Satun - New Mega Deep Seaport in the South - Page 2 - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old November 19th, 2009, 11:07 AM   #21
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,078
Likes (Received): 6349

ผู้ว่าฯสตูลเร่งสรุปแผนเจาะอุโมงค์สตูล-เปอร์ลิส

Nation 19 พย. 2552 06:33 น.


ดร.สุเมธ ชัยเลิศวนิชกุล ผวจ.สตูล เปิดเผยว่า โครงการถนนสตูล-เปอร์ลิสเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น โดยล่าสุดได้ร่วมกับกรมทางหลวงและแขวงการทาง จ.สตูล สรุปข้อมูลต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกับถนนสตูล-เปอร์ลิสที่จะเจาะอุโมงในช่วงเขตแดน7 อีเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชอาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นการเร่งด่วนแล้วและเชื่อว่าข้อมูลดังกล่าวจะเข้า ครม. ในช่วงเดือน ส.ค.ปี 53 ซึ่งขณะนี้การประชาสัมพันธ์โครงการดังกล่าวเป็นที่สนใจในระดับสากลโดยมีประเทศออสเตรียและมาเลเซีย สิงคโปร์ จีน ได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

"เราจะเร่งดำเนินการหาข้อสรุปและชี้แจงต่อรัฐบาลโดยเร็วที่สุดและมั่นใจว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นรูปธรรมมากขึ้นแม้ว่าผมจะต้องเกษียณอายุราชการก่อนในเดือนกันยายน 53 แต่มั่นใจว่าผู้ว่าฯสตูลคนต่อไปจะสามารถสานต่อโครงการพัฒนาดังกล่าวได้แน่อนอน"ดร.สุเมธ กล่าว
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old November 28th, 2009, 06:57 AM   #22
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,028
Likes (Received): 3

ทลายรังแก๊งสตูล ลอบตัดไม้ ป่าสงวนเขาบรรทัด
จนท.บุกทลาย ขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าสงวนเทือกเขาบรรทัด ได้ของกลางไม้กว่า 50 ต้น เผยเป็นผู้มีอิทธิพล-นายทุนใหญ่ จากพัทลุง หลังถูกจับมีชายลึกลับอ้างเป็นขรก.ใหญ่โทรมาขอเคลียร์
เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 28 พ.ย. กำลังเจ้าหน้าที่ นำโดย พ.อ.เสนีย์ ศรีหิรัญ ผู้บังคับการกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่5 จ.สตูล ร.อ.จตุพร ธานีพัฒน์ ผบ.ร้อย ร.5021 ร.ต.เอกชัย มากชุม หัวหน้าชุดสายตรวจเคลื่อนที่เร็ว พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ปกครองและป่าไม้ อ.ควนกาหลง จ.สตูล บุกจับกุมขบวนการค้าไม้แปรรูป บ้านเหนือคลอง ม.11 ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตูล พบของกลาง วางกองอยู่หลายจุด ภายในชุมชนใจกลางหมู่บ้านได้แก่ ไม้ซุง ขนาดความยาว 6 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 40 เซนติเมตร จำนวน 5 ท่อน เป็นไม้หลุมพอ ไม้รักเขา และ ยังพบไม้แปรรูป ขนาดต่างๆรวมทั้งไม้แปรรูปทำเสาบ้าน และไม้ที่ประกอบเป็นวงกบหน้าต่างและประตู รวมประมาณ 1,500 แผ่น รวมทั้งบ้านขนาดใหญ่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 1 หลัง นอกจากนี้ ตรวจสอบพบโรงแปรรูปไม้เพื่อทำวงกบประตู และหน้าต่าง มีเครื่องเลื่อยวงเดือน 1 ชุด เจ้าหน้าที่ ตรวจยึดของกลางทั้งหมด มูลค่ากว่า 2 ล้านบาทนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ควนกาหลง เพื่อดำเนินการติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป
สำหรับการตรวจยึดไม้เถื่อนใน ครั้งนี้ถือว่าเป็นรายใหญ่ คาดว่าไม้ทั้งหมดน่าจะตัดมาจากบริเวณป่าสงวนเทือกเขาบรรทัด ไม่ต่ำกว่า 50 ต้น สำหรับบ้านที่กำลังสร้างที่ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดรวมทั้งไม้ที่พบดังกล่าวเป็นของนายทุนใหญ่ ทราบว่าบ้านเดิมอยู่ จ.พัทลุง เป็นหมอดูและร่างทรงชื่อดังในพื้นที่ภาคใต้ หลัง เจ้าหน้าที่ตรวจยึดไม้ดังกล่าว มีบุคคลไม่เปิดเผยชื่ออ้างเป็นผู้ใหญ่ในวงราชการ โทรศัพท์มาขอเคลียร์เจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยินยอมเนื่องจากเป็นการกระทำที่อุกอาจเกินไป เตรียมการดำเนินการตามกฏหมายขั้นเด็ดขาดต่อไป

ไทยรัฐออนไลน์ 28 พฤศจิกายน 2552, 11:01 น.
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old December 7th, 2009, 06:22 PM   #23
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,078
Likes (Received): 6349

สตูลบุกจับไม้เถื่อน รวบ 2 ผู้ต้องหา

Nation 7 ธค. 2552 15:12 น.


ร.ต.ท.ชวลิต รัตนพันธ์ หน.นปพ.สตูล ได้ตั้งจุดตรวจอยู่บนถนนยนตรการกำธร ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล ใกล้ฐานปฏิบัติการ นปพ.สตูล ได้รับแจ้งมีกลุ่มขบวนการลักลอบขนไม้แปรรูปเถื่อนจากพื้นที่บ้านน้ำหรา อ.ควนกาหลง จ.สตูล เพื่อนำไม้ออกไปขายยังพื้นที่ จ.สงขลา จึงได้ทำการสกัดจับและพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซู ทะเบียน 5348 สงขลา ขับมามีพิรุธ จึงเข้าทำการตรวจค้น พบไม้แปรรูปชนิดต่างๆ จำนวน 30 แผ่น อยู่ภายในรถ มีนายปันกร ไชยมโณ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 ม.1 ต.ชะแล้ อ.สิงหนคร จ.สงขลา เป็นคนขับและมีนายนามพล จอกลอย อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 ม.1 ต.ชะแล้ อ.สิงหนคร จ.สงขลา นั่งมาด้วยกัน จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ควนกาหลง จ.สตูล ดำเนินคดีตามกฎหมาย
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old December 12th, 2009, 12:47 PM   #24
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,078
Likes (Received): 6349

บุกรุกที่ดินอุทยานฯบนเกาะหลีเป๊ะ เนื้อที่ 17 ไร่

Nation 12 ธค. 2552 16:35 น.


นายปณพล ชีวเสรีชล ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา อ.เมือง จ.สตูล พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบพื้นที่บนเกาะหลีเป๊ะ ม.7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล หลังรับแจ้งการการบุกรุกแผ้วถางที่เพื่อทำรีสอร์ท ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนของอุทยานฯ เมื่อไปถึงบริเวณด้านทิศตะวันตกของเกาะหลีเป๊ะ พบมีพื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง รวมจำนวน 17 ไร่ คิดเป็นความเสียหายของรัฐเป็นเงิน 1,156,000 บาท แต่ไม่พบผู้กระทำผิด จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมแจ้งความต่อ ร.ต.ท.ธีระเดช รัตวิจิตร ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองสตูล สืบสวนหาตัวผู้กระทำมาดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกที่อุทยานแห่งชาติต่อไป
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 18th, 2009, 06:41 PM   #25
citimillennio
Registered User
 
citimillennio's Avatar
 
Join Date: Aug 2009
Location: Langkasuka
Posts: 143
Likes (Received): 6

พบสายแร่ทอง 2 หมื่นไร่ที่สตูล บริษัทออสเตรเลียได้สัมปทาน 5 ปี


ผู้ว่าฯ สตูลเผย พบสายแร่ทอง 2 หมื่นไร่ที่ ต.น้ำผุด อ.ละงู แต่บริษัทออสเตรเลียได้สัมปทาน 5 ปี เตือนอย่าตื่นทอง

นายสุเมธ ชัยเลิศวนิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้การสัมปทานแก่บริษัทออสเตรเลียเข้ามาสำรวจแร่ทองคำในพื้นที่จังหวัดสตูล ต่อมาได้มีการพบแร่งทองคำในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)น้ำผุด อำเภอละงู จังหวัดสตูล
ดังนั้นตนเองในฐานะผู้ว่าฯสตูล ได้ให้เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัด และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ได้ร่วมกันติดตามข่าวสารและได้พบผู้สำรวจพบว่าในพื้นที่ อบต.น้ำผุด มีสายแร่ทองคำ ถึง 2 หมื่นไร่ ตรงพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างตำบลน้ำผุดและตำบลทุ่งหว้า ซึ่งถือได้ว่าเป็นแร่ทองคำที่มหาศาลและบริษัทออสเตรเลียจะได้มีการต่อสัมปทานอีก 5 ปี เพื่อการสำรวจให้ชัดเจนอีกยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามบริษัทออสเตรเลียได้ให้ความมั่นใจว่าจังหวัดสตูล จากการสำรวจ และติดตามสายแร่ทองคำในพื้นที่พบว่าบริเวณตำบลน้ำผุดซึ่ง อบต.น้ำผุด เป็นผู้ดูแลอยู่ มีสายแร่ทองคำจำนวนมาก ซึ่งประเด็นดังกล่าวไม่เป็นที่เปิดเผยมาก่อน แต่ตนเองถือว่าสตูล มีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ยิ่งและเนื้อที่ อบต.น้ำผุดจำนวน 2 หมื่นไร่เป็นเนื้อที่ว่างเปล่า ซึ่งบริษัทออสเตรเลียจะต้องมีการสำรวจและเปิดเผยในระดับส่วนกลางต่อไป

ประชาไท: Thu, 2009-12-17 21:21

Oh My God สตูลมีหวังรวยแหลก
__________________
Patani Raya
where a truly ancient Malay kingdom of Langkasuka used to flourish, left a living legacy and passed on to Patani Kingdom
which later prospered even greater in the Malay peninsula

*** Patani Raya = Patani (Pattani) + Jala (Yala) + Menara (Narathiwat)+ southern parts of Singgora (Songkhla)***

... I Nusantara ...
citimillennio no está en línea   Reply With Quote
Old December 21st, 2009, 05:25 PM   #26
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,078
Likes (Received): 6349

รายงาน: สนข.เปิด 4 ทางเลือกรถไฟขนสินค้าแลนด์บริดจ์ และเสียงสะท้อนคนสงขลา-สตูล

ประชาไทย Mon, 2009-12-21 02:38




แนวทางเลือกทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือน้ำลึกปากบารากับท่าเรือสงขลา 2

แนวเส้นทางที่ 1 : A - B - D - Ext - H
แนวเส้นทางที่ 2 : A - B - E - Ext - H
แนวเส้นทางที่ 3 : A - C - F
แนวเส้นทางที่ 4 : A - C – G

หมายเหตุ : Ext คือ แนวทางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย

รายละเอียดแนวเส้นทางเบื้องต้น (โดยประมาณ)
หน่วย : กิโลเมตร

แนวทางเลือก ระยะทาง
เขตทางรถไฟใหม่ ระยะทาง
เขตทางรถไฟเดิม ระยะทางของ
แนวอุโมงค์ ระยะทางรวม
แนวเส้นทางที่ 1 107.4 53.2 - 160.6
แนวเส้นทางที่ 2 112.6 26.5 - 139.1
แนวเส้นทางที่ 3 133.3 - 8
แนวเส้นทางที่ 4 131.9 - 8


ระหว่างวันที่ 17 – 18 ธันวาคม 2552 สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม จัดการประชุมปฐมนิเทศการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันที่จังหวัดสตูลและสงขลา โดยการประชุมที่จังหวัดสตูลจัดขึ้นที่โรงแรมสินเกียรติธานี อำเภอเมือง มีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน ส่วนการประชุมที่สงขลา จัดขึ้นที่โรงแรมหาดใหญ่พาราไดส์ อำเภอหาดใหญ่

ในการประชุมทั้ง 2 วัน นายสายันต์ อิ่มสม – สมบูรณ์ ผู้จัดการโครงการพร้อมคณะได้นำเสนอที่มาของโครงการและทางเลือกการก่อสร้างเส้นทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 กับท่าเรือน้ำลึกปากบารา จังหวัดสตูล ทั้งหมด 4 เส้นทาง มีความยาวตั้งแต่ 140 – 160 กิโลเมตร โดยจะมีจุดพักสินค้า หรือ ICD ด้วย โดยใช้เวลาศึกษา 12 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2552 สิ้นสุดเดือนกันยายน 2553

สำหรับทั้ง 4 แนวทางเลือกเส้นทางรถไฟดังกล่าว ประกอบด้วย (ดูแผนที่ประกอบ)

แนวเส้นทางเลือกที่ 1 : ปากบารา – รัตภูมิ – ควนเนียง – จะนะ โดยเป็นเขตทางรถไฟใหม่ที่ต้องมีการเวนคืนที่ดิน ระยะทาง 107.4 กิโลเมตร เขตทางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ระยะทาง 53.2 กิโลเมตร ระยะทางรวม 160.6 กิโลเมตร

แนวเส้นทางเลือกที่ 2 : ปากบารา – รัตภูมิ – หาดใหญ่ – จะนะ โดยเป็นเขตทางรถไฟใหม่ที่ต้องมีการเวนคืนที่ดิน ระยะทาง 112.6 กิโลเมตร เขตทางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ระยะทาง 26.5 กิโลเมตร ระยะทางรวม 139.1 กิโลเมตร

แนวเส้นทางเลือกที่ 3 : ปากบารา – ควนกาหลง – คลองหอยโข่ง - บ้านพรุ – จะนะ โดยเป็นเขตทางรถไฟใหม่ที่ต้องมีการเวนคืนที่ดินทั้งหมด ระยะทาง 133.3 กิโลเมตร แต่ต้องมีการขุดอุโมงค์ลอดเทือกเขาบรรทัด ระยะทาง 8 กิโลเมตร

แนวเส้นทางเลือกที่ 4 : ปากบารา – ควนกาหลง – สะเดา – จะนะ เป็นเขตทางรถไฟใหม่ที่ต้องมีการเวนคืนที่ดินทั้งหมดเช่นกัน ระยะทาง 131.9 กิโลเมตร แต่ต้องมีการขุดอุโมงค์ลอดเทือกเขาบรรทัด ระยะทาง 8 กิโลเมตร

นายธนากร ไชยธีระภิญโญ รองผู้จัดการโครงการ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการศึกษา คือศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม คัดเลือกแนวเส้นทาง และออกแบบเบื้องต้น ศึกษาผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ สังคม การเงิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และแนวทางการลงทุนที่เหมาะสมของโครงการ

โดยมี 4 ส่วนหลัก คือ งานสำรวจ รวบรวมข้อมูล ทบทวนผลการศึกษา และการดำเนินงานของโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง งานวิเคราะห์และศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ สังคม การเงิน และแนวทางการลงทุนที่เหมาะสม งานออกแบบเบื้องต้น (Preliminary Design) และงานจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม การประชาสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมของประชาชน


สำหรับการก่อสร้างทางรถไฟดังกล่าว จะก่อสร้างทางเดี่ยวก่อน แล้วเพิ่มเป็นทางคู่ โดยการตัดทางรถไฟสายใหม่จะมีเขตทาง 40 เมตร แต่ในเขตชุมชนจะมีเขตทาง 70 เมตร เพื่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟ ส่วนการก่อสร้างในเขตทางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นจะมีเขตทางสำหรับทางรถไฟในโครงการนั้น มีระยะ 40 เมตร นับจากแนวรางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับทางรถไฟเดิม

ส่วนการศึกษารูปแบบการลงทุน มี 4 ทางเลือก คือให้รัฐเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด กับให้เอกชนลงทุนบางส่วน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานระบบรถไฟ ตัวรถไฟ และการเดินรถและการบำรุงรักษา

ขณะที่นายสายันต์ กล่าวว่า ขณะที่ในการศึกษาโครงการขณะนี้ยังไม่ได้มีการประมาณการงบประมาณในการก่อสร้างแต่อย่างใด แต่เส้นทางที่คาดว่าจะใช้งบประมาณสูงมากคือเส้นทางที่ต้องมีการขุดเจาะอุโมงค์

ส่วนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้น นายกนก เข็มนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม หนึ่งในทีมศึกษาโครงการ กล่าวว่าจะทำการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ (EIA) สำหรับเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดที่ได้รับการคัดเลือกแล้ว เพื่อชี้ให้เห็นผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งบริเวณโครงการและพื้นที่โดยรอบ และจะเสนอมาตรการและแผนปฏิบัติการป้องกัน แก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมในรายละเอียด ทั้งในช่วงก่อสร้างและช่วงเดินรถ รวมทั้งมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม

ขณะที่การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน จะลงไปทั้ง 42 ตำบลของทั้ง 2 จังหวัดตามแนวทางเลือกทั้ง 4 เส้นทางเลือกดังกล่าว โดยจะเริ่มในเดือนมกราคม 2553

นายกีรติ กิจมานะวัฒนา ผู้เชียวชาญด้านโลจิสติกส์หนึ่งในคณะผู้ศึกษาโครงการ กล่าวว่า องค์ประกอบหลักของโครงการนี้คือ ท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ท่าเรือน้ำลึกและทางรถไฟขนส่งสินค้า ประกอบกันเป็นสะพานเศรษฐกิจ หรือ แลนด์บริดจ์สงขลา – สตูล โดยคณะผู้ศึกษาหวังว่า สะพานเศรษฐกิจนี้จะได้ส่วนแบ่งจากการขนส่งสินค้าในเส้นทางเดินเรือหลักคือช่องแคบมะละกาปีละ 1 ล้านตู้คอนเทนเนอร์ จากที่มีอยู่ทั้งหมด ปีละ 35 ล้านตู้รวมทั้งจากการส่งออกและนำสินค้าเข้าประเทศเข้าผ่านท่าเรือทั้ง 2 ฝั่งดังกล่าวด้วย

ขณะที่ผู้เข้าร่วมประชุมในเวทีที่จังหวัดสงขลาต่างแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย อย่างนายเฉลิม ทองพรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองเปียะ อำเภอจะนะ กล่าวว่า การศึกษาในเรื่องผลกระทบทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมาของโครงการยังไม่ชัดเจน และไม่ได้มีการนำเสนอแผนพัฒนาขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

นอกจากนี้ยังเกรงผลกระทบทางด้านสังคม เช่น เมื่อมีการสร้างทางรถไฟผ่านพื้นที่ชุมชนจะทำให้ชุมชนถูกแบ่งแยก การเดินทางติดต่อลำบากมากขึ้น ส่งผลให้มีการทำทางลักผ่านซึ่งอันตราย ขณะที่ที่ผ่านมาการรถไฟแห่งประเทศไทยต้องการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลงทุนสร้างเครื่องกั้นทางรถไฟซึ่งแพงมาก ขณะที่การจ้างคนดูแลเครื่องกั้นทางก็เป็นปัญหาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย

ส่วนการเวนคืนที่ดิน ซึ่งมักให้ค่าเวนคืนตามราคาตลาดโดยที่เจ้าของที่ดินแปลงน้อยไม่เต็มใจให้เวนคืน จึงเป็นการเอาเปรียบเจ้าของที่ดิน

การสร้างทางรถไฟไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนเลย เพราะก่อสร้างเพื่อใช้ขนส่งสินค้าจากท่าเรือน้ำลึก ดังนั้นต้องมีการศึกษาให้ละเอียด เพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมาอย่างกรณีโรงแยกก๊าซไทย – มาเลเซีย หรือโรงไฟฟ้าจะนะ ต้องมีทำความเข้าใจกันตั้งแต่ต้น ซึ่งกลุ่มคนที่คัดค้านโครงการก็ต้องการเข้าร่วมฟังในเวทีนี้ด้วย แต่พวกเขาไม่รู้

นายสมบัติ พัฒนยิ่งเจริญ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา กล่าวว่า ต้องการให้โครงการนี้เกิดขึ้นจริง เพราะจะเป็นประโยชน์กับประชาชน แต่เกรงว่าการสร้างทางรถไฟผ่านพื้นที่ชุมชนในอำเภอรัตภูมิในแนวทางเลือกที่ 1 และ 2 นั้นจะทำให้ให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบมาก

นายเรวัตร จันทรา จากสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สงขลา กรมป่าไม้ กล่าวว่า แนวทางเลือกที่ 4 เป็นแนวถนนเดิมที่กรมทางหลวงต้องการจะสร้างแต่ต้องตัดผ่านพื้นที่ป่าอนุรักษ์ซึ่งป่าไม้ไม่อนุญาต ดังนั้นการตัดทางรถไฟในแนวนี้จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ป่าต้นน้ำ

นายสมพร สิริโปรานานนท์ รองประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า แนวทางเลือกที่ 4 น่าจะดีที่สุด เนื่องจากอยู่ใกล้แนวเส้นทางใหม่ คือ บัตเตอร์เวิร์ธ – ประกอบ – จะนะ เนื่องจากในวันที่ 10 มกราคม 2553 จะมีการการเปิดด่านพรมแดนถาวรที่บ้านประกอบ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา แต่ขณะเดียวกันการขุดอุโมงค์ในแนวเส้นทางนี้อาจมีปัญหาในเรื่องความมั่นคง เมื่อเป็นเช่นนั้น แนวทางเลือกที่ 2 น่าจะเหมาะสม เพราะจะผ่านิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ที่ตำบลฉลุง อำเภอหาดใหญ่ แต่ถ้าในระยะ 7 – 8 ปีนี้ ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้หมดไป แนวทางเลือกที่ 4 จะดีที่สุด

นายกริยา มะสะอะ ปลักอำเภอจะนะ กล่าวว่า ในพื้นที่อำเภอจะนะ มีทั้งโรงแยกก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้า ส่วนการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ที่จะเกิดขึ้นที่ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ ผลกระทบจะมีน้อยที่สุด ส่วนกลุ่มที่คัดค้านก็มีพวกเดียวเท่านั้น คือเอ็นจีโอ(องค์กรพัฒนาเอกชน)กลุ่มเดียวกับที่คัดค้านโรงแยกก๊าซไทย-มาเลเซีย

ส่วนความเห็นอื่นๆเช่น การก่อสร้างทางรถไฟอาจทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมรุนแรงมากขึ้นเนื่องกีดขวางทางน้ำไหล เป็นต้น

นายสายันต์ กล่าวในช่องตอบคำถามด้วยว่า ทางรถไฟที่จะสร้างขึ้นไม่จำเป็นจะต้องผ่านพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ที่จะมีขึ้นในแนวสะพานเศรษฐกิจ ซึ่งอาจอยู่ที่ใดที่หนึ่งที่เชื่อมต่อกันได้

ด้านนายจุฬา สุขมานพ รองผู้อำนวยการ สนข. กล่าวปิดการประชุมว่า โครงการก่อสร้างทางรถไฟขนส่งสินค้าเชื่อมจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกทั้งสองฝั่ง โดยตนคิดว่าการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราน่าจะเกิดขึ้นก่อนท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ซึ่งหากท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ไม่เกิด สะพานเศรษฐกิจก็จะเปลี่ยนจากการเชื่อมชายฝั่งทะเลอันดามันกับอ่าวไทย เป็นสะพานเศรษฐกิจในแนวเหนือใต้ โดยการขนส่งสินค้าจากภาคกลางและภาคเหนือลงมาภาคใต้ผ่านท่าเรือน้ำลึกปากบาราแทน แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการหาเงินมาลงทุน

นายจุฬา กล่าวต่อว่า ส่วนนิคมอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นหลังจากมีการก่อสร้างท่าเรือนำลึกนั้น ไม่ใช่นิอคมอุตสาหกรรมปิดโตรเคมีอย่างที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง

ส่วนเวทีที่จังหวัดสตูล ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มีความเห็นที่หลากหลายเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการก่อสร้างทางรถไฟและท่าเรือน้ำลึกปากบารา เช่น ต้องการให้เป็นทางรถไฟโดยสารด้วย แทนที่จะใช้ขนส่งสินค้าอย่างเดียว โดยให้มีการก่อสร้างสถานีตามพื้นที่ชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงในเรื่องผลกระทบต่อชาวประมงจากการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา

หลังจากการประชุมที่จังหวัดสตูลแล้ว คณะของ สนข.และทีมที่ปรึกษาโครงการ ประกอบด้วย ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม ได้แก่ บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัดบริษัท พีซีบีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท โชติจินดา มูเชล คอนซัลแตนท์ จำกัด และ บริษัท พีทีแอล คอนซัลแทนส์ จำกัด ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม/ด้านการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้แก่ บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด ได้เดินทางลงพื้นที่ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เพื่อดูที่ตั้งของท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 และจุดเชื่อมทางรถไฟเข้าไปยังท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 22nd, 2009, 05:02 AM   #27
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,028
Likes (Received): 3

“อภิสิทธิ์” เปิดไฟเขียวโครงการเจาะอุโมงค์สตูล-เปอร์ลิส
“อภิสิทธิ์” เปิดไฟเขียวโครงการเจาะอุโมงค์สตูล-เปอร์ลิสหลังถกนายกฯ มาเลย์เปิดโอกาสให้ผู้ว่าฯ สตูลเข้าพบ เอกชนเฮ มั่นใจสตูล-เปอร์ลิสเกิดแน่นอน
สตูล/ ดร.สุเมธ ชัยเลิศวนิชกุล ผวจ.สตูล กล่าวว่า ตนได้เดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อชี้แจงความคืบหน้าและผลักดันโครงการเจาะอุโมงค์-สตูล เปอร์ลิส ซึ่งนายกฯ อภิสิทธิ์ได้รับฟังคำชี้แจงและเปิดไฟเขียวให้กับคนสตูลอย่างเต็มที่โดยย้ำ ถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และจะร่วมผลักดันให้ จ.สตูลเปิดประตูสู่ภาคใต้ โดยย้ำว่า การท่องเที่ยว ค้าชายแดนและสภาพการจ้างงานภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่ จ.สตูลและใกล้เคียงจะมีเงินสะพัดในพื้นที่ทันที และถือได้ว่าเป็นอุโมงค์ที่ยาวที่สุดของประเทศไทยถึง 4.5 กม. ตนและภาคเอกชนรวมทั้ง อบจ.และภาคประชาชนจะได้มีการทำประชาพิจารณ์ในวันที่ 18 ธ.ค.52 เป็นต้นไปรวม 7 ครั้ง 7 อำเภอ เพื่อเสนอต่อรัฐบาลและต่อมาตนได้ประชุมร่วมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย โดยมีกรมทางหลวงและกรมโยธา เข้าร่วมประชุมด้วย

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเป็นผู้พิจารณางบศึกษา งบออกแบบและงบสิ่งแวดล้อมจำนวน 69 ล้านบาท หลังจากกรรมการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้อนุมัติ ทางจังหวัด กรมทางหลวง และกรมโยธา จะเดินหน้าในส่วนของโครงการเจาะอุโมงค์สตูล-เปอร์ลิสทันที จากข่าวดังกล่าวทำให้ภาคเอกชนโดยหอการค้า จ.สตูล รวมทั้งภาคประชาชน องค์กรท้องถิ่นนำโดย อบจ.สตูล ได้มีการเคลื่อนไหวร่วมกับผู้ว่าฯ สตูลในการผลักดันโครงการดังกล่าวในทันทีและจะมีการทำประชาพิจารณ์ของ วิทยาลัยชุมชนโดยกำหนดขึ้นทั้ง 7 อำเภอ 7 ครั้ง ซึ่งโครงการดังกล่าวคนสตูลจะได้รับอานิสงส์อย่างเต็มที่ ทั้งจังหวัดสตูลและฝั่งอันดามันทั้งหมดและถือได้ว่าเป็นการเปิดประตูของ จ.สตูลสู่ภาคใต้ และชูการท่องเที่ยว การค้าชายแดนเป็นหลักซึ่งต้องขอขอบคุณท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ที่ได้ให้ความสำคัญต่อ จ.สตูลและเปิดไฟเขียวให้กับโครงการเจาะอุโมงค์สตูล-เปอร์ลิส ซึ่งถือได้ว่าเป็นพระคุณต่อพี่น้องประชาชนคนสตูลอย่างยิ่ง

นายสมชาย ตันติ์ศรีสกุล ประธานหอการค้า จ.สตูล กล่าวว่า ภาคเอกชน ภาคประชาชน และองค์กรท้องถิ่นต่างแสดงความยินดีกับผู้ว่าฯ สตูลที่นายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้ไปชี้แจงโครงการสตูล-เปอร์ลิสและนายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะสนับ สนุนโครงการดังกล่าวรวมทั้งท่านรองนายกฯ สุเทพ และท่าน รมช.ถาวร ที่ได้ให้การสนับสนุน จ.สตูลมาโดยตลอดทั้งนี้หอการค้า จ.สตูล ร่วมกับองค์กรท้องถิ่น จ.สตูล ได้เดินหน้าผลักดันตั้งแต่ปี 35 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันโครงการสตูล-เปอร์ลิสได้มีการผลักดันอย่างลุ่มๆ ดอนๆ มาโดยตลอด โดยภาคเอกชน ภาคประชาชนและองค์กรท้องถิ่น ได้จับมือกับผู้ว่าฯ สตูลในการผลักดันโครงการสตูล-เปอร์ลิสอย่างจริงจัง และความฝันดังกล่าวเริ่มเป็นจริงเมื่อวานนี้เมื่อ ดร.สุเมธได้เดินทางไปพบนายกรัฐมนตรีเพื่อชี้แจงโครงการสตูล-เปอร์ลิสอย่าง ชัดเจน และก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเดินทางมาประเทศไทยและได้ให้ความสำคัญ ต่อโครงการสตูล-เปอลิสเป็นอย่างยิ่งจนทำให้นายกรัฐมนตรีของไทยเปิดไฟเขียว ให้คนสตูลดังกล่าว

โดย บ้านเมืองออนไลน์
เมื่อเวลา 9:18:00 วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2552
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old December 22nd, 2009, 05:08 AM   #28
old-phuket
จิวเเป๊ะทง
 
old-phuket's Avatar
 
Join Date: Nov 2009
Posts: 2,623
Likes (Received): 73

Quote:
Originally Posted by sansano View Post
“อภิสิทธิ์” เปิดไฟเขียวโครงการเจาะอุโมงค์สตูล-เปอร์ลิส
“อภิสิทธิ์” เปิดไฟเขียวโครงการเจาะอุโมงค์สตูล-เปอร์ลิสหลังถกนายกฯ มาเลย์เปิดโอกาสให้ผู้ว่าฯ สตูลเข้าพบ เอกชนเฮ มั่นใจสตูล-เปอร์ลิสเกิดแน่นอน
สตูล/ ดร.สุเมธ ชัยเลิศวนิชกุล ผวจ.สตูล กล่าวว่า ตนได้เดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อชี้แจงความคืบหน้าและผลักดันโครงการเจาะอุโมงค์-สตูล เปอร์ลิส ซึ่งนายกฯ อภิสิทธิ์ได้รับฟังคำชี้แจงและเปิดไฟเขียวให้กับคนสตูลอย่างเต็มที่โดยย้ำ ถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และจะร่วมผลักดันให้ จ.สตูลเปิดประตูสู่ภาคใต้ โดยย้ำว่า การท่องเที่ยว ค้าชายแดนและสภาพการจ้างงานภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่ จ.สตูลและใกล้เคียงจะมีเงินสะพัดในพื้นที่ทันที และถือได้ว่าเป็นอุโมงค์ที่ยาวที่สุดของประเทศไทยถึง 4.5 กม. ตนและภาคเอกชนรวมทั้ง อบจ.และภาคประชาชนจะได้มีการทำประชาพิจารณ์ในวันที่ 18 ธ.ค.52 เป็นต้นไปรวม 7 ครั้ง 7 อำเภอ เพื่อเสนอต่อรัฐบาลและต่อมาตนได้ประชุมร่วมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย โดยมีกรมทางหลวงและกรมโยธา เข้าร่วมประชุมด้วย

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเป็นผู้พิจารณางบศึกษา งบออกแบบและงบสิ่งแวดล้อมจำนวน 69 ล้านบาท หลังจากกรรมการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้อนุมัติ ทางจังหวัด กรมทางหลวง และกรมโยธา จะเดินหน้าในส่วนของโครงการเจาะอุโมงค์สตูล-เปอร์ลิสทันที จากข่าวดังกล่าวทำให้ภาคเอกชนโดยหอการค้า จ.สตูล รวมทั้งภาคประชาชน องค์กรท้องถิ่นนำโดย อบจ.สตูล ได้มีการเคลื่อนไหวร่วมกับผู้ว่าฯ สตูลในการผลักดันโครงการดังกล่าวในทันทีและจะมีการทำประชาพิจารณ์ของ วิทยาลัยชุมชนโดยกำหนดขึ้นทั้ง 7 อำเภอ 7 ครั้ง ซึ่งโครงการดังกล่าวคนสตูลจะได้รับอานิสงส์อย่างเต็มที่ ทั้งจังหวัดสตูลและฝั่งอันดามันทั้งหมดและถือได้ว่าเป็นการเปิดประตูของ จ.สตูลสู่ภาคใต้ และชูการท่องเที่ยว การค้าชายแดนเป็นหลักซึ่งต้องขอขอบคุณท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ที่ได้ให้ความสำคัญต่อ จ.สตูลและเปิดไฟเขียวให้กับโครงการเจาะอุโมงค์สตูล-เปอร์ลิส ซึ่งถือได้ว่าเป็นพระคุณต่อพี่น้องประชาชนคนสตูลอย่างยิ่ง

นายสมชาย ตันติ์ศรีสกุล ประธานหอการค้า จ.สตูล กล่าวว่า ภาคเอกชน ภาคประชาชน และองค์กรท้องถิ่นต่างแสดงความยินดีกับผู้ว่าฯ สตูลที่นายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้ไปชี้แจงโครงการสตูล-เปอร์ลิสและนายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะสนับ สนุนโครงการดังกล่าวรวมทั้งท่านรองนายกฯ สุเทพ และท่าน รมช.ถาวร ที่ได้ให้การสนับสนุน จ.สตูลมาโดยตลอดทั้งนี้หอการค้า จ.สตูล ร่วมกับองค์กรท้องถิ่น จ.สตูล ได้เดินหน้าผลักดันตั้งแต่ปี 35 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันโครงการสตูล-เปอร์ลิสได้มีการผลักดันอย่างลุ่มๆ ดอนๆ มาโดยตลอด โดยภาคเอกชน ภาคประชาชนและองค์กรท้องถิ่น ได้จับมือกับผู้ว่าฯ สตูลในการผลักดันโครงการสตูล-เปอร์ลิสอย่างจริงจัง และความฝันดังกล่าวเริ่มเป็นจริงเมื่อวานนี้เมื่อ ดร.สุเมธได้เดินทางไปพบนายกรัฐมนตรีเพื่อชี้แจงโครงการสตูล-เปอร์ลิสอย่าง ชัดเจน และก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเดินทางมาประเทศไทยและได้ให้ความสำคัญ ต่อโครงการสตูล-เปอลิสเป็นอย่างยิ่งจนทำให้นายกรัฐมนตรีของไทยเปิดไฟเขียว ให้คนสตูลดังกล่าว

โดย บ้านเมืองออนไลน์
เมื่อเวลา 9:18:00 วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2552
ข่าวดีมากๆครับ ยินดีกับสตูลเพื่อนร่วมภาคใต้ และ อันดามัน
__________________
ศูนย์ประชุมตูอยู่ไหน

เมืองไทย ต้อง ปฎิรูป เท่านั้น คือ คําตอบสุดท้าย ก่อนวายวอด
old-phuket no está en línea   Reply With Quote
Old December 24th, 2009, 07:16 PM   #29
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,078
Likes (Received): 6349

ล็อกสเปกประมูลคอมฯงาบ20จ.

Thaipost 25 ธันวาคม 2552 - 00:00


โกงเข้มแข็งหึ่งอีก! บริษัทรายย่อย จ.สตูลร้องเจ้าหน้าที่ สพฐ. ล็อกสเปกประมูลคอมฯ ฮั้วขาใหญ่ 3 เจ้า ชนะประมูลไปแล้วกว่า 20 จังหวัด แถมขู่กรรมการเลือกบริษัทไม่ถูกใจส่ง สตง.สอบทันที

นายเทิดไท แก้วพิชัย เจ้าของร้าน "นายคอมพิวเตอร์" ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และคณะได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ว่ามีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) วางตัวไม่เป็นกลางในการประมูลโครงการจัดซื้อจัดจ้างการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งหรือ Sp 2 ซึ่งใช้งบประมาณปี 2553

โดยนายเทิดไทกล่าวว่า ตนเป็นตัวแทน บริษัท วี เทคโนโลยี ซิสเต็มส์ จำกัด โดยใช้ชื่อร้าน "นายคอมพิวเตอร์" ได้เข้าร่วมประมูลโครงการจัดซื้อจัดจ้างการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งหรือ Sp 2 ที่จังหวัดสตูล เมื่อวันที่ 21-22 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีการแบ่งการประมูลพร้อมกันทั้งจังหวัด โดยวันที่สอง ทางร้านได้เข้าร่วมประมูลใน 4 โรงเรียน ได้แก่ รร.บ้านท่าน้ำเค็มใต้ รร.อนุบาลทุ่งหว้า รร.อนุบาลมะนัง และ รร.ท่าศิลาบำรุงราษฎร์ ซึ่งผลการเปิดซองปรากฏว่าทางร้านเสนอราคาต่ำกว่าคู่แข่งทั้งหมด และน่าจะชนะการประมูล แต่กลับไม่ชนะการประมูลแต่อย่างใด

เมื่อร้องเรียนนายสุริยา หมาดทิ้ง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สตูล ประกาศว่าจะทำการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นประมูลทั้งสองเจ้าเอง และขอร้องไม่ให้มีการโต้แย้งใดๆ จากทั้งสองฝ่าย ทั้งๆ ที่ตามโครงการดังกล่าว โรงเรียนจะมีอำนาจในการประมูลจัดซื้อจัดจ้างด้วยตัวของโรงเรียนเอง

"เป็นที่น่าสังเกตว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้เดินถือเอกสารของร้านออกไปโทรศัพท์ข้างนอก และกลับมาบอกว่าเมนบอร์ดของเครื่องคอมพิวเตอร์นักเรียนที่นำมาทดสอบไม่ตรงรุ่น แต่เมื่อมีการตรวจสอบในเมนบอร์ด ก็มีสติกเกอร์ระบุว่าเป็นรุ่น G31-M3 FS และมีหมายเลข S/N ชัดเจน ซึ่งตรงกับรุ่นที่ยื่นซองประมูลไว้ แต่เจ้าหน้าที่กลับพูดว่าสติกเกอร์ที่ติด ไม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของเมนบอร์ด เพราะเมนบอร์ดจริงๆ ที่มาจากโรงงานต้องประทับตรามาเลย แต่ถ้าเมื่อไรที่มีสติกเกอร์เราไม่รับ พร้อมกับบอกด้วยว่าถ้าจะตกก็ตกตรงนี้ และสรุปทันทีว่าทางร้านไม่ถูกต้องให้ตกประมูลทันที โดยไม่ฟังคำชี้แจง อีกทั้งยังพูดด้วยว่าการซื้อสินค้าจากเจ้าใด เป็นสิทธิของกรรมการ แต่ถ้าซื้อจากที่ที่ผิดก็จะโดนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าตรวจทันที และแจ้งให้กรรมการจัดซื้อภายใน 3 วัน ซึ่งผมเห็นว่าคำพูดดังกล่าวเป็นการข่มขู่กรรมการ" นายเทิดไทกล่าว

นายเทิดไทกล่าวด้วยว่า จากการสอบถามทราบว่า รร.ในจังหวัดสตูลทั้งหมด จะซื้อคอมพิวเตอร์จากตัวแทนของบริษัทเจ้าเดียวกันกันนี้มาโดยตลอด ทั้งๆ ที่ทาง รร.ก็ไม่ต้องการเพราะขายแล้วขายเลยไม่มีบริการหลังการขาย และเป็นที่น่าสังเกตอีกว่าในจังหวัดต่างๆ ที่มีการประมูลเสร็จสิ้นไปแล้วกว่า 20 จังหวัด มีเพียง 3 บริษัทใหญ่ที่ได้ชนะการประมูลเท่านั้น โดย 1 ใน 3 บริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทที่ชนะการประมูลใน จ.สตูล นี้ด้วย.
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 8th, 2010, 08:57 AM   #30
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,028
Likes (Received): 3

หวั่นเสียระบบนิเวศดึงนักลงทุนผุดโรงแรม 5 ดาว
ผู้ว่าฯสตูลหวั่นเกาะหลีเป๊ะเสียระบบนิเวศดึงนักลงทุนร่วมผุดโรงแรม 5 ดาว บ้านปากบารา ยกระดับแหล่งเที่ยวหลีเป๊ะโกอินเตอร์
สตูล/ ดร.สุเมธ ชัยเลิศวนิชกุล ผวจ.สตูล กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่มีวันหยุดยาวแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางบกและ ทางทะเลได้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้และ กทม.แห่มาท่องเที่ยวยัง จ.สตูลโดยเฉพาะเกาะหลีเป๊ะ ถ้ำภูผาเพชร และน้ำตกวังสายทอง จนล้นเกินเป้าหมายทำให้ระบบนิเวศแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เกิดความเสียหายโดยเฉพาะบนเกาะหลีเป๊ะที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่าง ประเทศแห่ไปเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่จนล้นเกาะ ดังนั้นตนเห็นว่าปัญหาอุปสรรคของการท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.สตูลจะต้องเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่และสิ่งอำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้น จึงได้ดึงนักลงทุนจาก กทม.และท้องถิ่นเข้ามาผุดโรงแรม 5 ดาวในพื้นที่บ้านปากบาราเพื่อเป็นการนำร่องและเพื่อเป็นการสร้างฐานที่พัก และการเดินทางไปยังเกาะตะรุเตา เกาะบุโหลน และเกาะหลีเป๊ะจะยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับวีไอพีมิเช่นนั้นแล้ว เกาะหลีเป๊ะจะพังพินาศเนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวมากเกินไป รีสอร์ทและที่พักไม่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวเหล่านี้ได้จะทำให้ระบบนิเวศ บนเกาะหลีเป๊ะเกิดความเสียหาย

ดังนั้นตนและนักลงทุนทั้ง กทม.และท้องถิ่นจะได้มีการหารืออีกครั้งหนึ่งที่จะร่วมกันลงทุนผุดโรงแรม 5 ดาว บ้านเวรบ้านปากบาราขึ้นโดยจะมีการวางรากฐานและยกเครื่องการท่องเที่ยวของ จ.สตูล ร่วมกับ อบจ.และองค์กรท้องถิ่น เพราะมิเช่นนั้นแล้วแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งบนบกและทางทะเลจะมีนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้และ กทม.เข้ามาท่องเที่ยวมากจนไม่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ ดังนั้นแหล่งท่องเที่ยวบนบกโดยเฉพาะรีสอร์ทต่างๆ ในพื้นที่ อ.ควนกาหลง และมะนังจะได้มีการขยับขยายและสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวในการ บริการมากยิ่งขึ้น ตนได้ประสบในช่วงเทศกาลปีใหม่นักท่องเที่ยวเดินทางมายังรีสอร์ทต่างๆ แต่ไม่สามารถรองรับได้อย่างเพียงพอทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากแดนไกล ต้องเสียโอกาส ส่วนการประชาสัมพันธ์จะให้การท่องเที่ยวและกีฬานันทนาการจัดงบประชาสัมพันธ์ โปรโมทแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ และในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมามีเงินสะพัดในพื้นที่ถึง 1 พันล้าน ซึ่งถือได้ว่าเกินเป้าหมายที่ได้วางไว้และมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศและ ในประเทศมากเกินเป้าทำให้ระบบนิเวศเกิดความเสียหาย จึงได้มีการปรับแผนให้ดึงนักลงทุนเข้ามาสร้างโรงแรมให้มากยิ่งขึ้นโดยจะ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 53 เป็นต้นไป

โดย บ้านเมืองออนไลน์
เมื่อเวลา 9:01:00 วันที่ 8 มกราคม พ.ศ.2553
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old January 11th, 2010, 10:59 AM   #31
sansano
Registered User
 
sansano's Avatar
 
Join Date: Jul 2009
Location: Ayutthaya & Chiangmai
Posts: 2,028
Likes (Received): 3


เทศบาลเมืองสตูลเปิดยุทธศาสตร์ปี 53 เปิดศูนย์อุทยานฯ เพื่อเรียนรู้
เทศบาลเมืองสตูล เปิดยุทธศาสตร์ปี 53 เปิดศูนย์อุทยานฯ เพื่อการเรียนรู้ผุดอนุบาลเทศบาล อย่างเป็นทางการ กรมส่งเสริมท้องถิ่นเทงบร่วม 100 ล้านให้เทศบาลพัฒนาเมือง
สตูล/ นายพิบูลย์ รัชกิจประการ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสตูล กล่าวว่า ทางคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองสตูลได้มีการผลักดันงบประมาณโดยเฉพาะในปี 53 เพื่อการพัฒนาเมืองสตูลให้มีความโดดเด่นและเป็นแบบอย่างของการพัฒนาใน พื้นที่ภาคใต้ ดังนั้นกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 37 ล้านบาทในการเปิดศูนย์อุทยานฯ เพื่อการเรียนรู้ บริเวณเทศบาลเมืองสตูล เป็นตึก 2 ชั้น พื้นที่ 800-900 ตาราง กม. แบ่งเป็น 6 โซน หรือ 6 กิจกรรม โดยมีลานสานฝันห้องดูภาพยนตร์ 3 มิติ ห้องฟังเพลง ห้องอินเตอร์เน็ต ห้องสมุดมีชีวิตและประการสำคัญสามารถบรรจุหนังสือทุกชนิดทุกมุมโลกให้เด็ก นิสิตนักศึกษาและประชาชนทั่วไป สามารถศึกษาได้จากห้องสมุดมีชีวิตจำนวน 2 หมื่นเล่ม ทั้งนี้ทางกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้ให้เครดิตกับผู้บริหารเทศบาล เมืองสตูลเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะนายพิบูลย์ รัชกิจประการ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสตูล จึงได้อนุมัติให้ในปี 2553 และจะดำเนินการก่อสร้างในเร็วๆ นี้และจะให้เสร็จทันเปิดตามเป้าหมายต่อไป ส่วนโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองสตูลใช้งบทั้งสิ้น 72 ล้านบาท เป็นโรงเรียนอนุบาลแบบครบวงจรที่เด็กเล็กหรือเด็กอนุบาลสามารถเข้าไปใน โรงเรียนและให้ความรู้ได้อย่างเต็มที่โดยจะเปิดอย่างเป็นทางการในต้นเดือน พ.ค.53 ถือได้ว่า การทำงานของคณะบริหารเทศบาลเมืองสตูลได้มุ่งไปสู่ความเจริญและการพัฒนาเมือง ของ จ.สตูล อย่างเช่นคูระบายน้ำต่างๆ การแก้ปัญหาภัยแล้งในเขตเทศบาลเมืองสตูล การป้องกันอัคคีภัย การพัฒนาตลาดสดเมืองสตูล

ซึ่งในปี 53 ทางคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะได้ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาเมืองสตูล ให้มีความก้าวหน้าและเป็นแบบอย่างแก่เทศบาลเมืองต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้ นอกจากนี้จะมีการปรับปรุงสนามรัชกิจประการโดยเสริมพื้นที่อัศจรรย์ให้สามารถ บรรจุคนได้มากขึ้นและมีการปรับปรุงสนามกีฬาให้ทันสมัยรวมทั้งศูนย์วิทยา ศาสตร์การกีฬาที่ปรากฏว่ามีผู้ใช้บริการทุกกลุ่มอาชีพอย่างล้นหลาม ทำให้การดูแลของเจ้าหน้าที่จะต้องควบคุมให้เป็นระบบ นอกจากนี้ทุกฝ่ายได้ประสานกับจังหวัดและหน่วยงานองค์กรท้องถิ่นทั้งหมดที่จะ บูรณาการที่จะพัฒนาท้องถิ่นให้เป็นไปตามนโยบายของจังหวัดต่อไป

โดย บ้านเมืองออนไลน์
เมื่อเวลา 9:23:00 วันที่ 11 มกราคม พ.ศ.2553
sansano no está en línea   Reply With Quote
Old January 22nd, 2010, 11:50 AM   #32
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,078
Likes (Received): 6349

กองทัพเรือภาค 3 เตรียมออกลาดตระเวนพื้นน่านน้ำทะเลสตูล

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มกราคม 2553 11:35 น.


สตูล - กองทัพเรือภาค 3 เตรียมออกลาดตระเวนพื้นน่านน้ำทะเล จ.สตูล ร่วมกับทางจังหวัด หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีเรือต่างชาติรุกล้ำเข้ามาในบริเวณน่านน้ำไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรือประมงสองสัญชาติเข้ามาลักลอบทำการประมงในเขตหวงห้าม

วันนี้ (22 ม.ค.) พลเรือโทชุมนุม อาจวงษ์ ผู้บัญชาการกองทัพเรือภาคที่ 3 ภูเก็ต และคณะได้เดินทางเข้าพบนายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ที่ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อประสานงานเกี่ยวกับการเตรียมออกลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ฐานทัพเรือกองเรือภาค 3 ในเขตน่านน้ำทะเลจังหวัดสตูล ร่วมกับทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ หลังจากชาวบ้านแจ้งข้อมูลกับทางการว่ามีเรือต่างชาติรุกล้ำเข้ามาในบริเวณน่านน้ำไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งมีเรือประมงสองสัญชาติเข้ามาลักลอบทำการประมงในเขตหวงห้าม ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านได้รับความเดือดร้อน

นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า พื้นที่ที่ชาวบ้านแจ้งเบาะแสว่ามีการลักลอบทำการประมงในเขตหวงห้ามของเรือสองสัญชาติ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่บริเวณเกาะสาหร่าย และเกาะตะรุเตา การออกลาดตระเวนร่วมกับเจ้าหน้าที่กองทัพเรือจะสามารถช่วยป้องกันการลักลอบเข้ามาของแรงงานต่างด้าว การค้าของหนีภาษีหรือสิ่งผิดกฎหมายได้ทุกประเภท เพราะกำลังของเจ้าหน้าที่เองในพื้นที่มีน้อย แต่พื้นที่ที่ต้องรับผิดชอบมีมาก

ด้าน พลเรือโทชุมนุม อาจวงษ์ ผู้บัญชาการกองทัพเรือภาคที่ 3 ภูเก็ต กล่าวว่า กรณีที่มีเรือสองสัญชาติที่ลักลอบทำการประมงในพื้นที่หวงห้าม รวมทั้งเรือต่างชาติที่เข้ามาในบริเวณน่านน้ำไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีการจัดชุดเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนในพื้นที่เป้าหมายเป็นระยะๆ หากมีการทำผิดกฎหมายก็จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยจะใช้เครือข่ายของชาวประมงร่วมกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งและตามเกาะต่างๆ ช่วยกันแจ้งเบาะแส และเฝ้าระวังร่วมกับเจ้าหน้าที่
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 30th, 2010, 11:26 AM   #33
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,078
Likes (Received): 6349

เอกชนทุ่ม100ล.ผุดสนามบินสตูล เน้นรับไฮโซภูเก็ต-กระตุ้นเศรษฐกิจฟื้นตัว

วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7002 ข่าวสดรายวัน


นายสมพงษ์ สุขสงวน ประธานที่ปรึกษา บริษัท กานต์นิธิ จำกัด เข้าพบนายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าฯ สตูล ที่ศาลากลางจังหวัดสตูล เพื่อหารือเนื่องจากมีความสนใจจะลงทุนประกอบธุรกิจการบินจากจ.ภูเก็ตมายัง จ.สตูล และจัดทำสนามบินพาณิชย์ขนาดเล็กในจ.สตูล นายสุเมธกล่าวว่า นายสมพงษ์ซึ่งเป็นนักบินเอกชน มาหารือเรื่องการลงทุนเปิดสนามบินในจ.สตูล เนื่องจากมีความสนใจจะลงทุนประกอบธุรกิจบินจาก จ.ภูเก็ต มายังจ.สตูล เพราะได้รับคำแนะนำให้มาดูสถานที่ เพื่อนำเอาเครื่องบินขนาด 12 ที่นั่ง รวมนักบินอีก 2 คน เป็น 14 ที่นั่ง บินจากภูเก็ตมายังสตูล เนื่องจากคนมาจากภูเก็ตมาเที่ยวสตูล มาก ซึ่งตนได้แนะนำให้ใช้สถานที่สนามบินจังหวัดสตูลเป็นสนามบินโดยการให้เช่า เนื่องจากที่ดินดังกล่าวเป็นที่ของราชพัสดุและให้ทางทหารอากาศใช้ และตนสอบถามไปแล้วปรากฏว่า จ.สตูลสามารถขอใช้และให้เอกชนเช่าได้ ซึ่งสนามบินมีพื้นที่ทั้งหมด 900 ไร่ เช่าเนื้อที่ 300-350 ไร่ได้ จะเหมาะสมกว่าที่จะไปซื้อที่ดินมาทำสนามบิน จากนั้นก็นำนายสมพงษ์ไปดูสถานที่ที่สนามบินจ.สตูล พร้อมด้วยนายสมชาย ตันติ์ศรีสกุล ประธานหอการค้าจังหวัดสตูล และนายสมพงษ์มีความพอใจมาก

ด้านนายสมพงษ์กล่าวว่า ช่วงแรกคาดว่าจะเปิดเที่ยวบินจากภูเก็ตมายังสตูลก่อน และในอนาคตอาจจะเปิดเที่ยวบินจากสตูล-ไปเกาะลังกาวี และที่อื่นๆ ต่อไป ซึ่งจะลงทุนทำรันเวย์ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท เครื่องบินเก่าลำละ 50-60 ล้านบาท เครื่องบินใหม่ราคาราว 80 ล้านบาท รวมลงทุนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และในเรื่องนี้ทางอธิบดีขนส่งทางอากาศ บอกให้เร่งดำเนินการเลย คาดว่าหากมีการเจรจาเรื่องเช่าที่ดินสนามบินจ.สตูล ทางผู้ว่าฯ บอกว่าคาดว่าไม่น่ามีปัญหา ดังนั้นคาดว่าจะเร่งให้เร็วที่สุดและเปิดทันในปี 2553 นี้แน่นอน จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาย ในจังหวัด และสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงนักธุรกิจที่จะลงทุนสร้างโรงแรมที่พัก ก็สามารถมาลงทุนรองรับ นักทˆองเที่ยวดังกล่าว ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวระดับวีไอพีได้ และ จะสร้างความเจริญให้แก่สตูลในอนาคต ซึ่งการเปิดธุรกิจการบินที่สตูลจะไม่เบียดบังธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ ไม่ว่ารถอะไรต่างๆ เพราะราคาจะแตกต่างกันและเป็นตัวเลือกสำหรับลูกค้าวีไอพี ที่ต้องการใช้ความสะดวกสบายและรวดเร็วใช้เวลาเพียง 50 นาทีก็ถึงสตูล ในขณะที่พาหนะอื่น 6-8 ชั่วโมง

หน้า 28
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old April 30th, 2010, 10:31 PM   #34
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,078
Likes (Received): 6349

สนข.ดันผุดท่าเรือปากบาราลุย'แลนด์บริดจ์'

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,526 29 เมษายน - 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2553


สนข. เดินหน้าเร่งเครื่องโครงการแลนด์บริดจ์ เผยเตรียมเสนอครม.สร้างท่าเทียบเรือปากบารา 9.7 พันล้าน หลังเคาะแนวรถไฟ 142 กิโลเมตรขนส่งสินค้าเชื่อมโยง อ่าวไทย-อันดามัน ตั้งเป้าไทยเป็นศูนย์ส่งน้ำมันขายทั่วเอเชียและเป็นจุดกำหนดราคาน้ำมันอ้างอิงเหมือนสิงคโปร์ ขณะที่ทุนต่างชาติจีนและเนเธอร์แลนด์ทาบบริหาร ส่วนมิตซุย หนุนเต็มที่เพื่อหวังใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้า

ดร.มาลี เอื้อภราดร หัวหน้ากลุ่มโลจิสติกส์การขนส่ง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงความคืบหน้าของโครงการศึกษาความเหมาะสมแนวทางพัฒนาท่าเรือฝั่งทะเลอันดามันและสะพานเศรษฐกิจ เชื่อมโยงท่าเรือฝั่งอ่าวไทย หรือแลนด์บริดจ์ว่า ขณะนี้ผลการศึกษาได้สรุปแนวทางในการพัฒนาออกมาเป็น 3 ขั้นตอนด้วยกันคือ

ขั้นตอนแรก คือการเดินหน้าก่อสร้างท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูล ซึ่งเรื่องนี้ผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว โดยจะนำเรื่องให้กระทรวงคมนาคมพิจาณาก่อนนำเข้าที่ประชุม คณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งกรมเจ้าท่าเป็นเจ้าของโครงการใช้งบประมาณ 9,741 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 6 ปีเริ่มปี 2554-2559

ขั้นตอนที่สองคือ เร่งศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเส้นทางรถไฟเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและอันดามันให้แล้วเสร็จก่อนที่จะนำเสนอพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และขั้นตอนสุดท้ายคือการก่อสร้างท่าเรือสงขลา 2 ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมเพื่อออกแบบรายละเอียด และผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยจะสร้างที่บริเวณบ้านนาทับ จังหวัดสงขลา

สำหรับแนวรถไฟที่ได้ข้อสรุปแล้วคือเส้นทางจากท่าเรือปากบารา (สตูล) - รัตภูมิ - หาดใหญ่ - จะนะ (ท่าเรือสงขลา แห่งที่ 2) แนว 2A ระยะทาง 142 กิโลเมตรเป็นแนวที่มีความเหมาะสมมากที่สุดสอดคล้องกับแนวเส้นทางแลนด์บริดจ์ ซึ่งกลุ่มที่ปรึกษา Dubai World ได้เคยทำการศึกษาภายใต้โครงการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแบบให้เปล่าแก่กระทรวงคมนาคมในปี 2551-2552

ดร.มาลี ยังกล่าวอีกว่า ล่าสุด สนข.ได้รับการทาบทามจากสายการเดินเรือจากจีนและเนเธอร์แลนด์สนใจที่จะเข้าดำเนินการบริหารท่าเรือในระดับ เวิลด์ คลาส อีกทั้งกลุ่มบริษัทมิตซุยฯผู้ผลิตเหล็กป้อนรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่นและกลุ่มบริษัทเอกชนจากอินเดียที่ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ยังพร้อมสนับสนุนการพัฒนาโครงการของไทยเพื่อที่จะใช้แนวเส้นทางนี้ขนถ่ายวัตถุดิบป้อนตลาดให้ลูกค้าได้รวดเร็ว อีกด้วย

ทั้งนี้โครงการแลนด์บริดจ์ส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยจะเกิดผลต่อการเสริมสร้างศักยภาพ และการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากประเทศไทยมีข้อได้เปรียบเชิงกายภาพและมีปัจจัยแวดล้อมที่จะทำให้การพัฒนาในทางปฏิบัติมากกว่าประเทศมาเลเซีย ช่วยกระตุ้นให้การพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ ซึ่งจะได้ประโยชน์ทั้งภาครัฐและเอกชน กล่าวคือเป็นการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ เพิ่มโอกาสในการแข่งขันส่งออก และยังเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน

ในขณะที่ภาคธุรกิจยังมีโอกาสร่วมลงทุนโครงการขนาดใหญ่ เช่น ธุรกิจน้ำมัน ท่าเรือ โลจิสติกส์ และกิจการที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ ช่วย ลดต้นทุนด้านพลังงาน และการส่งออกและนำเข้าได้สะดวกมากขึ้น ทั้งนี้ยังจะทำให้ไทยสามารถกระจายน้ำมันดิบไปกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกได้ โดยเฉพาะการส่งออกน้ำมันจากไทยไปยังญี่ปุ่น เกาหลี และจีน และมีความเป็นไปได้สูงว่าในอนาคตอันใกล้จังหวัดสงขลาจะมีศักยภาพเป็นจุดกำหนดราคาน้ำมันอ้างอิงที่สำคัญในเอเชียเช่นเดียวกับสิงคโปร์

ดร.มาลี กล่าวเพิ่มเติมว่า การก่อสร้างท่าเรือปากบาราและท่าเรือสงขลา แห่งที่ 2 ยังเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการพัฒนาธุรกิจการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่จะสนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์ คาดว่าจะมีปริมาณตู้คอนเทนเนอร์เข้ามาใช้ท่าเรือที่ จังหวัดสตูล และ สงขลา ในปริมาณเพิ่มมากขึ้นจากกลยุทธ์การดึงดูดให้สายการเดินเรือหลักนำเรือมาเข้าเทียบท่าเรือทั้ง 2 แห่งของไทย ซึ่งพบว่าในปี 2558 จะมีปริมาณตู้คอนเทนเนอร์เท่ากับ 468,500 ทีอียู ที่จะมีปริมาณเพิ่มเป็น 1,540,500 ทีอียูในปี 2578

ทั้งนี้สำหรับแนวคิดการให้เอกชนร่วมทุนแบบ PPPs เพื่อพัฒนาท่าเทียบเรือตู้คอนเทนเนอร์จะเป็นการดำเนินการในรูปแบบการให้สัมปทาน โดยภาครัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของท่าเทียบเรือ การพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องการขนส่งที่จะตามมาและกระจายสินค้า รวมถึงการส่งเสริมที่ชัดเจนเพื่อให้มีการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่นเดียวกับการที่รัฐจะออกกฎหมายเพื่อให้พื้นที่ในบริเวณแม่สอด จังหวัดตาก เป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรกของประเทศไทย

"โครงการก่อสร้างท่าเรือปากบาราจะเริ่มได้ก่อนโดยจะเป็นการเปิดโอกาสให้เอกชนร่วมทุนแบบ PPPs สำหรับการพัฒนาท่าเทียบเรือตู้คอนเทนเนอร์และการสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อ โดยภาครัฐต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของท่าเทียบเรือ การพัฒนาอุตสาหกรรมในบริเวณท่าเทียบเรือทั้ง 2 ฝั่ง และก่อสร้างเส้นทางรถไฟที่เป็นหน้าที่ของภาครัฐในการลงทุน ส่วนภาคเอกชนลงทุนด้านการเดินรถ จัดหารถและบริหารจัดการจะคล่องตัวกว่า

สำหรับรายละเอียดการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันซึ่ง สนข. ได้ว่าจ้างกลุ่มที่ปรึกษาดำเนินการในวงเงิน 91 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จตามกำหนดในเดือนกันยายน 2553โดย สนข. เตรียมสรุปความเห็นและข้อเสนอแนะจากที่ประชุมสัมมนาในวันที่ 28 เมษายนนี้ไปประกอบการจัดทำรายงานการศึกษาฉบับสุดท้ายต่อไป"

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 1st, 2010, 06:11 PM   #35
meditube
Registered User
 
Join Date: Apr 2010
Location: Nakhon Si Thammarat,Bangkok
Posts: 1,644
Likes (Received): 217

อืม ตกลงว่า land bridge ไม่สร้างเส้น ขนอม กระบี่แล้วใช่ไหมครับ คงเป็นเพราะทั้งใกล้แหล่งท่องเที่ยว เป็นพื้นที่อ่อนไหวง่าย

อีกอย่างเส้นทางสตูล ก็เชื่อมมาเลย์ได้ง่ายๆเลย เป็นโครงการที่ดีมากๆครับ
__________________
นครศรีธรรมราช : นครอันงามสง่า แห่งราชาผู้ทรงธรรม


Nakhon Si Thammarat : The Glorious Metropolis


---------------------------------------------------
meditube no está en línea   Reply With Quote
Old May 1st, 2010, 07:36 PM   #36
mikion01
Registered User
 
mikion01's Avatar
 
Join Date: May 2009
Location: Thailand
Posts: 1,179
Likes (Received): 1

Quote:
Originally Posted by meditube View Post
อืม ตกลงว่า land bridge ไม่สร้างเส้น ขนอม กระบี่แล้วใช่ไหมครับ คงเป็นเพราะทั้งใกล้แหล่งท่องเที่ยว เป็นพื้นที่อ่อนไหวง่าย

อีกอย่างเส้นทางสตูล ก็เชื่อมมาเลย์ได้ง่ายๆเลย เป็นโครงการที่ดีมากๆครับ
ด้านอันดามันใกล้ภูเก็ต ทะเลกระบี่

ด้านอ่าวไทย ใกล้สมุย พงัน

เป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ทั้ง 2 ฝั่ง เลยไม่ผ่าน EIA

แถมปี48 เจอซึนามิบริเวณที่ จะสร้างท่าเรือโครงการเลยล้มไป


....................

ส่วนปากบารา น่าเสียดา เพราะใกล้เกาะตะรุเตา และอุทยานเภตรา

ส่วนสงขลาไม่มีอะไร นอกจาเกาะหนูเกาะแมว
mikion01 no está en línea   Reply With Quote
Old May 12th, 2010, 03:49 PM   #37
richart2532
Registered User
 
richart2532's Avatar
 
Join Date: May 2009
Posts: 425
Likes (Received): 358

ดีครับผมชื่อ ริชาร์ตครับ พอดีเรียนถ่ายรูปที่มหาลัยครับเลยลองเอามาให้ดูเล็กๆน้อย ติชมกันได้ครับเพราะถ่ายรูปไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ครับ ผมมือใหม่หัดถ่ายครับ ลองๆเองผลงานตัวเองมาให้ชมกันครับ[IMG][/IMG]
ฺBTS อโศกครับ
[IMG][/IMG]
อาคารInterchange ตรงBTS อโศก
[IMG][/IMG]
สยามพารากอน
[IMG][/IMG]
สยามพารากอน 2 ครับ

ลาน ร.6 แยกศาดาแดง
[IMG][/IMG]
ลาน ร.6 แยกศาดาแดง (อีกมุม)
[IMG][/IMG]
กลุ่มตึกสูงบริเวณต้นถนนสาธร
[IMG][/IMG]
ตึอ AllSeason

สถานีต่อไปสถานีห้วยขวาง Next Station ห้วยขวาง 5555
[IMG][/IMG]
แยกนราธิวาส
[IMG][/IMG]
ตึก เอมไพร์ พิมพ์ถูกป่าวเนี่ย
[IMG][/IMG]
กลางแม่น้ำเจ้าพระยาครับ
[IMG][/IMG]
ปิดท้ายด้วย วัดอรุณฯ ครับ

สวยไม่สวยบอกกันได้ครับยินดีรับคำติชม

ปล. Canon 500D ครับ ถ่ายเองทั้งหมด
richart2532 no está en línea   Reply With Quote
Old May 14th, 2010, 10:41 AM   #38
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 105,078
Likes (Received): 6349

ผุดสนามบินรับ “สตูล” บูม ขุมทองใหม่ทะเลอันดามัน

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 14 พฤษภาคม 2553 14:04 น.


โอกาสขุมทองใหม่ “ทะเลอันดามัน” นักธุรกิจกรุงเห็นลู่ทางสดใส ภาครัฐเร่งปรับโครงสร้างจังหวัดรับยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวครั้งใหญ่ หอบเงินหลักร้อยล้านบาทลงทุนสร้างสนามบินเอกชนให้บริการในเชิงพาณิชย์จังหวัด “สตูล” และเครื่องบินเล็กขนาด 14 ที่นั่ง พร้อมวางแผน 2 รองรับกรณีไม่เข้าเป้าเช่นเดียวกับสนามบินระนอง และชุมพร โดยขยายเซกเมนต์ใหม่ เพิ่มรายได้จากกลุ่มนักท่องเที่ยวไปเจาะตลาดกรุ๊ปสัมมนา

จุดขายของการเป็นพื้นที่ทะเลฝั่งอันดามัน จังหวัดสตูล กลายเป็นขุมทองใหม่ที่นักธุรกิจสนใจไปปักธง จากยุทธศาสตร์จังหวัดสตูลปี’53 วางเป้าหมายเพิ่มรายได้จาก 2 ขาหลัก คือ 1.ภาคเกษตร เพิ่มผลผลิตและพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตร “ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกษตรในภูมิภาคอาเซียน” 2.ภาคธุรกิจท่องเที่ยว เพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว โดยวางยุทธศาสตร์ “เมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การเกษตรยั่งยืน เมืองท่าฝั่งอันดามัน”

ปัจจัยเหล่านี้นับว่าเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้นักลงทุนจากภาคอื่นเคลื่อนทัพมาลงทุนในจังหวัดสตูล ล่าสุด ร.ท.สมพงษ์ สุขสงวน ประธานที่ปรึกษา บริษัท กานต์นิธิ จำกัด นักธุรกิจจากกรุงเทพฯ ผันตัวเองมาจากธุรกิจติดตามหนี้สิน ให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ อาทิ ธนาคารธนชาต พร้อมโอกาสธุรกิจ และความชอบส่วนตัวที่สนใจแวดวงการบินไปฝึกบินกับกองบิน 604 มาลงทุนสร้างสนามบินเอกชนที่จังหวัดสตูล

พร้อมเปิดเที่ยวบินสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากหัวหิน ภูเก็ต กระบี่ หรือเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย-สตูล โดยใช้เครื่องบินเล็กขนาด 14 ที่นั่ง รวมนักบิน 2 ที่นั่ง ซึ่งเป็นเครื่องบินรุ่นที่ใช้กันมากในต่างประเทศโดยเฉพาะในอินโดนีเซีย ส่วนในเมืองไทยนั้นสายการบิน SGA มีใช้ใน 2 เส้นทางระหว่างเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่-ปาย

สำหรับความคืบหน้าโครงการสนามบินสตูล มีการพูดคุยกับส่วนราชการ และหน่วยงานหอการค้า ในระดับของการมองหาที่ดินเพื่อสร้างสนามบินเอกชน โดยงานนี้ ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล “สุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล” และประธานหอการค้าจังหวัด “สมชาย ตันติ์ศรีสกุล” ให้ความร่วมมือผลักดันโครงการสนามบินสตูลเต็มที่ ตั้งแต่หาที่ดิน ทำเลที่เหมาะสม สะดวกสบายในการเดินทางนั้น อยู่ระหว่างท่าเรือปากบารา กับ อ.เมือง คือ อ.ละงู หรือ อ.ท่าแพ คาดว่าประมาณกลางเดือนหลังจากประเมินศักยภาพที่ดิน 3 แปลงใหญ่ที่มองไว้จะสามารถสรุปเรื่องนี้ได้ ด้านการลงทุนต่างๆ ทั้งการก่อสร้างสนามบิน และสายการบิน วางงบการลงทุนไม่เกิน 500 ล้านบาท โดยจากเดิมที่มีแผนจะใช้สนามบินสตูลของทหาร แต่ติดปัญหาเรื่องความมั่นคง ทำให้ต้องหาทำเลใหม่ทำสนามบินที่อื่นแทน ซึ่งการเปลี่ยนแผนทางด้านทำเล ทำให้ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ดิน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ขนาด 350-500 ไร่ เหมาะสำหรับสนามบินเล็ก รันเวย์ 710 เมตร ความกว้าง 8 เมตร เช่นเดียวกับสนามบินเกาะสมุย, สุโขทัย, ตราด, ปาย และในอนาคตสามารถรองรับเครื่องบินขนาด 70 ที่นั่งมาใช้บริการ โดยตามแผนการหลังจากเริ่มก่อสร้างรันเวย์ และอาคารที่พักผู้โดยสารเดือนกันยายน คาดในเดือนพฤศจิกายนจะเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์ได้วันละ 10 เที่ยวบิน

รวมทั้งการลงทุนเครื่องบินในรุ่น CESSNA 208 CARAVAN ราคาลำละ 80 ล้านบาท ที่ซื้อมาจากกลุ่มไมเนอร์ในงาน Air Show ประเทศสิงคโปร์ ส่วนใบอนุญาตการบิน ซึ่งการเปิดสนามบิน และเครื่องบินที่นำมาใช้นั้นความปลอดภัยเป็นมาตรฐานสูงสุด จะแล้วเสร็จในเดือนนี้ ขณะที่ใบอนุญาตเปิดสนามบินขอใช้อากาศยาน อธิบดีกรมการบินพลเรือนรับเรื่องรอพิจารณาแล้ว

ส่วนมาตรการเพื่อมารองรับ สร้างความอยู่รอดให้กับธุรกิจ หากไม่ได้รับความนิยม เช่นเดียวกับกรณีสนามบินระนอง สนามชุมพร ที่ปิดตัวไปเพราะไม่มีผู้โดยสารมาใช้บริการ รวมทั้งมีเที่ยวบินใช้บริการไม่มากทำให้ไม่คุ้มกับต้นทุน อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน กับสตูล เรียกว่า สตูลมีความได้เปรียบในเรื่องแหล่งท่องเที่ยวที่มากกว่า

“โปรเจกต์สนามบิน จะทำให้กลุ่มทุนโรงแรมมาลงทุน เพราะด้วยสภาพความเป็นธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติรายล้อมด้วยเกาะต่างๆ แหล่งท่องเที่ยวที่ตอบสนองทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ และคนไทย ตลอดจนเกาะตะรุเตา ติดอันดับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศญี่ปุ่นนิยมมาเที่ยว อีกทั้งที่ดินจังหวัดสตูลหลักแสน มีราคาไม่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับเมืองท่องเที่ยวฝั่งทะเลอันดามัน ภูเก็ต กระบี่ ที่ราคาที่ดินไร่ละเป็นล้านบาท”

ทั้งนี้ การลงทุนสร้างสนามบิน ได้มองต่อยอดไปถึงการลงทุนสร้างรีสอร์ต โรงแรม เพื่อรองรับกรุ๊ปจัดสัมมนาจากรุงเทพฯ ซึ่ง สมพงษ์ กล่าวว่า การลงทุนด้านที่พักเป็นแผนในอนาคต และเพื่อรองรับกับอุปสรรคสร้างความอยู่รอดให้กับสนามบิน ในกรณีจำนวนนักท่องเที่ยวไม่เพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย

“ธุรกิจการท่องเที่ยว โรงแรมรีสอร์ต การจัดสัมมนา และสนามบิน สิ่งเหล่านี้เป็นธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ต้องพึ่งพากัน ซึ่งหากมีการจัดแพกเกจราคาพิเศษ เพื่อมารองรับการจัดกรุ๊ปสัมมนา จะทำให้มีการขยายตลาดไปได้อีก”

ด้านแผนการเร่งสร้างรายได้จากขาธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดสตูล ของภาครัฐและเอกชน ธุรกิจในท้องถิ่น “สมชาย ตันติ์ศรีสกุล” ประธานหอการค้าจังหวัด กล่าวกับ “หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์” ว่า ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม ได้เดินทางไปต่างประเทศกับผู้ว่าฯ ที่ประเทศดูไบ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทางการท่องเที่ยวและการเจาะตลาดใหม่ขายทัวร์ให้กับลูกค้าอาหรับ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และเป็นการขยายตลาดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เยอรมัน และประเทศญี่ปุ่นที่นิยมมาเที่ยวจังหวัดสตูล โดยคาดว่าปีนี้จะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 2 พันล้านบาท จากปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวทั้งหมด 1,200 คน สร้างรายได้ 1,700 ล้านบาท

ที่ผ่านมา จังหวัดสตูลได้มีการขยายโครงสร้างต่างๆ เพื่อรองรับกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะการเปิดสนามบินเอกชนในเชิงพาณิชย์ที่มองไปถึงอนาคตเพื่อรองรับเที่ยวบิน 70 ที่นั่ง เป็นสิ่งที่ลดจุดด้อยทางการเดินทางที่ผ่านมา จะต้องลงเครื่องที่สนามบินนานาชาติหาดใหญ่ หรือจากจังหวัดตรังแล้วต่อรถใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง ที่สำคัญสนามบินจะช่วยยกระดับการท่องเที่ยวจังหวัดสตูลขึ้นมาเป็นเกรด A เช่นเดียวกับภูเก็ต กระบี่ และสมุย

อีกทั้งเพิ่มจุดแข็งด้านการเดินทางในฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีตลอดปี แม้ว่าจะมีช่วงปิดเกาะหน้ามรสุมเดือนพฤษภาคมก็ตาม โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติจะนิยมมาเที่ยวช่วงไฮซีซัน พฤศจิกายน - เมษายน ส่วนนักท่องเที่ยวไทยจากจังหวัดใกล้เคียง และจากกรุงเทพฯ เดินทางมาตลอดปี นั่นเพราะทางจังหวัดมีการจัดงานเทศกาลอีเวนต์ต่างๆ เพื่อมาดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่า หากมีสนามบินจะทำให้การเดินทางจากกรุงเทพฯ มาสตูลใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงกว่า จะเพิ่มจำนวนกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ และจากกรุงเทพฯ

ส่วนการเสริมศักยภาพทางด้านที่พักนักท่องเที่ยวระดับ 5 ดาว จากปัจจุบันมีที่พักในรูปแบบโรงแรม และรีสอร์ต ทั้งใกล้ท่าเรือปากบารา โรงแรมสร้างใหม่บนเกาะหลีเป๊ะ ระดับราคาหลักพันบาท จนถึง 2 หมื่นบาท ล่าสุดมีทั้งการลงขันกันของนักธุรกิจในพื้นที่ และการปรับปรุงยกระดับของธุรกิจที่เปิดบริการอยู่ ล่าสุดกลุ่มทุนอาหรับ และกลุ่มทุนจากประเทศจีนแสดงความสนใจจะมาลงทุนสร้างรีสอร์ต และโรงแรม โดยหลังจากซื้อที่ดินบริเวณท่าเรือปากบาราจำนวน 10 ไร่แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตัดสินใจจะลงทุนด้านก่อสร้าง คาดว่าภายใน 5 ปีจากนี้ไป หากการก่อสร้างท่าเรือปากบารา สนามบินสตูล และ “โครงการแลนด์บริดจ์” สร้างท่าเทียบเรือปากบารา เส้นทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทย-อันดามัน รวมถึง การเจาะอุโมงค์สตูล-เปอร์ลิส ขุดเจาะอุโมงค์เทือกเขาสันกาลาคีรี เชื่อมถนนสายสตูลกับรัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย เมื่อโครงการต่างๆ แล้วเสร็จจะพลิกบูมเศรษฐกิจของจังหวัดสตูลให้กลายมาเป็นขุมทองใหม่ทันที
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old May 15th, 2010, 07:02 PM   #39
Ligor
Registered User
 
Ligor's Avatar
 
Join Date: Oct 2009
Location: Nakhon Si Thammarat & Nonthaburi
Posts: 2,531
Likes (Received): 560

มุดผา สำรวจเพชร เมืองสตูล
ฟังไม่ผิดหรอก ก็เดินเล่นในถ้ำไง วันนี้เราจะชวนไปเดินเล่นใน ถ้ำภูผาเพชร จังหวัดสตูล โอ่โถง สวยงามบนเนื้อที่ 50 ไร่ มีห้องหับมากมาย ทั้งห้องม่านเพชร ห้องโดมศิลาเพชร ห้องพญานาค ห้องเห็ด ห้องนางฟ้า ห้องอ่างศิลา ฯลฯ แม้กระทั่งเวทีคอนเสิร์ต ให้ขึ้นไปร้องเพลงก็ยังมี สถานที่แห่งนี้ถูกค้นพบมาได้ 19 ปีแล้ว ทว่าเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ไปเดินทอดน่องท่องในถ้ำมาประมาณ 13 ปี นับจากวันที่หลวงตาแผลง มาปักกลดธุดงค์แล้วนิมิตเห็นถ้ำแห่งนี้ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2541
แต่ขอบอกว่ากว่าจะได้เดินชมถ้ำจนหนำใจ นักท่องเที่ยวต้องตะกายบันไดถึง 280 ขั้น เหนื่อยแทบขาดใจ...“ใกล้ถึงแล้วหนู ป้าขึ้นมาได้หนูก็ต้องขึ้นได้” ระหว่างทางเจอขบวนผู้สูงอายุอีกหลายขบวน ทุกคนต่างให้กำลังใจมาตลอดทาง สงสัยสภาพเราคงจะดูไม่รอด (ฮา)


มีแรงฮึดเดินไปจนถึงจุดหมาย แล้วก็คุ้มค่าเหนื่อยจริงๆ เข้าใจนักพิชิตเทือกเขาแอลป์เลยว่าภูมิใจแค่ไหน (ขอโทษเวอร์ไปหน่อย) ระหว่างทางก่อนขึ้นถ้ำใครต้องการมีแสงสว่างส่วนตัว เขามีไฟฉายให้เช่าด้วย สำหรับเรารอแสงสว่างจาก "ลุงแป๊ะ" ไกด์ท้องถิ่นประจำถ้ำอย่างเดียว ลุงแกอธิบายความเป็นมาของถ้ำอย่างอารมณ์ดีมีมุกตลกแทรกตลอด สงสัยว่าโน้ส-อุดม แต้พานิช จะมีคู่แข่งเดี่ยวไมโครโฟนซะแล้ว ลุงกล้าท้าว่า ถ้าเจอ สมจิตร จงจอหอ แม้จะอยู่ท่ามกลางฝูงชน รับรองได้ว่าเขาจะต้องปรี่มาหาลุงคนแรก เพราะสมจิตรติดใจมุขลุง มาเที่ยวถ้ำนี้ถึงสองครั้งสองคราด้วยกัน ลุงแป๊ะคุยโม้


“ถ้ำภูผาเพชรแห่งนี้ปัจจุบันติดอันดับ 3 ของโลก อันดับ 1 ทวีปเอเชีย และอันดับ 1 ในประเทศไทย เพราะมีทางเข้าออกได้ถึง 10 ทาง ข้างในถ้ำอยู่สบายมีอากาศถ่ายเทตลอด ตอนหลวงตาค้นพบท่านมีเพียงสายสิญจน์และเทียนไข สายสิญจน์เอามาวัดความลึก ส่วนเทียนไขเอามาจุดให้แสงสว่าง ถ้าไม่มีอากาศเทียนไขจะดับ แต่ปรากฏว่ามีอากาศตลอดถ้ำเทียนจึงไม่ดับ”


ลุงแป๊ะอธิบายอย่างผู้เชี่ยวชาญว่า จุดกำเนิดของถ้ำแห่งนี้เกิดจากอิทธิฤทธิ์ของเปลือกโลกขยับตัวทำให้ภูเขาสองลูกอยู่ใกล้กันวิ่งชนกัน สังเกตได้จากหินแกรนิตก้อนใหญ่ๆ ที่ร่วงอยู่ในถ้ำ กลายเป็นภูเขาลูกเดียว ข้างในเป็นโพรงกลายเป็นถ้ำขนาดใหญ่ เมื่อ 3,000 ล้านปีก่อน หินปูนต่างๆ ที่มาเกาะอยู่ตามหินแกรนิตมากับน้ำฝนกลายเป็นหินงอกหินย้อย ลุงเล่าเป็นฉากๆ เพราะได้เข้าฝึกอบรมกับนักวิชาการมาแล้ว พร้อมกับออกตัวว่า "จบแค่ ป. 4 จะไปรู้อะไร ลุงฟังพวก ดร.ที่เรียนปฐพีมาถึงอธิบายได้ขนาดนี้"
แต่ละห้องแต่ละจุด มักตั้งชื่อตามลักษณะ รูปร่างที่เห็น ดูว่าคล้ายอะไร เช่นคล้ายหัวพญานาค ลุงชี้ชวนให้ดู "มันคล้ายหัวพญานาค กำลังอ้าปากลิ้นโผล่ออกมา (โปรดใช้จินตนาการช่วย) เห็นไหมนั่น ต่อไปเป็นห้องม่านเพชร (มีใครคนหนึ่งยิงคำถามเล่นๆ ว่าเป็นเพชรจริงหรือเปล่า) ถ้าเป็นเพชรจริงเหรอ? ไม่เหลือถึงนักท่องเที่ยวเหรอ มันเสร็จเจ้าหน้าที่ไปนานแล้ว (หัวเราะ)"


ประกายเพชรที่ส่องระยิบระยับเหล่านี้ เกิดจากก๊าซคาร์บอนและแคลเซียม เจอกับความชื้นแล้วตกผลึกขึ้นมา ตามหลักวิทยาศาสตร์เรียกว่า แร่เกลียวใส ระหว่างทางมีการกระเซ้าเย้าแหย่กันระหว่างผู้นำชมกับลูกทัวร์ สนุกสนานเฮฮา บางครั้งลุงก็พูดคล้ายเป็นปรัชญา เช่น ความสวยงามระยิบระยับของถ้ำประกายเพชรนั้นเหมือนกับภาพลวงตา หินเกิดจากดิน ดินเองก็เกิดจากหิน น่าจะหมายถึงสสารไม่มีวันสูญหายไปจากโลก หรือความต่างที่เหมือนกัน เอ๊ะ! นี่เราคิดมากไปหรือเปล่า ลุงอาจจะไม่คิดไกลขนาดนั้น เอาน่า ไหนๆ เราก็ท่องอยู่ในโลกแห่งจินตนาการแล้ว ปล่อยใจให้สบาย จินตนาการตามที่ลุงชี้ชวนบ้าง ตามใจเราเองบ้าง มีความสุข ณ เวลาที่ดำเนินอยู่


เดินไปจนถึง โดมศิลาเพชร ตั้งตระหง่านสวยงามกลางห้องโถง แล้วก็เดินผ่านไปสู่ ประตูวิวาห์ ลุงว่าเข้าไปข้างในแล้วเจอกับสินสอดก็คือ "เพชร" ในห้องเพชรยังคงส่งประกายแวววาว ไม่ใช่มีแค่นี้นะ โน่น... (ลุงชี้มือพร้อมฉายไฟส่องไปที่ผนังถ้ำอันโอ่โถง) ยังมีอีกเยอะแยะ (โห โห) เสียงของลูกทัวร์อุทาน สร้างบรรยากาศแบบ two way communication คิดว่าน่าจะทำให้ทั้งผู้ชมและผู้นำชมมีความสุขร่วมกันได้


"ถ้ามาหน้าฝนจะไม่เห็นเพชรส่องประกายแบบนี้นะ เพราะจะมีน้ำตกลงมาจากผาม่านแห่งนี้ ที่เห็นเป็นแนวสีขาวด้านล่างพื้นเหวโน่น น้ำจะไปขังตรงนั้น น้ำหยดลงมาแล้วงอกเป็นหินงอก แต่ที่ไม่ได้หยดแล้วงอกก็มีนะ พวกนี้เกิดจากแรงดึงดูดของโลกและแรงดันอากาศข้างใน อีกแบบเกิดด้วยความชื้นและอากาศ คืออากาศจะพัดพาความชื้นเข้าไปนั่นเอง"


"มาทางนี้ครับ เราลงขวานะครับ ถึงสระบุรีแล้วเลี้ยวขวา (ฮา) เราไปห้องเห็ดกัน หินต่างๆ กลายเป็นเห็ด เป็นปะการัง เกิดจากความชื้นและอากาศ แม้แต่ห้องนี้ยังมีเพชรก๊าซคาร์บอน ฯลฯ คล้ายกับแร่ซิริก้าที่มีประโยชน์ แต่แร่นี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลยได้เป็นแค่ภาพลวงตาส่งประกายแวววาวสวยงามเท่านั้น ..."


หินงอกที่หน้าตาคล้ายปะการังบานจากพื้นถ้ำ ลุงชี้ชวนให้เห็นพัฒนาการของมัน ดูเหมือนวงจรชีวิตของมันจะอยู่ครบ เช่น อันที่เกิดมาแล้ว 4-5 ล้านปีจะบานลักษณะหนึ่งนานกว่านั้นรูปร่างจะแตกต่างออกไป แต่ทั้งหมดนี้ควรมองด้วยตาเปล่าเท่านั้น ห้ามจับ ลูบ คลำ เพราะจะเป็นการหยุดยั้งการเจริญเติบโตและพัฒนาการของหินงอกหินย้อย ควรเก็บไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไปจะดีกว่า


"ตอนลงบันไดระวังนะครับ เป็นห่วงฟันหน้าเอาไว้บ้าง" (ลุงมีมุกน่ารักเสมอ) ว่าแล้วก็เดินนำไปที่ห้อง หัวแหวนเพชร ลักษณะเป็นหัวกลมๆ ส่องประกายแวววาว จากนั้นไปถ่ายรูปต่อที่ปราสาท หรือวิมานเมฆ ด้านบนเป็นหินงอกที่มองแล้วพาให้เผลอคิดไปถึงปราสาทนอยชวานสไตน์ ในเยอรมนี (ขนาดนั้นเชียว)


“ถัดไปเป็น ห้องสายน้ำเพชร ห้องนี้หน้าแล้งจะเห็นเพชรส่องประกายแวววาว พอหน้าฝนเพชรจะไม่ส่องประกาย จะแทนที่ด้วยน้ำขัง ส่วนที่เป็นเม็ดๆ ตรงพื้นก็คือ ไข่มุกถ้ำ ทฤษฎีของวิทยาศาสตร์ มันไม่ใช่ไข่มุกจริงๆ หรอก ถ้าเป็นไข่มุกจริงคุณไม่ได้เห็นแน่ เสร็จเจ้าหน้าที่อีกตามเคย (ฮา)”


ในถ้ำมีจินตนาการมากมาย ทั้งฤๅษีนั่งสมาธิ เจ้าแม่กวนอิมยืนอุ้มเด็ก และที่เหมือนมากๆ ก็คือ พระพุทธรูป ที่มีตาจมูกปากหันหน้าสู่โดมศิลาเพชร มีหินรูปร่างคล้ายกรดพระธุดงค์ มีเวทีคอนเสิร์ต ในถ้ำนี้มีตาน้ำแต่แห้งไปแล้วเมื่อ 3,000 ปีก่อน และยังค้นพบกระดูกของมนุษย์ยุคหินที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่ด้วย


“เท่าที่ดูน่าจะเป็นส่วนหัวของมนุษย์ยุคหิน เพราะมีช่องอากาศในกะโหลก น่าจะเป็นยุคกลาง ตอนนั้นพวกเขามีของใช้แล้ว เช่น ถ้วย เพราะมนุษย์ยุคนั้นสามารถเอาแร่สัมฤทธิ์มาผลิตใช้แล้ว คิดว่าพวกเขาหากินแล้วกลับมานอนที่ถ้ำแห่งนี้อย่างเดียว ความรู้เหล่านี้ก็ได้ศึกษากับอาจารย์แหละ ลำพังลุงไม่รู้อะไรแบบนี้หรอก” ลุงออกตัวอีกแล้ว


ในความเห็นของเรา ห้องที่ยกให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์และสวยงามที่สุด ก็คือ ห้องพญานาค ความจริงแล้วเป็นขอบน้ำแนวยาวคล้ายพญานาคกำลังเลื้อยไปรอบๆ ห้อง มีหินไข่มุกเรียงรายเป็นตะปุ่มตะป่ำ คอยนวดฝ่าเท้า ลุงว่านี่คือทางน้ำ เพราะน้ำจากห้องพญานาคจะไหลลงไปเป็นน้ำตก จุดที่เราผ่านมาเมื่อครู่ จุดนี้เพดานถ้ำจะต่ำกว่าจุดอื่นๆ แต่อากาศกลับเย็นสบาย ตั้งชื่อว่าห้องพญานาคเพราะลักษณะเป็นเกล็ดคล้ายเกล็ดพญานาค ลุงว่าถ้าตั้งชื่อว่าห้องระดับน้ำก็คงเชยระเบิดใช่ไหมล่ะ (ฮาอีกแล้วครับพี่น้อง) เหมือนพญานาคเลื้อยอยู่ดีกว่า เก๋กว่าเยอะ


จากนั้นเราจึงเดินต่อไปยังต้นน้ำ ที่มาของน้ำตกในถ้ำ พบว่ามาจากหน้าผาชั้นที่ 3 และ 4 แต่ที่เรายืนอยู่คือชั้นที่ 2 ทว่าข้างบนตอนนี้ไม่มีน้ำแล้ว เนื่องจากตาน้ำตันหลังจากพบถ้ำแห่งนี้ กรมธรณีวิทยาเข้าก็มาพิสูจน์พบว่า น้ำตรงนี้ได้แห้งไปตั้งแต่เมื่อ 3,000 กว่าปีดังว่า


สุดทางของห้องพญานาค ลุงพาไปพิสูจน์ความมืดว่า ขนาดกลางวันยังมืดกว่ากลางคืนหลายร้อยเท่า จากนั้นพวกเราก็เดินตามรอยน้ำออกจากห้องพญานาค จินตนาการกันต่อเมื่อแวะทักทายหินงอกหินย้อยที่มองแล้วเหมือนไอศกรีม ลุงอาจจะหิวแล้วก็เป็นได้ สิ่งที่มากับน้ำคือตะกอนและดินจากนั้นลุงก็อธิบายถึง ไข่มุกถ้ำ ที่มีลักษณะเป็นตุ่มๆ ว่ามันคือตะกอน สมัยก่อนเป็นพื้นเรียบธรรมดา พอโดนอากาศชื้นประกอบกับนักท่องเที่ยวเดินย่ำทำให้ดินติดรองเท้าไป ส่วนที่เหลือคือตะกอน ขนานนามให้ว่าไข่มุกเพราะเป็นเม็ดกลมๆ นั่นเอง
ระหว่างทางที่เดินกลับออกจากถ้ำเราสวนทางกับนักท่องเที่ยวอีกกลุ่ม แว่วเสียงลุงอีกคนที่ดูเหมือนจะอายุมากกว่าลุงแป๊ะด้วยซ้ำ กำลังชี้ชวนให้ลูกทัวร์ดูหินแกรนิตที่ร่วงลงมากองที่พื้นทรงสามเหลี่ยมพลางพูดว่า ‘นี่คือหินพีระมิด’ นักท่องเที่ยวตื่นเต้นร้อง wow เหมือนจริงๆ ด้วยค่ะลุง ...ทำให้เรารู้สึกว่า ถ้ำภูผาเพชรแห่งนี้มากี่ทีคงไม่เบื่อ ถ้าเราเปลี่ยนมัคคุเทศก์ไปเรื่อยๆ ความสนุกคงอยู่ตรงจินตนาการที่แตกต่างกันไป เราคงต้องมาเยือนถ้ำแห่งนี้อีกสักครั้งเพื่อค้นพบจินตนาการใหม่ๆ จากถ้ำแห่งนี้
สะการิยา อุมาจิ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือครูหยา เล่าว่า ๐สถานภาพสตูลยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือนานาชาติ แต่นักท่องเที่ยวท้องถิ่นและสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะมาเที่ยวที่นี่ทั้งหมด อนาคตเราจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้รองรับนักท่องเที่ยวได้กว้างขึ้น ถ้ำภูผาเพชร การล่องแก่ง ถ้ำเจ็ดคด และน้ำตกวังสายทอง เป็นจุดขายอันดับต้นๆ ของจังหวัดสตูล นอกจากทะเล แถวหลีเป๊ะ อาดัง"


ว่าแล้วเราก็ได้ไปพิสูจน์แหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของสตูลตามที่รองนายก อบต.แนะนำ ไปล่องแก่งกันที่ คลองลำโลน ผจญภัยกับสายน้ำเคี้ยวคด ทั้งที่พายเรือไม่เป็น แถมยังจับคู่กับคนที่ไม่เป็นยิ่งกว่า พายงัดกันสองคนเข้าซ้ายออกขวาสำรวจทุกตลิ่ง กว่าจะถึงจุดหมายในระยะทาง 8 กิโลเมตร ทำเอาระบมไปทั้งหัว ไหล่ เข่าและเท้า กันไปเลยทีเดียว เป็นการพายเรือที่สนุกที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ กว่าจะถึงฝั่งกันทั่วหน้าพระอาทิตย์ก็จวนอัสดงเต็มที โปรแกรมสาวน้อยตกน้ำที่ "น้ำตกวังสายทอง" ก็เลยเป็นหมัน


แต่ไม่เป็นไร หมายมั่นปั้นมือไว้แล้วว่า คราวหน้าค่อยพบกันใหม่...สตูล

..............

การเดินทาง




จากกรุงเทพ ถ้าขับรถเองใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดประจวบฯ ชุมพร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง เข้าอำเภอรัตภูมิ จ.สงขลา ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 แล้วแยกขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 406 ถึงจังหวัดสตูล รวมระยะทาง 973 กิโลเมตร

เดินทางโดยรถไฟ ใช้ขบวนสุไหงโกลก ลงที่สถานีหาดใหญ่ แล้วต่อรถโดยสารเข้าสตูลระยะทาง 98 กิโลเมตร ตรวจสอบได้ที่ www.railway.co.th หรือจะใช้บริการรถโดยสารปรับอากาศ มีรถออกทุกวัน ที่สถานีขนส่งสายใต้ ถนนพระบรมราชชนนี www.transport.co.th


แต่ถ้าต้องการความสะดวกสบาย แนะนำสายการบินนกแอร์ กรุงเทพฯ-ตรัง จากนั้นต่อรถไปจังหวัดสตูลใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเศษ สำรองที่นั่งสายการบินนกแอร์ ได้ที่ www.nokair.com หรือ Call Center 1318 ชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสพลัส ใน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ

ข้อมูลข่าวและที่มา
นสพ.กรุงเทพธุรกิจ : http://www.bangkokbiznews.com
วันที่ข่าว : 15 พฤษภาคม 2553
Ligor no está en línea   Reply With Quote
Old June 16th, 2010, 07:10 AM   #40
w-140s500l
Nine Nine
 
w-140s500l's Avatar
 
Join Date: Jun 2009
Posts: 3,108
Likes (Received): 308

ข่าวสตูล - ปรุงโฉมการท่องเที่ยวช่วงโลซีซั่น พัฒนา รีสอร์ท รับตะวันออกกลาง นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวมั่นใจปี 54,55 นักท่องเที่ยวต่างประเทศไหลลงสตูล


ดร.สุเมธ ชัยเลิศวนิชกุล ผวจ.สตูล กล่าวว่า จากการที่การท่องเที่ยวและกีฬานันทนาการ ได้นำคณะของผู้ว่าฯสตูล เดินทางไปดูงานที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเหรต ทำให้ขณะนี้ ทางเมืองดูไบ มีความสนใจที่จะเดินทางมายัง จ.สตูล ในช่วงเทศกาลปี 54 ตั้งแต่เดือน พ.ย. - พ.ค. ทำให้ผู้ว่าฯสตูล และภาคเอกชนทางการท่องเที่ยวได้มีการประชุมหารือที่จะทำการรองรับการท่องเที่ยว จากตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ทางตะวันออกกลางจะเดินทางมาเป็นครอบครัวใหญ่ ฉะนันจำเป็นที่จะต้องเร่งปรับปรุงรีสอร์ทต่าง ๆ ในพื้นที่ อ.ควนกาหลง อ. มะนัง รวมถึงรีสอร์ทบนเกาะหลีเป๊ะ ให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางได้


โดยได้มีการผุดรีสอร์ทขึ้นใหม่ ในระดับ 4 ดาว และ 5 ดาว ในพื้นที่อ.ควนกาหลง และพื้นที่บนเกาะหลีเป๊ะ โดยผู้ว่าฯสตูลใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์จะเดินทางไปตรวจและเยี่ยมเยือนรีสอร์ทต่าง ๆ ทั่วทั้ง จ.สตูล ว่าได้มาตรฐานที่จะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางได้หรือไม่ นอกจากนี้ทาง ผอ.การท่องเที่ยวจากเมืองดูไบ จะนำสื่อมวลชน จากเมืองดูไบเดินทางมายัง จ.สตูล ล่วงหน้า เพื่อหาข้อมูลไปตีแผ่ ให้เมืองดูไบได้รับทราบของเท็จจริงถึงการท่องเที่ยวของ จ.สตูล


นอกจากนี่ยังมีประเทศในคาบสมุทรสแกนดินีเวีย ยุโรป และอเมริการ จีน โดยเฉพาะ จากประเทศจอร์แดนในขณะนี้ได้มีนักธุรกิจได้เดินทางมาทำธุรกิจนากุ้งในพื้นที่ จ.สตูล เป็นจำนวนมากและสามารถส่งสินค้า ดังกล่าว กลับไปยังประเทศจอแดน จนทำให้ภาคการลงทุน และการท่องเที่ยวของ จ.สตูลเป็นไปอย่างคึกคักและต่อเนื่องซึ่งถือได้ว่าในช่วงเทศกาลปีหน้า ปี 54 นี้ จะมีนักท่องเที่ยวไหลจากภูเก็ต พังงา กระบี่ เข้ามายัง จ.สตูล มากยิ่งขึ้นเนื่องจากได้มีภาคเอกชน ได้เดินเรือระหว่างภูเก็ต - กระบี่ -ตรัง มายัง เกาะหลีเป๊ะ และการท่องเที่ยวของ จ.สตูลย่อมจะขยายตัวมากยิ่งขึ้นโดยมีนักลงทุนในท้องถิ่น ได้ขยายโรงแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์ให้มีระดับมาตรายิ่งขึ้นเชื่อว่าบรรยากาศในปี 54,55 การท่องเที่ยวของ จ.สตูล จะมีอนาคตที่ดี


นางโรสนีย์ ยกชม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.สตูล กล่าวว่าในช่วงโลซีซั่นทางจังหวัดสตูล และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวได้ทำการปรับปรุงโรงแรมรีสอร์ทและโอมสเตย์ให้ได้มาตรฐานยิ่งขึ้นเพื่อเป็นการรองรับนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางโดยเฉพาะเมืองดูไบ และจอแดน ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวยัง จ.สตูล และเข้าร่วมลงทุนทำธุรกิจในพื้นที่ จ.สตูล มากยิ่งขึ้นทั้งนี้ในช่วงโลซีซั่นได้มีนักท่องเที่ยวหลังไหลเข้ามายัง อ.ควนกาหลง และอ.มะนัง ซึ่งมีรีสอร์ทอยู่เป็นจำนวนมากถึง 50 รีสอร์ท โดยมีนักท่องเที่ยวจาก 3 จังหวัดและจากพื้นที่ ภาคใต้รวมทั้งจากกทม.อีกจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางมาพักผ่อน ยัง พื้นที่ จ.สตูล ทั้ง 2 อำเภอ


และทางผู้ว่าฯ ได้มีการปรับปรุง และผลักดันให้ผุดรีสอร์ทในพื้นที่ อ.ละงู และ อ.ทุ่งหว้าเพิ่มขึ้นรวมทั้งเปิดการท่องเที่ยว ขยายพื้นที่การท่องเที่ยว ให้มากยิ่งขึ้น ส่วนในเรื่องของความปลอดภัยนั้นทางจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจ ผกก.ทุก สภ. รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองนายอำเภอทุ่งอำเภอ ได้รับคำสั่งจาก ผวจ.ให้เน้นความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวรวมทั้งขณะนี้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมายังเกาะลังกาวีเป็นจำนวนมากทุกศุกร์- อาทิตย์ ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวของ จ.สตูล ยังคึกคักอย่างต่อเนื่องซึ่งนักท่องเที่ยวและนักลง ทุนต่างมั่นใจในผู้บริหารของ จ.สตูล และภาคเอกชน ที่ทำภารกิจในการพัฒนา จ.สตูล เป็นไปได้อย่างสดใส และปลอดภัยที่สุด
w-140s500l no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 11:03 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2020, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us