกหลายแห่งแสดงความประสงค์อยากเข้าร่วมโครงการ

ส่วนคนป่วยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปพบแพทย์ เพียงมีอุปกรณ์บางอย่างติดบ้าน เช่น เครื่องวัดความดัน ปรอทวัดไข้

จากนั้นส่งข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตให้แพทย์วินิจฉัยโรค ซึ่งแพทย์มีประวัติคนไข้แบบออนไลน์อยู่แล้ว หลังการวินิจฉัย แพทย์จะสั่งยาให้ไปซื้อยาที่ร้านขายยาใกล้บ้าน

สําหรับนักธุรกิจ พัฒนาการอันก้าวไกลของเทคโนโลยีไอทีจะช่วยให้การทำงานมีความสะดวกสบายมากขึ้นหลายรูปแบบ

ไม่ว่าจะเป็นการทำงานอยู่ที่บ้านแล้วต่อสายประชุมผ่านระบบโทรศัพท์ ผ่านอินเตอร์เน็ต เช่น สไคป์

ส่วนนักช็อปปิ้งที่ไม่อยากออกจากบ้านก็สั่งซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ตได้เช่นกัน

การพัฒนาไอซีทีของสิงคโปร์ก้าวไปพร้อมกับการควบคุมเนื้อหา โดยองค์การพัฒนาสื่อ (เอ็มดีเอ) ซึ่งเป็นคณะกรรมการหนึ่งภายใต้เอ็มไอซีเอ ทำหน้าที่ดูแลเนื้อหาตามแผน "มีเดีย 21" ซึ่งเน้น "การจัดประเภท" ของเนื้อหาทั้งในภาพยนตร์ในประเทศและต่างประเทศ ละคร สื่อดิจิตอล อินเตอร์เน็ต วิดีโอเกม โดยหลีกเลี่ยง "การเซ็นเซอร์" เพราะมีคณะกรรมการจัดประเภทภาพยนตร์ประกอบด้วยบุคลากรจากที่ต่างๆ มาช่วยกันพิจารณาเนื้อหา รวมทั้งกำหนดอายุผู้ชมและกำหนดให้ภาพยนตร์ อาร์-21 ฉายได้เฉพาะในโรงภาพยนตร์ในเขตเมืองเท่านั้น


หากโรงภาพยนตร์แห่งไหนฝ่าฝืน เช่น ปล่อยให้เด็กเข้าไปชม ก็จะมีผลต่อการพิจารณาต่อใบอนุญาตในครั้งต่อไป

นอกจากนี้ กระทรวงเอ็มไอซีเอ ยังมีแผนก่อตั้ง "มีเดียโพลิส" (Mediapolis) ให้เป็นศูนย์กลางด้านไอซีทีของโลกและสร้างสรรค์สังคมแห่งการสื่อสาร

โดยใช้เงินลงทุน 710 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 21,300 ล้านบาท

เนรมิตให้เป็นโรงถ่ายภาพยนตร์ และส่งเสริมการผลิตภาพยนตร์และแอนิเมชั่น ที่จะดึงดูดนักลงทุนจากในประเทศและต่างประเทศให้มาร่วมทุนเพิ่มขึ้น

หลังจากสิงคโปร์ลงนามในบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตภาพยนตร์และแอนิเมชั่นกับหลายประเทศไปแล้ว

เช่น จีน เกาหลี แคนาดา อิตาลี และอื่นๆ รวมทั้งไทยซึ่งมีผลงานปรากฏให้เห็นแล้วในแอนิเมชั่นน่ารักๆใต้มหาสมุทรในเรื่อง "เชลล์ดอน"

ปี 2549 สิงคโปร์มีรายได้ส่งออกสินค้ากลุ่มข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศ หรืออินโฟคอมม์ ถึงร้อยละ 38 และมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนโกยรายได้ถึง 40,044 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 1,200,000 ล้านบาทในปี 2552

ตอกย้ำความทะเยอทะยานในการวางบทบาทชาติตนเองขึ้นเป็น "เจ้าแห่งอุตสาหกรรมอินโฟคอมม์" ระดับโลก

เหมือนเช่นเดียวกับที่เคยวางสถานะเป็นศูนย์กลางการเงินย่านอาเซียนสำเร็จมาแล้ว

ไม่แน่ใจว่า รัฐบาลชาติเพื่อนบ้านสิงคโปร์ทั้งหลายจะเล็งเห็นความสำคัญ ของเทคโนโลยีสื่อสารยุคใหม่ ในแง่มุมเดียวกับที่ผู้นำสิงคโปร์กำลังมองดูอยู่หรือไม่!?!





ดู′สื่อดิจิตอล′

เมืองลอดช่อง

นายหลุ่ย ตั๊ก ยิว รมว.สารนิเทศ การสื่อสารและศิลปะสิงคโปร์ กล่าวว่า

"อินโฟคอมม์" เป็นกุญแจที่จะนำประเทศเป็นสังคมไอทีโดยใช้บรอดแบนด์ ซึ่งสิงคโปร์วาง "ท่อ" ส่งข้อมูลข่าวสาร ไอทีเหมือนกับการวางสาธารณูปโภคอื่นๆ

ส่วนเนื้อหาที่ปรากฏในสื่อมวลชนนั้น สื่อรายงานตรงข้ามรัฐบาลได้ วิพากษ์วิจารณ์ได้ ผู้อ่านก็วิจารณ์รัฐบาลได้ สื่อต่างชาติรายงานการเมืองในประเทศได้ แต่ต้องให้รัฐบาลอธิบาย หรือโต้ตอบกลับด้วยเช่นกัน

สำหรับสื่อที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในสิงคโปร์ คือ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ "สเตรท ไทมส์" ส่วนเด็กรุ่นใหม่ที่อ่านหนังสือน้อยลงก็เปิดรับข่าวสารผ่านสื่อดิจิตอล ซึ่งเข้าทางสิงคโปร์ที่ส่งเสริมประชาชนให้เข้าถึงไอซีทีทุกรูปแบบ

คณะสื่อไทยมีโอกาสเยี่ยมชมสำนักงาน สิงคโปร์ เพรสส์ โฮลดิ้ง (เอสพีเอช) ซึ่งมีหลายสื่อดิจิตอลที่ตอบสนองกลุ่มลูกค้าต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม

ได้แก่ เว็บไซต์ AsisOne.com เป็นเว็บไซต์ที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์เพราะมีอายุ 15 ปีแล้ว มีทั้งข่าวและไลฟ์สไตล์ต่างๆ เช่น หน้าสตรี ท่องเที่ยว อาหาร สุขภาพ โดยกลุ่มผู้อ่านมักเป็นนักธุรกิจ ผู้มีการศึกษาสูงและผู้มีอำนาจซื้อสูง และยังมีกลุ่มผู้อ่านในยุโรป เอเชียตะวันออกและชาวสิงคโปร์ในต่างประเทศ

อีกทั้งยังสร้างแอพลิเคชั่นให้ใช้กับไอโฟนได้ด้วยเพื่อเพิ่มความสะดวกแก่คนที่อยู่ในระหว่างการเดินทางจะได้ไม่ตกข่าว

ส่วนโทรทัศน์เรเซอร์ (Razor TV) เป็นสื่อดิจิตอลที่เผยแพร่ข่าวสารในรูปแบบวิดีโอ มุ่งเจาะลึกเนื้อหาและความเห็นของชาวสิงคโปร์โดยเฉพาะ เน้นลงพื้นที่สัมภาษณ์เรื่องราวที่ส่งผลกระทบต่อคนสิงคโปร์ ซึ่งผู้ชมเลือกเก็บวิดีโอไว้ในโฮมเพจส่วนตัวได้ แชร์กับเพื่อนและเขียนเพิ่มเติมหรือตอบโต้กับเพื่อนก็ได้

จากการสำรวจความเห็นในสิงคโปร์เมื่อปีที่แล้ว พบว่า คนอ่านเว็บชอบรูปแบบที่ไม่เป็นทางการมากเกินไป

และนิยมอ่านข่าวสารเกี่ยวกับคนเดินถนนทั่วไปในแง่มุมแปลกใหม่ โดยทีมงานเป็นคนรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาวจากรั้ววารสารศาสตร์หรือนิเทศศาสตร์ที่มาจากพื้นเพต่างกัน เช่น แต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน ซึ่งสัมภาษณ์เป็นภาษาท้องถิ่นได้

สำหรับเว็บไซต์ Stomp.com.sg (Strait Times on Mobile and Print) เน้นการเข้าถึงเรื่องชาวบ้านและคลุกวงในกับคนทุกรุ่น สร้างความแตกต่างด้วยการนำเสนอสิ่งที่สื่อกระแสหลักไม่ได้นำเสนอ รวมถึงเน้นเสนอความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคม แต่ไม่ค่อยได้รับการพูดถึง เช่น กรณีคดีผู้ชายถูกผู้หญิงลวนลามเพิ่มมากขึ้น

และนอกจากนักข่าวประจำแล้ว ชาวบ้านทั่วไปที่มีมือถือก็ส่งคลิปมาร่วมเสนอข่าวได้ ทำให้สตอมป์ กลายเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมที่มีผู้ชม 27 ล้านคนต่อเดือน

หน้า 21
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 14th, 2010, 09:07 AM   #65
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

สิงคโปร์เดินหน้าคุมเงินเฟ้อ

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เวลา 11:44:32 น. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

สิงคโปร์เซอร์ไพรส์ตลาดประกาศเดินนโยบายการเงินเข้มงวดขึ้น ส่งดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่าขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตตามเป้า 13-15% ในปีนี้


เอเอฟพีรายงานว่าธนาคารกลางสิงคโปร์ส่งสัญญาณการต้านทานภาวะเงินเฟ้อ หลังจากข้อมูลของทางการแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจขยายตัว 10.3% ในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมระบุว่า หมายความว่าสิงคโปร์กำลังเดินไปตามเป้าการเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้ หลังจากปีกลายเศรษฐกิจสิงคโปร์หดตัว 1.3% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย


ธนาคารกลางสิงคโปร์กล่าวว่า ขณะที่การเติบโตของจีดีพีชะลอตัวลงสู่ระดับยั่งยืนมากขึ้น แต่แรงกดดันราคาในประเทศกำลังเพิ่มขึ้น เนื่องจากการใช้ทรัพยากรที่เพิ่มมากขึ้น และตลาดแรงงานตึงตัว


สิงคโปร์ดำเนินนโยบายการเงินผ่านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งมีการซื้อขายเทียบกับตะกร้าสกุลเงินของคู่ค้ารายสำคัญ โดยไม่มีการเปิดเผยกรอบการเคลื่อนไหวสูงสุดและต่ำสุดของสกุลเงิน
ธนาคารกลางสิงคโปร์ระบุว่า ทางการจะปล่อยให้ดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่าขึ้นต่อไป แม้ว่าปัจจุบันจะทำสถิติสูงสุดแล้วก็ตาม
ดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่าขึ้นที่ 1.30 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากคำประกาศ และมาทำสถิติแข็งค่าสุดที่ 1.2886 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 18th, 2010, 01:17 PM   #66
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

สิงคโปร์เผยยอดส่งออกเดือนก.ย.ชะลอตัว เหตุศก.โลกอ่อนแอฉุดดีมานด์หดตัว

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2553 13:54:19 น.

ยอดส่งออกของสิงคโปร์ชะลอตัวในเดือนก.ย. เนื่องจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเวชภัณฑ์ปรับตัวลดลง ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์ที่ซบเซา เนื่องจากเศรษฐกิจโลกอ่อนแอ

สำนักงานส่งเสริมการส่งออกของสิงคโปร์เปิดเผยว่า ยอดส่งออกสินค้าไม่นับรวมน้ำมันเพิ่มขึ้น 22.7% จากปีก่อนหน้านี้ แต่อัตราการขยายตัวดังกล่าวชะลอตัวลงจากที่พุ่งขึ้น 30.8% ในเดือนส.ค.


ทั้งนี้ อุปสงค์จากต่างประเทศ ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเอเชียที่พึ่งพาภาคการส่งออกอย่างสิงคโปร์และจีนนั้น อาจปรับตัวลดลง เนื่องจากรัฐบาลในยุโรปเริ่มใช้มาตรการรัดเข็มขัดเพื่อลดยอดขาดดุลบัญชี ขณะที่ภาคครัวเรือนในประเทศเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของโลกยังคงชะลอการจับจ่ายใช้สอย ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจของสิงคโปร์หดตัวลงในไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากภาคการผลิตชะลอตัว

การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทต่างๆ เพิ่มขึ้น 21.2% ในเดือนก.ย.จากปีก่อนหน้านี้แตะที่ 5.8 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) แต่น้อยกว่าที่ทะยานขึ้น 34.8% ในเดือนก่อน ขณะที่ยอดส่งออกสินค้าปิโตรเคมีและเวชภัณฑ์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 23.7% โดยยอดส่งออกสินค้าเวชภัณฑ์ขยายตัวที่ระดับ 16% หลังจากที่พุ่งขึ้น 64.7% ในเดือนส.ค. สำนักข่าวซินหัวรายงาน
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 25th, 2010, 11:51 AM   #67
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

บ.ตลาดหุ้นสิงคโปร์ทุ่ม 8.3 พันล้านดอลล์ซื้อกิจการ ASX

วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เวลา 13:00:00 น. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


บริษัทตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) เสนอ 8.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เทกโอเวอร์กิจการตลาดหุ้นออสเตรเลีย หวังขึ้นแท่นศูนย์กลางการเงินชั้นนำของภูมิภาค


เอพีรายงานว่า การควบรวมกิจการนี้จะทำให้เกิดกลุ่มบริหารตลาดหลักทรัพย์ขนาดใหญ่อันดับ 5 ของโลกเมื่อวัดจากมูลค่าตลาด รองจากฮ่องกง ชิคาโก บราซิล และเยอรมนี และจะกลายเป็นตลาดหลักทรัพย์ขนาดใหญ่อันดับ 2 ของเอเชีย เมื่อวัดจากจำนวนบริษัทจดทะเบียน


ดีลนี้มีเป้าหมายเพื่อทำให้ตลาดหลักทรัพย์ทั้งสองแห่งมีโอกาสมากขึ้นในการสร้างความมั่งคั่งท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นภายในเอเชีย และตลาดหุ้นขนาดใหญ่ในยุโรป และสหรัฐ


ทั้งนี้บริษัทบริหารตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย หรือที่รู้จักในชื่อ "ASX" จะสูญเสียการผูกขาดอำนาจบริหารตลาดหุ้นในออสเตรเลียในปีหน้า ขณะที่สิงคโปร์ยังล้าหลังฮ่องกงและโตเกียวในฐานะศูนย์กลางการเงินของภูมิภาค
แมกนัส บ็อคเกอร์ ซีอีโอของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ อธิบายว่า กระแสของเงินทุนที่เห็นทุกวันนี้เป็นการย้ายจากตะวันตกมาตะวันออกจริงๆ และนี่จะเป็นเกตเวย์สู่ตลาดหุ้นเอเชีย


หลังการควบรวมกิจการ บริษัทบริหารตลาดหลักทรัพย์แห่งใหม่จะมีมูลค่าตลาด 12.3 พันล้านดอลลาร์ และดูแลบริษัทจดทะเบียนราว 2,700 แห่ง ข้อเสนอเทกโอเวอร์มูลค่า 48 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (47.11 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อหุ้น สูงกว่าราคาเทรดล่าสุดของ ASX เมื่อวันพฤหัสบดี 21 ต.ค. หรือหนึ่งวันก่อนพักการซื้อขายชั่วคราวเมื่อมีการประกาศดีลนี้


ในการเทกโอเวอร์กิจการ บริษัทสิงคโปร์จะจ่ายเงิน 22 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อหุ้น บวกหุ้น 3.473 หุ้นในบริษัทตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ต่อทุกๆ หนึ่งหุ้นของบริษัทบริหารตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย


หุ้นของ ASX พุ่งขึ้นกว่า 20% เมื่อเริ่มเทรดอีกครั้ง หลังการประกาศดีล โดยมาอยู่ที่ 43.49 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ขณะที่หุ้นของ SGX ร่วงลง 4.3% เหลือ 9.13 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 7.05 ดอลลาร์สหรัฐ


ทั้งสองบริษัทหวังว่าจะปิดดีลนี้ให้ได้ในไตรมาส 2 ของปีหน้า โดยจะต้องรอการอนุมัติจากผู้กำหนดนโยบายในแต่ละประเทศ ซึ่งรวมถึง คณะกรรมการพิจารณาการลงทุนต่างชาติของออสเตรเลีย และรัฐมนตรีคลังของแดนจิงโจ้ด้วย
ด้านแกรม ซามัว ประธานคณะกรรมาธิการผู้บริโภคและการแข่งขันของออสเตรเลีย ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุออสเตรเลียว่า ไม่เห็นว่าดีลครั้งนี้จะมีปัญหาใดๆ
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old October 27th, 2010, 09:07 AM   #68
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

สิงคโปร์"ชาติเดียวในเอเชียผงาดติดอันดับ3คอร์รัปชั่นน้อยสุดในโลก

วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เวลา 10:39:32 น. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


องค์กรเพื่อความโปร่งใสสากล (Transprency International ) หรือ ทีไอ ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ และมีสำนักงานอยู่ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี สำรวจประจำปี ระหว่างเดือนมกราคม ปี 2552 ถึงเดือนกันยายน ปี 2553 จัดอันดับความโปร่งใสใน 178 ประเทศและดินแดน โดยให้คะแนน 0 สำหรับประเทศที่คอรัปชั่นมากที่สุด และ 10 สำหรับประเทศที่คอรัปชั่นน้อยที่สุด โดยอาศัยการสำรวจความเห็นของนักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญ ที่แตกต่างกันถึง 13 แบบ ปรากฎว่า สิงคโปร์ เป็นชาติเดียวในเอเชีย ที่ผงาดมาอยู่ที่อันดับ 3 เทียบชั้นกับกับเดนมาร์คที่ครงอันดับ 1 และนิวซีแลนด์ อันดับ 2 ในทำเนียบของประเทศที่มีการคอรัปชั่นน้อยที่สุด



ฟรังซัวส์ วาเลเรียน ผู้อำนวยการของทีไอ ให้ความเห็นว่า การที่สิงคโปร์ ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการคอรัปชั่นน้อยที่สุด ส่วนหนึ่งก็เพราะกฎหมายที่เข้มงวด ทำให้เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าสิงคโปร์ได้มีการบังคับใช้กฎหมายและตั้งกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อต่อสู้และขจัดการคอรัปชั่นในด้านการบริการของภาครัฐ รวมถึงสภาพแวดล้อมในการบริหารการปกครองด้วย แม้จะมีการประเมินว่า มีเงินจำนวน 1 ล้านล้านดอลล่าร์ ไหลเข้าสู่ศูนย์กลางทางการเงินใหญ่ ๆที่รวมทั้ง นิวยอร์ค ฮ่องกงและสิงคโปร์ ด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย แต่ก็ไม่น่าเป็นห่วง เพราะสิงคโปร์และอีกหลายดินแดน ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนในเรื่องนี้
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 4th, 2010, 07:52 PM   #69
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

สิงคโปร์เป็นมิตรกับ SMEs มากที่สุดในโลก ไทยอันดับ 19

วันที่ 04 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 เวลา 17:43:35 น. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


สิงคโปร์ครองตำแหน่งเขตเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการทำธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) มากที่สุดในโลก แม้คู่แข่งสำคัญอย่างฮ่องกงจะมีการปฎิรูปมากที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา


เอเอฟพีอ้างรายงาน "Doing Business 2011"ของธนาคารโลกเกี่ยวกับความยากง่ายของผู้ประกอบการท้องถิ่นในการเปิดและทำธุรกิจในเขตเศรษฐกิจ 183 แห่งทั่วโลกว่า แม้สิงคโปร์จะรั้งแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 5 แต่ฮ่องกงซึ่งครองอันดับ 2 กลับมีการปฏิรูปเพื่อลดปัญหาข้อบังคับราชการในปีที่ผ่านมามากกว่า ส่วนเขตเศรษฐกิจอื่นที่ติดอันดับท็อป 10 ประกอบด้วย นิวซีแลนด์ อังกฤษ เดนมาร์ก นอร์เวย์ ไอร์แลนด์ ออสเตรเลีย แคนาดา และสหรัฐ


เจียฟฟรีย์ วอลตัน หัวหน้าด้านธุรกิจของแผนกบรรยากาศทางธุรกิจในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ของเวิลด์แบงก์ อธิบายว่า ความสำเร็จของฮ่องกงในฐานะหนึ่งในเขตเศรษฐกิจที่มีบรรยากาศทางธุรกิจที่ดีที่สุดในระดับโลกเป็นผลมาจากการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นผู้นำอยู่แล้วก็ตาม ฮ่องกงใช้ประโยชน์จากการกรอกใบสมัครออนไลน์เพื่อทำให้การปฏิบัติตามข้อบังคับทางธุรกิจเป็นไปได้ง่ายขึ้น ตลอดจนใช้ one-stop shops เพื่อดำเนินขั้นตอนการอนุมัติการก่อสร้างอย่างมีประสิทธิภาพ


รายงานนี้ระบุว่า ฮ่องกงยังได้ยกเลิกภาษีเชื้อเพลิงดีเซล และปรับปรุงการดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการค้า


ด้านนิวซีแลนด์เป็นผู้นำในแง่ของการคุ้มครองนักลงทุน ตามด้วยสิงคโปร์ และฮ่องกง
เกณฑ์การประเมินนี้ประกอบด้วย การจัดการด้านอนุมัติการก่อสร้าง การจดทะเบียนทรัพย์สิน การขอสินเชื่อ การจ่ายภาษี การค้าข้ามแดน และการปิดธุรกิจ


ในรายงานฉบับนี้ จีนติดอันดับ 79 แม้ว่าจะเคียงคู่กับเวียดนาม และติมอร์ตะวันออกเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีการปรับปรุงมากที่สุด 3 แห่ง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา


ขณะที่คาซักสถาน รวันด้า และเปรู ที่ติดอยู่ในกลุ่มเขตเศรษฐกิจที่มีการลดปัญหาข้อบังคับราชการได้มากที่สุดในปีที่ผ่านมา ส่วนชาดรั้งอันดับบ๊วย โดยมีสาธารณรัฐแอฟริกากลางครองอันดับ 2 และบูรันดีครองอันดับ 3 นับจากท้าย
ทั้งนี้แอฟริกา ซับซาฮาร่า และเอเชียใต้ ยังคงเป็นเขตที่ทำธุรกิจได้ยากที่สุด แม้ว่าประเทศจากทวีปแอฟริกา 3 ประเทศ คือ รวันด้า เคปเวิร์ด และแซมเบีย จะติดอันดับท็อป 10 ในปีนี้ ในฐานะประเทศที่มีการปรับตัวดีขึ้นมากที่สุด


สำหรับไทยติดอันดับ 19 ในปีนี้ จากที่เคยรั้งอันดับ 16 ในปีกลาย และมีการปฏิรูปสำคัญ 1 ประการ การลดภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นเวลา 12 เดือน
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 12th, 2010, 06:34 AM   #70
mbokudake
Valde Carus Meus Nichkhun
 
mbokudake's Avatar
 
Join Date: Mar 2008
Location: Hong Kong/ Pathum Thani/ Bangkok
Posts: 1,180
Likes (Received): 148

Singapore poised to outstrip Malaysia
Shamim Adam, International Herald Tribune, Bloomberg, Singapore
Fri, 11/12/2010

State’s G.D.P. projected to surpass that of larger neighbor by $5 billion

Forty-five years after Singapore’s expulsion from a union with Malaysia left Lee Kuan Yew in tears on national television, the economy of the city-state he led to independence is poised to overtake its neighbor.

Singapore’s gross domestic product will record its fastest annual growth this year since independence, rising as much as 15 percent to about 270 billion Singapore dollars, or about $210 billion, while the economy of Malaysia, a country 478 times its size, will expand 7 percent to $205 billion, government forecasts show. The two governments are scheduled to release their 2010 data by February.

Singapore, an island whose former economic adviser, Albert Winsemius, once said was considered a ‘‘poor little market in a dark corner of Asia,’’ is now ranked by the World Bank as the easiest place to do business, has one of the world’s busiest container ports and boasts the world’s highest proportion of millionaire households, according to the Boston Consulting Group.

‘‘Singapore kept on moving to the next level as the world economy evolved and adjusted to market demands and investors’ interests,’’ said Lee Hock Guan, senior fellow at the Institute of Southeast Asian Studies in Singapore. ‘‘Malaysia was struck by the curse of resource-rich countries: It didn’t optimize its human capital.’’

Froma low-cost manufacturing center for companies like Texas Instruments in the 1960s, Singaporehas become a major foreign-exchange center with a 1.2 trillion dollar asset-management industry.

Smaller than New York City and the only Southeast Asian nation without natural resources, Singapore has grown 189-fold since independence in 1965, helping raise G.D.P. per capita to 47,030 dollars last year from 659 dollars. The Malaysian economy expanded at one third of that pace during the same period and had G.D.P. per capita of 8,978 dollars in 2009, up from 431 dollars in 1965.

Malaysia’s growth fell to an average 4.7 percent a year in the past decade, from 7.2 percent in the 1990s, when the former prime minister, Mahathir Mohamad, wooed overseas manufacturers, built highways and erected the world’s tallest twin towers.

‘‘Development is like a marathon, and all policies geared toward it must be sustainable and continuous,’’ said Thomas Lam, chief economist at OSK-DMG, a venture of the Malaysian securities firm OSK Holdings and Deutsche Bank. ‘‘Malaysia runs the marathon like a 100-meter event, so you see the initial spurt but not continuous progress in the race.’’

Mr. Lam, 35, is one of 386,000 Malaysians who have become permanent residents or citizens of Singapore, a list that includes Health Minister Khaw Boon Wan and the chairman of Oversea-Chinese Banking, Cheong Choong Kong. ‘‘Singapore seems to offer greater career opportunity and mobility in my field,’’ Mr. Lam said.

After more than 140 years under British rule, Singapore joined the Federation of Malaysia in September 1963 as Mr. Lee and his colleagues sought a bigger common market to cut unemployment and curb communism. The merger survived less than two years, amid
ideological differences and worsening relations between the United Malays National Organization, which dominated the ruling Barisan Nasional coalition, and Mr. Lee’s People’s Action Party.

‘‘For me, it is a moment of anguish,’’ Mr. Lee said Aug. 9, 1965, the day Singapore became a sovereign state. ‘‘My whole adult life, I believed in Malaysian merger and unityof the two territories.’’ Mr. Lee, 87, was Singapore’s prime minister from 1959 to 1990.

Mr.Winsemius, the country’s economic adviser from 1961 to 1984, said he thought the merger had been a ‘‘loss of time.’’ Credited with helping formulate Singapore’s industrial strategy, Mr.Winsemius, who died in 1996, said the general view of Singapore in the early 1960s was of a country ‘‘going down the drain.’’

The government acted by investing in export-based industries. It built new container terminals for Singapore’s port, the genesis of the country’s development; reclaimed land off shore to attract companies like Exxon Mobil and Royal Dutch/ Shell Group for a 30billion dollar oil refining complex; and moved into high-tech industries like electronics and drugs.

‘‘Economic development does not occur naturally,’’ said Ravi Menon, a senior official at the Singaporean Ministry of Trade and Industry. ‘‘This is where free marketers are disenchanted with Singapore. The government has never hesitated fromguiding the development process or intervening in markets where it believes such intervention will lead to superior outcomes.’’

The government invested about 500 million dollars in its Biopolis biomedical research hub. It has cut corporate tax rates nine percentage points since 2000 to 17 percent, compared with 25 percent in Malaysia.

Singapore was kicked out of the union partly because Mr. Lee opposed Malaysia’s affirmative action policy, which provides special rights to the ethnic Malay majority. While the Malaysian prime minister, Najib Razak, has pledged to roll back major parts of the affirmative action policy, he told United Malays National Organization’s 61st General Assembly last month that the ‘‘social contract’’ that gave benefits to the Malays could not be repealed.

‘‘Singapore will overtake Malaysia because its focus is just on economic growth,’’ Mr. Mahathir, the Malaysian prime minister from 1981 to 2003, said in an e-mailed response to questions. ‘‘There is no social restructuring goal such as fair distribution of wealth between races, as we have in Malaysia.’’

Mr. Najib is trying to return the Malaysian economy to the levels of growth that lifted stock prices almost five fold in the decade through 1996. He set goals of nearly tripling gross national income to 1.7 trillion ringgit, or about $550 billion, in 2020, from 600 billion ringgit in 2009, and creating 3.3million jobs.

His government unveiled an economic transformation program in September aimed at attracting investment, including nearly 1.4 trillion ringgit in programs this decade, ranging from mass rail to nuclear power, led by private and government-linked companies. Mr. Najib is also taking steps to bolster the talent base, including plans for a teaching hospital with courses by Baltimore-based Johns Hopkins University and a new corporation assigned to lure back skilled Malaysians from overseas.
__________________
"NO.1にならなくてもいい
もともと特別なOnly one"

SMAP
"ไม่ต้องเป็นที่หนึ่ง แต่ขอให้แค่เป็นหนึ่งเดียว"
mbokudake no está en línea   Reply With Quote
Old November 25th, 2010, 06:47 PM   #71
mbokudake
Valde Carus Meus Nichkhun
 
mbokudake's Avatar
 
Join Date: Mar 2008
Location: Hong Kong/ Pathum Thani/ Bangkok
Posts: 1,180
Likes (Received): 148

รีวิวสายการบินบรูไน Royal Brunei Airlines
Hong Kong - Bandar Seri Begawan - Auckland

ณ Gate 19, Hong Kong International Airport


Boeing 777-200ER เช่าจาก Singapore Airlines ใหญ่กว่าเดิม สายการบินเพิ่งอำลาเจ้า B767-300ER โละ fleet ไปเมื่อต้นปี


ก่อนทำการบิน ต้องสวดดุอา ขอพรก่อนทุกครั้ง


เริ่มด้วยถั่วกับ refreshment น้ำส้ม ปลอดทั้งแอลกอฮอล์และบุหรี่


อาหารกลางวัน เป็นไก่อบ ค่อนข้างน้อยและไม่อร่อย
__________________
"NO.1にならなくてもいい
もともと特別なOnly one"

SMAP
"ไม่ต้องเป็นที่หนึ่ง แต่ขอให้แค่เป็นหนึ่งเดียว"

Last edited by mbokudake; November 25th, 2010 at 08:22 PM.
mbokudake no está en línea   Reply With Quote
Old November 25th, 2010, 06:58 PM   #72
mbokudake
Valde Carus Meus Nichkhun
 
mbokudake's Avatar
 
Join Date: Mar 2008
Location: Hong Kong/ Pathum Thani/ Bangkok
Posts: 1,180
Likes (Received): 148

Safety Information น่าจะเอาไปเคลือบใหม่ได้แล้วมั้ง


Inflight magazine เล่มเล็กๆ 'Muhibah' ภาษามาเลย์แปลว่า care อะไรทำนองเนี้ย


Inflight entertainment guide 'Sky Show'


Radio มีช่องอัลกุรอานด้วย


มีเข็มทิศบอกทางไปนคร Makkah ให้อยู่ตลอดเวลา สำหรับการละหมาด
__________________
"NO.1にならなくてもいい
もともと特別なOnly one"

SMAP
"ไม่ต้องเป็นที่หนึ่ง แต่ขอให้แค่เป็นหนึ่งเดียว"

Last edited by mbokudake; November 25th, 2010 at 08:21 PM.
mbokudake no está en línea   Reply With Quote
Old November 25th, 2010, 07:07 PM   #73
mbokudake
Valde Carus Meus Nichkhun
 
mbokudake's Avatar
 
Join Date: Mar 2008
Location: Hong Kong/ Pathum Thani/ Bangkok
Posts: 1,180
Likes (Received): 148

ใกล้ถึงบรูไนแล้ว


เห็นชายฝั่งเกาะบอร์เนียว


ถึงแล้ว สนามบินบรูไน ขนาดพอๆกับสนามบินเชียงใหม่ได้มั้ง เห็นเล็กๆอย่างนี้ มีไฟล์ทไปถึงยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เชียวนะคุณ


สนามบินบรูไนอันเงียบเหงา รอไฟล์ทต่อ 3 ทุ่ม 55 นาที ไฟล์ทปิดสนามบิน


ของใช้สำหรับไฟล์ทกลางคืน ข้างในมีแปรงสีฟัน ยาสีฟัน ถุงเท้า และ earplug


เช้าแล้ว แสงเงินแสงทอง เหนือรัฐ Queensland ออสเตรเลีย


ชายฝั่งเกาะเหนือ นิวซีแลนด์ เข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเมารีถึงเรียกว่า ดินแดนแห่งทิวเมฆยาวสีขาว Land of the Long White Cloud เอาเตอารัว Aotearoa


เตรียมลงจอดนคร Auckland เห็น Sky Tower อยู่ลิบๆ


ถึงแล้วสนามบิน Auckland


สรุปโดยรวมก็โอเคอ่ะ สำหรับราคาไปกลับเกือบ 3 หมื่นบาท ถ้าเทียบกับการบินไทย 4 หมื่น 2 พัน เสียเรื่องอาหารที่น้อยและไม่อร่อยเท่านั้น
__________________
"NO.1にならなくてもいい
もともと特別なOnly one"

SMAP
"ไม่ต้องเป็นที่หนึ่ง แต่ขอให้แค่เป็นหนึ่งเดียว"

Last edited by mbokudake; November 25th, 2010 at 08:30 PM.
mbokudake no está en línea   Reply With Quote
Old November 26th, 2010, 09:03 PM   #74
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

จวกยับโปโลสิงคโปร์นำธงชาติไว้ตรงเป้า

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 พฤศจิกายน 2553 14:52 น.


กางเกงว่ายน้ำโปโลชายทีมชาติสิงคโปร์ ถูกโจมตีอย่างหนัก หลังดูหมิ่นธงชาติด้วยการออกแบบไว้บริเวณด้านหน้าของนักกีฬา สื่อแดนลอดช่องแห่งรัฐอนุรักษ์นิยม ชี้การกระทำทั้ง "น่าละอาย" และ "ขยะแขยง" เป็นการดูถูกศักดิ์ศรีของประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างให้อภัยไม่ได้

สำหรับการออกแบบที่ถูกโจมตีครั้งนี้คือนำรูปพระจันทร์เสี้ยวไว้บริเวณเป้าของผู้สวมใส่ "สเตรทส์ ไทม์ส" (Straits Times) หนังสือพิมพ์สิงคโปร์ พาดหัวใหญ่โตว่า "น่าขยะแขยง" และ "น่าอาย" ที่สำคัญการกระทำนี้ไม่ได้รับการอนุญาตจากกระทรวงสารสนเทศและการสื่อสาร ส่วนผู้ออกแบบคือ "ไมกา" (Mica)

สื่อ สิงคโปร์ ระบุเหตุผลว่า "เราจะบอกพวกเขาว่าเป็นการออกแบบที่ไม่สมควร ธงชาติควรได้รับการปฎิบัติอย่างสง่าผ่าเผย" นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตหลายคนโพสต์แสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ www.straitstimes.com ว่า "มีหลากหลายวิธีที่จะแสดงออก แต่น่าเศร้ากับการเลือกออกแบบลักษณะนี้ เป็นวิธีที่น่ารังเกียจมาก"

โชเซ เรย์มอนด์ หัวหน้าคณะผู้แทนของ สิงคโปร์ ดูแลเรื่องการประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า "การแข่งขันมีกฎชัดเจนและเราไม่สามารถใช้กางเกงแบบอื่นลงสนามตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ ต้องขอโทษหากมีการดูหมิ่นเกิดขึ้นไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง แต่ทาง ไมกา ได้รับอนุญาตเรื่องการออกแบบแล้ว"

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 3rd, 2010, 09:02 PM   #75
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

“วิกิรั่ว” ปูดอีกข่าว “ลีกวนยิว” เตือนสหรัฐฯ พม่าสปายจีนในอาเซียน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 ธันวาคม 2553 16:29 น.


ASTVผู้จัดการออนไลน์-- เว็บไซต์วิกิลีกส์ (Wikileaks) จอมแฉ ปูดอีกข่าวล่าสุดระบุ รัฐมนตรีอาวุโส ลีกวนยิว เตือนสหรัฐฯ ให้ระวังพม่า รวมทั้งกัมพูชา และลาว จะเป็นไส้ศึก หรือเป็นสายลับให้กับจีนภายในกลุ่มอาเซียน อะไรทั้งหลายที่พูดกันในสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ช้าก็จะรั่วถึงรัฐบาลปักกิ่ง

เว็บไซต์อื้อฉาวนี้ตีพิมพ์เผยแพร่เอกสารการติดต่อทางโทรพิมพ์ของสถานทูตสหรัฐฯ โดยระบุว่า เป็นการหารือระหว่างรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เจมส์ สตีนเบิร์ก (James B Steinberg) กับอดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ที่มีขึ้นวันที่ 30 พ.ค.2552

“ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีการหารือกันในอาเซียน ในกรุงปักกิ่งก็จะรู้กันหมด เนื่องจากจีนมีความใกล้ชิดกับลาว กัมพูชา และ พม่า” เอกสารลับโทรพิมพ์อ้างคำพูดของอดีตผู้นำสิงคโปร์ ระหว่างสนทนากับนายสตีนเบิร์ก

วิกิลีกส์ กล่าวว่า โทรพิมพ์ลับนี้ส่งจาก แดเนียล ชีลด์ (Daniel Shields) อุปทูตสหรัฐฯ ในสิงคโปร์ ไปถึง นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า การสนทนาดังกล่าว มีขึ้นเพื่อที่จะทราบความเห็นจากนายยิวเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ

นายยิว ยังกล่าวด้วยว่า จีนมีความวิตกเกี่ยวกับการต้องพึ่งพาช่องแคบมะละกา และกำลังหาทางลดการพึ่งพาดังกล่าวลง ด้วยการสร้างท่อส่งผ่านพม่า ซึ่งหมายถึงท่อส่งน้ำมันและก๊าซจากชายฝั่งทะเลเบงกอล ไปยังมณฑลหยุนหนัน ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในขณะนี้

ในฐานะที่เป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ พม่าต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากจีนในองค์การสหประชาชาติ เมื่อไรก็ตามที่มีการหยิกยกประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศนี้ขึ้นมา เอกสารดังกล่าวระบุ

ปัจจุบันจีนเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินรายใหญ่ที่สุดแก่ พม่า กัมพูชา และ ลาว ทั้งสามประเทศยังรวมตัวกับเวียดนาม ก่อตั้งเป็นกลุ่มย่อยที่เรียกว่า CMLV (ตามชื่อของ 4 ประเทศ) ซึ่งเป็นการรวมตัวของประเทศสมาชิกใหม่ที่พัฒนาน้อยกว่า ขึ้นมาภายในอาเซียนอีกด้วย

ที่ผ่านมา เว็บไซต์วิกิลีกส์ได้เผยแพร่เอกสารการติดต่อทางโทรพิมพ์ ที่ออกจากสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศต่างๆ รวมทั้งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออกมาหลายชิ้น ในนั้นจำนวนไม่น้อยยังเป็นเอกสารใหม่ๆ ที่ยังเป็นความลับ

สัปดาห์ที่แล้ว นางคลินตัน ได้ออกประณามการรั่วข่าว และเผยแพร่เอกสารความลับของวิกิลีกส์ โดยกล่าวว่า ไม่เพียงแต่เป็นการโจมตีสหรัฐฯ และบั่นทอนความมั่นคงของประเทศนี้เท่านั้น หากเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือถือระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรอีกด้วย

หลายประเทศได้ออกประณามวิกิลีกส์เช่นกัน ขณะที่วงการสื่อ ซึ่งรวมทั้งนิตยสารไทมส์ รายสัปดาห์ที่ทรงอิทธิพลในสหรัฐฯ เอง ได้ยกย่องเว็บไซต์แห่งนี้ ว่า เป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารที่มีคุณค่าอีกแห่งหนึ่งสำหรับประชาสังคมทั่วไป

สัปดาห์ที่แล้วเช่นกัน ตำรวจสากลได้ออกประกาศจับเจ้าของและผู้ดำเนินการเว็บไซต์วิกิลีกส์ในข้อหาก่อการร้าย
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 4th, 2010, 08:26 PM   #76
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373






image hosted on flickr


image hosted on flickr


image hosted on flickr


image hosted on flickr


image hosted on flickr
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 4th, 2010, 08:28 PM   #77
zeaza
Suratthani
 
zeaza's Avatar
 
Join Date: Mar 2010
Location: 集美厦门-jimei,xiamen 中国
Posts: 3,705
Likes (Received): 30


สวยมากเลยครับ ประเทศไทยน่าจะมีสักแห่ง
zeaza no está en línea   Reply With Quote
Old December 4th, 2010, 08:49 PM   #78
kenos
Registered User
 
Join Date: Mar 2009
Location: Chiang Mai
Posts: 8,217
Likes (Received): 1199

Quote:
Originally Posted by napoleon View Post
“วิกิรั่ว” ปูดอีกข่าว “ลีกวนยิว” เตือนสหรัฐฯ พม่าสปายจีนในอาเซียน
ขออนุญาตินำพามาแต่หัวข้อข่าวนะครับจะได้ประหยัดพื้นที่สายตา

ผมเองก็ยกย่อง วิกิลีกส์ เหมือนกันที่กล้ามากที่จะเอาความลับต่างๆมาเปิดเผยขนาดนี้ หลายชาติที่ออกประณามนี้คือชาติที่ไม่ยอมรับความจริง ในเมื่อทุกอย่างคือความจริงแล้วคุณจะกลัวอะไร ที่กลัวก็เพราะผลประโยชน์ต่างตอบแทนระหว่างกันทั้งนั้น มันไม่ต่างไปจากความที่อเมริกาเอาตัวกูเป็นศูนย์กลางมากๆ จะให้โลกได้รู้เบื้องหลังความลับบ้างจะเป็นไรไปไม่รู้ว่ากลัวหน้าจะแหกรึเปล่าที่ความลับกับเบื้องหลังการที่เอาตัวกูเป็นศูนย์กลางของโลกแต่มันไม่ได้สวยหรู ในจุดนี้ต้องขอบอกและถามว่าตกลงแล้วประชาคมอาเซียนตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร การที่สิงคโปร์ออกมาพูดแบบนี้เป็นอะไรที่น่าตบปากมากเพราะมันจะทำให้อาเซียนเกิดความไม่เข้าใจกัน อยู่ๆคุณมาบอกว่าอาเซียนมีสปายของจีนย้อนกลับไปมองที่ตัวคุณก็เป็นสปายของอเมริกาในอาเซียนใช่หรือไม่

ถ้าความจริงก็คือความจริงตามที่วิกิลีกส์ได้เอาออกมานำเสนอก็ไม่มีอะไรที่จะต้องกลัวเพราะมันคือความจริง คุณบอกว่ามันทำลายความมั่นคงของคุณแต่ข้อความในเอกสารที่เปิดเผยออกมาคุณเองก็บ่อนทำลายที่อื่นไม่ได้ต่างกัน เล่นเกมกูทำอะไรก็ถูกหมดแบบนี้พอกูโดนแฉมีหลักฐานแทนที่จะพิจารณาตัวเองยังจะมาพาลไล่จับคนที่เอาความผิดตัวเองมาแฉไปขังอีก ผมเองก็ขอบอกว่าจับยากก็แล้วกันเพราะผมเชื่อว่าวิกิลีกส์เองก็ต้องมีคนหนุนหลังอยู่น่าจะใหญ่ซะด้วยไม่อย่างนั้นไม่กล้ากระตุกหนวดลุงแซมจอมตลบแตลงแบบนี้หรอก
kenos no está en línea   Reply With Quote
Old December 15th, 2010, 01:34 PM   #79
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,028
Likes (Received): 3

สนามบินสิงคโปร์ทำสถิติใหม่รองรับผู้โดยสารมากสุด 40 ล้านคนปีนี้


เอเอฟพี - สนามบินชางงีของสิงคโปร์รองรับผู้โดยสารมากถึง 40 ล้านคนในปีนี้ ทำลายสถิติ 37.7 ล้านคนเมื่อปี 2008 รายงานเผยวันนี้ (15)
โฆษกของชางงี แอร์พอร์ต กรุ๊ป เปิดเผยว่า ผู้โดยสารคนที่ 40 ล้านเพิ่งเดินทางมาถึงสนามบินวันนี้ (15)

การจราจรทางอากาศที่คับคั่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้จำนวนผู้ใช้สนามบินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แถลงการณ์ของสนามบินระบุ

“ในบรรดาเมืองใหญ่ๆที่มีผู้โดยสารเข้าออกเกิน 500,000 คนต่อปี จาการ์ตา, กัวลาลัมเปอร์, มะนิลา, ฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ มีเปอร์เซ็นต์ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลข 2 หลักทั้งสิ้น” สนามบินเผย

ในปี 2009 มีผู้ใช้สนามบินชางงีมากถึง 37.2 ล้านคน

ด้านสนามบินหลักอื่นๆในเอเชีย เช่น สนามบินนานาชาติฮ่องกงรองรับผู้โดยสาร 46.2 ล้านคนปีที่แล้ว ขณะที่สนามบินผู่ตงในนครเซี่ยงไฮ้มีผู้โดยสาร 31.9 ล้านคน

ปัจจุบันมี 98 สายการบินที่ให้บริการระหว่างสนามบินชางงีกับอีก 200 เมืองทั่วโลก คิดเป็นจำนวนเที่ยวบินกว่า 5,200 เที่ยวต่อสัปดาห์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
15 ธันวาคม 2553 16:58 น.
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old December 20th, 2010, 09:09 AM   #80
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,571
Likes (Received): 6373

เผยสังคมสิงคโปร์เพี้ยน นิยมเป็น"ชีเปลือยมากขึ้น"รัฐบาลออกกฎเตรียมปรับ-จับกุม ชุมนุมเปลือยหมู่

Matichon วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เวลา 11:22:05 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ว่า ชาวสิงคโปร์นิยมเป็นชีเปลือยหรือแก้ผ้าในสถานทีสาธารณะมากขึ้น โดยมีคนแก้ผ้าเป็นจำนวน 105 รายบนท้องถนน เพียงช่วง 5 เดือนต่อแรกของปีนี้ โดยตำรวจระบุว่า ผู้กระทำผิดส่วนใหญ่มักเป็นพวกชอบโชว์หรือต้องการเรียกร้องความสนใจจากผู้คน ซึ่งบางคนทำเพื่อดึงดูดความสนใจจากคนอื่น ส่วนบางรายรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นใบหน้าช็อกของผู้คนจากพฤติกรรมเปลือยของพวกเขา

รายงานระบุว่า การกระทำดังกล่าวนับเป็นพฤติกรรมที่ชาวสิงคโปร์จำนวนมากรังเกียจขยะแขยง ขณะที่ตำรวจก็เตรียมออกฎปรับหรือจำคุกต่อการชุมนุมในลักษณะแก้ผ้าเปลือยกายด้วย



napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 11:21 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2020, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us