Our neighbour : Myanmar - Page 139 - SkyscraperCity
 

forums map | news magazine | posting guidelines

Go Back   SkyscraperCity > Asian Forums > Thai Forum > Regional Thailand

Regional Thailand Anything about Southern, Northern, Eastern and North eastern of Thailand


Global Announcement

As a general reminder, please respect others and respect copyrights. Go here to familiarize yourself with our posting policy.


Reply

 
Thread Tools
Old December 26th, 2019, 07:36 AM   #2761
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 30,522
Likes (Received): 6946

วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562
กองทัพเรือพม่าประจำการเรืออู่ยกพลขึ้นบก LPD UMS Moattama











Music Video: Myanmar Navy for the Establishment of History
https://www.facebook.com/MyanmarNavy...5688418270288/

วันที่ 24 ธันวาคม 2019 ณ อู่ทหารเรือพม่า(Myanmar Naval Dockyard, Sinmalaik), อู่เรือ Thilawa ฐานทัพเรือ Yangon ซึ่งเป็นวันครบรอบปีที่72 ของการก่อตั้งกองทัพเรือพม่า(Myanmar Navy, Tatmadaw Yay)
พลเอกอาวุโส(Senior General) Min Aung Hlaing ผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพพม่า ร่วมกับ พลเรือเอก Tin Aung San ผู้บัญชาการกองทัพเรือพม่า ได้เป็นประธานในพิธีขึ้นระวางประจำการเรือใหม่รวม 8ลำเข้าประจำการในกองทัพเรือพม่า ประกอบด้วย

เรืออู่ยกพลขึ้นบก (LPD: Landing Platform Dock) ใหม่ลำแรกของกองทัพเรือพม่า UMS Moattama หมายเลขเรือ 1501 ซึ่งถูกสร้างโดยอู่เรือบริษัท Daesun Shipbuilding & Engineering ใน Busan สาธารณรัฐเกาหลี(https://aagth1.blogspot.com/2019/09/lpd-mottama.html)
และเดินทางกลับมาถึงพม่าในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาหลังการเยือน Vladivostok รัสเซียในวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2019(https://aagth1.blogspot.com/2019/11/...adivostok.html)

เรืออู่ยกพลขึ้นบก LPD-1501 UMS Moattama ได้มีการสาธิตการปฏิบัติการของเรือ โดยลานจอดเฮลิคอปเตอร์ท้ายเรือมีการสาธิตการขึ้นลงของเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป AS365 Dauphin และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Mil Mi-17 ของกองทัพอากาศพม่า(Myanmar Air Force, Tatmadaw Lei)
,หน่วยปฏิบัติการพิเศษทางเรือในเรือยางท้องแบน RHIB ขนาด 12ที่นั่งที่หลักเดวิทข้างเรือ, เรือระบายพลขนาดใหญ่ LCU(Landing Craft Utility) ขนาด 23m พร้อมทหารราบในอู่ลอย(Well Deck) และยานเกราะล้อยางติดปืนใหญ่รถถัง 105mm แบบ PTL-02 6x6 ในโรงเก็บยานพาหนะของเรือ

พิธีขึ้นระวางประจำการเรือใหม่ยังรวมถึงเรือลำเลียงพล Myit Kyi Na(หรือ Myitkyina) หมายเลขเรือ AP03 ขนาด 3,000tons, เรือตรวจการณ์ขนาด 20m สองลำหมายเลขเรือ 211 และ 212, เรือลากจูงสองลำหมายเลขเรือ AT-05 และ AT-06
เรือเร็วตรวจการณ์ Super Dvora MK3 สองลำหมายเลขเรือ 273 และ 274 ซึ่งพม่าได้สิทธิบัตรการผลิตจาก IAI(Israel Aerospace Industries) อิสราเอล สร้างต่อจากเรือสองลำแรกหมายเลข 271 และ 272 ที่เข้าประจำการในปี 2017

การสวนสนามทางเรือในวันกองทัพเรือพม่าครบรอบปีที่72 ยังมีเรือหลายลำเข้าร่วม เช่น เรือเร็วโจมตีติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น5, เรือเร็วโจมตีติดอาวุธปล่อยนำวิถี Stealth หมายเลข 491 เละเรือคอร์เวต Stealth UMS Tabinshwehti หมายเลขเรือ 773
ที่น่าสนใจคือมีการเปลี่ยนหมายเลขข้างเรือของเรือฟริเกต UMS Aung Zeya จาก F11 เป็น 11 เช่นเดียวกับเรือฟริเกต Stealth UMS Kyansittha จาก F12 เป็น 12 และเรือฟริเกต Stealth UMS Sin Phyushin จาก F14 เป็น 14 แสดงถึงการปรับเปลี่ยนการกำหนดเลขชั้นแบบเรือใหม่ครับ

https://aagth1.blogspot.com/2019/12/...-moattama.html






https://www.facebook.com/www.myanmar...9144?__tn__=-R

https://www.facebook.com/www.myanmar...844153?__xts__
https://pantip.com/topic/39515853/desktop

https://www.facebook.com/pg/Myanmar-...g&__tn__=-UC-R
https://mgronline.com/indochina/detail/9620000123347

Last edited by wwc234; December 27th, 2019 at 06:35 AM.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 
Old December 26th, 2019, 05:52 PM   #2762
wwc234
Registered User
 
wwc234's Avatar
 
Join Date: Apr 2013
Posts: 30,522
Likes (Received): 6946


พม่าขึ้นระวางประจำการเรือใหม่ 8 ลำ ฉลองครบรอบ 72 ปี ก่อตั้งกองทัพเรือ
เผยแพร่: 26 ธ.ค. 2562 17:23 ปรับปรุง: 26 ธ.ค. 2562 17:41 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
MGR ออนไลน์ - เนื่องในโอกาสครบรอบ 72 ปี ของการก่อตั้งกองทัพเรือพม่า กองทัพเรือได้จัดพิธีขึ้นระวางประจำการเรือใหม่ 8 ลำ ที่ท่าเรือติลาวา (Thilawa) นครย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมี พล.อ.อาวุโส มิน ออง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพพม่าร่วมเป็นประธานและกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีดังกล่าว

เรือใหม่ทั้ง 8 ลำ ประกอบด้วย เรือสนับสนุนอเนกประสงค์ ‘เมาะตะมะ’ (1501) ที่ต่อขึ้นยังอู่ต่อเรือในเกาหลีใต้ และเรือที่ต่อในพม่า 7 ลำ คือ เรือลำเลียงชายฝั่ง ‘มิตจีนา’ เรือตรวจการณ์เร็วความยาว 27 เมตร 2 ลำ เรือตรวจการณ์ยาว 20 เมตร 2 ลำ และเรือลากจูงความยาว 26 เมตรอีก 2 ลำ

สำหรับเรือเมาะตะมะนั้นไม่ใช่เรือประเภทเรือต่อสู้ โดยบนเรือมีคลินิก ห้องผ่าตัด และแพทย์ที่พร้อมให้การรักษาพยาบาลทหารที่ได้รับบาดเจ็บ เรือยังมีพื้นที่สำหรับจอดเฮลิคอปเตอร์และจ่ายเชื้อเพลิงให้แก่เฮลิคอปเตอร์

นอกจากนี้ เรือเมาะตะมะยังสามารถให้ความช่วยเหลือทางทหารให้แก่กองกำลังของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศได้โดยตรง และดำเนินปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และถึงแม้ว่าเรือจะไม่ถูกจัดอยู่ในประเภทของเรือสู้รบ แต่เรือสามารถบรรทุกยานเกราะและรถบรรทุกทหารได้ 16 คัน.

https://mgronline.com/indochina/detail/9620000123347

Last edited by wwc234; December 27th, 2019 at 09:20 AM.
wwc234 no está en línea   Reply With Quote
Old December 29th, 2019, 09:22 PM   #2763
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,899
Likes (Received): 6463

เมียนมาห้ามรับชำระเงินผ่านโมบายจากนักท่องเที่ยวศูนย์เหรียญ


ธนาคารกลางเมียนมาสั่ง ห้ามร้านค้าในประเทศรับการชำระเงิน ผ่านแอปพลิเคชั่นวีแชทเพย์(WeChat Pay) หรืออาลีเพย์ (AliPay)จากนักท่องเที่ยวศูนย์เหรียญจากจีน

การสั่งห้ามครั้งเป็นผลจากการที่ อู อ่อง จอ จอ โอ สมาชิกสภาเมียนมาได้ตั้งคำถามต่อรัฐบาลว่า มีนโยบายที่จะห้ามรับการชำระเงินผ่านวีแชทเพย์ หรืออาลีเพย์ของนักท่องเที่ยวศูนย์เหรียญจากจีนหรือไม่ เนื่องจากการชำระเงินผ่านแพล็ตฟอร์มเหล่านี้ในเมียนมาแต่เงินจะไหลกลับไปจีน

อู ติน ลัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงท่องเที่ยวตอบว่า ธนาคารกลางเมียนมาได้มีคำสั่งห้ามร้านค้าในประเทศรับการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่นวีแชทเพย์(WeChat Pay) หรืออาลีเพย์ (AliPay)จากนักท่องเที่ยวศูนย์เหรียญจากจีนแล้ว

ขณะเดียวกันรัฐบาลจะติดตามการชำระเงินหรือ การรับชำระเงินซื้อสินค้าและบริการในสกุลเงินดอลลาร์ที่โรงแรม ร้านอาหารและร้านจำหน่ายของที่ระลึก เพราะฝ่าฝืนข้อห้ามที่กำหนดให้รับชำระเป็นเงินจ๊าดเท่านั้น

นอกจากนี้การขายทัวร์ศูนย์เหรียญเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายห้ามการผูกขาด กระทรวงจึงได้ประสานงานกับหน่วยงานอื่นพื่อหาแนวทางดำเนินการ

รัฐบาลเมียนมาได้ผ่อนคลายการขอวีซ่าเข้าประเทศให้กับบางประเทศ โดยอนุญาตให้ขอวีซ่าที่สนามบินได้( Visa on Ariival) ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนทะลักเข้าประเทศจำนวนมาก

ในรอบ 10 เดือนแรกปีนี้นักท่องเที่ยวชาวจีนมีจำนวน 1.5 ล้านคนเพิ่มขึ้น 161% จากระยะเดียวกันของปีก่อน และเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีจำนวนสูงอันดับหนึ่งที่เดินทางเข้ามา แต่เป็นนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายเงินในเมียนมาน้อยที่สุดในบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยกัน โดยได้พักที่โรงแรมซึ่งมีคนจีนเป็นเจ้าของและกินอาหารที่ร้านอาหารคนจีน ซึ่งรู้จักกันดีว่าเป็นนักท่องเที่ยวศูนย์เหรียญ และบางส่วนยังไม่เคารพวัฒนธรรมของเมียนมา และสร้างปัญหาให้กับผู้ประกอบการและพนักงานในธุรกิจท่องเที่ยวรวมทั้งในที่สาธารณ

ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ธนาคารกลางเมียนมาได้อนุญาตให้มีการทดลองรับชำระงินผ่านวีแชทเพย์ ต่อมาเดือนกรกฎาคมได้ขยายระยะเวลาการอนุญาตให้อีก 3 เดือน

ธนาคารกลางเมียนมายังได้หารือกับธนาคารในประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ ผู้ให้บริการโอนเงินผ่านโมบายและสมาคมระบบการชำระเงินเมียนมา เพื่อกำหนดมาตรฐาน EMV และเมียนมา คิวอาร์โค้ด เพื่อวางมาตรฐานการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด

28/12/2562 https://thaipublica.org/2019/12/asea...ly-roundup-19/
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 9th, 2020, 08:24 AM   #2764
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 22,656
Likes (Received): 3368


Railway trip from Mandalay to Mawlamyine as reported by Thai correspondents of PPTV Channel 36
https://www.youtube.com/watch?v=SnhEcI1IanY
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old January 10th, 2020, 07:41 PM   #2765
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,899
Likes (Received): 6463

สี จิ้นผิง เยือนเมียนมา

เป็นโปรแกรมสำคัญที่ต้องติดตาม กับการเดินทางมาเยือนเมียนมาของสี จิ้นผิง ประธานาธิบดี สาธารณรัฐประชาชนจีน ในสัปดาห์หน้า

ยังไม่มีการระบุวัน-เวลาที่แน่ชัด แต่สี จิ้นผิง จะเป็นประธานาธิบดีของจีนคนแรก อย่างน้อยในรอบ 2 ทศวรรษ ที่ได้มาเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการ

เขาเคยมาเมียนมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อปี 2009 สมัยเป็นรองประธานาธิบดี

9/1/2563 https://www.irrawaddy.com/news/burma...projects.html?
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 15th, 2020, 06:47 PM   #2766
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,899
Likes (Received): 6463

กสิกรไทยเตรียมลงทุนในธนาคารเอแบงก์เมียนมา สื่อท้องถิ่นรายงานเล็งถือหุ้น 35%

14 มกราคม 2020

แบงก์กสิกรไทยเตรียมลงทุนในธนาคารเอยาวดี ฟาร์มเมอร์ ดีเวลลอปเม้นท์แบงก์ หรือ เอแบงก์ ของเมียนมา สื่อท้องถิ่นรายงานเล็งถือหุ้น 35% และได้ขออนุญาตจากธนาคารกลางแห่งเมียนมาร์

นายภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวเรื่องธนาคารเอยาวดี ฟาร์มเมอร์ ดีเวลลอปเม้นท์แบงก์ หรือ เอแบงก์ และธนาคารกสิกรไทยเข้าพบธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เรื่องการเข้าร่วมลงทุนในธนาคารเอแบงก์นั้น ธนาคารกสิกรไทยขอแจ้งว่าการพบปะในครั้งนี้เป็นการหารือเพื่อพัฒนาธุรกิจของธนาคารในประเทศเมียนมา ซึ่งปัจจุบันตามประกาศของธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา นั้นสามารถเข้าไปดำเนินธุรกิจได้ใน 3 รูปแบบดังนี้

จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารต่างประเทศ (Subsidiary)
จัดตั้งสาขาต่างประเทศของธนาคารกสิกรไทยในเมียนมา (Foreign Bank Branch)
การเข้าร่วมลงทุนในธนาคารท้องถิ่นในประเทศเมียนมา (Equity Participation)

ในเอกสารข่าวที่เผยแพร่โดยธนาคารกสิกรไทย ระบุว่าธนาคารอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ทั้ง 3 ทาง ในการที่จะเข้าไปทำธุรกิจ และจากเนื้อหาของข่าวเรื่องการเข้าพบทางธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาดังกล่าว ความเป็นไปได้ของการเข้าลงทุนยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนของการพิจารณาของธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา รวมทั้งธนาคารกำลังเจรจารูปแบบการลงทุนและโครงสร้างที่เหมาะสมที่การเข้าไปดำเนินธุรกิจในประเทศเมียนมาที่ใช้เงินลงทุนที่คุ้มค่า สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ธนาคารแห่งประเทศไทย และกฎหมายที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และธนาคารแห่งประเทศไทย ว่าจะอนุมัติหรือไม่ และในรูปแบบใด

สำหรับการขยายธุรกิจสู่ประเทศเมียนมานั้น ธนาคารมีความมุ่งมั่นที่ทำให้ประชาชนและธุรกิจในเมียนมาสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้น (Financial Inclusion) เสริมความแข็งแกร่งให้แก่เศรษฐกิจของเมียนมา ขยายโอกาสและความสัมพันธ์ให้แก่ธุรกิจข้ามระหว่างประเทศไทย-เมียนมาได้มากขึ้นด้วย

ในวันนี้ สำนักข่าวเมียนมาไทมส์ มีรายงานว่า ธนาคารกสิกรไทยกำลังเตรียมที่จะลงทุนในธนาคารเอยาวดี ฟาร์เมอร์ ดีเวลลอปเม้นท์แบงก์ แห่งเมียนมา หรือเอแบงก์ โดยอ้างข้อมูลจากภาครัฐ

รายงานระบุว่า ธนาคารกสิกรไทยจะลงทุน 35% ในเอแบงก์และได้ขออนุญาตจากธนาคารกลางแห่งเมียนมาร์

การลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางเมียนมาเปิดให้ธนาคารต่างชาติสามารถเข้าถือหุ้นธนาคารพาณิชย์ในประเทศได้ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2019 ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยมีสำนักงานผู้แทนในกรุงย่างกุ้ง

การเข้าถือหุ้นในเอแบงก์จะทำให้ธนาคารกสิกรไทยสามารถต่อยอดขยายธุรกิจจากเครือข่ายของเอแบงก์ในเมียนมา ทั้งนี้เอแบงกก่อตั้งในปี 2014 มีสินทรัพย์รวม 314 พันล้านจ๊าด และมีทุนจดทะเบียน 40 พันล้านจ๊าด

ธนาคารกสิกรไทยซึ่งให้บริการแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมทั้งลูกค้ารายย่อยและดิจิทัลแบงกิ้ง จะสามารถขยายการให้บริการแก่ธุรกิจเมียนมารวมทั้งนักลงทุนไทยที่เข้าในเมียนมาได้ ผ่านเอแบงก์

การลงทุนในธนาคารท้องถิ่นของธนาคารกสิกรไทย จะช่วยส่งเสริมการค้าระหว่างสองประเทศ

https://thaipublica.org/2020/01/kasi...elopment-bank/

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 16th, 2020, 12:32 PM   #2767
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,899
Likes (Received): 6463

จีน-เมียนมา : 5 โครงการสำคัญ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เตรียมเซ็นสัญญาขณะเยือนเมียนมา

วันที่ 16 มกราคม 2563


ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เดินทางเยือนเมียนมาเป็นครั้งแรกในฐานะผู้นำจีน เตรียมเซ็นสัญญาสร้างโครงสร้างพื้นฐานมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูง หรือท่าเรือน้ำลึก ข้อตกลงเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญของโครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา (CMEC) สร้างเส้นทางให้เชื่อมจีนไปสู่มหาสมุทรอินเดียตามแนวคิดเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลศตวรรษที่ 21 (One Belt One Road) ที่จะขยายเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานและอิทธิพลของจีนไปทั่วโลก

ท่าทีเป็นมิตรนี้สวนทางกับหลายชาติในตะวันตกที่ถอยห่างจากเมียนมาจากข้อกล่าวหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮิงญา

สำนักข่าวเอเอฟพีสรุป 5 โครงการหลักที่จีนและเมียนมาจะเจรจากันดังต่อไปนี้

โรงงานกลั่นน้ำมันของจีนที่เมืองเจ้าผิวในรัฐยะไข่ของเมียนมา

โครงการท่าเรือน้ำลึกบริเวณชายฝั่งรัฐยะไข่มูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นหัวใจหลักของโครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา โดยท่าเรือ “เจ้าผิว” จะเป็นเส้นทางออกสู่มหาสมุทรอินเดียของจีน

เมียนมาได้เจรจาลดทุนสร้างลงมาจาก 7.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำเร็จ เพื่อหลีกเลี่ยงติด “กับดักหนี้” กับจีน แต่อย่างไรก็ดี เมียนมาก็ต้องลงเงิน 30 เปอร์เซ็นต์ในโครงการนี้อยู่ดี

ในการสร้างท่าเรือนี้ จะมีการเปลี่ยนไร่นาและป่าสักโดยรอบให้กลายเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เป็นโรงงานผลิตเสื้อผ้าและอาหารแปรรูป แม้ทางการบอกว่าชาวยะไข่จะเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้รับพิจารณารับเข้าทำงานบางตำแหน่งจากงานทั้งหมด 4 แสนตำแหน่ง แต่บางฝ่ายก็กังวลว่าจะเป็นคนจากนอกรัฐที่ได้รับผลประโยชน์

สี จิ้นผิง ย้ำ เส้นทางสายไหม โปร่งใส-ยั่งยืน

เส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 คืออะไร?

เส้นทางส่วนแรกของโครงการรถไฟความเร็วสูงมูลค่า 8.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะเชื่อมจากมณฑลยูนนานของจีนที่ไม่มีทางออกทางทะเล ไปสู่ชายฝั่งทางฝั่งตะวันตกของพม่า

แต่ก็มีความกังวลเรื่องความมั่นคงเนื่องจากรัฐฉานของเมียนมาเต็มไปด้วยกลุ่มติดอาวุธและเป็นแหล่งผลิตยาไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน กลุ่มเหล่านี้จะต้องหาทางหาผลประโยชน์ ก่อนอื่น ทางการจะต้องทำให้พวกเขาแน่ใจว่าการสร้างทางรถไฟจะไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้และความมั่นคงของพวกเขา

จีนและเมียนมาจะเจรจาโครงการเปลี่ยนพื้นที่พรมแดนรัฐฉานให้กลายเป็นเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ 3 แห่ง นี่จะเพิ่มผลประโยชน์ให้กับผู้ค้าทั้งสองประเทศ ทั้งธุรกิจที่ถูกและผิดกฎหมาย


ที่ผ่านมา มีการขนส่งสารตั้งต้นซึ่งใช้ในการนำไปผลิตสารเสพติดหลายชนิดซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมค้ายาไอซ์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผ่านพรมแดนประเทศอยู่แล้ว นี่หมายความจะยิ่งไม่มีข้อจำกัดทางพรมแดนระหว่างคู่ค้าของทั้งสองประเทศ แต่ก็อาจเกิดความรุนแรงโดยกลุ่มติดอาวุธที่จะพยายามต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง

ปรับโฉมย่างกุ้งใหม่

ทางการย่างกุ้งหวังว่าจะปฏิวัติตัวเองในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจด้วยการสร้างเมืองขึ้นใหม่ในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำในเมือง โดยหวังว่าเมืองใหม่นี้จะแก้ปัญหาการจราจรติดขัด ประชากรแออัด และการขาดไฟฟ้าและน้ำได้

แต่โครงการมูลค่า 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นี้ ก็ได้ทำให้เกิดความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคำครหาเรื่องการทุจริตแล้ว

แม่น้ำอิรวดีเป็นเหมือนเส้นเลือดสายใหญ่หล่อเลี้ยงประเทศ

โครงการเขื่อนมิตโสน มูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมีกำลังผลิตไฟฟ้า 6,000 เมกะวัตต์ อาจเป็นประเด็นที่สำคัญมากที่สุดในการมาเยือนของจีนในครั้งนี้ แต่สาธารณชนอาจออกมาประท้วงอีกครั้งหากมีท่าทีที่จะกลับมาทำโครงการนี้อีกครั้งหลังโครงการโดนระงับไปตั้งแต่ปี 2011

ผู้วิพาษ์วิจารณ์บอกว่า การสร้างเขื่อนนี้จะทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ขนาดเท่าประเทศสิงคโปร์และจะทำลายแม่น้ำอิรวดี

คิน คิน จอ จี ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันยุทธศาสตร์และนโยบายเมียน (The Institute for Strategy and Policy – Myanmar) มา บอกกับเว็บไซต์ข่าวเดอะอิรวดีในบทความที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ว่า ในการเยือนในครั้งนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง น่าจะกดดันให้เมียนมาเร่งดำเนินโครงการต่าง ๆ ตามแผน

เธอบอกอีกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและเมียนมาจะยิ่งแนบแน่นกว่าเก่า ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม หากเมียนมาเริ่มสร้างโครงการจำนวนครึ่งหนึ่งของแผนทั้งหมดในโครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา

แต่ผู้เชี่ยวชาญผู้นี้ก็เตือนว่าเมียนมาเองต้องวางแผนเรื่องนี้อย่างมียุทธศาสตร์

“จีนมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่าต้องการอะไรจากเมียนมา รัฐบาลเมียนมาก็ควรจะมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเช่นกันว่าเราอยากได้อะไรจากจีน เราจะได้ผลประโยชน์อะไรจากโครงการต่าง ๆ และเราจะดำเนินโครงการเหล่านี้อย่างไรที่จะทำให้เกิดผลเสียน้อยที่สุด”

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_3400551
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 16th, 2020, 12:39 PM   #2768
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,899
Likes (Received): 6463

เตือนธุรกิจไทย!เตรียมรับมือวิกฤติแรงงานพม่าคืนถิ่น

สัปดาห์นี้มองพม่าวางแผนสร้างนิคมอุตสาหกรรมใหม่และขยายสนามบินกับ “ย่างกุ้งโปรเจ็กต์” หากสำเร็จจริงไทยเดือดร้อนแรงงานพม่ากลับถิ่นฐาน ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้มีหวังเมืองหลวงเมืองใหญ่วังเวงแน่

ในช่วง 4-5 ปีมานี้ ขณะที่รัฐบาลไทยกำลังเร่งเดินเครื่องอภิมหาโครงการระเบียงเศรษฐกิจชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกหรือ “อีอีซี.” เพื่อนบ้านเราหลายๆ ประเทศในแถบอาเซียนก็กำลังเดินหน้าลงทุนโครงการขนาดใหญ่เช่นกัน ทำให้ประเทศตัวเองดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศสนใจเข้ามาลงทุน หนึ่งในนั้นก็มีประเทศพม่าที่เร่งปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่และเร่งด่วน

รัฐบาลพม่า ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางภูมิภาค ด้วยการเปิดทางนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนใน 80 โครงการขนาดใหญ่ตั้งแต่แผนสร้างนิคมอุตสาหกรรมใหม่เพิ่มขึ้นอีก 11แห่ง หากเป็นไปตามแผนเท่ากับเมียนมาจะมีนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มเป็น 40 แห่ง และเตรียมขยายสนามบินอีก2แห่ง

นอกจากนี้ยังมีแผนปฏิรูประบบโลจิสติก ด้วยการพัฒนาท่าเรือ 2แห่ง โครงการสร้างทางด่วนเชื่อมเมืองชั้นในรองรับการขยายตัวในอีก 10 ปีข้างหน้า แผนทั้งหมดนี้เรียกว่า แผนพัฒนายั่งยืนแห่งเมียนมา เริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปี 2573 หรืออีก 11 ปีข้างหน้า

เดิมทีแผนนี้จะเป็นแผนแห่งชาติ แต่ไม่คืบหน้ากระทั่งล่าสุดรัฐบาลท้องถิ่นของย่างกุ้ง ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่านำไปประกาศเป็นแผนการลงทุนเรียกว่า “ย่างกุ้งโปรเจ็กต์” เพื่อสานต่อ ประกอบกับย่างกุ้งเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านเศรษฐกิจอยู่แล้ว อยากรู้ในแผนมีอะไรบ้างแบบละเอียดยิบก็ลองไปหาซื้อมาอ่านดู

หากเมียนมาสามารถ “ทรานฟอร์ม” ได้ตามแผนที่วางไว้ เมืองหลวงอย่างย่างกุ้งก็จะกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ และจะกลายเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางเศรษฐกิจของอาเซียนทันที จุดแข็งของเมียนมาคือจำนวนประชากรและทรัพยากรมีมากพอในการพัฒนาประเทศประสบความสำเร็จได้

ความจริงเมียนมาถูกคาดหมายว่าจะเป็น “อรุณรุ่ง” ตั้งแต่รัฐบาลทหารที่ปกครองประเทศมานานยอมปล่อยให้มีการเลือกตั้งหวังเปิดประตูประเทศสู่ระบอบประชาธิปไตย แต่พอเอาเข้าจริงทหารกลับไม่ยอมปล่อยมือ ส่งผลให้การพัฒนาประเทศต้องล่าช้าออกไป

อย่างที่บอกเมียนมามีแรงงานคนหนุ่มคนสาวจำนวนมากและทรัพยากรที่ยังไม่นำมาใช้ยังมีอีกมากมาย หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่รัฐบาลพม่าวางไว้ ประเทศไทยเองคงเป็นเสือลำบากเพราะมีคู่แข่งที่เป็นหอกข้างแคร่อยู่ใกล้ๆ บ้านที่จะคอยแย่งนักลงทุนต่างประเทศไปจากบ้านเรา

แต่ที่น่าห่วงจริงๆ ถ้าไม่เตรียมรับมือไว้เนิ่นๆ หากโครงการนี้ใกล้เป็นจริงเมื่อไหร่ประเทศไทยอาจจะเจอวิกฤติแรงงานในการพัฒนาประเทศครั้งใหญ่ เพราะแรงงานเมียนมาที่มาขายแรงงานอยู่ในบ้านเรา ปัจจุบันหลายล้านคนจะหอบผ้าหอบผ่อนกลับไปพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนของเขาหลังจากมาขายแรงงานบ้านเราได้ประสบการณ์ ได้องค์ความรู้ต่างๆ ไปมากมายก็จะไปพัฒนาบ้านเกิด

ถึงตอนนั้นหากจะมีคนเหลืออยู่บ้างก็จะเป็น “พวกชนกลุ่มน้อย” ที่อยู่ตามตะเข็บแนวชายแดนไทยเมียนมาเท่านั้น ยิ่งถ้าเศรษฐกิจบ้านเราซบเซานานๆ ชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานเมียนมา ไม่ได้อยู่แบบสะดวกสบายรายได้ดีเหมือนเมื่อก่อนที่เข้ามาทำงานในบ้านเราใหม่ๆ เมื่ออยู่ไปก็ไม่เห็นอนาคต แรงงานเหล่านี้อาจจะตัดสินใจกลับไปเสี่ยงดวงไปพัฒนาประเทศตัวเองดีกว่า

อย่าลืมว่าเศรษฐกิจบ้านเราที่เติบโตในรอบกว่ายี่สิบปีที่ผ่านมาก็เพราะแรงงานจากเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะแรงงานจากเมียนมาเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อน ถ้าไม่มีแรงงานเหล่านี้เศรษฐกิจไทยไม่รู้จะเป็นยังไงอาจจะแย่กว่านี้ก็เป็นได้

ลองคิดดูหากวันนั้นไม่มีแรงงานเมียนมาช่วยทำงานใน ร้านอาหาร แล้วจะมีใครเป็นพ่อครัวทำกับข้าวให้ลูกค้าคนไทยทาน หากไม่มีแรงงานหนุ่มสาวเมียนมาคอยบริการเหมือนก่อนใครจะมาบริการ ปั๊มน้ำมันต่างๆทั่วไประเทศหลายแห่งอาจต้องทิ้งร้างเพราะไม่มีแรงงานพม่าคอยเติมน้ำมันให้ โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจากเมียนมาอาจจะต้องลดกำลังการผลิตรายเล็กๆ ต้องปิดกิจการ เรือประมง แพปลาคงร้างไม่มีคนออกเรือ สาวๆ ที่ทำงานตามบ้านไม่มีอีกแล้ว เจ้าของบ้านต้องทำเอง

ไม่อยากนึกภาพถึงตอนนั้นเศรษฐกิจไทยคงปั่นป่วนวุ่นวายน่าดู กรุงเทพและเมืองใหญ่ๆ คงเงียบสนิท ทุกวันนี้ลำพังแค่แรงงานพม่ากลับบ้านยามเทศกาลสำคัญๆ กรุงเทพและเมืองเศรษฐกิจยังวังเวงอย่างบอกไม่ถูก อย่าได้ประมาทเชียวควรต้องเตรียมรับมือไว้เนิ่นๆ

16/1/2563 https://www.dailynews.co.th/article/751967
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 17th, 2020, 06:29 AM   #2769
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 22,656
Likes (Received): 3368

ที่ปรึกษา โครงการปรับปรุงทางรถไฟวงแหวน ช่วงย่างกุ้ง ไป Pyay มาพบปะประชาชน ที่อยู่ริมทางรถไฟ เพื่อชี้แจงโครงการ
https://www.facebook.com/watch/?v=480177312703463
https://www.facebook.com/wnshwe/posts/10206361060702580

แผนสร้างเครือข่ายรถไฟฟ้ามหานครย่างกุ้ง [Yangon Urban Mass Rapid Transit (YUMRT) Construction Project] เพื่อเสริมกะรถไฟวงแหวนย่างกุ้ง
https://www.mmtimes.com/news/yangons...japan-aid.html
https://www.facebook.com/TranscomNew...c_location=ufi
https://www.facebook.com/photo.php?f...type=3&theater
__________________
BKK Mass Transit Expert

Last edited by Wisarut; January 17th, 2020 at 06:37 AM. Reason: Addendum
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old January 17th, 2020, 07:58 AM   #2770
Wisarut
Registered User
 
Join Date: Oct 2003
Posts: 22,656
Likes (Received): 3368

ผู้นำจีนเตรียมเยือนพม่าครั้งประวัติศาสตร์ คาดคุยโครงการยักษ์เซ็นข้อตกลงหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เผยแพร่: 16 มกราคม 2563 22:07
ปรับปรุง: 17 มกราคม 2563 08:19




รอยเตอร์ - ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะเดินทางเยือนพม่าในวันศุกร์ (16) เพื่อลงนามข้อตกลงโครงสร้างพื้นฐานขนาดยักษ์และขยายอิทธิพลในประเทศเพื่อนบ้านที่ความสัมพันธ์กับชาติตะวันตกไม่ราบรื่นนักจากข้อกล่าวหาว่าดำเนินนโยบายฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮิงญา

ในการเยือนพม่าครั้งแรกในฐานะผู้นำประเทศ และประธานาธิบดีจีนคนแรกในรอบ 19 ปี นักวิเคราะห์กล่าวว่า ผู้นำแดนมังกรจะถือโอกาสฟื้นโครงการโครงสร้างพื้นฐานมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่หยุดชะงัก ที่เป็นศูนย์กลางของข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21

ผู้นำจีนมีกำหนดพบหารือกับนางอองซานซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ และ พล.อ.อาวุโส มิน ออง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในกรุงเนปีดอ เมืองหลวงของพม่า

สองประเทศมีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ที่บางครั้งเต็มไปด้วยปัญหา ด้วยชาวพม่าจำนวนมากยังสงสัยในอิทธิพลของจีนที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้านที่เล็กกว่า

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอบอุ่นขึ้นนับตั้งแต่จีนเลี่ยงที่จะเข้าร่วมการตำหนิประณามพม่ากับนานาประเทศหลังปฏิบัติการของทหารในปี 2560 ทำให้ชาวโรฮิงญามากกว่า 730,000 คน ต้องอพยพหลบหนีข้ามแดนไปบังกลาเทศ

เจ้าหน้าที่สหประชาชาติกล่าวว่า การปราบปรามของทหารพม่ามีเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แม้พม่ากล่าวว่าทหารดำเนินปฏิบัติการปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อตอบโต้การโจมตีของกลุ่มติดอาวุธ

จีน ที่เป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้ปกป้องพม่าบนเวทีโลก ซึ่งถูกมองว่าเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดในการดำเนินคดีที่ศาลอาชญากรรมสงครามระหว่างประเทศ

จีนเป็นนักลงทุนรายใหญ่อันดับสองในพม่ารองจากสิงคโปร์ ตามข้อมูลของธนาคารโลก การส่งออกของพม่าไปจีน คู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศ มีมูลค่า 5,500 ล้านดอลลาร์ในปี 2561 ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 6,200 ล้านดอลลาร์

“ไม่มีประเทศใดลงทุนในพม่ายกเว้นจีน จีนสามารถเจรจาข้อตกลงที่ดีกับพม่า” หล่า จ่อ ซอ นักวิเคราะห์การเมือง กล่าว

รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวกับนักข่าวในกรุงปักกิ่งว่า จุดประสงค์ของการเยือนคือการกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น กระชับความร่วมมือในข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง และทำให้แผนระเบียงเศรษฐกิจจีน-พม่าเป็นรูปธรรม



ธงชาติจีนและพม่าโบกสะบัดเคียงข้างกันตามถนนในกรุงเนปีดอวันนี้ พร้อมกับป้ายขนาดใหญ่ที่มีรูปของผู้นำแดนมังกร เจ้าหน้าที่เทศบาลทำความสะอาดถนนและตกแต่งสวน ขณะที่โรงแรมบางแห่งแขวนป้ายต้อนรับ

เจ้าหน้าที่จีน ที่รวมทั้งกระทรวงข้อมูลและสถานทูต ได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์พม่า-จีน ที่นครย่างกุ้งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา




จ่อ ติน รัฐมนตรีกระทรวงความร่วมมือระหว่างประเทศของพม่ายอมรับถึงความวิตกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ก่อนพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของซูจีเข้าสู่อำนาจหลังชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายในปี 2558

“แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพม่าและจีนแข็งแกร่งและใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน และเรากำลังสร้างความไว้วางใจระหว่างประเทศของเรา มันจะเป็นการเยือนที่ประสบความสำเร็จ และจะเกิดประโยชน์อย่างมากมาย” จ่อ ติน กล่าว

แต่โครงการยักษ์ใหญ่ของจีนมีความเสี่ยงทางการเมืองในพม่า ด้วยถูกมองว่าเป็นโครงการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและก่อให้เกิดการพลัดถิ่นฐานของชาวบ้านเป็นจำนวนมาก

ในวาระการหารือช่วงสุดสัปดาห์นี้คาดว่าจะเป็นเรื่องท่าเรือน้ำลึกในรัฐยะไข่ที่ถูกลดขนาดลงในปี 2561 เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับกับดักหนี้ และโครงการเขื่อนยักษ์มูลค่า 3,600 ล้านดอลลาร์ ที่จีนให้การสนับสนุนซึ่งเวลานี้ถูกระงับไว้ในรัฐกะฉิ่น ที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นพื้นที่กว้างเทียบขนาดเท่ากับสิงคโปร์ และทำให้ประชาชนหลายหมื่นคนต้องพลัดถิ่นฐาน

ซูจีเคยวิพากษ์วิจารณ์โครงการเขื่อนแห่งนี้ แต่เมื่อไม่นานนี้เธอกลับเรียกร้องให้ชาวกะฉิ่นเปิดใจ

ชาวบ้านรายหนึ่งที่ถูกบังคับให้ต้องออกจากที่ดินของตัวเองเพื่อเปิดทางให้แก่โครงการหลังการก่อสร้างเริ่มขึ้นในปี 2552 กล่าวว่า เธอกลัวว่าจีนจะกดดันพม่าให้ฟื้นโครงการขึ้นใหม่.
__________________
BKK Mass Transit Expert
Wisarut no está en línea   Reply With Quote
Old January 17th, 2020, 06:24 PM   #2772
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,899
Likes (Received): 6463

สีจิ้นผิงเยือนเมียนมา ทุ่มทุนหนุนซูจี – ชาวพม่าต้านเขื่อนนัดชุมนุม

วันที่ 17 มกราคม 2563

สีจิ้นผิงเยือนเมียนมา – วันที่ 17 ม.ค. เอเอฟพี รายงานว่า นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เดินทางถึงกรุงเนปิดอว์ ตามหมายเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการ หลังประกาศเริ่มยุคใหม่ในการสานสัมพันธ์เมียนมา พร้อม สนับสนุนรัฐบาลของนางออง ซาน ซู จี ปกป้องสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย ผลประโยชน์ และศักดิ์ศรีของชาติ รวมถึงผลักดันข้อตกลงโครงสร้างพื้นฐานมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ



นายสีมีกำหนดลงนามในข้อตกลงโครงสร้างพื้นฐาน บนเส้นทาง หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ของจีน พร้อมแผนการค้าระดับโลกที่จีนให้คำมั่นจะเปลี่ยนโฉมหน้าของพม่า พร้อมพบปะหากับนางซูจี จากนั้นพบหารือ พลเอกอาวุโส มิน ออง หล่าย ผบ.ทบ.เมียนมา วันที่ 18 ม.ค.

นายออง ฮตู รมช.พาณิชย์เมียนมากล่าวว่า นายสีจะลงนามข้อตกลงอย่างน้อย 2 ฉบับ สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษเจ้าผิว พื้นที่ 1,700 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีโครงการท่าเรือน้ำลึกที่สำคัญ ตั้งอยู่บนเกาะรามรี นอกชายฝั่งในรัฐยะไข่


ก่อนที่ประธานาธิบดีจะเยือนพม่า นางซูจีเดินทางไปรัฐคะฉิ่น พรมแดนติดกับจีน ที่ตั้งโครงการเขื่อนไฟฟ้าขนาด 6,000 เมกะวัตต์ มูลค่า 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่รัฐบาลจีนสนับสนุน แต่ถูกระงับลงในปี 2554 หลังเผชิญเสียงวิจารณ์ทั่วประเทศ และนักเคลื่อนไหวจะออกมาชุมนุมประท้วงที่นครย่างกุ้งวันที่ 18 ม.ค. เพื่อต่อต้านการฟื้นโครงเขื่อนไฟฟ้า


การเยือนของประธานาธิบดีสีแสดงถึงความสำคัญของความสัมพันธ์กับเมียนมา ซึ่งตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์และอยู่ในตำแหน่งแนวหน้าในการแข่งขันด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอย่างเช่น อินเดียและญี่ปุ่น

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานว่า ในปี 2563 ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและสามชาติอาเซียนครบ 70 ปี ได้แก่ เมียนมา เวียดนาม และอินโดนีเซีย ซึ่งนายซู หลี่ผิง ผู้เชี่ยวชาญสถาบันสังคมวิทยาของจีนตั้งข้อสังเกตว่านายสีเลือกที่จะเยือนเมียนมาเป็นการเยือนต่างประเทศทริปแรกของปี 2563 มากกว่าอีก 2 ประเทศ เนื่องจากเวียดนามและอินโดนีเซียไม่เห็นด้วยกับจีนในประเด็นทะเลจีนใต้

ปี 2563 เป็นปีที่สำคัญสำหรับเมียนมา ซึ่งจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนพ.ย. ดังนั้นการเยือนของนายสีจะเป็นการส่งเสริมสนับสนุนนางซู จี

ด้วยแรงกดดันจากต่างชาติและในประเทศ เมียนมาตัดงบประมาณสำหรับท่าเรือน้ำลึกราว 2 แสนล้านบาท เหลือราว 3.9 หมื่นล้านบาท ในปี 2561 เพื่อลดโอกาสติดกับดักหนี้จีน

ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้าและลงทุนอันดับหนึ่งของเมียนมา ตลอดจนเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด เมียนมาเป็นหนี้จีนราว 1.2 แสนล้านบาทคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40 ของหนี้ต่างประเทศทั้งหมดของเมียนมา

https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_3411867
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 23rd, 2020, 12:09 PM   #2773
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,899
Likes (Received): 6463

ไทยที่ 3 ลงทุนเมียนมา โอกาสเปิดกว้าง ถือหุ้นได้ 100%

วันที่ 23 มกราคม 2563

แม้ว่าธนาคารโลกจะจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ “Ease of Doing Business 2019” ให้เมียนมาอยู่ที่ 171 จาก 190 ประเทศทั่วโลก จากการชี้วัดด้านต่าง ๆ อาทิ การเริ่มต้นธุรกิจ, การขออนุญาตก่อสร้าง, การขอใช้ไฟฟ้า, การจดทะเบียนทรัพย์สิน, การได้สินเชื่อ, การคุ้มครองผู้ลงทุน, การชำระภาษี, การค้าระหว่างประเทศ, การแก้ปัญหาการล้มละลาย และการบังคับให้เป็นไปตามสัญญา แต่น่าจับตามองว่าใน “เมียนมา” ได้มีการวางเป้าหมายจะปรับสถานะให้ก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 100 ภายในปี 2563-2564 และสู่อันดับที่ 40 ภายในปี 2578-2579

ไทยที่ 3 ลงทุนเมียนมา โอกาสเปิดกว้าง ถือหุ้นได้ 100%
กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ ประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมา
เมียนมาขุมทองนักลงทุน


ในงานสัมมนา เมียนมา 2020 : มิติการเปลี่ยนแปลงกับโอกาสของธุรกิจไทย ซึ่งจัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้ “นายกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์” ประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมา กล่าวว่า เมียนมายังเป็นประเทศที่น่าลงทุน เพราะปัจจุบันเมียนมามีประชากร 60 ล้านคน และคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ ปี 2563 จะขยายตัว 6.8%

“แม้รายได้ต่อหัวของประชากรเมียนมาจะไม่สูงมากนัก แต่หากดูแนวโน้มและการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานภายในเมียนมาที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตเมียนมาอาจจะเป็นทั้ง “ตลาด” ที่มีศักยภาพ และยังสามารถเป็น “ฐานการลงทุนเพื่อผลิตและส่งออกไปยังประเทศที่ 3 โดยใช้สิทธิประโยชน์ในการลดภาษีศุลกากร และอาศัยจำนวนแรงงานที่มีอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเพียง 90 บาทต่อคนต่อวัน และมีจำนวนแรงงานฝีมือที่พัฒนาขึ้นด้วย”

ไทยที่ 3 ลงทุนเมียนมา โอกาสเปิดกว้าง ถือหุ้นได้ 100%

ไทยท็อป 3 ลงทุนเมียนมา

ทั้งนี้ ปัจจุบัน “ไทย” เป็นนักลงทุนอันดับ 3 ที่เข้าไปในเมียนมา รองจากสิงคโปร์ และจีน แต่ผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปลงทุนส่วนใหญ่เป็นรายใหญ่ เช่น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (เอสซีจี) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น ขณะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs ของไทยยังมีสัดส่วนไม่มากนัก

ประเภทอุตสาหกรรมที่ต่างชาติสนใจลงทุนในเมียนมามากที่สุด ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2018-2019 (ตุลาคม 2561-พฤษภาคม 2562) อันดับที่ 1 คือ การคมนาคมและการสื่อสาร อันดับที่ 2 คือ อุตสาหกรรมการผลิต อันดับที่ 3 ภาคพลังงาน อันดับที่ 4 โรงแรมและการท่องเที่ยว และอันดับที่ 5 อสังหาริมทรัพย์ สำหรับธุรกิจที่มีโอกาสสูงในตลาดนี้ ประกอบด้วย สินค้าอุปโภคบริโภค ยา เครื่องสำอาง อุปกรณ์ไอที กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มฝึกอบรม กลุ่มการศึกษา เป็นต้น

เปิดนักลงทุนถือหุ้น 100%

ด้วยกฎระเบียบกฎหมาย หรือเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เริ่มเปิดกว้าง เพื่อดึงดูดการลงทุนมากขึ้น โดยให้สิทธิประโยชน์สำหรับนักลงทุนต่างชาติให้สามารถถือหุ้นได้ถึง 100% หรือจะเข้าไปลงทุนในลักษณะคู่ค้าก็สามารถทำได้ ผู้ประกอบการหรือนักลงทุนสนใจที่จะขยายโอกาสในการส่งออกหรือขยายตลาดในเมียนมาเป็นโอกาสที่ดีที่ควรจะเข้าไปทำตลาด ส่วนประเด็นที่ผู้ประกอบการยังกังวลเกี่ยวกับความพร้อมของระบบสาธารณูปโภค และระบบโลจิสติกส์นั้น ปัจจุบันเมียนมามีการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ระบบคมนาคม เพิ่มขึ้นอย่างมาก

สำหรับมูลค่าการค้าไทยและเมียนมา 5 เดือน (มกราคม-พฤษภาคม) 2562 เท่ากับ 3,188.69 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.43% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ไทยส่งออกมูลค่า 1,888.32 ล้านเหรียญสหรัฐ นำเข้ามูลค่า 1,300.37 ล้านเหรียญสหรัฐ

สินค้าสำคัญที่ส่งออกไปเมียนมา ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องดื่ม เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของ เป็นต้น และสินค้านำเข้าสำคัญจากเมียนมา ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป สัตว์มีชีวิตไม่ได้ทำพันธุ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

https://www.prachachat.net/economy/news-413563
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 24th, 2020, 06:29 PM   #2774
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,899
Likes (Received): 6463

ศาลโลกมีคำสั่งให้พม่าดำเนินมาตรการเร่งด่วนคุ้มครองชาวโรฮิงญา

เผยแพร่: 23 ม.ค. 2563 19:10 ปรับปรุง: 24 ม.ค. 2563 09:33 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

รอยเตอร์ - ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ มีคำสั่งให้พม่าดำเนินมาตรการเร่งด่วนในการปกป้องคุ้มครองประชากรมุสลิมโรฮิงญาของประเทศจากการกดขี่ข่มเหงและการกระทำทารุณโหดร้าย และให้รักษาหลักฐานของอาชญากรรมที่ถูกกล่าวหาว่าเกิดขึ้นกับคนเหล่านั้น

แกมเบีย ประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ได้ยื่นฟ้องในเดือน พ.ย. ยังศาลสูงสุดของสหประชาชาติ โดยกล่าวหาว่า พม่าละเมิดอนุสัญญาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี 2491

คำตัดสินวันนี้ (23) มีผลเฉพาะกับคำร้องของแกมเบียสำหรับมาตรการเบื้องต้น ซึ่งเทียบเท่ากับคำสั่งควบคุมสำหรับรัฐ อย่างไรก็ตาม คำตัดสินวันนี้ไม่ได้บ่งชี้ถึงคำตัดสินสุดท้ายของศาลที่อาจต้องใช้เวลาอีกนานหลายปีกว่าจะไปถึงจุดนั้น

ในคำตัดสินที่เป็นเอกฉันท์โดยองค์คณะผู้พิพากษา 17 คน ระบุว่า ศาลเชื่อว่าเวลานี้โรฮิงญาอยู่ในอันตราย และพม่าต้องดำเนินทุกมาตรการภายในอำนาจของตนเพื่อป้องกันอันตรายร้ายแรงต่อชาวโรฮิงญา และพม่าต้องรายงานกลับภายใน 4 เดือน

ศาลยังสั่งให้รัฐบาลพม่าใช้อำนาจเหนือทหารและกลุ่มติดอาวุธต่างๆ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการสังหารสมาชิกของกลุ่ม ทำให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อจิตใจหรือร่างกายของสมาชิกของกลุ่ม สร้างความเสียหายต่อสภาพชีวิตของกลุ่มด้วยการทำลายกายภาพทั้งหมดหรือบางส่วน

ชาวโรฮิงญามากกว่า 730,000 คน หลบหนีออกจากพม่าหลังการปราบปรามของทหารในปี 2560 และจำต้องอาศัยอยู่ในค่ายแออัดในฝั่งบังกลาเทศ ผู้สืบสวนสหประชาชาติได้สรุปการปราบปรามของทหารว่า กระทำด้วยเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ช่วงเวลาก่อนศาลในกรุงเฮกเริ่มอ่านคำตัดสิน หนังสือพิมพ์ไฟแนลเชียลไทมส์ได้เผยแพร่บทความของนางอองซานซูจี ซึ่งเธอระบุว่า อาจเกิดอาชญากรรมสงครามกับชาวมุสลิมโรฮิงญา แต่ผู้ลี้ภัยได้กล่าวเกินจริงถึงการละเมิดที่เกิดขึ้นกับพวกเขา

ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ของการพิจารณาคดีเมื่อเดือนก่อน ซูจีได้ขอให้ผู้พิพากษาถอนฟ้อง แต่อย่างไรก็ตาม คำตัดสินของศาลโลกจะถือเป็นสิ้นสุดและไม่มีการอุทธรณ์ แต่ขณะเดียวกัน ศาลก็ไม่สามารถบังคับใช้คำตัดสินได้

อับดุลกาวี ยูซุฟ ประธานองค์คณะผู้พิพากษาของศาล ระบุว่า ศาลมีความเห็นว่าโรฮิงญาในพม่ายังคงมีความเสี่ยงอย่างยิ่งยวด นอกจากนี้ ศาลยังมีความเห็นว่าขั้นตอนต่างๆ ที่อ้างว่าได้ดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับของผู้ลี้ภัยโรฮิงญาที่อยู่ในบังกลาเทศ เพื่อส่งเสริมความปรองดองทางชาติพันธุ์ ความสงบสุข และความมั่นคงในรัฐยะไข่ และการทำให้ทหารรับผิดชอบต่อการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ดูเหมือนยังไม่เพียงพอ




กลุ่มประชาสังคมพม่ามากกว่า 100 กลุ่ม ได้เผยแพร่คำแถลงที่ระบุว่า พวกเขาหวังให้ความพยายามของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศทำความจริงให้ปรากฏและยุติการได้รับยกเว้นจากการลงโทษ

“นโยบายทางทหารและทางการเมืองมักกำหนดขึ้นด้วยกำลังความรุนแรงและการข่มขู่เหนือประชาชนชาวพม่า อย่างเป็นระบบ และในเชิงสถาบัน บนพื้นฐานของความเชื่อทางศาสนาและการเมืองของพวกเขา และอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เราเข้าใจอย่างชัดแจ้งว่าคดีที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศกับพม่านั้นมุ่งไปยังผู้ที่รับผิดชอบในการใช้อำนาจทางการเมืองและกำลังทหาร ไม่ใช่กับประชาชนชาวพม่า” คำแถลง ระบุ.

https://mgronline.com/indochina/detail/9630000007589
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 24th, 2020, 06:31 PM   #2775
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,899
Likes (Received): 6463

พม่าแจงมีมาตรการคุ้มครองโรฮิงญาอยู่แล้ว แต่ให้คุมทหารคงยาก

เผยแพร่: 24 ม.ค. 2563 21:18 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รอยเตอร์ - พม่าได้กำหนดมาตรการในการปกป้องคุ้มครองชาวมุสลิมโรฮิงญาไว้อยู่แล้ว โฆษกพรรครัฐบาลของพม่ากล่าววันนี้ (24) ความเห็นที่ไม่ได้ใส่ใจต่อคำสั่งของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศที่มีในวันก่อนเพื่อหยุดการกระทำที่เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์

ศาลในกรุงเฮกมีคำสั่งให้พม่าปกป้องชาวโรฮิงญาจากการกระทำโหดร้ายทารุณที่อาจเกิดขึ้นหลังจากนี้ และรักษาหลักฐานอาชญากรรมที่ถูกกล่าวหา หลังแกมเบียยื่นฟ้องในเดือนพ.ย. กล่าวหาว่าพม่ากระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

“รัฐบาลดำเนินการตามคำสั่งส่วนใหญ่ไปแล้ว อีกสิ่งที่เราต้องทำคือยื่นรายงาน” เมียว ยุ้นต์ โฆษกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย กล่าวกับรอยเตอร์ทางโทรศัพท์ อ้างถึงหนึ่งในหลายมาตรการที่ศาลต้องการให้พม่าเขียนสรุปความคืบหน้าเป็นประจำ

แต่เมียว ยุ้นต์ กล่าวว่ารัฐบาลพลเรือนที่ปกครองประเทศร่วมกับทหารตามการจัดการของรัฐธรรมนูญซึ่งสงวนอำนาจให้กับผู้บัญชาการทหารสูงสุดนั้น ไม่สามารถควบคุมกองกำลังทหารได้

“ภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน เราเผชิญกับความยากลำบากในการแก้ไขปัญหาบางประการ เช่น คำสั่งที่ว่ารัฐบาลต้องทำให้แน่ใจว่าทหารหรือกองกำลังติดอาวุธจะไม่กระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์หรือความพยายามที่จะกระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวโรฮิงญาหรือเบงกาลี” เมียว ยุ้นต์ กล่าว

ชาวโรฮิงญามากกว่า 730,000 คน หลบหนีออกจากรัฐยะไข่ไปบังกลาเทศในปี 2560 เพื่อหลบหนีการปราบปรามของทหารที่สหประชาชาติระบุว่าเป็นการประหัตประหารที่มีเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พม่ากล่าวว่าการปราบปรามของทหารเป็นปฏิบัติการที่ชอบธรรมในการปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบเพื่อตอบโต้เหตุโจมตีที่เกิดขึ้นกับกองกำลังความมั่นคง

ชาวโรฮิงญาราว 600,000 คน ยังคงอยู่ภายในพม่า แต่ถูกจำกัดขอบเขตในสภาพถูกเลือกปฏิบัติตามค่ายพักและหมู่บ้านต่างๆ ที่ไม่สามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพและการศึกษาได้อย่างเสรี

ศาลระบุในคำตัดสินเมื่อวันพฤหัสฯ ว่า ศาลไม่ยอมรับการยืนยันของพม่าว่าได้ดำเนินการขั้นตอนต่างๆ ที่จะอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับของผู้ลี้ภัย ส่งเสริมสันติภาพในรัฐยะไข่ และนำทหารที่รับผิดชอบมาดำเนินคดีผ่านกลไกภายในประเทศได้

“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศาลสังเกตว่าพม่าไม่ได้แสดงให้ศาลเห็นถึงมาตรการที่เป็นรูปธรรมที่มีเป้าหมายอย่างเฉพาะเจาะจงถึงการยอมรับและรับรองสิทธิของโรฮิงญาในฐานะกลุ่มที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้อนุสัญญาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ศาลระบุ.

https://mgronline.com/indochina/detail/9630000007999
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 27th, 2020, 08:59 PM   #2776
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,899
Likes (Received): 6463

เมียนมาลงนาม 33 โครงการกับจีน

เมียนมาได้ลงนามความตกลงที่ครอบคลุม 33 โครงการกับจีน ระหว่างการเดินทางไปเยือนเมียนมาของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เมื่อวันที่ 17-18 มกราคม 2020 ที่ผ่านมา โดยครอบคลุมโครงการ ที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน การค้า

แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการเขื่อนมิตสนและเขื่อนพลังงานไฟฟ้าอีก 6 แห่งที่มีมูลค่ารวม 25 พันล้านดอลลาร์ในรัฐกะฉิ่นหลังจากที่ระงับโครงการในปี 2011 และ 2012 อันเนื่องจากการประท้วงของประชาชน ซึ่งโครงการทั้งหมดจะมีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 21,000 เมกะวัตต์ และส่วนหนึ่งจะส่งออกไปจีน

นอกจากนี้ ยังไม่มีทางออกที่ชัดเจนต่อกรณีความขัดแย้งที่ส่งผลให้การค้าชะงักงัน ที่เมืองมูเซ บริเวณชายแดนเมียนมากับจีน ทั้งสองฝ่ายยังไม่เปิดเผยว่า จีนจะเดินหน้าอย่างไรกับการเจรจาสงบสุขที่คืบหน้าช้ามากกับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธจากหลายชาติพันธุ์

นาย หม่อง หม่อง โซ นักสังเกตการณ์ทางการเมืองในเมียนมาให้ความเห็นว่า โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางหรือ Belt Road Initiative (BRI) ของจีนจะไม่สำเร็จหากภูมิภาคทางเหนือยังไม่สงบ ทั้งนี้ จีนมีโครงการใหญ่ในพื้นที่ที่อยู่ในการดูแลของกลุ่มพันธมิตรติดอาวุธทางตอนเหนือ และโครงการท่อก๊าซเมียนมา-จีนกับโครงการพลังงานไฟฟ้าในทางตอนเหนือขิงแม่น้ำอิรวดีก็อยู่ในพื้นที่นั้น

นายอ่อง โก โก นักเศรษฐศาสตร์มองว่า จีนจะได้ประโยชน์ก็ต่อเมื่อสถานการณ์ในเมียนมามีเสถียรภาพมากขึ้น และหากเมียนมายังไม่สงบ ก็ต้องดูว่าจีนจะลงทุนมากแค่ไหน และเป็นไปได้ว่าจีนจะขาดทุนมหาศาล

เมียนมาและจีนได้ลงนามในสัญญาสัมปทานและข้อตกลงผู้ถือหุ้นในโครงการท่าเรือน้ำลึกที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจ๊อกพิว ซึ่งเป็นโครงการสำคัญในระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา หรือ China-Myanmar Economic Corridor (CMEC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ BRI ที่ครอบคลุมหลายประเทศในเอเชีย

การพัฒนาท่าเรือจ๊อกพิวในรัฐกะฉิ่น จะเสริมบทบาทจีนในมหาสมุทรอินเดีย เปิดทางให้นำเข้าน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกา จ๊อกพิวจึงเป็นสถานีน้ำมันและก๊าซที่สำคัญสำหรับจีน เพราะส่งออกก๊าซที่ผลิตในเมียนมาผ่านท่อส่งก๊าซไปยังจีน

ข้อตกลงนี้มีขึ้นหลังจากที่เมียนมาเจรจาใหม่ในปี 2018 เพื่อลดมูลค่าโครงการท่าเรือน้ำลึกจ๊อกพิวลงจาก 7.3 พันล้านดอลลาร์เป็น 1.3 พันล้านดอลลาร์เพราะไม่ต้องการแบกรับภาระหนี้ที่มากเกินไป

จีนเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของเมียนมา โดยมีหนี้กับจีน 4 พันล้านดอลลาร์หรือราว 40% ของหนี้ที่มีกับเจ้าหนี้ต่างประเทศ และจากรายงานของคณะกรรมการร่วมตรวจเงินแผ่นดิน ดอกเบี้ยที่เมียนมาจ่ายให้จีนสูงที่สุดในบรรดาหนี้ที่เมียนมามี ซึ่งหนี้บางก้อนมีดอกเบี้ยสูงถึง 4.5%

สำหรับความตกลงอื่นที่ต้องเจรจาต่อเนื่องก็คือ กรอบความตกลงทางเศรษฐกิจข้ามแดนระหว่างเมืองรุยลี่ของจีนกับเมืองมูเซของเมียนมา

นอกจากนี้ยังมีการตกลงที่จะเดินหน้าโครงการพลังงานไฟฟ้า LNG มูลค่า 2.6 พันล้านดอลลลาร์ที่เขตอิรวดี มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 1,390 เมกะวัตต์

การเยือนเมียนมาของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เป็นการเยือนเมียนมาครั้งแรกและเป็นประเทศแรกของการเดินทางเยือนต่างประเทศในปีนี้ ประธานาธิบดีจีนคนหลังสุดที่เยือนเมียนมาคือนายเจียง เจ๋อหมิน ซึ่งก็ได้ลงนามในข้อตกลงทางเศรษฐกิจและข้อตกลงข้ามแดนหลายฉบับในปี 2001

จีนไม่เพียงเป็นพันธมิตรสำคัญของเมียนมาแล้ว แต่ยังเป็นนักลงทุนและคู่ค้ารายใหญ่ ที่เป็นหลักประกันทางเศรษฐกิจได้หากเมียนมาถูกประเทศตะวันตกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

27/1/2563 https://thaipublica.org/2020/01/asea...ly-roundup-23/
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 27th, 2020, 09:01 PM   #2777
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,899
Likes (Received): 6463

โครงการความร่วมมือ จีน-เมียนมา ระเบียงเศรษฐกิจ BCIM ที่มุ่งสู่ทะเลเบงกอล

24 มกราคม 2020

การเดินทางไปเยือนเมียนมาร์ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เมื่อวันที่ 17-18 มกราคม 2020 ที่ผ่านมา จีนกับเมียนมาได้มีการลงนามความตกลง ที่ครอบคลุม 33 โครงการ ที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม เกษตรกรรม ความมั่นคง รวมทั้งการจัดการปัญหาคนเมียนมาร์ ที่ผลัดถิ่น เนื่องจากสงครามในรัฐคะฉิน ที่อยู่ติดกับชายแดนจีน

แต่โครงการสำคัญที่สุดคือ การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเจาะพยู (Kyaukphyu Special Economic Zone) ในรัฐยะไข่ และท่าเรือน้ำลึกที่ติดกับอ่าวเบงกอล โครงการที่เจาะพยูนี้ ถือเป็นปลายทางของระเบียงเศรษฐกิจ จีน-เมียนมา ระยะทางยาว 1,700 กิโลเมตร ที่จะเชื่อมโยงเมียนมาร์กับโครงการ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ส่วนปลายทางของฝั่งจีน คือมณฑลยูนาน

ระเบียงเศรษฐกิจ BCIM
การลงนามความตกลงระหว่างจีนกับเมียนมา เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ระเบียงเศรษฐกิจ BCIM” หรือ The Bangladesh-China-India-Myanmar (BCIM) Economic Corridor ที่เริ่มต้นจากมณฑลยูนานของจีน ผ่านเมียรมาร์ บังคลาเทศ และอินเดีย เพื่อมุ่งสู่มหาสมุทรอินเดีย


ที่มาภาพ : amazon.com
หนังสือชื่อ Routledge Handbook of the Belt and Road (2019) กล่าวว่า ระเบียงเศรษฐกิจ BCIM จะเชื่อมโยง 3 ภูมิภาคเข้าด้วยกันคือ เอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในบรรดาประเทศตามระเบียงเศรษฐกิจ BCIM นี้ เมียนมาจะอยู่ในฐานะที่ได้เปรียบ เพราะตั้งอยู่ในจุดที่เป็นชุมทางของ 3 ภูมิภาคดังกล่าว ส่วนอินเดียเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่สุดของเอเชียใต้ จีนเป็นประเทศคู่ค้าที่ใหญ่สุดของภูมิภาคนี้ ส่วนบังคลาเทศ ตั้งอยู่ในจุดที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างจีน อินเดีย และอาเซียน

ระเบียงเศรษฐกิจ BCIM เป็นโครงการที่ครอบคลุมหลายด้าน เช่น การเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน อุตสาหกรรมกับการลงทุน และการค้ากับเศรษฐกิจ โดยหนังสือ Routledge Handbook of the Belt and Road กล่าวว่า มีรายละเอียด ดังนี้

(1)การเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน ถือเป็นโครงการหลักของระเบียงเศรษฐกิจBCIM โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟ ถนน ท่าเรือ พลังงาน ไฟฟ้า โทรคมนาคม และเงินลงทุน ที่จะมีบทบาทและปัจจัยสำคัญต่อกลุ่มประเทศ BCIM ในเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจ การเพิ่มผลิตภาพการผลิต และการเพิ่มรายได้ต่อคน เมียนมาร์และบังคลาเทศ มีปัญหาขาดแคลนด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้า
(2)ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมและการลงทุน เป็นอีกโครงการหลักของระเบียงเศรษฐกิจ BCIM เนื่องจากประเทศ BCIM มีระดับการพัฒนาเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน ทำให้ 4 ประเทศต่างจะมีส่วนสนับสนุนกันและกัน ในเรื่องการลงทุน การผลิตและการค้า เช่น ความร่วมมือทางอุตสาหกรรมระหว่างจีนกับเมียนมา จีนกับบังคลาเทศ ความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรมของจีน จะช่วยอุดช่องว่างการพัฒนาด้านนี้ของเมียนมาร์และบังคลาเทศ

(3)ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า ถือเป็นส่วนสำคัญของระเบียงเศรษฐกิจ BCIM ความร่วมมือดังกล่าวของกลุ่มประเทศ BCIM จะทำให้เกิดความได้เปรียบด้านการพัฒนา เนื่องจากเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรต่างๆ ความร่วมมือยังจะช่วยยกระดับผลิตภาพการผลิตในกลุ่มประแทศ BCIM อันเนื่องมาจากจากการโอนเทคโนโลยี การค้าและการลงทุน ที่เกิดขึ้นตามมา



ประตูสู่อ่าวเบงกอล
โครงการท่อขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซ จีน-เมียนมา (China-Myanmar Crude Oil and Gas Pipelines Project) ที่เชื่อมท่าเรือน้ำลึกเจาะพยู เมียนมา กับเมืองคุนหมิงของจีน เป็นโครงการที่เกิดขึ้น ก่อนที่จีนจะประกาศโครงการ หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง ในปี 2008 จีนและเมียนมาลงนามการก่อสร้างโครงการนี้ การก่อสร้างเสร็จในช่วงปี 2013-2014 ใช้เงินลงทุน 2.5 พันล้านดอลลาร์ ถือเป็นโครงการนำร่องของระเบียงเศรษฐกิจ BCIM ในช่วงของเมียนมา ท่อส่งน้ำมันมีความยาว 771 กม. ส่วนในช่วงของจีน มีความยาว 2,806 กม.

หนังสือชื่อ China’s Asian Dream (2019) กล่าวว่า สำหรับจีน การเข้าถึงอ่าวเบงกอล มหาสมุทรอินเดีย ถือเป็นเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ ท่อส่งน้ำมันดิบและก๊าซทำให้จีนสามารถนำเข้าพลังงาน โดยไม่ต้องอาศัยการขนส่งด้วยเรือบรรทุกน้ำมันดิบ ที่แล่นผ่านช่องแคบมะละกา ช่วยจีนแก้ปัญหาที่เรียกว่า “สถานการณ์ยุ่งยากมะละกา”

การพัฒนาศูนย์กลางการขนส่งของจีนที่เจาะพยู อ่าวเบงกอล จะทำให้จีนสามารถนำเข้าวัตถุดิบโดยตรง ช่วยประหยัดระยะทางได้หลายพันกิโลเมตร การสร้างศูนย์กลางการค้าขึ้นในบริเวณนี้ จะทำให้บริษัทธุรกิจจีน ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ สามารถส่งออกได้รวดเร็วและประหยัดมาขึ้น เพื่อไปยังตลาดอินเดีย บังคลาเทศ และประเทศอื่นๆ


ระเบียงเศรษฐกิจ BCIM ที่มาภาพ : http://www.thaibizmyanmar.com/th/new...il.php?ID=1598
ดังนั้น โครงการระเบียงเศรษฐกิจ BCIM จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงด้านคมนาคมระหว่างเมืองคุนหมิงกับเมืองกัลกัตต้าในอินเดีย จีนมีแผนที่จะสร้างเส้นทางคมนาคมคู่ขนานกันระหว่างทางด่วนกับเส้นทางรถไฟ ระหว่างเมืองรุยลี่ (Ruili) เมืองชายแดนของยูนาน มาถึงเจาะพยู ที่บริเวณเมืองมันดาเลย์ จะมีเส้นทางด่วนอีกเส้นหนึ่ง แยกไปยังเมืองธากา ในบังคลาเทศ และกัลกัตต้า อินเดีย เส้นทางนี้มีระยะทาง 2,800 กม. จากคุนหมิงถึงกัลกัตต้า โดยได้รับความเห็นชอบแล้วจาก 4 ประเทศ BCIM

หนังสือ China’s Asian Dream กล่าวว่า ทางด่วนของระเบียงเศรษฐกิจ BCIM จะทำให้เมืองชายแดนรุยลี่ในยูนาน ได้ประโยชน์มากที่สุด เพราจะกลายเป็นประตูของยูนาน สู่เอเชียใต้และมหาสมุทรอินเดีย เมืองนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและโลจิสติกส์ ของสินค้าที่จะไปสู่เอเชียใต้ เดิมเมืองรุยลี่เป็นเมืองการค้าชายแดนจีนกับเมียนมาร์ ส่วนใหญ่เป็นการค้าหยก
แต่หนังสือ China’s Asian Dream สรุปว่า จีนกับบริษัทของจีนจะต้องพยายามอย่างหนัก ที่จะสร้างความไว้วางใจจากคนเมียนมาร์ ก่อนหน้านี้ คนเมียนมาเคยคัดค้านโครงการสร้างเขื่อนอิรวดี จนในปี 2017 ต้องระงับการสร้างเขื่อนนี้ลงไป เขื่อนดังกล่าวจะขายไฟฟ้า 90% ให้กับจีน

หากจีนสามารถทำให้คนเมียนมาเกิดความเชื่อมั่นไว้วางใจ การค้าระหว่าง 2 ประเทศจะขยายตัว และการบูรณาการทางเศรษฐกิจระหว่าง 2 ประเทศ จะเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่พ้น เพราะสิ่งนี้จะเป็นผลลัพธ์ที่เป็นไปตามธรรมชาติ จากการที่เมียนมาตั้งอยู่ใกล้กับประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่สุดในเอเชีย

คนเมียนมามีความหวาดกลัวกับการที่จีนกำลังพุ่งขึ้นมาเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ แต่คนเมียนมาร์ก็ต้องหาทางที่จะทำให้ประเทศตัวเอง ได้ประโยชน์และสามารถเติบโตพร้อมกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นดังกล่าว

https://thaipublica.org/2020/01/pridi177/

napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old January 28th, 2020, 01:24 PM   #2778
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,899
Likes (Received): 6463

ชายแดนไทย-เมียนมา คึกคัก! เมียนมา เปิดเมืองใหม่ ตรงข้าม อ.พบพระ บูมเศรษฐกิจ

27 มกราคม 2020

ที่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ทางการเมียนมา ได้เปิดตัวเมืองใหม่ อีก 1 แห่ง เพื่อขยายเศรษฐกิจ การค้า-การท่องเที่ยว ที่ ตลาดเมืองใหม่ อ.วาเล่ย์ใหม่ จ.เมียวดี ตรงข้ามชายแดนไทย ที่ท่าข้ามบ้านว่าเล่ย์ บ้านว่าเล่ย์เหนือ ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก โดยสหภาพเมียนมาได้ขยายเมือง และศูนย์การค้าแห่งใหม่ เพื่อรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจ ชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อบูมเศรษฐกิจร่วมกับนักธุรกิจและนักลงทุนชาวจีน ซึ่งเมืองใหม่แห่งนี้ เป็นการลงทุนอีกพื้นที่ ที่จะแข่งขันกับเขตเศรษฐกิจชเวโก๊ะโก่ (เมืองใหม่โก๊ะโก่) ของกลุ่มหย่าไถ่ ตรงข้ามท่าพ่อเลี้ยงคำ บ้านวังแก้ว ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก, กลุ่มเฮงเชง ตรงข้าม อ.แม่สอด

รายงานข่าวแจ้งว่า กลุ่มทุนจากจีน ได้เข้ามาร่วมลงทุนกับเมียนมา ในเขตชนกลุ่มน้อย หลายจุดแล้วตามแนวชายแดนริมแม่น้ำเมย เช่น กลุ่มหย่าไถ่-กลุ่มเฮงเชง-กลุ่มหัวเฮี่ยน ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนมหาศาล มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค สร้างที่อยู่อาศัย บ้านเรือน ที่พัก โรงแรม อาคารพาณิชย์ ศูนย์การค้า ฯลฯ เป็นการบูมเศรษฐกิจฝั่งเมียนมา ให้คึกคักเพิ่มขึ้น

https://www.innnews.co.th/regional-news/news_584709/
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 9th, 2020, 05:46 PM   #2779
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,899
Likes (Received): 6463

พม่า “ชาตินิยม” ฮือชุมนุมต้านรัฐบาลซู จี จ่อแก้รัฐธรรมนูญลดอำนาจกองทัพ

9 ก.พ. 2563

พม่า “ชาตินิยม” - วันที่ 9 ก.พ. รอยเตอร์ และ สเตรตส์ไทมส์ รายงานว่า ชาวพม่าสาย ชาตินิยม หลายพันคนพร้อมใจเดินขบวนในนครย่างกุ้งเพื่อแสดงพลังสนับสนุนกองทัพพม่า ภายหลังเกิดความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลประชาชนที่นำโดย นางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและรมว.ต่างประเทศของพม่า กับ กองทัพพม่า ซึ่งจะต้องเผชิญหน้าทางการเมืองอีกครั้งในการเลือกตั้งทั่วไปที่คาดว่าจะจัดขึ้นช่วงปลายปีนี้

รายงานระบุว่าผู้ชุมนุมเดินจากเจดีย์ชเวดากองไปยังศาลาว่าการเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการทำงานของรัฐบาลนางซู จี โดยกล่าวหาว่าทางการพม่าล้มเหลวที่จะปกป้องพุทธศาสนิกชนซึ่งเป็นประชากรส่วนมากของประเทศ ด้วยการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะลดอำนาจของกองทัพพม่า

นายวิน โค โค ลัต นักเคลื่อนไหวชาตินิยม กล่าวเปรียบเทียบว่าแผนปฏิรูปรัฐธรรมนูญของนางซู จี ก็เหมือนไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในประเทศจีน ตนขอประกาศว่าใครที่พยายามเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญพม่านั้น ช่างน่ากลัวเสียกว่าไวรัสอู่ฮั่น โดยผู้ร่วมชุมนุมหลายคนถือป้ายระบุข้อความว่า “ไม่มีโรฮิงยา”

ขณะเดียวกัน พระวิระทู พระสงฆ์สายสุดโต่งที่ตำรวจออกหมายจับเมื่อปีก่อน จากการณีเทศนายั่วยุปลุกระดมให้ต่อต้านรัฐบาล เป็นหนึ่งในผู้พูดบนเวทีเสวนาการชุมนุมดังกล่าวด้วย

https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_3547422
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Old February 13th, 2020, 08:36 PM   #2780
napoleon
Liberty, Equality, Frate
 
napoleon's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 106,899
Likes (Received): 6463

ทุนจีนทะลักริมเมย แข่งผุดเมืองใหม่‘บ้านวาเล่ย์ใหม่’ประกบ‘พบพระ’

12 Feb 2020


ชายแดนไทย-เมียนมาคึกคัก ทางการเมียนมาปักธงยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแนวพรมแดน ไฟเขียวทุนจีนเปิดอีก “เมืองใหม่บ้าน วาเล่ย์ใหม่” ตรงข้ามอำเภอพบพระ จังหวัดตาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2563 ที่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ทางการเมียนมาได้เปิดตัวเมืองใหม่อีก 1 แห่ง เพื่อขยายเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยวตามแนวพรมแดน ตลาดเมืองใหม่แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่อำเภอวาเล่ย์ใหม่ เขตจังหวัดเมียวดี ของสหภาพเมียนมา ตรงข้ามชายแดนไทยที่ท่าข้ามบ้านวาเล่ย์เหนือ ตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก โดยเป็นการลงทุนร่วมกับนักธุรกิจจีน

ความคืบหน้าการก่อสร้างตลาดเมืองใหม่บ้านวาเล่ย์ใหม่ เวลานี้มีการปรับสภาพพื้นที่ทั้งแปลง พร้อมลงเสาเข็มทำฐานรากเสร็จแล้ว รอการขึ้นโครงสร้างอาคารต่อไป จากฐานรากที่ปรากฏน่าจะทำเป็นอาคารประเภทห้องแถวเพื่อทำใช้เป็นพื้นที่การพาณิชย์ต่อไป

ตามแนวพรมแดนไทย-เมียนมาในเขตจังหวัดตาก ทางการเมียนมาอนุญาตให้นักธุรกิจจีนกลุ่มหย่าไถ้ (YATAI International Holding Group) ลงทุนทำเขตเศรษฐกิจชเวโก๊กโก่ หรือโครงการเมืองใหม่โก๊กโก่ ในเขตเมืองเมียวดี ตั้งอยู่ริมแม่นํ้าเมยตรงข้ามท่าพ่อเลี้ยงคำ บ้านวังแก้ว ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตากตามแผนงานเมืองใหม่โก๊กโก่จะพัฒนาบนพื้นที่ 30,000 เอเคอร์ (กว่า 80,000 ไร่) เป็นเมืองใหม่ครบวงจร คือมีทั้งอาคารที่พักทุกรูปแบบ

ตั้งแต่บ้านเดี่ยวถึงคอนโดมิเนียม โรงงาน คลังสินค้า ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน โรมแรม เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ พัฒนาการเกษตร การท่องเที่ยว ด้วยงบลงทุน 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเฮงเชง ก็ปักหลักลงทุนอยู่ตรงข้าม อำเภอแม่สอด หรือกลุ่มหัวเฮี่ยน ก็อยู่ในเขตชนกลุ่มน้อย เกาะแนวพรมแดนไทย-เมียนมา ซึ่งล้วนเป็นการลงทุนของนักธุรกิจจีน ทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจตลอดแนวชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 3 อำเภอของจังหวัดตาก คือ แม่สอด พบพระ และ แม่ระมาด ซึ่งไทยประกาศเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษแนวชายแดนนั้น มีกลุ่มทุนจีนมาลงทุนที่ฝั่งตรงข้ามในเขตเมียนมา เพิ่มขึ้นเป็นลำดับเช่นกัน

ยังไม่แน่ชัดว่ากลุ่มธุรกิจใดของจีนที่เข้ามาลงทุนโครงการเมืองใหม่บ้านวาเล่ย์ใหม่ เนื่องจากยังไม่มีการเปิดตัว โดยที่ไม่มีใครรู้ระแคะระคายมาก่อน กระทั่งพบว่ามีการพัฒนาแปลงที่ดินดังกล่าว ซึ่งคนในพื้นที่ตั้งข้อสังเกตว่า เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลกัมพูชาสั่งระงับการออก-ต่อใบอนุญาตธุรกิจพนันออนไลน์ทั้งหมดอย่างเด็ดขาด

ตั้งแต่เมื่อกลางเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลเพื่อรักษาความมั่นคงของสังคม และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของประชาชนเนื่องจากพบว่ามีอาชญากรต่างชาติ เข้ามาดำเนินธุรกิจการพนันออนไลน์ใต้ดินในประเทศ

โดยใช้ธุรกิจดังกล่าวเป็นฉากหน้า ดำเนินการหลอกลวงฉ้อโกงทางโทรคมนาคมเพื่อรีดไถเงินจากเหยื่อ ทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศเมื่ออาคารต่าง ๆ ก่อสร้างแล้วเสร็จ คงชัดเจนขึ้นว่า “เมืองใหม่บ้านวาเล่ย์ใหม่” จะรุกธุรกิจอะไร และมีอานิสงส์ใดกับคนในพื้นที่ทั้งฝั่งไทยและเมียนมา

หน้า 24 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,547 วันที่ 9 - 12 กุมภาพันธ์ 2563

https://www.thansettakij.com/content/business/421194?
napoleon no está en línea   Reply With Quote
Sponsored Links
Advertisement
 


Reply

Thread Tools

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off


Similar Threads
Thread Thread Starter Forum Replies Last Post
Yangon, Myanmar homeandaway Skyscrapers & Buildings 2 February 23rd, 2007 03:48 PM
Thailand's rarely seen neighbour- Myanmar travellator Urban Discussions 19 August 6th, 2006 01:44 PM
KPF LBT adandoned neighbour london lad London Metro Area 24 June 12th, 2006 10:54 PM
Myanmar banner Muyangguniang About the forums 2 August 15th, 2005 02:03 AM


All times are GMT +2. The time now is 10:46 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.11 Beta 4
Copyright ©2000 - 2020, vBulletin Solutions Inc.
vBulletin Security provided by vBSecurity v2.2.2 (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.
Feedback Buttons provided by Advanced Post Thanks / Like (Pro) - vBulletin Mods & Addons Copyright © 2020 DragonByte Technologies Ltd.

SkyscraperCity ☆ In Urbanity We trust ☆ about us