Rayong | Map Ta Phut Port 3rd phase - Page 3 - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Infrastructure and Transportation


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old November 3rd, 2018, 09:47 AM   #41
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 26,023
Likes (Received): 6082

กนอ.เปิดขายซองTOR ท่าเรือฯมาบตาพุดเฟส3 เริ่ม 9-21 พ.ย. นี้ รับลงทุน“อีอีซี
เผยแพร่: 3 พ.ย. 2561 10:59 โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กนอ. เดินหน้าเปิดประมูลโครงการท่าเรือฯมาบตาพุดระยะ 3 หลังครม.อนุมัติ เป็น1ใน5เมกกะโปรเจ็กต์เร่งด่วนพัฒนาพื้นที่อีอีซี กำหนดประกาศเชิญชวนเอกชน 2 พ.ย. พร้อมเปิดขายซองทีโออาร์ 9-21 พ.ย.2561 แจงข้อกำหนดในเงื่อนไขประมูลกับภาคเอกชนที่สนใจเข้ารับฟัง 27-28 พ.ย. 2561

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการประชุมเมื่อวันที่ 30 ต.ค.2561 ที่ผ่านมาได้มีการอนุมัติโครงการลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน(PPP) ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) 4 โครงการในวงเงิน 4.7 แสนล้านบาท โดยกำหนดให้ออกเงื่อนไขการลงทุน (TOR) และเปิดขายซองภายในเดือน พ.ย. นี้ กนอ.ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 ซึ่งเป็น 1 ในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลักในอีอีซี โดยได้ประกาศเชิญชวนเอกชนเมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา และจะเริ่มเปิดขายซอง TOR ดังกล่าวได้ตั้งแต่วันที่ 9-21 พ.ย.2561 จากนั้นจะเปิดให้ภาคเอกชนที่ซื้อซองประกวดราคาเข้ารับฟังเงื่อนไขรายละเอียดของข้อกำหนดในวันที่ 27-28 พ.ย.2561 และจะมีการพิจารณาเพื่อคัดเลือกบริษัทเอกชนที่ชนะการประมูล คาดว่าจะได้ผู้ชนะการประมูลในราวเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2562

ทั้งนี้ โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 นับเป็น 1 ใน 5 โครงการเร่งด่วนสำคัญ เพื่อรองรับการลงทุนในอีอีซี ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และเขตจังหวัดอื่นที่มีพื้นที่ต่อเนื่องกับ 3 จังหวัดดังกล่าว มีมูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้น ประมาณ 55,400 ล้านบาท แบ่งเป็นภาครัฐ 12,900 ล้านบาท และภาคเอกชน 42,500 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขนส่งทางนํ้า สนับสนุนภาคอุตสาหกรรม โดยจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถและเพิ่มความจุในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลว รวมทั้งขยายการให้บริการท่าเทียบเรือสาธารณะเพิ่มขึ้น

สำหรับแผนการพัฒนาโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ช่วง ดังนี้

ช่วงแรก กนอ.จะร่วมลงทุนกับภาคเอกชนในส่วนของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และให้เอกชนที่ร่วมลงทุนได้สิทธิในการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือ (Superstructure) ประมาณ 200 ไร่ รวมมูลค่าลงทุนประมาณ 47,900 ล่านบาท แบ่งเป็น กนอ.ร่วมลงทุนเป็นมูลค่าปัจจุบันสุทธิไม่เกิน 12,900 ล้านบาท และ ภาคเอกชน 35,000 ล้านบาท ได้แก่ การขุดลอกและถมทะเล พื้นที่ 1,000 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ 550 ไร่ และพื้นที่เก็บกักตะกอน 450 ไร่ การขุดลอกร่องนํ้าและแอ่งกลับเรือ การก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น การก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน การติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมการเดินเรือ ท่าเทียบเรือบริการ และท่าเรือก๊าซ รองรับปริมาณการขนถ่ายก๊าซได้ 10 ล้านตันต่อปี คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2568

ช่วงที่ 2 จะเป็นการลงทุนก่อสร้างท่าเรือ (Superstructure) โดยให้เอกชนลงทุนพัฒนาท่าเทียบเรือสินค้าเหลว รองรับปริมาณขนถ่ายสินค้าเหลวได้ 4 ล้านตันต่อปี คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2566 และเปิดให้บริการได้ภายในปี 2568 ซึ่งจะใช้เงินลงทุนประมาณ 4,300 ล้านบาท และงานก่อสร้างพื้นที่หลังท่า จำนวน 150 ไร่ เงินลงทุน 3,200 ล้านบาท เพื่อรองรับธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

“ท่าเรือฯมาบตาพุดระยะ 3 จะเป็นท่าเรือที่สามารถรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลวได้เพิ่มอีก 15 ล้านตันต่อปี ซึ่งนับเป็นท่าเรือสาธารณะที่จะสามารถรองรับการขนถ่ายวัตถุดิบเหลวที่จะรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ (LNG) และสินค้าเหลวสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในอนาคตซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานสำคัญที่จะมีส่วนยกระดับเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนตามแนวทางการพัฒนายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” นางสาวสมจิณณ์ กล่าว

นักลงทุนที่สนใจร่วมพัฒนาโครงการการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-253-0561 ต่อ 6410,1422, 6403/ www.ieat.go.th หรือสามารถดูรายละเอียด ทีโออาร์ได้ที่ QR code

https://mgronline.com/business/detail/9610000109769
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old November 10th, 2018, 05:35 PM   #42
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 26,023
Likes (Received): 6082

3 นักลงทุนรายใหญ่ไทย ซื้อซอง TOR ท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 แล้ววันแรก
วันที่ 9 November 2018 - 19:19 น.

กนอ.เปิดขายทีโออาร์ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1)วันแรก นักลงทุนให้การตอบรับคึกคัก สิ้นสุดการขาย 21 พ.ย. นี้ มั่นใจได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทย-เทศร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในพื้นที่ อีอีซี

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. เปิดเผยว่า ในวันนี้ (9 พ.ย.) กนอ.ได้เริ่มเปิดขายซองประกวดราคาโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะ 3 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะเปิดขายจนถึงวันที่ 21 พ.ย.2561 บรรยากาศวันแรกของการเปิดขายภาคเอกชนได้ให้ความสนใจและเริ่มทยอยเข้ามาซื้อซองอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเข้าร่วมพัฒนาโครงการดังกล่าวนี้ ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลที่มีมูลค่าการลงทุนสูงกว่า 50,000 ล้านบาท และยังเป็นกลไกสำคัญในการ พัฒนาเศรษฐกิจให้กับประเทศและขับเคลื่อนการลงทุนมายังพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี



“ภายหลังจากที่ประกาศอย่างเป็นทางการในขั้นตอนการเชิญชวนภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่าบริษัทเอกชน เข้ามาติดต่อสอบถามรายละเอียดในการจัดเตรียมเอกสารเพื่อเข้าซื้อซอง ทั้งบริษัทจากไทย ญี่ปุ่น และจีน อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีของกลุ่มนักลงทุนไทยและต่างประเทศ”นางสาวสมจิณณ์ กล่าว

ทั้งนี้แผนการพัฒนาท่าเรือฯ มาบตาพุด ระยะ 3 คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2562-2568 โดยใน 3 ปีแรกจะเริ่มงานถมทะเล และก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค และที่เหลืออีก 2 ปี เป็นการพัฒนาส่วนท่าเรือสาธารณะ การขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ (LNG) รองรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในอนาคต

สำหรับระยะเวลาการเปิดขายซองประกวดราคา โครงการท่าเรือฯมาบตาพุดระยะ 3 เริ่มตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่ 21 พ.ย.2561 ที่ สำนักงานใหญ่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับวันนี้ซึ่งได้เปิดขายซองเป็นวันแรกมีนักลงทุนซื้อซอง 3 ราย ซึ่งเป็นนักลงทุนรายใหญ่ของไทยทั้งหมด

https://www.prachachat.net/breaking-news/news-248102
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old November 22nd, 2018, 10:53 AM   #43
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 26,023
Likes (Received): 6082

กนอ.โชว์รายชื่อ 18 รายซื้อซองชิงพัฒนาท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3
เผยแพร่: 22 พ.ย. 2561 15:21 ปรับปรุง: 22 พ.ย. 2561 16:30 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

กนอ.เผยโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ 3 (ช่วงที่ 1) ปิดขายซองวานนี้ (21 พ.ย. 61) เอกชนไทย-เทศ 18 บริษัทในกลุ่มธุรกิจพลังงาน โรงไฟฟ้า-ปิโตรเคมี และอสังหาฯ ลงสนามแข่งชิงพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในอีอีซี กนอ.เตรียมเปิดชี้แจงทำความเข้าใจก่อนพาคณะเอกชนทัวร์ดูพื้นที่ก่อสร้างจริงวันที่ 27 พ.ย.นี้

น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะ 3 เป็นหนึ่งใน 5 โครงการหลักของรัฐบาลในการเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ที่จะเริ่มมีการพัฒนาก่อสร้างในปี 2563 โดยโครงการดังกล่าว กนอ.ได้เริ่มเปิดขายเอกสารการคัดเลือก Request for Proposal (RFP) ตั้งแต่วันที่ 9-21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งการเปิดขายซองทีโออาร์ เป็นตามแผนที่กำหนดไว้ โดยมีผู้สนใจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์ ที่สนใจมาซื้อซอง รวมทั้งสิ้น 18 ราย ประกอบด้วย

1. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
2. บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
3. บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
4. บริษัท ซีเอชอีซี (ไทย) จำกัด
5. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
6. บริษัท China Harbour Engineering Co.,Ltd.
7. บริษัท Tokyo Gas Co.,Ltd.
8. บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด
9. บริษัท ชิโนไฮโดร คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด
10. บริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด
11. บริษัท Mitsui & Co., Ltd.
12. บริษัท ไชน่า คอมมูนิเคชั่น คอนสตรัคชั่น จำกัด
13. บริษัท China Railway Construction Corporation Limite
14. บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)
15. บริษัท Boskalis International B.V.
16. บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
17. บริษัท Vopak LNG Holding B.V.
18. บริษัท สหการวิศวกร จำกัด

โดยวันอังคารที่ 27 พฤศจิกายนนี้ กนอ.จะมีการจัดประชุมชี้แจงให้กับผู้ซื้อซองทั้งหมด 18 บริษัทเพื่อทำความเข้าใจในข้อกำหนด เงื่อนไข และหลักเกณฑ์ พร้อมตอบข้อซักถามรายละเอียดต่างๆ ณ สำนักงานใหญ่ กนอ. และในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 จะนำคณะภาคเอกชนดูพื้นที่โครงการท่าเรือฯมาบตาพุดระยะ 3 ที่จังหวัดระยอง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเขียนข้อเสนอทางเทคนิค ภายใต้ทีโออาร์ที่กำหนดไว้

กนอ.ได้กำหนดให้มีการยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคและราคา ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 และคาดว่าการพิจารณาคัดเลือกเอกชนดำเนินการพัฒนาโครงการท่าเรือฯมาบตาพุด ระยะ 3 จะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

สำหรับแผนการพัฒนาท่าเรือฯ มาบตาพุด ระยะ 3 คาดว่าจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2563-2567 โดยใน 3 ปีแรก จะเริ่มงานโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ได้แก่ งานถมทะเล งานขุดลอกร่องน้ำเดินเรือ งานก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น เป็นต้น และก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค และส่วนที่เหลือจะเป็นการก่อสร้างส่วนท่าเทียบเรือบนพื้นที่ถมทะเล (Superstructure) โดยการพัฒนาท่าเทียบเรือวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการขนถ่ายสินค้า ได้แก่ การก่อสร้างท่าเทียบ เรือสินค้าเหลว ท่าเทียบเรือก๊าซ ท่าเทียบเรือบริการ และคลังสินค้า เป็นต้นหากก่อสร้างแล้วเสร็จคาดว่าจะสามารถรองรับการขนถ่ายสินค้าเหลวได้ประมาณ 15 ล้านตันต่อปีในอีก 30 ปีข้างหน้า

https://mgronline.com/business/detail/9610000116673
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old November 27th, 2018, 06:34 PM   #44
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 92,826
Likes (Received): 5648

เริ่มชี้แจง TOR “ท่าเรือมาบตาพุด ระยะ3” 18 นักลงทุนซัก “กนอ.” ตอบข้อกังวลดีมานด์ LNG

วันที่ 27 November 2018 - 11:17 น.

กนอ.เปิดชี้แจงรายละเอียด TOR เอกชนไทย-เทศ 18 ราย เพื่อเตรียมจัดทำข้อเสนอ “ท่าเรือมาบตาพุด ระยะ 3” ก่อนลงพื้นที่ 28 พ.ย.นี้

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในวันนี้ (27 พ.ย.2561) กนอ.ได้จัดประชุมชี้แจงโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) เพื่อให้ภาคเอกชนที่ซื้อซองเอกสารการคัดเลือก Request for Proposal (RFP) รับทราบข้อมูลรายละเอียดและสาระสำคัญของโครงการฯ รวมทั้งหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุน พร้อมตอบข้อซักถามของเอกชน ทั้ง 18 ราย ประกอบด้วยนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เพื่อการจัดทำข้อเสนออย่างสมบูรณ์แบบ ตามเงื่อนไขและระเบียบของกระบวนการ ขั้นตอนประมูลในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ Public Private Partnership (PPP) Net Cost โดยทาง กนอ. จะเปิดรับซองข้อเสนอด้านเทคนิคและราคา ในวันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 และจะลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนที่ได้รับการคัดเลือกภายในเดือนมีนาคม 2562 ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ieat.go.th



ทั้งนี้ โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ เพื่อเป็นการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในอนาคต โดยพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ประกอบด้วย

พื้นที่ถมทะเลหลังท่า เพื่อใช้งานประมาณ 550 ไร่ และพื้นที่บ่อเก็บตะกอนดินเลนระหว่างก่อสร้างประมาณ 450 ไร่ ความยาวหน้าท่ารวมกันประมาณ 2,200 เมตร โดยโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) มีขอบเขต คือ (1) งานโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และ (2) งานส่วนท่าเรือ (Superstructure) และ การประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องบนพื้นที่ถมทะเล โดยแบ่งระยะเวลาการพัฒนาโครงการออกเป็น 3 ระยะ คือ

(1) งานโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) การออกแบบและก่อสร้างจะใช้เวลาไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน

(2) งานท่าเรือก๊าซ (Superstructure) การออกแบบและก่อสร้างส่วนที่ 1 เพื่อรองรับปริมาณไม่น้อยกว่า 5 ล้านตันต่อปี จะใช้เวลาไม่เกิน 2 ปี นับจากวันที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งให้เริ่มงานระยะที่ 2

(3) การประกอบกิจการท่าเรือก๊าซรวมถึงเป็นผู้จ่ายค่าสิทธิการร่วมลงทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามสัญญาร่วมลงทุน กับ กนอ.เป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 ปี นับจากวันที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งให้เริ่มงานระยะที่ 3

ทั้งนี้นับเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่เอกชนทั้ง 18 ราย ได้ให้ความสนใจร่วมลงทุนโครงการดังกล่าว ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ EEC Project List ในการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก และเป็นโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล โดยการพัฒนาท่าเรือฯนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและความจุในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติของท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งหากก่อสร้างแล้วเสร็จคาดว่าจะสามารถรองรับการขนถ่ายสินค้าเหลวได้ประมาณ 15 ล้านตันต่อปีในอีก 30 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตามในส่วนของนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงมีข้อกังวลเรื่องของปริมาณความต้องการ LNG ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งยังคงมีความไม่แน่ใจว่าระยะเวลาที่กำหนดให้สร้าง LNG เทอมินัลนั้น จะคุ้มกับดีมานด์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ ขณะที่ระยะเวลาการก่อสร้างช่วงแรก 3 ปี และอีก 2 ปีถัดไปที่ต้องมีปริมาณนำเข้าก๊าซ LNG ที่ 5 ล้านตันนั้นเป็นไปได้ยาก

https://www.prachachat.net/economy/news-256495
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old November 28th, 2018, 05:41 PM   #45
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 92,826
Likes (Received): 5648

ข้องใจTORท่าเรือมาบตาพุด บังคับนำเข้าLNG-ขอเคลียร์กระทรวงพลังงาน

วันที่ 28 November 2018 - 14:15 น.

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
กนอ.ไขข้อกังวล 18 นักลงทุนซื้อซองท่าเรือมาบตาพุด ระยะ 3 หวั่นข้อกำหนดขั้นต่ำต้องนำเข้าก๊าซ LNG 5 ล้านตัน ภายในปี 2567 แถมผลตอบแทนทางการเงินยังน้อยกว่าโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน

น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวภายหลังการประชุมชี้แจง โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) หลังจากที่เปิดขายซองTOR ในกลางเดือนที่ผ่านมานี้ ปรากฏมีนักลงทุนสนใจเข้ามาซื้อซองทั้งหมด 18 ราย ซึ่งได้เข้าร่วมรับฟังการชี้แจงครั้งนี้ด้วย

และเพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดเสรีกิจการก๊าซธรรมชาติเหลว LNG ตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน ล่าสุด นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้ทำหนังสือไปยังกระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อขอรับการสนับสนุนจากกระทรวงพลังงาน ในการดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 กับผู้รับสัมปทาน โดยให้เอกชนร่วมดำเนินงานในกิจการของรัฐรูปแบบ PPP เรียบร้อยแล้ว



ทั้งนี้ โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) อยู่ภายใต้ EEC Project List ตั้งอยู่บน พื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ เป็นการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและความจุในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ (LNG) ของท่าเรือ
อุตสาหกรรมมาบตาพุด ที่จะรองรับการขนถ่ายสินค้าเหลวได้ประมาณ 15 ล้านตันต่อปี ในอีก 30 ปีข้างหน้า

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานจากที่ประชุมเข้ามาว่า ตัวแทนจากบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)-บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)-บริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล และบริษัท ซีเอชอีซี (ไทย) ต่างแสดงความกังวลเรื่องปริมาณความต้องการ LNG ที่ยังคงไม่แน่ใจว่า ระยะเวลาที่กำหนดให้สร้าง LNG Terminal 2 ปีนั้น “สั้นเกินไปหรือไม่” เนื่องจากมีข้อกำหนดที่ต้องมีปริมาณนำเข้าก๊าซ LNG ที่ 5 ล้านตัน และทำไมจะต้องเริ่มขำเข้าก๊าซ LNG ในปริมาณที่ 5 ล้านตันในทันที

ขณะที่ข้อกำหนดการพัฒนาธุรกิจและบริหารจัดการท่าเรือก๊าซมีผลการศึกษาคาดการณ์ปริมาณการขั้นต่ำก๊าซ LNG ในปี 2574 จะอยู่ที่ 1.77 ล้านตัน/ปี และหากทั้ง 2 กรณีมี LNG ไม่ถึง จะมีแนวทางดำเนินการอย่างไร จะเสียค่าปรับหรือไม่ และยังคงกังวลเรื่องของผลตอบแทนอัตราคิดลดทางการเงิน 2.5% “ที่น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่คิดอัตราที่ 6%” ภาพรวมทั้งหมดในทางเทคนิคถือว่า “ยาก และจะมีผลต่อการกู้เงินที่จะยากยิ่งกว่า”

ซึ่งทาง กนอ.ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การที่กำหนดให้ต้องเริ่มนำเข้า LNG ในปริมาณที่ 5 ล้านตัน ในทันทีในปี 2567 เนื่องจากต้องการให้มีกิจกรรมโดยไม่ใช่ก่อสร้างแล้วทิ้งโครงการไว้ ซึ่งในระหว่างก่อสร้างได้เปิดให้มีเวลาหาตลาดด้วยเช่นกัน

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อซอง 18 บริษัท ประกอบด้วย กลุ่มนักลงทุนไทย 10 ราย 1) บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล 2)บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ 3) บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น 4) บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ 5) บมจ. พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล 6) บริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล 7) บมจ. ผลิตไฟฟ้า 8) บมจ. ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง 9) บริษัท ซีเอชอีซี (ไทย) และ 10) บริษัท สหการวิศวกร

กลุ่มนักลงทุนจีน 4 ราย 1) China Railway Construction Corporation 2) China Harbour Engineering 3) บริษัทชิโนไฮโดร คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด และ 4) บริษัทไชน่า คอมมูนิเคชั่น คอนสตรัคชั่น กลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่น 2 ราย 1) บริษัท Mitsui & Co., Ltd. กับ 2) บริษัท Tokyo Gas Co.,Ltd. และกลุ่มนักลงทุน
เนเธอร์แลนด์ 2 ราย 1) บริษัท Boskalis International B.V. กับ 2) บริษัท Vopak LNG Holding B.V.

https://www.prachachat.net/economy/news-257147
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 5th, 2018, 06:48 PM   #46
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 92,826
Likes (Received): 5648

กลุ่มปตท.เต็งมาบตาพุดเฟส 3 กัลฟ์ฯส่อแววชวดขาดประสบการณ์บริหารท่าเรือ

กลุ่มปตท.ผนึก 3 บริษัท ชิงประมูลท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 ยันมีความพร้อมไม่กังวลจุดคุ้มทุนในระยะสั้น แต่มองความมั่นคงพลังงานของประเทศเป็นหลัก ลุ้น 3 บริษัทไฟฟ้า กัลฟ์ เอ็กโก และราชบุรีโฮลดิ้ง อาจตกคุณสมบัติด้านมีประสบการณ์บริหารท่าเรืออุตสาหกรรมและพาณิชย์

แหล่งข่าวจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากจำนวนเอกชนที่ซื้อซองเอกสารการประมูลโครงการท่าเรือมาบตาพุดระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) จำนวน 18 ราย แบ่งเป็น เอกชนไทย 10 รายเอกชนจีน 4 ราย เอกชนญี่ปุ่น 2รายและเอกชนเนเธอร์แลนด์ 2รายนั้น หากประเมินจากด้านประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอการประมูลที่กำหนดไว้ในทีโออาร์ว่าจะต้องมีประสบ การณ์ด้านการบริหารจัดการท่าเรืออุตสาหกรรม ต้องมีปริมาณสินค้าผ่านท่าเรือไม่น้อยกว่า 1 ล้านตันต่อปี หรือต้องมีประสบการณ์การบริหารจัดการท่าเรือพาณิชย์ มีปริมาณสินค้าผ่านท่าเรือไม่น้อยกว่า 1 แสนทีอียูต่อปี จะทำให้เหลือผู้มีสิทธิ์ยื่นข้อเสนอประมูลเพียง 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมีคอล จำกัด(มหาชน)หรือจีซี บริษัท พีทีทีแทงค์เทอร์มินัล จำกัด และบริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด ซึ่งทั้ง 3บริษัทนี้ดำเนินงานอยู่ในท่าเรือมาบตาพุดระยะที่ 1-2 อยู่แล้ว



กลุ่มที่ 2 จะเป็นของนักลงทุนจากจีน 4 ราย ได้แก่ บริษัท China Railway Construction Corporation Limite บริษัท China Harbour Engineering Co.,Ltd. บริษัท ชิโนไฮโดร คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ดฯและ บริษัท ไชน่า คอมมูนิเคชั่น คอนสตรัคชั่น จำกัด เนื่องจากเป็นกลุ่มบริษัทที่มีความใกล้ชิดกัน กลุ่มที่ 3 จะเป็นบริษัท โตเกียว แก๊ส จากญี่ปุ่น กลุ่มที่ 4 เป็นบริษัท มิตซุย จากญี่ปุ่น และกลุ่มที่ 5 เป็นบริษัท Vopak LNG Holding B.V. จากเนเธอร์แลนด์

ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วย บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)หรือเอ็กโก และบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ที่อาจจะตกคุณสมบัติด้านประสบ การณ์การบริหารจัดการท่าเรืออุตสาหกรรมหรือท่าเรือพาณิชย์ ซึ่งหากจะมีสิทธิ์ยื่นข้อเสนอประมูล ทั้ง 3รายนี้ จะต้องไปเจรจากับพันธมิตรที่มีประสบการณ์ดังกล่าว และมีเงื่อนไขว่าพันธมิตรที่จะมาร่วมด้วยนั้นจะต้องซื้อซองเอกสารการประมูลครั้งนี้ด้วยรวมถึงระยะเวลาที่เหลืออยู่เพียง2เดือน การเจรจาให้ได้ข้อยุติจะสามารถดำเนินการได้ทันหรือไม่

ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด กล่าวว่า กลุ่มปตท.จะยื่นข้อเสนอการประมูลในโครงการนี้อย่างแน่นอน เพราะมีคุณสมบัติครบตามทีโออาร์ที่ระบุ และไม่ได้กังวลกับข้อห่วงใยเหมือนกับผู้ซื้อซองรายอื่นๆ ที่ต้องการทราบความชัดเจนในการเปิดเสรีในการจัดหาและนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจี รวมถึงการอนุมัติให้ใบอนุญาตประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ เนื่องจากกลุ่มปตท.มองถึงการมีหน้าที่ตอบสนองความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศเป็นหลัก


“โครงการนี้ ในระยะเริ่มแรกการนำเข้าแอลเอ็นจีอาจจะยังไม่มากนัก เนื่องจากผลการศึกษาของกนอ.พบว่า ปริมาณแอลเอ็นจีที่เข้ามาจะเริ่มในปี 2574 ที่ปริมาณ 1.77 ล้านตันต่อปี และค่อยๆ ขยับขึ้นไปจนถึง 10.8 ล้านตันในปีที่ 30 ในขณะที่คลังก๊าซแอลเอ็นจีที่มีอยู่ 2 แห่ง ที่มาบตาพุด ขนาดความจุรวม 12.5ล้านตันต่อปี จะสามารถรองรับการนำเข้าแอลเอ็นจีไปได้อีก 15 ปี จึงทำให้ผู้ร่วมประมูลกังวลถึงความเสี่ยงจากความต้องการก๊าซที่จะเกิดขึ้น และไม่คุ้มกับการเข้ามาร่วมลงทุน ดังนั้น จึงพยายามเรียกร้องที่จะให้ภาครัฐเร่งออกใบอนุญาตประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจว่าจะสามารถไปหาลูกค้าเข้ามาใช้ก๊าซจากโครงการนี้ได้”

หน้า 11 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,423 ระหว่างวันที่ 2-5 ธันวาคม 2561

http://www.thansettakij.com/content/355154
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 13th, 2018, 05:48 PM   #47
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 92,826
Likes (Received): 5648

กนอ.เก็บเงินเข้ากองทุน EEC จ่ายทันทีผู้ชนะประมูลท่าเรือมาบตาพุด3

วันที่ 13 December 2018 - 10:15 น.


กนอ. ไม่รอช้า เตรียมเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนพัฒนา EEC จากผู้ชนะประมูลท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 อัตรา 1% ของมูลค่าโครงการ 12,900 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 5 ปี ขณะที่ EEC เร่งยกร่างระเบียบตั้งกองทุนให้ทันผู้ชนะประมูล ก.พ.ปี”62

น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” หลังจากที่ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีผลบังคับใช้ ได้กำหนดให้มีการตั้ง “กองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก” ขึ้นมานั้น ในฐานะที่ กรอ.เป็นผู้รับผิดชอบโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 ซึ่งมีผู้ซื้อซองประมูลไปทั้งหมด 18 ราย และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ก็จะได้นักลงทุนเอกชนที่ผ่านการคัดเลือก

ตามขั้นตอนต่อจากนี้นักลงทุนก็จะเริ่มดำเนินการเคลียร์พื้นที่เตรียมการก่อสร้างท่าเรือ และในขณะเดียวกันก็จะต้องเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนพัฒนา EEC ในอัตราร้อยละ 1 ของมูลค่าโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดวงเงิน 12,900 ล้านบาท หรือ 129 ล้านบาท/ปีทันทีนับตั้งแต่วันที่เริ่มสร้าง (2562-2567) ตลอด 5 ปีจนกว่าจะก่อสร้างโครงการช่วงที่ 1 เสร็จ โดยช่วง 3 ปีแรกจะเริ่มงานโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) ได้แก่ งานถมทะเล, งานขุดลอกร่องน้ำเดินเรือ, งานก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น, การก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค และอีก 2 ปีจะเป็นการก่อสร้างส่วนท่าเทียบเรือบนพื้นที่ถมทะเล (superstructure)



“ในหลักการแม้ว่ากองทุน EEC ยังอยู่ระหว่างการยกร่างเพื่อกำหนดอัตราการเก็บเงินกองทุนที่ชัดเจน แต่ส่วนของโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 ซึ่งเราเป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแล ก็ได้กำหนดอัตราการเก็บเงินเข้ากองทุนไว้ก่อนแล้ว ซึ่งก็จะไประบุไว้ในระเบียบต่อไป ส่วนโครงการอื่น ๆ ต้องรอดูว่าจะคิดอัตราเก็บเงินเท่าไร ซึ่งก็อาจเท่ากันหรือไม่เท่ากันตามแต่ละประเภทของโครงการและระยะเวลาการเก็บเงินเข้ากองทุนก็ได้ ตรงนี้ต้องมาดูว่าแต่ละโครงการใช้เวลาก่อสร้างกี่ปี อย่างท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 ช่องที่ 1 ของเราก่อสร้าง 5 ปีเท่านั้น” น.ส.สมจิณณ์กล่าว

ด้านนายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ด้านการลงทุนอุตสาหกรรมกลุ่มเป้าหมาย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กล่าวว่า กองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ยังอยู่ในขั้นตอนของการยกร่างระเบียบเพื่อกำหนดหลักการต่าง ๆ ในการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุน เช่น อัตราเรียกเก็บจะต้องพิจารณาหรือคำนวณจากธุรกิจที่มีรายได้มากหรือน้อย สัดส่วนเท่าไร เก็บตามพื้นที่ เก็บตามประเภทของธุรกิจ หรือตามแต่ละโครงการ เป็นต้น

ทั้งนี้ กองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ภายใต้มาตรา 61 กำหนดให้จัดตั้งกองทุนขึ้นมากองทุนหนึ่งในสำนักงานเรียกว่า “กองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก” มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นทุนสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ ชุมชน และประชาชน ที่อยู่ภายในหรือที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยกองทุนจะประกอบไปด้วย 6 ส่วน ได้แก่

เงินสนับสนุนจากรัฐบาลจัดสรรให้ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะขอสนับสนุนจากรัฐบาล 1,000 ล้านบาท, เงินบำรุง, เงินสมทบจากรายได้ของสำนักงาน, เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้, เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่ตกเป็นของกองทุน, ดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน ซึ่งเงินและทรัพย์สินที่เป็นของกองทุนไม่ต้องนําส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

ขณะที่มาตรา 63 กำหนดให้สํานักงานเป็นผู้รับเงิน จ่ายเงิน เก็บรักษา และบริหารจัดการเงินกองทุนแยกออกจากงบประมาณของสํานักงาน ในส่วนของการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษา และการบริหารจัดการเงินกองทุนนั้นให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด มาตรา 64 กำหนดว่าเงินกองทุนให้ใช้จ่ายเพื่อกิจการดังต่อไปนี้

1) เพื่อการพัฒนาพื้นที่หรือชุมชน รวมตลอดทั้งช่วยเหลือหรือเยียวยาประชาชนและชุมชน บรรดาที่อาจได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 2) สนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาและให้ทุนการศึกษาแก่ประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือที่อยู่ใกล้เคียง และได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 3) ค่าใช้จ่ายอื่นที่จะส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ตามที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด 4) ค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน จะใช้จ่ายเงินกองทุนตาม 1 และ 2 โดยต้องคำนึงถึงความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นด้วย

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ EEC กล่าวว่า ขณะนี้รัฐได้อนุมัติเงินกองทุนเข้ามาแล้ว 100 ล้านบาท และเตรียมอนุมัติเพิ่มให้อีก 900 ล้านบาท ต้นปีหน้าหลังนำร่างระเบียบกองทุน เข้าที่ประชุมบอร์ดใหญ่ EEC ในวันที่ 23 ม.ค. 2562 ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานนั้นก็สามารถตั้งกองทุนได้เรียบร้อย นอกจากเงินจากรัฐแล้วกองทุนจะเก็บจากรายได้อื่น ๆ เช่น รายได้จากการทำนิคมอุตสาหกรรม ค่าบริการจาก one stop service โดยอัตราการเก็บจะดูจากพื้นที่ และสิทธิประโยชน์ที่นักลงทุนได้ หรือรายใดได้มากก็จ่ายมาก เป็นต้น

https://www.prachachat.net/economy/news-263989
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old December 18th, 2018, 06:19 AM   #48
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 26,023
Likes (Received): 6082

“อุตตม”เร่งรัดกนอ.ทำความเข้าใจชาวบ้านพัฒนามาบตาพุดเฟส 3


เศรษฐกิจ 18 ธ.ค. 2018 10:21:13
จ.ระยอง 18 ธ.ค.-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งรัดการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)ชี้แจงทำความเข้าใจชาวบ้าน หลังผลศึกษา EIA ถมทะเลยังไม่ผ่าน ยอมรับต่างชาติยังสนใจลงทุน

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเพื่อประชุมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากแผนการถมทะเลลึกนับพันไร่ เพื่อจอดเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ ยังไม่ผ่านการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและผลกระทบสุขภาพ (EIAและEHIA) รองรับโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 แม้จะเปิดรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ครบแล้วทั้ง 3 ครั้ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ต้องใช้เวลาพิจารณาถึง 8 เดือน จนเกือบถึงสิ้นปีงบประมาณ 2562 อาจทำให้แผนการถมทะเลต้องปรับการใช้งบประมาณจากปี 2562-2563 เลื่อนไปเป็นปี 2563-2564

“ ต้องการให้ กนอ.เร่งทำความเข้าใจกับชาวบ้านเพิ่มเติม โดยเฉพาะกลุ่มชาวประมง สร้างขึ้นมาแล้วประเทศได้ประโยชน์อย่างไร ชาวบ้านในพื้นที่รับประโยชน์อย่างไร ยืนยันว่าเอกชนทั้งไทยและต่างชาติ ยังสนใจโครงการลงทุน จึงไม่น่าเกิดปัญหา เพราะนักลงทุนไทย จีน ญี่ปุ่น เนเธอแลนด์ พร้อมเสนอการลงทุน โดยเฉพาะปตท. ที่ต้องการสร้างห้องเก็บความเย็นขนาดใหญ่ เป็นผลต่อเนื่องจากการกลั่นปิโตรเคมี เพื่อใช้เก็บรักษาผลไม้ในภาคตะวันออก รองรับการจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี และขณะนี้แผนการศึกษาคืบหน้าไปมาก เป็นที่น่าพอใจ” นายอุตตม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รูปแบบการลงทุนก่อสร้างท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 มูลค่าลงทุน 55,400 ล้านบาท เป็นแบบ PPP หรือรัฐร่วมลงทุนกับเอกชนที่ลงทุนก่อสร้างและดำเนินการทั้งหมด โดยกนอ. จะร่วมลงทุน 12,900 ล้านบาท หรือร้อยละ 30 และเอกชนลงทุน 35,000 ล้านบาท ในส่วนของ กนอ. แบ่งจ่ายให้กับเอกชนเป็นรายปี ๆ ละ 660 ล้านบาทเป็นเวลา 30 ปี สำหรับเงินส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายในการถมทะเลจำนวน 1,000 ไร่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและความจุในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ 10.8 ล้านตัน/ปี และสินค้าเหลว 4 ล้านตัน/ปี หวังสร้างให้เป็นท่าเรืออุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค คาดว่าหลังเปิดประมูลจะสรุปเอกชนผู้ร่วมทุนลงทุนในเดือนมกราคม ปี 2562 และจะเปิดดำเนินการได้ในปี 2568.-สำนักข่าวไทย

https://www.tnamcot.com/view/Awz_ZEYRg
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old January 23rd, 2019, 06:09 PM   #49
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 92,826
Likes (Received): 5648

โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 สิ้นสุดการตอบคำถามเกี่ยวกับเอกสารการคัดเลือกเอกชนในวันที่ 22 ม.ค. 62 ให้เอกชนยื่นข้อเสนอในวันที่ 6 ก.พ. 62 คาดว่าจะประกาศผู้ผ่านการประเมินภายในเดือน มี.ค. 62

23/1/2562 https://mgronline.com/business/detail/9620000008016
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 15th, 2019, 04:44 PM   #50
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 92,826
Likes (Received): 5648

“กัลฟ์-พีทีทีแทงค์” ยื่นซองประมูลท่าเรือฯมาบตาพุดระยะที่ 3 พ.ค.นี้ รู้ผลพร้อมลงนาม

วันที่ 15 February 2019 - 18:40 น.


“กนอ.” สรุปผลเอกชนยื่นซองข้อเสนอรายละเอียดทางเทคนิค-ราคา 2 ทุนยักษ์ใหญ่ กัลฟ์-พีทีทีแทงค์ จับมือร่วมประมูลพัฒนาท่าเรือฯมาบตาพุดระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 คาดรู้ผลและลงนามสัญญาร่วมทุนกับ กนอ.ได้เดือน พ.ค.นี้ มั่นใจท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งเป็น1ใน5โครงการของ EEC Project List พร้อมเดินหน้ากระตุ้นการลงทุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย


นางสาว สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่าผลการเข้ายื่นเอกสารประมูลโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่1) ทั้งที่เป็นข้อเสนอรายละเอียดทางเทคนิคและเอกสารรายละเอียดด้านราคาต่อคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ Public Private Partnership (PPP) Net Cost ในวันนี้ (15ก.พ.2562) ตั้งแต่เวลา 08.30 น.และปิดรับซองข้อเสนอภายในเวลา 16.30 น.ในวันเดียวกันที่ กนอ. สำนักงานใหญ่ เพื่อให้เอกชนผู้ซื้อซองมีเวลาเตรียมความพร้อมในด้านเอกสาร โดยล่าสุดเมื่อทำการปิดรับซองมีกลุ่มกิจการร่วมค้ากัลฟ์และพีทีที แทงค์ (บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด) มายื่นข้อเสนอต่อ กนอ.

สำหรับการตรวจสอบเอกสารของบริษัทดังกล่าว คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนฯ จะเร่งดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และ กระบวนการในการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน พ.ศ.2560 ของสำนักงานเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งคาดว่าจะสามารถประกาศผลรายชื่อผู้ที่ชนะการคัดเลือกเอกชน และสามารถลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับภาคเอกชนเข้าพัฒนาในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานได้ประมาณเดือน พ.ค.2562 โดยมีแผนการพัฒนาโครงการฯดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ช่วง รวมมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 55,400 ล้านบาท


ประกอบด้วย ช่วงที่ 1 การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) โดยภาคเอกชนที่ผ่านการคัดเลือกจาก คณะกรรมการฯในครั้งจะสามารถเข้าพัฒนาได้ภายหลังจากที่ทำการลงนามในสัญญาร่วมลงทุน (PPP) ซึ่งการร่วมลงทุนในครั้งนี้ภาคเอกชนจะได้สิทธิในการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือ (Superstructure) ประมาณ 200 ไร่ รวมมูลค่าการลงทุน ประมาณ 47,900 ล้านบาท แบ่งเป็น กนอ.ร่วมลงทุนเป็นมูลค่าปัจจุบันสุทธิไม่เกิน 12,900 ล้านบาท และ ภาคเอกชน 35,000 ล้านบาท

ได้แก่ การขุดลอกและถมทะเล พื้นที่ 1,000 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่ใช้ประโยชน์ 550 ไร่ และพื้นที่เก็บกักตะกอน 450 ไร่ การขุดลอกร่องนํ้า และแอ่งกลับเรือ การก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น การก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานการติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมการเดินเรือท่าเทียบเรือบริการ และท่าเรือก๊าซ รองรับปริมาณการขนถ่ายก๊าซได้ 10 ล้านตันต่อปี คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2568

ส่วนช่วงที่ 2 จะเป็นการลงทุนพัฒนาก่อสร้างในส่วนของท่าเรือ (Superstructure) กนอ.จะดำเนินการออกทีโออาร์ เพื่อประกาศเชิญชวนภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมพัฒนา โดยเอกชนเป็นผู้ลงทุนพัฒนาท่าเทียบเรือสินค้าเหลว รองรับปริมาณขนถ่ายสินค้าเหลวได้ 4 ล้านตันต่อปี คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2566 และเปิดให้บริการได้ภายในปี 2568 ซึ่งจะใช้เงินลงทุนประมาณ 4,300 ล้านบาท และงานก่อสร้างพื้นที่หลังท่า จำนวน 150 ไร่ เงินลงทุน 3,200 ล้านบาท เพื่อรองรับธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

เนื่องจากปัจจุบันการใช้งานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งเป็นท่าเรือสาธารณะในระยะที่ 1-2 เต็มศักยภาพรองรับแล้ว จึงจำเป็นต้องขยายเป็นระยะที่ 3 เพื่อรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และสินค้าเหลวสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งคาดว่าจะสามารถรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลวได้เพิ่มอีก 15 ล้านตันต่อปีในอีก30ปีข้างหน้า

“โครงการนี้ถือเป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเร่งด่วนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หรือ EEC Project List ของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งบรรยากาศของการมายื่นข้อเสนอรายละเอียดทางเทคนิค และเอกสารรายละเอียดด้านราคาต่อคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ครั้งนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อยเป็นไปตามขั้นตอน โดยที่มีเอกชนเข้ายื่นข้อเสนอในวันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จของโครงการดังกล่าวเนื่องจากเป็นโครงการที่ต้องใช้เทคนิคขั้นสูงในการก่อสร้าง จึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการพัฒนาและการบริหารจัดการโครงการในอนาคต อย่างไรก็ตามในขั้นตอนต่อไปคณะกรรมการฯจะมีการตรวจสอบเอกสารที่ยื่นมาทั้งหมดต่อไป”นางสาวสมจิณณ์กล่าว

https://www.prachachat.net/economy/news-290892
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old April 15th, 2019, 03:30 PM   #51
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 26,023
Likes (Received): 6082

กนอ.ขีดเส้น เม.ย.เจรจากัลฟ์-พีทีทีแทงค์ ลงนาม เม.ย.ลุยท่าเรือฯ มาบตาพุดเฟส 3
เผยแพร่: 11 เม.ย. 2562 14:52 ปรับปรุง: 11 เม.ย. 2562 18:03 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

กนอ.เผยท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) “บริษัทกลุ่มกิจการร่วมค้ากัลฟ์ และพีทีที แทงค์” คุณสมบัติเบื้องต้นและข้อเสนอทางเทคนิคผ่านฉลุย ครบถ้วนตามเงื่อนไขทีโออาร์ คณะกรรมการฯ เดินหน้าเจรจาผลตอบแทนของรัฐบนหลักการที่ประเทศได้ประโยชน์สูงสุดคาดกระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จ เม.ย.นี้ พร้อมส่งเรื่องอัยการตรวจร่างสัญญาร่วมลงทุน คาดลงนามได้เดือน มิ.ย.นี้

น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาข้อเสนอการประมูลโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) ของบริษัทกลุ่มกิจการร่วมค้ากัลฟ์ และพีทีที แทงค์ ((บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินอล จำกัด) ซึ่งยื่นประมูลเพียงรายเดียวว่า ขณะนี้คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) Net Cost อยู่ระหว่างการเจรจาเจรจาข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและผลตอบแทน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดที่ภาครัฐจะได้รับจากการเปิดให้ภาคเอกชนเข้าบริหารจัดการท่าเรือในระยะ 30 ปีคาดว่าจะสรุปเพื่อประกาศรายชื่อผู้ชนะเพื่อรับรองผลอย่างเป็นทางการภายใน เม.ย.นี้ จากนั้นคาดว่าจะลงนามในสัญญาร่วมทุนได้ภายในมิถุนายน

“เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2562 กลุ่มกิจการค้าร่วมกัลฟ์และพีทีที แทงค์ ได้ยื่นซองข้อเสนอรายละเอียดทางเทคนิคและเอกสารรายละเอียดด้านราคา ต่อคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯและต่อมาได้ตรวจสอบรายละเอียดคุณสมบัติเป็นไปตามร่างเงื่อนไขสัญญาหรือ TOR แล้วและอยู่ระหว่างเจรจาเงื่อนไขการลงทุนและผลประโยชน์ที่รัฐจะได้รับ คาดว่าจะสรุปได้ไม่เกิน เม.ย.นี้ จากนั้นคณะกรรมการฯจะส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุด เพื่อตรวจร่างเงื่อนไขสัญญาของโครงการดังกล่าว คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับภาคเอกชนเข้าพัฒนาในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานได้ประมาณเดือน มิ.ย. 2562 นี้” ดร.สมจิณณ์กล่าว

สำหรับแผนการพัฒนาโครงการฯ ดังกล่าว แบ่งออกเป็น 2 ช่วง รวมมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 55,400 ล้านบาท ประกอบด้วยช่วงที่ 1 การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) โดยภาคเอกชนที่ผ่านการคัดเลือกจาก คณะกรรมการฯในครั้งนี้จะสามารถเข้าพัฒนาได้ภายหลังจากที่ทำการลงนามในสัญญาร่วมลงทุน (PPP) ซึ่งการร่วมลงทุนในครั้งนี้ภาคเอกชนจะได้สิทธิในการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือ (Superstructure) ประมาณ 200 ไร่ รวมมูลค่าการลงทุน ประมาณ 47,900 ล้านบาท แบ่งเป็น กนอ.ร่วมลงทุนเป็นมูลค่าปัจจุบันสุทธิไม่เกิน 12,900 ล้านบาท และภาคเอกชน 35,000 ล้านบาท อาทิ การขุดลอกและถมทะเล พื้นที่ 1,000 ไร่ การก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น การก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานการติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมการเดินเรือ ท่าเทียบเรือบริการ และท่าเรือก๊าซรองรับปริมาณการขนถ่ายก๊าซได้ 10 ล้านตันต่อปี คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2568

ช่วงที่ 2 จะเป็นการลงทุนพัฒนาก่อสร้างในส่วนของท่าเรือ(Superstructure)กนอ.จะดำเนินการออก ทีโออาร์เพื่อประกาศเชิญชวนภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมพัฒนาโดยเอกชนเป็นผู้ลงทุนพัฒนาท่าเทียบเรือสินค้าเหลวรองรับปริมาณขนถ่ายสินค้าเหลวได้ 4 ล้านตันต่อปี คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2566 และเปิดให้บริการได้ภายใน ปี 2568 ซึ่งจะใช้เงินลงทุนประมาณ 4,300 ล้านบาท และงานก่อสร้างพื้นที่หลังท่า จำนวน 150 ไร่ เงินลงทุน 3,200 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลวได้เพิ่มอีก 14 ล้านตันต่อปีในอีก 30 ปีข้างหน้า

https://mgronline.com/business/detail/9620000035766
https://www.posttoday.com/economy/586167
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old April 17th, 2019, 02:35 PM   #52
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 26,023
Likes (Received): 6082

กนอ.เร่งเจรจา‘กัลฟ์-พีทีที’ โครงการประมูลท่าเรือมาบตาพุดเฟส3
วันที่ 17 April 2019 - 16:01 น.

กนอ.เผยความคืบหน้าประมูลโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) “บริษัทกลุ่มกิจการร่วมค้ากัลฟ์และพีทีทีแทงค์” คุณสมบัติเบื้องต้นและข้อเสนอทางเทคนิคผ่านฉลุย ครบถ้วนตามเงื่อนไข TOR คณะกรรมการเดินหน้าเจรจาผลตอบแทนของรัฐบนหลักการที่ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด คาดกระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จเมษายนนี้ พร้อมส่งเรื่องอัยการตรวจร่างสัญญาร่วมลงทุน คาดลงนามได้เดือนมิถุนายน

ดร.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาข้อเสนอการประมูลโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) ของบริษัทกลุ่มกิจการร่วมค้ากัลฟ์และพีทีที แทงค์ (บริษัทกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์-บริษัทพีทีที แทงค์ เทอร์มินอล) ซึ่งยื่นประมูลเพียงรายเดียวว่า ขณะนี้คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) Net Cost อยู่ระหว่างการเจรจาข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและผลตอบแทนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดที่ภาครัฐจะได้รับจากการเปิดให้ภาคเอกชนเข้าบริหารจัดการท่าเรือในระยะ 30 ปี โดย กนอ.จะสรุปเพื่อประกาศรายชื่อผู้ชนะเพื่อรับรองผลอย่างเป็นทางการภายในเดือนเมษายนนี้ จากนั้นจะลงนามในสัญญาร่วมทุนได้ภายในเดือนมิถุนายน

“เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กลุ่มกิจการค้าร่วมกัลฟ์และพีทีที แทงค์ ได้ยื่นซองข้อเสนอรายละเอียดทางเทคนิคและเอกสารรายละเอียดด้านราคา ต่อคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ และเราได้ตรวจสอบรายละเอียดคุณสมบัติเป็นไปตามร่างเงื่อนไขสัญญา หรือ TOR ตอนนี้อยู่ระหว่างเจรจาเงื่อนไขการลงทุนและผลประโยชน์ที่รัฐจะได้รับ” ดร.สมจิณณ์กล่าว

สำหรับแผนการพัฒนาโครงการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ช่วง รวมมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 55,400 ล้านบาท ประกอบด้วย ช่วงที่ 1 การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) โดยภาคเอกชนที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการในครั้งนี้จะสามารถเข้าพัฒนาได้ภายหลังจากที่ทำการลงนามในสัญญาร่วมลงทุน (PPP) ซึ่งการร่วมลงทุนในครั้งนี้ ภาคเอกชนจะได้สิทธิ์ในการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือ (superstructure) 200 ไร่ รวมมูลค่าการลงทุนประมาณ 47,900 ล้านบาท

แบ่งเป็น กนอ.ร่วมลงทุนเป็นมูลค่าปัจจุบันสุทธิไม่เกิน 12,900 ล้านบาท และภาคเอกชน 35,000 ล้านบาท ได้แก่ การขุดลอกและถมทะเล พื้นที่ 1,000 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่ใช้ประโยชน์ 550 ไร่ และพื้นที่เก็บกักตะกอน 450 ไร่ การขุดลอกร่องนํ้า และแอ่งกลับเรือ การก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น การก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน การติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมการเดินเรือ ท่าเทียบเรือบริการ และท่าเรือก๊าซรองรับปริมาณการขนถ่ายก๊าซได้ 10 ล้านตันต่อปี คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2568

ส่วนช่วงที่ 2 จะเป็นการลงทุนพัฒนาก่อสร้างในส่วนของท่าเรือ (superstructure) กนอ.จะดำเนินการออก TOR เพื่อประกาศเชิญชวนภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมพัฒนา โดยเอกชนเป็นผู้ลงทุนพัฒนาท่าเทียบเรือสินค้าเหลวรองรับปริมาณขนถ่ายสินค้าเหลวได้ 4 ล้านตันต่อปี คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2566 และเปิดให้บริการได้ภายในปี 2568 จะใช้เงินลงทุนประมาณ 4,300 ล้านบาท และงานก่อสร้างพื้นที่หลังท่า จำนวน 150 ไร่ เงินลงทุน 3,200 ล้านบาท เพื่อรองรับธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เนื่องจากปัจจุบันการใช้งานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด มีการใช้งานใกล้เต็มศักยภาพรองรับแล้ว จึงจำเป็นต้องขยายเป็นระยะที่ 3 เพื่อรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และสินค้าเหลวสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งคาดว่าจะสามารถรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลวได้เพิ่มอีก 14 ล้านตันต่อปี ในอีก 30 ปีข้างหน้า

https://www.prachachat.net/economy/news-315674
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +2. The time now is 11:09 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2019, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2019 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us